สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๗ · ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ชาญชัย เจริญสุวรรณ หารือเรื่องการปฏิรูปการแพทย์แผนไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาการแพทย์แผนไทย พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การปรับปรุงระบบการผลิตแพทย์แผนไทย การส่งเสริมการศึกษาพัฒนากำลังคน และการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงการคุ้มครองลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และการสนับสนุนและเผยแพร่สมุนไพรไทยเพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์ของชาติ

พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ สมาชิก สปช. หมายเลข ๐๖๒ ท่านประธานและสมาชิกทุกท่านคงจะได้ฟัง คุณหมอสุวัฒน์ได้กล่าวไปในเรื่องของระบบบริ การสุขภาพแล้ว ผมก็ขอเรียนว่าการแพทย์ แผนไทยเปึนส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพคือเปึนส่วนเล็ก ๆ แต่ว่าถ้าระบบ บริการสุขภาพที่คุณหมอสุวัฒน์พูดถึงโดยเฉ พาะพื้นที่นําร่องก็ดีหรือว่าเฮลต์ แคร์ ทีม (Health care team) ก็ดีจะต้องมีส่วนหนึ่งที่มีบุคลาก รทางการแพทย์แผนไทย ซึ่งเบื้องหลังของบุคลากรเหล่านี้คือสิ่งที่ผมกําลังจะพูดต่อไป ผมขอยกเอ่ยนามท่านรสนาว่า ลูกเมียหลวงแม่ตายมันเปึนอย่างไร ผมก็ชกลมเรื่องนี้มานานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสพูด ก็จะใช้เวลาที่มีค่าเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในเรื่องของการปฏิรูปการแพทย์แผนไทย ถ้าพูดถึงการแพทย์แผนไทย ขอสไลด์ด้วยครับ ก็มีสัญลักษณ์อยู่ ๓ สิ่ง ก็คือบรมครู หมอชีวก หรือชีวกโกมารภัจจ์ บุคลากรที่ ๒ ก็คือว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านได้ตั้งโรงเรียนการแพทย์แผนไทยแห่งแรกที่วัดโพธิ์ แล้วก็ท่านได้รับพระราชทาน เปึนพระราชบิดาของการแพทย์แผนไทย แล้วคณะรัฐมนตรีก็ได้กําหนดวันที่ ๒๙ ตุลาคม เปึนวันภูมิปัญญาไทยหรือการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูป การแพทย์แผนไทยอยากจะเห็นก็คือการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยเปึน การแพทย์ประจําชาติเพื่อการดูแลสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยื น และสไลด์ต่อไปครับ ที่ผมจําเปึนจะต้องเอ่ยถึงก็คือ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จะเห็นว่าในรายการต่าง ๆ หรือ ในทุกโอกาสท่านได้พูดถึงเรื่องการนําแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านมาต่อยอด

องค์ความรู้เพื่อเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจของป ระเทศ ท่านพูดหลายครั้ง ผมก็เลยนํามาให้ ทุกท่านได้เห็น อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าการแพทย์แผนไทยนี่ถ้าเราพูดถึงการแพทย์แผนไทย ให้นึกถึงว่าระบบของการดูแลสุขภาพโดยอาศัยภูมิปัญญาความรู้ท้องถิ่นซึ่งมีมา แต่โบร่ําโบราณ มีมานานแล้วครับหลายร้อยป้ ซึ่งเปึนเรื่องของมิติหลา ยมิติที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของศาสนา พิธีกรรม วัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม แล้วก็ชุมชน แพทย์แผนไทยเปึนคํารวมใหญ่แต่ว่ามันก็จะซ้อนในสาขาวิชาชีพอยู่ ๒ อย่าง คือ การแพทย์ แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ท่านอาจจะเคยได้ยิน ๒ หลักสูตรนี้ต่างกันอย่างไร ก็คือเรียนเหมือนกันครับในเรื่องของเวชกรรม เภสัช นวดไทย ผดุงครรภ์ ที่แตกต่างกันคือ การแพทย์แผนไทยประยุกต์นําเรื่องของวิทยาศาสตร์มาเพิ่มในหลักสูตรมากขึ้น แล้วเรื่องของ การแพทย์พื้นบ้านนั้นไม่อยู่ในการแพทย์แผนไทยประยุกต์แต่มาอยู่ในเรื่องของการแพทย์ แผนไทย แล้วก็การแพทย์แผนไทยก็ยังแบ่งเปึน ก, ข, ค, ซึ่งผมไม่ขอกล่าวถึง ทุกท่านทราบดี ว่าภัยคุกคามสุขภาพมันมีความสําคัญอย่างใหญ่หลวง องค์การอนามัยโลกก็ได้คาดการณ์ ไว้ว่าในป้ ๒๐๕๐ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประชากรโลกคือประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านคน จะป์วยเปึน ๑ โรคของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ทีนี้วกมาดูประเทศไทย คนไทย ๑ ใน ๓ ป์วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยโรคหลัก ๆ เรื่องความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวานพวกนี้ อันนี้คือเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งผมดูรายการเมื่อคืนคือเดินหน้าปฏิรูป ซึ่งท่านประธาน ก็ไปออกด้วย เผอิญท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านพูดว่าระบบการดูแ ลสุขภาพต่อไปจะต้องเน้นในเรื่องการส่งเสริมปัองกันมากกว่า การบําบัดรักษาแล้วก็ฟุ๋นฟู อันนี้มันตรงกับคุณลักษณะของแพทย์แผนไทยเลย เพราะว่า แพทย์แผนไทยเปึนองค์ความรู้แบบองค์รวม เน้นในเรื่องของภาวะสมดุล ท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าในหลักการมันก็เปึนอย่างนั้น ธาตุดิน น้ํา ลม ไฟ อะไรต่าง ๆ นี่ ในหลักการการแพทย์แผนไทยคือถ้าภาวะร่างกายสมดุลแล้วคุณจะไม่ป์วยเปึนโรคอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องผัก ผลไม้ สมุนไพรต่าง ๆ นี่มันช่วยได้ และมันก็จะช่วยลดคนที่จะเจ็บป์วย จากโรคนี้ ผมว่างบประมาณของชาติจะลดไปได้อย่างมหาศาล ถ้าโครงการที่คุณหมอสุวัฒน์ ท่านทําแล้วเห็นตัวเลขเรื่องพื้นที่ตัวอย่างเปึนจริง ทีนี้กลุ่มโรคผมอยากให้เห็นความสําคัญว่า กลุ่มโรคของแพทย์แผนไทยที่ดูแลนี่มันจะมีอยู่ ๗ กลุ่ม ที่ว่าได้ผลนี่คือเรื่องโรคไข้ต่าง ๆ โรคสตรี บุรุษ ระบบทางเดินอาหาร หลอดเลือด โรคผิวหนัง โรคกล้ามเนื้อ โรคฉุกเฉิน ผมก็มีตัวเลขเปรียบเทียบ แต่ยอมรับว่าตัวเลขสถิติต่าง ๆ นี่มันหาได้ยาก ผมก็เปรียบเทียบได้ ๒ โรค ก็คือโรคของไหล่ติดกับโรคของสะเก็ดเงิน ตัวเลขอันนี้ได้มาจากโรงพยาบาลของ สถาบันการแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน สถาบันราชภัฏเชียงราย ซึ่งดอกเตอร์ยิ่งยง ท่านเปึนเจ้าของอยู่ ท่านก็ให้ตัวเลขนี้มา จะเห็นว่าถ้าไหล่ติดนี่ถ้ารักษาแล้วประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้ารักษาโดยภาวะปัจจุบันนี่อาจจะต้องผ่าตัด ก็เสียราคาเปึนหมื่น แล้วก็ถ้าเปึนโรคสะเก็ดเงินนี่ชัดเจน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หาย ตัวเลขถ้าหายขาดก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทภายใน ๖ เดือน แต่ว่าถ้าเปึนแผนปัจจุบันก็จะต้องมากกว่านั้น แล้วก็มันมี หลายโรค แต่ว่าของพวกนี้ยังคงจะต้องเก็บสถิติ ความสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของ สมุนไพร พูดกันมาก แล้วสมุนไพรนี่ผมว่าเรื่องใหญ่ และมันมีปัญหาเยอะมากในเรื่องของ มาตรฐาน ในเรื่องของโรงงาน ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปถึงหัวข้อที่เกี่ยวโยงไปถึง ผมพูดตัวเลข อันนี้มาหลายครั้งแล้วว่ามูลค่าสมุนไพรในโลกนี่ ๔.๔ ล้านล้านบาท ในประเทศไทยนี่ ก็ส่งออกเครื่องสําอาง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในจํานวนนี้ไม่น่าเชื่อว่าเราได้นําเข้าวัตถุดิบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งวัตถุดิบบางอย่างก็คือในบ้านเรานี่ปลูกไ ด้เอง แต่ก็เปึนที่น่าเสียใจ

