สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๗ · ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ หารือเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเน้นการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ โดยมีจุดสนใจที่จะเน้นระบบบริการปฐมภูมิ และเสนอแนวทางปฏิรูป โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ไพลอต (Pilot) เพื่อการทดลองและพัฒนากลไกในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่มีความหลากหลาย และเสนอแผนปฏิรูประบบสุขภาพ โดยเริ่มทดลองใน 15 พื้นที่ แล้วขยายไปทั่วประเทศ

นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขนะ ครับ ก็ขออนุญาตใช้ เพาเวอร์พอยต์นะครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่เปึนกรอบแนวคิดหลักการ ภาพสักครู่ครับ จากกรอบแนวคิดหลักการภาพนี้นะครับ ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาในการประชุมรอบแรก เรื่องคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) ผมขออนุญาตเน้นคําสําคัญ ๆ ที่อยู่ ในแผ่นภาพแผ่นนี้นะครับ ซึ่งเปึนกรอบแนวคิดหลัก ในแนวคิดของการปฏิรูประบบบริการ ในวาระปฏิรูปที่ ๒๒ นั้น เรามองตัวระบบบริการที่เปึนภาพสามเหลี่ยมตรงกลางนะครับ โดยจะเน้นให้ความสําคัญกับฐานของระบบบริการ ระบบบริการที่อยู่ใกล้กับพี่น้องประชาชน มากที่สุด นั่นคือระบบบริการปฐมภูมิที่มีพื้นที่เปึนฐานและมีประชาชนเปึนศูนย์กลาง เพราะจุดนี้เองจะเปึ นจุดสําคัญครับ จะเปึนจุดที่จะเชื่อมระหว่างระบบบริการที่มี ความสลับซับซ้อน ในเชิงเทคนิคหรือการแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งนั่นก็คือที่เขียนว่าเปึน เซกเคินดารี (Secondary) เทอร์เทียรี (Tertiary) นะครับ คือทุติยภูมิและตติยภูมิ ในขณะเดียวกันระบบบริการปฐมภูมิก็จะเปึนตัวเชื่อมกับการดูแลสุขภาพตนเองคือเซลฟีแคร์ (Self-care) ของระบบสุขภาพชุมชนของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามตัวระบบบริการ

สุขภาพนั้นไม่สามารถอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว อย่างในกรอบคอนเซปชวลซึ่งท่านอาจารย์พรพันธุ์ ได้กรุณาอธิบายตั้งแต่เริ่มต้นว่าระบบบริการก็จะต้องมีระบบสนับสนุนนะครับ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การปฏิรูปเรื่องของระบบข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ ท่านอาจารย์ชูศิลปีจะได้นําเรียน ในรายละเอียดต่อไป เช่นเดียวกันครับกับเรื่อ ง การแพทย์แผนไทย ซึ่งเราได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญและคิดว่าก็จะเปึนเรื่องอัตลักษณ์ของ ประเทศที่เราจะต้องนําเข้าสู่ระบบบริการ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพตนเองจนกระทั่งทุกระดับ ของบริการ และระบบอื่น ๆ ซึ่งเปึนระบบบริหารจัดการที่จะมาช่วยหนุนเสริมระบบบริการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องระบบบริหารจัดการเรื่องการเงิน ชุดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของกองทุนต่าง ๆ และชุดสิทธิประโยชน์จําเพาะของพื้นที่นะครับ รวมถึงทางด้านซ้ายมือที่เปึนเรื่องของ การปฏิรูปเรื่องของกําลังคนที่จะดูแลเรื่องสุขภาพ เรื่องของทีมที่จะต้องจัดการเรื่องบริหาร จัดการในระดับพื้นที่ และทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการ นี่คือกรอบที่เราได้นําเสนอไป เมื่อวันที่ ๒๕ ที่ผ่านมานะครับ ผมขออนุญาตสไลด์ต่อเลยครับ กรอบคิดที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ที่เราคิดว่ามีความสําคัญมากคือวิธีคิดของผู้คนในสังคมไทย ถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องเปลี่ยน ต้องปรับแนวคิดจากเดิมที่เวลาพูดถึงสุขภาพเรานึกถึงโรงพยาบาล เรานึกถึงโรค แต่เราต้อง เปลี่ยนแนวคิดจาก โรงพยาบาลเปึนฐาน เปลี่ยนเปึน พื้นที่เปึนฐาน เปลี่ยนจากโรค เปึนศูนย์กลาง เปึนประชาชนเปึนศูนย์กลาง ซึ่งกรอบแนวคิดอย่างนี้ครับเปึนกรอบแนวคิด ที่จะให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพตนเอง เน้นการเพิ่มคุณค่า การดูแลกันเอง การพึ่งตนเอง อย่างเช่นศาสตร์การแพทย์แผนไทยเปึนต้น จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ของคณะกรรมาธิการ

เราชูประเด็นของการปฏิรูปตัวระบบบริการมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ เราเรียกว่า เปึนจุดคานงัดของระบบที่จะเปลี่ยนฐานของระบบและบริการ นั่นก็คือการจะต้องมีกลไก ในระดับพื้นที่ มีทีมบริหารจัดการระดับพื้นที่ซึ่งเราใช้คําว่าเปึนดิสทริ กต์หรือโลคอล เฮลต์ บอร์ด (District/Local Health Board) นี่คือจุดคานงัดประเด็นแรกของการปฏิรูป ประเด็นที่ ๒ ของการปฏิรูประบบบริการ ก็คือการขับเคลื่อนตัวคีย์ ไดร์เวอร์ (Key driver) การขับเคลื่อน เปลี่ยนศูนย์กลางของระบบและการให้บริการ โดยการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่าย บริการที่เปึนลักษณะเมทริกซ์ ทีม (Matrix team) ผมจะได้อธิบายรายละเอียดต่อไป แล้วประเด็นสุดท้ายของการปฏิรูปตัวระบบบริการที่อยู่ใกล้ กับพี่น้องประชาชน ก็คือตัวทูล (Tools) คือตัวเครื่องมือสนับสนุนที่ทําให้ระบบบริการขับเคลื่อนได้ เราคิดว่าอย่างน้อยมีอยู่ ๒ ระบบ ระบบที่ ๑ ก็คือระบบข้อมูลเอ็มไอเอส (MIS) และระบบที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเงิน การคลัง เรื่องของไฟแนนซ์ ซิสเตม (Finance system) ภาพทั้งหมดนี้คือ ๓ ประเด็นหลัก ของประเด็นการปฏิรูประบบบริการ ขอสไลด์ต่อเลยนะครับ คณะกรรมาธิการเองเราได้ เชื้อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ เชิญสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การลงไปในพื้นที่เพื่อศึกษานําร่องดูนะครับ เราลงไปประมาณ ๗ พื้นที่ครอบคลุมทุกภาคของ ประเทศไทย เราไปดูเงื่อนไขความเปึนไปได้ เงื่อนไขที่จะช่วยเพิ่มความเปึนไปได้ในระดับ พื้นที่ใน ๓ ประเด็นอย่างที่ผมนําเรียน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคณะกรรมการบริหาร ทีมและ เครือข่ายบริการ รวมถึงกลไกการเงินระบบข้อมูล เพื่อทําให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงระบบ บริการ มีความครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มชน มีคุณภาพที่ได้มาตรฐานและ มีความปลอดภัย โดยผลลัพธ์สุดท้ายเราคาดหวังเรื่องของสุขภาวะเวลบีอิง (Well-being) เราคาดหวังเรื่องลดความเปึนธรรม เรื่องของการตอบสนองต่อผู้รับบริการเรสพอนซีฟเนส (Responsiveness) ลดความเสี่ยงทั้งการเงินและสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ในแต่ละประเด็นของการปฏิรูป ประเด็นที่ ๑ เรื่องของคณะกรรมการบริหาร หรือ คณะกรรมการบริหารจัดการระบบสุขภาพในระดับพื้นที่ดิสทริก ต์ เฮลต์ บอร์ด (District health board) หรือ โลคอล เฮลต์ บอร์ด เราคิดว่านี่คืออีกรูปแบบหนึ่งของการกระจาย อํานาจ สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐธรรมนูญที่จะให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วม ในการจัดการ ตัวอย่างก็คือเรื่องสุขภาพ ด้วยกลไกที่มีอยู่ ระดับพื้นที่ก็คือกลไกการจัดการ ในระดับพื้นที่นั่นเอง เรามีตัวอย่าง มีตุ๊กตา ในแง่ของจํานวนองค์ประกอบ คุณสมบัติ

กระบวนการคัดเลือกอย่างเช่นนะครับ อย่างน้อยที่สุดควรจะต้องมี ๓ องค์ประกอบ ๑. ก็คือ ตัวแทนวิชาชีพ ๒. ก็คือตัวแทนของผู้บริหารท้องถิ่น และที่ขาดเสียมิได้ก็คือตัวแทน ภาคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ๓ องค์ประกอบนี้จะเปึนกลไกสําคัญที่จะ ตอบโจทย์เรื่องปัญหาสุขภาพของเขาในระดับพื้นที่ จากเดิมที่มีอยู่ก่อนปฏิรูปเปึนลักษณะ การประสานงาน กลไกหลังปฏิรูปเราคิดว่ากลไกเหล่านี้จะต้องออกแบบให้เปึนลักษณะของ นิติบุคคลก็เปึนอีกรูปแบบหนึ่งของ การกระจายอํานาจ กรรมการสุขภาพระดับพื้นที่จะ มีหน้าที่อะไรบ้าง ข้อเสนอของเราอย่างน้อยมี ๔ บทบาทภารกิจ บทบาทที่ ๑ ก็คือการรับรู้ การควบคุม การกํากับ การประเมินภาวะสุขภาพ พร้อมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ อันที่ ๒ ก็คือการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการ อันที่ ๓ การสร้าง พัฒนาผู้ให้บริการ และเครือข่ายบริการโดยให้ความสําคัญกับการจัดการที่มีทีมแนวราบและทีมแนวดิ่ง และประเด็นสุดท้าย ก็คือการรับรู้สภาวะทางการเงิน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาทางการเงิน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนปัญหาซึ่งเรารับรู้กันโดยทั่วไปทางข้อมูลข่าวสาร ในประเด็นที่ ๒ ของการปฏิรูปก็คือการสร้างทีมผู้ให้บริการและเครือข่ายบริการที่เปึนลักษณะของเมทริกซ์ ทีม มีทีมแนวราบที่ทํางานในพื้นที่ มีทีมแนวดิ่ง ถ้าพูดโดยสรุปก็คือเปึนลักษณะของการทํางาน ที่เปึนลักษณะของสหอาชีพร่วมกับสหวิชาชีพ แต่เปึนองค์ประกอบสําคัญครับ ทั้งรัฐ เอกชน ท้องถิ่นและชุมชน ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ยา เทคโนโลยีร่วมกัน เรามีรูปธรรมของการขับเคลื่อน อันนี้ ตัวอย่างเช่นเรื่องทีมหมอครอบครัว ตั้งแต่หมอครอบครัวในระดับชุมชน ระดับตําบล ระดับอําเภอที่จะเปึนพี่เลี้ยงหรือเปึนที่ปรึกษา

