เอกชัย ศรีวิลาศ หารือเรื่องจริยธรรมทางการแพทย์และการบริหารจัดการ โดยเน้นย้ำความสำคัญของบุคลากรและยกตัวอย่างบทบาทในวงการแพทย์แผนไทย
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ พอดีฟัง คณะนี้เสนอยาวไปหน่อยแทบจะลืมหมดแล้วที่เตรียมไว้ ขออนุญาตอย่างนี้นะครับเข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่องวงการแพทย์ได้ ๒ ส่วนด้วยกันก็เลยอยากจะพูดในส่วนนี้ เพราะส่วนแรกได้รับมอบจากแพทยสภาให้เปึนผู้บรรยายเรื่องจริยธรรมทางการแพทย์ให้กับ เหล่าแพทย์ต่าง ๆ ที่มาอบรมที่สถาบันพระปกเกล้า ประการที่ ๒ ผมเกี่ยวข้องกับ แพทย์แผนไทยเนื่องจากว่าเปึนรองประธานมูลนิธิพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเปึนบิดาแห่งแพทย์ แผนไทย เพิ่งประกาศมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในเรื่องแรกผมคิดว่าท่านจะมองถึงเรื่องระบบ เรื่องเกี่ยวกับบริหารจัดการอะไรทั้งหมดนี้เราไม่ได้มองถึงเรื่องคนสักเท่าไรนะครับ แต่ว่าที่ผม มองเรื่องคนอย่างนี้เรื่องจริยธรรมทางการแพทย์นี่สําคัญส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ผมอยากจะ ฝากไว้ เมื่อกี้ท่าน ขอโทษนะครับผมจําชื่อท่านอาจารย์ไม่ได้ที่นามสกุลเหล่าธรรมทัศน์ แต่จําได้ว่ำท่านพูดที่ท่านพูดเมื่อกี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรมทางการแพทย์เยอะมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วยว่าสําคัญมากเลย เพราะผมไปดูแล้วไม่ว่าจะเปึนซือเหมี่ยว เปึนบิดาแห่งการแพทย์ของจีน หรือว่าจะเปึนคุณอะชาร์ยา ชาร์ค ซึ่งเปึนบิดาทางการแพทย์ ของอินเดีย หรือแม้แต่ฮิปพอคราทีสจะพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างมาก
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญมากเลย และมันจะช่วยทําให้บริหารการจัดการดีขึ้นด้วย เพราะว่ามันจะเกิดธรรมาภิบาล ในส่วนของการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับทางการแพทย์นี่ เท่าที่ผมดูแนวทางในการบริหารจัดการของท่านเสนอมาแต่ละเรื่องนี่ผมดูแล้วมีเรื่อง การปัองกันน้อยมากเลย มีอยู่เรื่องเดียว ในหัวข้อเดียว ที่ท่านจะอภิบาลเรื่องเกี่ยวกับ การปัองกัน และควบคุมโรค และภัยคุกคามทางสุขภาพ มีแค่อันเดียว นอกนั้นที่ท่าน นําเสนอทั้งหมด ๑๐ กว่าท่านเปึนเรื่องแก้ไขทั้งสิ้นเลย ผมไม่ได้ดีใจครับ ผมอยู่ติด โรงพยาบาลศิริราช ที่บอกว่าโรงพยาบาลใหญ่โตมากแต่ประชากรไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่คนนี่ เจ็บป์วยมากขึ้น แสดงว่าระบบของเราไม่ดีใช่หรือเปล่า เพราะเราไปเน้นซึ่งการแก้ไข ไม่ได้เน้นเรื่องการปัองกัน ผมไม่ได้ดีใจที่มีโรงพยาบาล รพ.สต. ซึ่งเดิมเปึนสาธารณสุข มันดีอยู่แล้ว คือต้องทําเชิงปัองกัน แต่กลับกลายเปึนเอาเตียงไปตั้งแล้วไปทําเปึนโรงพยาบาล ผมมีโอกาสไปตรวจอะไรต่าง ๆ เพื่อให้รางวัลพระปกเกล้าฯ เห็นแล้วก็สะท้อนเหมือนกันว่า ทําไมเราไม่ทําเชิงปัองกัน เราไปทําแต่เชิงแก้ไข เชิงแก้ไขยังบอกให้ท่านทราบเลยว่า อีก ๑๐๐ ป้ท่านก็แก้ไม่ได้ครับ เหมือนระบบยุติธรรมตอนนี้ผู้พิพากษาตัดสินทั้งทไวไลท์ (Twilight) ทั้งภาคปกติ ยังไม่ทันเลยครับ เพราะว่าไม่ทําเชิงปัองกันเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านต้องเน้นเชิงปัองกันให้มาก