อย่างที่ผมเรียนว่ามันยังขาดการกํากับดูแลเรื่องมาตรฐาน ทีนี้ปัญหาของการแพทย์แผนไทย มีอะไรบ้าง ก็มีทั้งหมดอยู่ ๔ ประเด็น ที่ชัด ๆ เลยก็คือว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่น และศรัทธา ขาดระบบสนับสนุนยาแผนไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ภูมิปัญญาถูกฉกฉวย และละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วก็ขาดการสืบทอดองค์ความรู้ ประเด็นนี้ที่ผมพยายาม ก็หมายความว่าคณะกรรมาธิการได้ผลักดันให้เขียนในรัฐธรรมนูญว่าในเรื่องของการแพทย์ แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน ท่านเชื่อไหมว่าทั้งประเทศแพทย์พื้นบ้าน ตอนนี้เหลืออยู่ ๑๐๐ กว่าคน เมื่อป้ ๒๕๕๖ ทางสถาบันแพทย์พื้นบ้าน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกสํารวจไว้นี่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ออกใบประกอบโรคศิลปะเปึนเรื่องเปึนราว นี่มีประมาณ ๑๖๒ คน ตายไปเรื่อย ๆ ครับ สักวันหนึ่งถ้าไม่มีการสืบสานเราจะเสียใจว่า ภูมิปัญญาของเรา คือแพทย์พื้นบ้านนั้นหายไปจากแผ่นดินไทย ทีนี้การแก้ปัญหาก็มีทั้งหมด อยู่ ๖ ด้าน ๖ เรื่อง ผมว่าขอพูดไปในแต่ละเรื่อง คือเรื่องของโครงสร้างการบริหารจัดการ ที่เปึนเลิศด้านการแพทย์แผนไทย สิ่งหนึ่งที่มันควรจะต้องทําก็คือเรื่องของคณะกรรมการ ขับเคลื่อนที่จํา เปึนจะต้องมี เพราะว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องยุทธศาสตร์ก็ดี นโยบายต่าง ๆ มันมีเขียนเอาไว้เยอะ ผมคิดว่าผมพูดเรื่องนี้ไปหลายครั้ง แต่มันขาดว่ากลไกขับเคลื่อน ที่เปึนจริง อันที่ ๒ ก็คือว่าในเรื่องของโครงสร้าง สถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาตินี่จําเปึน เพื่อจะบูรณาการห น่วยงานทั้งหมดในประเทศ แล้วก็สามารถที่จะเผยแพร่นําไปสู่ ต่างประเทศ

ลําพังผมขอเรียกว่ากรมแพทย์แผนไทยในกระทรวงสาธารณสุขก็แล้วกันนะครับจะได้เข้าใจ ว่าหมายถึงกรมพัฒนาก็ไม่เพียงพอครับ ต้องมีระบบเชื่อมโยงซึ่งเรากําลังจะมี กรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งท่านประธานคงจะได้นําพูดต่อไปก็จะมีเชื่อมโยง เรื่องของแพทย์แผนไทยเข้าไปด้วย มีโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จ ะต้องปรับปรุง ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการศึกษาพัฒนากําลังคนคือสร้างเอกภาพเอกลักษณ์ไทย ระบบการผลิตแพทย์แผนไทยต้องยอมรับว่าในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สถาบันต่าง ๆ ที่เป่ดนี่เป่ดง่ายแล้วบางแห่งก็ไม่มีสถานที่ฝ๊ก ถ้าเราบอกว่าหมอที่รักษาคน แล้วไม่ มีสถานที่ฝ๊กอันนี้น่าเปึนห่วงมาก อย่างมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด ๑๘ แห่ง ถ้าแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็อีก ๘ แห่ง แล้วการพัฒนาสืบทอดความรู้ของหมอพื้นบ้าน พัฒนาบุคลากร จะเห็นว่าในระบบทั้งหมดถ้าเราพูดถึงอุตสาหกรรมสมุนไพรมันก้าวหน้าไป แต่เราขาดบุคลากรไม่ว่าจะเปึนวิศวกรโรงงานยาหรือว่าเภสัชสมุนไพรที่เราพูดถึงว่างานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรสมุนไพรพวกนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมหรือว่าเป่ดให้มีการศึกษาขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการทําอย่างไรเด็กนักเรียนหรือคนที่เรียนมัธยมศึกษา ประถมศึกษาจบออกมาแล้วมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ตัวเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเปึน เรื่องสําคัญในการดูแล ถ้าเด็กทุกคนมีความรู้เรื่องนี้ท่านลองคิดดูว่าคนในชาติทรัพยากรชาติ จะสุขภาพดีขนาดไหน ในท้ายที่สุดก็คือว่าแผนแม่บทของเรื่องพัฒนากําลังคนนี่จําเปึน มันมีปัญหามาก มากในหนึ่งหลาย ๆ ปัญหาของสาธารณสุขคือเรื่องกําลังคนไม่มีอัตราบรรจุ ไม่มีงบประมาณ แล้วถามว่าความมั่นคงมันจะอยู่ที่ไหน แล้วมันจะพัฒนาไปได้อย่างไร ประเด็นต่อไปคือเรื่องของการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ จากเมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาก็พูดไปแล้วว่าปัญหา งานวิจัยมันมีขนาดไหน แล้วก็มีรายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ที่ได้ประเมินไว้ในช่วงป้ ๒๕๕๕ ถึงป้ ๒๕๕๘ สรุปได้ว่างานวิจัยกระจัดกระจาย วิจัยตาม ความต้องการของหน่วยงานมากกว่าทัศนะหรือว่ายุทธศาสตร์ของชาติ ผลงานวิจัย ไม่ตอบสนองความต้องการด้านอุตสาหกรรม ฉะนั้นก็ควรจะต้องมีการทําแผนแม่บทการวิจัย ระดับชาติ โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่จะต้องทําด้วยในเรื่องของเรา พูดถึงคัมภีร์นะครับอาจจะ ดูโบราณแต่จริง ๆ แล้วมันใช่ การแพทย์แผนไทยมีคัมภีร์อยู่เยอะซึ่งจะต้องสังคายนารวมกัน ให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และที่สําคัญฐานข้อมูลจะต้องมีนะครับ สุขภาพที่คุณหมอสุวัฒน์

พูดถึงถ้าได้แพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานจริง ๆ ก็จะต้องจัดให้มีการบริการผสมผสาน เวลานี้คืออยากจะบอกว่าโรงพยาบาลหรือผู้บริหารของโรงพยาบาลของรัฐหรือทั่วไป ก็แล้วแต่ขาดความรู้ความเข้าใจต่อศักยภาพและประโยชน์ที่แท้จริงของศาสตร์การแพทย์ แผนไทยซึ่งมันมีมากกว่าการนวด และที่สําคัญที่พูดกันเสมอคือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทที่สําคัญในการพัฒนาดูแลสุขภาพในชุมชนโดยใช้ความรู้ของหมอพื้นบ้าน หรือแพทย์พื้นบ้าน แล้วที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจําเปึนมาก ๆ ก็คือว่ากลไกด้านการบริหาร การเงินในระบบกองทุนต้องเป่ดโอกาสมาก ๆ ให้มีการใช้บริการของแพทย์แผนไทย ซึ่งในปัจจุบันยังมีข้อจํากัด ทีนี้อุตสาหกรรมยาผมเห็นบทความที่ไหนไม่ทราบพู ดบอกว่า สมุนไพรนี่กู้ชาติ ฉะนั้นถ้าทําให้กู้ชาติได้มันต้องทําอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะจะต้องเร่งรัดผม ว่าเปึนปัญหาที่อัดอั้นตันใจ ผมว่าสมาชิกหลายท่านก็เคยมาบ่นกับผมว่าการขึ้นทะเบียนยา ของ อย. เวลานี้ปัญหามันเยอะช้า ๑ ป้ ๒ ป้บางทียังไม่ออกมาเลย ทําอย่างไรจะแก้ตรงนี้ได้ ผมเรียนให้ดีใจว่าตอนนี้เขากําลังแก้กันอยู่ แล้วยาแผนไทยในบัญชียาหลักแห่งชาตินโยบาย กระทรวงสาธารณสุขบอกต้องมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของยาแผนปัจจุบัน แต่เวลานี้ยังไปไม่ถึงไหน เลยครับ โอเค (OK) มันก็อาจจะมีอุปสรรค แต่ถ้าทุกคนได้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาอุปสรรค อันนี้ผมว่ามันไปได้ ตอนนี้มีอยู่แค่ ๗๔ รายการ ประเด็นสําคัญก็คือว่าจะต้องจัดทํา พระราชบัญญัติยาสมุนไพรใหม่ เพราะปรัชญาของยาแผนโบราณกับปัจจุบันไม่เหมือนกัน และคณะกรรมการในการพิจารณาจริง ๆ ใช้ทักษะความรู้ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็คือปัญหา ประเด็นสุดท้ายของการปฏิรูปคือภูมิปัญญาการแพทย์ไทยมรดกไทยมรดกโลก