เราคาดหวังแผนการปฏิรูปของเรานั้นคนไทยทุกคนต่อไปนี้จะมีหมอประจําตัว หมอประจําครอบครัวนั่นเอง มีการันตี (Guarantee) รับรองเรื่องเวลาการให้บริการ ทั้งเวลาราชการและเวลาราษฎรในเครือข่ายบริการ รวมถึงการรับประกันในเรื่อง การให้บริการฉุกเฉินได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เหล่านี้เปึนต้น ประเด็นที่ ๓ ของการปฏิรูปก็คือ การพัฒนาและการปฏิรูป ๒ ระบบสนับสนุนสําคัญก็คือระบบข้อมูลและการเงิน ระบบข้อมูล หลักคิดในทางปฏิบัติก็คือทําอย่างไรให้ข้อมูลนี้ประชาชนจะเปึนเจ้าของข้อมูลสุขภาพ ของตนเอง เรามีตัวอย่างอย่างเช่นสารภี โมเดลซึ่งชาวบ้านสามารถใช้แอพพลิเคชัน (Application) ผ่านมือถือเข้าไปสามารถดูข้อมูลสุขภาพตัวเอง เห็นข้อมูลสุขภาพตัวเอง คุณหมอที่เปึนหมอประจําตัว หมอประจําครอบครัวก็มีข้อมูลสุขภาพของคนที่เขาดูแลอยู่ เหล่านี้เปึนต้น การมีข้อมูลเหล่านี้จะเปึนช่องทางในการสังเคราะห์ และการวิเคราะห์ ในการประเมิน ในการควบคุม กํากับและประเมินสถานการณ์ด้วย สําหรับการออกแบบและ กลไกทางการเงินนั้นความสําคัญประการแรกก็คือการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือองค์การบริหารท้องถิ่นในอนาคต ซึ่งคิดว่าเรามาทํางานร่วมกันเปึนหุ้นส่วน ทางด้านสุขภาพร่วมกันเพื่อพัฒนาปัญหาสุขภาพในพื้นที่ที่เราเรียกว่าเปึนสเปกซิฟ่ก เบเนฟ่ต แพกเกจ (Specific Benefit Package) สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ รวมทั้งมีการจัดการกลไกทางการเงินเพื่อให้คณะกรรมการเหล่านี้เวลาเราให้ การดูแลคงไม่ใช่ดูแลเฉพาะปฐมภูมิ ยังเชื่ อมต่ออย่างที่ผมนําเรียนในสไลด์ คอนเซปชวล เฟรมเวิร์ก (Conceptual framework) เชื่อมต่อไปถึงระบบส่งต่อทุติยภูมิ หรือถึงตติยภูมิ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางด้วยซ้ําไป ความสัมพันธ์ตรงนี้จะเปึน ๒ ระบบ ที่จะเปึนเครื่องมือสําคัญของการปฏิรูป ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปตัวระบบบริการ สาธารณสุขก็คือว่าเนื่องจากประเทศไทยเรามีบริบทของสังคมมีความหลากหลายมาก ทั้ง ๓ ประเด็นของการปฏิรูปนั้นเราเสนอว่าจะต้องขับเคลื่อนด้วยลักษณะของการดําเนินการ นําร่องก่อน เปึนลักษณะของไพลอต อิมพลิเมนเตชัน (Pilot implementation) โดยมีด้วยกันอยู่ ๒ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ ก็คือการดําเนินงานในเชิงระบบทั้งหมด เพื่อสะท้อนประเด็นทั้ง ๓ ประเด็น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคณะกรรมการบริหารสุขภาพ ระดับพื้นที่ เรื่องของการสร้างทีมผู้ให้บริการเครือข่ายบริการ และเรื่องการสร้าง ระบบการเงินและระบบข้อมูลในกลไกระดับพื้นที่ที่เ ราใช้คําว่าพื้นที่เปึนฐานประชาชน

เปึนศูนย์กลาง ข้อเสนออีกลักษณะหนึ่งซึ่งเราจะเลือกพื้นที่โดยนําเอาสิ่งที่เราเรียกว่า เวลาเราลงพื้นที่จะเห็นประเด็นร่วมเลยก็คือสังคมไทยกําลังเข้าสู่เอจจิง โซไซตี (Aging society) สังคมผู้สูงวัย คิดว่าประเด็นผู้สูงอายุพอหยิบยกขึ้นมาในทุกเวทีเปึนประเด็นร่วม ซึ่งทุกภาคส่วนอยากจะคลี่คลาย อยากกําหนดทิศของการปฏิรูปในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอเปึนลักษณะข้อเสนอ ๒ แบบ ทําเต็มระบบกับทําเฉพาะประเด็นผู้สูงอายุนะครับ โดยที่พื้นที่ในการที่จะนําร่องเรามีหลักเกณฑ์ไม่ว่าจะเปึนความเปึนเขตเมืองอย่างเช่น กทม. ต้องเลือกมาอย่างน้อย ๑ เขต ซึ่งล่าสุดเขตบางกอกน้อยตอบรับว่าจะมาร่วมศึกษาเรียนรู้ และทําการปฏิรูปครั้งนี้ไปด้วยกัน อําเภอเมืองขนาดใหญ่ ความหลากหลายของ จํานวนประชากรเล็ก กลาง ใหญ่ มีประชากรที่อําเภอหนึ่งอาจจะไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คนก็มี ในประเทศไทย หรืออําเภอที่เปึนหลักแสนคนอย่างนี้เปึนต้น พื้นที่พิเศษต่าง ๆ พื้นที่ชายแดน รวมถึงความพร้อมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชน อันนี้ก็เปึนหลักเกณฑ์ ในการเลือกพื้นที่ไพลอต (Pilot) ในขั้นตอนการดําเนินงานทั้ง ๓ ประเด็นนี้ผมอยากจะนํา เรียนว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเราลงพื้นที่ เราเชิญผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เราวิเคราะห์สังเคราะห์แล้ว วันนี้เรามาเสนอประเด็นรายละเอียด รอบ ๒ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราคาดหวังว่าส่วนที่เปึนพื้นที่ที่จะนําร่องนั้นจะขอเปึนมติ ครม. เพื่อแบกอัพ (Backup) เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้มีกลไกต่าง ๆ ในการที่จะดําเนินงานได้ แล้วก็คาดว่าพื้นที่นําร่อง ถ้าเปึนไปได้ป้งบประมาณที่จะถึงคือป้งบประมาณ ๒๕๕๙ ก็คือตุลาคม ป้ ๒๕๕๘ น่าจะ เริ่มขยับได้เลย สําหรับกรอบในแผน ๕ ป้ เรามีอยู่ ๒ แบบอย่างที่นําเรียน แบบที่ ๑ ก็คือ ทําเต็มระบบทั้ง ๓ ประเด็นเราจะเริ่มสักประมาณอย่างน้อย ๑๕ พื้นที่ก่อน ๑. มีเขต กทม. ๑ พื้นที่ ๒. อําเภอเมืองขนาดใหญ่สัก ๒ พื้นที่

หลังจากนั้นเราก็จะกระจายไปทุกเขตสุขภาพซึ่งมีอยู่ ๑๒ เขต ฉะนั้นรวมกันได้ ๑๕ พื้นที่ แล้วก็อยู่บนเงื่อนไขความหลากหลายอย่างที่ผมได้นําเรียนนะครับ ในประเด็นของผู้สูงอายุ เราก็จะเริ่มสักประมาณ ๒๐๐ พื้นที่ โดยอาศัยต้นทุนเดิมในระบบสุขภาพที่มีอําเภอ ที่ขับเคลื่อนเรื่องเครือข่ายสุขภำพในระดับอําเภอ ประมาณ ๒๐๐ อําเภอทั่วประเทศ หลังจากนั้นอีก ๒ ป้ เราเชื่อว่ามีความเข้มแข็งขึ้น ก็จะขยายผลเต็มระบบจาก ๑๕ พื้นที่ เพิ่มขึ้นเปึน ๒๐๐ กว่าพื้นที่ เหล่านี้เปึนต้น คาดว่าทั้งหลายทั้งปวงใน ๕ ป้ เราจะสามารถ ทําเต็มพื้นที่ได้ แล้วก็จะได้ออกแบบตัวที่เปึน