วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นำเสนอเรื่องสวัสดิการกลุ่มเป้าหมายคนพิการ โดยพูดถึงปัญหาและวิธีแก้ปัญหา และเสนอแนวคิดในการกำหนดมาตรฐานบริการและสนับสนุนเงินเพื่อจัดตั้งศูนย์บริการทั่วไปที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมและท้องถิ่น เพื่อจัดบริการสวัสดิการให้กับคนพิการ โดยมีเครือข่ายด้านคนพิการจากภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ และศูนย์การศึกษาพิเศษสําหรับคนพิการ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ จะนําเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการกลุ่มเปัาหมาย คนพิการนะครับ ปัญหาและวิธีแก้ปัญหาเราได้พูดมาแล้ว และที่ประชุมแห่งนี้ได้เห็นชอบ
คือปัญหาของคนพิการเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการนั้นคือการทําสวัสดิการที่มีอยู่แล้วในกฎหมาย จากกระดาษให้เปึนจริง คือให้คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายนั้นอย่างแท้จริง แล้วก็ทั่วถึง ซึ่งเราได้เสนอว่าจะต้องมีประมาณ ๔ เรื่องที่จะทําให้สวัสดิการของคนพิการนั้น เปึนจริงอย่างทั่วถึง ก็มี ๓ เรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย แล้วก็เรื่องหนึ่งก็เปึนเรื่องในเชิง นโยบายซึ่งผมจะขอพูดเชื่อมโยงไปถึงหลักการของกฎหมายไปในเวลาเดียวกัน เพื่อจะได้ให้ ที่ประชุมนี้มีเวลาในการแสดงความคิดเห็ นและเสนอแนะต่อไป เรื่องแรกนั้นก็คือ เปึนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อที่จะทําให้สวัสดิการของคนพิการนั้นทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ก็โดยเฉพาะการเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ตามมาตรา ๒๐ (๖) นั้นได้พูดถึง สภาพแวดล้อมในเรื่องอื่นแต่ตกเรื่องสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็จึงได้ มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเดิมในมาตรา ๒๐ (๖) ตามร่างใหม่นี้ก็จะเสนออยู่ใน มาตรา ๒๐ เช่นเดียวกัน อันนี้ก็ทําให้สวัสดิการการเข้าถึงนั้นครบถ้วนในเรื่องสภาพแวดล้อม อันเปึนสาธารณะ บริการสาธารณะ สิ่งอํานวยความสะดวก การช่วยเหลืออื่นใด ที่สมเหตุสมผล แล้วก็มีการปรับปรุงมาตราอื่น ได้แก่ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ก็ขอท่านดู มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ประกอบไปด้วย มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ นั้นเปึนการไปกําหนดให้ฝัืง ผู้ที่มีหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานของสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะ แล้วก็กําหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เ ปึนเจ้าของสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะได้จัดทํา สภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะนั้นให้เอื้อกับทุกคนด้วย อันนี้ก็เปึนการเสนอในกฎหมายว่า หน่วยงานของรัฐ เช่นหน่วยงานของรัฐเปึนเจ้าของอาคารสถานที่สาธารณะก็ต้องทําอาคาร สถานที่สาธารณะให้เอื้อกับทุกคน หน่วยงานที่เปึนเจ้าของขนส่งสาธารณะก็ต้องทําขนส่ง สาธารณะให้เอื้อกับทุกคน เมื่อเอื้อกับทุกคนคนพิการก็ใช้ได้อย่างที่เราเคยได้เสนอมาแล้ว เพียงแต่ในครั้งนี้เอาตัวกฎหมายมาให้เห็นว่าเราได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อที่จะให้คนพิการ สามารถเข้าถึง ซึ่งก็รวมคนทั่วไปด้วย เพราะคนพิการเข้าถึงได้ คนทั่วไปก็เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ในสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะ ซึ่งก็เสนอปรับปรุงกฎหมายในส่วนนี้ ผมทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้แก่ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ท่านสามารถดูประกอบไปด้วย เรื่องที่ ๒ นี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็เกี่ยวกับเรื่องการเร่งการจัดตั้ง และพัฒนาศูนย์บริการ คนพิการทั้งระดับจังหวัด และศูนย์บริการคนทั่วไป ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัดนั้น ได้พูดไปแล้ว อันนี้เปึนส่วนราชการ ก็คือเปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่จะเข้ามากํากับดูแล
กําหนดมาตรฐานของบริการ แล้วก็เปึนการสนับสนุนเงินเพื่อให้ศูนย์บริการทั่วไปรับไปทํา ศูนย์บริการทั่วไปนั้นเราก็เน้นภาคประชาสังคมกับท้องถิ่นที่จะเข้ามาช่วยกันทําศูนย์บริการ เพื่อจัดบริการเกี่ยวกับสวัสดิการให้แก่คนพิการ ซึ่งก็จะมีเครือข่ายด้านคนพิการกับ ภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐอื่น อย่างเช่นศูนย์ การศึกษาพิเศษสําหรับคนพิการที่ดูแล เรื่องการศึกษา ก็อาจจะมาเปึนศูนย์บริการที่จะเข้าไปสร้างอาชีพให้กับผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งผู้ดูแลนั้นเปึนผู้ที่ยากจน ก็อาจจะมาจัดเปึนศูนย์บริการเข้าไปฝ๊กอาชีพ แล้วก็ดูแลให้มี การกู้ยืมเงินเพื่อไปประกอบอาชีพโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
อันนี้หน่วยงานรัฐอื่นที่มีบริการอื่นแล้วก็มาจัดสวัสดิการที่คนพิการและผู้ดูแลควรจะได้ ก็สามารถช่วยกันทําได้ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายแห่งก็ยินดีที่จะเข้ามาทํา กฎหมายนี้ก็เป่ดโอกาส เพราะเราเชื่อว่าต่อไปภายภาคหน้า เรื่องบริการต่าง ๆ ก็ต้องไปพึ่งพิงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้กฎหมายก็เขียนเอาไว้ แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องเชิงนโยบาย ได้มีการเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติในวันที่ ๒๘ ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยที่จะเสนอ ครม. เร่งที่จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ระดับจังหวัดแล้วก็เร่งช่วยเหลือสนับสนุนให้เกิดศูนย์บริการ ทั่วไป เพราะศูนย์บริการทั่วไปนี้จะขึ้นมาช่วยรัฐในการที่จะไปจัดบริการเรื่องสวัสดิการให้แก่ คนพิการ อันนี้ก็เปึนมาตรการที่ ๒ ที่เราได้ดําเนินการซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย เรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายอีก ๒ เรื่อง อันนั้นก็คือพัฒนาระบบขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม กับเรื่องกองทุนให้เปึ นนิติบุคคล ๒ มาตรการนี้เราได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เช่นเดิม ในส่วนที่เกี่ยวกับการขจัด การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมนั้นก็เพียงแต่ปรับปรุงกฎหมายยกระดับจากอนุ กรรมการ ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมมาเปึนคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม แล้วก็เพื่อให้คณะกรรมการนี้ทํางานได้ดีเหมือนในอารยประเทศ เราเลยกําหนดให้ประธาน ของคณะกรรมการนี้ทํางานเต็มเวลา ได้รับค่าตอบแทนตามที่กําหนดในกฎหมาย ซึ่งอาจจะเปึนพระราชกฤษฎีกาหรือด้วยข้อตกลงกับกรมบัญชีกลางก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ที่จะ เป่ดช่อง นอกจากนั้นก็กําหนดไว้ชัดว่าให้ทั้งหน่วยงานราชการและกองทุนนี้เข้ามาสนับสนุน ทรัพยากรเพื่อให้คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมนี้เข้ามาทํางานได้อย่าง เต็มที่ คณะกรรมการนี้จะช่วยให้คนพิการได้รั บสวัสดิการอย่างทั่วถึง เช่นคนพิการ ไปขอเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนปฏิเสธก็สามารถที่จะร้องว่าถูกเลือกปฏิบัติได้ หรือไปสมัครทํางานไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนแล้วถูกปฏิเสธ เพราะเหตุแห่งความพิการ อันนี้ก็มาร้องได้ หรือคนพิการติดเตียงบางคนได้พี เอ (PA) แต่บางคนไม่ได้ คนที่ไม่ได้ก็สามารถที่จะมาร้องได้ว่า ตัวเองถูกเลือกปฏิบัติ แล้วเราต้องให้ คณะกรรมการนี้ทํางานในเชิงรุกคือเข้าไปส่งเสริมให้ศูนย์บริการเข้าไปดูแลว่าสวัสดิการที่เกิด ไม่ทั่วถึงหรือสิทธิคนพิการไม่ทั่วถึงนี้ ถ้าเกิดจากเลือกปฏิบัติศูนย์บริกา รก็จะได้ทํางาน เปึนเครือข่ายร้องเรียนเข้ามา แล้วเข้าไปไกล่เกลี่ยตามกระบวนการทํางานในเชิงรุก
ให้สิทธิสวัสดิการทั่วถึง เรื่องสุดท้ายก็คือให้กองทุนเปึนนิติบุคคล เพื่อสามารถทํางาน ในเชิงรุกได้ เพราะว่าทุกวันนี้กองทุนเปึนส่วนของราชการก็จะอิงกับระเบียบราชการเปึนหลัก แล้วก็มีงานอื่นเปึนจํานวนมากจึงทําให้ไม่สามารถที่จะมาขับเคลื่อนกองทุนให้ทํางาน ในเชิงรุก เราจึงเห็นว่าถ้ากองทุนเปึนนิติบุคคล มีผู้จัดการที่เปึนมืออาชีพ แล้วก็มีคณะทํางาน บุคลากร ช่วยกันทํางานในเชิงรุกเข้าไปสนับสนุนให้ศู นย์บริการเข้มแข็ง แล้วก็จัดบริการ ให้กับคนพิการโดยเฉพาะในชนบทหรือร่วมกับท้องถิ่นจัดบริการสวัสดิการให้กับคนพิการ ในชนบทได้ก็จะเปึนประโยชน์อย่างมาก
ด้วยเหตุนี้เราจึงขอให้เปึนนิติบุคคล ในเรื่องกองทุนเปึนนิติบุคคลไม่ใช่แต่กองทุนคนพิการ กองทุนผู้สูงอายุก็ได้ทราบข่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ให้ทีมงานกําลังที่จะยกร่าง ที่จะทําให้กองทุนผู้สูงอายุเปึนนิติบุคคลเช่นเดียวกัน อันนี้ก็เปึนเรื่องที่จะช่วยกันขับเคลื่อน ภาคประชาสังคมมาจัดสวัสดิการให้กับคนพิการให้อย่างทั่วถึง ผมขอตอกย้ําอีกครั้งหนึ่ง ถ้าชุมชนเข้มแข็งในแอเรีย เบส (Area based) อย่างที่คุณฑิฆัมพรเสนอไปแล้ว รวมทั้ง ท้องถิ่ นด้วยเข้มแข็ง และเครือข่ายคนพิการก็คือชุมชนกลุ่มเปัาหมายเข้มแข็ง แล้วก็มาร่วมมือกันทําแล้วก็ลุยเรื่องสวัสดิการให้แก่คนพิการ เราเชื่อว่าพลังของพลเมือง ภาคประชาสังคมก็จะมาช่วยกับภาครัฐที่จะขับเคลื่อนให้สวัสดิการของคนพิการ ที่มีอยู่ในกระดาษเปึนกฎหมายแล้วเกิด ขึ้นมาเปึนจริงให้เปึนบริการแก่คนพิการได้ อันนี้ในส่วนของคนพิการนะครับ ซึ่งเราก็มีเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอยู่เหมือนกัน ในเรื่องขจัดหรือปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมก็มีอยู่ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๓๕ ส่วนกองทุนนะครับ เรื่องกองทุนเปึนนิติบุคคลนั้ นก็มีอยู่ ในหลายมาตราเช่นเดียวกับที่เราได้เสนอเอาไว้ กองทุนที่เปึนนิติบุคคลนั้นก็จะมีอยู่ใน มาตราต่าง ๆ อันนี้ก็ขอท่านช่วยดู