รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๓๕/๒๕๕๘ เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระการประชุม ผมจะขอให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือกันก่อน ตามที่เราตกลงไว้ท่านละ ๒ นาทีนะครับ เรียนเชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๐๕๙ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ขออนุญาตหารือเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าผมอยู่คณะอนุกรรมาธิการกิจการไฟฟ้า ก็มีการพูดคุยถึงเรื่องค่าไฟฟรี ๕๐ หน่วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยจะมีโอกาสได้ใช้ไฟฟรี เดิมทีอย่างนี้รัฐบาลหลายสมัยมานี้มีการให้ไฟฟรี ๙๐ หน่วย จนมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มีมติ ครม. ออกมาให้ลดจาก ๙๐ หน่วย เหลือ ๕๐ หน่วย ปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธาน ๙๐ หน่วยนี่ มีประชาชนที่เข้าถึงในการใช้ไฟฟรี ๘,๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เป็นเงินที่รัฐที่จะ จ่ายให้ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าเมื่อมีมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๔ ลดลงเหลือ ๕๐ หน่วย ปรากฏว่าผู้ที่มีรายได้น้อยเหลือ ๕๐ หน่วย ปรากฏว่าครัวเรือนที่จะได้รับอานิสงส์ ตรงนี้เหลือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ฉะนั้นจะเห็นว่าหายไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ฉะนั้นวิธีการที่ผมอยากที่จะหารือท่านประธานก็คืออยากให้ผู้ที่เคยใช้ไฟฟรี ๙๐ หน่วย ได้มีโอกาสกลับมาใช้ไฟฟรีอีกครั้ง โดยเรามีการประชุมในกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานแล้ว ในเรื่องของพลังงานทดแทน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็คืออยากให้ผู้ที่เคยได้รับสิทธิ ๙๐ หน่วยนี้ได้มารณรงค์โดยการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นแอลอีดี (LED) อันนี้คือประเด็นแรก เพื่อให้แตะ ๕๐ หน่วยให้ได้
ประเด็นที่ ๒ คือถ้ายังไม่สามารถทําได้ก็สามารถที่จะติดโซลาร์เซลล์ (Solar cell) เพื่อผลิตไฟใช้เอง ถ้าสามารถลดหน่วยลงได้เหลือที่ ๕๐ หน่วย ประชาชน ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน จะได้รับสิทธิกลับคืนมาเพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงการใช้ไฟฟรี แล้วก็ต้องขอฝากไปยังรัฐบาลว่าโครงการนี้ดีครับ อยากให้ส่งเสริมโครงการนี้อย่าเพิ่งเลิก เพราะว่าจะทําให้ผู้ที่จะใช้พลังงานทดแทนโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ถือว่าเป็นการจูงใจให้คนมา ติดโซลาร์เซลล์เพิ่ม โซลาร์รูฟท็อป (Solar rooftop) ซึ่งสามารถทําได้ง่ายเดี๋ยวนี้ลงทุน แค่หมื่นกว่าเท่านั้นท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็นส่วนที่ทําให้เราได้ปฏิรูปพลังงานทดแทนอย่างแท้จริง ตรงนี้หมด เวลาแล้ว ผมขออนุญาตฝากหารือปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่งครับ พอดี ๒ อาทิตย์มานี้ ผมเห็นกล้องถ่ายทอดสดภายใน มีกล้องบางตัวมันไม่ชัด พอขึ้นจอไปแล้วบางคนดูหน้ายังจํา ไม่ได้เลย เรียนท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ให้ช่างเทคนิค อย่างกล้องตัวขาวซ้ายมือของผม พอถ่ายทอดออกไปขึ้นจอแล้วมันจะพร่าแล้วแลเห็นหน้าไม่ชัด บางตัวยังดีครับ อย่างไร ขอฝากให้ช่างเทคนิคช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คงเป็นกล้องนะ ไม่ใช่เป็นเพราะเราเอง โอเค ทํางานไปเยอะ ๆ มันอาจจะเป็น ไม่ใช่กล้อง เชิญรองศาสตราจารย์ พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติและเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือในวันนี้เป็นเรื่องของ การปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายการทะเบียนราษฎร์เพื่อบุคคลที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร์ ของรัฐจนประสบปัญหาความไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ซึ่งผู้หารือพบในระหว่างการลงพื้นที่ ๓ ครั้ง กล่าวคือในพื้นที่จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก และอําเภอแม่ฟ้าหลวง อําเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งในการลงพื้นที่ทั้ง ๓ กรณีนั้นเราได้รับการนําลงพื้นที่จากภาคประชาสังคม ในพื้นที่ กล่าวคือนายแพทย์จิรพงศ์ อุทัยศิลป์ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด ท่านกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ท่านเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ซึ่งทําให้เราเห็นโอกาสที่จะปฏิรูปการบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวเพื่อเสนอท่านอธิบดีกรมการปกครองใน ๒ ประการที่คิดว่าจะทําให้ เรื่องราวตรงนี้เป็นควิก วิน (Quick win) สําหรับการปฏิรูปเพื่อผู้ด้อยโอกาสที่ร้ายแรงเหล่านี้ ดิฉันจึงขออนุญาตเสนอท่านประธานใน ๒ ลักษณะที่คิดว่าควรจะต้องทํา
ในประการแรก ก็คือว่าดิฉันเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนออธิบดี กรมการปกครองที่จะทบทวนแนวคิดและวิธีปฏิบัติให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอําเภอ ในการที่จะเห็นข้อกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาในเชิง ข้อกฎหมาย ข้อนโยบาย แต่มีปัญหาที่ความแม่นยําในระดับของผู้สั่งการ ทําให้ผู้ปฏิบัติการ ระดับล่างไม่มีความมั่นใจและให้เขาเห็นประเด็นที่ทําให้เราตกอยู่ในการบอยคอต (Boycott) ในหลายเวที เช่น เทียร์ (Tier) ประชาคมยุโรป หรือกรรมาธิการสิทธิเด็ก
และในประการที่ ๒ อยากจะเสนอให้ที่ประชุมนั้นเสนออธิบดีกรมการปกครอง เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการกับภาคประชาสังคมทั้งสามซึ่งมีความชัดเจนในการแก้ปัญหา เป็นอย่างดี ตรงนี้ก็จะเป็นข้อเสนอที่ทําให้เกิดควิก วิน ที่จะไปถึงเหล่าผู้ด้อยโอกาส อย่างร้ายแรง กล่าวคือผู้สูงวัย ๘๐ ปี ๙๐ ปี คนพิการจนแทบจะดํารงชีวิตอยู่ไม่ได้ แล้วก็ เด็ก เยาวชน ซึ่งอาจจะถูกจับในระหว่างที่เดินทางไปเล่าเรียน ขอบพระคุณท่านประธาน และที่ประชุมค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ครับ
(นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
เชิญคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือบุญเลิศ ช้างใหญ่ กระผมอยากจะขอหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาปฏิรูปแห่งชาติเกี่ยวกับการพิจารณา จัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขณะนี้มีความเห็นต่าง ๆ ของบรรดา ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผ่านช่องทางการสื่อสารทางไลน์ (Line) ว่าทั้งแม่น้ํา ๒ สาย ต้องร่วมมือกัน แล้วก็ร่วมกันรับผิดชอบในภารกิจในการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยความปรารถนาดีและ ด้วยความจํากัดของเวลาในฐานะที่ยกร่างรัฐธรรมนูญก็เลยตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ไปยกร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ด้วยเหตุที่สมาชิกหลายท่านของ สปช. เห็นว่าการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบเป็นอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดังนั้นกระผมก็กราบเรียนหารือและเรียนเสนอด้วยความเคารพว่าทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติน่าจะได้ปรึกษาหารือกันในการประชุมครั้งต่อไปภายใน วันสองวันที่จะถึงนี้นะครับ แต่ด้วยเหตุที่เวลามีจํากัดครั้นจะรอให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จในการ ลงมติในวันที่ ๔ หรือวันที่ ๖ สิงหาคมนี้ก็จะช้าเกินไป ดังนั้นน่าจะได้ร่วมมือกัน ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เสียโดยเร็ว เพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ และเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตอนนั้นค่อยตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญกันอีกครั้งหนึ่ง โดยที่เรา ยังไม่ทราบว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อนําไปสู่การออกเสียงลงประชามติ หรือไม่ หรือมีเหตุอื่นใดที่จะทําให้ภารกิจของการปฏิรูปต้องทอดเวลาออกไป ฉะนั้นก็กราบเรียน หารือในเรื่องของงานสําคัญที่กําลังรอกันอยู่แล้วก็จะได้หาข้อสรุปครับ ขอบคุณครับ
ประเด็นนี้ จะดําเนินการพรุ่งนี้ครับ เชิญคุณรสนา โตสิตระกูล นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันมีเรื่องที่จะร้องเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้ววันพฤหัสบดีที่ ๗ มีตํารวจจาก สภอ. โพธิ์แก้ว มาหาดิฉันที่บ้านเพื่อเอาหมายเรียกผู้ต้องหาของตํารวจมาให้คนที่บ้านเซ็น ซึ่งสาเหตุก็เกิดขึ้นจากการที่ สน.ชนะสงครามได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า ปตท. ได้มาแจ้งความว่าดิฉันหมิ่นประมาท ซึ่งประเด็นเรื่องที่กล่าวหาว่าหมิ่นประมาทนั้น ก็เป็นประเด็นที่ดิฉันได้ไปพูดให้ความเห็นในงานสัมมนาปฏิรูปพลังงาน ครั้งที่ ๒ ตั้งแต่ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ นะคะ ซึ่งในครั้งนั้นดิฉันได้พูดเปรียบเทียบบริษัท ปิโตรนาส กับ ปตท. ว่าบริษัท ปิโตรนาส ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่รัฐถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศมาเลเซียนั้นส่งเงินเข้าหลวง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน แต่ในขณะที่ ปตท. หลังแปรรูปไปแล้วส่งเงินปันผลให้รัฐน้อยลง อย่างในปี ๒๕๕๕ ส่งเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่มีกําไร ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าข้อความตรงนี้ ปตท. บอกว่าดิฉัน หมิ่นประมาท และพนักงานสอบสวนก็พยายามจะส่งหมายเรียกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ดิฉันก็ทําหนังสือชี้แจงไปว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องการหมิ่นประมาทเพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ เป็นข้อมูลที่มาจากเว็บไซต์ (Web site) ของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เกี่ยวกับการส่งรายได้ให้กับรัฐ แล้วก็รวมไปถึงผลกําไรที่แสดงอยู่ในแบบ ๕๖-๑ ของ ปตท. ก็ขอให้ทางพนักงานสอบสวนยกเลิกข้อกล่าวหาดิฉัน แต่ปรากฏว่าก็ยังไม่เลิกแล้วก็ได้มีการ ส่งหมายเรียกครั้งที่ ๔ มาถึงดิฉันเพื่อให้ไปพบในวันที่ ๘ อาทิตย์ที่แล้วเมื่อวันศุกร์ ซึ่งดิฉันเอง ก็บอกว่าดิฉันติดภารกิจไม่สามารถไปพบและเนื่องจากได้ไปร้องเรียนกับทาง บช.น. แล้วจะ ขอฟังผลของ บช.น. ก่อน แต่ปรากฏว่าวันที่ ๗ ตํารวจ สน.ชนะสงครามก็ได้มอบหมายให้ สภอ. โพธิ์แก้วส่งตํารวจไปหาที่บ้าน ซึ่งก็ทําให้คนที่บ้านตกใจกันมาก ดิฉันเองคิดว่า สิ่งเหล่านี้มันเป็นการคุกคามดิฉันหรือไม่ เพราะว่าประเด็นที่เราให้ความเห็นโดยปกติแล้วก็ เป็นสิ่งที่มาจากข้อมูลของทางการ แต่ดิฉันเองถูกหมายเรียกที่จะให้ไปรับทราบการเป็น ผู้ต้องหาให้ได้ แล้วก็การที่ส่งตํารวจมาถึงที่บ้านดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ข่มขู่คุกคามนะคะ ดิฉันเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติยังได้รับการปฏิบัติขนาดนี้ แล้วถ้า เป็นประชาชนคนธรรมดาที่เป็นตาสีตาสา ยายมียายมานี้จะถูกปฏิบัติอย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้ควรที่จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในเรื่องของตํารวจซึ่งเป็น ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ดิฉันเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูประบบตํารวจโดยการแยกกระบวนการสอบสวนออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะมิฉะนั้นแล้วมันก็จะกลายเป็นว่านักการเมืองหรือคนที่มี อํานาจทางทุนสามารถใช้ตํารวจเป็นเครื่องมือในการคุกคามประชาชน ดิฉันมีประเด็น อีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับตํารวจที่คุกคามดิฉันนะคะ แม้แต่เคยได้รับข้อกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ในราชอาณาจักร แต่ดิฉันไม่มีเวลาที่จะพูดในที่นี้ แต่ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผู้เกี่ยวข้องว่าขอให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือการที่ตํารวจนั้นไม่อยาก ให้มาที่บ้านอีก แล้วก็อยากขอให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการไปดูหมิ่น หน่วยงานรัฐ อย่าง ปตท. นี้ เวลานี้ฟ้องประชาชน ๒๐-๓๐ คดี ดิฉันคิดว่านี่เป็นการฟ้อง เพื่อปิดปากไม่ให้ประชาชนตรวจสอบนะคะ ก็อยากกราบเรียนผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยว่ากรุณาพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ
(นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
เชิญ รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสงขลา ขออนุญาตที่จะหารือท่านประธานนิดหนึ่งคือเป็นเรื่องที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับทางการปฏิรูป โดยตรงนักแต่ก็คงมีส่วนอยู่ด้วยนะครับ ก็คือเรื่องของการดําเนินกิจการของการบินไทย ซึ่งเราก็ทราบอยู่ว่าการบินไทยเรานี้มีปัญหามากมายเกี่ยวกับเรื่องของภาวการณ์ขาดทุน และทําให้ต้องปรับอะไรต่ออะไรต่าง ๆ รวมทั้งปรับพนักงาน แต่มีเรื่องสําคัญอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของพื้นที่ทางจังหวัดทางภาคใต้ตอนล่าง ก็คือเดิมนี้ การบินไทย มีเส้นทางการบินซึ่งบินร่วมกับไทย สมายล์ (Thai smile) แล้วก็มีเที่ยวของการบินไทย อยู่ ๒ เที่ยวที่ไปลงที่หาดใหญ่ หาดใหญ่นั้นเป็นพื้นที่สําหรับดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน ภาคใต้ตอนล่างนะครับ จังหวัดสงขลานี้เป็นศูนย์กลางอยู่ตรงนั้น สนามบินหาดใหญ่ เป็นสนามบินหลักของจังหวัด ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง แต่ปรากฏว่าการบริการของการบินไทยนี้ โดยเฉพาะเที่ยวของการบินไทยเองที่ใช้คําว่า ทีจี (TG) ซึ่งเดิมมีอยู่ ๒ เที่ยว ได้ระงับหมด หยุดบินหมดครับตอนนี้ มีแต่เหลือแต่ไทยสมายล์ทั้งหมด ของไทยสมายล์เขาอาจจะไม่ใช่ เป็นสายการบินที่มีปัญหาอะไร แต่ว่าเรื่องของการบริการในเรื่องทําความเข้าใจนี้อาจจะมี จุดที่ไม่เทียบเท่ากับการบินไทย และที่สําคัญก็คือสนามบินนานาชาติที่หาดใหญ่เป็นสนามบิน ที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศเยอะมาก แล้วไม่มีสายการบินหลักของประเทศไปบินเลย เพิ่งเลิกไปเมื่อวันที่ ๕ นี้เองครับ มีอยู่ ๒ เที่ยวเดิมนี้ ให้บริการที่ดีแล้วก็มีผู้ใช้บริการเยอะด้วย เพราะเขาถือว่าเป็นสายการบินแห่งชาติ ผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะใช้บริการการบินไทยได้ก็จะใช้ เพราะถือว่าเราต้องช่วยกันในการที่เป็นสายการบินแห่งชาติ แต่อยู่ ๆ ก็เลิกไปเมื่อวันที่ ๕ นี้ เลิกหมดเลย แล้วตรงนี้เองมันทําให้มีความรู้สึกว่าสนามบินหาดใหญ่เป็นสนามบินนานาชาติ มีผู้คนเข้าออกที่เป็นชาวต่างชาติเยอะมาก ต่อไฟลท์ (Flight) ก็เยอะ
อันดับ ๒ สายการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ เมื่อเป็นสนามบินนานาชาติ ที่เป็นศูนย์กลางของภาคใต้ตอนล่างและเชื่อมโยงกับต่างประเทศมากนี้ แล้วสายการบินแห่งชาติ หยุดบินทั้งหมดนี้นะครับ ผมอยากให้การบินไทยได้ทบทวน ได้ช่วยตรวจสอบและดูแลอีกทีหนึ่ง การขาดทุนครับเราเข้าใจได้ถึงจะต้องมี แต่เชื่อมั่นว่าในการที่จะประคับประคองแล้วก็สามารถ ดําเนินการได้โดยการบินไทย และมีเที่ยวบินการบินไทยไว้สัก ๑ หรือ ๒ เที่ยว อย่างที่เพิ่งยุบเลิกไปนี้ ก็น่าที่จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง และเป็นหน้าเป็นตาและเชิดหน้าชูตาของประเทศไทยด้วย และทําให้สนามบินนานาชาติที่หาดใหญ่ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย ก็อยากร้องเรียนไป ยังการบินไทยให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล วันนี้จะมาพูดถึงในเรื่องของที่กระทรวงพลังงานมีแผนการที่จะยกเลิก น้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ (Gasohol 91) ซึ่งมีประชาชนผู้ใช้น้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ ได้สอบถาม ผมมาเหมือนกันนะครับว่า ทําไมถึงจะต้องมีการยกเลิก และยกเลิกไปนี้ประชาชนจะต้อง มีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่านะครับ
เหตุผลหลัก ๆ ที่ฟังจากข่าวก็อาจจะเป็นเพราะว่ากระทรวงพลังงานเห็นว่า วันนี้มีน้ํามันในกลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์อยู่หลายเกรดมาก ก็อยากจะยกเลิกบางเกรดออกไป เพื่อจะทําให้มีเกรดน้อยลงนะครับ ผมอยากจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า ที่ผ่านมาในอดีตถึงปัจจุบันเรามีการสนับสนุนให้มีการใช้น้ํามันออกเทน (Octane) ต่ํา ด้วยเหตุผลก็คือประหยัดแล้วก็ราคาถูกกว่าออกเทนที่สูง รถญี่ปุ่นวันนี้ส่วนใหญ่เกือบหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รถยุโรป รถอเมริกาที่มีขนาดเล็กส่วนใหญ่ก็ใช้น้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ ออกเทน ๙๑ ได้นะครับ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือว่าจากเหตุผลอันนี้ทําให้รถยนต์ขนาดเล็กแล้วก็ รถมอเตอร์ไซค์เองมียอดการใช้น้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ สูงถึง ๑๐ ล้านลิตรต่อวันเทียบกับ ปริมาณการใช้น้ํามันแก๊สโซฮอล์และน้ํามันเบนซินทั้งหมด ๒๒ ล้านลิตรต่อวันนี้ คิดเป็น ก็เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ํามันทั้งหมด แล้วก็ด้วยโครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นวันนี้ต้องเรียนว่า แก๊สโซฮอล์ ๙๑ นี้ประหยัดที่สุด ก็คือ ๑ บาทต่อกิโลเมตร จะมีค่าต่ําสุด เพราะฉะนั้นคนที่ใช้ แก๊สโซฮอล์ ๙๑ นี้ก็จะประหยัดมากที่สุด แต่การที่กระทรวงที่จะยกเลิกไปนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ว่าประชาชนที่ใช้แก๊สโซฮอล์ ๙๑ ต้องไปใช้แก๊สโซฮอล์ ๙๕ หรือเกรดอื่น ซึ่งจะมีราคาแพงขึ้น ราคาน้ํามันหน้าโรงกลั่นแก๊สโซฮอล์ ๙๑ นี้ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ๒๐ สตางค์ต่อลิตร ถ้าเกิด ยกเลิกไปนี้ประชาชนจะต้องแบกภาระถึง ๘๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งอาจจะไม่ค่อยสอดคล้อง กับสิ่งที่นโยบายของรัฐบาลที่จะลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ไม่อยากให้ประชาชนมีภาระมากขึ้น ผมก็เลยอยากเรียนว่าอยากให้กระทรวงพลังงานได้ทบทวนและศึกษาให้รอบคอบว่าเรามี ความจําเป็นอย่างไรที่จะยกเลิกน้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ ซึ่งเป็นน้ํามันที่มีประชาชนใช้มากที่สุด และประหยัดมากที่สุดครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ สมาชิก ๐๑๘ สปช. สุโขทัยครับ ขอหารือเรื่องการศึกษา ขณะนี้เป็นเทศกาลที่โรงเรียนทุกโรงเรียนภายในประเทศไทยเปิดเรียนแล้วนะครับ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าหน้าที่ตํารวจคอยดูแลเรื่อง เด็กเดินทางไปเรียนหนังสือเรื่องความปลอดภัย เรื่องการจราจรที่จะต้องเดินทางไปโรงเรียน
อีกเรื่องหนึ่งกราบเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันเรื่องการกีฬา การกีฬา พื้นบ้านทุกจังหวัดเริ่มประสบความสําเร็จเพราะว่ามันเป็นกีฬาที่ออกกําลังกาย เป็นกีฬา พื้นบ้านที่ให้ความสําคัญแก่พวกเยาวชน ผู้สูงอายุมากขึ้น ปัจจุบันก็ได้สถานีของอนามัย ต่างจังหวัดทุกจังหวัดให้ความสําคัญที่ให้ผู้สูงอายุออกกําลังกาย เพราะฉะนั้นการกีฬาของไทย เป็นการกีฬามาตรฐานพื้นฐานที่ให้ความสําคัญแก่ประเทศชาติและจะบรรจุเรื่องการกีฬาไว้ ซึ่งจะมีอภิปรายวันนี้นะครับ ขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ที่กระผมจะขอหารือ ในวันนี้ก็คือในเรื่องการจดทะเบียนสิทธินิติกรรมต่าง ๆ ณ สํานักงานที่ดิน ในปัจจุบันนี้ก็ต้อง ยอมรับครับว่าหากประชาชนไปติดต่อ จดทะเบียน ทํานิติกรรมต่าง ๆ ที่สํานักงานที่ดินนั้น ต้องใช้ระยะเวลาเป็น ๑ วัน เพราะฉะนั้นเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นบุคลากรน้อย งานมากขึ้น แต่ทําอย่างไรครับจะทําให้ประชาชนได้รับการบริการที่ทันท่วงที ตอบสนองต่อ ความต้องการของประชาชนโดยใช้เวลาให้น้อย ทั้งนี้ก็เพื่อประชาชนจะได้ประกอบสัมมาอาชีพ แทนที่จะมานั่งรอระยะเวลาที่สํานักงานที่ดินเป็นวัน มีสํานักงานที่ดินแห่งหนึ่งครับ ท่านประธาน นั่นก็คือสํานักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาบางบัวทอง เขาได้ทําขั้นตอนนัด จดทะเบียนล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งน่าสนใจ นั่นก็คือเขาจะเปิดเว็บไซต์ ของสํานักงานที่ดินโดยให้ประชาชนที่ประสงค์จะจดทะเบียนสิทธินิติกรรมต่าง ๆ จองคิว ล่วงหน้าโดยให้ส่งเอกสารประกอบการจดทะเบียนการทํานิติกรรมไว้ล่วงหน้า แล้วก็นัดวัด จดทะเบียนกัน ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ หากสํานักงานที่ดินอื่น ๆ นําไปใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อ จะให้การบริการประชาชนได้ทันท่วงที มีเวลาในการไปประกอบสัมมาอาชีพอื่น ๆ ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ขอเรียนหารือสั้น ๆ ครับ ก็เช่นเดียวกับที่ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ได้นําเรียนท่านประธานแล้ว และท่านประธานก็เห็นชอบแล้วนะครับว่า เรื่องเกี่ยวกับ การร่างรัฐธรรมนูญก็ดี การทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ดีเป็นเรื่องที่สําคัญมากนะครับ แล้วก็ท่านจะนําหารือที่ประชุมพรุ่งนี้เวลาเที่ยง ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ รวมทั้งอาจจะมี บางคนพูดถึงทําประชามติเรื่องอะไรอย่างอื่นด้วยนะครับ แต่เราจะทําอะไรก็แล้วแต่ครับ คงจะต้องอ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับชั่วคราว ทั้งฉบับที่เขายกร่างมาโดยละเอียดรอบคอบ พอสมควรนะครับ ผมเห็นลงชื่อกันเยอะแยะเลย แล้วเราจะไปบอกว่าเสียงส่วนใหญ่จะไป ขอให้ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเขาหยุดยั้งอะไรต่าง ๆ มันทําไม่ได้นะครับ เพราะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่เขาตั้งอนุกรรมาธิการเท่านั้นนะครับที่ทําในส่วน ของเขา เขาต้องเตรียมการ ถ้าไม่เตรียมการแล้วจะไปทํากฎหมายได้ทันอย่างไร ต้องเลือกตั้ง ภายใน ๙๐ วัน เลือกตั้ง ส.ส. เลือกตั้ง ส.ว. ภายใน ๑๕๐ วัน เขาเตรียมเอาไว้นะครับ เสร็จแล้วพอถึงเวลาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเราก็มาตั้งกรรมาธิการในส่วนของเราพิจารณา ในส่วนนั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ หรือเราจะตั้งกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการพิจารณาตอนนี้ ก็ได้ไม่เสียหายอะไร เพราะฉะนั้นเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันผมคิดว่าเราดูกฎระเบียบกติกา ที่วางไว้แล้วทําไปตามขั้นตอนนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเกิดเราลงมติหรือมีเสียงส่วนใหญ่ เห็นว่าจะต้องให้เขาระงับยับยั้ง ต้องรอรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน มันทําไม่ทันนะครับ อันนั้นเป็น ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าขณะนี้เขาก็ตั้งอนุกรรมาธิการเพียงบางฉบับเท่านั้น นะครับ อีกหลาย ๆ ฉบับ ยังมีบางฉบับด้วยซ้ําไปเขาบอกถ้าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องที่เรา จะปฏิรูปอะไรเขาก็จะให้ทางสภาปฏิรูปเราดําเนินการ ซึ่งอันนั้นเราก็ทําได้อยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ เพื่อให้การทําเรื่องนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มันอาจจะ เป็นไปได้ว่าระหว่างนี้เราประสานกันเพิ่มเติมอนุอะไรเข้าไปทั้งฝ่ายเราฝ่ายเขา พอกฎหมายเสร็จ เราตั้งกรรมาธิการตามมาตรา ๓๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เราก็สามารถมาทํากันได้ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งในวงในของเราครับ กระผมก็ขอกราบเรียน ไว้เพียงสั้น ๆ เท่านี้ รวมทั้งแถมว่าในเรื่องประชามติเราก็เช่นกันครับ ถ้ามันไม่ใช่อํานาจ หน้าที่ของเราที่จะพิจารณาตอนนี้ก็ยังไม่ต้องพิจารณาครับ รอไว้ตอนที่ควรจะต้องพิจารณา หรือถึงเวลาก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
ย้ําอีกที เราจะ พูดทั้งหมดวันพรุ่งนี้นะครับหารือกัน เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ครับ
พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดมุกดาหาร มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเกี่ยวกับการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศ ให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในส่วนนี้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัด มุกดาหารนะครับ จากการที่กระผมได้ออกไปจัดเวทีการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น ประชาชนของจังหวัดมุกดาหาร ๕ อําเภอ ก็ได้รับคํายืนยันจากพี่น้องจังหวัดมุกดาหารว่า การที่ได้ประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหารแล้วนั้น ในขณะนี้ จังหวัดมุกดาหารมีที่ดินสําหรับที่จะให้ทางรัฐบาลหรือว่าผู้ประกอบการสามารถที่จะไปใช้ พื้นที่ในการจัดตั้งหน่วยการลงทุน และอีกส่วนหนึ่งก็คือสําหรับพื้นที่ที่จะสร้างสนามบิน มุกดาหารนะครับ ก็ได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้ว ๔,๐๐๐ กว่าไร่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทาง รัฐบาลได้เร่งรัดในการพิจารณาจัดกรอบต่าง ๆ เพื่อจะทําให้พื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยด่วนต่อไป เนื่องจากว่าการพัฒนาพื้นที่ก็จะเกี่ยวข้องกับประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน ซึ่งในขณะนี้จังหวัดมุกดาหารก็มีเพียบพร้อมทุกอย่างนะครับ ก็ขอให้เร่งรัดต่อไป
ในส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องตํารวจรัฐสภาครับ ซึ่งผมก็เคยเป็นตํารวจมาก่อน ก็อยากจะให้ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ปฏิรูปตําแหน่งหน้าที่ของตํารวจรัฐสภา เนื่องจากในปัจจุบันนี้คนที่ทําหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานที่ รักษาความปลอดภัยบุคคล สมาชิกรัฐสภา มีส่วนสําคัญเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นหัวหน้ากลุ่มงานดังกล่าวไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่ตํารวจ เป็นบุคคลซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แต่ว่าอยู่ในกลุ่มของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร การบังคับบัญชา การบริหารจัดการ ไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ก็อยากจะให้ท่านปรับเปลี่ยนแล้วก็เพิ่มสวัสดิการหรือว่า เพิ่มตําแหน่งให้สูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนี้ตันแล้วครับ เป็นพันตํารวจเอกก็จบแค่นั้นระดับ ๘ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ปรับเป็นระดับ ๙ ระดับ ๑๐ เพื่อจะได้มีความเชี่ยวชาญในหน้าที่ รักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคลต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ คุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ เข้ามาแล้วใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบสวัสดีครับ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ สปช. จังหวัดหนองคายครับ ผมจะพูดถึงสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูปนี้ ผมจะขอพูดสัก ๔ ข้อจะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้เวลานะครับ
ข้อ ๑ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันโปร่งใสแล้วก็คาดว่าจะตัดต่อต่อเติม ผมก็คง ไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงตรงนั้น จะมีประชามติหรือไม่ ผมก็ไม่ได้ก้าวไปตรงนั้นนะครับ
ข้อ ๒ ภาคประชาชนของเราทําให้มันเกิดกระจายอํานาจได้มากขึ้นดีอยู่แล้ว ผมอ่านหลายครั้งหลายคราวแล้วก็ติดใจมาก แล้วก็ชอบใจ เพราะมันมีกรอบมันอยู่ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๗ (ฉบับชั่วคราว) นี้มันเป็นกรอบของเขาอยู่แล้วนะครับ และผู้ที่ ร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ประธานคณะกรรมาธิการที่ร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ที่ทรงคุณวุฒิแล้ว และเป็นคนไทยเสียด้วย แล้วก็ทําตามสไตล์ (Style) ของท่านที่คิดว่าตามสถานการณ์ ที่ถูกต้องนะครับ
ข้อที่ ๓ แล้วก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนหรือ ภาคพลเมืองมีโอกาสได้มากขึ้นมากเลย คิดว่าจะดีกว่าฉบับอื่น ๆ ที่เคยผ่านมาแล้วนะครับ
ข้อที่ ๔ แล้วก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริม มีการกระจายอํานาจและกระจาย การเงินสู่ท้องถิ่น ผมคิดว่าไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะดีมากไปกว่านี้ เพราะท้องถิ่นของเราเวลานี้ ก็อย่างที่เราทราบ ๆ กันอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้พวกเรา ได้มีโอกาสควบคุมและภาคประชาชนหรือภาคพลเมืองมีโอกาสตรวจสอบได้ไม่ว่า ทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือว่าข้าราชการการเมือง ผมคาดว่าผมก็คงจะไม่ก้าวล่วงไปถึงว่า จะมีประชามติหรือไม่ หรือว่าจะมีตัดต่อต่อเติมอะไรหรือไม่ คาดว่าฉบับนี้ที่ผมได้อ่านมาแล้ว และผมได้ลงพื้นที่มาแล้วถูกต้องตามหลัก ณ ปัจจุบันนี้แล้วนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เข้ามาหรือยังครับ
(นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
เชิญ ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม ครับ
เรียนท่านประธาน สปช. ที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม สปช. ลําดับที่ ๗๙ ขออนุญาตหารือ เสนอแนะ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สปช. เราโดยตรงครับ ก็คือผมอยากจะขอกราบเรียนเสนอให้มี กระบวนการและกลไกในการประสานงานระหว่าง สปช. กับหน่วยงานแม่น้ําทั้ง ๕ ซึ่งน่าจะหมายถึง คณะรัฐมนตรีเป็นหลัก นั่นก็คือว่าหลังจากที่ สปช. เราได้ส่งข้อเสนอปฏิรูปหลาย ๆ เรื่อง ออกไปแล้ว เท่าที่ทราบยังไม่เห็นการรายงานอะไรกลับมาโดยตรงจากแม่น้ําทั้ง ๕ หรือว่า การรายงานจากคณะรัฐมนตรี หรือว่ากระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกลับมาให้ สปช. เรา ได้รับทราบอย่างเป็นทางการเลย ผมจะขอยกตัวอย่างกรณีที่ออกมาเป็นข่าวเมื่อวานนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการ พัฒนาระบบนวัตกรรมแห่งชาติ แล้วก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลายกระทรวงอยู่ในนั้นได้มีมติเห็นชอบในการที่จะ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์หรือว่ายานยนต์ไฟฟ้า โดยอ้างถึงข้อเสนอ ปฏิรูปควิก วิน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ แม้แต่กระทั่งเรื่องโซลาร์รูฟ (Solar roof) อย่างเสรี ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบได้มีการสั่งการให้กระทรวงพลังงานรับไป พิจารณาดําเนินการแล้วได้ผลเป็นอย่างไรให้รายงานให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และ ครม. ได้รับทราบความคืบหน้า แต่การสั่งการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนั้นไม่ได้สั่งการ ด้วยว่า ให้รายงานความคืบหน้าหรือว่าประสานงานแจ้งไปให้ สปช. เราได้รับทราบ ทุกอย่าง ที่ผมกราบเรียนความคืบหน้านี่เราได้ข่าวมาจากสื่อมวลชนทั้งสิ้น ก็คือขอกราบเรียนว่า เราอยากจะได้การสื่อสารแบบ ทู เวย์ คอมมิวนิเคชัน (Two way communication) ขอบพระคุณครับ
ประเด็นสุดท้าย นี่เรียนท่านสมาชิกโดยเฉพาะท่านศาสตราจารย์ดุสิตด้วย หน้าที่ในการติดตามเป็นของ กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือวิป (Whip) อยู่ในข้อบังคับ เราก็ทําหน้าที่นี้ อยู่แล้วก็ประมวลทั้งหมดนี้ให้กรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติคือวิป ด้วยความเข้าใจว่า ท่านจะผ่านต่อถึงกรรมาธิการหรือสมาชิกสภา ไม่เป็นอะไรถ้ายังไม่ได้ผ่านเดี๋ยวจะผ่านให้ตรง แล้วก็อัพเดท (Update) อันนี้เป็นระยะเข้าใจว่าประมาณ ๒ สัปดาห์ เพราะว่า ครม. แจ้งมาตลอด สิ่งที่เราจะไม่รู้อย่างเดียวก็คือ เมื่อมติ ครม. รับหลักการแล้วมักจะให้กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาแล้วให้เดดไลน์ (Deadline) ให้ตอบภายใน ๒๐ วัน หรือ ๓๐ วัน แล้วแต่กรณี จุดที่ไปอยู่ที่กระทรวงนั้นเราจะไม่สามารถทราบความคืบหน้าได้ แต่จะพยายามทํา ที่สุด มีข้อมูลอยู่แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๓๕ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ๑๘๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการ ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
วันนี้มี ๒ เรื่อง
๓.๑ รายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค
วาระปฏิรูปที่ ๓๑ : การคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ด้วยท่าน ประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อให้การรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปด้วย ความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประธานสภาได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาต ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้าย จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยนะครับ ลําดับที่ ๑ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรรณา ศรีวิริยานุภาพ ลําดับที่ ๒ นางสาวจิตรา เศรษฐอุดม ลําดับที่ ๓ นายเชิดวุฒิ สินพิมลบูลย์ ลําดับที่ ๔ นายวรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร เรียนเชิญ ทุกท่านครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงครับ
เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ เรียนเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขออนุญาตแจกเอกสาร ประกอบการพิจารณาในครั้งนี้ด้วยนะคะ เป็นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) แล้วก็ ต้องขอบพระคุณทางคณะอนุกรรมาธิการที่มาร่วมให้ข้อมูลกับการนําเสนอการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ค่ะ
ดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องที่มีความสําคัญนะคะ เพราะว่าไม่มีใครที่ไม่เป็นผู้บริโภคนะคะ ทุกคนเป็นผู้บริโภคทั้งหมด เพราะฉะนั้นการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภควันนี้ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจะนําเสนอ เกี่ยวข้องกับทุกท่าน ทั้งที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและเป็นประชาชน เป็นพลเมืองนะคะ เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการนะคะ
ดิฉันขออนุญาตนําเสนอกรอบของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค ขออนุญาตเริ่มจากปัญหาผู้บริโภคที่สําคัญ ๆ นะคะ ดิฉันคิดว่าปัจจุบันนี้สิทธิของผู้บริโภค ยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาความปลอดภัยของผู้บริโภค แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าข้อนี้คงไม่มีใครโต้แย้งนะคะ เรายังมีคนที่ทานอาหารแล้วท้องเสีย เรายังมีคนที่ขึ้นรถทัวร์ รถทัวร์ประสบอุบัติเหตุ คนขับจักรยาน ถูกรถชนรถจักรยาน นี่เป็นเหตุการณ์เรื่องความปลอดภัยที่ยังเป็นปัญหาของผู้บริโภคที่สําคัญ หรือแม้กระทั่งคณะกรรมาธิการเราได้มีโอกาสเสนอเรื่องวินาทีเพื่อที่จะให้ทาง กสทช. บังคับ ใช้กฎหมายของ กสทช. ที่ไม่ปัดเศษวินาที ขณะนี้การบังคับใช้กฎหมายตัวนั้นก็ยังทําไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าปัญหาผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองยังเป็นปัญหาที่มีความสําคัญ
และถ้าเรามาดูผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานจะเห็นว่าสถิติของผลิตภัณฑ์ สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้นนะคะ อย่างเช่น อาหารจากปี ๒๕๕๕ ที่มีผลิตภัณฑ์ ที่ไม่เข้ามาตรฐานประมาณร้อยละ ๕ ขณะนี้ปี ๒๕๕๗ เพิ่มเป็นร้อยละ ๒๐ วัตถุอันตราย จากร้อยละ ๓.๒ เพิ่มเป็นร้อยละ ๑๕.๓ นะคะ เครื่องมือแพทย์ดีขึ้นนะคะ เครื่องสําอาง จากร้อยละ ๗.๘ เป็นร้อยละ ๑๑.๗ ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือแม้กระทั่งเรื่องยา ซึ่งเดิมเรามี ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เข้ามาตรฐานน้อยมากนะคะ เพียงร้อยละ ๑ ในปี ๒๕๕๕ ขณะนี้ปี ๒๕๕๗ เรามียาที่ตกมาตรฐานเกือบร้อยละ ๑๐ นะคะ ๙.๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็ยังสะท้อน ว่าสิทธิของผู้บริโภคยังไม่ได้รับการคุ้มครอง
ลองมาดูนะคะว่าการใช้สิทธิของผู้บริโภคมีอย่างไรบ้างนะคะ เราไปดูข้อมูล พบว่าคดีผู้บริโภคทั้งหมด ๕๐๔,๔๙๗ คดี แล้วก็ในจํานวนนี้มีเพียง ๒๐๗ คดีที่สํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฟ้องคดีแทน หรือ ๕๐๐ คดีที่ภาคเอกชนฟ้องคดีแทน ดูว่า ในจํานวน ๕๐๔,๔๙๗ คดี ผู้บริโภคใช้สิทธิในการฟ้องคดี ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะคะ นอกนั้นเป็นการถูกฟ้องคดีโดยผู้ประกอบการที่ฟ้องคดีผู้บริโภคนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของสินเชื่อบุคคล กู้ยืม ค้ําประกัน ถึง ๒๑๕,๐๐๐ คดีนะคะ บัตรเครดิต ๙๑,๐๐๐ คดี ดิฉันขอพูดตัวเลขรวม ๆ นะคะ หรือ กยศ. ก็เป็นผู้ฟ้องคดีนักศึกษาไม่น้อยนะคะ นี่ก็ฝากคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาไปด้วยนะคะ ถึง ๗๑,๐๐๐ คดีนะคะ เช่าซื้อรถยนต์ ๖๑,๐๐๐ คดีแล้วก็เช่าซื้อรถจักรยานยนต์นะคะ ๘,๐๐๐ คดี นอกเหนือจากการฟ้องคดี ผู้บริโภคที่ผู้บริโภคยังมีส่วนแบ่งในการฟ้องคดีน้อยเพียงร้อยละ ๑๐.๓ เท่านั้นเอง ถ้าเราลองมาเปรียบเทียบสิทธิของผู้บริโภค เปรียบเทียบกับสิทธิของสากลเราก็จะเห็นนะคะ ดิฉันต้องขออภัยนะคะที่สไลด์ (Slide) อาจจะตัวเล็กมาก ก็รบกวนท่านสมาชิกดูในเอกสาร จะเห็นว่าสิทธิในระดับสากลมีการรับรองการเข้าถึงสินค้าและบริการที่จําเป็นพื้นฐาน ซึ่งนั่น ก็คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี คณะกรรมาธิการหลายส่วนก็ดีได้เตรียมการ ที่จะยกระดับเรื่องสิทธิของประชาชนในเรื่องนี้นะคะ ในการที่จะเข้าถึงสินค้าและบริการ ที่จําเป็นพื้นฐานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริการสาธารณสุขที่ขณะนี้มีปัญหาเรื่อง ค่ารักษาพยาบาลที่แพง สิทธิที่ได้รับความปลอดภัยจากสินค้าและบริการนะคะ อันนี้ประเทศ เราก็รับรองไว้ สิทธิที่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ บ้านเราก็มีการ รับรองไว้แต่ว่าเราก็จะเห็นนะคะว่าสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมก็ดี สถานีวิทยุก็ดีให้ข้อมูลที่ไม่ เคยครบถ้วนเลย การหลอกลวง การให้ข้อมูลเพียงครึ่งเดียวปรากฏอยู่เนือง ๆ หลายคนยอม ทําโฆษณาไปก่อนแล้วก็มาเสียค่าปรับรายวันก็ยอมนะคะ เพราะว่ากําไรกว่ากันเยอะนะคะ สิทธิที่จะเลือกสินค้าและบริการได้อย่างอิสระ ซึ่งอันนี้เราก็เห็นชัดเจนนะคะว่าผู้บริโภคอย่างเรา มีสิทธิที่จะเลือกสินค้า แต่สินค้าจํานวนมากหรือกิจการจํานวนมากก็ผูกขาดหรือไม่เป็นธรรม ที่ดิฉันเองก็คิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายก็คงจะติดตามที่มีกลุ่มผู้บริโภคทางสังคมออนไลน์ (Online) ออกมารณรงค์ไม่ให้เข้าห้างสะดวกซื้อนะคะ ซึ่งกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคเองเราก็ได้ไปต่างจังหวัดรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอต่อการปฏิรูป เราก็พบว่ามีร้าน ขายอาหารตามสั่งต้องปิดกิจการ ร้านอาหารตามสั่งต้องปิดกิจการถ้าเราไม่ได้เป็นลูกของ คนขายอาหารตามสั่ง หรือลูกสาวลูกชายเราก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ว่าแน่นอนว่ามันยอมส่งผล กระทบต่อคนขายผัก ขายปลา เขียงหมู ขายไก่ ขายทุกอย่างที่ร้านค้านั้นซื้อมา แล้วถ้าทุกคน ต้องซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เอาเข้าไมโครเวฟ ผลที่จะตามมา เรื่องสุขภาพก็ดี หรือความหลากหลายของอาหารซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มี ความหลากหลายของอาหารสิ่งเหล่านี้ก็จะหายไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิทธิที่จะเลือกสินค้า และบริการได้อย่างอิสระขณะนี้มีข้อจํากัดแล้วก็กฎหมายก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับใช้ได้จริง สิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมเราก็คงจะเห็นนะคะหลายคนใช้เวลา ๑๖ ปี ๑๕ ปี ๑๑ ปี หรือแม้กระทั่งองค์กรผู้บริโภคฟ้องศาลปกครองก็ใช้เวลาถึง ๗ ปี ขณะนี้ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ สิทธิที่ได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ซึ่งอันนี้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็รับรองเรื่องนี้ไว้นะคะ สิทธิได้รับความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญมากทีเดียวเราต้องทําให้ผู้บริโภคเท่าทัน ทําให้ผู้บริโภคเข้าใจ ว่ามันจะไม่มีทางเลือกอย่างไรถ้าเราใช้บริการเฉพาะห้างสะดวกซื้อเท่านั้น เมื่อร้านข้างบ้าน หายไปจะเกิดอะไรกับผู้บริโภคบ้าง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่การที่จะต้อง ทําให้ผู้บริโภคเท่าทันเรื่องการบริโภคเป็นเรื่องที่มีความสําคัญนะคะ แล้วก็สุดท้ายสิทธิ ที่ดํารงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย วันนี้ดิฉันดีใจมากนะคะทราบข่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองมายื่นจดหมายให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะบอกว่า ขอให้มีการเก็บภาษีคนที่เรียกว่า สร้างมลพิษต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าทุกคน มีสิทธิที่จะดํารงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายบ้านเราอาจจะมีความก้าวหน้ามากกว่าที่อื่นที่เขียนไว้ ว่าประชาชนมีสิทธิที่รับความเป็นธรรมในการทําสัญญา เพราะฉะนั้นสิทธิผู้บริโภคในปัจจุบัน ของเราก็ยังไม่เท่าเทียมสากล
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันคิดว่าได้พูดไปบ้างแล้วแต่ก็เป็นประเด็นสําคัญก็คือ ผู้บริโภคขาดข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไม่ถึงข้อมูลที่จําเป็นต่อการตัดสินใจที่จะ บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอันนี้ดิฉันมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าสาระคุ้มครองผู้บริโภค โทรทัศน์ในรอบปีมีเพียง ๒ รายการ ความเสียหายจากการบริโภคในสิ่งพิมพ์มี ๖ ครั้งต่อปี สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยมี ๑๙.๓ ครั้งต่อฉบับต่อปี ซึ่งก็ต้องถือว่าการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารและผลกระทบต่อผู้บริโภคมีน้อยมาก แล้วก็การกระทําผิดที่เป็นเรื่องของการโฆษณา เกือบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ ๓ ปัญหาที่องค์กรผู้บริโภคหรือไม่ว่าจะเป็นองค์กรท้องถิ่น ส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายกฎหมายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคน้อย ซึ่งขณะนี้ก็ต้องเรียนว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเองเราก็ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคไปแล้ว และขณะนี้ก็ได้ส่งให้คณะรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งอันนั้นก็อาจจะเป็นกลไกหนึ่งที่อาจจะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย แล้วก็มาตรการในการคุ้มครองตัวเอง และรวมถึงสร้างความตื่นตัวให้กับการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าเรามาดูเราจะเห็นว่ากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพต้องทําให้เกิดเครือข่าย ในการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ขณะนี้ถ้าเราไปตรวจสอบเราจะพบว่า หลายคนอาจจะบอกว่ามูลนิธิเพื่อผู้บริโภคทําทุกเรื่อง คนโน้นคนนี้ทําทุกเรื่อง เรามี องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเพียงร้อยละ ๐.๒๕ เท่านั้นเองที่ทําภารกิจรับเรื่องร้องเรียน แล้วรัฐ ก็ไม่ได้ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังติดตามการตรวจสอบสินค้า และบริการที่มีอยู่ในประเทศ แล้วก็ที่สําคัญขณะนี้ก็ยังไม่ได้จัดตั้งองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๔ ที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในปัญหาของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ทํา ให้คณะเรานํามากําหนดกรอบในการปฏิรูปในครั้งนี้ก็คือ การที่เราไม่มียุทธศาสตร์แล้วไม่มี แผนในการคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ ขาดการบูรณาการการทํางานของภาครัฐ ขาดความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ขาดการทํางานเชิงรุกการปรับปรุงกฎหมายเป็นไปอย่างล่าช้า นั่นก็คือว่าเราก็ต้องปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ซึ่งวันนี้เดี๋ยวท่านภูดิศท่านเป็นประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภคคงจะให้รายละเอียดในส่วนนี้นะคะ
ประเด็นที่ ๕ ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นที่ทุกคนรอคอย ก็คือการผูกขาดการค้า ของธุรกิจขนาดใหญ่ และการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งองค์กรของผู้ประกอบการขาดการ มีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ดิฉันคิดว่าตรงนี้หลายคนก็กลัวนะคะว่าถ้าเรา คุ้มครองผู้บริโภคมากเราอาจจะกําไรน้อย หรือถ้าเราคุ้มครองผู้บริโภคมากเกินไปเศรษฐกิจ จะไม่เติบโต เมื่อปี ๑๙๖๒ ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ถามเลยนะคะว่า ถ้าอีก ๑๐๐ ปี เราจะเป็นเรียกว่ามหาอํานาจเราจะต้องทําอย่างไร ที่ปรึกษาประธานาธิบดี โรเบิร์ต เคนเนดี้ บอกเลยนะคะว่าเราต้องเพิ่มพลังทางเศรษฐกิจโดยกระตุ้นความสามารถในการแข่งขัน ของภาคเอกชน แล้วหนึ่งในกลไกนั้นก็คือการสร้างอํานาจต่อรองให้กับผู้บริโภค แล้วก็ เราต้องยกฐานะของพลเมืองผิวสี ให้เท่าเทียมกับคนผิวขาว ดิฉันคิดว่าปัญหาของผู้บริโภคกับ การผูกขาดทางการค้า การแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องเดียวกันที่เราจะต้อง ดําเนินการ แล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือกัน ดิฉันก็เชื่อว่ายิ่งเราคุ้มครองผู้บริโภคมากเท่าไรยิ่งทําให้ ภาคธุรกิจมีที่ยืน มีฐานะ ทุกคนนับถือ
ประเด็นสุดท้ายประสิทธิภาพของหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน การคืนสินค้า ขาดระบบเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ เราคงเห็นภาพการเอารถมาทุบ เห็นภาพการเรียกว่าเอาสินค้ามาจัดการ เพราะว่าไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร หรือหลายคนต้อง ไปเกือบ ๑๐ หน่วยงาน ปัญหาของตัวเองก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขนะคะ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ก็ต้องการการปฏิรูปอย่างรวดเร็ว ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญเพราะฉะนั้น กรอบการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่เรายืนยันว่าต้องเขียนไว้ อีกส่วนหนึ่งในการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคในรัฐธรรมนูญอย่างน้อยมี ๔ ระบบ ที่สําคัญ
ขอไปสไลด์ถัดไปเลยนะคะ เนื่องจากอันนี้อาจจะอ่านลําบากนะคะ ก็คือ
ประเด็นแรกการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๒ ระบบข้อมูลเตือนภัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า การหลอกลวง ของผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปภาครัฐผ่าน ๒ เรื่องที่สําคัญ ก็คือการปรับปรุงกฎหมาย แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายก็คือการแข่งขันทางการค้า แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. การชดเชย ความเสียหายก็จะมีเรื่องการรับประกันสินค้าที่ชํารุดบกพร่อง แล้วก็รวมทั้งการเตือนภัย ต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคเราเตรียมกฎหมายไว้ ๖ ฉบับ
อันที่ ๑ เดินหน้าไปแล้ว ก็คือ พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่จะทําอย่างไรให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมเข้มแข็งมากขึ้น การรวมตัวของผู้คนในออนไลน์ต้องการ การสนับสนุน ต้องการการจัดการ หรือการรวมตัวของผู้บริโภคในการแก้ไขปัญหาหลายครั้ง ก็ต้องการการสนับสนุนเพื่อที่จะทําให้เกิดกฎกติกา แล้วก็มาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าที่กลุ่มประชาชนขณะนี้ดิฉันเชื่อว่ามากกว่า ๓๔,๐๐๐ รายชื่อ ขอให้มีกลไกควบคุม โรงพยาบาลเอกชน หรือกลุ่มที่ออกมาชวนไม่ซื้อของจากห้างสะดวกซื้อ ต้องการให้จัดการ กับกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นกฎหมาย ๖ ตัวนี่องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคจะเป็นตัวที่ช่วยสนับสนุนความเข้มแข็งของผู้บริโภค พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าเป็น ฉบับที่ ๒ พ.ร.บ. ความปลอดภัยของสินค้าและการเตือนภัย พ.ร.บ. ความรับผิดต่อสินค้า ชํารุดบกพร่องเลมอน ลอว์ (Lemon law) หรือกฎหมายมะนาว เดี๋ยวลองมาฟังดูว่ามันคือ อะไรมะนาว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งอันนี้ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าเราทําร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจนะคะ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขก็ร่วมมือกับกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. ก็ทําร่วมกับกรรมาธิการปฏิรูปสื่อนะคะ หน่วยงานที่เราจะมีการปฏิรูป ก็คือปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคของภาครัฐ แล้วก็สนับสนุนให้สภาวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองผู้บริโภคมีการปฏิรูปให้มีตัวแทนในส่วนของผู้บริโภค ดิฉันเองก็ขออนุญาต นําเสนอโดยสรุปจะเห็นกรอบ ๔ ด้านที่สําคัญของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ขอให้ท่านกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาอีก ๓ ท่าน ซึ่งท่านแรก ท่านเป็นรองประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ดอกเตอร์วิทยา แล้วก็อีกท่านหนึ่งที่จะพูดเรื่อง การปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ท่านภูดิศ แล้วก็ท่านที่ ๓ ก็ท่านอดิศักดิ์ที่จะพูดเรื่องกฎหมาย แข่งขันทางการค้า ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
เรียนเชิญครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ ผมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายวิทยา กุลสมบูรณ์ จะขอนําเสนอในฐานะกรรมาธิการครับ
ขอสไลด์ต่อไปเลยนะครับ ทางคณะกรรมาธิการได้ตกลงว่าเราจะไม่เสนอ รายละเอียดทั้งหมด จะใช้หลัก คีพ อิท ซิมเพิล แอนด์ ชอร์ท (Keep it simple and short) คือคิส (KISS) เพราะฉะนั้นเราจะไม่ลงรายละเอียดของตัวกฎหมายทุกฉบับและตัวหลักการ ทั้งหมดครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการตระหนักเป็นอย่างดีก็คือว่าสังคมเรากําลังเปลี่ยนผ่านนะครับ ในทางการเมืองก็มีการพูดถึง สองนคราประชาธิปไตย ในทางการบริโภคก็มีภาษาลาติน ที่เขาบอกว่า คาร์วีเอท เอ็มเตอร์ (Caveat emptor) ก็คือหลักที่เล็ท เดอะ บายเออร์ บีแวร์ (Let the buyer beware) ในสังคมเดิมถ้าเราไปที่ตลาดน้ําดําเนินสะดวกการแลกเปลี่ยน ในอดีตก็เป็นธรรมชาติธรรมดา ใครเคยไปต่างประเทศในบางที่ขณะนี้ก็ยังปรากฏอยู่ที่ ประเทศอินเดีย มีบรรยากาศ มีคนมาซื้อผักเอาปลาอะไรต่าง ๆ มาแลก มันก็พัฒนาต่อมา ในยุคสังคมอุตสาหกรรมซึ่งประเทศไทยก็เปลี่ยนผ่านเช่นนี้เช่นเดียวกัน ในหลักใหม่ก็คือ คาร์วีเอท เวนดิเตอร์ (Caveat venditor) หรือ เล็ท เดอะ เซลเลอร์ บีแวร์ (Let the seller beware) อันนี้เป็นหลักที่เปลี่ยนมานะครับ คล้าย ๆ กันครับ เหมือนทางการเมืองที่ก็ยังมี แก็พ (Gap) มีช่องว่าง ในทางการบริโภคก็เป็นเช่นเดียวกัน ในขณะนี้นอกจากการเติบโต ทางด้านการผลิตในลักษณะอุตสาหกรรมแล้วเรายังเติบโตทางด้านเทคโนโลยีและข่าวสาร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัจจัยใหญ่ที่ทําให้เกิดการกระตุ้นการบริโภค ที่บางทีก็มากเกินไป บางทีก็ไม่ เหมาะสม ขณะเดียวกันกฎหมายและกลไกของรัฐซึ่งก็พยายามปรับขยับตามนะครับ แต่ก็ยัง ไม่สามารถทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซึ่งมีเป็นจํานวนมากครับ กฎหมายและกฎเกณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น ในสไลด์นี้พูดถึงการป้องกันการผูกขาดการแข่งขันที่เป็นธรรม อํานาจเหนือตลาด ทีดีอาร์ไอ (TDRI) โดยนักวิชาการไปวิเคราะห์ก็พบปัญหามากมายว่ากฎหมายก็เขียนเพียงว่า ครอบคลุมอํานาจทางตลาดร้อยละเท่าไร ยังไม่สามารถที่จะจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้ สถิติการจัดการกรณีการผูกขาดแข่งขันทางการค้าแทบจะเป็น ๐ ครับ เคพีไอ (KPI) ที่กําหนด วันนี้กําหนดไว้ว่าถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเลยยิ่งดี แต่เมื่อไปพบว่าในประเทศอินโดนีเซีย หน่วยงาน ที่จัดตั้งขึ้นได้รับการสนับสนุนถึง ๒๐๐ ล้านกว่าบาท แล้วมาดูว่าปัญหาการผูกขาดลักษณะ ใหม่ ๆ มันมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องเชิงระบบครับ ที่คณะเราให้ความสนใจ ที่สนใจอย่างนี้เพราะเรายึดหลักทุนนิยมเสรี เรายึดหลักที่จะต้องมีการแข่งขันครับ เรายึดหลักการแข่งขันที่เป็นธรรม ผู้บริโภคต้องเข้าถึง ขณะเดียวกันทุกอย่างต้องเป็นธรรม คําถามของคําว่า เป็นธรรม ก็มีความสลับซ้อนในสังคมสมัยใหม่ แบบไหนเป็นธรรม แบบไหน ผูกขาด เพราะฉะนั้นจึงต้องการการศึกษาที่ค่อนข้างจะเป็นระบบนะครับ ทั้งหมดนี้ วัตถุประสงค์สุดท้ายก็คือสังคมที่เจริญรุ่งเรืองและมีความสุข คณะกรรมาธิการได้พูดกัน อย่างหนึ่งนะครับ เป็นคําว่า ทําอย่างไรของขายคนไทยเหมือนของขายส่งออก เรารู้สึก น้อยเนื้อต่ําใจมากที่มีกระทรวงมาบอกในข่าวว่าขอให้ทุกท่านระวังนะครับ จะส่งสินค้านี้ ไปต่างประเทศขอให้มีมาตรฐานเช่นนั้น เช่นนี้ แต่มาตรฐานของสิ่งเหล่านั้นยังมีอยู่ใน ประเทศไทย มีระยะหนึ่งครับกระทรวงพาณิชย์ประกาศว่าถ้าจะส่งขวดนมไปต่างประเทศ ขอให้ท่านระวังอย่าให้มีสารบีพีเอ (BPA) ในขวดนม เมื่อผมนั่งมองดูอยู่แล้วคนไทยครับ คนไทยเราไม่มีหลักเช่นนี้เช่นเดียวกันหรือครับ ลูกหลานของเราต้องบริโภคขวดนมที่มี สารบิสฟีนิล เอ (Biphenyl-A) หรือครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างว่าสังคมที่เจริญรุ่งเรืองมันต้อง เสมอภาคกัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นคนอเมริกัน คนยุโรป หรือคนในอาเซียน นี่ก็เป็นตัวอย่างแนวความคิดว่าเป็นธรรมจึงสร้างสุข วันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ทําในเรื่องที่ น่าสนใจมากครับ ประกาศยกเลิกสารบีพีเอในขวดนมโดยไม่ต้องมีคนตายครับ โดยไม่ต้องมี เด็กที่เสียหายจากการผิดปกติทางฮอร์โมนครับ โดยใช้หลักพรีคอชันนารี พรินซิเพิล (Precautionary principle) เพราะฉะนั้นการที่เราจะพูดว่าเป็นธรรมสร้างสุขจึง ประกอบด้วยหลักที่จะทําให้ผู้บริโภคนั้นได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมและมาโยงกับสิทธิ ผู้บริโภคเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องของการที่เขาจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และได้รับการชดเชยที่เป็นธรรมครับ
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ในภาพนี้ก็คือการมาคิดถึงกลไก วันนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ก้าวเข้ามาสู่การที่ทํางานมาระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะกรรมาธิการได้ออกไป ในพื้นที่ ไปภาคเหนือ ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ตะวันออก ตะวันตก และภาคกลาง แล้วก็ได้ประชุมใหญ่ไปทั้งหมดก็ได้รับเรื่องต่าง ๆ มากมาย มีตัวอย่างที่ไม่น่าเชื่อ ซึ่งท่าน อาจจะได้ยินทางข่าวสารมีการไปบอกว่าขอให้มาทําฌาปนกิจแล้วจะได้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยเก็บเงินพันกว่าบาท ตัวอย่างที่ปรากฏนี่คณะกรรมาธิการก็มาวิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้ง กรรมาธิการก็มาเตือนท่านประธานบอกว่า คุณสารีอย่ากระโดดเข้าไปจับปัญหาเชิงประเด็น ที่เกิดขึ้น ขอให้ตระหนักว่ามันมีเรื่องต่าง ๆ ในสังคมนี้มากมาย ทําอย่างไรเราจึงจะมีกลไก การปฏิรูป ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องบูรณาการภาครัฐ ท่าน พลเอก ภูดิศ ก็รับเรื่องนี้ที่จะไปดูว่าหน่วยงานของ สคบ. ก็ดี หน่วยงานของตํารวจที่ปราบปรามคุ้มครอง ผู้บริโภคก็ดี ทําไมเรื่องเหล่านี้จึงยังเป็นช่องว่างอยู่ เพราะเรื่องเหล่านี้เราได้รับการร้องเรียน จากท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดหนึ่งตอนที่เราออกไปในพื้นที่ ตัวอย่างของคนที่อยู่ใน พื้นที่ซึ่งได้รับอันตรายจากสารที่เขาไม่รู้ตัว เป็นสารเคมีซึ่งไม่มีวันรู้ครับ เพราะว่าท่านหยิบยา มาขวดหนึ่งยาสมุนไพร ท่านไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร ขณะนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติกําลังจะส่งเสริม เรื่องการแพทย์แผนไทย แต่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้พบยาสมุนไพรที่บ้างก็ไม่มีฉลาก บ้างก็มี ทะเบียน บ้างก็เป็นทะเบียนปลอม บ้างก็เป็นทะเบียนจริง แต่เมื่อมาตรวจพบแล้วมีสารอันตราย แทบไม่น่าเชื่อครับ ต้องการให้สมุนไพรมีรสหวานใส่สารคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ซึ่งเป็น สารก่อมะเร็ง รัฐบาลก็ประกาศยกเลิกไป ก็ไปเอาสารอีกตัวหนึ่งชื่อไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) ซึ่งประชาชนก็ไม่ทราบ แต่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่อุบลราชธานี ซึ่งวันนี้ก็ได้เรียนเชิญท่านมาร่วมในที่นี้ด้วย ท่านตรวจพบครับ แต่กว่าที่ท่านจะประกาศได้ ต้องใช้เวลามากมายครับ เพราะว่าต้องส่งเรื่องถึงคณะกรรมการอาหารและยา ในอดีตต้องให้ คณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้ตรวจ อย่างนี้เป็นต้นครับ เราสนใจว่าเราจะมี พระราชบัญญัติบางอย่างที่ลอกเลียนหรือจําลองจากพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวก ได้หรือไม่ที่ให้หน่วยราชการทั้งหมดสามารถที่จะสั่งประกาศเตือนภัยสินค้าได้ อันนี้ก็เป็น แนวความคิดที่มุ่งหวังจะให้เกิดกฎหมายต่าง ๆ ดังที่ท่านประธานสารีได้กล่าวไว้แล้ว ดูในภาพนี้ครับ แกนทางซ้ายมือที่จะต้องพุช (Push) เข้ามาก็คือองค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค เวลาที่เรานั่งอยู่ในห้องนี้ เราเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ้นออกไปนอกห้อง แล้วเราเป็นผู้บริโภค ผมเคยไปซื้อสินค้าไม่กี่บาท เฉาก๊วย ๕๐ บาท กลับมาบ้านสินค้า หมดอายุครับ ผมต้องกลับไปใหม่เพื่อไปเปลี่ยน ต้นทุนของผมอยู่ที่ไหนครับ ที่เสียหายไป ผู้ที่ขายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยครับ ก็เพียงแต่เอาสินค้าชิ้นหนึ่งเปลี่ยนให้ แต่กว่าที่จะ เปลี่ยนได้เขาจะยื่นแบบฟอร์ม (Form) มาให้เรากรอกครับว่าชื่ออะไร ทะเบียนบัตรประชาชน มีหรือไม่ ใช้เวลาเท่าไรกว่าจะได้สิ่งนั้นมา อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นอันหนึ่งนะครับ และหลังจากนั้นเราก็จะลืมเรื่องนั้นไป หลายท่านเดินทางด้วยโดยสายการบิน เครื่องบินล่าช้า ผมนั่งมองนะครับ เมื่อวันก่อนคณะปฏิรูปแห่งชาติไปที่ต่างจังหวัด มองทีละคน ทีละคน นั่งรอดูความคับข้องใจเป็นรายชั่วโมง ก็ไปถามเขาว่าจะต้องทําอย่างไร เขาก็บอกเอา แบบฟอร์มมาให้กรอก หลังจากนั้นเราอ่านดูแล้วแบบฟอร์มก็เป็นภาษาอังกฤษครับ แล้วประชาชนจะกรอกได้หรือไม่ สักพักเขามาทวงแบบฟอร์มคืนครับ เขาบอกแบบฟอร์ม ภาษาอังกฤษไม่ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบฟอร์มภาษาไทย พอผมอ่านแบบฟอร์มภาษาไทย เป็นแบบฟอร์มประเมินความพึงพอใจ ไม่ใช่แบบฟอร์มประเมินเรื่องค่าชดเชยความเสียหาย เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นในบ้านเรา แต่เราคงไม่กระโจนลงไปแก้ปัญหาทีละเรื่อง ทีละเรื่อง ทีละ เรื่องเต็มไปหมด เพราะเราก็เป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง เราจึงหวังคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคที่จะเข้ามาดูแล ที่จะเข้ามาดูว่าจะป้องกันการผูกขาดได้หรือไม่ การป้องกันการมีอํานาจเหนือตลาดได้หรือไม่ การชดเชยค่าเสียหายและการชดเชยสินค้า บกพร่องทําอย่างไร เพราะฉะนั้นภาครัฐซึ่งเป็นแกนกลางมีความสําคัญครับ ไม่ใช่ว่า มีองค์การอิสระเพื่อผู้บริโภคแล้วภาครัฐจะต้องหายไป ยังจะต้องทํางานประกอบกัน เช่นเดียวกับผู้ประกอบการซึ่งมีความสําคัญยิ่งครับ เพราะถ้าท่านไม่ผลิต ท่านไม่ทําให้สังคม เกิดการบริโภคก็อยู่ไม่ได้ แต่ทําอย่างไรจึงจะพุช แอนด์ พูล (Push and Pull) อํานาจตรงนี้ ให้สมดุลกันครับ เพราะฉะนั้นกรอบที่เราเสนอมีทั้งหมด ๔ กรอบด้วยกัน
ขอสไลด์ต่อไปครับ ซึ่งผมจะขอพูดสั้น ๆ นะครับว่า ทั้งหมดก็จะอยู่ด้วยคํา ที่จะปรารภสั้น ๆ ว่า ปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภคภาครัฐ ขจัดสินค้าบกพร่อง สินค้า ต้องปลอดภัย ลดกลไกการผูกขาด เพิ่มอํานาจผู้บริโภค และปลดทุกข์โศกผู้เสียหาย ทางการแพทย์ ก็จะครอบคลุมอยู่ในบริบทนี้นะครับ ในมาตรการแรกที่เราเสนอนี้ก็คือ พระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคครับ องค์การนี้ได้ผ่านการพิจารณา จากพวกเราแล้วจึงจะไม่ขอพูดในเรื่องนี้ในรายละเอียดนะครับ แต่ถ้าท่านดูในสไลด์นี้จะมีคํา บางคําซึ่งเรายังไม่ได้ดําเนินการในรายละเอียด แต่คิดว่าจะดําเนินการต่อไป ยกตัวอย่างเช่น ท้องถิ่นกับการคุ้มครองผู้บริโภค มาในห้องนี้เห็นสมาชิกหลายท่านที่ท่านมาจากท้องถิ่น เช่น ท่านคุณหมอกิตติศักดิ์จากจังหวัดมหาสารคาม ท่านเกรียงไกร ท่านมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างนี้เป็นต้น ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท้องถิ่นก็ต้องมีบทบาทครับ แต่ท่านคงถามว่าทําอะไร ท่านคงถามว่ามีเงินให้ไหม มีกฎหมาย มีกติกาอะไรต่าง ๆ ให้ไหม เรากําลังตั้งหลักกันครับ ซึ่งในคณะของเราท่านทรงชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็มาจากจังหวัดลําพูนอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเรายังทําไม่ทันเพราะเพิ่งผ่านมา ๖ เดือน เราได้พิจารณาแล้วว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะอยู่ใน บริบทขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคครับ ร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ส่งให้ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม เราได้แก้ไขสาระตามที่ท่านแนะนํา เราได้เพิ่มเลขาธิการ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เราได้เพิ่มประธานสภาเกษตรกรรมแห่งชาติ ที่ได้รับการ แนะนําจากเพื่อนสมาชิกและปรับองค์ประกอบต่าง ๆ พูดถึงเรื่องการสนับสนุนงบประมาณ ที่ชัดเจน อันนี้เป็นตัวอย่างที่จะต้องเดินหน้าต่อไปในส่วนขององค์การอิสระ และเรายังไม่เห็น ว่าในขณะนี้มีความคืบหน้าที่ชัดเจนนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของความปลอดภัย ขณะนี้เป็นที่โชคดีมากเมื่อทําเรื่องนี้ ครับ เมื่อมีการพิจารณาประเด็นเรื่องการจัดลําดับสินค้าที่ไม่ปลอดภัยก็ดี หรือว่ากฎหมายที่ จะเตือนภัยสินค้าก็ดี เราได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา เราไม่เคยทราบครับว่าขณะนี้ หน่วยงานภาครัฐกําลังจะทําเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือกฎหมายความปลอดภัยของสินค้า และบริการ อันนี้ทําโดยหน่วยงานภาครัฐก็คือสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ชื่อว่า โพรดัค เซฟตี (Product safety) ก็เลยมีความคิดว่าในเมื่อคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคจะดําเนินการเรื่องพระราชบัญญัติการเตือนภัยสินค้าจะเป็นไปได้ หรือไม่ที่จะนําพระราชบัญญัติเตือนภัยสินค้าบูรณาการเข้าร่วมกับพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับความปลอดภัยของสินค้าบริการของ สคบ. ครับ เป็นที่น่ายินดที่ในขณะนี้ประเทศไทยเรา มีพระราชบัญญัติโพรดัค ไลบิลิตี ลอว์ (Product liability law) คือพระราชบัญญัติความรับ ผิดต่อความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย แต่อันนั้นก็ยังอยู่ในบริบทของไลบิลิตี (Liability) ของโพรดัคชัน (Production) ก็คือบริษัทผู้ผลิตนะครับ แต่ตรงนี้เราจะบูรณาการเมื่อเกิด ความไม่ปลอดภัยขึ้นแล้วจะมีการเตือนด้วยความรวดเร็วอย่างไร จะมีการรีคอล (Recall) อย่างไร จะมีการชดเชยอย่างไร อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่จะดําเนินการ ขณะเดียวกันก็มีหลาย เรื่องที่จะดําเนินการ เช่น เรื่องของ พรีคอชันเนอรี พรินซิเพิล (Precautionary principle) ก็คือหลักที่ผมได้นําเรียน ถ้าหากว่าสินค้าต่าง ๆ ในประเทศต่าง ๆ เขามีปัญหาแล้วประเทศไทย ยังทุรังใช้อยู่ได้อย่างไร การตัดสินใจระหว่างเศรษฐกิจกับเรื่องของสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแร่ใยหิน แอสเบสทอส (Asbestos) ซึ่งผมก็ได้ศึกษาประเด็นนี้อย่างลึกซึ้งและทั่วโลก เขาก็เห็นแล้วว่าเป็นอันตราย มีเอกสารทางวิชาการมาก สุดท้ายกระทรวงสาธารณสุข ก็ยื่นหนังสือให้เข้าคณะรัฐมนตรี ทางคณะรัฐมนตรีก็ตั้งคณะขึ้นมาคณะหนึ่งประกอบด้วย พาณิชย์ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ เรื่องนี้ก็ยังค้างคาอยู่เป็นต้น เพราะฉะนั้นพรีคอชันเนอรี พรินซิเพิล จะมีโอกาสอนุวัตใช้ในประเทศไทย เพื่อให้คนในประเทศไทยปลอดภัย จากอันตรายได้หรือไม่
ผมขออนุญาตไปที่กรอบที่ ๓ ในเรื่องของการปฏิรูปการชดเชยการเสียหาย ของผู้บริโภค ขอกระโดดไปที่หมายเลข ๓ เลยนะครับ เรื่องของการชดเชยนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่เรื่องของการป้องกันก็มีความสําคัญไม่แพ้กัน ในเรื่องของพระราชบัญญัติความรับผิด ต่อความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ไปเมื่อ พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้วนั้น ขณะนี้เรามีความคิดว่าความปลอดภัยเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ปัญหา ความชํารุดบกพร่องของสินค้าก็เป็นปัจจัยสําคัญไม่แพ้กัน เราจึงได้ศึกษากฎหมายฉบับหนึ่ง ก็คือกฎหมาย เลมอน ลอว์ ซึ่งท่านอาจารย์วินัย ดะห์ลัน ซึ่งวันนี้ท่านติดภารกิจนะครับ ท่านสนใจในประเด็นเรื่องนี้ แล้วก็มีท่านผู้เชี่ยวชาญซึ่งท่านเป็นนักวิชาการจากศาลปกครอง วันนี้ถ้ามีรายละเอียดท่านอาจจะได้ช่วยเสริม ถ้าหากว่ามีท่านสงสัยในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ แต่ขณะเดียวกันอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการชดเชยความเสียหายทางการแพทย์ก็เป็นอีกประเด็น หนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตกล่าวสั้น ๆ เกี่ยวกับเลมอน ลอว์ ท่านคงจําได้ครับ เมื่อประมาณสัก ๑๐ กว่าปีที่แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่ง ในรูป ก็ได้คว้าค้อนปอนด์ขึ้นทุบรถยนต์เกิดความเสียหาย ในอุตสาหกรรมสินค้ามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งนี้เพราะเขามี ความรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการที่จะให้มีการดูแลรถยนต์ ซึ่งชํารุดบกพร่อง ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างครับ ผมขออนุญาตไม่อ่าน มีบริษัท ต่าง ๆ มีการเรียกรถคืน มีการพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของถุงลมนิรภัย มีการศึกษา เปรียบเทียบว่าแล้วในประเทศไทยทําเช่นเดียวกันหรือเปล่าอันนี้ก็เป็นตัวอย่างอีกอันหนึ่งนะครับ ขณะนี้กฎหมายมะนาวไม่มีในประเทศไทย กฎหมายมะนาวคืออะไร เวลาเราเอารถยนต์ไปคืน หรือไปขอให้เขาซ่อม เมื่อรถชํารุดเมื่อซื้อใหม่ เราจะเห็นว่ามีทางเลือก ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ อย่างเช่น ๑. ขอคืนเงินได้ไหม ๒. ขอเปลี่ยนรถยนต์ได้ไหม ขอให้ท่านซ่อม ในระหว่างซ่อม ท่านจะมีรถให้เราใช้ในระหว่างซ่อมหรือไม่ หรือท่านจะค่อย ๆ ซ่อมไปเรื่อย ๆ นะครับ ในขณะนี้ไม่มีกติกาครับ เพราะฉะนั้นเกิดข้อขัดข้องหมองใจ ขัดแย้งนะครับ เราจะพบว่า มีการมาร้องเรียนที่ สคบ. อยู่ ๒ เรื่องเป็นลําดับต้น ก็คือบ้านที่ไม่ถูกใจ รถยนต์ที่มีปัญหา แล้วก็นั่งแก้กันอยู่อย่างนี้ คดีก็ค้างอยู่ที่ สคบ. สคบ. ก็ไม่สามารถตัดสินคดีได้ ก็ทําหน้าที่ได้ แต่เพียงรับเรื่องราวไกล่เกลี่ย ไม่จบก็ไปฟ้องร้องศาลเอา เพราะฉะนั้นกฎหมายมะนาวก็คือการกําหนดเกณฑ์ กําหนดกติกา กําหนดระเบียบว่าถ้าเกิด เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นแล้วจะทําอย่างไร เราก็มีท่านคณะอนุกรรมาธิการไปศึกษาว่าเป็นไปได้ หรือไม่ที่จะทําให้กฎหมาย หรือเนื้อหาสาระนี้เข้าไปอยู่ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค เป็นไปได้หรือไม่ที่เข้าไปอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่ไปอยู่ใน พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคตามมาตราที่ได้อยู่ในสไลด์หรืออยู่ในเอกสารที่ท่าน เห็นตรงหน้า เมื่อได้พิจารณากันแล้วในขณะนี้ก็มีมติว่าคงเป็นไปได้ลําบาก เพราะฉะนั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ก็กําลังจัดทําเอกสารรายงานพร้อมตัวกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ได้ทําการประชุมกับหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งเห็นพ้อง เห็นดีที่จะมีกฎหมาย ฉบับนี้รวมทั้งภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม และหอการค้าที่ท่านมา แต่ท่านก็ปรารภว่า ขอนําเรื่องนี้ไปพิจารณากันในส่วนขององค์กรของท่านเพื่อที่จะมาดูในรายละเอียดกันต่อไป ก็เป็นตัวอย่างว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะมีการยืนยันว่า ๑. ผู้ประกอบการจําเป็นต้อง ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้า หรือจะเลิกสัญญา หรือจะเรียกค่าเสียหาย ซึ่งสิทธิต่าง ๆ นี้ ก็คงจะต้องได้ว่ากันในรายละเอียดครับ
ผมขออนุญาตเรียน ๆ สั้นในเรื่องของกฎหมายอีกฉบับหนึ่งก่อนที่จะให้ท่าน กรรมาธิการเสนอต่อไป ก็คือกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ ขออนุญาตไม่อ่าน ในรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นหลายราย อันนี้ก็ประมาณ ๒-๓ ราย ซึ่งเป็นข้อขัดแย้ง แต่ก็มีเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น เช่นที่โรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อเกิดกรณีผู้ป่วยจํานวนนับ ๑๐ ราย เกิดความเสียหายคือตาบอดจากการบริการ ปรากฏว่าที่โรงพยาบาลขอนแก่น จัดการได้ดีมากครับ ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง มีการทําสุนทรียสนทนา เสวนากัน มีเงินชดเชยไปก่อนโดยใช้หลักของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ ซึ่งมีตัวข้อมาตราหนึ่ง ที่กําหนดให้ใช้เงินเยียวยาไปก่อน เราศึกษาทั่วโลกแล้วพบว่า จริง ๆ แล้วถ้าในระยะต้นที่เกิด เหตุการณ์นั้น คู่กรณีไม่ว่าผู้ก่อความเสียหาย หรือผู้เสียหายสามารถพูดคุยกันอย่าง กัลยาณมิตรได้ มีเงินชดเชยให้ไปจํานวนหนึ่งแล้วจะเบามาก ปัญหาจะลดลง ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล คณบดีคณะนิติศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด ในการบรรยายครั้งหนึ่งผมเคยไปฟังเขาบอกว่า ถ้าขึ้นโรงขึ้นศาลแล้วนี่ ๘๐-๙๐ บาท ก็จะไปสู่ทนาย อีกประมาณ ๒๐ บาทนั้นแล้วแต่ว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ การขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อฟ้องร้องความเสียหายในทํานองนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ควรจะมีการตกลง ควรจะมีการชดเชยที่เป็นธรรมแล้วให้เรื่องนั้นสามารถที่จะให้ ๒ ฝ่ายนั้น ดําเนินต่อกันไปได้ แต่ก็ยังยากอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ ถ้าเป็นไปได้ที่จะสามารถทําให้เกิดความเห็นพ้องด้วยกันแล้ว จะต้องมีวัตถุประสงค์ประการที่ ๑ ก็คือเพื่อชดเชยผู้เสียหายครอบคลุมบุคคลที่ใช้บริการ ครอบคลุมผู้ประกอบวิชาชีพ
ประการที่ ๒ ก็คือลดการฟ้องร้องของผู้ป่วยและครอบครัวต่อผู้ประกอบ วิชาชีพ มีบทเฉพาะกาลให้ครอบคลุมการดําเนินการฟ้องร้อง และ
วัตถุประสงค์ที่ ๓ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่สําคัญมาก เรายังคงต้องเข้าใจว่าเรามี เรื่องที่ยังไม่รู้อีกมาก เรายังมีเรื่องที่ต้องการความรู้อีกมาก เพราะการบริการทางการแพทย์ นั้นมีความซับซ้อนครับ มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยนั้นเกิดขึ้นจากบทเรียนแต่ละครั้ง ที่มีการรักษา ถ้าสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อจัดทําเป็นข้อมูลนอน พิวนิทิฟ เออร์เรอ์ รีพอร์ท (Non-punitive error report) คือไม่เอามาเป็นเหตุในคดีกัน แต่นําเอามาเพื่อเป็นการศึกษา เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลต่อไป ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากครับ ก็จะเป็นตัว มาตรการที่ ๓ ในกรอบการทํางานของเรา และ
ประการสุดท้ายซึ่งจะต่อเนื่องไปสู่ท่านกรรมาธิการต่อไป ผมก็จะขออนุญาตจบ ลงตรงนี้ ก็คือการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคภาครัฐ เนื่องด้วยภาครัฐนั้นเป็นองค์กร ใหญ่มีงบประมาณมาก มีคนมาก จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทํางานบูรณาการร่วมกันกับ ภาคส่วนต่าง ๆ และถือว่าเป็นแกนกลางของการคุ้มครองผู้บริโภคครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับคุณวันชัย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วันชัย สอนศิริ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อย เกรงว่าถ้าผ่านตรงนี้ไปคนจะเข้าใจผิด เมื่อกี้นี้ท่านกรรมาธิการวิทยาได้พูดพาดพิงถึงผู้ประกอบอาชีพ ซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิ ผู้บริโภคเหมือนกัน คือตัวผมเป็นทนายความ ท่านจะอ้างคําพูดใครก็ตาม อันนี้ก็เป็นการพูด กันไม่ใช่ชนิดที่จะว่าโต้แย้งกันแบบเอาเป็นเอาตายอะไร แต่พูดกันด้วยเหตุด้วยผล เมื่อกี้ท่าน อ้างคําพูดว่าเงิน ๘๐-๙๐ บาท ไปอยู่กับทนาย หรือ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เรียนกับท่านตรง ๆ ทนายก็มีหลายแบบ แต่ทนายความที่ดี ๆ คงไม่ได้ไปเอาเงินเขาถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ขนาดนั้น ทนายเลว ทนายชั่วอาจจะมีบ้าง แต่เอามาเป็นบรรทัดฐานในการพูดหาได้ไม่ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนต่อท่านประธานว่าคําพูดในลักษณะอย่างนี้นั้นเกินความเป็นจริง ก็ถือว่าเป็น การโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคเหมือนกัน ขอบพระคุณครับ
ได้รับการ คุ้มครองแล้วนะครับท่านรองประธานวิทยา ผมขอเชิญท่านภูดิศต่อเลยแล้วกัน เป็นข้อสังเกต
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ก็ไม่ใช่เป็นการสื่อสารกลับไปกลับมาครับ ผมได้เข้าประชุมจริง ๆ ครับ เป็นการประชุม ที่ภูเก็ต จัดโดยสถาบันวิจัยระบบสุขภาพ ในครั้งนั้นได้เชิญคณบดี ผมจําชื่อท่านไม่ได้เป็น ผู้หญิง แล้วก็ต้องการที่จะส่งเสริมให้มีกฎหมายฉบับที่ผมได้นําเรียน เขาก็บอกว่า ในต่างประเทศในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผมก็เคยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ถ้าท่านอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ในโทรทัศน์ก็จะมีการโฆษณาว่าแดร์ อีส อะ โฟน (There is a phone) แดร์ อีส อะ ลอว์เยอ (There is a lawyer) ความหมายก็คือว่าถ้าท่านเกิดเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ แล้วให้ท่านโทรมา เถอะครับ ทางเราก็จะช่วยเหลือท่านในการฟ้องร้องและในการตกลงในต่างประเทศก็เป็น เช่นนั้นจริง ๆ เมื่อมีการฟ้องร้อง มีการเสียหาย มีค่าคดีความแล้ว เงินส่วนใหญ่ก็จะไปสู่ ค่าใช้จ่ายทางด้านคดีความ ซึ่งผู้ดําเนินคดีความนั้นในต่างประเทศก็เป็นลอว์เยอ (Lawyer) แล้ว อันนี้ก็เป็นเชิงประจักษ์ครับ ลอว์เยอในต่างประเทศนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกานั้น มีรายได้ค่อนข้างสูงมาก เขาก็อิงอยู่ในประเทศอย่างนั้นเขาก็มาพูดให้ฟังว่าอย่าไปสู่หายนะ ในทางเช่นนั้นเลย หาวิธีทําอย่างไรที่จะให้ประเทศที่สามารถจะไปด้วยกันได้นั้นไปด้วยกันได้ เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นส่วนแบ่งของค่าใช้จ่ายผู้ที่ได้รับชัยชนะ ในคดีความ จะเป็นผู้บริโภคก็ดี จะเป็นผู้ที่ทําให้เกิดเหตุก็ดีก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นส่วนน้อย เราจะเห็นคดีความในต่างประเทศในลักษณะอย่างนี้แทบไม่น่าเชื่อ เช่นเข้าไปรับกาแฟร้อน ในร้านอาหารฟาสต์ ฟูด (Fast food) เมื่อออกมาเอาขาหนีบไว้ เมื่อขาหนีบแก้วกาแฟไม่ดี กาแฟกระฉอกร้อน บาดเจ็บ ก็มีการฟ้องร้อง นั่นคือเส้นทางที่ประเทศไทยกําลังจะไป เพราะฉะนั้นเหตุการณ์อย่างนี้ก็เป็นเพียงข้อสังวรณ์ มิได้กล่าวหาวิชาชีพใดวิชาหนึ่ง แต่ยกเป็นอุทาหรณ์ว่าประเทศไทยเราอย่าไปสู่การปฏิรูปด้วยการส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องเลย ก็ขออนุญาตชี้แจง แต่ผมยังไม่มีชื่อของการประชุมนั้นที่ถูกต้องและยินดีที่จะค้นคว้า หาตัวของท่านคณบดีนิติศาสตร์ฮาเวิร์ดที่ท่านมาประชุมในครั้งนั้น ขอบคุณครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านอนุญาตไหมครับ
ผมกําลังรอว่า นิดเดียวนั่นนะ
นิดเดียวก็คือจะบอกว่านี่คือเรื่องในต่างประเทศ ทนาย ประเทศไทยได้สัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็บุญหัวแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ถ้าพูดรวม ๆ อาจจะ คลาดเคลื่อน แต่ขอยืนยันว่าทนายประเทศไทยหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แค่นี้ล่ะครับ
บันทึกไว้ครับ เชิญท่านภูดิศครับ
ท่านประธานครับ ผม ทิวา การกระสัง ครับ ขออนุญาตนิดเดียวนะครับ ผมก็ทนายความเหมือนกันนะครับ ขอความกรุณาท่าน ยกตัวอย่างต่างประเทศท่านจะมายกแบบนี้ไม่ได้ขอความกรุณาสักนิดหนึ่งนะครับ บอกว่า ประเทศไทยอย่าทําอย่างนั้น จริง ๆ เสียหายมาก ขอความกรุณาเลยนะครับ ท่านจะไปเอา ตัวอย่างต่างประเทศมาพูดออกทีวีหรืออย่างไร ผมเป็นทนายความมา ๑๐ กว่าปี ผมไม่เคย ที่จะทําให้ลูกความผมยากจนเพราะการต่อสู้คดี
ผมคิดว่าพอ
ผมพอครับ ท่านประธาน แต่ว่าต่อไปขอความกรุณา ว่าอย่าใช้คําว่า การที่มีการฟ้องร้อง มีมรรยาททนายความ ห้ามทนายความเรียกค่าว่าความ จากทรัพย์สินที่ได้จากการว่าความนั้น ท่านต้องไปดูดี ๆ นะครับ มีพระราชบัญญัติ ทนายความกําหนดไว้อยู่ ถ้าทนายความทําอย่างนั้นจะถูกถอนนะครับ ขอความกรุณา ผมแค่นี้ล่ะครับ ขอความกรุณา ถ้าศึกษาเรื่องทนายความก่อนพูด นี่คือประเทศไทยไม่ใช่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ขอความกรุณาครับ
เชิญท่านภูดิศ จะนําเสนอไหมครับ
เรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ ผม พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลขที่ ๑๖๕ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปของหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ เรื่องที่ผมจะนําเสนอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ภาครัฐซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างที่ได้มีกรรมาธิการได้กล่าวนําไปบ้างแล้วนะครับ ในงานของการ คุ้มครองผู้บริโภคนั้นเมื่อเรากล่าวถึงนั้นเราจะต้องนึกถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้เกี่ยวข้อง ๓ ฝ่ายด้วยกันนะครับ ฝ่ายแรกก็คือผู้บริโภคซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ซื้อ แล้วก็ผู้ใช้บริการ ฝ่ายที่สองก็คือผู้ประกอบการซึ่งหมายถึงผู้ขายสินค้าและบริการ ถ้าเรามอง กันโดยหลักทั่ว ๆ ไปนั้นเราก็จะพบว่าในกลุ่มผู้ประกอบการถึงแม้ว่าจะมีจํานวนน้อย เมื่อเทียบกับผู้บริโภคซึ่งมีจํานวน ๖๐ กว่าล้านคนขึ้นไปนั้น ผู้ประกอบการถึงแม้ว่าจะมีคน น้อยกว่า แต่ด้วยศักยภาพ ด้วยความที่มีทุน ด้วยความที่มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสมาคม และองค์การกันอย่างชัดเจนเพื่อพิทักษ์และปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเอง ทําให้ฝ่ายผู้ประกอบการเสมือนว่ามีศักยภาพที่สูง แล้วก็ฝ่ายผู้บริโภคถึงแม้ว่าจะมีการรวมตัว กันจัดตั้งในลักษณะที่เรียกว่าเป็นภาคประชาชนในการดูแลเรื่องสิทธิของตัวเอง แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ด้วยการที่ขาดทุนทรัพย์ก็ทําให้ความเข้มแข็งของภาคประชาชนนั้นอ่อนแอ ผู้บริโภค ก็จึงเป็นฝ่ายซึ่งมีโอกาสที่จะเสียเปรียบผู้ประกอบการค่อนข้างมากในภาพทั่ว ๆ ไปที่ปรากฏ เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไปนั้นนะครับ สําหรับอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งจําเป็นจะต้องพูดถึงแล้วก็เป็น ภาระหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการของคณะผมที่จะต้องดําเนินการก็คือภาครัฐ ซึ่งเป็น ลักษณะของคนที่อยู่ตรงกลาง ภาครัฐนั้นมีหน้าที่พื้นฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ ที่ผม อยากจะกล่าว ๒ ส่วนก็คือว่า ประการแรกก็คือในการคุ้มครองประชาชน ในประการที่สอง ก็คือส่งเสริมและพัฒนาการประกอบชีพ พัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จากเหตุผลดังกล่าวนั้นทําให้เราเห็นได้ว่าภาครัฐจึงมีลักษณะของความเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง เป็นคนที่มีหน้าที่ดูแลคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐเองก็จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถที่เข้มแข็ง ในการประกอบอาชีพแล้วก็กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและ แข่งขันได้กับประเทศอื่น ๆ สิ่งที่ผมกล่าวมานั้นก็เพื่อจะสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐนั้น เป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญในงานของการคุ้มครองผู้บริโภค ถึงแม้ว่าวันนี้เรามักจะพูดถึง เรื่องภาคประชาชนหรือผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ ก็เนื่องจากเราตระหนักว่าภาคประชาชนนั้น เป็นผู้ที่อ่อนแอ และจําเป็นต้องได้รับการเพิ่มพูนศักยภาพเพิ่มขึ้นนะครับ หน่วยงานภาครัฐ จึงมีบทบาทในหน้าที่ที่จะต้องปกป้องคุ้มครองภาคประชาชน หรือให้มีแต้มต่อในการที่จะ ต่อสู้กับผู้ประกอบการได้มากขึ้น จากบริบททางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ตลอดจนสภาวะปัจจุบันที่ประเทศเราอยู่ในสถานะที่เรียกว่าโลกของโลกาภิวัตน์ เราจะพบว่า การพัฒนาของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมาก มีผลกระทบต่อการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแน่นอน ดังนั้นหน่วยงานภาครัฐในฐานะที่เป็น คนกลางและมีความสําคัญดังที่กล่าวมาแล้วนั้น จึงจําเป็นจะต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ ตอบสนองงานในการคุ้มครองผู้บริโภคให้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง การปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐนั้นไม่สามารถกระทําได้ในสภาวะปกติหรือถ้าทําได้ก็เป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคประชาชนในการที่ได้รับการดูแลนั้น จึงมีความจําเป็น อย่างยิ่งที่จะถือได้ว่าเป็นความท้าทายของพวกเราอย่างยิ่งที่จะต้องดําเนินงานปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคในโอกาสสภาวะที่เรียกว่า โอกาสพิเศษ หรือโอกาส สภาวะของการปฏิรูปในครั้งนี้ สําหรับคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการเรานะครับ ได้ออกไปพบปะพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด รวมถึงมีการพูดคุยกับหน่วยงานภาครัฐที่ เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นจํานวนหลายครั้งแล้ว ทําให้เราพบว่ามีปัญหาต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นมากมายนะครับ แล้วก็ปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่มีความสําคัญไม่ใช่ปัญหาทั่ว ๆ ไป ที่จะแก้ในวันนี้หรือรอไปอีก เป็นปัญหาที่มีความท้าทายต่อพวกเราในการรีบแก้ไขเพื่อดูแล ภาคประชาชน ปัญหาที่เราตรวจพบและเราสรุปกันมาเป็นประเด็นที่จะนําเสนอที่ประชุม วันนี้มีด้วยกันจํานวน ๕ ข้อด้วยกัน
ประการแรกก็คือว่าหน่วยงานภาครัฐขาดนโยบายหลักที่จะทําให้เกิด การประสานความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ บุคลากร กระบวนการทํางาน งบประมาณต่าง ๆ ในการดําเนินงานของภาครัฐ ความขาดแคลน ปัญหาในความขาดแคลนเหล่านี้เราจะพบว่า หน่วยงานที่ทํางานในการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นมีด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นถึง ๒๐ หน่วยงาน ภายใต้กระทรวง ๑๐ กระทรวงด้วยกัน หน่วยงานแต่ละหน่วยงานนั้นมีความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญภายใต้กฎหมายระเบียบต่าง ๆ ที่ตัวเองยึดถือเป็นแม่บทในการทํางาน แต่นโยบายเหล่านั้นไม่มีธงนําหรือไม่มีนโยบายหลักที่จะต้องนําไปสู่ความร่วมมือหรือ การบูรณาการร่วมกันเหล่านั้น ถึงแม้ว่าจะหน่วยงานถึง ๒๐ หน่วยงานภายใต้หน่วยงาน ๑๐ กระทรวงก็ไม่สามารถจะทําให้เกิดการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพได้
ประการที่ ๒ ก็คือปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนกระบวนการ ในการเสนอการปรับปรุงกฎหมายและส่งผลให้การปรับปรุงกฎหมายโดยรวม โดยเฉพาะ เรื่องความเหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงในประเทศเป็นไปด้วยความยากลําบาก ในเรื่องของ ประเด็นในการแก้ไขกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายนั้น ท่านวิทยาได้กล่าวไปบ้าง แล้วก็จะขอไม่กล่าวนะครับ ในเรื่องของกฎหมายที่เราต้องพูดถึงเพราะว่ากฎหมายนั้น เป็นเครื่องมือของภาครัฐในการที่จะบังคับใช้ให้เกิดความเป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วน
ปัญหาประการที่ ๓ ก็คือความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสาร สื่อสังคม ออนไลน์ต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลายสลับซับซ้อน ในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งถ้าผู้บริโภครายใดขาดจริยธรรมก็สามารถจะใช้ประโยชน์ ในความก้าวหน้าดังกล่าวในการเอาเปรียบผู้บริโภคได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปรากฏให้ พวกเราพบเห็นตามสื่อโทรทัศน์ ดาวเทียม หรือว่าสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในการที่ผู้ประกอบการ ได้เสนอสินค้าและบริการที่เกินความเป็นจริงแล้วก็มีการหลอกลวง
ประเด็นปัญหาที่ ๔ ก็คือการขาดความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายที่สําคัญ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งในภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ประกอบการหรือถ้ามีขึ้น ก็เป็นการร่วมมือกันอย่างหลวม ๆ ไม่มีความจริงจัง จะมีหน่วยงานบางหน่วยที่มีความ ร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ นั้น แต่ก็เป็นลักษณะของต่างคนต่างทํา ยกตัวอย่างเช่น อย. ก็มี ความแสวงหาความร่วมมือกับ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ซึ่งเป็น ความร่วมมือกันเฉพาะส่วนก็คือเฉพาะ อย. เฉพาะ อสม. รวมไปถึงสาธารณสุขประจําจังหวัด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายเหล่านั้นได้ทํางานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อันนี้คือปัญหา ที่เกิดขึ้น
ปัญหาข้อที่ ๕ ก็คือเรื่องผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่อง ของสิทธิของผู้บริโภคในการคุ้มครอง ขาดข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงข้อมูลในการตัดสินใจ ที่สําคัญ ๆ อันนี้นั้น ปัญหาที่ว่านี้จะเห็นได้ว่าจากการที่เราตรวจพบข้อมูลในปี ๒๕๕๗ จะพบว่ามีรายการคุ้มครองผู้บริโภคที่เสนอทางโทรทัศน์เพียง ๒ รายการ แล้วก็มีการเสนอ บทความที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นั้นเป็นจํานวนน้อยมาก ทําให้เกิดปัญหาในเรื่องของข้อมูลที่จะไปถึงภาคประชาชน
ขอสไลด์ถัดไปเลยนะครับ โดยย่อนะครับ จากการรวบรวมประเด็นปัญหา ต่าง ๆ ที่ได้เรียนท่านสมาชิกไปแล้วนะครับ คณะกรรมาธิการเราก็จึงได้สรุปเป็นประเด็นการ ปฏิรูปที่สําคัญด้วยกัน จํานวนทั้งสิ้น ๔ ด้านนะครับ
ประเด็นแรกที่อยากจะเรียนก็คือว่าการปฏิรูปเพื่อการบูรณาการโครงสร้าง บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ในประเด็นปฏิรูปประเด็นนี้ คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอว่าจะต้องมีการจัดทําแผนการคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ จากการตรวจสอบเราจะพบว่ากฎหมายกลางในการคุ้มครองผู้บริโภคที่เราเรียกกันว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น ได้ออกมาเป็นกฎหมายกลางตั้งแต่ ปี ๒๕๒๒ จนถึงปัจจุบันมากกว่า ๓๐ กว่าปี ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีแผนหรือมียุทธศาสตร์หรือ นโยบายกลางในการที่จะให้หน่วยงานภาครัฐทั้ง ๒๐ หน่วยงาน ยึดถือและนําไปปฏิบัติ เป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานทั้ง ๒๐ หน่วยงานจะทํางานและสอดคล้องกันได้ภายใต้การทํางาน ที่ต่างคนต่างทํา ถึงแม้ว่าในตัวพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ปี ๒๕๒๒ นั้น จะกําหนดให้ มีคณะกรรมการระดับชาติ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเองก็ตามที แต่การ กําหนดนโยบายนั้นก็เป็นการกําหนดนโยบายเฉพาะเรื่อง เฉพาะราว เฉพาะครั้ง ไม่มีนโยบาย ที่เป็นนโยบายในระยะยาวหรือเป็นนโยบายในห้วง ๆ ระยะ ๓ ปี ๕ ปีปรากฏขึ้นเลยสักครั้งเดียว จนถึงปัจจุบันนี้นะครับ จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภค ภาครัฐทุกคน ทุกฝ่าย เห็นตรงกันว่ามีความจําเป็นจะต้องมีแผนการคุ้มครองผู้บริโภค ระดับชาติ ซึ่งขณะนี้เราก็พยายามผลักดันให้ สคบ. สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นได้เสนอแผน ซึ่งเราเรียกว่า แผนแม่บทในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างทาง ก็ยังไม่ได้ ผ่าน ครม. อย่างเป็นกิจจะลักษณะ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราเห็นความสําคัญและต้องผลักดัน ให้เกิดขึ้น
ประการที่ ๒ ข้อเสนอในการปฏิรูปในข้อที่ ๑ นี้ก็คือว่าเราเห็นว่าควรจะมี การปรับปรุงโครงสร้างหน่วยบางหน่วย เราได้มีการพูดคุยกัน การปรับปรุงโครงสร้างหน่วย ในที่นี้ก็คือการปรับปรุงเพื่อให้หน่วยงานมีความสามารถที่สูงขึ้น มิใช่การปรับปรุงลักษณะที่ไป ตัดรอนหรือว่าลดความสามารถของหน่วยงานภาครัฐลง เราได้พูดคุยกับหน่วยงานที่สําคัญ ๆ ๒ หน่วย และมีความเห็นตรงกัน สมควรที่จะต้องมีการดําเนินการในเรื่องการปรับปรุง โครงสร้าง หน่วยงานแรกก็คือ สคบ. สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าสํานักงาน คุ้มครองผู้บริโภคนั้นมีการทํางานลักษณะที่เราเรียกว่า กระจุกอยู่ในส่วนกลาง ปริมาณหรือ สถิติการร้องเรียนที่เกิดขึ้นที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้มีประมาณ ๗,๐๐๐ ราย ถึง ๑๐,๐๐๐ ราย ปรากฏว่าเรื่องที่ร้องเรียนทั้งหมดเป็นเรื่องที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้นเอง ในเขตภายนอกไม่มีเลยนะครับ มันก็แสดงถึงว่าการทํางานของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค นั้นยังกระจุกอยู่ในส่วนกลาง ซึ่งจากการพูดคุยกันและเห็นตรงกันก็คือว่าโครงสร้างของ สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นควรจะกระจายออกไปอยู่ในเขตภูมิภาค คือเราไม่ใช่ หมายความว่า เราจะต้องขยายให้สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค นั้นมีความใหญ่โตจนเกินการ เราคิดว่าน่าจะมีตัวแทน หรือสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ในทั้งหมด ๙ ภาคด้วยกัน เพื่อให้ สอดคล้องกับภาคการทํางานของฝ่ายตุลาการและฝ่ายอัยการ ซึ่งนําไปสู่ที่จะให้ ภาคประชาชนนั้นได้รับการ หรือมีการฟ้องร้องและมีการฟ้องร้องกันเองตั้งแต่ในภายนอก ไม่ต้องเข้ามาที่ส่วนกลาง
อีกหน่วยงานหนึ่งที่อยากให้มีการปรับปรุงโครงสร้างแล้วก็เป็นหน่วยงานที่ได้ หารือกับเรา แล้วก็ขอความช่วยเหลือจากเราด้วยการสนับสนุนผลักดัน อันนี้เป็นหน่วยงาน ที่น่าสนใจมากก็คือ อย. อย. นี้มีการเสนอ แล้วก็อยากให้เราช่วยผลักดันในเรื่องการปรับปรุง โครงสร้างของเขา แต่การปรับปรุงโครงสร้างของเขานี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเรียน ให้พวกเราได้รับทราบก็คือว่าเขาไม่ต้องการที่จะปรับปรุงโครงสร้างเขาให้ใหญ่โตขึ้น แต่เขา ต้องการปรับปรุงโครงสร้างเขาให้มีความเป็นอิสระ แต่ว่าอยู่ภายใต้การกํากับของรัฐ เพราะในลักษณะของการทํางานของ อย. นั้น ผู้ปฏิบัติงานของเขาหรือเจ้าหน้าที่ของเขานั้น จะเป็นนักวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ การทํางานปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ของเราก็มักจะโดนซื้อตัว ออกไปอยู่ภาคเอกชน คนที่เหลืออยู่ก็อยู่ด้วยใจหรือว่าไม่มีทางไป เพราะฉะนั้นถ้าเขามีการ ปรับปรุงโครงสร้างของเขา ลักษณะที่ให้มีความคล่องตัวขึ้น มีโอกาสและมีความก้าวหน้าขึ้น ก็จะทําให้การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในการคุ้มครองผู้บริโภคในสายงาน ของ อย. ซึ่งเป็นสายงานวิทยาศาสตร์นั้นมีความรวดเร็วขึ้น อันนี้เป็นความน่าสนใจตรงที่ว่า เขาไม่ต้องการความใหญ่โต แต่เขาต้องการความเป็นอิสระ ต้องการความคล่องตัว ในการทํางานซึ่งตัวคณะกรรมาธิการก็จะหารือกันต่อไป แล้วก็พยายามผลักดันให้เกิดการ ปฏิรูปในแนวนี้นะครับ
ในประเด็นปฏิรูปที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ประการที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและกลไกในกระบวนการดําเนินการของภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค ในประเด็นเพิ่มพูนประสิทธิภาพและกลไกนั้นจะเห็นว่าเรื่องหนึ่งที่มีความจําเป็นจะต้องดําเนินการ ก็คือเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติและองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการระดับ จังหวัดและท้องถิ่น จากการที่ได้สัมผัสกับพี่น้องประชาชนในการที่ไปพูดคุยกับต่างประเทศ ได้พูดคุยกับผู้แทนของหน่วยงานผู้บริหารในส่วนท้องถิ่นนั้น มีบางท่านได้มาบ่นให้ฟังว่าได้รับ มอบแต่หน้าที่ แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ต้องการที่จะให้หน่วยส่วนกลางนั้นมาเพิ่มพูน ความรู้ หรือให้ความรู้ว่าเมื่อได้รับหน้าที่จังหวัดได้มอบหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทํา หนังสือลงมาถึง อบต. เป็นต้น บอกให้มีหน้าที่ในการทํางานในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค อีกหน้าที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่าตัวท้องถิ่นนั้นก็ไม่ทราบว่าในการทําหน้าที่นั้นทําอย่างไร สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะต้องเพิ่มพูนในเรื่องความรู้ ซึ่งอันนี้ได้เคยพูดคุยกับตัวสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค แล้ว ก็ยินดีที่จะขยายขอบเขตการทํางานในการไปประชุมสัมมนาให้ความรู้เพิ่มเติมนะครับ
อีกอันหนึ่งเป็นเรื่องที่เราพยายามจะทํากันอยู่ก็คือว่า การที่จะให้อํานาจ ในการดําเนินการรับเรื่องราวร้องทุกข์แล้วก็ฟ้องคดีแทนผู้บริโภคนั้นกระจายออกไปสู่ ส่วนต่าง ๆ ให้มากขึ้น ก็จะสอดคล้องกับที่สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้มีความต้องการที่จะ ขยายหน่วยของตนออกไปในส่วนต่าง ๆ มากขึ้นจํานวน ๙ ภาคด้วยกัน ก็จะสอดคล้องกัน แต่อย่างไรก็แล้วแต่จากการที่พบปะผู้คนจะพบว่าผู้คนนั้นมักจะบ่นข้าราชการ ผมเอง ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทํา แล้วเราก็ยังขาดก็คือการปรับทัศนคติ ของข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก ถึงแม้ว่าเราพยายามจะต่อมือต่อแขนให้ภาครัฐหรือ ราชการอย่างไร ถ้าข้าราชการมีทิศนคติในการทํางานไม่พร้อมที่จะให้การดูแลภาคประชาชนแล้ว หรือการดูแลผู้บริโภคแล้ว การทํางานนี้ก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผลอย่างที่ต้องการ
สําหรับประเด็นการปฏิรูปข้อที่ ๓ ก็คือการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างระบบ ฐานข้อมูลให้มีความเชื่อมโยงแล้วก็ใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการให้ความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนเกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองผู้บริโภค อันนี้พูดกันทุกครั้งก็จะต้องมีการพูดถึงเรื่องของระบบฐานข้อมูล ซึ่งปัจจุบันนี้ฐานข้อมูลนั้น แต่ละส่วนราชการก็ทําได้ดี แต่ว่ายังขาดการรวมไปอยู่ในรวมศูนย์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึง ได้โดยง่าย
อีกอันหนึ่งที่พูดกันก็คือเรื่องระบบของกลไกในการรับเรื่องราวร้องทุก กลไก รับเรื่องราวท้องทุกข์นี่จะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาประชาชนจะเบื่อหน่ายต่อการ ร้องทุกข์ เพราะเมื่อร้องทุกข์ไปแล้วเรื่องก็จะหายไป ลักษณะนี้ถ้าเป็นไปได้ก็จะทําให้ผมนึก ไปถึงระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรของกระทรวงการคลัง ในการที่เราเสียภาษี เราสามารถจะเข้าไปสู่ระบบออนไลน์ ระบบนั้นจะตอบเราว่าเราขาดเอกสารที่สําคัญ อะไรบ้าง ขั้นตอนของเราการดําเนินการของเราอยู่ในขั้นตอนไหน เราจะได้รับเงินคืนเท่าไร หรือเราจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่าไรเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค กําลังเร่งดําเนินการในเรื่องนี้อยู่นะครับ
เรื่องต่อไปที่สําคัญก็คือว่า การให้ความรู้กับประชาชน เราขาดมากในเรื่อง การให้ความรู้กับประชาชน เรามักจะพูดถึงการทํางานของภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ทํางานระบบเชิงรับ ก็คือเมื่อมีเรื่องแล้วเราก็ทําการฟ้องร้อง ทําการไกล่เกลี่ย สิ่งเหล่านี้เป็น สิ่งปลายเหตุนะครับ สิ่งที่เราอยากให้ทําก็คือการทํางานเชิงรับ เรื่องนี้การให้ความรู้ การสร้าง ความเข้าใจให้กับประชาชนทุกช่องทางโดยทั่วถึงนั้นก็ถือว่าเป็นมาตรการทํางานเชิงรุก ประการหนึ่งนะครับ ในช่วงเวลาที่คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการได้ทํางาน ก็มีงานที่เราพร้อมจะเสนอให้พวกเราได้รับทราบในเบื้องต้นเพียงเท่านี้ ถ้ามีความคืบหน้า อย่างไรก็คงมีโอกาสที่จะชี้แจงเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ผม อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป หมายเลข ๒๒๙ ขออนุญาตนําเรียนเสนอเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ผมเชื่อว่าในจิตใจของท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน พอพูดถึงกฎหมายการแข่งขันทางการค้านั้น อาจจะมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของทางท่านกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังใช่หรือไม่ ผมขอเรียนว่าในประเด็นนี้เนื่องจากว่าขณะนี้ปัญหาเรื่องการแข่งขัน ทางการค้า ปัญหาเรื่องการผูกขาดทางการค้า ปัญหาเรื่องความเสียเปรียบของผู้บริโภคได้ เป็นเรื่องใหญ่มิใช่ในระดับประเทศ แต่เป็นไปในระดับโลก ทุก ๆ ประเทศประสบปัญหานี้ มากพอสมควร ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีการแลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็น หารือกันอย่างใกล้ชิดกับท่านกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ที่รับหน้าที่พิจารณาทางด้านนี้เช่นกัน เรามีความเห็นพ้องกันว่า เรามาช่วยกันคิด เรามา ช่วยกันพิจารณา ทําให้การที่จะแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้านี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากกรรมาธิการของทั้งสองฝ่ายแล้ว แม้กระทั่งจากแนวความคิดของทางด้านกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีแนวความคิด มีการวางกรอบทํางานในเรื่องนี้เช่นกัน ทางพวกเราก็ได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเราจะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีผลสําเร็จออกมาก็จะเป็นผลประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งนะครับ ในการทํางานนั้นผมอาจจะขออนุญาตใช้คําว่า ๒ กรรมาธิการนั้นเราต่างกันแสวงหาจุดร่วมแล้วก็สงวนจุดต่างเอาไว้นะครับ ในการพิจารณานั้น ทางคณะอนุกรรมาธิการของผมได้นําพระราชบัญญัติ ๒ สิ่งมารวมกัน คือพิจารณาถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พุทธศักราช ๒๕๒๒ และขณะเดียวกันก็นําพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาพิจารณาร่วมกันว่าในที่สุดแล้วการแข่งขัน ทางการค้ากับการคุ้มครองผู้บริโภค เราจะไปด้วยกันอย่างไรนะครับ ในขณะที่ ท่านกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนั้นก็ได้มองให้ความสําคัญในเรื่องของ กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ส่วนของ กรรมาธิการนี้ก็ให้ความสําคัญในเรื่องของผู้บริโภคนะครับ ผมขอเรียนให้ท่านเพื่อนสมาชิก ทราบว่าเมื่อพิจารณาถึงปรัชญาเนื้อหาของกฎหมายที่เกี่ยวกับการแข่งขันทางด้านการค้า และการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว ในภาพรวมกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าและการ คุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครอง และส่งเสริม ให้เกิดการแข่งขันในตลาดสินค้าและบริการตามหลักเศรษฐกิจเสรีที่ต้องมีการแข่งขัน ซึ่งเป็น นโยบายที่รัฐต้องการมิให้เกิดปัญหาการผูกขาดที่ผู้ประกอบการสามารถที่จะกําหนดราคา และปริมาณสินค้าได้ตามใจชอบ โดยไม่มีแรงกดดันจากตลาด ซึ่งทําให้ผู้ประกอบการอยู่ใน สถานะที่จะแสวงหากําไรได้ตามใจชอบ เพราะฉะนั้นแนวคิดของกฎหมายดังกล่าวจึงได้แก่ การวางมาตรการทางกฎหมายเพื่อให้เกิดภาวะการแข่งขันทั้งในตลาดสินค้าและบริการ ซึ่งหากมีภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างสมดุลก็จะทําให้เกิดผลดี คือมีการพัฒนาคุณภาพสินค้า และการบริการให้ดีขึ้น การที่ผู้บริโภคจะได้ซื้อสินค้าและบริการในราคาที่เป็นธรรม ดังนั้นกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค จึงมีความผูกพัน ซึ่งกันและกันและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ดังนั้นประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจของการทําให้ เกิดการแข่งขันในตลาดสินค้าและบริการอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ก็คือการทําให้ เกิดประสิทธิภาพในทางเศรษฐกิจ เกิดความมั่นคงและขยายตัวในอุตสาหกรรม มีการจัดสรร การใช้ทรัพยากรเพื่อสนองความต้องการของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผลิต มีประสิทธิภาพ โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยการวิจัยและพัฒนาที่สามารถ ลดต้นทุนการผลิตได้ และจะทําให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดเวลา อันเป็นการเพิ่มการ แข่งขันของประเทศด้วย สําหรับประโยชน์ต่อผู้บริโภคหากมีการแข่งขันในตลาดสินค้าและ บริการก็มีความสําคัญกล่าวคือทําให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ทําให้มีทางเลือกในการซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น รวมทั้งสามารถซื้อหาได้ในราคาที่ต่ําลง ผมยินดีที่จะกล่าวว่าความสําคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครอง ผู้บริโภคนี้จะเห็นได้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติหลักเกณฑ์ดังกล่าว ในหมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๘๘ ซึ่งได้มีเน้นใจความสําคัญที่ว่า รัฐต้อง ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรีอย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรม ทางเศรษฐกิจ สังคม รัฐไม่พึงประกอบกิจการอันมีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชนเว้นแต่มี ความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาประโยชน์สาธารณะและ การบริโภค รัฐต้องส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง รัฐวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมสหกรณ์ และพัฒนาการท่องเที่ยว จากปรัชญาของกฎหมายดังกล่าวก็นํามาซึ่งแนวความคิดในการ พิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการว่า สําหรับแนวความคิดสําคัญในเรื่องการแข่งขันทางการค้านั้น แนวคิดที่สําคัญของกฎหมายทางการค้าก็มี
๑. การควบคุมพฤติกรรมของผู้มีอํานาจเหนือตลาดมิให้ใช้อํานาจไปในทางมิชอบ
๒. การควบคุมการควบรวมกิจการ
๓. การควบคุมการกระทําอันเป็นปรปักษ์ต่อการแข่งขันทางการค้า
๔. การควบคุมมิให้การจํากัดการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการ ที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยตรง
๕. การควบคุมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม
๖. การควบคุมมิให้เกิดผู้มีอํานาจเหนือตลาดเกินกว่าร้อยละ ๗๕
แต่ในขณะเดียวกันนั้นแนวความคิดในการคุ้มครองผู้บริโภคที่เรานํามา พิจารณามีแนวคิดที่สําคัญตั้งอยู่บนพื้นฐานแนวความคิดที่ว่าผู้บริโภคมิได้มีการรวมตัวเฉกเช่น ผู้ประกอบการด้านสินค้าหรือบริการ ดังนั้นผู้บริโภคจึงมีลักษณะที่สําคัญคือการที่ต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างทํา ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะมีจํานวนมากกว่าผู้ประกอบการ แต่อํานาจในการต่อรอง ก็มีน้อยกว่าอํานาจของผู้ประกอบการซึ่งมีการรวมตัวเพื่อให้มีอํานาจต่อรอง ด้วยเหตุนี้ รัฐจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในการซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้นแนวคิดหลักของกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จึงเกี่ยวข้องกับทฤษฎีทางด้านเศรษฐศาสตร์เป็นอย่างมากนะครับ ที่สําคัญก็ได้แก่
๑. การผูกขาดในตลาด รัฐจะต้องเข้ามาควบคุมราคาหรือสัดส่วนของกําไร เพื่อมิให้เอาเปรียบผู้บริโภค
๒. ความเหลื่อมล้ําระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคในด้านข้อมูล โดยรัฐจะต้องเข้ามากําหนดให้ผู้ประกอบการต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเพื่อประกอบ การตัดสินใจ โดยกําหนดข้อกําหนดในการโฆษณาระบบฉลากสินค้าและบริการ รายละเอียด ข้อมูลที่จะต้องแจ้ง ตลอดจนระบบการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เป็นต้น
๓. การควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้บริโภค โดยรัฐจะมี การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะที่อาจกระทบต่อ ความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้บริโภค ฉะนั้นด้วยเหตุนี้แนวความคิดในการคุ้มครอง ผู้บริโภคจึงให้ความสําคัญแก่มาตรการสําคัญ ๓ ประเภทคือ
๑. มาตรการเชิงป้องกัน เช่น การกําหนดมาตรฐานสินค้า การควบคุมฉลากสินค้า การควบคุมการโฆษณา เป็นต้น
๒. มาตรการที่เกี่ยวเนื่องกับการค้า เช่น การกําหนดรูปแบบของสัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค
๓. มาตรการในการแก้ไขปัญหา เช่น การกําหนดกระบวนการร้องเรียน การเรียกร้องค่าเสียหายจากสินค้าหรือบริการที่บกพร่อง
ซึ่งจากเหตุผลต่าง ๆ ที่ผมนําเรียนท่านและจากการศึกษาถึงกฎหมาย การแข่งขันแล้ว พวกเราคิดว่าในพระราชบัญญัติการแข่งขันทางด้านการค้านั้นถึงแม้จะได้มี การบังคับใช้มาเป็นเวลากว่า ๑๖ ปีแล้ว แต่ก็ยังมีหลักเกณฑ์บางประการที่ยังไม่ชัดเจน ยังไม่เอื้ออํานวยต่อการแข่งขันเสรี ยังไม่เอื้ออํานวยต่อสิทธิผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ รายกลางและรายย่อย ยังไม่เอื้ออํานวยต่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งปัญหา ในการบังคับใช้ที่ควรจะได้รับการพิจารณานั้นเท่าที่เห็นอยู่มี
อันที่ ๑ คือความเหลื่อมล้ําในภาคธุรกิจของไทย ผมอาจจะขออนุญาตใช้ คําว่าการกระจุกตัวของภาคธุรกิจไทยนะครับ ซึ่งจากการรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการ พัฒนาของประเทศไทยนั้นจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ารายได้บริษัทใหญ่ ๆ นั้นที่มีรายได้สูงสุด เป็นบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือมีรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นจํานวน ๕ บริษัท และเป็นบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารที่จําหน่าย บริษัทจําหน่ายอาหารหรือเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มธุรกิจ ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ลําดับที่ ๑ ถึงลําดับที่ ๑๐ นั้นขออนุญาตเรียนว่าอย่างเช่นทาง ปตท. ปูนซีเมนต์ไทย เจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งในแต่ละองค์กรที่ผมเอ่ยนั้นมีรายได้ระดับเป็นแสนล้าน บาท หรือบางองค์กรนั้นมีรายได้ถึงขนาดเป็นล้าน ๆ บาทนะครับ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ให้เห็น ชัดเจนเลยว่าในท้ายที่สุดแล้วรายได้ส่วนใหญ่นั้นไปตกอยู่ในมือของบรรดาบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ครับ
อันที่ ๒ ที่ควรจะพิจารณาคือเรื่องขององค์กรและโครงสร้างนะครับ ดังเช่นที่ มาตรา ๖ ที่ได้ระบุคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้านะครับ ซึ่งประกอบด้วย ท่านรัฐมนตรี ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ นั้น จากกฎกระทรวง ปี ๒๕๔๒ ข้อ ๒ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๖ เรื่องการเสนอชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒินั้นให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอรายชื่อแห่งละ ๕ ชื่อ เพื่อให้สํานักแข่งขันทางการค้าตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คัดเลือก ๒-๓ คน จะเห็นได้ว่ากฎกระทรวงดังกล่าว ให้อํานาจแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า รัฐมนตรีมีอํานาจเบ็ดเสร็จในการแต่งตั้งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ทําให้เกิดความเป็นอิสระ และการถูกครอบงําทางการเมืองได้นะครับ
แล้วก็อันที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้กําหนดให้คณะกรรมการต้อง ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา อีกทั้งสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าซึ่งทําหน้าที่ บริหาร ดําเนินธุรการ สนับสนุนการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ก็เป็นเพียงสํานักงานที่อยู่ ภายในกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถึงแม้จะทํางาน เสียสละทํางานหนักมาก เพียงใดก็ยังมีปัญหาทางด้านขาดแคลนงบประมาณและอัตรากําลังแล้วก็ความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่นะครับ
อนึ่ง เนื่องด้วยองค์กรและโครงสร้างของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า อาจกล่าวได้ว่าทําให้ผลการดําเนินงานของกรรมการไม่มีประสิทธิภาพ ผมมีตัวอย่างที่จะ นําเรียนว่าจากจํานวนเรื่องร้องเรียนที่ทางคณะกรรมาธิการได้รับและผลการพิจารณา สถิติการร้องเรียนจากสํานักงานแข่งขันทางการค้าว่าช่วงระหว่างปี ๒๕๔๒-๒๕๕๗ นั้น มีเรื่องราวรับเรื่องทั้งสิ้น ๙๔ เรื่องนะครับ มีเรื่องที่คณะกรรมการได้มีมติให้ยุติเรื่องไป ๖๒ เรื่อง แล้วก็มีเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ ที่เหลืออยู่ระหว่างการดําเนินการติดตามพฤติกรรมต่าง ๆ เพียง ๑ เรื่องเท่านั้นนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่เป็นปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไขก็คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเช่น ข้อ ๓.๑ การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าไม่ครอบคลุม ถึงรัฐวิสาหกิจนะครับ ซึ่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พุทธศักราช ๒๕๔๒ กําหนด ยกเว้นมิให้ใช้บังคับแก่การกระทําของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณนะครับ ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของคํานิยามในเรื่องของรัฐวิสาหกิจที่กําลังเป็นประเด็นที่จะต้อง ถกเถียงกันอยู่ต่อไปนะครับ เพราะว่าปัจจุบันรัฐวิสาหกิจหลายแห่งได้ประกอบธุรกิจแข่งขัน กับเอกชน การมีข้อกําหนดยกเว้นให้รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิทยาการงบประมาณ ทุกประเภทไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า และในขณะที่ เอกชนต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับดังกล่าว ทําให้การบังคับใช้กฎหมายอยู่บนพื้นฐานของความ ไม่เสมอภาคและเท่าเทียมกันครับ
ขออนุญาตเลยไปถึงข้อที่ ๔ คือการควบคุมการดําเนินธุรกิจของรัฐวิสาหกิจ ในต่างประเทศนะครับ ซึ่งยังมีการขาดหลักเกณฑ์การควบคุมที่ชัดเจนนะครับ คํานิยามต่าง ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคําว่าตลาด ผู้ประกอบธุรกิจในเครือ หรืออํานาจเหนือตลาด แล้วก็ความไม่เหมาะสมของบทการลงโทษ ทั้งหมดนี้เมื่อเรานําพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางกฎหมายกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคมารวมกันแล้วผมขออนุญาตเรียนเสนอ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายว่า
ข้อที่ ๑ ต้องมีการปรับปรุงองค์กรและโครงสร้างคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ให้มีการดําเนินการที่เป็นอิสระ
ข้อที่ ๒ ดําเนินการให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีกลไกในการติดตามประเมินผลการดําเนินงานขององค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และรายงานผลต่อสาธารณชนด้วยเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อีกทั้งเพิ่ม ขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย เช่นการให้ครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจที่มีการประกอบธุรกิจ แข่งขันกับภาคเอกชน
ข้อที่ ๓ กําหนดให้มีคํานิยามว่า ตลาด อํานาจเหนือตลาด และผู้ประกอบธุรกิจ ในเครือ เพิ่มมาตรการในการผ่อนผันโทษเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือผู้กระทําผิดหรือ ผู้มีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนการกระทําผิดที่สามารถให้ข้อมูลถึงพยานหลักฐานอันเป็นประโยชน์ ได้รับการลดหรือยกเว้นโทษ
ประการสุดท้ายคือเพิ่มบทลงโทษเพื่อเป็นการป้องปราบการกระทําที่จะฝ่าฝืน และลงโทษผู้ฝ่าฝืนให้หลาบจํา โดยอาจให้มีการพิจารณาโทษปรับที่ผันแปรกับผลประโยชน์ ที่ได้รับจากการฝ่าฝืนบทบัญญัติ ซึ่งจะมีผลเป็นการยับยั้งหรือป้องปราบได้ดีกว่า เพราะการ ถูกปรับอาจจะถูกปรับเป็นเงินมากกว่าประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจากทั้งหมดนี้ท่านสมาชิกคงจะเห็นชัดเจนแล้วว่า ทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและผู้บริโภค ต่างมีความเกี่ยวเนื่อง ต่างมีความสอดคล้องกับเรื่องผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และถ้าเผื่อเรา สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าฉบับนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้น แล้ว ผมเชื่อว่าผลประโยชน์จะตกอยู่ทั้ง ๒ ฝ่าย คือไม่ว่าจะเป็นทั้งผลประโยชน์ต่อผู้บริโภค และผลประโยชน์ต่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก และในท้ายที่สุดแล้วก็จะนํามาซึ่งผลประโยชน์ สูงสุดก็คือผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทุกคนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ จากนี้ก็จะเป็นโอกาสของท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยกติกาก็ท่านละ ไม่เกิน ๕ นาที ผมขอระบุ ๕ ท่านแรกก่อนนะครับ คุณเตือนใจ สินธุวณิก คุณโกวิท ศรีไพโรจน์ คุณวันชัย สอนศิริ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ แล้วก็คุณเทียนชัย ปิ่นวิเศษ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ก่อนครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ขออนุญาตที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคนะคะ แล้วอย่างที่เราเคยมีการอภิปรายไปในสภาแห่งนี้แล้ว แล้วก็เห็นชอบ คณะกรรมาธิการชุดนี้เพราะจะเห็นว่าทางท่านประธานกรรมาธิการ คุณสารีนั้นเป็นผู้ที่มี บทบาทโดยตรง แล้วก็ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนในการคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันอยากจะขอเรียนย้ําว่าจุดที่ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งของการทํางานของคณะกรรมาธิการนี้ นะคะ แล้วเห็นว่าเราควรจะมีอย่างยิ่ง เราทราบดีว่าหน่วยงานราชการก็คือ สคบ. ก็ทํางาน เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่ดิฉันก็เห็นว่าแม้ว่าจะอยู่ภายใต้สํานักนายกรัฐมนตรี เหมือนกันอย่างที่ดิฉันเคยรับราชการอยู่ แต่จะเห็นว่าจะมีหน่วยงานเฉพาะส่วนกลางเท่านั้น แล้วก็การดําเนินงานนั้นทราบดีว่าหน่วยงานราชการอาจจะทํางานได้ ไม่ได้ลงไปถึง พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของท้องถิ่นค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงเห็นว่าเป็นเรื่อง จําเป็นอย่างยิ่งเลยที่เราควรจะสนับนุนให้มีร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... อย่างที่คณะกรรมาธิการได้เรียนเสนอแล้วนะคะ เพราะว่า องค์กรนี้จะเป็นองค์กรอิสระที่พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคอย่างแท้จริงได้มีโอกาสที่จะมี สิทธิมีเสียงในการที่จะทํางานร่วมกับหน่วยงานของราชการ ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อมีองค์กรนี้ ข้อดีจะตกแก่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ค่ะ แล้วก็หน่วยงานราชการ สคบ. เองก็จะได้เบาแรงลง เหมือนกับมีผู้ช่วยอีกส่วนหนึ่งที่ลงไปถึงระบบท้องถิ่นด้วยนะคะ ก็เห็นควรว่าจะมีองค์กรนี้ มาช่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะเฝ้าระวัง ตรวจสอบสินค้าอะไรต่าง ๆ และบริการ จึงสนับสนุนอย่างยิ่งที่ควรจะมีแล้วก็ควรจะมีการกําหนดให้หน่วยงานภาครัฐนั้น มีการทํางานสอดประสานกับองค์กรอิสระแห่งนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยแท้เลยนะคะ
อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือเรื่องของการที่พี่น้องประชาชน เราตามหลักแล้วในเมืองไทยคนไทยเราอาจจะมีนิสัยอ่อนโยนแล้วก็ไม่ค่อยจะก้าวร้าว ดังนั้นเราเสียเปรียบในการโฆษณาที่ไม่เป็นความจริง จะเห็นว่ามีน้อยมากที่จะมีหน่วยงาน ถึงจะมีหน่วยงานภาครัฐ แต่ว่าท่านอาจจะรับข้อร้องเรียน แต่โดยมากแล้วจะไม่มีหน่วยงาน ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทางด้านกฎหมายเป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้บริโภคที่เป็นระดับชาวบ้าน เราจริง ๆ แล้วก็ทําในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าฟ้องร้องกันเป็นสิบ ๆ ปี กว่าที่จะได้รับการชดเชย เช่นนี้เป็นต้น ดิฉันคิดว่าเรื่องเหล่านี้พี่น้องประชาชนในยุคใหม่ที่เป็นพลเมืองแล้วควรจะมี สิทธิอย่างเต็มที่ที่จะได้รับการคุ้มครองตรงนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเราควรจะมีให้เหมือน นานาชาติเขา ก็คือเรื่องของการที่เราจะได้รับความเป็นธรรม แล้วก็จะต้องได้รับการชดเชย ความเสียหายอย่างทันกาล คิดว่าท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูปหลายท่านเดินทางไป ต่างประเทศ ง่าย ๆ เช่นออสเตรเลียเราไปซื้อสินค้ามา พอกลับมาแล้วเราไม่พอใจภายใน ๗ วัน ไปถึงเขาเปลี่ยนสินค้าให้ใหม่เลย โดยไม่มีข้อโต้แย้งเพียงแต่ท่านมีสลิป (Slip) ใบจ่ายเงินเท่านั้นเอง ซึ่งอันนี้ประเทศไทยดิฉันคิดว่ายังไม่มี ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดกรณีที่ว่าซื้อรถมาแล้วใหม่เอี่ยมเลย อย่างเช่น เลมอน ลอว์ เช่นนี้เป็นต้น เมืองไทยน่าจะมีตรงนี้ด้วย ไม่ใช่ซื้อของใหม่เอี่ยมแล้ว บกพร่องไม่ยอมเปลี่ยนให้ใหม่เอาแต่ซ่อม แล้วก็ยังเสียหายอยู่ จึงสนับสนุนอย่างยิ่ง
อีกประการหนึ่งในฐานะที่ดิฉันเป็นสื่อมวลชน แล้วก็เป็น สปช. ด้านสื่อมวลชนนั้น ดิฉันคิดว่าทางด้านของการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสื่อนั้นก็เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งว่ายังมีการ โฆษณาทางทีวีหรือว่าทางสื่อมวลชน ทั้งวิทยุโทรทัศน์ให้ข้อมูลความจริงเพียงครึ่งเดียวที่เรา เห็นได้ง่ายก็คือเรื่องของการประกันภัยสุขภาพ เขาจะบอกข้อมูลเพียงครึ่งเดียวว่ารับประกันทุกโรค ไม่ต้องตรวจ ไม่นับอายุ ไม่ต้องตรวจโรคเลย คุ้มครองทุกโรค แล้วก็บอกค่าโรงพยาบาลนี้ จ่ายให้เลย ๑,๐๐๐ กว่าบาททุกวัน แต่ปรากฏว่าพอลงไปดูข้อมูลจริง ๆ จะตรวจสุขภาพ หรือไม่คุ้มครองทุกโรคได้อย่างไรละคะ ในเมื่อเขาไม่ได้คุ้มครองการรักษาโรคนั้น ๆ ของเรา แต่จ่ายแค่โรงพยาบาลที่เราจะเข้าไปอยู่เท่านั้นเอง ดังนั้นการบอกข้อมูลเพียงแค่นี้ โดยเอา ดาราที่เป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชนได้มาโฆษณาเป็นตัวพรีเซ็นเตอร์ (Presenter) ทําให้ หลายคนพลาดเช่นเดียวกัน ดังนั้นก็ขออนุญาตที่จะเรียนย้ํายืนยันว่าน่าจะมีองค์กรอิสระ เพื่อผู้บริโภคมาทํางานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ ขออภัยที่เกินเวลามา ๑๔ วินาที ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญ คุณโกวิท ศรีไพโรจน์ ครับ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคก็คงอภิปรายซ้ําจากท่านเตือนใจ ในส่วนหนึ่ง ที่ขอชมเชย โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการซึ่งทํางานคุ้มครองต่อสู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค มานานนับสิบ ๆ ปี แล้วก็ต้องขอชมเชยในการที่เป็นนักต่อสู้ของท่าน วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน เกี่ยวกับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนของการทุ่มตลาด ท่านประธานกรรมาธิการ ได้กรุณาอภิปรายนําเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการทุ่มตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ในอดีตเคยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งกระทํากิจการเกี่ยวกับการค้าเนื้อไก่ แล้วก็ ลดราคาเนื้อไก่ลงมาต่ํากว่าทุนหวังที่จะทําลายคู่แข่ง และหลังจากที่คู่แข่งต้องทยอยปิดตัวลง หรือได้รับผลกระทบจากการลดราคาดังกล่าว ในภายหลังบริษัทดังกล่าวนี้ก็นําเข้ามา ครอบงําตลาดในการกําหนดราคาเนื้อไก่หรือปริมาณเนื้อไก่ในตลาด เคยมีข่าวในการที่นํา ลูกไก่ไปทําลายโดยการทิ้งทะเล นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทุ่มตลาด ซึ่งปัจจุบันเราก็มีกฎหมาย เกี่ยวกับการทุ่มตลาดเช่นเดียวกันนะครับ แต่ว่าไม่มีการดําเนินการอย่างแท้จริง ปัจจุบันท่านประธานครับการค้าปลีกท้องถิ่นถูกการทุ่มตลาด โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นเดียวกัน การเปิดค้าปลีกแข่งกับร้านค้าปลีกในชุมชน ซึ่งผมขออนุญาต ใช้คําว่า ชุมชนของร้านโชห่วยในชุมชนต่าง ๆ ทุกหัวระแหงในบ้านเมือง ซึ่งดําเนิน กิจการค้าปลีกได้รับผลกระทบจากกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งดําเนินการคล้ายกับมีการทุ่มตลาด โดยเปิดร้านค้าปลีกแข่งขันกับร้านโชห่วยในชุมชน ซึ่งมันสร้างผลกระทบท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเมื่อประชาชนซึ่งเคยมีรายได้จากการค้าปลีกและได้รับผลกระทบจากร้านค้าปลีก ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ทําให้รายได้ของร้านโชห่วยเหล่านี้ลดลงหรือบางร้านอาจจะอยู่ไม่ได้ ต้องปิดตัวลงไป ในชุมชนหลายชุมชนเดี๋ยวนี้ร้านค้าปลีกไม่มีแล้วครับ มีแต่ร้านโชห่วยของ บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือที่เราเรียกว่าร้านสะดวกซื้อ เป็นกิจการซึ่งกลายเป็นหรือคล้ายกับว่า จะเป็นเรื่องของกิจการที่จําเป็นของชุมชน ชุมชนไม่มีทางเลือกที่จะต้องไปซื้อเพราะว่ามันไม่มี ร้านโชห่วยเหลืออยู่แล้ว ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีจากการที่ไปพบปะชาวบ้าน แม้กระทั่งแม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้งได้รับผลกระทบครับท่านประธาน เพราะบริษัทเหล่านี้ แย่งอาชีพ ตรงนี้ก่อให้เกิดผลกระทบ แม้กระทั่งการค้าของเอสเอ็มอีส์ (SMEs) มีผู้บริหาร ของบริษัทยักษ์ใหญ่บางท่านบอกขึ้นค่าแรงไปเลย เขาอยู่ได้ครับ แต่เอสเอ็มอีส์หรือกิจการชุมชน อยู่ไม่ได้ครับ ตรงนี้ผมอาจจะใช้คําพูดว่าอาจจะเป็นกล อาจจะแรงสักนิด เป็นเล่ห์กระเท่ หรือเขาเรียกว่าวิธีการดําเนินการโดยที่ครอบงําโดยอาศัยความเป็นยักษ์ใหญ่หรือเข้าไป ผูกพันกับข้าราชการซึ่งเกี่ยวพันกับกิจการเหล่านี้ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ซึ่งไม่ค่อย ดําเนินการที่จะคุ้มครองกิจการค้าซึ่งเป็นกิจการของชุมชน ถ้าหากกิจการค้าเหล่านี้ทยอยปิด ตัวลงผลกระทบเกิดขึ้นกับผู้บริโภคในภาพรวมอย่างแน่นอนครับ ปัจจุบันร้านค้าปลีกที่ต้อง ปิดตัวลงเหล่านี้ได้รับผลกระทบ ผมเองเมื่อ ๒-๓ วันนี้กราบเรียนท่านประธานว่าก็ลองดูว่า ลองไม่เข้าร้านสะดวกซื้อจะมีปัญหาไหม ก็มีปัญหาครับ ลองไปซื้อโชห่วยแพงกว่าร้านสะดวก ซื้อครับ ทีแรกก็เสียความรู้สึก แต่คราวนี้ถ้าเรามาลองคิดดูว่าใช่ครับเสียความรู้สึกในช่วงแรก แต่เราบอกว่าถ้าหากว่าร้านโชห่วย ซึ่งเป็นกิจการชุมชนต้องปิดตัวลงเมื่อประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนพวกเราก็อยู่ลําบากครับ ตรงนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าขอฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ขอความกรุณาช่วยติดตามเรื่องนี้แล้วก็จี้หน่วยงาน ภาครัฐขอให้คุ้มครองกิจการโชห่วยให้พ้นจากการค้าปลีกของบริษัทยักษ์ใหญ่เพื่อที่ พี่น้องประชาชนจะได้รับความคุ้มครองต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวันชัย สอนศิริ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ กระผมอ่านสาระสําคัญของการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วยอมรับว่าเนื้อหาสาระของการปฏิรูปนั้นดีมาก ประเด็นการปฏิรูป ที่สําคัญทั้งหมดเท่าที่ผมอ่านดูสักประมาณ ๔ เรื่องที่ท่านสรุปมา ขออนุญาตแล้วผมจะ อภิปรายต่อจากนี้โดยขออนุญาตทบทวนสั้น ๆ นิดหนึ่ง
๑. ปฏิรูปเพื่อการบูรณาการโครงสร้างบทบาทความรับผิดชอบของภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เดี๋ยวว่ากัน
๒. ปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกและกระบวนการดําเนินงานของ หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคต่อเนื่องกัน
ประการที่ ๓ ท่านสรุปว่าปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างระบบฐานข้อมูลให้เชื่อมโยง ครอบคลุมเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ประโยชน์เข้าถึง เข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภค เรื่องนี้ ต้องกาดอกจันทร์สัก ๕ ดอก เดี๋ยวจะพูดให้ฟัง
ข้อสุดท้าย ปฏิรูปเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค
นี่คือสิ่งที่ท่านได้สรุปมา ผมว่าดีครับ แต่สิ่งที่อยากเห็นและอยากให้เกิดขึ้น มากในวันนี้ครับ คือการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นสัมฤทธิผลและเกิดได้จริงในยุคของ รัฐบาลชุดนี้ให้จงได้ กรณียูฟันเป็นอย่างไรครับท่านประธาน เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีกหลายครั้ง หลายหนในประเทศไทย ตั้งแต่แชร์แม่ชม้อยยันแม่นกแก้ว แล้วยูฟันเกิดขึ้นได้ประเทศไทย ท่านประธาน นั่นแปลว่าการคุ้มครองผู้บริโภคของเราล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลตามไม่ได้ ไล่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่คุณว่าจะบูรณาการกันล้มเหลว เอาล่ะครับ สหกรณ์เครดิต ยูเนียนก็เป็นหมื่นล้านบาทเหมือนกัน มันก็เรื่องของผู้บริโภคนี้ล่ะครับ การคุ้มครองผู้บริโภค ที่ดีที่สุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอมาอยู่ในข้อ ๓ ข้อ ๔ นี้ล่ะ จะเห็นได้ว่าการคุ้มครอง ผู้บริโภคที่ดีที่สุดนั้นก็คือผู้บริโภคนั้นล่ะ จะไปหวังให้เจ้าหน้าที่ สมอ. อย. สคบ. ท่านประธาน สารี หวังมากี่ชาติแล้วครับ เต้นผาง ๆ อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ไปกัน คนละทิศคนละทาง แล้วที่สําคัญนะครับท่านประธานงบประมาณให้หน่วยงานเหล่านี้ ประมาณสักไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาท จ่ายเงินเดือนเหลือไม่กี่สตางค์ครับ จะไปคุ้มครองใครครับท่านประธานสารี คุ้มครองใคร คุ้มครองเจ้าหน้าที่ทํางานก็จะไม่รอดอยู่แล้ว บ้านเรามันเป็นลักษณะวัวหายล้อมคอก ไฟไหม้ฟาง เกิดเรื่องกันทีก็ตื่นตระหนกตกใจ นี่อย่างยูฟันนี้ล่ะ ไป ๆ มา ๆ ก็มีเรื่องอื่นมาฟันกันต่ออีก เรื่องอาหาร อย. สคบ. ดูแล ปัจจุบันนี้ยังเป็นอย่างไรไม่ต้องพูดถึง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญในปัจจัย ๔ ที่อยู่อาศัย ซื้อบ้านซื้อช่องยังโกงกันอยู่ทุกวันนี้ไหมครับ เครื่องนุ่งห่มยารักษาโรค หน้ายังพังกับเครื่องสําอาง ต่าง ๆ ทั้งหมดข่าวคราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผู้ประกอบการมีเงิน มีอํานาจ มีอิทธิพล มีเครือข่าย มีความพร้อม มีผลประโยชน์ มีเครื่องไม้เครื่องมือปลุกเร้าต่าง ๆ มีบุคลากร เตรียมที่จะมาสู้กับอํานาจรัฐ ในขณะที่ผู้บริโภคครับท่านประธาน ไม่มีความพร้อมอย่างนั้นเลย ขอให้ได้กิน ขอให้ได้ใช้ แล้วก็อยากจะได้ของถูก ๆ แล้วเวลามีเรื่องมีราวก็ไม่กล้าที่จะไปสู้รบปรบมือ บางคนก็บอกว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม ช่างหัวมันเถอะ ต่าง ๆ เหล่านี้ อยากจะกราบเรียนว่าการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าเราอยู่กรุงเทพฯ เราอาจจะรู้สึกว่าเราได้รับ การคุ้มครอง มีประธานอย่างชื่อสารีพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ และต่างจังหวัดละครับ ท่านประธาน ไปดูสิปล่อยกันตามเวรตามกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ทั้งหมด ปัจจัย ๔ ต่าง ๆ วางขายกันในท้องตลาด ใครไปดูแลกันบ้าง ความจริงรายละเอียดที่ผมจะพูดนี่มีมากพอสมควรเตรียมไว้ ๓ หน้ากระดาษ แต่อยากจะ เรียนว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ดําเนินการมาสนับสนุนเป็นข้อสรุปที่ดี ขอให้เป็นมรรคเป็นผล ขอให้สัมฤทธิผล ผลักดันให้มันเกิดขึ้นให้ได้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทนายเอาไปหมดครับ
ขอบคุณครับ เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ครับ
พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เสนอรายงานเข้ามาเพื่อจะให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในเบื้องต้นผมเห็นด้วยนะครับ เนื่องจากว่าสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันได้สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี อันที่จริงแล้วหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่มี ความสําคัญอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากว่าหน่วยงานนี้เป็นราชการส่วนกลาง ประชาชนที่อยู่ใน ต่างจังหวัด โดยเฉพาะตามอําเภอและตามจังหวัดครับ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเลย และงานที่ส่งไปให้จังหวัด ให้อําเภอ แล้วก็ท้องถิ่นดูแลเป็นงานฝากจากสํานักนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจากที่กระผมได้ไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่ถ้าหากว่ามีการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจาก การปฏิรูปในครั้งนี้ขึ้นจริง ก็ขอให้กระจายคนของสํานักงานคณะกรรมการอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคไปอยู่ที่จังหวัดและอําเภอด้วย เวลาพี่น้องประชาชนมีความ เดือดร้อนจากการใช้สินค้าต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะไปร้องเรียนได้ที่ไหน ถ้าไปถามที่ศูนย์ดํารงธรรมจังหวัด เขาก็บอกว่าจะต้องเดินทางไปที่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ สํานักนายกรัฐมนตรี ประชาชนหมดทางครับ ท่านประธาน ต่อไปนี้ถ้าหากว่าได้ส่งบุคลากร ของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคไปประจําที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับ ส่วนจังหวัดเป็นหัวหน้าส่วนงานจังหวัด แล้วก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจําที่ที่ว่าการอําเภอทุกแห่ง ทุกอําเภอ อันนี้ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในการร้องเรียนหรือขอความเป็น ธรรมจากผู้ประกอบการทางสินค้าต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ยกตัวอย่างคดีอุบัติเหตุ จราจร บริษัทผู้รับประกันภัยต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะชดใช้เยียวยาหรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามที่ได้ไปทําประกันภัยไว้กับรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ก็ดี แม้กระทั่งการประกันชีวิต ก็เช่นเดียวกัน บริษัทประกันชีวิตในขณะที่จะหาลูกค้าก็บอกว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่จํากัด อายุ ไม่ต้องตรวจโรคอะไรทั้งนั้น แต่เวลาถึงแก่กรรมปรากฏว่าไปขอรับเงินคุ้มครองจากการ ที่ทําประกันชีวิตไว้ ก็จะต้องอ้างเหตุโน่นอ้างเหตุนี้ต่าง ๆ นานา อันนี้ซึ่งผมก็เป็น พนักสอบสวนในอดีตนะครับ มีบริษัทประกันชีวิต ๑ บริษัท ให้พนักงานไปเก็บเงินจาก ผู้บริโภคเป็นค่าประกันชีวิตเป็นรายเดือน เดือนหนึ่งก็ไม่มาก เดือนละ ๔๐๐ บาท ปรากฏว่าพนักงานของบริษัทได้ยักยอกเงินของบริษัทประกันชีวิตไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว เป็นเวลา ๑ ปี ๖ เดือน ต่อมาผู้เอาประกันได้เสียชีวิตก็ไปยื่นติดต่อเพื่อขอรับเงินประกัน ปรากฏว่าทางบริษัทประกันชีวิตนั้นไม่รับผิดชอบเป็นเหตุให้ประชาชนไม่รู้ว่าจะไปดําเนินการ ร้องเรียนที่ใดก็ไปแจ้งสถานีตํารวจ แล้วก็รับคําร้องทุกข์ในข้อหายักยอกจนกระทั่งก็นึกได้ว่า ในขณะนั้นก็มีสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ไปติดต่อที่จังหวัด จังหวัดก็แนะนํา ให้เดินทางมาที่กรุงเทพฯ ซึ่งสุดท้ายก็เป็นเรื่องดีนะครับ ทางบริษัทประกันชีวิต บริษัทนั้น ก็ยินยอมที่จะชดใช้เงินคุ้มครองเงินประกันชีวิตให้กับญาติผู้เสียชีวิตบุคคลนั้น อันนี้มันเป็น ประวัติศาสตร์ของการที่พี่น้องประชาชนจะต้องได้รับความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นก็ขอฝาก ท่านคณะกรรมาธิการก็ขอให้ถ้าหากว่าหน่วยงานนี้เกิดขึ้นจริง ๆ องค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคก็ขอให้มีหน่วยงานประจําจังหวัดและหน่วยงานประจําอําเภอด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานของ ท่านคณะกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าผมอยากที่จะเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมาแบ่งปันเพื่อที่ ท่านคณะกรรมาธิการจะได้นําข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปปรับใช้ หรือว่าไปปรับให้เข้ากับ กระบวนการที่ท่านจะทําการปฏิรูปต่อไป กรณีศึกษาทั้งหมดที่ผมจะนําเรียนมีทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกัน ทั้ง ๔ เรื่องนี้ผมประสบพบมาด้วยตนเอง ถ้าในภาษากฎหมายของ ท่านอาจารย์วันชัย ผมก็คือประจักษ์พยานนะครับ
เรื่องแรกที่ผมขออนุญาตที่จะนําเรียนก็คือเรื่องแท็กซี่ครับ แท็กซี่นี่ผม หมายถึงแท็กซี่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และที่หัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็จังหวัดภูเก็ต ในขณะนี้ผมเข้าใจว่าหลายท่านคงเจอแท็กซี่ที่ไม่ยอมรับผู้โดยสาร โดยอ้างว่าแก๊สหมดบ้างละ หรือไม่ก็จะต้องไปส่งรถ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ซึ่งผมถือว่า อันนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ
ประเด็นที่ ๒ เกิดในย่านแหล่งที่เป็นแหล่งการค้าหรือว่าแหล่งที่เป็น แหล่งท่องเที่ยว และเกิดมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เป็นชาวต่างชาติคือแท็กซี่จะไม่ยอมใช้มิเตอร์ แต่จะขอใช้แบบเหมารวม ที่ผมไปเจอเองก็คือที่ห้างที่ตรงแถวประตูน้ํา ผมเห็นชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลางยืนเรียกแท็กซี่ผ่านไป ๓-๔ คัน ผมก็ไปยืนดูว่าเอ๊ะทําไมเขาจึงไม่ไป ก็ปรากฏว่าได้ยินเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษครับว่าไปแต่ว่าต้องเป็นไม่ใช้มิเตอร์ โน มิเตอร์ (No meter) ซึ่งทางนักท่องเที่ยวคนนั้นก็บอกว่าไม่ไปจะใช้มิเตอร์ก็เรียกผ่านไป ๓-๔ คัน และมี อีกอันหนึ่งทางนักท่องเที่ยวต้องการที่จะให้ไปส่งที่แถวสุขุมวิท เขาก็บอกว่าเขาจะต้องไปส่งรถ ซึ่งตอนนั้นก็เพิ่งเป็นเวลาบ่ายโมงซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ เพราะอาจจะเป็นช่วงที่ว่าช่วงที่ไป สุขุมวิทช่วงนั้นเป็นช่วงที่รถติด ดังนั้นตรงนี้ผมคิดว่ามันมีความจําเป็นครับ เรากําลังเชิญชวน นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเมืองไทย แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่เขาได้รับเป็นเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่า จะเป็นอุปสรรคในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องมัคคุเทศก์ ถ้า ณ วันนี้ ถ้าท่านเป็นนักท่องเที่ยวท่านไป ที่วัดพระแก้วจะมีกลุ่มมัคคุเทศก์เดินมาหาท่านเลยครับ บอกว่าวัดพระแก้วยังไม่เปิด เปิดบ่ายโมง ตอนนี้ให้ไปเดินกินอาหารร้านนี้ก่อน ให้ไปซื้อของที่ร้านนี้ก่อนแล้วบ่ายโมง ถึงให้เข้ามาที่วัดพระแก้ว ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ววัดพระแก้วเปิดตั้งแต่ ๘ โมงครึ่งครับ อันนี้ได้เจอกับตัวเอง เขานึกว่าผมเป็นญี่ปุ่นเขาก็มาบอกอย่างนี้ ผมก็พูดภาษาอังกฤษกับเขา แต่เขาก็บอกว่าไม่ ยังไม่เปิด ผมยืนยันว่าเปิด ๘ โมงครึ่งผมศึกษามา เขาบอกไม่ใช่นั่นนะผิด ยู (You) ไปซื้อของก่อน แล้วก็ไปทานอาหารก่อน อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไข
อันที่ ๓ ท่านประธานสารี ท่านพูดแตะเรื่อง กสทช. ไว้ ผมก็ขออนุญาตที่จะ แบ่งปันครับว่า ณ ขณะนี้รายการเคเบิล (Cable) ต่าง ๆ ที่นําเสนอโดยผ่านทาง กสทช. ในการที่จะนําเสนอเขาต้องนําเสนอผังรายการก่อนว่าจะมีรายการอะไรบ้าง มีหนัง หรือว่า มีสารคดีอะไรบ้าง แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่เขานําเสนอที่ประกาศนี้กับสิ่งที่เขาไปเผยแพร่จริง ๆ นี้ มันไม่ตรงกัน ที่ผมประท้วงตรงนี้หรือว่าหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเขาบอกว่ารายการที่ จะนําเสนอนี้ก็คือเป็นรายการดิสคัฟเวอรี่เพื่อที่จะเป็นรายการเชิงศึกษา เชิงให้การศึกษา แต่ปรากฏว่าพอเปิดไปมันเป็นหนังผู้ใหญ่ครับ มันยิงกันอุตลุด และที่สําคัญมันเป็นหนังเรทอาร์ (Rate r) หรือบางครั้งถึงเรทเอ็กซ์ (Rate x) เด็กหรือว่าคนที่จะไปดูนี่ก็จะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ เพราะมีครั้งหนึ่งบอกว่าจะเป็นหนังเด็ก เราก็เปิดไปดู ผลปรากฏว่าเป็นหนังผู้ใหญ่เต็ม ๆ เลยครับ และเป็นหนังผู้ใหญ่แบบเข้มข้นด้วย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาและต้อง ปกป้องเยาวชนของเรา
เรื่องสุดท้ายที่จะขออนุญาตนําเรียนก็คือเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏอยู่บน อินเทอร์เน็ต ถ้าเราเปิดเข้าไปบนมุมซ้าย ท่านจะสังเกตเลยว่าจะมีโฆษณาเรื่องยาปลอม ข้างบนจะโฆษณาบอกว่าพวกการพนัน ด้านขวาคือพวกหนังโป๊ เด็กเปิดเข้าไปจะเห็นภาพ เหล่านี้เลยครับ แล้วที่สําคัญมันบอกว่าหนังที่จะไปดู หนังเรื่องโฟรเซน (Frozen) ซึ่งเป็นหนัง ที่ได้รับรางวัลออสการ์ (Oscar) เป็นหนังเด็กเปิดเข้าไปหนังผู้ใหญ่เต็ม ๆ แล้วผู้ใหญ่แบบ ฮาร์ดคอร์ (Hardcore) ด้วย ท่านลองคิดดูว่าถ้าลูกของเราเปิดไปหวังที่จะดูโฟรเซน แล้วไป เจอเป็นกิ้งกือยักษ์ ซึ่งผมคิดว่าเราต้องปกป้องเด็ก เด็กของเรา เยาวชนของเรา ดังนั้นผมจึง ขออนุญาตฝากท่านกรรมาธิการช่วยดูแลทั้ง ๔ เรื่องที่ผมฝากไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ รายนาม ๕ ท่านถัดไปนะคะ มีท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ท่านประภาศรี สุฉันทบุตร ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช แล้วก็ท่านประชา เตรัตน์ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์
ขอบคุณครับท่านประธาน สําหรับเรื่อง การปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ผมก็คิดว่าคณะกรรมาธิการได้นําเสนอได้ครบถ้วน อยากจะขอเพิ่มเติมในบางประเด็นนะครับ
อันแรกผมคิดว่ามันควรจะมีการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้บริโภคนะครับ อาจจะโดยผ่านคณะกรรมการร่วมที่ประชุมหารือ เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและ ผู้ประกอบการได้ชี้แจงรับฟังข้อมูลเพื่อนําไปปรับปรุง กรรมการชุดนี้ควรมีคณะทํางาน ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และอาจจะทําหน้าที่ในรูปแบบของอนุญาโตตุลาการด้วย
อันที่ ๒ ผมคิดว่าเรื่องศูนย์ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบจําเป็นต้องมีอย่างยิ่ง แต่ที่สําคัญคือจะต้องสามารถเข้าสู่ข้อมูลได้สะดวกสําหรับสาธารณชน
อันที่ ๓ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณสารี เรื่องโพลลูชัน แท็กซ์ (Pollution tax) ภาษีมลพิษก็พูดกันมานานแล้ว ผมคิดว่าควรจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะ ได้นํางบประมาณมาใช้สําหรับการคุ้มครองผู้บริโภค
ต่อไปน่าจะคิดถึงเรื่องลีเกล เอจ (Legal edge) สําหรับผู้บริโภคในระดับ ท้องถิ่น ซึ่งอาจจะขาดโอกาสเมื่อมีการดําเนินการฟ้องร้องผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ
ต่อไปผมอยากจะพูดเรื่องปัญหาเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค อาจจะอยู่ที่กระบวนการนํากฎหมายมาใช้มากกว่าในตัวกฎหมายเอง อันนี้ผมคิดว่าอยากจะ ให้ศึกษาให้ละเอียดอีกว่าควรจะมีกฎหมายใหม่ ๆ ขึ้นมา หรือมาเน้นเรื่องกระบวนการใช้กฎหมาย
อันต่อไปผมเห็นด้วยกับนายแพทย์วิทยานะครับ ที่ว่าเราต้องนํามาตรฐาน สินค้าที่ส่งออก ซึ่งเราต้องทํา เราถูกบังคับอยู่แล้ว โดยผู้นําเข้าควรมาใช้กับสินค้าที่ขาย ในประเทศด้วย มันไม่ควรจะมี ๒ มาตรฐาน เหมือนเช่นว่าลําไยที่ดีส่งขายสิงคโปร์ ลําไย ที่จวนเน่าแล้วขายอยู่เมืองไทย อันนี้ผมคิดว่ามันต้องการการควบคุมจากกระทรวงพาณิชย์
เรื่องสาธารณสุขผมคิดว่ามีองค์กร สสส. กองทุนสนับสนุนส่งเสริมสุขภาพ ทําเรื่องพวกนี้ไว้เยอะพอสมควร เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ อาจจะเป็น อย่างเรื่องของน้ําตาลในอาหารที่เกินขนาด ซึ่งอันนี้ก็น่าจะให้ทาง สสส. นํามาเผยแพร่ ต่อสาธารณชนเพื่อที่จะรับรู้ น่าที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนทาง สสส. ด้านนี้
อันสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงผมคิดว่าเราอาจจะต้องดูเรื่องการคุ้มครอง ผู้บริโภคในลักษณะที่เป็นคอนสทรัคทีฟ แอพโพรช (Constructive approach) ด้วยนะครับ ไม่ใช่จะดูในแง่ของเนกาทีฟ แอพโพรช (Negative approach) อย่างเดียวนะครับ ผมคิดว่า น่าจะมีการทํากรณีศึกษาสําหรับผู้ประกอบการที่จัดว่าอยู่ในระดับที่ดี มีกูด กัฟเวอร์แนนซ์ (Good governance) มีอะไรต่าง ๆ แล้วก็มีความตระหนักถึงผลทางสังคม ทํากรณีศึกษา ออกมาสัก ๔-๕ กรณี แล้วก็นํามาเผยแพร่ให้เป็นตัวอย่างว่านี่ถ้าเผื่อเป็นผู้ประกอบการที่ดี มีอะไรบ้าง ซึ่งการนํามาเผยแพร่อย่างนี้ก็เท่ากับเป็นการขยายเรื่องของที่จะให้ภาคเอกชนนํา เรื่องที่เราเรียกว่า ซีเอสอาร์ (CSR) หรือ คอร์เพอเรท โซเชียล เรสพอนซิบิลิตี (Corporate Social Responsibility) ไปใช้มากขึ้น รวมทั้งการไปนําไปสู่การจัดทําวิสาหกิจทางสังคม หรือเราเรียกว่า โซเชียล เอ็นเทอร์ไพรส์ (Social enterprise) ผมก็อยากจะฝากไว้ว่า ทางด้านคอนสทรัคทีฟ แอพโพรช ก็อาจจะต้องนําไปดูด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประภาศรี สุฉันทบุตร ค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉันรู้สึกยินดีมากที่มีการพิจารณาเรื่องของคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ ดิฉันมีความสุขมากเวลา ไปซื้อสินค้า แม้แต่ในประเทศไทยถ้าเกิดคนขายเขาทําท่าไม่ดีกับเรา เราจะคืนของหรืออะไร ดิฉันก็จะบอกว่าเดี๋ยวจะไปฟ้องคุ้มครองผู้บริโภค คนขายก็จะดีกับเราทันทีเลยนะคะ ดิฉันจะ ยกตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา เวลาเราไปซื้อสินค้า เช่นเราไปซื้อเสื้อมาตัวหนึ่งแล้วเรา กลับมามีปัญหาเราใส่ไม่ได้ ภายใน ๑ เดือนเราสามารถไปคืนสินค้าได้เลย ก็จะเห็นภาพ ที่น่ารักมากเลย ก็คือมีคนยืนเข้าแถวยาวมากเลยเพื่อที่จะไปคืนสินค้าที่ตัวเองไม่พอใจ ในขณะเดียวกันเจ้าของห้างเขาก็จะยินดีรับคืนอย่างมีความสุข ก็เป็นภาพที่ดีมาก ปัจจุบัน ในประเทศไทยเราก็มี แต่ว่าน่าจะรับคืนภายใน ๑ สัปดาห์ ไม่เป็น ๑ เดือนเหมือนกับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันดิฉันคิดว่าเราต้องให้การศึกษาผู้บริโภค ให้ความรู้ เขาต้องมีจริยธรรม แล้วก็มีมารยาทด้วยนะคะ ดิฉันเล่าเรื่องในสหรัฐก็มีคนที่ไปซื้อ เสื้อมา ดิฉันไม่กล้าบอกว่าเป็นคนประเทศไหน พอซื้อเสื้อมาเสร็จก็ไปใส่ ใส่สัก ๒–๓ ครั้ง แล้วก็ถือว่าคืนได้ภายใน ๑ เดือนก็เอาไปคืน อันนี้ดิฉันคิดว่าเราก็ต้องสอนประชาชนชาวไทย ด้วยว่าต้องมีมารยาท แล้วก็มีจริยธรรมในเรื่องเหล่านี้ด้วย
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจที่คุ้มครองผู้บริโภคจะต้องไปทํา ก็คือการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันยามชราอะไรก็แล้วแต่ ดิฉันมีสมุดประกันชีวิตเป็น ๑๐–๒๐ เล่ม เลยค่ะ นาน ๆ เพื่อนสมาชิกน่าจะมีมากเหมือนกันนะคะ อายุขนาดนี้ ท่านลองกลับไปดูสมุด เล่มประกันชีวิตของท่านเลย แล้วท่านจะงงเลยว่าท่านจะเอาเงินเวนคืนอย่างไร เงินมูลค่าสําเร็จ เพราะว่าพอเราทํามาเยอะแล้วเรามีสิทธิที่จะเอาเงินคืนได้ มูลค่าสําเร็จ มูลค่าขยายเวลา อะไรก็แล้วแต่ แต่วิธีคิดยากมาก เพราะคนไทยเราไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ประกันชีวิต เราไม่ได้ เรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารเงินของเราในครัวเรือนเลย ก็จะเขียนแต่เพียงว่าเอาพันคูณด้วย อะไรต่ออะไรนะคะ ซึ่งขนาดเรายังคิดไม่ออกเลยแล้วชาวบ้านจะเป็นอย่างไร พอดิฉันถามว่าจะทําอย่างไร เราต้องไปถามคนขาย คนขายก็หายไปจากเราตั้งนานแล้ว ตอนมาขายเราก็จะเอาใจเราแทบ จะอุ้มเลย แต่พอตอนเราจะขอเงินคืนหรือจะเวนเงินคืนอะไรก็แล้วแต่เราติดต่อผู้ขายประกัน ไม่ได้แล้ว ก็มีทางเดียวก็ติดต่อไปที่บริษัทประกันชีวิต ซึ่งบริษัทประกันชีวิตก็จะเปลี่ยน แล้ว บางบริษัทล้มหายตายจากไปก็เปลี่ยนเป็นบริษัทอื่นแล้วก็ค่อนข้างจะยากมาก คือสําหรับเรายังมีทางรู้ว่าเราจะจัดการอย่างไร แต่ชาวบ้านจะมานั่งคูนตัวเลขว่าเอาพันหนึ่ง เวนคืนได้เท่าไร มูลค่าสําเร็จเท่าไร ชาวบ้านจะไม่ได้เลย อันนี้ก็เป็นส่วนที่คุ้มครองผู้บริโภค จะต้องไปจัดการกับบริษัทที่ขายประกันนะคะ
ทีนี้ในส่วนของเอสเอ็มอีส์ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง เวลากู้เงิน ดิฉันบอกได้เลยในต่างจังหวัดทุกกรณี ธนาคารเดี๋ยวนี้ไม่ได้หมายถึงธนาคารเอสเอ็มอีส์นะคะ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารจะมีแผนกเอสเอ็มอีส์ เมื่อจะให้กู้เงินเขาจะต้องขอร้องให้ฝากเงิน ฝากเงิน เช่น กู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ฝาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฝาก ๕๐,๐๐๐ บาท ทีนี้คนที่จะกู้ เขาก็ไม่มีเงินที่จะฝาก แต่จําเป็นต้องฝาก เพราะว่าถ้าไม่ฝากการให้กู้ การให้สินเชื่อก็จะช้า หรืออาจจะไม่พิจารณาเลย อันนี้ก็น่าจะออกเป็นกฎหมายเลยนะคะว่าธนาคารไม่มีสิทธิที่จะ บังคับให้ผู้ขอสินเชื่อทําประกัน ทําประกันเป็นสิ่งที่ดีเป็นการออมเงิน แต่ว่าในเมื่อเขาไม่มี ที่จะออมแล้วก็แลกกันด้วยการขอสินเชื่อ ดิฉันคิดว่าไม่ควรอย่างยิ่งแล้วก็ควรจะต้องเป็น กฎห้ามเลย อันนี้น่าเห็นใจเอสเอ็มอีส์ในต่างจังหวัดมากนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการทวงหนี้ ถ้าท่านดูทีวีเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง มีเด็กผู้หญิงสาวคนหนึ่งซื้อรถไฟแนนซ์ (Finance) มาแล้วน่าจะไม่ได้ส่งประมาณ ๖ เดือนก็มี บริษัทไฟแนนซ์ตามทวงหนี้แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ก็กลัว ก็มีบริษัททวงหนี้เกาะรถตามไปเรื่อย ๆ เกาะตามไปไกลจนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนนี้ขับไปชนใครสักคนหนึ่งนะคะ ดิฉันก็งงว่าวิธีทวงหนี้ ของไฟแนนซ์ทํากันอย่างนี้หรือ ซึ่งมีความรู้สึกว่านี่ไฟแนนซ์ที่เปิดเผย แล้วพวกมาเฟียใต้ดิน เวลาทวงหนี้เขายิ่งทวงขนาดนี้ แต่ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะคะ ในโซเชียล (Social) กลับไปด่า เด็กที่เขาไม่จ่ายเงิน ๖ เดือน แทนที่จะไปด่าคนทวงหนี้ที่กระทําการอุกอาจในการทวงกลับ ไม่ว่าเขา กลับไปโจมตีเด็กคนนี้ว่าเป็นหนี้แล้วไม่จ่ายเอง ซึ่งดิฉันคิดว่าคุ้มครองผู้บริโภค ควรจะไปพิทักษ์สิทธิของเด็กผู้หญิงคนนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ค่ะ
เรียนท่านประธาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี สปช. ลําดับที่ ๐๑๓ จากจังหวัดยะลา ขอสนับสนุน ทางด้านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะว่ารถต้องกินน้ํามัน คนต้องกินอาหาร ดังนั้นการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราที่จะมีสุขภาพที่ดีแล้วก็อยู่อย่างยั่งยืน มั่นคง แล้วก็มั่งคั่ง แล้วก็ประสบความสําเร็จในชีวิต จะไม่มีโรคภัย ดังนั้นดิฉันจะพูดประเด็น เกษตรอินทรีย์นะคะ เกษตรอินทรีย์ก็ถือว่าเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านอาหารให้ปลอดภัย ปัจจุบันอยากจะฝากถึงรัฐบาล แล้วก็รัฐบาลที่ผ่านมามีการสนับสนุนเกษตรโดยที่เปิดโอกาส ให้มีสารเคมีมาจากต่างประเทศ เรากินอาหารทุกวันไม่ว่าผักเอย อาหารเอย ก็เราต้องบริโภค แต่เราจะมีปลอดสารพิษหรือไม่ ดังนั้นอยากให้รัฐบาล ทําไมรัฐไม่ควบคุมสารเคมีที่มา จากต่างประเทศมาประเทศไทย แล้วในประเทศทําไมร้านอาหารยังมีอาหารที่ขายมีสารเคมี ดังนั้นขอเสนอให้มีการควบคุมร้านอาหารอย่างจริงจังและจริงใจและสืบตลอดไป
๒. มีการตรวจร้านอาหาร อย่าเอาผักชีโรยหน้า ต้องดูแลผู้บริโภค ให้ดูแล ตั้งแต่บ้าน ตําบล อําเภอ ชุมชน น่าจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับตําบลด้วย เพราะเราจะได้มีสุขภาพที่ดี โรคทุกอย่างมาจากการกิน เป็นเบาหวานเอย ความดันเอย ทุกอย่างสารพัดโรคเลย ดังนั้นมีความจําเป็นฝากด้วยนะคะ ตามหลักของศาสนาอิสลาม อาหารที่จะกินทําไมต้องมีตราฮาลาล (Halal) ฮาลาลหมายถึงได้รับอนุญาตจากตามคัมภีร์ อัลกุรอาน รัฐธรรมนูญของอิสลาม ศาสนาอิสลามได้บัญญัติไว้ ศาสนาอิสลามได้บัญญัติว่า ถ้าจะกินเข้าไปในกระเพาะ เส้นเลือดเพื่อบํารุงตั้งแต่ปลายเท้า จะต้องมีตราฮาลาลเพราะว่า มีคุณสมบัติส่วนผสมต้องไม่มีสารปะปนคลุกเคล้า และส่วนประกอบที่ศาสนาฮาลาล การที่ศาสนาฮาลาลมันก็ต้องมีอัตลักษณ์แล้วก็เหตุผลหรือกําหนดว่าสกปรกอย่างไร ดังนั้นการที่มีตราฮาลาลของศาสนาอิสลาม จะเป็นการดูแลตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ต้นน้ําก็คือผู้ผลิต ผู้บริโภค กลางน้ําก็คือการแปรรูป ปลายน้ําผู้บริโภคจะมีสุขภาพที่ดี ถูกหลักศาสนาหรือจะมีโรคตามมา ก็คือเจ็บป่วยอนามัยโรงพยาบาลต่อไป ระบบฮาลาล ในศาสนาอิสลามก็ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามด้วยนะคะ แล้วก็ถูกต้อง ถูกอนามัย เน้นประโยชน์ผู้บริโภค ทุกศาสนาทานได้ อย่างเช่น ท่าน สปช. คนหนึ่งที่รับผิดชอบก็คือ ท่านดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ได้เป็นประธานเกี่ยวกับฮาลาลของประเทศไทย ดังนั้นฝากถึง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ทางคณะกรรมการอิสลามของจังหวัดด้วย มีส่วนที่ดูแลไม่ใช่กินเพื่อปาก กินเพื่ออยาก กินเพื่อให้ดูแลตัวเองให้อยู่ดีกินดี แล้วก็อยู่แบบ มีความสุขแล้วก็ปราศจากโรคภัย แล้วก็อื่น ๆ เกี่ยวกับบริโภค เกี่ยวกับที่ทาง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ล้มไปเยอะ ก็คือมีแชร์ (Share) อะไรนี้ ยกตัวอย่างของต่างประเทศเห็นไหม การมีแชร์ลูกโซ่หรือว่าอะไร ยกตัวอย่างไอ้หมุ่ยทําไมเขาอยู่แบบปกติ บริษัทบางบริษัทอยู่ภาคใต้ เป็นหนี้สินอยากจะปลดหนี้ไปเล่นผู้บริโภค ทางนี้ไม่มี สคบ. ล้มกันระนาบไปเลย ยิ่งจน ยิ่งเป็นหนี้ ดังนั้นฝากถึงท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช ช้างใหญ่นะครับ วันนี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ นําเสนอวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การคุ้มครองผู้บริโภค ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการก็ได้เสนอ สาระสําคัญเพื่อการปฏิรูปมาตามเอกสาร แต่สิ่งที่ผมให้ความสนใจก็เป็นเรื่องของสภาพ ปัญหาที่คณะกรรมาธิการได้กล่าวถึงการขาดระบบเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคที่มี ประสิทธิภาพ ซึ่งก็ได้สะท้อนถึงหน้าที่ของรัฐที่มุ่งในเรื่องของการป้องกันและการปราบปราม แต่ว่าไม่ได้ให้ความสําคัญต่อการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการก็ได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์ไว้หลายกรอบยุทธศาสตร์ แต่ในกรอบ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พูดถึงเรื่องการชดเชยความเสียหายและระบบการร้องเรียน ร้องทุกข์ โดยมีระบบ และกลไกในการปฏิรูป พูดถึงสิทธิของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองผู้บริโภค ได้กําหนดสิทธิเอาไว้ประการหนึ่ง นั่นคือสิทธิในการที่จะได้รับการเยียวยาชดเชยความเสียหาย ผู้บริโภคไม่มีใครที่จะรอดพ้นจากการต้องกิน ต้องใช้ ต้องอยู่ไปได้เลย ความเสียหายเกิดขึ้น จากสินค้าที่ไปซื้อหามาใช้แล้วเกิดปัญหา ความเป็นธรรมของผู้บริโภคในการที่จะได้รับสิทธิ ในการเยียวยาชดเชย หลังจากเงินได้สูญเสียไปแล้ว แต่ไม่สามารถใช้สินค้าผลิตภัณฑ์ นั้น ๆ ได้เหมือนผู้อื่น ปัญหานี้จะทําอย่างไร
อีกประการหนึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกาย สุขภาพ อนามัยและ กระทบไปถึงจิตใจด้วย นั่นคือการได้รับการบริการทางการแพทย์ และการสาธารณสุข ปรากฏเป็นข่าวอยู่โดยตลอด ที่มีการรักษาพยาบาลจากแพทย์ แล้วเกิดเหตุที่คนไข้ ได้รับอันตราย ก็เกิดข้อขัดแย้งกันว่าเป็นความรับผิดของแพทย์ผู้นั้นหรือเป็นเพราะคนไข้ หรือเป็นเพราะใคร หรือจะโทษอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ อันนี้เป็นข้อขัดแย้ง แล้วผมก็รับทราบเหมือนกับท่านทั้งหลายว่าแพทย์ไม่สบายใจ แพทย์บอกว่าได้พยายามที่จะ ตรวจโรคแล้วก็พยายามที่จะรักษาโรคให้ดีที่สุด แต่มันเกิดเหตุขึ้น เมื่อมีการเรียกร้องหา ความเป็นธรรมด้วยการดําเนินคดีอาญากับแพทย์ผู้นั้น ก็มีผลกระทบไปหมด ความเป็นธรรม ของแพทย์ก็ดี ความเป็นธรรมของคนไข้ที่หวังมาพึ่งหมอในฐานะเป็นผู้บริโภคได้รับอันตราย บางทีตายทั้งแม่ทั้งลูก รักษาไปแล้วผิดพลาด ต้องพิการไปตลอดชีวิต ผมคิดว่าผู้บริโภค จะต้องได้รับการดูแลจากผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์เป็นหลัก แล้วแพทย์ก็มีจริยธรรมกันอยู่ เพราะฉะนั้นความเยียวยาผมก็อยากจะให้วงการแพทย์ซึ่งมีแพทยสภาหรือจะมีการออก กฎหมาย สร้างกลไกในการที่จะไกล่เกลี่ยทําความเข้าใจกันแล้วก็ชดเชยความเสียหายเป็นที่ พอใจ แล้วก็จะได้จบกันไป ไม่ควรปล่อยให้ผู้บริโภคไปต่อสู้กันตามลําพังเพื่อหา ความยุติธรรมในชั้นศาลนะครับ ผมก็ฝากประเด็นจากใจแล้วก็อาจจะพูดแทนผู้บริโภค โดยทั่วไปที่กําลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ว่าราชการประชา เตรัตน์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวาระสําคัญเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวเนื่องกับ การปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ผมได้มีโอกาสไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ในหลายระดับ ทั้งระดับจังหวัด รวมถึงในช่วง ๑๒ เวทีที่กําลังดําเนินการ แต่ละเวทีนั้นมีคน ไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ คน ส่วนหนึ่งที่พี่น้องประชาชนสะท้อนความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวมาก อันที่ ๑ คือการแข่งขันทางการค้า การแข่งขันทางการค้านี่โดยทั่วโลกเขาจะคุ้มครองพี่น้อง ประชาชนคนที่ทําการค้าอยู่แล้วที่มีอยู่ในเมืองหรือซิตี (City) จะไม่ปล่อยให้คนที่มีอํานาจ เหนือตลาดที่จะมาแข่งขันกับพี่น้องประชาชนที่เรียกว่าโชห่วยรายย่อย ซึ่งขณะนี้ย่อยยับไป ทั่วทุกมุมเมืองที่ในเขตเมืองทั้งหลาย พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๔๒ ถามว่า มีไหม มี แต่มันเวิร์ค (Work) ไหมครับ ยืนยันว่าใช้ไม่ได้เลย ต้องรีบปรับปรุงโดยด่วน เราทําไมไม่มีกําหนดว่าจะให้เปิดร้านสะดวกซื้อทั้งหลายนี่ไม่ใช่คิดจะเปิดก็เปิด พอเซเว่นเปิดได้ บิ๊กซีก็เปิดบ้าง เทสโก้ก็เปิดบ้าง ซึ่งอย่างนี้มันทําให้คนค้ารายย่อยในพื้นที่มีแต่เฉาตายกับตายไป แล้วถ้าคนระดับคนยากคนจนที่ทําการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังถูกรังแกแบบนี้ เมื่อเขา ไม่มีอาชีพ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมามากมาย สิ่งเหล่านี้กฎหมายแข่งขันทางการค้าต้องรีบ ปรับปรุงโดยด่วน จะต้องมีข้อมูลสําคัญที่ชัดเจนในซิตีนั้นจะต้องไม่ให้มีเกิดขึ้นได้ ในเมือง ในเขตเทศบาลพูดตรง ๆ สมัยผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นผมใช้คําสั่งทางการปกครองนะ จริง ๆ รอกฎหมายจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ออกตั้งนาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ออกไม่ได้ ถ้าคุณจะเปิดโมเดิร์น เทรด (Modern trade) หรือตลาดก็ไปเปิดในพื้นที่ชนบท ที่ยากจนนี่ควรจะต้องทําอย่างนั้น เป็นการกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่ชนบทได้ แต่ว่า เนื่องจากกฎหมายเราไม่มีบังคับ เขาก็ต้องทําในสิ่งที่มันเจริญอย่างนี้เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ ควรจะต้องทําเร่งด่วน เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วปัญหาความเดือดร้อนของคนยากคนจน ที่ทําการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ จะเกิดขึ้นมากมาย แล้วที่เปิดไปแล้วนี่ถ้าจําเป็นนะครับ โมเดิร์น เทรดที่เปิดไปแล้วนี่ก็ต้องมีกฎหมายบังคับ จะต้องบังคับให้มีสินค้าของชุมชนไปวางในตลาด อย่างน้อย ๓๐ หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ในห้างนั้นหรือในร้านนั้น แล้ววิสาหกิจชุมชนก็ดี หรือว่า โอทอป (OTOP) ในพื้นที่ชาวบ้านคนยากคนจนทํามานี่มันก็ไม่มีตลาด ก็ต้องบังคับครับ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วไม่รู้จะทําอย่างไรก็กฎหมายที่ปฏิรูปใหม่ก็ต้องบังคับ ต้องมีสินค้าชุมชน อย่างน้อยไปวางครับ ให้เขามีโอกาสได้ทํามาค้าขาย แล้วก็รายใหญ่ทั้งหลายก็ฮุบรวบยอด ตลาดหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างมาก
ประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคเช่นเดียวกัน สิ่งสําคัญที่สุดคืออาหารการกิน เราต้องมีมาตรการป้องกัน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกฎหมายนี่มีแต่ปี ๒๕๒๒ แล้ว มันก็ล้าสมัย คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอยู่ทุกจังหวัด ทํางานกันขนาดไหน การตรวจสอบเรื่องอาหารการกินเป็นส่วนสําคัญมากที่สุดเพราะว่าถ้าพี่น้องประชาชนไม่เจ็บไม่ป่วย เนื่องจากสุขภาพดีแล้วนี่มันจะลดต้นทุนของทั้งโรงพยาบาล ลดต้นทุนทั้งการรักษาพยาบาล ของพี่น้องประชาชนเยอะแยะมากมาย แล้วต้องมีมาตรการลงโทษกระทําความผิดของผู้ที่ ฉกฉวยเอาเปรียบ กุ้ง หอย ปู ปลา แช่ฟอร์มาลินอย่างนี้ ผักสดแช่ฟอร์มาลินพวกนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งสิ้น ถามว่าตรวจสอบได้ไหม ตรวจสอบได้ คณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด ระดับอําเภอนี่ทําได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายต้องปรับปรุงเรื่องนี้ ให้มีมาตรการในการบังคับใช้อย่างเข้มงวดกวดขัน แล้วก็ต้องลงโทษ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอยู่ ในพื้นที่รับผิดชอบ ถ้าปล่อยให้มีสินค้าประเภทอันตรายให้ประชาชนอยู่นี่มันก็ต้อง ผู้รับผิดชอบต้องได้รับโทษ ทั้งผู้ปฏิบัติงาน ทั้งบริษัทผู้ขาย ทั้งผู้ประกอบการจะต้อง รับผิดชอบต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เสียหายเกิดขึ้นก็เฉย ผู้ประกอบการก็ไม่มีผลอะไร เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายเป็นส่วนสําคัญ เพราะฉะนั้นจะปรับปรุงอะไรก็แล้ว ขอความกรุณาปรับปรุงกฎหมายการบังคับใช้ให้มีผลบังคับแล้วผู้ปฏิบัติงานคือข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าไม่ดําเนินการตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ก็ควรต้องได้รับโทษรับทัณฑ์ อย่างเต็มที่ ก็ขอให้ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เร่งรัดทําเรื่อง ๒ สิ่งเหล่านี้ ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อแผ่นดินมหาศาล ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ อีก ๕ ท่านถัดไปนะคะ มีท่าน พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านอําพล จินดาวัฒนะ ท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ท่านคณิศร ขุริรัง และท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ครับ กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้นําเสนอแนวคิดในเรื่องของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็มีความเห็นสอดคล้องกับท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านนะครับ ที่ได้ให้การสนับสนุนกับ เรื่องของการนําเสนอต่าง ๆ โดยเฉพาอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดให้มีองค์กรอิสระนะครับ แต่ก่อนที่ผมจะเรียนชี้แจงถึงเรื่องเหล่านั้น ผมก็ขอให้ความเห็นในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า ประเทศไทยได้พัฒนาถึงระดับหนึ่ง ซึ่งในอดีตเรามักจะไปส่งเสริมผู้ลงทุน คุ้มครองนักลงทุน คุ้มครองผู้ลงทุน แต่ว่ามาบัดนี้ในเรื่องของการบริโภคก็ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสําคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถือได้ว่าเป็นตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาตัวแปรต่าง ๆ ของจีดีพี (GDP) เพราะฉะนั้นการที่เราให้ความสนใจแล้วก็ดูแลในเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับ สภาวการณ์ของประเทศ ขณะเดียวกันเราก็มีประชาชนที่ต้องได้รับการดูแลไม่เฉพาะ แต่คนไทยเท่านั้น ๖๕ ล้านคน เรามีคนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปีหนึ่ง ๆ ไม่ต่ํากว่า ๒๕ ล้านคน ซึ่งก็เป็นผู้บริโภคเช่นกัน เพราะฉะนั้นบทบาทหน้าที่ของ การคุ้มครองผู้บริโภคจึงครอบคลุมผู้คนจํานวนมากด้วยกัน ขณะเดียวกันแล้วก็ได้เห็น สภาวการณ์ของประเทศที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เกิดขึ้นมากมายด้วยกัน และผู้ประกอบการ รายใหญ่ก็อาจจะมีอํานาจเหนือตลาด อาจจะมีอํานาจเข้าไปอยู่ในระบบการเมือง เข้าไปเป็นบุคคล ที่มีอํานาจในกระทรวงพาณิชย์เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรื่องของการปฏิรูปและดูแลระบบ ให้มีความสามารถที่จะทําหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง กระผมจึงเห็นด้วยครับ ที่คงต้องมีการปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแยกออกจากระบบราชการ ณ เวลานี้ สํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคและองค์กรอื่น ๆ ยังสังกัดกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเราก็ทราบดีครับว่า ระบบราชการมีข้อจํากัดและอาจจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองได้ เพราะฉะนั้นจึงสมควรที่จะต้องพิจารณาแยกงานคุ้มครองผู้บริโภคออกจากระบบการเมือง ให้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามที่มีท่านกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่องของการดูแลให้มี การป้องกันการผูกขาดด้วย ดูแลเรื่องของการแข่งขันทางการค้าด้วย ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ เพราะว่าเรื่องของการบริโภคกับเรื่องของการตลาด เรื่องของตลาดเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นถ้าหากจะมีการตั้งเป็นองค์กรอิสระขึ้นมาเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ก็ควรต้อง ดูแลงานทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคและงานในเรื่องของการป้องกันการผูกขาด จะได้ดูแล ผู้บริโภคและป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามามีอิทธิภาพครอบงําจนเกินไป ซึ่งรายละเอียดกระผมคงไม่ลงไปในสิ่งเหล่านี้ แต่ว่าอยากจะขอเพิ่มเติมประเด็นย่อย ๆ อีก สัก ๒-๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของข้อมูล กระผมได้เห็นตัวอย่างของประเทศอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการให้ข้อมูลกับผู้บริโภคโดยสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภค มีการ เปรียบเทียบสินค้าประเภทเดียวกัน เช่นรถยนต์ประเภทเดียวกันจากหลาย ๆ ยี่ห้อ หลาย ๆ บริษัทว่าแต่ละคันมีสมรรถภาพอย่างไร เพื่อที่จะให้ผู้บริโภคได้เห็นข้อมูลจากองค์กรกลาง แทนที่จะรับข้อมูลจากผู้ประกอบการฝ่ายเดียว ซึ่งแน่นอนเขาก็จะให้ข้อมูลที่อาจจะบิดเบือน และสร้างความเข้าใจผิดได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะส่งเสริมให้สํานักงานที่จะตั้งใหม่นี้ได้มี บทบาทในการให้ข้อมูลเปรียบเทียบสินค้ามาตรฐานต่าง ๆ ที่สํานักงานอาจจะตั้งขึ้นมา อาจจะมีการให้ดาว อาจจะมีการให้คะแนนว่าแต่ละสินค้าเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนสินค้า ที่มีคุณภาพด้อยกว่าไม่จําเป็นว่าจะต้องอยู่ในตลาดไม่ได้เสมอไป เพราะหมายถึงว่าต้นทุน หรือราคาอาจจะต่ํากว่าก็ได้ อันนี้เป็นประการหนึ่ง
อีกประการที่อยากจะเห็นบทบาทของสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ทําให้ มากขึ้น ก็คือเรื่องของการที่ผู้บริโภคทุกวันนี้ถูกจับให้เซ็นสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ผลิต หรือผู้ให้บริการมักจะจับให้เราเซ็น โดยที่เราไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะเวลาไม่มี หรือว่าหนังสือก็ตัวเล็กจนเกินไป อ่านไม่ออก ก็อยากจะให้สํานักงานแห่งนี้ได้มีบทบาท ในการดูแลให้สัญญาเหล่านี้ได้มีมาตรฐานเป็นสัญญามาตรฐาน หรือมีการตรวจสอบ โดยสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญคุณหมออําพล จินดาวัฒนะ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ วันนี้จอชัดนะครับท่านประธาน ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
เรื่องแรก ก็คงต้องขอชื่นชมกรรมาธิการที่ได้นําเสนอรายงานเรื่อง การคุ้มครองผู้บริโภค กรรมาธิการชุดนี้ท่านขยันจริง ๆ ขอชื่นชมด้วยความจริงใจท่านทํางาน ทั้งในสภา พัฒนาข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป แล้วก็ทํางานเชื่อมโยงเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ ทํางานขยันขันแข็งโดยตลอด ถ้าเราติดตามข่าว แล้วก็การทํางาน เพราะเนื่องจากว่า งานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทํางานกับคนทั้งสังคมทุกภาคส่วน ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า เป็นการเดินทางที่ถูกทางอย่างยิ่งครับ รายงานฉบับนี้ถ้าพี่น้องเพื่อนสมาชิกสังเกตก็จะเป็น รายงานที่ไม่ยาวเลยนะครับ แต่ก็เต็มไปด้วยเนื้อหาและมีความชัดเจนว่าในยุคถัดจากนี้ไป ในระยะที่ ๒ จะต้องมีการบ้านอีกหลายข้อที่จะต้องทํา ผมอยากจะกราบเรียนเป็นการเพิ่มเติม แล้วก็ช่วยกันคิดช่วยกันอ่าน ๒-๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือการขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นการปฏิรูปที่สําคัญ เป็นการปรับ ดุลอํานาจ ๓ ฝ่าย ถ้าดูจากเอกสารในเพาเวอร์พอยท์ที่ ๔ ของกรรมาธิการจะเห็นชัดเจน นะครับ ท่านมีวงกลม ๓ วงซ้อนกัน ผู้บริโภค รัฐ และผู้ประกอบการ ในอดีตที่ผ่านมาช้านาน นั้น ๓ วงนี้ไม่สมดุลครับ รัฐและผู้ประกอบการเป็นวงใหญ่ ผู้บริโภคเป็นวงเล็ก ท่านสมาชิก หลายท่านที่พูดไปแล้วชัดเจนมากว่าผู้บริโภคได้รับผลกระทบเยอะแยะมากมาย เพราะว่า อํานาจไม่สมดุล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านได้เสนอแนะต่อการปฏิรูปชัดเจนว่าเป็นการทําให้ ดุลอํานาจทั้ง ๓ นี้สมดุล
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนต่อไปคือว่า ผมก็ไปดูกรอบความคิดรวบยอด ที่อยู่ในเอกสารหน้า ๑๓ อันนี้ก็ดีมากนะครับ ท่านได้เขียนกรอบความคิดไว้มีอยู่ ๔ มุม ด้วยกัน ส่วนใหญ่เราก็จะเรียกว่า ๔ เสาหลักนะครับ ตรงกลางผมอาจจะขออนุญาต เรียนเสนอว่า ตรงกลางเป้าประสงค์คงไม่ใช่เป็นเรื่องของระบบที่เข้มแข็งครับ เป้าสุดท้าย ผลสัมฤทธิ์ที่ท่านเขียนไว้ น่าจะไปถึงผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างมีมาตรฐาน แล้วก็ยุติธรรม เป็นธรรมและเสมอกัน น่าจะเป็นเป้าประสงค์สุดท้าย ส่วนตัวระบบที่เข้มแข็งนั้นเป็นตัว นําไปสู่เป้านั้น เพราะฉะนั้นผมลองเสนอว่าตรงกลางน่าจะปรับไปสู่เป้าประสงค์ ที่ไกลกว่านั้นสักนิดหนึ่ง สําหรับ ๔ มุม หรือ ๔ เสาหลักที่ท่านได้เขียนไว้ ผมได้ลองศึกษา แล้วก็ลองมองแล้วคิดว่าถ้าจะมีการปรับสักเล็กน้อย ซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ๔ ประการของท่าน ผมมองอย่างนี้ครับว่า เสาหลักที่ ๑ ผมคิดว่าน่าจะพูดเรื่องระบบที่ดีครับ เสาหลักที่ ๒ คือเรื่องเครื่องมือและกลไกที่ดี เสาหลักที่ ๓ คือเรื่ององค์กรของรัฐครับ และเสาหลักที่ ๔ คือองค์กรภาคพลเมือง มีอยู่แล้วทั้งหมดเลยที่ท่านว่าไว้ เพียงแต่ว่าผมมอง อีกด้านหนึ่งว่าถ้าการเขียนแบบนี้ไม่ทําให้รู้สึกว่าองค์กรภาคพลเมืองมาเป็นเบอร์แรก ก็จะได้รับแรงเสียดทานน้อยลงไหมครับ แต่มันยังมีครบถ้วนอยู่ ๔ ประการ
เสาหลักที่ ๑ คงจะต้องออกแบบระบบที่ดีที่สุดในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เน้นการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนนะครับ ที่ท่านเขียนไว้แล้วครับ ระบบความปลอดภัย สินค้า บริการ ระบบร้องเรียน ร้องทุกข์ ชดเชยต่าง ๆ น่าจะอยู่ในเสาหลักที่ ๑
เสาหลักที่ ๒ เรื่องเครื่องมือกลไกที่ดี น่าจะได้มีการศึกษากฎหมายจํานวน มากที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านได้รายงานไปแล้วว่ามันอยู่ในหลายกระทรวง หลายหน่วย หลายฉบับ เหมือนกับผมทําเรื่องสวัสดิการสังคมเราพบว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องถึง ๗๐ กว่าฉบับ คุ้มครองผู้บริโภคก็เช่นเดียวกัน ตรงนี้น่าจะศึกษาแล้วก็มาดูว่ากฎหมายใดต้องปรับปรุงแก้ไข สิทธิผู้บริโภคเป็นอย่างไร กลไกการเสริมพลังเป็นอย่างไร
เสาหลักที่ ๓ ก็ยังสําคัญมากคือองค์กรของรัฐครับ บทบาทหน้าที่เป็นอย่างไร มีอยู่แล้วกี่หน่วย จะทํางานบูรณาการกันอย่างไร จัดการอย่างไร อันนี้เป็นการอภิบาล โดยรัฐ อภิบาลแบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน ท่านพูดเนื้อหาไว้แล้วครับ แต่ผมคิดว่า ถ้ามาเขียนเอาไว้ก็จะชัดเจน ก็คือต้องมีการนําไปสู่การเสนอการปรับการทํางานที่มี บูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพครับ
เสาหลักที่ ๔ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ คือเรื่ององค์กรภาคพลเมือง เราได้ผ่านการ พิจารณาของ สปช. ไปแล้ว เราคงจะต้องเร่งรัดผลักดันให้เกิดโดยเร็ว บทบาทหน้าที่ การจัดการ ตรงนี้เป็นการอภิบาลโดยสังคม อภิบาลแบบมีส่วนร่วม ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ซึ่งอันนี้สําคัญนะครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้ว ผมลองเสนอตรงนี้เพื่อว่าถ้าจะปรับ มันอาจจะทําให้สิ่งที่ท่านมีอยู่แล้วมันจะเป็นหมวดเป็นหมู่และมีพลังมากขึ้นครับ หรืออย่างไร ก็สุดแล้วแต่ท่านกรรมาธิการได้พิจารณา
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอขยายประเด็นเรื่องขององค์กรภาคพลเมือง เป็นการพูดย้ําอีกครั้งหนึ่ง ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้แล้ว แล้วก็อาจจะมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ว่าทําไมภาคพลเมืองหรือกลไกคุ้มครองผู้บริโภคอิสระมีความสําคัญ ไม่ได้หมายความว่าจะไป ทดแทนการทํางานของรัฐ กลไกของรัฐ ระบบของรัฐยังต้องมีเหมือนเดิมและเข้มแข็งกว่าเดิม บูรณาการและทํางานให้ได้ดีกว่าเดิม แต่กลไกภาคพลเมืองนั้นจําเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผมเคย กราบเรียนว่ามีผู้รู้ได้แนะนําว่าเหมือนกับกีฬาฟุตบอลนั่นเอง มี ๓ ส่วนนะครับ ๑. ผู้เล่น ๒. กรรมการ ๓. ผู้จัดและผู้สนับสนุน แต่ส่วนที่ ๔ ที่ลืมไม่ได้เลยคือคนดูครับ ซึ่งก็คือผู้บริโภค ถ้าเราทําให้ ๓ ส่วนเข้มแข็งคือผู้จัด ผู้สนับสนุน กรรมการและผู้เล่นเข้มแข็ง ไม่พอครับ เพราะ ๓ ส่วนนี้ก็มีโอกาสโกงได้ มีโอกาสทําอะไรให้มันไม่เรียบร้อยได้ เราจําเป็นต้องสร้าง พลังอํานาจหรือศักยภาพของคนดูหรือผู้บริโภคให้มีความเข้มแข็งและเท่าทันเป็นปากเสียงได้ ซึ่งตรงนี้มีความชัดเจนนะครับว่ากรรมาธิการชุดนี้ได้มองความสําคัญของ ๔ ส่วนนี้เพื่อจะ ทําให้พลเมืองได้รับการติดอาวุธทางปัญญา มีสมรรถนะ มีความสามารถ มีพลังอํานาจที่จะ เข้ามาดูแลการคุ้มครองผู้บริโภคที่เรียกว่าอินฟอร์ม ซิติเซน (Informed citizen) นะครับ คือพลังพลเมืองที่รู้เท่ารู้ทันที่จะเข้ามาร่วมเป็นองคาพยพที่ ๔ ก็จะทําให้การคุ้มครองผู้บริโภค ในสังคมไทยมีความสมดุลในอํานาจ ๓ ประการที่ผมเรียนแล้วข้างต้นที่คณะกรรมาธิการ ได้นําเสนอไว้แล้ว ผมขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งสําหรับงานที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นําเสนอไว้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านใช้เวลาเกินนะคะ ต่อไปขอเชิญท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดนครพนม ลําดับที่ ๔๒ ผมมีโอกาสได้เดินทาง ไปร่วมสัมมนาและสังเกตการณ์กับท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่ จังหวัดหนองคายครับ ก็ได้เห็นการจัดงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน เราก็จะได้เห็นแววตาความกระตือรือร้นของพี่น้องประชาชนที่เขาลุกขึ้นมา เพื่อที่จะใช้สิทธิในการที่จะปกป้องตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องในการที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบ จากกลุ่มนายทุนที่ไร้ซึ่งความปราณีในการที่จะสร้างความร่ํารวยให้กับตัวเองไม่ว่าจะได้มา ในด้านใดก็ตาม เราจะได้เห็นบรรยากาศ แล้วก็ทําให้เห็นที่ผ่านมาว่าภาครัฐละเลย การคุ้มครองผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนโดยมีเครือข่ายที่ทํางานกันเป็น ลักษณะของจิตอาสา โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการท่านเองท่านก็ทํางานเรื่องนี้มานาน ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าถ้าปล่อยให้พี่น้องประชาชนแล้วก็องค์กรหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมา ต่อสู้กับกลุ่มทุนที่แสวงหาผลประโยชน์จากความอ่อนแอของ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือ กฎหมายของบ้านเรา มันก็คงไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ เพราะว่าอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาต่อสู้ เพื่อขัดขวางผลประโยชน์จากคนที่กระทําการหรือว่าทําธุรกิจโดยที่ไม่คิดถึงความเสียหายต่อ ประเทศชาติและประชาชน มันก็คงเป็นไปได้ยากครับ แต่วันนี้เราก็ได้เห็นรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ทําให้เรามั่นใจได้ว่าประชาชนพี่น้องตาดํา ๆ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารหรือที่ห่างไกลความเจริญจะได้รับการคุ้มครองอย่างมากขึ้น ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าการที่เราจะทําการคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วก็ประสบความสําเร็จได้ก็คงจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันตั้งแต่เรื่องของการป้องกัน และปราบปรามนะครับ ในการป้องกันมันคงทํางานในหน่วยงานของคุ้มครองผู้บริโภค อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีการร่วมมือโดยเฉพาะอย่างตอนนี้ในเขตจังหวัดชายแดนหลาย ๆ จังหวัดมีการเปิดด่าน เปิดสะพาน เราก็จะเริ่มตั้งแต่การนําเข้าด้วย ต้องดูในเรื่องของ ด่านศุลกากรในการที่จะควบคุมสินค้าที่จะเข้ามาตรงนั้น เราก็รู้ว่าด่านศุลกากรบ้านเรา มาตรฐานเราก็มีเหมือนทั่วไป แต่การขับเคลื่อน การทํางานเราก็เห็นว่ามันมีช่องโหว่ในเรื่อง ของผลประโยชน์เข้ามาทับซ้อนเยอะ การควบคุม การผลิตสินค้าก็เหมือนกันนะครับ เรื่องของการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็น อย. หรือว่าเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมก็คงจะทํางาน ร่วมกันในเรื่องของการป้องกัน ทําให้สินค้ามีมาตรฐานขึ้น ถ้าเราสามารถทํางานในเรื่องของ การป้องกันได้มากขึ้นนี้มันก็จะทําให้การทํางานในด้านของการปราบปรามก็จะลดน้อยลง
ในส่วนที่ ๒ นี้เป็นเรื่องของการติดตาม หลังจากที่สินค้าหรือว่าอาหารอะไร ต่าง ๆ ที่ผ่านการผลิตมาแล้ว การให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน การติดตามตรวจสอบ ช่องทางข่าวสารต่าง ๆ ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบก็คงจะต้องมี โดยเฉพาะในถิ่น ทุรกันดาร เราเองเรามีองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนอยู่ค่อนข้างเยอะ และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เราจะออกมาก็ให้โอกาสในสภาในส่วนของประชาชนเยอะ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจะเห็นว่าเรามี อสม. อยู่ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบลนะครับ เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะให้ เขาเป็นหน่วยงานที่จะช่วยกันในการที่จะประชาสัมพันธ์ในเรื่องของคุณภาพและ สินค้าที่แม้แต่เรื่องของการได้รับการละเมิดในเรื่องของการคุ้มครองก็ให้เขาได้รู้ว่าเขาจะต้อง ไปที่ไหน ประสานกับหน่วยงานใดนะครับ โดยเฉพาะทุกวันนี้วิทยุชุมชนนี้ผมบอกได้เลยว่า ต่างจังหวัดนี้ยาผีบอกนี้เยอะมากนะครับ ผมมีโอกาสได้ไปที่โรงพยาบาลไปนั่งดูผู้สูงอายุที่มี โรคอาการเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมาจากเบาหวาน ความดันโลหิต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่คุณหมอ จะถามคําถามแรกเลยกับผู้ป่วยผู้สูงอายุว่าทานยาสมุนไพรมาหรือเปล่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ดังนั้นผมคิดว่าแล้วเราก็นั่งดูว่ามันปล่อยให้เกิดการระบาดขึ้นมาอย่างนี้ได้ เพราะเป็นอาการ เดียวกันทั้งหมดนะครับ พอถึงอาการก็มีไตวายเฉียบพลัน มีความดันโลหิต ตรงนี้ก็คือมาจาก อาการนี้เดียวกัน เราก็ต้องการที่อยากจะใช้สื่อตรงนี้ระหว่างองค์กร หน่วยงานที่อยู่ตรงกลาง กับส่วนท้องถิ่นนี้ โดยใช้ อสม. หรือว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะ ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้นะครับ
สุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของการป้องปราม ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ไหมที่ว่า การทําธุรกิจที่ทําละเมิดผู้บริโภคนี้ เนื่องจากว่ามันมีผลประโยชน์ค่อนข้างสูงและมีรายได้เยอะ มีกําไรมหาศาล แต่บทลงโทษนี้ผมดูว่ามันมีค่อนข้างจะอ่อน ดังนั้นมันทําให้ผู้ประกอบการ ที่ไร้จิตสํานึกที่เขาจะมองช่องทางว่าถ้าลงโทษอย่างนี้ บางทีเราเห็นว่าการละเมิดเขาในเรื่อง ผู้บริโภคบางทีมีผลกําไรประกอบการเป็นพันล้านบาท แต่ว่าการปรับยังอยู่หลักเกณฑ์ ที่หลักแสนบาท แล้วก็ไม่มีคดีอาญาที่หนักอะไรอย่างนี้ มันทําให้เขายอมที่จะแลกเพื่อที่จะให้ได้มา ซึ่งรายได้ซึ่งมันไร้ซึ่งมนุษยธรรมนี้นะครับ เราก็คิดว่าบทลงโทษถ้าเรามองดูว่าถ้าคุณจะใช้ การที่เราทํามาหากินบนความที่ไร้มนุษยธรรมด้วยกันแล้ว มันควรจะได้รับการลงโทษที่หนัก นะครับ
สุดท้ายก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับที่ไม่ว่าท่านทํางานทั้งในสภา และนอกสภา ที่ต่อสู้ แล้วก็ปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ที่ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้มาใกล้ในส่วนของภาครัฐ แล้วก็ในส่วนของสื่อสารต่าง ๆ ก็ขอบคุณ ท่านให้กําลังใจ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราอยากจะเห็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นรูปธรรม มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ขอเชิญท่านคณิศร ขุริรัง ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ผมต้องขอให้กําลังใจกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างน้อยท่านก็ได้นึกถึงพี่น้องประชาชน คนไทยที่อาศัยอยู่แผ่นดินของพวกเรา เพราะอะไรครับ เพราะในปัจจุบันสิ่งที่น่าห่วงใย สําหรับพี่น้องประชาชนคนไทยหรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนั้น ก็คือ การได้รับการบริโภคสินค้าที่ดีหรือปลอดภัยหรือไม่ ประการแรก
ประการที่ ๒ การได้รับบริโภคการบริการที่ดีและมีคุณภาพหรือไม่ ผมได้ไป สืบค้นความหมายของคําว่าบริโภคในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ความว่า หมายถึง กิน เสพ ใช้ ไม่ว่าจะเป็นใช้สิ้นเปลือง ใช้สอย จับจ่าย ส่วนคําว่า ผู้บริโภค หมายถึง ผู้หนึ่งผู้ใด ก็ตามที่จ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ เพื่อการอุปโภค บริโภค อันเป็นการสนองตอบ ความต้องการของตนเอง ทั้งนี้เป็นความต้องการทางด้านร่างกายรวมทั้งความพึงพอใจด้วย เพราะฉะนั้นการคุ้มครองผู้บริโภคจึงหมายถึงการปกป้องดูแลผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ความเป็นธรรมและประหยัดจากการบริโภคสินค้าและบริการ ในปัจจุบันมีการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ทําให้ผู้ผลิตแข่งขันผลิตและบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ก็พบว่า มีผู้ผลิตจํานวนไม่น้อยที่ไม่คํานึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ภาครัฐจึงต้องทําหน้าที่ดูแลและกํากับแก้ไข โดยมีจุดมุ่งหมาย ในการคุ้มครองผู้บริโภคดังนี้
๑. เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้เสียเปรียบผู้ผลิต
๒. เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา
๓. เพื่อควบคุมสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัยหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
๔. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตแสดงข้อคิดความเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นเป้าหมายและแนวทางเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคดังต่อไปนี้ครับ
ภาครัฐจะต้อง ๑. ให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย ความปลอดภัยในที่นี้ หมายถึงความปลอดภัยจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ที่มีผลต่อชีวิตและทรัพย์สินในการบริโภค สินค้าและบริการ เช่นมีการควบคุมการจําหน่ายสินค้า อาหารเจือปนสารพิษ ซึ่งปัจจุบันนี้ มีอยู่เป็นจํานวนมาก ยารักษาโรคที่หมดอายุและมีสารพิษ สเตียรอยด์ (Steroid) ท่านคงได้ยิน มาอย่างยาวนาน ตลอดจนของเล่นเครื่องใช้ที่ก่อให้เกิดอันตราย
๒. ภาครัฐจะต้องทําให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม ความเป็นธรรมในที่นี้ หมายถึงการที่ผู้ผลิตหรือผู้ขายจะต้องไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ในประการต่าง ๆ เช่น ปลอมปนคุณภาพ การโฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง การติดราคา ที่บิดเบือนจากราคาความเป็นจริง ตลอดจนการทํานิติกรรมต่าง ๆ ที่มีเจตนาหลอกลวง ผู้บริโภคให้หลงเชื่อและตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ
๓. จะต้องทําให้ผู้บริโภคได้รับความประหยัด ความประหยัดในที่นี้หมายถึง การส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อ สินค้าได้ในราคาประหยัดตามสภาพสินค้าและบริการอย่างเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริโภค รู้จักประหยัดโดยมีความระมัดระวังในการตัดสินใจที่เลือกซื้อสินค้าและการบริการอย่างมี เหตุผลในเชิงเศรษฐกิจ
ท่านประธานที่เคารพครับ หากแนวทางทั้ง ๓ ข้อ ดังที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง เป้าหมายและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศในแผ่นดิน ของเราจะต้องสําเร็จอย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคทุกท่านนะครับ ก็ให้กําลังใจครับ ในฐานะที่ท่านจะต้องต่อสู้กับผู้ทั้งมีอิทธิพล ผู้ทั้งมีฐานะเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพครับ ผมได้ดูการนําเสนอเพาเวอร์พอยท์ของท่านตั้งแต่หน้าแรก ในประเด็น ๖ ประเด็น นับตั้งแต่ประเด็นที่ ๑ ถึงประเด็นที่ ๖ ผมได้อ่านแล้วพิจารณา อย่างรอบคอบแล้วเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนเป็นผู้เสียเปรียบทั้งสิ้น ฉะนั้นผมถือว่า การที่ท่านได้ดําเนินการครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเด็นที่ ๒ ผู้บริโภคแน่นอนครับเป็นผู้ที่ขาดข้อมูลข่าวสาร ขาดการเข้าหาในสิ่งที่ตัวเองจะต้องการบริโภค เพื่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นที่ ๕ เป็นประเด็นที่ท่านต้องการที่จะเลิกระบบ ผูกขาดจากนักธุรกิจรายใหญ่ ทําอย่างไรครับ เราจะทําอย่างนี้ให้มันประสบผลสําเร็จได้ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผมคิดว่าท่านคงได้เคยเดินเข้าไปสู่เอาปัญหาง่าย ๆ เป็นปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ขณะนี้ร้านสะดวกซื้อแม้จะเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีชื่อเสียง และร้านสะดวกซื้อที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างล้นหลามในสังคมทุกมุมเมือง เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ต้องการ ๕ ส ต้องการความสะดวก ต้องการความสบาย ต้องการความสุข ต้องการความสมหวัง ต้องการความสําเร็จ ประชาชนทั่วไปก็ต้องการอย่างนั้นครับ ต้องการความสะดวก เข้าไปร้านสะดวกซื้อก็เพราะต้องการความสะดวกแต่เข้าไปแล้วเขาได้รับความเป็นธรรม หรือเปล่า สินค้าบางประเภทที่พี่น้องประชาชนจะต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นคน ค่อนข้างละเอียด ดูสินค้าว่าสินค้าประเภทเดียวกันจากร้านทั่วไปกับร้านโชห่วย ร้านทั่วไป นี่ ๑๐ บาท ร้านสะดวกซื้อ ๑๔ บาท ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคา อย่างนี้ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคคงได้เตรียมมาตรการแล้วว่าทําอย่างไร เราจะควบคุมราคาสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ ที่ประชาชนทุกชนชั้นที่เข้าไปร้านสะดวกซื้อ จะได้รับการบริโภคอย่างเป็นธรรม อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการทุกท่าน ได้ขจัดปัญหาพื้นฐานที่ประชาชนจะต้องเข้าไปเพื่อความสะดวก แล้วก็เข้าไปแล้วก็เหมือนกับ ผีตกป่าช้าครับก็ต้องซื้อออกมา นั่นคือลักษณะหนึ่งที่ผมอยากขอสนับสนุน
ประการที่ ๒ ประเด็นที่ ๕ ที่ผมยกเมื่อกี้เป็นประเด็นที่ทําอย่างไรจะควบคุม ธุรกิจรายใหญ่ที่ผูกขาดการค้าจนกระทั่งพี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าที่จะต้องทํามาหากิน ขายข้าวแกง ขายอะไรพวกนี้กลายเป็นอยู่ในร้านสะดวกซื้อไปหมดแล้ว ประชาชนขาดอาชีพ แล้วการขาดอาชีพ การขาดรายได้ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะตามมา ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนําเสนอ เพื่อให้เป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากที่ท่านคณะกรรมาธิการคิดดีอยู่แล้วสัก ๒-๓ ประการ
ประการที่ ๑ ทําอย่างไรครับประชาชนจะได้รับการบริโภคจากสินค้าที่มี มาตรฐาน ที่มีคุณภาพ ที่มีความเป็นธรรมอย่าให้ถึงกับต่างกันเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคา ทั่วไปในท้องตลาด
ประการที่ ๒ ทําอย่างไรจะมีการควบคุมธุรกิจรายใหญ่ มีกรอบให้ไหมครับว่า ธุรกิจรายใหญ่ท่านควรจะค้าอะไรได้เท่าไร แล้วทําอย่างไรจะไม่ให้ไปรบกวนอาชีพของพี่น้อง ประชาชนชาวรากหญ้าที่เขาจะต้องทํามาหากิน หาเช้ากินค่ํานะครับ ควรจะมีกรอบ มีขอบเขตให้ดําเนินการ ไม่ใช่ว่าทําอะไรก็ได้ คุณจะขายอะไรก็ได้ แม้แต่ไข่ต้มคุณก็ขาย อะไรอย่างนี้ มันทําให้พี่น้องประชาชนหมดโอกาสแล้วครับ
ประการที่ ๓ การบังคับใช้กฎหมายครับ ทุกวันนี้ที่สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ํา กันอยู่ทุกวันนี้เพราะการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่มีหน้าที่ในการใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้ามี การบังคับใช้กฎหมาย มีบทลงโทษที่เป็นมาตรฐาน ผมคิดว่านั่นคือการทําให้เกิดตัวอย่างที่ดี แล้วผมคิดว่าผู้บริโภคที่เป็นประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมตามที่ท่านกรรมาธิการมุ่งหวัง ทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปรายนามอีก ๔ ท่านสุดท้ายนะคะ ท่านวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่านชาลี เจริญสุข ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพร ลิ่มไทย แล้วก็ท่านอ่อนอุษา ลําเลียงพล ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นะครับ ผมขอพูดประเด็นเรื่องเยียวยา ผมคิดว่ามันเยียวยาอย่างเดียว ไม่พอนะครับท่านประธาน มันต้องป้องกันและเยียวยา ในต่างประเทศนี้เขาจะเน้นเรื่อง ป้องกันอย่างมาก การป้องกันก็คือเรากําหนดมาตรฐานสินค้า สมมุติว่าเรื่องอาหารแบบนี้ อาหารแบบนี้ที่เราเรียกว่า ฟูด เซฟตี (Food safety) อาหารที่ปลอดภัยมันจะต้องไม่มี อะไรบ้าง เช่น คุณจะใส่ผงกันบูดได้ไม่เกินเท่าไร ต่างประเทศจะมียิบเลยครับ ท่านประธานครับ ว่าสารเคมีอะไรควรจะมีได้เท่าไร เกินเท่าไร เกินเท่าไรนะครับ จริง ๆ เราก็มี อย. นะครับ แต่ อย. เราไม่ได้ไปกําหนดพวกสารเคมีว่าควรจะมีเท่าไร เท่าไร เรามักจะไปประกาศเป็น เรื่อง ๆ ถ้าเราไปดูของต่างประเทศท่านประธานครับ เขาจะมีรายละเอียดยิบเลยครับ เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเอาสินค้าเข้าไปขายในยุโรปนะท่านประธาน มันจึงต้องผ่าน กระบวนการที่เขาตรวจเลย ว่ามันผ่านฟูด เซฟตี เขาหรือเปล่า แล้วจึงเข้าไปขายได้ แล้วผมว่าเมืองไทยควรจะเน้นเรื่องนี้เพราะว่าต่อไปเราจะเข้าไปเป็นเออีซี (AEC) นะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกระบวนการกําหนดเอาไว้แล้วว่าถ้าเป็นเรื่องอาหารนั้น อาหารนี้ คุณจะมีสารเคมีโน้นได้ไม่เกินเท่านั้น อันนี้ไม่ได้เกินเท่านี้ แล้วเราก็ตรวจ เพราะฉะนั้นใครจะเอาเข้ามาขายในประเทศไทยก็ต้องโดนตรวจระบบเดียวกัน เหมือนยุโรป ตรวจเรานะครับท่านประธาน หรือเนื้อสัตว์นะครับ เขาจะกําหนดหมดเลยว่าการฆ่าสัตว์ กระบวนการคุณจะต้องมีกระบวนการอย่างไร คุณจึงจะเข้าข่ายที่เป็นอาหารที่ได้มาตรฐาน ที่ออกมาจําหน่ายได้นะครับ เพราะฉะนั้นในต่างประเทศเขาจะมีเรื่องพวกนี้ครบถ้วนนะครับ ท่านประธาน หรือสินค้า เหมือนกันครับสินค้าที่ปลอดภัย เขาจะบอกเลยว่าถ้าหากเป็น ของเด็กเล่นห้ามมีสีที่กินไม่ได้เขาจะมีชื่อสารเคมีหมดครับท่านประธาน แล้วอาจจะมีคม อย่างนั้น จะเป็นแบบโน้น แบบนี้ ไม่ได้ แล้วเมื่อมีมาตรฐานเซฟตี กูดส์ (Safety goods) หรือเราจะเรียก กูดส์ เซฟตี หรือฟูด เซฟตี สารพัดเซฟตีนี่นะครับท่านประธาน แล้วเขาก็จะ ตรวจครับ เมื่อตรวจแล้วสินค้าเข้าเกณฑ์มาตรฐานคุณก็ขายได้ ถ้าไม่เข้ามาตรฐานคุณต้อง เอาออกไป อันนี้ก็จะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคในเชิงป้องกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรา ไม่ต้องรอให้มันเกิดก่อนครับ เราก็ไปตรวจ ตรวจแล้วมันเข้าเกณฑ์ที่จะเป็นอันตรายก็เอาออก อันนี้มันจะเหมาะเรากําลังเป็นเออีซี เพราะฉะนั้นสินค้าอะไรที่จะเอาเข้ามาขายในประเทศไทย ก็จะต้องโดนตรวจอย่างเดียวกัน ซึ่งก็เป็นประโยชน์กับผู้ทําการค้าขายในเมืองไทยด้วยว่า คุณยกระดับทําตามนี้ ใครจะเข้ามาขายแข่งกับคุณก็ต้องมาตรฐานแบบนี้ เช่นเดียวกับที่เรา ไปยุโรป เพราะฉะนั้นผมอยากให้เน้นคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องการป้องกันครับ แล้วก็มีมาตรฐาน แล้วก็ไปตรวจ ไม่ได้มาตรฐานก็เอาไป จําหน่ายไม่ได้ เช่นเราบ่นอยู่นี่ครับท่านประธานว่า กุ้งมีอะไร แช่ฟอร์มาลิน เราก็กําหนดเลยครับว่าอาหารพวกนี้มีสารพวกนี้ไม่ได้ หรือมีได้ ไม่เกินเท่าไร แล้วก็ขยันตรวจ ตรวจเจอให้เอาทิ้งหมดครับ ตรวจเจอก็คือเป็นพิษ ทิ้งหมด มันก็จะเป็นการช่วยให้คนไทยได้กินอาหารที่ปลอดภัย ไม่ใช่กินจนมีเรื่องแล้วจึงมาเยียวยา แล้วเรื่องเยียวยาท่านประธานครับ ในต่างประเทศเขาไม่ได้ใช้หลักกฎหมายแบบเมืองไทย พิสูจน์เสียหายจริงเท่าไร ได้เท่านั้น ท่านประธานมันเหนื่อยครับ ที่จะไปพิสูจน์ว่าที่เรากิน อาหารพวกนี้เข้าไปมันเสียหายเท่าโน้นเท่านี้ ต่างประเทศเขากําหนดชัดว่าความเสียหาย ถึงกําหนดเป็นตัวเงินไม่ได้ ศาลกําหนดได้ แล้วยังบอกเลยให้เป็นการเชิงลงโทษกี่เท่า ตอนนี้ กฎหมายไทยที่ลงโทษในเชิงลงโทษก็จะมีเรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีเรื่องของคนพิการ อย่างคนพิการ ถ้าถูกเลือกปฏิบัตินะครับท่านประธาน เราเขียนไว้เลยครับ เรียกค่าเสียหายได้ไม่เกิน ๔ เท่าของความเสียหายที่แท้จริง อันนี้ครับ เพราะว่าโทษอาญารอลงอาญาคนไม่กลัวหรอกครับ ท่านประธาน ชนคนตาย ๙ คน โทษ ๒ ปี รอลงอาญา ๔ ปี เขาไม่กลัวหรอกครับ โทษอาญา มันรอลงอาญา แต่ทางแพ่งและเชิงลงโทษสําคัญครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากเอาไว้ด้วย หรือที่เราพูดกันร้านค้า ผมขอเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ที่เราพูดว่าร้านสะดวกซื้อ ถ้าเรา ต้องการคุ้มครองใครครับ ถ้าคุ้มครองผู้บริโภคมันก็ต้องให้ผู้บริโภคไปที่สะดวกซื้อได้ แต่ถ้า เราจะคุ้มครองคนขายผู้ประกอบการรายย่อย เราก็กําหนดโซนนิง (Zoning) ครับ ผมก็ชอบจังหวัดน่าน บอกคุณจะขายเซเว่น อีเลฟเวนก็ไปอยู่โน่นปั๊มน้ํามันในท้องถิ่น ไม่ต้องขาย มันต้องรู้สิครับว่าเรากําลังจะคุ้มครองใคร มันจะได้ทําให้ถูกจุด ถ้าจะคุ้มครอง ผู้ค้ารายย่อยก็กําหนดโซนนิง ถ้าจะคุ้มครองผู้บริโภคก็ต้องมาตรการป้องกัน
ท่านสรุปเลยค่ะ
หรือราคาแพงเกินไป ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน ขออภัยครับ ท่านประธานตําหนิหน่อยผมก็ไม่ว่าอะไรนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม นายชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา กราบเรียน ท่านประธานกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ รวมทั้งท่านสมาชิก เรื่องนี้ เรื่องสําคัญครับ วันนี้ได้ฟังจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายอาจจะดูว่าเป็นเรื่องที่หนักมาก สําหรับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะว่ามันจะไปปนกันหลายเรื่อง เรื่องของสิทธิการค้า เรื่องของการต่อต้านการค้าข้ามชาติ แต่จริง ๆ แล้วการคุ้มครองผู้บริโภค ในเนื้อหาสาระจริง ๆ แล้วก็คือเรื่องของการละเมิดสิทธิทําให้เกิดอันตรายจากสินค้า หรือการที่ไม่ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและไม่สมราคาตรงนี้จะเป็นเป้าหมายใหญ่ ผมต้องกราบเรียนว่า ถ้าเรามาจับประเด็นกันให้ถูกแล้วปูพื้นกันให้แน่นว่าประเทศไทย คณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคจะไม่ต้องเหนื่อยเลยครับ ถ้าหากประชาชนของเรามีเหตุผล คือหลักของการมีเหตุผลก็คือว่าเราจะไม่เป็นสังคมบริโภค บริโภคนิยม เพราะเราเป็นสังคม มานานแล้วครับ สังคมที่ชอบประชานิยมอย่างไรครับ คือชอบของถูก ของลดราคา แต่ไม่ได้ คํานึงถึงว่าคุณภาพแล้วก็ทําลายสุขภาพอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นแล้วเป้าหมายใหญ่ของการทําธุรกิจแบบนี้คือทุนนิยม เพราะทุนนิยมต้องการ อะไรครับ ต้องการเงินเยอะ ๆ แต่คุณภาพของสินค้าที่ออกมาไม่ได้ตามนั้น รวมทั้งเรื่องของ ปัจจัยพื้นฐานของเราที่ผมเองได้พูดคุยไปแล้วเรื่องหารือไปแล้วหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง น้ําประปาที่ไม่ได้คุณภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้เป็นข่าวใหญ่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ประชาชนร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านศูนย์ดํารงธรรม น้ําประปาเค็มครับ ถ้าเป็น ต่างประเทศจะทําอย่างไรครับ ถ้าเป็นต่างประเทศนี่การประปาต้องฟรีค่าน้ําประปาใช่ไหม เพราะถือว่าต้องรับผิดชอบ เพราะคุณปล่อยน้ําประปาเค็มมาอะไรเสียบ้างครับ ก๊อกก็เสีย รดน้ําต้นไม้ ต้นไม้ก็ตาย ผมว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ท่านสารี อ๋องสมหวัง ขออนุญาตนะครับ ต้องไปช่วยปฏิรูปกันอย่างหนักเลยครับ อันนี้คือการเรียกร้อง จริง ๆ ครับ เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคจริง ๆ ครับ ตรงประเด็นมากที่สุดแล้วในเวลานี้ ในวันนี้ ฉะนั้นจึงต้องเรียนว่าอยากจะให้ท่านประธานเน้นหนักไปในเรื่องของการปูพื้น ให้เยาวชน ให้คนในชาติของเราด้วยในเรื่องของการที่จะไม่หลงในเรื่องของสังคมบริโภค รู้จักแบ่งปัน ทําไมญี่ปุ่นเขาเกิดสึนามิแล้วเขาไม่ซื้อของไปตุนที่บ้านเพราะเขาแบ่งปันอย่างไร เพราะฉะนั้นเวลานี้เกิดการเขาเรียกว่าละเมิดสิทธิหลายอย่าง อย่างเช่นเวลาน้ํามันพืช ขาดตลาดขึ้นมาอย่างนี้ก็ซื้อไปตุนกันไว้เต็มเลย เอาไว้เต็มบ้านเลยแต่คนอื่นเขาก็เดือดร้อน เห็นไหมครับว่านี่สังคมเราไม่เป็นสังคมแบ่งปัน เป็นสังคมที่ไม่มีเหตุมีผลคืออะไรถูกหลอกง่าย มีโฆษณาชวนเชื่อมาก็เชื่อแล้ว โฆษณาไม่ว่าจะเป็นในเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกนั่งอยู่ข้าง ๆ ผม คุณจิรวัฒน์บอกว่ามีโฆษณาทางด้านไม่ว่าจะเป็นวิทยุชุมชนก็ดี หรือว่าในอินเทอร์เน็ตก็มีครับ เดี๋ยวก็เด้งมาหาผมแล้ว ไอ้โน้นดี ไอ้นี่ดี แล้วก็เยอะแยะไปหมดเลยครับ นี่ก็กลายเป็นว่า นอกจากเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็คือเรื่องของการละเมิดสิทธิ
สุดท้าย เหลือเวลาอีก ๔๕ วินาที องค์กรที่ผมต้องชื่นชมนะครับว่านอกจาก คุ้มครองผู้บริโภค ท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้ว ยังมีองค์กรทางภาคเอกชนเขาก็เน้น ในเรื่องของจรรยาบรรณ เรื่องธรรมาภิบาลก็คือไลออน (Lion) ไลออนเขาสอนเลยนะครับว่า จะต้องมีจรรยาบรรณในการทําการค้า อย่าเอาเปรียบ อย่าหลอกลวง ถ้าสังคมของเราเป็น แบบนี้รับรองเลยครับว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจะทํางานไม่หนักเท่า ทุกวันนี้ถ้ามีจรรยาบรรณ มีธรรมาภิบาล ในสังคมไทยเราก็จะได้อยู่กันอย่างมีความสุขด้วย สุขภาพดีด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ว่าราชการสยุมพร ลิ่มไทย ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย ครับ ผมขอสนับสนุนเรื่องการปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้านะครับ เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบมากต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่มันกระจายไปถึง ระดับตําบล หมู่บ้าน แล้วก็รากหญ้าของประเทศ นอกจากนั้นแล้วผมเรียนนะครับว่ามันจะมี ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ เมื่อวันที่ ๗ วันที่ ๘ ที่ผ่านมา ผมกับคณะอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้ไปดูสภาพพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ ที่อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับชาวกระเหรี่ยงที่นั่น โดยเฉพาะผู้นําชุมชนที่นั่น พบว่ามีการซื้อรถปิกอัพ (Pick up) หลายครอบครัว เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ถามว่าเอาเงินที่ไหนมาซื้อ เขาบอกว่าจากการทําไร่ข้าวโพด เขามีรายได้จากไร่ข้าวโพด ประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเศษ แล้วก็ต้องผ่อนส่งปีละประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท ต้องผ่อนอีกหลายปี เพราะฉะนั้นถามว่าเรื่องนี้มันไปเกี่ยวโยงกับอะไร มันไปเกี่ยวโยงกับการกําหนด ความต้องการของตลาดโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งผมไม่ขอเอ่ยชื่อเป็นที่ทราบกันดี เมื่อกําหนดความต้องการให้ต้องการตลาดข้าวโพด มันก็ทําให้เกษตรกรโดยเฉพาะพวกที่อยู่ ในพื้นที่ป่า พื้นที่เขตอนุรักษ์ต้องไปขยายพื้นที่ เพื่อที่จะเพิ่มผลผลิตเอาไปดาวน์รถ ไม่เช่นนั้น แล้วรถก็จะต้องถูกเรียกคืนไป อันนี้จะเห็นได้ว่ามันโยงไปถึงเรื่องของการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ อย่างที่เราเห็นในภาพว่ามีพื้นที่เขาหัวโล้นเกิดขึ้นมากมาย ที่อุทยานแห่งชาติขุนพะวอก็เช่นเดียวกันครับ ขณะนี้เริ่มมีพื้นที่ที่โล้นเป็นหย่อม ๆ ซึ่งผมคิดว่า ในระยะ ๔-๕ ปีข้างหน้าอาจจะกลายเป็นเขาหัวโล้นเหมือนกับในบางพื้นที่เช่นเดียวกัน อันนี้เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงมาก
ประเด็นที่ ๒ ผมขอเพิ่มเติมจากการที่มีการเปิดให้มีการค้าเสรีที่เกินจําเป็น คือนอกจากจะไปทําลายระบบร้านค้าเล็ก ๆ ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าของประชาชนในระดับ ตําบล หมู่บ้านแล้วนี้นะครับ อยากจะเรียนว่าในปัจจุบันมันจะมีธุรกิจหรือตลาดของชุมชน ที่เป็นตลาดชาวบ้านจริง ๆ อีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากร้านโชห่วย จะมีการจัดให้มีการ จําหน่ายสินค้าที่จําเป็นในรูปแบบที่เรียกว่า ตลาดสินค้าชุมชน ในพื้นที่ในระดับตําบล หมู่บ้านนี่นะครับ ชาวบ้านก็จะนําสินค้าจากการผลิตของตัวเองในระดับรากหญ้าไปจําหน่าย ในตลาดสินค้าชุมชน เป็นตลาดนัดบ้าง เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างบ้าง แล้วก็ในพื้นที่ตําบล หมู่บ้าน จํานวนมาก ชาวบ้านเขาไปรวมตัวกันทําเป็นธุรกิจเล็ก ๆ เรียกว่าธุรกิจชุมชน ตลาดสินค้า ชุมชน แล้วก็ธุรกิจชุมชนเหล่านี้ขายอะไร ขายแบบเดียวกับที่ร้านสะดวกซื้อขาย เพราะฉะนั้นในขณะนี้เรื่องของร้านสะดวกซื้อนอกจากจะไปทําลายร้านที่เรียกว่าโชห่วยแล้ว ผมเรียนว่าจะไปทําลายตลาดสินค้าชุมชน แล้วก็ธุรกิจชุมชน ที่เป็นของชาวบ้านของประชาชนแท้ ๆ อีกด้วย มันเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงครับ ฉะนั้นผมเรียนว่าอยากจะให้คณะกรรมาธิการ คุ้มครองผู้บริโภคขอให้ทําเรื่องนี้อย่างจริงจังที่ท่านได้ศึกษามาเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น แต่ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ และเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องต่อสู้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ มันเป็นสิ่งที่จะ แสดงจุดยืนของสภาปฏิรูปแห่งนี้ว่ากล้าไหมในการที่จะไปต่อสู้กลุ่มทุนที่มีทั้งอํานาจ มีอะไร ต่าง ๆ มากมายนะครับ ก็อยากขอให้กําลังใจคณะกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอ่อนอุษา ลําเลียงพล ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน อ่อนอุษา ลําเลียงพล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านสื่อสารมวลชน การปฏิรูประบบ การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ ของผู้คนหรือประชาชนทั้งประเทศเลยทีเดียวเพราะว่าเราทุกคนเป็นผู้บริโภคกันทั้งนั้น ดิฉัน ขอสนับสนุนรายงาน แล้วก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ขอเสนอแนะ สิ่งที่อาจจะเป็นประโยชน์ ดิฉันขออภิปรายเฉพาะในส่วนของงานโฆษณาที่ท่านประธานสารี ได้ชี้แจงในเบื้องต้น สื่อมวลชนกระทําผิดโฆษณาเป็นร้อยละ ๒๓.๒ ของการกระทําผิด ทั้งหมด ถึงแม้งานโฆษณาจะเป็นงานที่จําเป็นอย่างที่ทุกท่านทราบดีในการโปรโมท (Promote) สินค้าและบริการในตลาดที่มีการแข่งขันทุกแห่งในโลก เพราะว่าพี (P) ตัวที่เป็น โปรโมชัน (Promotion) หรือโฆษณาเป็นพีที่เป็นพีหลักในการตลาด สําหรับ ๔ พี ในการตลาดทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดีประเด็นที่สําคัญคือการทําโฆษณาที่ขาดความรับผิดชอบและขาดจริยธรรมที่มี อยู่มากมายในขณะนี้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการสื่อสารแบบที่เป็นออนไลน์แล้ว วันนี้อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ให้โทษกับผู้บริโภคเป็นอย่างมากมาย ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากที่สุด ในขณะนี้ ดิฉันในฐานะนายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยก็คงอยากจะเห็นจํานวน เปอร์เซ็นต์ ๒๓.๒ เปอร์เซ็นต์ลดลงจนถึง ๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ทําอย่างไรดีที่เราจะทําให้เกิด สิ่งนั้น ในหลักการทําโฆษณาที่ถูกต้องเราจะต้องมีคนเป็นศูนย์กลาง คนนะคะ ดิฉันเรียกว่า คน คือไม่ใช่ผู้บริโภค ในทฤษฎีการโฆษณาเราจะบอกว่าพีเพิล (People) ไม่ใช่แม้แต่คอนซูมเมอร์ (Consumer) เพราะอะไรคะ เพราะว่าจะต้องทําให้ถูกต้องทั้งในด้านกฎหมาย ในด้าน ศีลธรรม จริยธรรมและความเคารพต่อสิทธิของความเป็นผู้คนหรือพีเพิลนั่นเอง และสําคัญ ที่สุดก็คือความเป็นธรรมที่จะมีต่อพวกเขาในการซื้อหาสินค้าและบริการ โฆษณาที่แตกแถว ดิฉันขอใช้คํานี้ แล้วทําความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค ก็คือทํามาจากบริษัทโฆษณาหรือคนทํา โฆษณาที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพ ซึ่งสมาคมวิชาชีพจะมีโคด ออฟ เอธติค (Code of ethic) ที่จะต้องปฏิบัติตามและที่สําคัญที่สุดก็คือความเป็นธรรมต่อผู้คนและ ผู้บริโภค การทํางานแบบมีจริยธรรม พวกนี้ทํางานอย่างที่คิดถึงเงินแต่ฝ่ายเดียว แล้วก็พวก เถ้าแก่รายย่อยที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือสื่อรายย่อยที่เห็นแก่เงินมากกว่าความเดือดร้อนของ ประชาชนหรือของผู้คน เราจะเห็นโฆษณายาบํารุงเพศ ยาเสริมความงาม เครื่องสําอาง หน้าเด้ง หน้าขาว อกอึ๋มต่าง ๆ ซึ่งเป็นโฆษณาที่เกินจริงและมอมเมานอกเหนือจาก ที่ผู้บริโภคจะถูกเอาเปรียบอีกมากมายซึ่งกล่าวไม่หมดในที่นี้นะคะ
สําหรับสื่อที่อยู่ในสมาคมวิชาชีพก็จะยึดหลักการกํากับดูแลตนเองหรือ เซลฟ์ เรกกูเลชัน (Self regulation) โดยไม่เสี่ยงต่อการที่จะทําให้การทําโฆษณาแบบตีหัว เข้าบ้านที่ดิฉันกล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ดีอย่างที่คุณสารีได้กล่าวไว้แล้วก็คือเขาออกไปแล้ว เขาขายได้แล้ว เขาคุ้มแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ประเด็นที่สําคัญคือเราจะทําอย่างไรจะให้เกิด การสมดุลระหว่างผู้บริโภค รัฐแล้วก็ผู้ประกอบการ วันนี้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบอย่างมากมาย ตามที่เห็นข่าวและเรื่องร้องเรียนที่ไม่รู้จบ ทําอย่างไรพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง เขาจะต้องรู้เท่าทัน เขาจะต้องได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง ต้องได้รับความเป็นธรรม แล้วก็ ต้องมีภาคประชาชนที่ช่วยกันเองในฐานะที่เป็นผู้บริโภคเอง ส่วนของภาครัฐที่มีมากมายถึง ๒๐ หน่วยงานแล้วก็ ๑๐ กระทรวง แต่ทํางานรองรับจุดมุ่งหมายที่จะคุ้มครองผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิภาพได้หรือเปล่า ดิฉันขออนุญาตแชร์ประสบการณ์และความพยายาม ที่จะดูแลปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคที่สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ซึ่งดิฉันเป็น นายกสมาคมอยู่ และได้ทํางานร่วมกันกับภาครัฐอย่างแข็งขัน ๒ องค์กรก็คือ อย. แล้วก็ สคบ. ดิฉันขอเอ่ยถึง สคบ. ในฐานะที่มีจุดมุ่งหมายในการดูแลผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม สคบ. มีการร่วมมือกับสมาคมโฆษณามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ๒ อย่างที่เราทํางานร่วมกัน ที่สําคัญ ก็คือโครงการจับโฆษณาผิด ไม่ได้จับผิดโฆษณา เราทําการฝึกอบรมนิสิต นักศึกษา ในกรุงเทพฯ แล้วก็ทุก ๆ ภาคในประเทศเพื่อจะให้ความรู้เรื่องของการทําโฆษณา แบบไหนที่จะ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม แล้วให้วิเคราะห์ผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค อันนี้เป็นการส่งเสริม ให้ความรู้และส่งเสริมศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้ละเอียดด้วย
อีกส่วนหนึ่งคือการให้รางวัล สคบ. อะวอร์ด (Award) ก็คือร่วมมือกับสมาคม โฆษณามา ๑๔ ปีแล้วที่จะโปรโมทให้งานโฆษณาที่ดี ที่ให้ทัศนะคติที่ดีต่อผู้บริโภค เช่น โฆษณาไทยประกันชีวิตที่ได้รางวัลไป หรือโฆษณาทีเอ็มบี (TMB) หรือเอสซีจี (SCG) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานในส่วนของซีเอสอาร์ แล้วก็ไม่ใช่งานที่คิดจะขายโปรดัคท์ (Product) แต่อย่างเดียว อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันคิดว่าการให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมท ทัศนคติที่ดีมากกว่าการขายสินค้า แต่เท่านี้ก็คงไม่พอ คงจะต้องอาศัยการใช้สื่อให้เป็น ประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด อย่างที่ดิฉันเรียนก็คือถึงแม้เราจะมีองค์กรรัฐอยู่มากมาย แต่ก็ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถหรือเปล่าในด้านนโยบายบุคลากร แล้วก็ในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันขอให้กําลังใจแล้วก็ขอสนับสนุนข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนะคะ แล้วก็ขอให้ข้อเสนอต่าง ๆ นี้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเร็วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้นํานักกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และคณะนักกีฬาทีมชาติไทย จํานวน ๒๔ คน มาสังเกตการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอต้อนรับค่ะ
ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๙ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคได้อภิปรายครบแล้วค่ะ ต่อไปดิฉัน จะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบชี้แจงข้อซักถามค่ะ
พอดีจะขออนุญาตให้ ท่านทรงชัยตอบนิดหนึ่งก่อนที่ดิฉันจะพูดสรุปนิดเดียวค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญ ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูนในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก วันนี้ที่ท่านเติมพลังให้กับคณะกรรมาธิการแล้วก็ผู้มีส่วนร่วม ในการที่จะปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ เป็นพลังที่จะส่งผลทําให้เรามีกําลังใจในการ ที่จะทํางานเพื่อประชาชนผู้บริโภคสืบไปครับ วันนี้ขออนุญาตได้เรียนชี้แจงท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการ เยียวยาผู้เสียหายที่ได้ใช้บริการทางการแพทย์ กราบเรียนว่าทางกรรมาธิการเราได้ศึกษาแล้ว เราได้ไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนผู้บริโภคทั้งหลาย ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ว่าควรที่จะต้องมีกฎหมายในการที่จะเยียวยาผู้เสียหายทางด้านการแพทย์ ทั้งนี้เนื่องจากว่า ผู้ได้รับความเสียหายโดยที่ผ่านมานั้นมักจะต้องไปฟ้องร้องแพทย์ผู้ทําการรักษาก็ดี สถานพยาบาลก็ดี ก็สร้างความไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากว่าผู้บริโภคก็เข้าใจว่าแพทย์เองนั้น ก็ไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายเช่นนั้น ไม่ว่าเสียหายทั้งชีวิต แล้วก็ร่างกาย แพทย์ก็ไม่ตั้งใจ แต่ว่าก็อาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้ เราก็ตั้งใจว่า ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ออกขึ้นมาแล้วผู้ได้รับความเสียหายก็จะได้รับการชดเชยความเสียหาย ในเบื้องต้นเป็นการเยียวยา ลดการฟ้องร้องที่ผู้เสียหายจะได้ไปฟ้องแพทย์เช่นนั้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ตามพระราชบัญญัติประกันสุขภาพแห่งชาติ ในมาตรา ๔๑ ได้กําหนดว่าให้มีการชดใช้เยียวยาผู้เสียหายได้ แต่ได้เฉพาะในกรณีเดียว คือสําหรับผู้ที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพเท่านั้น อีก ๒ ลักษณะคือข้าราชการก็ดี ผู้ที่ประกันตนก็ดีนั้นไม่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้นถ้าเราสามารถ ที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาได้เราก็จะดูแลตั้งแต่ผู้ที่เป็นข้าราชการ แล้วก็ผู้ที่ประกันตน อยู่ในระบบประกันสังคม แล้วก็ผู้ที่อยู่ในระบบของการประกันสุขภาพได้ที่จะช่วยกันเยียวยา ความเสียหายชดเชยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ลดของแพทย์ที่จะไม่ต้องมาถูกฟ้องร้องดําเนินคดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราคิดว่ากฎหมายฉบับนี้คงไม่ครอบคลุม คุ้มครองทุกกรณี แล้วก็ไม่ตัดสิทธิ ของผู้เสียหายที่จะไปใช้สิทธิในทางกฎหมายอื่น แต่เป็นการเยียวยาเบื้องต้นเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับ ผู้เสียหายแล้วก็สร้างความอุ่นใจให้กับแพทย์ผู้ทําการรักษาต่อไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรากําลังเตรียมการยกร่างก็คงจะหวังว่าในอนาคตต่อไปนั้นเราจะได้นําเสนอ กฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาและนําส่งให้กับรัฐบาล เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านประธาน เชิญค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ วันนี้ดิฉันหัวใจพองโตแล้วก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุกคนที่ให้กําลังใจชื่นชม ชมเชย สนับสนุนการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคที่สําคัญ ที่เราได้เสนออย่างน้อย ๔ ระบบ ๖ กฎหมาย ๑. ปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ แล้วดิฉันก็หวังว่า กรอบการปฏิรูปนี้จะถูกระบุและเขียนให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ แล้วก็กรรมาธิการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภคทุกท่านต้องขอบคุณและเราก็ยืนยันนะคะว่าเราจะเดินหน้าแล้วก็ หวังว่าทุกท่านที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้จะช่วยกันทํางานเพื่อสร้างความ เปลี่ยนแปลงให้เห็นในยุคสมัยของเรา อย่างน้อยกฎหมาย ๖ ฉบับที่คณะเราจะพยายาม ทําให้แล้วเสร็จไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พระราชบัญญัติความปลอดภัยสินค้าและการเตือนภัยผู้บริโภค พระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อสินค้าชํารุดบกพร่องหรือที่เรียกว่ากฎหมายมะนาว พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือการปฏิรูป กสทช. นะคะ คณะกรรมาธิการหวังว่าเราสมาชิกทั้งหลายจะร่วมกันสร้าง ความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน วันนี้ดิฉันเองก็ได้รับฟังว่าเราทุกคนเป็นผู้บริโภค แล้วก็พร้อมที่จะ สนับสนุนกระบวนการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค กรรมาธิการต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคน ที่ให้กําลังใจสนับสนุน ชื่นชม ชมเชย ขอขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ เป็นอันว่าที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดําเนินการของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วนะคะ ในวาระการปฏิรูปที่ ๓๑ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค และได้รับทราบความเห็นพร้อมข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้รับและนําไปเป็นแนวทางในการดําเนินการต่อไป เป็นอันจบการ พิจารณาในระเบียบวาระการปฏิรูปที่ ๓๑ นี้นะคะ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ
ต่อไปเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๓.๒ เรื่องรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา เป็นวาระการปฏิรูปที่ ๑๙ เรื่องการกีฬา ซึ่ง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ต่อไป ดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานค่ะ ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่าตามที่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ ได้มีมติให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘๐ เพื่อให้มีอํานาจในการศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทางและข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปด้านการกีฬาให้สัมฤทธิผล รวมทั้งมีอํานาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมายนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ได้พิจารณาจัดทํารายงานการพิจารณาตามวาระปฏิรูป ที่ ๑๙ การกีฬา เรื่องการกีฬาสร้างชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใคร่ขอกราบเรียนนําเสนอวาระการปฏิรูป การกีฬาต่อที่ประชุมเพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะต่อไปในวันนี้ ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้ตระหนักถึงความสําคัญ ของการกีฬาว่าเป็นกลไกที่สําคัญที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน โดยกรุณาบรรจุให้การกีฬาเป็นหนึ่งในกรอบของการปฏิรูปประเทศจนนํามาสู่การนําเสนอ วาระการปฏิรูปการกีฬาในวันนี้นะครับ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาก็ได้ดําเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๗ โดยดําเนินการศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ด้านการกีฬาดังที่ได้บัญญัติไว้ในด้านที่ ๑๑ เรื่องอื่น ๆ รวมทั้งได้ทําการศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทางเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และเสนอกลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องที่สําคัญที่เกี่ยวกับการกีฬา ให้สมบูรณ์ จนนํามาสู่การบรรจุถ้อยคําเกี่ยวกับการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๕ และ ได้รับการพิจารณาบรรจุเพิ่มเติมในมาตรา ๒๙๕ (๓) ดังที่กระผมได้เคยชี้แจงต่อสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘ แล้ว อย่างไรก็ตามบทบัญญัติเรื่องการกีฬา ในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบในการปฏิบัติของทุกรัฐบาลที่จะต้อง ดําเนินการส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชน และพัฒนาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับรวมทั้งจะต้องจัดให้มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ และการสร้างเศรษฐกิจตลอดจนการบูรณาการจัดสรรพื้นที่สาธารณะในชุมชนหรือท้องถิ่นเพื่อให้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการกีฬา ซึ่งหากพิจารณาในเบื้องต้นแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และครอบคลุมการดําเนินการในทุกมิติของการกีฬา หากแต่อาจจะทําให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะต้องปฏิบัติเกิดความไม่แน่ใจว่าจะต้องดําเนินการอย่างไรเพื่อให้ บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ดังนั้นคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาจึงได้จัดทําวาระการปฏิรูปการกีฬาขึ้น โดยกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนการกีฬาให้บังเกิดความชัดเจนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแนวทาง ในการปฏิบัติ และเพื่อให้สอดรับกับแนวทางการปฏิรูปการกีฬาที่มีเป้าประสงค์หลักในการสร้าง ความสมบูรณ์พรั่งพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของประชาชน และต่อยอดไปสู่การสร้าง ครอบครัวให้มีความสุข ร่วมเสริมสร้างสังคมที่จริงใจต่อกัน ตลอดจนแบ่งปันไมตรีจิตและ พัฒนาไปสู่ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอย่างยั่งยืนซึ่งจะเป็นการยืนยันให้พี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบว่าการกีฬาคือส่วนสําคัญส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ในองค์รวม มีผลต่อการผลักดันทิศทางของประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ทั้งยังอาจจะเป็น การขับเคลื่อนประเทศให้มีศักยภาพในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา และการลงทุน ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิ ของประเทศชาติให้มีที่ยืนอย่างสง่าในเวทีสากลของโลกต่อไป
วาระการปฏิรูปการกีฬาที่กระผมและคณะจะนําเสนอในวันนี้ได้กําหนดหัวข้อว่า การกีฬาสร้างชาติ ซึ่งมีประเด็นการปฏิรูปคือ การกีฬาเพื่อพัฒนาความมั่นคง เสริมส่ง ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์สําคัญ ๒ ประการ กล่าวคือ
ประการแรก เพื่อพัฒนาการกีฬา ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามร่างรัฐธรรมนูญ ให้สามารถขับเคลื่อนการสร้างคุณภาพแก่ประชาชนให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิต ตลอดจนสร้างความเป็นเลิศในทุกระดับ รวมทั้งอุตสาหกรรมการกีฬา สามารถที่จะนําชื่อเสียงเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติ
ประการที่ ๒ เพื่อกําหนดแนวทางการบริหารจัดการทางการกีฬา ที่สามารถ ตอบสนองบริการพื้นฐานแก่ประชาชนในทุกระดับอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและเป็นธรรม กระผม ขอเรียนว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเวที สัมมนาการมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้านปฏิรูปการกีฬา ซึ่งจัดมาแล้ว ๖ ครั้ง ทั้งในกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงทําให้ได้ทราบ ถึงต้นตอของปัญหา และรับทราบสิ่งที่คาดหวังของประชาชนที่พึงมีต่อการปฏิรูปการกีฬา ก่อนกําหนดวัตถุประสงค์ของวาระการปฏิรูป และพิจารณากําหนดหลักคิดและ กรอบแนวทางในการปฏิรูปการกีฬา จนกําหนดเป็นยุทธศาสตร์การกีฬาสร้างชาติ ซึ่งประกอบด้วย ประเด็นยุทธศาสตร์ในการดําเนินกิจกรรมรวม ๖ ประเด็นยุทธศาสตร์ และมีการกําหนดตัวแปรพื้นฐานสําคัญให้สอดรับกันทั้ง ๖ ประเด็นยุทธศาสตร์ในการปฏิรูป การกีฬา ทั้งนี้เพื่อให้สามารถที่จะตอบสนองวิสัยทัศน์ของชาติก็คือ ความมั่นคง มั่งคั่งและ ยั่งยืน สําหรับรายละเอียดของวาระการปฏิรูปการกีฬา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดทําวาระการปฏิรูปการกีฬานําเสนอต่อสถาบัน อันทรงเกียรติแห่งนี้ตามลําดับขั้นตอนของการจัดทํา ซึ่งจะมีกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจะได้ นําเสนอในรายละเอียดต่อจากกระผมต่อไปครับ
- ๕๒/๑ อย่างไรก็ตามจากเวทีการประชุมสัมมนาการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ด้านปฏิรูปการกีฬา ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการยืนยันจากเสียงของประชาชนว่า กีฬาในมิติใหม่ ไม่เป็นเพียงกีฬา เพื่อการพัฒนาสุขภาพพลานามัยของประชาชน แล้วก็ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ ได้เหรียญมาคล้องคอเท่านั้น แต่เราจะต้องมองให้ไกลไปกว่านั้นว่ากีฬายังเป็นการสร้างความ สํานึกร่วมของคนในท้องถิ่น ในการที่จะรวมใจกันสร้างความรัก ความสามัคคี และพัฒนา ขึ้นไปจนถึงระดับประเทศ ทั้งนี้การพัฒนากีฬาก็ยังเป็นการสร้างบรรยากาศของการ ท่องเที่ยว สร้างงานประชาสัมพันธ์ประเทศ และการสร้างเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นจนถึง ระดับประเทศ ในลักษณะของสปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Sport Entertainment) และเป็นสปอร์ต ฟอร์ ออล (Sport for all) ต่อไป รายละเอียดท่านกรรมาธิการปฏิรูปการ กีฬาที่ได้รับมอบหมายก็จะเรียนให้ท่านทั้งหลายได้ทราบต่อไป และคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาก็จะได้นําบรรจุเพิ่มในการจัดทําการกําหนดกระบวนการและปฏิรูปแบบองค์กร หรือในโพรเซส แอนด์ ออร์กาไนเซซันนอล ดีไซน์ (Process and Organizational Design) ต่อไปครับ นอกจากนี้สิ่งที่กระผมและคณะนําเสนอในวันนี้กรอบแนวทางการปฏิรูปการกีฬา ในภาพรวมหรือเฟรมเวิร์ค (Framework) ของงานที่จะต้องดําเนินการ สําหรับรายละเอียด ของการปฏิรูปการกีฬาและวิธีดําเนินการนั้น ยังมีประเด็นสําคัญอีกหลายประเด็นที่จะต้อง ดําเนินการเพื่อนําไปสู่การปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น โครงการศูนย์การเรียนรู้ หอประวัติศาสตร์ เกียรติยศนักกีฬาแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกว่าไทยแลนด์ แอธเลติก ฮอล ออฟ เฟม (Thailand Athletic hall of fame) เพื่อให้เยาวชนไทยได้ศึกษาและเรียนรู้บทเรียน ความสําเร็จของนักกีฬาระดับโลกของคนไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างแรงบันดาลใจและ ผลักดันเยาวชนไทยให้เกิดความมุ่งมั่นในการที่จะก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาที่จะประสบความสําเร็จ และมีชื่อเสียงในระดับชาติต่อไป ทั้งนี้จะนําไปบรรจุไว้ในเอกสารการกําหนดกระบวนการ และรูปแบบขององค์การ ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาก็จะได้จัดทําเป็นฉบับที่สมบูรณ์ เพื่อนําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ตามกรอบเวลาที่ได้กําหนดไว้ครับ
อนึ่ง สืบเนื่องจากรายงานฉบับนี้มีความไม่สมบูรณ์ในตอนท้ายของรายงาน หน้าที่ ๒๔ ข้อ ๕ เรื่องข้อเสนอประเด็นการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินการที่นําเสนอ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงขอแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ในขั้นนี้ไปในคราวเดียวกัน และขออนุญาตแจกใบแก้ดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ รายละเอียดปรากฏตามใบแก้ที่แนบมาพร้อมกับรายงานนี้ด้วยนะครับ กระผมจึงหวังเป็น อย่างยิ่งว่าวาระการปฏิรูปการกีฬาในหัวข้อการกีฬาสร้างชาติจะเป็นแนวทางสําคัญในการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการกีฬาของประเทศตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่มีต่อ รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการกีฬาและการปฏิรูปการกีฬาของประเทศ ด้วยความเชื่อมั่น ศรัทธา ในการดําเนินงานโดยสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้
ลําดับต่อไปกระผมใคร่ขอให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กรุณารับฟังการ นําเสนอประเด็นสาระสําคัญต่าง ๆ ดังที่กระผมได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบไว้แล้วนะครับ ขอขอบคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
เรียนประธานที่เคารพ ผม จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๔๐ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้พิจารณาศึกษาข้อมูลจากการ ประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่มย่อย การประชุมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และการประชุมสัมมนาการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และบุคลากร ทางการกีฬา อันได้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ผู้บริหารองค์กรกีฬา ผู้ประกอบธุรกิจกีฬา ผู้สนับสนุนกิจกรรมกีฬา รวมไปถึงนักกีฬาคนพิการและผู้เกี่ยวข้อง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และภูมิภาครวม ๖ ครั้ง สามารถสรุปเป็นประเด็นปัญหาและสิ่งคาดหวังของประชาชนได้ ดังนี้
ประเด็นปัญหา พบว่าในปัจจุบันการกีฬาของประเทศไทยอยู่ในช่วงของการ พัฒนาเพื่อให้สามารถก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาหลักที่ยังคงรอรับการ ร่วมมือการแก้ไข คือ การพัฒนากีฬาแบบบูรณาการ ตั้งแต่ระดับกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬาเพื่อมวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ จนไปถึงปัญหาที่นับว่ามีความสําคัญยิ่ง คือการไม่สามารถ ปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมการเล่นกีฬา หรือการออกกําลังกายให้อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกีฬานั้นไม่ได้นํามาซึ่งสุขภาพพลานามัยและสุขภาพจิตใจที่ดี แต่ยัง ช่วยบ่มเพาะจริยธรรม คุณธรรม การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยให้กับประชาชนอีกด้วย ปัญหาที่สรุป ได้มีดังนี้
ข้อที่ ๑ ปัญหาการดําเนินงานด้านการกีฬาปัจจุบันที่มีความซ้ําซ้อน และขาด ระบบเชื่อมโยงของหลายหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านกีฬาทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทําให้ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและ เป็นธรรม อีกทั้งยังไม่ช่วยเสริมสร้างและส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ อย่างเป็นรูปธรรม
ข้อที่ ๒ ปัญหาเรื่องความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงการบริการด้านการกีฬา ของภาครัฐ ทั้งกับคนปกติ คนพิการ เด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ
ข้อที่ ๓ ปัญหาด้านสถานที่ อุปกรณ์ด้านการกีฬาที่ไม่เพียงพอ ไม่มีมาตรฐาน ขาดความทันสมัยทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งขาดการทํานุบํารุงดูแลรักษา อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง สมาชิกคงเคยเห็นสนามกีฬาในต่างจังหวัดที่กลายเป็นสนามหญ้า สําหรับเลี้ยงวัว
ข้อที่ ๔ ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการกีฬา ครูพลศึกษา ทั้งส่วนกลางและในระดับภูมิภาค ซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการรักการเล่นกีฬา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและใจของกลุ่มเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ คนป่วย ให้ดูกีฬาเป็น เล่นกีฬาได้ มีข้อมูลที่ขอนําเสนอจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน มีโรงเรียนที่อยู่ในระบบประมาณ ๓๑,๐๐๐ โรงเรียน มีครูพละอยู่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน แปลว่ายังขาดครูพละอยู่ในระบบอีก ๑๗,๐๐๐ คน
ข้อที่ ๕ ปัญหาด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่อํานวยต่อการออกกําลังกาย ในสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาที่ยังไม่เอื้อและไม่จูงใจต่อการพัฒนา ศักยภาพของนักกีฬา ความไม่เพียงพอของบุคลากร การขาดความรู้ ความชํานาญในการเป็น ผู้ฝึกสอน ทั้งด้านทักษะ และกลไกทางการกีฬา การจํากัดชั่วโมงเรียนพลศึกษาลงเหลือเพียง สัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง และซ้ําอีกยังเป็นแค่วิชาเลือก หรือในบางแห่งก็ไม่มีชั่วโมงพลศึกษาเลย รวมถึงการขาดการชักชวนให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจเล่นกีฬาด้วยการส่งเสริม เห็นคุณค่าของกีฬา และท้ายสุดคือความล้มเหลวในการปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับเด็กและ เยาวชนที่เล่นกีฬา เช่น มีน้ําใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้รักสามัคคี
ข้อที่ ๖ ปัญหาด้านกลไกของท้องถิ่นระดับรากหญ้าในการขับเคลื่อนการกีฬา ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และขาดทิศทางที่ชัดเจนของการพัฒนาการกีฬาในเขตพื้นที่บริการ
ข้อที่ ๗ ปัญหาไม่มีการกระจายอํานาจจากส่วนกลางในการส่งเสริม และพัฒนาการกีฬาให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่เอื้ออํานวยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริมการจัดกิจกรรมกีฬา
ข้อที่ ๘ ปัญหาการขาดการบูรณาการ การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ด้านการกีฬา เอ็มไอเอส (MIS) หรือเมเนจเมนท์ อินฟอร์เมชัน ซิสเต็ม (Management Information System) ระบบสถิติประมวลผล เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลกลางของชาติ รวมถึง ปัญหาขาดการสื่อสารทางการกีฬา การเผยแพร่ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ตามสื่อ ที่ผ่านมานอกจากปัญหาในด้านความหลากหลายของช่องทางการเข้าถึงข้อมูลแล้ว ประชาชนโดยทั่วไปยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย จึงไม่สามารถจูงใจให้กับประชาชน องค์กรทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วม
ข้อที่ ๙ ปัญหาด้านผลงานของการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติและมหกรรมกีฬา ที่มีผลงานไม่สม่ําเสมอและถดถอย พิจารณาผลงานของประเทศไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ๔ ครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๐๐๐ ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จํานวนเหรียญที่เราได้รับมีแต่ ถดถอยลงมา จนกระทั่งครั้งสุดท้ายปี ๒๐๑๒ ที่ลอนดอน ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถ ได้มาแม้แต่ ๑ เหรียญทอง หรือช่วงปี ๒๕๓๘-๒๕๔๐ เราเคยมีแชมป์มวยโลกพร้อมกันทีเดียว ถึง ๑๙ คน แต่ปัจจุบันเรามีเหลืออยู่แค่เพียง ๒ คน
ข้อที่ ๑๐ ปัญหาการนําสหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ ใช้กับนักกีฬาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของนักกีฬาให้มีประสิทธิภาพทางกายและทางใจอยู่ในขั้น พร้อมสูงสุด พร้อมนําวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์เพื่อการเสริมสร้างสุขภาพพลานามัย ทั้งทางกายและจิตใจที่ดีให้กับประชาชนทั่วไป
ข้อที่ ๑๑ ปัญหาเรื่องการรองรับงานของบุคลากรการกีฬาที่ไม่มีอัตราบรรจุ การเทียบเคียงวุฒิการศึกษาหรือการสอบใบประกอบวิชาชีพครู ทําให้ขาดแคลนบุคลากร ทางการกีฬา ซึ่งโครงการจัดตั้งสภาวิชาชีพบุคลากรกีฬานั้นได้มีการเริ่มดําเนินการอยู่ และคิดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหานี้ไปได้
ข้อที่ ๑๒ ปัญหาเรื่องบทบัญญัติของกฎหมายไม่ครอบคลุมบริบทการกีฬา อย่างทั่วถึง และการส่งเสริม และการสนับสนุน รวมทั้งระบบสิทธิประโยชน์ของภาครัฐที่มีต่อ ภาคเอกชนด้านอุตสาหกรรมการกีฬาที่มีไม่เพียงพอ อาทิ ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟยังต้อง เสียภาษีสรรพสามิตเพราะยังมองว่าธุรกิจสนามกอล์ฟเป็นธุรกิจกีฬาของผู้มีฐานะ นอกจากนั้นระบบภาษีนําเข้าและพิธีการทางศุลกากรของอุปกรณ์และวัตถุดิบไม่เอื้ออํานวย ต่อการดําเนินงาน จึงทําให้ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐศาสตร์การกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงปัญหาการขาดมาตรการจูงใจและระบบสิทธิประโยชน์ อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเข้ามามีส่วนร่วมของสังคม เพื่อร่วมกันสนับสนุนการกีฬาของชาติ
๑๓. ปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง รวมไปถึงความ ไม่โปร่งใสและขาดความเป็นอิสระ
๑๔. ปัญหาเรื่องการขาดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเฉพาะด้านการกีฬา กฎหมายเกี่ยวกับการกีฬาที่มีอยู่ขาดความทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ ไม่ครอบคลุมถึง บริบทการกีฬา และไม่เชื่อมโยงกฎหมายไปสู่สากล
จึงสรุปข้อพิจารณาในเบื้องต้นว่าการกีฬาควรได้รับการยกระดับให้เป็น บทบาทกลไกสําคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นหน้าที่ของภาครัฐพึงจะต้องจัดให้มีและ ส่งเสริมกิจกรรมกีฬาในทุกระดับ ส่วนความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปการกีฬา ประกอบด้วย
ข้อที่ ๑ การกีฬาจะต้องตอบสนองสังคมและประชาชนในเรื่องการพัฒนา สุขภาพพลานามัย การเกื้อกูลต่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในการเข้าถึงกิจกรรมกีฬาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและระดับท้องถิ่น การสร้างจิตสํานึกของประชาชนในเรื่อง ความสามัคคี มีน้ําใจนักกีฬา มีวินัย การสร้างความปรองดอง การเคารพสิทธิ และการอยู่ ร่วมกันของคนในชาติ และการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาเพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบัน ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ รวมทั้งการปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมการเล่นกีฬา หรือออกกําลังกายให้อยู่ในวิถีชีวิตให้เป็นกิจกรรมประจําครอบครัว ให้เป็นรูปธรรม อาทิ การขี่จักรยานหรือการวิ่งออกกําลังกายในวันหยุดแทนที่ครอบครัวจะพากันเข้าไป ร้านสรรพสินค้า
ข้อที่ ๒ นโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการการกีฬา จะต้องมีความ ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพิ่มความโปร่งใส มุ่งผลสัมฤทธิ์สู่นักกีฬาและประชาชน
ข้อที่ ๓ งบประมาณด้านการกีฬา ควรได้รับการจัดสรรอย่างเพียงพอและ ทั่วถึงและอยู่บนหลักพื้นฐานของความเป็นจริง ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค การพิจารณา ใช้งบประมาณของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ และควรมีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อนและคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
ข้อที่ ๔ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ อยู่บนจอ รวมไปถึง รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้มีการระบุความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ระหว่างคนปกติและคนพิการ แต่ในรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้ ระบุไว้อย่างชัดเจนในความ เสมอภาค แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ประชาชนยังอยากเห็นก็คือภาครัฐให้ความสําคัญกับ ประชาชนทุกระดับในส่วนกลางก็ดี ส่วนภูมิภาคก็ดี รวมทั้งความเสมอภาคด้านระบบสิทธิ ประโยชน์ สวัสดิการและเงินรางวัล ผมขออนุญาตให้ตัวอย่างเพราะวันนี้เราก็มีผู้ที่เกี่ยวข้อง กับกีฬาคนพิการนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ในการสนับสนุนเงินรางวัลของนักกีฬาระหว่างคนปกติ คนพิการ ในระดับโอลิมปิกหรือพาราลิมปิก (Paralympic) คนปกติจะได้ต่อ ๑ เหรียญทอง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท บวก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนคนพิการจะได้เหรียญทอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท บวก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในระดับเอเชียน เกมส์ (Asian Games) เหรียญทองคนปกติจะได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เหรียญทอง คนพิการจะได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เหรียญทอง ระดั บซี เกมส์ (SEC Games) หรื ออาเซี ยนเกมส์ (ASEAN Games) คนปกติ จะได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เหรียญทอง คนพิการจะได้ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เหรียญทอง คําตอบจาก ผู้ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาจํานวนเงินนี้ให้ประเด็นไม่ใช่ความเสมอภาคแต่เป็นเรื่องของ ปริมาณเงินที่มีอยู่จํากัดนะครับ ก็แปลว่าในสิ่งที่รัฐธรรมนูญได้ระบุเอาไว้ทุกฉบับ แต่ภาครัฐ ไม่ได้นําเอาไปปฏิบัติ
ข้อที่ ๕ โครงสร้างพื้นฐานทางการกีฬาทั้งระบบตั้งแต่ระดับกระทรวง ไปจนถึงท้องถิ่น ทั้งในเรื่องสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งอํานวยความสะดวก บุคลากร และฐานข้อมูล ฐานความรู้ ควรมีความทันสมัย มีมาตรฐาน ทั่วถึง เป็นธรรมและทุกคน ต้องเข้าถึงได้
ข้อที่ ๖ องค์ความรู้ในการกีฬาควรได้รับการพัฒนาให้สามารถเทียบเคียงได้ มาตรฐานในระดับสากล ทันสมัยอยู่เสมอและอยู่ในบริบทของสหพันธ์กีฬานานาชาติ กฎข้อบังคับในการแข่งขันจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นโคช (Coach) ก็ดี หรือนักกีฬาก็ดี อาจจะยังเข้าไม่ถึงและทําให้มีผลกับการแข่งขัน
ข้อที่ ๗ มีการพัฒนาการกีฬาทุกประเภทให้ครบถ้วนและทั่วถึง เริ่มตั้งแต่ กีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬาเพื่อมวลชน กีฬาพื้นบ้าน ท้องถิ่น กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่อการ อาชีพ กีฬาเพื่อสุขภาพและนันทนาการ รวมถึงต่อยอดไปสู่การสร้างเกียรติภูมิของชาติ ในการแข่งขันกีฬาในระดับต่าง ๆ จนถึงระดับสากล
ข้อที่ ๘ การสนับสนุนให้มีการสร้างนักกีฬาทดแทนและเอื้อโอกาสในการ สร้างนักกีฬาหน้าใหม่ โดยการสร้างระบบส่งต่อนักกีฬา ตั้งแต่กีฬาขั้นพื้นฐานไปจนถึงกีฬา เพื่อความเป็นเลิศ การสร้างระบบมาตรการจูงใจในการได้รับการเชิดชูเกียรติ ความภาคภูมิใจ เงินรางวัล สวัสดิการ ความมั่นคงในอาชีพ และโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นเป็นนักกีฬาคลื่นลูกใหม่ต่อไป
ข้อที่ ๙ การสร้างระบบสวัสดิการและพัฒนาการกีฬาของชาติให้กับนักกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การสนับสนุนและสร้างระบบสวัสดิการให้กับนักกีฬา รวมถึงนักกีฬาพิการทีมชาติ ตั้งแต่ระหว่างรับใช้ชาติจนถึงการรับใช้ชาติสิ้นสุดลง จัดตั้งระเบียบการยกย่องเชิดชูเกียรติและการบรรจุเข้ารับราชการ และการเข้าทํางานตาม หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ การให้รางวัลนักกีฬาควรมีการพิจารณาอย่างเหมาะสม โดยไม่เน้นแค่เงินรางวัล โดยเฉพาะเงินรางวัลที่พูดถึงจากกองทุนพัฒนาการกีฬา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินรางวัลให้กับนักกีฬาที่ประสบความสําเร็จ แต่จริง ๆ วัตถุประสงค์ ของกองทุนการพัฒนากีฬานั้น เป็นคําว่า พัฒนากีฬา ฉะนั้นเงินส่วนนี้ควรจะใช้ในการพัฒนากีฬา ส่วนเงินกองทุนรางวัลทางภาครัฐควรจะมีการจัดตั้งกองทุนเงินรางวัลนักกีฬาขึ้นมา ซึ่งอาจจะสามารถร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ข้อที่ ๑๐ กระบวนการสนับสนุนและผลักดันให้สถานศึกษาสนับสนุนนักกีฬา ทีมชาติ ซึ่งใน ครม. มติเมื่อปี ๒๕๔๗ ก็ได้มีผ่านให้สถาบันศึกษาสนับสนุนนักกีฬา รวมถึง การสร้างระบบการเรียนการสอนพิเศษ หรือติวเตอร์ (Tutor) ให้กับนักกีฬาทีมชาติที่ต้องไป รับใช้ชาติ หรือการเติมเต็มหน่วยกิตโดยการให้นักกีฬารับหน้าที่ไปเป็นผู้ช่วยโคชให้ความรู้ จากประสบการณ์แก่เยาวชนตามโรงเรียน โดยเป็นไปตามหลักสูตร
ข้อที่ ๑๑ การนําวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับ นักกีฬาเพื่อให้มีสมรรถภาพสูงสุดทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเป็นแนวทางเพิ่มพูนศักยภาพและ ความสามารถให้กับนักกีฬา นําไปสู่การพัฒนาองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายและจิต สามารถทางกลไก เทคนิค ทักษะการเคลื่อนไหวให้เกิดประสิทธิภาพความพร้อมและสมบูรณ์ สูงสุด สหวิทยาการในศาสตร์ต่าง ๆ ได้แก่ สรีรวิทยาการการกีฬา ชีวกลศาสตร์ทางการกีฬา จิตวิทยาการกีฬา โภชนาการการกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา เทคโนโลยีการกีฬา รวมถึงการประยุกต์ ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้กับประชาชนทั่วไป ในการเล่นกีฬา ออกกําลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วยและลดอาการบาดเจ็บ
ข้อที่ ๑๒ การกีฬาควรช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของชาติ ในรูปแบบของอุตสาหกรรมการกีฬา พาณิชยกรรม ธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา รวมไปถึงสปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Sport entertainment) ให้มีการเปิดโอกาส การลงทุนด้านการกีฬา มีมาตรการลดหย่อนภาษีและพิธีการทางศุลกากรให้กับผู้สนับสนุนกีฬา ผู้ประกอบธุรกิจกีฬา อาทิ ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟอย่างที่ผมเรียนไปตอนต้น เพราะคิดว่า ธุรกิจกีฬาเป็นของผู้มีฐานะ แต่จริง ๆ แล้วถ้าพิจารณากลับไปรัฐควรให้การส่งเสริม เพราะนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงของไทยหลายคนล้วนแล้วแต่พัฒนาฝีมือจากการมาเป็นแคดดี (Caddy)
ข้อสุดท้ายการบริหารจัดการกีฬาต้องดําเนินการอย่างเป็นระบบ โดยการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนของสังคม ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคประชาชน
เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ จะกราบเรียน ต่อสภานี้พูดถึงกรอบแนวคิดในการที่คณะกรรมาธิการการกีฬาโดยท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ว่านํากรอบแนวคิดอะไรมาเพื่อใช้ในการปฏิรูปกีฬา แล้วทําไมทางคณะกรรมาธิการ จึงเห็นว่ากีฬานั้นจะต้องมีการปฏิรูป ลําดับแรกขอขอบพระคุณไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คสช. ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๓๕ รัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่กําหนดกรอบการปฏิรูปอื่น ๆ อยู่ในข้อที่ ๑๑ จึงเป็นที่มาของสภานี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน สมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้มีกรรมาธิการว่าด้วยการปฏิรูปการกีฬา เห็นความสําคัญของการกีฬาเป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศ แล้วก็ในวันนี้ขอขอบพระคุณ น้อง ๆ ที่เป็นนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาที่สละเวลาให้เกียรติมาให้กําลังใจ กรรมาธิการในการนําเสนอกรอบในการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านกรอบแนวคิดที่ใช้ในการปฏิรูป ของกรรมาธิการนั้นไม่ได้ไปหามาจากที่ไหนเลย กรรมาธิการว่าด้วยการปฏิรูปการกีฬาโชคดี มาก ๆ ที่ได้กรอบแนวคิดซึ่งมีการประดิษฐานไว้ที่อาคารรัฐสภา ๒ เป็นคําดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ พระองค์ทรงตรัสไว้เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๑ เป็นเวลา ๒๖ ปี ๕ เดือนแล้ว พระองค์ทรงตรัสไว้ว่ากีฬามีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับชีวิต แต่ละคนและชีวิตของบ้านเมือง ปัญหาที่เราจะต้องถามประเทศนี้ว่าเวลา ๒๐ กว่าปีนี้เราได้ นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการพัฒนาคนหรือพัฒนาประเทศหรือไม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากการที่มีคําดํารัสของพระองค์ซึ่งบัญญัติไว้ที่อาคารรัฐสภา ๒ ใกล้ ๆ นี้เอง ทางกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงนําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการปฏิรูป โดยแยก ออกเป็น ๒ ส่วน ก็คือหลักแนวคิดในมิติทางด้านสังคมกับหลักแนวคิดในมิติของ ด้านเศรษฐกิจ ท่านจะเห็นว่าพระองค์ทรงแยกการกีฬาออกเป็น ๒ ส่วน ๑. พัฒนาคน ๒. พัฒนาบ้านเมือง คําว่า พัฒนาบ้านเมืองก็คือเป็นกรอบในการที่ปฏิรูปซึ่งกรรมาธิการใช้คําว่า กีฬาสร้างชาติ คําว่า ชาติ นั้นขอความกรุณาให้คําจํากัดความตามหลักรัฐศาสตร์สักนิดหนึ่ง นะครับ คําว่า ชาติ ก็คือดินแดน ประชาชน อํานาจอธิปไตยแล้วก็รัฐบาล ๔ อย่างนี้เราใช้ กีฬาพัฒนาหรือสร้างชาติได้อย่างไร ผมเคยกล่าวในสภานี้หลายครั้งว่าคนเป็นทรัพยากร ที่สําคัญที่สุดของประเทศในการที่จะพัฒนา องค์ประกอบ ๔ อย่างของคนที่มีคุณภาพที่สุด พระพุทธองค์เคยกล่าวไว้ว่ามนุษย์หรือคนนั้นต่างจากสัตว์อย่างไร มนุษย์หรือคนจะต่างจาก สัตว์ตรงที่ว่าใช้สติปัญญาในการตัดสินใจ แต่สัตว์ใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจ ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ คนจะสมบูรณ์ได้ต้องมี องค์ประกอบอยู่ ๔ อย่าง ๑. มีการศึกษาที่ดี ๒. ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการคิด ๓. มีศีลธรรม จริยธรรม ๔. มีสุขภาพร่างกายที่ดี และมีจิตใจที่เป็นนักกีฬา มีการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย ถ้าคนทุกคนในชาตินี้มีองค์ประกอบ ๔ อย่างนี้ ประเทศชาติแทบไม่ต้อง ใช้หลักของกฎหมายเลยนะครับ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญท่านเคยบอกว่า ขออนุญาตที่กล่าวนามของท่านนะครับ ท่านบอกว่า ระบบ การเมืองคือขบวนรถไฟที่จะไปยังจุดหมายปลายทาง ถ้าระบบการเมืองไม่มีการปฏิรูปรถไฟ ขบวนปฏิรูปก็จะไม่ถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกัน ท่านอาจจะลืมไปอย่างหนึ่งว่าถ้าคนที่ นั่งรถไฟประกอบไปด้วยคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถไม่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการคิด ไม่มีศีลธรรมจรรยา ไม่มีร่างกายสุขภาพแข็งแรง มีแต่คนอ่อนแอ ไม่มีระเบียบวินัยขึ้นรถไฟ แย่งกันขึ้น รถไฟขบวนปฏิรูปก็ไม่ไปถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกัน จากกรอบแนวคิดนี้ เองนะครับ เราจึงมีความคิดว่าจะใช้กีฬาในการสร้างคนได้อย่างไรนะครับ ที่ผ่านมามีกรอบ แนวคิดหรือมีการเขียนแผนพัฒนากีฬามาถึง ๕ แผน ปรากฏว่าคนในชาติเราก็ทราบกันดีว่า สุขภาพร่างกายเป็นอย่างไร ระเบียบวินัยของคนในชาติมีหรือไม่ มาตรฐานทางการกีฬาของชาติ เป็นอย่างไร นักกีฬาของชาติได้รับการอุ้มชูสนับสนุนเช่นนักกีฬาทีมชาติ จะได้รับการดูแล ต่อเมื่อมีการเข้าค่ายฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขัน หลังจากที่เสร็จการแข่งขันได้เหรียญทองแล้วก็ได้ รางวัลอย่างที่ท่านจุตินันท์ว่า ขอโทษที่กล่าวนามนะครับ หลังจากได้รางวัลแล้วเขาไปอยู่ ตรงไหน ใครดูแลเขา ครอบครัวเป็นอย่างไร อาชีพกีฬาเป็นอาชีพที่ใช้กําลังแล้วมีอายุการใช้ สูงสุดไม่เกิน ๓๐ กว่าปี หลังจากเขาเล่นกีฬาแล้วเขาไปทําอาชีพอะไร มีสวัสดิการในการดูแล เขาไหม ประเทศชาติให้อะไรเขา ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ นักกีฬาทีมชาติ นักกีฬาของชาติไม่ว่าเป็นนักกีฬาสมัครเล่นหรือนักกีฬาอาชีพเขาทํางานเพื่อชาติ มีธงชาติติดอยู่ที่หน้าอก หลังจากที่เขาสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศชาติแล้ว เราให้อะไรเขา ประเทศนี้ให้อะไรเขา หลังจากเขาไม่ได้ทํางานให้กับ ประเทศชาติแล้ว นั่นคือสิ่งที่กรรมาธิการนี้คิดและจะต้องทํา
อีกอย่างหนึ่งครับ เรามีนักกีฬาทีมชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศนี้ เยอะแยะที่ผ่านมา เรามีอะไรเชิดชูเกียรติเขาไหม ผมเคยไปต่างประเทศ เขามีสิ่งซึ่งสร้าง เกียรติภูมิให้กับนักกีฬาของชาติเขา ภาษาอังกฤษเขาเรียกอะไร ฮอล ออฟ เฟม อะไรพวกนี้ ไปถึงก็จะมีประวัติศาสตร์ ดูคนนี้เล่นกีฬาอะไรเป็นอะไร เราเชิดชูเกียรติเขาไหม เชิดชูเกียรติ วงศ์ตระกูลเขาไหม ต่อไปเราจะต้องทํา สภานี้โดยกรรมาธิการนี้จะต้องสร้างเกียรติภูมิ ให้เขา มีสวัสดิการให้กับนักกีฬาของชาติ นั่นคือสิ่งที่เป็นกรอบแนวคิดหนึ่ง
อีกกรอบแนวคิดหนึ่งเหมือนท่านประธานยุทธศักดิ์ท่านว่า คําดํารัสของ พระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงกล่าวไว้ว่ากีฬาสร้างคน แล้วคนสร้างชาติ การสร้างชาตินั้น มีมิติอยู่หลายมิติ ๑. มิติทางด้านความมั่นคง ใช้กีฬาเพื่อความมั่นคงได้อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในขณะนี้กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬากําลังดําเนินการ ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๔ ใช้กีฬาเพื่อสันติสุข กีฬาไม่มีคําว่า สี กีฬาไม่มีคําว่า คนนั้นคนนี้ กีฬา คือคนที่ไม่จําเป็นต้องมีภาษาเดียวกันแต่ไปด้วยกันได้ เนื่องจากภาษาที่ใช้พูดคือภาษากีฬา นี่คือกีฬา สามารถที่จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ หลอมรวมความแตกแยก หลอมรวม ทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อให้เกิดความสงบสุขในประเทศและในสังคมได้ นี่คือมิติด้านสังคม
อีกมิติหนึ่งครับ มิติด้านเศรษฐกิจโดยอ้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ปีหนึ่ง ๆ เราทราบว่าประเทศนี้ประเทศเรานี้นะครับเสียเงินจากค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพของคน ปีละหลายแสนล้านบาท เนื่องจากอะไรครับ โรคที่ไม่ควรจะเป็นก็เป็น เนื่องจากเราไม่มี การพัฒนาด้านการกีฬาหรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในท้องตั้งแต่เกิด จริง ๆ แล้วนี้ กีฬามีหลายประเภท กีฬาแรกที่พระองค์ทรงกล่าวไว้คือสําหรับชีวิตของแต่ละคน ชีวิตของ แต่ละคนนั่นก็คือพระองค์ทรงตรัสไว้ว่าทุกคนจะต้องมีกีฬา จะต้องเล่นกีฬาเป็น ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา ๒๐ กว่าปีนี้นะครับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา เกี่ยวข้องกับระบบการพัฒนาคนได้นําคําดํารัสของพระองค์ไปใช้เพื่อการพัฒนาคนหรือไม่ ทําไมคนไทยถึงเป็นอย่างนี้ ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ขับรถปาดหน้าแซงกันก็ยิงกัน สูบบุหรี่บนรถ ทิ้งไปบนถนน ทิ้งขยะไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง ไม่รู้จักระเบียบ ไม่รู้จักวินัย เพราะอะไรครับ เราไม่ได้นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการพัฒนาคน ผมไม่ได้โทษว่าผู้มีอํานาจที่ผ่านมา นั้นละเลยนะครับ ผมก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าคําดํารัสนี้อยู่ในอาคารรัฐสภา ๒ ซึ่งรัฐมนตรี ทุกยุคทุกสมัยก็เห็นแต่ไม่เคยนํามาใช้หรือใช้น้อยที่สุด ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันหรือคณะ คสช. ที่เห็นความสําคัญ นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการปฏิรูป ในการสร้างคนนะครับ สิ่งต่าง ๆ ก็ตาม เรื่องการพัฒนาด้านสังคม กีฬาก็สามารถสร้าง ด้านสังคมได้ ด้านเศรษฐกิจคือด้านความมั่นคง ถ้าเรามีกีฬาอยู่ในหัวใจ ท่านมาฝันอยู่กับผมสิครับ คิดว่าประเทศนี้คือทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง เป็นศูนย์ เป็นสนามกีฬาสนามกีฬาหนึ่ง คนในประเทศ มีระเบียบ มีวินัย ขับรถตามเส้นทางที่ควรจะขับ ไม่ขับรถฝ่าไฟแดง คนเดินถนน คนปั่นจักรยาน ท่านก็จะเห็นอยู่ว่าปั่นจักรยานวิ่งอยู่ด้านซ้าย ทําไมรถยนต์ถึงไปชนจักรยานได้ ในฐานะ ทนายความนะครับ ไม่ต้องมองอะไรเลย ก็คือคนขับรถยนต์ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ไปแซงซ้าย ถ้าไม่แซงซ้ายไม่มีทางที่จะไปชนจักรยานได้ นี่คือการที่ไม่ได้รับการปลูกฝังด้านระเบียบวินัย ถ้าเรานํากีฬาไปใช้ในมิติทางด้านสังคม และสร้างคน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกทุกท่าน กีฬาทุกชนิดมีกฎ มีระเบียบ ถ้าเราปลูกฝังด้านการกีฬาตั้งแต่เด็กตั้งแต่เล็กให้รู้จักการมีระเบียบ มีวินัย รู้จักแพ้ รู้จักชนะ คนไทยก็จะไม่เป็นอย่างนี้ จะไม่มีใครขับรถแซงซ้ายไปชนจักรยานเหมือนที่ทุกวันนี้ ทรัพยากรบุคคลคนคนหนึ่งกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ ใช้เวลา ใช้เงินทองเป็นจํานวนมาก สิ่งที่เสียไป 8ไม่สามารถที่จะทดแทนได้ ถ้าหากแค่คนคนหนึ่งทําผิดกฎไม่รักษาซึ่งวินัย นี่คือมิติ ด้านสังคม มิติด้านเศรษฐกิจตามกรอบแนวคิดของกรรมาธิการด้านการกีฬา กีฬาไม่ใช่ แค่เป็นการเล่นชนิดหนึ่งเพื่อสร้างคุณภาพของคน หรือร่างกายของคนให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีระเบียบ มีวินัยเท่านั้น แต่กีฬาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและนําเงินเข้าประเทศ ได้ ในโลกปัจจุบันนี้ท่านคงเห็นครับว่าบราซิลสร้างประเทศจากอะไร เรารู้จักบราซิลเพราะว่า รู้จักกีฬาฟุตบอล รู้จักมาราโดนา เรารู้จักอเมริกามากกว่าประเทศอเมริกาคืออะไร อเมริกัน ฟุตบอล เรารู้จักอังกฤษมากกว่าประเทศอังกฤษ ไม่ได้หาเสียงให้นะครับ คือทีมลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชลซี รู้จักเยอรมัน บาเยิร์น มิวนิก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รู้จักสเปน บาร์เซโลนา เรอัล มาดริด เมืองไทยเรารู้จักอะไร ต่างประเทศเขารู้จักอะไร ถ้าเราจะเป็นอย่างเขา เราเป็นได้ไหม ใน ๓ ปีที่ผ่านมานักธุรกิจไทยซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมา ให้คนไทยดูฟุตบอล ถามว่าในแต่ละบ้านทุกวันนี้เป็นอย่างไรครับ กล่องไม่รู้ว่ากี่กล่อง เฉพาะบ้านผมกล่องประมาณ ๕ กล่อง เพราะอะไรครับ เพราะเราต้องซื้อลิขสิทธิ์จาก ต่างประเทศเพื่อดูกีฬา ผมอยากจะดูอเมริกันฟุตบอลผมก็ต้องมีกล่องหนึ่ง ผมอยากจะดู ฟุตบอลโลกผมก็ต้องมีอีกกล่องหนึ่ง ผมอยากจะดูโอลิมปิกก็มีอีกกล่องหนึ่ง เพราะว่าเราต้อง เสียเงินของเราปีละกี่พันล้านบาท ทําไมเราไม่คิดเป็นมุมกลับให้คนอื่นเขาซื้อของเราบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการทุกท่าน อีกไม่กี่ปี ปีหน้านี้แล้วประเทศไทย ไม่ใช่เป็นประเทศไทยอีกต่อไป ประเทศไทยคืออาเซียนซึ่งมีคนอยู่ ๖๐๐ ล้านคน เดี๋ยวนี้ เราเป็นเบอร์หนึ่งด้านการกีฬา เราได้แชมป์ (Champ) เหรียญทองเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ถามว่านักกีฬาของเราที่ได้แชมป์เป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนเขาได้อะไร ได้รางวัลเหมือนที่ ท่านจุตินันท์ว่า แต่เราทําอย่างไรเราจะแปลความเห็น แปลความที่เราเป็นอันดับหนึ่งนั้น ให้คนในชาติอาเซียนเขามาสนใจเรา เขามาเที่ยวประเทศเราแล้วซื้อลิขสิทธิ์กีฬาของประเทศ เราไปดู คน ๖๐๐ ล้านคนมีศักยภาพ ผมคิดว่าเป็นคนมีสตางค์ในอาเซียนแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๖๐ ล้านคน ๖๐ ล้านคนนี่นะครับ ประเทศเรา ๖๐ ล้านคนซื้อลิขสิทธิ์ของอังกฤษปีละ ๓,๐๐๐ ล้านบาทดูพรีเมียร์ลีก ถ้าเราให้คนในอาเซียนซื้อของเราปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๓ ปีเราก็ได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าคิดและจะทําก็เป็นไปได้ ถ้าเราสร้าง กีฬาของเราเอง สร้างนักกีฬาของเราเองให้สามารถเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน การสู้กับโลก ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่าน การสู้กับโลกไม่ใช่เป็นการสู้ในด้านกําลังทหาร หรืออาวุธต่อไปแล้ว มหาอํานาจในโลกโดยเฉพาะในเอเชียเรารู้จักประเทศญี่ปุ่นเขามีฟุตบอล ที่สามารถไปฟุตบอลโลกได้ เขามีวอลเลย์บอลที่เป็นแชมป์โลกได้เป็นอันดับ ๔ ของโลก ประเทศจีน ต่อไปถ้าเรายังอยู่ที่เดิมเราไม่ปฏิรูปการกีฬาให้กีฬาของเรายังอยู่เท่าเดิมเขาก็จะ แซงเรา เขาบอกว่าการได้มาซึ่งอํานาจเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การรักษาอํานาจเป็นเรื่องที่ยาก เช่นเดียวกันกับการกีฬาครับท่านประธาน การเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียนเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การที่เราจะรักษาอันดับ ๑ ของอาเซียนนั้นเราจะทําอย่างไร เท่าที่ทราบปัจจุบันนี้นักกีฬา ที่เป็นแชมป์อย่างเช่นนักกีฬาวอลเลย์บอลของชาติ ทุกวันระดับอายุเท่าไร บางคนก็ ๓๐ กว่า ปีแล้ว แต่เราสามารถสร้างนักกีฬาขึ้นมาทดแทนต่อเนื่องกับทีมที่ยังเป็นแชมป์เอเชียอยู่ได้ หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เราคิดและจะต้องทํา ถ้าเราไม่ทําเดี๋ยวประเทศเวียดนามก็ต้องแซงเรา ท่านประธานที่เคารพครับ จากการศึกษามีกีฬาอาชีพที่กําหนดไว้ใน กกท. ประมาณ ๑๒ ชนิด ถ้าเราจะใช้กีฬาอาชีพที่เป็นกีฬาหลัก ๆ เพื่อสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ผมคิดว่ากีฬานั้นสามารถนําให้คนเข้ามาในประเทศและใช้เงินในประเทศ ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ ไม่ใช่ว่าไปโฆษณาจังหวัดของตัวเอง ผมเป็นชาวบุรีรัมย์นะครับ เราก็ทราบว่าบุรีรัมย์ เป็นเมือง ๑๒ เมืองห้ามพลาด ตัวเลขจากการท่องเที่ยว ก่อนที่จะมีสนามฟุตบอล มีประชาชนเข้าไปในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่เคยพักจังหวัดบุรีรัมย์เลยปีหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน สูงสุดไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ คน เมื่อมีสนามฟุตบอลผมเอาใกล้ ๆ นี้เลย เดือนมกราคมมีคนไป เยี่ยมสนามไอโมบายสเตเดียม ๔๐,๐๐๐ คน ในเดือนกุมภาพันธ์มีคนไปเยี่ยมสนาม ๕๘,๐๐๐ คน นี่คือกีฬานะครับ มีคนจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซียยอมบินมา ดูฟุตบอลที่นี่ ถ้าเราสร้างกีฬาของเราสัก ๕ ชนิดแล้วมีอยู่ทุกภาค ท่านคิดดูว่าคนในอาเซียน จะเข้ามาประเทศไทยปีหนึ่งกี่ล้านคน คน ๖๐ ล้านคน ถ้าเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เอาเฉพาะอาเซียน ๓๐ ล้านคน คนหนึ่งมาอยู่ ๕ วัน ใช้เงินประมาณ ๗,๐๐๐ บาทต่อคนโดย เฉลี่ยนะครับที่เป็นสถิติที่เก็บมา เราก็จะมีเงินอย่างมหาศาล เราจะต้องเป็นเบอร์ ๑ ของอาเซียนแล้วเอาเงินของอาเซียนเข้าประเทศโดยการกีฬา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน มีคําถามที่เราจะต้องคิดต่อไปว่าเครื่องมือที่มีอยู่เดิมนั้น สามารถตอบโจทย์หรือสามารถทําให้สิ่งที่เราคิด หรือกรอบแนวคิดของคณะกรรมาธิการนั้น เป็นไปได้หรือไม่ เราก็ทราบดีว่าในปัจจุบันหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบด้านการกีฬาคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กกท. จากท่านจุตินันท์ก็บอกแล้วว่าการพัฒนาด้านการ กีฬานั้นไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากเจ้าภาพเดิม จากการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนเรียกร้องมาให้แยกกระทรวงกีฬาออกจากการท่องเที่ยวเนื่องจากมองว่ากีฬานั้น เป็นเรื่องของสังคม แต่การท่องเที่ยวเป็นเรื่องของการหาเงิน ถ้าแยกออกจากกันแล้วจะทําให้ คนรับผิดชอบทางด้านการกีฬานี้จะทําให้เกิดการพัฒนาตามกรอบแนวคิดได้นะครับ
กรอบแนวคิดที่ ๒ ก็คือจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ
กรอบแนวคิดที่ ๓ ก็คือจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬา
กรอบแนวคิดที่ ๔ ก็คือจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา
เรามองว่าถ้าแยกกระทรวงมาทําให้การบริหารจัดการด้านการกีฬาเป็นไป อย่างเป็นระบบนะครับ เครื่องมือเหล่านี้สามารถจะทําให้การพัฒนาด้านกีฬานั้นเป็นไป อย่างที่ต้องการก็คือ พัฒนาคน พัฒนาชาติ มหาวิทยาลัยการกีฬาตอบโจทย์อะไร มหาวิทยาลัยการกีฬานี้สามารถที่จะสร้างบุคลากรด้านการกีฬา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ทราบว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นขาดครูพลศึกษา ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยการกีฬาขึ้นมา เราก็จะ สามารถผลิตบุคลากรด้านกีฬาส่งต่อการกีฬานั้นไปยังองค์กรหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าเป็นเครื่องมือ ที่สามารถตอบโจทย์ได้และพัฒนาด้านการกีฬาเข้าไปสู่ท้องถิ่นได้นั้นก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น
ส่วนวิทยาศาสตร์การกีฬานั้นเราไม่ได้มองว่าการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็น เรื่องของการรักษาพยาบาลอย่างเดียว เราจะให้วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นศูนย์วิจัย และเรียนรู้เกี่ยวกับด้านการกีฬาทุกอย่าง ส่งองค์ความรู้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์พัฒนากีฬาคนพิการ นี่คือยุทธศาสตร์และประเด็นหลัก ๆ ส่วนรายละเอียดนั้น มีอยู่ในกรอบแล้ว ท่านสามารถอ่านจากรายงานที่แจกไว้ที่โต๊ะของท่านได้นะครับ นี่คือกรอบ แนวคิด แล้วก็เครื่องมือที่เราจะใช้ในการพัฒนาด้านการกีฬา เพื่อทําให้การกีฬาของชาตินั้น สามารถที่จะพัฒนาคน แล้วนําคนที่ได้รับการพัฒนานั้นไปสร้างประเทศชาติทั้งในกรอบด้าน เศรษฐกิจ กรอบด้านความมั่นคง และกรอบของความสามัคคีของคนในชาติ
สุดท้ายก็ขอให้สภานี้โปรดให้ความเห็นชอบตามกรอบแนวคิดของการพัฒนา หรือกรอบการปฏิรูปด้านการกีฬา ขอขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน ไม่มีผู้เสนอแล้วนะคะ หมดแล้วนะคะ ก็ขอขอบคุณ ต่อไปก็คงจะเป็นความเห็นจากสมาชิก ดิฉันมีรายชื่ออยู่ในมือนี้นะคะ ขอเรียนรายชื่อ ๕ ท่านแรกก่อนนะคะ ท่านผู้ว่าราชการโกเมศ แดงทองดี ท่านพลเอก จิระ โกมุทพงศ์ ท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ท่านศานิตย์ นาคสุขศรี ท่านนิอาแซ ซีอุเซ็ง ต่อไปขอเชิญท่านผู้ว่าราชการโกเมศ แดงทองดี ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่าน กระผม นายโกเมศ แดงทองดี สมาชิก สปช. ลําดับที่ ๑๗ ก่อนอื่น ผมใคร่ที่จะขอสนับสนุนรายงานการปฏิรูปการกีฬาของคณะกรรมาธิการการกีฬา ที่ได้นําเสนอต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา การกีฬานั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องของการออกกําลังกาย แล้วก็การพัฒนาสุขภาพให้สมบูรณ์ แข็งแรงเท่านั้น ดังนั้นในเรื่องของการพัฒนาทางด้านกีฬานั้น จึงขาดการนําเอาระบบที่ดีมาใช้ ขาดมาตรฐานที่สําคัญก็คือไม่ครอบคลุมแล้วก็ทั่วถึงอย่างเป็นธรรม ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันนี้ อยากจะเรียนว่าในประเทศไทยของเราก็ดี ต่างประเทศก็ดี ต่างก็ใช้กีฬานั้นเป็นเครื่องมือ ในด้านต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ใช้กีฬาสร้างความ เข้มแข็งให้กับชุมชน ใช้กีฬาเป็นกระบวนการชักนําให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่จะสร้าง ความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการที่จะก่อให้เกิดอาชีพ และรายได้อย่างกว้างขวาง และที่สําคัญก็คือใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการที่จะสร้างความสงบ เรียบร้อยและความมั่นคงให้กับประเทศชาติ เราจึงเห็นได้ว่าการกีฬานั้นมีส่วนเกี่ยวพันกับ สิ่งต่าง ๆ มากมายหลายประการด้วยกัน ท่านประธานครับ ในประสบการณ์ของการทํางาน ที่ผ่านมาในการเป็นนักปกครองมาเกือบ ๔๐ ปี รวมตลอดจนถึงการที่ได้มีโอกาสเป็น สปช. แล้วก็มีโอกาสได้รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการกีฬานั้นทําให้ ทราบว่าขณะนี้ประชาชนนั้นมีความต้องการที่จะเห็นการปฏิรูปการกีฬาอยู่ ๒ ด้านด้วยกัน ในด้านที่ ๑ ก็คือต้องการที่จะเห็นการปฏิรูปทางด้านโครงสร้างของการกีฬา และประการที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปทางการบริหารจัดการการกีฬา
ในด้านของโครงสร้างนั้นพูดกันชัดเจนว่าควรที่จะแยกการกีฬานั้นออกจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่สําคัญ ๒ ประการ นั่นก็คือ
ประการแรก ในเนื้องานของการท่องเที่ยวและการกีฬานั้นมีความผิดแผก แตกต่างกัน ไม่สามารถที่จะทํางานให้เกิดประสิทธิภาพได้ ทั้งนี้เนื่องจากว่าการท่องเที่ยวนั้น ถูกแบ่งไปอยู่ในส่วนของกลุ่มงานทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนกีฬานั้นถูกแบ่งไปอยู่ในส่วนของ กลุ่มงานทางด้านสังคม ซึ่งลักษณะของการแบ่งเช่นนี้มีผลต่อการจัดปัจจัยของการบริหาร ซึ่งทําให้เห็นว่าทั้ง ๒ ส่วนนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้
ประการที่ ๒ นั้นก็คือจากการที่ทั้ง ๒ ส่วนนั้นมารวมกัน พนักงาน ข้าราชการ ของทั้ง ๒ องค์การนั้นมีความรู้ที่ผิดแผกแตกต่างกัน เมื่อมีการนําบุคลากรต่าง ๆ ไปใช้ใน พื้นที่ไม่ถูกกับลักษณะของงานประสิทธิภาพในการทํางานจึงไม่เกิดผล ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า คนที่มีความชํานาญทางด้านการท่องเที่ยวไม่มีความรู้ในด้านการกีฬา คนที่มีความรู้ทางด้าน กีฬาก็ไม่สามารถที่จะนําไปใช้สําหรับการท่องเที่ยวได้ ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งครับ
ในประการที่ ๒ ในเรื่องของการพัฒนาการบริหารจัดการนั้นมีความคิดว่า ควรที่จะผลักดันแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติให้ประสบความสําเร็จโดยการพัฒนายุทธศาสตร์ ทั้ง ๖ ด้านให้ประสบความสําเร็จ ๒. ส่งเสริมโครงสร้างการกีฬาพื้นฐานให้ครอบคลุมแล้วก็ เป็นธรรม ๓. ก็คือส่งเสริมกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมการกีฬาและที่สําคัญก็คือการจัดสวัสดิการ ให้กับนักกีฬา ทั้ง ๒ ส่วนนั้นคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังแล้วก็มีความต้องการ ผมเองอยากจะ เรียนว่าการกีฬานั้นมันก็เหมือนกับแม่น้ําสายใหญ่สายหนึ่ง ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมานั้นแม่น้ํา สายนี้ไม่สามารถที่จะได้รับการดูแลพัฒนา ดังนั้นการเก็บกักน้ําเพื่อที่จะส่งไปถึงลําน้ําสาขา ต่าง ๆ นั้นไม่สามารถที่จะดําเนินการไปได้ หากมีการปฏิรูปในครั้งนี้เกิดขึ้นมาก็เท่ากับว่า แม่น้ําสายนี้จะได้รับการพัฒนาสามารถที่จะเก็บกักน้ําต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งไปยังสาขาต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ตรงนี้จะสร้างความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ก็เท่ากับว่าประเทศชาตินั้น จะได้รับความอุดมสมบูรณ์ พี่น้องประชาชนต่าง ๆ นั้นจะได้รับการบริการที่ดีทําให้มีคุณภาพ ที่ดีตามไปด้วย ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ ค่ะ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้วยที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ที่มีท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นประธานได้ให้ความสําคัญของการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่นะครับ จึงได้จัด รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปการกีฬาเพื่อนําไปปฏิรูปให้เห็นเป็น รูปธรรมนะครับ ได้จัดไปแล้ว ๖ ครั้ง ครั้งล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้ไปจัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ดังที่ได้ทราบมาแล้วนะครับ โดยที่ประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงก็มาร่วมสัมมนาด้วยเกือบ ๆ ๔๐๐ ท่าน ในวันนั้นก็ได้มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากท่านเนวิน ชิดชอบ ฟังแล้วก็ เกิดความภาคภูมิใจแทนชาวบุรีรัมย์ของท่านกับการกีฬา ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม ด้วยนะครับ กระผมขออนุญาตนําความบางตอนมาสื่อให้ท่านได้รับฟัง ซึ่งท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการก็ได้กล่าวไปบ้างแล้วผมขออนุญาตมาเติมเต็มนะครับ ในอดีตจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเมืองผ่านไม่เคยเป็นเมืองพัก ผ่านไปพักที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็โคราช คนบุรีรัมย์เองก็อาย ที่จะบอกว่าเขาเป็นชาวบุรีรัมย์
อันนี้คือแรงกดดันที่คนบุรีรัมย์มีอยู่ในใจลึก ๆ เขาจึงได้หาวิธีการเปลี่ยนแปลง จังหวัดบุรีรัมย์ว่าจะทําอย่างไรให้คนในจังหวัดบุรีรัมย์มีชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจทําฟุตบอล บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเมื่อปี ๒๕๕๒ วันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้าง เศรษฐกิจ เนื่องจากทีมฟุตบอลที่ตั้งขึ้นมาแล้วประสบความสําเร็จด้วยการเป็นแชมป์ประเทศไทย ติดต่อกันมา ๕ ปี ได้แชมป์ในประเทศไทย ๑๔ แชมป์ กวาดแชมป์ทุกแชมป์ในประเทศไทย มิติเดิมก็อาจจะมองว่าการเป็นแชมป์ทุกแชมป์ก็แค่ได้ถ้วย ๑ ใบ ได้เงินมาแค่น้อยนิด แต่ก็อยากจะบอกว่ามันมีความสําคัญมหาศาลต่อชาวบุรีรัมย์และประเทศชาติ อันนั้นก็คือ
๑. ในแง่ของจิตใจ คําว่า แชมป์ของประเทศไทยของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด สามารถ เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง กีฬาสามารถเปลี่ยนความน้อยเนื้อต่ําใจให้เป็นคนที่มีความ ภาคภูมิใจและมีความสํานึกที่จะรักท้องถิ่นแผ่นดินเกิดของตัวเอง ทุกคนภูมิใจ ผูกพัน แล้วก็ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองด้วยตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่านะครับ
๒. สําหรับจังหวัดบุรีรัมย์แล้วกีฬาคือสปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ท่านประธาน ได้กล่าวนะครับ ทีมฟุตบอลในประเทศไทยส่วนมากมีส่วนร่วมกับแฟนบอลประชาชน ในท้องถิ่น เฉพาะในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันเท่านั้น แต่ทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดแม้ไม่ใช่วันแข่งขัน ผู้คนในบุรีรัมย์ก็จะผูกพันกับทีมฟุตบอล นักฟุตบอล สนามฟุตบอลตลอดเวลา เพราะว่า ทุกกิจกรรมของสโมสร ทุกเรื่องราวของสโมสรกลายเป็นหนึ่งในชีวิตจิตใจ ชีวิตประจําวันของ คนบุรีรัมย์ไปแล้วนะครับ ความแตกต่างของสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานและสนาม ศุภชลาศัย กับสนามไอโมบายสเตเดียม จะเห็นได้ว่าเงินใช้สร้างสนามศุภชลาศัยและ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานมากกว่าใช้สร้างสนามไอโมบายสเตเดียม มีนักท่องเที่ยว ไปดู ไปทัศนศึกษาที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานและสนามศุภชลาศัยวันหนึ่งสักกี่คนครับ แต่สนามไอโมบายสเตเดียมวันนี้แม้ไม่มีการแข่งขันก็จะมีนักท่องเที่ยวมาดูไม่ต่ํากว่า ๕,๐๐๐ คน อย่างที่ท่านทิวาได้กล่าว ลองนึกดูสิครับ ๑ สนามฟุตบอลมีคนมาซื้ออาหาร ซื้อน้ํา มีการพักโรงแรม ล้วนเกิดจากที่คนอยากจะมาดูสนามฟุตบอล ๑ สนามเท่านั้น เป็นสนามกีฬาที่มีชีวิต มันคือลมหายใจของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เขามีลมหายใจเดียวกัน เชียร์ทีมเดียวกัน มีความสุข มีความทุกข์ สมหวัง ผิดหวังร่วมกันที่นี่ทําให้เกิดการจ้างงาน เกิดเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ตัวเลขที่ได้จากจังหวัดปี ๒๕๕๕ คือจีดีพีของจังหวัดบุรีรัมย์ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ในแง่ของการประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์เขาใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) ที่อยู่ในปัจจุบัน วันหนึ่งมีคนมาจังหวัดบุรีรัมย์ ๕,๐๐๐ คน จะมีคนมา ถ่ายรูปแล้วแชร์ออกไป จากที่นี่ทุกคนก็ว่าได้นะครับ ๑ คนจะมีเพื่อน ๕๐-๑๐๐ คน ดังนั้น จะมีคนไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนได้เห็นจังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์แม้แต่บาทเดียวนะครับ ท่านทิวาพูดไปบ้างแล้วนะครับในเรื่องวันที่ จะเปิดเออีซีประชากรเออีซีในอาเซียน (ASEAN) มี ๖๐๐ ล้านคน มียอดทีมลําดับ ๑ ของอาเซียน ๑ ทีมคือบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเบอร์ ๑ ของอาเซียนมาแล้ว ๓ ปี ถ้ามีคน ในอาเซียนมาเชียร์ (Cheer) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน มาเที่ยวนะครับ ลองมาดูฟุตบอลที่นี่จะเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ประเทศไทย นะครับ เฉลี่ย ๑ คนใช้เงิน ๒,๕๐๐ บาท ใน ๑ ปีจะมีรายได้ ๗,๕๐๐ ล้านบาท ในทางมิติ ความคิดมันอาจจะเปลี่ยนไปหมด เราพยายามจะไปอธิบายสถานทูตเพื่อให้คนมั่นใจและ มาเที่ยวประเทศไทย หากเราจัดการแข่งขันเวิลด์ ซีรีส์ (World series) สัก ๑ รายการ แข่งเมื่อใดผู้สื่อข่าวทั้งโลกก็จะมา คนทั้งโลกจะติดตามดู นักแข่งระดับแชมป์โลกมา เขาแข่ง เสร็จผลการแข่งขันเป็นอย่างไรไม่รู้ล่ะครับ แต่ที่รู้คือประเทศนี้ปลอดภัย ประเทศนี้ไม่มีอะไร น่ากลัว เมืองไทยน่าอยู่ เป็นเมืองที่มีคนอัธยาศัยดี ค่าครองชีพต่ํา อาหารอร่อย ที่ท่องเที่ยว เยอะแยะ รัฐบาลมาจากเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเขาไม่เกี่ยวแล้วนะครับ ไม่จําเป็นต้องไปจ้าง ใครมาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่จําเป็นต้องประชาสัมพันธ์ จัดโรดโชว์ (Road show) ให้เสียเงิน มากมาย หาอีเว้นท์ (Event) ใหญ่ ๆ ในโลกมาแข่ง มันตอบโจทย์ทุกอย่างครับ อย่างไรก็ดี การปฏิรูปกีฬาเป็นหนึ่งใน ๑๘ ด้านที่จะทําให้ประเทศไทยมีความมั่นคง ประชาชน มีความมั่งคั่ง และทั้ง ๑๘ ด้านจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันอย่างยั่งยืนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญ พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ครับ
(พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
เชิญคุณศานิตย์ นาคสุขศรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ เคารพและท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ จากจังหวัดสระแก้วนะครับ ก็ขออภิปรายสนับสนุนและเสนอแนะเพิ่มเติม บางประการเกี่ยวกับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาที่นําเสนอต่อที่ประชุม ในวันนี้นะครับ ผมเห็นว่ารายงานฉบับนี้ถือว่าเป็นรายงานผลงานที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ฉบับหนึ่งนะครับ ไม่น้อยหน้าไปกว่าผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการคณะอื่นและสามารถ ที่จะนําไปใช้ขยายผลได้อย่างหลากหลายและเพื่อให้มันเกิดผลสําเร็จตามที่ตั้งใจไว้นะครับ อย่างไรก็ดีมีความเห็นบางประการที่ผมขอเสนอเพิ่มเติมคือให้การกีฬาของชาติมีการ ขับเคลื่อนไปได้จนประสบความสําเร็จ จนการกีฬาเข้าไปอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคน มีกิจกรรมครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ โดยมีองค์กรหลักรับผิดชอบที่ชัดเจนแน่นอน ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเหมือนในอดีตที่ผ่านมานะครับ ถึงแม้ข้อเสนอและผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการจะได้ยอมรับในเบื้องต้นจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ เรื่องการกีฬาไว้ในมาตรา ๙๕ และมาตรา ๒๙๕ (๓) นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ รัฐธรรมนูญไทย ๘๐ กว่าปีที่ได้มีการวางรากฐานการกีฬาไว้อย่างมั่นคงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นะครับ ปัญหาที่ต้องพิจารณากันต่อไปก็คือเราจะทําอย่างไรที่จะต่อเติมบ้านหลังนี้ให้เป็น บ้านที่น่าอยู่ ครบถ้วน จนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างผาสุก บ้านกีฬา ผมว่าสําคัญที่เป็น รากฐานในการพัฒนาประเทศต่อไปนะครับ กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ ทางคณะกรรมาธิการ ได้นําเสนอไว้ว่ามีปัญหาที่พิจารณาถึง ๑๕ ประการ ในเอกสารหน้า ๑๒ ซึ่งปัญหาที่สําคัญ อย่างยิ่งที่ผมกังวลคือการขับเคลื่อนกีฬาในพื้นที่ทั่วประเทศและเป็นตัวชี้ความสําคัญตาม ข้อ ๑๕ คือปัญหาการไม่กระจายอํานาจในการส่งเสริมและการพัฒนากีฬา และให้เป็นหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และข้อ ๑๒ ปัญหากลไกท้องถิ่นที่ขับเคลื่อนไม่เป็นไปตาม แนวทางเดียวกันนะครับ
ปัญหาประการแรกที่ผมเห็นว่าสําคัญยิ่งก็คือการกําหนดองค์กรหลักคือ ที่รับผิดชอบในการกีฬาในพื้นที่ซึ่งผมคิดว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศไทย เรามีถึง ๗,๘๕๓ แห่งทั่วประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยองค์การบริหารส่วนตําบล เทศบาล องค์การ บริหารส่วนจังหวัด และท้องถิ่นรูปแบบพิเศษคือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ควรเป็น องค์กรหลักในการรับผิดชอบในเรื่องของการกีฬาเพราะนอกจากจะมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับ เรื่องการกีฬา นันทนาการ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุขแล้วก็ยังครอบคลุมพื้นที่ ทั้งประเทศและครอบคลุมประชาชนทุกหมู่เหล่าอยู่แล้วนะครับ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ อย่างยิ่ง การกําหนดเช่นนี้จะมีปัญหาระหว่างหน่วยงานหรือไม่เมื่อถึงจุดนี้นะครับ ผมจึง อยากให้ท่านได้เห็นถึงการจัดการแข่งขันกีฬาถ้าท่านอยู่ในภูมิภาค ในระดับอําเภอนี้นะครับ ส่วนใหญ่เราก็จะมอบหมายให้องค์กรปกครองท้องถิ่น คือไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือว่า อบต. จะเป็นเจ้าภาพหลัก แล้วก็จะมีหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาคนักเรียน ประชาชน ส่วนราชการ ร่วมกับการแข่งขัน ซึ่งในนามของตําบลเขา เขาไม่มีการแบ่งแยกหรือได้มีการที่จะแยกเป็น หน่วยงานหรือในประเภทใด มีความรัก มีความสามัคคีกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าจะไม่มีการ ขัดแย้งขึ้นเมื่อรวมตัวกันแล้วในนามของตําบลเข้าสู่ในเรื่องของการแข่งขัน อันนี้จึงนับเป็น ตัวอย่างที่สนับสนุนในหลักการที่ว่าจะสนองตอบรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้การบริหารจัดการ ด้านกีฬาเป็นระบบที่ทันสมัยและมีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ประการที่ ๒ ส่วนที่ ๒ ได้แก่องค์การบริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบซึ่งเกี่ยวกับกลไกและเครื่องมือเกี่ยวกับการกีฬา ไม่ใช่เป็นเรื่องของการกีฬา ลานกีฬา สนามกีฬา ศูนย์บริการกีฬาระดับท้องถิ่นและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ แม้ว่า ขณะนี้ลานกีฬา หรือสนามกีฬาท้องถิ่นจะมีอยู่แล้วบางส่วนก็ตาม แต่หากยอมรับในหลักการ นี้ โดยหน่วยงานของรัฐอื่นไม่ได้มาดําเนินการเองก็จะทําให้ปรับบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมแทนและย่อมเป็นหลักประกันที่สําคัญคือการพัฒนากีฬาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง คือให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากีฬา
ท้ายที่สุดนี้ผมเน้นอย่างยิ่งว่าการนําการกีฬามาพัฒนาคนให้มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาชาติต่อไปโดยมีการกําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และจะมีการขยายผล โดยการขับเคลื่อนในพื้นที่โดยมอบให้องค์การบริหารท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพหลัก และส่วนราชการอื่น ทั้งหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้สนับสนุนตามตรรกะนี้ ผมมั่นใจว่าการปฏิรูป ประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นมรรคเป็นผลอย่างแน่นอนครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณนิอาแซ ซีอุเซ็ง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัด นราธิวาส หมายเลข ๑๑๖ อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกท่านเพื่อทราบว่าถ้าเราพูดถึงเรื่องกีฬา ทุกท่านก็จะมองไปที่สุขภาพพลานามัย ทุกท่าน ก็จะมองไปที่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นเลิศของกีฬา เรื่องชื่อเสียงของประเทศชาติ ผมในฐานะคนภาคใต้ คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นมาเป็น ลําดับ ผมมองไปอีกมิติหนึ่ง ผมมองกีฬาไปในมิติของความสันติสุข ความสงบสุขในพื้นที่ครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ทางจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายมามากพอสมควร ทางรัฐบาลเองไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็แล้วแต่ก็ได้พยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยการ ส่งกําลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายพลเรือน ตํารวจ ทหาร รวมทั้งงบประมาณมากมายลงไปในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อจะให้เหตุการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวได้สงบโดยเร็ว แต่ถามว่าปัจจุบันเหตุการณ์มันเป็น อย่างไรครับ ก็เรียนให้ทุกท่านได้ทราบว่าปัจจุบันเหตุการณ์ยังปกติ ปกติในความหมายของ ผมก็คือยังมีการระเบิด ยังมีการยิงเจ้าหน้าที่ ยังมีการลอบเผาวางเพลิงโรงเรียนและสถานที่ ราชการต่างๆ ไม่หยุดหย่อน เป็นเนือง ๆ อันนี้หมายถึงปกติครับ แต่ถ้าวันใด คืนใด เดือนใด ไม่มีการเผา ไม่มีการระเบิด ไม่มีการยิง ผมถือว่าไม่ปกติครับ คนที่นั่นจะรู้สึกเหงาทันทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอดีตเคยเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ผมทํางานกับพี่น้อง ประชาชนมาโดยตลอด มิติหนึ่งที่ผมใช้ประโยชน์อยู่มาโดยตลอดก็คือเรื่องกีฬา สร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในพื้นที่ สร้างความสงบสุข สร้างความเข้าใจของพี่น้อง ประชาชนกับทางราชการ ผมมักจะใช้มิตินี้มาโดยตลอด ประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างเช่น มาเลเซียนี่เขาเน้นเรื่องกีฬามาก กระทรวงกีฬาเขามีมานานแล้ว กระทรวงกีฬาและเยาวชน ครับ ทําไมหรือ กีฬากับเยาวชนนี่มันแยกกันไม่ได้ กีฬากับเยาวชนนี่แยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นการที่จะสร้างคนในชาติให้เป็นคนดี เป็นคนที่รักความสามัคคี รักสันติสุขมันต้อง สร้างที่เยาวชน ทุกท่านก็ทราบดีว่าปัญหาเกือบทุกอย่างเกิดจากคนครับ เพราะฉะนั้นในการ แก้ไขปัญหานั้นเราต้องแก้ที่คนครับ ที่ผ่านมานี่มีหลายท่านที่พูดถึงพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผมใคร่ขออัญเชิญความว่า กีฬามีความสําคัญยิ่งสําหรับชีวิต ของแต่ละคน และชีวิตของบ้านเมือง ท่านลองเอาไปขยายความดูตอนที่ ๒ นะครับ ชีวิตของ บ้านเมือง ผมถามว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เป็นบ้านเมืองของเราไหมครับ เป็นบ้านเมืองของประเทศไทยไหมครับ ทําไมท่านไม่เอาพระราชดํารัสอันนี้ไปเป็นแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ทุกท่านก็ทราบดีว่าคนที่นั่นชอบกีฬา ชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ จนกระทั่ง ปัจจุบันกองทัพภาคที่ ๔ ได้สนองตอบนโยบายของกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ซึ่งนํา โดยท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งได้เชิญตัวแทนของกองทัพภาคที่ ๔ มาพูดมาคุยว่า จะทําอย่างไร จะเอามิติกีฬานี่ลงไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนก็ขานรับอยู่ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่เคยทํางานกับพี่น้อง ประชาชนมาโดยตลอดในระยะเวลา ๒๐ กว่าปี ๒๕ กว่าปีนี่อยากจะให้ทางกรรมาธิการเอา แนวพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองผมขอสนับสนุนและขอวิงวอนให้ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านได้สนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ เข้ามาแล้วใช่ไหมครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๖๒ จากการรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการ กีฬา ซึ่งได้ทําการศึกษาวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคต่อการพัฒนากีฬา ได้กําหนดยุทธศาสตร์ การปฏิรูป คือการกีฬาสร้างชาติ และกําหนดยุทธศาสตร์ในการดําเนินกิจกรรมเป็น ๖ ด้าน ดังที่ได้รายงานสภาไปแล้วนั้น ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติมในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และวินัยของพลเมืองด้วยกีฬา และยุทธศาสตร์ที่ ๒ การปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ เพราะทั้ง ๒ ประเด็น ยุทธศาสตร์นี้ผมคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับการสร้างและพัฒนาคนด้านการกีฬาโดยตรง ซึ่งแน่นอนครับว่าการพัฒนาคนนั้นจะต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับปฐมวัย เริ่มต้นจาก พ่อแม่ ครอบครัว เข้าสู่ระบบการศึกษาและโรงเรียนก็จะเป็นสถานที่สําคัญในการหล่อหลอมเด็ก ๆ ในทุกด้าน ซึ่งในเรื่องกีฬาก็คือครูพลศึกษานั่นเอง ทําไมถึงต้องเป็นวัยเด็กที่มีความสําคัญ ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาได้อธิบายไว้ว่า ธรรมชาติของมนุษย์นั้นต้องเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวของเด็ก เช่น การปีนป่ายก็ดี กระโดด กลิ้ง ม้วนตัว ระบบประสาท และกล้ามเนื้อจะทํางานประสานกันอย่างดี กระบวนการตัดสินใจจะมีการพัฒนา ซึ่งนําไปสู่ การพัฒนาสมอง คํากล่าวที่ว่า เด็กซนมักจะฉลาด ก็คงมาจากสาเหตุนี้ เมื่อโตขึ้นก็จะรู้จักทักษะกีฬามากขึ้น ก็จะสามารถต่อยอดไปสู่ความเป็นเลิศได้ ผลพลอยได้ตามมาก็คือการมีจิตใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นปัญหาในขณะนี้คืออะไร จากงานวิจัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าชีวิตของเด็กปัจจุบันนั้นสําหรับเด็ก ประถม มัธยม มีสถิติอ้วนขึ้นทุกปี การใช้ชีวิตคือเรียนหนังสือทั้งภาคปกติ เรียนพิเศษ เล่นเกม (Game) กินอาหารฟาสต์ฟูด (Fast food) เพราะฉะนั้นเมื่อโตขึ้นมีอายุมากขึ้น จากวัยเด็กสู่วัยสูงอายุปัญหาที่จะตามมาก็คือการเป็นโรคอ้วน เป็นโรคติดต่อ ไม่ติดต่อที่เป็น เรื้อรัง เช่น โรคความดัน เบาหวาน โลหิตสูง ซึ่งก็ตามมาในเรื่องสุขภาพซึ่งเราได้พูดกันไป หลายครั้งในหลายโอกาสนะครับ ซึ่งจะใช้งบประมาณของประเทศในการดูแลรักษาสุขภาพ มากขึ้น ปัญหาทางตรงก็คือว่าที่กระทบต่ออุปสรรคต่อการพัฒนาการกีฬาของชาติ ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องของนโยบายการบริหารประเทศ จะเห็นว่าทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับปัจจุบันหรือที่ผ่านมานั้น มุ่งเน้นไปในการพัฒนาความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งวิสัยทัศน์ของสภาปฏิรูปแห่งชาติเองก็เป็นเช่นนั้นด้วยเช่นกัน จะเห็นว่า เราพัฒนาเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิชาการไปจนสุดกู่ อะไรที่ตามมาก็คือ กระทรวงศึกษาธิการหรือระบบการศึกษาก็สนับสนุนความรู้ในด้านวิชาการ ในเรื่อง วิทยาศาสตร์ ในเรื่องคณิตศาสตร์ กลไกที่สําคัญก็ตามมาอีกคือโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งได้รับนโยบายสามารถที่จะปรับในเรื่องของการเรียนการสอนได้ ก็จะไปเน้นเรื่องการเรียน การสอนทางด้านวิชาโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ผมขอให้ข้อมูลทางด้านครู พลศึกษา ซึ่งในปัจจุบันมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาการออกกําลังกายไปสู่การเล่นกีฬา ในระดับต่าง ๆ จะเห็นว่าสําหรับโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ป. ๑ ถึง ม. ๖ ทั้งประเทศนั้น มีจํานวนทั้งสิ้น ๓๒,๓๗๓ โรงเรียน มีครูพละที่บรรจุไว้แล้วคือ ๑๕,๘๙๙ คน ยังขาดอีก ประมาณ ๑๘,๐๐๐ กว่าคน อัตราของครูพลศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ นั้นสําหรับโรงเรียนที่มี นักเรียนไม่เกิน ๑๒๐ คนไปจนถึงประมาณไม่เกิน ๕๐๐ คนจะมีครูพลศึกษาได้ ๑ คน ถ้าเกิน ๕๐๐ คนไปแล้วจนถึงระดับหนึ่งก็จะมีมากกว่า ๑ คนไปจนถึงมี ๕-๗ คนเป็นต้น จะเห็นว่า ประเด็นสําคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนครูพลศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว โรงเรียนที่ขาด แน่นอนอยู่แล้วก็จะใช้ครูคนอื่นสอน พละสอนบ้าง ไม่สอนบ้าง ชั่วโมงพลศึกษาก็จะปล่อยให้ นักเรียนไปเล่นกีฬาตามลําพังบ้างเป็นต้น หรืออย่างโรงเรียนที่มีครูพลศึกษาก็จะลดชั่วโมง เอาชั่วโมงต่าง ๆ เหล่านั้นไปเสริมทางด้านวิชาการหรือกิจกรรมอย่างอื่นเป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะทําให้โรงเรียนที่มีครูพลศึกษาก็ลดชั่วโมงการเล่นกีฬาลงไป ในขณะที่การ สอนวิทยาการได้มีปฏิญญากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการประชุมกันของยูเนสโก (UNESCO) นั้น และมีการลงนามในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๕ กําหนดไว้ว่าในชั่วโมงพลศึกษานั้น จะต้องมีสัปดาห์ละ ๒ คาบ นี่ก็ปี ค.ศ. ๒๐๑๕ แล้วเราก็ยังไม่ได้ทําตามนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการกําหนดไว้เพียง ๑ ชั่วโมง ผมจึงเห็น ว่าการแก้ปัญหาที่สําคัญก็คือว่าในเรื่องของนโยบายการศึกษาจะต้องมีการปรับปรุง โดยเฉพาะเมื่อเรามีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา เรามีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ซึ่งควรจะต้องร่วมกับหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องในการออกกฎหมายลูกนั้นจะต้องเน้นในเรื่องนี้ และโดยเฉพาะครูพลศึกษานั้นมีความจําเป็นที่จะต้องบรรจุให้ครบทุกพื้นที่ เพราะว่ากีฬา สร้างชาติที่เราให้ความสําคัญนะครับ นอกจากนั้นกีฬาก็จะช่วยแก้ปัญหาทางสังคมในเรื่อง ของจิตใจก็ดี ในเรื่องของการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ครูพลศึกษาสามารถที่จะหล่อหลอม และฝึกจิตใจรู้แพ้ รู้ชนะของการทํางานเป็นทีมได้ ผมจึงเห็นว่าการบรรจุครูพลศึกษา การให้ นโยบายเรื่องการศึกษาให้มีชั่วโมงพละมากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่จําเป็นที่ต้องดําเนินการเพื่อกีฬา สร้างชาติครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ถัดไปคุณทนงศักดิ์ ทวีทอง นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ คุณ กาศพล แก้วประพาฬ คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส เชิญคุณทนงศักดิ์ ทวีทอง ก่อนครับ
(นายทนงศักดิ์ ทวีทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
คุณทนงศักดิ์ ทวีทอง ไม่อยู่นะครับ เชิญนาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านนะครับ กระผม นาวาอากาศเอก นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ หมายเลข ๑๖๓ กรรมาธิการปฏิรูปกีฬาและสาธารณสุขนะครับ ก่อนอื่นก็คงต้องขอแสดงความยินดี แล้วก็มีความดีใจที่เรื่องของการกีฬาจะได้รับการบรรจุ เข้าไปในรัฐธรรมนูญ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเมื่อเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแล้ว การดําเนินการในเรื่องของการสนับสนุนจากรัฐบาลก็จะต้องมีมากขึ้นนะครับ สําหรับผมนั้น อยากจะเน้นเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ซึ่งทางกรรมาธิการได้กล่าวไปแล้วนะครับว่า ประเด็น ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เรื่องของการปฏิรูปกีฬา คือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและวินัยของพลเมืองด้วยการกีฬา ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่าสอดคล้องกับการที่ผมเป็นทั้ง กรรมาธิการด้านกีฬาและสาธารณสุข ผมคิดว่าเป็นความหวังของประเทศในการที่หากเรามี เรื่องของการสนับสนุนเรื่องกีฬา ซึ่งต้องยอมรับนะครับว่ากีฬาไม่ใช่กีฬาที่เราเล่นเป็นรูปแบบ เสมอไปนะครับ กีฬาหมายถึงการออกกําลังกายต่าง ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่า แนวนโยบายของการสนับสนุนที่ให้มีสถานที่เล่นกีฬาและออกกําลังกายนั้นจะเป็นหัวใจของ การที่จะทําให้ประเทศไทยเรามีความหวังในการที่จะเป็นสังคมที่มีสุขภาพดีนะครับ สังคม สุขภาพดีอย่างไรผมอยากจะฝากท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา แล้วก็ท่านที่เกี่ยวข้องด้วย นะครับว่าจากการกระจายอํานาจลงไปสู่ท้องถิ่น เราก็จะมีองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง การปฏิรูปด้านสาธารณสุขก็จะมีเรื่องของการกระจายในการบริหารจัดการลงไปถึงระดับของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล ผมคิดว่าแนวคิดนี้ก็จะเป็นความหวังที่จะทําให้ ประเทศไทยเป็นสังคมไทยที่มีสุขภาพดีด้วยการออกกําลังกาย หรือการเล่นกีฬานะครับ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สําคัญที่อยากจะฝากให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นแนวคิด ส่วนตัว แต่ผมคิดว่าทุกคนคงจะได้ประโยชน์ถ้าผมจะพูดคําต่อไปนี้นะครับว่า พวกเราทุกคน จะต้องเห็นแก่ตัว และเห็นแก่เพื่อนในทางที่ดี (ในทางที่ดี) เห็นแก่ตัวในที่นี้ก็คือเราจะต้อง ดูแลตัวเองเพื่อที่จะให้มีสุขภาพดี เห็นแก่เพื่อน เพื่อนในที่นี้ผมไม่ได้หมายความเพื่อนที่เป็น ตัวบุคคล เพื่อนในที่นี้ผมหมายถึงว่าเป็นเพื่อนตายของทุกท่าน เพื่อนตายของทุกท่านคือ ตับ ไต หัวใจ ปอด ซึ่งอยู่ในตัวของทุก ๆ คน เป็นเพื่อนที่จะตายพร้อมไปกับท่านด้วย เพราะฉะนั้น การเล่นกีฬา หรือการออกกําลังกาย คือการที่เรามีการสูบฉีดโลหิตที่มากขึ้น หมายความว่า เราจะนําอาหาร นําเลือด นําออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ซึ่งเป็นเพื่อนตายของท่าน เพราะจะตายไป พร้อมกับท่านนะครับ เพราะฉะนั้นการออกกําลังกายเท่านั้นเอง หรือการเล่นกีฬาเท่านั้นเอง เป็นหัวใจของการที่คนเราจะมีสุขภาพดีนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะฝากไปทาง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล สิ่งที่เรามีอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) หรือการที่จะอํานวยความสะดวกในเรื่องกีฬานั้นทําไม่ยากนะครับ ในการออกกําลังกายในท้องถิ่นนั้นผมแนะนําให้เรื่องของการเดินนะครับ ท่านลองหาพื้นที่ เดินให้ได้สัก ๑๐-๑๕ นาทีนะครับ เดินแล้วก็จับชีพจรของตัวเองนะครับ แล้วในวันต่อ ๆ ไป ในเดือนต่อ ๆ ไปท่านไปจับชีพจร ชีพจรของท่านควรจะต้องลดลง แล้วท่านก็ต้องทําเวลา ให้ดีขึ้นนะครับ การทําเวลาในการเดิน ๑๐-๑๕ นาทีให้ดีขึ้นเป็นระยะ ๆ ไป ๖ เดือนผมเชื่อว่า หัวใจท่านจะแข็งแรงขึ้นนะครับ ชีพจรท่านจะต่ําลง ถ้าท่านมีความดันโลหิตสูง ความดันโลหิต ก็จะลดลงเพราะว่าหลอดเลือดมีการขยายตัวแล้วก็ความดันในโลหิตก็จะลดลง การดําเนินการเหล่านี้ผมคิดว่าหลังจากที่เรามีการกระจายอํานาจไปแล้ว โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบลทําเรื่องเหล่านี้ได้ดีขึ้นนะครับ ในอนาคตผมคิดว่าเราอาจจะต้องมีใช้ คําว่าวันเห็นแก่ตัวแห่งชาตินะครับ คือทุกคนต้องมาออกกําลังกายกันนะครับ เพื่อจะทําให้ เรามีสุขภาพที่ดีนะครับ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วทุกท่านที่ผมพบเราจะมีนัดกับคนอื่นเสมอ นะครับ เราไม่ค่อยทํานัดกับตัวเราเองเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการมีสุขภาพดีเริ่มที่ ตัวเรานะครับ แล้วก็ท่านสามารถที่จะทําให้มีสุขภาพดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เรามีคําว่า กีฬาอยู่ในรัฐธรรมนูญครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณกาศพล แก้วประพาฬ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ กระผม นายกาศพล แก้วประพาฬ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๐๐๒ จากจังหวัดกาญจนบุรีครับ ท่านประธานครับ ทันทีที่สภาแห่งนี้ได้มีมติเห็นชอบหรืออนุมัติ ให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาขึ้นเพื่อเป็นธงนํา เป็นผู้เสนอแนะแนวทางการ เปลี่ยนแปลงการพัฒนาการกีฬาขึ้นในสภาแห่งนี้ครับ ตัวผมเองค่อนข้างจะดีใจเป็นกรณี พิเศษครับ เพราะว่าตัวผมเองนั้นรักกีฬา ชอบกีฬาครับ ส่วนหนึ่งที่เรียนตรง ๆ ว่าเป็นผู้เป็น คนหรือมีสัมมาชีพอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะกีฬาครับ สมัยวัยรุ่นอยากจะออกนอกลู่นอกทางไป เหมือนกันนะครับ ถ้าไม่ได้กีฬาเป็นตัวฉุดรั้งไว้ป่านนี้อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ครับท่าน ต้องขอขอบคุณกีฬาเป็นกรณีพิเศษครับ ท่านประธานครับ กระผมเองมีความเชื่อมั่นว่า ตัวแปรที่สําคัญที่จะเป็นตัวแปรที่เป็นผลกระทบในเชิงบวกเพื่อจะนําไปสู่การพัฒนาต่าง ๆ กีฬาสามารถจะช่วยได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางด้านสังคม สาธารณสุข เศรษฐกิจ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ ผมยังเชื่อมั่นว่าคนเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้านครับ ถ้าเราทําให้มีคนดี คนเก่ง คนมีคุณธรรมจริยธรรม คนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงที่ดี ผมเชื่อว่าสังคมก็จะดีขึ้นทุกอณู ทุกองค์ประกอบย่อยจะประกอบกันขึ้นเป็นประเทศชาติ ที่แข็งแกร่ง ตรงนี้การกีฬาก็จะมีส่วนช่วยได้นะครับ ท่านคงไม่ปฏิเสธประโยคทอง ๒ ประโยคที่มีคนกล่าวไว้เสมอ ๆ แม้กระทั่งเป็นหลักสัจธรรมเลย ทุก ๆ คนยอมรับนะครับ นั่นก็คือว่าการศึกษาช่วยพัฒนาคน คนพัฒนาชาตินะครับ ประโยคทองอีกอันหนึ่งก็คือว่า กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ แล้ว ๒ ประโยคนี้ลงมารวมกันดี ๆ หาแนวทางพัฒนาดี ๆ ครับ ผมคิดว่าจุดคานงัด จุดที่พวกเรากําลังหากันอยู่ สภาปฏิรูปแห่งชาติอันนี้กําลังหากันอยู่ นะครับ จุดคานงัดก็คือคน ๒ เรื่องนี้ใช่หรือเปล่า ลอง ๆ ฝากเป็นประเด็นที่จะให้ท่านได้ กรุณาคิดดูครับ ท่านประธานครับ ทันทีที่ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมานะครับ ผมเองมี ความคาดหวังไว้เพียง ๓ ประการนะครับ เป็นโจทย์ ๓ ข้อที่อยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ดําเนินการนะครับ เพียง ๓ ข้อเท่านั้น เดิมทีตั้งไว้เท่านั้นนะครับ
ประการแรกก็คือว่าอยากให้เห็นการกีฬาของเราเป็นเอกภาพครับ องค์กรต่าง ๆ มีการดําเนินการที่เป็นเอกภาพ มีความชัดเจนถึงแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงมีแผนที่ชัดเจนครับ
ประการที่ ๒ ครับ อยากเห็นประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทได้มี โอกาสเข้าถึงการกีฬาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงนะครับ
และประการสุดท้ายที่กระผมคาดหวังไว้เมื่อวันที่มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ก็คือการที่จะให้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความสมัคร สมานสามัคคีปรองดองจนนําไปสู่ความมั่นคงของชาติครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกระผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการทั้ง ๒๔ หน้า ที่ได้เสนอต่อสภาในวันนี้ กระผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองรู้น้อยจริง ๆ เพราะว่า ท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาเสนอแนวทางที่กระชับ สมบูรณ์ครบถ้วนครับ ท่านได้เสนอ แนวทางที่เกินกว่าที่กระผมตั้งใจไว้ คิดว่าตรงนี้เพียง ๓ ประเด็น จะแก้ปัญหาได้นะครับ ท่านบอกว่ายังไม่ใช่นะครับ ท่านได้ออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ อันนี้ครับเป็นข้อดีของการได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประชาชนได้เสนอปัญหา มาถึง ๑๔ ด้าน เขาคาดหวังไว้ถึง ๑๓ ด้าน ผมขออนุญาตเวลามีน้อยนะครับ คงไม่สามารถ จะกล่าวไว้ตรงนี้ได้ ยุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ที่ท่านคณะกรรมาธิการเสนอมานี้ ผมคิดว่า มันจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การบริการสาธารณะ การสร้าง เศรษฐกิจในเรื่องของอุตสาหกรรมกีฬามาร์เกตติง (Marketing) ต่าง ๆ ที่ท่านพยายามใส่ เข้าไป ซึ่งกระผมเรียนว่าผมเองรู้น้อย ท่านคณะกรรมาธิการได้ดําเนินการอย่างครบถ้วน สมบูรณ์จริง ๆ ต้องขอกราบขอบพระคุณครับ ข้อเสนอแนะประการเดียวของกระผมอยากให้มี ความทั่วถึง อยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมมาก ๆ อย่างไรก็แล้วแต่ท่านเอง ก็มีความพยายามที่จะเคลียร์ปัญหาให้ในเรื่องของกติกาต่าง ๆ ที่เกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ การบริจาคเงินของ สตง. ผมทราบว่าท่านกําลังดําเนินการช่วยอยู่ตรงนี้ด้วยนะครับ ถ้าแก้ไข ตรงนี้ได้ผมคิดว่าการลื่นไหลที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยก็จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งครับ โดยสรุปแล้วกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่ารายงานของท่านนี้คงจะนําไปสู่แนวทางเพื่อปฏิรูปการกีฬาให้เห็นผลเป็น รูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกษมสันต์ จิณณวาโส ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ทั้งท่านประธาน และท่านคณะกรรมาธิการทั้งคณะนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณทาง ท่านประธานเป็นอย่างมากที่ได้กล่าวไว้ในคํากล่าวเปิดตอนที่จะมีการแถลงเรื่องยุทธศาสตร์ สาระสําคัญที่ท่านประธานได้กล่าวถึงก็คือว่าเรื่องที่สําคัญในอนาคตที่เราอยากจะผลักดัน โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดตั้งหอประวัติศาสตร์เกียรติยศนักกีฬาแห่งประเทศไทยหรือ ไทยแลนด์ ฮอล ออฟ เฟม ประเด็นนี้มันเป็นเรื่องที่เราไม่เคยทําเลยในประเทศ เป็นสิ่งที่เรา ควรจะต้องเชิดชูแล้วก็ให้เกียรติกับนักกีฬาไทยที่ประสบความสําเร็จในระดับโลกหรือ ในระดับประเทศ ซึ่งการจัดตั้งฮอล ออฟ เฟม นี้มันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจอย่างยิ่ง ที่จะให้อนุชนรุ่นหลัง ๆ ที่อยากจะเรียนรู้หรือมาดูในเรื่องของความสําเร็จของนักกีฬาของ ไทยที่ก้าวเข้าไปสู่ระดับอาชีพหรือในเวทีโลกได้นี้ ในฮอล ออฟ เฟม หรือพิพิธภัณฑ์แห่งการ เรียนรู้ ความสําเร็จของนักกีฬาไทย ก็จะเป็นตัวชี้นําแล้วก็เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ให้หลายคนได้เอาไว้เป็นตัวอย่าง สิ่งที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่าเรื่องของฮอล ออฟ เฟม นั้น มันจะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องของการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพราะว่าสถิติ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักกีฬาทั้งหลายได้ถูกจดบันทึกไว้หรือแม้แต่ในเรื่องของสแนปชอต (Snapshot) ต่าง ๆ ที่ท่านได้เล่นอยู่ในกีฬาที่ผ่านมาในกีฬาอาชีพหรือกีฬาระดับโลก ก็จะถูก บันทึกไว้แล้วก็สามารถที่จะเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางด้านโสตทัศนูปกรณ์ได้ ประเด็นนี้ ก็คือว่าในเรื่องของการจัดตั้งหอเกียรติยศหรือหอประวัติศาสตร์นักกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ท่านประธานได้กรุณาแถลงไว้นี้ นอกจากจะเป็นศูนย์เรียนรู้ของเยาวชนไทยแล้วนะครับ ยังเป็นประเด็นที่จะผลักดันให้คนไทยที่สนใจการกีฬานี้ได้เข้ามามีส่วนร่วม ที่สําคัญคือพื้นที่ แห่งนี้ได้มีการเสนอเป็นแนวคิดไว้ก็จะกลายเป็นแหล่งดึงดูดหรืออาจจะเป็นแหล่งการ ท่องเที่ยวสําหรับคนที่สนใจในกีฬาชนิดหรือประเภทต่าง ๆ ซึ่งผมคาดว่าในอนาคตสิ่งที่เรา สามารถที่จะผลักดันได้ในเร็ว ๆ นี้ ก็คือว่าถ้าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่อาจจะมีการจัดตั้งในสนามกีฬาใหญ่ ๆ ในประเทศ เช่น สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน หรือแม้แต่ที่สนามกีฬา ๗๐๐ ปีที่เชียงใหม่ หรือสนาม กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาที่นครราชสีมา แล้วก็ที่จังหวัดอื่น ๆ เช่นศูนย์กีฬาภูมิภาค แห่งชาติที่ชลบุรี สนามกีฬาติณสูลานนท์ที่สงขลา หรือแม้แต่สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต ข้อดีตรงนี้จะนําไปสู่เรื่องของการเชิดชูเกียรติยศ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นของคนไทยเราเชิดชู หรือให้เกียรติกับนักกีฬาที่ประสบความสําเร็จน้อยมาก อย่างที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่า เมื่อสมัยปี ๒๕๕๕ คุณพัทธยา เทศทอง ได้คว้าเหรียญทองในกีฬาพาราลิมปิก ๔ เหรียญทอง สมัยนั้นพอดีทําหน้าที่เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เราก็สํารวจพบลูกวาฬ บรูดาในอ่าวไทย ก็ขออนุญาตคุณพัทธยาเอาชื่อคุณพัทธยามาตั้งเป็นชื่อลูกปลาวาฬ คือเจ้าพัทธยาที่เราสํารวจพบเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ปี ๒๕๕๕ ซึ่งก็เป็นวิธีการหนึ่งที่เราเชิดชูเกียรติ ให้กับคุณพัทธยา เวลาเราตีพิมพ์เอกสารออกมาคนก็จะสงสัยว่าทําไมเราสะกดผิด เพราะนึกว่า จะเป็นพัทยาที่สะกดเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยว ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราก็ได้พยายามได้ เชิดชูให้เกียรติกับนักกีฬาพาราลิมปิก ซึ่งผมคาดหวังว่าในอนาคตสิ่งที่ท่านประธานได้กล่าวไว้ ในสเตทเมนท์ (Statement) รวมทั้งเอกสารรายละเอียดต่าง ๆ ก็จะไปปรากฏอยู่ในยุทธศาสตร์ ที่จะดําเนินการตามกระบวนการต่อไปก็จะเป็นประเด็นที่นําไปสู่การปฏิบัติ แล้วก็เป็นมรรคเป็นผล เป็นจุดการเรียนรู้ของประชาชนและอนุชนรุ่นหลังต่อไป ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่าน คุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี คุณถวิลวดี บุรีกุล คุณนิฟาริด ระเด่นอาหมัด คุณภัทรียา สุมะโน พลเรือเอก ศุภกร บุรณดิลก เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ครับ
(นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
เชิญดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้จัดทํา เอกสารซึ่งน่าสนใจแล้วก็ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองแล้วก็มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน อย่างไรก็ตามดิฉันขอแสดงข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อที่จะนําไปสู่การปฏิรูปการกีฬา ของประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น
ประเด็นแรกก็คือดิฉันคิดว่าการจัดทํายุทธศาสตร์การปฏิรูปการกีฬามีความจําเป็น เป็นอย่างมาก และต้องมองถึงผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องของการปฏิรูปการกีฬา ซึ่งท่านกรรมาธิการ ได้จัดทําวงจรของคนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาไว้นะคะ ดิฉันลองแบ่งง่าย ๆ กลุ่มที่ ๑ ดูเหมือน ท่านจะให้ความสําคัญเป็นพิเศษถึงขนาดที่จะขอให้มีการสร้างสิ่งที่เป็นที่เคารพแล้วก็จดจํา นักกีฬาที่เก่งนะคะ ดิฉันเห็นด้วยในเรื่องของการให้ความสําคัญกับบุคคลที่เคยทํา คุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ต้องมีการดูแลให้พวกเขาใน ระยะเวลาที่พวกเขาเลิกทํากิจกรรมเพื่อประเทศชาติไปแล้ว นอกจากนี้สิ่งหนึ่งก็คือกลุ่มที่ ๒ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสําคัญมาก ดิฉันอยากจะให้มีการจัดแบ่งชั้น หมายถึงว่าเป็นกลุ่มของคน แต่ละกลุ่มนะคะ เช่น ๑. กลุ่มเด็ก ซึ่งดิฉันไม่เห็นว่ามีการคลาสสิฟาย (Classify) หรือแบ่งประเภทของ กลุ่มเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่น การกีฬาก็ต่างกัน การปฏิรูปกีฬาที่เหมาะสมกับ กลุ่มเหล่านี้ก็ต่างกัน กิจกรรมก็ต่างกัน กลุ่มสตรี กลุ่มบุรุษ กลุ่มเพศสภาพ นอกจากนี้ กลุ่มเหล่านี้ก็จะมีอายุอานามแตกต่างกัน ความสามารถทางกายทางจิตใจก็ต่างกัน ด้วยเหตุนี้ การออกแบบกีฬาที่เหมาะสมก็ต่างกัน ดิฉันยังมองไม่เห็นว่ามีกลไกตรงไหนที่มีการออกแบบ การปฏิรูปกีฬาที่เหมาะสมกับสถานภาพของแต่ละคน งบประมาณของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาของปี ๒๕๕๘ ถึง ๘,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เป็นงบประมาณ ส่งเสริมพัฒนากีฬาและนันทนาการถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไม่ทราบว่าจะไปส่งเสริมในเรื่อง เหล่านี้เพียงใดนะคะ
คราวนี้ลองมาดูถึงเรื่องของการเข้าถึงการกีฬาในประเทศไทย ดิฉันไม่อยากให้ มองแค่การกีฬาเท่านั้น แต่อยากจะให้มองถึงนันทนาการพ่วงไปด้วย การเข้าถึงในประเทศไทย ของเราค่อนข้างยาก เพราะว่าเวลา สถานที่ ค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย ความสะดวกยังไม่มี ถ้าคนที่มีฐานะพอจะเข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกที่เป็นของเอกชนได้ แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป แล้วละก็เราไม่สามารถที่จะเข้าถึงตรงนั้นได้นะคะ นอกจากนี้ประเภทกีฬาที่จัดให้ ก็ไม่เหมาะสม งบประมาณต่าง ๆ จัดสรรไปก็จะเป็นไปเพื่อคนทั่วไป แต่ว่าไม่ได้เป็นไปตาม ความเสมอภาคแล้วก็ความแตกต่างทางอายุ ทางจิตใจหรือสภาพทั้งหมด ประเภทกีฬาก็เป็น การบังคับให้เล่น ส่วนใหญ่ก็จะบังคับให้ผู้หญิงจะต้องออกกําลังกายโดยวิธีแอโรบิกอย่างนั้น เป็นต้น ซึ่งไม่จําเป็นที่จะต้องเป็นแบบเหมือนกันเสมอไปนะคะ นอกจากนี้เรื่องของเศรษฐกิจ กีฬาที่ท่านดูเหมือนจะให้ความสําคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คงต้องควบคุมไม่ให้เศรษฐกิจกีฬา เป็นเครื่องมือในทางการเมืองในอนาคต แล้วก็คิดกีฬาเป็นการพาณิชย์ ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วย
