สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๑ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เสนอการปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เป็นสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การทุจริต และการพนัน พร้อมนำสลากกุศลที่ไม่ได้ถูกใช้ไปตามนโยบายของรัฐบาลมาบริหารจัดการอย่างมีระบบ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็ขอต่อเนื่องเลยเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปสลาก จากสลากหารายได้เข้ารัฐ มาเปึนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม ความคิดในการที่จะเอาเงินจากสลากมาใช้ประโยชน์ ทางสังคมนั้นจริง ๆ ได้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๕๐ นั้น ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์สังศิตและผมเอง ในฐานะ สนช. ซึ่งสมัยนั้นก็มีท่านอําพลด้วย เราได้มี การปรับปรุงสลากกินแบ่งรัฐบาลเล็กน้อย ซึ่งรัฐบาลให้เราปรับปรุงได้เล็กน้อย ก็ด้วยการเอาเงิน จากหวยบนดินมาให้กับกองทุนต่าง ๆ เพื่อมาทํางานด้านสังคมได้ แล้วก็ปรับปรุง คณะกรรมการของสลากให้มีภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ก็น่าเสียดาย ที่กฎหมายฉบับนั้นก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไปด้วยเหตุผลที่ว่าองค์ประชุมในการพิจารณา รับหลักการนั้นไม่ครบองค์ ทุกวันนี้จึงต้องมีการเสียบบัตรให้ครบองค์นะครับ สมัยก่อนนั้น ใช้คําว่าเซ็นชื่อครบแล้วก็พอแล้ว ทีนี้มาในสมัยนี้ได้มีการศึกษามานานโดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ได้มีการศึกษาทําวิจัยแล้วก็ได้มีการยกร่างกฎหมาย มาเรียบร้อย ทําเปเปอร์ (Paper) มีงานวิจัยเปึนเล่ม ได้มีการเชิญรัฐบาล ทั้งรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ผอ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในยุคนั้น ไม่ใช่ในยุคนี้ เข้ามาร่วมคิด ร่วมกันที่จะปรับปรุง พ.ร.บ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยยึดหลักว่าจะให้รายได้รัฐ คงเดิม รายได้รัฐไม่เสียไป แต่เอาสลากการกุศลซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุค แต่ละสมัย ซึ่งก็มีปัญหามาโดยตลอด เราก็อยากให้มันเปึนระบบก็เอาเงินสลากการกุศล เหล่านี้มาใส่เปึนกองทุนแล้วก็กระจายไปให้กองทุนต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนหลักการสําคัญอันหนึ่ง ข้อเสนอของเราก็จึงเสนอประเด็นแรกเลยนะครับ นั่นก็คือการเปลี่ยนปรัชญา สลากกินแบ่งรัฐบาลมาเปึนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม จากการหารายได้เข้ารัฐมาเปึน การหารายได้เพื่อมาทําประโยชน์ในสังคม การเปลี่ยนปรัชญานี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาว่า เราไปเอาเงินที่มันควรจะเปึนของรัฐเหมือนเอียร์มาร์ ก (Earmark) มาใส่กองทุน อย่างกรณี ของ สสส. หรือของไทยพีบีเอส อันนี้เมื่อมีการปรึกษากับคณะกรรมาธิการ ปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เศรษฐกิจ ๑ ก็เห็นว่าชื่อก็ต้องเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ ในการแก้ไขกฎหมายเราก็จึงกําหนดเอาไว้ในมาตรา ๑๑ ว่าให้องค์การสลากมีฐานะเปึน บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังค มที่กระทรวงการคลังถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปก็จะกําหนด กันในกฎหมายให้ชัดเจนว่าก็ออกสลากจํานวน ๕๐ ล้านฉบับ หารายได้เข้ารัฐเหมือนเดิม

แล้วก็ส่วนที่เปึนสลากการกุศลซึ่งทุกวันนี้ก็มีประมาณ ๒๒-๒๔ ล้านฉบับก็เอามาเข้ากองทุน คือไม่ได้ปล่อยให้เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัย ก็คือมาจัดเปึนระบบ เข้ากองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม

หลักการที่ ๒ ก็คือการเอารายได้จากสลากการกุศลในส่วนที่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไหลเข้ามา ในกองทุนนะครับ ก็ให้ไหลเข้าไปในกองทุนอื่น ๆ อีก ๓ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกก็คือกองทุน ที่จัดตั้งโดยกฎหมายซึ่งก็มีท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธานกรรมการของกองทุนเหล่านั้น อยู่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ พม. ก็ให้ไหลไปที่นั่นไม่เกินร้อยละ ๓๐ ซึ่งก็มีกองทุนเด็ก สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และสวัสดิการสังคม นั่นหมายความว่าเงินเมื่อไหลเข้าไปในกองทุนเหล่านั้น กองทุนเหล่านั้นก็นําไปสร้างอาชีพแล้วสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน กลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ ที่อยู่ในกระทรวง พม. นะครับ แล้วรายได้กลุ่มที่ ๒ ก็เอามาแก้ปัญหาหลักของประเทศชาติ อันแรกก็คือลดความเหลื่อมล้ําก็ไปอยู่ในส่วนนั้นนะครับ ก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่งก็เพื่อมาแก้ ปัญหาหลักของประเทศชาติ ก็เช่นเอามาใช้เรื่องการศึกษา เอามาใช้ในเรื่องวิสาหกิจ เพื่อสังคม เอามาใช้เรื่องปัองกันการทุจริต ปัองกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เอามาสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคมที่เราจะตั้งกันขึ้นมา ก็ให้เงินเหล่านี้ ไหลเข้าไปนะครับ อันนี้ถ้าเงินเหล่านี้เอามาแก้ปัญหาหลักของประเทศชำติ แต่ก็ต้องไหลเข้าไปตามกองทุน นั่นก็หมายถึงว่าก็ต้องไหลเข้าไปกองทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งก็กําลังจะออกเปึนกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนพัฒนาภาคประชาสังคมก็กําลังเสนอเปึนกฎหมาย ที่เพิ่งเสนอไปเมื่อสักครู่นี้เองนะครั บ แล้วก็กองทุนที่อยากใช้ปัองกันและ ปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันก็ไหลไปตามนั้นนะครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคม ก็คือเราต้องการที่จะให้การจําหน่ายสลาก เมื่อมันเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมแล้ว การจําหน่ายสลากเราก็เน้นที่จะให้กลุ่มที่จะเข้ามาจําหน่ายสลากก็จะต้องเปึนกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ มาเปึนผู้จําหน่ายสลากรายย่อยนะครับ ส่วนกลุ่มที่จะเปึนผู้กระจายสลาก เราก็ขอให้ตั้งเปึนบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งกําลังจะ ออกมาเปึนกฎหมาย ตอนนี้อยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเลยนะครับ เพื่อให้นายทุนทั้งหลายที่เคยเอาเงินจากสลาก ซึ่งเปึนเงินของคนจนไปเข้ากระเปิาตัวเอง ก็ต้องเอามาทําประโยชน์เพื่อสังคม สามารถที่จะให้ไหลเข้ากระเปิาตัวเองได้ไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ ตาม พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็ปัองกันผู้นํากลุ่ม ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายที่เคยรวบรัดเอาสลาก เอาชื่อคนพิการด้วยกัน เอาชื่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยกันไปขอโควตา แต่ในที่สุดก็เอาโควตาเปึนของตัวเองแล้วก็ไปขาย ยี่ปัูวะเอาเงินเข้า กระเปิาตัวเอง เราก็จะไม่ให้เกิดเช่นนั้น ก็คือใครจะมาเอาสลากไปกระจายให้กับผู้ด้อยโอกาส

ก็ต้องเปึนบริษัทวิสาห กิจเพื่อสังคม ซึ่งก็จะมีองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคมมาดูแลที่จะให้ เอาเงินไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคม แล้วสามารถเอาเข้ากระเปิาตัวเองได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ทีนี้ท่านดูในสไลด์ก็จะเห็นนะครับว่ารายได้ที่จากการซื้อสลาก ๑๐๐ บาท เราก็ยึดตามของ คสช. นะครับ ทุกวันนี้ คสช. ๑๐๐ บาท ๖๐ บาทก็เปึนรางวัลนะครับ ๒๐ บาท ถ้าเปึน ๕๐ ล้านฉบับแรกก็ให้กระทรวงการคลังไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในส่วนที่เปึน สลากการกุศลก็มาเข้ากองทุนไป ส่วนอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ของ คสช. แต่เดิมนั้น มี ๓ เปอร์เซ็นต์ ไปใช้แก้ปัญหาเรื่องการพนัน เนื่องจากเรามีเงินที่จะไหลเข้าไปกองทุน แล้วเอาไปแก้ไขเรื่องการพนันอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๘ ที่เงินมันไหลไปตามที่ต่าง ๆ มันก็จะเอาไปใช้แก้ปัญหาเรื่องการพนันอยู่แล้ว เราก็เลยเอา ๓ เปอร์เซ็นต์นี้มาใ ห้กับ ผู้ขายรายย่อยนะครับ

