สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๑ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล เสนอแนวคิดการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมและระบบส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายใหม่เสมอไป และเสนอแนวคิดการปฏิรูปกฎหมายสวัสดิการชุมชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อน ๆ สมาชิก และคณะกรรมาธิการ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ กอบกุล พันธ์เจริ ญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัส ๐๐๗ จริง ๆ ในวาระที่นําเสนอในช่วงที่ ๒ คือวาระการปฏิรูปที่ ๒๙ แล้วก็ผนวกกับวาระเพิ่มเติมเรื่องของแนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม วาระการปฏิรูปที่ ๒๙ ระบบสวัสดิการสั งคมเปึนเรื่องค่อนข้างใหญ่มาก แล้วก็ เปึนเรื่องที่ถ้าดูแล้วก็อาจจะมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับวาระ ที่ ๒๘ คือเรื่องระบบเพื่อส่งเสริม ชุมชนเข้มแข็งด้วย อย่างไรก็ดีในข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการ เสนอมาส่วนใหญ่ดิฉันก็เห็นด้วย เพราะคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีที่เราจะต้องปฏิรูประบบสวัสดิการ สังคมพอ ๆ กับระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งซึ่งควรจะต้องทําไปด้วยกัน อย่างไรก็ดี ในการเสนอการปฏิรูปจุดคานงัดอย่ำงที่เมื่อสักครู่มีผู้อภิปรายไปว่าเราจะนําเสนอ ในเรื่องของการปรับแก้กฎหมายหรือยกร่างกฎหมายใหม่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งทําให้เรามองว่า จริง ๆ แล้วประเด็นการปฏิรูปหรือจุดคานงัดมันไม่จําเปึนที่จะต้องไปแก้ในเรื่องกฎหมาย หรือไปเพิ่มเติมยกร่างกฎหมายใหม่เสมอไป เพราะดิฉันเห็นด้วยกับท่านที่อภิปรายไป ในวาระปฏิรูปที่ ๒๘ คือท่านสีลาภรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าบางครั้งการออกกฎหมายใหม่ และการแก้กฎหมายแทนที่จะเปึนจุดคานงัด จะกลายเปึนจุดที่ไปบล็อ กทําให้เรา ปฏิรูปไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ดิฉันก็อยากจะยกตัวอย่างว่าใน พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่ท่านเสนอมา

คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ทั้ง ๒ พ.ร.บ. นี้ดิฉันคิดว่า มันก็มีจุดอ่อนที่ทําให้เราต้องไป นึกถึงว่าการทํางานการขับเคลื่อนของวาระปฏิรูปเหล่านี้ มันอาจจะไปถูกบล็อกด้วยร่าง พ.ร.บ. เหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ในร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยหลักการท่านต้องการที่จะทําให้มี การเปลี่ยนแปลงในองค์กรที่จากสํานักงานมา เปึนกรม แล้วก็กลายเปึนกรมใหม่ขึ้นมา จากผู้อํานวยการและสํานักงานเดิมก็มากลายเปึนอธิบดีของกรมส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ ลักษณะการทํางานในหน่วยงานภาครัฐ เมื่อเช้าก็มีคนพูดไปว่า การทํางานในหน่วยราชการหลายสิ่งหลายอย่างมันเปึนจุดที่บล็อ กหรือกั้น เปึนสิ่งกีดขวาง การทํางานที่ควรจะสามารถมูฟ (Move) ไปข้างหน้าได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในส่วนที่ท่านเสนอ ให้มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดิฉันเรียนตามตรงว่าการที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาเปึนประธานกรรมการชุดนี้ มันน่าจะเวิร์ก (Work) ไปได้ยาก กรรมการทั้งหมดเท่าที่ดิฉันนับ ๒๙ ท่าน จะครบองค์ประชุมได้ง่าย ๆ ไหม จะประชุมป้ละ ๔ ครั้งได้ไหม อยากให้ท่านไปศึกษา จากตัวอย่างของคณะกรรมการระดับชาติที่ไม่สามารถทํางานได้ดี ยกตัวอย่าง ก็คือคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ นี่เปึนเพียง ๒ ตัวอย่างที่เห็นว่าเปึนความล้มเหลว ในลักษณะของคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธานกรรมการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วนายกรัฐมนตรีก็จะเปึนนักการเมืองที่จะต้องดูหลายเรื่อง พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นอยากฝากแนวคิดไปว่าจําเปึนไหม ส่วน พ.ร.บ. ฉบับที่ ๒ ก็มีหลายสิ่งเปึน พ.ร.บ. ใหม่ในเรื่องของส่งเสริมสวัสดิการ จัดสวัสดิการสั งคมนี่ ในหลาย ๆ ส่วนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉันก็คิดว่ากลายเปึนสิ่งกีดขวางในสิ่งที่ท่านอยากจะไป ผลักดันค่อนข้างมาก ดิฉันอาจจะไม่มีเวลาที่จะลงไปในรายละเอียดในการยกตัวอย่าง แต่ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนที่ท่านอยากจะทําให้เปึนนิติบุคคลว่าทํางานในลักษณะ ของคณะกรรมการ แล้วก็มีวัตถุประสงค์และองค์ประกอบที่ดิฉันคิดว่าทํางานยากเหมือนกัน แล้วก็ความโปร่งใสที่จะตอบแก่สังคมโดยเฉพาะการพิจารณาโครงการต่าง ๆ ดิฉันเห็น มาเยอะในลักษณะของคณะกรรมการที่มีสิทธิเสียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการพิจารณา โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคนที่เขียนโ ครงการเก่ง นักกิจกรรมที่เขียน โครงการเก่งเขาก็จะได้ทุนเหล่านี้ไป เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะไปถึงกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่ ควรจะเปึนประโยชน์จริง ๆ ในการส่งเสริมสวัสดิการภาคประชาสังคมมีปัญหามาก ๆ ดิฉันขอเวลาท่านประธานอีกสักครึ่งนาที ขอแตะเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของครอบครัวที่ท่าน ได้เสนอไว้เปึนประเด็นสุดท้ายว่าในเรื่องของการดูแลตั้งแต่สวัสดิการที่เหมาะสม ตั้งแต่ เด็กปฐมวัย แล้วก็เสนอลงไปถึงพัฒนาระบบการดูแลหญิงระหว่างตั้งครรภ์จนไปถึงหลังคลอด หรือจนระยะเลี้ยงดูบุตรในครอบครัว ๐-๖ ป้ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้หลายสิ่งหลายอย่าง มันเปึนสิ่งที่เปึนกฎกระทรวงอยู่แล้ว เช่น การดูแลหญิงตั้งครรภ์ให้รับการฝากครรภ์ป้หนึ่ง อย่างน้อยตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์อย่างน้อยกี่ครั้งอะไรนี่มันมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท่าน เสนอมาและทําให้เราเห็นว่าครอส คัตติง (Cross cutting) ไม่เกิดขึ้น ก็คือเรื่องของ การพัฒนาครอบครัวหรือการเตรียมความพร้อมครอบครัว เมื่อวานนี้ดิฉันก็ได้คอมเมนต์ (Comment) ว่าในสังคมผู้สูงวัยก็เสนอเรื่องของการสร้างครอบครัว การเตรียมความพร้อม ครอบครัวตั้งแต่วัยหนุ่มสาวหรือจริง ๆ หนุ่มสาวก็ช้าไปแล้ว เพื่อให้เขาเปึนพ่อแม่ที่ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ก็เสนอการเตรียมพร้อมครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสําหรับสังคมไทย ทั้งหมดนี้ไม่มีแกนหลัก องค์กรหลักหรือหน่วยงานหลักที่จะผลักดันเรื่องครอบครัว และดิฉันไม่คิดว่ากระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะทําสิ่งเหล่านี้ได้ดี เพราะมันคร่อม หลายกระทรวงและคร่อมหลายคอนเซปต์ (Concept) เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านไปคิดว่า

จะทําอย่างไรสําหรับคอนเซปต์ที่เกี่ยวเนื่อง ในระบบที่จะทําให้ครอบครัวเข้มแข็งสมบูรณ์ ใครจะเปึนเจ้าภาพหลักที่ดีที่สุด ขอบคุณค่ะท่านประธาน