ท่านทราบไหมครับว่าเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ฤาษีดัดตนนะครับ ประเทศญี่ปุ์น คนญี่ปุ์นเอาไป จดทะเบียนการค้า เครื่องหมายการค้า แล้วก็ไปเป่ดสปา เพราะคนญี่ปุ์นคนนั้นมาเรียน ในประเทศไทยแล้วก็เอาไปจด กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยต้องฟัองร้องใช้เวลาหลายป้ เสียเงินเปึนสิบ ๆ ล้าน แต่ก็น่าดีใจนะครับว่าตอนนี้เราชนะเรียบร้อยไปแล้ว นี่ไม่รวมถึงว่า ผมอยากจะเรียกโจรสลัดชีวภาพหรือโจรสลัดพันธุกรรมก็แล้วแต่ พูดถึงสมุนไพรเปล้าน้อย กวาวเครือ หรือที่ไม่ใช่สมุนไพรก็ข้าวหอมมะลิเปึนต้น เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีกฎหมายที่ว่า เด็ดขาดคุ้มครองให้ได้ และที่จําเปึนอย่างยิ่งก็คือว่าฐานข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้านนี่จะต้องมีซึ่งเวลานี้ก็ยังไม่มี มันก็จะเปึนการปัอง ก็หมายความว่าถ้ามี ข้อมูลพวกนี้มันเปึนหลักฐานว่ามันเปึนลิขสิทธิ์ของเรานะครับ แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในพื้นที่นะครับ ทีนี้แนวทางแก้ปัญหา ถ้าเราทํา ๓ เรื่อง ผมว่ามันแก้ปัญหาได้ ทั้งหมด ก็คือที่เราพูดกันว่าคานงัด ๆ ๓ เรื่องก็คือกรรมการขับเคลื่อนผมพูดไปแล้วว่า จําเปึนต้องมี ทีนี้ในหลักในการทําอย่างไรมันจะเกิดได้จริง ผมก็มองไปที่พระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ก็อยากจะใส่กฎหมายตัวนี้ให้มันเกิดมีคณะกรรมการ ขับเคลื่อนเกิดขึ้น หมายความว่าประสานทําแผนกําหนดยุทธศาส ตร์ แล้วก็เอาทุกกลุ่ม มารวมกัน ที่สําคัญคือว่ามันขับเคลื่อนให้ได้จริง ๆ คณะกรรมการชุดนี้ควรจ ะมี รองนายกรัฐมนตรีทางด้านสาธารณสุขซึ่งเปึนประธาน แล้วก็มีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย หรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกก็อาจจะทําหน้าที่เปึนเลขานุการ ประการที่ ๒ จัดตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยแห่งชาติผมพูดไปแล้ว แล้วก็การแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องนะครับ คือจะต้องแยกพระราชบัญญัติยาสมุนไพรออกมาให้ได้นะครับ ปฏิรูปแล้ว เราได้อะไรนะครับ ประการแรกตรงจุดเลยคือลดความเหลื่อมล้ําของการบริการ ด้านการแพทย์เพื่อให้เข้าถึงการแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพ และมี ความปลอดภัยนะครับ เข้าถึงยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความปลอ ดภัยและมีมาตรฐาน เปึนที่ยอมรับ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองและชุมชน ซึ่งสอดคล้อง กับวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการสืบทอด ส่งเสริมคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ระบบยาของประเทศมีความมั่นคงนะครับ และที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของศักดิ์ศรีความเปึนชาติไทยมรดกของชาติที่ต้องรักษาไว้ ถ้าคิดว่าประเทศไทยต้องมีแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านคู่ไปตลอดท่านต้องปฏิรูปสิ่งเหล่านี้

และทุกคนในชาติรวมทั้งหน่วยงานควรจะต้องสนับสนุนส่งเสริมด้วยซ้ําไปครับ ผมขอจบด้วย อันเชิญพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นะครับ ซึ่งท่านพระราชนิพนธ์ เกี่ยวกับสมุนไพรนะครับว่า สมุนไพรไทยนี้มีค่ามาก พระเจ้าอยู่หัวทรงฝากให้รักษา แต่ปู์ ย่า ตา ยาย ใช้กันมา ควรลูกหลานรู้รักษาสืบไป เปึนเอกลักษณ์ของชาติควรศึกษา วิจัยยาประยุกต์ให้เหมาะสมัย รู้ประโยชน์ รู้คุณโทษสมุนไพร เพื่อคนไทยอยู่รอดตลอดกาล ผมขอขอบคุณครับ