กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ เสนอการสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคมและดูแลเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะเด็กอายุ 0-5 ปี และเสนอให้รัฐบาลมุ่งงบประมาณในการดูแลเด็กในครอบครัวยากจน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาคประชาสังคมและองค์กรเอกชนในการดำเนินโครงการด้านเด็กและเยาวชน
เรียนท่านประธาน ดิฉัน กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ สมาชิกหมายเลข ๐๐๔ จังหวัดพิษณุโลก ดิฉันเองเห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่ง ๒ ส่วนนี้ก็คือมันจะเปึน ส่วนของการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม แต่ว่าสิ่งที่อยากจะ เสนอเพิ่มเติม แล้วก็กล่าวถึงในวันนี้คือประเด็นเรื่องของเด็กปฐมวัย ดิฉันเองมาอ่านเอกสาร ในหน้า ๔๔ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ทํามานี่ ในหน้า ๔๔ ใน ๕.๓.๓ นี่มันจะมีข้อมูล ที่สําคัญที่ไม่อยากละเลยแล้วก็อ ยากจะหยิบมาพูดก็คือเรื่องของการดูแลเด็กเล็ก ใน ๐-๕ ป้ เขาบอกว่ามันเปึนยุคทองของ พัฒนาการเรียนรู้ แล้วก็เปึนช่วงเวลาสําคัญ ที่สมองมีการพัฒนาการสูงสุดที่จะมีผลต่อสติปัญญา บุคลิกภาพ และความฉลาดทางอารมณ์
แล้วก็การลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เด็กเล็กนี่ถือเปึนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และต่อมาในส่วนของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลก็ยังพูดถึงว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัย จะได้ผลตอบแทนกลับคืนในอนาคตถึง ๗ เท่า ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองอยากจะให้เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ เปึนความสําคัญของรัฐบาลแล้วก็ทุกระดับเลยว่าทุกวันนี้เรามีการลงทุนในเรื่องต่าง ๆ มากมาย แต่การลงทุนในเด็กปฐมวัยของประเทศไทยจากรายงานศึกษาหน้า ๔๕ บอกว่า ของเราน้อยมากเลย มีเพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เราได้มีการลงทุนให้กับเด็กปฐมวัย แม้แต่ในกลุ่ มเด็กในกลุ่มวัยอื่น ๆ ก็มากกว่าเด็กปฐมวัยทั้งหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะมีข้อเสนอฝากไปให้ทางท่านกรรมาธิการส่งไปถึงทางรัฐบาลว่ามันจะต้องมี เรื่องของการอุดหนุนเงินให้กับเด็ก แต่ตอนนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีที่รัฐบาลได้ให้การสนับสนุน เงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดคนละ ๔๐๐ บาทต่อเดือน ให้กับครอบครัวยากจนที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ครอบครัวที่ไม่มีที่ดินทํากินและมีภาวะพึ่งพิง เช่น มีคนพิการ มีผู้สูงอายุ หรือเปึนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ว่าจะมีการดําเนินการเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมนี้ จะใช้ระยะเวลาเพียง ๑ ป้ ก็คิดว่าจะเปึนเรื่องของการทดลองดําเนินการ แต่สิ่งที่จะฝากไปถึง รัฐบาลไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลต่อไป ก็คือมันเปึนเรื่องจําเปึนที่เราควรจะต้องให้ การสนับสนุนมากกว่านี้ในการลงทุนสําหรับทรัพยากรมนุษย์ของเรา