พลเดช เสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมภาคประชาสังคม

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๑ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

พลเดช ปนประทีป รายงานเรื่องงบประมาณเพื่อส่งเสริมการจัดการที่อยู่อาศัยแบบสิทธิรวมหมู่ พัฒนาระบบสนับสนุนจากภาครัฐ และเสนอให้มีกลไกนโยบายระดับชาติดูแลภาพรวม รวมถึงนำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ.... เพื่อสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมทั้งบริการ หลักประกัน และการช่วยเหลือทางสังคม โดยเน้นบทบาทของภาคประชาสังคมที่หลากหลายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

นายพลเดช ป่ืนประทีป กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม พลเดช ป่ืนประทีป สปช. หมายเลข ๑๕๒ เพื่อต่อเรื่อง ในการนําเสนอผมขออนุญาตเสนอรายงานใน ๓ ประเด็นครับ เรื่องของประเด็นการปฏิรูป ระบบสวัสดิการสังคมมีส่วนที่ ๔ ส่วนที่ ๕ และส่วนที่ ๖ ดังนี้นะครับ ในส่วนที่ ๔ นั้น เปึนเรื่องสั้น ๆ ครับ เปึนเรื่องระบบสวัสดิการที่อยู่อาศัย ในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการของเรา ได้ทําการศึกษาไว้เพียงเบื้องต้นเท่านั้นครับ เพราะว่ามีระยะเวลาที่สั้น ขณะนี้ก็หมดเวลาแล้ว ก็ได้แค่เพียงกรอบแนวคิดโดยมีกรอบแนวคิดที่สําคัญอย่างนี้นะครับ ว่าสวัสดิการเรื่องของ ที่อยู่อาศัยนั้น ในขณะนี้มีหลายหน่วยงานดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเปึน พอช. ก็ดูแลในเรื่องของ โครงการบ้านมั่นคงที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงนะครับ การเคหะแห่งชาติก็ดูแลเรื่องของ โครงการเคหะชุมชน แล้วก็เคหะท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งหลาย รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ดูแลในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยของคนยากคนจน ภาคประชาสังคม มูลนิธิต่าง ๆ ทั้งหลายเขาก็ทําอย่างนี้เหมือนกันนะครับ ดังนั้นในกรอบความคิดของเรา ก็คือว่าเราเห็นว่าควรจะมีการออกกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องการจัดการที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย สําหรับคนจนนะครับ ให้สามารถเชื่อมโยงในทุกโครงการ ทุกองค์กร ประเภทต่าง ๆ ทั้งหลายที่ทําอยู่นะครับ ซึ่งจะมีรูปแบบในการไปส่งเสริมพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งชุมชน กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการร่วมกัน รัฐสนับสนุนนโยบายและสนับสนุน

งบประมาณบ้างนะครับ ส่งเสริมรูปแบบการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยแบบสิทธิรวมหมู่ หรือการพัฒนาระบบสนับสนุนจากภาครัฐและที่สําคัญที่สุดอีกอันหนึ่งครับ ก็อาจจะต้อง มีกลไก นโยบายระดับชาติที่มาดูแลในภาพรวมตรงนี้นะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตรายงาน เพียงสั้น ๆ ประมาณนี้นะครับ ในส่วนที่ ๕ เปึนเรื่องของการส่งเสริมความเข้มแข็ง ภาคประชาสังคม แล้วก็จะมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... เข้ามาด้วยนะครับ เรื่องระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศเรานั้น ประเทศไทยเรา ได้รับหลักการไปแล้วนะครับว่ามีทั้งในส่วนที่ เปึนการบริการทางสังคม ในส่วนเรื่องของ หลักประกันทางสังคม เรื่องของการช่วยเหลือทางสังคม แล้วก็ในส่วนที่เปึนหุ้นส่วนทางสังคม โซเชียล พาร์ตเนอร์ชิป (Social partnership) ภาคประชาสังคมก็จะมีบทบาทอยู่ในส่วนนี้ ภาคประชาสังคมนั้นเปึนองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ แต่ว่าทํางานเพื่อประโยชน์สังคม ประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ส่วนรวมนะครับ ภาคประชาสังคมจึงมีองค์กรที่หลากหลายอยู่ในประเภทนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรภาคประชาชน หรือแม้แต่องค์กรซีเอสอาร์ (CSR) แล้วก็กลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ ทั้งหลายนะครับ การส่งเสริมให้เกิดภาคประชาสังคมที่มีความเข้มแข็งและเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและพัฒนาประเทศชาติในด้านต่าง ๆ ถือเปึนการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้ สามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้นะครับ

แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่ผ่านมาและที่ดํารงอยู่ประการหนึ่งคือรัฐและรัฐบาลยังไม่เคยมี นโยบายในการสนับสนุนที่เปึนรูปธรรมในด้านนี้เลย ขาดหน่วยงานและขาดกฎหมาย ขาดงบประมาณรองรับสนับสนุนการดําเนินงานของภาคประชาสังคม ตรงนี้ก็ทําให้อยู่ในสภาพ ที่อาจจะอคติต่อกันและไม่สามา รถที่จะเชื่อมประสานเข้าหากันเปึนพันธมิตรกันได้จริง ดังนั้นข้อเสนอในเรื่องนี้จึงสร้างความเข้มแข็งของพันธมิตรทางสังคมที่ว่านี้ มีข้อเสนอ แนวทางการปฏิรูประบบเพื่อส่งเสริมภาคประชาสังคมเปึนหุ้นส่วนการพัฒนาระบบสวัสดิการ สังคม แล้วก็การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ๕ แนวทาง แนวทางที่ ๑ นั้นเปึนแนวทาง สนับสนุนให้ประชาชนมีการรวมตัวกันเปึนภาคประชาสังคมในรูปแบบในกลุ่มองค์กร เครือข่ายต่าง ๆ เพื่อทํางานประโยชน์กับสาธารณะ แนวทางที่ ๒ เปึนแนวทางที่ต้องสร้าง ระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในภาคประชาสังคม ที่ท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายในช่วงกฎหมาย ฉบับที่แล้ว ตรงนี้ก็เปึนภารกิจอันหนึ่งที่จะต้องมีการสร้างระบบธรรมาธิบาล เราจะสร้าง ระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในภาคประชาสังคมได้นั้นรัฐจะต้องส่งเสริม จะต้องไปพัฒนา จะต้องไปจัดระเบียบ อย่างนี้ก็ต้องมีเครื่องมือและช่องทางเฉพาะในการที่จะทําให้เข้าถึง เข้าใจ แล้วก็ไปร่วมพัฒนากับเขาได้ แนวทางที่ ๓ เปึนแนวทางส่งเสริมหรือเสริมสร้าง ศักยภาพในการทํางานขององค์กรภาคประชาสังคม หมายความว่าเรื่องของคาพาซิตี บิลดิง (Capacity building) นั้นก็เปึนเรื่องสําคัญที่เขาขาด ทางภาครัฐสามารถช่วยได้ แนวทางที่ ๔ เปึนแนวทางในการสร้างความเปึนหุ้นส่วนในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แนวทางที่ ๕ เปึนแนวทางการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดําเนินงานของภาคประชาสังคมในรูปแบบ ในกระบวนการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสม ในแนวทางดังกล่าวทั้ง ๕ ประการนี้ ได้มีการทํางานร่วมกันกับทางรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ล่าสุดนี้มีความก้าวหน้าล่าสุดครับ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวานนี้เอง วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้วนะครับ ตามระเบียบนี้จะมีการตั้งองค์กรขึ้นมาในการที่จะทําหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ดังกล่าวนะครับ ดังนั้นการที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม ตามร่างกฎหมายที่เสนอมานี้จะเปึนเครื่องมือที่ไปหนุนเสริม และต่อยอดกันอย่างพอเหมาะพอเจาะและถูกจังหวะมากนะครับ สําหรับสาระสําคัญ

ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มีดังนี้ เรื่องแรกก็เปึนเรื่องของการกําหนดนิยามที่เกี่ยวข้อง ให้มีความชัดเจน ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมภาคประชาสังคมเปึนกลไกนโยบายและจะเปึน กลไกที่จะดูแลระบบธรรมาภิบาลที่ว่าด้วย ให้มีสํานักงานส่งเสริมเปึนหน่วยงาน ขนาดเล็ก สํานักงานนี้ถ้าหากว่ามีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่ออกเมื่อวานนี้ตรงนี้ก็จะเปึน จุดเริ่มต้นของหน่วยงานนี้ได้ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของผู้บริหาร เรื่องของการตั้งกองทุน ส่งเสริมภาคประชาสังคม เรื่องของการกําหนดเปัาหมายในการไปส่งเสริมภาคประชาสังคม กําหนดคุณสมบัติต้องห้ามและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนกับองค์กรภาคประชาสังคม กําหนดให้มีระบบบัญชีการตรวจสอบและการประเมินผล อันนี้ก็โดยประมาณของ เนื้อหาสาระของด้านกฎหมายฉบับนี้ รายละเอียดก็จะมีอยู่ในเอกสารที่ประกอบนะครับ ผมขออนุญาตไปเรื่องสุดท้ายสําหรับของผม คือในส่วนที่ ๖ ในส่วนที่ ๖ ก็เปึนส่วนสั้น ๆ ครับ เปึนเรื่องการปฏิรูปกลไกบริหารจัดการระบบสวัสดิการของประเทศ เนื่องจากว่าขณะนี้ เรื่องของระบบการจัดสวัสดิการสังคมของประเทศนั้นมี ๔ เสาหลัก แล้วมีกฎหมายต่าง ๆ ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องอยู่ถึง ๗๐ ฉบับ มี พ.ร.บ. อยู่ ๗๐ ฉบับมันมีมาก แล้วมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบมากมาย ตรงนี้ในคณะกรรมการของเราได้ทําการศึกษาในเบื้องต้น แต่ก็หมดเวลาเสียก่อน เรามองเห็นว่าอาจจะต้องมีการคิดถึงเรื่องของการมีกฎหมำยกลาง ที่จะเปึนตัวเชื่อมประสาน ต้องมีการทบทวน ดูความซ้ําซ้อน ดูการทับซ้อน ดูการซ้ําเสริม ดูการหนุนเสริมต่าง ๆ ให้ดีนะครับ แล้วก็บูรณาการกัน ก็ทําได้เพียงแค่นี้ครับหมดเวลา เสียก่อน ขอบคุณท่านประธานครับ