สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๗ · ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ เสนอแนวทางใหม่ในการลงทุนต่างประเทศ โดยไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนโดยการนำเข้าเท่านั้น แต่ยอมรับการลงทุนโดยการเข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจของประเทศอื่น ๆ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งองค์กรที่จัดการข้อมูลกฎหมายและความช่วยเหลือการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นผู้นำในการดำเนินการและให้การสนับสนุนในการลงทุนต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงระบบภาษีในการลงทุนต่างประเทศ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านประธานกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเห็นด้วยกับรายงาน เรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศเพราะว่าเปึนเรื่องที่ในชีวิตการทํางานผมมา ๓๗ ป้ได้เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ แล้วก็เห็นด้วยที่รัฐบาลหรือทาง สปช. จะเสนอเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ผมมีข้อสังเกต ๒-๓ เรื่องที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการไป เมื่อกี้ท่านจิตร์ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม กล่าวถึงเรื่องเอฟดีไอ (FDI) ซึ่งผมคิดว่าการต่างประเทศวันนี้มันไม่ใช่เอฟดีไอ โดยตรง มันควรจะมีเรื่องเอ็มแอนด์เอ (M&A) (Merger and Acquisition) เมิร์จเจอร์ แอนด์ แอคควิซิชัน ด้วย มีเรื่องจอย ต์ เวนเจอร์ (Joint venture) ด้วย ทําไมผมพูดอย่างนี้ บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเปึนปูนซี เมนต์ไทย ปตท. ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเราควรจะภูมิใจ เพราะว่าวันนี้เรามีบริษัทไทยไปอยู่หลายประเทศในโลกซึ่งเปึนบริษัทใหญ่แล้วเราก็ไม่ควรจะ ต่อต้านเขาด้วย เพราะว่าเขากําลังนําธงไทยไปโบกสะบัดแล้วก็แก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างที่ ท่านจิตร์ว่าว่าถ้าเขาไปตั้งโรงงานในประเทศ อื่นแล้ว ปัญหาเรื่องเทียร์ ๓ ก็ดี ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้ น แต่ผมคิดว่าการไปลงทุนโดยการไป ตั้งธุรกิจใหม่นั้นเปึนเรื่องที่ยากมาก ของบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่สําหรับของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ผมพูดเสมอว่ามันจะต้องเข้าไปจอยต์ เวนเจอร์กับนักลงทุนในประเทศนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซีแอลเอ็มวี ผมบอกเสมอว่าเอสเอ็มอีไทยถ้าจะไปลงทุนในซีแอลเอ็มวีเพื่อนบ้านนี่จะต้องทํา จอยต์ เวนเจอร์เพราะเขารู้ตลาดดีกว่าเรา เขารู้จักอะไรดีกว่าเรา และเราก็แลกให้เขา มาถือหุ้นของเราจึงเปึนจอยต์ เวนเจอร์ทั้งคู่ เราไปลงเขาแล้วเขามาลงเราอันนี้จะเปึนสิ่งหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าเปึนพาร์ต (Part) หนึ่งของเอฟดีไอ อันที่ ๒ คือการที่ไปเริ่มธุรกิจใหม่ลําบากมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทําก็คือการไปซื้อกิจการที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะย้อนกลับมาถึงองค์กรที่จะให้ ข้อมูลกับนักลงทุนชาวไทย บริษัทใหญ่ ๆ ท่านไม่ต้องเปึนห่วงเขา เขามีปัญญาไปจ้าง ที่ปรึกษาเยอะแยะ แต่ว่าบริษัทที่มีปัญหาคือบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเขาจะ มีปัญหาตั้งแต่เรื่องกฎหมาย ภาษี บัญชี การขออนุญาต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ ที่ระบบกฎหมายยังเปึนปัญหาโดยเฉพาะประเทศในซีแอลเอ็มวีระบบกฎหมายระบบยุติธรรม ยังมีปัญหาอยู่ นักลงทุนชาวไทยก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นตรงนี้

จะทําอย่างไร รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องไปเจรจาเงื่อนไขพวกนี้ ความคุ้มครองระหว่างประเทศ ก็จะต้องมี สิ่งหนึ่งที่สําคัญคือการจัดตั้งองค์กรที่ท่านเทียบลักษณะของเจโทร ผมคิดว่าสําคัญ แต่ผมอยากจะขอให้ศึกษาเจโทรที่เราจะออกแบบนั้นมันเหมาะสมกับของเรา แล้วผม ไม่อยากให้เปึนส่วนราชการนะครับ ถ้าเปึนส่วนราชการเอาบีโอไอ (BOI) เอาผู้แทน ทูตพาณิชย์มานั่งอยู่ใน ประทานโทษมันก็จะไม่เข้าใจองค์กรธุรกิจเอกชน ต้องเปลี่ยนองค์กรนี้ ให้เหมือนกับเปึนหน่วยงานของเอกชนที่เขารู้เรื่องจะเปึนธนาคาร จะเปึนผู้ผลิตต่าง ๆ ที่ใหญ่ ๆ มาช่วยกัน ผมคิดว่าองค์กรนี้จะมีความสําคัญอย่างยิ่ ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ธนาคารเอกซ์ปอร์ต (Export) เอ็กซิม แบงก์ ก็จะทําหน้าที่ประกอบกันไป เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะต้องให้องค์กรเหล่านี้ทํางาน ที่สําคัญมากที่ผมเห็นภาพคือธนาคารของไทย ที่ไปอยู่ในภูมิภาคต้องใช้สถาบันการเงินเหล่านี้ที่รู้ข้อมูลดีที่สุดของลูกค้าของเขาแนะนําข้อมูล พวกนี้ให้เรา ซึ่งองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่จะต้องทํางานร่วมกัน อันสุดท้ายที่ผมคิดว่าสําคัญมาก ผมเคยอยากจะช่วยรัฐบาลไทยตอนนั้นบอกว่าผมจะทําออกแบบเรื่องข้อมูลกฎหมายทั้งหมดให้ แต่ไม่ใช่ผมทําให้ฟรีนะครับ เอาราคาพันธมิตรไปชวนใน ๑๐ ประเทศให้มาให้ ความช่วยเหลือ ผมบอกว่า ๑๐ ประเทศขอเงินแค่ ๑๐ ล้านบาทประเทศละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ออกแบบข้อกฎหมายทําสัญญาให้เสร็จเลยไลเซนส์ (License) ทําให้เสร็จเปึนมาตรฐานเลย แบบประเทศอื่นทํา ตอนแรก ๆ ก็ทําท่าจะดีครับ พอบอกว่าต้องขยายให้ไปรวมประเทศ อินเดียกับประเทศจีนด้วยผมถอยเลยทําไม่ไหวหรอกครับ

ที่จริงเงิน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทเพื่อจะสร้างฐานข้อมูลนี่ผมว่ามันเล็กน้อยมาก ฐานข้อมูลนี้จะเหมาะกับใครรู้ไหมครับเอสเอ็มอีไทยครับ บริษัทใหญ่ ๆ ท่านไม่ต้องเปึนห่วง เขาครับ เขามีปัญญามาจ้างบริษัทใหญ่ ๆ ทํางานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อมูลพวกนี้ที่ท่านพูด สําคัญมาก แต่ข้อมูลนี้ต้องอัพเดต (Update) ไม่ใช่เปึนฮาร์ด ก๊อบปุ้ (Hard copy) เอาข้อมูล แล้วใส่ ๆ ไปมันก็จะต่อเนื่องด้วยการฝ๊กอบรมให้ข้อมูล ด้านกฎหมาย ภาษี การตลาดต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้สําคัญมาก แล้วผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีแอลเอ็มวีนี้รัฐบาลจะต้องเปึนผู้นําแล้วก็จะต้องทํา ส่วนประเด็นต่าง ๆ เรื่องภาษีนั้น ก็อย่างที่ผมเรียนก็สอดรับกับสิ่งที่เราเสนอปฏิรูประบบภาษีของไทยด้วยเรื่องการลงทุน ต่างประเทศ ผมก็อยากจะฝากให้ท่านกรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมเรื่องการไปร่วมลงทุน กับต่างประเทศด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