ๆ แล้วก็ต้องทําให้ประชาชนสามารถ ดูแลตัวเองได้และไม่เจ็บป์วย เขาดูแลอย่างไร ผมยกตัวอย่างประเทศจีน ประเทศอินเดีย ก็มีโอกาสไปหลายครั้ง เขามีสมุนไพรอะไรต่าง ๆ อย่างที่มีการนําเสนอส่วนนี้ด้วย เขาดูแล รักษาตัวเอง เขาปัองกันตัวเองไม่ให้เจ็บป์วยได้ เขาอธิบายให้เข้าใจเรื่องสาธารณสุขของ ตัวเองที่จะดูแลรักษาอย่างไร ชุมชนไหนมีอะไรที่เปึนปัจจัยเสี่ยงที่จะทําให้เกิดการเจ็บป์วย โรคอะไร ผมเคยไปดูในพื้นที่ อย่างเช่น แถวจังหวัดเพชรบูรณ์ อําเภอหล่มสักนี่คนจะเจ็บป์วย เรื่องทางเดินอาหาร คนจะเจ็บป์วยเรื่องเกี่ยวกับระบบหายใจอะไรต่าง ๆ ก็รู้ได้ว่าเขาดื่มน้ํา ที่มันสกปรก เขาใช้ยาพ่นที่เปึนพิษ ก็ใช้มาตรการเชิงปัองกันกับเขาก็จะช่วยบรรเทาตรงนี้ได้ ผมก็ฝากท่านดูตรงนี้ด้วย เพราะว่าผมมองเห็นอย่างนี้ว่ามีโอกาสไปดูซาไก มีโอกาสไปดู ผีตองเหลืองนี่นะครับ แล้วก็เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีโอกาสไปกับคณะศิลปวัฒนธรรม ไปดูชาวบรู ทั้ง ๓ ชนเผ่านี่ดูแลตัวเอง โดยใช้จะเรียกว่าสมุนไพรหรือเปล่า เขาใช้พืชผัก ธัญญาหารนี่แหละ ช่วยรักษาสุขภาพเขา ทําให้อยู่มาได้เปึนหมื่น ป้ถึงทุกวันนี้ ไม่ล้มหายตายจากหรือสูญพันธุ์ไป ก็เพราะเขาดูแลตัวเองตรงนี้ส่วนหนึ่งนะครับ
อีกอันหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย ผมคิดว่าผมอยากให้สนับสนุนตรงนี้ ผมเห็นโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าก็ไปดูนะครับ มีฝังเข็มแพทย์แผนจีนนี่ ประมาณสักเกือบ ๒๐๐ เตียงได้ที่ทํางานอยู่นี่ ผมก็มีโอกาสไปใช้บริการด้วยในฐานะ เปึนกรรมการ ก็เลยเห็นว่าในโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เริ่มมีการใช้แพทย์แผนจีนเข้ามาเยอะ ทําไมแพทย์แผนไทยนี่มีมานานตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนี่ครับ แม้แต่ สิทธิบัตรหรือว่าลิขสิทธิ์อะไรของเราที่เปึนการนวดแผนโบราณ ตั้งแต่สมัยฤาษีดัดตน ในวัดโพธิ์ก็ไม่เคยจดทะเบียนเปึนลิขสิทธิ์ของไทย จนกระทั่งประเทศญี่ปุ์นจะจดเราถึงค่อยมา ต่อต้านเขา อย่างนี้ก็ถือว่า เราไม่ทําเชิงปัองกัน เชิงที่จะดูแลรักษาส่วนตรงนี้ด้วย ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ สุดท้ายผมคิดว่าเราจะเป่ดอาเซียน ประเทศในอาเซียนทั้งหมดระบบ สาธารณสุขของเรานี่ผมว่าอันดับหนึ่งของใน อาเซียน ในเมื่อเปึนอันดับหนึ่ง เมื่อเป่ดไปสู่ ประเทศที่เขามีอันดับรองลงไปจากเรานี่เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ถ้าเผื่อเราไม่มีธรรมาภิบาล เราไม่มีมาตรฐานอะไรที่เราจะไปเหนือกว่าเขาก็ไม่ได้ ทําอย่างไรที่เราจะเผยแพร่ เมื่อกี้ มีบางท่านบอกว่าต้องเผยแพร่ความรู้ ออกไป ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย ต้องเผยแพร่ไปสู่ ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย เพราะประเทศอาเซียนที่เน้นเรื่องการแพทย์พยาบาล ส่งออกมากคือฟ่ลิปป่นส์ แต่ว่าเขามีมาตรฐานต่ํากว่าเรา แต่เขาเน้นเรื่องการส่งออกในส่วนนี้ เพราะเขามีศักยภาพด้านภาษาเหนือกว่าเรา ตรงนี้ก็ฝากท่านไปคิดต่อด้วยว่าน่าจะต้องมี ธรรมาภิบาลของแพทย์ต่าง ๆ ในอาเซียนเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับ