รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๕๗/๒๕๕๘
วันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระการประชุม ผมจะขอให้ท่านสมาชิกได้ยกประเด็นปรึกษาหารือก่อนนะครับ อย่างที่เคยปฏิบัติ ท่านละ ๒ นาที ที่ลงชื่อไว้ขณะนี้นะครับ มีคุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ คุณชาลี เจริญสุข คุณโกวิทย์ ทรงคุณ รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ เท่านี้ก่อนครับ เชิญคุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ครับ
กราบสวัสดีท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านครับ ผม ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ สปช. หมายเลข ๐๗๑ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรไปนี้ผมคิดว่า ผมจะต้องโดนถอนนะครับ โดนถอนคําพูดบ้างบางครั้ง ไม่สุภาพ ท่านครับ ณ เวลานี้ไม่ว่า สื่อมีเดีย (Media) หรือว่าสื่ออะไรก็แล้วแต่ เวลาถ้าเข้าแล้วเผลอเข้าไปนะครับ ผู้ที่มีอํานาจ หรือผู้ที่มีหน้าที่ทําไมไม่จัดการเสียทีในเรื่องหมิ่นเบื้องสูงนี่ครับท่านครับ ทําได้ไหมครับตรงนี้ เพราะผมมาเป่ดเข้าไปทีไรผมฟังแล้วมันเสนียดหูทุกครั้งเลย ต้องป่ด พอเป่ดไปปัูบ พอเห็นหน้าปัูบผมต้องป่ดเลย รู้ทันทีเลยว่าอันนี้ไม่ใช่แล้ว ผมคาดว่าในต่อไปนี้ถ้าเปึนไปได้ ขอให้ผู้ที่มีอํานาจแล ะมีหน้าที่จัดการให้เด็ดขาดเสียหน่อยเถอะครับ ท่านประธานครับ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรบ้างอย่างที่ผมคิดอย่างนี้นะครับ ผมคาดว่าถ้าเปึนไปได้นะครับ ต้องมีมาตรการอะไรสักอย่างใดอย่างหนึ่งที่ผู้ที่มีอํานาจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องวิธีแบบนี้ ยังจัดการไม่ได้สักครั้งเลยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา หมายเลข ๐๕๙
วันนี้ก็ขอหารือเรื่องสําคัญเพราะว่าในเรื่องของการออกกําลังกายนี้ ส่วนใหญ่ผมก็จะไปเดิน วิ่ง แล้วก็ปัืนจักรยาน ทุกครั้งที่มีการจัด แต่ได้เห็นปัญหาหนึ่งซึ่งควรที่จะปฏิรูป ก็คือรถนําขบวนนี่ส่วนใหญ่จะใช้รถที่เปึนรถที่มีคาร์ บอนมอนอกไซด์ ก็คือนําขบวนไป พวกเราก็เดินกันไปก็สูดดมคาร์บอนมอนอกไซด์เข้ามา แล้วยิ่งวันที่ ๑๖ สิงหาคมนี้ ทั่วประเทศ ก็จะมีรถนําขบวนแบบนี้ ก็คือนําขบวนอยู่ใกล้ ๆ นะครับ แล้วก็ปล่อย คาร์บอนมอนอกไซด์ให้เราสูดกัน ผมก็อยากจะแนะนําอยากจะเสนอว่าน่าจะปฏิรูปได้แล้ว ก็คืออยากให้คณะรัฐมนตรีสั่งการ ไม่ว่าจะเปึนทางตํารวจ อยากให้ใช้รถที่ปล่อยมลพิษต่ํา ๆ หรือถ้าเปึนไปได้ ยานยนต์ไฟฟัาคือคําตอบ นั่นคือความบริสุทธิ์ เราต้องนึกถึงสุขภาพของ ผู้ที่ไปออกกําลังกายนี่เขาต้องการอะไรครับ ออกซิเจนที่บริสุทธิ์ แต่ทุกวันนี้สิ่งนี้ไม่ค่อยมี การพูดถึงเลยครับ ผมนี่ประสบกับตัวเองเพราะความรู้สึกว่าถ้ารถนําขบวนแล้วมีควันเยอะ ๆ นี่แทนที่จะทําให้อายุยืนผมว่าอายุจะสั้นลง ก็อยากให้ ครม. นี้ได้มีคําสั่งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการนําขบวนทั้งหลาย นําขบวนนักออกกําลังกาย นักกีฬาเดิน วิ่ง นักกีฬาปัืนจักรยานนี่ ได้คํานึงถึงเรื่องนี้ แล้วปฏิรูปให้เสร็จ เพราะว่าวันนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติของเรานี่ก็เสนอเรื่อง ยานยนต์ไฟฟัาไปแล้ว รัฐบาลรับลูกไปแล้วเรื่องรถเมล์ แต่เรื่องอื่น ๆ อย่างมอเตอร์ไซค์ไฟฟัา ก็น่าจะมารณรงค์ควบคู่กับเรื่องของการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนชาวไทยครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ สมาชิก ๐๑๘ จังหวัดสุโขทัย จะเรียนท่านประธาน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ก็คือเรื่องภัยแล้งของจังหวัดสุโขทัย ตอนนี้แม่น้ํายมไม่มีน้ําเลย ก็อยากจะให้ ทางรัฐบาลช่วยเหลือทางประชาชนให้เอาน้ําแจกจ่ายแก่ชาวบ้านด้วยนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คืออยากจะเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้มีสังสรรค์สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะว่าจะครบวาระเกษียณอายุของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอยู่แล้ว เพราะว่าเหลืออีก เดือนกว่า ๆ ก็จะแยกย้ายกลับไปท้อง ถิ่นของแต่ละคน ก็อยากจะให้มีสังสรรค์ ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ประการหลังนี่รู้สึกเขาเตรียมการกันอยู่ครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอไม้เรียวคุณธรรมและบทท่องจําคืนมา ไม้เรียวนั้นเปึนสิ่งที่มีคุณธรรมในความเปึนจริง หลายคนตีความหมายผิด ครูกว่าจะตีใคร แต่ละคนนั้นต้องใช้เวลาไตร่ตรอง แล้วก็น้ําตาตกในละครับกว่าจะตีแต่ละครั้ง แต่ครูบางคน ที่ทําผิดตีแบบใช้อารมณ์โมโห ไม่มีสติและไม่มีคุณธรรม ก็ควรจะถูกลงโทษตามกฎหมาย ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นไม้เรียวคุณธรรมจึงเปึนเรื่องสําคัญที่จะต้องกลับคืนมา หักไม้เรียวไปแล้ว ก็เอากลับมาได้ครับ เอาไม้เรียวอันใหม่ที่เปึนไม้เรียวคุณธรรม ระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่ผมว่า ควรจะแก้ไข ผมขอเสนอนะครับ นั่นคือไม้เรียวคุณธรรม พวกเราได้ดี ได้ก้าวหน้า มีความรู้ ความคิดเปึนคนดี ส่วนหนึ่งอยู่ที่การกระดิกปลายไม้เรียวของคุณครูนั่นเองนะครับ เรื่องที่ ๒ การท่องจํา หลายท่านอาจจะเข้าใจผิดเรื่องการท่องจํา บทท่องจําที่ไพเราะต่าง ๆ ที่เรา จํากันได้ ไม่ว่าเจ้านกน้อยน่ารักร้องทักว่าไปไหนมา หนูเล็กเด็กชายหญิง หรือแม้แต่ แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างปราดเปรียวเปึนหนักหนา มาจะกล่าวบทไปถึงเทพไทสิงสู่ อยู่พฤกษา เหล่านี้เปึนต้น สิ่งเหล่านี้ยังติดอยู่ในหัวของคนรุ่นเราจนทุกวันนี้ ถามว่า มีประโยชน์ไ หม มีมากครับ นอกจากเราจะมาพูด มากล่าวถึงความไพเราะ งดงาม ได้รับความสุขใจสุนทรียรส สิ่งที่เปึนคติต่าง ๆ มีมากมายในบทท่องจํา เช่น
เราเหมือนช้างงางอกไม่หลอกลวง จํากันได้จนทุกวันนี้ครับ บทท่องจําเหล่านี้ควรจะมี และเสนอกระทรวงศึกษาธิการว่าควรจะเอามาและให้มีมากขึ้น แล้วควรจะเรียนวรรณคดี มากขึ้น ไม่ใช่ตัดตอนเพียงนิดเดียว เด็ก ๆ จะไม่ได้อะไรเท่าที่ควรจะได้ ผู้ใหญ่ที่เปึนผู้ใหญ่ที่ดี จนทุกวันนี้เพราะมีคุณธรรมในบทท่องจําที่เราจําสืบมา ตาคําแกทํานา เรายังจําได้ จนทุกวันนี้ จากอายุประมาณ ๖ ขวบ ๗ ขวบ จน ๖๓ ป้ ๗๐ ป้ยังจําได้ สิ่งเหล่านี้ ผมอยากฝากกระทรวงศึกษาธิการ การท่องจํานั้นท่องจําบทอาขยานหรือบทท่องจํา เปึนสิ่งที่ดี แต่การท่องข้อสอบเพื่อสอบอย่างเด็กปัจจุบันนี้เพื่อสอบให้ได้ ไปเรียนพิเศษนั้น คือการท่องจําที่ไม่ดีเพราะคิดไม่เปึนครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชำติ กระผมมีเรื่องหารือดังนี้นะครับ คือเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษเบตง เนื่องจากทางภาคใต้ มีเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา แต่เบตงที่คณะของเราร่วมกับทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดูมาเมื่อวันที่ ๒๓-๒๕ ตั้งแต่จังหวัดยะลา อําเภอบันนังสตา อําเภอธารโต แล้วก็ที่อําเภอเบตง ก็คิดว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแก้ไข ปัญหาทางภาคใต้ได้ ถ้าประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเบตง ซึ่งจะฝากไปยังรัฐบาล เนื่องจากว่า ทางอําเภอเบตงนั้นติดต่อกับรัฐเปรัคของประเทศมาเลเซีย มีนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค (High tech) ในเรื่องของเครื่องไฟฟัา เพราะฉะนั้นถ้าเราทําในเรื่องของอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง เป่ดทางด้านพาณิชย์บริการ อุตสาหกรรมที่สะอาดที่อําเภอเบตง ซึ่งมีประชากร ๗๐,๐๐๐ คน อยู่ในเขตเทศบาลประมาณสัก ๔๐,๐๐๐ คน และมีประชากรแฝงอีก ก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน มีสาธารณูปโภคที่พร้อม
ขณะเดียวกันเส้นทางที่ไปสู่อําเภอเบตงส่วนใหญ่ผู้ที่จะไปท่องเที่ยวที่อําเภอเบตงจะผ่าน ไปทางประเทศมาเลเซียซึ่งเราพลาดโอกาสมาก เพราะฉะนั้นถ้าได้มีการพัฒนาเส้นทาง จากจังหวัดยะลาถึงอําเภอเบตงซึ่งเปึนทางคดเคี้ยวผ่านอําเภอบันนังสตาผ่าน อําเภอธารโต จนถึงอําเภอเบตง ๑๒๐ กว่ากิโลเมตร ถ้ามีจุดพักรถตรงกลางก็จะทําให้นักท่องเที่ยว ลืมการที่จะต้องคดเคี้ยวไปสามารถใช้เส้นทางในปร ะเทศไทยได้ ขณะเดียวกัน มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะมาก มีทะเลหมอกอัยเยอร์เวง มีอุโมงค์ป่ยะมิตร มีคล้าย ๆ ของ อุโมงค์กู๋จีของประเทศเวียดนาม มีสวนหมื่นบุปผาแล้วมีเขื่อนบางลาง ซึ่งตรงนี้ถ้าสมมุติ ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเบตง จังหวัดยะลา อําเภอธารโต แล้วก็อําเภอบันนังสตาก็จะ ได้ประโยชน์ด้วย ขณะเดียวกันมาตรการก็คือต้องลดด่านตรวจต่าง ๆ ลงซึ่งขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่บ้าง ไม่มีเจ้าหน้าที่บ้าง แล้วก็ใช้ รปภ. นอกเครื่องแบบในการอํานวยความสะดวก หรือคุ้มครอง อันนี้ก็จะได้ประโยชน์ ใช้ป๋นพกแทนที่จะเปึนป๋นยาว จะลดบรรยากาศ ในการที่เหมือนกับเมืองที่กําลังเกิดสงคราม ตรงนี้ผมคิดว่านอกจากทางจังหวัดยะลาจะได้ ประโยชน์แล้ว อําเภอเบตงได้ประโยชน์ อําเภอบันนังสตาแล้วก็อําเภอธารโตได้ประโยชน์ แล้วยังเปึนการช่วยแก้ปัญหาภาคใต้แล้วทําให้เศรษฐกิจภาคใต้ดีขึ้นก็จะลดปัญหา ทางด้านชายแดนลง ก็กราบเรียนหารือฝากไปยังรัฐบาลในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ สปช. จังหวัดยะลา เมื่อสักครู่ สปช. ท่านจิตร์ได้กล่าวถึงจังหวัดของผมนะครับ คือเกี่ยวกับเรื่องนี้เรื่อง ๓ จังหวัด วันนี้ ๑๐ กว่าป้มาแล้วว่าที่เราผ่านเหตุการณ์ว่าสื่อต่าง ๆ ลงว่าเลวร้ายหมด บัดนี้นั้นผมคิดว่าถ้าจะเรียนฝากรัฐบาลไปด้วยว่า ถ้าเราสามารถทํา ๓ จังหวัดนี้โดยเฉพาะเอาจังหวัดยะลาเปึนตัวนําร่องเปึนยะลาโมเดล ในการเอาความมั่นคง นําความมั่งคั่ง ความมั่งคั่งที่เมื่อสักครู่กล่าวมาว่าเราจะทําอย่างไรให้จังหวัดยะลา ไปอําเภอเบตงโดยที่ว่าข้าราชการส่วนใหญ่วันนี้นั้นบางทีลงไปอําเภอเบตงผ่านเข้า ทางอําเภอสะเดาออกทางประเทศมาเลเซียเข้าอําเภอเบตงทําให้ทางจังหวัดยะลาดูแล้ว เปึนสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งว่าเราเปึนจังหวัดแล้วเราส่งเสริมแต่ทางอําเภอเบตงนั่นคือ
อําเภอแล้วอําเภอบันนังสตา อําเภอธารโต อําเภอยะลา อําเภอเมืองแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ระหว่างทางนี้มีหมดเราลืมไปครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนฝากไปทางรัฐบาลว่าความมั่งคั่ง ถ้าให้เกิดในพื้นที่ตรงนี้นั้นความมั่นคงก็จะตามมา สิ่งที่จะทําให้ความมั่นคงตามมาความมั่งคั่ง เราเอาตัวไหนนําผมคิดว่าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเหมือนท่านจิตร์เมื่อสักครู่กล่าวมา แล้วนั้นคือว่า รปภ. ต่าง ๆ นั้นลดป๋นยาว ลดสิ่งที่ดูแล้วมันน่ากลัว ใช้ป๋นสั้น รปภ. ไป หรือใช้ หน่วยกู้ภัยกู้ชีพที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเปึนสมาคมรวบรวมกันเปึนหน่วยดูแลความปลอดภัย ในเส้นทาง ช่วยตรงนี้ เปึนการลดก่อน แล้วตัวนี้สามารถที่จะทําให้เกิดการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นได้ อย่างเช่นผมพาพรรคพวกเราไปเที่ยวเราเดินทางกลางคืนเที่ยงคืน ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มจนถึง เที่ยงคืน สว่างเช้าตีสี่เราก็เดินไปดู ถามว่าอันตรายจริงไหม สามารถตอบได้ครับ คณะ สปช. เราหลายท่านที่ไปเขาบอกว่าไม่มีไม่เห็นเปึนอย่างที่ว่าเลย แต่เราสร้างภาพ สื่อไปสร้างภาพ ให้เปึนสิ่งที่น่ากลัว ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลด้วยครับว่าตัวนี้ช่วยกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร
สวัสดีค่ะท่านประธานแล้วก็ เพื่อนสมาชิก ตัวดิฉันเอง พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร หมายเลข ๑๕๕ ดิฉันเสนอประเด็นวันนี้ เปึนเรื่องเดิมก็คือเรื่องของการปฏิรูปเร็วกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อที่จะปัองกันไม่ให้คนที่เกิดในประเทศไทยตกเปึนคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ดิฉันอยากจะ ขอทบทวนที่เคยพูดในการหารือ ๒ นาทีนี้มาตลอดก็คือว่าตั้งแต่ต้นนั้นก็ได้เสนอผ่าน ที่ประชุมใหญ่นี้เพื่อไปเสนอแนะกรมการปกครองซึ่งทําหน้าที่นายทะเบียนราษฎรกลาง เพื่อให้เกิดกระบวนการปัองกันตรงนี้อย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายตรงนี้ประเทศไทยมีมา ตั้งแต่ป้ ๒๔๕๒ แต่ความชัดเจนหรือความเข้าใจผิดก็เปึนเหตุให้บางทีลูกของคนสัญชาติไทย ก็ตกเปึนคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติแล้วถูกถือเปึนคนต่างด้าว ดังที่ดิฉันเรียกว่าเปึนคนต่างด้าวเทียม
ดิฉันขอสรุปว่าจากการที่เสนอในที่ประชุมแห่งนี้นั้นกรมการปกครองก็ได้ทําการสังคายนา กฎเกณฑ์แล้วก็สื่อสารให้คนในพื้นที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจดทะเบียนคนเกิดของเด็กที่เกิด ในโรงพยาบาลโดยทําเปึนหนังสือสั่งการตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๘ แล้วเพิ่งมีหนังสือสั่งการ สําหรับการเกิดนอกโรงพยาบาลโดยมีการสนับสนุนของบุคลากรสาธารณสุขเมื่อไม่กี่วันมานี้ ฉะนั้น ณ วันนี้ยังขาดอยู่อีกเรื่องหนึ่งก็คือการเกิดนอกโรงพยาบาลในพื้นที่ที่บุคลากร สาธารณสุขอาจจะไม่ได้ร่วมในการทําคลอด ก็คือ อสม. ไม่ได้อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตรงนี้ ก็อยากจะเรียนที่ประชุมใหญ่ว่างานปฏิรูปเร็วตรงนี้มันก็คืบหน้าจนเกือบจะครบเหลือพื้นที่ ที่มันยังไม่ครบไม่ชัดเจน จึงอยากจะเสนอที่ประชุมใหญ่ เสนอท่านประธานว่าน่าที่จะให้ การสนับสนุนความคิดที่จะมีการสังคายนาการเกิดในประเทศไทยที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านรู้เห็น และยิ่งตอนนี้เปึนช่วงที่มีฝนตกแล้วก็ทางขาด ดังนั้นก็จะมีเด็กที่เกิดในพื้นที่ภูเขาที่ อสม. ไปร่วมอยู่ในการทําคลอดไม่ได้ค่ะ เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่จะทําให้งานปฏิรูปเร็วของเราครบ ถ้วน ในเรื่องเกี่ยวกับจดทะเบียนคนเกิด ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณธวัช สุวุฒิกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธวัช สุวุฒิกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๙๙ จังหวัดชัยภูมิ ผมเองในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีโอกาสไปดูเรื่องการจัดการขยะที่อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเมื่อกี้นี้มีสมาชิกหลายท่านได้กรุณานําเสนอในส่วนของศักยภาพของ จังหวัดยะลา โดยเฉพาะที่อําเภอเบตง ซึ่งผมได้ไปดูในส่วนของการ จัดการเรื่องขยะ โดยที่อําเภอเบตงนั้นอยู่ในพื้นที่สูง เพราะฉะนั้นการที่จัดการขยะจึงจําเปึนจะต้องระมัดระวัง ผมไปดูแล้วปรากฏว่าที่ตรงนั้นส่วนใหญ่ในพื้นที่เปึนภูเขา เพราะฉะนั้นการจัดการขยะ ในที่ภูเขาโดยใช้วิธีฝังกลบ จึงเปึนปัญหาอย่างยิ่งต่อผลกระทบที่จะตามมาในภาย หลัง ผมคิดว่าในการที่จะส่งเสริมอําเภอเบตงให้เปึนอําเภอที่มีศักยภาพเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งผมคิดว่ามีหลายเรื่องที่สมควรที่จะบอกกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่า ที่อําเภอเบตงนั้นมีทั้งพื้นที่เขาสูง มีสวนดอกไม้ มีอนุสาวรีย์ของ จคม. ในอดีต รวมถึงพื้นดิน ที่ติดต่อกับต่างชาติ ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่ามีการจัดการ ขยะที่ดี จะเปึนการส่งเสริมให้ผู้คน ได้ไปเที่ยวที่แห่งนี้ เนื่องจากว่าเรื่องของคุณภาพชีวิต เรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของ
ความสุขกับเรื่องของสิ่งที่จะทําให้ความสุขลดลงไ ปในเรื่องของขยะนั้นเปึนสิ่งที่สามารถไป ด้วยกันไม่ได้ ผมก็อยากจะฝากส่วนราชการที่รับผิดชอบตรงนี้ให้ดูว่าในขณะที่รัฐบาลกําลังจะ อนุมัติงบประมาณไปประมาณ ๑๔๐ ล้านบาทเพื่อไปจัดการขยะ แล้วการจัดการขยะนั้น ยังใช้วิธีฝังกลบเหมือนเดิมนี่คงจะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแว ดล้อมต่อไปในอนาคต กราบขอบพระคุณท่านครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ สวัสดีสมาชิกทุก ท่าน ดิฉันมานั่งนึกดูว่าทุก ๆ ท่านมี ภารกิจเต็มมืออยู่ในเรื่องกรรมาธิการของตัวเองที่จะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ มีการนําเสนอแล้วก็แก้ไข แต่กําลังคิดว่ามีประเด็นหลายประเด็นที่เปึนปัญหาของ ประเทศชาติ ในปัจจุบันหรือกําลังจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ชุดไหนเลย ดิฉันมีความรู้สึกกดดันแล้วก็รู้สึกวิตกกังวลในหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น ที่ต่างประเทศบีบคั้นเราในขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเทียร์ ๓ (Tier 3) ที่เราจะแก้ไขอย่างไร ดิฉันก็คิดอยู่แล้วว่าเขาคงไม่ให้เราผ่าน หรือว่าเรื่องการประมง แล้วมีคนมาพยายามที่จะ สกัดกั้น ดูเหมือนจะมีการนํานโยบายกีดกันทางการค้ามาใช้กับเราในอนาคตอย่างแน่นอน ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เราดูกันมานาน แล้วการกีดกันไม่ว่าจะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่อง แรงงาน ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ซึ่งหลายคนไม่รู้ก็อาจจะตกเปึนเครื่องมือ ในการทําลายประเทศของตัวเอง หมายถึงทําตามหน้าที่นี่แหละค่ะ แต่ว่าพวกเราในฐานะ ที่อยู่รวมกัน พวกเรามีผู้รู้หลายด้าน มีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง ด้านสังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
ดิฉันคิดว่าบางทีเราน่าจะจัดวาระเซสชัน (Session) พิเศษช่วยเหลือประเทศเราในบางเรื่อง หาทางออกให้ประเทศไทยว่าเราจะเดินหน้ากันอย่างไร เศรษฐกิจเราคงไม่ได้มุ่งไปทางปกติ มันต้องหาทางเดินทางอื่น จะลดเลี้ยวกันอย่างไร หรือจะหาวิธีไหน ไม่ต้องถึงขั้นไปตอบโต้ แต่ว่าหาทางให้เราเดินไปได้โดยที่ไม่ตกอยู่เปึนเบี้ยล่างที่ถูกกดดันจากหลาย ๆ ประเทศ หรือหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งเราก็คาดเดากันอยู่แล้ว น่าจะระดมข้อคิดเห็นพวกเราที่มีทั้งหมด ช่วยกันคิดเปึนวาระรวม ๆ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอทางออกที่เปึนไปได้สําหรับ ประเทศไทย ดิฉันหวังอย่างยิ่งว่าเรามี อย่างเช่น ท่านเกริกไกร ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง หลาย ๆ ท่าน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้รู้หลาย ๆ ท่าน ดิฉันเชื่อว่าท่านช่วยแบ่งปัน ความคิดช่วยกันเสริมคนละด้านที่เราพอรู้ หาทางออกแล้วก็นําเสนอให้กับรัฐบาลได้ค่ะ ดิฉันคิดว่าความคิดนี้หลายคนน่าจะคิดตรงกัน เพียงแต่เราอาจจะไม่มีโอกาสที่จะนํามาหารือ ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทําเพื่อประเทศไทยในส่วนที่เปึนภาพรวมค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ ประเด็นนี้เดี๋ยวนําไปหารือในกรรมาธิการกิจการสภา ปฏิรูปแห่งชาติ อีกทีหนึ่ง เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกีย รติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช. ๐๑๕ กราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะนํามาหารือ วันนี้เนื่องจากเมื่อเดือนที่แล้วมีมติ ครม. ออกมา เรื่องการเรียกเงินเหลือจ่ายจากท้องถิ่นคืน หรือทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม นําเรียนด้วยความเคารพว่าเงินเหลือจ่ายจาก เงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้น ซึ่งพวกเราก่อนที่จะทําโครงการไปถึงประชาชนต้องคุยกับ ประชาชนก่อนว่าต้องการอะไร หรือเอาในแผนที่ประชาชนต้องการ มีสิ่งหนึ่งที่พวกเรานั้น ไม่สามารถที่จะทําการได้ นั่นก็คือว่ามีประกาศ คสช. ฉบับที่ ๑๐๔ เมื่อหน่วยงานใดที่เงินเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านทราบไหมครับว่ากว่าจะขออนุมัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เวลาเกือบเดือน แล้วมีมติ ครม. ออกมาว่าต้องคํานวณราคากลาง ตามราคาขึ้นลงของน้ํามัน ท่านลองคิดดูสิครับว่ากว่าจะออกจากผู้ว่าราชการจังหวัด เกือบเดือน พอลงมาครบเดือนพอดีครับ เราต้องประมาณการราคาใหม่ แล้วขอเขาอนุมัติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดอีก ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมว่ามันเปึนเรื่องที่ทําให้การเบิกเงิน หรือการเซ็นสัญญา การประกาศสอบราคา หรือประกวดราคานั้นทําให้ล่าช้า นี่คือเปึนเหตุผลหนึ่ง ผมอยากจะนําเรียนผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีว่าน่าจะ ควรพิจารณาเรื่องนี้ทบทวนใหม่ เพราะราคากลางที่พวกเรามีอยู่ทั้งประเทศ ๑๐ กว่าป้ มาแล้วผมไม่ทราบว่าใครเปึนคนคิดว่าราคากลางมันสูงไปหรือต่ําไปแล้วเอาน้ํามันนั้นมาเปึน ตัวกําหนดราคากลาง ท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้อยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมมองว่า สั่งจ้างวิธีพิเศษเลยครับ แต่ว่าให้หน่วยงานที่ตรวจสอบนั้นเข้มข้นมาจากส่วนกลาง กรรมการ ตรวจรับอะไรต่าง ๆ มันจะทําให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ขอบพระคุณครับท่านประธาน
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๓๑ คน
ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ๑๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมจะขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข
วาระปฏิรูปที่ ๒๒ : ระบบบริการสาธารณสุข
วาระปฏิรูปที่ ๒๓ : ระบบการส่งเสริมสุขภาพ และการปัองกันโรค
วาระปฏิรูปที่ ๒๔ : ระบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ
ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เนื่องจากคณะกรรมาธิการเสนอรายงานภายหลังที่ได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง พร้อมทั้งได้จัดทํารายงานจํานวน ๓ วาระปฏิรูป ซึ่งเปึนเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกันนําเสนอเพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจะขอให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน แต่ละวาระปฏิรูป
เฉพาะส่วนที่ได้ปรับปรุงแก้ไข โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานทั้ง ๓ วาระปฏิรูป ไปในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วผมก็จะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วย หรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปทั้ง ๓ วาระปฏิรูปนะครับ
ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งที่ ๑๙/๒๕๕๘ เมื่อวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบและเห็นด้วยในหลักการแนวทาง การดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขทั้ง ๓ วาระปฏิรูปแล้ว โดยให้ คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทำงในการพัฒนา รายงาน วิธีการและกระบวนการปฏิรูปพร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูป แห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและ ปรับปรุงรายงานทั้ง ๓ วาระปฏิรูปเสร็จแล้วจึงได้เสนอรายงานเพื่อที่ประชุมพิจารณาในวันนี้ เนื่องจากเปึนการพิจารณารายงานในรอบ ๒ ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการ ได้แถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไขโดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลงอย่างกระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก ขอความกรุณา อภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่ มเติมและไม่ซ้ํากับรอบแรกด้วยนะครับ ทางท่านประธานกรรมาธิการมีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการและคณะทํางานเข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมเพื่อให้การแถลงรายงานเปึนไปด้วยความถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ขอเชิญท่านผู้มีชื่อต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ ประชุมด้วยนะครับ ๑. ศาสตราจารย์จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ๒. นายอนุชา เศรษฐเสถียร ๓. นายธนะพงศ์ จินวงษ์ ๔. นายวิทยา ชาติบัญชาชัย ๕. นายถาวร สกุลพานิชย์ ๖. นายบุญชัย กิจสนาโยธิน ๗. นายไพโรจน์ สุรัตนวนิช ถ้าพร้อมแล้วขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงรายงาน แต่ละวาระปฏิรูปเพื่อจะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาต่อไปครับ เรียนเชิญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน แพทย์หญิงพรพัน ธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ในนาม คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขซึ่งได้รับการแต่งตั้งในคราวประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติ ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กําหนดให้สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะในการปฏิรูป
ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมและกําหนดให้มีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์และจัดทําแนวทาง ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูประบบสาธารณสุขให้สัมฤทธิผล รวมทั้งมีอํานาจหน้าที่อื่นตามที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติมอบหมาย ในการประชุมครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้เสนอปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนไทยและ กรอบแนวคิดรวบยอดในการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาซึ่งท่านคงจะได้เห็นอยู่แล้วในเอกสาร ประกอบการประชุม ซึ่งสรุปได้ว่าเรามีความจําเปึนในการที่จะต้องปฏิ รูปในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้ ก็คือ ด้านของระบบบริการสาธารณสุข ด้านระบบการสร้างเสริมสุขภาพ การปัองกันโรค ระบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ ในการนําเสนอ ในลําดับต่อไปนี้จะนําเสนอประเด็นปฏิรูป วิธีการดําเนินการและผลที่คาดว่าจะได้รับ ตลอดจนตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของการดําเนินการและกฎหมายบางเรื่องที่ต้องแก้ไขปรับปรุง หรือจัดทําขึ้นใหม่และเพื่อให้การปฏิรูประบบสาธารณสุขหรือเรียกโดยรวมว่าระบบสุขภาพ มีความสมบูรณ์พร้อมนะคะ ในการนําเสนอตามลําดับก็คือระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเน้น การปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิ
แล้วก็ขออนุญาตที่จะนําเสนอการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน การแพทย์แผนไทย และการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารทางด้านสุขภาพมาพร้อมด้วย เพราะทั้งหมดนี้ รวมเปึนองค์ประกอบที่สําคัญของระบบบริการสุขภาพ ซึ่งต้องการที่จะปฏิรูปไปพร้อม ๆ กัน ดิฉันจึงใคร่ขออนุญาตท่านประธานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูประบบดังกล่าวได้นําเสนอ ในวาระของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพด้วย แล้วก็ขออนุญาตที่จะเรียนเชิ ญ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิดังได้กล่าวนำมมาแล้วเข้าร่วมประชุมและโปรดพิจารณาอนุมัติ ในการนําเสนอพร้อมกับเพาเวอร์ พอยต์ (PowerPoint) ประกอบคําบรรยายตามลําดับ ของการปฏิรูป โดยการเริ่มต้นจากการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ ตามด้วยการปฏิรูประบบ การส่งเสริมสุขภาพและการปัองกันโรค รวมทั้งระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพและระบบ การเงินการคลังด้านสุขภาพ ตามลําดับ ขออนุญาตท่านประธานค่ะ
เรียนเชิญครับ โดยสรุปครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขนะ ครับ ก็ขออนุญาตใช้ เพาเวอร์พอยต์นะครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่เปึนกรอบแนวคิดหลักการ ภาพสักครู่ครับ จากกรอบแนวคิดหลักการภาพนี้นะครับ ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาในการประชุมรอบแรก เรื่องคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) ผมขออนุญาตเน้นคําสําคัญ ๆ ที่อยู่ ในแผ่นภาพแผ่นนี้นะครับ ซึ่งเปึนกรอบแนวคิดหลัก ในแนวคิดของการปฏิรูประบบบริการ ในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ นั้น เรามองตัวระบบบริการที่เปึนภาพสามเหลี่ยมตรงกลางนะครับ โดยจะเน้นให้ความสําคัญกับฐานของระบบบริการ ระบบบริการที่อยู่ใกล้กับพี่น้องประชาชน มากที่สุด นั่นคือระบบบริการปฐมภูมิที่มีพื้นที่เปึนฐานและมีประชาชนเปึนศูนย์กลาง เพราะจุดนี้เองจะเปึ นจุดสําคัญครับ จะเปึนจุดที่จะเชื่อมระหว่างระบบบริการที่มี ความสลับซับซ้อน ในเชิงเทคนิคหรือการแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งนั่นก็คือที่เขียนว่าเปึน เซกเคินดารี (Secondary) เทอร์เทียรี (Tertiary) นะครับ คือทุติยภูมิและตติยภูมิ ในขณะเดียวกันระบบบริการปฐมภูมิก็จะเปึนตัวเชื่อมกับการดูแลสุขภาพตนเองคือเซลฟีแคร์ (Self-care) ของระบบสุขภาพชุมชนของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามตัวระบบบริการ
สุขภาพนั้นไม่สามารถอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว อย่างในกรอบคอนเซปชวลซึ่งท่านอาจารย์พรพันธุ์ ได้กรุณาอธิบายตั้งแต่เริ่มต้นว่าระบบบริการก็จะต้องมีระบบสนับสนุนนะครับ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การปฏิรูปเรื่องของระบบข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ ท่านอาจารย์ชูศิลปีจะได้นําเรียน ในรายละเอียดต่อไป เช่นเดียวกันครับกับเรื่อ ง การแพทย์แผนไทย ซึ่งเราได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญและคิดว่าก็จะเปึนเรื่องอัตลักษณ์ของ ประเทศที่เราจะต้องนําเข้าสู่ระบบบริการ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพตนเองจนกระทั่งทุกระดับ ของบริการ และระบบอื่น ๆ ซึ่งเปึนระบบบริหารจัดการที่จะมาช่วยหนุนเสริมระบบบริการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องระบบบริหารจัดการเรื่องการเงิน ชุดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของกองทุนต่าง ๆ และชุดสิทธิประโยชน์จําเพาะของพื้นที่นะครับ รวมถึงทางด้านซ้ายมือที่เปึนเรื่องของ การปฏิรูปเรื่องของกําลังคนที่จะดูแลเรื่องสุขภาพ เรื่องของทีมที่จะต้องจัดการเรื่องบริหาร จัดการในระดับพื้นที่ และทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการ นี่คือกรอบที่เราได้นําเสนอไป เมื่อวันที่ ๒๕ ที่ผ่านมานะครับ ผมขออนุญาตสไลด์ต่อเลยครับ กรอบคิดที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ที่เราคิดว่ามีความสําคัญมากคือวิธีคิดของผู้คนในสังคมไทย ถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องเปลี่ยน ต้องปรับแนวคิดจากเดิมที่เวลาพูดถึงสุขภาพเรานึกถึงโรงพยาบาล เรานึกถึงโรค แต่เราต้อง เปลี่ยนแนวคิดจาก โรงพยาบาลเปึนฐาน เปลี่ยนเปึน พื้นที่เปึนฐาน เปลี่ยนจากโรค เปึนศูนย์กลาง เปึนประชาชนเปึนศูนย์กลาง ซึ่งกรอบแนวคิดอย่างนี้ครับเปึนกรอบแนวคิด ที่จะให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพตนเอง เน้นการเพิ่มคุณค่า การดูแลกันเอง การพึ่งตนเอง อย่างเช่นศาสตร์การแพทย์แผนไทยเปึนต้น จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ของคณะกรรมาธิการ
เราชูประเด็นของการปฏิรูปตัวระบบบริการมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ เราเรียกว่า เปึนจุดคานงัดของระบบที่จะเปลี่ยนฐานของระบบและบริการ นั่นก็คือการจะต้องมีกลไก ในระดับพื้นที่ มีทีมบริหารจัดการระดับพื้นที่ซึ่งเราใช้คําว่าเปึนดิสทริ กต์หรือโลคอล เฮลต์ บอร์ด (District/Local Health Board) นี่คือจุดคานงัดประเด็นแรกของการปฏิรูป ประเด็นที่ ๒ ของการปฏิรูประบบบริการ ก็คือการขับเคลื่อนตัวคีย์ ไดร์เวอร์ (Key driver) การขับเคลื่อน เปลี่ยนศูนย์กลางของระบบและการให้บริการ โดยการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่าย บริการที่เปึนลักษณะเมทริกซ์ ทีม (Matrix team) ผมจะได้อธิบายรายละเอียดต่อไป แล้วประเด็นสุดท้ายของการปฏิรูปตัวระบบบริการที่อยู่ใกล้ กับพี่น้องประชาชน ก็คือตัวทูล (Tools) คือตัวเครื่องมือสนับสนุนที่ทําให้ระบบบริการขับเคลื่อนได้ เราคิดว่าอย่างน้อยมีอยู่ ๒ ระบบ ระบบที่ ๑ ก็คือระบบข้อมูลเอ็มไอเอส (MIS) และระบบที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเงิน การคลัง เรื่องของไฟแนนซ์ ซิสเตม (Finance system) ภาพทั้งหมดนี้คือ ๓ ประเด็นหลัก ของประเด็นการปฏิรูประบบบริการ ขอสไลด์ต่อเลยนะครับ คณะกรรมาธิการเองเราได้ เชื้อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ เชิญสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การลงไปในพื้นที่เพื่อศึกษานําร่องดูนะครับ เราลงไปประมาณ ๗ พื้นที่ครอบคลุมทุกภาคของ ประเทศไทย เราไปดูเงื่อนไขความเปึนไปได้ เงื่อนไขที่จะช่วยเพิ่มความเปึนไปได้ในระดับ พื้นที่ใน ๓ ประเด็นอย่างที่ผมนําเรียน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคณะกรรมการบริหาร ทีมและ เครือข่ายบริการ รวมถึงกลไกการเงินระบบข้อมูล เพื่อทําให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงระบบ บริการ มีความครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มชน มีคุณภาพที่ได้มาตรฐานและ มีความปลอดภัย โดยผลลัพธ์สุดท้ายเราคาดหวังเรื่องของสุขภาวะเวลบีอิง (Well-being) เราคาดหวังเรื่องลดความเปึนธรรม เรื่องของการตอบสนองต่อผู้รับบริการเรสพอนซีฟเนส (Responsiveness) ลดความเสี่ยงทั้งการเงินและสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ในแต่ละประเด็นของการปฏิรูป ประเด็นที่ ๑ เรื่องของคณะกรรมการบริหาร หรือ คณะกรรมการบริหารจัดการระบบสุขภาพในระดับพื้นที่ดิสทริก ต์ เฮลต์ บอร์ด (District health board) หรือ โลคอล เฮลต์ บอร์ด เราคิดว่านี่คืออีกรูปแบบหนึ่งของการกระจาย อํานาจ สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐธรรมนูญที่จะให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วม ในการจัดการ ตัวอย่างก็คือเรื่องสุขภาพ ด้วยกลไกที่มีอยู่ ระดับพื้นที่ก็คือกลไกการจัดการ ในระดับพื้นที่นั่นเอง เรามีตัวอย่าง มีตุ๊กตา ในแง่ของจํานวนองค์ประกอบ คุณสมบัติ
กระบวนการคัดเลือกอย่างเช่นนะครับ อย่างน้อยที่สุดควรจะต้องมี ๓ องค์ประกอบ ๑. ก็คือ ตัวแทนวิชาชีพ ๒. ก็คือตัวแทนของผู้บริหารท้องถิ่น และที่ขาดเสียมิได้ก็คือตัวแทน ภาคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ๓ องค์ประกอบนี้จะเปึนกลไกสําคัญที่จะ ตอบโจทย์เรื่องปัญหาสุขภาพของเขาในระดับพื้นที่ จากเดิมที่มีอยู่ก่อนปฏิรูปเปึนลักษณะ การประสานงาน กลไกหลังปฏิรูปเราคิดว่ากลไกเหล่านี้จะต้องออกแบบให้เปึนลักษณะของ นิติบุคคลก็เปึนอีกรูปแบบหนึ่งของ การกระจายอํานาจ กรรมการสุขภาพระดับพื้นที่จะ มีหน้าที่อะไรบ้าง ข้อเสนอของเราอย่างน้อยมี ๔ บทบาทภารกิจ บทบาทที่ ๑ ก็คือการรับรู้ การควบคุม การกํากับ การประเมินภาวะสุขภาพ พร้อมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ อันที่ ๒ ก็คือการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการ อันที่ ๓ การสร้าง พัฒนาผู้ให้บริการ และเครือข่ายบริการโดยให้ความสําคัญกับการจัดการที่มีทีมแนวราบและทีมแนวดิ่ง และประเด็นสุดท้าย ก็คือการรับรู้สภาวะทางการเงิน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาทางการเงิน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนปัญหาซึ่งเรารับรู้กันโดยทั่วไปทางข้อมูลข่าวสาร ในประเด็นที่ ๒ ของการปฏิรูปก็คือการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการที่เปึนลักษณะของเมทริกซ์ ทีม มีทีมแนวราบที่ทํางานในพื้นที่ มีทีมแนวดิ่ง ถ้าพูดโดยสรุปก็คือเปึนลักษณะของการทํางาน ที่เปึนลักษณะของสหอาชีพร่วมกับสหวิชาชีพ แต่เปึนองค์ประกอบสําคัญครับ ทั้งรัฐ เอกชน ท้องถิ่นและชุมชน ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ยา เทคโนโลยีร่วมกัน เรามีรูปธรรมของการขับเคลื่อน อันนี้ ตัวอย่างเช่นเรื่องทีมหมอครอบครัว ตั้งแต่หมอครอบครัวในระดับชุมชน ระดับตําบล ระดับอําเภอที่จะเปึนพี่เลี้ยงหรือเปึนที่ปรึกษา
เราคาดหวังแผนการปฏิรูปของเรานั้นคนไทยทุกคนต่อไปนี้จะมีหมอประจําตัว หมอประจําครอบครัวนั่นเอง มีการันตี (Guarantee) รับรองเรื่องเวลาการให้บริการ ทั้งเวลาราชการและเวลาราษฎรในเครือข่ายบริการ รวมถึงการรับประกันในเรื่อง การให้บริการฉุกเฉินได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เหล่านี้เปึนต้น ประเด็นที่ ๓ ของการปฏิรูปก็คือ การพัฒนาและการปฏิรูป ๒ ระบบสนับสนุนสําคัญก็คือระบบข้อมูลและการเงิน ระบบข้อมูล หลักคิดในทางปฏิบัติก็คือทําอย่างไรให้ข้อมูลนี้ประชาชนจะเปึนเจ้าของข้อมูลสุขภาพ ของตนเอง เรามีตัวอย่างอย่างเช่นสารภี โมเดลซึ่งชาวบ้านสามารถใช้แอพพลิเคชัน (Application) ผ่านมือถือเข้าไปสามารถดูข้อมูลสุขภาพตัวเอง เห็นข้อมูลสุขภาพตัวเอง คุณหมอที่เปึนหมอประจําตัว หมอประจําครอบครัวก็มีข้อมูลสุขภาพของคนที่เขาดูแลอยู่ เหล่านี้เปึนต้น การมีข้อมูลเหล่านี้จะเปึนช่องทางในการสังเคราะห์ และการวิเคราะห์ ในการประเมิน ในการควบคุม กํากับและประเมินสถานการณ์ด้วย สําหรับการออกแบบและ กลไกทางการเงินนั้นความสําคัญประการแรกก็คือการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือองค์การบริหารท้องถิ่นในอนาคต ซึ่งคิดว่าเรามาทํางานร่วมกันเปึนหุ้นส่วน ทางด้านสุขภาพร่วมกันเพื่อพัฒนาปัญหาสุขภาพในพื้นที่ที่เราเรียกว่าเปึนสเปกซิฟ่ก เบเนฟ่ต แพกเกจ (Specific Benefit Package) สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ รวมทั้งมีการจัดการกลไกทางการเงินเพื่อให้คณะกรรมการเหล่านี้เวลาเราให้ การดูแลคงไม่ใช่ดูแลเฉพาะปฐมภูมิ ยังเชื่ อมต่ออย่างที่ผมนําเรียนในสไลด์ คอนเซปชวล เฟรมเวิร์ก (Conceptual framework) เชื่อมต่อไปถึงระบบส่งต่อทุติยภูมิ หรือถึงตติยภูมิ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางด้วยซ้ําไป ความสัมพันธ์ตรงนี้จะเปึน ๒ ระบบ ที่จะเปึนเครื่องมือสําคัญของการปฏิรูป ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปตัวระบบบริการ สาธารณสุขก็คือว่าเนื่องจากประเทศไทยเรามีบริบทของสังคมมีความหลากหลายมาก ทั้ง ๓ ประเด็นของการปฏิรูปนั้นเราเสนอว่าจะต้องขับเคลื่อนด้วยลักษณะของการดําเนินการ นําร่องก่อน เปึนลักษณะของไพลอต อิมพลิเมนเตชัน (Pilot implementation) โดยมีด้วยกันอยู่ ๒ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ ก็คือการดําเนินงานในเชิงระบบทั้งหมด เพื่อสะท้อนประเด็นทั้ง ๓ ประเด็น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคณะกรรมการบริหารสุขภาพ ระดับพื้นที่ เรื่องของการสร้างทีมผู้ให้บริการเครือข่ายบริการ และเรื่องการสร้าง ระบบการเงินและระบบข้อมูลในกลไกระดับพื้นที่ที่เ ราใช้คําว่าพื้นที่เปึนฐานประชาชน
เปึนศูนย์กลาง ข้อเสนออีกลักษณะหนึ่งซึ่งเราจะเลือกพื้นที่โดยนําเอาสิ่งที่เราเรียกว่า เวลาเราลงพื้นที่จะเห็นประเด็นร่วมเลยก็คือสังคมไทยกําลังเข้าสู่เอจจิง โซไซตี (Aging society) สังคมผู้สูงวัย คิดว่าประเด็นผู้สูงอายุพอหยิบยกขึ้นมาในทุกเวทีเปึนประเด็นร่วม ซึ่งทุกภาคส่วนอยากจะคลี่คลาย อยากกําหนดทิศของการปฏิรูปในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอเปึนลักษณะข้อเสนอ ๒ แบบ ทําเต็มระบบกับทําเฉพาะประเด็นผู้สูงอายุนะครับ โดยที่พื้นที่ในการที่จะนําร่องเรามีหลักเกณฑ์ไม่ว่าจะเปึนความเปึนเขตเมืองอย่างเช่น กทม. ต้องเลือกมาอย่างน้อย ๑ เขต ซึ่งล่าสุดเขตบางกอกน้อยตอบรับว่าจะมาร่วมศึกษาเรียนรู้ และทําการปฏิรูปครั้งนี้ไปด้วยกัน อําเภอเมืองขนาดใหญ่ ความหลากหลายของ จํานวนประชากรเล็ก กลาง ใหญ่ มีประชากรที่อําเภอหนึ่งอาจจะไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คนก็มี ในประเทศไทย หรืออําเภอที่เปึนหลักแสนคนอย่างนี้เปึนต้น พื้นที่พิเศษต่าง ๆ พื้นที่ชายแดน รวมถึงความพร้อมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชน อันนี้ก็เปึนหลักเกณฑ์ ในการเลือกพื้นที่ไพลอต (Pilot) ในขั้นตอนการดําเนินงานทั้ง ๓ ประเด็นนี้ผมอยากจะนํา เรียนว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเราลงพื้นที่ เราเชิญผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เราวิเคราะห์สังเคราะห์แล้ว วันนี้เรามาเสนอประเด็นรายละเอียด รอบ ๒ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราคาดหวังว่าส่วนที่เปึนพื้นที่ที่จะนําร่องนั้นจะขอเปึนมติ ครม. เพื่อแบกอัพ (Backup) เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้มีกลไกต่าง ๆ ในการที่จะดําเนินงานได้ แล้วก็คาดว่าพื้นที่นําร่อง ถ้าเปึนไปได้ป้งบประมาณที่จะถึงคือป้งบประมาณ ๒๕๕๙ ก็คือตุลาคม ป้ ๒๕๕๘ น่าจะ เริ่มขยับได้เลย สําหรับกรอบในแผน ๕ ป้ เรามีอยู่ ๒ แบบอย่างที่นําเรียน แบบที่ ๑ ก็คือ ทําเต็มระบบทั้ง ๓ ประเด็นเราจะเริ่มสักประมาณอย่างน้อย ๑๕ พื้นที่ก่อน ๑. มีเขต กทม. ๑ พื้นที่ ๒. อําเภอเมืองขนาดใหญ่สัก ๒ พื้นที่
หลังจากนั้นเราก็จะกระจายไปทุกเขตสุขภาพซึ่งมีอยู่ ๑๒ เขต ฉะนั้นรวมกันได้ ๑๕ พื้นที่ แล้วก็อยู่บนเงื่อนไขความหลากหลายอย่างที่ผมได้นําเรียนนะครับ ในประเด็นของผู้สูงอายุ เราก็จะเริ่มสักประมาณ ๒๐๐ พื้นที่ โดยอาศัยต้นทุนเดิมในระบบสุขภาพที่มีอําเภอ ที่ขับเคลื่อนเรื่องเครือข่ายสุขภำพในระดับอําเภอ ประมาณ ๒๐๐ อําเภอทั่วประเทศ หลังจากนั้นอีก ๒ ป้ เราเชื่อว่ามีความเข้มแข็งขึ้น ก็จะขยายผลเต็มระบบจาก ๑๕ พื้นที่ เพิ่มขึ้นเปึน ๒๐๐ กว่าพื้นที่ เหล่านี้เปึนต้น คาดว่าทั้งหลายทั้งปวงใน ๕ ป้ เราจะสามารถ ทําเต็มพื้นที่ได้ แล้วก็จะได้ออกแบบตัวที่เปึน การปรับปรุงหรือการแก้ไขกฎหมายหรือ การร่างกฎหมายใหม่ คณะกรรมาธิการเองไม่ได้จัมปี (Jump) ลงไปที่การแก้ไขกฎหมายเลย เพราะคิดว่าด้วยความหลากหลายของบริบทของสังคมของพื้นที่เอง จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องดําเนินการในลักษณะของพื้นที่นําร่องก่อนนะครับ โดยภาพสรุปของการปฏิรูป ระบบตัวบริการ เราทําไพลอต สตัดดี (Pilot Study) เราดูเงื่อนไขความเปึนไปได้ เราก็เริ่ม เห็นประเด็นทางด้านกฎหมายอยู่บ้างนะครับ ขณะนี้ก็มี พ.ร.บ. ที่เราได้ศึกษาอยู่ประมาณสัก ๑๐ ฉบับ ในล็อกตรงกลางก็คือไพลอต อิมพลิเมนเตชัน เราคิดว่าท้ายสุดแล้วประเทศไทย คงไม่ได้มีรูปแบบเดียว คงมีหลายโมเดล (Model) ดูว่าโมเดลไหนที่จะเหมาะสมในลักษณะ พื้นที่แบบใดนะครับ แล้วตรงนี้เองก็จะทําให้ประเด็นเรื่องลีเกิล ดีไซน์ (Legal design) มีความชัดเจนขึ้น ส่วนประเด็นของการปฏิรูปก็ยังเปึน ๓ ประเด็นเดิมที่ผมได้นําเรียนนะครับ ภาพรวมของทิศทางการปฏิรูป เราพรีเซนต์ (Present) ตั้งแต่ครั้งแรก ประเด็นปัญหาของ ระบบสุขภาพคืออะไรบ้าง แล้วเรามีวิธีการอย่างไร มีหลักการสําคัญเรื่องของปฐมภูมิ เรื่องของการให้ความสําคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง การเชื่อมต่อระบบ เรื่องของ วิธีการเรามีอย่างน้อย ๕ วิธีการ เรามีรูปแบบวิธีการ ขั้นตอน ประเด็นก็คือ ๓ ประเด็นอย่างที่นําเรียนนะครับ ลักษณะโครงการนําร่องมีไพลอต สตัดดี และอิมพลิเมนเตชัน (Implementation) สิ่งที่เราคิดว่าจะเกิดขึ้น อันนี้เปึนกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่ามี พ.ร.บ. อะไรบ้าง ประชาชนจะได้อะไรก็เปึน คําถามที่เราเจอ อยู่บ่อย ๆ นะครับ ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดนะครับ ซึ่งเคยได้พูดไปแล้วนะครับ ขอจบ ด้วยสไลด์สุดท้ายครับ ผมคิดว่าภาพนี้อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกว่าก่อนการปฏิรูปผมอยาก ให้เปึนรูปธรรม เมื่อเราปฏิรูปแล้วหลังปฏิรูปจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ก่อนปฏิรูปต้องยอมรับว่า เวลาพูดถึงเรื่องสุขภาพ คนมักคิดถึงหมอ พยาบาล คือคิดถึงเรื่องการซ่อม เราคิดว่าของใหม่
ต้องเน้นเรื่องการสร้างสุขภาพ ของเก่าเดิมเราทุ่มเททรัพยากรไปสร้างเตียง สร้างโรงพยาบาล เยอะแยะ แต่อาจจะไม่ใช่ ทิศทางอาจจะต้องปรับทิศว่าจะต้องทําให้ที่บ้านเปึนวอร์ด (Ward) ก็คือสร้างเตียงที่บ้านแทน เดิมเราดูแลระดับบุคคล เราต้องยกระดับให้เปึนดูแล ระดับครอบครัวและชุมชนนะครับ ของเดิมดูแลโดยวิชาชีพ ของใหม่ต้องดูแลโดยสหอาชีพ และสหวิชาชีพร่วมกันนะครับ ของเดิมบริหารจัดการแบบการสั่งการแบบรวมศู นย์ ของใหม่ต้องกระจายอํานาจ ต้องบริหารแบบเครือข่าย ทํางานเปึนหุ้นส่วนกันนะครับ ของเดิมเราใช้ทรัพยากรแยกส่วน ของใหม่เราต้องรวบรวมสรรพกําลังทุกภาคส่วน รัฐ ท้องถิ่น ชุมชน เอกชน มาทํางานร่วมกัน นี่คือบทสรุปของการปฏิรูปตัวระบบบริการ ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตให้ท่าน พลเอก ชูศิลปี ได้นําเสนอในเรื่องของการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน เปึนอันดับต่อไป พร้อมทั้งท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เพื่อนําเสนอการปฏิรูปแพทย์แผนไทย แล้วก็ศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ นําเสนอในเรื่องของการสื่อเพื่อสุขภาพ ในอันดับที่ ๓ ขอได้โปรดอนุมัติค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผม พลเอก ชูศิลปี คุณาไทย รองประธานกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข ขอนําเสนอการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ การเจ็บป์วยฉุกเฉินได้คุกคามประชาชนชาวไทย ทําให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ทุก ๆ วันมีคนไทยมากกว่า ๖๐ คนที่เดินออกจากบ้านไปแล้วไม่มีโอกาสกลับบ้านได้อีก ทุก ๆ วันมีคนไทยมากกว่า ๓๐๐ คน บาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และในจํานวนนี้มีมากกว่า ๑๕ คนต้องจบลงด้วยสภาพของคนพิการ นําไปสู่ความสูญเสีย ในมิติทางเศรษฐกิจคิดเปึนมูลค่ารวมประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ สถานการณ์ การเจ็บป์วยฉุกเฉินของประเทศไทย จํานวนผู้ป์วยทั้งหมดที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ในป้ ๒๕๔๕ มีจํานวน ๑๒ ล้านครั้ง ในป้ ๒๕๕๕ มีจํานวน ๒๔ ล้านครั้ง ภายในระยะเวลา ๑๐ ป้จํานวนผู้ป์วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นเปึน ๒ เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทําให้เกิดปัญหาการแออัดในห้องฉุกเฉินส่ง ผลให้เกิดปัญหา ของคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการฉุกเฉินตามมาด้วย ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติครับ ถ้าท่านมีคนใกล้ตัวหรือตัวท่านต้องเจ็บป์วยฉุกเฉินท่านจะทําอย่างไรครับ มีท่านใด มั่นใจว่าสามารถปัู มหัวใจของคนใกล้ตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้างครับ ผู้ป์วยฉุกเฉินวิกฤติที่มีอาการคุกคามต่อชีวิตและความพิการของร่างกายต้องการ ความช่วยเหลือ และการบําบัดรักษาที่ มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและทันต่อเวลา เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและพิการ เปึนความจําเปึนพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีขั้นตอนเริ่มจากการปัองกันภาวะ เจ็บป์วยฉุกเฉินทุกสาเหตุ การร้องขอความช่วยเหลือและการรับแจ้งเหตุการป์ วยฉุกเฉิน การปฏิบัติการช่วยฉุกเฉินตั้งแต่การช่วยในที่เกิดเหตุและการนําส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสม ตามด้วยการช่วยฉุกเฉินและบําบัดรักษาในโรงพยาบาลจนพ้นภาวะวิกฤติ ทุกขั้นตอน ของการปฏิบัติการต้องมีความเชื่อมโยงต่อกัน และต้องการงานที่มีประสิทธิภาพทันต่อเวลา ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินยังมีปัญหาอยู่หลายประการ ตั้งแต่การบาดเจ็บทางถนนที่มีจํานวนผู้ป์วยมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ การปฏิบัติการ ของหน่วยกู้ชีพมีไม่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ประชาชนยังไม่เข้าใจภาวะ การเจ็บป์วยฉุกเฉิน และยังขาดทักษะในการปฐมพยาบาลกับการช่วยชีวิตเบื้องต้น การรักษา ที่ห้องฉุกเฉินและในโรงพยาบาลยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และสุดท้ายสิทธิการรักษาพยาบาลยังมีผลกระทบต่อการให้บริการ ประเด็นปัญหาเหล่านี้ นําไปสู่การปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน ๔ ประเด็นด้วยกัน คือ ๑. มาตรการปัองกัน การบาดเจ็บทางถนน ๒. การปฏิบัติการช่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล ๓. การปฏิบัติ
การแพทย์ฉุกเฉินในโรงพยาบาล ๔. ปัญหาสิทธิการรักษากรณีเจ็บป์วยฉุกเฉิน ผมขออนุญาต ให้นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย คณะทํางานการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินได้นําเสนอในแต่ละประเด็น ต่อไปครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ จากการที่อาจารย์ชูศิลปี ได้ชี้ให้เห็นถึงขนาดและความสําคัญของปัญหาอุบัติเหตุจราจร
กระผมจะขออนุญาตนําเสนอเพิ่มเติมเพื่อชี้ประเด็นสําคัญที่ต้องการปฏิรูป ประเทศไทย ถูกองค์การอนามัยโลกจัดอันดับให้เปึนที่ ๓ ของประเทศที่มีอัตราตายสูง คือมีอัตราตายถึง ๓๘.๑ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้จัดอันดับประเทศไทย ขึ้นเปึนรองแชมปี (Champ) ในอัตราการตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงที่สุดในโลก และนอกจากนี้เรายังมีอัตราตายสูงสุดหรื อเปึนแชมปีในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ความอันตรายของถนนในเมืองไทยนอกจากที่ปรากฏบนข่าวหน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์ ในทุกวันยังมีหลาย ๆ เหตุการณ์สําคัญที่ตอกย้ําถึงความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีของ ๒ สามีภรรยานักปัืนที่เดินทางมาถึง ๒๒ ประเทศทั่วโลกแต่ต้องมาจบชีวิตที่เมื องไทย โดยล่าสุดนักปัืนชาวชิลีผู้ใฝ์ฝันจะสร้างสถิติโลกก็ถูกดับฝันด้วยถนนในเมืองไทย อุบัติเหตุ จราจรไม่เพียงแต่จะสร้างภาระให้กับระบบดูแลผู้ป์วยฉุกเฉินถึงร้อยละ ๔๐ แต่ยังสร้างภาระ ต่อการดูแลรักษาและภาระต่อเศรษฐกิ จของประเทศ นับถึงป้ ๒๕๕๗ สูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมผู้พิการรายใหม่กว่า ๖,๐๐๐ รายต่อป้ ในทุก ๆ วันสังคมไทย วนเวียนอยู่กับข่าวอุบัติเหตุทางถนนโดยที่ยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ทําไมมีข่าวรถไฟไหม้แทบทุกสัปดาห์ ทําไมจุดนี้จึงเกิดอุบัติเหตุซ้ําซาก เหตุการณ์เหล่านี้ยังคง ไม่มีคําตอบและทางออกกับสังคมนอกจากวนเวียนกับข้อสรุป เปึนความประมาท ขาดจิตสํานึก หรือไม่ก็เปึนเรื่องของอาถรรพ์โค้ง ๑๐๐ ศพ เรามีเหตุสลดกับความสูญเสียของ เด็กไทยแทบไม่เว้นแต่ละวัน แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบดูแลทําได้เพียงปลอบใจผู้ปกครอง ไม่ต้องห่วงลูกหลานเพราะโรงเ รียนของเราทําประกันภัยไว้แล้ว ทั้ง ๆ ที่กรณีนี้คนขับรถ ดื่มแอลกอฮอล์ และมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง ๑๖๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เรามีโครงสร้าง ศูนย์อํานวยความปลอดภัยทางถนนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีแต่ภายใต้โครงสร้างที่มี อยู่โดยเฉพาะระดับนโยบายและระดับอํานวยการถูกเน้ นไปเพียง ๒ เทศกาลคือป้ใหม่ และสงกรานต์ ในขณะที่ทุก ๆ วันคนไทย ๖๐ คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน หรือเฉลี่ย ๒ คนในทุก ๆ ชั่วโมง ประเทศที่ประสบความสําเร็จในการลดอัตราเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก ได้แก่ ประเทศสวีเดน ประเทศอังกฤษหรือประเทศออสเตรเลีย ล้วนแล้วแต่มี การจัดตั้งสถาบันวิชาการเพื่อเปึนหน่วยงานวิเคราะห์เชิงลึก ให้คําตอบและให้ข้อเสนอต่อ มาตรการที่สําคัญอย่างเปึนระบบ แม้แต่เพื่อนบ้านเราอย่างประเทศมาเลเซียได้จัดตั้งไมรอส (MIROS) หรือมาเลเซียน อินสะติติว ออฟ โรด เซฟตี (Malaysian Institute of Road Safety)
เพื่อเปึนหน่วยงานวิชาการที่วิเคราะห์และให้ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อลดอุบัติเหตุ และล่าสุด ไมรอสได้ประกาศตัวเองอย่างเปึนทางการเพื่ อที่จะเปึนอาเซียน โรด เซฟตี เซนเตอร์ (ASEAN Road Safety Center) หรือศูนย์ความปลอดภัยทางถนนของอาเซียน ไมรอสได้ทํา ให้เราเห็นถึงความแตกต่างของการมีหน่วยงานวิชาการ ทุกท่านคงจําเหตุการณ์เมื่อ ๔ ป้ที่แล้ว กับ ๒๖ ชีวิตของคนไทยที่ไปประสบเหตุที่ประเทศมาเลเซียจากรถ ๒ ชั้นตกเขา เหตุการณ์นี้ ได้ถูกนํามาวิเคราะห์และหาสาเหตุเชิงลึกผลักดั นเปึนข้อเสนอเพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยของรถ ๒ ชั้นในประเทศมาเลเซีย ในขณะที่อุบัติเหตุทางถนนของ รถสาธารณะบ้านเรายังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ซ้ําซากโดยยังไม่เห็นว่าจะหาทางออกกับ เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร อย่างในกรณีนี้บริษัทเจ้าเดิม ๔ ป้ ๔ เหตุการณ์กับ ๑๕ ชีวิต ก็ยังไม่มีคําตอบหรือให้ทางออกกับสังคม ท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกท่านครับ เมื่อท่านไปส่งบุตรหลานที่โรงเรียน ท่านคงชินตากับภาพโปสเตอร์ (Poster) นักเรียนข้างโรงเรียนที่ไปสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน แต่สําหรับที่โรงเรียนบ้านดงหลบกลับต้อง ทําปัายโปสเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อระลึกถึงนักเรียน ๑๔ คนที่ต้องจากไปเพราะอุบัติเหตุ รถ ๒ ชั้นไปทัศนศึกษาในเส้นทางอันตราย สาย ๓๐๔ และเช่นเคยความสูญเสียครั้งนี้ คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เรายังคงมีเหตุการณ์รถทัศนศึกษาของนักเรียนล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม กับรถของโรงเรียนสตรีเฉลิมขวัญ
ทั้งหมดนี้ก็ยังคงไม่มีมาตรการในการจัดการอย่างเปึนรูปธรรม ในขณะที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาและยุโรปหลาย ๆ ประเทศจะมีหน่วยงานวิชาการกําหนดเกณฑ์มาตรฐานและ กระบวนการตรวจสอบให้ทุกครั้งของการเดินทางของนักเรียนไปทัศนศึกษามีความปลอดภัย เช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลียหรือหน่วยงานวิชาการการศึกษาจะให้ข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายและมีมาตรการเกาะติดประเมินประสิทธิภาพและมาตรการต่าง ๆ รวมทั้ง มีการสอบสวนอุบัติเหตุในเหตุการณ์สําคัญเพื่อให้คําตอบกับสังคมและนําความรู้ไปสู่แนวทาง รณรงค์และการบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะต้องมีหน่วยงาน ที่ทํางานแบบฟูลไทม์ (Full-time) ในภารกิจสําคัญไม่ว่าจะเปึนการสอบสวนสาเหตุเชิงลึก เพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงมีการวิเคราะห์ให้ข้อเสนอแนะนโยบายที่สําคัญ การเกาะติดกับ ปัญหาอย่างเปึนระบบ โดยสรุปข้อเสนอสําคัญเพื่อเกิดการปฏิรูปในเรื่องนี้คือ ๑. ปฏิรูป นโยบายและกลไกติดตาม กํากับที่จริงจัง ได้แก่การกําหนดให้เปึนประเด็นวาระแห่งชาติและ มีการติดตาม กํากับอย่างเปึนรูปธรรม และ ๒. ปฏิรูปให้เกิดสถาบันวิชาการเพื่อให้เปึน หน่วยงานวิชาการที่จะวิเคราะห์ เกาะติด ประเมินผลการดําเนินงาน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ เอแบค โพลล์ (ABAC Poll) สํารวจพบว่า ๑ ใน ๔ หรือ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยยังคงเชื่อว่าอุบัติเหตุ เปึนคราวเคราะห์ เปึนเคราะห์กรรม ที่ปัองกันไม่ได้ แต่ถ้าเราผลักดันให้เกิดหน่วยงานวิชาการที่จะมาสืบหาความจริง แก้ไขสาเหตุอย่างเปึนระบบ นอกจากที่เราจะลดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งสําคัญที่เราจะได้รับกลับมาคือความปลอดภัยในการเดินทางของ ตัวเรา ของลูกหลานและของทุก ๆ คนที่เรารักและห่วงใย ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ขอเสนอประเด็นปฏิรูปที่ ๒ เรื่องของการแพทย์ฉุกเฉิน ก่อนถึงโรงพยาบาล ซึ่งรวมความตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การออกเขต การช่วยเหลือและ การนําส่งถึงโรงพยาบาล แม้ว่าประเทศไทยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีจํานวนครั้ง ของการออกช่วยเหลือเพิ่มขึ้นจากหลายแสนครั้ง จนทะลุถึง ๑,๓๐๐,๐๐๐ ครั้ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ข้อมูลที่เราทราบจากที่อาจารย์ชูศิลปีได้รายงานว่า ปัจจุบันเรามีผู้ป์วยเข้าห้องฉุกเฉินถึง ๒๔ ล้านครั้ง ซึ่งจํานวนหนึ่งต้องมีการคัดเลือก
การไปรับที่ถูกต้องเหมาะสม เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นได้มีการจัดตั้ง ระบบการแพทย์ฉุกเฉินหรือที่เรียกว่าอีเอ็มเอส (EMS) ดําเนินการจนกระทั่งถึงจุดที่เขา ให้บริการประชาชนอย่างจําเปึนสูงถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครั้ง ประเทศญี่ปุ์นมีประชากร มากกว่าเรา ๒ เท่า แปลว่าเราต้องวิ่งออกไปเพิ่มจํานวนแล้วก็พัฒนาระบบให้เพียงพอ นั่นคือ ขยายตัวเองในการออกให้บริการอีก หนึ่งเท่าตัว ปัญหาสําคัญที่ท้าทายคือประเทศไทย คนไทยเองยังไม่เข้าใจเรื่องของการปฐมพยาบาล การฝ๊กช่วยฟุ๋นคืนชีพที่ไม่ถูกต้องและ จํานวนไม่น้อยครับยังไม่ทราบเลยครับว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะใช้เ บอร์โทรไหนดี การปฐมพยาบาลแม้ว่าจะมีการฝ๊กอบรมอย่างได้มาตรฐาน มีการบันทึกจํานวนว่ามีผู้สามารถ ให้การปฐมพยาบาลถูกต้องสูงถึง ๑๕๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเราคิดว่า ๒๐ ครัวเรือนไทยควรจะมี ๑ คนที่สามารถช่วยได้ นั่นแปลว่ายังมีอีกเยอะที่จะต้องปฏิรูป ในความเปึนจริงคือ ยามเกิดเหตุฉุกเฉินวิกฤติ หมายถึงว่าถ้าไม่ช่วยถึงตายได้ ขณะนี้มีการช่วยเหลือที่ถูกต้องอยู่ที่ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของการช่วยเหลือผู้ป์วยฉุกเฉินวิกฤติ ยังต้องการการเพิ่ม ความช่วยเหลือที่แม่นยําถูกต้องขึ้นอีก ความท้าทายคือต้องมีการปฏิรูปตั้งแต่การช่วย ปฐมพยาบาล การช่วยฟุ๋นคืนชีพ ซึ่งต้องกระทําทั้งที่โรงเรียน โรงงาน สถานประกอบการ ท้องถิ่น และชุมชน ความท้าทายถัดไปอีกก็คือแม้ว่าระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยจะมี การรับลูกของท้องถิ่นในการจัดการให้บริการ ตัวอย่างของท้องถิ่นที่ให้บริการอย่างครบวงจร ทั้งเปึนศูนย์ปฏิบัติการและศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ อย่างเช่นที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ตาม นั่นก็ยังเปึนเพียงจังหวัดเดียวที่มีความสมบูรณ์ของทั้งท้องถิ่น อบจ. แล้วก็ อปท. ทุกแห่ง ที่ร่วมมือกัน
สิ่งที่ท้าทายมากกว่านั้นคือถ้าท้องถิ่นสามารถลุกมาทําได้เต็มพื้นที่ ควรจะขยายให้ การรับผู้ป์วยจากฉุกเฉินไม่วิกฤติเพิ่มเติมสู่การฉุกเฉินวิกฤติซึ่งตอบสนองได้ภายใน ๘ นาที จากท้องถิ่นที่อยู่ใก ล้ ข้อเสนอในการปฏิรูปการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล คือกําหนดให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กําหนดนโยบายและผลักดันเรื่องต่อไปนี้ ๑. ให้มีการเรียนการสอนการปฐมพยาบาล การช่วยฟุ๋นคืนชีพทุกระดับ ทุกพื้นที่ ทั้งโรงเรียน โรงงาน สถานประกอบการ ท้องถิ่น ชุมชน ๒. เพิ่มการเข้าถึงการแพทย์ฉุกเฉินของ ประชาชนในการพัฒนาหน่วยกู้ชีพระดับท้องถิ่น ให้บรรจุในโครงสร้างและเปึนหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓. เร่งพัฒนาระบบศูนย์รับแจ้ง เหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว ที่ได้ผ่าน ครม. แล้ว ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกที่เคารพ กระผม นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อํานวยการศูนย์ความร่วมมือ ขององค์การอนามัยโลกด้านการปัองกันและควบคุมอุบัติเหตุตามที่ ท่านอาจารย์ชูศิลปี ได้กรุณารายงานไปเมื่อตอนต้นนี้ว่าผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินมาถึงโรงพยาบาลของรัฐ ในป้ ๒๕๕๕ ถึง ๒๔ ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง ๑ เท่าตัวในระยะเวลาเพียง ๑๐ ป้ ในขณะที่โรงพยาบาลของรัฐแทบจะไม่มีการเพิ่มขึ้นเลย โรงพยาบาลศูนย์ปัจจุบันนี้ รับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๒๐๐ รายต่อวัน โรงพยาบาลทั่วไปรับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๑๔๐ รายต่อวัน โรงพยาบาลชุมชนรับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๘๐ รายต่อวัน โดยที่ศักยภาพของโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ภาพที่เห็นนี้เปึนภาพของสภาพความแออัดอย่างยิ่ง ของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลทุกระดับ ซึ่งไม่เพียงแต่มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แต่ความรุนแรง ก็มากเปึนอย่างยิ่ง เพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพของผู้ป์วยฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณ และความรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระดับของโรงพยาบาลเพื่อรองรับการบริการ ผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินเปึนเขตสาธารณสุข ๑๒ เขต ทุกเขตมีศูนย์อุบัติเหตุ ๔ ระดับ คือระดับที่ ๑ เปึนโรงพยาบาลศูนย์ ระดับตติยภูมิ ระดับที่ ๒ เปึนโรงพยาบาลศูนย์ทั่วไป ระดับที่ ๓ เปึนโรงพยาบาลจังหวัด และระดับที่ ๔ เปึนโรงพยาบาลชุมชน ในโรงพยาบาล ทุกระดั บ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบภารกิจ โดยมีกรอบภารกิจตามห ลักการที่ องค์การอนามัยโลกกําหนดไว้คือซิกซ์ บิลดิง บลอกส์ พลัส (Six building blocks plus)
ซึ่งครอบคลุมทั้งการบริการที่บูรณาการตั้งแต่การปัองกันอุบัติเหตุ การดูแล ก่อนถึงโรงพยาบาล การดูแลรักษาในโรงพยาบาล และการฟุ๋นฟูสภาพ กรอบที่ ๒ คือ การพัฒนาบุคลากร กรอบที่ ๓ คือการพัฒนาระบบสารสนเทศ กรอบที่ ๔ คือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการดูแลผู้ป์วย กรอบที่ ๕ คือการพัฒนา เรื่องการเงินการคลัง กรอบที่ ๖ คือการบริหารจัดการ และกรอบที่ ๗ คือการสร้าง การมีส่วนร่วมข องทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภารกิจด้านบริการผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มี ๘ กลุ่มโรคหลัก คือโรคจากอุบัติเหตุ โรคของสเตมิ (STEMI) และโรคหัวใจขาดเลือด โรคสมองขาดเลือด ทั้งฉุกเฉินในเด็กทารก ฉุกเฉินในผู้หญิงตั้งครรภ์ ภาวะฉุกเฉินในผู้ป์วย ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ศีร ษะ ภาวะฉุกเฉินในผู้ป์วยที่ ได้รับอุบัติเหตุของไขสันหลัง และภาวะ โรคติดเชื้อ กรอบภารกิจความรับผิดชอบเริ่มตั้งแต่ชุมชน การเข้าถึงการบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน การดูแลในห้องฉุกเฉิน และการรับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ในตึกผู้ป์วยใน ซึ่งจะเปึนได้ว่าภารกิจเหล่านี้ค่อนข้ำงกว้างขวางมาก แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในเรื่องของการดูแลผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินมีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโรงพยาบาลชุมชน พบว่าแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลชุมชนทั้ง ๒๔ ชั่วโมงมีเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พยาบาลที่อบรมการดูแลผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มีเพียงไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลชุมชนสามารถให้บริการผู้ป์วยโดยการเอกซเรย์ปอด ตลอด ๒๔ ชั่วโมงได้เพียง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถเจาะหลอดลมที่คอหรือเจาะปอดได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในโรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ที่ผ่านการอบรมชั้นสูงในการดู แล ผู้ป์วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินมีเพียง ๑๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง มีความพร้อมในเรื่องของ การอุ่นน้ําเกลือ อุ่นเลือด มีเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีเครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในห้องฉุกเฉินเพียง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถผ่าตัดช่องท้องได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพียง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ความพร้อมในการผ่าตัดสมองในโรงพยาบาลจังหวัดมีเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดช่องอกมีเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์
ในขณะที่โรงพยาบาลศูนย์ซึ่งเปึนระดับตติยภูมิ แพทย์ที่ผ่านการอบรมในการช่วยชีวิตชั้นสูง มีเพียงแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สามารถผ่าตัดช่องท้องตลอด ๒๔ ชั่วโมงได้เพียง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดสมองได้เพียง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดช่องอกได้เพียง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภารกิจตามกรอบที่มอบหมาย รวมทั้งการบูรณาการการดูแลผู้ป์วยฉุกเฉิน จึงจําเปึนต้องมี หน่วยบริหารจัดการในโรงพยาบาล ที่เรียกว่า ทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิต (Trauma and Emergency Administrative Unit) บทบาทภารกิจของหน่วยบริหาร จัดการในโรงพยาบาลระดับจังหวัดขึ้นไป จะทําหน้าที่ในการออกแบบระบบการจัดการ เพื่อรองรับการดูแลผู้ป์วยฉุกเฉิน ทั้งทีมสหสาขา หลากหลายพื้นที่ หลากหลายสถานบริการ การพัฒนาคุณภาพเพื่อลดความเสี่ยง การพัฒนาระบบสารสนเทศ การจัดการประสานงาน เพื่อการปัองกัน การพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบัน ทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิตยังไม่มีโรงพยาบาลจังหวัดส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนเสนอยุทธศาสตร์คานงัดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ การบริการผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาลของรัฐก็คือ ๑. ขอเสนอให้มีการจัดตั้ง หน่วยบริหารพัฒนางานอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิตในโรงพยาบาลระดับจังหวัดขึ้นไป ๒. ขอเสนอให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์อุบัติเหตุ พยาบาลฉุกเฉิน ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๓. ขอเสนอให้มี การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานห้องฉุกเฉิน เพื่อการประเมินคุณภาพห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ทุกระดับ ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตเสนอ ในประเด็นที่ ๔ ประเด็นปฏิรูปสิทธิการรักษากรณีเจ็บป์วยฉุกเฉินครับ อย่างที่เราทราบตลอดการบรรยายนี้มาว่าการรักษาพยาบาลของ โรงพยาบาลของรัฐนั้น แออัดและแออัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนจํานวนหนึ่งต้องพึ่งพา ระบบของเอกชน โดยเฉพาะยามฉุกเฉินต้องไปเข้าโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้ ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องของค่าใช้จ่าย ๓ ป้ที่ผ่านมาได้มีนโยบายเรื่องของเจ็บป์วยฉุกเฉิน รักษาฟรี หรือที่เรียกว่าเอมโก (EMCO) แม้มีการสํารวจแล้วว่าประชาชนจํานวนหนึ่งพึงพอใจ ต่อนโยบายนี้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือการบริหารจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งเปึนปัญหา ทั้งทางด้านโรงพยาบาลและทางด้านกองทุน รวมทั้งเปึนภาระต่อประชาชนจํานวนหนึ่ง
รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้มีการปรับนโยบายให้เปึนนโยบายเจ็บป์วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ โดยมีการพยายามสร้างข้อตกลง ๖-๗ ประการ ประการที่ ๑ คือ การกําหนดและรับรองได้ว่าผู้ป์วยฉุกเฉินวิกฤติ โดยเฉพาะสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปึนผู้รับผิดชอบใ นการกําหนดว่าผู้ป์วยฉุกเฉินวิกฤตินั้นต้องได้รับสิทธิโดยที่ไม่มีเงื่อนไข ประการที่ ๒ คือในกองทุนต่าง ๆ ๓ กองทุนจะต้องจ่ายคืนค่ารักษาพยาบาลให้กับ โรงพยาบาลที่ได้รับผู้ป์วยดังกล่าวเข้าไป แล้วก็ดูแลครบ ๗๒ ชั่วโมง โดยระบบการจ่าย ที่จ่ายจริง หรือเรียกว่าฟ้ สเคดดูล (Fee schedule) ประการที่ ๓ คือเมื่อพ้น ๗๒ ชั่วโมง ผู้ป์วยฉุกเฉินที่พ้นวิกฤติให้กลับไปสู่ระบบการดูแลของระบบ ๓ กองทุนเหมือนเดิม ประการที่ ๔ คือผู้ป์วยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ แล้วก็ผู้ป์วยที่มี ประกันสุขภาพของเอกชนนั้นให้ใช้สิทธินี้ก่อน ประการที่ ๕ คือมีระบบติดตาม แก้ไขปัญหา และการรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งพร้อมที่จะต้องปรับข้อตกลงกัน ประการที่ ๖ คือเน้นให้มี การพัฒนาห้องฉุกเฉินของทางภาครัฐและเอกชน ประการที่ ๗ คือขอเปึนมติของ ครม. ให้ทุกฝ์ายที่ตกลงกันไว้ทําตามข้อตกลง ทั้ง ๗ ประการยังเปึนเรื่องที่กําลัง เดินหน้าอยู่ เพราะฉะนั้นข้อเสนอในการปฏิรูปบูรณาการสิทธิการรักษากรณีเจ็บป์วยฉุกเฉินคือ กําหนดให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สํานักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันเร่งดําเนินการ ตามนโยบายเจ็บป์วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ ให้บรรลุผลสําเร็จตามที่ได้เสนอเงื่อนไขไว้ ขอบคุณครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขอสรุปผลที่ประชาชนจะได้รับจากการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน ดังนี้ ๑. สามารถลด อัตราการเสียชีวิต พิการ และการสูญเสียอื่น ๆ จากการเจ็บป์วยฉุกเฉินที่ปัองกันได้ ๒. ประชาชนมีความรู้ความสามารถในการปฐมพยาบาล การช่วยฟุ๋นคืนชีพเบื้องต้น รวมทั้ง ร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง ๓. หน่วยกู้ชีพมีควา มพร้อม มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกพื้นที่
๔. สถานพยาบาลมีหน่วยพัฒนางานอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉินสามารถใ ห้บริการ การแพทย์ฉุกเฉินในสถานพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอ ๕. ผู้ป์วยฉุกเฉินวิกฤติ ได้รับการช่วยเหลือรักษาที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและทันต่อเวลา ได้รับการคุ้มครอง สิทธิการเข้าถึงการรักษาโดยไม่มีเงื่อนไข ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ภาวะเจ็บป์วย ฉุกเฉินของประชาชนเปึนความทุกข์ ความเดือดร้อน ความสูญเสียที่มีมูลค่ามหาศาลทั้งที่ สามารถปัองกันและลดความสูญเสียได้ และถือว่าเปึนบริการขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ ประชาชน ทุกนาทีที่ล่าช้าคือความสูญเสียของชาติ ผมขอจบการปฏิรูประบบการแพทย์ ฉุกเฉินครับ ขอบคุณครับ
กราบเรียนประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ สมาชิก สปช. หมายเลข ๐๖๒ ท่านประธานและสมาชิกทุกท่านคงจะได้ฟัง คุณหมอสุวัฒน์ได้กล่าวไปในเรื่องของระบบบริ การสุขภาพแล้ว ผมก็ขอเรียนว่าการแพทย์ แผนไทยเปึนส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพคือเปึนส่วนเล็ก ๆ แต่ว่าถ้าระบบ บริการสุขภาพที่คุณหมอสุวัฒน์พูดถึงโดยเฉ พาะพื้นที่นําร่องก็ดีหรือว่าเฮลต์ แคร์ ทีม (Health care team) ก็ดีจะต้องมีส่วนหนึ่งที่มีบุคลาก รทางการแพทย์แผนไทย ซึ่งเบื้องหลังของบุคลากรเหล่านี้คือสิ่งที่ผมกําลังจะพูดต่อไป ผมขอยกเอ่ยนามท่านรสนาว่า ลูกเมียหลวงแม่ตายมันเปึนอย่างไร ผมก็ชกลมเรื่องนี้มานานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสพูด ก็จะใช้เวลาที่มีค่าเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในเรื่องของการปฏิรูปการแพทย์แผนไทย ถ้าพูดถึงการแพทย์แผนไทย ขอสไลด์ด้วยครับ ก็มีสัญลักษณ์อยู่ ๓ สิ่ง ก็คือบรมครู หมอชีวก หรือชีวกโกมารภัจจ์ บุคลากรที่ ๒ ก็คือว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านได้ตั้งโรงเรียนการแพทย์แผนไทยแห่งแรกที่วัดโพธิ์ แล้วก็ท่านได้รับพระราชทาน เปึนพระราชบิดาของการแพทย์แผนไทย แล้วคณะรัฐมนตรีก็ได้กําหนดวันที่ ๒๙ ตุลาคม เปึนวันภูมิปัญญาไทยหรือการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูป การแพทย์แผนไทยอยากจะเห็นก็คือการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยเปึน การแพทย์ประจําชาติเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยื น และสไลด์ต่อไปครับ ที่ผมจําเปึนจะต้องเอ่ยถึงก็คือ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จะเห็นว่าในรายการต่าง ๆ หรือ ในทุกโอกาสท่านได้พูดถึงเรื่องการนําแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านมาต่อยอด
องค์ความรู้เพื่อเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจของป ระเทศ ท่านพูดหลายครั้ง ผมก็เลยนํามาให้ ทุกท่านได้เห็น อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าการแพทย์แผนไทยนี่ถ้าเราพูดถึงการแพทย์แผนไทย ให้นึกถึงว่าระบบของการดูแลสุขภาพโดยอาศัยภูมิปัญญาความรู้ท้องถิ่นซึ่งมีมา แต่โบร่ําโบราณ มีมานานแล้วครับหลายร้อยป้ ซึ่งเปึนเรื่องของมิติหลา ยมิติที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของศาสนา พิธีกรรม วัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม แล้วก็ชุมชน แพทย์แผนไทยเปึนคํารวมใหญ่แต่ว่ามันก็จะซ้อนในสาขาวิชาชีพอยู่ ๒ อย่าง คือ การแพทย์ แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ท่านอาจจะเคยได้ยิน ๒ หลักสูตรนี้ต่างกันอย่างไร ก็คือเรียนเหมือนกันครับในเรื่องของเวชกรรม เภสัช นวดไทย ผดุงครรภ์ ที่แตกต่างกันคือ การแพทย์แผนไทยประยุกต์นําเรื่องของวิทยาศาสตร์มาเพิ่มในหลักสูตรมากขึ้น แล้วเรื่องของ การแพทย์พื้นบ้านนั้นไม่อยู่ในการแพทย์แผนไทยประยุกต์แต่มาอยู่ในเรื่องของการแพทย์ แผนไทย แล้วก็การแพทย์แผนไทยก็ยังแบ่งเปึน ก, ข, ค, ซึ่งผมไม่ขอกล่าวถึง ทุกท่านทราบดี ว่าภัยคุกคามสุขภาพมันมีความสําคัญอย่างใหญ่หลวง องค์การอนามัยโลกก็ได้คาดการณ์ ไว้ว่าในป้ ๒๐๕๐ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประชากรโลกคือประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านคน จะป์วยเปึน ๑ โรคของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ทีนี้วกมาดูประเทศไทย คนไทย ๑ ใน ๓ ป์วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยโรคหลัก ๆ เรื่องความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวานพวกนี้ อันนี้คือเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งผมดูรายการเมื่อคืนคือเดินหน้าปฏิรูป ซึ่งท่านประธาน ก็ไปออกด้วย เผอิญท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพูดว่าระบบการดูแ ลสุขภาพต่อไปจะต้องเน้นในเรื่องการส่งเสริมปัองกันมากกว่า การบําบัดรักษาแล้วก็ฟุ๋นฟู อันนี้มันตรงกับคุณลักษณะของแพทย์แผนไทยเลย เพราะว่า แพทย์แผนไทยเปึนองค์ความรู้แบบองค์รวม เน้นในเรื่องของภาวะสมดุล ท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าในหลักการมันก็เปึนอย่างนั้น ธาตุดิน น้ํา ลม ไฟ อะไรต่าง ๆ นี่ ในหลักการการแพทย์แผนไทยคือถ้าภาวะร่างกายสมดุลแล้วคุณจะไม่ป์วยเปึนโรคอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องผัก ผลไม้ สมุนไพรต่าง ๆ นี่มันช่วยได้ และมันก็จะช่วยลดคนที่จะเจ็บป์วย จากโรคนี้ ผมว่างบประมาณของชาติจะลดไปได้อย่างมหาศาล ถ้าโครงการที่คุณหมอสุวัฒน์ ท่านทําแล้วเห็นตัวเลขเรื่องพื้นที่ตัวอย่างเปึนจริง ทีนี้กลุ่มโรคผมอยากให้เห็นความสําคัญว่า กลุ่มโรคของแพทย์แผนไทยที่ดูแลนี่มันจะมีอยู่ ๗ กลุ่ม ที่ว่าได้ผลนี่คือเรื่องโรคไข้ต่าง ๆ โรคสตรี บุรุษ ระบบทางเดินอาหาร หลอดเลือด โรคผิวหนัง โรคกล้ามเนื้อ โรคฉุกเฉิน ผมก็มีตัวเลขเปรียบเทียบ แต่ยอมรับว่าตัวเลขสถิติต่าง ๆ นี่มันหาได้ยาก ผมก็เปรียบเทียบได้ ๒ โรค ก็คือโรคของไหล่ติดกับโรคของสะเก็ดเงิน ตัวเลขอันนี้ได้มาจากโรงพยาบาลของ สถาบันการแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน สถาบันราชภัฏเชียงราย ซึ่งดอกเตอร์ยิ่งยง ท่านเปึนเจ้าของอยู่ ท่านก็ให้ตัวเลขนี้มา จะเห็นว่าถ้าไหล่ติดนี่ถ้ารักษาแล้วประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้ารักษาโดยภาวะปัจจุบันนี่อาจจะต้องผ่าตัด ก็เสียราคาเปึนหมื่น แล้วก็ถ้าเปึนโรคสะเก็ดเงินนี่ชัดเจน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หาย ตัวเลขถ้าหายขาดก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทภายใน ๖ เดือน แต่ว่าถ้าเปึนแผนปัจจุบันก็จะต้องมากกว่านั้น แล้วก็มันมี หลายโรค แต่ว่าของพวกนี้ยังคงจะต้องเก็บสถิติ ความสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของ สมุนไพร พูดกันมาก แล้วสมุนไพรนี่ผมว่าเรื่องใหญ่ และมันมีปัญหาเยอะมากในเรื่องของ มาตรฐาน ในเรื่องของโรงงาน ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปถึงหัวข้อที่เกี่ยวโยงไปถึง ผมพูดตัวเลข อันนี้มาหลายครั้งแล้วว่ามูลค่าสมุนไพรในโลกนี่ ๔.๔ ล้านล้านบาท ในประเทศไทยนี่ ก็ส่งออกเครื่องสําอาง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในจํานวนนี้ไม่น่าเชื่อว่าเราได้นําเข้าวัตถุดิบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งวัตถุดิบบางอย่างก็คือในบ้านเรานี่ปลูกไ ด้เอง แต่ก็เปึนที่น่าเสียใจ
อย่างที่ผมเรียนว่ามันยังขาดการกํากับดูแลเรื่องมาตรฐาน ทีนี้ปัญหาของการแพทย์แผนไทย มีอะไรบ้าง ก็มีทั้งหมดอยู่ ๔ ประเด็น ที่ชัด ๆ เลยก็คือว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่น และศรัทธา ขาดระบบสนับสนุนยาแผนไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ภูมิปัญญาถูกฉกฉวย และละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วก็ขาดการสืบทอดองค์ความรู้ ประเด็นนี้ที่ผมพยายาม ก็หมายความว่าคณะกรรมาธิการได้ผลักดันให้เขียนในรัฐธรรมนูญว่าในเรื่องของการแพทย์ แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน ท่านเชื่อไหมว่าทั้งประเทศแพทย์พื้นบ้าน ตอนนี้เหลืออยู่ ๑๐๐ กว่าคน เมื่อป้ ๒๕๕๖ ทางสถาบันแพทย์พื้นบ้าน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกสํารวจไว้นี่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ออกใบประกอบโรคศิลปะเปึนเรื่องเปึนราว นี่มีประมาณ ๑๖๒ คน ตายไปเรื่อย ๆ ครับ สักวันหนึ่งถ้าไม่มีการสืบสานเราจะเสียใจว่า ภูมิปัญญาของเรา คือแพทย์พื้นบ้านนั้นหายไปจากแผ่นดินไทย ทีนี้การแก้ปัญหาก็มีทั้งหมด อยู่ ๖ ด้าน ๖ เรื่อง ผมว่าขอพูดไปในแต่ละเรื่อง คือเรื่องของโครงสร้างการบริหารจัดการ ที่เปึนเลิศด้านการแพทย์แผนไทย สิ่งหนึ่งที่มันควรจะต้องทําก็คือเรื่องของคณะกรรมการ ขับเคลื่อนที่จํา เปึนจะต้องมี เพราะว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องยุทธศาสตร์ก็ดี นโยบายต่าง ๆ มันมีเขียนเอาไว้เยอะ ผมคิดว่าผมพูดเรื่องนี้ไปหลายครั้ง แต่มันขาดว่ากลไกขับเคลื่อน ที่เปึนจริง อันที่ ๒ ก็คือว่าในเรื่องของโครงสร้าง สถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาตินี่จําเปึน เพื่อจะบูรณาการห น่วยงานทั้งหมดในประเทศ แล้วก็สามารถที่จะเผยแพร่นําไปสู่ ต่างประเทศ
ลําพังผมขอเรียกว่ากรมแพทย์แผนไทยในกระทรวงสาธารณสุขก็แล้วกันนะครับจะได้เข้าใจ ว่าหมายถึงกรมพัฒนาก็ไม่เพียงพอครับ ต้องมีระบบเชื่อมโยงซึ่งเรากําลังจะมี กรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งท่านประธานคงจะได้นําพูดต่อไปก็จะมีเชื่อมโยง เรื่องของแพทย์แผนไทยเข้าไปด้วย มีโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จ ะต้องปรับปรุง ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการศึกษาพัฒนากําลังคนคือสร้างเอกภาพเอกลักษณ์ไทย ระบบการผลิตแพทย์แผนไทยต้องยอมรับว่าในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สถาบันต่าง ๆ ที่เป่ดนี่เป่ดง่ายแล้วบางแห่งก็ไม่มีสถานที่ฝ๊ก ถ้าเราบอกว่าหมอที่รักษาคน แล้วไม่ มีสถานที่ฝ๊กอันนี้น่าเปึนห่วงมาก อย่างมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด ๑๘ แห่ง ถ้าแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็อีก ๘ แห่ง แล้วการพัฒนาสืบทอดความรู้ของหมอพื้นบ้าน พัฒนาบุคลากร จะเห็นว่าในระบบทั้งหมดถ้าเราพูดถึงอุตสาหกรรมสมุนไพรมันก้าวหน้าไป แต่เราขาดบุคลากรไม่ว่าจะเปึนวิศวกรโรงงานยาหรือว่าเภสัชสมุนไพรที่เราพูดถึงว่างานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรสมุนไพรพวกนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมหรือว่าเป่ดให้มีการศึกษาขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการทําอย่างไรเด็กนักเรียนหรือคนที่เรียนมัธยมศึกษา ประถมศึกษาจบออกมาแล้วมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ตัวเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเปึน เรื่องสําคัญในการดูแล ถ้าเด็กทุกคนมีความรู้เรื่องนี้ท่านลองคิดดูว่าคนในชาติทรัพยากรชาติ จะสุขภาพดีขนาดไหน ในท้ายที่สุดก็คือว่าแผนแม่บทของเรื่องพัฒนากําลังคนนี่จําเปึน มันมีปัญหามาก มากในหนึ่งหลาย ๆ ปัญหาของสาธารณสุขคือเรื่องกําลังคนไม่มีอัตราบรรจุ ไม่มีงบประมาณ แล้วถามว่าความมั่นคงมันจะอยู่ที่ไหน แล้วมันจะพัฒนาไปได้อย่างไร ประเด็นต่อไปคือเรื่องของการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ จากเมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาก็พูดไปแล้วว่าปัญหา งานวิจัยมันมีขนาดไหน แล้วก็มีรายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ที่ได้ประเมินไว้ในช่วงป้ ๒๕๕๕ ถึงป้ ๒๕๕๘ สรุปได้ว่างานวิจัยกระจัดกระจาย วิจัยตาม ความต้องการของหน่วยงานมากกว่าทัศนะหรือว่ายุทธศาสตร์ของชาติ ผลงานวิจัย ไม่ตอบสนองความต้องการด้านอุตสาหกรรม ฉะนั้นก็ควรจะต้องมีการทําแผนแม่บทการวิจัย ระดับชาติ โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่จะต้องทําด้วยในเรื่องของเรา พูดถึงคัมภีร์นะครับอาจจะ ดูโบราณแต่จริง ๆ แล้วมันใช่ การแพทย์แผนไทยมีคัมภีร์อยู่เยอะซึ่งจะต้องสังคายนารวมกัน ให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และที่สําคัญฐานข้อมูลจะต้องมีนะครับ สุขภาพที่คุณหมอสุวัฒน์
พูดถึงถ้าได้แพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานจริง ๆ ก็จะต้องจัดให้มีการบริการผสมผสาน เวลานี้คืออยากจะบอกว่าโรงพยาบาลหรือผู้บริหารของโรงพยาบาลของรัฐหรือทั่วไป ก็แล้วแต่ขาดความรู้ความเข้าใจต่อศักยภาพและประโยชน์ที่แท้จริงของศาสตร์การแพทย์ แผนไทยซึ่งมันมีมากกว่าการนวด และที่สําคัญที่พูดกันเสมอคือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทที่สําคัญในการพัฒนาดูแลสุขภาพในชุมชนโดยใช้ความรู้ของหมอพื้นบ้าน หรือแพทย์พื้นบ้าน แล้วที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจําเปึนมาก ๆ ก็คือว่ากลไกด้านการบริหาร การเงินในระบบกองทุนต้องเป่ดโอกาสมาก ๆ ให้มีการใช้บริการของแพทย์แผนไทย ซึ่งในปัจจุบันยังมีข้อจํากัด ทีนี้อุตสาหกรรมยาผมเห็นบทความที่ไหนไม่ทราบพู ดบอกว่า สมุนไพรนี่กู้ชาติ ฉะนั้นถ้าทําให้กู้ชาติได้มันต้องทําอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะจะต้องเร่งรัดผม ว่าเปึนปัญหาที่อัดอั้นตันใจ ผมว่าสมาชิกหลายท่านก็เคยมาบ่นกับผมว่าการขึ้นทะเบียนยา ของ อย. เวลานี้ปัญหามันเยอะช้า ๑ ป้ ๒ ป้บางทียังไม่ออกมาเลย ทําอย่างไรจะแก้ตรงนี้ได้ ผมเรียนให้ดีใจว่าตอนนี้เขากําลังแก้กันอยู่ แล้วยาแผนไทยในบัญชียาหลักแห่งชาตินโยบาย กระทรวงสาธารณสุขบอกต้องมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของยาแผนปัจจุบัน แต่เวลานี้ยังไปไม่ถึงไหน เลยครับ โอเค (OK) มันก็อาจจะมีอุปสรรค แต่ถ้าทุกคนได้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาอุปสรรค อันนี้ผมว่ามันไปได้ ตอนนี้มีอยู่แค่ ๗๔ รายการ ประเด็นสําคัญก็คือว่าจะต้องจัดทํา พระราชบัญญัติยาสมุนไพรใหม่ เพราะปรัชญาของยาแผนโบราณกับปัจจุบันไม่เหมือนกัน และคณะกรรมการในการพิจารณาจริง ๆ ใช้ทักษะความรู้ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็คือปัญหา ประเด็นสุดท้ายของการปฏิรูปคือภูมิปัญญาการแพทย์ไทยมรดกไทยมรดกโลก
ท่านทราบไหมครับว่าเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ฤาษีดัดตนนะครับ ประเทศญี่ปุ์น คนญี่ปุ์นเอาไป จดทะเบียนการค้า เครื่องหมายการค้า แล้วก็ไปเป่ดสปา เพราะคนญี่ปุ์นคนนั้นมาเรียน ในประเทศไทยแล้วก็เอาไปจด กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยต้องฟัองร้องใช้เวลาหลายป้ เสียเงินเปึนสิบ ๆ ล้าน แต่ก็น่าดีใจนะครับว่าตอนนี้เราชนะเรียบร้อยไปแล้ว นี่ไม่รวมถึงว่า ผมอยากจะเรียกโจรสลัดชีวภาพหรือโจรสลัดพันธุกรรมก็แล้วแต่ พูดถึงสมุนไพรเปล้าน้อย กวาวเครือ หรือที่ไม่ใช่สมุนไพรก็ข้าวหอมมะลิเปึนต้น เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีกฎหมายที่ว่า เด็ดขาดคุ้มครองให้ได้ และที่จําเปึนอย่างยิ่งก็คือว่าฐานข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้านนี่จะต้องมีซึ่งเวลานี้ก็ยังไม่มี มันก็จะเปึนการปัอง ก็หมายความว่าถ้ามี ข้อมูลพวกนี้มันเปึนหลักฐานว่ามันเปึนลิขสิทธิ์ของเรานะครับ แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในพื้นที่นะครับ ทีนี้แนวทางแก้ปัญหา ถ้าเราทํา ๓ เรื่อง ผมว่ามันแก้ปัญหาได้ ทั้งหมด ก็คือที่เราพูดกันว่าคานงัด ๆ ๓ เรื่องก็คือกรรมการขับเคลื่อนผมพูดไปแล้วว่า จําเปึนต้องมี ทีนี้ในหลักในการทําอย่างไรมันจะเกิดได้จริง ผมก็มองไปที่พระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ก็อยากจะใส่กฎหมายตัวนี้ให้มันเกิดมีคณะกรรมการ ขับเคลื่อนเกิดขึ้น หมายความว่าประสานทําแผนกําหนดยุทธศาส ตร์ แล้วก็เอาทุกกลุ่ม มารวมกัน ที่สําคัญคือว่ามันขับเคลื่อนให้ได้จริง ๆ คณะกรรมการชุดนี้ควรจ ะมี รองนายกรัฐมนตรีทางด้านสาธารณสุขซึ่งเปึนประธาน แล้วก็มีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย หรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกก็อาจจะทําหน้าที่เปึนเลขานุการ ประการที่ ๒ จัดตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติผมพูดไปแล้ว แล้วก็การแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องนะครับ คือจะต้องแยกพระราชบัญญัติยาสมุนไพรออกมาให้ได้นะครับ ปฏิรูปแล้ว เราได้อะไรนะครับ ประการแรกตรงจุดเลยคือลดความเหลื่อมล้ําของการบริการ ด้านการแพทย์เพื่อให้เข้าถึงการแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพ และมี ความปลอดภัยนะครับ เข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความปลอ ดภัยและมีมาตรฐาน เปึนที่ยอมรับ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองและชุมชน ซึ่งสอดคล้อง กับวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการสืบทอด ส่งเสริมคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ระบบยาของประเทศมีความมั่นคงนะครับ และที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของศักดิ์ศรีความเปึนชาติไทยมรดกของชาติที่ต้องรักษาไว้ ถ้าคิดว่าประเทศไทยต้องมีแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านคู่ไปตลอดท่านต้องปฏิรูปสิ่งเหล่านี้
และทุกคนในชาติรวมทั้งหน่วยงานควรจะต้องสนับสนุนส่งเสริมด้วยซ้ําไปครับ ผมขอจบด้วย อันเชิญพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นะครับ ซึ่งท่านพระราชนิพนธ์ เกี่ยวกับสมุนไพรนะครับว่า สมุนไพรไทยนี้มีค่ามาก พระเจ้าอยู่หัวทรงฝากให้รักษา แต่ปู์ ย่า ตา ยาย ใช้กันมา ควรลูกหลานรู้รักษาสืบไป เปึนเอกลักษณ์ของชาติควรศึกษา วิจัยยาประยุกต์ให้เหมาะสมัย รู้ประโยชน์ รู้คุณโทษสมุนไพร เพื่อคนไทยอยู่รอดตลอดกาล ผมขอขอบคุณครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผม ขอนําเสนอเรื่องการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ เปัาหมาย ของระบบสาธารณสุขต้องการให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า ปัจจัยสําคัญ อย่างหนึ่งที่จะทําให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีนั้น คือการติดอาวุธทางปัญญาด้านสุขภาพให้กับ ประชาชนเพื่อให้ประชาชนนําอาวุธทางปัญญาด้านสุขภาพไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ของตนเอง อาวุธทางปัญญาด้านสุขภาพนี้ หมายถึงความรอบรู้ด้านสุขภาพหรือเฮลต์ ลิทเทอเรซี (Health literacy) ที่หมายถึงการเข้าถึง เข้าใจ นําไปใช้ประโยชน์ของข้อมูล สุขภาพที่ได้รับ ข้อมูลสุขภาพจะเข้าถึงประชาชนได้ ต้องมีการสื่อสารสุขภาพ หรือเฮลต์ คอมมิวนิเคชัน (Health communication) หมายถึงการใช้สื่อต่าง ๆ ทุกประเภท ในการเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสมัย ส่งผลให้เข้าถึงประชาชน ชุมชนและสังคม ให้เกิดความเข้าใจนําไปใช้เปึนประโยชน์เพื่อพัฒนาสุขภาพที่ดีต่อไป ความสําคัญในเรื่องนี้ มีเสนอบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ พลเมืองมีสิทธิในด้านสาธารณสุขได้รั บข้อมูลด้านสุขภาพ ที่ถูกต้องและทันสมัยจากรัฐ และพลเมืองมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและ ชุมชน มาดูสถานการณ์
การเจ็บป์วยของประชาชน มีการเจ็บป์วยด้วยโรคต่าง ๆ มากมาย เปึนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคไตวาย รวมยอดผู้ป์วย ๑๗,๕๐๐,๐๐๐ คน แสดงว่าคนไทย ๔ คนจะป์วยเปึนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ๑ คน รวมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลประมาณ ๓๐๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ สถานการณ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ท้องไม่พร้อม แม่วัยใส ประเทศไทยเปึนอันดับที่ ๑ ของเอเชีย สถานการณ์การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุประเทศไทยเปึนอันดับที่ ๑ ของเอเชีย และเปึนอันดับ ๓ ของโลก จะเห็นว่าการเจ็บป์วยของคนไทยด้วยโรคไม่ติด ต่อเรื้อรังเปึนโรคที่สามารถ ปัองกันได้ แต่กลับมีจํานวนมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุที่เปึนเช่นนี้ เพราะประชาชนชาวไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในเกณฑ์ต่ํา มีพฤติกรรมสุขภาพ ที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่ออกกําลังกาย มีโภชนาการไม่ถูกต้อง อารมณ์เครียดเรื้อรัง สูบบุหรี่ และดื่มสุรา นําไปสู่การเจ็บป์วยเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ของประเทศ สถานการณ์การสื่อสารของประเทศไทยในปัจจุบัน มีหน่วยงานของรัฐ ที่ทําหน้าที่ให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพมากมาย ทั้งในกระทรวงสาธารณสุข กว่า ๒๐ หน่วยงาน และกระทรวงอื่น ๆ กว่า ๑๐ หน่วยงาน โดยต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างใช้งบประมาณจํานวนมาก ไม่มีการประเมินผลการดําเนินงาน ไม่มีหน่วยงาน ที่จะคัดกรองข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมกับทุกกลุ่ม ทุกวัยของประชาชน และไม่มีหน่วยงาน ที่ทําหน้าที่โต้ตอบข้อมูลสุขภาพที่ ไม่ถูกต้องหรือการโฆษณาชวนเชื่อ ทําให้ประชาชน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ต่ํา ป์วยเปึนโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้าน การรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มีผลมาจากการสื่อสารสุขภาพที่ไม่มีประสิทธิภาพ สามารถสรุปสาเหตุได้ ๒ ประการ คือประการแรกประเทศไม่มีหน่ วยงานระดับชาติ ที่จะกําหนดนโยบายและกลไก เพื่อกํากับการทํางานและบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ประการที่ ๒ การสื่อสารสุขภาพไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะปรับเปลี่ยน ให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมีความรอบรู้ ด้านสุขภาพ จึงควรให้มีการปฏิรูปความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ ประเด็นในการปฏิรูป ในเรื่องนี้ขออนุญาตให้ศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ เปึนผู้นําเสนอต่อ จนจบครับ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ อนุกรรมาธิการปฏิรูปนโยบายสาธารณะด้านความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ ขอนําเสนอ กรอบแนวคิดและข้อเสนอการปฏิรูปดังต่อไปนี้ จากที่ท่านอาจารย์ชูศิลปีนําเสนอมา เราจะสังเกตได้ว่าความรอบรู้เรื่องสุขภาพของปวงชนชาวไทยมีอัตราที่ต่ํามาก เปรียบประดุจปลายน้ําแข็งที่โผล่พ้นมหาสมุทรของไอซ์เบิร์ก ส่วนความไม่รู้หรือความรู้ที่ผิด นําไปสู่พฤติกรรมที่ผิด ๆ เปรียบประดุจดังก้อนน้ําแข็งอันมหึมาที่ยังอยู่ใต้มหาสมุทร พวกเราซึ่งทํางานด้านการคิดเรื่องกรอบการปฏิรูปเหล่านี้หวังว่าถ้ากรอบการปฏิรูปเหล่านี้ ทําสําเร็จ เราจะได้นําความรู้ที่เปึนจริงแล้วก็ทําให้ประชาชนมีความสามารถและมีศักยภาพ ในการดูแลสุขภาพของตน ของครอบครัวและชุมชนให้ดีขึ้นได้ดั่งก้อนน้ําแข็งที่อยู่ใต้น้ํา ได้โผล่พ้นขึ้นเหนือน้ํา เราจะเห็นว่าเปึนหน้าที่ของรัฐที่ต้องให้ความรู้ทางด้านการดูแลสุขภาพ ของตนเองแก่ประชาชนจากกรอบร่างของรัฐธรรมนูญ เปึนสิทธิของประชาชนที่จะรับทราบ ความรู้ที่ถูกต้องนําไปปฏิบัติได้เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเขา เพื่อที่เขาจะได้ไปปฏิบัติหน้าที่ ของพลเมืองในการรักษาสุขภาพของตน ของคนในครอบครัวและชุมชน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ของประเทศในด้านการดูแลสุขภาพ
ดังนั้นคณะอนุกรรมการด้านการสร้างเสริมความรอบรู้และการปฏิรูปการสื่อสารด้าน ความรอบรู้นี้เรามีความหวังว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเปึนปัจจุบัน ประชาชน ต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นเพื่อทําให้อัตราป์วยลดลงจะได้ลดค่าใช้จ่าย ของการรักษาพยาบาลของประเทศของเรา การที่เราจะทําเช่นนี้ได้จะต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมการสร้างเสริมความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพของชาติ เพื่อที่จะได้นํามา ขับเคลื่อนให้มียุทธศาสตร์และกลไกในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมความรอบรู้ และการสื่อสารสุขภาพ ตลอดจนจัดให้มีระบบประเมินผลที่เน้นผลลัพ ธ์ที่ประชาชนที่มี ความรู้และมีคุณภาพ สิ่งที่เราปรารถนาและนําเสนอนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาลอย ๆ เพราะ ในจํานวนหลายเดือนที่ทํางานมาคณะกรรมการได้ศึกษาปัญหาจากเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่มีในประเทศไทยแล้วก็ของต่างประเทศเปรียบเทียบกันรวมทั้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จํานวนมากจากกระทรวงสาธารณสุข จากกระทรวงแรงงาน จากสํานักงานประกันสังคม แล้วก็จาก สปสช. รวมทั้งนักวิชาการต่าง ๆ มานําเสนอความรอบรู้และสิ่งต่าง ๆ ที่ควรจะต้องปฏิรูปให้กับประเทศไทย ดังนั้นเราจึงคิดว่าประชาชนไทยจะต้องหลุดพ้น จากสภาพที่สมองเต็มไปด้วยจังค์ โนวเลดจ์ (junk knowledge) ของเรื่องการดูแลสุขภาพ ของตนเอง เนื่องจากสื่อสารสุขภาพที่ต่ํา ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการบูรณาการ แล้วก็ มีแต่ความรู้ที่ผิด ๆ ซึ่งใส่เข้ามาเพราะการโฆษณาทางด้านการค้าที่มีอยู่ทั่วไปที่เราเห็น ในสังคมไทย ตัวเลขนี้ไม่ได้พูดลอย ๆ ถ้าท่านดูอัตราความรอบรู้ของประชาชนไทย ทางด้านสุขภาพเปรียบเทียบกับประชาชนด้านอียู (EU) สีเขียวนี่คือสีเขียวความรอบรู้ที่ดีมาก จนสามารถนําไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจําวันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสีแดงนี้ก็คือ ความไม่รู้และความรู้ที่ผิด ๆ เราจะสังเกตว่าจากอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปจนไปถึงอายุ ๕๐ ป้ ของกลุ่มประชาชนอียู อันนี้เปึนความรู้ที่ดีมากมีตั้งแต่ ๑๕ ป้ไปจนถึงอายุ ๕๐ ป้ แล้วความรอบรู้ที่พอใช้ได้หรือดีพอสมควรของเขาตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ก็มีเกินกว่าครึ่งหนึ่ง เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พอไปจนถึง ๕๐ ป้ไม่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่จะดูแลตนเองเลยของ ประชาชนชาวอียู ลองกลับมาดูภาพข้างล่างของประชาชนไทย ข้อมูลในป้ ๒๕๕๗ เราจะสังเกตว่าความรอบรู้ที่ดีมาก ๆ แล้วนําเอาไปใช้ได้ ต่ําเตี้ยติดดินตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ ไปจนถึงอายุ ๖๕ ป้จนเกือบเข้าโลงแล้วก็ยังแทบจะไม่รู้อะไร ส่วนความรู้ที่พอนําไปใช้ได้ เกินกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ที่กลุ่มเดียวคือกลุ่มอายุ ๔๕-๕๐ ป้ ส่วนความไม่รู้นั้นมีเต็มบ้านเต็มเมือง
เต็มแผ่นดิน นี่แหละคือปัญหาที่เปึนจริง ที่เปึนสุขภาพของปวงชนชาวไทย ความไม่รู้ ที่เปึนปัญหาที่เราพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนมาก เด็กนักเรียนของเราอายุ ๑๐-๑๔ ขวบไม่ทราบว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ปัองกันสามารถเสกเด็กเข้าไปอยู่ในท้องได้ แล้วบางคนที่รู้แล้วก็ยัง ทําซ้ําซาก เพราะไม่มีหน่วยงานไหนที่เข้ามาช่วยทําให้เกิดว่ามีการเข้าถึงถุงยางอนามัย หรือการปัองกันการตั้งครรภ์ในสภาพของสังคมที่เห็นว่ากา รมีเพศสัมพันธ์เปึนเรื่องปกติ ในหมู่วัยรุ่น อันนี้คือเปึนตัวอย่างของปัญหาเรื่องความรอบรู้แล้วการบริหารจัดการความรอบรู้ ของคนไทยของสังคมไทยของเรา ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าประเด็นปัญหาของเราก็คือประชาชน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมทําให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป์วยที่สามำรถปัองกันได้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านที่เกิดจากโรคที่ปัองกันได้ ถ้าเราช่วยกันทําให้มันไม่เกิดขึ้นค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็จะน้อยลงแล้วก็จะได้นําเงินเหล่านี้ไปใช้ทําอย่างอื่นได้มากขึ้น หน่วยงานที่ทําหน้าที่ดูแล ด้านความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพแก่ประชาชนมีมากทํากันเยอะแยะไปหมด ทุกกระทรวง ทุกกรม กองทํา ทําภายใต้โครงการนั้น นี้แต่ว่าขาดการบูรณำการที่จะเอา เม็ดเงินแล้วก็องค์ความรู้เหล่านั้นมาร่วมกันทําให้ประสิทธิภาพที่จะนําไปสู่การขับเคลื่อน นโยบายทําให้ประชาชนมีความรู้อย่างเต็มประสิทธิ ภาพและคุณค่าของเม็ดเงินเหล่านั้น ที่สําคัญข้อมูลข่า วสารด้านสุขภาพที่มีในบ้านเรากระจัดกระจายเต็มไปหมดไม่ทราบว่า ข่าวไหนจริงข่าวไหนหลอก
แล้วข่าวไหนที่มีจุดแอบแฝงทางด้านการค้าอยู่ ไม่มีการกลั่นกรอง และไม่มีคนลุกขึ้นมา ปกปัองประชาชนในการทําให้เกิดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและสามารถให้ประชาชนนํามาใช้ ในการปรับพฤติกรรมของตนเองได้ ต้นเหตุแห่งปัญหาของเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ว่าภาครัฐเรา ไม่มีแผนการพัฒนา เรามีนะคะ แต่เราขาดการนําแผนการพัฒนานี้เอามาใช้ ในด้านการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ขาดการบูรณาการทั้งทางด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างคนต่างก็ทําในแทรกต์ (Tract) ในรูล (Rule) ของตัวเอง ไม่มีการมาประสานงานกันหรือบูรณา การร่วมกัน กฎหมายและ มาตรการด้านสุขภาพไม่ครอบคลุม รวมถึงไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง องค์ความรู้และ นวัตกรรมที่นํามาใช้สื่อสารกับประชาชนยังไม่เหมาะสม ไม่เพียงพอ แล้วก็ไม่ทันสมัย นําไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้ความสําคัญกั บ การสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของปวงชน ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการ ของเรามีข้อเสนอแนะว่าขอให้มียุทธศาสตร์และกลไกในการขับเคลื่อน มีการประเมินผล โดยเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชน คือประชาชนต้องมีความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงปร ะสงค์ในทุกกลุ่มวัย ทั้งนี้จะทําได้ก็ขอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการสร้างเสริมความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพแห่งชาติหรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า กสรส. โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในข้อเสนออันนี้เพื่อจัดทําร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูปความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพแห่งชาติ ให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการสร้างเสริมความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพแห่งชาติ จัดทํายุทธศาสตร์ บูรณาการความรู้และการสื่อสารสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้มีการพัฒนา องค์กรและกลไกส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการทํางานด้านความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ โดยจัดให้มีเครือข่ายในการดําเนินการเพื่อยกระดับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัย จัดให้มีการยกระดับการเรียนรู้และสื่อสารสุขภาพทั้งในและนอกระบบการศึกษา จัดให้มีการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพ ผลลัพธ์ที่เราคาดหวังคือประชาชนของเรา ทุกกลุ่มวัยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ มีสุขภาวะ ที่สมบูรณ์ในทุกมิติ โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการสร้างเสริมความรอบรู้ และการสื่อสารสุขภาพแก่ประชาชนอย่างมีระบบ มีวิธีการ และมีช่องทางการสื่อสาร มีการคัดกรอง ตรวจสอบความถูกต้อง แม่นยํา และเชื่อถือได้ของข้อมูล กําจัดข้อมูลที่ผิด ๆ
สร้างความรอบรู้ที่ผิด ๆ ออกไป เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีเกิดแก่ปวงชนชาวไทยและคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นของประชาชน รัฐบาลต้องกําหนดนโยบาย กลไกการขับเคลื่อนโดยเน้นผลลัพธ์ ที่ประชาชนไม่ใช่ที่กระบวนการอย่างเดียว ประชาชนต้องมีความรู้ ความสามารถ ในการดูแล สุขภาพของตนเอง ของครอบครัว ของชุมชน ก่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ในทุกกลุ่มวัยในทั่วประเทศ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนสุขภาพต่าง ๆ ต้องได้รับ การพัฒนาศักยภาพ สามารถปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบได้อย่างแท้จริง ด้วยความหวังว่าถ้าเราทําการปฏิรูปเรื่องความรอบรู้เหล่านี้ประชาชนซึ่งเปึนหัวใจของ ประเทศเรา ประชาชนที่มีคุณภาพในการขับเคลื่อนของประเทศเราจะต้องได้รับข้อมูล ข่าวสารที่ผ่านการคัดกรอง ขจัดข้อมูลขยะเรื่องการดูแลสุขภาพออกไป โดยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งโซเชียล มีเดีย (Social media) ต่าง ๆ ทํางานร่วมกันอย่างบูรณาการ และนําความรู้ที่ดีมาสู่ปวงชนชาวไทย ด้วยความคาดหวังว่าในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าเรื่องอัตรา ความรอบรู้ด้านสุขภาพของปวงชนชาวไทยจะไม่แตกต่างจากกลุ่มประชาคมชำวอียู เราหวังว่าเมื่อการปฏิรูปนี้สําเร็จประชาชนไทยจะมีอัตราการได้รับข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง และเปึนปัจจุบันมากขึ้น ประชาชนมีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงขึ้น ประชาชน ทุกกลุ่มวัยมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น ประชาชนมีอัตราการเจ็บไข้ได้ป์วยลดลง และประเทศไทยของเราจะมีค่าใช้จ่ายสุขภาพด้านการรักษาพยาบาลน้อยลง ประเทศจะได้ นําเงินเหล่านั้นไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ โลกปัจจุบันผู้นําทางประเทศสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรปเขาขับเคลื่อนเฮลตี พีเพิล บาย เดอะ เยียร์ ทู เทาเซินด์ ทเวนตี (Healthy people by the year two thousand twenty) เขาขับแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นผู้นําไทยของ เราคงจะเริ่มขยับ แล้วก็ขับเคลื่อนกันออกไป เพื่อสังคมไทยที่มีสุขภาพดี ขอบคุณค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตให้คุณหมอณรงค์ศักดิ์ได้นําเสนอการปฏิรูประบบสร้างเสริมสุขภาพ และปัองกันโรคในลําดับต่อไปค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านสมาชิกสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา สมาชิกหมายเลขที่ ๗๖ ซึ่งได้รับมอบหมายให้นําเสนอผลการศึกษา เรื่องการปฏิรูปการสร้างสุขภาพ ปัองกันและควบคุมโรค รวมทั้งภัยคุกคามสุขภาพ โดยขออนุญาตเสนอต่อจากรายงานเรื่องของคอนเซปชวล ดีไซน์ ที่ได้เสนอไปแล้ว เพื่อให้ เห็นทางเดินสู่วัตถุประสงค์และเปัาหมายที่กําหนด ก็คือระบบบริการจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพ และปัองกันโรค และภัยคุกคามสุขภาพของประเทศอย่างมีดุลยภาพ ซึ่งกระผมก็ขอเสนอเปึน ๖ ประเด็นด้วยกันครับ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของตัวโครงสร้างและการเชื่อมโยงของ โครงสร้างในแต่ละระดับซึ่งก็ต้องสอดประสานกัน รวมทั้งบทบาทหลักด้วย ในเรื่องของ ตัวโครงสร้างใน ๓ ระดับที่จะต้องมีนั้น ก็คือเรื่องการจัดการระดับชาติ ซึ่งในหลักการ ตรงระดับชาตินั้นก็คงทําหน้าที่ในเรื่องของการกําหนดนโยบาย เรื่องมาตรการที่จะสนับสนุน ทางการเงิน กําหนดมาตรฐานรวมทั้งดูแลเรื่องกฎหมายต่าง ๆ คือเปึนโพลิซี เมกเกอร์ (Policy Maker) ในส่วนที่ ๒ ก็คือในระดับของพื้นที่ ซึ่งก็จะเปึนระดับของเขตหรือจังหวัด ซึ่งตรงส่วนนี้จะต้องทําหน้าที่ในการถ่ายระดับจากนโยบายระดับประเทศลงมาสู่พื้นที่ แล้วก็ มีหน้าที่ในการติดตาม กํากับ รวมทั้งการสนับสนุน ก็คือการเรกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็ ซัพพอร์ต (Support) แล้วก็ในระดับที่ ๓ ซึ่งต้องถือว่าเปึนจุดคานงัดของตัวระบบ ซึ่งคุณหมอสุวัฒน์ก็ได้พูดไว้ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้ก็คือตรงระดับที่เปึนชุมชนกับ ตรงท้องถิ่น ซึ่งถือว่าในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพและปัองกัน ควบคุมโรคนั้น เราพูดกัน โดยสับสนใน ๒ ที่เกิดเหตุ คือมันเกิดเหตุในเรื่องของการที่ไปจัดบริการ หรือมันเกิดเหตุ ที่เรื่องของที่ตัวบุคคล ครอบครัวและตัวชุมชน ซึ่งแน่นอนสิ่งที่ดีที่สุดก็คือจะต้องสวมเรื่องของ ระบบสุขภาพชุมชน ที่เราจะต้องพัฒนาศักยภาพเขาให้สามารถในการที่จะดูแลตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้ ซึ่งทางกลุ่มของทางบริการก็ได้พูดถึงเรื่องการแตกฉาน ทางด้านความรู้ ทางด้านดูแลสุขภาพ แล้วเชื่อมกับระบบบริการ ซึ่งทางคุณหมอสุวัฒน์ก็ได้ พูดถึงว่าทางระบบบริการเขาไม่ได้เพียงแต่ที่จะอยู่ในสถานบริการแล้ว เขากําลังจะยื่นมือ
เพื่อที่จะเข้ามาสู่ที่ชุมชน ฉะนั้นระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพชุมชนในการปฏิรูป ที่เราจะเสนอครั้งนี้นั้น ๒ วาระนี้ดูเหมือนผนวกเปึนวาระเดียวกัน เพราะความสําเร็จ ของการที่จะพัฒนาระบบของสุขภาพเพื่อไปสู่สุขภาวะที่แท้จริงนั้น จะต้องทํางานร่วมกัน เพราะฉะนั้นในยุทธศาสตร์หลักของตรงระดับชุมชนนั้นทําอย่างไร นอกจากเขาเปึนผู้ปฏิบัติ เปึนโอเปอเรเตอร์ (Operator) แล้ว เราทําอย่างไรที่จะต้องยกระดับของการที่มีส่วนร่วม ให้เขามีความรู้สึกเปึนเจ้าของเรื่องที่เขาจะต้องบริหารจัดการและรับผิดชอบ และการที่ เขาจะทําแบบเช่นว่าได้นั้น เราจะต้องมีปัจจัยอะไรที่จะไปเกื้อหนุน โดยเฉพาะเรื่องของ การพัฒนาของศักยภาพให้กับเขา รวมทั้งเรื่องของการที่จะเกื้อหนุนในเรื่องการอภิบาล เกี่ยวกับเรื่องการใช้ข้อมูล การใช้องค์ความรู้ เพื่อที่จะตอบสนองต่อการแก้ปัญหา และความต้องการที่เกิดในพื้นที่นั้น ไม่ใช่เปึนเรื่องของนโยบายจากส่วนกลางแล้วถ่ายลงไป
ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการของตัวพื้นที่ ซึ่งตรงจุดนี้เปึนจุดที่สําคัญที่สุด ในการที่เราจะประสบความสําเร็จในการสร้างระบบสุขภาพเพื่อไปสู่สุขภาวะของประเทศนั้น ถ้าตรงจุดนี้เราสามารถวางได้ดีนอกจากเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการดูแล เรื่องสุขภาพแล้วยังก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่เราเองมีอยู่อย่างจํากัดนั้นให้เกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ในประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของภารกิจ ซึ่งในภารกิจที่เรา คาดหวังในตรงระดับตรงพื้นที่หรือตรงชุมชนท้องถิ่นที่เราจะไปพัฒนาศักยภาพ ให้เขาแล้ว เราคาดหวังว่าเขาจะมีภารกิจอยู่ ๕ ด้านด้วยกันที่จะทําให้เขาสามารถในการจัดและบริหาร จัดการตัวระบบนี้ในพื้นที่เขา ภารกิจที่ ๑ ก็คือเรื่องของการพัฒนาหรือกําหนดนโยบาย สาธารณะหรือธรรมนูญสุขภาพในพื้นที่ของเขา ซึ่งเกิดจากกระบวนการที่ร่วมคิด ร่วมทํา แล้วก็ร่วมรับผิดชอบ และแน่นอนต้องใช้ข้อมูลองค์ความรู้ แล้วก็กระบวนการการวิเคราะห์ เพื่อที่จะนําไปสู่การชี้ปัญหาและความต้องการที่ชัดเจน และนําไปสู่เรื่องของการกําหนด ตัวยุทธศาสตร์และแผนดําเนินงานต่าง ๆ ที่สําคัญก็คือกระบวนการการมีส่วนร่วมเช่นนี้ มันจะทําให้เกิดเรื่องของการระดมตัวทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาในสิ่งที่เขา ต้องการ ภารกิจที่ ๒ ก็คือเรื่องการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ซึ่งมีกฎหมายที่เอื้ออยู่แล้วที่ท้องถิ่นนั้น มี พ.ร.บ. การสาธารณสุขซึ่งเปึนกฎหมายที่คุ้มครอง ดูแลเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ทางท้องถิ่นนั้นสามารถที่จะใช้กฎหมายนี้เพื่อที่จะดูแลคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าเรื่องขยะมูลฝอย เรื่องของปัจจัยที่อาจจะเปึนอันตรายต่อสุขภาพอะไร ทั้งหลายในการที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ภารกิจที่ ๓ และภารกิจที่ ๔ ก็คือการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาพให้กับบุคคล ครอบครัวและชุมชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการอภิปรายนําเสนอไปแล้วก็คือทําอย่างไรที่เราจะมี ระบบ และมีกระบวนการ และมีการสนับสนุนในการที่จะทําให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และที่สําคัญก็คือการรู้เท่าทันในเรื่องของสุขภาพ หรือบางท่านก็ไปใช้ว่าความแตกฉาน ในความรู้ด้านสุขภาพเพื่อนําไปสู่การดูแลตนเองในทุกกลุ่มวัย ในภารกิจที่ ๕ ก็คือ เรื่องภารกิจทางด้านของการจัดบริการ ซึ่งดําเนินการโดยองค์กรชุมชนและท้องถิ่นนั้น ซึ่งในส่วนนี้จะมีจุดที่ต้องพิจารณาอยู่ตรงที่ว่าตัวท้องถิ่นเองไม่มี ขณะนี้เกือบทั้งหมดมีจํานวน น้อยมาก ไม่มีองค์กรที่สามารถจัดบริการทางด้านสุขภาพได้ด้วยตัวเอง เพราะว่าจะมีอยู่ ๓ ลักษณะด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการ จัดบริการสุขภาพตรงนี้ได้ก็ต้อง
ไปเชื่อมโยงกับตัวระบบบริการสุขภาพที่คุณหมอสุวัฒน์ได้นําเสนอต่อที่ประชุมไปแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็คงเปึนประเด็นที่ให้เห็นว่าตรงภารกิจที่ ๕ นี้เปึนภารกิจที่จะ ไปเชื่อมต่อโดยใกล้ชิดกับทางภาค รัฐหรือภาคเอกชนที่มีหน้าที่ในการจัดบริการสุขภาพ ในอดีตหรือในปัจจุบันที่เปึนอยู่นั้นตัวองค์กร ชุมชนและท้องถิ่นนั้นไม่ได้มีอํานาจต่อรอง ในเรื่องของการจัดบริการสุขภาพเลย ขึ้นอยู่กับระบบบริการสุขภาพซึ่งได้งบประมาณ จากทาง สปช. ที่ต้องดูแลเรื่องการสร้างเสริมสุขภำพและปัองกันโรคทุกกลุ่มวัยในพื้นที่ แต่ทางองค์กรชุมชนและท้องถิ่ นนั้นไม่มีผู้แทนที่จะเข้าไป แล้วก็ไม่มีข้อมูลที่จะบอกว่า ทุกกลุ่มวัยในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่นั้น
กลุ่มเด็กผมได้รับการดูแลฉีดวัคซีนครบไหม กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลเรื่องของครรภ์ แล้วก็ปัองกันการแทรกซ้อนที่อาจจะมีผลต่อตัวลูกที่จะเกิดตามมาไหม กลุ่มวัยทํางานได้รับ การตรวจคัดกรองโรคต่าง ๆ เปึนต้นว่า เรื่องความดันโลหิตสูง เรื่องเบาหวาน หรือทางผู้หญิง เรื่องของการตรวจคัดกรองทางโรคมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งเต้านมแค่ไหน ผู้สูงอายุได้มี การเข้าถึงในเรื่องการตรวจคัดกรองและควบคุมโรคเรื้อรังอย่างไร ขณะนี้องค์กรชุมชน และท้องถิ่นไม่มีข้อมูลอยู่ในมือ และไม่มีโอกาสในการที่จะเข้าไปร่วมประชุมเพื่อที่จะบอกกับ ผู้จัดบริการว่าสิ่งที่คุณทํานั้นอัตราของการครอบคลุม อัตราของการเข้าถึงคุณภาพที่คุณให้ และผลของคุณภาพที่ได้นั้นการเกิดโรคภัยไข้เจ็บของคนกลุ่มวัยที่อยู่ในพื้นที่ของผมนั้น เปึนอย่างไร ซึ่งตรงจุดนี้จะเปึนจุดสําคัญที่สุดของกระบวนการการปฏิรูปที่เราจะต้องให้มีเวที ที่ทางตัวแทนองค์กรชุมชนท้องถิ่นที่จะเข้าไปร่วมประชุม โดยมีข้อมูลความต้องการ และปัญหาที่ชัดเจนในการที่จะไปทําแผนร่วมกัน ซึ่งอันนี้ก็จะเปึนการไปสอดรับกับ เรื่องระบบบริการสุขภาพที่ทางคุณหมอสุวัฒน์ได้เสนอ ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของตัวองค์กร ที่ผมได้กราบเรียนให้ทราบว่าตัวองค์กรที่อยู่ที่ตัวพื้นที่หรือตัวท้องถิ่นขณะนี้ที่เราเรียกกันว่า สถานีอนามัยในสมัยก่อน หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในปัจจุบัน ในขณะนี้นั้น มี ๓ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ ก็คือทางท้องถิ่นที่มีปัญหาแล้วเขามีความสามารถ และเขาไม่มี องค์กรนี้ในพื้นที่เขา ก็ได้มีการลงทุนในการไปสร้างสถานบริการระดับนี้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยใช้งบของท้องถิ่นในการสร้าง ประเภทที่ ๒ ก็คือมีที่เราใช้ตัวย่อว่า รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลอยู่ในพื้นที่ตัวเอง แต่มันจะมี ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่ง ก็คือถ่ายโอนตาม พ.ร.บ. กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ เพื่อให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นได้มีองค์กรอยู่ในมือเพื่อปฏิบัติภารกิจ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เราดําเนินการมา ๑๕ ป้ แต่มีการถ่ายโอนไปทั้งสิ้น ๓๕ แห่ง จากจํานวน เกือบ ๙,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ก็จะเปึนอีกจุดหนึ่งที่จะต้องมีการมา พิจารณาว่าเส้นทางนี้นั้นรัฐมองว่าเปึนเส้นทางที่จะนําไปสู่การยกระดับของคุณภาพและ ประสิทธิภาพของตัวระบบบริการสุขภาพหรือไม่ ถ้าเปึน ตรงนี้จะมีการเร่งรัดในเรื่องนี้ อย่างไร ส่วนในประเภทที่ ๒ ซึ่งเปึนกลุ่มใหญ่ที่สุดก็คือ รพ.สต. ที่ยังไม่ถ่ายโอนซึ่งมีจํานวน อยู่มากกว่า ๘,๐๐๐ แห่ง อย่างไรก็ตามทั้งหน่วยบริการหรือองค์กรบริการประเภท ๑ ๒ และ ๓ เราต้องยกพัฒนาศักยภาพของเขาให้มีความสามารถในการที่จะปฏิบัติภารกิจ
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ และเชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพอย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ในเรื่องของ ประเด็นที่ ๔ เรื่องเส้นทางเดินเพื่อไปสู่เปัาหมายที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วนั้นก็คงต้อง ขออนุญาตว่าการปฏิรูปการสร้างเสริมสุขภาพนั้นเ ราเปึนส่วนหนึ่งของตัวระบบบริการ
แต่เปึนส่วนหนึ่งที่เรามีการปรับว่ามันไม่ใช่เปึนเรื่องบริการอย่างเดียว แต่มันเปึนเรื่องของ การที่ต้องทําให้ตัวองค์กรชุมชนท้องถิ่นนั้นเขาลุกขึ้นมา เขามีศักยภาพในการที่จะมาพัฒนา ระบบสุขภาพชุมชน เพื่อที่จะมาจับหรือมาสอดประสานเชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่เรา จะต้องทําในส่วนแรกก็คือแผนการพัฒนาศักยภาพขององค์กรเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึนประเภทที่สร้างเอง ไม่ว่าจะเปึน รพ.สต. ที่ถ่ายโอนแล้ว และไม่ว่าเปึน รพ.สต. ที่ยังไม่ถ่ายโอน ทั้งหมดเราต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อให้เขาสามารถทําภารกิจที่เปึนลักษณะ ของการเน้นในเรื่องกระบวนการการใช้ข้อมูล ความรู้ และใช้พื้นที่เปึนฐาน ใช้คนทุกกลุ่มวัย เปึนศูนย์กลาง และมีการอภิบาลระบบอย่างมีส่วนร่วมในการทํางานร่วมกัน เพราะฉะนั้น ในอันแรกก็คือเรื่องของการพัฒนาศักยภาพทุกแห่งเพื่อไป ดําเนินการเช่นที่ว่า ในส่วนที่ ๒ ของเส้นทางเดินก็คือเรื่องการปฏิรูปรูปแบบของระบบ ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่ทางคุณหมอสุวัฒน์ ได้เสนอ เพราะฉะนั้นเราก็เปึนส่วนหนึ่งในพื้นที่ทั้งหมด ก็จะเดินตามเส้นทางโรดแมป (Roadmap) แผนของการปฏิรูปของทางระบบบริการสุขภาพ คือที่คุณหมอสุวัฒน์ได้เสนอ ไปแล้ว ในประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของกฎหมาย ก็คงจะต้องมีกฎหมายที่เราจะต้องปฏิรูป เพื่อที่จะไปเกื้อหนุนต่อการดําเนินการที่ได้รายงานไปแล้วอยู่ใน ๓ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คือ การปรับปรุงกฎหมายที่เอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ว่าตั้งแต่ระดับรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ. กระจายอํานาจ รวมทั้ง พ.ร.บ. เฉพาะของท้องถิ่น เพื่อให้เขาได้มีกรอบ ของกฎหมายที่จะสามารถดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพตัวบุคคล ตัวสังคม ตัวสิ่งแวดล้อมอะ ไรต่าง ๆ ซึ่งไม่ติดกับดักในปัจจุบันนี้ อย่างที่เราจะได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกที่เปึนผู้บริหารท้องถิ่นว่าจะไปฉีดวัคซีนกันสุนัขบ้า ให้กับสุนัขในแอเรีย (Area) ทําไม่ได้ เพราะถูกตีความว่ามันไม่ใช่หน้าที่ และมันไม่ใช่หน้าที่ ที่ถูกถ่ายโอน ทําอย่างไรที่จะขยายกรอบตรง นี้ ซึ่งเราก็มีทิศทางที่รัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การปฏิรูปที่ได้มีการนําเสนอไปแล้ว รวมทั้งเรื่องของงบประมาณซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่ายินดีว่า ก็ได้มีการที่จะเสนอปฏิรูปในการที่จะมีระบบการขยายขอบเขตของการจัดเก็บรายได้ ให้กับท้องถิ่น เพื่อให้เขาสามารถมีรายได้พอในการที่จ ะไปดําเนินการที่เราเรียกกันว่า การบริหารงบประมาณแบบมีส่วนร่วม หรือพาร์ทิซิเพทอรี บัดเจตติง ซิสเตม (Participatory Budgeting system) ที่กําลังเสนอปฏิรูปอยู่ ในกลุ่มที่ ๒ ของกฎหมายก็คือเรื่อง พ.ร.บ. เกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ
เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งก็คงต้องไปดูในประเด็นเกี่ยวกับการที่จะมอบอํานาจหรือให้อํานาจกับทาง องค์กรชุมชนท้องถิ่นเพื่อดําเนินการในการดูแล และช่วยควบคุมปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ในพื้นที่ ของเขา และในกลุ่มที่ ๓ ก็คือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุน ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกี่ยวกับงบประมาณที่จะส่งลงไปที่ พื้นที่เพราะว่ามันก็มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น องค์กรที่ทางท้องถิ่นเขาสร้างเอง ปรากฏว่าเม็ดเงิน ที่จะไปให้กับทางโครงสร้างลักษณะแบบนี้นั้นเราไม่สามารถจัดงบบุคลากรให้กับทางโครงสร้าง แบบนี้ อย่างนี้เปึนต้น ก็คงจะต้องมีการปรับต่าง ๆ
รวมทั้งเรื่องของการที่จะใช้กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพตาม พ.ร.บ. นี้นั้น ในการสนับสนุนให้ตัวท้องถิ่นและองค์กรชุมชนนั้นได้มีการเคลื่อนไหวหรือพัฒนาศักยภาพ เขาอย่างไร ในประเด็นที่ ๕ ซึ่งเปึนเรื่องของตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปตามที่ปรากฏอยู่ใน แผ่นภาพนะครับ ซึ่งคาดว่าการปฏิรูปถ้าเดินไปตามแนวนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงบวก อย่างกว้างขวางต่อการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ ที่มีการเชื่อมระบบสุขภาพชุมชน ที่ดําเนินการโดยองค์กรชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ซึ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันและ ควบคุมโรคและภัยคุกคามสุขภาพ เข้ากับตัวระบบบริการสุขภาพที่เน้นเรื่องของ ระดับปฐมภูมิ ซึ่งอาจจะมีทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งในเชิงรุก คือดูแลสุขภาพ ทุกกลุ่มวัย และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการดูตนเองในระดับครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะเปึนรูปแบบของการสานพลังในการจัดและบริหารจัดการระบบสุขภาพที่มุ่งสู่สุขภาวะ ของชุมชน โดยใช้คนเปึนศูนย์กลาง พื้นที่เปึนฐาน และการอภิบาลระบบแบบมีส่วนร่วมเปึน ยุทธศาสตร์หลักของความสําเร็จ ประเด็นสุดท้ายก็คือประชาชนจะได้รับอะไรจากการปฏิรูป ก็สั้น ๆ ว่า ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น สังคม จะมีศักยภาพในการจัดการระบบสร้างเสริม สุขภาพของตนเองโดยตนเอง ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้ รับบริการการสร้างเสริมสุขภาพ ตามชุดสิทธิประโยชน์ที่มีคุณภาพทั่วถึง โดยที่ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการและพัฒนา อันที่ ๓ ประชาชนจะมีพฤติการณ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อ การมีสุขภาพดี โดยกระบวนการของการดําเนินการร่วมกัน อันที่ ๔ คือปัจจัยเสี่ยงและ ภัยคุกคามต่าง ๆ จะลดลง ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดภาวะของการเจ็บป์วยลดลง ชุมชนท้องถิ่น ก็จะเปึนชุมชนที่เปึนองค์กรชุมชนเข้มแข็ง แล้วก็เปึนพลเมืองที่เข้ มแข็งแล้วก็จะเปึน ฐานสําคัญในการที่จะพัฒนาประเทศสืบไป ขอบพระคุณครับ
กราบเรียน ท่านประธานนะคะ ในช่วงสุดท้ายของการนําเสนอก็จะเปึนการปฏิรูปการอภิบาล ระบบบริการสุขภาพ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน ๒ ส่วน ก็คือการปฏิรูปกา รบริหารจัดการของ ระบบสุขภาพ แล้วก็การปฏิรูปการเงินการคลังด้านสุขภาพ ในช่วงแรกดิฉันขอเรียนเชิญ ท่าน พลอากาศเอก ขวัญชัย นําเสนอในการปฏิรูประบบบริการจัดการระบบสุขภาพค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง กระผม พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดอุดรธานี หมายเลข ๐๒๔ ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูประบบบริหารจัดการระบบสุขภาพ ในคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบ สาธารณสุข ขอนําเสนอประเด็นปฏิรูปการบริหารจัดการระบบสุขภาพในรอบที่ ๒ ในวาระที่ ๒๔ ระบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ โดยมีสาระสําคัญดังนี้ ได้กําหนดให้มี คณะกรรมการกําหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเปึนรองประธาน และมีรัฐมนตรีในกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ๒ ๘ / ๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตลอดจน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปึนต้น นอกจากนี้คณะกรรมการยังประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอิสระ เช่น สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สํานักงานกองทุนสนับสนุน การเสริมสร้างสุขภาพ และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ เปึนต้น ทั้งนี้คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ กําหนดนโยบายสุขภาพของประเทศ บูรณาการด้านสุขภาพของทุกภาคส่วน บริหารจัดการ งบประมาณ กํากับและควบคุมการทํางานของทุกภาคส่วนด้านสุขภาพ บริหารกําลังคน ทั้งการผลิตและการกระจายกําลังคนโดยรวม ทั้งนี้จะดําเนินการผ่านลงไปยัง คณะกรรมการสุขภาพระดับเขต ซึ่งมีโครงสร้างตามที่ฉายอยู่บนจอภาพ อันประกอบด้วย ๒ องค์ประกอบใหญ่คืออนุกรรมการบริหารการเงินการคลัง และอนุกรรมการดําเนินงาน จัดบริการสุขภาพ เสมือนเปึนบูรณาการการทํางานของสํานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติกับกระทรวงสาธารณสุขในระดับเขตเปึนเนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการ ส่งเสริมสุขภาพและปัองกันโรคระดับจังหวัด ซึ่งสามารถบูรณาการงานให้สอดคล้องกับ การดูแลผู้ป์วยในระดับปฐมภูมิ โดยผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีดังนี้ ประการที่ ๑ นโยบาย สุขภาพของประเทศมีการกําหนดเปึนภาพรวมภาพเดียวกัน และมีแบบแผนที่จะดําเนินการ ตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านการคลังและกําลังคน ประการที่ ๒ กระทรวง สาธารณสุขมีการปรับวิธีการปฏิบัติงาน ประการที่ ๓ มีการปรับแนวทางการจัดการ งบประมาณของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในระบบสุขภาพ ประการที่ ๔ การทํางานของ บุคลากรสาธารณสุขในทุกภาคส่วนเปึนไปอย่างมีระบบและสอดคล้องซึ่งกันและกัน ประการที่ ๕ การจัดบริการสุขภาพมีประสิทธิภาพ เปึนธรรม และมีคุณภาพ ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ประการที่ ๖ มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับ ภาคเอกชน ประการที่ ๗ ลดความเหลื่อมล้ําของการรับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ในเขตสุขภาพเดียวกันและระดับประเทศ นอกจากนี้กระผมขอเสนอประเด็นการจัดตั้ง สํานักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ ตามที่ได้ นําเสนอไปแล้วในรอบที่ ๑ และเพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาจึงไม่ขอลงรายละเอียดอีก ซึ่งเปึน การซ้ําซ้อนกับการอภิปรายในรอบที่ ๑ และขอเสนอประเด็นปฏิรูปนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ต่อไปนี้เปึนการนําเสนอการปฏิรูประบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ ซึ่งจะนําเสนอโดยดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ตามที่ได้ทราบปัญหาของระบบ บริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพมาแล้วในการประชุมครั้งที่แล้ว และจาก กรอบแนวคิดรวบยอด เราขอเสนอแนวทางในการปฏิรูป ประเด็นปฏิรูปที่สําคัญของระบบ บริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ เพื่อที่จะทําให้การเงินการคลังเกิดความยั่งยืน สถาพร แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ําในผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพ ตลอดจนมีการใช้เงินอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอต่อไปนี้คือข้อเสนอในการที่จะเปึนประเด็นปฏิรูปที่สําคัญ ของการเงินการคลัง
เรื่องแรกคือการบูรณาการการบริหารจั ดการ ๓ กองทุนหลักภายใต้หน่วยงานเดียวกัน อันนี้เพื่อความโปร่งใสในการบริหารการเงิน แล้วก็ที่สําคัญก็คือการจัดทําสิทธิประโยชน์ พื้นฐานสําหรับประชาชนคนไทยที่เหมือนกันทั้ง ๓ กองทุน สําหรับประชาชนชาวไทยทุกคน การติดตามตรวจสอบคุณภาพของการรักษาพยาบาลและการเข้าถึงบริกา ร เพราะถึงแม้ว่าขณะนี้ความครอบคลุมของการให้บริการครบถ้วนเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชาชน แต่ว่าคุณภาพของการบริการยังเปึนสิ่งที่จะต้องศึกษาอย่างใกล้ชิด เพราะว่า ผลการวิจัยทั้งหลายในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพ ของผู้รับบริการจาก ๓ กองทุน เพราะฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องติดตามโดยหน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายในเรื่องคุณภาพของการรักษาพยาบาลเปรียบเทียบ ระหว่าง ๓ กองทุน แล้วก็ดูผลลัพธ์ของการรักษา ซึ่งในการดําเนินงานนี้หน่วยงาน อีกหน่วยหนึ่งที่จะช่วยเหลือ ที่จะทําให้มีการเกิดมาตรฐำนของระบบสารสนเทศ ของระบบบริการ ก็คือการจัดตั้งสถาบันมาตรฐานและจัดการสารสนเทศด้านบริการสุขภาพ แห่งชาติขึ้นมา หรือ สมสส. ที่จะทําให้ลดการซ้ําซ้อนในการเบิกจ่าย แล้วก็ใช้มาตรฐาน เดียวกันระหว่าง ๓ กองทุน อันนี้ก็คือการบริการในการบริหาร ๓ กองทุนหลัก นอกจากทําสิทธิประโยชน์พื้นฐานแล้วยังจําเปึนที่จะสร้างนโยบายในเรื่องของการประกัน สุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายซึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางเราเสนอให้มีการประกันสุขภาพ ของประชาชนที่มีศักยภาพทางด้านการเงินเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนได้ร่วมรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเท่าที่สามารถ และสามารถ มีทางเลือกสําหรับการรักษาพยาบาลได้เพิ่มเติมขึ้น ๓. คือการเพิ่มเติมรายได้เข้าสู่ระบบ สุขภาพ ตัวอย่างมีหลายเรื่องเช่นระบบภาษีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่เปึนภัยต่อ สุขภาพ อันนี้ก็สามารถที่จะพิจารณาได้ อันนี้อยู่ในภาคผนวกซึ่งได้แนบมาแล้ว นอกจากนั้น ก็คือจัดการให้แรงงานต่างด้าวทั้งหลายซึ่งเปึนแรงงานนอกกฎหมายเข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพให้มากขึ้น อันนี้ก็จะทําให้แรงงานเหล่านั้นมีความมั่นคง ด้านสุขภาพ และรัฐก็ไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายที่จะแบกรับโด ยใช้เงินจากกองทุนต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพของคนต่างด้าวอีกต่อไป รวมทั้งอาจจะคํานึงถึงการประกันสุขภาพ นักท่องเที่ยว การพัฒนายาแผนไทยให้มีคุณภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการนําเข้ายา ต่างประเทศ และสนับสนุนการร่วมลงทุนด้านสุขภาพระหว่างภาครัฐและเอกชน
ซึ่งรายละเอียดอยู่ในเอกสารภาคผนวกและเอกสารเพิ่มเติม นอกจากนั้นเราเสนอว่า ในการบริหารจัดการการเงินที่มีอยู่ที่ใช้อยู่ซึ่งเปึนเงินภาษีประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่า ก็คือการบริหารแบบเขตสุขภาพ ซึ่งในเรื่องของฝ์ายปฏิรูป การบริหารจัดการก็ได้พูดถึงรายละเอียดของเขตสุขภาพไปแล้ว หลักสําคัญของเขตสุขภาพ ในด้านของการเงินการคลัง ก็คือการใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในเขตสุขภาพที่ทําให้ประหยัด แล้วก็ใช้ร่วมกันได้อย่างคุ้มค่า รวมทั้งสามารถที่จะทราบถึงปัญหาทางด้านสุขภาพ แล้วก็ใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดด้วย นอกจากนั้นก็เสนอการแยกงบประมาณ เงินเดือนบุคลากรออกจากงบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มงบประมาณด้านการสร้างเสริม สุขภาพและปัองกันโรคให้มากขึ้น และให้โรงพยาบาลของรัฐปรับเปลี่ยนระบบการทํางาน ให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เช่นอาจจะเป่ดการรักษาพยาบาลในช่วงนอกเวลาราชการเพื่อที่จะ ต้อนรับผู้ป์วยที่สะดวก แล้วก็มีศักยภาพในการจ่ายเพิ่มเติมขึ้นอีกสักเล็กน้อยสามารถ ใช้บริการได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็เปึนข้อเสนอหลัก ๆ ในการปฏิรูปการเงินและ การคลังด้านสุขภาพค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมาก เลยครับ จากนี้ก็จะเปึนเวลาที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม ทั้ง ๓ วาระปฏิรูป ท่านสมาชิกที่แจ้งความจํานงไว้แล้ว ขอเรียน ๕ ท่านแรกเสียก่อน คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ และคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เรียนเชิญ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนประธาน สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นดิฉันก็มาเปึนสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ดิฉันก็เคยเปึนอดีตพยาบาล แล้วก็เปึน อนามัยจากภาคใต้ จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา อําเภอยะหา จังหวัดยะลา แล้วก็เปึนอนามัยที่ตําบลพร่อน อําเภอเมือง จังหวัดยะลา ดิฉันมีเลือดกระทรวงสาธารณสุข ก็คือชอบในด้านสาธารณสุข ก็เลยเรียนด้านนี้ ดิฉันคิดว่าการสาธารณสุขมีควำมจําเปึน กับชีวิตของทุกคน ดังนั้นการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเริ่มจากครอบครัว ลดการเจ็บป์วย ลดการใช้จ่ายของกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายที่สถานีอนามัย โรงพยาบาล ดังนั้นการดูแลสุขภาพเปึนสิ่งจําเปึน รถเสียจะต้องเข้าอู่ คนล่ะคะจะต้องเข้าสถานีอนามัย โรงพยาบาล ดังนั้นดิฉันอยากจะเน้นนิดหนึ่ง ในชีวิตของดิฉัน ดิฉันเห็นว่าสมุนไพร มีความจําเปึนมาก แพทย์แผนไทยทุก ๆ บ้าน ทุก ๆ ตําบล ควรสนับสนุนให้มีการปลูก ทุกครัวเรือน ทุก ๆ ครัวเรือน ทุก ๆ บ้านควรสนับสนุนให้มีศูนย์ตามวัด ตามมัสยิด โรงเรียน ของมัสยิดก็คือตาดีกา โรงเรียนต่าง ๆ สถานีอนามัย แล้วก็ อบต. แล้วก็สถานที่ราชการ เพราะว่าชนรุ่นหลังนี่จะไม่รู้จักแล้ว พืชหรือต้นไม้ที่จําเปึน อย่างเช่นทําไมประเทศจีน ยังมียาสมุนไพรแบบจีน แล้วประเทศไทยมีอะไรอีกมากมายที่เราจะต้องเน้น เหมือนกับ ฟัาทะลายโจร บางคนไม่รู้จัก แต่มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ ดังนั้นอยากจะให้มีการสนับสนุน ให้มีในกระถางในบ้าน ในครัวเรือน เพื่ออนุรักษ์ เพื่อให้ประชาชนรุ่นลูก รุ่นหลาน รู้จักสมุนไพรท้องถิ่นที่มี ในประเทศไทย รู้จักถึงสรรพคุณ รู้จักถึงคุณประโยชน์ รู้คุณค่า อนุรักษ์ ส่งเสริมการปลูกเปึนยา ส่งเสริมตั้งแต่ลําต้น ราก ใบ ผล แม้แต่เมล็ด มีความสําคัญ ปลูกแล้วเสริมรายได้ สร้างเศรษฐกิจ ในการที่ประเทศซาอุดีอาระเบียทุกคนเขาต้องไปทําพิธี
แต่รู้หรือเปล่าเขาไม่มีต้นไม้สักอย่าง เขาจะต้องเอาจากประเทศไทยนี่ ถ้าเราปลูก แม้แต่คันนา แม้แต่รั้วก็มีความสําคัญ แม้จะทําสบู่ แม้จะทําครีม แม้จะทําตั้งแต่เส้นผมถึงปลายเท้า แล้วก็จําเปึน จะเปึนทั้งปรุงยาส่งออกนี่เปึนรายได้เพิ่มเศรษฐกิจ เปึนการสร้างชุมชน ให้เข้มแข็ง แล้วก็ดิฉันจะฝาก อสม. ตอนนี้มีหน้าที่หนักมากในฐานะที่มีเงินเกี่ยวกับเ ขา เรียกว่าค่าตอบแทน ดิฉันอยากจะให้ อสม. มีหน้าที่ที่เปึนผู้ประสาน ไม่ใช่เปึนผู้ช่วยของ เจ้าหน้าที่ของสาธารณสุขที่อยู่อนามัย ทําหมดเลย เกินหน้าที่ อันนี้บางสิ่งบางอย่าง ผิดกฎหมาย ฝากถึงประธานกรรมาธิการในฐานะที่ดิฉันอยู่สถานีอนามัย ดิฉันสงสารมาก แล้วก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ธุ รการ งบของกระทรวงสาธารณสุขจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ ไปอยู่ที่อนามัย ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่อนามัย แม้แต่หัวหน้าไปประชุมตลอดเลย
แล้วก็ออกหมู่บ้านไม่มีเวลาที่จะมามีหน้าที่ดูแลให้ถูกกับจุดเกาตรงจุด ดิฉันว่ามีความจําเปึน ในการที่วิชาชีพและในการอยู่ใน ๓ จังหวัดตอนนี้มีเหตุการณ์ระเบิด ดิฉันอยากจะฝากถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ทุนพยาบาลเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ในฐานะที่ดิฉันเปึนคนใต้ ตอนที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านให้งบประมาณใน ๓ จังหวัด ๓,๐๐๐ คน ไม่เพียงพอตอนนี้ แล้วก็ ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ ประมาณ ๓,๐๐๐ คน อยากจะฝากถึงประธานและรัฐมนตรีด้วยให้ดูมติ รู้สึกว่ามติ รัฐมนตรี ขอให้ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเปึนธรรมของพยาบาล ๓,๐๐๐ คนด้วย ดิฉัน ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ยกตัวอย่างลูกของดิฉันจะมาเปึนผู้ชํานาญการผู้ช่วย ขออนุญาตระดับโรงพยาบาล ลูกของดิฉันก็เปึนพยาบาลเลือดสาธารณสุขเหมือนกันก็รับใช้ ประเทศชาติก็อยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ขออนุญาตจากโรงพยาบาลศูนย์ ขอจาก แพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ขอถึงปลัดกระทรวง ขอถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ยังไม่ได้เลยมาช่วยประเทศชาติเพราะอะไร เขาอ้างมติรัฐมนตรีจะมาช่วยเปึน ผู้ช่วยของ สปช. นี่ สปช. จะหมดวาระแล้วนะคะ แล้วก็มีอีก ๓,๐๐๐ คน แม้จะเรียนต่อ แม้จะทําอะไรอีก จะไปประเทศซาอุดีอาระเบียหรือไปช่วยของราชการก็ไม่จําเปึน รู้สึกว่า ไม่เปึนธรรม ขอดูมติของรัฐมนตรีที่มีคําสั่งของพยาบาล ๓ คน ไม่ใช่ลูกของดิฉันคนเดียวค่ะ ใน ๓,๐๐๐ คนใน ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ แล้วก็เพื่อสร้างความเปึนธรรมให้กับเขาด้วย ให้โอกาสเขาได้เรียนต่อ ให้โอกาสเขามาช่วยเปึนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญ อย่างน้อยเขาจะได้มี ประวัติอย่างหนึ่งช่วยชาติในฐานะที่ชาติวิกฤติอย่างนี้นี่ไม่สามารถมาได้เลย ดิฉันก็ฝากถึง ทางนี้ด้วยว่า อสม. อยากจะให้อยู่ในเขตของ อบต. ก็ใช้งาน กํานันก็ใช้งาน ของกระทรวง สาธารณสุขก็ใช้งาน ค่าตอบแทนแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีค่าค่ะ อยากจะให้เพิ่มเกี่ยวกับ การบริบาลกับแพทย์ หมอตําแย เพราะว่าต่อไปอาเซียนนี่อยากจะให้หมอตําแยไม่เปึน หมอเถื่อน ให้เขามีการอบรมแพทย์แผนไทยก็ได้หรือว่าอบรมเกี่ยวกับบริบาลเพื่อสร้างให้เขา มีงาน แล้วก็แพทย์แผนไทยแล้วให้ครบวงจรและคนพิการด้วย คนพิการตอนนี้เขาพิการจริง แต่มือ แขน ขา เขาสามารถที่จะนวดจะใช้ให้เขามีรายได้ด้วย ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ พอดีฟัง คณะนี้เสนอยาวไปหน่อยแทบจะลืมหมดแล้วที่เตรียมไว้ ขออนุญาตอย่างนี้นะครับเข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่องวงการแพทย์ได้ ๒ ส่วนด้วยกันก็เลยอยากจะพูดในส่วนนี้ เพราะส่วนแรกได้รับมอบจากแพทยสภาให้เปึนผู้บรรยายเรื่องจริยธรรมทางการแพทย์ให้กับ เหล่าแพทย์ต่าง ๆ ที่มาอบรมที่สถาบันพระปกเกล้า ประการที่ ๒ ผมเกี่ยวข้องกับ แพทย์แผนไทยเนื่องจากว่าเปึนรองประธานมูลนิธิพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเปึนบิดาแห่งแพทย์ แผนไทย เพิ่งประกาศมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในเรื่องแรกผมคิดว่าท่านจะมองถึงเรื่องระบบ เรื่องเกี่ยวกับบริหารจัดการอะไรทั้งหมดนี้เราไม่ได้มองถึงเรื่องคนสักเท่าไรนะครับ แต่ว่าที่ผม มองเรื่องคนอย่างนี้เรื่องจริยธรรมทางการแพทย์นี่สําคัญส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ผมอยากจะ ฝากไว้ เมื่อกี้ท่าน ขอโทษนะครับผมจําชื่อท่านอาจารย์ไม่ได้ที่นามสกุลเหล่าธรรมทัศน์ แต่จําได้ว่ำท่านพูดที่ท่านพูดเมื่อกี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรมทางการแพทย์เยอะมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วยว่าสําคัญมากเลย เพราะผมไปดูแล้วไม่ว่าจะเปึนซือเหมี่ยว เปึนบิดาแห่งการแพทย์ของจีน หรือว่าจะเปึนคุณอะชาร์ยา ชาร์ค ซึ่งเปึนบิดาทางการแพทย์ ของอินเดีย หรือแม้แต่ฮิปพอคราทีสจะพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างมาก
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญมากเลย และมันจะช่วยทําให้บริหารการจัดการดีขึ้นด้วย เพราะว่ามันจะเกิดธรรมาภิบาล ในส่วนของการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับทางการแพทย์นี่ เท่าที่ผมดูแนวทางในการบริหารจัดการของท่านเสนอมาแต่ละเรื่องนี่ผมดูแล้วมีเรื่อง การปัองกันน้อยมากเลย มีอยู่เรื่องเดียว ในหัวข้อเดียว ที่ท่านจะอภิบาลเรื่องเกี่ยวกับ การปัองกัน และควบคุมโรค และภัยคุกคามทางสุขภาพ มีแค่อันเดียว นอกนั้นที่ท่าน นําเสนอทั้งหมด ๑๐ กว่าท่านเปึนเรื่องแก้ไขทั้งสิ้นเลย ผมไม่ได้ดีใจครับ ผมอยู่ติด โรงพยาบาลศิริราช ที่บอกว่าโรงพยาบาลใหญ่โตมากแต่ประชากรไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่คนนี่ เจ็บป์วยมากขึ้น แสดงว่าระบบของเราไม่ดีใช่หรือเปล่า เพราะเราไปเน้นซึ่งการแก้ไข ไม่ได้เน้นเรื่องการปัองกัน ผมไม่ได้ดีใจที่มีโรงพยาบาล รพ.สต. ซึ่งเดิมเปึนสาธารณสุข มันดีอยู่แล้ว คือต้องทําเชิงปัองกัน แต่กลับกลายเปึนเอาเตียงไปตั้งแล้วไปทําเปึนโรงพยาบาล ผมมีโอกาสไปตรวจอะไรต่าง ๆ เพื่อให้รางวัลพระปกเกล้าฯ เห็นแล้วก็สะท้อนเหมือนกันว่า ทําไมเราไม่ทําเชิงปัองกัน เราไปทําแต่เชิงแก้ไข เชิงแก้ไขยังบอกให้ท่านทราบเลยว่า อีก ๑๐๐ ป้ท่านก็แก้ไม่ได้ครับ เหมือนระบบยุติธรรมตอนนี้ผู้พิพากษาตัดสินทั้งทไวไลท์ (Twilight) ทั้งภาคปกติ ยังไม่ทันเลยครับ เพราะว่าไม่ทําเชิงปัองกันเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านต้องเน้นเชิงปัองกันให้มาก ๆ แล้วก็ต้องทําให้ประชาชนสามารถ ดูแลตัวเองได้และไม่เจ็บป์วย เขาดูแลอย่างไร ผมยกตัวอย่างประเทศจีน ประเทศอินเดีย ก็มีโอกาสไปหลายครั้ง เขามีสมุนไพรอะไรต่าง ๆ อย่างที่มีการนําเสนอส่วนนี้ด้วย เขาดูแล รักษาตัวเอง เขาปัองกันตัวเองไม่ให้เจ็บป์วยได้ เขาอธิบายให้เข้าใจเรื่องสาธารณสุขของ ตัวเองที่จะดูแลรักษาอย่างไร ชุมชนไหนมีอะไรที่เปึนปัจจัยเสี่ยงที่จะทําให้เกิดการเจ็บป์วย โรคอะไร ผมเคยไปดูในพื้นที่ อย่างเช่น แถวจังหวัดเพชรบูรณ์ อําเภอหล่มสักนี่คนจะเจ็บป์วย เรื่องทางเดินอาหาร คนจะเจ็บป์วยเรื่องเกี่ยวกับระบบหายใจอะไรต่าง ๆ ก็รู้ได้ว่าเขาดื่มน้ํา ที่มันสกปรก เขาใช้ยาพ่นที่เปึนพิษ ก็ใช้มาตรการเชิงปัองกันกับเขาก็จะช่วยบรรเทาตรงนี้ได้ ผมก็ฝากท่านดูตรงนี้ด้วย เพราะว่าผมมองเห็นอย่างนี้ว่ามีโอกาสไปดูซาไก มีโอกาสไปดู ผีตองเหลืองนี่นะครับ แล้วก็เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีโอกาสไปกับคณะศิลปวัฒนธรรม ไปดูชาวบรู ทั้ง ๓ ชนเผ่านี่ดูแลตัวเอง โดยใช้จะเรียกว่าสมุนไพรหรือเปล่า เขาใช้พืชผัก ธัญญาหารนี่แหละ ช่วยรักษาสุขภาพเขา ทําให้อยู่มาได้เปึนหมื่น ป้ถึงทุกวันนี้ ไม่ล้มหายตายจากหรือสูญพันธุ์ไป ก็เพราะเขาดูแลตัวเองตรงนี้ส่วนหนึ่งนะครับ
อีกอันหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย ผมคิดว่าผมอยากให้สนับสนุนตรงนี้ ผมเห็นโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าก็ไปดูนะครับ มีฝังเข็มแพทย์แผนจีนนี่ ประมาณสักเกือบ ๒๐๐ เตียงได้ที่ทํางานอยู่นี่ ผมก็มีโอกาสไปใช้บริการด้วยในฐานะ เปึนกรรมการ ก็เลยเห็นว่าในโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เริ่มมีการใช้แพทย์แผนจีนเข้ามาเยอะ ทําไมแพทย์แผนไทยนี่มีมานานตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนี่ครับ แม้แต่ สิทธิบัตรหรือว่าลิขสิทธิ์อะไรของเราที่เปึนการนวดแผนโบราณ ตั้งแต่สมัยฤาษีดัดตน ในวัดโพธิ์ก็ไม่เคยจดทะเบียนเปึนลิขสิทธิ์ของไทย จนกระทั่งประเทศญี่ปุ์นจะจดเราถึงค่อยมา ต่อต้านเขา อย่างนี้ก็ถือว่า เราไม่ทําเชิงปัองกัน เชิงที่จะดูแลรักษาส่วนตรงนี้ด้วย ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ สุดท้ายผมคิดว่าเราจะเป่ดอาเซียน ประเทศในอาเซียนทั้งหมดระบบ สาธารณสุขของเรานี่ผมว่าอันดับหนึ่งของใน อาเซียน ในเมื่อเปึนอันดับหนึ่ง เมื่อเป่ดไปสู่ ประเทศที่เขามีอันดับรองลงไปจากเรานี่เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ถ้าเผื่อเราไม่มีธรรมาภิบาล เราไม่มีมาตรฐานอะไรที่เราจะไปเหนือกว่าเขาก็ไม่ได้ ทําอย่างไรที่เราจะเผยแพร่ เมื่อกี้ มีบางท่านบอกว่าต้องเผยแพร่ความรู้ ออกไป ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย ต้องเผยแพร่ไปสู่ ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย เพราะประเทศอาเซียนที่เน้นเรื่องการแพทย์พยาบาล ส่งออกมากคือฟ่ลิปป่นส์ แต่ว่าเขามีมาตรฐานต่ํากว่าเรา แต่เขาเน้นเรื่องการส่งออกในส่วนนี้ เพราะเขามีศักยภาพด้านภาษาเหนือกว่าเรา ตรงนี้ก็ฝากท่านไปคิดต่อด้วยว่าน่าจะต้องมี ธรรมาภิบาลของแพทย์ต่าง ๆ ในอาเซียนเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒ จากจังหวัดมหาสารคาม วันนี้ต้องขอชื่นชมนะครับที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูประบบสาธารณสุขนะครับ ได้นําเสนอข้อมูลอย่างเปึนระบบเปึนระเบียบและครบถ้วน ซึ่งถือว่าเปึนหัวใจในการจะปฏิรูประบบสาธารณสุขของเราต่อไปนะครับ ระบบสาธารณสุข ถือเปึนเรื่องสําคัญแล้วก็ถือว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องให้ความสําคัญแล้วก็คนทั้งโลก ต้องให้ความสําคัญ เพราะว่าถ้าคนมีสุขภาพดีคนก็สามารถจะไปพัฒนาประเทศได้นะครับ แล้วก็ถ้าเกิดคนมีปัญหาสุขภาพคนก็ไม่สามารถจะไปพัฒนาประเทศได้ นอกจากนั้นแล้ว ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเรื่องของการรักษาพยาบาลที่ผ่านมาก็อาจจะทําให้คนล่มสลายได้ การใช้งบลงทุนด้านสุขภาพถือว่าคุ้มค่า แล้วก็ตอนนี้เราใช้งบลงทุนด้านสุขภาพ ในหลักประกันสุขภาพ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ถือว่าน้อยมากนะครับถ้าเทียบกับ ต่างประเทศ แต่ผลสัมฤทธิ์ที่เราได้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการมีการผ่าตัดหัวใจ การล้างไต ต่าง ๆ ก็ถือว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าแล้วก็มีสิ่งที่ประชาชนได้รับได้มากกว่าประเทศ อื่น ๆ นะครับ ซึ่งก็ขอบอกว่าการสาธารณสุขไทยจริง ๆ มองแล้วผมว่าบวกนะครับ ดีมาก ถึงแม้เราจะมีปัญหาที่เราคิดไม่เหมือนกันในบุคลากรทางการแพทย์ แต่ว่าเปึนเรื่อง ธรรมดานะครับ แต่โดยภาพรวมด้านสาธารณสุขถือว่าเปึนสิ่งที่เราก้าวหน้ามามาก แล้วก็ ผู้ป์วย ผู้ที่ยากไร้ก็ได้รับการประกันสุขภาพ ไม่เปึนปัญหาเรื่องการล้มละลายทางกา รเงิน จากปัญหาสุขภาพนะครับ ทีนี้จะพูดในเรื่องของการปฏิรูปอยู่ ๕ ประเด็น ๑. การปฏิรูป ระบบโดยเมน คอนเซปต์ (Main concept) เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับที่ท่านคุณหมอ สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ได้บอกว่าจะเปลี่ยนเมน คอนเซปต์จากโรงพยาบาลเปึนฐานมาใช้ พื้นที่เปึนฐาน แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของโรคเปึนศูนย์กลาง ใช้ประชาชนเปึนศูนย์กลาง เพราะอะไรครับ เพราะว่าโรงพยาบาลแต่ก่อนมีอะไรก็อยากโรงพยาบาล แต่ถ้าเรามีพื้นที่ ซึ่งมีทั้งทางฝ์ายภูมิภาค ฝ์ายท้องถิ่น ฝ์ายภาคประชาชน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอําเภอแล้วก็หน่วยงานราชการอื่น ๆ มามีส่วนร่วม ท่านนายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. สภาท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่นมามีส่วนร่วม อสม. กรรมการชุมชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนร่วมนะครับ เครือข่ายมันจะเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วนโยบายเรา ไม่ใช่นโยบายแค่สาธารณสุขนะครับ เปึนนโยบายของจังหวัด เปึนนโยบายของเทศบาล
เปึนนโยบายของ อบต. อบจ. แล้วเครือข่ายเราเยอะขึ้น ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบ สุขภาพมากขึ้น นี่คือหัวใจนะครับว่าระบบสาธารณสุขไม่ใช่ของโรงพยาบาลแต่เปึนของ ทุกคนที่ต้องช่วยกันในการที่จะสร้างระบบสาธารณสุขให้เ กิดประโยชน์กับประชาชน ซึ่งเรื่องของเทศบาล อบจ. อบต. ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เปึนผู้นําในทุก ๆ ด้านอยู่แล้ว พอผู้ว่าราชการจังหวัดขยับทุกคนขยับไปด้วย แล้วเรื่องเฮลต์ อิน ออล โพลิซี (Health in all policy) ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ ถ้าทางผู้นําทางสังคม ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงาน เอกชน อื่น ๆ เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดขยับ ทุกคนขยับตามหมด เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เราต้องทําก็คือสร้างพื้นที่เปึนฐานเอาแนวร่วมมา เยอะขึ้น ถ้าทางท้องถิ่นขยับผมเปึนนายกเทศบาลเมืองมหาสารคามนะครับ การที่เราจะดูแล เรื่องผู้สูงอายุอย่างนี้ทางโรงพยาบาลมีเครือข่าย เทศบาล อบต. เข้ามาช่วย โอ้โฮ งานก็ไป ได้เร็ว ท้องไม่พร้อมอย่างนี้นะครับ ถ้าท้องถิ่นมีส่วนร่วมเข้าไปรณรงค์ต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ มันก็ดีขึ้น การดูแลผู้สูงอายุ การสร้างสวนสาธารณะ ลานแอโรบิกหรือต่าง ๆ ที่เปึนพื้นที่ ที่ให้ประชาชนมีสุขภาพ สุขภาวะที่ดี ท้องถิ่นเปึนหัวใจในการที่จะทําให้เกิดสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น ในบ้านของตัวเองเพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะใช้ทรัพยากรร่วมกันที่ทางท่านอาจารย์สุวัฒน์ ได้บอกว่าแต่ก่อนเราทรัพยากรแยกกันใช้ มาเปึนใช้ทรัพยากรร่วมกัน ต่างคนต่างดู มาดูด้วยกันเปึนสหวิชาชีพ
การดูแลระดับบุคคลก็กลายเปึนการดูแลระดับครอบครัวและชุมชน แล้วเรื่องของ การที่เราจะมีส่วนร่วมในการที่ใช้พื้นที่เปึนฐานถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ขออนุญาตสรุป อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องชื่นชมว่าวันนี้ทางอาจารย์ชูศิลปี อาจารย์วิทยา อาจารย์อนุชา อาจารย์ธนะพงศ์ ที่ได้เตรียมการแล้วก็นําเสนอที่ดี แล้วก็สนับสนุนเรื่องสถาบันวิชาการ ถือว่าการลงทุนด้านวิชาการเรื่ององค์ความรู้นี่เปึนหัวใจ ในการที่พัฒนาต่อ ถ้าเรารู้ถูกต้อง ตรง การแก้ไขปัญหามันตรงโรคแล้วก็ประหยัดที่จะทําให้ เกิดนโยบายดี ๆ ขึ้นมา ส่วนการแพทย์แผนไทย ท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ วันนี้ ก็เสนอได้เยี่ยมยอดก็ขอให้สําเร็จ เพราะว่าถ้าเกิดประชาชนจะเชื่อมั่นในการแพทย์แผนไทย ปฏิรูปทั้ง ๖ ด้าน คานงัดทั้ง ๓ อย่าง ถ้าเกิดเปึนจริงผมคิดว่านี่คือการปฏิรูประบบ สาธารณสุขที่การแพทย์แผนไทยมีส่วน แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายของการแพทย์ลงได้เยอะ แล้วก็คณะกรรมการกําหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติที่ท่ำน พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา นี้ได้เสนอมาก็ถือว่าเปึนหัวใจ เพราะว่าเราต่างคนต่างทํา ถ้ามีคณะกรรมการ กําหนดนโยบายขึ้นมามันจะอินทิเกร ต (integrate) แล้วก็มีการมีส่วนร่วม แล้วก็มีอะไร เข้ามาคุยกันในบอร์ดนี้ ปัญหาความขัดแย้งทางการแพทย์ที่พวกเราเจอกันในทุกวัน นี้ ก็อาจจะลดลงแล้วเราก็ทํางานด้วยกันอย่างมีความสุข วันนี้ก็ขอสนับสนุนเรื่องของการปฏิรูป ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการทุกคน ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าผมไม่มีความรู้เรื่องแพทย์เลย แต่ผมมองออกจากมุมข้างนอกแล้วกัน มุมจากส่วนที่ตัวเองมีประสบการณ์แล้วก็คงจะจํากัด ประเด็นอยู่สั้น ๆ แค่ ๒ ประเด็นเท่านั้น ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าในประเทศที่ความปลอดภัยบนท้องถนนน้อยนี่การแพทย์ฉุกเฉิน มีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าผมรู้สึกว่าส่วนตัวเคยประสบกับความฉุกเฉินในทะเล เยอะมาก ล่าสุดที่ผ่านมาอาจารย์ที่อยู่ในคณะของผมเองก็เสียชีวิตไปท่านหนึ่ง เพราะฉะนั้น ตรงส่วนนี้ผมอยากให้เรามอง จริง ๆ ท่านชาญชัยก็อยู่สมาคมดําน้ําอยู่แล้วท่านก็น่าจะทราบ
แต่เราไม่ได้พูดถึงเฉพาะการดําน้ําอย่างเดียว ดําน้ําอย่างเดียวนี่ต่างชาติ ๘๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศไทยยังมีคนไทยอีกเปึนล้าน ตรงนี้มันเปึนเรื่องของการดําน้ําซึ่งต้อง เปึนคอนซัลติง (Consulting) กับอะไรพิเศษ ตอนนี้เพื่อน ๆ นักดําน้ําผมเวลาเกิดอะไรขึ้น ก็แค่โทรเรียกกับทําฉุกเฉินไป แต่ไม่มีคอนซัลต์ (Cunsult) เพราะไม่รู้จะคอนซัลต์กับใคร ถ้าเกิดเบอร์พิเศษสําหรับคอนซัลติงสามารถช่วยได้ในเวลานี้มี ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เวชศาสตร์ใต้น้ํา กองทัพเรือก็ได้ ซึ่งสามารถเข้ามาคอนเนกต์ (Connect) ปุ็บ ๆ คอนซัลต์ ได้เลยภายใน ๕ นาทีโทรเข้าเบอร์นี้แล้วก็ต่อเนื่องกัน อันนี้มันก็จะช่วยได้ เพราะว่า ท่านก็ทราบดีว่าอุบัติเหตุกับเรื่องใต้น้ําหรือเรื่องต่าง ๆ นี่มันต้องเปึนเฉพาะทางจริง ๆ อันนั้น คือเรื่องแรก นอกจากเรื่องใต้น้ําก็จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสัญจรทางน้ําซึ่งจริง ๆ อุบัติเหตุทางน้ําเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปึนข่าว แล้วส่วนใหญ่ถ้าเกิดเทียบสถิติกับ ทางบกจะเห็นได้ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุในระดับเท่ากันนี่ทางน้ําโอกาสที่จะเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ทุพพลภาพมีเยอะกว่าบนบกอีก เพราะกว่าจะมาถึงผมยกตัวอย่างที่ผ่านมาก็ได้เกือบ ๒ ชั่วโมงท่านเขียนอยู่ ๘ นาที ในความเปึนจริงขนาดเราเปึนอาจารย์ด้วยกันโทรกันล็อก กันเองยังใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง ถ้าเกิดเปึนนักท่องเที่ยวต่ำงชาติคิดว่ากี่ชั่วโมงจะมา ถึงโรงพยาบาลที่ถูกต้องเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมอยากให้ตรงนี้คือไหน ๆ จะยกเปึนวาระแห่งชาติแล้วก็ช่วยกรุณารบกวนดูในเรื่องของทางน้ําที่มันเกี่ยวข้องค่อนข้าง เยอะมาก แล้วก็มีอุบัติเหตุเยอะแล้วก็บางครั้งมันเรื่องเฉพาะ รวมทั้งสถาบันวิจัยของ ท่านด้วย เพราะว่าหลัง ๆ ผมทํากับสภากาชาดไทยมาหลายครั้งเหมือนกัน ในเรื่องที่มี ความเสี่ยงมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแมงกะพรุน แมงกะพรุนมีพิษนี่ป้หนึ่งมีคนเสียชีวิตจํานวน หลายคน แต่อาจจะไม่เปึนข่าวมันเปึนข่าวเสียชีวิต ถ้าดูจากปริมาณแมงกะพรุนที่มีพิษ ถึงเสียชีวิต เทรนด์ (Trend) นี่พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยตอนนี้พบตั้ง ๗-๘ ชนิดแล้ว
เพียงแต่ว่าการศึกษา หรือการคอนซัลต์ด้านนี้ยังไม่ถึงขั้น ถ้าเกิดอย่างในต่างประเทศ ที่มีแมงกะพรุนมีพิษถึงเสียชีวิต ตามหาดต่าง ๆ เขาจะมีน้ําส้มสายชู มีอะไรต่าง ๆ มีข้อปฏิบัติ ของเราอาจจะกลัวนักท่องเที่ยวตกใจหรืออะไรไม่ทราบ แต่ถ้าเกิด ประเทศออสเตรเลียที่ผมเรียนจบนี่ทุกหาดเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็เปึนเรื่องของ การปัองกัน เรื่องของการคอนซัลต์ รวมทั้งเรื่องพิษต่าง ๆ เกี่ยวกับท้องทะเล เกี่ยวกับ กินอะไร ปลาตายกินอะไร ซึ่งอันนี้เปึนประจําทุกวัน เปึนรูทีน (Routine) ทุกวัน ที่ผมอยากให้โฟกัส (Focus) เรื่องทะเลสักนิดหนึ่งมันมีอะไรอีกเยอะมากในส่วนนี้ แล้วก็ยกให้มันเปึนวาระการแพทย์ฉุกเฉินทั้งถนน ทั้งทางน้ํา มันก็ขยายตัวขึ้นมา อีกอันหนึ่ง เปึนประเด็นที่หลายคนเขาพูดถึง แต่อาจจะไม่มีการพูดถึงชัดเจนคือเรื่องของนักท่องเที่ยว ซึ่งพวกเราก็เพิ่งฟังกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการบอกไปว่าป้ ๒๕๗๕ ๑๐๐ ล้านบาท ป้นี้ ๒๘.๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๗๕ ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดท่านไปเกาะสมุย ไปเกาะเต่า ท่านจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เปึนประจําคือฝรั่งขับมอเตอร์ไซค์ตีลังกาบ้าง เรือชนบ้าง อะไรเต็มไปหมด ผมเสนอว่า ผมไปทวีปยุโรปหรือไปอะไรหลายประเทศผมก็ต้องซื้อประกัน ซื้อประกันเข้าประเทศ พวกเขาใช่ไหมครับ พวกเราทุกคนก็ทราบดี แต่พวกเขาเข้ามาประเทศเรานี่เขายังไม่ซื้อ เพราะฉะนั้นตรงนั้นเปึนประเด็นที่ผมคิดว่ามีความสําคัญมาก ถ้าเกิดเราตั้ง วีซา ออน อะไรเวล (Visa on arrival) อยู่แล้ว ถ้าเกิดเราคิดว่าเราต้องรับกับคนอีก ๑๐๐ ล้านเราจะเอาไหม เสนอเลยว่าถ้าเกิดนั กท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าประเทศไทย ต้องมีประกัน โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ อันนี้สําคัญที่สุด ไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดปัญหา เอาเฉพาะยังไม่ต้องพูดถึงแรงงานนะครับ เอาเฉพาะนักท่องเที่ยว ผมพูดถึงเฉพาะ นักท่องเที่ยวตรงนี้ ตั้งจุดข้าง ๆ วีซา ออน อะไรเวล คนละ ๑,๐๐๐ บาทเข้ามาทํา วีซา ออน อะไรเวลเสร็จซื้อประกันเลยถึงจะเข้าได้ อันนี้ก็จะคัฟเวอร์ (Cover) หมด ไม่อย่างนั้นเราก็จะมีปัญหาอย่างนี้ค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ตรงนี้จะเปึนคานงัดสําคัญแล้วเปึน จุดเปลี่ยนเลยในความคิดของผม ไม่อย่างนั้นเราต้องออกเงินให้คนยุโรปที่ร่ํารวย แต่เกิดอุบัติเหตุโดยที่ประมาท ขับมอเตอร์ไซค์กันไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกคือถ้าเกิดเขาทําตัวปกติ เราก็ไม่ว่าอะไรอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แต่ท่านไปดูท่านก็คงจะทราบว่าส่วนใหญ่แฮงก์ บ้าง ขับมั่วบ้าง อะไรบ้าง แล้วทําไมเราต้องไปจ่ายเงินให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ระมัดระวังตัวเอง
แล้วมาเกิดอุบัติเหตุ แล้วต้องเอาภาษีคนไทยไปจ่าย ตรงนั้นผมฝากไว้ก็มี ๒ จุดแค่นี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ผมคงมีประเด็นที่อยากจะนําเรียนไปยังท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกรู้สึกดีใจในฐานะที่ท่านมีแนวคิดเรื่องการใช้พื้นที่เปึนฐาน ในการปฏิรูประบบสุขภาพให้กั บพี่น้องประชาชน ผมเองเปึนผู้บริหารท้องถิ่นที่ได้รับ การถ่ายโอนสถานีอนามัยมาอยู่ภายใต้สังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเด็นที่ผมอยากจะนําเรียนเปึนประเด็นหนึ่งก็คือว่าวันนี้การจัดการเรื่องระบบสุขภาพ ที่เราจะต้องสร้างกลไกความร่วมมือนั้น ถ้าเราคิดเพียงกรอบว่าทําอย่างไรให้เกิดความร่วมมือ เปึนเรื่องไม่ยากครับ แต่ทําอย่างไรให้เกิดการกระทําร่วมเปึนเรื่องยาก การกระทําร่วมนั้น มันมีข้อจํากัดอยู่ตรงที่ว่าอํานาจและหน้าที่นั้นจะต้องกําหนดให้มีความชัดเจนในบทบาทของ กลไกที่จะเข้าไปร่วมมือกัน วันนี้หน่วยบริการระดับปฐมภูมิมีอํานาจ หน้าที่ในเรื่องของ การดูแลสุขภาพการรักษาเบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีอํานาจและหน้าที่ ในอีกมิติหนึ่ง แต่ทําอย่างไรให้องคาพยพ ๒ องคาพยพนี้มารวมตัวกัน แล้วก็ภาคสังคมนั้น เปึนรูปคณะกรรมการบริหารสุขภาพระดับพื้นที่ได้ แล้วก็เพิ่มกลไกให้อํานาจท้องถิ่นนั้น ลงลึกไปถึงเรื่องการจัดกำรปฐมภูมิได้ ผมคิดว่านี่คือคานงั ดสําคัญในระดับพื้นที่ ถ้ามีคณะกรรมการในลักษณะนี้แล้วมันจะไปเชื่อมโยง ๒ ระบบใหญ่ ๆ ด้วยกัน
ระบบที่ ๑ คือระบบการบริหา รจัดการการดูแลการส่งเสริมสุขภาพและการรักษา ในระบบที่ ๒ การแพทย์ฉุกเฉิน ผมยืนยันได้เลยครับว่าเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน เราน่าจะคิดร่วมกันนะครับว่าประเด็นนี้น่าจะเปึนบอร์ด (Board) บริหารด้านระบบสุขภาพ ในระดับพื้นที่ แล้วก็ยกให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ๒ หลักใหญ่ ๆ ร่วมกัน ถ้ามีหน้าที่ ๒ หลักร่วมกันมันก็จะไปเชื่อมโยงสิ่งที่เรามีสภาพปัญหาร่วมกัน นั่นก็คือการดูแล ของหน่วยบริการ คือ รพ.สต. ขณะนี้ รพ.สต. ก็มีข้อจํากัดของตนเอง ท้องถิ่นก็อยากทํา เรื่องสุขภาพ ก็มีข้อจํากัดของตนเอง ประชาชนในฐานะผู้ที่มาบอกกล่าวว่าอยากได้บริการ อันนั้นอันนี้ ก็เลยไปพบข้อจํากัดของตนเองเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการออกแบบ ในลักษณะนี้จะเปึนประโยชน์อย่างมากในอนาคต ถ้ามีการเขียนไว้ในสาระสําคัญ ในการปฏิรูปว่าควรปรับบทบาทของท้องถิ่นให้มีอํานาจและหน้าที่ ไม่ต้องไปพูด เรื่องการกระจายอํานาจอีกต่อไปครับ ถ้าประเด็นนี้หลุดได้ นี่คือคานงัด ประการที่ ๒ ที่ผมอยากนําเรียนคือเรื่องการปฏิรูปการแพทย์ฉุกเฉิน ผมเองมีหน่วยบริการที่ทํา เรื่องการแพทย์ฉุกเฉิน สิ่งที่ผมต้องชื่นชมการแพทย์ฉุกเฉินก็คือว่าท่านไม่ได้มีงบประมาณ อะไรของท่านมากมายเลย แต่ท่านทําให้ประชาชนได้รับการบริ การอย่างใกล้ชิด อันนี้ ต้องชื่นชม แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้บทบาทร่วมระหว่างท่านกับท้องถิ่น มันเปึนเรื่อง ของงานฝากกัน ถ้าพูดกันจริง ๆ เราอยากสนับสนุนท่านมากกว่าที่ท่านมาฝากงานเราไว้ เปึนไปได้ไหมครับว่าทําอย่างไรให้กรอบปฏิรูปนั้นมันพูดถึงว่าบทบาทท้ องถิ่นมีอํานาจ และหน้าที่ในระบบการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการรักษาความปลอดภัย บนท้องถนนด้วย เพราะการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนก็ไปติดปัญหาอีกว่า มันมีหน่วยงานอื่นอีก ถ้าทําให้องคาพยพเหล่านี้มันเกิดขึ้นเปึนเนื้อหาสาระเดียวกันได้ ผมคิดว่าสิ่งที่มันจะกําหนดใน อนาคตคือมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินที่เปึนหน่วยบริการ เบื้องต้นครับ เปึนหน่วยบริการเบื้องต้น วันนี้รถลาก็ยังไม่มีความพร้อม คนก็ยังไม่มี ความพร้อมแต่ก็ยังส่งผู้ป์วยกันได้ ทําอย่างไรให้เปึนมาตรฐานขึ้นมามันก็จะเข้าสู่ระบบ ร่วมกันได้ ผมคิดว่าประเด็นเรื่องการปฏิรูปอํานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะร่วมไม้ร่วมมือกับใครนั้น เปึนสาระหลักที่เชื่อมโยงกับการปฏิรูปการกระจายอํานาจ แต่วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าเราไปพูดเรื่องการกระจายอํานาจเราจะติดสภาพปัญหา ของว่าอันนี้คืออํานาจคุณ อํานาจผม แต่ถ้าเราพูดถึงว่าต่างคนต่างมีอํานาจแล้วไปตั้งองค์กร
มาร่วมบริหารอํานาจร่วมกัน ผมคิดว่าอันนี้คือผลประโยชน์ของประชาชน ก็ขออนุญาต นําเรียนเพื่อเปึนกรอบไว้ ๒ ประเด็นนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปอีก ๕ รายนามที่ดิฉันมีอยู่ในมือนะคะ มีท่านเตือนใจ สินธุวณิก ท่านศิรินา ปวโรฬารวิทยา ท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ แล้วก็ท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่น ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะชื่นชมทางท่านกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขนะคะ รวมทั้ง ท่านประธานอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ได้กรุณาศึกษำในหลาย ๆ เรื่องมาอย่างรอบคอบ เรียกว่าเสนอประเด็นปฏิรูปใหม่ ๆ มากมายที่จะทําให้ระบบการสาธารณสุขของเรานี้ดียิ่งขึ้น ดิฉันมีข้อที่จะ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนเพิ่มเติม เสริมจากท่านใน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ เรื่องแรกจะเปึนเรื่องของการปฏิรูปแพทย์แผนไทยนะคะ ซึ่งท่าน พลเรือเอก ชาญชัย ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่านนะคะ ได้พูดว่าควรจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทย แห่งชาติ รวมทั้งมีการจัดตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติด้วย อันนี้ดิฉันเห็นว่า อยากสนับสนุนเต็มที่เลยค่ะ
แล้วอยากจะขอเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าสําหรับคณะกรรมการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทย แห่งชาตินั้นอยากจะขอเรียนว่าน่าจะมีการกําหนดให้มีการดําเนินการอย่างจริงจังค่ะ โดยการที่จะต้องให้คณะกรรมการขับเคลื่อนนี้ได้นําข้อมูล มีศูนย์ข้อมูลทั้งหมดทั่วประเทศว่า ในส่วนต่างจังหวัด ตําบล อําเภอต่าง ๆ หรือท้องถิ่นต่าง ๆ นั้นเขามีตํารายาแพทย์แผนไทย อะไรดี ๆ บ้าง ประสบการณ์ที่ใกล้ตัวที่สุดดิฉันเพิ่งไปลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ที่อําเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี พบกับท่านอดีตข้าราชการท่านหนึ่งท่านบอกอายุ ๗๙ ป้แล้ว แต่ว่าท่านมีสูตรที่จะมียาวิเศษ ของท่านบอกว่าภรรยาซึ่งเปึนสาวรออยู่ที่บ้าน ดิฉันพูดแค่นี้ท่านคงรู้ว่าเปึนยาอะไร ยังนํามามอบให้กับประธำน แล้วก็กรรมาธิการบางท่านของเราที่เปึนฝ์ายชายด้วย ดิฉันขอเรียนว่าตรงนี้ละค่ะเท่าที่มีประสบการณ์เปึนผู้ตรวจราชการนั้นมียาพวกนี้ ในต่างจังหวัดมากมาย แต่ว่าเปึนการผลิตเฉพาะว่าท่านผลิตแล้วท่านก็ขายเอง แล้วท่านก็ ไปพูดตามที่ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ว่าอยากให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทย แห่งชาตินี้ รวมทั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติได้ทําเปึนแหล่งข้อมูลอย่างแท้จริง ส่งคนลงไปศึกษาตัวยาของท่านว่าได้ผลจริงหรือไม่ ถ้าได้ผลจริงเราสามารถที่จะออก ใบรับรองเปึน อย. ให้เลย แล้วส่งเสริมให้มีการผลิตอย่างจริงจัง อันนี้เราสามารถขายได้ ไม่ใช่ในระดับประเทศ ในระดับอาเซียน หรือในระดับโลกก็ขายได้ อันนี้จะเปึน การเสริมสร้างมาตรฐาน แล้วก็มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรของเราให้มีชื่อเสียงอย่างแท้จริง อันนี้ผู้คนที่เดินทางไปในส่วนต่างจังหวัดนั้นก็จะรู้สึกอุ่นใจว่ายานี้เปึนยาดีจริงอย่างที่ ท่านแนะนํา ท่านประกาศสรรพคุณไว้มากมาย หูท่านบอกฟังไม่ได้ยินแต่หน้าตาสดชื่นมาก บอกภรรยาสาวรออยู่ที่บ้านอันนี้เปึนต้น ดิฉันอยากจะขอแนะนําหรือขอที่จะเสนอว่าต้องมี การวิจัยอย่างแท้จริง แล้วมีการดําเนินการที่จะทําให้บรรดาชาวบ้านหรือคุณหมอชาวบ้าน เหล่านี้ที่มีตํารานั้นได้รับการรับรองจาก อย. พิสูจน์ว่าเปึนยาที่ปลอดภัยจริง แล้วขอเสนอว่า ในทุกตําบล อําเภอ ที่เรามีศูนย์โอทอป (OTOP) นั้นขอให้มีศูนย์แพทย์แผนไทยคือตํารายา ชาวบ้านเรานี่ละที่ได้รับการรับรองแล้วมีจําหน่ายด้วย อันนี้ดิฉันคิดว่าจะทําให้เปึนการสร้าง มูลค่าเพิ่ม เสริมอาชีพให้บรรดาท่านแพทย์แผนไทยเหล่านี้ให้มีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น แล้วเราก็ จะมียาตําราดี ๆ ด้วย กราบฝากไว้ค่ะ อีกประเด็นหนึ่ง เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะคะ ขออนุญาตพูดถึงเรื่องของการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน ดิฉันเห็นด้วยที่ว่าจะต้องมี
การจัดหน่วยงานด้านวิชาการ วิจัย เพื่อเปึนศูนย์กลางในการทํางานอย่างเปึนระบบ อันนี้อยากจะขออนุญาตเพิ่มเติมนิดเดียวว่าอยากจะขอให้ท่านคิดถึงว่าเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ ของการเกิดอุบัติภัยหรืออุบัติเหตุในท้องถนนด้วย ท่านคิดประเด็นปฏิรูปมานั้นดิฉันคิดว่า ดีแล้ว แต่ว่าถ้าเผื่อเราไม่ได้ทํางานบูรณาการกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานซึ่งเขาอาจจะ เปึนต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ขอเรียนว่าการทํางานบูรณาการสําคัญมาก แล้วหน่วยงานเหล่านั้นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบ้านเรานี้ขอเรียนเลยยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ที่กรุงเทพมหานคร อุโมงค์ลอดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ดิฉันขอเรียนว่า เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ทั้ง ๆ ที่ทางลาดลงไป แล้วแทนที่ถนนจะสร้างให้โค้งรับกับตัวรถนั้น ไม่ได้เปึนแบบนั้น ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าหลายท่านที่ไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขออนุญาต ท่านประธานเติมอีกนิดเ ดียวว่าจะรู้เลยว่าถนนของเขานั้นไฮเวย์ (Highway) ทุกอัน ที่มีทางโค้งแม้ว่าจะโค้งมากแต่การสร้างถนนได้มาตรฐาน จะมีการสร้างรับกับแรงเหวี่ยง ของรถ ดังนั้นอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็ไม่เกิดขึ้น ท่านกรรมาธิการบอกว่ามีอุบัติเหตุมากมายหลายแห่ง บอกว่าเปึนทางโค้ง ๑๐๐ ศพ อะไรต่าง ๆ อยากขอว่าศูนย์อันนี้ของท่านต้องทํางาน บูรณาการกับหน่วยงานที่เปึนต้นเหตุขอ งการเกิดอุบัติเหตุด้วย ก็ได้แก่ การสร้างถนน ถ้าในส่วนต่างจังหวัดคือกรมทางหลวงแผ่นดิน และอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะขอว่า ในกรุงเทพมหานครก็คือกรุงเทพมหานครโดยตรง อันนี้การสร้างต่าง ๆ ต้องได้มาตรฐาน และศูนย์นี้ของเราต้องรวบรวมหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ทํางานบูรณาการและแก้ไข อย่างเปึนระบบด้วยค่ะ
อีกอย่างหนึ่งนะคะ กรมตํารวจเกี่ยวข้องโดยตรง นั่นก็คือเรื่องของสัญญาณไฟจราจรค่ะ มีตัวอย่างเช่นที่สี่แยกที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเรานี้ว่าสัญญาณไฟจราจรนั้นบางทีทําให้ เกิดความสับสนค่ะ ตรงนี้เราต้องแก้ไขด้วย บางทีไฟที่จะให้เลี้ยวกับตรงนั้นมันจะ ใกล้เคียงกันมาก และตํารวจก็แก้ไขด้วยการที่จะต้องบังคับให้เลี้ยวซ้ายและไปยูเทิร์น (U-turn) มา ซึ่งอันนั้นก็เปึนต้นเหตุของการเกิดปัญหาอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน ดังนั้น ขออนุญาตเรียนแนะนําว่าศูนย์อันนี้ของท่านต้องรวบรวมงานของหน่วยงานอื่นต้องมา ร่วมกันแก้ไขที่ต้นเหตุค่ะ จึงจะทําให้อุบัติภัยต่าง ๆ ลดน้อยลงนะคะ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ๒ ประเด็นดังนี้ค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เกินเวลาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านศิรินา ปวโรฬารวิทยา ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙๘ ท่านประธาน ได้เคยบอกว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติถ้าเห็นด้วยไม่ต้องอภิปรายนะคะ แต่วันนี้ดิฉัน ขออนุญาตพูดนิดหนึ่งแค่ ๑-๒ นาทีเท่านั้นนะคะ เพราะเดี๋ยวดิฉันต้อง ลาประชุม สัก ๒ ชั่วโมงซึ่งอาจจะไม่สามารถอยู่ลงมติเห็นด้วย อยากจะบอกว่าเห็นด้วยก็เลยต้องบอก ในเวลานี้นะคะ ดิฉันต้องขอเวลาลาประชุม ๒ ชั่วโมงแล้วค่อยกลับมานะคะ วันนี้ดิฉัน ดีใจมากและเห็นด้วยกับค ณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ทั้งหมดที่ ได้เสนอการปฏิรูป ระบบ สาธารณสุขอย่างครบถ้วน เพราะปัญหาของสุขภาพเปึนปัญหาที่สําคัญที่สุดของชีวิต เปึนปัญหาที่สร้างคุณภาพชีวิตไม่ได้ถ้าใครมีปัญหาสุขภาพ เปัาหมายของการปฏิรูป ประเทศไทยครั้งนี้ดิฉันว่าเราคือปฏิรูปคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ จึงต้อง ประกอบด้วยสุขภาพดีจึงจะมีสติปัญญาที่ดี และถ้าสุขภาพดีสิ่งดี ๆ ในชีวิตก็จะตามมา ดิฉันขอบอกว่าดิฉันเห็นด้วยกับระบบสุขภาพปฐมภูมิของท่านคุณหมอสุวัฒน์ เห็นด้วยกับ การแพทย์ฉุกเฉินของคุณหมอชูชัย เห็นด้วยโดยเฉพาะกับการปฏิรูป พทย์แผนไทยของ พลเรือเอก ชาญชัย ที่ดิฉันมองว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศได้มาก แล้วก็ช่วยชาวบ้าน ชุมชน ให้มีอาชีพ และสร้างศักดิ์ศรีของคนไทยทั้งประเทศ อยากให้ดําเนินเรื่องนี้ อย่างรวดเร็วค่ะ แล้วก็การปฏิรูปประสิทธิภาพของการสื่อสารสุขภาพของอาจารย์จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ดิฉันเห็นด้วยว่าเรายังสื่อสารไม่ดี ปัญหาต่าง ๆ ก็คือเกิดจากการสื่อสาร
ก็อยากให้อาจารย์ได้ทํางานต่ออย่างเต็มที่นะคะ แล้วก็คิดว่าจะแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ อย่างดี และของคุณหมอณรงศักดิ์ ดิฉันว่าจะเปึนการควบคุมภัยคุกคามสุขภาพทั้งหมดนะคะ ก็จะทําให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น ทั้งหมดดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี มากเลย ก็เลยขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอขอบคุณท่านประธานคุณหมอพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ที่เปึนประธาน แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการทั้งหมด ขอขอบคุณจริง ๆ ค่ะ แล้วขอบอกว่าเห็นด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมคงไม่ขอชื่นชมนะครับ เดี๋ยวจะชื่นชมพวกเดียวกัน ผมขอเพิ่มเติมในบางประเด็นนะครับ ซึ่งความจริงก็คงเปึนเรื่องที่ มีความสนใจเปึนพิเศษ ก็คือเรื่องของความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ท่านได้นําเสนอนะครับ ซึ่งความจริงก็ชื่นชมท่านนะครับ ที่ท่านได้มีส่วนในการที่ ทํางานจริง ๆ ก็คือเรื่องของ รามาแชนแนลหรืออะไรก็ตาม ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนประโยชน์ต่อประชาชนในระดับหนึ่งนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอเพิ่มคือเรื่องของตัวชี้วัดความสําเร็จ ในหน้า ๖๖ ของเพาเวอร์พอยต์ ท่านมีอยู่ ๕ รายการ ๕ ตัวด้วยกัน อัตราการได้รับมีระดับความรอบรู้มากขึ้นทุกกลุ่ มวัย มีอัตราการเจ็บป์วยน้อยลง ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่มีความสําคัญคือน่าจะเปึนอัตราของผู้ปฏิบัติตาม สิ่งที่เราแนะนําไปนะครับ
ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความสําคัญ แล้วก็อาจจะทําได้เลย ยกตัวอย่างอย่างโครงการที่ท่านนําเอา รูปของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาพูดถึงเรื่องของเอกเซอร์ไซส์ อีส เมดิซิน (Exercise is medicine) กีฬากีฬาเปึนยาวิเศษ ในปัจจุบันนี้หลังจากที่ผู้มารับบริการมาพบกับแพทย์แล้ว แพทย์ก็จะให้คําแนะนํา ผู้ให้บริการหรือจะเปึนพยาบาลหรืออะไรต่าง ๆ โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบลส่วนใหญ่แล้วเราไม่มีเวลาจะเห็นว่าความคับคั่งของผู้มารับบริการ เพราะฉะนั้น ข้อมูลสุขภาพเหล่านี้คือการที่จะเติมเต็ม เพราะว่าอย่างที่ผมเคยบอกไว้แล้วว่า อินฟอร์เมชัน อีส อะ เทอราป้ (Information is a therapy) เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องทําให้สุขภาพดีได้ นอกจากแพทย์แนะนําก็ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ควรจะต้องทําตาม เมื่อสักครู่เราจะเห็นตัวอย่าง ขออภัยที่ต้องพูดถึงท่านเตือนใจ บอกว่ามียาดี อันนี้ก็คือเปึนตัวอย่างของข้อมูลสุขภาพ ที่นําไปสู่ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าการที่เรามีสุขภาพดีนั้นต้องทํา หลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่มียาวิเศษหรือมีการอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าพวกเราหลายท่านในที่นี้ก็คงจะมีความรู้ แต่ว่าความรู้นั้นถ้าท่านไม่นําไปใช้ไม่นําไปปฏิบัติตามอย่างถ่อ งแท้ ท่านก็จะเหมือนกับว่า เชื่อในสิ่งที่อาจจะเปึนไปได้น้อ ยหรือเปึนไปไม่ได้ เพราะว่าไม่มีเมจิก เมดิซิน (Magic medicine) ใด ๆ ที่จะทําให้ทุกคนสุขภาพดี ไม่เช่นนั้นแล้วคนที่ร่ํารวย คนที่มีเงิน มีทองคงจะมีอายุยืนยาวและสุขภาพดี ผมคิดว่าสุขภาพดีนั้นเปึนสิ่งที่มีค่า แล้วก็ทุกคน ไม่ว่าจะรวยไม่ว่าจนมีสิทธิเท่ากันที่จะดูแลสุขภาพ เพราะฉะนั้นข้อมูลสุขภาพเปึนสิ่งที่สําคัญ ที่จะทําให้มีการปัองกัน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดคือดีใจเรื่องรัฐธรรมนูญที่เรามีการพูดถึง ประชาชนต้องมีหน้าที่ แต่ว่าเราอาจจะไม่มีสิ่งที่นําเสนอที่ชัดเจนมากนักที่จะทําให้ประชาชน ทุกคนที่ต้องปฏิบัติในสิ่งที่ควรต้องปฏิบัติ เพราะเรามีความรู้แต่บางทีเราก็ไม่ปฏิบัติ หลายท่านในที่นี้ถามว่าท่านอ้วนไหม ท่านอ้วน หลายท่านไม่ออกกําลังกายไหม ไม่ออกกําลังกาย ท่านมีความรู้ไหม มี แต่ท่านไม่ได้ปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นใครทําใครได้ ใครไม่ทําก็ไม่ได้นะครับ เรื่องสุขภาพ อีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญที่ระบุถึงเรื่องการส่งเสริมกีฬา อยากจะพูดถึงเรื่องกีฬา อยากจะให้ทุกท่านคิดถึงกีฬากับการออกกําลังกายเปึนสิ่งที่คู่กัน ไม่ใช่กีฬาที่จะต้องไปแข่งขันหรืออะไรต่าง ๆ การที่รัฐธรรมนูญมีระบุถึงการส่งเสริมกีฬานั้น ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่จะทําให้รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องมีการส่งเสริมในการที่จะมี สถานที่การออกกําลังกาย มีอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) มีสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งการที่
ได้ระบุให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีหน้าที่ในการที่จะส่งเสริมเรื่องกีฬาด้วย เพราะฉะนั้นกีฬาจึงเปึนสิ่งที่สําคัญนะครับ เพราะว่ากีฬาคือการออกกําลังกาย แล้วก็ กีฬากีฬาเปึนยาวิเศษที่จะทําให้ทุกคนมีสุขภาพดีได้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ ขออนุญาตอีก นิดหนึ่งนะครับ เรื่องของกลยุทธ์ ผมคิดว่าสิ่งสําคัญที่จะต้องได้ประโยชน์สูงสุดก็คือจะต้องมี กลยุทธ์ในการที่จะทําให้คนสนใจแล้วก็ปฏิบัติตามนะครับ หรือเรื่องของการปฏิรูปที่แท้จริง ความจริงการปฏิรูปเรื่องความรอบรู้ในการปัองกัน การมีสุขภาพดี ความจริงน่าจะเริ่มต้นที่ สภาแห่งนี้ด้วยซ้ําไป ผมคิดว่าสมาชิ กปฏิรูปหลายคนไม่มีพฤติกรรมที่ ดูแลสุขภาพที่ดี ยกตัวอย่างเช่น การสูบบุหรี่ สถานที่ของสภายังมีสถานที่เอื้ออํานวยให้กับคนที่ทําลาย สุขภาพ ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ผมเคยเสนอไว้ตั้งแต่ตอนต้น ๆ แล้วนะครับว่ามันเปึนสิ่งที่ ผิดกฎหมายด้วยนะครับ ผมคิดว่าอยากจะเสนอไว้ทิ้ งท้ายเลยว่าเรามาปฏิรูปเรื่องของ การดูแลสุขภาพ เราเริ่มที่สมาชิกของเราดีไหมครับ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ควรจะทําก่อนเพื่อนเลย เพื่อจะทําให้ทุกคนนั้นเปึนตัวอย่างที่ดีในการที่จะดูแลสุขภาพของตัวเอง แล้วก็เปึนตัวอย่าง ของประชาชนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมเห็นด้วยทุกประการกับที่เสนอ ผมสนับสนุนเต็มตัวเลยนะครับ ผมเพียงแต่มีสิ่งเพิ่มเติมว่าอย่าลืมนึกถึงคนพิการก็แล้วกันนะครับ อย่างที่ผมบอกเสมอมา ครับท่านประธาน คนพิการเปึนคนกลุ่มแรกที่ถูกลืมครับ กลุ่มสุดท้ายที่ถูกนึกถึงครับ เรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดก็คือเรื่องการประกอบอาชีพแพทย์แผนไทย ท่านประธาน ทราบไหมครับ ก่อนนั้นห้ามแม้แต่ไม่ให้คนพิการ คนตาบอด เปึนหมอนวดแผนไทย ผมต่อสู้ สําเร็จป้ ๒๕๔๙ ได้เปึนหมอนวดแผนไทยนะครับ แต่ยังห้ามไม่ให้เปึนแพทย์แผนไทยในเรื่อง สมุนไพรอยู่ดี ท่านประธานครับ การรักษาด้วยการใช้ยา โดยอ้างว่าตาบอดตาหลับไม่เห็นสี ของสมุนไพรก็เลยไม่ให้เรียน เลยต้องให้คนตาบอดต้องไปหาเมียมาเรียนจึงจะเป่ดคลินิก ทําไมต้องเปึนเช่นนั้นครับท่านประธาน คนตาบอดจะเป่ดคลินิกเพื่อให้บริการรักษา นวดแผนไทยเพื่อเวลาคนจะมารักษานี่สามารถไปเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ นี่ต้องหาเมีย หรือหาผัวไปเรียนเวชศาสตร์ก่อนแล้วจึงมาเป่ดครับท่านประธาน ทําไมต้องเปึนอย่างนั้นครับ แทนที่จะช่วยคิดว่ามีแอพ (App) อะไรบ้างที่ทําให้ตาบอดนี่เอาสมุนไพรมาปุ็บ เอากล้องถ่าย แชะเดียวมันก็บอกได้เลยว่าเปึนสมุนไพรอะไร ซึ่งมันไม่ได้ยุ่งยากมากเลยครับท่านประธาน ทุกวันนี้ตาบอดอย่างชูพันธบัตรของประเทศไหน ท่านประธานครับ เอาผ่านไอโฟนนี่ แชะ แชะ แชะ ให้มันเก็บภาพเอาไว้ ต่อไปเอาแบงก์มาใส่ปุ็บกดชึกเดียวมันก็บอกเลยครับ แบงก์นี้มูลค่าเท่าไร โดยเฉพาะพันธบัตรเงินดอลลาร์ครับ ไซส์ (Size) มันเท่ากัน แต่ถ้ามีวิธี คิดแบบแบงก์ชาติไทยยิ่งดีครั บ แบงก์ชาติไทยนี่คิดดีกว่า อเมริกัน แทนที่จะไปใช้ไฮเทค (High tech) แบงก์ชาติทําให้เลยครับ เหรียญหรือ เขียนใส่เบรลล์ (Braille) ให้เลย เพราะฉะนั้นตาบอดก็คลําเหรียญรู้เลยราคาเท่าไร จริง ๆ ทําไซส์ให้ด้วยให้รู้ว่าไซส์มันต่างกัน เหรียญคนละอย่าง แบงก์หรือคนละไซส์เลย เพราะฉะนั้นเอามาเทียบกันได้เลย มีแบงก์ ๒๐ บาทปัูบรู้ได้เลยทุกแบงก์เพราะไซส์ จะต่างกัน ผมอยากให้คนไทยต้องอย่าใส่ กรรมมหาชนกับคนพิการมากมายนักครับ คือพอคิดว่าทําไม่ได้ ไม่ให้ทํา อันนี้เปึนกรรมใหญ่หลวง ที่มันกดทับไม่ให้คนพิการเราปลดปล่อยความสามารถของเราได้อย่างเต็มที่ครับ แทนที่จะคิด
เกื้อกูลช่วยเราบ้างนะครับ อ๋อเรียนตรงนั้นมันยุ่งยาก หาวิธีช่วยให้เรียนได้ แล้วก็อนุญาตให้เรียน ผมว่าปฏิรูปคราวนี้ด้วยการแหกปากของผมคราวนี้หวังว่าคนตาบอดสามารถที่จะเป่ดคลินิก ได้โดยไม่ต้องหาผัวและเมียนะครับท่านประธานครับ เปึนได้ด้วยตัวเองครับ ทําไมไม่ให้ เขาปลดปล่อยความสามารถของเขาครับท่านประธาน เรื่องที่ ๒ ฝังเข็มครับท่านประธาน ฝังเข็มนี่คนตาบอดญี่ปุ์นทํามาแล้ว ๓๐๐ ป้ มีงานวิจัยเพียบนะครั บ ประเทศเกาหลี ประเทศจีน ประเทศไต้หวัน ตาบอดฝังเข็มชํานาญหมดครับ คนตาบอดเมืองไทยไปเรียน ฝังเข็มมาครับ เมืองไทยทําไม่ได้ครับ เอะอะคิดว่าตาบอดทําไม่ได้ กูไม่ให้ทํา ทําไมต้องเปึน อย่างนั้นครับท่านประธาน นี่แหละที่เราบอกว่าเมืองไทยครับ กรรมนะมันไม่ใช่กรรมอยู่ที่ คนตาบอดครับท่านประธาน แต่มันเปึนกรรมมหาชนที่หยิบยื่นให้คนตาบอดเองครับ เพราะห้ามไม่ให้คนตาบอดทําครับ กลัวจะมีรายได้มากหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบนะครับ ทําไมครับไม่คิดเหมือนประเทศอื่นเขา ไปวิจัยมาเลย ไม่แน่ใจหรือว่าตาบอดจะฝังเข็มได้ ไปดูสิ ๔ ประเทศนั้นตาบอดเขาฝังเข็มได้อย่างไรจนเชี่ยวชาญ ชํานาญ เปึนอาชีพหลัก ของเขาเลย
นวดแผนไทยนี่เราเอาคนตาบอดต่างประเทศมาฝังเข็มโชว์ให้คุณหมอเมืองไทยดู สรุปต่างชาติทําได้ ตาบอดไทยไม่ได้ นี่กรรมมหาชนครับท่านประธาน ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ในความสามารถของมนุษย์ ดังแก่นศาสนาพุทธได้ปลูกฝังเอาไว้ ผมจึงอยากให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ช่วยทําบุญมหาชนหน่อยครับ ให้คนพิการได้ทํางานที่มีรายได้ดีขึ้นด้วย อย่าไปคิดว่าทําอะไรไม่ได้ไม่ให้ทํา อีกเรื่องหนึ่งการแพทย์ฉุกเฉิน การแพทย์ฉุกเฉิน ต้องคิดถึงทุกคนด้วย ก็ต้องรวมถึงคนพิการด้วยครับ เพราะฉะนั้นการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องส่งเสริมให้รวมถึงคนพิการด้วย ทุกวันนี้มูลนิธิสากลผมนี่ครั บต้องไปหาเงินมา แล้วก็ต้องไปทําความร่วมมือกับทางการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งกรุณาอยู่ว่าจะทําอย่างไร ที่จะให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินให้กับคนหูหนวกได้ แล้วก็พิการประเภทอื่น ๆ ด้วย ผมอยากให้มีนโยบายชัดเจนครับ การแพทย์ฉุกเฉินต้องสําหรับทุกคนครับท่านประธาน รวมคนพิการด้วยนะครับ และผมขอจบด้วยว่าการเงินการคลัง คนมีสตางค์ให้เขาช่วยออก ได้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าฟรีไปหมดทั้ง ๆ ที่เขามีสตางค์นี่ ผมว่าต้องให้จ่ายบ้าง จะ ๑๐๐ บาท ๕๐ บาท ผมยังเชียร์ กลุ่มที่รณรงค์ให้เก็บ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ก็ยังดีครับ ส่วนคนที่ไม่สามารถทําได้ก็ยกเว้ น คนพิการยกเว้นผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมก็ยังนโยบายส่งเสริมคนพิการที่มีปัญญาจ่ายให้จ่ายนะครับ เหมือนเบี้ยคนพิการนี่ครับ ผมบอกคนพิการเลยใครมีฐานะดีแล้วอย่าไปเอา ผมมีสิทธิเบี้ยคนพิการ ๘๐๐ บาท ผมก็ไม่เคยไปเอาครับ ไม่ใช่ว่ามีสิทธิแล้วเอาครับ ผมว่าเราต้องรณรงค์ให้คนเรานี่มีรายได้ ก็ต้องช่วยออก ต้องเก็บครับ ส่วนที่ไม่มีไม่เก็บไม่เปึนไร เรื่องสุดท้ายครับ เราต้องทําให้ คนไทยมีรายได้มากขึ้นจากการให้บริการ เพราะฉะนั้นผมว่าโรงพยาบาลศูนย์ต่าง ๆ ที่เขาสอนการแพทย์อยู่แล้วอนุญาตให้เขาเปึนมหาวิทยาลัยแพทย์ได้ไหมครับ ผมเห็นหลายศูนย์เลยครับ น้องชายผมก็เปึนหมอก็สอนครับ อยู่ปกเกล้าก็มีคนไปเรียน เยอะแยะ มีทั้งเรสซิเดนต์ (Resident) มีทั้งอะไร แต่ก็ได้แค่เปึนที่ฝ๊กสอนให้กับหมอชนบท โปรดอนุญาตให้เขาเปึนมหาวิทยาลัย เราจะได้มีแพทย์เปึนจํานวนมาก คนไทยจะได้มีรายได้ ขึ้นจากการให้บริการทางการแพทย์ ขอบคุณมากครับท่านประธาน และผมขอโหวตให้ นะครับ ผมขอลาไปประชุมกับรองนายกรัฐมนตรี ๒ ชั่วโมงและเดี๋ยวกลับครับ แต่โหวตให้ นะครับท่านประธาน
พอแล้วค่ะ ทราบแล้วค่ะ
แล้วอย่าลืมเติมของผมด้วยนะครับ ปลดปล่อยกรรมมหาชน สร้างมวลมหาชนให้กับคนพิการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ท่านต่อไปขอเชิญท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพครับ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว ) ป้ ๒๕๕๗ ในมาตรา ๒๗ ว่าการปฏิรูปเสร็จแล้วจะต้องได้รับการขจัดความเหลื่อมล้ํา และสร้างความเปึนธรรมในสังคม ผมเห็นด้วยในการที่จะปฏิรูประบบการบริการสาธารณสุขในครั้งนี้ แต่ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าเมื่อเราปฏิรูปแล้วประชาชนจะได้อะไร ที่เปึนรูปธรรมและจับต้องได้ ประการที่ ๑ และประการต่อมา ผมขออนุญาตสอบถามว่า เราเคยเห็นภาพในทางโทรทัศน์ก็ดี ในสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ก็ดี มักที่จะมีคนทุกข์คนยาก คนผู้ด้อยโอกาสมาออกสื่อ บอกว่าขอผู้มีจิตศรัทธาช่วยบริจาคเงินเปึนค่ารักษาพยาบาล กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับในระบบการบริการสาธารณสุข ทําไมแพทย์ไม่รับการรักษา ไม่ช่วยเหลือเขา ไม่ให้การรักษาเขา จนต้องมาร้องขอออกทางสื่อบริจาคเงินเพื่อเปึนค่ารักษา
เมื่อปฏิรูปแล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะหมดไปไหมในสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ผมอยู่ในชนบทที่มักจะประสบอยู่เรื่อย ๆ ก็คือปัญหาเรื่องของแพทย์เฉพาะทาง ผมเคยอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนโรงพยาบาลซึ่งขาดอุปกรณ์ต่าง ๆ เท่าที่ผ่านมานั้นเราได้จัดหาเครื่องฟอกไตไปให้กับโรงพยาบาลเพื่อที่จะช่วยบรรเทา ช่วยให้การรักษาผู้ป์วยโรคไต ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อซื้อเครื่องฟอกไตให้ไปแล้ว ติดตั้งเรียบร้อยคุณหมอย้า ยครับท่านประธาน พอคุณหมอย้ายไปไม่มีแพทย์ที่จะมา ดําเนินการต่อเครื่องฟอกไตก็คงตั้งเปึนอนุสาวรีย์ต่อไป ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปไหมครับว่า เรามักจะบอกว่าโรงพยาบาลขาดอุปกรณ์แต่มีอุปกรณ์ให้แต่ไม่มีหมอ ทําอย่างไรที่เราจะผลิต แพทย์เฉพาะทางโดยเฉพาะให้โอกาสในแพทย์ที่อยู่ในช นบทนั้นได้มีโอกาสได้มาอบรม แล้วก็เปึนแพทย์เฉพาะทางลักษณะอย่างนี้ เพื่อที่จะบริการพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้นประการนี้นะครับ ประการต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมานั้นเรามักจะบอกว่าในโรงพยาบาลต่าง ๆ เราขาดแคลน แพทย์ เราไม่มีหมอเพราะว่าหมอนั้นเมื่อสําเร็จการศึกษาแล้วเอาเงินมาใช้ทุน ใช้หนี้ แล้วก็ลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน เพราะว่ามีค่าตอบแทน มีผลประโยชน์มากกว่า ผมอยากจะฝากว่าไหน ๆ เราก็จะปฏิรูปทั้งระบบแล้วนี่เราปฏิรูปความสํานึกได้ไหมครับว่า แพทย์แต่ละท่านที่เรียนจบแพทย์มานั้นท่านได้ใช้เงินที่เกิดจากภาษีอากรประชาชนคนไทย เราเปึนจํานวนไม่น้อย เมื่อท่านจบแล้วท่านควรจะมีจิตสํานึกว่าท่านสามารถจบแพทย์มาได้ เพราะประชาชนคนไทยช่วยเหลือท่าน ให้ทุนท่านในการศึกษาเล่าเรียน ท่านควรที่จะ ตอบแทนพี่น้องประชาชนในการที่เยียวยารักษา ท่านที่เคารพครับ ผมอยากจะชวนท่าน ไปมองถึงโฆษณาชิ้นหนึ่ง ผมจําได้ว่ารู้สึกจะเปึนชื่อว่าคุณหมอประจักษ์นะครับ ที่ในอดีต เมื่อท่านยั งเล็กอยู่นั้น มีคนช่วยเหลือท่าน ร้านก๋วยเตี๋ยวเอาสตางค์ค่ายาไปรักษาแม่ เมื่อท่านจบเปึนแพทย์มาแล้วเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นป์วยต้องใช้เ งินมากในการรักษา แต่ท่านบอกว่าเงินค่ารักษานั้นท่านได้ มาเมื่อ ๓๐ กว่าป้ที่แล้ว วันนี้อยากจะให้แพทย์ ทั้งหลายนั้นได้มีความสํานึกในความกตัญ็ูต่อผู้ที่ให้ประโยชน์ในการที่สนับสนุนให้ทุน ในการศึกษาเล่าเรียน อยากจะให้มามองถึงประชาชนโดยเฉพาะประชาชนผู้ด้อยโอกาส ประชาชนผู้ยากไร้ขอให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น เพราะว่าทุกคนไม่ว่า คนร่ําคนรวยหรือคนยากจนทุกคนรักชีวิตเท่ากันหมดทุกคนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็อีก ๕ ท่านต่อไปมีท่านสารี อ๋องสมหวัง ท่านทิวา การกระสัง ท่านชาลี เจริญสุข ท่านดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน แล้วก็ท่านดอกเตอร์ภัท รียา สุมะโน ต่อไปขอเชิญ ท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ
ขอบพระคุณท่านประธาน ขอโทษท่านประธาน แล้วก็ท่านกรรมาธิการแล้วก็สมาชิกด้วย ก่อนอื่นดิฉันก็สนับสนุนข้อเสนอจํานวนมากเรียกว่า เกือบทั้งหมดของคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเปึนเรื่องแพทย์แผนไทย เรื่องบริการปฐมภูมิ
แล้วก็เรื่องการแพทย์ฉุกเฉินหรือเรื่องส่งเสริมสุขภาพ ดิฉันมีประเด็นที่อยากจะเสนอแนะ เพิ่มเติม ซึ่งดิฉันเองต้องเรียนว่ามีโอกาสได้อ่านทั้งเล่ม เพราะฉะนั้นจะเห็นหลักของ การนําเสนอที่อาจจะเรียกว่าใช้เหตุผลที่แตกต่างกันในการเสนอของคณะกรรมาธิการ อย่างเช่นดิฉันยกตัวอย่างในหน้า ๑๓๐ กลไกอภิบาลระบบบริการสุขภาพซึ่งอยู่ในส่วนของ การปฏิรูประบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ เรากําหนดให้มีคณะกรรมการกําหนดนโยบาย สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีสํานักงานเลขา ธิการส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง แต่ขณะที่ถ้าเราดูในเอกสารหน้า ๑๕๙ ที่พูดถึงเรื่องสํานั กงานมาตรฐานและการจัดการ สารสนเทศ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ดีมากเลย เราจะใช้โครงสร้างอีกแบบหนึ่ง ก็คือมีส่วนที่เรียกว่าคณะกรรมการประสานงานกองทุนภายใต้ระบบหลักประกันสุขภา พ แล้วก็มีระบบหลักประกันของ ๓ ระบบ แล้วก็ระบบหลักประกันของภาคเอกชน แล้วก็เราจะ มี สมสส. สํานักงานมาตรฐานและการจัดการข้อมูลสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขอาจจะต้องตัดสินใจ ก็คือว่าโครงสร้างที่กระทรวงสาธารณสุขจะแนะนํากับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินี่ เปึนแบบไหนกันแน่ นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ดิฉันอยากสอบถาม เพราะว่าถ้าเราจําเหตุการณ์ เมื่อวานซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้นําเสนอ ดิฉันคิดว่าเปึนทิศทางของการปฏิรูปการศึกษาในอนาคตที่ต้ องการจะแยกระหว่าง โอเปอเรเตอร์กับคนที่ให้บริการคื อเรกูเลเตอร์กับในส่วนของ คนที่ให้บริการ คือเรียกว่า เรกูเลเตอร์กับโพรไวเดอร์ (Provider) ซึ่งเปึนหลักการที่กระทรวงสาธารณสุขทํามาเกือบ ๑๐ ป้ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็ต้องถือว่าเปึนหลักการที่ทําให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่ จําเปึนด้านสุขภาพเปึนอย่างดี และโดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง แล้วก็ที่สําคัญการปฏิรูป ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นี่ยังได้พยายาม ที่จะทํากฎหมายเพื่อที่จะทําให้เกิดการจัดสรรงบประมาณแบบรายหัวประชากร หรือที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เรียกว่าตามอุปสงค์ ซึ่งดิฉันคิดว่านี่ก็คือสิ่งที่กระทรวงสาธาร ณสุขทํามา ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าทิศทาง ที่อาจจะไม่ชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพั ฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะเสนอในโมเดล (Model) แบบไหนแน่นอน แล้วอันนี้ก็เปึนจุดที่เปึนความขัดแย้งในปัจจุบัน ซึ่งดิฉันอยากเห็นคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขก้าวข้ามความขัดแย้งนี้ ให้ได้
แล้วก็ต้องชัดเจนว่าขณะนี้เราต้องการที่จะขจัดความเปึนธรรม ความเหลื่อมล้ํา ใน ๓ ระบบ เพราะฉะนั้นเราจะใช้รูปแบบแบบไหน ไม่อยากให้กรรมาธิการติดกับอยู่กับ ความขัดแย้ง และอยากให้ไปข้างหน้า เพื่อที่จะทําให้พัฒนาระบบ ทั้งระบบบริการ สาธารณสุข ระบบการแพทย์แผนไทย ระบบข้อมูล ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน หรือระบบ ความปลอดภัยทางท้องถนน หรือแม้แต่เรื่องส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าทุกเรื่องที่เสนอมา มีความสําคัญทั้งหมด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าความไม่คอนซิสเทนซี (Consistency) เรื่องการใช้โครงสร้าง อาจจะส่งผลต่อข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเอง
ประเด็นสุดท้ายซึ่งก็น่าเสียดายดิฉันมีโอกาสได้เสนอเ รื่องการสร้างความเปึนธรรม ด้านค่าตอบแทนในวิชาชีพสาธารณสุข ซึ่งอาจจะไม่ได้มีรายงานจากคณะสาธารณสุขเลย ต้องเรียนว่าอันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากในปัจจุบัน ดิฉันเองเห็นใจผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ว่าขณะนี้ค่าตอบแทนในวิชาชีพสาธารณสุขที่มีความเหลื่อมล้ํา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องระหว่าง ผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาที่แตกต่างกัน ดิฉันยกตัวอย่างแพทย์ที่ทํางานในพื้นที่เรียกว่า กันดารหรือพื้นที่ที่เสี่ยงภัยจะมีค่าตอบแทนที่แตกต่างกับพยาบาล มีค่าตอบแทนที่แตกต่าง กับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นมาก เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าดิฉันอยากเห็นถ้าระยะเวลา ที่ยังเหลืออยู่เปึนไปได้ ที่จะให้คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้ทําข้อเสนอแนะ ในเรื่องของการทําให้เกิดความเปึนธรรมด้านค่าตอบแทนในวิชาชีพสาธารณสุข แล้วดิฉัน ก็ต้องผิดหวังเพราะว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้เสนอให้ตัดในข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูป ที่คณะท่านอาจารย์ประสาร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะคะ ได้เสนอไปที่จะทํา ให้เกิดความเปึนธรรมด้านค่าตอบแทนในวิชาชีพสาธารณสุข เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเห็น คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขทบทวนใน ๒ เรื่องนี้ที่สําคัญ เพราะดิฉันคิดว่า ความขัดแย้งทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพสำขาต่าง ๆ หรือความขัดแย้ง ระหว่างแพทย์ในเมือง แพทย์ในชนบท ล้วนมาจากสาเหตุของค่าตอบแทนที่ไม่เปึนธรรม ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราอาจจะต้องทําเรื่องนี้ให้ชัดเจนแล้วก็ตรงไปตรงมา ทําให้เกิดความยั่งยืนของบุคลากรที่อยู่ในระบบบริการสาธารณสุข แล้วก็ดิฉันเชื่อว่าจะทําให้ การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะระบบบริการปฐมภูมิเปึนที่พึ่งของผู้คน ได้อย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เลขที่ ๐๙๒ ผมจะอภิปรายในเรื่องของแพทย์แผนไทย ผมดูกรอบปฏิรูปของท่านในหน้า ๑๗ หน้า ๑๘ แล้วก็หน้า ๑๙ ผมเห็นด้วยทุกอย่างเลย แต่ว่ายังขาดอย่างหนึ่งที่ท่านไม่ได้เขียนเข้าไป ก็คือ ๑. ต้นน้ําของสมุนไพรเหล่านั้น ไม่มีระบบในการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกหรือรักษาต้นไม้ที่สามารถทําเปึน
ยาสมุนไพรได้ ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าคุณพ่อของผมเปึนหมอยำ ยาบ้านนะครับ ท่านเปึนหมอยาในหมู่บ้าน ในสมัยผมยังเด็กนั้นถ้าใครไปรักษาท่านก็จะเก็บค่ารักษาหกสลึง ผมเรียนท่านกรรมาธิการว่ามีต้นไม้หลายชนิดที่เปึนยาได้ และได้สูญพันธุ์ไปจาก ประเทศไทยแล้ว เพราะว่าเราใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้จักคุณค่า ผมเรียนว่าต้นไม้ที่เปึนยา เช่น ต้นตะแบก ต้นอินทนิลน้ํา ต้นอินทนิลบก ต้นไม้เหล่านี้แก้โรคมะเร็ง ต้นมะยม ต้นตะโก หลาย ๆ ต้นนะครับ ต้นไม้เหล่านี้เปึนไม้เนื้ออ่อนแล้วฟอร์ม (Form) ของเขานี่ไม่สวย ไม่สามารถที่จะมาเปึนกระดานพื้นหรืออะไรได้ พอฟอร์มเขาไม่สวยนี่มันสวยในเรื่องของ การเปึนไม้ประดับ พรรคพวกก็ไปขุดมาจากที่ธรรมชาติมาปลูกตามปัู มน้ํามัน ชาวบ้าน ก็ไม่สามารถจะใช้ประโยชน์จากต้นไม้เหล่านี้ได้ ถ้าท่านจะทําแพทย์สมุนไพรท่านจะต้อง ไปพูดกับกรมป์าไม้เลยให้ขึ้นบัญชีไม้เหล่านี้เปึนไม้ที่ต้องสงวนและรักษา ห้ามตัดนะครับ อย่างเช่นทุกวันนี้ต้นไม้หลายช นิดที่อยู่ในป์า ผมอยู่ข้างป์าเขากระโดงที่จังหวัดบุรีรัมย์ สูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากมีการไปขุดมาปลูกในที่ของเอกชน แล้วก็ชาวบ้านไม่สามารถ จะใช้ประโยชน์ได้ แม้แต่หญ้าแห้วก็เหมือนกัน มะขามก็เปึนยาได้ มะขามต้องเปึน มะขามเปรี้ยวนะครับ แล้วการส่งองค์ความรู้ท่านก็ไม่ได้เขียนไปว่ามีหน่วยงานไหนที่จะส่ง องค์ความรู้เรื่องยาสมุนไพรไปให้ชาวบ้าน ท่านพูดถึงเรื่องแพทย์ เรื่องการรักษา อย่าลืมว่า สมุนไพรนั้นเปึนยาที่ใช้ในระบบปัองกันโรค
ซึ่งชาวบ้านสามารถทําได้ เช่น ถ้าผมจะบอกสูตรถ้าผิวพรรณสตรีอยากจะให้เปล่งปลั่ง สวยงามบอกท่านประธานด้วยเลยนะครับ ท่านไม่ต้องไปทําเบบี้เฟ ซ (Baby face) หรือ ไม่ต้องไปใช้ยาที่มันทันสมัย ท่านใช้ใบมะขามอ่อนเปึนมะขามเปรี้ยวผสมกับตะไคร้ ขมิ้นอ่อน แล้วก็ข่าอ่อนต้มให้ร้อนแล้วก็ผสมกับน้ําอุ่นท่านอาบนะครับ ผิวพรรณท่านจะผ่องใสนะครับ แล้วก็เปึนสาว นี่คือยาพื้นบ้านเลยนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ท่านควรจะส่งองค์ความรู้ ไปให้กับชาวบ้านนะครับ ก็คือเด็กอ่อนนี่นะครับ การจะปัองกันโรคจะต้องปัองกันตั้งแต่เด็ก เขาอยู่ในท้องนะครับ ปัองกันอย่างไรครับ น้ํานมจมูกข้าวในสมัยโบราณเขาใช้น้ําซาวข้าวนี่ ให้คนท้องดื่มตั้งแต่ท้อง ๓ เดือน ขึ้นไปนะครับ นอกจากนั้นกล้วยน้ํา ว้าก็เปึนยา นะครับ เปึนยาในการปัองกันถ้าเด็กคลอดออกมาแล้วนี่ใช้กล้วยน้ําว้าผสมกับข้าวเป้ยก ข้าวอ่อน เขาต้มแล้วทําให้เป้ยก อย่างนี้ก็เปึนยาปัองกันโรคเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ผมเลี้ยงลูก ลูกผมทุกวันนี้จบปริญญาตรีไม่เคยเข้าโรงพยาบาล เพราะผมใช้ยาสมุนไพรบ้านนะครับ สูตรนี้ผมกําลังจะไปศึกษาอีกที เพราะเดี๋ยวนี้มีลูกศิษย์เปึนพระอยู่องค์เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่นะครับ แล้วผมเห็นด้วยกับท่านวิริยะนะครับ ท่านต้องเป่ดโอกาสให้คนตาบอด คนตาบอดนี่ มีพรสวรรค์นะครับ ที่บ้านผมลูกศิษย์ของคุณพ่อผมก็เปึนคนตาบอด ท่านก็เปึนหมอยา คนต่อมานะครับเพราะว่าคนตาบอดจะมีพรสวรรค์เปึนพิเศษเลย ท่านเดินท่านไม่ต้องใช้ไม้ ไม่เคยเดินชนอะไรเลย ไม่รู้มีอะไรบอก แล้วเก่งเรื่องยาสมุนไพรมาก รู้ว่าต้นไม้ชนิดนี้สามารถ ทํายาอะไรได้บ้าง ท่านจะต้องเขียนไปในนี้ด้วยนะครับว่า พืชสมุนไพรที่ชาวบ้านสามารถ จะปลูกเองได้และทําเปึนยาได้ท่านต้องส่งองค์ความรู้นี้เข้าไปนะครับ ถ้าไม่มีระบบปัองกันโรคที่ดี ท่านจะต้องใช้เงินป้ละ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพื่อรักษาโรคในสิ่งที่ไม่ควรรักษา เพราะว่า เราไม่มีระบบปัองกันที่ดี ทั้ง ๆ ที่เรามีความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากเราเปึนประเทศ ในเขตร้อนและร้อนชื้นนะครับ ฝากท่านแค่นี้แหละครับ ว่าให้ท่านเขียนเข้าไปด้วยนะครับ องค์กรที่จะต้องส่งองค์ความรู้ แล้วให้ชาวบ้านรู้นะครับ ไม่ใช่ให้แต่แพทย์รู้ ขอขอบพระคุณครับ
ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ในวาระนี้ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายเพิ่มเติมเปึนการเสริมในส่วนที่มีความคาดหวังว่า
จะได้เกิดการปฏิรูปอย่างสมบูรณ์แบบขึ้ นนะครับ ก็เห็นด้วยนะครับในเรื่องของการใช้ สมุนไพร ผมก็ใช้คนหนึ่งแต่ข้อหนึ่งซึ่งอยากที่จะให้มีการเผยแพร่นะครับ เพราะว่าการใช้ สมุนไพรไม่ใช่ใช้ตัวเดียวแล้วจบ หลายท่านพูดถึงเรื่องของสมุนไพรที่เสริมสมรรถนะ จริง ๆ แล้วสมุนไพรได้คุยกับท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ท่านบอกว่าสมุนไพร ไม่ใช่ใช้ไปตลอดชีวิตนะต้องเปลี่ยน ต้องสลับสับเปลี่ยนเพราะว่าร่างกายของเรามันจะเคยชิน ฉะนั้นเวลานั้นเราอย่าไปจงรักภักดียี่ห้อเดียวหรือว่าชนิดเดียว คือต้องศึกษาเรียนรู้ให้ดี แล้วก็ นํามาเสริมมาเปลี่ยนเพื่อให้มีการขับออกจากร่างกายและตัวใหม่ สังเกตผมใช้ดูถ้าเราใช้นาน ๆ จะรู้สึกชิน ๆ แล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนปุ็บดีขึ้นถนัดตา นี่คือเปึนข้อเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ ผมก็ชื่นชมว่าการใช้สมุนไพรอีกนัย หนึ่งมันเปึนการปัองกันไม่ให้เกิดโรคไม่ต้องไปใช้ยาฝรั่ง แต่ทีนี้อีกนัยหนึ่งผมก็อยากจะแตะไปเรื่องนี้สําคัญมากครับว่าปัญหาของโรคในมิติ ในรายงานหน้า ๘๓ ในเรื่องของการปัองกันโรค ผมอยากจะลงลึกนิดหนึ่งครับว่าผมนี่ เจอปัญหาในจังหวัดผมโรคไตทําไมเกิดขึ้นเยอะ ปัญหาโรคไตเหมือนกับท่าน สปช. ทรงชัย ที่บอกว่าซื้อเครื่องฟอกไตแล้วไม่มีหมอ แต่ของผมเครื่องฟอกไตไม่พอ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าต้นเหตุของปัญหาโรคไตนี่เกิดมาจาก ต้องหาสาเหตุผมก็พยายามหาสาเหตุอยู่นะครับ มาจากน้ําดื่มที่มีแมงกานีสมีสารตกค้าง แล้วการทรีต (Treat) น้ําไม่สมบูรณ์แบบก็ทําให้มี สารตกค้างแล้วก็ประชาชนคนยากจนก็ดื่มเข้าไป ขนาดเครื่องกรองน้ํายังพังเลยครับ ไตนี่พัง แน่นอนครับ อันนี้เปึนสิ่งหนึ่งซึ่งผ มเรียนว่ามันอาจจะไปเกี่ยวพันกับ ครอส คัตติง (Crosscutting) กับทางด้านน้ําหรือทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคก็ตาม
แต่ผมอยากให้เจาะลึกไปที่ต้นเหตุของปัญหาเลยครับ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนบอกเพิ่มเติม มาว่าต้นเหตุของโรคมะเร็งในลําไส้ ตอนนี้นะครับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โรงพยาบาลดัง ๆ จะรู้เลยว่าเมืองไทย มะเร็งลําไส้มารองจากมะเร็งอื่น ๆ แล้วนะครับ และเปึนโรคที่กําลัง หาสาเหตุ มีคนร้องเรียนมาบอกว่าฟอร์มาลิ นซื้อหาง่ายมากแล้วเอาไปแช่ผัก ไปแช่อาหารทะเลแล้วคนบริโภคก็ไม่รู้ ปรากฏว่าฟอร์มาลินมันทําให้เซลล์ตายใช่ไหมครับ รักษาเซลล์ดองศพ ปรากฏว่าลําไส้ของเราก็ถูกดองไว้เรียบร้อย ในที่สุดก็ถูกตัด ถามว่าเรื่องนี้ ถ้าไม่ถูกตัดมีโรคอีกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วครับ แล้วก็หาสาเหตุไม่ได้คืออะไรรู้ไหมครับ ในโรงพยาบาลดัง ๆ จะมีโรคเฉพาะทางคือโรคลําไส้ ท้องเสีย บางคนผมไปสอบถามมาแล้ว บางคนท้องเสียมาเปึนป้ ๆ แต่หาสาเหตุไม่ได้ บางคนระแวงว่าเปึนท้องเสียเปึนโรคเอดส์ (AIDS) แน่เลย แต่จริง ๆ ไม่ใช่มาจากโรคพวกนี้แหละครับ โรคเกี่ยวกับลําไส้มาจาก สารฟอร์มาลินนี่แหละครับ ซึ่งมาใช้กันอย่างไม่ได้รับการควบคุม ผมว่าในวงการเกษตรเขาใช้ครับ อย่างเช่นไปใส่บ่อปลา หรือเอาไปรักษาโรคบางโรคในสัตว์เลี้ ยง แต่ผมว่าผลกระทบ ในด้านมนุษย์วันนี้มันมีการแพร่หลายเข้ามาใช้ในวงการอาหารมากเลย แล้วเราไม่สามารถ จะมองด้วยตาเปล่าได้ แล้วมันไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ตรงนี้สําคัญมาก ดูว่าเหมือนผักมันจะสดตลอด เหมือนว่าอาหารทะเลสดตลอดแต่จริง ๆ แล้วมันมีฟอร์มาลิ นแล้วก็เปึนต้นเหตุของโรค ที่ผมกราบเรียน ฉะนั้นข้อเสนอผมอยากจะให้ทางรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ย วข้องในการควบคุม การใช้ฟอร์มาลินว่าน่าจะเปึนสารเคมีหรือว่ายาที่ต้องถูกควบคุมในการใ ช้หรือมีการใช้ อย่างเช่นถ้ากรณีต้องมาใช้เกี่ยวกับการเสียชีวิตของคนเราก็อาจจะต้องมี การให้ใบอนุญาต อย่างให้ใช้สารนี้ได้เฉพาะทางเท่านั้น อย่าใช้ทั่วไป วงการเกษตรผมว่าก็ต้องพิจารณาเปึน พิเศษครับ มิฉะนั้นมันก็ไม่สามารถควบคุมได้ ก็ฝากเรื่องนี้เปึนเรื่อง ประเด็นต้นเหตุของ การเกิดโรคครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่ารายงานที่ทาง ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้ทําขึ้นมานั้นเปึนรายงานที่ถือ ว่าสมบูรณ์ มีอยู่หลายเรื่องที่มีความรู้สึกว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทํางานต่อไปของพวกเรา
แต่ว่าหลังจากนั้นประเด็นที่ทางดับบลิวเอชโอได้เจอว่านิยามเหล่านั้นไม่เพียงพอ เนื่องจาก ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาในหลายพื้นที่ได้ อย่างเช่น ในพื้นที่ของอาฟริกากลาง อาฟริกา ตะวันตก สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปคือคําว่าสป่ริต (Spirit) ก็คือเรื่องของความเชื่อ เรื่องของ จิตวิญญาณ ถ้าขาดในส่วนนี้ไปแล้วนั้นไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้ครบวงจร ให้ครบมิติได้ ผมดูในหน้า ๔๑ ของท่านเช่นเดียวกัน คําว่าสป่ริตของท่านใช้คําว่าทางปัญญา เรื่องของสุขภาพทางปัญญา ในกรณีอย่างนี้เองนั้นอาจจะเปึนไปได้ไหมการแปล การตีความ นิยามอย่างเข้าใจไม่ถูกต้องนั้น ทําให้เราพลาดประเด็นบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย ผมจะยกตัวอย่างประเด็นปัญหาในเรื่องของการแพทย์ฮาลาลให้ฟังสัก ๒-๓ เรื่อง ที่ทําให้บางครั้งเรามีชื่อเสียงอยู่หลายเรื่อง แต่ว่าพลาดไปในเรื่องบางเรื่อง ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อประมาณ ๑๐ ป้ที่แล้วนั้น มีรายงานการประชุมจากประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนข้อร้องเรียน จากผู้ป์วยจากประเทศไทย แต่ว่าไปรายงานอยู่ที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ผู้ป์วยจากจังหวัดปัตตานี ต้องการอาหารฮาลาลที่ในโรงพยาบาล ทางแพทย์ให้ไข่ ๑ ฟอง ด้วยความไม่เข้าใจว่า อาหารฮาลาลมันคืออะไร อาหารฮาลาลนั้นคืออาหารแขกหรือไม่ ไม่ใช่นะครับ อาหารฮาลาลเปึนอะไรก็ได้ขอให้มุสลิมบริโภคได้เท่านั้น อันนี้เปึนเรื่องหนึ่งความไม่เข้าใจนั้น ก็ทําให้เราตีความไปอย่างผิด แล้วก็ในที่สุดก็แก้ปัญหาอย่างไม่ถูกต้อง ที่ประเทศอินโดนีเซีย มีปัญหาในเรื่องของวัคซีนฮาลาล คนที่จะไปซาอุดีอาระเบียนั้นจําเปึนที่จะต้องได้รับวัคซีน พวกเมนิงจิทิส (Meningitis) ในที่สุดแล้วก็พบว่าเมนิงจิทิสที่ใช้กันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาจากประเทศทางยุโรปนั้นมีเรื่องของการใช้โปรตีนจากสุกร แล้วทําให้เกิดการตื่นตระหนกกัน ในขณะนี้ประเทศอินโดนีเซียกับประเทศมาเลเซียได้พยายามที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของวัคซีน ตัวนี้ โดยการทํางานร่วมกับประเทศคิวบา ผมเพิ่งกลับมาจากประเทศบราซิล มีองค์กร ที่ประเทศบราซิล เฟ้ยวครูซ (FIOCRZ) รับอาสาที่จะพัฒนาร่วมกับประเทศคิวบา แล้วก็ ถ้าประเทศไทยสนใจก็จะพัฒนาในเรื่องของวัคซีนฮาลาล วัคซีนฮาลาลนั้นมีมูลค่ามหาศาล แล้วก็มีเรื่องของแนวโน้มทางการตลาดสูงมาก นอกจากนั้นแล้วถ้าเราไปดูในยุโรป ในยุโรป โรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลให้บริการในเรื่องของฮาลาลการแพทย์ อย่างเช่น ที่ไฮเนเวิล อย่างที่บรัสเซลส์ โรงพยาบาลให้บริการทางด้านการแพทย์ฮาลาล ในประเทศไทยให้บริการ ในเรื่องของการแพทย์ฮาลาลอยู่มาก แต่ว่ายังเข้าใจไม่ครบเรื่อง ไม่ครบวงจร ก็คิดว่าในเรื่อง
ของการแพทย์ฮาลาลถ้าท่านสามารถที่จะนําเอาเรื่องนี้เข้าไป ผมก็คิดว่าจะทําให้ประเทศไทย นั้นสร้างครีเอทีฟ อีโคโนมี(Creative economy) ในเรื่องของการแพทย์อีกด้านหนึ่ง ขอเสริมอีกเรื่องหนึ่งพอดีเห็นท่าน พลเรือเอก ชาญชัยท่านนั่งอยู่ตรงนั้น เรื่องของการแพทย์ แผนไทยสามารถต่อยอดไปในเรื่องของการแพทย์ฮาลาลได้อย่างเต็มที่เลย ขณะนี้ในเรื่อง การแพทย์แผนไทยมีศักยภาพในเรื่องของการนํามาใช้ในเรื่องของการแพทย์ฮาลาล มูลค่ามหาศาล ก็ไม่อยากจะให้พวกเราลืม ขอเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขออภิปรายการปฏิรูประบบสาธารณสุข ในประเด็นการปฏิรูปการแพทย์แผนไทย โดยอยากจะเรียนให้กําลังใจ พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าท่านไม่ได้ชกลมอยู่คนเดียวนะคะ ลุกขึ้นมานี่พูดแต่เรื่อง แพทย์แผนไทย เพราะว่าเปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจแล้วก็ เปึนเรื่องของภูมิปัญญา ด้านสุขภาพประจําชาติไทยที่สมควรอนุรักษ์แล้วก็สืบสานต่อไป แต่ว่าดิฉันก็จะมีข้อเสนอ ในประเด็นที่น่าจะเปึนประโยชน์ยิ่งขึ้นกับในเรื่องของการปฏิรูประบบโครงสร้าง
แล้วก็การบริหารจัดการที่เปึนเลิศด้านการแพทย์แผนไทย ในรายงานนี้ท่านเสนอ ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย และสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่ได้จะลุก ขึ้นมา คัดค้านทุกครั้ งที่มีกรรมาธิการเสนอตั้งองค์กรใหม่ ๆ ขึ้นมา แต่ดิฉันมีข้อสังเกตว่า แผนปฏิรูปทุกวาระ ทุกกรรมาธิการจะต้องมีการเสนอตั้งหน่วยงานใหม่ทุกครั้ง ถ้าเราจะ นับไปขณะนี้ ๓๗ วาระปฏิรูปที่กําลังจะจบลงมีไม่ต่ํากว่า ๓๐ องค์กรแล้วที่เสนอตั้งขึ้นมา แต่หลายองค์กรดิฉันก็เห็นด้ วย แล้วก็ไม่ได้คัดค้านอะไร แต่ถ้าหากว่าจะมีโอกาสหรือ มีทางเลือกอื่นก็อยากจะเสนอว่าการที่เราใช้องค์กรที่มีอยู่เดิม แล้วก็พัฒนาต่อยอดทําให้ เขาเข้มแข็งขึ้น แก้กฎหมายอะไรขึ้นมาให้เขาทํางานได้ดียิ่งขึ้นมันน่าที่จะทําได้เร็ว แล้วก็ประหยัด แล้วก็ได้ผลกว่าที่จะลุกขึ้ นร่างกฎหมายใหม่ แล้วก็ตั้งองค์กรใหม่ใหญ่โต มากมายขึ้นมา หน่วยงานที่ว่านี้ก็คือกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งท่านมีข้อเสนอไว้เหมือนกันว่าควรจะปรับปรุงกรมนี้ กรมนี้ก่อตั้งมาเพียง ๑๐ กว่าป้นี้เอง โครงสร้างของกรมดิฉันเข้าไปดูแล้วมีถึง ๑๘ สํานักกอง แล้วภารกิจ อํานาจหน้าที่ นโยบาย ยุทธศาสตร์อะไรต่าง ๆ มันครอบคลุมในแผนปฏิรูปที่ท่านคิดจะทํา ไม่ว่าจะเรื่องของ การถ่ายทอดภูมิปัญญา พัฒนา อนุรักษ์ หรือว่าส่งเสริมการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม อะไรที่เปึนพืชสมุนไพรอีกมากมาย แต่ว่าท่านก็เสนอว่ากรมนี้ภารกิจมากแต่บุค ลากร ไม่เพียงพอ แล้วก็ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก การเมืองก็เลยล่าช้า ก็เลยคิดปฏิรูปด้วยการจะตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมา ดิฉันเห็นว่าอยากจะเสนอ ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทั้งด้านภารกิจ อัตรากําลัง งบประมาณ ขอบข่ายของภารกิจให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะว่าภูมิปัญญาด้านพืชสมุนไพรมีอยู่ทุกจังหวัดเลย ดิฉันก็ไป ทํารายการโทรทัศน์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ไปพบกับพ่ อครูที่เปึนต้นตํารับของภูมิปัญญา แพทย์แผนไทย ที่อําเภอหางดง ท่านก็บอกว่าไม่มีใครสืบทอดเลย ไม่รู้ทําอย่างไร ก็เลยตั้งโรงเรียนขึ้นมา ชื่อว่าโรงเรียนแพทย์แผนไทยหางดงอ ย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นดิฉันส่งเสริมให้มีกรมนี้ ขยายขึ้น แล้วก็มีสาขาในภูมิภาคในต่างจังหวัด เพื่อที่จะได้ดึงเอาภูมิปัญญาต่าง ๆ ในพื้นบ้าน ในจังหวัด อําเภอ ตําบลอะไรต่าง ๆ อีกมากมายเข้ามา เมื่อกี้สมำชิกหลายท่าน
ก็ได้อภิปรายตรงนี้ว่ามันมีอยู่หลายจังหวัดด้ว ยกัน ส่วนสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ก็ไม่ควรจะต้องมี เพราะว่ากรมพัฒนาแพทย์แผนไทยนี่ก็เกิดจากสถาบันการแพทย์แผนไทย ในกระทรวงสาธารณสุขนี่เอง แล้วก็จะเอามาตั้งขึ้นมาใหม่คือการตั้งก็ดีแต่ก็มันช้าใช่ไหม เอาสิ่งที่เรามีอยู่เอามาปรับปรุงเสียดีกว่า แล้วท่านยังเสนอให้สถาบันแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ไปสังกัดสํานักนายกรัฐม นตรีอีกก็ไม่เห็นด้วย ก็ควรที่จะ อยู่กับกระทรวงสาธารณสุข ตามภารกิจของเขาไม่ดีกว่าหรือคะ ก็เลยขอเสนอไว้ซึ่งคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์กับการ พัฒนา ปรับปรุง หรือขยายต่อยอดภูมิปัญญาของแพทย์แผนไทยตามดําริและความมุ่งมั่น ของ พลเรือเอก ชาญชัย ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ รายนามต่อไปที่ดิฉันมีอยู่มีรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ มีท่านวีระศักดิ์ ภูครองหิน ท่านสรณะ เทพเนาว์ และท่านนายกสมาคมเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ
เรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการ และ สปช. ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นคณะกรรมาธิการแล้วก็สบายใจครับ ว่าท่านเปึนหมอ ผมเปึนคนที่ต้องขอความเมตตา จากหมอ เพราะว่าถ้าหมอไม่ดูแลผมหรือพวกเรา สุขภาพของเราก็คงจะไม่ดีนะครับ คุณหมอพรพันธุ์ ถ้าดูผิวพรรณท่านแล้วก็หายห่วงนะครับ ท่านผิวพรรณดีมาก ถ้าเข้าใกล้ท่าน ก็จะรู้ว่าผิวพรรณดีจริงแต่ถามถึงอายุท่านนั้นไม่ต้องถามหรอกครับ อายุกับหน้าตาท่าน ไม่สอดคล้องกันครับ คือหน้าตาอ่อนกว่าอายุ ก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทั้งหมด นะครับที่ทําเอกสารออกมา เล่มใหญ่ผมอ่านไม่จบหรอกครับ ยาว ดูหัวข้อแล้วก็ครอบคลุม แล้วก็ดีใจครับที่คุณหมอได้ดูแลพวกเราเพื่อที่จะปฏิรูปสิ่งต่าง ๆ นี้ให้ดีขึ้นตามลําดับนะครับ เรากังวลกันหลายอย่างในเรื่องสาธารณสุข ผมเคยไปใช้บริการอยู่แล้วก็บางที ก็เกิดความไม่คล่องตัวอยู่บ้าง อาจจะเปึนเพราะว่าคนเรามากครับ และหมอไม่พอ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะอุทธรณ์ก็คือเรื่องผลิตหมอนี่แหละครับเปึนเรื่องแรก หมอเราไม่เพียงพอ จังหวัดหนึ่ง ๆ บางทีเฉลี่ยต่อคน ต่อหมอนี้น่าสงสารนะครับ นี่คือเรื่องหนึ่ง ถือว่าเปึนการดูแลสุขภา พที่ยังไม่ได้มาตรฐานของประเทศไทย หมอต่อจํานวนประชากร ด้วยเหตุนี้นี่เองเมื่อมีการประชุมนกขมิ้น เมื่อป้ ๒๕๔๙ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รัฐบาล ไปประชุมพวกเรารวมหัวกันเสนอหลายเรื่อง สิ่งที่ผมเสนอคือขอสํานักแพทย์ ของมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ คนอื่นพูดเรื่องอื่นพูดไป ผมบอกผมขอหมอเถอะ เพราะลูกหลานผมต้องอยู่ อีกนาน และในที่สุดปรากฏว่าที่ประชุมนกขมิ้นให้ครับ ท่านประธานครับ ให้ บอกว่าเมื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ก็ควรให้มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ด้วย อันนี้คือสิ่งที่ นําความปลื้มใจมาสู่พี่น้องประชาชน และในที่สุดสํานักแพทย์ก็เกิดที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แต่ได้เพียง ๔๘ คนต่อรุ่นท่านประธานครับ เอาละได้แค่นี้ก่อนก็แค่นี้ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ ผมว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีช่วยดูแลเรื่องประชากรต่อหมอต่อหัวต่อคนด้วยนะครับ อันนี้ฝากตรงนี้ ก็คงจะฝากท่านประธาน ท่านคุณหมอพรพันธุ์เปึนพิเศษ ผมขอเรื่องสําคัญ เรื่องหนึ่งคือเรื่องสมุนไพรครับ พวกเราโตขึ้นมาจากสมุนไพร โดยเฉพาะคนชนบทอย่างผม ก็กินหัวแห้ว กินแห้วหมู เมื่อเปึนโรคเริมก็ต้องอาศัยรังแมงหมาบ้า คงรู้จักรังแมงหมาบ้าน หรือหมาร่าก็แล้วแต่ ผสมกับน้ํามันมะพร้าวนะครับไม่น่าเชื่อท่านประธาน แล้วก็กกขี้หมา
นี่เขาเรียกอย่างนี้บ้านผมนะครับ มาผสมกัน แล้วแปลกว่าเอาไปทา ๆ หายครับท่านประธาน แล้วค่ารักษาเท่าไรรู้ไหม เอากล้วยน้ําว้าไปวัด ๑ หวี แค่นั้นเองครับท่านประธาน นี่คือยาแห่งคุณธรรม นี่ปรากฏว่าแพทย์แผนปัจจุบัน บางทีรักษาไม่หายนะครับโรคนี้ นี่คือเรื่องหนึ่งซึ่งผมได้มาจากตั้งแต่คุณทวด คุณปู์ผม ผมก็จําจนทุกวันนี้ นี่เปึนเรื่องไม่น่าเชื่อ ว่าแล้วท่านเหล่านั้นรู้ได้อย่างไร ผมเข้าใจว่าคงจะผ่านการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิจัย ศึกษา นี่ก็การวิจัยทางหนึ่ง เรื่องสมุนไพรเปึนเรื่องสําคัญ ผมต้องขอบคุณ พลเรือเอก ชาญชัย อีกครั้งหนึ่ง ขออภัยที่ออกชื่อท่านนะครับ ท่านพูดเรื่องนี้ตั้งแต่สัมมนาวันก่อนที่โรงแรมอะไร ไม่ทราบ ท่านพูดกับผม ผมฟังแล้วซาบซึ้ง ผมเลยถามว่าท่านอายุเท่าไร ท่านแก่กว่าผม ก็บอกไปบอกมาท่านแก่กว่าผมตั้ง ๓-๔ ป้ ผมว่าเปึนไปได้อย่างไร ดูหน้าตาท่านเปึนอย่างนี้ ถามว่าเพราะอะไร สมุนไพรเปึนหลักครับอาจารย์ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อแหละครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขผ่านมาทางท่านประธานนะครั บ ว่าสมุนไพรช่วยกันดูให้มากขึ้น ยาตะวันตกใช่ครับมีหลายอย่างที่แก้ได้ชะงัด ผ่าตัดเราผ่าไม่เปึน หัวใจ แพทย์แผนไทยผ่าไม่ได้แต่อย่างอื่นได้ครับ เพราะแพทย์แผนไทย รักษาใจด้วย
การรักษาใจนี่สําคัญครับ คนเปึนมะเร็งทุกวันนี้เขาบอกไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ รักษาใจให้ดี สวดมนต์ให้ถึง แล้วเอายาสมุนไพรเข้าแก้แล้วหายครับ แม้แต่โรคกระดูก เขาว่าน้ํามันอื่นใ ช้ไม่ได้ น้ํามันมะพร้าวเปึนสุดยอดแห่งยา เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ถามว่า น้ํามันอะไรดีที่สุด เมื่อก่อนเขาบอกน้ํามันมะพร้าวไม่ดี แล้วหันไปกินน้ํามันอะไรก็ไม่รู้กัน แล้วกลายเปึนมะเร็งติดต่อกันมา ทุกวันนี้สุดยอดแห่งน้ํามันคือน้ํามันมะพร้าว นั่นคือสิ่งหนึ่ง ก็ขอฝากประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่าช่วยสนับสนุน เรื่องสมุนไพรให้มากขึ้น งบประมาณต่าง ๆ ก็ช่วยตั้งให้มากขึ้นอีกหน่อย ผมยังนึกถึง คุณหมอพรนภาอยู่จนทุกวันนี้ นั่นคือเจ้าแม่แห่งสมุนไพร ผมสัมมนาสมุนไพร ๓ ครั้ง ที่มหาวิทยาลัยก็ได้อะไรเยอะ เรื่องงูอะไรต่อมิอะไร พิษงูเห่า สรุปว่าสมุนไพรไทยสุดยอด แห่งการรักษาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านวีระศักดิ์ ภูครองหิน ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชำติ ที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เข้าร่วมประชุมที่เคารพทุกท่านครับ กระผม วีระศักดิ์ ภูครองหิน สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ หมายเลข ๑๙๐ ความจริงอาจจะผิดกติกาเล็กน้อย เนื่องจากว่าหลังจากได้อ่านเอก สารของคณะกรรมาธิการแล้ว การนําเสนอของ คณะกรรมาธิการ รวมทั้งอนุกรรมาธิการแล้ว ก็ขอแสดงความชื่นชม ขอบคุณท่านนะครับ ซึ่งอาจจะเปึนการอภิปรายสนับสนุนแต่ก็มีข้อฝาก เนื่องจากว่าจากการอ่านนั้น ก็มีหลายภารกิจที่ตัวกระผมเองก็เคยมีส่วนในการร่วมสนับสนุนการปฏิบัติ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง หรือผู้รับผิดชอบโดยตรง ข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการที่ได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ต่อเนื่องจากครั้งที่ ๑ นั้น ก็จะเห็นว่าในเรื่อง การปฏิรูประบบการบริการ ที่ท่านเสนอว่าในเรื่องการปฏิรูประบบบริการโดยเสนอ ให้มีการดําเนินการปฏิรู ประบบบริหารจัดการ โดยจะกําหนดให้มีคณะกรรมการบริหาร ระบบสุขภาพพื้นที่/อําเภอ นั่นก็คือประการแรกของระบบบริการ ส่วนอันที่ ๒ ก็คือ ระบบการพัฒนาเครือข่าย มีทีมผู้ให้บริการด้านสหวิชาชีพ แล้วก็อันที่ ๓ ของระบบบริการ และระบบสนับสนุนการมีกลไกการเงินที่มีความชัดเจน ในเรื่องของระบบบริหารจัดการ
ก็ดีใจที่ท่านเสนอว่าน่าจะมีคณะกรรมการบริหารในระดับพื้นที่ /อําเภอขึ้นมา เพราะถือว่า อําเภอนั้นก็เปึนจุดที่มีความสําคัญในการบริหารราชการปัจจุบัน แต่ยังสงสัยอยู่นิดหน่อยว่า ที่ท่านบอกว่าต้องเปึนนิติบุคคล มีอํานาจหน้าที่เปึนนิติบุคคล ซึ่งข้อเสนอนี้ถือว่าเปึนคานงัด ซึ่งถือว่ามีความสําคัญ ผมก็เลยย้อนนึกถึงตอนที่ผมรับราชการอยู่ที่อําเภอว่าเคยทําหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมกับโรงพยาบาล ร่วมกับสํานักงานสาธารณสุขอําเภอ ในการดําเนินภารกิจ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน ซึ่งในการดําเนินการแต่ละเรื่องนั้นผมมีข้อสังเกตว่า ความสําเร็จนั้นสิ่งที่สําคัญก็คือจะมีการเสนอจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ยกตัวอย่าง ก็คือท่านผู้อํานวยการโรงพยาบาลประจําอําเภอ หรือสาธารณสุขอําเภอ ก็จะเปึนคนที่ ทําหน้าที่การเสนอ โดยผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่นั้นก็จะประกอบด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคพี่น้องประชาชน ที่สําคัญก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเช่นหน่วยบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน ก็ปรากฏว่าท้องถิ่นหลายแห่งอาจจะยังไม่มีความพร้อม แต่แต่ละแห่งนั้น ก็มีใจ เบื้องต้นก็คือมีใจที่จะมามีส่วนร่วมส นับสนุน ถึงแม้ไม่พร้อมก็ยินดีที่จะเสียสละ ในบางประการ ก็ส่งผลให้แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีรถที่จะรับส่งผู้ป์วย จากหมู่บ้านมาที่สถานพยาบาลได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อันนั้นก็คือตัวอย่างประการแรก
เพราะฉะนั้นย้อนกลับมาเรื่องข้อเสนอของท่านก็มีข้อคําถามต่อไปด้วยว่าทําไมถึงต้องเปึน นิติบุคคล ใช้สภาพความเปึนปัจจุบันอยู่นี้ดําเนินการภารกิจที่สําคัญ ๆ ในระดับพื้นที่ก็คือ อําเภอหรือพื้นที่ตําบล หมู่บ้าน ได้เลยหรือไม่ นั่นก็น่าจะเปึนการดําเนินการได้โดยฉับพลัน ทันทีนะครับ ไม่ต้องรอที่จะต้องมีคณะกรรมการที่เปึนนิติบุคคล ผมก็มีเรื่องที่จะเสนอ ฝากเปึนข้อสังเกตเพิ่มเติมเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสรณะ เทพเนาว์ ค่ะ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ด้านปกครองท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ด้วยความเคารพ วาระการปฏิรูปที่ ๒๒ วาระปฏิรูปที่ ๒๓ วาระปฏิรูปที่ ๒๔ นั้นเปึนหัวใจ หลักสําคัญของพี่น้องชนชาวไทยที่จะต้องตระหนักถึงสุขภาวะของประชาชนชาวไทย ถ้าเรา คิดกรอบและรายงานที่เสนอมานี้ผมเข้าใจว่าเปึนความเพียรพยายามอันแรงกล้าข อง คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสุขภาพอย่างยิ่ง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าจุดคานงัดของ การปฏิรูปนั้นมีความสําคัญนะครับ การเสริมสร้างศักยภาพและร้อยเรียงหรือรอยต่อ และเติมแต่งให้งานของท่านได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ ประเด็นที่ ๑ การเสริม ศักยภาพของบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งท่านนายแพทย์เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านอยู่ฝ์ายกรรมาธิการได้เสนอถึงกลไกของการบริหารงานท้องถิ่นอย่างดียิ่ง หัวข้อที่เสนอคือหน้า ๕๕ ประเด็นของคณะกรรมการบริหารระบบสุขภาพพื้นที่อําเ ภอ ดิสทริกท์ โลคอล เฮลต์ บอร์ดท่านมีตัวแทนถึงพี่ น้องประชาชนนะครับ และมีตัวแทน ภาคประชาชน มีตัวแทนของนักการเมืองท้องถิ่น ตัวแทนภาคเอกชน และตัวแทนภาครัฐ มีประชาชนถึง ๓ องค์กรด้วยกัน ในขณะเดียวกัน ผมใคร่ถือโอกาสกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปราศจากการละเลยของข้าราชการท้องถิ่น ไม่ได้เลยครับท่าน เพราะเนื่องจากว่าสัดส่วนของข้าราชการท้องถิ่นหรือปลัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่งทั่วประเทศนั้นเปึนเจ้าหน้าที่งบประมาณ ทํางานควบคู่กับผู้บริหาร ท้องถิ่น การควบคุมและการอนุมัติงบประมาณ และการสั่งการเห็นควรอนุมัติทั้งหลาย
อยู่ในอํานาจระหว่างนักการเมืองหรือผู้บริหารท้องถิ่นกับปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ขอฝากประเด็นไว้ว่าสัดส่วนควรจะมีสายข้าราชการด้วย ส่วนที่ ๒ การจัดบริการรองรับ กรณีฉุกเฉินตามที่ท่านปลัดวีระศักดิ์ในฐานะอดีตปลัด อบจ. จังหวัดกาฬสินธุ์ สปช. จังหวัด กาฬสินธุ์ เสนอว่าอิเมอร์เจนซี (Emergency) ตรงนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่าในท้องถิ่น ที่รับผิดชอบด้านการบริการฉุกเฉิน ท่านต้องจัดบุคลากรไว้ ๒๔ ชั่วโมงครับ ตรงนี้ต้องมี ค่าใช้จ่ายแน่ ต้องทําหน้าที่การให้บริการและจัดเวลาเปึนสําคัญครับ ส่วนที่ ๓ หน้า ๕๗ การมีส่วนร่วมด้านการเงินและการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ท่านกําหนดไว้ว่า สิทธิการมีส่วนร่วมนี้ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ คือรายได้ที่แตกต่างจากองค์กร บริหารส่วนท้องถิ่นร่วมพัฒนาสุขภาวะ ระบบสุขภาพของประชาชน พัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ เฉพาะ สเปกซิฟ่ก เบเนฟ่ต แพกเกจ นั้น ตรงนี้แหละครับท่านต้องชี้ให้เห็นว่า ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปหรือว่าเปึนเงินอุดหนุนเฉพา ะกิจ หรืออุดหนุนตามวัตถุประสงค์ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครับ ประเด็นที่ ๓ เปึนเรื่องที่น่าดีมากครับ ท่านที่ห่วงใยด้านสูงอายุและผู้ป์วยติดเตียง ไม่มีใครดูแล ลูกหลาน ไปทํางานนอกบ้าน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นทิ้งให้คนชราอยู่ตามลําพัง
ตรงนี้ท่านสมาชิก ครอบครัว ญาติ เพื่อนบ้านสมาชิกในชุมชน อสม. ทั้งหลายนี่ ท่านกํานัน ชัย ชิดชอบ ที่นั่งอยู่ข้างผมเปึนห่วงเรื่อง อสม. ท่านปรารภให้ผมช่วยพูดด้วย สุขภาพตรงนี้ ต้องมีคนช่วยดูแลนะ อันที่ ๔ ก็คือโรคภัยที่เกิดจากปัจจัยการกําเนิดสุขภาพได้แก่ โรคติดต่อ โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ํา โรคติดต่อจากคนสู่สัตว์ สัตว์สู่คน โรคสภาพแวดล้อม โรคอุตสาหกรรม โรคแรงงานข้ามชาติ สาระสําคัญอยู่ตรงนี้นะครับ ตอนนี้แรงงานข้ามชาติทะลักเข้ามา ท่านต้องระแวดระวัง อันที่ ๕ ก็คือว่าตัวบ่งชี้สัมฤทธิ์ของการปฏิรูประดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับชุมชนท้องถิ่น ท่านต้องให้ความสําคัญของชุมชนท้องถิ่นเปึนหลัก นโยบาย ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภำพ การพัฒนาปรับปรุงกฎหมายมันเปึนเรื่องของชาติ ระดับชาติทํา ระดับจังหวัดเปึน อตเทนชัน (Attention) คือตัวสนับสนุนกลไกของ การขับเคลื่อนของท้องถิ่นและรวมทั้งการบริกา รที่ดูแลความรับผิดชอบเซลฟีแคร์ แมเนจเมนต์ (Self-care management) ทั้งหลาย แล้วภัยคุกคามทั้งหลาย สุดท้ายครับท่าน ผมขอฝากว่าข้อเสนอในท้องถิ่นใน ๑๒๘ คน ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นดูเรื่องงบประมาณครับ บริการสุขภาพ ระบบสุขภาพชุมชน สุขภาวะ นโยบายให้เกิด รวมทั้งเขียนรัฐธรรมนูญสุขภาพจังหวัดทุกชุมชน และทุกท้องถิ่นด้วย และอันสุดท้ายภารกิจของการถ่ายโอนของสํานักงานคณะกรรมการ กระจายอํานาจ ท่านดูขณะนี้โรงพยาบาลที่ท่านกําหนดไว้ ๙,๐๐๐ กว่าแห่ง โอนมาเพียง ๓๕ แห่ง ท่านไปปรับบทบาทภารกิจของสํานักงานกระจายอํานาจตรงนี้ด้วย แก้กฎหมาย นะครับ สุดท้าย รพ.สต. นักศึกษาแพทย์ทั้งหลายจากท้องถิ่นที่ได้ทุนทั้ งหลายอย่าไปเป่ด คลินิกครับหวนกลับคืนมาสู่พัฒนา ท้องถิ่น ผมอยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยากเห็นแพทย์ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาพัฒนาคนแม่ฮ่องสอนที่อยู่บนเขาบนดอยครับ ตรงนี้ถ้ามีข้อสภาพ แซงก์ชัน (Sanction) บังคับจะเปึนการดีที่สุดครับ อันสุดท้ายจริง ๆ ขอฝากไว้ก็คือว่า ทุกอย่างควรมีแผนพัฒนาสร้างทีมหมอครอบครัว อันนี้เปึนกลไกดีมากครับ หมอครอบครัว เปึนความแคริง (Caring) หรือความห่วงใยที่ดีที่สุด และสุดท้ายผมขอชื่นชมมา ณ โอกาสนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง กราบเรียนท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย สปช. ๐๑๕ อากาศเย็นนิดหนึ่งท่านประธานรักษาสุขภาพด้วยนะครับ เปึนห่วงครับ ท่านประธานครับ ผมฟังหลายท่านพูดสุดยอดเลยครับ ทุกคนพูดได้ครอบคลุม ทุกคนชื่นชมกันมา ผมก็เปึนคนหนึ่งที่ชื่นชมครับผ มได้อ่านเกือบครบถ้วนกระบวนการ แล้วก็ดู แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองในเรื่องของสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ นําเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ ผมมองว่ากระบวนการการแพทย์ แผนไทยเคยสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมานานหลายสิบป้ไม่เคยเจริญก้าวหน้า ผมมาลอง มองเปรียบเทียบกับท้องถิ่นครับ คล้าย ๆ กันเลยครับ เหมือนท้องถิ่นสังกัด กระทรวงมหาดไทยถูกบอนไซ (Bonsai) อยู่อย่างนั้นแหละครับ แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวัน ๆ แต่เมื่อไรเขาออกมาตั้งเปึนสถาบันคณะแพทย์แผนไทยแห่งชาติเขาอาจจะเจริญรุดหน้าก็ได้ ผมมองดูเดี๋ยวนี้นะครับ คนจน ๆ ตามต่างจังหวัดไม่มีเงินเรียนหมอ ไม่มีเงินเรียนแพทย์ หันมานวดแผนโบราณ เขาใช้แรงงานของเขาเองทํา ท่านไปดูสิครับสนามบินดอนเมือง ชั่วโมงหนึ่ง ๒๔๐ บาท ๒๔๐ บาทนี่ไม่ใช่ว่าเขาได้ทั้งหมดนะครับ เขาได้ไม่ถึง ๑๐๐ บาท แต่วันหนึ่งเขาทํางาน ๘ ชั่วโมง ๑๐ ชั่วโมง วันหนึ่งผมถามเขาเขาได้ประมาณ ๕๐๐ บาท เดือนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ บาท เขาอยู่ได้ ท่านมองดูสิครับว่า
สิ่งต่าง ๆ ในท้องถิ่น จะเปึนชมรมแพทย์แผนไทยต่าง ๆ ไม่เคยได้รับการสนับสนุนโดยจริงจังเลย นี่คือเรื่องจริงครับ นั่งอยู่ข้างบนเปึนหมอหลายคน นั่งอยู่ข้างล่างเปึนหมอหลายคน ผมเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าคุณหมอต่าง ๆ ยอมรับหมอแพทย์แผนไทย นี่เปึนเรื่องของ สมุนไพรไทย เปึนเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่น ท่านประธานปวดหลังไหมครั บ ท่านประธานครับ มีหมอชื่อนายม้วน อยู่ที่อําเภอยำงตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ รักษาโรค กระดูก รักษาเปึนที่ขึ้นชื่อลือชา หนังสือพิมพ์ทุกฉบับเอามาตีพิมพ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นรักษาครับ ไปดูรถจอดอยู่เปึนร้อย ๆ คัน จากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ไปที่อําเภอยางตลาดบ้านของผม ค่ารักษาไม่ถึง ๒๐๐ บาท ท่านประธานครับ หลายคน รักษาแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่หาย ลูกขาหัก ไฟลวก น้ําร้อนลวก ไฟไหม้ กระดูกแขนหัก ตกต้นไม้ รักษาแพทย์แผนปัจจุบัน ๖ เดือน ป้หนึ่งก็ยังไม่หาย หมอมีแต่บอกว่า มันจะเชื่อมต่อเองโดยธรรมชาติ นี่คือเรื่องของทางวิทยาศาสตร์ แต่แพทย์แผนไทยบ้านผม ไปดูได้ พิสูจน์ได้นะครับ ท่านกรรมาธิการท่านใดปวดหลัง กระดูกหัก ไปดูนะครับ ล่าสุดท่านอธิบดีปรีชา สปช. เรามาถามผม อยากจะไปครับ ผมบอกผมจะจัดคิวให้พิเศษ สําหรับท่านอดีตอธิบดีครับท่านประธาน นี่คือสิ่งหนึ่งที่พวกเรามองเห็น แต่เมื่อมองเห็นแล้วการขับเคลื่อนแพทย์แผนไทยมันเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไรถ้าความจริงใจ ของรัฐบาลหรือของกระทรวงสาธารณสุขเองไม่มีความจริงใจให้กับคณะแพทย์แผนไทย แห่งชาติ มันต้องมองตรงนี้ครับ ถ้ามองในเรื่องของการสร้างงาน สร้างอาชีพ โอ้โฮ สุดยอดครับ สมุนไพรไทยหลายอาจารย์พูดถึง ณ ปัจจุบันแพทย์แผนปัจจุบันนี้ก็มองเห็น นํามะนาว นําขิง ข่า ตะไคร้มาเปึนแคปซูลขายเยอะแยะมากมาย เมื่อเรายอมรับความจริง เรารีบดําเนินการครับ เพราะผมกลัวต่างชาติเอาไปปลูกไว้ต่างชาติแล้วจดสิทธิบัตร กลัวมาก ครับท่านประธาน ณ ปัจจุบันแพทย์แผนไทยขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างมาก เพราะฉะนั้น ผมสนับสนุนสภาแพทย์แผนไทยแห่งชาติอย่างเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ขอความจริงใจ ผ่านไปยังรัฐบาล แล้วพระราชบัญญัติที่ท่านทําขึ้นมาทั้งหมดจะมีใครต่าง ๆ ที่มาเปึนประธาน รองประธาน ไม่ติดใจครับ แต่อยากจะเพิ่มเรื่องของท้องถิ่นเข้าไปด้วย ควรจะมีนายกท้องถิ่น เข้าไปเปึนส่วนหนึ่งในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพราะว่าท้องถิ่นเขาจะรู้ทุกครัวเรือน ล่าสุด อสม. คนหนึ่งคุม ๑๐ ครัวเรือน ๒๐ ครัวเรือน ล้วนท้องถิ่นเปึนผู้กํากับดูแล แต่จริง ๆ ในภาพรวมคือกระทรวงสาธารณสุขแต่ใช้เงินท้องถิ่นประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท โอนลงไป
ยังท้องถิ่น แล้วโอนไปที่กระทรวงสาธารณสุข แล้วโอนไปที่ อสม. นี่มันเรื่องจริงครับ ท่านประธาน เพราะผมมองว่าความอึดอัดของคณะแพทย์แผนไทยมันเยอะ มันไม่แตกต่าง จากท้องถิ่นที่เปึนปัจจุบัน เพราะฉะนั้นพวกเราหันมาส่งเสริมกัน นี่คือของคนไทยครับ นี่คือฝ้มือคนไทย ของคนไทย เราทําเปึนวาระแห่งชาติยังได้เลย แล้วสุดท้ายครับท่านประธาน ท่านลองเป่ดศูนย์โอทอปสิครับ ที่ผมเคยพูดไว้ท่านเคยไปเที่ยวเมืองจีนไหมครับ เคยไปเที่ยว ประเทศญี่ปุ์น ไปเที่ยวประเทศเกาหลี เขามีหมอแมะ มีแพทย์แผนไทยมาจับ เขาบังคับให้ ทัวร์ (Tour) ทุกทัวร์ลงไปที่ตรงนั้นครับ ถ้าทัวร์ไหนไม่ไปเขาห้ามเข้ำประเทศ ต้องลงไป ไปตรวจ ขายยา ขายสมุนไพรไทยได้ ขายโอทอปได้ ผมอยากให้มีแพทย์แผนไทยทุกจังหวัด แล้วสร้างเปึนศูนย์โอทอป มีแพทย์แผนไทย มีทุกอย่างครบ จําหน่ายสินค้าเกี่ยวกับสมุนไพร เกี่ยวกับท้องถิ่น แล้วรัฐบาลต้องเขียนเปึนกฎหมายว่าทัวร์ทุกทัวร์ทั้งประเทศไทยที่จะเอา คนต่างชาติเข้ามานี่ผ่านจุดใดต้องแวะอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง ถ้าเปึนอย่างนี้ได้ครับท่านประธาน มันจะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจให้กับคนไทย นี่คือสิ่งที่ผมมองเห็นความชัดเจน เห็นภาพ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ สิ่งใดที่เปึนประโยชน์กับ ประเทศชาติ กับประชาชน ผมมั่นใจว่า สปช. ทั้ง ๒๐๐ กว่าคนสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๙ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องแผนการดําเนินการในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ วาระปฏิรูปที่ ๒๓ และวาระปฏิรูปที่ ๒๔ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้นําเสนอ ได้อภิปราย ครบทุกท่านแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการช่วยกรุณาตอบชี้แจง ข้อซักถามค่ะ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ค่ะ เราได้รับฟังข้อเสนอแนะเปึนจํานวนมาก แล้วก็จะนําไป ปรับปรุงในข้อมูลที่เราได้นําเ สนอมานะคะ ข้อเสนอแนะหลายเรื่องเปึนประโยชน์มาก และบางเรื่องซึ่งคิดว่าเปึนประโยชน์จริง ๆ เราก็ยังไม่ค่อยได้มีเวลาได้ทําให้เปึนรูปธร รม อย่างเรื่องของการแพทย์ฮาลาลต่าง ๆ นี่นะคะ ก็ขอน้อมรับไว้ แล้วก็ขอขอบพระคุณ เปึนอย่างยิ่ง มีคําถามซึ่งดิฉันคิดว่าอยากจะตอบเพื่อที่จะได้สรุปว่าปฏิรูปแล้วประชาชน ได้อะไรบ้าง ซึ่งความจริงก็มีอยู่ในเรื่องของการปฏิรูปของทุกเรื่องอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าโดยสรุปรวมก็อยากจะขอเรียนว่าเมื่อปฏิรูปแล้วตามนี้ที่เสนอมานี่ประชาชนควรจะได้ บริการสุขภาพ ทั้งรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันโรค ฟุ๋นฟูสภาวะ ที่มีคุณภาพ และครอบคลุมประชาชนทุกคนในผืนแผ่นดินไทย มีการใช้เงินในระบบสุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ประชาชนมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพตามศักยภาพ เพื่อระบบมีความยั่งยืน ประชาชนจะมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีนํามาซึ่งการลดลงของโรคเรื้อรัง ที่สําคัญ แล้วก็มีราคาแพงในการรักษาพยาบาล ซึ่งโรคเหล่านั้นปัองกันได้ด้วยพฤติกรรม สุขภาพที่ถูกต้อง ผู้สูงอายุจะเปึนผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ความเปึนธรรมทางด้านสุขภาพ จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีอุปสรรคของเศรษฐกิจ สังคม เพศ เชื้อชาติเข้ามามีอิทธิพล อีกต่อไป ทั้งนี้คือสิ่งที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเผื่อปฏิรูปตามนี้แล้วประชาชนจะได้ สิ่งเหล่านี้ ขอบคุณค่ะ
เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานแผนการดําเนินงานในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ ระบบบริการสาธารณสุข วาระปฏิรูปที่ ๒๓ ระบบการส่งเสริมสุขภาพ และการปัองกันโรค วาระปฏิรูปที่ ๒๔ ระบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ เรียบร้อยแล้ว ต่อไป ดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานแผนการดําเนินงาน ในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ วาระปฏิรูปที่ ๒๓ และวาระปฏิรูปที่ ๒๔ ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป ระบบสาธารณสุขนําเสนอ ซึ่งก่อนจะขอมติ ดิฉันคงจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ขอเชิญ ท่านที่อยู่ข้างนอกเดินเข้าในห้องประชุมค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านอยู่ในห้องประชุมครบแล้ว ดิฉันขออนุญาตให้ท่านเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านใช้สิทธิแสดงตนแล้วนะคะ
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิแสดงตน อลงกรณ์ ๒๓๘ ครับ
ยังไม่ได้ป่ดค่ะ เชิญค่ะ
ใช้สิทธิแสดงตน อลงกรณ์ ๒๓๘ ครับ
ค่ะ ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะเรียบร้อยไหม เรียบร้อยนะคะ ทุกท่านแสดงตนแล้วดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๑ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุม
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับราย งานการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขทั้ง ๓ วาระปฏิรูปตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ หากท่านเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนค่ะ ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๕ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาการปฏิรูป ของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ ระบบบริการสาธารณสุข วาระปฏิรูปที่ ๒๓ ระบบการส่งเสริมสุขภาพ และการปัองกันโรค วาระปฏิรูปที่ ๒๔ ระบบบริหารจัดการและการเงินการคลังด้านสุขภาพ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงาน ไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ ความเห็นของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เปึนอันจบการพิจารณารายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขทั้ง ๓ วาระปฏิรูปแล้วค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านค่ะ
ต่อไปเปึนการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ในวาระ ๓.๒
ท่านประธานขออนุญาตครับ เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๗๐ ครับ ลงมติเห็นด้วยครับ พอดีวิ่งขึ้นมาไม่ทันครับ
ท่านหมายเลขอะไรคะ
หมายเลข ๐๗๐ ครับ
บันทึกไว้ด้วยค่ะ
ขอบคุณมากครับ
ยินดีค่ะ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ในวาระการพัฒนา เรื่องแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์และร่างพระราชบัญญัติสํานักงาน โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ พ.ศ. ....
ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกคะอย่าเพิ่งออกไปค่ะ ด้วยได้รับหนังสือจากประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการแจ้งว่าจะขอ ถอนเฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งได้บรรจุ เปึนระเบียบวาระการพิจารณาในวันนี้ ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติในวันนี้จึงต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๘ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีความจําเปึนต้องเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ พ.ศ. .... และขอให้ ที่ประชุมพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการในวาระการพัฒนาตามที่ได้บรรจุ ระเบียบวาระการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป จะมีท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่นไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและ โลจิสติกส์แห่งชาติ พ.ศ. .... ดังกล่าวนี่ออกจากระเบียบวาระการประชุมนะคะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกคะ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดิฉันขอให้ท่านประธาน กรรมาธิการแถลงรายงานโดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานที่คณะกรรมาธิการนําเสนอ เมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว ดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน ที่นําเสนอ นอกจากนั้นดิฉันใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการในการแถลงรายงาน และตอบข้อชี้แจงขอให้กระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปราย ของท่านสมาชิกกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อที่จะทําให้ การใช้เวลาจะได้กระชับขึ้น แล้วด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาต ให้อนุกรรมาธิการคือ นายปราโมทย์ พงษ์ทอง เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อให้การแถลง รายงานเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งดิฉันพิจารณาแล้ว จึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้าย จึงขอเชิญคุณปราโมทย์ พงษ์ทอง เข้าร่วมชี้แจงด้วยค่ะ ถ้าท่านประธานกรรมาธิการพร้อมแล้วดิฉันขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการแถลงรายงานค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม เกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจรายสาขา ขออนุญาตกราบเรียนถึงลักษณะสําคัญของรายงาน ของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ท่านประธานครับ เรื่องของ โลจิสติกส์นั้นเปึนเรื่องที่ยังไม่เคยเข้าสภามาก่อน เพราะฉะนั้นผมเองจะไม่ใช้เวลามาก เกินเหตุ จะพยายามให้เข้าประเด็นที่สุด และหวังว่าท่านประธานอนุกรรมาธิการจะได้กระทํา เช่นเดียวกัน เพื่อให้สภาแห่งนี้สามารถที่จะมีมติในเวลาอันสมควร แล้วเราจะมีวาระ เรื่องของการลงทุนในต่างประเทศติดต่อหลังจากนี้ไปอีกจะได้ประหยัดเวลาของสภา ท่านประธานครับ เราได้ใช้เวลาหลายเดือนตั้งแต่มีสภานี้มา พิจารณาถึงเรื่องปฏิรูปโลจิสติกส์ แล้วก็ขอเรียนว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะคิดคําไทยสําหรับคําว่าโลจิสติกส์ได้
ก็ขอค้างไว้ก่อน เพราะว่าคํานี้เปึนคําที่มีความครอบคลุมมาก แล้วก็ปกติเราจะเข้าใจว่า มันเปึนเรื่องของรถ ถนนหนทาง รถไฟฟัา รถไฟ เครื่องบิน แต่จริง ๆ แล้วคําว่าโลจิสติกส์นั้น มันครอบคลุมมากกว่าที่เราเข้าใจมากนัก มันยังครอบคลุมถึงเรื่องของกำรบริหารจัดการ เรื่องของกิจกรรมหลายอย่างด้วยกัน นิยามที่เขาให้กันในเชิงวิชาการก็คือว่าเปึนกระบวนการ ทํางานหลายอย่างด้วยกัน เช่น วางแผนดําเนินการ การควบคุมการทํางาน การดูข้อมูล การจัดการการเงินเพื่อเคลื่อนย้าย จัดเก็บ รวบรวม กระจายสินค้า บริการ ไปยังผู้บริโภค โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดในเวลาที่รวดเร็ว ตรงเวลา แล้วก็โดยต้นทุนที่ต่ําที่สุด เพราะฉะนั้น ท่านจะเห็นได้ว่ามันเกี่ยวพันกับหน้าที่หลายหน้าที่มาก แล้วก็เกี่ยวพันกับผู้เปึนบุคคล หรือฝ์ายต่าง ๆ มากมาย ดังปรากฏอยู่บนจอในขณะนี้ ท่านจะเห็นว่าตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ขายส่ง ผู้ขายปลีก ผู้ซื้อ จนกระทั่งถึงผู้บริโภคในที่สุด ซึ่งมันมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย
เพราะฉะนั้นในกิจกรรมทั้งหลายจึงจะแบ่งออกเปึนกิจกรรมทั้ง ๒ อย่างคือกิจกรรมที่เรียกว่า กิจกรรมหลักคือการขนส่ง การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อ การบริหารข้อมูล การบริหารการเงิน และสําหรับกิจการเสริมนั้นก็มีเรื่องของบริหารคลังสินค้า ขนย้ายวัสดุ จิปาถะจนกระทั่งถึงการบรรจุหีบห่อ ทั้งหลายทั้งปวงนี้จึงประกอบด้วย ๒ อย่างสําคัญ ด้วยกันคือที่ผมเรียกว่าเปึนฮาร์ด โลจิสติกส์ (Hard logistics) กับ ซอฟต์ โลจิสติกส์ (Soft logistics) ถ้าเราพูดตามภาษาคอมพิวเตอร์ท่านจะเห็นว่าระบบโลจิสติกส์นั้นประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานซึ่งผมเรียกว่าฮาร์ด โลจิสติกส์ไม่ว่าจะเปึนรถ รางรถไฟก็ตาม และเรื่องของ ซอฟต์ โลจิสติกส์คือกฎระเบียบขั้นตอนการบริหารจัดการทั้งหลาย แล้วก็เกี่ยวกับมนุษย์ ที่เรียกว่าพีเพิลแวร์ (Peopleware) ปัจจัยหนึ่งที่จะทําให้ประเทศเราสามารถจะแข่งขันได้ นั่นคือการพัฒนาโลจิสติกส์ และเรื่องโลจิสติกส์นั้นก็เปึนปัจจัยหนึ่งที่จะทําให้ความเปึน ประเทศที่เจริญแล้วตามที่เราตั้งเปัาไว้ในป้ ๒๕๗๕ เปึนไปได้ ผมขอแสดงภาพนี้อีกครั้งหนึ่ง ที่เปึนสแทรทิจิก เมเจอร์ (Strategic major) หรือว่าเปึนมาตรการทางยุท ธศาสตร์ที่เรา ต้องทํา ๗-๘ ประการด้วยกันที่เปึนสีน้ําเงินนั้นให้บรรลุได้ จึงจะทําให้เราสามารถจะดํารง ความเปึนประเทศค้าขายที่เจริญแล้วได้ ในวงสีฟัาทางซ้ายมือประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง ๔ ทุ่ม ท่านจะเห็นว่ามีคําว่าโลจิสติกส์ แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ (Logistics and infrastructure) อยู่ เพราะฉะนั้นเราจําเปึนจะต้องทําให้ตรงนี้มันมีความหมายขึ้น ประเด็นก็คือว่าสถานะของ โลจิสติกส์ของเราอยู่ที่ตรงไหน ผมขอไปถึงเรื่องโครงสร้างต้นทุนของโลจิสติกส์เสียก่อนนะครับ โลจิสติกส์นั้นประกอบด้วย ๓ หลักใหญ่ ๆ ในโครงสร้างของต้นทุน อันที่ ๑ คือการบริหารจัดการ ท่านเห็นทางซ้ายมือสีเขียวเปึนเรื่องของบริหารจัดการอยู่ที่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า แล้วลงมาเปึนเรื่องของสตอเรจ (Storage) กับสตอกกิง (Stocking) ของสินค้าทั้งหลาย บริการทั้งหลาย และส่วนสําคัญสุดท้ายซึ่งสูงมากก็คือเรื่องของค่าขนส่ง ถ้าท่านดูแท่ง ทางขวามือจะเห็นว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ เปึนต้นมาจนกระทั่งป้ที่แล้วเราสามารถจะลดต้นทุน ของโลจิสติกส์ คอสต์ (Logistics cost) ลงมาได้จาก ๑๗.๑ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๔๘ มาเปึน ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๕๗ แต่ว่าส่วนที่เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็กินต้นทุนมากก็คือเรื่องของ การขนส่งอยู่ที่ ๗.๓ เปอร์เซ็นต์เราทําได้ดีขึ้น แต่ประเด็นก็คือว่ามันดีพอแล้วหรือยัง เรามามองดูประสิทธิภาพของการขนส่งซึ่งมีบทบาทหนักในต้นทุนโลจิสติกส์ไทย การขนส่ง ของเรานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอยู่ ๔-๕ อย่างคือ ๑. ทางถนน ๘๐.๔ เปอร์เซ็นต์สีฟัาที่ท่านเห็นวงกลม
แล้วก็ ๒ เปอร์เซ็นต์ทางราง ๙ เปอร์เซ็นต์ทางน้ําภายในนะครับ ชายฝัืง ๘.๔ เปอร์เซ็นต์ ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์เปึนเรื่องของการขนส่งทางอากาศ ทีนี้ถ้าเรามองดูต้นทุนการขนส่ง ทางถนนนั้นต้นทุนการขนส่งอยู่ที่ ๒.๑๒ บาทต่อตันต่อกิโลเมตร รางอยู่ที่ ๙๕ สตางค์ต่อตัน ต่อกิโล เมตร น้ําอยู่ที่ ๖๕ สตางค์และอากาศอยู่ที่ ๑๐ บาทต่อตันต่อกิโลเมตร นี่คือตัวเลขมาจากสํานัก งานนโยบายแผนการขนส่งจราจรเมื่อป้ ๒๕๕๖ ทีนี้ถ้าเรามองดู เปรียบเทียบกับประเทศที่เปึนประเทศข้างเคียงเรา เราจะเห็นว่าประเมินคุณภาพโครงสร้าง พื้นฐานของเรากับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียนั้นเราอยู่ที่อันดับที่ ๖๑ ถนนเราอยู่ อันดับที่ ๔๒ รถไฟอยู่อันดับที่ ๗๒ สนามบินอยู่อันดับที่ ๓๔ และท่าเรืออยู่อันดับที่ ๕๖ แต่ที่ประเทศสิงคโปร์นั้นเขาอยู่ที่ อันดับที่ ๑ บ้าง ๒ บ้าง ๕ บ้าง ที่แย่ที่สุดอันดับ ที่ ๑๐ คือรถไฟ ก็น่าจะคิดได้นะครับเขาเปึนประเทศนิดเดียวเท่าจังหวัดภูเก็ตไม่จําเปึนต้องมีรถไฟ เท่าไรนัก ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๒๕ ซึ่งก็อยู่ห่างจากเราค่อนข้างมาก
ทีนี้ถ้าเราลองมองดูว่าการประเมินประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ ของไทยตามเกณฑ์ ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economy Forum) นั้นนี่เราอยู่ที่ตรงไหนนะครับ ก็มีความน่าห่วงใยว่าเราอยู่ที่อัน ดับที่ ๓๕ นะ ประเทศสิงคโปร์อยู่ที่อันดับ ที่ ๕ ประเทศมาเลเซียอยู่ที่อันดับที่ ๒๕ แต่ก็ยังอุ่นใจว่าถ้าเรานับประเทศเพื่อนบ้านเปึนคู่แข่ งก็มี ประเทศเวียดนามอันดับที่ ๔๘ ประเทศอินโดนีเซียอันดับที่ ๕๓ ประเทศฟ่ลิปป่นส์อันดับที่ ๕๗ แล้วก็ไล่ละลงไปจนกระทั่งถึงประเทศเมียนมาร์อันดับที่ ๑๔๕ ประสิทธิภาพของกฎ ระเบียบ เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนถึงว่ามันไม่ใช่เปึนเพียงแต่อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) มันยังเปึน เรื่องของกฎ ระเบียบ กฎเกณฑ์ ถ้าเรามองถึงระเบียบ กฎเกณฑ์ของการทําธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งทางเวิลด์ แบงก์ (World Bank) ได้ทําขึ้นนั้นเขามองถึงว่าความรวดเร็ว ความง่าย ความถูก ความสะดวก เราอยู่ที่อันดับที่เท่าไร ประเทศไทยอยู่ที่อันดับที่ ๒๘ และดีขึ้น เปึนอันดับที่ ๒๖ ในป้นี้ เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่อันดับที่ ๑ ทั้ง ๒ ป้ ถ้าย้อนหลังไปนี่ อันนี้ก็จะเปึนเทรนด์เราอยู่ที่ประมาณอันดับที่ ๒๐ ใกล้ ๆ อันดับที่ ๓๐ นะครับถ้าเรามองถึง คําว่าเปึนเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ โรดแมป (National Single Window Roadmap) แล้วก็ เรายังอยู่อีกห่างนะครับ ทางขวาสุดข้างบนสีน้ําเงินนั้นเปึนเปัาหมายที่เราจะไป ขณะนี้เรายัง อยู่ที่จุดที่ ๒ นะครับ จากซ้ายมือขึ้นมา ประเทศไทยอยู่ที่อันดับที่ ๒๐ กว่าเราจะไปถึงนั้น ก็คงอีกไม่น้อยนะครับ ท่านประธานครับ ในอนาคตเราคงจําเปึนจะต้องดูแลถึงเรื่องนี้ให้ดี เพราะว่าการกีดกันทางการค้าแล้วก็ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในโลกเรื่องความปลอดภัยมันจะทําให้ เราจําเปึนต้องดูแลถึงเรื่องของความสามารถในการเรียกว่าเทรซ (Trace) การตรวจสอบ ย้อนกลับมาถึงต้นตอของสินค้า ต้นตอการขนส่งการติดตามว่าสินค้านั้นไปถึงไหน เพื่อทั้งคุณภาพและเพื่อความปลอดภัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ก็คือจะมีโลจิสติกส์ คอนเนกทิวีตี (Logistics Connectivity) เกิดขึ้นในโลกนี้ที่เราน่าจะโดยสารไปได้ด้วยหรือไม่ เช่นประเทศจีน ทั้งทางทะเล ทั้งทางบก ทางท่อทางขวามือนะครับ ท่อที่เขาจะขนส่งน้ํามัน ไปยังทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน แล้วไปสู่ทางด้านเอเชีย ไมเนอร์ (Asia Minor) เพราะฉะนั้นแล้วในประเทศไทยเองก็จะเปึนศูนย์กลางของอาเซียนในเชิงภูมิศาสตร์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งซึ่งแสดงให้ เห็นถึงความสําคัญและความจําเปึนต้องทําให้ ความสามารถในการแข่งขันทางโลจิสติกส์ได้ เพิ่ม มากขึ้น ในภาพสุดท้ายที่ผม จะแสดงให้ท่านเห็นก็คือประเด็นปฏิรูป ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูป
โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์คงจะได้นําเสนอกับท่านประธาน และสภาแห่งนี้ต่อไป ผมขออนุญาตให้ท่านประธานคุณสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ได้เสนอรายงานครับ ขอบพระคุณครับ
ค่ะ เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการนะครับ ที่ได้กรุณาได้ให้ข้อมูล เบื้องต้น เกี่ยวกับเรื่องของโลจิสติกส์นะครับ กระผม นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ครับ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็เปึนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ขอนําเสนอแผนการในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานโลจิสติกส์ ซึ่งมีเปัาหมายในการที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาเพื่อให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของ ประเทศไทยลดลงนะครับ ขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นเกิดปร ะโยชน์กับ ทุกภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะ อย่างยิ่งภาคการเกษตรที่มีกลุ่มใหญ่ที่สุดและต้องการ ความช่วยเหลือมากที่สุด ในขณะเดียวกันก็มุ่งพัฒนาโลจิสติกส์ที่ตอบสนองนโยบายและ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยใช้เงินงบประมาณให้น้อยที่สุดและเปึนภาระ ของประเทศน้อยที่สุด เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนนะครับ ท่านประธานครับ เรามักจะเข้าใจว่าโลจิสติกส์คือการขนส่ง ซึ่งความจริงแล้วนะครับ การขนส่งเปึนส่วนหนึ่ง ของโลจิสติกส์ครับ
จากนิยามของราชบัณฑิตยสถานเมื่อป้ ๒๕๕๐ ราชบัณฑิตยสถานให้นิยามว่าโลจิสติกส์ หมายถึงการจัดระเบียบการดําเนินงานทุกด้านที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า การเก็บรักษาสินค้า รวมถึงบุคลากร ดังนั้นจากนิยามนี้จึงเห็นได้ว่าโลจิสติ กส์นั้นไม่ใช่การขนส่ง ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และศิลป่นแห่งชาติ ได้ให้ความกรุณาคิดคําว่า โลจิสติกส์ว่าบูรณาคม น์ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามท่านนะครับ และท่านก็ได้แต่งกลอน โลจิสติกส์ให้ด้วยครับ ท่านแต่งว่าโลจิสติกส์คือ บูรณาคมน์ สัมฤทธิ์สม รับส่ง และรักษา ระบบกระบวนบริการด้านสินค้า ต้องพัฒนา บูรณาคมน์ ให้สมบูรณ์ นี่เปึนเกียรติอย่างยิ่ง ของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ซึ่งท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้กรุณาแต่งให้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรามองถึงนิยามของโ ลจิสติกส์ จะเห็นได้ว่าโลจิสติกส์นั้นเกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ หรือผู้ผลิตชิ้นส่วน หรือผู้ให้บริการ เบื้องต้น ไปจนกระทั่งถึงผู้ผลิต ไปจนกระทั่งถึงผู้จัดจําหน่าย แล้วก็ไปถึงผู้ขาย แล้วก็ไปถึง ผู้บริโภคซึ่งเปึนขั้นสุดท้าย ดังนั้นโลจิสติกส์จึงมีความเกี่ยวพั นอย่างยิ่งกับระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ และเกี่ยวพันกับทุกภาคส่วนของประเทศ เพราะฉะนั้นระบบโลจิสติกส์ ที่สมบูรณ์นั้นจะทําให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลอย่างคล่องตัว เกิดการไหลเวียนของสินค้า และบริการ และเกิดการไหลเวียนของระบบการเงิน ทีนี้เรามาดูคําว่า โครงสร้างพื้นฐาน ราชบัณฑิตยสถานให้นิยามว่าโครงสร้างพื้นฐานก็คือสิ่งอํานวยความสะดวก เช่น ถนน ระบบประปา ระบบน้ําทิ้ง ระบบไฟฟัา และระบบสื่อสาร โดยในหลายครั้งโครงสร้างพื้นฐาน ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรม เพื่อผลิตสินค้าหรือบริการ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า โลจิสติกส์และโครงสร้ำงพื้นฐานนั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และมีความสําคัญอย่างยิ่ง ต่อคุณภาพของประชาชน ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่า ณ วันนี้ประเทศไทย มีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ในระดับที่ค่อนข้ำงมาก ประเด็นที่ ๑ ประเทศไทยเราไม่มีหน่วยงานหลักในการบูรณาการกิจกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานและ โลจิสติกส์เข้าด้วยกัน ทําให้ขาดประสิทธิภาพด้านการบริหารและการจัดการ ข้อที่ ๒ ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพี (GDP) ของไทยยังสูงอยู่ที่ระดับ ๑๔.๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งการขนส่งส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นเน้นการขนส่งทางถนนเปึนหลักซึ่งมากถึง
๘๒ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้เรียนไปแล้วนะครับ ข้อที่ ๓ ครับ ขาดการบูรณาการด้านการขนส่งเชื่อมโยง ก็คือทางก็ทาง ทางรางก็ทางราง ถนนก็ถนน รถไฟก็รถไฟ เรือก็เรือ เครื่องบินก็เครื่องบิน จากการวิเคราะห์เบื้องต้นนั้นพบว่า ในประเทศไทยอย่างน้อยมีถึง ๑๖ หน่วยงานที่ดูแลกิจกรรมโลจิสติกส์แล้วก็กระจัดกระจาย ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ๑๖ หน่วยงาน ทําให้ภาระและต้นทุนด้านธุรกิจของทั้งประเทศ สูงโดยใช่เหตุ ข้อที่ ๔ ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญอีกเ รื่องหนึ่ง ประเทศไทยขาดศูนย์รับ ส่ง กระจายสินค้าเกษตร ไม่มีหน่วยงานที่ดูแลระบบโลจิสติกส์ให้กับเกษตรกรโดยตรง ข้อที่ ๕ ขาดความปลอดภัยและการตรวจสอบด้านโลจิสติกส์ ข้อที่ ๖ ความสามารถในเชิง การแข่งขันระหว่างประเทศด้านโลจิสติกส์ของประ เทศไทยอยู่อันดับที่ ๓๕ ในขณะที่ ประเทศสิงคโปร์อันดับที่ ๕ และประเทศมาเลเซียอันดับที่ ๒๕ ข้อที่ ๗ ขาดระบบ สารสนเทศในการสนับสนุนเรื่องของโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภาครัฐ และเอกชน ปัจจุบันนี้ข้อมูลต่างคนต่างเก็บ ไม่ได้บูรณาการเข้ำหากัน ข้อที่ ๘ ขาดความทันสมัยและขาดการบูรณาการในด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องกับ โลจิสติกส์และการค้าชายแดน และข้อที่ ๙ ขาดการพัฒนาผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรารู้จักกันที่ว่าเอสเอ็มอี (SME) ข้อที่ ๑๐ ขาดบูรณาการด้านยุทธศาสตร์ประเทศทางด้านโลจิสติกส์ ขาดการพัฒนา กระบวนการทํางาน
ขาดการใช้เทคนิคและเทคโนโลยีด้านสารสนเทศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ของประเทศไปสู่ระดับสากลซึ่งจะเปึนรากฐานที่สําคัญที่จะสนับสนุนให้ประเทศนั้นเปึน เทรดดิง เนชัน (Trading Nation) และเปึนดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) แล้วข้อ ๑๑ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศมุ่งเน้นการใช้งบประมาณเปึนหลักทําให้ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะมากขึ้น และสุดท้ายครับขาดการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้าง พื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการค้าการลงทุนและทรัพยากร ของประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้อยากจะพูดว่าประเทศไทยมีวิกฤตการณ์ ด้านเศรษฐกิจครับ อุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นจากการขนส่งโลจิสติกส์ การจราจรที่ติดขัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเมืองเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร เดี๋ยวนี้ในภาคเหนือรถก็ติด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรถก็ติด ภาคใต้รถก็ติด ปัญหาการขาดแคลนคนขับรถที่มีคุณภาพ ปัญหาการจราจรแออัดหน้าท่าเรือระหว่างประเทศเพื่อทําการนํา เข้าส่งออก จากการที่เรา ใช้ถนนเปึนหลักทําให้ราคาพลังงานที่ใช้อยู่นั้นสูงแล้วก็มีการใช้พลังงานมาก แล้วใช้พลังงาน อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เกิดมลพิษที่ไม่สามารถควบคุมได้ และที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือว่า ไม่มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบระบบโลจิสติกส์โดยตรงในสินค้าการเกษตรให้แก่เกษตรกร ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่รีบดําเนินการแก้ไขจะเกิดอะไรขึ้นครับ ค่าครองชีพ ประชาชนจะสูงขึ้น ต้นทุนราคาสินค้าแพงขึ้น เกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าที่ควร รัฐแบกภาระในการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ รัฐสูญเสียเงินตราต่างประเทศในด้านพลังงาน ขาดความสามารถในเชิงการแข่งขันระหว่างประเทศ สูญเสียโอกาสในการเปึนศูนย์กลาง โลจิสติกส์แห่งอาเซียน และสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ ความด้อยต่าง ๆ ในสิ่งเหล่านี้นั้น ทําให้ความสามารถในเชิงการแข่งขันระหว่างประเทศด้านโลจิสติกส์ของเราอยู่อันดับรองจาก ประเทศในอาเซียนด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ไม่ส่งเสริมให้นักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุน ในประเทศไทย เพราะเราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการจูงใจให้นักลงทุน มาลงทุนในประเทศไทย ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงมีกรอบความคิดรวบยอดว่าเราจะต้อง ดําเนินการปรับปรุงในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของประเทศไทย ให้ดีขึ้น โดยเอาปัจจัยเปึนตัววัด ๖ หลักซึ่ง ๖ ปัจจัยนี้เปึนระบบสากล ปัจจัยที่ ๑ พิธีการ ด้านศุลกากร ปัจจัยที่ ๒ การขนส่งไปมาระหว่างประเทศ ปัจจัยที่ ๓ ก็คือความเที่ยง ความแม่นยําแล้วระยะเวลาที่แม่นยําในการจัดส่งสินค้าและ บริการ ข้อที่ ๔ ก็คือว่า
ประสิทธิภาพทางด้านโลจิสติกส์ ประเด็นที่ ๕ คือว่าการติดตามตรวจสอบสินค้าและบริการ และโครงสร้างพื้นฐาน เราเชื่อมั่นว่าถ้าเราสามารถเอา ๖ ปัจจัยนี้มาพัฒนาร่วมกับ การแก้กฎหมาย ร่วมกับการใช้สารสนเทศ ถ้าเราทําได้แบบนี้เราก็จะนําประเทศไปสู่การค้า แบบดอร์ ทู ดอร์ (Door to door) คือการค้าจากโรงงานส่งออกในประเทศไทยไปยังโรงงาน ผู้ซื้อในต่างประเทศนําไปสู่เทรดดิง เนชัน แล้วก็นําไปสู่การขายข้ามประเทศซึ่งหมายถึง การค้าข้ามชายแดน และหมายถึงการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ติดกับชายแดนประเทศ เพื่อนบ้าน ถ้าเราทําได้แบบนี้ประเทศไทยก็จะเปึนศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียนจะนํา ประเทศไปสู่ระบบดิจิตอล อีโคโนมี และนําไปสู่การค้าระหว่างประเทศซึ่ งจะทําให้เกิด การหมุนเวียนของสินค้าของข้อมูลและระบบการเงิน ท่านประธานครับคณะกรรมาธิการ ได้สรุปประเด็นในการปฏิรูปไว้ทั้งหมดเปึน ๑๐ ประเด็นซึ่งครอบคลุมระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยที่มี ๑๕ ตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ ถ้าเราดําเนินการได้ตามนี้นั่นหมายถึง ประเทศไทยดําเนินการได้ตามนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนกับประเทศชาติก็จะมหาศาล ซึ่งหมายถึงว่าจะเกิดประโยชน์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ประเด็นที่นําเสนอ พัฒนานั้นมี ๑๐ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ เราได้พยายามผลักดันบรรจุเรื่องโลจิสติกส์ให้อยู่ ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยใส่ในมาตรา ๘๘ ด้านนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๑๙๓ (๗) ด้านการจัดตั้งสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ ทําไมเราต้องผลักดัน เพราะตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญในประเทศไทยมายังไม่เคยมีการ บรรจุเรื่องโลจิสติกส์ไว้ ในรัฐธรรมนูญเลย ขณะนี้ก็จะเปึนครั้งแรกในประเทศไทยที่ มีการบรรจุเรื่องนี้ไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญ ลองนึกภาพดูนะครับว่าถ้าเราสามารถที่จะให้ ๑๖ องค์กรในประเทศไทย สามารถบูรณาการข้อมูลทุกอย่างมาไว้ด้วยกัน นั่นก็หมายถึงว่าจะเกิดประสิทธิภาพ ในด้านโลจิสติกส์อย่างมาก สามารถกําหนดมาตรฐานระบบสารสนเทศได้ และสามารถ ก่อให้เกิดความปลอดภัยด้านระบบโลจิสติกส์ นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ทางด้านปฏิรูปกฎหมาย พยายามผลักดันให้มีการจัดตั้ง สํานักงานโครงสร้ำงพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติเข้าสู่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามประเด็นที่ ๑ ซึ่งได้กราบเรียนไปแล้ว นอกจากนี้ประเด็นต่อมาก็คือว่าพยายามที่จะ ปฏิรูปกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายในเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพาณิชยนาวี โดยแก้ไขปรับปรุงคําจํากัดความของผู้ประกอบการ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเพื่อบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วให้ผู้ประกอบการ พาณิชยนาวีในประเทศไทยได้รับสิทธิทางกฎหมายเท่าเทียมกับต่างชาติ ต่อมาเราพยายาม ผลักดันให้มีการปฏิรูปแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ขนส่งทางบก โดยกําหนดมาตรฐานด้าน ความปลอดภัยและคุ้มครองให้กับรถขนส่งและอุปกรณ์การขนส่งของผู้ประกอบการขนส่ง ระดับเอสเอ็มอีเพื่อให้ได้รับการส่งเสริมให้บริการขนส่งในระดับรองรับที่รองรับเพื่อเข้าสู่ เออีซี (AEC) และจีเอ็มเอส (GMS) ซึ่งเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง ๒ เขตระหว่างประเทศ ที่น่าสนใจ เราพยายามส่งเสริมให้มีการสร้างหรือริเริ่มให้มีร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสายเคเบิล และท่อใต้น้ําทางทะเล ซึ่งในขณะนี้ไม่มีกฎหมายนี้ในประเทศไทย โดยเราคิดว่าน่าจะบูรณาการ ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ เช่น กรมเจ้าท่า และกองทัพเรือ เปึนต้น ประเด็นต่อมาคือพยายามที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายศุลกากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรับปรุง ข้อจํากัดของกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อ การสนับสนุนการเปึนเทรดดิง เนชัน เช่นมีการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มในเขตปลอดอากร แล้วก็พยายามให้เพิ่มคําจํากัดความว่าตัวแทนออกของ ใน พ.ร.บ. ศุลกากร และคือคัสตอมส์ โบรกเกอร์ (Customs broker) และประเด็นต่อมา ก็คือว่าเราพยายามให้มีการแก้ไขกฎหมายในการให้ใช้อัตราภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๐/๑ โดยที่เราอยากให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบที่ได้จดทะเบียนเปึนผู้ขนส่งกับกรมเจ้าท่านั้นสามารถใช้อัตราภาษีมูล ค่าเพิ่ม เปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ได้ แล้วก็ผู้ประกอบการที่มาใช้บริการ ในเขตปลอดอากรนั้นควรจะ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้เขา ไม่ใช่ให้ใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะกับผู้ประกอบการที่อยู่ ในเขตปลอดอากร แต่ควรจะหมายรวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่นอกเขตอากรซึ่งไปใช้บริการ ในเขตปลอดอากรนั้นควรได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเปึนเรื่องที่ เปึนภาระของผู้นําเข้า ส่งออก ปัจจุบันนี้ผู้นําเข้า ส่งออก เมื่อส่งออกสินค้าจะต้อง ถูกเก็บค่าธรรมเนียมใบขนสินค้าจากกรมศุลกากรใบละ ๒๐๐ บาท ป้หนึ่งประเทศไทย
มีใบขนสินค้าประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ใบ ดังนั้นกรมศุลกากรเก็บเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท จากผู้นําเข้า ส่งออก ซึ่งเปึนภาระต้นทุนที่สูง ดังนั้นถ้าลดต้นทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ได้ ต้นทุนผู้ประกอบการนําเข้า ส่งออกก็จะลดน้อยลง อันนี้ก็เปึนเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย
ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายโทรคมนาคมหรือ เนชันแนล บรอดแบนด์ คอมมิวนิเคชัน (National Broadband Communication) ซึ่งเรา อยากจะให้มีการควบรวมเครือข่ายโทรคมนาคมปัจจุบัน เปึนเครือข่ายและจัดตั้งองค์กร กํากับดูแลให้ประชาชนเข้าถึงทั่วทุกพื้นที่ใ นราคาที่ยุติธรรม เรามองว่าปัจจุบันนี้ค่าบริการ ยังแพงอยู่ แล้วเราก็เสนอให้มีการติดตั้งเครือข่ายโทรคมนาคมในทุกโครงการของแลนด์ ลิงก์ (Land link) เช่นจากท่าเรือแหลมฉบัง มันควรต้องมีเครือข่ายเชื่อมโยงถึง จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ไปถึงท่าเรือสงขลา แล้วถ้าสมมุติว่ามีการศึกษาเรื่องคลองไทยก็ควรจะต้อง มีการเชื่อมโยงเรื่องเกี่ยวกับสารสนเทศหรือไอซีที (ICT) ไปยังเขตต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย
ประเด็นที่ ๔ เราจะพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้เปึนการขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบ แล้วก็มัลติโมเดล ทรานสปอร์ต (Multimodal Transport) เน้นการใช้ขนส่ง ทางน้ําเพิ่ม โดยเฉพาะท่าเรือชายฝัืง ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้มีท่าเรือชายฝัืงในประเทศไทย ประมาณ ๓๘๑ แห่ง มีท่าเรือชายฝัืงไม่กี่แห่งที่มาใช้ทําประโยชน์อย่างจริงจัง เราจึงอยากจะ เสนอให้มีแผนการพัฒนายุทธศาสตร์การขนส่งต่อเนื่องทา งน้ํา ทางบก และทางราง เข้าด้วยกันแล้วก็ในขณะเดียวกันก็เน้นการใช้สารสนเทศในการที่จะเปึนข้อมูลเชื่อมโยง ให้กับการขนส่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วประเด็นต่อมาก็คือวางแผนแม่บทของระบบขนส่งทางน้ํา ให้เชื่อมโยงกับระบบการขนส่งทางรางและทางถนน รวมทั้งการออกสู่ท่าเรือชายฝัืงเชื่อมโยงกัน อย่างเปึนระบบ เร่งศึกษาวางแผนแม่บทความเปึนไปได้โดยการทํายุทธศาสตร์เชื่อม ๒ ฝัืงทะเล ด้วยท่าเรือน้ําลึกเพื่อรองรับระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ถ้าท่านประธานและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดูในแผนที่ภาพนี้
เราอยากจะพัฒนาให้มีการขนส่งเชื่อมโยงจากภาคเหนือไปภาคใต้ แล้วก็จาก ภาคตะวันตกไปภาคตะวันออก และถ้าเราดูภาคใต้จะสังเกตว่าเราเสนอให้มีการพัฒนา ท่าเรือชายฝัืงให้มีการใช้ได้มากขึ้น การขนส่งสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังแทนที่จะไปทางบก ทําไมเราไม่ขนส่งทางน้ํา การขนส่งสินค้าจากภาคใต้แทนที่เราจะขนส่งทางรถยนต์ ขึ้นมาที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทําไมเราไม่ใช้เรือแล้วก็ขนส่งด้วยท่าเรือชายฝัืง
ประเด็นที่ ๕ ผลักดันให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการบินและการขนส่ง ทางอากาศของอาเซียน ถ้าดูจากแผนที่ครับ ประเทศไทยได้เปรียบมากเลยในเชิงของ สแทรทิจิก โลเคชัน (Strategic Location) ก็คือเปึนเขตที่เราสามารถได้เปรียบในการสร้าง ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการบินและการขนส่งทางอากาศ เราเสนอว่า ๑. ปรับปรุง ขอบเขตอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมการบิน พลเรือนอย่างเร่งด่วน คือแยก หน่วยงานที่มีเรกูเลเตอร์กับโอเปอเรเตอร์ออกจากกัน ๒. กําหนดให้การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยใช้กลไกการตลาดนํามากกว่ามุ่งสร้างกําไร เช่นกําหนดให้ประเทศไทยเปึน เส้นทางการบินของอาเซียน หากเปึนสายการบินของอาเซียนนั้นบินเข้ามาในประเทศไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการใช้สิ่งอํานวยความสะดวกมากขึ้น แล้วก็พยายามส่งเสริมให้ ประเทศไทยจัดนิทรรศการอากาศยาน เช่นการจัดแอร์โชว์ (Air Show) ซึ่งก็เปึนส่วนหนึ่ง ของการจัดนิทรรศการอากาศยาน ๕. ส่งเสริมประเทศไทยเปึนศูนย์ซ่อม อบรม ผลิตชิ้นส่วน อากาศยาน แล้วก็ ๖. ส่งเสริมขยายเขตปลอดอากรแล้วก็ฟรีโซน (Free Zone) ในสนามบิน สุวรรณภูมิเพราะฉะนั้นถ้าเราทําได้ตามนี้เราก็เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเปึนศูนย์กลาง การขนส่งอากาศยานของประเทศในอาเซียน
ประเด็นที่ ๖ ท่านประธานครับ ต้องประทานโทษครับ เผอิญเวลามีน้อย ผมเลยต้องรีบนําเสนอให้จบ ภายในเวลาที่กําหนด ประเด็นที่ ๖ ให้สํานักงานโครงสร้าง พื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น ศึกษาจัดตั้งศูนย์รับส่งกระจายสินค้าเกษตร เหตุผลเพราะว่าปัจจุบันนี้สินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวเวลาวิ่งใช้รถขนส่งวิ่ง วิ่งเที่ยวเดียว เวลาไปมีข้าวเปลือกไป เวลารถกลับไปที่ลานข้าวไม่มีข้าวเปลือก เวลาข้าวเปลือกส่งจาก ที่ศูนย์รับข้าวนั้นไปยังศูนย์โรงสีข้าว เวลาไปก็มีข้าวเปลือก เวลากลับก็มีแต่รถเที่ยวเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันทําให้ต้นทุนด้านขนส่งของข้าวเปลือกในประเทศไทยสูงขึ้ น ดูจากตัวเลขปัจจุบันนี้ข้าวเปลือกถ้ารวมความชื้นแล้วมีทั้งหมด ๓๖ ล้านตัน ปรากฏว่า
จากลานข้าวเปลือกของชาวนาขนไปยังที่ศูนย์รับข้าวในแต่ละภาค ค่าขนส่งโดยเฉลี่ย ประมาณ ๑๐๐ บาทต่อตัน และจากศูนย์รับข้าวไปที่โรงสีข้าวเพื่ อทําการแปลงสภาพของ ข้าวเปลือกเปึนข้าวสาร มีค่าขนส่งอีก ๕๕๐ บาท สรุปแล้วในสภาพปัจจุบันนั้นข้าว ๑ ตัน ต้องเสียค่าขนส่งประมาณ ๖๕๐ บาท ดังนั้นใน ๑ ฤดูการผลิต ชาวนาต้องถูกจัดเก็บค่าขนส่ง ประมาณ ๒๓,๔๐๐ ล้านบาท นี่เที่ยวเดียวนะครับ นี่หมายถึงว่า ๑ ฤดูการผลิต ถ้าเปึน ข้อเสนอจากเรา เราจะเสนอว่า ๑. เราจัดตั้งศูนย์รับข้าวระดับตําบลเสีย แล้วจากนั้นก็ไปรับ ข้าวเปลือกจากชาวนามาที่ศูนย์รับข้าวระดับตําบล แล้วก็ทําการใช้ระบบสารสนเทศในศูนย์นี้ แล้วก็ส่งข้าวไปศูนย์รับส่งข้าวที่ภาคกลาง ถ้าเราทําได้แบบนี้นะครับท่านประธาน โดยที่น้ําหนัก ให้ขนที่ ๖๐ ตันต่อเที่ยว ปัจจุบันนี้ให้ขนส่งแค่ ๕๐.๕ ตัน เหตุผลเพราะว่าประเทศไทย มีลักษณะที่มีการตีความไม่เหมือนกัน มีหน่วยงาน ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวกับการขนส่ง ตีความเรื่องน้ําหนักไม่เท่ากัน ซึ่งความจริงแล้วถ้าสามารถให้ขนส่ง ๖๐ ตันต่อ ๑ เที่ยว ก็สามารถทําได้เพราะสามารถมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราสามารถมีศูนย์รับส่ง กระจายสินค้าเกษตรนะครับ เฉพาะข้าวอย่างเดียวสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายป้หนึ่ง อย่างน้อย ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อการผลิตข้าว ๒ ฤดูการผลิต อันนี้เฉพาะสินค้า ข้าวเปลือกอย่างเดียวนะครับ ท่านลองนึกภาพสิครับว่าถ้าพูดถึงสินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ ล่ะครับ เราจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการ หรือให้กับ ชาวเกษตรกรได้มากอย่างไร และถ้าเราดูภาพนี้นะครับว่าในศูนย์รับส่งกระจายสินค้าเกษตร ในภาพถัดไปนี่นะครับ เราจะเห็นได้ว่าในศูนย์นี้ เราจะใช้ระบบสารสนเทศในการบริหาร แล้วข้าวนี้ก็จะมาจากภาคเหนือ แล้วก็จะมาแยกออกไปนะครับ จากนั้นก็ใช้ระบบครอส ดอก (Cross dock) ครอส ดอกก็คือระบบที่สินค้าจะอยู่ในศูนย์นี้ไม่เกิน ๔ ชั่วโมง ข้าวที่มาจาก ภาคเหนือก็จะเอาออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (Container)
หรือออกจากรถบรรทุกขนไปที่รถที่จะขนส่งไปที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก หรือภาคใต้ ของที่เอามาจากภาคใต้ก็จะขนออกที่ศูนย์นี้ แล้วก็จะรับบรรทุ กสินค้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกไปที่ภาคใต้ โดยวิธีการตรงนี้จะสามารถลดต้นทุนการขนส่ง แล้วศูนย์นี้ไม่จําเปึนต้องเปึนศูนย์ใหญ่โตมโหฬารอะไร เพราะว่าเราใช้ระบบเทคโนโลยี สารสนเทศในการควบคุมบริหาร แล้วถ้าศูนย์นี้สามารถรองรับตรงนี้ได้ท้ายสุดศูนย์นี้ก็จะเปึน ศูนย์แปรรูปสินค้าเกษตร ดังนั้นถ้าเราสามารถทําตรงนี้ได้นั่นหมายความว่าเกษตรกร ในประเทศไทยจะมีหน่วยงานที่เข้าไปดูแล แล้วหน่วยงานนี้อยู่ภายใต้การกํากับ ดูแล ของสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้น อันนี้เปึนประเด็น ที่คิดว่าเรื่องนี้เรา เสนอว่ารัฐบาลควรจะต้องตั้งคณะกรรมการระดับชาติในการศึกษา เรื่องพวกนี้อย่างจริงจัง
ประเด็นที่ ๗ เราเสนอให้มีการศึกษาแหล่งเศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐานและ โลจิสติกส์ในประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเราไม่ว่าจะเปึ น ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศต่าง ๆ ที่อยู่รอบบ้านเรามีการส่งเสริม การลงทุน ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติไปลงทุนประเทศเขา ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้าน ของเรามีเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นหลายอย่าง เราอยากจะให้มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ปัจจุบันนี้ ไม่มีการศึกษาเรื่องนี้ เราอยากให้มีคณะกรรมการที่ไปศึกษาเรื่องโลจิสติกส์ ในประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องของแรงงานและการผลิต เรื่องของนโยบายการลงทุน และสิทธิประโยชน์ รวมถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ไปศึกษาเพื่ออะไรครับ เพื่อเอาข้อมูล กลับมาใช้ในประเทศไทย ใครจะลงทุนในต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านก็เอาข้อมูลเหล่านี้ ให้กับนักลงทุนไปเพื่อที่จะได้รู้เขา ไม่ใช่รู้เราอย่างเดียว มีข้อมูลที่น่าสนใจมาก ซึ่งผม ขออนุญาตเรียนว่าขณะนี้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวงที่เวียงจันทน์ เขาใช้พื้นที่ ๓,๐๐๐ ไร่ในการก่อสร้างโดยให้ประเทศจีนได้สัมปทาน ๙๐ ป้ คาดว่าจะเสร็จภายใน อีกประมาณ ๑๐ ป้ ขณะนี้บางส่วนได้ก่อสร้างไปแล้ว ศูนย์แห่งนี้หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ แห่งนี้ ถ้าสร้างเสร็จก็จะเปึน ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก แล้วก็จะดึงดูด นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยไป จะเปึนศูนย์กลางการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมที่ใหญ่ มากในเวียงจันทน์ นักธุรกิจไทย ก็จะถูกดึงดูดไปลงทุนที่นั่น การค้าต่าง ๆ ก็จะไปที่นั่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่เราควรส่งคณะทํางานไปศึกษาว่าเราจะใช้ประโยชน์ในการสร้าง
ความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไรในเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวง ต่อมานี่ เปึนบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านโมเระห์ หมู่บ้านโมเระห์เปึนหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ในรัฐเจ็ดสาวน้อย ของประเทศอินเดีย เขาเรียกว่าภาคอีสานของประเทศ อินเดีย ในรัฐเจ็ดสาวน้อยนี้นั้น มีเมืองโมเระห์เปึนเมืองอยู่ในรัฐมณีปุระ แล้วในรัฐทั้งหมดเจ็ดสาวน้อยนี้มีพลเมืองประมาณ ๔๕ ล้านคน แต่ถ้ารวมพลเมืองของประเทศบังกลาเทศเข้าไปก็จะเปึน ๒๐๐ กว่าล้านคน ตรงนี้ละครับคือจุดที่ประเทศไทยเราสามารถที่จะส่งสินค้าส่งออกจาก ประเทศไทย ผ่านประเทศพม่าไปประเทศอินเดียโดยทางบก ถ้าไปทางเรือใช้เวลาประมาณสัก ๑๕-๒๐ วัน แต่ถ้าไปทางบกใช้เวลาประมาณเพียงแค่ ๑๒-๑๕ วัน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ประกาศนโยบายลุค อีสต์ (Look East) โดยที่ประกาศว่าเส้นทาง ๓,๒๐๐ กิโลเมตรจาก หมู่บ้านโมเระห์มาถึงแม่สอดนั้นเปึนเส้นทางที่ประเทศอินเดียต้องการใช้เปึนเส้นทางการค้า เข้าสู่อาเซียนผ่านประเทศพม่าและประเทศไทย ดังนั้นถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ได้ส่งคนไปศึกษาขอให้ประเทศพม่ายกเว้น การเก็บภาษีผ่านแดนจากสินค้าประเทศไทย แล้วก็สามารถส่งสินค้าจากประเทศไทยไปขายที่ประเทศอินเดีย โดยที่ในขณะนี้ประเทศไทย มีเอฟทีเอ (FTA) กับไทย-อินเดียมีสินค้า ๘๓ รายการที่เข้าประเทศอินเดียเปึนอากรนําเข้า เปึนศูนย์ ดังนั้นสินค้าจากประเทศไทยจะออกจากอําเภอแม่สอดขายไปยังประเทศพม่าโดยที่ อากรนําเข้าเปึนศูนย์ ต้นทุนต่าง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับภาษีก็จะลดน้อยลง สินค้าประเทศไทย ก็จะขายได้มากขึ้น จะสังเกตดูว่ามีอีกที่หนึ่งที่โมฮั่น โมฮั่นเปึนเมืองชายแดนของประเทศจีน ติดกับบ่อเต็น เมืองชายแดนของประเทศ สปป. ลาว อยู่บนเส้นทางอาร์ ๓ เอ (R3A) อาร์ ๓ เอเปึนเส้นทางที่เชื่อมจากคุนหมิง เชียงรุ้ง ลงมาที่โมฮั่น บ่อเต็น ห้วยทราย แล้วข้ามมาเชียงของโดยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ขณะนี้ประเทศจีนกําลังสร้างโมฮั่นให้เปึน ศูนย์กระจายสินค้าและศูนย์กลางค้าที่ใหญ่มาก ดังนั้นประเทศจีนก็จะนําสินค้าทั้งหมดมาไว้ที่ โมฮั่นเตรียมแพก (Pack) แล้วก็จากนั้นก็ส่งเข้ามาขายในประเทศไทย เราก็เสนอว่าทําไม เราไม่ส่งทีมงานเราไปศึกษาว่าโมฮั่นจะเปึนอย่างไร เราส่งสินค้าจากประเทศไทยไปเตรียมไว้ ที่โมฮั่นได้ไหมเพื่อกระจายเข้าไปในประเทศจีน ทําไมเราไม่ทําแบบนี้ล่ะครับ
ขณะเดียวกันครับ เมืองมะริดครับ มะริดเปึนเมืองเมืองหนึ่งอยู่ห่างจากด่านสิงขรประมาณสัก ๑๖๐ กิโลเมตรนะครับ เปึนเมืองที่ประเทศเมียนมาร์ขณะนี้ประกาศให้เปึนเมืองประมง และส่งเสริมการท่องเที่ยว ขณะนี้ประเทศไทยขาดแคลนสินค้าอาหารทะเลครับ ดังนั้นถ้าเรา สามารถที่จะทํารถไฟเชื่อมโยงกับเมืองมะริด เราก็สามารถส่งนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยว ที่นั่นได้ แล้วก็ขณะเดียวกันก็สามารถนําอาหารทะเลกลับมาใช้เปึนวัตถุดิบเปึนสินค้าส่งออก ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราคิดว่า น่าจะ ต้องมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องพวกนี้ อย่างจริงจังเพื่อที่ประเทศไทยเรา จะได้เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ประโยชน์ ทางด้านโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้านให้กับ นักลงทุนไทยที่ไปลงทุน ในประเทศเหล่านั้นนะครับ เรื่องต่อมาคือคลองไทยครับ เราอยากเสนอว่าให้มีการศึกษา รายงานของวุฒิสภาเมื่อป้ ๒๕๔๘ ซึ่งได้เสนอว่าให้ขุดคลองไทยตามเ ส้นทาง ๙ เอ (9A) ก็คือเส้นทางจากจังหวัดตรัง ผ่าน ๕ จังหวัดไปออกที่จังหวัดสงขลา ทั้งหมดเปึนเส้นทาง ที่ประชาชนใน ๕ จังหวัดได้เลือกไว้แล้วนะครับ สิ่งเหล่านี้เราก็เสนอว่าน่าจะมีการหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาศึกษากันอีกครั้งหนึ่งนะครับ
และประเด็นที่ ๘ ท่านประธานครับ เราอยากสนับสนุนให้มีการคมนาคมและ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษกลุ่มป ระเทศเพื่อนบ้านและ อาเซียนนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทําไมเราไม่สร้างทางรถไฟจากจังหวัดฉะเชิงเทรา คลอง ๑๙ ไปอําเภอแก่งคอย ระยะทางประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าสร้างตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ สินค้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่างก็จะนําไปสู่แหลมฉบัง ได้เร็วขึ้น ประหยัดค่าขนส่ง หรือทําไมเราไม่สร้าง ทางรถไฟระยะทาง ๔ กิโลเมตรครึ่ง จากสถานีรถไฟแหลมฉบังเข้าไปในท่าเรือแหลมฉบังเพื่อลดการแออัดในการขนส่งสินค้าจาก ท่าเรือแหลมฉบังไปยังไอซีดี (ICD) ลาดกระบัง ซึ่งทุกวันนี้ใช้รถขนส่งทําให้การจราจรแออัด หน้าท่าเรือ ทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ถ้าเราไปแหลมฉบังเราจะรถติดอย่างมาก ก็เพราะว่าเกิดจากการขนส่งที่ไม่ได้ใช้ทางรางเปึนหลักนะครับ ขณะเดียวกันถ้าเราสามารถ ปรับปรุงเส้นทางรถไฟจากจังหวัดตรังไปท่าเรือกันตังก็ทําให้การขนส่งจากท่าเรือกันตังนั้น ไปยังอําเภอทุ่งสงเร็วขึ้นทําให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งน้อยลงนะครับ ประเด็นต่อมาครับ เราอยากให้รัฐบาลหรือว่าสิ่งที่เราเสนอไปนั้น การจะลงทุนในโครงสร้างต่าง ๆ นั้นเราอยาก ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในระบบพีพีพี (PPP) ก็คือพลับลิก ไพรเวท พาร์ตเนอร์ชิพ
(Public Private partnership) ก็คือหมายถึงว่าเวลาจะลงโครงการอะไรก็แล้วแต่น่าจะต้อง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รัฐไม่จําเปึนต้องใช้เงินรัฐอย่างเดียว จะทําให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นนะครับ
ประเด็นที่ ๙ ปรับเพิ่มงบประมาณการลงทุนภาครัฐโดยจัดตั้งกองทุนพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาด้วย
ประเด็นที่ ๑๐ ซึ่งเปึนประเด็นสุดท้ายนะครับ เราอยากให้มีการส่งเสริม พัฒนาผู้ประกอบการและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ให้มีความสามารถที่มากขึ้น ปัจจุบันนี้ มีผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในประเทศไทยมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย ใน ๒๐๐,๐๐๐ รายนี้ เปึนผู้ประกอบการขนาดเล็ก คือขนาดกลางและขนาดย่อมนะครับ ซึ่งความสามารถที่จะสู้กับ ชาวต่างชาตินั้นมีน้อย ตามกฎเกณฑ์ของอาเซียน แล้วก็เออีซีธุรกิจการค้าบริการที่มาลงทุน ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลจิสติกส์ลงทุนด้วยเงินต่างชาติได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าเราไม่ช่วยดูแลผู้ประกอบการ ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายนี้เขาจะอยู่ได้อย่างไร อย่างมาก เขาก็เปึนแค่เอาต์ซอร์ส (Outsource) คือรับจ้างบริษัทใหญ่จากต่างชาติ ดังนั้นเปึนสิ่งที่เรา อยากเสนอให้มีการดูแลครับ และถ้าเราสามารถบริหารโลจิสติกส์ได้แบบนี้ ทุกอย่าง ก็อยู่ภายใต้การดูแลของสํานักงานโครงสร้ำงพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ ซึ่งเปึน ตัวขับเคลื่อน เปึนตัวกําหนดนโยบาย เปึนตัวเรกูเลเตอร์ แต่ไม่ใช่องค์กรที่จะไปควบคุม การทํางานขององค์กรต่าง ๆ นะครับ ระบบโลจิสติกส์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานของ หน่วยราชการต่าง ๆ ก็ยังเปึนไปตามปกติ แต่จะมีหน่วยงานสํานักงานโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์แห่งชาติในการดูแลกําหนดนโยบายและกําหนดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นะครับ และถ้าเปึนอย่างนี้ปุ็บนี่นะครับ ระบบการจัดการโลจิสติกส์ต่าง ๆ นั้นก็จะอยู่ภายใต้ระบบ ไอซีทีคือสารสนเทศ การเชื่อมโยงต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ นั้นก็เปึนไปอย่างราบรื่นนะครับ และสิ่งที่ผมอยากเรียนเสนอก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ๑๕ ตัวบ่งชี้สัมฤทธิผล นี่นะครับ ผมอยากเรียนว่าเนื่องจากเวลามีน้อย ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้งหมด อยู่ในเอกสารเพาเวอร์พอยต์ที่แจกไปแล้วนะครับ ผมจะขอสรุปประเด็นสําคัญ ๆ ในรายงาน ฉบับนี้ครับว่าเราอยากจะเห็นรัฐบาลให้ความสนใจในเรื่องต่อไปนี้อย่างจริงจัง ๖ เรื่องครับ ในรายงานที่เราสรุปไปทั้งหมดมีหลายเรื่อง แต่เราเน้น ๖ เรื่องนี้เปึนหลักนะครับ
๑. จัดตั้งสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ ๒. ศึกษาและจัดตั้งศูนย์รับส่ง สินค้าเกษตร นั่นคือดีซี (DC) โดยมีระบบสารสนเทศรองรับ ๓. ส่งเสริมพัฒนาการขนส่ง ต่อเนื่องหลายรูปแบบ เพื่อเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้ง การขนส่งทางถนน เพิ่มการขนส่งทางน้ํา ทางราง และทางท่อ ๔. ใช้ระบบสารสนเทศ เปึนยุทธศาสตร์สําคัญในการพัฒนาและดําเนินการโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ๕. แก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่ มความปลอดภัยส่งเสริมและ เพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการแข่งขัน และ ๖. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพองค์กร และบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์ทั้งคุณภาพและปริมาณ เพื่อก้าวไปสู่โกลบัล คอมเพตทิทีฟ โลจิสติกส์ (Global Competitive Logistic) ซึ่งนั่นหมายถึงว่าถ้าเราทําได้ตามนี้ประเทศชาติ ก็จะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ท่านประธานครับ ก่อนที่จะจบการนําเสนอของผมในครั้งนี้ ผมจะขออนุญาตนําเสนอใช้วีดิทัศน์ในการสรุปว่าภาพรวมของโลจิสติกส์ทั้งหมดที่เรามอง กันมานั้นเรามองอย่างไร แล้วเราอยากสรุปอย่า งไร ขออนุญาตท่านประธานขอใช้ วีดิทัศน์ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดวีดิทัศน์)
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปอีกนิดเดียวได้ไหมครับ วีดิทัศน์ที่จบไปเมื่อกี้นี้นะครับ เปึนการเตรียมการ ในการที่สรุปเพาเวอร์พอยต์ทั้งหมดที่ผมบรรยายตั้งแต่ต้นจนจบในรายงานทั้งหมดนี้นะครับ ออกมาเปึนวีดิทัศน์ ๔ นาทีกับ ๓๘ วินาที ก็คือพูดถึงว่าปัญหาโลจิสติกส์นี่ มีปัญหาอะไร แล้วมันทําให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายด้านต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไร และนํามาสู่การแก้ไข และท้ายที่สุดก็นําไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนะครับ นี่คือวีดิทัศน์ทั้งหมดที่เรานําเสนอ นะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าอนุกรรมาธิการนี้เปึนคณะแรกที่ใช้เวลาได้กระชับแล้วก็เปึนคณะแรกที่มี ดนตรี เข้ามาประกอบในการนําเสนอนะครับ โดยเฉพาะกล่อมให้ท่านได้หลับในตอนท้าย ๆ กระผมขอเรียนว่าเปึนคณะที่มิได้เสนอกฎหมาย แต่ได้เสนอแนวคิดในการที่จะขอให้ปรับปรุง พัฒนากฎหมายอยู่หลาย ๆ ฉบับ เพราะเราคิดว่าเราไม่มีหน้าที่ที่จะไปยกร่างพวกนี้ แล้วก็โดยเวลาที่มีอยู่ก็ไม่พอ นี่ก็คือจึงเปึนที่มาของรายงานที่กระชับเช่นนี้ครับ ผมหวังว่า เราจะได้รับความคิดเห็นเพิ่มเติมจากท่านสมาชิกทั้งหลายเพื่อที่เวลาน้อยนิดที่เหลืออยู่จะได้ ปรับปรุงให้มันหนักแน่นยิ่งขึ้น แล้วคิดว่าน่าจะเปึนคณะเดียวที่ไม่มีการอภิปรายนะครับ แล้วลงมติได้เลย
ไม่อยากเรียน ท่านประธานว่าผิดหวัง เพราะสมาชิกเขาเข้าชื่อไปแล้ว ก็จะขอเชิญท่านสมาชิกได้ให้ ความเห็นนะครับ แล้วก็ประกอบกับร่างเพื่อกรรมาธิการจะได้นําไปพิจารณาปรับปรุง รายงานให้ดีขึ้น ท่านละ ๕ นาที ผมไม่ทราบในนี้มีสมาชิกที่ล็อก ว่าขอรองสุดท้าย ขอคนสุดท้าย ผมจะจัดตามคิวทั้งหมดเพราะว่าเพื่อความยุติธรรม เชิญคุณอนันตชัย คุณานันทกุล ครับ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี คุณพรชัย รุ่งเจริญพร คุณทิวา การกระสัง และคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ เชิญคุณอนันตชัย คุณานันทกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อนันตชัย คุณานันทกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เลขที่ ๒๓๑ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เท่าที่ผมดูแล้ว ผมสนับสนุนอย่างยิ่งที่เห็นข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ท่านสายัณห์ได้นํามากล่าวอ้างทั้งหมด ได้ศึกษาอย่างละเอียดพอสมควรทีเดียว ในฐานะที่ผมเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งผมก็ผิดหวัง ต่อการบริหารโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ทุกวันนี้ท่านศึกษาได้เลยว่าเราไม่มี มาตรฐาน เราไม่มีการวางแผน เราพูดถึงเรื่องของระบบรางที่เราพูดถึงความเร็วสูง พูดไป พูดมาวันนี้เรายังไม่มีแผนที่ชัดเจน แล้วผมเองอยู่แค่ปริมณฑลคือจังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ให้เห็นได้เลย โดยเฉพาะที่สําคัญสํานักผังเมืองไม่มีแ ผนครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่เคยนิ่ง สํานักผังเมืองน่าจะเปึนความหวังส่วนหนึ่งที่จะวางผัง โดยเฉพาะเชื่อมโยงกับระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยเรา อีกหน่วยงานหนึ่งคือ สนข. ซึ่งก็น่าจะเปึนหน่วยงานที่วางแผน ผมไม่เคยเห็นเลยว่าเขามีวางแผนอะไรบ้าง
ผมเคยพาหน่วยงานไปดูที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดความตกใจว่าจังหวัดสมุทรปราการ มีถนนใหญ่โตสามารถที่จะพัฒนาอะไรได้ตั้งเยอะ แต่ ๒๐ ป้ผ่านมายังเหมือนเดิมอยู่ วันนี้ไม่ได้ทําอะไร วันนี้ระบบการขนส่งระบบรางยังไปไม่ถึงไหน ยังแค่เชื่อมเข้าไปแค่ตัวเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการเปึนแหล่งขนส่งใหญ่ก็คือสนามบิน ทําไมเรายังไม่มีการเชื่อมระบบรางแล้วก็ระบบน้ํา แล้วก็ไประบบรางแล้วก็ไประบบอากาศ อย่างนี้เปึนต้น ที่สําคัญก็คือเราต้องมียุทธศาสตร์ของการพัฒนา ไม่ว่าจะเปึนผังเมือง สนข. และน่าจะเปึนการพัฒนายุทธศาสตร์แห่งชาติที่เราพูดถึงอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ข้างหน้า เราอยากเห็นอะไรบ้าง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเปึนพื้นฐานจริง ๆ อยู่แล้ว เราทําไมไม่มี อย่างนี้เปึนต้น เราควรจะต้องมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมา ในเรื่องของการมีหน่วยงาน โลจิสติกส์ขึ้นมาผมเห็นด้วยครับ แต่เราวางไว้นิดหนึ่งว่าการตั้งหน่วยงานทุกครั้งที่ผมได้รับ การเสนอมาและเห็นชอบด้วยทุกครั้งกลับกลายเปึนปัญหาและอุปสรรคไปทุกครั้ง คือเปึนหน่วยงานขึ้นมาควบคุมแทนที่จะดูแลและส่งเสริม ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการของ การบริหารในประเทศไทย เราต้องการการส่งเสริมที่ชัดเจน ต้องการให้ความสะดวกที่จะเกิดขึ้น กับภาคเอกชน มีใครทราบบ้างว่าปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาโลจิสติกส์เราไม่เกิด เพราะปัญหากฎหมาย เราพูดถึงทางน้ําเราจะพูดถึงกรมเจ้าท่า พูดถึงทหารเรือ แล้วขึ้นบก แล้วไปไหนล่ะ และเชื่อมโยงกับใคร กฎหมายเอื้อไหม และสิ่งที่สําคัญคือที่ท่านพูดถึงระบบ พีพีพีผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย รัฐต้องลงทุนในเรื่องของที่ดินที่จะตอบสนอง ในการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้เกิด ขึ้น พูดถึงระบบการขนส่งทางรถไฟ ที่ท่านพูดถึงว่ารถไฟ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์นั้นไม่คุ้ม ปัจจุบันเรามีระบบรางซึ่งเปึนเคเบิล คาร์ (Cable car) หรือจะเปึนโรป เวย์ (Rope way) ต้นทุนต่ํามาก สามารถที่จะมาลงทุนได้ ในระยะสั้น ๑๐ กิโลเมตร ๒๐ กิโลเมตร อย่างนี้เปึนต้น ฉะนั้นจะเปึนการลดต้นทุน แล้วก็เปึนการเพิ่มความคล่องตัวของการขนส่งเปึนสิ่งที่สําคัญครั บ ฉะนั้นขอให้เรื่องของ การปรับปรุงเรื่องระบบการบริการให้ชัดเจน ผมสนับสนุนอย่างยิ่งครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ และท่านผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่านนะคะ ดิฉันขอสนับสนุนวาระของแผนการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานและโลจิสติกส์ แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์เปึนการเพิ่มศักยภาพ ในการขนส่งของประเทศ ภาคใต้มีผลกระทบทางการขนส่งผลผลิตภาคการเกษตร สินค้า ต่าง ๆ ภาคการประมง และการขนส่งโลจิสติกส์นี้เปึนหัวใจสําคัญ ดิฉันสมัครมาอภิปราย เพราะว่าถ้าไม่มีโลจิสติกส์ในการปฏิรูปครั้งนี้ ประเทศเราจะมีความร่ํารวยอยู่ที่โลจิสติกส์ อันนี้แหละค่ะ การขนส่งคือการลดต้นทุน หากเราพัฒนาโลจิสติกส์เพื่อการลดต้นทุน หากเรา ลดต้นทุนได้ก็สามารถทําให้ได้ราคาดีขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โลจิสติกส์เปึน ปัจจัยสําคัญ นอกจากที่จะลดต้นทุนแล้วเรายังลดปัญหา ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้ ทําให้ต้นทุนลดลง ราคาสินค้าต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น ภาคใต้ของเราก็คือส่วนหนึ่งของประเทศไทย ราคายางตอนนี้ส่วนมากผลิตมาจากภาคใต้ แต่ราคายางตกต่ํามาก แล้วก็ชาวบ้าน ประชาชน มีรายได้จากการตัดยาง แล้วก็เอารายได้นี้ส่งเสียให้ลูก เหลือจากนั้นก็ประกอบอาชีพอื่น
