วิทยา ชาติบัญชาชัย หารือเรื่องการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อรองรับการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้น และเสนอแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงการจัดตั้งหน่วยบริหารพัฒนางานอุบัติเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาลระดับจังหวัดขึ้นไป และพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานห้องฉุกเฉินเพื่อการประเมินคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกที่เคารพ กระผม นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อํานวยการศูนย์ความร่วมมือ ขององค์การอนามัยโลกด้านการปัองกันและควบคุมอุบัติเหตุตามที่ ท่านอาจารย์ชูศิลปี ได้กรุณารายงานไปเมื่อตอนต้นนี้ว่าผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินมาถึงโรงพยาบาลของรัฐ ในป้ ๒๕๕๕ ถึง ๒๔ ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง ๑ เท่าตัวในระยะเวลาเพียง ๑๐ ป้ ในขณะที่โรงพยาบาลของรัฐแทบจะไม่มีการเพิ่มขึ้นเลย โรงพยาบาลศูนย์ปัจจุบันนี้ รับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๒๐๐ รายต่อวัน โรงพยาบาลทั่วไปรับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๑๔๐ รายต่อวัน โรงพยาบาลชุมชนรับผู้ป์วยฉุกเฉินถึง ๘๐ รายต่อวัน โดยที่ศักยภาพของโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ภาพที่เห็นนี้เปึนภาพของสภาพความแออัดอย่างยิ่ง ของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลทุกระดับ ซึ่งไม่เพียงแต่มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แต่ความรุนแรง ก็มากเปึนอย่างยิ่ง เพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพของผู้ป์วยฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณ และความรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขได้จัดระดับของโรงพยาบาลเพื่อรองรับการบริการ ผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินเปึนเขตสาธารณสุข ๑๒ เขต ทุกเขตมีศูนย์อุบัติเหตุ ๔ ระดับ คือระดับที่ ๑ เปึนโรงพยาบาลศูนย์ ระดับตติยภูมิ ระดับที่ ๒ เปึนโรงพยาบาลศูนย์ทั่วไป ระดับที่ ๓ เปึนโรงพยาบาลจังหวัด และระดับที่ ๔ เปึนโรงพยาบาลชุมชน ในโรงพยาบาล ทุกระดั บ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบภารกิจ โดยมีกรอบภารกิจตามห ลักการที่ องค์การอนามัยโลกกําหนดไว้คือซิกซ์ บิลดิง บลอกส์ พลัส (Six building blocks plus)
ซึ่งครอบคลุมทั้งการบริการที่บูรณาการตั้งแต่การปัองกันอุบัติเหตุ การดูแล ก่อนถึงโรงพยาบาล การดูแลรักษาในโรงพยาบาล และการฟุ๋นฟูสภาพ กรอบที่ ๒ คือ การพัฒนาบุคลากร กรอบที่ ๓ คือการพัฒนาระบบสารสนเทศ กรอบที่ ๔ คือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการดูแลผู้ป์วย กรอบที่ ๕ คือการพัฒนา เรื่องการเงินการคลัง กรอบที่ ๖ คือการบริหารจัดการ และกรอบที่ ๗ คือการสร้าง การมีส่วนร่วมข องทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภารกิจด้านบริการผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มี ๘ กลุ่มโรคหลัก คือโรคจากอุบัติเหตุ โรคของสเตมิ (STEMI) และโรคหัวใจขาดเลือด โรคสมองขาดเลือด ทั้งฉุกเฉินในเด็กทารก ฉุกเฉินในผู้หญิงตั้งครรภ์ ภาวะฉุกเฉินในผู้ป์วย ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ศีร ษะ ภาวะฉุกเฉินในผู้ป์วยที่ ได้รับอุบัติเหตุของไขสันหลัง และภาวะ โรคติดเชื้อ กรอบภารกิจความรับผิดชอบเริ่มตั้งแต่ชุมชน การเข้าถึงการบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน การดูแลในห้องฉุกเฉิน และการรับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ในตึกผู้ป์วยใน ซึ่งจะเปึนได้ว่าภารกิจเหล่านี้ค่อนข้ำงกว้างขวางมาก แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในเรื่องของการดูแลผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินมีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโรงพยาบาลชุมชน พบว่าแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลชุมชนทั้ง ๒๔ ชั่วโมงมีเพียง ๓๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พยาบาลที่อบรมการดูแลผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน มีเพียงไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลชุมชนสามารถให้บริการผู้ป์วยโดยการเอกซเรย์ปอด ตลอด ๒๔ ชั่วโมงได้เพียง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถเจาะหลอดลมที่คอหรือเจาะปอดได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในโรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ที่ผ่านการอบรมชั้นสูงในการดู แล ผู้ป์วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินมีเพียง ๑๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง มีความพร้อมในเรื่องของ การอุ่นน้ําเกลือ อุ่นเลือด มีเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีเครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในห้องฉุกเฉินเพียง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถผ่าตัดช่องท้องได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพียง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ความพร้อมในการผ่าตัดสมองในโรงพยาบาลจังหวัดมีเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดช่องอกมีเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์
ในขณะที่โรงพยาบาลศูนย์ซึ่งเปึนระดับตติยภูมิ แพทย์ที่ผ่านการอบรมในการช่วยชีวิตชั้นสูง มีเพียงแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สามารถผ่าตัดช่องท้องตลอด ๒๔ ชั่วโมงได้เพียง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดสมองได้เพียง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่าตัดช่องอกได้เพียง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภารกิจตามกรอบที่มอบหมาย รวมทั้งการบูรณาการการดูแลผู้ป์วยฉุกเฉิน จึงจําเปึนต้องมี หน่วยบริหารจัดการในโรงพยาบาล ที่เรียกว่า ทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิต (Trauma and Emergency Administrative Unit) บทบาทภารกิจของหน่วยบริหาร จัดการในโรงพยาบาลระดับจังหวัดขึ้นไป จะทําหน้าที่ในการออกแบบระบบการจัดการ เพื่อรองรับการดูแลผู้ป์วยฉุกเฉิน ทั้งทีมสหสาขา หลากหลายพื้นที่ หลากหลายสถานบริการ การพัฒนาคุณภาพเพื่อลดความเสี่ยง การพัฒนาระบบสารสนเทศ การจัดการประสานงาน เพื่อการปัองกัน การพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบัน ทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิตยังไม่มีโรงพยาบาลจังหวัดส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนเสนอยุทธศาสตร์คานงัดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ การบริการผู้ป์วยอุบัติเหตุฉุกเฉินในโรงพยาบาลของรัฐก็คือ ๑. ขอเสนอให้มีการจัดตั้ง หน่วยบริหารพัฒนางานอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือทรอมา แอนด์ อิเมอร์เจนซี แอดมินิสเทรทีฟ ยูนิตในโรงพยาบาลระดับจังหวัดขึ้นไป ๒. ขอเสนอให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์อุบัติเหตุ พยาบาลฉุกเฉิน ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๓. ขอเสนอให้มี การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานห้องฉุกเฉิน เพื่อการประเมินคุณภาพห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ทุกระดับ ขอบพระคุณครับ