การปรับปรุงหรือการแก้ไขกฎหมายหรือ การร่างกฎหมายใหม่ คณะกรรมาธิการเองไม่ได้จัมปี (Jump) ลงไปที่การแก้ไขกฎหมายเลย เพราะคิดว่าด้วยความหลากหลายของบริบทของสังคมของพื้นที่เอง จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องดําเนินการในลักษณะของพื้นที่นําร่องก่อนนะครับ โดยภาพสรุปของการปฏิรูป ระบบตัวบริการ เราทําไพลอต สตัดดี (Pilot Study) เราดูเงื่อนไขความเปึนไปได้ เราก็เริ่ม เห็นประเด็นทางด้านกฎหมายอยู่บ้างนะครับ ขณะนี้ก็มี พ.ร.บ. ที่เราได้ศึกษาอยู่ประมาณสัก ๑๐ ฉบับ ในล็อกตรงกลางก็คือไพลอต อิมพลิเมนเตชัน เราคิดว่าท้ายสุดแล้วประเทศไทย คงไม่ได้มีรูปแบบเดียว คงมีหลายโมเดล (Model) ดูว่าโมเดลไหนที่จะเหมาะสมในลักษณะ พื้นที่แบบใดนะครับ แล้วตรงนี้เองก็จะทําให้ประเด็นเรื่องลีเกิล ดีไซน์ (Legal design) มีความชัดเจนขึ้น ส่วนประเด็นของการปฏิรูปก็ยังเปึน ๓ ประเด็นเดิมที่ผมได้นําเรียนนะครับ ภาพรวมของทิศทางการปฏิรูป เราพรีเซนต์ (Present) ตั้งแต่ครั้งแรก ประเด็นปัญหาของ ระบบสุขภาพคืออะไรบ้าง แล้วเรามีวิธีการอย่างไร มีหลักการสําคัญเรื่องของปฐมภูมิ เรื่องของการให้ความสําคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง การเชื่อมต่อระบบ เรื่องของ วิธีการเรามีอย่างน้อย ๕ วิธีการ เรามีรูปแบบวิธีการ ขั้นตอน ประเด็นก็คือ ๓ ประเด็นอย่างที่นําเรียนนะครับ ลักษณะโครงการนําร่องมีไพลอต สตัดดี และอิมพลิเมนเตชัน (Implementation) สิ่งที่เราคิดว่าจะเกิดขึ้น อันนี้เปึนกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่ามี พ.ร.บ. อะไรบ้าง ประชาชนจะได้อะไรก็เปึน คําถามที่เราเจอ อยู่บ่อย ๆ นะครับ ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดนะครับ ซึ่งเคยได้พูดไปแล้วนะครับ ขอจบ ด้วยสไลด์สุดท้ายครับ ผมคิดว่าภาพนี้อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกว่าก่อนการปฏิรูปผมอยาก ให้เปึนรูปธรรม เมื่อเราปฏิรูปแล้วหลังปฏิรูปจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ก่อนปฏิรูปต้องยอมรับว่า เวลาพูดถึงเรื่องสุขภาพ คนมักคิดถึงหมอ พยาบาล คือคิดถึงเรื่องการซ่อม เราคิดว่าของใหม่

ต้องเน้นเรื่องการสร้างสุขภาพ ของเก่าเดิมเราทุ่มเททรัพยากรไปสร้างเตียง สร้างโรงพยาบาล เยอะแยะ แต่อาจจะไม่ใช่ ทิศทางอาจจะต้องปรับทิศว่าจะต้องทําให้ที่บ้านเปึนวอร์ด (Ward) ก็คือสร้างเตียงที่บ้านแทน เดิมเราดูแลระดับบุคคล เราต้องยกระดับให้เปึนดูแล ระดับครอบครัวและชุมชนนะครับ ของเดิมดูแลโดยวิชาชีพ ของใหม่ต้องดูแลโดยสหอาชีพ และสหวิชาชีพร่วมกันนะครับ ของเดิมบริหารจัดการแบบการสั่งการแบบรวมศู นย์ ของใหม่ต้องกระจายอํานาจ ต้องบริหารแบบเครือข่าย ทํางานเปึนหุ้นส่วนกันนะครับ ของเดิมเราใช้ทรัพยากรแยกส่วน ของใหม่เราต้องรวบรวมสรรพกําลังทุกภาคส่วน รัฐ ท้องถิ่น ชุมชน เอกชน มาทํางานร่วมกัน นี่คือบทสรุปของการปฏิรูปตัวระบบบริการ ขอบพระคุณครับ