ราคายางตกต่ํา หากเราลดสิ่งเหล่านี้ได้โดยการพัฒนาโลจิสติกส์ให้สะดวกดีขึ้น เช่น โลจิสติกส์ทางน้ํา การพัฒนาท่าเรือต่าง ๆ ของภาคใต้ การขุดคูคลองต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนา ให้มีศักยภาพในการขนส่ง ลดความเสียหายของผลผลิตต่าง ๆ จะทําให้เกษตรกร เศรษฐกิจของภาคใต้แล้วก็ภาคอื่น ๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้โลจิสติกส์นี้สําคัญมาก เพราะว่าสินค้าทางภาคใต้บางอย่างเปึนที่ชอบทางประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่การขนส่งไป จะต้องข้ามมาจากประเทศสิงคโปร์ ขอยกตัวอย่าง ถ้าเรามีโลจิส ติกส์เก็บท่าเรือ ลําแค่ ๑๐๐ บาท กําไรเท่าไรแล้ว ความร่ํารวยของเราลองคิดแบบลึก ๆ ไกล ๆ เพื่อปฏิรูป การพัฒนาถนนหนทางมีความสะดวก คล่องตัว ประเด็นสําคัญที่จะเสนอหากประเด็นพัฒนา เชื่อมโยงโลจิสติกส์อ่าวไทย ทะเลอันดามัน เพื่อเปึนศูนย์กลางเชื่อมโยงโลจิสติกส์ การขนส่งระดับโลก ระดับต่างประเทศ แทนที่จะโค้งมาอ่าวไทย แทนที่จะผ่านตรงโน้น ทุกมุมของภาคมีการเชื่อมโยงการขนส่งที่จะเป่ดโอกาสที่ป่ดกั้นมานานแล้ว นี่คือปฏิรูป ประเทศไทยจะต้องยกระดับการพัฒนาตนเองให้เปึนศูนย์กลางอาเซียนให้ได้และ เปึนศูนย์กลางพัฒนาความเชื่อมโยงของโลจิสติกส์ระดับโลก ประเทศไทยเปึนประตูอาเซียน โลจิสติกส์เปึนปัจจัยสําคัญที่สุด ที่จะทําให้ประเทศไทยได้เปึนประตูเงิน ประตูทอง เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนถ้าเราเป่ด อย่างเช่น ประเทศมาเลเซียติดกับประเทศบรูไน ดิฉันเคยไปนะคะ เขามีรัฐซาบาห์ รัฐซาราวัก ยังเปึนประเทศไทยค่ะ ประเทศอินโดนีเซีย ยังมีเกาะก็ยังเปึนประเทศได้ แล้วถ้าเราจะเป่ดช่องทางให้เกิดการคมนาคม ไม่ใช่เราแบ่งแยก เราไม่ได้แบ่งแยกประเทศ เรามีพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน เราจะมี โลจิสติกส์เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทยให้มั่นคง ยั่งยืน แล้วก็เป่ดโอกาสให้ประเทศไทย ร่ํารวยเปึนจุดศูนย์กลางของอาเซียน เลย ขอให้พิจารณามาตราให้ดี ๆ ไม่ใช่แบ่งแยก เปึนการขนส่งที่ได้กําไร นอกนั้นประเทศอื่นจะร่ํารวยแทนเรา ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณพรชัย มุ่งเจริญพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผม พรชัย มุ่งเจริญพร จังหวัดสุรินทร์ ก็ดีใจที่ได้ขึ้นมาพูดในวันนี้ แต่เสียใจนิดหนึ่งครับ ที่ก่อนหน้านี้สภาของเราได้ให้ความสํา คัญกับโลจิสติกส์น้อยไปหน่อยครับ ทําไมหรือครับ
ประเทศที่พัฒนาแล้วโลจิสติกส์นําพาเศรษฐกิจแล้วครับ โลจิสติกส์เปึนโครงสร้างหลักแล้วครับ แต่สภาของเรากว่าจะรู้ว่าโลจิสติกส์อยู่ในเศรษฐกิจ ๒ อยู่ไม่พอยังต้องแอบอยู่อีกครับ นี่ละครับถึงว่าเสียใจ แต่ไม่เปึนไรที่ยังมีคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ ๒ ได้ลงมา ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านประธานครับ แล้วถึงวันโลจิสติกส์ผมจะมาพูดต่อ ประโยคนี้ท่านคง จําได้ดี วันนั้นท่านบอกผมด้วยว่าจะให้ผมพูดคนแรกแต่พอดีผมมาไม่ทัน ก็ต้องกราบขออภัย ด้วยครับ เมื่อครั้งที่ผมพูดเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรรม เกษตรกรรมต้องควบคู่กับโลจิสติกส์ เพราะอะไรครับ ก็เพราะโลจิสติกส์นี่ละครับที่จะลงมำช่วยปัญหาปากท้องพ่อแม่ พี่น้องประชาชน
โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป์วยทางด้านจิตใจในแต่ละป้ของ การเปึนหนี้ โลจิสติกส์นี่ครับจะนําพาประเทศไปถึงฝัืงเสียทีของประเทศที่พัฒนาแล้ว คุณพี่ประภาศรีครับ ท่าน สปช. ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านถามเสมอครับว่าจะดูอย่างไรง่าย ๆ ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมบอกว่าให้ดูที่โลจิสติกส์นี่แหละครับ มันเรื่องจริงครับ ท่านครับ โลกหมุนไปสิ่งที่นําพามาสิ่งแรกก็คือเวลา กว่าจะรู้ว่าเวลาสําคัญที่สุดในโลกใบนี้ กว่าจะรู้ว่า เวลาทําได้ทุกสิ่งกําหนดได้ทุกอย่าง ทําให้พวกเรา สปช. มาอยู่รวมกัน ณ ที่นี้ ทําให้ ท่านประธานนั่งข้างบน พวกผมอยู่ข้างล่าง สักวันหนึ่งเวลาอาจจะทําให้ท่านประธานที่เคยนั่ง ข้างบนก็อยู่ข้างบนต่อไปนั่นแหละครับ ยาว ๆ ครับ พวกผมก็อยู่ข้างล่างต่อไป มันก็อยู่ที่ เวลาครับ เกิด แก่ เจ็บ ตายก็เวลา และสําคัญที่สุดครับ ที่ผมบอกว่าเวลานี่แหละครับ จะลงมากํากับเกี่ยวกับเรื่องพืชผลทางการเกษตร มันแปลกดีเกษตรกรรมของบ้านเรา ทุกปัญหามีทางออก แต่ไฉนเลยปัญหานี้ออกไม่ได้เสียที ทุกปัญหาแก้ที่ต้นเหตุ แต่ทําไม ปัญหาพืชผลทางการเกษตร มันแปลกครับ ต้องมาแก้ที่ปลายเหตุครับ ผลผลิตดีก็แล้ว ผลผลิตไม่ดีก็แล้ว ราคาก็สอดคล้องในแต่ละป้ก็ติดหนี้เหมือนเดิม มันน่าคิดครับว่ามันเกิด อะไรขึ้นกับบ้านเราเมืองเรา ประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึนฮ่องกง ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศจีนและอีกหลายประเทศ ประเทศจีน อาจจะไม่แล้ว แต่ก็ใกล้จะแล้วแล้วละครับ เขาให้ความสําคัญกับเวลาเปึนอย่างยิ่ง วันนี้พี่จีน มีคําคําหนึ่ง ประโยคประโยคหนึ่งครับ ผมขออนุญาตใช้ภาษาจีนบ้างนะครับ กับคําว่า เย่าจื้อฟู์ เซียนซิวลู่ ลูกเด็กเล็กแดงในห้องเรียนประชาชนชาวจีนทั้งประเทศรู้ หมดครับ อยากให้เขามั่งมีศรีสุขร่ํารวยต้องทําทางให้เขาก่อน ต่างกับปราชญ์จีนยุคเก่าครับ อยากให้ เขามั่งมีศรีสุขร่ํารวย ต้องให้การศึกษาเขา ผมถึงเคยเรียนบอกท่านประธานว่า ประเทศ ที่พัฒนาแล้วจะต้องประกอบด้วยหลัก ๓ อย่างเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้กลายเปึน ๓ บวก ๑ บวก ๑ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษาและโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบนะครับ ถึงจะบ่งบอก ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศที่พัฒนาแล้วถามเขาเปึนโค้งน้ําตอบเปึนชั่วยามหมด หมายถึง อะไรครับ ถามเปึนระยะทาง ตอบเปึนเวลา ผมไปเที่ยวมาหลายประเทศ มันเรื่องจริงครับ ถามเปึนระยะทางเขาตอบเปึนเวลาหมดแล้วครับ ก็มีแต่บ้านเรา นี่แหละครับ วันนี้ถาม ระยะทางตอบเปึนเมตร เปึนกิโลเมตร มันน่าคิดนะครับ ท่านครับ ที่ผมบอกว่า ๓ บวก ๑ บวก ๑ มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราเมืองเรา คํา ๆ นี้ท่านคงจําได้ดีเพราะไม่มีใครพูดหรอก
๓ บวก ๑ บวก ๑ นี้ วันนี้ผมเพิ่งมาพูดเพราะมันเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้อง ท้องครับ ผมกลับบ้านทีไรชาวบ้านตบแต่ท้อง ไม่เคยตบเรื่องที่มาของอํานาจวาสนาเลย เขาว่าเรื่องท้อง ประทานโทษครับนาน ๆ ขึ้นทีขอนานหน่อยนะครับท่านประธาน มันเรื่องจริงครับ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราเมืองเรา ที่ผมเคยเรียนบอกว่าราหูอมประเทศไทย ที่อมนั้นเปึนมารราหูครับ อมไม่พอยังเอาอีก อมเศรษฐกิจ การเมือง สังคมเรา การศึกษา โลจิสติกส์ เอาผลประโยชน์บ้านเราผูกขาด เอาตั้งแต่ยาฆ่าแมลง ปุิยเคมี ยาปราบศัตรูพืช เก็บเกี่ยวเสร็จเปึนนายหน้าค้าขายบวกค่าขนส่ง แล้วพี่น้องชาวนาผมจะเหลืออะไร ครับ เอาละครับ ที่ผมอยากจะบอกพี่น้องสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ใครมีวิชาคาถาอาคม เวทย์มนต์คาถาต้องมาช่วยกันขจัดปัดเป์าลดบทบาทลดอํานาจราหูนี้หน่อยนะครับ เพราะเขาเข้ามาวันนี้ผมไม่เข้าใจเลย วันนี้พี่จีนเปึนห่วงเปึนใย พี่จีนมากอด พี่หมีมาจูบ พี่เบิ้มมาขู่ อียู (EU) มากล่าวหา เราอยู่ตรงกลาง ทําไมล่ะครับคนไทยเราอัธยาศัยไมตรี เปึนมิตรได้กับคนทั้งโลกใบนี้ แต่วันนี้มันเกิดอะไรครับ ผมถึงอยากให้ทางสภาของเราช่วยกัน คิดครับ ก่อนอื่นที่ผมมาพูดเรื่องโลจิสติกส์เพราะตัวนี้ แหละครับที่อยากแก้ไขปัญหา ความยากจนได้อย่างยั่งยืน
บังเอิญยุทธศาสตร์ในโลกใบนี้มันเหลือเพียงแห่งเดียวที่ได้ฝังอยู่ที่ประเทศไทยของเรา สถานที่ตั้ง ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ ฮวงจุ้ย เฟ่งสุ่ย ต่าง ๆ นานา เบอร์ ๑ ในโลกใบนี้ ผมรู้จัก หมอดูฮวงจุ้ยท่านหนึ่งมาเมืองไทย บ้านลื้อจนได้อย่างไรวะ บ้านลื้อต้องเบอร์ ๑ ของโลกใบนี้ อ้าว ราหูอมบ้านลื้อนี่หว่า หมอดูพูดมาผมมาคิดอีกที เอ๊ะ มันจริงของเขาหรือเปล่า เศรษฐกิจ การเมือง สังคมวันนี้ใครล่ะครับมาถือไม่ว่าเศรษฐกิจ สถาบันการเงิน สื่อสาร ดาวเทียม ภาษี อันดับ ๑ คือน้ํามัน การเมืองเบื้องหน้าเบื้องหลังความขัดแย้ง สังคมฆ่ากัน ยิงกัน ใครล่ะครับอยู่เบื้องหลัง ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งอยากเห็นอะไรดี ๆ กับชาติกับบ้าน กับเมือง อีกไม่กี่วันพวกเราก็เอวังกันหมดแล้วท่านประธาน มันถึงเวลาแล้วครับ วันนี้พูด ในฐานะเปึนห่วงลูกหลานในอนาคต ผมเองคนไทยคนหนึ่งที่เคยพูดเสมอ พูดทีไรเลือดไทย มันขึ้นมาทันที พูดก่อนคิดเลยแหละครับ ไม่ใช่คิดก่อนพูด
คงต้องสรุป แล้วละครับ
ได้ครับท่านประธาน เอาเปึนว่ายุทธศาสตร์ที่เหลือ เพียงแห่งเดียวในโลกใบนี้ที่ผมบอกว่าลงมาแก้ไขปัญหาปากท้องพ่อแม่พี่น้องประชาชน คนไทยเรา โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรคือชาวนา อันดามัน อ่าวไทยต้องเชื่อมหากันครับ มันเปึนเรื่องจริงครับมันเกิดอาถรรพ์หรือเปล่า แต่ก่อนอื่นทุกอย่างจะสัมฤทธิผล ผมเห็นด้วย กับทางท่านอาจารย์เอนก ท่านอาจารย์วันชัย ที่ท่านได้พูดไว้เสมอสมานฉันท์ปรองดอง ต้องมาก่อน ประเทศเศรษฐกิจจะเข้มแข็งต่อเมื่อสังคมเปึนหนึ่งเดียวครับ ขอบพระคุณ มากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณทิวาครับ เอาเรื่องโลจิสติกส์นะครับ
ผมโลจิสติกส์อย่างเดียวครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ โลจิสติกส์อย่างเดียวนะครับ กราบเรียนจริง ๆ แล้วผมเปึนคนมองโลกกว้าง ผมจะพูด โลจิสติกส์ในแง่ของการลงทุนแล้วได้เงินกลับมากับในมิติของการท่องเที่ยว ผมเชื่อว่าไม่เกิน ๑๐ ป้คนจะไม่รู้จักประเทศ คนจะรู้จักเมือง ในปัจจุบันก็เปึนอย่างนั้นแล้วแต่อาจจะยัง ไม่เยอะเราอาจจะไม่คิดในประเทศไทยนะครับ อย่างเราไปยุโรปเราเคยคิดไหมว่าเราไป
ประเทศฝรั่งเศส ไปประเทศอังกฤษ ไปประเทศเยอรมนี แต่เราไปปารีส ไปลอนดอน ไปแฟรงค์เฟ่ร์ส แล้วมาเอเชียเราไปที่ไหนครับ นักท่องเที่ยวจะพูดถึงโอซาก้า พูดถึงเกียวโต พูดถึงกรุงเทพฯ พูดถึงพัทยา พูดถึงภูเก็ต พูดถึงเขาใหญ่ เคยพูดถึงประเทศไทยไหม ไม่ครับ ไปประเทศกัมพูชา ไปประเทศเขมร จะพูดถึงเมืองพระนครวัด นครธม พนมเปญ ไปไซง่อน ไปฮานอย ไปเวียงจันทน์ ต่อไปในอนาคตอาเซียนหรือเอเชียก็จะเช่นเดียวกัน คนจะไม่รู้จัก ประเทศไทย เราจะต้องสร้างเมืองที่ให้เขารู้จักเกินกว่ากรุงเทพฯ พัทยา แล้วก็จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ เดี๋ยวนี้คนรู้จักเราแค่ ๔ เมือง ในอีสานเพิ่มมาอีกเมืองหนึ่งคือจังหวัดบุรีรัมย์ การใช้ระบบโลจิสติกส์เพื่อหาเงินเพื่อการท่องเที่ยว ธรรมชาติของนักท่องเที่ยวถามว่า เมื่อเข้ามาในแต่ละภูมิภาคแล้วอยากจะนั่งเครื่องบินไปเที่ยวที่อื่นต่อไหม ไม่ครับ ชอบที่สุด คือโลจิสติกส์ในระบบราง ในอาเซียนท่านอาจจะพูดถึง ผมไม่อยากมองว่าต่อไปในอนาคต โลจิสติกส์ของประเทศให้มองแค่ระบบการขนส่งในประเทศแค่คน ๖๐ ล้านคน เราควรจะ มองถึงอาเซียนทั้งประเทศโดยตัดประเทศฟ่ลิปป่นส์และประเทศอินโดนีเซียออกไป เราคงจะ สร้างระบบรางข้ามมหาสมุทรไม่ได้ แต่เราจะต้องเชื่อมระบบรางจากประเทศสิงคโปร์เข้ามา ประเทศไทย เชื่อมเข้าไปทางเหนือผมอยากให้ผ่านทางภาคอีสานเพราะผมเปึนคนภาคอีสาน ผมเห็นท่านขีดเส้นสีแดงให้โคราชเปึนเซนเตอร์ (Center) ท่านไปเลยนะครับโคราชเดี๋ยวนี้ ถ้าท่านมาจากทางจังหวัดบุรีรัมย์ทางจังหวัดขอนแก่นเข้ามาถึงรถจะติดตั้งแต่สีคิ้วมาถึง กรุงเทพฯ ออกจากกรุงเทพฯ ไปรถจะติดตั้งแต่จังหวัดสระบุรีไปจนถึงโคราช เนื่องจากเรามี ระบบเชื่อมต่อแค่เมืองเดียว จริง ๆ แล้วเราสามารถจะสร้างเมืองที่เปึนศูนย์กลางของระบบ ขนส่งทั้งระบบถนนและระบบรางได้ ผมอยากจะให้ท่านเพิ่มไปอีกเมืองหนึ่งคือจังหวัด ขอนแก่น ถ้าท่านต้องวางระบบรางนะครับ ทางด้านเหนือจากเวียงจันทน์ท่านพูดถึงคุนหมิง ความจริงแล้วเส้นทางสายนี้ไปจนถึงทิเบต เสฉวน ซีอาน มีแหล่งท่องเที่ยวใหญ่อยู่ที่ตรงนั้น นักท่องเที่ยวเมื่อเข้ามาที่ประเทศไทยถ้าท่านอยากจะให้กรุงเทพฯ เปึนฮับ (Hub) ท่านต้อง คิดคนประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านคน
ระบบรางเชื่อมต่อจากประเทศอินเดียตอนใต้ ประเทศบังกลาเทศ ท่านพูดแล้ว แต่ผมอยาก ให้ท่านคิดถึงทิเบต ประเทศเนปาล เสฉวน ซีอาน ไล่มาจนถึงเมืองเวียงจันทน์ ถ้าท่านใช้ จังหวัดขอนแก่นเปึนเซนเตอร์ ใช้ศูนย์กลางระบบรางที่จังหวัดขอนแก่น ท่านจะเชื่อมระบบราง ไปทางจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมุกดาหาร ไปทางประเทศเวียดนามตอนกลาง จากจังหวัดขอนแก่น เข้ามาทางจังหวัดยโสธรไปจังหวัดอุบลราชธานี มีแหล่งท่องเที่ยวสําคัญอยู่ที่ตรงนั้นก็คือ ดอนสะเพ็ง น้ําตกหลี่ผี นักท่องเที่ยวเมื่อมาเอเชี ยแล้วไม่ต้องไปถึงน้ําตก ไนแองการา ที่ประเทศแคนาดา ท่านไปเลยที่น้ําตกหลี่ผี ดอนสะเพ็ง สวยมาก เพราะเปึนทางเชื่อมหักของ แม่น้ําโขง ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวตรงนี้ถ้าท่านทําแล้วเชื่อมระบบรางจากจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ไปเมืองพระนคร ก็คือไปเมืองพนมเปญ จากจังหวัดบุรีรัมย์ไป ที่ประสาทนครวัด นครธม ก็ใช้เวลาแค่ ๑ ชั่วโมง ถ้ามีระบบราง เชื่อมต่อขนาดใหญ่ระบบนี้ประเทศไทยไม่ต้องทําอะไร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปึนการ ลงทุนที่น้อยที่สุดแต่ได้กําไรมากที่สุดลงทุนครั้งเดียวก็คือใช้ระบบรถไฟรางคู่ เมื่อท่านมีรถไฟ รางคู่เชื่อมต่อในระบบนี้เมืองที่ควรจะรู้จักอีกเมืองหนึ่งนอกจากภาคอีสาน นอกจากจังหวัด บุรีรัมย์แล้วเขาก็จะต้องรู้จักโคราช จังหวัดขอนแก่นเนื่องจากว่าคนมาแล้วจะไปตรงไหนก็ได้ เข้ามาจังหวัดขอนแก่นท่านทําระบบรางเชื่อมผ่านชุมแพ จังหวัดพิษณุโลก อําเภอแม่สอด ไปจนถึงประเทศบังกลาเทศ ประเทศอินเดียตอนใต้ อันนี้ก็ได้ นอกจากใช้ในการขนส่งสินค้า แล้วก็ยังใช้เพื่อการท่องเ ที่ยวได้อีก ประเทศไทยจะเปึนฮับที่แท้จริง สิ่งที่ผมอยากให้ท่าน ต้องปฏิรูป การปฏิรูปคือการยกเครื่อง ไม่ใช่เปึนปะผุ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ดูแลเรื่องระบบ โลจิสติกส์ทุกวันนี้ ไดโนเสาร์ตัวแรกก็ไปแล้ว คือการบินไทยไม่ปรับตัวเองตามโลกที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้คนใช้บริการอยู่ที่การบริการที่ดี ไม่ใช่นั่งเครื่องบินแล้วมีศักดิ์ศรีถ้านั่งการบินไทย โดยไม่ปรับตัวเองก็ล้ม เปึนไดโนเสาร์ตัวแรก ไดโนเสาร์ตัวต่อไปก็คือการรถไฟ แห่งประเทศไทย พาณิชยนาวีอะไรต่าง ๆ นี่ท่านต้องดูให้ดี ถ้าปรับได้ก็ปรับเลย ต้องตัดสินใจ เพราะว่าการปฏิรูปคือการยกเครื่อง ไม่ใช่เปึนปะผุ อะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงแล้วทําให้ ดีขึ้น ท่านต้องเขียนไว้ในรายงานของท่านด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์
เรียนท่านประธานที่เคารพ เมื่อเช้าผมได้ขึ้นมา ปรึกษาหารือแล้ว ๑ ครั้ง วันนี้ผมจะพูดถึงสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องโลจิสติกส์ครับ เมื่อสักครู่ทางคณะอนุกรรมาธิการ ได้บอกว่าการสร้างคลองเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน วันนี้ผมบอกว่าเราทําได้โดยลงทุน เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง คณะกรรมาธิการครับ ฟังผมแล้วก็นึกภาพตามผมด้วยพอร์ต (Port) ป้นังมาถึงอําเภอเบตง ระยะทาง ๘๐ กิโลเมตรชายแดนเรา วันนี้ทางสะดวกกว้างถึงชายแดน อําเภอเบตงถึงจังหวัดยะลา ๑๒๐ กิโลเมตร จังหวัดยะลาไปอําเภอสายบุรี ๖๐ กิโลเมตร ทั้งหมดเท่าไรครับ ถ้าท่านสร้างมอเตอร์เวย์อําเภอเบตงมาจังหวัดยะลาไปอําเภอสายบุรี หรืออําเภอปะนาเระ ซึ่งนิคมอุ ตสาหกรรมของเรามีที่ดินตรงนั้น ๑,๐๐๐ ไร่ สามารถทําเปึนพอร์ตออกสู่อ่าวไทย ทางป้นังคือทะเลอันดามัน เส้นทางนี้สั้นมากแล้วเปึน การพัฒนา ๓ จังหวัดด้วยให้มีความเจริญ ประชาชนจะได้ท้องไม่หิว อําเภอเบตง อําเภอธารโต อําเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี แหล่งท่องเที่ยวมหาศาล ถ้าท่านกรรมาธิการได้ไปกับผมแล้ วจะได้รู้ว่าภูเขาเปึนอย่างไร ทะเลเปึนอย่างไรทางฝัืง จังหวัดปัตตานี ตรงนี้การลงทุนของภาครัฐนั้นเพียงเล็กน้อยเราเชื่อมได้ทั้งทะเล ๒ ฝัืง กรรมาธิการที่อยู่ข้างบนดูพวกเราวางแผนพัฒนาประเทศไทยวันนี้ ในวาระการพัฒนา ครั้งนี้นั้น ในสภาปฏิรูปแห่งชาติผมอยากเรียนฝากไว้ ว่าตรงนี้ไม่ใช่ลงทุนสูง งบประมาณ ซึ่งมาใช้กับความมั่นคงนี้มหาศาลมา ๑๐ กว่าป้แล้วครับ
ลงทุนอีกนิดหน่อยความมั่งคั่งเกิดในพื้นที่ คนท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียก็จะเข้ามาใน ประเทศไทยเราเท่าไร และป้หน้านี้ทางรัฐบาลก็อนุมัติสนามบินลงอําเภอเบตงแล้วครับ ซึ่งตรงนี้สามารถขนถ่ายชาวมาเลเซีย อีกอย่างชายแดนติดกับอําเภอเบตง ฝัืงประเทศมาเลเซียนะครับ ชายแดนอําเภอเบตงเราเอง แค่ห่างกันระยะ ๑๐ กว่ากิโลเมตร เปึนนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเขาทําผลิตแล้วเขาก็ลงพอร์ตป้นัง เราสามารถเชื่อมพอร์ตป้นังกับฝัืงของเราได้โดยง่ายดาย ถ้าหากท่านคิดว่ามอเตอร์เวย์ ที่สร้างมานั้นถนนหนทางไปถึงพอร์ต ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งสามารถลงแม่น้ํา ปัตตานี ลงแม่น้ําปัตตานีซึ่งมีเขื่อนขวางกั้นกันตรงที่ อําเภอบันนังสตา เราสามารถขนถ่ายลงที่ อําเภอบันนังสตาลากลงแม่น้ําปัตตานีออกจังหวัดปัตตานี ซึ่งเปึนแหล่งประมง ท่าเรือประมง จอดเทียบเปึนพันลําอยู่ที่นั่นครับ ผมก็เชื่อว่ากรรมาธิการหลาย ๆ ท่านไม่ไปดู ๓ จังหวัดเพราะสื่อเขียนรูปพระเอกกลายเปึนยักษ์ วันนี้นั้นผมก็อยากให้พวกเราทราบว่า พระเอกก็คือพระเอก เปึนไข่มุกที่แท้จริงของประเทศไทย ทําไมภาครัฐไม่มองตรงนั้น ที่นั่นแรงงานก็มี แล้วเราเป่ดเออีซีนั้น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียซึ่งเปึนประเทศ ที่เจริญแล้ว ทรัพยากรมีอะไรไฮเทคมี เราสามารถเชื่อมเข้ามา เขาก็ยินดีที่จะเข้าประเทศไทย เราจะสามารถได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้มาจากทางประเทศสิงคโปร์ ตัวนี้นั้นประเทศ สิงคโปร์เองผมเชื่อว่าท่าเรือเขาก็เต็ม ช่องมะละกาเขาก็ไม่พออยู่แล้วทางเราตรงนี้ครับ พอร์ตป้นังถ้าเราเป่ดประเทศมาเลเซียก็ยินดี เรามีเพื่อนมิตรขึ้นเพิ่มมาอีก ๒ ประเทศ และประเทศไทยเราก็ได้รับอานิสงส์ตัวนี้นะครับ เราไม่ต้องมาทางคลองไทยนะครับ ขอเปึนมอเตอร์เวย์อีก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร สามารถเชื่อม ๒ ฝัืงทะเลครับ เพื่อความผาสุก ของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ถัดไปนะครับ คุณชาลี เจริญสุข คุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน คุณนิมิต สิทธิไตรย์ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจั งหวัดฉะเชิงเทรา ก็ขออนุญาตที่จะ เพิ่มเติมนะครับ ก็ขอบคุณท่านประธานอนุกรรมาธิการท่านสายัณห์ ก็เคยเชิญในกลุ่มจังหวัด ภาคกลางตอนกลางไปให้ข้อมูล วันนี้ก็ต้องขออนุญาตขอบคุณแล้วก็เสนอติดไว้ในรายงาน
เรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องของการ ที่จะลดอุบัติเหตุในเขตพื้นที่เขาปักธงชัยที่ผมเคยเสนอว่า น่าจะมีการขุดเจาะอุโมงค์เหมือนประเทศจีนที่เขาขุดเจาะอุโมงค์ผ่านเขาเปึนเรื่องที่ง่ายดาย แล้วก็เขาทํากันเรียกว่าไม่ได้ทําระดับกระทรวงนะครับ วันก่อนทางไชนา เพาเวอร์มา ผมก็ได้เข้าไปมีส่วนในการต้อนรับ เขาก็เล่าให้ฟังว่าท้องถิ่นเปึนคนเสนอโครงการทั้งหมดเลย แล้วก็เจาะอุโมงค์ ในการเจาะอุโมงค์ถ้าเราไปทัศนศึกษาที่ประเทศจีนเราจะเห็นว่าเขาเจาะ เพื่ออะไร มันตรงกับที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เสนอคือเรื่องของลดต้นทุนโลจิสติกส์ ลดเวลาการขนส่ง เพราะว่าที่เขาปักธงชัยจะขึ้นชื่อลือชาเลยครับว่า ๑. รถขนส่ง โดยเฉพาะ รถบรรทุกจะทําให้รถติด เมื่อขึ้นไปแล้วตอนขึ้นนี่ติด ตอนลงไม่ติดหรอกครับ แต่มันเกิด อุบัติเหตุ ก็จะมีเขาเรียกว่าอะไร ทางสไลด์ เขาเรียกว่ากองทรายดักไว้เลย จะมีเบรกแตก แล้วก็ต้องขึ้นไปสไลด์บนก องทราย แล้วก็ที่ตกเหวไปก็เยอะป้ ๆ หนึ่งเยอะ ล่าสุดมันมี ข้อพิพาทกันนะครับ ผมถึงสนับสนุนเรื่องของการขุดเจาะอุโมงค์ในประเทศไทย เปึนเรื่องใหญ่ เรื่องใหม่แล้วก็จะเปึนผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราเลยครับ และรัฐบาลถ้าเราทําได้แล้วให้เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ อีกเรื่องหนึ่งเรื่องของมรดกโลกครับ
ล่าสุดกระทิงโดนรถชนตาย ถามว่ามรดกโลกมาเกี่ยวอะไร เพราะว่าบนเขาปักธงชัย เทือกเขาใหญ่จนถึงประเทศกัมพูชาก็คืออําเภอตาพระยาเปึนแนวสันเขตมรดกโลกที่จะเชื่อม ๒ ประเทศ ซึ่งในเงื่อนไขมรดกโลกเขาบอกว่าสัตว์ป์าจะต้องเดินเชื่อมไปมาหาสู่กัน ๒ ประเทศ จึงจะเปึนมรดกโลกได้ เงื่อนไขนี้อาจจะโดนเรื่องของการคมนาคมเอามารบกวน ทําไมต้องขุดเจาะอุโมงค์ เพราะว่าสัตว์ที่อยู่บนพื้นดินก็จะเดินไปมาหาสู่กันได้เรียกว่าสะดวก และไม่เกิดอุบัติเหตุก็ไม่เสียชีวิต เราก็ได้อนุรักษ์ธรรมชาติด้วย ผมว่าในเรื่องของ การเจาะอุโมงค์จะไม่กระทบในเรื่องของการตัดไม้ทําลายป์า เพราะว่าในส่วนของเทคโนโลยี มีการขุดเจาะเข้าไปใต้ดินแล้วก็ต้นไม้ข้างบนยังงอกงามเขียวยังดีอยู่เสมอ อันนี้ฝาก ท่านประธานอนุกรรมาธิการว่าตรงนี้อยากให้เกิดในยุคนี้ แล้วก็ได้ทราบมาว่าทางกระทรวง คมนาคมนี่กําลังศึกษาทํามอเตอร์เวย์จากแหลมฉบังผ่านจังหวัดชลบุรีไปจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ตอนนี้เนื่องจากงบประมาณในการศึกษาเปึนแค่ช่วงที่ ๑ คือมอเตอร์เวย์ไปจังหวัดหนองคาย ผ่านเขาปักธงชัยนี่ช่วงแรก ๑๓๐ กว่ากิโลเมตรไปบรรจบที่ถนนหมายเลข ๓๕๙ ก็คือ ทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดสระแก้วหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ป์าไร่ที่จะเกิดขึ้น อันนี้คือ มาหยุดที่นี่แต่ก็จะมีช่วงต่อไปอันนี้เปึนช่วงที่จะต้องลอดเขาปักธงชัย ก็ได้ทราบ ผมสอบถาม ว่าจะใช้ระยะทางในการลอดเขาปักธงชัย เดิมทีถ้าขึ้นเขาปักธงชัยประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ขึ้น ๓๐ กิโลเมตร ลง ๓๐ กิโลเมตร แต่จุดใหม่ที่เขาศึกษาประมาณไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตร เราจะลอดไปแล้วก็ไปที่โชคชัยแล้วก็ผ่านโคราชไปแล้วก็ไปยังจังหวัดหนองคาย เพื่อจะเชื่อมโยงยังประเทศ สปป. ลาว แล้วก็มาลงที่แหลมฉบังอันนี้จะ เปึนมอเตอร์เวย์ อันนี้ก็ฝากไว้ว่าอยากจะสนับสนุนให้เกิดโครงการนี้ในประเทศไทย ต้องขอบคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการที่เสนอโครงการดี ๆ มาครับ เรื่องของโลจิสติกส์ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดนครพนม หมายเลข ๐๔๒ ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการโลจิสติกส์ด้วยนะครับ เราทราบดีว่าระบบ โลจิสติกส์จะเปึนหัวใจสําคัญในเรื่องของการขับเคลื่อนประเทศและในเรื่องของ
ความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เรามีอุบัติเหตุในเรื่องของการเสียชีวิตจาก ท้องถนนค่อนข้างสูง หลาย ๆ ประเทศทําสงครามกันยังไม่เท่ากับเราเสียชีวิตใน ๑ วัน ที่หยุดระยะยาวเลย จากที่ผมดูรายงานของคณะอนุกรรมาธิการในเรื่องของสนับสนุน การคมนาคมและการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็เห็นว่าในวาระที่ ๑.๒ ศึกษาเรื่องเส้นทางอาร์ ๑๒ ผมเองผมอยู่จังหวัดนครพนม จากรายงานของคณะหอการค้า หรือสภาอุตสาหกรรมในจังหวัดนครพนมเองก็จะทําให้เห็นว่าตอนนี้อาร์ ๑๒ จากจังหวัด นครพนมไปที่ฮาติงห์แล้วก็ไปที่หนานหนิงเปึนเส้นทางที่ค่อนข้างได้รับการตอบสนองในเรื่อง ของการขนส่งสินค้าเปึนอย่างสูง จากรายงานของเศรษฐกิจที่จังหวัดนครพนมเมื่อป้ที่แล้ว สินค้าที่ผ่านแดนตรงสะพานแห่งที่ ๓ ของจังหวัดนครพนม จากเมืองท่าแขกไปฮาติงห์ แล้วก็ไปหนานหนิง ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วป้นี้ตัวเลขล่าสุดตรงสรุปที่กลางป้ก็ตกประมาณ สัก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดว่าป้นี้เส้นทางอาร์ ๑๒ จากจังหวัดนครพนมไปหนานหนิง จะถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปัญหาของการเชื่อมโยงก็มีอยู่ว่าเนื่องจากประเทศ เราดูในเรื่องของว่าระบบโลจิสติกส์เปึนอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ (East West Corridor) จากเหนือมาใต้
แล้วไปที่อําเภอแม่สอด มาจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็มาที่จังหวัดขอนแก่น แล้วก็ไปที่ จังหวัดมุกดาหาร ไปออกอาร์ ๙ (R9) แล้วไปที่ดานัง ตอนนี้ทางประเทศเวียดนามเอง ไม่ได้พัฒนาท่าเรือดานังเปึนท่าเรือน้ําลึก แต่จะพัฒนาท่าเรือ หวุงอ๋าง จังหวัดฮาติงห์ เปึนท่าเรือน้ําลึก ซึ่งถ้าเดินทางจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ จากจังหวัดนครพนม ไปที่หวุงอ๋าง จังหวัดฮาติงห์จะใกล้กว่า ใกล้กว่าที่เดินทางจากจังหวัดมุกดาหารที่ใช้อาร์ ๙ ถึง ๓๐๐ กิโลเมตร แต่ทีนี้ในความเปึนจริงทุกวันนี้เส้นทางที่ขนส่งสินค้าจากประเทศไทยเรา ผ่านเส้นทางจังหวัดนครพนมที่สะพานมิตรภาพไทย -ลาว แห่งที่ ๓ ไปที่ประเทศเวียดนาม แล้วก็ไปที่หนานหนิง ออกจากจังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็มาจังหวัดสกลนคร แต่สิ่งที่อยากจะให้คณะอนุกรรมาธิการที่จะไปศึกษาเรื่องเส้นทางอาร์ ๑๒ เนื่องจากว่า จากที่จังหวัดกาฬสินธุ์มาที่จังหวัดสกลนครมีภูพาน เพราะฉะนั้นเส้นทางที่ขนส่งสินค้าตรงนี้ เสียระยะเวลาในการเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่าจะข้ามจากจังหวัดกาฬสินธุ์มาที่ จังหวัดสกลนคร ทําให้เกิดการสูญเสียในเรื่องของพลังงาน ในการเดินทางและค่าใช้จ่าย ที่สูงขึ้น ฉะนั้นเราเองก็อยากจะให้คณะอนุกรรมาธิการหรือคณะกรรมาธิการนี้ไปศึกษาว่า ถ้าเปึนไปได้ ถ้าเราจะทําเปึนเส้นทางเชื่อมมาอาร์ ๑๒ จริงจากจังหวัดขอนแก่นไม่ต้องลงไป ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ชาติก็มีทางรถไฟที่จังหวัดมุกดาหารแล้วมา จังหวัดนครพนมแล้ว ถ้าเราพัฒนาตรงนี้ได้มันจะ ร่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าได้ ค่อนข้างสูงมากทีเดียว แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมทางรถไฟจากจังหวัดขอนแก่น มาจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร และมาที่จังหวัดนครพนมเลย แล้วก็อาจจะเชื่อมไปถึง ประเทศจีนได้ในส่วนนี้ ก็อยากฝากคณะอนุกรรมาธิการท่านได้ศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมด้วย เพราะการเดินทางบนทางภูพานนี่เกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง เมื่อวานนี้ก็มีรถโดยสาร เกิดอุบัติเหตุ ก็มีผู้เสียชีวิต ๑ คนและบาดเจ็บอีก ๑๕ คน เราสูญเสียจากเรื่องพวกนี้ ค่อนข้างสูง ผมว่ายุทธศาสตร์ใหม่ที่เราจะเป่ดตอนนี้มันเปลี่ยนไป เมื่อก่อนอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ เรามีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๒ ก็ไปเชื่อมที่จังหวัดมุกดาหาร แต่ตอนนี้ พอมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ แล้ว ความเปึนจริงมันเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้ กลายเปึนว่าสินค้าที่ออกไปที่จังหวัดนครพนม ไปท่าแขก ไปจังหวัดฮาติงห์ แล้วไปหนานหนิง เยอะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันมีอาร์ ๘ (R8) ถ้าอาร์ ๘ ที่ไปบริคําไชย ตรงนั้นจะเปึนในเรื่องของ ระยะสั้นก็จริง แต่มันเปึนภูเขาเยอะกว่า ฉะนั้นทางมณฑลกวางสีโดยเฉพาะ
นิคมอุตสาหกรรมเฉิงตูก็ทําแผนยุทธศาสตร์ของเขาแล้วว่าเขาจะเชื่อมที่อาร์ ๑๒ ล่าสุด ที่หอการค้าไทยและจังหวัดนครพนมไปทําโรด โชว์ (Road show) ในเรื่องของเศรษฐกิจ พิเศษที่หนานหนิง สุดท้ายยุทธศาสตร์ของมณฑลกวางสีเขาก็เชื่อม ที่อาร์ ๑๒ ก็อยากฝาก คณะอนุกรรมาธิการไว้ด้วย ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณนิมิต สิทธิไตรย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๑๔ จังหวัดอุบลราชธานีครับ ถ้าพูดถึง โลจิสติกส์แล้วผมมองเปึนเรื่องของโอกาส แล้วก็มองในเรื่องของการที่จะต้องมีกรอบหรือ มียุทธวิธี ผมขออนุญาตใช้คําว่าต้องทําให้เปึนยุทธศาสตร์ เพราะการที่ทําให้เปึนยุทธศาสตร์ จะทําให้เรามองในมิติเดียวกัน แล้วก็เปึนมิติที่ทําให้ทุกฝ์ายมุ่งมั่นไปสู่เปัาหมายเดียวกัน เราต้องมองให้ขาดนะครับว่าโลจิสติกส์นั้นคือโอกาสอย่างไร เราต้องมองให้ชัดเจนว่า นี่เปึนเรื่องภายในประเทศ หรือเปึนเรื่องของเชื่อมประเทศ หรือเปึนเรื่องของการเชื่อมโลก ผมคิดว่าโลจิสติกส์ที่มีประเทศไทยเปึนพื้นที่อันสําคัญนั้น ผมมองประเด็นว่าเรากําลังจะใช้ โลจิสติกส์เชื่อมโลก โลกที่ผมพูดถึงนี่ก็คือโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก ขณะนี้ประเทศจีน ซึ่งเปึนประเทศมหาอํานาจที่ต้องการที่จะแผ่โอกาสมายังอาเซียน แน่นอนครับ ประเทศจีน มองอาเซียนเปึนพื้นที่ที่จะทําให้เขามีโอกาสแน่นอน ในขณะเดียวกันประเทศอินเดีย ก็มองเล็งมาที่อาเซียนเปึนเมืองแห่งโอกาส เปึนดินแดนแห่งโอกาสแน่นอนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ของเราถ้ามองประเทศไทยเปึนยุทธศาสตร์ผมเห็นมี ๒ เส้น เส้นที่ บ่งบอกจากทิศเหนือลงมาทิศใต้ เส้นที่อยู่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก
จุดที่ทําให้เกิ ดมูลค่าเพิ่มที่สําคัญที่สุด ก็คือ เชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตกติดกัน นั่นก็คือการทําให้มีเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่ทะเลอันดามัน เพราะฉะนั้น ในกรอบของระยะทางนั้นประเทศในแถบอินโดจีนนี้มีการตื่นตัวค่อนข้างที่มาก เริ่มจะมอง จากตะวันออกมาตะวันตกแล้วนะครับ โดยการทําเส้นทางต่าง ๆ เชื่อมโยงมา เขาไม่ได้มอง เฉพาะดานังเข้าจังหวัดมุกดาหาร แต่เขามองไปที่จังหวัดนครพนม มองมาที่ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างจังหวัดอุบลราชธานีนี้ออกจากชายแดนไปสู่เปัาหมายทางด้าน ทิศตะวันออกนั้น ระยะทางไม่เกิน ๕๐๐-๗๐๐ กิโลเมตรแล้วแต่เส้นนะครับ แต่เส้นที่สั้นที่สุด คือประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร และนับจากจังหวัดอุบลราชธานีผ่านไปยังโคราช ไปสู่ทวายนั้น ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลเมตร จะเห็นว่าระยะทางมันแค่ประมาณ ๑,๕๐๐ กิโลเมตรนั้น เปึนระยะทางที่เปึนโอกาสอย่างมากของทางประเทศไทย เพราะฉะนั้นการมองโลจิสติกส์นั้น คงจะต้องมองมิติบางส่วนที่ท่านได้นําเสนอแล้วก็อาจจะยังไม่ได้เก็บเอาเปึนข้อมูลเข้าไป ในส่วนที่จะเพิ่มเติม ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ๒ ข้อครับ ข้อแรกต้องมองการบริหารจัดการ ของเราด้วยนะครับ การที่มีผู้ปกครองในระดับผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคนที่ดูแลพื้นที่นั้น จะต้องมีความเข้าใจด้านโลจิสติกส์ด้วย ถ้าไม่เข้าใจเรื่องโลจิสติกส์นั้นการเจรจาระหว่างเมือง ระหว่างขอบเขตอาณาเขตนั้นจะเปึนไปด้วยความยุ่งยาก อย่าลืมนะครับโอกาสที่เรา จะเปึนไปได้คือตะวันออก ตะวันตกนั่นคือ ๑. เหนือ ใต้ ๒. ตะวันออก ตะวันตกนั้น จะมีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างที่มาก ๑,๒๐๐ คนที่ประเทศอินเดีย ๑,๓๐๐ คนที่ประเทศจีน รวมกันแล้วภูมิภาคแถบนี้อาเซียนอีก ๕๐๐ คน ตัวเลขพวกนี้เปึนตัวเลขที่ว่าด้วยการบริโภค ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยวางตําแหน่งเรื่องการขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางราง ขนส่งทางบก แล้วทางบกนั้นจะต้องมองด้วยนะครับว่าประเทศไทย นั้นมีลักษณะ การใช้ยานพาหนะแตกต่างจากประเทศในแถบนี้ เราขับพวงมาลัยขวา แต่ประเทศที่เชื่อมกับ เรานี้ไม่ว่าจะเปึนประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า พวงมาลัยซ้าย เพราะฉะนั้นทักษะในการที่จะออกแบบในเรื่องการขนส่งนั้น จะต้องไม่คํานึงถึงเรื่องนี้ เพราะนี่คือจุดอ่อน ประเทศลาวนั้นเปึนประเทศเดียวที่ยานพาหนะ ไปในแถบอินโดจีนนี้ได้ทุกประเทศ ประเทศไทยไปได้เฉพาะประเทศลาวครับ ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา แล้วก็ประเทศพม่า ก็อาจจะยังไม่สะดวก โดยเฉพาะประเทศกัมพูชากับประเทศเวียดนามนั้นไปไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้น
จึงฝากไว้ว่าการคิดต้องคิดในมิติของการที่เราจะเปึนศูนย์กลางแล้วเราจะเปึนสะพานเชื่อม ได้อย่างไร รูปแบบของการคิดระบบราง หรือการขนส่งนั้นต้องออกแบบให้เชื่อมกับเขาได้ เราคิดต้องคิดให้เชื่อมกับเขาได้ และเราต้องคิดให้เขาอา ศัยเราเปึนสาระสําคัญ ถ้าขนสินค้าจากทะเลจีนไปอันดามันต้องผ่านประเทศไทย ต้องทําให้ผ่านประเทศไทยครับ นี่คือหัวใจ ถ้าเขาทําให้เขาผ่านประเทศไทยได้ นั่นก็คือโอกาสของประเทศไทย อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้ในเรื่องของการมองให้ชัดเจน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ถัดไปนะครับ พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง และคุณเตือนใจ สินธุวณิก เชิญ พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านนะครับ ในส่วนของ ผมเองเรื่องโลจิสติกส์นี้คือได้เคยอยู่ในส่วนการนิคมอุตสาหกรรม แล้วปัจจุบัน ผมก็เปึนประธาน แอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ในส่วนนี้ ในวันแรกที่ผมเข้ำไป เมื่อเกือบป้ที่แล้ว เราก็เห็นว่าการทํารถไฟแอร์พอร์ต ลิงค์ ไม่รู้ไปเชื่อมสนามบินไหนนะครับ ในส่วนนี้ อย่างจากสนามบินสุวรรณภูมิมาแค่สถานีมักกะสัน ผมก็พยายามประชาสัมพันธ์ ว่ามันควรจะไปถึงดอนเมืองแล้วก็ควรจะไปถึงอู่ตะเภาแล้วก็หัวหิน เพราะว่าการดําเนินการ ไหน ๆ ลงทุนแล้วต้องทําให้ครบวงจร อย่างน้อยภาพรวมไม่ว่าจะเปึนการเดินทาง ของการท่องเที่ยวไม่ว่าเปึนชาวต่างประเทศและในประเทศจะต้องสามารถเชื่อมโยง ให้ได้รวดเร็ว ทันเวลา แล้วก็ดูสถิติว่าคนลงจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีความต้องการไปพัทยา ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเขาลงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อาจจะโดนแท็กซี่ อาจจะโดนอะไรมาพักโรงแรมเสียเวล่ําเวลา แล้วเขาก็จะมาน้อยลง
ถ้าเราไปถึงพัทยาแล้วมาบตาพุดเ ลย และอู่ตะเภาเลย ลงเครื่องบินเสร็จกระเปิาลากขึ้น แอร์พอร์ต ลิงค์ แล้วไปถึงพัทยามีรถโรงแรมมารับ อันนี้ผมคิดว่าเราจะได้เงินจาก การท่องเที่ยวมหาศาล แล้วการลงทุนทางการท่องเที่ยวเปึนการลงทุนที่ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพราะว่าประเทศเรามีความสวยงามตามธรรมชาติ แล้วก็คนไทย ก็ยิ้มเก่งอยู่แล้ว แล้วก็กลับมาตอนอยู่ทางการนิคมอุตสาหกรรมก็มีท่าเรืออยู่ที่จังหวัดระยอง อาร์บีที (RBT) เปึนของปุิยแห่งชาติ แล้วก็เอ็นเอฟซี (NFC) ปัจจุบันเขาเป่ดมาได้พักหนึ่ง ก็ปรากฏว่าทําไม่สําเร็จแล้วก็ป่ดโรงงานไปแล้วก็มีการฟัองร้องกันระหว่างเอกชนกับการนิคม อุตสาหกรรมในส่วนนี้ แล้วก็ท่าเรือนี้มีความยาวที่ ฟัองกัน ๑,๐๐๐ เมตร ในส่วนปัจจุบัน ก็ใช้กันอยู่ ๒๖๕ เมตร แล้วเรือก็รอคิวกันยาว ปัญหาต่าง ๆ ผมก็พยายามดูแล้วไปฟัองกัน เรื่องอะไร ทําประโยชน์ให้ชาติก็มาลงทุนร่วมกันในส่วนนี้ ก็ได้คิดมาเมื่อ ๓ ป้ที่แล้วป์านนี้ ยังไม่จบเรื่อง เพราะว่าข้อกฎหมาย บ้านเรามีปัญหาข้อกฎหมายเยอะ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว การนิคมอุตสาหกรรมถ้าไปร่วมลงทุนกับเขาเขาก็วางแผนลงทุนให้ทั้งหมด เพียงแต่ตั้งชื่อ บริษัทร่วมทุนเฉย ๆ แล้วก็จะมีรายได้ป้หนึ่งไม่ต่ํากว่า ๗๐๐ ล้านบาท นี่คิดกันมา ๓ ป้ ฝ์ายกฎหมายยังฟังไม่จบในส่วนนี้ อันนี้เปึนปัญหาเรื่องกฎหมาย แล้วก็บ้านเรามี ๒ เรื่อง กฎหมายล้าสมัยยังไม่แก้ไข แล้วก็พยายามไปตีความในกฎหมายนั้นแล้วไม่สามารถจะลงทุน อะไรได้เลยในส่วนนี้ อีกอันหนึ่งก็เปึนส่วนเอ็นจีโอ (NGO) เปึนปัญหาหลักในการพัฒนา ประเทศเราปัจจุบัน เพราะฉะนั้นทุกอย่างไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาจะมีหน้าที่ค้านอย่างเดียว ไม่ได้มองว่าทําแล้วมันเปึนประโยชน์ของชาติอย่างไรในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ให้พยายามดํารงความมุ่งหมาย และการวางแผนโลจิสติกส์ต้องมองภาพรวมไม่ใช่มอง แต่ประเทศไทยอย่างเดียว ต้องมองว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเราไม่ต้องไปมองถึงข้ามประเทศ ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเขมร ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ให้เขาคุยกัน แล้วประสานเขาว่าเขามีความเหมาะสมตรงไหน แล้วเราจะไปเชื่อมเขาอย่างไร แล้วการลงทุนของภาคเอกชนต้องพยายามสนับสนุนให้ไปลงทุนเส้นทางที่เรา เชื่อมไป ทุกประเทศที่รอบบ้านเราด้วยเพื่อจัดการดูแลโลจิสติกส์เราแล้วก็การดูแลระบบขนส่ง เพราะว่าเราควรจะมีร่วมทุนกับประเทศทั้งหมดในรอบบ้านเราที่เราเชื่อมโยง เพื่อจะได้ มีการกํากับการให้ดีในส่วนนี้ เราอย่าไปลงทุนว่าเราเกิดจังหวัดโน้นจะต้องไปลงทุนจังหวัดนี้ อะไรต่าง ๆ อันนี้จะเสียหาย แล้วเมื่อกี้ผมเห็นด้วยกับท่านชาลีที่ว่าให้ต้องเจาะดูเขา ปัจจุบัน
เท่าที่ทราบมากรมทางหลวงก็คุยกับกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เองว่า จะเสียมรดกโลกเขาใหญ่ ก็จะทําสะพานข้ามบริเวณเส้นทางกบินทร์ บุรีที่มาปักธงชัย ประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า ผมก็งงว่าช้างถ้ามันจะเดินลอดสะพานดีกว่าถ้าเราขุดอุโมงค์ แล้วช้างก็เดินปกติมันน่าจะดีกว่า แต่รู้สึกจะอนุมัติอันนี้ไปแล้วในส่วนหนึ่ง ถ้าเปึนไปได้ ผมอยากจะเปลี่ยนเรื่องเจาะอุโมงค์มันไม่ยากเหมือนสมัยก่อน ผมเคยเสนอถึง ๒ จุด คือตอนที่มีช้างบนเขาใหญ่ไปเหยียบรถที่เสียหาย จริง ๆ แล้วเจาะจากจังหวัดปราจีนบุรี มาที่เขาใหญ่ ปากช่อง อันนี้ก็ทําได้ส่วนหนึ่ง แล้วเราก็ไม่ทําลายธรรมชาติเลย แล้วก็มี ความปลอดภัยของประชาชนที่ลัดเส้นทางนี้มาในส่วนนี้ ก็ขอขอบคุณครับ มีเวลาน้อย จริง ๆ อยากจะพูดอีกเยอะ เพราะว่าทั้งทางอากาศ ทั้งทางเรืออะไรต่าง ๆ ที่เราต้องข้าม มหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย มหาสมุทรแปซิฟ่ก เปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์สูงสุดจะทําให้ ประเทศชาติเรามีความมั่งคั่ง ยั่งยืน แล้วทําให้ลู กหลานเราได้เห็นว่าคนรุ่นปู์ย่า ตายาย ได้ทําอะไรทิ้งไว้ให้เขาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานกรรมาธิการโครงสร้างเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจรายสาขา ความจริงท่านบอกว่าไม่อยากให้พูด แต่ว่าผมคิดว่าตอนนี้มีคนอภิปรายเยอะแล้วนะครับ
ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต ๒-๓ เรื่อง ผมคิดว่ารายงานดีแต่ว่ามันลงรายละเอียดเยอะ เกิน สร้างถนนโน้นสร้างถนนนี้ ผมคิดว่ามันดีเทล (Detail) แต่ถ้าเราจะให้แนวคิดของการปฏิรูป โลจิสติกส์ ผมคิดว่าจะต้องลําดับความเร่งด่วนของเรื่องที่ต้องทํา ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต เรื่องสําคัญคือเรื่องระบบรางซึ่งเปึนระบบที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งผมก็ดูก็ไม่ค่อยเห็นในรายละเอียด ซึ่งรางนี่รัฐบาลกําลังจะทําเรื่องรถไฟฟัาแรงสูง ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ผมคิดว่าระบบราง ที่จะทําน่าจะเปึนรางคู่คุ้มค่าการลงทุน เพราะมันจะได้ทั้งการขนส่งสินค้า การขนส่ง ผู้โดยสาร และการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สําคัญคือการกําหน ด แนวนโยบายเรื่องรางที่จะต้องทํา ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใดก็ตาม เรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนที่ท่านดุสิต เผอิญผมมาจากบ้านเดียวกัน อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ผมเดินทางไกลมากนะครับเวลาจะกลับบ้าน ปัจจุบันนี้ผมต้องผ่านประเทศมาเลเซียครับ เพราะเร็วกว่า ปลอดภัยกว่า เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่แก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตรงนี้ ที่จริงมีอย่าง หนึ่งที่ท่านดุสิตพูด เรามีเขาเรียกว่าคราวน์ จีเวลส์ (Crown jewels) อยู่ใน ๓ จังหวัดนั้นมาก ถ้าเราทําถนนดีหรือสนามบินดี แล้วนึกถึงการท่องเที่ยว นั่นจะเปึน ประโยชน์อย่างสูงสุด และอาจจะแก้ปัญหาความมั่นคงได้ ผมไม่เห็นเลยในรายงาน รถไฟ ผมยกตัวอย่าง รถไฟนี่สิ่งหนึ่งคือองค์กรที่ต้องปฏิรูปโลจิสติกส์นี่ต้องยุบการรถไฟ แห่งประเทศไทย เปลี่ยนรูปแบบใหม่ เพราะอะไรรู้ไหมครับ การรถไฟนี่ถ้าท่านอ่านหนังสือ สารคดีมีผู้เดินตามรอยกรมพระยาดํารงราชานุภาพเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว ผมอ่านบทความ เขาตามรอยกรมพระยาดํารงราชานุภาพเดิน ทางจากกรุงเทพฯ ไปบัตเตอร์เวิร์ท สมัยกรมพระยาดํารงราชานุภาพใช้เวลา ๒๓ ชั่วโมง ๑๐๐ ป้ที่แล้ว ๓ ป้ที่แล้วใช้เวลาเท่ากัน ๒๓ ชั่วโมง นี่คือระบบรถไฟไทย ผมนั่งรถไฟกลับบ้าน ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ที่แล้วไม่ได้ต่างกันกับ วันนี้ รถไฟเก่าอย่างนั้นแหละครับ เหม็นอย่างนั้นแหละครับ มีอร่อยอย่างเดียวอาจจะ ข้าวผัดรถไฟเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องการรถไฟนี่ เปึนเรื่องที่ใหญ่มาก ถ้าเราปฏิรูปไม่ได้ไม่ต้องคิดปฏิรูปอะไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเอาทหารมาขับรถไฟครับ ถ้าปฏิรูป มัวแต่ไปแย่งมักกะสันกัน ไม่ได้ทําอย่างอื่นเลยรถไฟ เพราะฉะนั้นรถไฟสําคัญมาก ระบบหนึ่งที่ผมว่าสําคัญคือระบบแม่น้ํา ผมไม่เห็นเรื่องระบบแม่น้ํา ขนส่งสินค้า แม่น้ําเจ้าพระยา สิ่งหนึ่งที่สําคัญคือระบบโลจิสติกส์ ผมอาจจะมองภาพ ท่านอาจจะ มองแต่สินค้านะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่สําคัญคือระบบการท่องเที่ยว เมื่อกี้ท่าน สปช. ท่านหนึ่งพูด
ต้องมองภาพรวมครับว่าจะทําแม่น้ําให้ริมแม่น้ําดี ขนส่งแม่น้ําทําอย่างไร เรือ แม่น้ํา ตัดถนน ผ่านเรียบทะเลเปึนริเวียรา (Riviera) แบบประเทศอิตาลีได้ไหม หรือประเทศฝรั่งเศสได้ไหม ผมไม่เห็นนะครับ ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ อันหนึ่งคือเรื่องศูนย์กลางกระจายสินค้า ผมเห็นท่านเสนอว่าให้ อบจ. สร้าง ขอร้องเถอะครับ อบจ. สร้างท่านเห็นไหมครับ สร้างสนามกีฬาสร้างอะไร ร้างครับ ให้เอกชนเข้าไปทําครับ หน่วยงานของรัฐขอให้มายุ่ง น้อยสุดได้ไหมครับในงานประเภทนี้ ถ้าอีสร้าง อีก็ประมูลครับ ช่วยกรุณา เพราะท่าน เป่ดโอกาสให้อีประมูล บอกนี่ สปช. เสนออย่างไรล่ะ ขอความกรุณาว่าการสร้าง ศูนย์การกระจายสินค้าสําคัญครับ แต่ให้เอกชนทําแล้ วให้สิทธิประโยชน์อย่างอื่น กับเอกชนไปทํา เปึนโอนเนอร์ (Owner) ครับ แต่ให้โอเปอเรเตอร์ เปึนเอกชน อย่าให้หน่วยงานของรัฐเปึนโอเปอเรเตอร์ ผิดพลาดมาแล้วครับ อย่าผิดพลาดบ่อย ๆ นะครับ แล้วก็การก่อสร้างระบบโลจิสติกส์ทั้งหลาย สิ่งหนึ่งที่มีพูดเหมือนกัน เรื่องใหญ่คือการทุจริต การประมูล การวิ่งเต้น การจ่ายค่าคอมมิชชัน (Commission) ผมไม่รู้ว่าระบบการสร้างทาง ทําไมทางหลวงไทยวิ่ง ๆ แล้วมันสะดุด ไม่เรียบเหมือนประเทศมาเลเซีย ผมไม่ได้บอกว่า ประเทศมาเลเซียดีกว่าประเทศไทยนะครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องการทุจริตของกรมทางหลวง ไม่มีใครไปดูเลยนะครับ ผู้ประมูลทําไมเปึนหน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น และทําไมทํางานทําช้า ผมยอมเสียแพงแล้วเสร็จเร็ว เวลาผมนั่งรถเวลาป่ดถนนไม่มีคนงานเลยนะครับ ระบบพวกนี้ ทําอย่างไรที่จะปัองกันการทุจริต เรื่องต่อมาคือเรื่องกฎหมายที่ท่านนั่นบอก ผมคิดว่า จําเปึนต้องรวบรวมกฎหมายครับ ซึ่งเราจะเสนอในคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม เรื่องการปฏิรูประบบร่างกฎหมายของประเทศไท ย การตีความ กฎหมาย ผมอยากจะฝากเรื่องภาษีที่ท่านขอนี่นะครับ เนื่องจากคณะผมเสนอไปแล้วเรื่อง ปฏิรูปภาษี อย่าแยกไปครับ ให้ส่งเรื่องนี้ผ่านไปที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจการเงิน และการคลัง อันนี้ไม่ใช่บูรณาการนะครับ ไม่ใช่ประสานงานด้วย จะเปึนประสานงานะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเสนอเรื่องของเราที่เกี่ยวกับเรื่องภาษีถ้าเขาเสนออะไรไปแล้ว ก็ส่งตามเขาไปครับ อย่าแยกไปครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝาก สุดท้ายท่านตั้ง องค์กรใหม่อีกแล้วครับ
ผมขอเอ่ยนามท่านธรรมรักษ์ การปฏิรูปคือไม่ใช่ ตั้งองค์กรใหม่ครับ ต้องเอาองค์กรเดิม ยุบรวมแล้วใช้ ไม่ใช่ตั้งองค์กรใหม่นะครับ ต้องยุบรวมองค์กรเดิมแล้วหาองค์กรใหม่มาแทน ไม่ใช่เพิ่มหน่วยงานที่จะดูแลเรื่ องบูรณาการเรื่องโลจิสติกส์ ซึ่งผมว่าเปึนเรื่องใหญ่มาก แล้วขอฝากว่าขอให้เติมเรื่องของการท่องเที่ยวเข้าไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับทั้ง ๒ ท่านละครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ขอบคุณท่านรองทัศนาครับ มาทันเวลาพอดี ท่านครับ ผมฟังท่านกิติพงศ์ ฟังหลายท่านพูดผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ หลายต่อหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยนั้นนําเรียน ด้วยความเคารพว่าท่านอย่ามองไปเรื่องระดับโลกเลยครับ แค่ภายในประเทศหลายจังหวัด ไม่ได้รับการพัฒนา ท่านเชื่อไหมครับว่าการเดินทางหรือการขนส่งที่ดีที่สุดที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เขาบอกว่าอะไรครับ การเดินทางโดยเครื่องบิน ต่อมาคือทางรถไฟ เรือ แล้วก็รถยนต์ ท่านครับ บางครั้งผมเห็นแผนพัฒนาประเทศจะทํารถไฟรางคู่ ท่านคิดแต่เรื่องจังหวัดใหญ่ ๆ คิดจังหวัดใหญ่ ๆ จากจังหวัดขอนแก่นโน่นไปจังหวัดมุกดาหารแต่ผ่านทาง จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่เคยผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์บ้านผมเลย หรือ จังหวัดหนองบัวลําภู ผมงงครับ หรือว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มันไม่มีในแผนที่ประเทศไทย แล้วพื้นที่การเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์มากที่สุดด้วยซ้ํา ประชากร ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน สินค้า ทางการเกษตรเยอะมาก นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น แล้วระบบโลจิสติกส์ในเมืองไทยท่านไปดูสิครับ ถามว่าส่วนกลางประมูลงานทีหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท มีแต่บริษัทเดิม ๆ เหมือนที่ ท่านกิติพงศ์พูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นี่คือความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ท่านครับ ถ้าท่าน จะมองระดับโลกระดับประเทศ ผมจะเสนออะไรรู้ไหมครับ เรื่องการขุดคลองไทย หรือ คอคอดกระ ศึกษากันอยู่นั่นแหละศึกษากันมาหลายสิบป้ไม่เคยทําสักที บางครั้งก็กล่าวหาว่า แบ่งแยกดินแดน ผมเห็นหลายประเทศครับเขาอยู่คนละเกาะแต่เขามีสะพานเชื่อม มีระบบ สะพานเป่ดให้เรือน้ําลึกผ่าน ของเราผมมองว่ามันหมดเวลาศึกษาแล้วครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อประเทศชาติ เปึนการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้มหาศาล เชื่อไหมครับว่า
๒. พัฒนาระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศให้มันครอบคลุมทุกระบบ อย่ามองจังหวัดเล็ก ไม่มีประโยชน์ อย่าเอาแต่จังหวัดใหญ่ จังหวัดเล็ก ๆ นี่เขาก็มีคุณค่า เพราะฉะนั้นการทํางาน ชุดนี้ผมเชื่อมั่นในตัวท่านประธาน ประธานกรรมาธิการมีประสบการณ์สูง ท่านชื่อเกริกไกร ผมก็เกรียงไกรครับ ผมมองว่าการทํางานคนมีตัว ก ไก่ ๒ คนมีเอกลักษณ์พิเศษครับ ผมเชื่อมั่นตรงนี้ ท่านทําครับ ปฏิรูปประเทศต้องการให้ประเทศเจริญ ต้องการให้ประเทศ เดินหน้า ต้องทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ท่านอย่าสรุป ผมเห็นล่าสุดการประชุมรัฐบาลที่ผ่านมา สรุปเห็นด้วยที่จะขุดคลองไทยหรือคอคอดกระแล้วก็เงียบหายไป รัฐบาลต่อมาวิจัยค่าขนส่งเรือ ๖๐๐ ล้านบาท อะไรต่าง ๆ ออกมาหมด แต่สรุปรายงานหายครับ ไม่รู้ไปอยู่ไหน นี่คือสิ่งหนึ่ง ๑. ถ้าท่านทําระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศไทยจะช่วยเกษตรกร เรื่องการขนส่ง หรือราคาเกษตรเข้าสู่เมืองหลวง เมืองใหญ่ ๆ จะได้ราคาเพิ่มขึ้น ถ้าภายในประเทศ มันครบทุกวงจร ๒. ที่ผมเสนอเรื่องขุดคลองไทยหรือคอคอดกระ มันจะสร้างรายได้ให้กับ ประเทศไทยอย่างมหาศาล สร้างงาน สร้างอาชีพ แล้วท่านกรรมาธิการชุดนี้หรือ สปช. ชุดนี้แหละครับจะเปึนผู้พลิกแผนที่โลก ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านประธานกรรมาธิการค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ขออนุญาตเรียนชื่นชมท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็ท่านอนุกรรมาธิการทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องของการพยายามเสนอเกี่ยวกับเรื่องของ การพัฒนาการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยค่ะ ถือเปึนความพยายาม ที่ท่านพยายามมองกว้างไปถึงขนาดที่ว่าจะให้ประเทศไทยนั้นเปึนศูนย์กลางโลจิสติกส์ของ อาเซียนเปึนของโลกด้วย ความจริงตามแผนที่ทางภูมิศาสตร์แล้วนี่ประเทศไทยเปึนจุดที่ดีที่สุด ในด้านของโลจิสติกส์ ทั้งในด้านการบิน ทางน้ํา ทางบกก็ตามของอาเซียนและของเอเชีย ด้วยซ้ําไปนะคะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราคิดฝันว่าเราอยากจะเปึนจุดศูนย์กลาง
ของระบบโลจิสติกส์ของอาเซียนนั้น อย่างที่ท่านประธานก็ได้นําเสนอข้อมูลแล้วว่าในวงกลม ทั้งหลายแหล่ที่เรื่องของการแข่งขันทางด้านระบบโลจิสติกส์นั้น ประเทศไทยยังอยู่วงกลม สีขาวที่ ๒ ค่ะ กว่าจะไปถึงสีน้ําเงินนั้นยังอยู่อีกค่อนข้างไกล เราอยู่อันดับถึง ๓๕ ของ การแข่งขันระหว่างประเทศด้านโลจิสติกส์นะคะ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเปึนเกาะเล็ก ๆ แต่เขามีการบริหารจัดการที่ ดี มียุทธศาสตร์ที่ดีในการดําเนินงานด้านโลจิสติกส์ก็ตาม หรือด้านการบริหารจัดการของเขานี่เขาอยู่อันดับที่ ๕ แล้วก็ประเทศมาเลเซียซึ่งอยู่ติดกับเรานั้น ก็สูงกว่าเราถึง ๑๐ อันดับคืออยู่ที่ ๒๕ ดังนั้นดิฉันก็เลยอยากจะขอเรียนตรงนี้ว่า ดิฉันขอสนับสนุนความคิดของท่านค่ะ ในการที่ท่านจะมีการจัดตั้งสํานักงานโครงสร้าง พื้นฐานและโลจิสติกส์แห่งชาติ ซึ่งเปึนความพยายามที่ท่านจะเสนอว่าจะมีการทํางานบูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายแหล่นี้มาทํางานกันอย่างมีทิศทาง มีประสิทธิภาพนะคะ ขออนุญาตเติมสัก ๑ คําว่าสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและยุทธศาสตร์โลจิสติกส์แห่งชาติ เพราะว่ายุทธศาสตร์โลจิสติกส์นั้นเปึนเรื่องสําคัญที่สุดที่ดิฉันคิดว่าถ้าไม่มีทิศทางที่แน่นอน ไม่มียุทธศาสตร์ที่เห็นกระจ่างว่าเราควรจะทําอะไรก่อนหลัง หรือว่ามีเรียงลําดับความสําคัญ ดิฉันคิดว่าระบบโลจิสติกส์ของเราคงจะไม่สามารถที่จะเปึนเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) หรือว่าเปึนทางด้านของดิจิทัล อีโคโนมี อะไรต่าง ๆ ได้อย่างที่เราคิดฝัน ก็ขอเปึนกําลังใจว่า อยากจะขอเติมสําหรับสํานักงานของท่านนะคะ ต้องเติมคําว่ายุทธศาสตร์โลจิสติกส์แห่งชาติ ด้วย เพื่อที่จะให้ทุกหน่ว ยงานที่ท่านได้ศึกษามาแล้วประมาณ ๑๐ กว่าหน่วยงานนั้น ได้ทํางานอย่างบูรณาการกันค่ะ อีกประการหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบฝากไว้ก็คือ เรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนค่ะ อยากให้มองอย่างที่ท่านนายกเกรียงไกร ได้พูดไปแล้วนะคะว่าโลจิสติกส์ในประเทศไทยเราหรือระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศเรานี้ สําคัญมากที่สุดค่ะ
เราจะเปึนจุดศูนย์กลางได้ ระบบต่าง ๆ ขนส่งทุกระบบของเราต้อ งมีความสะดวก มีความปลอดภัย มีความรวดเร็ว ทําให้การขนส่งสินค้า การถ่ายเทสินค้า หรือการคมนาคม ของพี่น้องประชาชนในบ้านเรานั้นดีที่สุด ครอบคลุมที่สุดทุกจังหวัดของเรา และนั่นแหละค่ะ จะเปึนพื้นฐานที่ดีที่สุดในการที่เราจะเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียนนะคะ อยากจะขอเรียนว่า จากข้อมูลที่ดิฉันได้ไปตรวจราชการทางภาคอีสานตอนบนได้มีการรายงานว่าสายเส้นทาง อาร์ ๓ เอ คุนหมิงที่ผ่านประเทศไทยมา ผ่านประเทศ สปป. ลาว เขาบอกเลยว่าไม่กล้าเอา เจ้าหน้าที่ที่เปึนระดับอินเตอร์เนชันแนล (International) ไปดูอาร์ ๓ เอ ทางแถบของ ประเทศไทย เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าเส้นทางนั้นไม่ได้เรียบ ไม่ได้ดีอย่าง ของ ประเทศ สปป. ลาว ทั้ง ๆ ที่เปึนถนนสายเดียวกันคืออาร์ ๓ เอ อันนี้เราทราบกันดีนะคะ ว่าคงจะต้องมีอะไรผิดปกติในการจัดสร้างของฝ์ายไทยเรา ซึ่งมีเพื่อน สปช. หลายท่านพูดแล้ว เรื่องนี้ก็อยากจะขอฝากท่านไว้ว่าต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของการฉ้อราษฎร์บังหลวง แล้วก็ดําเนินการอย่างที่เรียกว่าไม่ถูกคุณภาพ ไม่เต็มบริบูรณ์ตามศักยภาพที่ควรจะทํา อันนี้ต้องคํานึงอย่างยิ่งเลย ถ้าเราอยากจะเปึนศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียนต้องควบคุม สิ่งเหล่านี้ การก่อสร้างทุกอย่าง ทั้งระบบราง อะไรต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์ แล้วก็เท่าเทียม กับประเทศอื่น ๆ ขอเรียนเปึนประการสุดท้ายนะคะว่าขอสนับสนุนข้อคิดเห็นของท่าน ในเรื่องของการปรับเพิ่มระบบการลงทุนจากเดิม ให้เปึนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน หรือว่าพีพีพี พับลิก ไพรเวท พาร์ตเนอร์ชิป ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้สําคัญที่สุด เพราะว่าจะเห็นเศรษฐกิจชายแดนนั้นเรายังขาดอย่างมาก มีที่ดินมากมาย แต่ว่าการจัดสร้าง ศูนย์รับส่งสินค้า หรือแม้แต่ถนนหนทางที่จะไปเชื่อมง่าย ๆ กับทางประเทศกัมพูชา หรือประเทศ สปป. ลาวที่ติดกับเราทางด้านจังหวัดอุบลราชธานีหรือทางแถบ อีสานใต้ ยังขาดอยู่มากเลย ดังนั้นขอสนับสนุน แล้วก็ขอให้ท่านได้กรุณาเพิ่มเติมเรื่องนี้เข้าไปว่า จะต้องมีการให้เอกชนเข้ามาร่วมบริหารจัดการ อันนั้นดิฉันคิดว่าจะทําให้เราเท่าเทียมกัน อีกอย่างหนึ่งที่ขอฝากก็คืออยากจะขอให้มีการลงทุนโดยระหว่างจีทูจี (G to G) ประเทศจีน หรือประเทศที่เขามีศักยภาพ แม้แต่ประเทศญี่ปุ์นหรือประเทศเกาหลีที่เขาเสนอการที่จะ จัดสร้างเส้นทาง ไม่ว่าจะเปึนรางคู่หรืออะไรต่าง ๆ นั้นให้ต่างประเทศมาร่วมลงทุนกับเอกชน ของประเทศไทยหรือแม้แต่รัฐบาลไทย อันนั้นจะประหยัดงบประมาณของชาติได้เปึนอย่างดี
และสิ่งที่เราได้ก็คือระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์ทั้งประเทศ พร้อมที่จะก้าวไปสู่การเปึน ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ความจริงท่านเกรียงไกรบอกว่ามีเกรียงไกร แล้วก็โยงไปถึงท่านประธานเกริกไกรนะครับ คุณสุชาติตั้งชื่อผมเปึนกลงกรณ์ ก ๒ ตัว เหมือนกัน วันนี้ได้พิจารณารายงานที่ร อคอยมานาน ในฐานะที่เคยเปึนประธาน คณะกรรมการโลจิสติกส์การค้าแห่งชาติมาเกือบ ๓ ป้ ก็เห็นความพยายามว่าวางแผนพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว ผมขอแชร์ (Share) ในประสบการณ์ แล้วก็การวาง อนาคตด้านโลจิสติกส์ มันสอดคล้องสิ่งที่ท่านประธานเกริกไกรได้พูดถึ งการเปึนประเทศ การค้าพาณิชย์หรือว่าเทรดดิง เนชัน โลจิสติกส์จะเปึนเสมือนเครื่องมือที่จะนําไปสู่เปัาหมาย ดังกล่าว และต้องเปึนประเทศชั้นนําของโลก ทอปเทน (Top ten) ในเรื่องของการค้า พาณิชย์ แต่จะไปถึงจุดนั้นได้อยู่ที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบกลไก การบริหาร จัดการของเรา ความจริงเมื่อป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๑ นั้นต้นทุนโลจิสติกส์อยู่ที่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ เราใช้เวลาอยู่ประมาณ ๓ ป้ พัฒนาปรับปรุงเรื่องโลจิสติกส์จนกระทั่งต้นทุนโลจิสติกส์ ของเราลงมาเหลือที่ประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ให้กําลังใจครับ
ช่วงจากป้ ๒๕๕๔ มาถึงวันนี้ ๔ ป้ก็ลดมาได้อีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นก็ให้กําลังใจว่าถ้าเรามี แผนปฏิรูปโลจิสติกส์ถูกทิศถูกทางเช่นนี้นี่โอกาสที่เราจะทําให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของเราลดลง ขณะเดียวกันมันหมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตรงนี้เองที่ผม จะพูด ๒ ประเด็นครับ ข้อแรกก็คือว่าเราต้องวางยุทธศาสตร์โลกของไทยในด้านโลจิสติกส์ ๒. คือยุทธศาสตร์ภูมิภาคของไทยในด้านโลจิสติกส์ เมื่อป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานจําได้นะครับ ประเทศไทยเปึนประธานอาเซียนและเราได้วางหลักหมุดคําว่าโลจิสติกส์ไว้ในแผนที่โลก ในอาเซียนนี้ด้วยการประกาศที่อําเภอชะอําในการประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN summit) นั่นก็คือยุทธศาสตร์เชื่อมไทยเชื่อมโลกและยุทธศาสตร์เชื่อมอาเซียนเชื่อมโลกก็คือ การประกาศเปึนประชาคมแห่งความเชื่อมโยงหรือคอมมิ วนิตี ออฟ คอนเนกทิวิตี (Community of connectivity) ตั้งแต่นั้นเปึนต้นมาเราได้วางยุทธศาสตร์ ๓ วงแหวน ๕ ประตู โดยให้อาเซียนเปึนศูนย์กลางแล้วประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของอาเซียนอีกชั้นหนึ่ง ๓ วงแหวน ๕ ประตูก็คือว่าวงแหวนที่ ๑ อาเซียน ๑๐ ประเทศ วงแหวนที่ ๒ อาเซียน+๓ มีประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็อาเซียน+๖ ก็เพิ่มประเทศอินเดีย ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ๑๖ ประเทศนี้มีประชากรเกินครึ่งโลกครับ กว่า ๓,๐๐๐ ล้านคน มีจีดีพีเกินครึ่งโลก มีมูลค่าการค้าเกินครึ่งโลก วางยุทธศาสตร์ด้วย โลจิสติกส์เช่นนี้ มาดูรอบ ๆ เส้นทางของการเดินทางของเราเพื่อที่จะสอดรับกับเรื่องของ สิ่งที่ท่านเกริกไกรพูดและหลายคนพูดถึงคลองไทย โลกนี้มีคลองที่เปลี่ยนโลกมาแล้ว ๓ คลองด้วยกัน ๑. คือคลองปานามาเชื่อมระหว่างแปซิฟ่ก กับแอตแลนติก คลองสุเอซ เชื่อมระหว่างเอเชีย กับยุโรป และขณะเดียวกันคลองคีล ซึ่งเชื่อมระหว่างยุโรปเหนือ ไปทะเลเหนือ เราพูดถึงคลองไทย ถ้าเราวางยุทธศาสตร์โลกด้านโลจิสติกส์สิ่งเหล่านี้ หลีกเลี่ยงยากครับ มันจะกลายเปึนเขาเรียกว่าเปึนพลานุภาพทางสมุทรศาสตร์ของเรา จะเปึนเส้นทางนิว เทรด เรล (New trade rail) นิว เทรด เวย์ (New trade way) ใหม่ เหมือนเส้นทางสายไหมใหม่ของโลกไม่ใช่อย่างที่ประเทศจีนวางเท่านั้น แล้วมันร่นระยะทาง อย่างที่เรารู้กัน ๒. ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเชื่อมต่อไปถึงเรื่องของการขนส่งทางน้ํา เราได้พูดถึง ขนส่งทางน้ําในประเทศแล้วซึ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมให้ถือว่าเปึนลําดั บต้น ถ้าจะ ลดการขนส่งทางถนนให้ต่ํากว่าจาก ๘๐ เหลือ ๕๐ ก็ต้องมาขนส่งทางรางและขนส่งทางน้ํา ขนส่งทางน้ําที่จะเชื่อมไทยเชื่อมโลกได้ก็คือมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟ่กครับ
เราอาจจะไม่สามารถสร้างกองเรือใหญ่ขนาดนานาชาติได้ เราสามารถที่จะครอบครอง น่านน้ําที่อยู่ใกล้เคียงได้ เช่น มหาสมุทรอินเดีย อ่าวตังเกี๋ยที่เราเรียกว่าเป์ยปูัวานนี่ครับ แล้วก็ไปตลอดเส้นทางชายฝัืงตั้งแต่ผ่านประเทศไทยไปยังประเทศกัมพูชาไปยัง ประเทศเวียดนามแล้วเข้า สู่ชายแดนของประเทศจีนที่กวางสี จากนั้นก็ขึ้นไปกวางตุ้ง ผ่านฮ่องกงไปขึ้นไปเซี่ยงไฮ้แล้วขึ้นไปที่อ่าวเป์ยปูัก็คืออ่าวซึ่งมีเมืองท่าสําคัญก็คือเทียนสิน ปากจงอยก็คือชิงเต่าแล้วก็ต้าเหลียน การเดินสมุทรด้วยเรือขนาด ๕,๐๐๐ ตันเปึนต้น เรามีสหภาพครับ เคยทดลองเดินมาแล้วจากประเทศไทยไปยังกวางสี แล้วก็ขนทางบกผ่าน กวางสีเข้าไปยังมณฑลยูนนานแล้วเข้าไปยังมณฑลเสฉวนไปมณฑลฉงชิ่งไปมณฑลซิงเกียง นี่คือเส้นทางหนึ่งที่เราเข้าไปเปึนกรอบความร่วมมือของแพนเป์ยปูัวานกรอบความร่วมมือ อ่าวตังเกี๋ยนั่นเอง ซึ่งประเทศจีนเขามี ๑ ยุทธศาสตร์ ๒ ป้ก ป้ก ๑ ลงทะเลจีนใต้ก็สร้าง แพนเป์ยปูัวานขึ้นมา เราก็นําประเทศไทยเข้าไปเปึนสมาชิกหลังสุด ป้ก ๒ ก็คือทางด้าน มหาสมุทรอินเดียตรงนี้มี ๗ ประเทศครับ เราวางกรอบไว้เบื้องต้นว่าถ้าเราต้องการจะครอง น่านน้ําการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวใน ๒ มหาสมุทรในเบื้องต้นยิ่งเรามีสหภาพทําได้นี่ อ่าวตังเกี๋ยสามารถใช้ท่าเรือระนองในการเปึนฮับ แล้วก็เดินเส้นทางการค้าเปึนวงกลมไปยัง ทวาย ไปยังท่าเรือย่างกุ้ง ไปยังท่าเรือชิตเวย์ของประเทศพม่า แล้วก็ไปเมืองจิตตะกองของ ประเทศบังกลาเทศ แล้วก็ไปเมืองกัลกัตตา ไปเมืองเชนไนของประเทศอินเดีย แล้วลงมาที่ กรุงโคลัมโบของประเทศศรีลังกา
แล้วก็มาที่เขตปกครองพิเศษอาเจะห์ของประเทศอินโดนีเซีย แล้วมาที่รัฐป้นังของ ประเทศมาเลเซีย วางรอบการค้าเปึนเรือเดินสมุทรขนาด ๒,๐๐๐ ตัน ๕,๐๐๐ ตัน เราทํา ได้เลยครับ แล้วก็มีตัวแทนจําหน่ายสินค้าไทยในทุกท่าที่กล่าวถึงเปึนเรือประจําไม่ใช่เดิน เปึนครั้งเปึนคราว ถ้าเราวางอย่างนี้ ชัดเจนอย่างนี้ รัฐบาลชุดต่อมาเห็นด้วย เป่ดเส้นทางนี้ ได้ทันทีครับ เรือเรามีไม่ต้องสร้างใหม่ กองเรือเรามีที่จะสามารถครอบครองความเปึนเจ้าของ ทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก แล้วก็เรื่องของทะเลอันดามัน อ่าวตังเกี๋ย แล้วก็ไป ขอบในของมหาสมุทรอินเดีย นี่คือตัวอย่างครับของการที่ผมบอกว่าการวางยุทธศาสตร์ โลจิสติกส์เพื่อให้ไทยก้าวสู่ การเปึนประเทศชั้นนําของโลกได้ โดยเฉพาะการที่เรามี ๒ มหาสมุทรประกบอยู่ข้าง หรือการที่คิดถึงการที่จะมีคลองไทยเพื่อให้เส้นทางการเชื่อม ระหว่างตะวันตก ตะวันออกนี่จะต้องอาศัยประเทศไทยเปึนทางผ่าน มันมีอุตสาหกรรม ต่อเนื่องมากมายมหาศาล เพียงแค่ ๒ ตัวอย่างนี้ท่านคิดสิครับว่าประเทศไทยไม่ต้องพูดถึง จีดีพีขยับป้ละ ๓ เปอร์เซ็นต์ยังไม่รู้จะถึงหรือเปล่า เราจะพูดถึงการขยับตัวของตัวเลขจีดีพี เปึน ๒ เท่า แล้วเปัาหมายต้องการให้เปึนประเทศพัฒนาแล้ว ประชาชนมีความมั่งคั่ง ๔๐,๐๐๐ บาท แทนที่จะเปึน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนอย่างในปัจจุบันนี้ มันมีโอกาสเปึนจริงครับ แล้วเทรดดิง เนชันมันจะเกิดขึ้นโดยภูมิศาสตร์ของเราที่เปึนศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ และเชื่อมระหว่างภาคตะวันตก ภาคตะวันออกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้ายท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๒ เรื่องโลจิสติกส์ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญในการแข่งขันระดับชาตินะครับ ถือว่าเปึนหัวใจในการที่ จะวัดความแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ แล้วไทยเราควรจะมีการวางแผนที่จะสร้างระบบ โลจิสติกส์ของเราให้มีความสามารถในการแข่งขันกับชาติอื่น ๆ ได้ อันนี้เปึนความสําคัญ อย่างยิ่ง เพราะว่าในการแข่งขันในสังคมโลกเราต้องพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของเรา ให้ลดต้นทุนในการโลจิสติกส์ให้มากที่สุด ใครก็อยากมาลงทุนประเทศไทย เพราะว่า ประเทศไทยเราสามารถจะลดต้นทุนเรื่องโลจิสติกส์ได้ ทีนี้ประเทศไทยเราโชคดี เราอยู่กลาง ของอาเซียน ใครจะไปใครจะมาต้องผ่านประเทศเราหมด ฉะนั้นเรื่องของการที่จะสร้าง
ระบบโลจิสติกส์นี่ก็จะเปึนทางขวางระหว่างทางภาคตะวันออก ภาคตะวันตก หรือภาคเหนือ ภาคใต้ ที่จะผ่านประเทศไทยนี่ มีประเทศอื่นผมว่าทําไม่ได้ ประเทศไทยเราโชคดีมาก ๆ ที่เราเปึนประเทศที่กั้นระหว่างประเทศอื่น ๆ จากประเทศจีนลงมาที่ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ทางประเทศพม่ามาทางประเทศเวียดนาม ต้องผ่านประเทศไทยหมด เพราะฉะนั้นไทยนี่โดยภูมิศาสตร์แล้วนี่เราโชคดี แต่ปัญหาคือเราไม่ใช้ความโชคดีนั้นให้เกิด ประโยชน์กับเรา ซึ่งสิ่งที่ผมอยากอภิปรายสนับสนุนคือเราต้องสร้างการแข่งขันในระดับโลก เรื่องของโลจิสติกส์ในประเทศในส่วนนี้ด้วย แต่อยากจะพูดมาก ๆ ก็คือเรื่องของการสร้าง คลองไทย ผมคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องมาดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าถ้าเรา สามารถจะมีคลองไทยที่จะลดเวลาในการเดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟ่กเปึนมหาสมุทร ทางฝัืงอินเดีย อันดามัน ทางฝัืงอินเดียก็สามารถจะลดเวลาไปได้ ๕ วัน และถ้าเราทําตัวนี้ ขึ้นมาได้ผมคิดว่าเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก เรื่องปัญหาต่าง ๆ เรื่องของรายได้ของเรานี่ที่เรา พูดกันเรื่องของสุขภาพเงินก็ไม่พอ การศึกษาเงินก็ไม่พอ เรื่องของการเกษตรเงินก็ไม่พอ เรื่องอะไรเงินก็ไม่พอนี่ ถ้าเรามีคลองไทย ผมคิดว่าตอนนั้นเราเหมือนมีบ่อน้ํามันที่ไม่สิ้นสุด ที่จะทําเงินให้กับประเทศไทยของเรา และเราสามารถใช้เงินนี้ในการพัฒนาเรื่องสุขภาพ
เรื่องการศึกษาในทุก ๆ มิติคิดง่าย ๆ งบของเทศบาลของนายกเกรียงไกรเพิ่มขึ้นอีก ๒-๓ เท่า เทศบาลไม่ต้องพูดมากเลยเพราะว่าเงินมันเยอะ พอเงินเยอะเรื่องของการพัฒนาประเทศ มันสามารถจะใช้เงินตัวนี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้ นี่คือสิ่งและโอกาสที่พวกเราชาวไทย จะต้องหันมาว่าทําไมเรื่องของคลองไทยเราไม่มาศึกษากันอย่างจริงจัง ซึ่งสามารถจะทําให้ เกิดรายได้ แล้วก็เกิดสิ่งที่เปึนประโยชน์กับประเทศไทย ก็ขอฝากคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูป โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ว่าเราคงจะต้องเปึนวาระแห่งชาติที่เราจะต้องทํา เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องคลองไทยสู่วาระการปฏิรูปที่ต้องทํา แล้วก็ต้องทําให้ประสบความสําเร็จ อย่างน้อยในช่วงที่เราอยู่คงต้องเร่งรีบที่จะสร้างความเปึนไปได้ สร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ ลดเรื่องคนที่คัดค้านว่าเขา มีปัญหา เช่นเรื่องเทคนิค เรื่องของการแบ่งแยกดินแดน ผมว่าตอนนี้เราไม่คิดถึงแล้ว คิดถึงแต่ว่าถ้าเรามีโอกาสตรงนี้จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แล้วก็สร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทยของเราตลอดไป ก็ขอฝากเรื่องการพัฒนาคลองไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๔ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ได้อภิปราย ครบแล้ว ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการตอบชี้แจงข้อซักถามค่ะ ขอเชิญค่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความดีใจอย่างยิ่งที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ให้ข้อคิดเห็น ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เราคิดไว้ เกือบจะทุกประการ ในขั้นนี้ผมขออนุญาตท่านประธานว่ามีกรรมาธิการของผม ๒ ท่าน ที่อยากจะให้ความเห็นบางประการที่มีการยกขึ้นมาคือ คุณจรัส สุทธิกุลบุตร และ ท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก เพื่อจะได้กล่าว ตอบสั้น ๆ แล้วก็อยากจะขอให้ ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้พูดอะไรบางสิ่งก่อนที่ผมจะสรุปนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม จรัส สุทธิกุลบุตร ในฐานะกรรมาธิการและอีกในฐานะหนึ่ง คือประธานคณะทํางานศึกษาระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ผมอยากจะเอาจิกซอว์ (Jigsaw) ของเพื่อนสมาชิกที่ได้แนะนําในรายงานฉบับนี้เอามาต่อ เปึนภาพ เพื่อความสมบูรณ์ในการที่จะประกอบกับรายงานฉบับนี้ ผมขอเริ่มต้น ที่เพื่อนสมาชิกต้องการเห็นการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน แต่สําหรับประโยคคําว่า ขุดคลองไทย เดี๋ยวผมจะให้กรรมาธิการอีกท่านหนึ่งได้พูดโดยตรง ปัญหาของเราตอนนี้ ก็คือเรากําลังจะหาทางออกด้านฝัืงอันดามัน ด้านอ่าวไทยของเราเรามีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะพัฒนาแล้ว เริ่มจาก ท่านดุสิตที่เสนอมอเตอร์เวย์ เพื่อที่จะไปสู่ที่ป้นัง ก็เปึนอีกแนวความคิดใหม่คิดว่าเดี๋ยวก็จะมีการบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ว่าเพื่อนสมาชิก ของเราได้เสนอ นั่นคือด้านล่างสุดมอเตอร์เวย์ที่ผ่านอําเภอเบตง เขยิบขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง ทางรัฐบาลกําลังศึกษาที่ปากบาราจะเชื่อมกับสงขลา ก็เปึนอีกทางเลือกหนึ่งในการที่จะเชื่อม อ่าวไทยกับอันดามัน เขยิบขึ้นมาอีกหน่อยที่คุณอลงกรณ์ได้พูดถึงก็คือที่จังหวัดระนอง ที่จังหวัดระนองคณะทํางานศึกษา ของเราได้ลงไปในพื้นที่ มีการจับมือกันระหว่าง จังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพร ท่าน สปช. ศักดาของเราวันนี้ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ท่านก็ฝากไว้ว่าท่านอยากจะพูดเกี่ยวกับการเชื่อมจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพรในการที่จะ เปึนอีกทางเลือกหนึ่งในการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน ที่จังหวัดระนองศักยภาพมีเยอะ เหมือนท่านอลงกรณ์ได้พูด ทุกวันนี้ที่ม ะริดที่ในรายงานของเรา สินค้าด้านการประมง ด้านอาหารทะเลก็จะส่งมาที่จังหวัดระนอง เพราะฉะนั้นจังหวัดระนองสามารถที่จะเชื่อม มะริดได้ เชื่อมย่างกุ้งได้ แล้วเมื่อกี้ทางท่านอลงกรณ์บอกก็คือเชื่อมบิมสเท ค (BIMSTEC) ก็ไปถึงประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศ ตรงที่มะริดนี้ในรายงานของเราก็มีการพูดถึงว่า สามารถที่จะออกอีกประตูหนึ่งคือที่ด่านสิงขร ซึ่งด่านสิงขรก็อยากมีการยกระดับขึ้น เปึนด่านถาวร
เขยิบขึ้นจากทางด้านนี้ผมไล่ตามประตูตรงนี้ขึ้นไปก็จะเ ปึนทวายก็เปึนอีกทางเลือกหนึ่ง ของประเทศไทยของเราที่เราต้องการที่จะหางทางออกสู่อันดามันซึ่งเปึนโครงการที่มี การศึกษากันแล้วเปึนโครงการที่ ใหญ่มาก ๆ ถัดจากทวายขึ้นไปของทางประเทศพม่า ก็จะเปึนแถบตะนาวศรีแล้วก็จะไปถึงเมืองเมาะละแหม่ง เมาะละแหม่งนี้จะห่างจาก อําเภอแม่สอด ๑๕๐ กิโลเมตรถ้าเราสามารถเชื่อมตรงนี้เราก็จะมีอีกประตูหนึ่งจากด่าน ที่อําเภอแม่สอดเราก็จะเชื่อมกับเมืองเมียวดีในทางบก จากเมืองเมียวดีไปถึงเมืองกอกะเร็ก จากเมืองกอกะเร็กก็จะเปึนถนนสายที่จะไปมอเรย์ที่ในรายงานของเราได้เสนอ เพราะว่า จากกอกะเร็กตรงนี้ขึ้นเหนือไปก็จะผ่านเมืองตองอูอดีตเมืองเก่าของทาง ประเทศพม่าไปถึง เมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์นี่ก็คือเมืองใหญ่อันดับ ๓ ของทางประเทศพม่า เลี้ยวซ้าย จากมัณฑะเลย์ก็จะไปที่มอเรย์ที่ในรายงานนี้จะบอกก็ออกที่ตามูของประเทศพม่า แล้วก็จะ ข้ามไปมอเรย์ ถ้าเลี้ยวขวาก็จะออกมูเซที่จะออกทางประเทศจีนภาคตะวันตกเฉียงใต้ หรือไปทางคุน หมิงได้นั่นคือเส้นทางฝัืงตะวันตกของเรา เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกของเรา หลายท่านโดยเฉพาะท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ท่านได้พูดถึงกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง ซึ่งสามารถเราออกได้ตั้งแต่ทางภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ลงมาภาคอีสานเลยมาจังหวัดหนองคายมาจังหวัดนครพนม ตอนนี้ระหว่าง จังหวัดหนองคายกับจังหวัดนครพนมก็จะต้องการสร้างสะพานมิตรภาพอีกเส้นหนึ่งก็คือ จังหวัดบึงกาฬ จากจังหวัดนครพนมก็จะลงมาที่จังหวัดมุกดาหารซึ่งเส้นต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็จะเปึนอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ในการที่เราจะเชื่อมประตูทางฝัืงซ้ายฝัืงขวาซึ่งในรายงาน ฉบับนี้ก็จะนําความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่เมื่อกี้ได้แนะนํากลับเข้ามาต่อเปึนภาพจิกซอว์ นั่นก็คืออีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ นอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ในการที่จะเชื่อมประตูต่าง ๆ ในการที่ เราจะเป่ดโอกาสให้กับประเทศไทยของเรานั้นเปึ นสุวรรณภูมิ เพราะเมื่อกี้หลายท่าน ได้บอกว่าชัยภูมิของประเทศไทยของเรานั้นเหมาะอย่างยิ่งเราอยู่ท่ามกลางอาเซียน เราอยู่ ท่ามกลางเอเชียเรามีประตูออกทั้งในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ทั้งทางบก ทั้งทางทะเล และยุทธศาสตร์ของประเทศไทยของเรานั้นเราจะต้องใช้ศักยภาพเรื่องทางทะเล กับทางบกนั้นให้ใช้ศักยภาพได้สูงที่สุด แล้วก็ประกอบมาด้วยกับทางอากาศแล้วก็ด้วยระบบ ทางไอทีของเราในอนาคต ผมอยากจะนําข้อสรุปของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอเมื่อกี้นี้นํามา
ต่อเปึนภาพจิกซอว์แบบคร่าว ๆ ด้วยใช้เวลาที่พอสมควร จริง ๆ รายละเอียดเราได้คุยกัน ข้างนอกมาหลายครั้งหลายคราว กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ก่อนอื่นกระผมใคร่ขอเรียนเบื้องต้นสักเล็กน้อยคือผมได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกบางคน บางท่าน ท่านก็พูดกับผมว่าถ้าไปดูที่รูปโลกหรือไม่ ก็เป่ดกูเกิล เอิร์ท (Google Earth) มาปุ็บหมุน ๆ เสร็จจะเห็นประเทศไทยอยู่กลางเสมอเลยครับซึ่งโลเคชัน (Location) แบบนี้ ภูมิศาสตร์แบบนี้ถ้าพูดถึงทางถนนหรือเครื่องบินที่บินผ่านไปมาเราอยู่ศูนย์กลางดีครับ แต่ทางเรือแล้วไม่ดีเท่าไรหรอกครับ เพราะเรือมันผ่านไปไม่ได้ เพราะเราอยู่ศูนย์กลาง บนเส้นทางการค้าหลัก เส้นทางเดินเรือหลักของโลกจากยุโรป ตะวันออกกลางข้ามจาก มหาสมุทรอินเดียข้ามไปแปซิฟ่กเพื่อจะไปทางเอเชียตะวันออกประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี แล้วเพื่อจะไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เราอยู่ตรงกลางขวางพอดีเลยครับ กลางเป็ะเลย เพราะฉะนั้นการจะเชื่อม ๒ มหาสมุทรนี่ทําให้ต้องลงใต้ ลงใต้เข้าไปใช้ ช่องแคบซึ่งอันนี้ถ้าดูคําว่าเปึนศูนย์กลางดี แต่ทางนี้มันไม่ดีเลย เพราะมันเส้นทางต้องอ้อม เงินทองมันไหลลงใต้หมด เราก็คิดอยู่เสมอว่าทําอย่างไรเราจะดึงเส้นทางนี้กลับมา ให้มันอยู่บนที่มันควรจะเปึนก็เหมือนกับการดึงสายเงินสายทองให้มันกลับขึ้นมาอยู่ที่มันควร จะผ่านที่ประเทศเราครับ เราคิดอยู่อย่างนี้นะครับ
เมื่อตอนเริ่มต้นทํางานของสภาปฏิรูปแห่งชาติเมื่อตั้งคณะอนุ กรรมาธิการนี้นะครับ จากการที่เคยได้ตั้งสมมุติฐานหรือตั้งเปึนเปัาหมายไว้ว่าภายในป้ ๒๕๗๕ ซึ่งจะครบ ๑๐๐ ป้ ประชาธิปไตย ประเทศไทยจะต้องเปึนประเทศพัฒนาแล้วประชากรมีรายได้สูงนะครับ ในเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งดูแล้วทําอย่างไรมันก็ไม่ได้ ภายใน ๑๗-๑๘ ป้ข้างหน้า ให้จีดีพีโต ๖ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ก็ยังฝ๋ดอยู่ เราพิจารณาดูแล้ว มันมีตัวเดียวนะครับอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาหลายคนแล้ว ที่ทําให้เราพลิกประเทศ ให้เปึนประเทศที่เราต้องการภายใน ๒๐ ป้ข้างหน้า หรือภายใน ๑๐๐ ป้ประชาธิปไตย ป้ ๒๕๗๕ คณะอนุกรรมาธิการคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดครับ แล้วก็ได้ไปขออนุญาตท่านประธาน กรรมาธิการในการจะศึกษาเรื่องนี้ แต่เนื่องจากว่าการศึกษาเรื่องนี้ต้องเปึนการศึกษา ที่รอบคอบ เราวางแผนไว้ว่าจะต้องไปสํารวจเส้นทางจริง ลงไปพบประชาชน สํารวจพื้นที่ เดินตามรอยวุฒิสมาชิกเมื่อป้ ๒๕๔๘ ผลการศึกษาของเขา เขาได้เสนอสภาไปแล้ว เราจะ เดินตามรอยนั้นแล้วก็จะทดสอบความเหมาะสม ความเปึนไปได้ ความยอมรับได้ในปัจจุบัน แต่เนื่องจากว่าเวลาเราไม่พอและงบประมาณเราก็มีจํากัดก็ไม่สามารถทําตามที่วางแผนไว้ได้ ทางคณะอนุกรรมาธิการจึงได้เรียนขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิกำรขอลดขอบเขต การศึกษาลงมาเปึนการศึกษาเฉพาะผลงานเรื่องเก่า ๆ ที่สภาได้ทําเอาไว้นะครับ ซึ่งการศึกษาเรื่องนี้ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๒๘ นะครับ มีการศึกษาพิจารณา เรื่องนี้มา ๒๗ ครั้งแล้ว ใช้เวลามา ๓๐๐ ป้แล้ว ครั้งแรกเริ่มสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และครั้งสุดท้ายก็เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้วก็ครั้งนี้ครั้งที่ ๒๘ แต่เราเอาผลการศึกษา การพิจารณาครั้งก่อน ๆ มาทบทวน แล้วเราก็ยังเห็นว่าการสร้างคลองเชื่อมระหว่าง ๒ มหาสมุทรก็ยังเปึนหนทางปฏิบัติเดียวที่ทําให้เราพลิกเศรษฐกิจ พลิกโฉมของประเทศได้ และยังเปึนหนทางที่มีความเหมาะสม มันจะเปึนไปได้นะครับ เปึนไปได้ทางด้านวิศวกรรม ทางด้านอะไรต่าง ๆ ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องความคิดเห็นของประชาชนซึ่งต้องใช้ ความพยายาม ส่วนในเรื่องความคุ้มค่าความอะไรต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกทุกท่านทราบดีนะครับ ได้อภิปรายมาหลายท่านแล้ว และทางคณะอนุกรรมาธิการจึงขออนุญาตท่านกรรมาธิการ ขอศึกษาเพียงจากเอกสารแล้วก็ได้ผลการศึกษาว่าเห็นสมควรในการเสนอแนะรัฐบาล ให้ทําการศึกษาเรื่องนี้ต่อไป เพราะเราไม่มีโอกาสจะศึกษาแล้วนะครับ ขอเรียนอนุญาต เพื่อนสมาชิกบางท่านที่แนะนําเพราะมันเหลืออีกเดือน เดียว เพราะฉะนั้นก็ขอให้รัฐบาล
ได้ศึกษาต่อหรือสภาขับเคลื่อนที่เขาจะมีเวลาอย่างน้อย ๑ ป้ได้ศึกษาเรื่องนี้ต่อ อย่างน้อย ก็เปึนการศึกษาขั้นก่อนที่จะทําการศึกษาขั้นเปึนไปได้ เขาเรียกพรี ฟ่ซิบิลิตี สตัดดี (Pre-feasibility study) ก่อนที่จะทําพรี ฟ่ซิบิลิตี สตัดดี แล้วก็ดําเนินการขั้นตอนต่อไป ซึ่งการศึกษาในขั้นต่อไปจะต้องใช้เวลำแล้วก็ใช้งบประมาณพอสมควรนะครับ ในการเข้า สํารวจเส้นทาง ความจริงเราวางแผนจะขอเครื่องบินทางทหารสํารวจเส้นทางมาแล้ว ด้วยซ้ําไปแต่ต้องยกเลิกหมดครับ สํารวจเส้นทาง ลงไปพบประชาชน ถามความเปึนไปได้ ความยอมรับ ความอะไรต่าง ๆ ซึ่งทางวุฒิสมาชิก รุ่น ๒๕๔๘ ได้ทํามาแล้ว เขาใช้เวลา ๓ ป้ เขาใช้งบประมาณไปมากพอสมควร ไปดูงานรอบโลกเลย แล้วก็ใช้เวลา ๓ ป้อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบ มีคณะอนุกรรมาธิการนับร้อยเลยครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกในขณะนี้บางท่านก็เปึน คณะทํางานหรือเปึนอนุกรรมาธิการ เปึนกรรมาธิการในยุคนั้นก็ยังมีอยู่นะครับ ที่ผมเรียนมา ทั้งหมดเพื่อความอุ่นใจ คือคณะกรรมาธิการได้ทําแล้วนะครับ อยู่ในขอบเขต ตามเวลา ที่เอื้ออํานวยและงบประมาณที่เอื้ออํานวย
แต่อย่างไรก็ดีก็ได้จัดทําเปึนเอกสารเบื้องต้นซึ่งอยู่ในภาคผนวก ซึ่งผมคิดว่าคงให้รายละเอียด ได้พอสมควร ถ้าท่านสนใจก็อ่านดูได้ทําไว้ละเอียดพอสมควร แล้วก็พร้อมที่จะนําไปศึกษาต่อ ในขั้นต่อไป ขอขอบคุณมากครับ
ขอเชิญค่ะ อย่าลืมว่าท่านยังมีอีก ๑ วาระนะคะ
ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นครับท่านประธาน เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ข้อเสนอแนะ และข้อแนะนําต่าง ๆ ทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิ สติกส์ จะรับไปพิจารณา แล้วเพื่อให้เพื่อนสมาชิกสบายใจ พรุ่งนี้บ่ายโมงเราจะมีการประชุม อนุกรรมาธิการชุดนี้ทันทีครับ ทีนี้อยากจะอธิบายบางอย่างเพิ่มเติมตามที่เพื่อนสมาชิก ได้ให้ข้อคิดเห็นไปก็คือ ข้อที่ ๑ เรื่องระบบราง ในรายงานของเรานั้นได้เสนอให้จัดตั้ง กรมการขนส่งทางราง เพื่อนสมาชิกอาจจะไม่ได้อ่านนะครับ ข้อที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับศูนย์ขนส่ง กระจายสินค้าเกษตร เราทราบดีครับอย่าให้องค์กรที่เกี่ยวข้องที่ เมื่อกี้พูดไปว่าไม่เกี่ยวข้อง เราก็เปึนเพียงเสนอว่าให้ อบจ. หรือ อบต. เข้ามามีส่วนร่วม แต่การจัดการบริหารอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสํานักงานโครงสร้างพื้นฐานและโลจิ สติกส์แห่งชาติจะเปึนผู้กําหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ออกมา เราทราบดีว่าถ้าขืนไปให้องค์กรที่ไม่ได้เปึนมืออาชีพก็อาจจะมีปัญหา ในด้านเกี่ยวกับการบริหารการจัดการ เรื่องต่อมาการขนส่งทางน้ําในรายงานจะเห็นได้ว่า เราส่งเสริมให้มีการขนส่งทางน้ํา โดยพัฒนาท่าเรือชายฝัืง ไม่ว่าจะเปึนในแม่น้ําเจ้า พระยา หรือในชายฝัืงทะเลอันดามันกับชายฝัืงอ่าวไทย อย่างที่ผมเรียนไปท่าเรือชายฝัืงในประเทศไทย มี ๓๘๐ กว่าแห่ง แต่ไม่ได้นํามาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควรเรื่องต่อมาการตั้งสํานักงานใหม่ อยากจะเรียนว่าไม่ใช่เปึนการตั้งสํานักงานใหม่ครับ เปึนการรวบรวมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาอยู่ด้วยกัน แล้วก็ให้มี สนข. ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาแล้วให้หน่วยงานนี้เปึนสํานักงาน ในการที่จะดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้สิ้นเปลืองงบประมาณเลยครับท่านกิ ติพงศ์ครับ ขออนุญาตที่พาดพิงชื่อท่าน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านสบายใจว่าเราทราบดีประเทศไทย มีงบประมาณจํากัด เพราะฉะนั้นการตั้งสํานักงานแห่งนี้ไม่ได้มีการใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมเลย เปึนเพียงบูรณำการหน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมาแล้วกําหนดวางแผนนโยบายยุทธศาสตร์ ทางด้านโลจิ สติกส์และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน ส่วนในด้านกฎหมาย
ทางอนุกรรมาธิการโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์จะปรึกษาอะไรกันพรุ่งนี้ครับ แล้วก็จะ ปรึกษาหารือท่านประธานเกริกไกรด้วยว่าเราจะดําเนินการอย่างไร เรื่องเกี่ยวกับการปรับ กฎหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับภาษีนั้นเราจะดําเนินการกันต่อไปอย่างไร ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญค่ะท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ลืมครับว่าเรามีอีกวาระหนึ่ง ผมควรจะเปึนคนที่กังวลที่สุด ท่านประธานครับ ผมขอบคุณอย่างยิ่งสําหรับท่านสมาชิกทั้งหลายที่ได้ให้ความคิดเห็น ๑๔ ท่านด้วยกัน แล้วก็ขอบคุณท่านอนุกรรมาธิการ ๘ เดือนที่เขาทําการศึกษาในแต่ละเรื่องแต่ละราว ที่ย่อยลงไป ก็เปึนความพยายามอย่างยิ่ง แล้วก็สิ่งที่เสนอนั้นไม่ได้เปึนสิ่งที่เสนอเพื่อที่จะ ขอพระจันทร์ ขอดวงอาทิตย์จากรัฐบาล แต่เปึนการให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อศึกษา แล้วก็เสนอไป เพื่อให้ท่านได้พิจารณาทําต่อไป ถ้ามันเปึนความคิดเห็นที่ต้องกันมันก็เปึนเรื่องที่ดี ที่ได้เสริมกันไปเขาจะได้สบายใจ ผมขอเรียนว่าในขณะช่วงที่ท่านกําลังศึกษาอยู่นั้น ผมก็ติดตามงานของรัฐบาลค่อน ข้างจะใกล้ชิดในเรื่องนี้ ผมเห็นว่ากระทรวงคมนาคม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเรื่องของโลจิ สติกส์ต่าง ๆ ค่อนข้างจะมาก แล้วก็ได้ประกาศทํา ไม่ว่าจะเปึนรางคู่ รถไฟฟัาในกรุงเทพฯ หรือจะเปึนเรื่องของการขนส่ง ทางน้ํา แล้วควา มเปึนกลาง อาเซียน การที่จะคอนเนก กับซีแ อลเอ็มวีทั้งหลาย ทางรางทางอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่ารัฐบาลก็ได้คิดพิจารณา แล้วก็พยายามจะลงทุน เปึนเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจไปไม่น้อย เพราะฉะนั้นมันจึงมีความสอดคล้องของ ความเข้าใจ ความรู้สึกที่ดี เพราะถ้าหากจากสิ่งที่ท่านได้พูดไว้แล้วมีการปรับปรุง ให้มันหนักแน่นยิ่งขึ้น ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์กับทั้งสภาแล้วก็ทั้งรัฐบาลครับ ขอบพระคุณ สําหรับเวลาที่ท่านให้กับพวกเราครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาศึกษาวาระ การพัฒนา แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แล้วนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานที่ ท่าน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ได้นําเสนอนะคะ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมดิฉันขอที่จะนับองค์ประชุมก่อนนะคะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ดูเหมือนอยู่กันพร้อมเพ รียงนะคะ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนค่ะท่านกรุณา เสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตน ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันขอป่ดนะคะ ส่งผลเลยค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๑ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณา ศึกษาของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ หากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อม ความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านลงมติค่ะ ถ้าเผื่อว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิกผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีดิฉันป่ดลงคะแนนนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๓ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มีค่ะ
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ การปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ในวาระการพัฒนา เรื่องแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์นะคะ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํา รายงานไปปรับปรุงก่อนแล้วก็จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของ สมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เปึนอันจบการพิจารณารายงาน วาระพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เรื่องแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แล้วค่ะ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการค่ะ แต่ว่าท่านยังไม่ต้องลงจากที่กรรมาธิการนะคะ ท่านยังอยู่ ประจําที่ต่อไปก่อนค่ะ วาระการพิจารณาของท่านยังมีอีก ๑ วาระ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการอีกวาระหนึ่งค่ะ คือวาระพัฒนา เรื่อง การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทย
เรียนท่านสมาชิก ดิฉันขอเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งนะคะว่าเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาดิฉันขอความร่วมมือท่านสมาชิก จากท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณา แถลงรายงานและตอบชี้แจงขอให้กระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงานนะคะ และ สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกก็เช่นกันค่ะ ท่านกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วน ที่จําเปึนนะคะ ที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมค่ะ แล้วก็ด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือ ขออนุญาตให้ที่ปรึกษากรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมเพื่อให้การแถลงรายงาน เปึนไปด้วยความถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดิฉันได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาต ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้ายนะคะ จึงขอเชิญคุณกฤษฎา แพทย์หลวง เข้าชี้แจงร่วมกับ คณะกรรมาธิการค่ะ ท่านประธานกรรมาธิการพร้อมแล้วใช่ไหมคะ ถ้าพร้อมก็ขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานค่ะ เพื่อจะได้เปึนแนวทางในการให้ความเห็น ของสมาชิกค่ะ ขอเชิญค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ รายสาขานะครับ ท่านประธานครับ ในช่วงตลอดมาโดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา เร็ว ๆ นี้ ผมคิดว่าเศรษฐกิจประเทศไทยได้รับแรงบีบคั้นจากภาว ะการแข่งขันระหว่าง ประเทศค่อนข้างมาก มันจะเปึนทั้งแรงกดดันและแรงผลักดันให้กับประเทศไทย
มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะตอบสนองทางนโยบายอย่างไรกับปัญหาที่มันรุมเร้าเราอยู่นะครับ ถ้าหากเราตอบสนองถูกต้องมันก็จะเปึนแรงผลักดันให้เราก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง แต่ถ้ามันเปึน การตอบสนองที่ไม่ถูกต้องมันก็จะเปึนแรงบีบคั้นให้เราต้องย่อตัวลงนะครับ ผมอยากให้ ท่านได้กรุณามองถึงข้อเท็จจริงประเทศไท ยนะครับ ก่อนที่ผมจะนําไปสู่ สิ่งที่จําเปึน ต้องทํา เราเปึนประเทศที่ขาดดุลทรัพยากร ประเทศไทยมีน้ํามั นเท่าไรผมไม่ทราบ แต่ตัวเลขที่ผมศึกษามานั้นเราน่าจะมีพลังงานทั้งน้ํามันและก๊าซไม่มากเท่าไรนัก อันที่ ๒ แน่นอนเราไม่มีวัตถุแร่ธาตุ เราเคยมีดีบุกอยู่ในเกาะภูเก็ต เดี๋ยวนี้ผมไม่ทราบว่า จะมีอีกเท่าไร เรามีทองแดงอยู่ที่แม่สอด เดี๋ยวนี้หมดแล้วนะครับ อย่างอื่นโพแทส อลูมิเนียม อาจจะมีอยู่บ้าง แต่อย่างอื่นนั้นผมคิดว่าเราขาดแคลน เรามีความจํากัดทางด้านแรงงานครับ ค่าแรงเราสูง ทักษะแรงงานเราไม่สู้ดี สังคมที่สูงวัยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแรงงาน เปึนตัวปัจจัยอย่างหนึ่งที่เปึนปัจจัยลบของเรา เทคโนโลยีและนวัตกรรมของเราต่ํา เราคงตระหนักนะครับ มันเปึนตัวที่ทําให้เรายังอยู่ใน เอฟฟ่เชียนซี ดริเวน อีโคโนมีส์ (Efficiency driven economies) ไม่ใช่เปึนอินโนเวชัน อีโคโนมี (Innovation economy) แล้วก็ความสามารถในการแข่งขันของเราลดลง เราพูดเสมอหลายเรื่องหลายราว รวมทั้ง โลจิสติกส์ซึ่งเพิ่งจบ ไปเมื่อสักครู่นี้ แต่ในท่ามกลางความกดดันเหล่านี้เราก็มีสิ่งที่เปึน สิ่งที่ดีงามนะครับ เราพึ่งพิงการส่งออก พึ่งพิงรู้สึกจะไม่ดีครับ แต่ความจริงมันดีเพราะว่าเรา สามารถส่งออกได้เยอะมากนะครับ เราก็เปึนผู้ส่งออกอาหาร เรามีสังคมเปึนสังคมที่มี วัฒนธรรมรองรับ หมายความว่าเราเปึนคนสังคมที่อ่อน วัฒนธรรมที่อ่อน อ่อนก็ดีนะครับ อ่อนโยน แต่มันก็อ่อนที่จะรับอะไรง่าย ๆ เรามีส่วนผสมเศรษฐกิจที่ดีครับ เกษตร อาหาร อุตสาหกรรม บริการ น้อยประเทศในอาเซียนจะเปึนอย่างเรานะครับ นี่คือความแข็งแรง ของเราและเรามีชัยภูมิที่ดี เมื่อกี้ท่านบอกว่าหมุนโลกแล้วประเทศไทยอยู่ตรงกลางเสมอ นั่นคือชัยภูมิที่ดี แล้วก็เรามีภาคเอกชนที่มีศักยภาพ แต่ว่าถ้าท่านดูทางขวาก็คือ แรงกดกับทางซ้ายแรงกดมันมีมากกว่าเยอะเลย ทีนี้เราจะตอบสนองอย่างไรเพื่อจะทําให้ คานตัวนี้ได้สมดุลขึ้นมา มันมีอยู่ ๔ อย่างนะครับที่เราค วรจะต้องทํา นั่นคืออันที่ ๑ หาทรัพยากรเพิ่มขึ้น เราจะหาจากไหนนะครับ ทรัพยากรอะไร แรงงาน พลังงานเราพูดถึง เรื่องสร้างโรงไฟฟัาที่จังหวัดกระบี่ไหม อะไรต่าง ๆ ถ้าไม่ทําเราต้องออกไปข้างนอกนะครับ เราเพิ่งเป่ดโรงไฟฟัาถ่านหินที่ประเทศ สปป. ลาว ยูนิต (Unit) แรกเมื่อเดือนมิถุนายน
แล้วคงจะครบทั้ง ๓ ยูนิตในเดือนธันวาคมนี้ ก็เปึนความพยายามที่จะจ้างหาแรงงานเข้ามา นี่คือรีซอร์ส ซีคกิง (Resource Seeking) นะครับ อันที่ ๒ เราต้องออกไปเพื่อที่จะหา การหนุนเนื่องของพลังที่จะมาช่วยเราพัฒนามากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้คืออะไร มีอะไรที่ไหนบ้าง ที่จะเสริมเราได้ในประเทศต่าง ๆ อันนี้คือซินเนอจี เมคกิง (Synergy Making) นะครับ แล้วก็สิ่งที่เราต้องทําอีกอันหนึ่งคือไปหาสินทรัพย์ในต่างประเทศ เช่น สินทรัพย์ในที่นี้ คือการเข้าถึงเทคโนโลยี การที่จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะใช้ การที่จะมีความเชื่อมโยง ระหว่างพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) ด้วยกันนะครับ มีพันธมิตรเกิดขึ้นในต่างประเทศ และประการที่ ๔ ที่เราต้องทําคือการขยายตลาดออกไป โดยการหาช่องทางการเป่ดตลาด เพราะตลาดมันไม่อยู่เฉย ๆ ครับ เราไปหาช่องทางตลาด เราต้องไปไขประตูเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะทําเช่นนี้ได้ก็คือเราจะต้องทําให้ตัวเราเองเปึนผู้เล่นในภูมิภาค แล้วก่อนที่จะไปเปึนผู้เล่นในโลกโดยผ่านกลไกการเจรจาและการทําความตกลง เราต้องการเครื่องมือบางอย่าง และนี่คือที่มาของเครื่องมือหลาย ๆ อย่างที่เราเสนอไว้ ในการเปึนพาณิชยภูมิพัฒนาหรือเปึนดิ เวลลอป อีโคโนมี (Develop economy) ในนี้มีหลายอย่างนะครับ แล้วก็ปรากฏอยู่ในวาระปฏิรูปของ กรรมาธิการเศรษฐกิจ ทั้ง ๒ คณะนะครับ เช่น เรื่องอาเซียน ฮับ (ASEAN Hub) เรื่องของเอาต์เวิร์ด อินเวสเมนต์ (Outward Investment)
เรื่องของการที่มีคอนเนกติวิตีที่ดี ทีนี้เครื่องมืออันหนึ่งก็คือเรื่องของการลงทุนในต่างประเทศ ทําไมการค้ากับการลงทุนนั้นเปึนเหรียญ ๒ หน้าของเหรียญเดียวกัน ไม่มีใครบอกว่า ผมจะทําการค้าแล้วผมจะไม่ไปลงทุน หรือบางคนบอกว่าผมจะไปลงทุนอย่างเดียว ผมไม่ทําการค้า มันเปึนไปไม่ได้ครับ มันไปด้วยกัน คนที่ทําการค้าต้องออกไปลงทุน แล้วถ้าคนออกไปลงทุนแล้วก็ต้องทําการค้า อันนี้คือหัวใจ เปึนข้อเท็จจริงที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้ เพื่อทั้งตลาด เพื่อทั้งความสามารถในการแข่งขัน เพื่อทั้งการที่มีความเจริญเติบโตทางธุรกิจ และทําให้เกิดความยั่งยืนหาแวลู ครีเอชัน (Value creation) ให้กับธุรกิจของตน เครื่องมือ ที่เขาใช้คือการลงทุน ก็ต้องถามว่าในโลกนี้ภาวะการลงทุนของโลกเปึนอย่างไร เราคุ้นกับ การลงทุนในต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศเรา การลงทุนเครือฟอร์เรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ เข้ามาในประเทศเรา แต่คําว่าเอาต์เวิร์ด อินเวสต์เม้นต์ นั้นเราอาจจะไม่ค่อยได้คิด มีผู้ใหญ่ บางคนถามผมว่าเรารวยขนาดไหนกันจึงเอาเงินของเราเอาไปลงทุนในต่างประเทศ ผมคิดว่า ถ้าเข้าใจธุรกิจดี ๆ แล้วบางทีเราไม่ต้องควักเงินสักบาทก็เอาไปลงทุนในต่างประเทศได้ ทีนี้ถ้าเรามองโลกโลกจะมีฟอร์เรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ ในฐานะที่เราเปึนผู้รับเส้นทาง ซ้ายมือข้างบนคือโลก แล้วเส้นที่ ๒ คือประเทศกําลังพัฒนา คือเราเปึนผู้รับการลงทุน ในระดับที่สูงข้างบนโลกหมายความว่าทั้งหมดรวมกัน แล้วก็เปึนประเทศที่พัฒนาแล้วได้รับ สีแดงต่ําลงมา มีคนไปลงทุนในประเทศเหล่านี้น้อยลงมาเทียบกับประเทศกําลังพัฒนาไม่ได้ แล้วก็ในอีส เอเชีย (East Asia) ในเส้นที่ ๒ จากข้างล่างทางซ้ายมือก็เปึนอีส ต์ เอเชียกับ เซาต์ อีสต์ เอเชีย (South east Asia) คือพวกเรานี่แหละก็จะต่ําลงมาอีกหน่อยหนึ่ง แต่เรา ก็อยู่ในแคทะโกรี (Category) ของประเทศกําลังพัฒนา ทีนี้ถ้าเรามามองในแง่ว่าคนที่ออกไป ลงทุนข้างนอกล่ะ ๒ เส้นนี้จะเท่ากัน เพราะการออกกับเข้ามันนับแล้วขึ้นอยู่กับมองตรงไหน มันจะเท่ากัน แต่ประเทศผู้กระทําหรือผู้รับจะไม่ เท่ากัน กราฟทางขวามือ เส้นแดงเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว จะออกไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่าประเทศ กําลังพัฒนาซึ่งเปึนเส้นสีเขียวค่อนมาข้างล่างที่ระดับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เส้นเปึนสีเขียวแล้วก็ประเทศกําลังพัฒนาเปึนสีเขียว สี่เหลี่ยมนั้นออกไปลงทุนในต่างประเทศ น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว อันนี้ก็เปึนธรรมชาติเพราะว่ามีทรัพย์สิน มีเงิน มีความรู้ มีความกล้าหาญน้อยกว่า แล้วก็มาเซาต์ อีสต์ เอเชีย แล้วก็อียูเดิมก็อยู่ประมาณ
๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปลงทุนในต่างประเทศในป้ ๒๐๑๑ เดี๋ยวนี้เขามีปัญหาเกิดขึ้น มันก็ลดลงมา เปึนการต่ําสุด นี่คือภาพของการลงทุนในต่างประเทศกับการออกไป ลงทุน ถามว่าถ้าเรามองดูกลุ่มประเทศหรือกราฟในเส้นถัดไป จะเห็นถึงเส้นแรกที่สูงที่สุด เปึนของโลก เส้นต่อมาประเทศพัฒนาแล้ว แล้วก็ประเทศอียูสีเขียว ประเทศกําลังพัฒนา อยู่ที่สีแดงข้างล่าง ประเด็นก็คือว่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศคือเราออกไปนั้น มันมีแนวโน้มสูงขึ้ น มันลงมาตอนแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger crisis) เกิดขึ้น แล้วตอนนี้มันก็กระดกสูงขึ้น แล้วมันก็ลงมาอีกหน่อยหนึ่ง ผมลองเปรียบเทียบให้เห็นถึง การลงทุนในต่างประเทศ ในประเทศเกิดใหม่ ไม่ทราบว่าท่านเห็นสีชมพูหรือไม่ มันจะมี อันดับ ๓ ประเทศจีน อันดับ ๔ สหพันธ์รัสเซีย อันดับ ๕ ฮ่องกง การลงทุน ในต่างประเทศของประเทศพวกนี้สูงขึ้นค่อนข้างจะมาก รวมทั้งประเทศเกาหลีใต้กับประเทศ สิงคโปร์และประเทศไต้หวัน เพราะฉะนั้นประเทศที่อิเมอร์จิง คันทรี (Emerging country) นั้นเกิดขึ้นเขาออกไปลงทุนในต่างประเทศ แล้วยิ่งเขารวยเท่าไร เขาก็ยิ่งออกไปลงทุน ในต่างประเทศมากขึ้นเท่านั้นมันมีเหตุผลหลายอย่าง
อย่างหนึ่งคือเขาพยายามหนีค่าของเงินของเขาที่แข็งขึ้น ค่าแรงที่สูงขึ้นเขาก็ออกมาลงทุน ในต่างประเทศ ประเด็นก็คือมันเปึนแพทเทิร์น (Pattern) ที่เราควรจะเรียนรู้หรือเปล่า ถัดไปนะครับเปึนเรื่องของการแสดงว่าประเทศที่กําลังอิ เมอร์จิง คันทรีนั้นมูฟ (Move) อย่างไรในเรื่องการลงทุนในต่างประเทศ ประเทศจีนสูงขึ้นมากเปึนอันดับที่ ๑ เลยครับตอนนี้ ประเทศจีนเปึนสีน้ําเงินที่ชันขึ้นไปทางขวามือสุด แล้วก็สหพันธ์รัสเซียตามมา แล้วก็ฮ่องกง จริง ๆ แล้วฮ่องกงตามมาเปึนอันดับที่ ๒ สหพันธ์รัสเซียแซงขึ้นไป ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี่ ไม่ทราบว่าเปึนอิเมอร์จิงหรือเปล่า ประเทศเกาหลีใต้และประเทศสิงคโปร์ตามลําดับนั้น และเราล่ะครับ ประเทศไทยอยู่ที่ไหนของภาพเหล่านี้ ภาพถัดไปเปึนการลงทุน ในต่างประเทศของเรานะครับ คือสีแดง เราก็ค่อนข้างจะขึ้นเร็วนะครับ จากป้ ๒๐๐๕ มาบัดนี้เราขึ้นไปจาก ประมาณต่ํากว่า ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปเปึนประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ในป้ที่ผ่านมานะครับ ก็เปึนแนวโน้มที่ดี แต่ถามว่าแล้วมันจะดีขึ้นกว่านี้ไหม แล้วมันจําเปึนหรือไม่นะครับ ทีนี้เรามาเทียบเรากับ ประเทศอื่น ๆ เราจะเห็นว่าเรายังอยู่ในลําดับที่ท้าย ๆ มาก จะเรียกว่า เอ็น ซีน เนพเฟอร์เกิล (End scene naphergle) ก็ได้นะครับ อยู่ที่ประมาณสัก ๗,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ว่าเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกานี่มันเทียบกันไม่ ได้นะครับ ประมาณ ๕-๖ เท่า แล้วอียูก็ประมาณ ๔-๕ เท่าของบ้านเรา แล้วประเทศจีนก็มากกว่าเรา ๕๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ เปึนต้น เรามองในอาเซียน เราเปึนผู้ที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศเปึนอันดับ ที่ ๓ ภาพ ผมไปบังพอดีเลยนะครับ ประเทศสิงคโปร์อันดับที่ ๑ ประเทศมาเลเซียอันดับที่ ๒ ตามมาก็เปึน ประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์นะครับ ทีนี้ลองเปรียบเทียบดูนะครับ เราไปลงทุนในต่างประเทศมีความห่างจากประเทศหลายประเทศดังภาพต่อไปครับ สิ่งที่เห็นสูงที่สุดทางขวามือนะครับ ภาพผมบังอยู่อีกเหมือนกัน สูงที่สุดคือฮ่องกงแท่งสีเขียว แล้วตามมาด้วยประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลี ประเทศ มาเลเซีย แล้วจึงเปึนประเท ศไทย ประเทศไทยนิดเดียวครับ มุมขวาสุดติ่งนิดเดียว เพราะฉะนั้นถ้าหากตัวนี้เปึนแนวโน้มของโลก แล้วตัวนี้เปึนเครื่องมือหนึ่งที่เราจะต้องพัฒนา ตัวเราเอง และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ให้ได้เราจะต้องทําอะไรบ้าง ผมคิดว่าเรา ไม่ได้กําลังจะเสนออะไรที่วิลิศมาหรา เราเห็นแนวโน้ม เราเห็นความพยายาม เราเห็นความคิดที่จะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ แต่ประเด็นก็คือว่าเราทําเพียงพอ เราทําหนักแน่นพอ
เราทําต่อเนื่องพอ เราทําอย่างมียุทธศาสตร์หรือเปล่า ท่านประธานครับ ประเด็นเหล่านี้คือ ประเด็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และบริการนะครับ ผมขอเชิญท่านประธาน อนุกรรมาธิการได้ให้รายละเอียดรายงานนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานอนุกรรมาธิการ พาณิชย์และบริการ แล้วก็เปึนกรรมาธิการอยู่ในคณะของท่านประธานเกริกไกรนะครับ ก็ขออนุญาต ท่านก็ได้ช่วยผมไปตั้งเยอะแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะให้กระชับ เพื่อทุกท่านจะได้กลับบ้ำนไม่ดึกมากนะครับ ในเรื่องของการปฏิรูปการลงทุนโดยตรง ในต่างประเทศขอเรียนอย่างนี้ว่าผมจะมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ว่าทําไมถึงได้คิดแบบนี้ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราจะปฏิรูปอะไร จะทําอะไรบ้าง ในเรื่องของความเปึนมาอยากจะเรียน อย่างนี้ว่าประเทศไทยนั้นได้ใช้ประโยชน์ จากสิ่งที่เราเปึนผู้ผลิตหรือเปึนโปรดัก ชัน เฮาส์ (Production house) นะครับ ขณะนี้เรากําลังมีนโยบาย มีแนวที่จะตามหลาย ๆ ประเทศ อารยประเทศในโลก แม้กระทั่งประเทศที่เพิ่งเกิดใหม่นั้นก็จะเดินเส้นทางนี้เหมือนกัน คือการเปึนเทรดดิง เนชัน เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้มาไม่ว่าเปึนทรัพยากรหรือค่าแรงงาน ที่ถูก ๆ นั้นมันกําลังจะหมดไป ขณะนี้ก็เริ่มหมดไปแล้ว ยกตัวอย่างค่าแรงขั้นต่ําในขณะนี้ นะครับ เมื่อป้ ๒๐๑๓ ของวิกิพีเดีย (Wikipedia) ประเทศไทย ๓,๐๑๒ เหรียญสหรัฐต่อป้ ขณะที่ประเทศเมียนมาร์ ๖๕ เหรียญสหรัฐต่อป้เท่านั้นเอง ประเทศบังกลาเทศ ๒๒๐ เหรียญสหรัฐต่อป้ ประเทศเวียดนาม ๖๑๔ เหรียญสหรัฐต่อป้ ประเทศ สปป. ลาว ๗๔๗ เหรียญสหรัฐต่อป้ ประเทศอินเดีย ๖๘๙ เหรียญสหรัฐต่อป้ ประเทศอินโดนีเซีย ๑,๑๖๓ เหรียญสหรัฐต่อป้ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ๑,๕๑๕ นะครับ
แล้วก็ประเทศมาเลเซียสูงกว่าเรานิดเดียวคือ ๓,๑๐๗ เหรียญสหรัฐต่อป้ แต่ประเทศเขา ก็ไปไกลกว่าเราแล้ว เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เราเคยได้เปรียบจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเริ่มหมดไป สิ่งที่กําลังจะมาแทนก็คื อเทรดดิง เนชัน ซึ่งจะทําให้ความมั่งคั่งของเรากลับมา เราก็มี เหมือนกับสิ่งที่เราคิดเอาไว้หรือเราฝันเอาไว้ว่าเราจะเปึนประเทศที่พ้นจาก คือก้าวพ้นจาก ประเทศที่มีกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในป้ ๒๕๖๘ แต่ถ้าเรายังทํา แบบเดิมคือผลิตสินค้าแล้วก็ส่งออกในราคาถูก ๆ แล้วก็แข่งกัน มันไม่มีโอกาสเกิด คําถาม ก็คือว่าในเมื่อของเราการค้าภายในประเทศก็ยังแย่อยู่แล้วจะมีเงินมีทองอย่างที่ท่านประธาน ได้กรุณาเกริ่นนําไปแล้วว่ามีคําถามหลายคําถามจากเพื่อนบอกว่าในประเทศยังค้าขายแย่อยู่ ใหญ่ยังกินเล็กอยู่เลยแล้วจะไปต่างประเทศทําไม มันมีความจําเปึนครับ เดี๋ยวผมจะเรียนให้ ทุกท่านทราบว่าถ้าเราไปลงทุนต่างประเทศก่อนหน้านี้ ไอยูยู (IUU) ไม่มีปัญหาครับสําหรับ ธุรกิจไทย หรือเขาประกาศเทียร์ ๓ (Tier3) หรือเทียร์ ๒ (Tier2) เพราะว่าเทียร์ (Tier) ต่าง ๆ นี่มันมีอยู่ ๔ เทียร์ เทียร์ ๑ เทียร์ ๒ เทียร์ ๒ วอตช์ ลิสต์ แล้วก็เทียร์ ๓ ตอนนี้เราอยู่ สุดท้ายคือเทียร์ ๓ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่มีผลอะไรกับเราเลยถ้าเราได้ ดําเนินการลงทุนเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วไปอยู่ต่างประเทศแล้ว เพราะมาใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในต่างประเทศแทน แต่ไม่ได้บอกว่าลุกจากประเทศ ไทยแล้ว พ้นจากประเทศไทยไปแล้ว ไม่ได้คํานึงถึงการที่จะจ้างงานคนไทยหรือการลงทุนใน ประเทศไทย ยังลงทุนอยู่แต่แบบ คู่ขนาน อาศัยการที่เขาเจรจาหรือสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่ประเทศที่เราไปตั้งหรือไปลงทุน ให้เปึนประโยชน์สําหรับประเทศไทย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะเรียนให้ทุกท่านทราบว่ำมันมี ปัญหาเยอะแยะนะครับสําหรับโลกนี้ในเรื่องของการค้าการลงทุน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะสร้าง รายได้การค้าระหว่างประเทศให้สูงขึ้นนี่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องข้ามไป ที่จะให้บริษัท ข้ามชาติของสัญชาติไทยนี่ออกไป ลงทุนในต่างประเทศ ขณะนี้ไม่ได้บอกว่าบริษัทของไทย ไม่ได้ไปต่างประเทศ ไปมานานแล้วครับแต่เปึนบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ก็ไปนานแล้ว เบียร์ช้างก็ไปนานแล้ว แต่ที่เรากําลังเห็นและมีความต้องการก็คือเอ็ม (M) ตัวเอ็มตัวนี้แหละมันต้องก้าวข้ามไป ถ้าก้าวไม่ข้ามจะมีปัญหาอีกเยอะแยะที่รัฐบาลจะต้อง มาแก้นะครับ ผมจะเรียนอย่างนี้ว่าตัวอย่างของ ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเขาเป่ดประเทศในป้ ๒๕๒๑ มูลค่าทางการค้าของเขาแค่ ๒๐,๖๔๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นในป้ ๒๕๕๖ ท่านคิดดูแล้วกันกี่ป้ต่อมามูลค่าทางการค้าของประเทศจีนเพิ่มเปึน
๔.๑๖ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ อันนี้คือการที่เขาส่งเสริมการลงทุนในเรื่องของเทรดดิง เนชัน การที่ผู้ประกอบการจีนออกไปอยู่ต่างประเทศ แต่ระยะเริ่มต้นของเขานั้นเขาค้า ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งของเรานี่ก็ค้าภายในประเทศมานานแล้วก็รักษาตรงนี้ไว้ ในขณะที่ เรามีศักยภาพสูงมากในการที่จะก้าวเดินไปสู่การลงทุนในต่างประเทศ แล้วก็ภายในประเทศเอง เราก็เก่งตรงที่ว่าเราทําจุดแข็งให้เปึนจุดอ่อนได้ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ ถ้าท่ามกลาง เสียงหัวเราะจนกระทั่งประเทศเพื่อนบ้านเราบอกว่าเขาไม่ต้องคิดอะไรหรอก เขารอ ประเทศไทยคิด หลังจากคิดแล้วเขาเอาไปทําเลยเพราะประเทศไทยจะไม่ทําต่อ คิดเอาไว้ แล้วก็ค้างอยู่แค่นั้น เพราะฉะนั้นแนวทางพัฒนาต่าง ๆ จะเห็นว่าเพื่อนบ้านเขาเลียนแบบเรา อย่างสบายเพราะว่าเราคิดเก่งมาก เรื่องความคิดเรื่องอะไรนี่ ผมอยากจะกราบเรียนว่า จุดเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจในโลกนี้มีเยอะมาก อย่างจะเห็นในเรื่องที่ ๑ คือความเสื่อมถอย ทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก ๆ อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประเทศญี่ปุ์น การเปลี่ยนถ่ายอํานาจทางเศรษฐกิจมาสู่กลุ่มที่เราเรียกว่าบริก (BRIC) ประเทศบราซิล สหพันธ์รัสเซีย ประเทศอินเดีย แล้วก็ประเทศจีน แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ และตลาดโลกค่อนข้างเยอะนะครับ การขาดแคลนแรงงาน ทรัพยากร ปัจจัยทางด้านราคา ผลผลิตทางเศรษฐกิจที่ควบคุมไม่ได้จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปเหมือนกับที่เกิด ในประเทศไทยขณะนี้ ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตที่ลดลง ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง ระหว่างประเทศ ท่านก็จะเห็นว่าการเมืองระหว่างประเทศมีผลมาก เราโดนขึ้นบัญชีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนของไอยูยู อิลลีเกิล อันรีพอร์เตด และอันเรกูเลเตด (IUU : Illegal Unreported and Unregulated) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศซึ่งเราต้อง ยอมรับกติกาหรือว่าการขึ้นบัญชีเทียร์ต่าง ๆ อย่างที่เรียนให้ทราบว่าการบริหารการจัดการ ให้เสรีและเปึนธรรมภายในประเทศก็คือกฎหมายควบคุม กฎหมายเรื่องการแข่งขัน ทางการค้า ซึ่งตัวอย่างจากประเทศสหรัฐอเมริกาก็มี ๕ ฉบับที่ทํา
