นิมิต สิทธิไตรย์ หารือเรื่องโลจิสติกส์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมองโลจิสติกส์เป็นโอกาส และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกกับเอเชียตะวันตก นอกจากนี้ยังพูดถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเชื่อมโยงนี้ เช่น การเพิ่มมูลค่าเพิ่มและการเพิ่มการบริโภค และการคิดและการออกแบบระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกับประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๑๔ จังหวัดอุบลราชธานีครับ ถ้าพูดถึง โลจิสติกส์แล้วผมมองเปึนเรื่องของโอกาส แล้วก็มองในเรื่องของการที่จะต้องมีกรอบหรือ มียุทธวิธี ผมขออนุญาตใช้คําว่าต้องทําให้เปึนยุทธศาสตร์ เพราะการที่ทําให้เปึนยุทธศาสตร์ จะทําให้เรามองในมิติเดียวกัน แล้วก็เปึนมิติที่ทําให้ทุกฝ์ายมุ่งมั่นไปสู่เปัาหมายเดียวกัน เราต้องมองให้ขาดนะครับว่าโลจิสติกส์นั้นคือโอกาสอย่างไร เราต้องมองให้ชัดเจนว่า นี่เปึนเรื่องภายในประเทศ หรือเปึนเรื่องของเชื่อมประเทศ หรือเปึนเรื่องของการเชื่อมโลก ผมคิดว่าโลจิสติกส์ที่มีประเทศไทยเปึนพื้นที่อันสําคัญนั้น ผมมองประเด็นว่าเรากําลังจะใช้ โลจิสติกส์เชื่อมโลก โลกที่ผมพูดถึงนี่ก็คือโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก ขณะนี้ประเทศจีน ซึ่งเปึนประเทศมหาอํานาจที่ต้องการที่จะแผ่โอกาสมายังอาเซียน แน่นอนครับ ประเทศจีน มองอาเซียนเปึนพื้นที่ที่จะทําให้เขามีโอกาสแน่นอน ในขณะเดียวกันประเทศอินเดีย ก็มองเล็งมาที่อาเซียนเปึนเมืองแห่งโอกาส เปึนดินแดนแห่งโอกาสแน่นอนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ของเราถ้ามองประเทศไทยเปึนยุทธศาสตร์ผมเห็นมี ๒ เส้น เส้นที่ บ่งบอกจากทิศเหนือลงมาทิศใต้ เส้นที่อยู่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก
จุดที่ทําให้เกิ ดมูลค่าเพิ่มที่สําคัญที่สุด ก็คือ เชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตกติดกัน นั่นก็คือการทําให้มีเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่ทะเลอันดามัน เพราะฉะนั้น ในกรอบของระยะทางนั้นประเทศในแถบอินโดจีนนี้มีการตื่นตัวค่อนข้างที่มาก เริ่มจะมอง จากตะวันออกมาตะวันตกแล้วนะครับ โดยการทําเส้นทางต่าง ๆ เชื่อมโยงมา เขาไม่ได้มอง เฉพาะดานังเข้าจังหวัดมุกดาหาร แต่เขามองไปที่จังหวัดนครพนม มองมาที่ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างจังหวัดอุบลราชธานีนี้ออกจากชายแดนไปสู่เปัาหมายทางด้าน ทิศตะวันออกนั้น ระยะทางไม่เกิน ๕๐๐-๗๐๐ กิโลเมตรแล้วแต่เส้นนะครับ แต่เส้นที่สั้นที่สุด คือประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร และนับจากจังหวัดอุบลราชธานีผ่านไปยังโคราช ไปสู่ทวายนั้น ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลเมตร จะเห็นว่าระยะทางมันแค่ประมาณ ๑,๕๐๐ กิโลเมตรนั้น เปึนระยะทางที่เปึนโอกาสอย่างมากของทางประเทศไทย เพราะฉะนั้นการมองโลจิสติกส์นั้น คงจะต้องมองมิติบางส่วนที่ท่านได้นําเสนอแล้วก็อาจจะยังไม่ได้เก็บเอาเปึนข้อมูลเข้าไป ในส่วนที่จะเพิ่มเติม ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ๒ ข้อครับ ข้อแรกต้องมองการบริหารจัดการ ของเราด้วยนะครับ การที่มีผู้ปกครองในระดับผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคนที่ดูแลพื้นที่นั้น จะต้องมีความเข้าใจด้านโลจิสติกส์ด้วย ถ้าไม่เข้าใจเรื่องโลจิสติกส์นั้นการเจรจาระหว่างเมือง ระหว่างขอบเขตอาณาเขตนั้นจะเปึนไปด้วยความยุ่งยาก อย่าลืมนะครับโอกาสที่เรา จะเปึนไปได้คือตะวันออก ตะวันตกนั่นคือ ๑. เหนือ ใต้ ๒. ตะวันออก ตะวันตกนั้น จะมีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างที่มาก ๑,๒๐๐ คนที่ประเทศอินเดีย ๑,๓๐๐ คนที่ประเทศจีน รวมกันแล้วภูมิภาคแถบนี้อาเซียนอีก ๕๐๐ คน ตัวเลขพวกนี้เปึนตัวเลขที่ว่าด้วยการบริโภค ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยวางตําแหน่งเรื่องการขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางราง ขนส่งทางบก แล้วทางบกนั้นจะต้องมองด้วยนะครับว่าประเทศไทย นั้นมีลักษณะ การใช้ยานพาหนะแตกต่างจากประเทศในแถบนี้ เราขับพวงมาลัยขวา แต่ประเทศที่เชื่อมกับ เรานี้ไม่ว่าจะเปึนประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า พวงมาลัยซ้าย เพราะฉะนั้นทักษะในการที่จะออกแบบในเรื่องการขนส่งนั้น จะต้องไม่คํานึงถึงเรื่องนี้ เพราะนี่คือจุดอ่อน ประเทศลาวนั้นเปึนประเทศเดียวที่ยานพาหนะ ไปในแถบอินโดจีนนี้ได้ทุกประเทศ ประเทศไทยไปได้เฉพาะประเทศลาวครับ ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา แล้วก็ประเทศพม่า ก็อาจจะยังไม่สะดวก โดยเฉพาะประเทศกัมพูชากับประเทศเวียดนามนั้นไปไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้น
จึงฝากไว้ว่าการคิดต้องคิดในมิติของการที่เราจะเปึนศูนย์กลางแล้วเราจะเปึนสะพานเชื่อม ได้อย่างไร รูปแบบของการคิดระบบราง หรือการขนส่งนั้นต้องออกแบบให้เชื่อมกับเขาได้ เราคิดต้องคิดให้เชื่อมกับเขาได้ และเราต้องคิดให้เขาอา ศัยเราเปึนสาระสําคัญ ถ้าขนสินค้าจากทะเลจีนไปอันดามันต้องผ่านประเทศไทย ต้องทําให้ผ่านประเทศไทยครับ นี่คือหัวใจ ถ้าเขาทําให้เขาผ่านประเทศไทยได้ นั่นก็คือโอกาสของประเทศไทย อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้ในเรื่องของการมองให้ชัดเจน ขอบคุณครับ