ซึ่งต่อไปจะต้องเติบโต เปึนกําลังสําคัญในการที่จะพัฒนาประเ ทศ ดิฉันว่าเราไม่น่าเสียดายกับงบประมาณ ที่จะลงทุน ดิฉันเสนอว่าอยากจะให้ขยายการอุดหนุนว่าหลังจาก ๑ ป้ไปแล้วที่รัฐบาล ได้ดําเนินการนี่ให้ขยายต่อไปตลอดไปเลยว่าเปึนเรื่องที่ถือเปึนอันดับ ๑ ที่ควรจะต้อง มุ่งงบประมาณเข้ามาดูแลส่วนนี้ แล้วไม่ใช่ว่าดูแลแค่เด็กแรกเกิ ดนะคะ ตอนนี้โครงการ ของรัฐบาลได้ดูแลแต่เฉพาะเด็กแรกเกิด แต่อยากขยายให้ไปถึงเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ป้ เพราะดิฉันว่าวัยเริ่มต้นเปึนวัยที่สําคัญ ก็อย่างที่มีรายงานศึกษาที่กล่าวมาให้มีการดูแล ท่านอาจจะคิดว่างบประมาณนั้นจะต้องใช้ในหลายเรื่องก็อาจจะใช้โดยเฉพาะ ในกลุ่มเด็ก ในครอบครัวที่ยากจน ดิฉันเองทํางานอยู่ในต่างจังหวัดมาตลอดได้เห็นสภาพของครอบครัว ที่วันนี้ไม่ใช่แค่พ่อแม่ดูแลเด็ก เปึนปู์ย่าตายายเลี้ยงดูเด็ก และปู์ย่าตายายเหล่านั้นก็ยากจน พ่อแม่ไปไหนก็ไม่ทราบ ขณะเดียวกันถึงมีพ่อมีแม่แต่พ่อแม่ก็มาทํางานกรุงเทพฯ ทํางาน ต่างจังหวัด ก็ยังทิ้งให้เด็กอยู่ในความดูแลปู์ย่าตายาย แล้วเปึนเด็กวัยต้นทั้งนั้นเลย ถามว่า ปู์ย่าตายายเหล่านั้นเขาจะมีกําลังที่จะดูแลไปได้ขนาดไหน ก็เลี้ยงไปตามมีตามเกิด แล้วถามว่า
อนาคตของประเทศชาติจะไปอยู่ตรงไหน ต้องฝากในเรื่องตรงนี้ว่าต้องยอมลงทุนงบประมาณ ในเรื่องนี้ในการจะอุดหนุนโดยเฉพาะครอบครัวเด็กที่ยากจน ครอบครัวที่มีสภาพเปราะบาง ส่วนเรื่องที่ ๒ เรามักจะถามเสมอว่าในการเสนอต่าง ๆ มีเจ้าภาพอยู่ตรงไหน เจ้าภาพก็คือ เจ้ากระทรวงต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ก็จะมีกระทรวงการพัฒนาสั งคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เขามีกรมกิจการเด็กและเยาวชน แต่ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าจุดอ่อนของบ้านเราก็คือ พอเจ้ากระทรวงรับผิดชอบในเรื่องไหนก็มักจะเปึนเจ้าข้าวเจ้าของเรื่องของตัวเอง แต่ไม่เคย ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้กับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม หรือองค์กรเอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมตรงนี้ หรือแม้แต่กระทรวงอื่น ๆ ก็ไม่ได้เข้ามามากมายเท่าไร เพราะฉะนั้นอยากจะ ให้เสนอว่าถึงมีเจ้าภาพก็ต้องมีกรรมการระดับชาติที่จะมาดูแล และเจ้าภาพนั้นต้องทําหน้าที่ แค่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน ต้องจํากัดบทบาทตรงนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นท่านก็จะลงไป ทําเอง ท่านก็จะเอางบประมาณไปจัดการเองแล้วก็ทําของท่านแต่เพียงผู้เดียว อีกนิดหนึ่งนะคะ สนับสนุนเรื่องที่เมื่อกี้ท่านอภิปรายได้พูดถึงยุทธศาสตร์การวิจัยเชิงพัฒนาที่มีการติดตามเด็ก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงขณะนี้ก็ ๑๑ ขวบแล้ว ดิฉันว่าควรจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วอยากให้มียุทธศาสตร์นี้อย่างมากเลยเพื่อที่จะช่วยให้เราได้ทราบถึงว่าการที่จะดูแลเด็ก อย่างมีคุณภาพนั้นจะเปึนไปได้อย่างไร และจะนําไปสู่ในเรื่องของการวางแผน ในการที่จะ พัฒนากําลังคนของประเทศชาติในอนาคต ขอบคุณค่ะ