แต่เขาทําเสร็จแล้ว ตอนนี้เขาก็มาถึงในเรื่องของการทําให้บริษัทของเขาที่ไปลงทุน ในต่างประเทศนั้นอยู่ได้อย่างไร อย่างในกรณีกําหนดไพรออริตี วอทช์ ลิสต์ (Priority Watch List) ต่าง ๆ ก็เปึนกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซูเปอร์ ๓๐๑ (Supper 301) ที่เรารู้จัก หรือไม่ก็ในเรื่องของอันแฟร์ คอมเพทิชัน แอกต์ ๒๐๑๑ (Unfair Competition Act 2011) ที่ออกมา ๒ ฉบับสุดท้ายก็เปึนเรื่องที่ว่าไปต่างประเทศ บริษัทเขาอาจจะสู้ไม่ได้ เนื่องจากลิขสิทธิ์ เรื่องที่ไม่ทําตาม ไม่ทํากฎ ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งตั้งกติกาไว้ ตรงนี้เขาก็ไปดูแล เพราะให้เกิดความได้เปรียบทางด้านการค้าซึ่งก็เปึนปกติ ในสําหรับประเทศที่ใหญ่ เขาก็พยายามที่จะดูแลการประกอบการของเขา อันนี้คือความไม่แน่นอน ความไม่มั่นคง ทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าถ้าเรามีการลงทุนในต่างประเทศ ในตัวนี้ตั้งแต่ต้น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มันก็จะหมดไป เพราะใช้สิทธิประโยชน์ของประเทศที่เราไปลงทุน ในขณะเดียวกันวัตถุดิบส่งจากประเทศไทยไป ทํางานคู่ขนานกันไป เราก็จะสามารถขายได้ ในโลกนี้ อย่างนี้เปึน ต้น นอกจากนี้แล้วสภาพสงคราม ความไม่สงบในหลายภูมิภาค ทั่วโลกมันจะทําให้รัฐต่าง ๆ ที่ต้องการทําการค้าในโลกนี้ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายของตัวเอง การระบาดของโรคต่าง ๆ ก็มีผล โรคอีโบล่า (Ebola) โรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งเกี่ยวกับ การเดินทางเจรจาการค้าต่างประเทศทั้งสิ้น ตลอดไปจนถึงความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งท่านก็คงรับทราบ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าการที่เราจะเปึนเทรดดิง เนชันนี่ ก็ต้องทราบด้วยว่าการค้าระหว่างประเทศ จริง ๆ แล้วตามทฤษฎีมันมีอยู่ ๗ ลักษณะ ในการทําการค้าระหว่า งประเทศ ลักษณะที่ ๑ ก็คือฟอเรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ หรือเอฟดีไอ (FDI) ที่เรารู้จักกัน คือการเข้าไปลงทุนผลิตสินค้าและบริการในประเทศที่มี ศักยภาพ มีแรงงาน มีวัตถุดิบ และมีตลาด อันนี้คือเรื่องที่ ๑ ซึ่งกําลังจะพูดถึงในประเด็นของ เราวันนี้นะครับ เรื่องที่ ๒ ที่คิดว่าท่านน่าจะรู้ก็คือว่าลักษณะของการทําการค้าระหว่ำง ประเทศ เรื่องที่ ๒ คือคอนแทรกต์ เมนูแฟกเจอริง (Contract Manufacturing) จ้างผู้ผลิต ในต่างประเทศเพื่อผลิตสินค้าให้ อันนี้เปึนลักษณะที่ ๒ ของการค้าในเรื่องของเทรดดิง เนชัน การค้าต่างประเทศ อย่างที่บริษัทรองเท้าดัง ๆ มาจ้างผลิตอยู่ในอาเซียนแล้วก็ส่งกลับไปขาย เรื่องที่ ๓ คือคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) จ้างผู้ผลิตในประเทศเพื่อ ผลิตพืชผลทางการเกษตรหรือเข้าไปทําปศุสัตว์ เรื่องที่ ๔ เอกซ์พอร์ต ออฟ แวลู แอดเดด โพรดักต์ (Export of value added product) นําเข้าวัตถุดิบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและ
ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เรื่องที่ ๕ ไลเซนซิง (Licensing) การให้ลิขสิทธิ์ทางการค้า เรื่องที่ ๖ คือแฟรนไชซิง (Franchising) การให้สัมปทานหรือแฟรนไชส์ (Franchise) ที่เรารู้จัก และเรื่องสุดท้ายคือเทคโอเวอร์ (Takeover) การเทคโอเวอร์คือการเข้าไป ซื้อกิจการ อันนี้คือธุรกิจ คือการค้าในต่างประเทศที่ภาคเอกชนเขาทํากัน เพราะฉะนั้น การที่เรามาดูแลในจุดเริ่ม ต้น ในเรื่องของเอฟดีไอคือฟอเรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ ที่จะเข้าไปลงทุนตรงนี้เปึนจุด เริ่มต้นสําคัญ ในการที่จะพลิกผัน จริง ๆ บริษัทใหญ่ เขาไม่เดือดร้อนอยู่แล้วเขาไปแล้ว แต่ตัวเอ็ม (M) กับตัวเอส (S) ซึ่งยากมากในตัวนี้ แล้วรัฐบาลเองก็ละเลย ไม่ใช่รัฐบาลนี้อย่างเดียว รัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาเราเยอะ ก็มัวแต่ไปแก้ปัญหาเรื่องอื่น แต่เรื่องของการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะสร้างทั้งงาน ให้สําหรับแรงงานไทยที่ไปอยู่ในโรงงานในต่างประเทศแล้วนําเงินกลับเข้ามาในประเทศ ตรงนี้รัฐบาลในอดีตจนกระทั่งขณะนี้ก็อาจจะมีความคิดอยู่บ้าง แต่ยังละเลยไม่ได้ทํา อย่างจริงจัง อันนี้ก็คือความจําเปึนในสิ่งต่างๆ ที่อยากจะกราบเรียนว่าทําไมเราถึงต้อง มีการที่จะต้องก้าวไปลงทุนในต่างประเทศ ในขณะที่การค้าภายในประเทศของเรานี้ยังมี การที่จะต้องกระตุ้น มีการที่จะต้องเร่งให้การค้าภายในประเทศ หลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้อง ทําให้คนในประเทศของเรามีรายได้ขึ้น หลายท่านก็เกรงกลัวว่าการไปลงทุนในต่างประเทศ เปึนการไปสร้างงานให้ต่างประเทศแล้วคนไทยจะตกงานหรือเปล่า อันนี้กราบเรียนให้ทราบว่า เทรดดิง เนชันมันมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ เอาต์เวิร์ด อินเวสต์เมนต์คือการไปลงทุน ต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของโดเมสติก (Domestic) คือการค้าภายในประเทศ ซึ่งอันนี้การค้าภายในประเทศ คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ก็วางแผนไว้แล้วในเรื่องของการที่ ผลักดันกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งก็ผ่ำนสภานี้ไปแล้ว แต่ในส่วนของเอาต์เวิร์ด อินเวสต์เมนต์ ซึ่งจะเปึนเหมือนตัวอะไหล่ที่มาทําให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ สําหรับการค้า ของเราที่จะเอาเงินเข้าประเทศให้มีการเอาเงินเข้าประเทศได้มากขึ้น จากเดิมในอดีต ๑๑ ป้ ที่ย้อนกลับมา จีดีพี ของเราโตเกิน ๕ เปอร์เซ็นต์น้อยมาก มีเพียงบางป้ อย่างเช่น ในป้น้ําท่วม ป้ ๒๕๕๔ ที่จีดีพีโตเกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นต่ํากว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างเยอะ ถ้าเราอยู่ในสภาพอย่างนี้มันไปไม่รอด เพราะต้องกู้เงินมาป่ดหีบงบประมาณ โดยตลอด
เพราะฉะนั้นการริเริ่มผลักดันในช่วงต้นของการที่จะให้การลงทุนของประเทศไ ทย ไปสู่ต่างประเทศนั้น เปึนจุดเริ่มต้นในการที่จะทําให้ธุรกิจของเราที่อยู่ภายในประเทศ และอยู่ท่ามกลางความผันผวนของการเมืองในโลกนี้ ซึ่งเอารัดเอาเปรียบเปึนเรื่องธรรมดา ที่เขาถือประโยชน์ของเขา แต่ขณะเดียวกันกระทบการเงิน การลงทุน แล้วก็อุตสาหกรรม ธุรกิจของเราใน การที่จะส่งออก เนื่องจากประเทศไทยฝากชีวิตไว้กับการส่งออก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อฝากชีวิตกับการส่งออกไว้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าการส่งออกหยุดเมื่อไร เงินที่จะไหลเข้าประเทศมันก็น้อยลง อันนั้นละครับความยากแค้นแสนเข็ญจะกลับมา ถึงแม้เราจะมีการค้าภายในประเทศที่ดีอย่างไรก็ตาม แต่เราจะต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศอยู่ เพราะฉะนั้นการที่จะให้ ๒ อย่างนี้ไปด้วยกันได้สิ่งที่เราจําเปึนจะต้องทําก็คือต้องผลักดัน การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศให้สามารถที่จะเดินต่อไปได้ และเปึนการช่วยอุตสาหกรรม ภายในประเทศให้สามารถที่จะขายไปในตลาดโลก ซึ่งเราอาจจะถูกแบน (Ban) อาจจะถูก ขึ้นบัญชีในสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ก็จะลดปัญหาลงไปและทําให้เศรษฐกิจของเราสามารถกลับมา เฟ๋ืองฟูได้ ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือไปสู่ข้อเสนอแนะและแนวทาง ในการดําเนินการ เพราะว่าได้ฉายภาพให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ท่านประธาน ได้ทราบแล้วว่าความจําเปึนของเราในการที่เราจะผลักดันการลงทุนต่างประเทศเพราะอะไร เพราะเราต้องการได้เงินเข้ามาพัฒนาประเทศของเรามากขึ้นนะครับ ก็มีอยู่ ๔ ข้อเสนอแนะ ปฏิรูปและแนวทางดําเนินงาน ในเรื่องที่ ๑ คือการกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การลงทุน โดยตรงในต่างประเทศ เปึนแนวนโยบายทางเศรษฐกิจที่สําคัญของชาติ และมีการดําเนินการ อย่างจริงจัง แข็งขัน และต่อเนื่อง อันนี้มีความสําคัญ เพราะว่าขณะนี้การให้ความสําคัญ กับตรงนี้ค่อนข้างจะน้อย เมื่อน้อยปัูบถ้ามันเปึนยุทธศาสตร์โดยตรงก็จะเกิดการที่จะตั้ง อนุกรรมการขึ้นมาที่จะดูแลโดยผู้หลักผู้ ใหญ่ของเรา โดยเฉพาะที่เราเสนอไว้ก็คือให้มี ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีเปึนประธาน เพื่อทําหน้าที่กํากับดูแล ผลักดัน การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศเปึนการเฉพาะ และต่อมาก็คือในเรื่องนี้เมื่อเปึน ยุทธศาสตร์แล้วจะใช้การเจรจาต่อรองในระดับรัฐบาลคือจีทูจีในเรื่องต่าง ๆ ที่สําคัญ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ ส่วนประเด็นปฏิรูปประเด็นที่ ๒ คือการปรับปรุงขยายระบบ กลไกในการจูงใจ สนับสนุนการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศแต่ละด้านอย่างครบครันและ เพียงพอ เพราะฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้จะเปึนเรื่องของฐานข้อมูล การให้ความรู้ อบรม
คําปรึกษาต่าง ๆ และลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศ ขณะนี้จะเห็นว่าถ้าผมอยากจะไปลงทุน ที่ประเทศเวียดนาม การจะไปขอข้อมูลต่าง ๆ อย่างมากก็จากทูตพาณิชย์ แต่รายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งเปึนบิก ดาตา (Big data) ต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศ เวียดนามหายาก ในภาคเอกชนเองที่หอการค้าไทยก็จัดคลัสเตอร์ (Cluster) ขึ้นมา ให้ผู้ประกอบการที่ไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามแล้ว เหมือนพี่เลี้ยงน้อง มาสอนน้องว่า การจะไปนั้นท่านจะเจอปัญหา อุปสรรคอย่างไร มันไม่ง่าย มันไม่เรียบง่าย หรือมันสะดวกโยธิน เหมือนกับที่คิดไว้ เพราะฉะนั้นในระยะแรก ๆ การลงทุนโดยคนเดียวนี่ หิ้วกระเปิาไปแล้วก็ หิ้วกระเปิากลับคือเจ๊งกลับมา ขาดทุนกลับมา เราไม่อยากให้เกิดสภาพอย่างนี้ เพราะฉะนั้น การไปต่าง ๆ เหล่านี้มันน่าจะไปแบบคลัสเตอร์เปึนกลุ่ม เหมือนที่นักธุรกิจของประเทศญี่ปุ์น เข้ามาลงทุนในต่างประเทศ อันนี้ก็พยายามจะผลักดันให้เกิดในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนี้แล้ว การทําอนุสัญญาต่าง ๆ นักลงทุนบางทีไปลงทุนเสร็จแล้ว หากโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว กลับมาเมืองไทยต้องเอารายได้มารวมเสียภาษีอีก มันกลายเปึนการเสียภาษีซ้ําซ้อน ตรงนี้ก็อาจจะมีการเจรจาในส่วนของสนธิสัญญาภาษีทับซ้อนกันระหว่าง ๒ ประเทศ เพื่อให้นักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนนั้นได้ประโยชน์จากในส่วนนี้ นอกจากนี้แล้ว ในเรื่องของการเงินงบประมาณของเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) น่าเสียดายครับ เอสเอ็มอีแบงก์ในตอนแรก ๆ ที่จะตั้งขึ้นมามันมีคําว่า ดิเวลลอปเมนต์ (Development) อยู่ด้วย คือเอสเอ็มอี ดิเวลลอปเมนต์ แบงก์ (SME Development Bank) แต่ตอนหลังถูกตัดออกเพราะมันยาวเกิน ก็เปึนเอสเอ็มอีแบงก์ พอเปึนเอสเอ็มอีแบงก์ก็มุ่งในเรื่องของการเงิน เอานักการธนาคารเข้ามาปล่อยกู้ คิดดอกเบี้ย ถูกหน่อย มันเปึนเรื่องของฟันดิง (Funding) อย่างเดียว มันไม่ใช่ในการที่จะปรับปรุง พัฒนา สินค้าไปด้วย อันนี้ก็เปึนจุ ดอ่อนอันหนึ่ง ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีของการตั้งเอสเอ็มอีมันมีคําว่า ดิเวลลอปเมนต์อยู่ด้วย แต่ถูกตัดออกไปนี่ถือว่ายาว มันก็เลยเกิดปัญหาในการที่ว่าเอสเอ็มอี มุ่งหน้าในการให้เงินอย่างเดียว ซึ่งจริง ๆ แล้วไปเอาจากธนาคารก็ได้ แต่เอสเอ็มอี เขาต้องการองค์ความรู้ เขาต้องการสิ่งต่าง ๆ หลายสิ่งที่มากกว่าเงิน เอสเอ็มอีจริง ๆ มีอยู่ ๓ เรื่อง ในเรื่องของฟันดิงคื อเรื่องของเงิน เรื่องของมาร์เกตติง (Marketing) เรื่องตลาด และเรื่องของอิ นโนเวชัน (Innovation) ๓ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เอสเอ็มอีต้องการ
และอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องเวนเจอร์ แคป่ตอล (Venture capital) ตรงนี้ก็เปึนเรื่องใหญ่ ไม่มีเรียกว่าโน แลนด์ โน โลน (No land no loan) ของเรายังใช้ได้อยู่ ไม่มีที่กู้ไม่ได้ มันก็โตต่อไปไม่ได้ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นถ้าวีซี (VC) หรือในโอกาสที่ขายไอเดีย (Idea) ได้แล้วสามารถได้เงินมาตรงนั้นจะเปึนคําตอบที่น่าชื่นใจ สําหรับนักลงทุนโดยเฉพาะ เอสเอ็มอีและการที่จะก้าวไปสู่ต่างประเทศด้วยนะครับ นอกจากนี้แล้วในส่วนขององค์กร สนับสนุนในเรื่องข้อมูลที่ผมได้แตะหน่อยในเรื่องของบิก ดาตา ตรงนี้เราอาจจะ ต้องมีเทโทร (TETRO) เหมือนกับเจโทร (JETRO) ของประเทศญี่ปุ์นในการที่จะให้คําปรึกษา รวมไปด้วยของภาคเอกชนด้วย ของภาครัฐด้วย ให้คําปรึกษาต่อนักลงทุนหน้าใหม่ที่อยากจะ ไปในต่างประเทศ อันนี้ก็จะทําให้เกิดความมั่นใจขึ้น ในประการที่ ๓ การปรับปรุง ขยายบทบาทเรามีกลไกต่าง ๆ มีระบบ ตอนนี้เปึนเรื่องของการขยายบทบาทกลไกต่าง ๆ ในการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ นี่ก็คือเรื่องของการเจรจา รัฐจะต้องเดิน ในเรื่องของการเจรจาตกลงกันในเรื่องต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของการลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องของการคุ้มครองสนับสนุนการลงทุน นักธุรกิจของเราเคยไปตั้งเอเยนต์ (Agent) อยู่ที่ต่างประเทศแต่ปรากฏว่าผลผลิตที่เข้าไปภายใน ๗ วันก็ถูกลอกแบบแล้ว ลิขสิทธิ์ต่าง ๆ เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของนักลงทุนไทย ไม่รู้ว่าลิขสิทธิ์มันจด ในประเทศไทยมันก็คุ้มครองอยู่เฉพาะภายในประเทศไทย ไปต่างประเทศแล้วต้องไปจดใหม่ แต่พอไม่ได้จดปัูบก็ถูกปัูมไปเลย ถูกลอกแบบไป อันนี้ก็ต้องให้ความรู้กัน แล้วก็ในส่วนของ ข้อตกลงต่าง ๆ เช่นบังคับใช้ข้อตกลงอาเซียน คอมพรีเฮนซีฟ อินเวสต์เมนต์ อะกรีเมนต์ (ASEAN Comprehensive Investment Agreement) หรือเอซีไ อเอ (ACIA) แก้ปัญหา การลงทุนที่เกิดจากข้อตกลง กฎเกณฑ์หรือข้อกฎหมายการลงทุนของประเทศเปัาหมาย โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวี แล้วนอกจากนี้แล้วการอํานวยความสะดวกในเรื่อง การลงทุนอย่างต่อเนื่อง เจรจา ปรับปรุง เชื่อมโยงนโยบายการลงทุนของไทยและประเทศ เปัาหมายรัฐจะต้องกระตุ้ นในเรื่องนี้ขึ้นมา จริง ๆ แล้วการลงทุนในต่างประเทศขณะนี้ ภาคเอกชนก็ทําแล้ว เพียงแต่ว่าภาครัฐนี่การส่งเสริมหรือการที่จะมาให้ความรู้หรือสนับสนุน ตรงนี้ยังน้อยมาก ก็ทําให้การลงทุนในต่างประเทศของเราถึงแม้จะเปึนตัวเลขที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันมันควรจะดีมากกว่านี้เ พราะว่ามันทําเงินเข้าสู่ประเทศได้มาก และ ในประการสุดท้ายคือประการที่ ๔ การใช้กลไกการประชาสัมพันธ์ นโยบาย ยุทธศาสตร์
การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศอย่างเข้มข้นเราต้องไปทําโรดโชว์ด้วยควบคู่กับการเจรจา การเจรจาจีทูจี ไม่ใช่ปล่อยเจรจาไป ขณะเดียวกันสินค้าบริการต่าง ๆ ที่จะไปมันต้องทํา โรดโชว์ แล้วก็ขณะเดียวกันศูนย์ประสานงานบริการด้านการลงทุนที่เขาเรียกโอเอสโอเอส (OSOS) หรือวันสตาร์ท วัน สตอป อินเวสต์เมนต์ เซนเตอร์ (One Start One Stop Investment Center) อันนี้ต้องตั้งเปึนกิจจะลักษณะที่จะให้มันเวิร์ก (Work) แล้วก็ทํางาน ต่อไปได้ โดยสรุปแล้วก็คือสื่อต่าง ๆ ของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานต้องผนึกกําลังกัน เปึนหนึ่งในการที่จะผลักดันตรงนี้ให้ไปข้างหน้าให้ได้ เพราะฉะนั้นด้วยประเด็นปฏิรูป ทั้ง ๔ ประการนี้ก็จะผลักดันให้การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสามารถเปึนรูปธรรมขึ้นมา อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าขณะนี้ไม่มีรูปธรรม มีแล้ว เพียงแต่ว่ามันต้องมากกว่านี้ ถ้าคิดว่า จะก้าวให้พ้นจากประเทศที่มีกับดักของรายได้ปานกลางให้พ้นไปสู่ประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในเรื่องการเงินการทองที่จะเข้ามามันต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ไม่ใช่ภาครัฐบอกว่าเอกชนนําสิ จะไปก็ไปเลยภาครัฐจะสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ร้องเชียร์อยู่ข้างหลังนี่มันไม่ได้ มันต้องไปด้วยกัน เพราะอย่างที่บอกว่าการค้าระหว่างรัฐ ด้วยกันหรือการเข้าไปลงทุนนั้นมันมีกฎ ระเบียบ มีสิ่งต่าง ๆ ที่มากมายในประเทศที่เราจะไป ลงทุนที่เราอาจจะรู้ไม่ครบ รู้เปึนบางส่วน รัฐเองต้องนําในส่วนนี้แล้วมาประมวลด้วยกัน หลายสิ่งหลายอย่างอาจจะใช้การเจรจาเพื่อทะลุทะลวงปัญหาต่าง ๆ ออกไป แล้วเป่ดการค้า ของเรา การลงทุนของเราให้มันชัดเจน ตรงนี้ก็จะทําให้สิ่งที่เราคิดเราฝันไว้ว่าฟอเรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ของเราคือการไปลงทุนในต่างประเทศนั้นประสบความสําเร็จสามารถสร้าง เงินตรา เอาเงินตรากลับประเทศเราได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถส่งคนของเราไปทํางาน ในต่างประเทศโดยกินเงินเดือนของประเทศไทยก็ไม่ได้ตกงาน เพราะถ้าเราคิดให้ดีแล้ว ขณะนี้แรงงานของเราที่มีปัญหาอยู่หลายเรื่อง แรงงานทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เราก็ขาดแคลน เพราะตัวเลขของเราจัดอันดับของเราใน ๑๐๐ กว่าประเทศ ปรากฏว่า ของเราอยู่อันดับที่ ๕๐ กว่าทั้งนั้นจนถึง ๖๐ กว่า ก็แสดงว่ายังล้าหลังเขาอยู่ในเรื่องของ เรียกว่าคนที่มีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นเราจะใช้ช่องทางในเรื่อง ของเทคโนโลยีมาเปึนตัวนําเหมือนกับที่ประเทศจีนเขาทํามันก็คงไม่ง่ายจนกว่าเราจะเตรียม คนให้พร้อม
๙๕/๑
นั่นคือเปึนที่มาที่ไปของการตอบโจทย์ว่านอกจากการค้าภายในประเทศซึ่งเราไม่ได้ละเลยแล้ว การลงทุนหรือการค้าในต่างประเทศจะอยู่ใน ๗ แบบที่ผมได้กล่าวแล้ว หรือจะเปึนเฉพาะ แบบแรกคือฟอเรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ ก็จะเปึนส่วนหนึ่งที่จะสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ พาให้ประเทศของเรานั้นรอดพ้นจากประเทศยากจนขึ้นไป มีรายได้ในการที่จะพัฒนา ประเทศต่อไปได้ เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมาธิการนี้จึงได้นําเสนอประเด็นเรื่องการลงทุน ในต่างประเทศโดยตรง เปึนวาระหลักที่ ๒ ถึงแม้จะเปึนคอนเซปชวล ไอเดีย (Conceptual idea) ในช่วงต้น รองลงมาจากการเป่ดเสรีและเปึนธรรม ในเรื่องของการผลักดันกฎหมาย แข่งขันทางการค้า ซึ่งผ่านสภานี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็นําเรียนเสนอที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อพิจารณาและให้ข้อชี้แนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ไม่มีนะคะ ขอบพระคุณค่ะ เปึนอันว่าสมาชิกได้รับทราบแนวทางการส่งเสริม การลงทุน โดยตรงในต่างประเทศของไทยแล้ว ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายให้ความเห็น โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิม ดิฉันมีรายชื่ออยู่ขณะนี้ มีท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ท่านศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ท่านดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ดิฉันขอเชิญท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ค่ะ
ขอบคุณครับท่านประธาน ที่จริง ที่ผมอยากจะอภิปรายก็เปึนการสนับสนุนของคณะกรรมาธิการ แต่จะขอเพิ่มเติมเล็กน้อย ท่านประธานกรรมาธิการก็พูดถึงเรื่องการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นมาตามลําดับ เพราะเราอยู่ใน เศรษฐกิจเสรีนิยม แล้วการแข่งขันนี่ก็ไม่ใช่การแข่งขันที่แฟร์ (Fair) ตลอดเวลา ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ก็ได้พูดไว้แล้ว สิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือปัจจุบันนี่เรื่องที่ว่าประเทศไทย อาศัยรายได้จากการส่งออกเปึนหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจมันจะประสบปัญหามากขึ้น แล้วก็ภายในระยะ ๒-๓ ป้ก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากปัญหาที่เราประสบ จากการที่เศรษฐกิจของโลกถดถอย ซึ่งคงจะถดถอยไปอีกพอสมควร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ประเทศกรีซ เรื่องของอียู ปัญหาในมิดเดิล อีสต์ (Middle east) อะไรต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องนอน แทริฟ แบเรียส์ (Non-Tariff Barriers) ซึ่งเราโดนอย่างเต็มที่เลย ที่ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ พูดไว้แล้วว่าไอยูยู หรือแม้แต่เรื่องของฮิวแมน ทราฟฟ่คกิง (Human trafficking) เพราะฉะนั้นเราจะโดนหลายเรื่องเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะไป
อาศัยส่งออกนี่คงลําบาก จีเอสพี (GSP) ก็ถูกตัดตั้งแต่ต้นป้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นอนาคต การส่งออกผมคิดว่าคงมีปัญหาแน่ เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะแก้อันนี้คงจะ ต้องหันมาดู อีกทางหนึ่งคือการส่งเสริมนักธุรกิจไทยที่มีศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะ ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราเองก็อาจจะถือได้ว่าเปึนจุดเชื่อมของ ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ําโขง การไปลงทุนประเทศซีแอลเอ็มวี เพื่อนบ้านนี่นอกจากจะมีแรงงานเราก็อาจจะได้สิทธิพิเศษ ซึ่งเขายังมีอยู่ในการส่งออก ในการลงทุนต่างประเทศผมเห็นมีเรื่องใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่อง คือ ๑. เรื่องที่ผมได้กล่าวไปถึงแล้วคือการลงทุนที่ซีแอลเอ็มวีเพื่อจะใช้แรงงาน แล้วก็สิทธิที่จีเอสพี อันนี้อาจจะเปึนเรื่องของพวกอินเทนซีฟ เลเบอร์ (Intensive labor) อย่างอะโกรอินดัสตรี (Agro-industry) เรื่องอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องอุตสาหกรรมเสื้อผ้าหรือ แม้แต่เครื่องหนัง อีกด้านหนึ่งนี่ก็เปึนการลงทุนในกลุ่มประเทศที่เปึนตลาดใหญ่ เช่น กลุ่มประเทศอียู ขณะนี้ก็มีบริษัทใหญ่ ๆ อย่างทียูเอฟ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จํากัด (มหาชน) ก็ไปลงไว้แล้วในประเทศฝรั่งเศส ก็เปึนการต่อยอดจากอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อเปึนการผลิตและจําหน่ายสินค้าในลักษณะสินค้าในประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ในการนําเข้า แต่การลงทุนดังกล่าวนี้ควรจะมีการผลักดันให้คํานึงถึงประโยชน์ของเอสเอ็มอี ประเทศไทยในรูปของซัพพลาย เชน (Supply chain) ด้วยนะครับ นโยบายและมาตรการ ที่ท่านกรรมาธิการได้นํามาเสนอนี่ผมคิดว่าก็สมบูรณ์แบบมากแล้ว แต่อยากจะขอให้ช่วย ศึกษาโมเดล (Model) ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเขาทํามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งในการสนับสนุนให้ลงทุนในต่างประเทศคือองค์กรที่เขาตั้งไว้ไออี (IE) คือ อินเตอร์เนชันแนล เอนเทอร์ไพรส์ (International Enterprise) มีเจ้าหน้าที่ประจําอยู่ที่ สถานทูตด้วย อันนี้คาดว่าท่านประธานกรรมาธิการก็คงรู้จักดีก็อยากจะฝากขอให้ศึกษา เรื่องของไออีด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านประธานกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเห็นด้วยกับรายงาน เรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศเพราะว่าเปึนเรื่องที่ในชีวิตการทํางานผมมา ๓๗ ป้ได้เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ แล้วก็เห็นด้วยที่รัฐบาลหรือทาง สปช. จะเสนอเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ผมมีข้อสังเกต ๒-๓ เรื่องที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการไป เมื่อกี้ท่านจิตร์ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม กล่าวถึงเรื่องเอฟดีไอ (FDI) ซึ่งผมคิดว่าการต่างประเทศวันนี้มันไม่ใช่เอฟดีไอ โดยตรง มันควรจะมีเรื่องเอ็มแอนด์เอ (M&A) (Merger and Acquisition) เมิร์จเจอร์ แอนด์ แอคควิซิชัน ด้วย มีเรื่องจอย ต์ เวนเจอร์ (Joint venture) ด้วย ทําไมผมพูดอย่างนี้ บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเปึนปูนซี เมนต์ไทย ปตท. ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเราควรจะภูมิใจ เพราะว่าวันนี้เรามีบริษัทไทยไปอยู่หลายประเทศในโลกซึ่งเปึนบริษัทใหญ่แล้วเราก็ไม่ควรจะ ต่อต้านเขาด้วย เพราะว่าเขากําลังนําธงไทยไปโบกสะบัดแล้วก็แก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างที่ ท่านจิตร์ว่าว่าถ้าเขาไปตั้งโรงงานในประเทศ อื่นแล้ว ปัญหาเรื่องเทียร์ ๓ ก็ดี ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้ น แต่ผมคิดว่าการไปลงทุนโดยการไป ตั้งธุรกิจใหม่นั้นเปึนเรื่องที่ยากมาก ของบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่สําหรับของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ผมพูดเสมอว่ามันจะต้องเข้าไปจอยต์ เวนเจอร์กับนักลงทุนในประเทศนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซีแอลเอ็มวี ผมบอกเสมอว่าเอสเอ็มอีไทยถ้าจะไปลงทุนในซีแอลเอ็มวีเพื่อนบ้านนี่จะต้องทํา จอยต์ เวนเจอร์เพราะเขารู้ตลาดดีกว่าเรา เขารู้จักอะไรดีกว่าเรา และเราก็แลกให้เขา มาถือหุ้นของเราจึงเปึนจอยต์ เวนเจอร์ทั้งคู่ เราไปลงเขาแล้วเขามาลงเราอันนี้จะเปึนสิ่งหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าเปึนพาร์ต (Part) หนึ่งของเอฟดีไอ อันที่ ๒ คือการที่ไปเริ่มธุรกิจใหม่ลําบากมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทําก็คือการไปซื้อกิจการที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะย้อนกลับมาถึงองค์กรที่จะให้ ข้อมูลกับนักลงทุนชาวไทย บริษัทใหญ่ ๆ ท่านไม่ต้องเปึนห่วงเขา เขามีปัญญาไปจ้าง ที่ปรึกษาเยอะแยะ แต่ว่าบริษัทที่มีปัญหาคือบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเขาจะ มีปัญหาตั้งแต่เรื่องกฎหมาย ภาษี บัญชี การขออนุญาต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ ที่ระบบกฎหมายยังเปึนปัญหาโดยเฉพาะประเทศในซีแอลเอ็มวีระบบกฎหมายระบบยุติธรรม ยังมีปัญหาอยู่ นักลงทุนชาวไทยก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นตรงนี้
จะทําอย่างไร รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องไปเจรจาเงื่อนไขพวกนี้ ความคุ้มครองระหว่างประเทศ ก็จะต้องมี สิ่งหนึ่งที่สําคัญคือการจัดตั้งองค์กรที่ท่านเทียบลักษณะของเจโทร ผมคิดว่าสําคัญ แต่ผมอยากจะขอให้ศึกษาเจโทรที่เราจะออกแบบนั้นมันเหมาะสมกับของเรา แล้วผม ไม่อยากให้เปึนส่วนราชการนะครับ ถ้าเปึนส่วนราชการเอาบีโอไอ (BOI) เอาผู้แทน ทูตพาณิชย์มานั่งอยู่ใน ประทานโทษมันก็จะไม่เข้าใจองค์กรธุรกิจเอกชน ต้องเปลี่ยนองค์กรนี้ ให้เหมือนกับเปึนหน่วยงานของเอกชนที่เขารู้เรื่องจะเปึนธนาคาร จะเปึนผู้ผลิตต่าง ๆ ที่ใหญ่ ๆ มาช่วยกัน ผมคิดว่าองค์กรนี้จะมีความสําคัญอย่างยิ่ ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ธนาคารเอกซ์ปอร์ต (Export) เอ็กซิม แบงก์ ก็จะทําหน้าที่ประกอบกันไป เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะต้องให้องค์กรเหล่านี้ทํางาน ที่สําคัญมากที่ผมเห็นภาพคือธนาคารของไทย ที่ไปอยู่ในภูมิภาคต้องใช้สถาบันการเงินเหล่านี้ที่รู้ข้อมูลดีที่สุดของลูกค้าของเขาแนะนําข้อมูล พวกนี้ให้เรา ซึ่งองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่จะต้องทํางานร่วมกัน อันสุดท้ายที่ผมคิดว่าสําคัญมาก ผมเคยอยากจะช่วยรัฐบาลไทยตอนนั้นบอกว่าผมจะทําออกแบบเรื่องข้อมูลกฎหมายทั้งหมดให้ แต่ไม่ใช่ผมทําให้ฟรีนะครับ เอาราคาพันธมิตรไปชวนใน ๑๐ ประเทศให้มาให้ ความช่วยเหลือ ผมบอกว่า ๑๐ ประเทศขอเงินแค่ ๑๐ ล้านบาทประเทศละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ออกแบบข้อกฎหมายทําสัญญาให้เสร็จเลยไลเซนส์ (License) ทําให้เสร็จเปึนมาตรฐานเลย แบบประเทศอื่นทํา ตอนแรก ๆ ก็ทําท่าจะดีครับ พอบอกว่าต้องขยายให้ไปรวมประเทศ อินเดียกับประเทศจีนด้วยผมถอยเลยทําไม่ไหวหรอกครับ
ที่จริงเงิน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทเพื่อจะสร้างฐานข้อมูลนี่ผมว่ามันเล็กน้อยมาก ฐานข้อมูลนี้จะเหมาะกับใครรู้ไหมครับเอสเอ็มอีไทยครับ บริษัทใหญ่ ๆ ท่านไม่ต้องเปึนห่วง เขาครับ เขามีปัญญามาจ้างบริษัทใหญ่ ๆ ทํางานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อมูลพวกนี้ที่ท่านพูด สําคัญมาก แต่ข้อมูลนี้ต้องอัพเดต (Update) ไม่ใช่เปึนฮาร์ด ก๊อบปุ้ (Hard copy) เอาข้อมูล แล้วใส่ ๆ ไปมันก็จะต่อเนื่องด้วยการฝ๊กอบรมให้ข้อมูล ด้านกฎหมาย ภาษี การตลาดต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้สําคัญมาก แล้วผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีแอลเอ็มวีนี้รัฐบาลจะต้องเปึนผู้นําแล้วก็จะต้องทํา ส่วนประเด็นต่าง ๆ เรื่องภาษีนั้น ก็อย่างที่ผมเรียนก็สอดรับกับสิ่งที่เราเสนอปฏิรูประบบภาษีของไทยด้วยเรื่องการลงทุน ต่างประเทศ ผมก็อยากจะฝากให้ท่านกรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมเรื่องการไปร่วมลงทุน กับต่างประเทศด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ กระผม พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร อันดับที่ ๑๐๑ อันนี้ที่ผมอยากมาเพิ่มเติมเมื่อกี้ติดค้างไว้ในช่วงต้น คือประเทศเรามีระยะทางใกล้กับเพื่อนบ้านทั้งหมดเลย คือไม่ว่าจะประเทศเขมร ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่าที่เห็นใกล้ ๆ มานี้ ระยะทางแต่ว่าการลงทุนเรานี่น้อยกว่า ประเทศสิงคโปร์ ผมก็ยังสงสัยว่าทําไมกระทรวงพาณิชย์หรืออะไรต่าง ๆ ไม่ส่งเสริมในส่วนนี้ ผมเห็นคนสิงคโปร์ที่ไปลงทุนในประเทศกัมพูชา แล้วถูกคนกัมพูชาโกง ปรากฏว่าเขาบอกว่า ไม่เปึนอะไรเดี๋ยวกลับประเท ศไปเลย เปึนเรื่องของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ที่จะฟัองกับ รัฐบาลประเทศกัมพูชาเอง อีกไม่ถึงป้เขาก็ได้เงินคืน อันนี้เปึนสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึน สิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อนักลงทุนมาก เพราะว่ากฎหมายแต่ละประเทศเหมือนพี่ทั้ง ๒ คน ที่พูดเมื่อกี้นี้มันอาจจะทําให้บริษัทเล็ก ๆ ไม่กล้าไปลงทุน เพราะว่ามันมีความสลับซับซ้อน เยอะ แล้วก็อาจจะมีการคอร์รัปชันมากกว่าบ้านเราบางส่วน ในส่วนนี้มีใต้โต๊ะอะไรนี่ แล้วถ้าไม่มีพรรคพวกนี่เขาอาจจะฉีกสัญญาเลยถ้าเราไปลงทุนเยอะ ๆ ถ้าเราไม่มีรัฐบาล คอยคุ้มครอง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมอยากเสนอ เนื่องจากถ้าจากประเทศกัมพูชาที่ผมเคย สัมผัสมาเมื่อประมาณ ๒๐ ป้ที่แล้วเราลงทุนมาอันดับที่ ๒ รองจากประเทศจีน เดี๋ยวนี้น่าจะ
อันดับ ๑๐ กว่าแล้ว ประเทศอื่น ๆ มาลงทุนหมดในส่วนนี้ เพราะว่าเราถูกโกงบ้างอะไรบ้าง แล้วบริษัทเล็ก ๆ ไม่กล้า อันนี้เปึนจุดสําคัญ สัญญาที่ไปทําเปึนเรื่องของรัฐบาลที่ไปทํากับ รัฐบาลประเทศนั้น แล้วบริษัทเอกชนเราไปลงทุน แต่ถ้าถูกโกงมาทางรัฐบาลเปึนคนต่อสู้ให้ อันนี้จะเปึนจุดแข็งอันหนึ่งที่ผมอยากเสนอที่ประเทศสิงคโปร์เขาคิดขึ้นมา เพราะว่าประเทศ สิงคโปร์เขาต้องไม่มีพื้นที่ ในประเทศเขาอยู่แล้ว เขาต้องพยายามใช้ทุกวิธี การที่ไปลงทุน ในต่างประเทศให้มากที่สุด ปัจจุบันเขาก็ประสบความสําเร็จเขาเอาทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรมนุษย์เปึนหลักก่อนให้การศึกษา แล้วก็ไปดําเนินการ ปัจจุบันเขาสามารถบริหาร จัดการได้ทั่วโลกในส่วนนี้ อันนี้ถึงแม้ว่าเราจะคิดทีหลังเขาก็ตาม แต่ถ้าคิดวันนี้คงไม่สาย ก็อยากจะให้ดําเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ชายแดนบริเวณ เขตเศรษฐกิจพิเศษที่เราจะตั้ง แล้วควรจะตั้งตรงข้ามกับเขาโดยเราไปลงทุน ไม่ว่าผลผลิต การเกษตรทุกอย่างเราก็ต้องซื้อเขามาเพื่อจะมาแปรรูปให้มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ส่งขาย ต่อไป เหมือนทําตัวเปึนคนกลางด้วย ไม่ใช่เปึนผู้ผลิตอย่างเดียว แล้วก็ถ้าเราไปลงทุน ในต่างประเทศเยอะ ๆ ไม่ว่าใครจะถูกแกล้งเทียร์ ๓ อะไรต่าง ๆ หรือทวีปยุโรป จะดําเนินการมาเราก็ใช้โควตาของประเทศเพื่อนบ้านเราที่เขาได้รับการลดหย่อนภาษีอยู่แล้ว ดําเนินการส่ง ปัจจุบันบางบริษัทเขาทําอยู่แล้วที่ทราบ แต่ว่าผมก็เห็นด้วยเราต้องไป ร่วมลงทุนกับคนของประเทศเขา อย่าไปทําเดี่ยว ๆ ถ้าเดี่ยว ๆ แล้วจะถูกแกล้งเยอะ ถ้า ๓ ประเทศที่ผมได้เรียนให้ทราบ เพราะว่ามันยังล้าหลังหลาย ๆ อย่างในเรื่องกฎหมาย และเรื่องการควบคุมการคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราไปลงทุนร่วมแล้วก็รัฐบาลเรานี่ เปึนผู้เซ็นสัญญาในการดําเนินการมันจะทําให้เรามีความเข้มแข็ง มีเรื่องเรียนแค่นี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ หมายเลข ๐๘๐ มาจากจังหวัดยะลาครับ เกี่ยวกับวาระการพัฒนา การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทยนั้น ผมขอเรียนให้คณะกรรมาธิการ ทราบด้วยนะครับว่าที่ผ่านมานั้นประเทศไทยเรา เรายกตัวอย่างกรณีเช่นการเงินคือธนาคาร ที่เรามีอยู่นั้นบัดนี้ต่ำงชาติมาถือหุ้นกันเกือบทุกแบงก์ หมดแล้ว เหตุผลเพราะอะไร วันนี้ถ้าเราจะไปลงทุนต่างประเทศนั้นเงื่อนไขไม่ยากครับ เรามีการนํานวัตกรรมของเราเอง ที่คิดค้นขึ้นได้โดยนักวิทยาศาสตร์เรา โดยการนําของบริษัทใหญ่ ๆ ซึ่งลงทุนอยู่ในต่างชาติ แล้ววันนี้นั้นเราช่วยเข้าไปทางโน้น คือประเทศต่างชาติแล้วก็บริษัทใหญ่ของเรา ซึ่งสามารถ เข้าไปลงทุนแล้วก็เอานวัตกรรมของเราไปผสมกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมของต่างประเทศ ที่เจริญแล้วนั้น เราไปลงทุนร่วมกันโดยรัฐจะต้องให้ความคุ้มครอง ถ้ารัฐไม่ให้ความคุ้มครอง ผมก็เข้าใจนักลงทุนนะครับว่าเวลาไปเขาโดดเดี่ยว อย่างเช่นสมาชิกบางท่านกล่าวมาแล้ว ส่วนคณะกรรมาธิการ ท่านจิตร์เอ่ยมาแล้วว่าลงทุนต่างประเทศมี ๗ อย่าง ที่ท่านพูด มาแล้วนั้นผมไม่พูดถึง ผมจะพูดว่าเราจะไปลงทุนต่างประเทศอย่างไรแล้วให้มีเงิน กลับเข้ามาในประเทศ อันนี้คือข้อสําคัญของวาระการพัฒนาในครั้งนี้ สําหรับประเทศ ที่พัฒนาแล้วหรือประเทศที่เจริญแล้วเรามีบริษัทใหญ่สามารถที่จะเข้าไปได้ แต่รัฐต้องส่งเสริมและเราจะต้องมีนวัตกรรมของเรา เองด้วย ซึ่งไปขาย ไปร่วม ไปจอยต์ (Joint) อันนี้นะครับ อีกประเด็นหนึ่ง สําหรับประเทศที่รอบประเทศเราซีแอลเอ็มวีที่ว่านี่ เราเข้าใจว่าการค้าชายแดนเรามีอยู่แล้ว เขตเศรษฐกิจพิเศษเรามีอยู่แล้ว นักธุรกิจ นักลงทุนของเรามีอยู่แล้ว ซึ่งท่านเหล่านี้นั้นไปลงทุนกับเขาโดยไปเปึน การรู้จักส่วนตัวยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากรัฐ ถ้าจะให้มีการเจริญเติบโตในการลงทุน เหล่านี้นั้นรัฐต้องไปให้ความคุ้มครองเขาครับ เฉกเช่นประเทศสิงคโปร์หรือประเทศมาเลเซีย ที่เขาเข้าไปลงทุนเขาดูแลคนของเขาอย่างดี ของเราล่ะ ไม่ต้องอื่นไกล บริษัทใหญ่บางบริษัท เข้าไปลงทุนในต่างประเทศวันนี้ยังลําบากเลย เขาขีดเส้นด้วยเงื่อนไขกฎหมายข องเขา
ถอยกลับแทบไม่ทัน ต้องเจรจากันหลายรูปแบบ ส่วนที่เราบอกว่า ๑ ใน ๗ ข้อนั้น เราไปเอาวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อผลิต เพื่อสร้างนวัตกรรม เพื่อให้คนในประเทศนั้น เราแค่ไปเอาวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามานั้นเราก็ยังมีปัญหาเลย ผมเชื่อว่าท่านประธานเกริกไกรก็คงทราบปัญหานี้ดี เพราะท่านเปึนที่ปรึกษาของบริษัท บ้านปู จํากัด (มหาชน) อยู่เกี่ยวกับถ่านหิน ขนาดนําจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามา มีปัญหาอย่างไร เราเปึนนายทุนใหญ่ก็ยังมีปัญหา เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะทําอย่างไร ลงทุนในต่างประเทศแล้วเราได้เงินทุนกลับมา คนในชาติของเราได้รับการพัฒนา มีนวัตกรรม มีวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ มาส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้คนในประเทศ อันนี้คือข้อสําคัญ ที่รัฐจะต้องส่งเสริมและดูแลเปึนการอย่ำงดีสําหรับนักลงทุนใหญ่ ๆ ไป รัฐจะต้องให้ ความคุ้มครอง ให้สิทธิพิเศษเขา เพื่อพัฒนาประเทศเรา การลงทุนในต่างประเทศนั้น ไม่ใช่ว่าให้เขารวยอย่างเดียว ประเทศเราต้องรวยด้วย คนของเราต้องมีฐานะที่ดีขึ้น สู้ต่างชาติได้ ตรงนี้ผมขอเรียนว่าวาระการพัฒนาตรงนี้นั้น ระเบีย บ กฎเกณฑ์ รัฐจําเปึนจะต้องออกแบบมาเพื่อให้เราคนไทยไปลงทุนต่างชาติให้ได้ดียิ่งกว่านี้นะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศตามความเข้าใจของกระผมนั้นคงหมายถึงธุรกรรม การลงทุนที่มีผู้ลงทุนที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยมีต่อธุรกิจที่มีถิ่นฐานอยู่ต่างประเทศ แม้การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่ยังเปึนการลงทุนของผู้ประกอบการ รายใหญ่มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการรายใหญ่นั้นมีอยู่ไม่กี่รายหรอกครับ แต่ผู้ประกอบการรายย่อยนั่นสิที่พวกเราไม่ทราบว่าเขาไปเผชิญชะตากรรมในการลงทุน ในต่างประเทศอย่างไรบ้าง คงปฏิเสธไม่ได้ปัจจัยที่จํากัดการลงทุนของผู้ประกอบการรายย่อย หรือรายเล็ก โดยเฉพาะธุรกิจที่เปึนขนาดกลาง ขนาดย่อม ทั้งกฎเกณฑ์ที่ยังไม่เอื้ออํานวย เช่น เรื่องภาษี ข้อจํากัดด้านแหล่งเงินทุน และสิ่งที่สําคัญนั่นคือศูนย์กลางข้อมูลที่เกี่ยวกับ ประเทศที่เราจะต้องไปลงทุนซึ่งเปึนอุปสรรคสําคัญอย่างยิ่งสําหรับผู้ลงทุนรายย่อย ผมอยากจะแสดงสะท้อนข้อคิดความเห็นที่ผมได้สัมผัสได้ยินมาจากผู้ประกอบการรายย่อย สิ่งที่เขาต้องการอยากได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชนนั้นมีอะไรบ้าง ข้อที่ ๑ กฎหมายรัฐต่อรัฐ กฎหมายภายในประเทศที่จะไปลงทุนนั้นมีกําหนดกฎเกณฑ์ มีบัญญัติไว้อย่างไรเกี่ยวกับผู้ลงทุนจากนอกประเทศ การขออนุญาตกฎหมายการลงทุน ในประเทศที่ไปลงทุนเปึนอย่างไรบ้าง กฎหมายภาษีสําหรับผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่ไปประกอบการลงทุนอยู่ในต่างประเทศ กฎหมายภาษีกําหนดไว้อย่างไร นอกจากนั้น การจัดสถาบันการเงินให้กู้สําหรับผู้ที่จะลงทุนในต่างประเทศควรมีสิทธิพิเศษหรือไม่ อย่างไร การจัดทําสัญญาตัวอย่างที่ถูกต้องและบังคับใช้ได้ตามกฎหมายในประเทศที่ไปลงทุนจะต้อง ทําอย่างไร หรือไม่ การอบรมให้ความรู้ตลาดเงินของประเทศที่จะไปลงทุนจะต้องอบรมให้ ผู้ประกอบการหรือไม่ อย่างไร นอกจากนั้นที่สําคัญการประกันความเสี่ยงสําหรับนักลงทุน ที่จะไปลงทุนในต่างประเทศภาครัฐควรจะประกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุนหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านตอนนี้จะเป่ดเออีซีกันเราได้ให้ความรู้ตั้งศูนย์กลางข้อมูลให้กับ นักลงทุนรายย่อยหรือไม่ สมมุติว่านักลงทุนประสงค์อยากจะไปประกอบธุรกิจลงทุนเล็ก ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเช่นทําโรงแรม กฎหมายโรงแรมในต่างประเทศ กฎหมายการลงทุน
กําหนดไว้อย่างไรอย่างนี้เปึนต้น ผมก็คงฝากประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้สะท้อนมาจาก นักลงทุนรายย่อยจากต่างจังหวัดเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสารี อ๋องสมหวัง ครับ
กราบขอบคุณท่านประธานแล้วเรียน ท่านประธานแล้วก็ท่านกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ ดิฉันมี ๓ ประเด็นมี ๓ ประเด็นที่คิดว่า อยากจะเสนอแนะ ประเด็นแรกดิฉันคิดว่าจริง ๆ ปัจจุบันเราก็ทําการค้าหรือการลงทุน ในลักษณะที่เปึนการลงทุน ๒ ฝ์าย
หรือที่เราเรียกกันว่าข้อ ตกลงเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ ซึ่งก็ต้องบอกว่าจริง ๆ ประเทศไทยเองใช้ประโยชน์จากการทําข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศที่เราทําข้อตกลง น้อยมาก ซึ่งอันนี้น่าจะถือเปึนส่วนหนึ่งของการที่จะรวมไปถึงการลงทุน อย่างเช่น ดิฉันยกตั วอย่างว่าเราทําเอฟทีเอประเทศไทยกับ ประเทศญี่ปุ์น จริง ๆ ทําให้ ร้านอาหารญี่ปุ์นมีคนญี่ปุ์นมาเปึนกุ๊กเยอะแยะ แต่ว่าร้านอาหารไทยในประเทศญี่ปุ์น เราก็ไม่ได้มีกุ๊กคนไทย หรือว่าแม้กระทั่งการลงทุนร้านนวดแพทย์แผนไทยในต่างประเทศเอง ก็ดี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงที่ประเทศไทยทําเราจะใช้ประโยชน์ อย่างไร ซึ่งข้อตกลงเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็แลกกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างเช่นยกตัวอย่างชัดเจนเอฟทีเอของประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ์นเราก็ต้องนําเข้าขยะ จากประเทศญี่ปุ์นมาในประเทศ เพราะฉะนั้นอันนั้นเปึนประเด็นที่ ๑ ที่ดิฉันอยากเรียน ทางกรรมาธิการ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันนึกถึงว่าทําไมเราต้องนึกถึงการมีออฟฟ่ศ การลงทุน การสนับสนุนการลงทุน อยากให้คิดแบบเวอร์ชวล (Virtual) ก็คือเราไม่มีออฟฟ่ศได้ไหม คือคิดเหมือนนึกถึงอาลิบาบาว่าโมเดลการลงทุนคือในการศึกษาอันนี้ มันไม่มีข้อมูลเรื่องเหล่านี้เลยว่าจะทําอย่างไรที่ จะทําให้เรามองการค้าการลงทุนหรือว่า การลงทุนที่เปึนมิ ตร การลงทุนที่เปึนมิตรกับทั้งคนกับทั้งสิ่งแวดล้อม กับส่วนต่าง ๆ เราจะหยุดทํากําไรจากความไม่เปึนธรรมอย่างไร แล้วก็ดิฉันเองก็อยากจะสนับสนุนให้ กรรมาธิการยึดหลักในการทําการลงทุนว่า เราควรจะจัดให้มีการดูแลการลงทุน การค้า ทั้งของต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยให้เปึนไปตามบรรทัดฐานของประเทศผู้ลงทุน แล้วก็มาตรฐานของประเทศไทยถ้าคนที่มาลงทุนนี่มีมาตรฐานต่ํากว่าประเทศไทย แต่ถ้าเขามีมาตรฐานสูงกว่าประเทศไทยเราก็ควรจะยึดมาตรฐานของประเทศนั้น แล้วรวมทั้ง เอกชนก็ดีหรือรัฐวิสาหกิจก็ดี การลงทุนของรัฐที่ไปลงทุนในต่างประเทศให้มีความรับผิดชอบ ต่อสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การทุจริต การคอร์รัปชันต่าง ๆ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรฐาน ตามกฎหมายไทย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้อยากให้เปึนเงื่อนไข คือเราอาจจะต้องเรียกว่า ลดการลงทุนที่จะไปทําให้กลุ่มคนต่าง ๆ หรือคาดหวังว่าตอนนี้เราไม่มีแรงงานราคาถูกแล้ว เราจะไปหาแรงงานราคาถูกอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เองอยากเห็น ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนเรื่องเราต้องจัดให้มีการลงทุนการค้าของต่างประเทศ ในประเทศ ให้เปึนไปตามมาตรฐานของประเทศผู้ลงทุน แล้วก็มาตรฐานของประเทศไทย รวมทั้งเอกชน
และรัฐวิสาหกิจไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศให้ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การคอร์รัปชัน โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรฐานไม่น้อยกว่าประเทศไทย อย่างเช่น การรับฟังความคิดเห็น การทําประชาพิจารณ์ต่าง ๆ ในประเทศที่เราจะไปลงทุน เพราะฉะนั้นดิฉันก็หวังว่าการลงทุนในต่างประเทศเราจะได้ประโยชน์อย่างเดียว ซึ่งอีกทางหนึ่งมันก็เปึนเรื่องของสิทธิเยี่ยงชาติต่าง ๆ ที่มันจะทําให้เกิดข้อผูกพันในการทํา ข้อตกลงต่าง ๆ ในระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเพิ่มเติม ๓ ประเด็นให้กับ ทางกรรมาธิการค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กราบเรียนท่านกรรมาธิการที่เคารพครับ ผมขอแสดงความชื่นชมที่ช่วยกรุณาไปศึกษา เรื่องของการลงทุนมา เพราะว่าการลงทุนก็เปึนเสมือนหนึ่งทําให้ประเทศชาติมีทิศทาง มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ทีนี้เรามามองดูว่าถ้าประเทศไทยมีการลงทุนผ่านระบบต่าง ๆ
เมื่อก่อนนี้มีนักลงทุนจากต่างประเทศมาใช้ความได้เปรียบของบ้านเรา คือใช้แรงงานที่ถูก แล้วก็แรงงานจํานวนมากลงทุนในประเทศของเรา เราก็ดีใจนะครับว่ามีคนมาลงทุนในบ้านเรา รัฐบาลก็ดีใจเพราะว่ามีกระแสเงินไหลเข้า เมื่อมีกระแสเงินไหลเข้าสิ่งหนึ่งก็บอกว่า จะทําให้คนไทยมีงานทํามากขึ้น ก็แสดงว่าเราก็จะมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบเหล่านี้จากนักลงทุนต่างประเทศก็กําลังจะหมดไป เพราะว่าประเทศไทย ก็ไม่ได้มีค่าแรงที่ถู กแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีแรงงานที่เหลือเฟ๋อพอที่จะลงทุนได้ การลงทุน ในประเทศไทยอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพราะว่าคนไทยระดับหนึ่งไม่อยากทํางาน ที่เราเรียกว่า ๓ ดี (3D) แล้ว ทีนี้จะทําอย่างไรครับ ภายใต้กระบวนการซึ่งประเทศเรา พอจะมีทุนอยู่บ้าง เราก็ต้องคิดถึงว่าเราจะต้องไปลงทุนในต่างประเทศ ทีนี้ไปอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เราต้องทําให้มีคนกล้า คนกล้าอาจจะเรียกว่าเปึนหน่วยกล้าตายนะครับ กล้าที่จะไปลงทุนที่ต่างประเทศ แต่ขอโทษนะครับท่านประธาน นักลงทุนต่างประเทศ ของประเทศไทยไม่ค่อยมีข้อมูล สิ่งที่นักลงทุนกลัวก็คือข้อมูล ไม่มีข้อมูลในประเทศที่จะไป ผมยกตัวอย่างประเทศพม่า ใกล้บ้านเรามากที่สุดนะครับ ครั้งหนึ่งมีคนพม่า เปึนนักวิชาการพม่า มาเยี่ยมผมที่มหาวิทยาลัย แล้วก็ชวนผมให้ไปดูเรื่องของขยะ ที่ประเทศเขา ที่เมืองย่างกุ้ง แล้วก็บอกผมว่าท่านอาจารย์ลองหาคนไปลงทุน เรื่องการกําจัดขยะโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สิ ที่เปึนเทคโนโลยีที่แปรขยะให้เปึนพลังงาน แล้วก็ไร้มลพิษ ผมก็ไปครับท่านประธาน แต่ผมก็จะมีคําถามว่าไปตั้งโรงงานกําจัดขยะ ที่ประเทศพม่านี่ตั้งตรงไหน แล้วก็ถ้าไปผลิต ไปตั้งโรงงานแล้ว ผลิตไฟแล้วจะขายใคร ใครจะรับซื้อผม แล้วก็จะเก็บเงินอย่างไร ทั้งนี้เปึนข้อมูลที่ต้องการคําตอบทั้งสิ้น ผมไปคุยกับ คนที่ประเทศนั้น คนประเทศนั้นก็หาข้อมูลตอบผมไม่ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่นักลงทุนไทย ก็ต้องกลัว เพราะฉะนั้นผมก็มาคิดต่อไปว่าแล้วใครจะให้ข้อมูลกับนักลงทุนที่เปึนคนไทย คนไทยที่ผมว่านี่มีคนไทยดังต่อไ ปนี้ คนไทยที่จะไปก็คือเปึนนักเสี่ยงโชค นักสู้ ผู้ไปตายดาบหน้า แล้วก็นักลงทุนแท้จริง แต่คนเหล่านี้ไม่มีข้อมูลนะครับท่านประธาน แล้วใครจะให้ข้อมูล ผมคิดว่าสถานทูตน่าจะเก็บข้อมูลไว้แล้วก็ซัพพอร์ต (Support) ให้กับคนไทย หรือว่าคนไทยเหล่านี้ที่จะไปทําหน้าที่เปึ นนักสู้ต่างแดนต้องแสวงหาข้อมูล ด้วยตนเอง อันนี้เปึนคําถามที่ตอบยาก แต่ไม่ใช่หมายความว่าไม่มีคนไทยไปนะครับ ในประเทศรอบบ้านเรา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชาก็ยังมีคนไทยไป
อย่างน้อยในสภานี้ผมก็ยังยืนยันได้ว่ามีคนไทยที่อยู่ในสภาไปลงทุนในประเทศกัมพูชา ผมก็ขอขอบคุณคุณทวีกิจที่ยังกล้าไปลงทุนที่ประเทศกัมพูชา ถึงแม้ว่าจะเปึนการลงทุน ในลักษณะของเท็กซ์ไทล์ (Textile) หรือการ์เมนต์ (Garment) ก็ตามที แต่ก็ยังกล้า แสดงว่าต้องมีข้อมูลเ พียงพอที่จะสู้ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อไปลงทุนในประเทศนั้นแล้ว ต้องสร้างธรรมาภิบาลให้คนประเทศนั้นเห็นด้วยว่าคนไทยที่ไปทํางาน ที่ไปลงทุน ในประเทศนั้นมีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบกับสังคมประเทศนั้นด้วยครับ ทีนี้มีคําถาม ต่อไปว่านักลงทุนที่จะไปต่างประเทศจะได้อะไรขึ้นมา ผมก็คิดไปคิดมา ผมคิดว่ามีคําตอบอยู่ คําตอบเดียวนะครับ คือสิ่งที่เขาจะได้นี่ได้เรื่องของการลดหย่อนภาษี คือไปลงทุนแล้ว จะได้อะไร ๑. ได้ความภูมิใจ ๒. ได้ลงทุน ๓. สิ่งที่จะได้ตอบแทนกลับมาก็คือว่า ได้เรื่องของการลดหย่อนภาษี มีคําถามว่าแล้วได้สิ่งลดหย่อนนี้เมื่อใด มีคําตอบเรื่องเวลา ให้ชัดไหมครับ อันนี้ต้องสร้างความชัดเจนให้กับนักลงทุนด้วยครับ ขอฝากท่านประธาน แล้วก็กรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้ายนะครับ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ขอสนับสนุน วาระการพัฒนา การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทยเรา ดิฉันอยู่ในภาคใต้ ตอนนี้ภาคการเกษตรก็ราคาตกต่ํา แต่ดิฉันก็ภูมิใจใน ๓ จังหวัดเขาไปลงทุนไปทําร้านที่ดัง ร้านอาหารต้มยําที่ประเทศมาเลเซีย เพราะว่าประเทศมาเลเซียหรือประเทศอื่นทํากับข้าว เรื่องต้มยํารสไม่แซ่บหรืออร่อยเท่าประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรที่เปึนอาหารเสริม แล้วก็เปึนตัวปรุงสําคัญ ดังนั้นการลงทุนดิฉันคิดว่าไม่ว่าประเทศมาเลเซีย หรือว่า ประเทศซาอุดีอาระเบียทุกคนต้องไปทําพิธีอุมเราะห์หรือพิธีฮัจย์ ดังนั้นการที่มุสลิมไปทํา ในภารกิจเกี่ยวกับต่างประเทศ การลงทุนบางลงทุนอยากจะฝากถึงท่านกรรมาธิการ อยากจะให้มีกฎหมายเกี่ยวกับดูแลอย่าให้เขาเรียกเหมือนกับรถสกรู (Screw) หย่อนอะไร อย่างนี้ ยกตัวอย่างของประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นกฎหมายเขาจะเข้มแข็ง แล้วก็ เข้มงวดเกี่ยวกับทุกอย่าง แล้วก็ให้สวัสดิการ แล้วก็เปึนการประกัน แล้วก็ถึงเขาจะไม่มีดอกเบี้ย แต่เขาจะมีผลกําไร ค่าตอบแทน ดังนั้นภาคด้านการเกษตรถือว่าสําคัญ แล้วก็ สมุนไพรบางอย่างเมื่อไปลงทุนทางด้านทําอาหารก็เปึนอย่างหนึ่ง แต่การลงทุน ในต่างประเทศประเทศแต่ละประเทศเขาจะเข้มงวดมาก ดังนั้นอยากจะฝากถึง ท่านกรรมาธิการว่าอยากจะต้ องมีกฎหมายที่เอื้ออํานวยแล้วก็ให้ลงทุน ไม่ใช่ว่าผู้ที่ไป ประกอบการสําหรับคนรวยให้กับคนจนหรือเอสเอ็มอีในฐานะไม่กี่เดือนเราจะเปึนประชาคม อาเซียน ประเทศมาเลเซียเขาเตรียมเมืองของเขา แล้วก็เตรียมนักลงทุนหลาย ๆ ประเทศ แล้วประเทศไทยของเราเปึนประเทศที่ใกล้ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศ สปป. ลาว แล้วก็ประเทศกัมพูชา ประเทศจีน ส่วนภาคใต้ก็ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็หลาย ๆ ประเทศ จําเปึนมาก ที่จะต้องมีกฎหมายที่จะต้องดูแลแล้วก็สนับสนุนให้คนที่ไปลงทุนมีกิจการ แล้วก็ เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็กลับมาให้ประเทศไทย โดยที่ไม่ใช่เปึนคนก่อการร้าย เปึนคนดี ของประเทศไทย ทําอย่างไรที่จะปล่อยให้เขามีโอกาสมาเปึนคนดี ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจว่า ๓ จังหวัดเปึนคนก่อการร้ายหรือสร้างความไม่สงบ จะต้องแก้ปัญหาตรงจุด
ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาปลายน้ํา ดังนั้นการส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศดิฉันอยากจะฝาก กฎหมายที่จะต้องเข้มแข็ง แล้วก็เอื้ออํานวยทุก ๆ ศาสนาให้มันเข้มแข็ง แต่ประชาชาติ ยกตัวอย่างศาสนาอิสลามเขาให้ดูคนจีน ท่านศาสดามูฮัมหมัดว่าถ้าจะค้าขายจะต้องไปถึง ประเทศจีนจะต้องเอาเปึนคนจีน คนจีนซื่อสัตย์ ซื่อตรง สัจจะ ดิฉันยอมรับ แต่คนไทยเรา มีสักครึ่งหนึ่งเสี้ยวของคนจีนจะประสบความสําเร็จในชีวิต แน่นอน เพราะคนไทยของเรา ขยันน้อยกิจไม่สู้ แล้วก็งานสกปรกไม่เอา ดังนั้นคนต่างด้าว ต่างเมืองเต็มบ้านเต็มเมือง เราจะทําอย่างไรให้ประเทศเราเปึนคนที่มั่งมี มั่นคง ในอนาคต ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงขออภิปรายได้ครบแล้ว จะขอเรียนเชิญท่านประธาน กรรมาธิการได้ตอบคําถาม หรือจะชี้แจง หรือจะสรุป เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่า ๘ ความเห็นที่ให้มานั้นมีประโยชน์ทั้งสิ้นนะครับ
ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของสิงคโปร์ โมเดล (Singapore model) ของท่านดอกเตอร์ชิงชัย ผมเอ่ยนามทุกท่านด้วยความเคารพนะครับ และจะพูดทีเดียวสําหรับทุกท่าน การที่จะต้อง คํานึงถึงเมิ ร์จเจอร์ แอคควิซิชัน กับการจอยต์ เวนเจอร์ ก็เปึนประเด็นที่ดีมากของ ท่านกิติพงศ์นะครับ เพราะว่าถ้าเราจะเปึนต่างชาติเข้าไปอย่างเดียวมันก็ยังมีอุปส รรคอยู่ มันมีคําว่ารี เจิน นอลไลเซชัน (Regionalization) อินเตอร์ เนชันแน ลไลเซชัน (Internationalization) แล้วก็ไปโลคอลไลเซชัน (Localization) ก็ต้องไปเปึนคนในประเทศเขา แล้วปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเขา ได้ประโยชน์จากกฎหมายของเขา ผมว่าสิ่งเหล่านี้ เปึนข้อเสนอที่ดี การที่จะต้องมีข้อมูล การที่ดูว่าเท็กชวล (Textual) มันเหมาะกับประเทศไทย หรือไม่ มันเปึนเพียงตุ๊กตาเท่านั้นนะครับ แต่ว่าเรากําลังบอกถึงว่าความมีกลไกที่ต้อง เพอร์ฟอร์ม (Perform) ทําหน้าที่เช่นนี้ แล้วก็รวมทั้งการที่จะต้องมีการประกันความเสี่ยง การคุ้มครองผู้ไปลงทุน การไปต่อสู้แทนเขาเมื่อมีข้อพิพาทที่เรียกว่าดิสทิบิว เซทเทิลเมนต์ (Distribute settlement) ก็ต้องไปคุ้มครองไปว่ากันต่อสู้ให้เขา ผมว่าล้วนเปึนประเด็นที่ดี ทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็พรุ่งนี้ตอนบ่ายก็คงจะมีการประชุมของคณะอนุกรรมการคณะนี้ เพื่ออินคอร์ปอเรต (Incorporate) แนวความคิดของสมาชิกที่ได้พูดไว้ว่าสมควรจะสะท้อนไว้ ในจุดใดบ้าง ก็จะนําไปพิจารณาให้ดีครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระการพัฒนาเรื่ องการส่งเสริม การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทยเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอรายงานวาระการพัฒนา เรื่องการส่งเสริม การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทย ก่อนที่จะขอมติคงต้องขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เดี๋ยวรอนิดหนึ่ง ให้ท่านสมาชิกข้างนอกได้เข้ามาให้ครบถ้วน ขอเรียกอีกทีนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
คงครบถ้วนแล้ว ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ จะขอให้ท่านได้ใช้สิทธิแสดงตนเสียก่อน กรุณาเสียบบัตร และกดปุ์มแสดงตนนะครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านใดยังไม่ได้ แสดงตนไหมครับ หรือแสดงตนไม่ได้
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๖๗ ท่านครบเปึนองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียงครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เดี๋ยวเรารอให้ คุณประสารถึงที่แล้วเสียบบัตรเสียก่อน ได้นะครับ เจ้าหน้าที่ดูสิครับ มีท่านใดยังไม่ได้ ลงคะแนนไหมครับ ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วผมป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๖๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระการพัฒนา เรื่อง การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุง ก่อนจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดําเนินการพิจารณาต่อไปนะครับ เปึนอันว่าจบ การพิจารณารายงานวาระการพัฒนา เรื่อง การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ของไทยแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานและท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
มีแต่เตือนว่าพรุ่งนี้มีประชุมเต็มวันนะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระ การประชุมแล้ว ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่เข้าประชุมครับ
ท่านประธานครับ ผม อนุสรณ์ เบอร์ ๒๓๒ พอดีเมื่อกี้กดไม่ทันครับ
เดี๋ยวบวกให้ครับ ขอป่ดประชุมครับ