ก็จะทําให้ผู้ขายรายย่อยถ้าขายสลากไม่เกินราคา ๘๐ บาท แล้วได้รับการจัดสรร ๑๐ เล่ม เดือนหนึ่งก็จะมีรายได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ทําให้สามารถที่จะดํารงชีวิตได้อยู่ดี พอสมควรสําหรับผู้สูงอายุและคนพิการ อันนี้ก็เปึนตัวที่เราปรับปรุงครับ ประเด็นที่ ๔ เราก็ปฏิรูปองค์ การสลากแห่งประเทศไทย ก็คือปรับปรุงให้มีความโปร่งใส ขออภัย ท่านประธานพอดีผมต้องใช้นิ้วคลํามันช้ากว่าลูกตา ก็ช้านิดช้าหน่อยก็ให้อภัยกันได้นะครับ เรื่องต่อไปนั้นที่เราจะพูดก็คือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล การปรับปรุงโครงสร้างนี้ก็เพื่อให้มีความโปร่งใส ให้มีการตรวจสอบ อันนี้ก็จะมีการปรับปรุงก็อยู่ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๔๘ อันนี้ก็เพื่อที่จะให้ กรรมการมาทํางานให้เข้ากับหลักการของวิสาหกิจเพื่อสังคม เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่อง ที่พูดไปแล้ว ก็ตามวัตถุประสงค์ของ คสช. เช่นเดียวกันที่เอา ๓ เปอร์เซ็นต์มาใช้ในการลด ละ เลิกการพนัน เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปครั้งนี้เราก็เน้นเช่นเดียวกัน ซึ่งจะอยู่ใน มาตรา ๒๘ (๓) เราก็ต้องเอาเงินมาใช้ในเรื่องการลด ละ เลิก การพนัน เราเข้าใจดีว่า เราไม่สามารถทําให้การพนันหมดไป เหมือนเหล้า บุหรี่ เราไม่สามารถทําให้หมดไป แต่เราทําให้ มันเพิ่มในสัดส่วนที่ช้าลง อย่าให้มันเพิ่มอย่างรวดเร็ว เรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลก็เหมือนกัน เพิ่มรวดเร็วมากนะครับท่านประธาน ในป้ ๒๕๔๖ สลากกินแบ่งรัฐบาลมีแค่ ๑๔ ล้านฉบับ เปึนการกุศล ๓๐ กว่าล้านฉบับ พอมาในป้ ๒๕๔๙ มีการปฏิวัติก็ยุบสลากการกุศลทั้งหมด เพราะถือว่านักการเมืองเอาไปใช้หาประโยชน์แจกจ่ายพรรคพวกตัวเอง ก็เลยยุบเปึน สลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมด ๕๐ ล้านฉบับ แล้วจากนั้นก็เริ่มมีสลากการกุศลโผล่ขึ้นมาอีก ตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาเปึน ๒๒-๒๔ ล้านฉบับ ทุกวันนี้สลากก็มีอยู่ประมาณ ๗๔ ล้านฉบับ แต่ถามว่าดีมานด์ (Demand) เงินที่สามารถซื้อได้นั้นสามารถซื้อได้ถึง ๑๒๐ ล้านฉบับ ดูได้จากอะไรครับท่านประธาน ก็ดูได้จากทุกวันนี้ขายสลากกันที่ ๑๒๐ บาท เมื่อขายสลาก ๑๒๐ บาท จาก ๘๐ บาท นั่นหมายความว่ากําลังซื้อสามารถซื้อได้เพิ่มจากสลากที่เปึนอยู่ ได้ถึงอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าถึงออกสลากมา ๑๒๐ ล้านฉบับก็ขายหมด เพราะฉะนั้นเราก็จึงต้องเน้นเรื่องที่ลด ละ การพนัน คือจะทําอย่างไรให้การเพิ่มสลากนั้นช้าลง กล่าวโดยสรุปแล้วในการปฏิรูปครั้งนี้ ถือเปึนการปฏิรูปครั้งใหญ่ เราหวังพึ่งได้ก็เฉพาะ ในยุคปฏิวัติเท่านั้นครับท่านประธาน ที่เราจะเอาเงินออกจากมือของนักการเมืองที่เขาจะเอา ไปทําอะไรก็ได้ในรูปสลากการกุศลให้ไหลเข้ามาอยู่ในกองทุน แล้วก็ให้กองทุนกลางนี้

กระจายไปให้กองทุนต่าง ๆ เพื่อลด ละ ปัญหาความเหลื่อมล้ําทางสังคม ก็คือสร้างอาชีพ ให้กับผู้ด้อยโอกาส ให้เอาเงินต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในทางสังคม แล้วก็ไปใช้ในการแก้ไข ปัญหาหลักของประเทศ การปฏิรูปครั้งนี้จะสําเร็จหรือไม่สําเร็จก็อยู่ในมือของ สปช. ยุคนี้ ผมคิดว่าอย่าให้พวกเราต้องรอการปฏิวัติรอบใหม่เลยครับ ขอให้รอบนี้ก็ให้สําเร็จครบถ้วน ปฏิวัติครั้งที่แล้วก็สําเร็จนิดหน่อยแต่ไปตกที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าครั้งนี้เรารอบคอบ ถ้าเราช่วยทําอย่างถึงที่สุดเราก็จะเอาเงินที่มันควรจะเอามาใช้ประโยชน์ในสังคมให้เกิด ประโยชน์กับสังคมจริง ๆ ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