ผมไม่ทราบว่าเพาเวอร์พอยต์มีหรือเปล่าครับ อันนี้ก็เปึน เรื่องที่เราจะเสนอ ถ้าในเรื่องนิติบุคคลนั้นก็จะอยู่แถวมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ ท่านลองช่วยดู รวมทั้ง มาตรา ๔๐ ช่วยเสนอแนะด้วย จริง ๆ ร่างกฎหมายนี้ได้เคยเข้าสภาในยามที่รัฐบาล ปกติแล้ว แต่สภาเห็นว่าในครั้งนั้นเกินหลักการที่รัฐบาลเสนอมาก็เลยไม่เห็นด้วย บอกว่า ให้ไปยกร่างมาใหม่ให้มีหลักการ แล้วก็ให้รัฐบาลเสนอมาใหม่ ผมก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่า เรื่องของคนพิการเรายังไม่เคยได้อะไรจากรัฐบาลที่เปึนปกติเลย เราได้จากการปฏิวัติทั้งนั้น ท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจครับ ฉบับแรกป้ ๒๕๓๔ ก็ รสช. ครับ เราปรับปรุงครั้งใหญ่ ป้ ๒๕๔๙ ผมก็หวังว่าครั้งนี้ก็คงจะมีการปฏิ รูปเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายอะไรดี ๆ ให้กับ คนพิการเช่นเดียวกัน ทีนี้ในกลุ่มเปัาหมายอื่นก็คือกลุ่มชายขอบก็คือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เราก็เสนอเปึนเชิงนโยบายว่ากลุ่มคนไร้รัฐ คนไร้สัญชาติ ที่อยู่ในประเทศไทยเปึนเวลานาน มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้วเราก็เสนอว่า ๑. ก็ต้องเร่งรัดในการพิสูจน์สัญชาติว่า เมื่อเปึนสัญชาติไทยแล้วก็ต้องให้สัญชาติ เพราะหลายคนอยู่ในข่ายได้สัญชาติแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติก็เกิดจากกระบวนการทํางานที่ล่าช้า เราก็ต้องมาเร่งในเชิงนโยบายว่า
จะต้องเร่งให้คนที่เขาเปึนคนไทย แล้วเขามีสิทธิได้สัญชาติไทยอยู่แล้วก็ต้องให้เขาได้โดยเร็ว ส่วนคนที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว พิสูจน์แล้วเขาไม่พึงจะมีสัญชาติไทยแต่เปึนสัญชาติอื่น ก็อยากให้รัฐบาลเร่งรัดประสานกับรัฐบาลซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนประเทศข้างเคียงเรา ก็อยู่ในกลุ่ม อาเซียนให้สัญชาติกับบุคคลเหล่านั้นด้วย เพราะว่าถ้าได้สัญชาติไทยก็มีสิทธิได้สวัสดิการ ตามกฎหมายไทยครบถ้วน ถ้าเปึนสัญชาติอื่นเขาก็จะได้มีหลักฐานมาขออนุญาต เช่น เวิร์ก เพอร์มิท (Work permit) ทํางานในประเทศไทย สามารถเข้าออกประเทศไทย ได้อย่างเรียบร้อย ไม่ต้องแอบ แล้วก็ตกเปึนวัตถุของการค้ามนุษย์ไป
ส่วนอยู่ในระหว่างรอพิสูจน์สัญชาตินั้น สวัสดิการที่พึงมีพึงได้ก็ควรให้ ได้ตามหลัก สิทธิมนุษยชน เช่น เรื่องการศึกษา จริง ๆ ทุกวันนี้เราก็ให้อยู่แล้ว และเรื่องรักษาพยาบาล ทุกวันนี้ก็มีการให้อยู่แล้ว ซึ่ง สปสช. ก็เห็นชอบที่อยากจะให้การรักษาพยาบาลเหล่านี้ ก็เพียงแต่รอรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเรื่องเงินในส่วนนี้ด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เปึน จํานวน ที่มากมาย อันนี้ก็เปึนรายงานแล้วก็สรุปหลักการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการ กลุ่มเปัาหมายของคนพิการและกลุ่มเปัาหมายของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ผมก็ได้แต่หวังว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติของเรานี้จะช่วยเป่ดโอกาสให้กลุ่มคนพิการเขาลุกขึ้นมาจัดสวัสดิการ ของเขาร่วมกับชุมชนในพื้นที่และท้องถิ่นได้ลุกขึ้นมาช่วยกันจัดสวัสดิการให้กับคนพิการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ผมขอฝากอนาคตของคนพิการไว้ในมือของทุกท่าน ขอบคุณมากครับ