คราวนี้ลองมาดูว่าในกระบวนการปฏิรูปกีฬาเราต้องการให้เห็นอะไรเกิดขึ้น เราต้องการปฏิรูปกีฬาเพื่อให้เห็นประชาชนที่เป็นคนที่มีความเข้มแข็งทั้งกายและจิตใจ หรือเปล่า เมื่อเป็นเช่นนี้กายก็แข็งแรง จิตใจก็แข็งแรง แต่ดิฉันยังมองไม่เห็นว่าทําอย่างไร ถึงจะให้ประชาชนชาวไทยที่เราทําให้เขาเป็นพลเมืองมีจิตใจที่เป็นนักกีฬา เป็นคนที่รู้แพ้รู้ชนะ และเป็นคนที่มุ่งมั่นทําประโยชน์เพื่อแผ่นดิน นอกจากนี้กีฬาจะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ แต่ในภาพรวมดิฉันก็ยังมองไม่เห็นในรายละเอียดในเรื่องของการสร้างคนให้สามารถที่จะเป็น คนที่ทําประโยชน์เพื่อสาธารณะด้วยใช้ความสามารถในทางกีฬานะคะ คือยกตัวอย่างง่าย ๆ ผู้เกี่ยวข้องกับการกีฬามีมากมาย โดยเฉพาะเราต้องกระจายโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่ สามารถที่จะจัดการบริการในเรื่องกีฬาให้ตัวเองได้ โดยเฉพาะทํางานร่วมกับองค์กรบริหารท้องถิ่น ที่จะเปลี่ยนสภาพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อเป็นเช่นนี้ในเรื่องของการกีฬาเราคง จะไม่มุ่งแค่ให้ทุกคนไปดูฟุตบอล แต่ว่ามีกีฬาที่เหมาะสมกับเขาจะทําอย่างไรเพื่อป้องกัน การตั้งครรภ์ในวัยเด็ก เด็กก็ควรจะไปเล่นกีฬาแทนที่จะไปทํากิจกรรมประเภทอื่น ซึ่งตรงนี้ จะต้องเป็นการออกแบบที่ละเอียดอ่อนแล้วก็เหมาะสม ถ้าเราพิจารณางบประมาณที่จัดสรร ท่านจะพบว่างบประมาณส่วนใหญ่จะจัดสรรไปเพื่อกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือ เพศใดเพศหนึ่ง แต่เพศอีกเพศหนึ่งนั้นไม่ได้ให้ความสําคัญกับพวกเขาเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ดิฉัน คิดว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาน่าจะให้ความสําคัญกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนิฟาริด ระเด่นอาหมัด ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ก็ได้ดูเอกสารที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้ทําแล้วค่อนข้างดีนะครับ เป็นที่รับรู้ว่าทุกอย่างสามารถจะ ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ กีฬาจะเป็นได้ทั้งการสร้างคนให้มีวินัย การสร้างคนให้เคารพกติกา แล้วการสร้างสังคมประชาธิปไตยและมีอีกหลายส่วน ผมมีประเด็นเสนอเล็ก ๆ ๒-๓ ประเด็น นะครับ อันที่ ๑ จะทําอย่างไรให้กีฬากับสุขภาพไปด้วยกัน เวลาเราไม่สบายเราไปหาหมอ คุณหมอก็จะจ่ายยาให้กับพวกเรา ผมอยากเสนอให้ได้มีการออกคําสั่งให้คนไข้ออกกําลังด้วย เช่น มีตารางว่าหลังจากคุณได้รับยาแล้ว คุณจะต้องออกกําลังกายและเล่นกีฬาอะไรบ้าง ซึ่งจะมีข้อมูลในหน้าที่ ๒ พูดถึงผู้ที่ไม่ออกกําลังกาย มีโอกาสเจ็บป่วยมากกว่าผู้ออกกําลังกาย ถึง ๓ เท่า ตรงนี้ถ้าเราทําสําเร็จจะประหยัดได้มากมายแล้วก็ดูแลโอกาสอีกหลายส่วน ของคนที่ไม่ป่วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ พูดถึงกีฬาท้องถิ่นกับกีฬาพื้นบ้านผมอยากให้เรามีการได้ ออกแบบและพัฒนากีฬาเหล่านี้ให้กลายเป็นกีฬาสากล เราจะออกแบบอย่างไรให้มันมี ความทันสมัย มีความน่าสนใจ แล้วก็เผยแพร่สู่นานาชาติ สุดท้ายก็จะกลายเป็นกีฬาออกไปสู่ ระดับสากลได้และจะเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยด้วยนะครับ
อันที่ ๓ ก็คือผมอยากจะผูกกับอุตสาหกรรมนะครับ อุตสาหกรรมเรื่องกีฬา มีเรื่องของชุดกีฬา เครื่องกีฬา อาหารต่าง ๆ แล้วก็ยาบํารุง สนามกีฬา แม้แต่จักรยาน ผมได้ ไปดูโรงงานผลิตรองเท้านะครับ ซึ่งเป็นรองเท้าแบรนด์เนม (Brand name) ระดับโลก แต่ทําที่เมืองไทย สิ่งที่เราป้อนเข้าไปก็คือเราป้อนพื้นรองเท้าใช้ยางในเมืองไทย ที่เรียกว่า เขาตีคอมพาวด์ (Compound) ตามสูตรที่เขาต้องการ ลักษณะของการทํางานก็คือเราส่ง คอมพาวด์จากโรงงานของไทยเข้าสู่โรงงานผลิตรองเท้าตามลายที่เขาต้องการแล้วก็ฉีดเข้าไป ในเบ้าก็กลายเป็นพื้นรองเท้า เมื่อประกอบเสร็จก็กลายเป็นรองเท้าที่มีแบรนด์เนมระดับโลก นี่คือคนไทยทําเอง ถ้าเราจะพัฒนาต่อจนกลายเป็นแบรนด์เนมของไทยเอง เพราะนี่คือ โอกาสในการผลิตสินค้าระดับโลกแล้วก็จะกลายเป็นโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจนะครับ
สุดท้ายจะทําอย่างไรให้กีฬาไม่เกิดผลเสีย ตอนนี้มีฟุตบอลทั้งวันทั้งคืน นะครับ ทําอย่างไรให้กีฬาบางส่วนไม่กระทบต่อการทํางานของแรงงานกับของคนทํางาน กีฬาไม่กระทบต่อการเรียน กีฬาไม่กระทบต่อสุขภาพ แล้วก็สุดท้ายกีฬาต้องไม่นําไปสู่การ เล่นการพนัน ต้องไม่ส่งเสริมนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณภัทรียา สุมะโน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ ดิฉันขออภิปรายแนวทางการปฏิรูปการ กีฬาที่กําหนดไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ ดิฉันสนใจยุทธศาสตร์ที่ ๔ ค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิรูป นโยบายและโครงสร้างเพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนการกีฬาของชาตินะคะ ประเด็นนี้ กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาเสนอตั้งองค์กรต่าง ๆ ขึ้นมา ๖ องค์กร ซึ่งเวลาก็คงไม่พอให้พูด แต่ดิฉันอยากจะพูดถึงองค์กรหลัก ก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งคณะกรรมาธิการนี้ เสนอแยกนะคะให้การท่องเที่ยวกับการกีฬานี้แยกจากกันค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจ แตกต่างกันแต่ถูกจับมารวมกันอย่างค้านสายตาผู้ชม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ในกระทรวงเดียวกันก็ต่างคนต่างทํา ต่างคนก็อยู่ ต่างคนต่างอยู่แยกกันไป ผิดฝาผิดตัว ดังนั้นดิฉันจึงขอสนับสนุนนะคะ ในการที่จะแยกภารกิจทั้งสองนี้ แต่มิใช่ว่าแยกเป็น ๒ กระทรวงนะคะ ดิฉันขอเสนอให้แยกการท่องเที่ยวออกไปเป็นรัฐวิสาหกิจดังเดิม แต่อาจจะปรับสถานะอะไรให้ใหญ่โตขึ้นกว่านั้นก็ได้ แต่ไม่ใช่กระทรวงเพราะว่าภารกิจของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนี้ยังไม่อยู่ในระดับกระทรวง แต่โดยให้มีกระทรวงการกีฬาแห่งชาติ หรือกระทรวงการกีฬาแห่งประเทศไทยดําเนินภารกิจ ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรมต่าง ๆ รอบด้านของการกีฬาของชาตินะคะ
และเรื่องต่อไปดิฉันขอสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พัฒนานักกีฬาคนพิการค่ะ ซึ่งควรจะมีมานานแล้ว ดิฉันว่าคงจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ดิฉันได้มองเห็นว่านักกีฬาคนพิการ ของไทยเรานี่มีความสามารถสูงนะคะ เขามีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่เหนือกว่าคนปกติในการ ฝึกซ้อมแล้วเขาก็ได้เหรียญรางวัลมามากมายแต่ว่าไม่เป็นข่าวนะคะ จะไม่เป็นข่าวเลย น้อยมากเลย รางวัลเหรียญทองได้มาทุกครั้งเลยที่ไปแข่งขันต่างประเทศนะคะ เขาฝึกซ้อม ด้วยความยากลําบากมากกว่านักกีฬาปกติแต่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐนี้น้อยมากค่ะ ในการไปแข่งขันกีฬาในต่างประเทศนะคะ ดิฉันมีเพื่อนเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย ในกรุงลอนเป็นเพื่อนกับคุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ขออภัยที่เอ่ยนาม เขาได้อุปการะนักกีฬาคนพิการที่ไปแข่งขันในลอนดอนทุกครั้งเลย เพราะเขาทนไม่ได้ที่จะ เห็นความยากลําบากของนักกีฬาในต่างประเทศ นักกีฬาไทยนี่ล่ะค่ะ เขาถามดิฉันว่าเมื่อไร รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณในการสนับสนุนดูแลนักกีฬาคนพิการสักทีหนึ่ง ทั้งในด้านสรีระ อุปกรณ์กีฬาและการฝึกซ้อม ดิฉันในฐานะเป็นข้าราชการคนของรัฐก็ได้ตอบว่า เรายังไม่มี งบประมาณเพียงพอ เขาก็ถามว่าแล้วทําไมรางวัลชัยชนะของนักกีฬาคนปกติจึงมากกว่า นักกีฬาพิการตั้งหลายเท่า ซึ่งตรงนี้คุณจุตินันท์ก็ได้พูดไปแล้วนะคะ ท่านคิดดูนะคะ รางวัลที่ ๑ อย่างเดียวกันนี่ กีฬาเดียวกัน นักกีฬาปกติได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่นักกีฬาพิการได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ดิฉันจึงขอเสนอว่าในการที่จะช่วยเหลือนักกีฬาพิการนี่นะคะ ดิฉันอยากเสนอประเด็นปฏิรูป ในยุทธศาสตร์ที่ ๕ หรือยุทธศาสตร์ใดก็ได้ว่าจัดให้มีสวัสดิการที่เหมาะสมและปรับปรุงอัตรา เงินรางวัลการแข่งขันกีฬาสําหรับนักกีฬาคนพิการอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ท่านประธานคะ ท่านคงไม่ทราบว่าดิฉันน้ําตาไหลทุกครั้งที่เห็นนักกีฬาพิการจูบเหรียญรางวัล เพราะชัยชนะของเขามันยิ่งใหญ่กว่านักกีฬาปกติคนธรรมดา เขาทําได้ทั้ง ๆ ที่เขาพิการ เขาทําได้ดีกว่า เขามีชัยชนะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเสนอฝากกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ว่าช่วยผลักดันเรื่องนี้สักทีเถอะค่ะ มันนานมาแล้ว คุณจุตินันท์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็พยายามอยู่แต่ไม่สําเร็จ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร งบประมาณทําไมมีให้นักกีฬาธรรมดา ได้มากมาย ระหว่าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตะกี้ที่คุณจุตินันท์พูดถึง นะคะ ขอความเสมอภาคและเป็นธรรมให้กับนักกีฬาพิการในการปฏิรูปการกีฬาครั้งนี้ให้เป็น ประวัติศาสตร์เสียทีหนึ่งเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ครับ
เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬา เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ขออภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ จากการศึกษา รายงานของคณะกรรมาธิการพอสมควร ผมขอเรียนว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอต่าง ๆ ในรายงาน ทุกประการ แต่เนื่องจากเป็นนักกีฬาเก่านะครับ มีความผูกพันกับการแข่งขันกีฬาเพื่อความ เป็นเลิศมาพอสมควร จึงใคร่ขอเสนอแนะในเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ ๓ ประการ กล่าวคือ
ประการแรก ที่ผมว่าผมเป็นนักกีฬาเก่า คือผมเคยเป็นนักกีฬารักบี้ฟุตบอล ทีมโรงเรียนนายเรือ ทีมราชนาวีสโมสร และเคยเป็นผู้เล่นระดับทีมชาติครั้ง ๒ ครั้ง และไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมเคยดํารงตําแหน่งอุปนายกสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ๒ สมัย เคยเป็นผู้จัดการทีมรักบี้ฟุตบอลทีมชาติไทยชุดรองชนะเลิศ เอเชียน ไฟว์ เนชัน ดิวิชัน ๒ (Asian five nation division ๒) รักบี้ไทยได้เหรียญซีเกมส์มาตลอดไม่เคยผิดหวัง แต่ในครั้งนั้น ที่ช่วงผมเป็นอุปนายกสมาคมสมัยแรก เชื่อไหมครับ สมาคมมีหนี้สินจากการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันระดับชาตินับล้านบาท และต่อมาอีกสมัยด้วยความสามารถของท่านนายกสมาคม คนต่อมา ท่านก็ค่อย ๆ ใช้หนี้ ขอประนีประนอมเขาบ้าง ก็สามารถปลดหนี้ได้ ปัจจุบันอดีต นายกสมาคมท่านนั้นก็ได้กลับมาเป็นนายกสมาคมรักบี้ใหม่ในปัจจุบัน และนอกจากสมาคม รักบี้ฟุตบอลแล้ว ผมยังเคยดํารงตําแหน่งอุปนายกสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย ปัจจุบันก็ยังคงสภาพเป็นสมาชิกสมาคมอยู่ สําหรับสมาคมเรือใบ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้งบประมาณจากการกีฬาจะไม่มากนัก แต่สมาคมแข่ง เรือใบมีกองทัพเรืออาสาเป็นผู้ดูแลทําให้มีผู้สนับสนุนมากมาย ต่างกับรักบี้ฟุตบอลที่เป็นกีฬา ที่หนักต้องใช้พละกําลัง ผู้เล่นต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ค่อนข้างสูง ร่างกายก็ต้องแข็งแรง แล้วก็ต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ต้องเสาะหาสร้างและบ่มเพาะมาตั้งแต่เด็ก เป็นกีฬาที่ต้องแข่งขันภายในประเทศและหลายประเภท ตลอดจนร่วมแข่งขันและเป็น เจ้าภาพในการแข่งขันระหว่างประเทศทั้งปี มากครั้ง ต้องใช้งบประมาณในแต่ละปีมาก แต่โชคร้ายที่เป็นกีฬาที่มีคนดูมากเป็นอันดับ ๓ ของโลก แต่ในประเทศไทยไม่ได้รับความนิยม เท่าที่ควร ไม่มีหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด ๆ อาสาเป็นผู้ดูแล และผู้สนับสนุนทางงบประมาณก็ไม่มีต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบตามลําพังนะครับ สนามฝึกซ้อม ของตัวเองก็ยังไม่มี เท่าที่ได้เล่าประสบการณ์ชีวิตด้านการกีฬามาก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าการกีฬา เพื่อความเป็นเลิศนั้นต้องใช้งบประมาณมากและแม้ผมจะมีประสบการณ์กับสมาคมกีฬา เพียง ๒ สมาคม แต่ผมกล้ายืนยันว่าทุกสมาคมกีฬาที่มีหน้าที่ให้กีฬาที่ตนรับผิดชอบมีความ เป็นเลิศ นําเกียรติยศชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของประเทศมาให้พี่น้องประชาชนได้ภาคภูมิใจกัน นั้นงบประมาณในปัจจุบันที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลไม่พอเพียงทุกสมาคมหรอกครับ สมาคม ใดโชคดีมีหน่วยหรือผู้ดูแลให้การสนับสนุนก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีก็แย่ครับ บางสมาคมเวลาจะพา นักกีฬาไปแข่งขันนอกประเทศต้องวิ่งไปกราบไหว้หาผู้สนับสนุนเพื่อหาตั๋วเครื่องบิน ให้นักกีฬาไปแข่งขันก็มี ในการปฏิรูปครั้งนี้ในยุทธศาสตร์ ประเด็นที่ ๕ ขอให้มีหลักการอีก ข้อหนึ่งว่า ต้องมีการจัดสรรงบประมาณอย่างพอเพียง เหมาะสมตามความเป็นจริงกับการ ดําเนินการของกีฬาประเภทนั้น ๆ โดยไม่จําเป็นต้องให้ไปพึ่งจากแหล่งสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งการจะหาทุนเพิ่มเติมของสมาคมนั้นกระทําได้ แต่จะให้เป็นเพียงกําไรให้ดีขึ้นเท่านั้น งบประมาณที่ได้รับจากรัฐจะต้องพอเพียง และในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและ การพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ ผมมีข้อเสนออีกประการ แบบนักยุทธศาสตร์คือเราจะต้องกําหนดเป้าหมาย เช่น ในระดับโลก ระดับโอลิมปิก กีฬาอะไรที่พอจะมีศักยภาพในการแข่งขันพอที่จะเป็นเลิศได้ ระดับเอเชีย ระดับภูมิภาค ก็เช่นกัน เราน่าจะหาให้ได้ว่ากีฬาอะไรที่เราไม่แพ้เปรียบใครพอที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ ในระดับนั้น ๆ ได้ จากนั้นก็กําหนดเวลาที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์อาจจะเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี วางแผนสร้างและส่งเสริมมุ่งเน้นเฉพาะกีฬานั้น ๆ ซึ่งเท่าที่เห็นในขณะนี้กีฬาระดับโลกชาย ก็น่าจะเป็นพวกมวยสมัครเล่น ส่วนกีฬาหญิงก็มีหลายประเภท เช่น มวยสมัครเล่น ยกน้ําหนัก เทควันโด วอลเลย์บอล ฟุตบอล และแม้กระทั่งรักบี้ ฟุตบอลหญิง
และสุดท้ายนะครับ ในเรื่องความฝันที่ยากเห็นคือผมอยากให้ คณะกรรมาธิการตั้งเป้าหมายว่าประเทศเราควรจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปีใดปีหนึ่ง ข้างหน้า อยากให้กําหนดปีแล้วก็เริ่มรณรงค์เพื่อให้ได้มาการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก นอกจากจะเป็นการส่งเสริมกีฬาแล้วจะเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศให้เป็นที่ ยอมรับทั่วไปในสังคมโลก แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย ผมขอจบการ อภิปรายแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่านนะครับ คุณเตือนใจ สินธุวณิก รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ คุณเบญจวรรณ สร่างนิทร คุณนิมิต สิทธิไตรย์ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉัน ก็ใคร่จะขอแสดงความคาราวะแด่ท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬานะคะ ท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รวมทั้งคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ ดิฉันคิดว่าครั้งนี้เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่มีเรื่องของการกีฬาเช่นเดียวกับ เรื่องของวัฒนธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ เป็นจุดดีอีกจุดหนึ่งที่อยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ แห่งนี้ได้กําลังสร้างสิ่งที่ดี ๆ ให้กับประเทศชาติชนิดที่เรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่เราจะ ร่วมกันภาคภูมิใจนะคะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุน ดิฉันสนับสนุน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ของท่านค่ะ
สําหรับยุทธศาสตร์ที่ ๓ นั้น เป็นเรื่องของการส่งเสริมภาคีธุรกิจเพื่อสร้าง เศรษฐกิจการกีฬา อันนี้ดิฉันมองว่าอย่างนี้ค่ะว่าการกีฬาปัจจุบันนี้ อย่างเช่น กอล์ฟ หรือว่า เทนนิสจะเป็นกีฬาที่โด่งดังมากและเมื่อมีการแข่งขันแม้แต่ฟุตบอลสามารถสร้างรายได้ให้กับ ประเทศเจ้าภาพเป็นจํานวนมากมาย แล้วก็ต้องขอชื่นชมนักการเมืองท่านหนึ่ง ซึ่งดิฉัน จะไม่ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่จังหวัดบุรีรัมย์ท่านได้สร้างสนามแข่งรถ ซึ่งทําให้จังหวัดของ ท่าน แล้วก็ประเทศไทยได้เป็นศูนย์การแข่งขันรถ ที่เรียกว่าเป็นอินเตอร์เนชันแนล (International) จริง ๆ อันนั้นคือการสร้างรายได้เข้าประเทศเราทางหนึ่งนะคะ อยากจะ ขอให้ส่งเสริมให้มีมาก ๆ อย่างนั้น แล้วเราก็มีสนามกอล์ฟที่สวยงามมากมาย เราส่งเสริม ในขณะนี้ก็กําลังทําอยู่แล้ว คือเป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาที่เป็นระดับนานาชาติก็จะสร้าง รายได้ให้กับเราอย่างมากทีเดียวนะคะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของท่านเกี่ยวกับการปฏิรูปนโยบายและโครงสร้าง เพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนการกีฬาแห่งชาติ ดิฉันอยากจะขอสนับสนุนเรื่องนี้ค่ะว่าเราทราบดี ว่ามันมีกองทุนพัฒนาการกีฬาอยู่แล้วจริงไหมคะ แต่ดิฉันอยากจะขอให้ในการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการนั้นได้เพิ่มเติมกองทุนส่งเสริมนักกีฬาที่เป็นนักกีฬาแห่งชาติ เพราะว่าหลายคน ที่เสียสละตน สละงานในอาชีพไปทําการแข่งขันในนามของประเทศไทย แล้วทําให้เราชื่นใจ อย่างมากทีเดียว อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ท่านได้ พูดแล้วว่าในปีก่อน ๆ เราเคยชื่นใจ ได้เหรียญรางวัล ตอนนั้นดิฉันก็อยู่กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ ไปดูการชกมวย ได้เหรียญทองครั้งแรก ผู้พากย์ แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกคนน้ําตาไหลเลย ดีใจมาก แต่ครั้งล่าสุดโอลิมปิกที่ลอนดอนนั้นเราไม่ได้เหรียญทองเลย ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้อยู่ที่การส่งเสริม พัฒนานักกีฬาทีมชาติไทยอย่างแท้จริง ดิฉันคิดว่าเราควรจะถึงเวลาแล้วที่จะนําสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาเกิดขึ้นให้ได้จริงจังในประเทศไทย เพราะเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬานั้นสามารถช่วยได้ อย่างแท้จริงค่ะ ทําให้นักกีฬานั้นรู้จุดอ่อนจุดแข็ง จะต้องบํารุงส่วนไหน อย่างไร ฝึกซ้อมอย่างไร จะทําให้ความสามารถ หรือคาพาซิตี (Capacity) ด้านกีฬาเขาดีขึ้น ประเทศไทยถึงเวลาแล้ว ถ้าเรามีการปฏิรูปการกีฬา ดิฉันคิดว่าเราควรจะต้องมีสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา มีกองทุน ที่จะส่งเสริมนักกีฬาของชาติไทยที่ไปสร้างชื่อเสียง ไม่ใช่ว่าสร้างชื่อเสียงแล้วกลับมาก็มีรถแห่ ต้อนรับอย่างมากมาย แต่พอหลังจากนั้นคนก็ลืมไป แล้วสุดท้ายของชีวิตเราก็ได้เห็นนักกีฬา ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติมีชีวิตตอนสุดท้าย หรือบั้นท้ายของชีวิตนั้นลําบากมากมาย ดังนั้นดิฉันคิดว่าน่าจะมีกองทุนพัฒนานักกีฬาที่เป็นทีมชาติไทยในทุกประเภทค่ะ
อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเสนอ ก็คือเป็นเรื่องของการที่เรา ดิฉันทราบดีว่าขณะนี้เรามีโรงเรียนกีฬาค่ะ แต่ว่าจะเป็นโรงเรียนกีฬาเหมือนการสนับสนุนไม่เต็มที่ จากทางภาครัฐบาล อาจจะด้วยเรื่องงบประมาณ หรืออะไรต่าง ๆ แต่ดิฉันอยากจะขอให้เรา ทําเหมือนอย่างที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทํากัน นั่นคืออย่างเช่น ประเทศรัสเซียที่ดิฉันเคยไปดูมา หรือทางประเทศจีนนี่เราทราบเลยนะคะว่า สําหรับกีฬาอยากให้มีโรงเรียนที่เป็นเด็กนักกีฬา ที่ทาเลนท์เต็ด (Talented) คือมีพรสวรรค์จริง ๆ เทรน (Train) เขาอย่างดี อย่างจริงจัง ในขณะที่ สอนวิชาพื้นฐานด้วย แต่หลักคือต้องเทรนกีฬา ฝึกซ้อมกีฬาให้ดีขึ้น นั่นละคะจะทําให้นักกีฬา ของไทยได้ก้าวไปสู่เหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์อะไรต่าง ๆ เราจะภูมิใจ เฉพาะซีเกมส์คงไม่ได้นะคะ
ประการสุดท้าย ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอีกครึ่งวินาทีนะคะ ก็คือเรื่อง ของพาราลิมปิกเกมส์ หรือว่าเฟสปิกเกมส์ ที่เป็นนักกีฬาเพื่อคนพิการ ใช้ความพยายาม มากกว่าคนที่ร่างกายสมบูรณ์ค่ะ เห็นควรที่จะต้องเพิ่มรางวัลให้กับนักกีฬาคนพิการที่มาเล่น กีฬา อย่าเห็นว่ากีฬาคนพิการได้เหรียญทองง่าย ก็เลยตีค่าน้อยไปนิดหนึ่ง ดิฉันเห็นด้วยว่า จะต้องเพิ่มเงินตรงนี้ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ขอสนับสนุนท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา แล้วก็เห็นด้วยกับการกีฬาสร้างชาตินะครับ ผมมีข้อสังเกตต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ ที่ผ่านมา เห็นว่าการกีฬานั้นมีอยู่ ๕ ไม่ ๑. ไม่สะดวก ๒. ไม่สบาย ๓. ไม่สําเร็จ ๔. ไม่มีการส่งเสริม แล้วก็ ๕. ไม่มีการพัฒนากีฬาในพื้นที่ ที่ผ่านมาเป็น ๕ ไม่ดังที่เรียน เพราะฉะนั้นประชาชน ร้อยละ ๗๓ ก็เลยไม่ค่อยได้ออกกําลังกายนะครับ ไม่มีกีฬาที่จะเล่น ไม่มีสถานที่เล่นกีฬา นะครับ แต่อย่างไรก็ตามประชาชน ก็มีความสุขกับการชนะในเชิงกีฬาหลายอย่าง เช่น กีฬา ฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีกเราได้แชมป์อาเซียน กีฬาวอลเล่ย์บอลก็ได้แชมป์เอเชีย ตะกร้อ มวยสากลก็ได้แชมป์โลก ยกน้ําหนักก็ได้แชมป์โอลิมปิก แบดมินตันก็ได้เป็นผู้หญิงแชมป์ เอเชีย น้องเมย์เป็นต้น อันนี้ก็เป็นความสุขสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก่อนนั้นเชิงกีฬา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาก็บอกว่าสร้างกีฬา เราใช้ยุทธศาสตร์กีฬาสร้างชาติ มี ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ผมมีความเห็นว่า ๓ ยุทธศาสตร์ต่อไปนี้สามารถที่จะช่วยทําให้ กีฬาสร้างชาติได้
อันที่ ๑ ยุทธศาสตร์กีฬาสร้างสุขภาพแล้วก็เสริมสร้างคุณภาพชีวิต ผมเห็นว่า ๒ ตัวนี้มันเป็นสิ่งที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทําให้ประชาชนสามารถเสริมสร้างสุขภาพด้วยตัวเอง เมื่อเสริมสร้างสุขภาพด้วยตัวเองก็จะทําให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ร่างกายแข็งแรง เมื่อร่างกาย แข็งแรงก็มีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี อันที่ ๑ เรียกว่ายุทธศาสตร์สร้างสุขภาพ
อันที่ ๒ ยุทธศาสตร์กีฬาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันนี้ผมเห็นว่ามัน จะต้องเปิดพื้นที่กีฬาสาธารณะขึ้น พื้นที่กีฬาสาธารณะอยู่ที่ไหน ผมเห็นว่ามีอยู่ทั่วไป ๑. อยู่ที่โรงเรียน จะเห็นว่าขณะนี้โรงเรียนไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ในเชิงกีฬา เพราะฉะนั้นเรา ต้องจัดให้โรงเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนชุมชนเป็นพื้นที่กีฬา ใส่เครื่องมือกีฬาเข้าไปแล้วต้องจัดให้ ฟรีด้วย อันที่ ๒ ที่เราจะต้องใส่เครื่องมือกีฬาเข้าไปเป็นพื้นที่กีฬาสาธารณะ ก็คือโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล ที่เรียกว่า รพ.สต. ต้องทําให้โรงพยาบาลสุขภาพตําบลเป็นศูนย์สุขภาพ ตําบลแล้วก็เป็นแหล่งส่งเสริมสุขภาพหลักของประชาชนในพื้นที่ในตําบลด้วย อันนี้จะเป็น พื้นที่สาธารณะ แล้วก็เปิดให้ประชาชนเข้าไป ไม่ใช่เข้าไปรักษาโรค ไปส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น และที่ศูนย์สุขภาพตําบลจะต้องมีเครื่องมือกีฬาด้วย ทีนี้เครื่องมือกีฬาต้องได้ฟรี แล้วก็ต้องมี การบํารุงรักษาด้วย จะเห็นได้ว่าถ้าหากเราใส่เข้าไปฟรีแล้วไม่มีการบํารุงรักษาก็เป็นเรื่องที่ น่าเสียดายนะครับ
ยุทธศาสตร์อีกอันหนึ่งคือยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นเลิศทางด้านกีฬา เพราะเห็นว่า เราจะต้องเริ่มต้นที่โรงเรียนกีฬา เราต้องเสาะหานักกีฬาดาวรุ่ง และสําคัญที่สุดก็คือว่า เราต้องส่งเสริมสมาคมกีฬาด้วยการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นเป้าหมาย จึงจะทําให้กีฬา สร้างชาติบรรลุผลตามที่ต้องการได้ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการหลายท่านที่ได้พูดถึงความเท่าเทียม ผมคิดว่านอกจากความเท่าเทียมแล้วผมขอเสนออีกหลักการหนึ่ง คือการเป็นหุ้นส่วน ความเท่าเทียมนี้หลายคนพูดไปแล้วเรื่องรางวัล แต่ความเท่าเทียมนั้นนอกจากเรื่องรางวัลมัน ยังมีเรื่องอื่นครับ นอกจากเรื่องรางวัลแล้ว เรื่องการเก็บตัวนักกีฬาพิการกับการเก็บตัว นักกีฬาทั่วไป ผมว่าจํานวนวันมันก็ต้องเหมาะสม ไม่ควรจะห่างกันมากนัก รวมทั้งเบี้ยเลี้ยง เบี้ยอะไรทั้งหลายที่ให้กับนักกีฬาคนพิการก็ไม่ควรจะแตกต่างกับบุคคลทั่วไป ความเท่าเทียม นอกจากเรื่องการเก็บตัว เบี้ยเลี้ยง ในการเก็บตัวแล้วผมว่าความเท่าเทียมอีกเรื่องหนึ่งที่ต้อง มีนั่นก็คือสนามกีฬาสําหรับที่จะให้คนพิการได้ฝึกหรือสนามฝึกกีฬาคนพิการ ผมก็ทราบว่า จะมีการทําสนามกีฬาสําหรับคนพิการมาหลายรัฐบาลแล้ว เดี๋ยวก็จะทําที่จังหวัดปทุมธานี ต่อมาก็ได้ข่าวว่าจะไปที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก็ยังไม่เห็นได้ข่าวว่าเป็นที่เรียบร้อยแค่ไหน เพียงใดนะครับ นอกจากความเท่าเทียมเรื่องสถานที่ฝึกซ้อมแล้ว ความเท่าเทียมในการก่อตั้ง สมาคมกีฬา ทุกวันนี้คนพิการเราก็อยากมีสมาคมกีฬาแยกตามประเภทกีฬาเหมือนบุคคล ทั่วไป ไม่ใช่สมาคมหนึ่ง สมาคมกีฬาคนพิการก็ดูแลพิการทางการเคลื่อนไหวไปหมด กีฬาคน ตาบอดก็ดูเรื่องตาบอดไปหมด มันควรจะแยกตามประเภทของกีฬาเหมือนของบุคคลทั่วไป ถ้าความสนใจกลุ่มไหนยังน้อยยังไม่มีผมไม่ว่า แต่เมื่อกลุ่มไหนที่มีความสนใจมากเขาจะแยกเป็น ตามประเภทกีฬา ผมเห็นสมควรที่จะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการตั้งสมาคมแยกตามประเภทกีฬา ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่ออะไรครับ เพื่อเขาจะได้ดึงดูดคนพิการที่สนใจกีฬานั้น ๆ เข้ามาร่วม และผมเชื่อว่ามีกีฬา หลายประเภทที่สามารถที่จะตั้งเป็นสมาคมตามประเภทของกีฬาพิการนั้น ๆ ได้ อันนี้ผมพูดถึง เรื่องในมิติของความเท่าเทียม ก็อยากจะฝากเอาไว้ ทีนี้ในมิติของการเป็นหุ้นส่วน ผมคิดว่า สมาคมกีฬาทั้งหลายที่เป็นสมาคมกีฬาคนพิการ ผมอยากให้มีกติกาชัดเจนว่าต้องมีตัวแทน คนพิการเป็นกรรมการสมาคมนั้นไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะว่าอันนี้มันเป็นสมาคมกีฬาคน พิการ เป็นเรื่องดีงามที่มีบุคคลทั่วไปหรือผู้ที่เป็นทุนทั้งหลายที่จะเข้ามาสนับสนุน อันนี้เป็น เรื่องดีงามครับ แต่ผมก็อยากเห็นความเป็นหุ้นส่วนครับ หมายความว่ามันต้องมีกติกาว่า ต้องมีตัวแทนคนพิการ ซึ่งจะมาจากนักกีฬา หรือคนพิการที่สนใจอยู่ในสมาคมนั้น ๆ ไม่น้อย กว่าครึ่งหนึ่ง ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่งก็สามารถที่ผลักดันได้ จากนั้นก็จบกันไป ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ มันควรจะต้องเขียนเป็นกติกาเอาไว้ชัดเจนเพื่อให้คนพิการเข้าไปเป็นหุ้นส่วนในการบริหาร หรือร่วมบริหารสมาคมกีฬาของคนพิการ และควรกําหนดไว้ชัดเหมือนผมเสนอไว้ในหลาย มูลนิธิที่ทํางานด้านคนพิการ นอกจากมีสัดส่วนคนพิการแล้วท่านประธานครับ คนเป็น ประธานเป็นคนทั่วไปผมไม่ติดใจ เพราะว่าบางครั้งเราก็ต้องอาศัยผู้มีบุญ มีบารมีเข้ามาช่วย แต่ตําแหน่งรองประธานผมขอเป็นคนพิการได้ไหมครับ ก็ถือว่าท่านช่วยโคชช่วยฝึก โดยหวัง ว่าวันหนึ่งคนพิการเขาสามารถที่จะดูแลตัวเขาได้ อันนี้ผมก็อยากจะฝากหลักการเอาไว้ ความเท่าเทียมและการเป็นหุ้นส่วนให้กรรมการได้พิจารณาในส่วนกีฬาของคนพิการด้วย นะครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณเบญจวรรณ สร่างนิทร ครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร หมายเลข ๑๒๔ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมเอกสารของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาว่าค่อนข้างสมบูรณ์มาก ครอบคลุมทุกด้าน ดิฉันขอเรียนอย่างนี้เพื่อทําให้การ ดําเนินงานต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดิฉันขอเรียนว่าตรงนี้มันสอดคล้องกับปรัชญา ประการหนึ่งของการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ ที่เรากําหนดให้เรื่อง ควอลิตี ออฟ เวิร์ค ไลฟ์ (Quality of work life) เป็นจุดที่สําคัญว่าการปฏิบัติงานใด ๆ ก็ตามถ้าคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานดีผลงานที่ออกมาก็ดีด้วยนะคะ แต่อย่างไรก็ตามการ พัฒนาสุขภาพตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าครอบคลุมเฉพาะในส่วนที่เรื่องทรัพยากรบุคคล ภาครัฐซึ่งอาจจะเป็นเรื่องวัยทํางาน แต่จริง ๆ แล้วต้องเริ่มตั้งแต่เด็กแรกเกิด อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย วัยทํางานแม้กระทั่งวัยพ้นจากการทํางานแล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผ่านมา ดิฉันต้องไปโรงพยาบาลบ่อยครั้งมากในการเยี่ยมผู้ป่วย ดิฉัน เห็นสภาพเลยนะคะว่าผู้ป่วยก็จําเป็นจะต้องมีการนําเรื่องการกีฬาเข้าไปส่งเสริมด้วยนะคะ เพราะว่าผู้ป่วยบางประเภทถ้าได้รับการส่งเสริมเรื่องนี้มันจะทําให้ค่าใช้จ่ายในการรักษา สามารถลดลงได้ ดิฉันอยากจะนําเรียนข้อมูลหนึ่งเพื่อจะไปประกอบในเรื่องนี้ก็คือว่าตอนที่ เราจัดตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อปี ๒๕๔๕ ส่วนราชการหนึ่งซึ่งรับผิดชอบเรื่อง นี้โดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้มาเปลี่ยนกลับเป็นชื่อเดิมก็คือกรมพลศึกษานั้น ในปี ๒๕๔๕ เราตั้ง ชื่อว่า สํานักส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ เพราะฉะนั้นการกีฬานั้นมันต้องควบคู่ ไปกับเรื่องนันทนาการด้วย เพราะว่ามันอาจจะเป็นเรื่องทําอย่างไรที่จะให้ชีวิตของประชาชน ในประเทศมีการได้ผ่อนคลายความเครียดในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นช่วงเบา ๆ ไม่ต้อง ไปหนักถึงกับต้องไปเอาการแข่งขันหรืออะไรที่จะทําเพื่อเป็นการให้ได้มาซึ่งรางวัลหรืออะไร ก็ตามนะคะ
ประการต่อไปดิฉันคิดว่าอย่างนี้ ในแง่ทางวิชาการที่ทางการกีฬาจะต้อง ส่งเสริมหรือสนับสนุนนั้น ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่จําเป็นมาก ๆ ที่จะต้องมีการศึกษาต่อไป โดยเฉพาะประเด็นที่จะตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ทางกีฬา เพราะว่าคนแต่ละวัย แต่ละวัยนั้น ความเหมาะสมของวัยในการที่จะใช้กีฬาประเภทไหนไปส่งเสริมเพื่อจะให้สุขภาพอนามัยดี ขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่สมควร เป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องส่งเสริมสนับสนุนวิชาการด้านนี้ให้มีมาก ๆ ยิ่งขึ้น จุดประเด็นที่ดิฉันให้ความสนใจมาก ดิฉันเคยตั้งข้อสังเกตกับท่านผู้ใหญ่ของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ก็คือประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ ดิฉันตั้งข้อสังเกตบอกว่าทําไมในสนาม เวทีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเวทีจะบอกว่าแบดมินตัน หรือว่าฟุตบอล หรืออะไรก็ตาม ผู้ตัดสิน มักจะเป็นชาวต่างชาติ คือในระดับอินเตอร์ (Inter) ไม่ค่อยเห็นผู้ตัดสินเป็นคนไทยเท่าที่ควร ถามว่ามันยากไหม ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะยากนะคะ ถ้าในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ ซึ่งท่าน กําหนดไว้ ให้ความจริงจังในการพัฒนา แต่อย่างไรก็ตามคําตอบที่ดิฉันได้รับจากท่านผู้ใหญ่ ของกระทรวงนั่นก็คือว่าสิ่งหนึ่งถ้าเราจะก้าวไปอินเตอร์นั้น ถามว่าความสามารถในแง่โคช หรือในแง่ผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินนั้น คนไทยมีไหม มี พร้อม แต่เรายังมีประเด็นเรื่องภาษา ซึ่งตรงนี้ทําให้เราอาจจะลงสนามในระดับนานาชาติได้ไม่มากเท่าที่ควร ดิฉันก็อยากจะส่ง ต่อไปให้ทางท่านกรรมาธิการ ทําอย่างไรเราจะรุกเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่นะคะ แล้วเรากําลัง จะก้าวสู่เออีซี ถ้าเราทําเรื่องนี้ได้แน่นอนค่ะ ถ้าเราเห็นผู้ตัดสินเป็นคนไทยในทุกสนามเวที ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่เราชาวไทยชื่นใจแล้วก็ชื่นชม
สุดท้ายดิฉันก็ต้องเรียนว่าขอชื่นชมกับนักกีฬา ทั้งนักกีฬาประเภททั่วไปแล้วก็ นักกีฬาคนพิการที่ทําชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่บอกว่าประเทศไทย ได้กีฬาหรือชนะเลิศในกีฬาประเภทไหนก็ตามเราก็ยินดีไปด้วย ขอฝากความหวังไว้กับ ท่านกรรมาธิการ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนิมิต สิทธิไตรย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมในประเด็นที่ว่าคิดแล้วทํา ได้นี้คือคณะกรรมาธิการท่านแน่นอน เนื่องจากว่าผลงานที่ท่านทํามาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นประจักษ์ว่าการที่ให้คนยอมรับซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬานั้นเป็นเรื่องที่ถือว่า ท่านมีความโดดเด่นนะครับ คิดแล้วทําได้ไม่ใช่ธรรมดาครับ กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทําคนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน กีฬาสากลเป็นสิ่งที่ต้องทําต่อไปครับ ประเด็นของกีฬานั้นเป็นที่ยอมรับนะครับว่าเอกสารที่ท่านทํามาถึงแม้จะมีจํานวนหน้าไม่มาก แต่ก็ทําให้ผมอ่านได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วก็มีความเข้าใจ อันนั้นคือประเด็น ประเด็นคือกีฬา นั้นเป็นสิ่งที่มีความจําเป็นถ้าเทียบเท่าก็คือเป็นปัจจัย ถ้าเป็นปัจจัยของปัจจัย ๔ ท่านก็คือ ปัจจัยห้า ซึ่งปัจจัยห้านั้นหมายถึงว่าเป็นสิ่งที่จําเป็นของชีวิต ซึ่งในผลของการที่ท่านได้ลําดับ แล้วก็พยายามผลักดันออกภาคสนามเป็นส่วนใหญ่ ทําให้เห็นว่ากีฬานั้นมีความจําเป็นจริง ๆ หลายท่านอาจจะมองภาพในเรื่องของการกีฬาเพื่อชัยชนะ แต่ผมมองกีฬาเป็นสิ่งที่จําเป็น จะต้องให้ทุกคนได้ตระหนักถึงว่ากีฬานั้นเป็นยาวิเศษเช่นไร เพราะว่าสุขภาพทางด้าน สาธารณสุขใช้คําว่า สร้างนําซ่อม ปัจจัยกีฬานี้คือยาวิเศษแน่นอนครับ ที่จะทําให้สร้างนํา ซ่อมแน่นอน ในตัวเลขประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นหลายคนมีความเจ็บป่วยเนื่องจาก ขาดกีฬา แต่ถ้าเติมกีฬาเข้าไปแล้วความเจ็บป่วยย่อมหายไป สิ่งที่เราต้องสํานึกเสมอคือว่า ในภาพจริง ๆ แล้ว เรามองภาพกีฬาเป็นภาษาสากล แต่เราคงไม่ลืมรากเหง้าวัฒนธรรมของ เราที่มีกีฬามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน กีฬาวิถีไทยนั้น ผมอยากจะเติมเต็มให้ท่านกรรมาธิการได้บรรจุเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความจําเป็นที่จะต้อง มีการพัฒนา กีฬาอะไรที่เล่นได้ทุกบ้านและทุกบ้านต้องเล่น อันนี้คือโจทย์ที่ผมอยากเสนอ เพราะจริง ๆ แล้วกีฬาที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว เล่นได้ทุกเพศทุกวัยนั้นมี เพียงแต่ว่าเรา หยิบออกมาแล้วบางอย่างนั้นกีฬาวิถีไทยหรือกีฬาที่มีลักษณะเช่นดังกล่าวนั้นไม่ได้ใช้ งบประมาณ แต่เป็นสิ่งที่สามารถนําออกมาเผยแพร่แล้วทําให้เกิดการต่อเชื่อม ต่อเติม ทําให้ เกิดเป็นวงกว้าง ผมก็ยกตัวอย่างกีฬาประเภทหนึ่งซึ่งมีต้นทุนที่ไม่มาก ใช้พื้นที่ที่ไม่มาก แต่ว่า แพร่หลายได้ง่าย นั่นก็คือเปตอง ในช่วงที่ผมยังไม่เป็น สปช. นั้นผมมีหน้าที่ที่จะต้องมีการ เดินทางไปกับจังหวัดเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา กีฬาเปตองเป็นกีฬาที่ทําให้เกิดความสัมพันธ์กันได้ง่าย ใช้เวลาน้อยนิด ใช้เวลานิดเดียวที่จะเสนอให้มีความรู้ด้านกติกาแล้วพากันเล่น ผมเดินทางไป ที่จําปาสักครั้งนั้นมีการไปสัมพันธ์เรื่องกีฬาประเภทหนึ่งที่นิยมกันคือกอล์ฟ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่ง จํานวนมากกว่า คือประมาณเกือบ ๕๐ คนนั้นเล่นเปตอง แล้วเล่นได้ทุกคน เล่นเสร็จแล้ว รู้จักกันทุกคนด้วย อันนั้นคือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเติมเต็มในเรื่องกีฬา ที่มีความง่ายและมีต้นทุนต่ํา และสามารถเผยแพร่ให้คนทั้งประเทศเราเล่นได้ ผมใช้คําว่า อย่างนี้ครับ ว่ากีฬาที่ทุกบ้านต้องมี กีฬาที่ทุกบ้านต้องเล่น กีฬาชิ้นนั้นคืออะไร สิ่งหนึ่งที่ผม เติมเต็มสุดท้ายก็คือว่ากีฬาคือยาวิเศษ ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจแล้วก็ความมีวินัย กีฬานี้ แม้กระทั่งเล่นไอแพด (iPAD) เล่นไอโฟน (iPhone) เล่นไอที (IT) นี้ก็เป็นกีฬาได้นะครับ เพราะฉะนั้นสุดท้ายของเรื่องนี้ผมคิดว่าการกีฬานั้นมันไม่ใช่แค่ร่างกาย กีฬานั้นเป็นเรื่อง จิตใจด้วย ถ้ากีฬานําพาซึ่งจิตใจเป็นคนมีวินัย เป็นคนมีน้ําใจแล้วก็เป็นกีฬาที่ทําให้ประเทศ เรามีความสามัคคีแล้ว กีฬาน่าจะเป็นคําตอบสุดท้ายของคําว่า ปรองดอง กีฬามักจะสอน กีฬามักจะเอ่ย กีฬาสุดท้ายมาเป็นเพลง ไม่ชอบเอาเปรียบเทียบแข่งขัน สู้กันซึ่งหน้าอย่าลับหลัง มัวส่วนตัวเบื่อเหลือกําลัง เกลียดชังการเล่นเห็นแก่ตัว วลีนี้ไม่ใช่เป็นวลีที่เพิ่งมี แต่มีมานานแล้ว ผมคิดว่ากีฬาคือคําตอบของคนไทยส่วนหนึ่ง ขอเป็นกําลังใจที่จะทําให้กีฬาเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตคนไทย ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่าน คือคุณจําลอง โพธิ์สุข พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง คุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน และคุณสรณะ เทพเนาว์ เชิญคุณจําลอง โพธิ์สุข ก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม จําลอง โพธิ์สุข สปช. ๐๕๐ ผมขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้ไม่มากครับ คือก่อนอื่น ผมต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาที่ได้นําเสนอรายงาน ในเรื่องนี้นะครับ ผมมีประเด็นที่จะเสริมบางจุดนะครับ
ประเด็นแรกก็คือในเรื่องของการกีฬาสู่ความเป็นเลิศนะครับ จะอย่างไร ก็แล้วแต่ก็อยากจะให้เน้นความสําคัญในเรื่องของกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของระดับนานาชาตินะครับ ในประวัติศาสตร์นี่ประเทศไทยของเราเคยมีนักกีฬาที่มี ชื่อเสียงทั้งในระดับทวีปเอเชียหรือในระดับโอลิมปิก แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการ บางท่านก็ได้นําเสนอข้อมูลไปว่าของเราโดยเฉพาะในระดับโอลิมปิกเหรียญทองคราวที่แล้ว เราไม่มีเลยนะครับ ทั้ง ๆ ที่เราเคยมี บางครั้งเราได้มากกว่า ๑ เหรียญทอง นี่ก็คือจุดที่ อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการว่าเราจะตั้งเป้าหมายในเรื่องของกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ในแต่ละช่วงของแผนพัฒนาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อะไรก็แล้วแต่ โดยเน้นว่า โอลิมปิกนี่เราต้องได้ไม่ต่ํากว่า ๑๐ เหรียญทองอะไรประมาณนี้นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของกีฬาที่บ้านเมืองของเรามีความถนัด นั่นก็คือ อย่างกีฬามวยไทย เมื่อไรมวยไทยเราจะไประดับทวีป หรือระดับโอลิมปิก กีฬาบางชนิด อย่างเช่น กาบัดดี้ หรือเทควันโด เตะกันย็อกแย็ก ๆ ไปโอลิมปิกตั้งนานแล้ว มวยไทยเป็นที่ ถูกอกถูกใจคนทั้งโลก แต่มวยไทยก็ยังอยู่อย่างนี้ ก็ฝากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้ ช่วยกันพิจารณาตรงจุดนี้ด้วยนะครับ หรืออย่างกีฬามวยไทยนี่นะครับ ผมไม่ทราบว่าในห้อง ประชุมนี้ใครจะตีตั๋วไปดูมวยไทยที่ราชดําเนินนี่เวทีอยู่ใกล้ ๆ มีไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่อง ของกีฬาที่เป็นกีฬาประจําชาติของเราก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ช่วยกัน ให้ความสําคัญ หรือไปพัฒนา ไปดูจุดที่มันเป็นข้อบกพร่อง หรือจะต้องแก้ไขอะไรนี่นะครับ โดยเฉพาะกีฬามวยไทย
อีกประเด็นหนึ่งนั่นก็คือในเรื่องของการส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจาก การกีฬา ในเอกสารในหน้า ๑๕ ครับท่านประธาน กรอบความคิดรวบยอดในประการที่ ๓ ที่บอกว่าการส่งเสริมเศรษฐกิจจากการกีฬา ตรงนี้ผมอยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการ นะครับว่าคงจะเป็นเรื่องของการที่เราจะมีแนวคิดในการที่จะพัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มทาง เศรษฐกิจให้กับการกีฬา เวิร์ดดิง (Wording) ตรงนี้อาจจะไม่รู้นะครับ ในส่วนของผมนี่ ผมคิดว่าน่าจะปรับตรงจุดนี้สักนิดหนึ่งนะครับ อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้แมนนี่ปาเกียวชกกับ ฟรอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ มูลค่าไม่รู้ตั้งเท่าไรเป็นพัน ๆ ล้านบาทกระมังครับ เฉพาะค่าตัว นะครับ แล้วยังมีค่าโฆษณา สปอนเซอร์ (Sponsor) เหน็บท้ายอีกไม่รู้เท่าไร ร่ํารวยกันไปเลย คนจ้องดูกันทั้งโลก ในขณะที่กีฬาของบ้านเมืองเรา เราก็มีนักกีฬาโดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพ หลายท่านหลายคนที่ได้แสดงบทบาท ได้มีโอกาสแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาในเชิง กีฬาในเวทีของโลก มีศักยภาพเยอะแยะ แม้กระทั่งกีฬาสนุกเกอร์ ก็ยังไม่ไปถึงไหน นักกีฬา ของเราเก่ง ๆ เยอะแยะ ตั้งแต่ต๋อง ศิษย์ฉ่อย เป็นต้นมาก็อยู่แค่ตรงนี้ยังไม่ไปไหนนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝาก พอดีผมเตรียมตัวไม่ทันต้องขออภัยท่านประธาน แล้วก็คณะกรรมาธิการด้วย อยากจะเห็นเราพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศให้มันเป็นเคิร์ฟ (Curve) เดินขึ้นไปข้างหน้า ๑๐ เหรียญทองโอลิมปิกเราทําได้ไหม ไม่ใช่สาละวันเตี้ยลงทุกวันนี้นะครับ แล้วก็เรื่องของ กีฬามวยไทย ฝากให้ช่วยผลักดันให้ไปถึงระดับเอเชีย ระดับทวีปหรือระดับโอลิมปิกถ้าเป็นไปได้ ขอขอบคุณครับ
เชิญพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ๒๔๘ นะครับ ก็สนับสนุนและเห็นด้วยกับเรื่องกีฬา เพราะว่า สนับสนุนมาตั้งแต่ตั้งคณะกรรมาธิการนี้แล้วนะครับ แล้วก็อย่างที่มีพระราชดํารัสเกี่ยวกับ เรื่องชีวิตของคน ชีวิตบ้านเมือง ก่อนที่ท่านจะนําเสนอตรงนี้ ผมก็มีเขียนเอาไว้ว่า กีฬาคือ วิถีชีวิต กีฬาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องใช้ ๒ อย่างร่วมกัน กีฬาและอื่น ๆ อย่ามองว่า กีฬาคือแค่กีฬา กีฬายังมีอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย การที่เสนอกีฬาเป็นธุรกิจการค้าอยู่ใน ยุทธศาสตร์ ตรงนี้เห็นด้วย แต่ก็กลับไปดูปัญหาในปัจจุบันและปัญหาในอดีตที่ผ่านมาที่เกิด ปัญหาไม่ว่าจะเป็นสมาคมฟุตบอล สมาคมมวย หรือผลประโยชน์ในการถ่ายทอด สิทธิต่าง ๆ ในการถ่ายทอด ผมว่าจะต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้หมดสิ้นไปนะครับ อย่าให้หลงเหลือเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอนาคตที่เขียนเอาไว้ตามยุทธศาสตร์ไม่สามารถจะทําต่อไปได้
ประการที่ ๒ ผมก็มีโอกาสที่ได้ร่วมสนับสนุนเรื่องกีฬาในภาคใต้ อยากจะ ขอเรียนอย่างนี้ว่า ครั้งหนึ่งผมร่วมกับคุณชาญวิทย์ ผลชีวิน ซึ่งมาเรียนกับผม แล้วก็บอกว่า ให้เอาฟุตบอลเยาวชนลงไปเล่นในภาคใต้ ซึ่งโอกาสที่คนจะไปลงภาคใต้แล้วก็ไปทํากิจกรรม อย่างนี้ยากมาก อยากจะเรียนว่าไปเล่นที่จังหวัดนราธิวาสมีคนมาดู ๒๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็ คนในพื้นที่บอกกับผมว่าลุงเอกดูสินี่อาร์เคเค (RKK) มาดูกันเต็มไปหมดเลย ไม่ใช่เฉพาะคน ชาวบ้านชอบ อาร์เคเคก็ชอบฟุตบอลนะครับ เพราะฉะนั้นก็จัดลงไปเล่นเยอะ ๆ นะครับ
อีกประการหนึ่งก็คือสนามกีฬาในพื้นที่อย่างภาคใต้เขานี่ เขากําลังจะเปิด หลังจากที่ไปเล่นตอนเยาวชนแล้วก็เกิดประกายให้ทางเทศบาลนครยะลาอยากจะตั้ง วิทยาลัยกีฬา น่าจะสนับสนุนเขาให้รีบก่อตั้งเร็ว ๆ แล้วก็อยากจะสร้างสนามกีฬา ก็รีบทํา สนามกีฬาเสียให้เสร็จสิ้นโดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดภาคใต้นะครับ
ประการต่อไปนะครับ กีฬาเคยไปฝากไว้กับกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้ง ศาสนา ลูกเสือ แล้วเมื่อกี้ท่านนําเสนอในเรื่องเกี่ยวกับครูในการสอนกีฬาอะไรต่าง ๆ อย่าเอา ความหวังไปอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการนะครับ เพราะไม่ว่าเรื่องศาสนา เรื่องลูกเสือ เรื่องกีฬา จะล่มสลายทั้งหมดเหมือนวิทยาลัยพลศึกษาที่ผ่านมาด้วยนะครับ
ประการที่ ๔ ทําอย่างไรที่จะให้เกิด ผมเรียกว่าเป็นสปิริต (Spirit) ของคนดู กีฬา เพราะว่าวันนี้หลังจากเลิกกีฬาหรือกีฬาแพ้ก็จะมีการตีกันอยู่ประจํานะครับ ตรงนี้ผมว่า จะต้องสร้างสปิริตตรงนี้อย่างไรให้เกิดขึ้น ซึ่งจะอยู่ในยุทธศาสตร์ท่าน เพราะฉะนั้น ทําอย่างไรให้คนยึดกติกา รู้หน้าที่ มีสปิริต รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้ให้อภัยด้วย ตรงนี้อย่างดีมาก เลย แล้วผมอยากจะสื่อตรงนี้ไปสู่ในเรื่องการเมืองด้วย จะช่วยเรื่องการเมืองด้วยนะครับ การเมืองของเราวันนี้ไม่รู้จักแพ้ชนะ ไม่รู้จักการอภัย ไม่รู้หน้าที่และไม่รู้กติกาทั้งหมดเลย ครบกีฬาทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าถ้าเผื่อเปรียบเทียบเหมือนฟุตบอลวันนี้ ทั้งกรรมการ ทั้งไลน์แมน (Lineman) ทั้งยามควบคุมดูแลสนาม คนดูทั้งหมดอยากจะลงไป เล่นชู้ตฟุตบอลหมดเลยนะครับ ตรงนี้คือไม่รู้กติกานะครับ
อีกประการหนึ่ง ผมอยากจะฝากว่ายังไม่เห็นพูดอยู่ในนี้นะครับ ประเทศไทย นี้อ่อนด้อยเรื่องการเล่นเป็นทีม เพราะว่าจุดแข็งของคนไทยอยู่ที่ตัวบุคคล เพราะฉะนั้น จะต้องส่งเสริมให้มีการเล่นกีฬาเป็นทีมนี่ให้เยอะ ๆ เราจะเห็นว่ากีฬาบางทีแค่เล่นเพิ่มอีก ๑ คน เป็น ๒ คน เวลาไปเล่นก็ตบตีกันเองก็มีเยอะแยะ หรือเล่นเป็นทีมก็ต่อยกันเองก็มี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ต้องสร้างความเป็นทีม
อีกประการหนึ่ง ก็คืออยากจะให้สร้างสนามกีฬาดูสิว่ามีคนเขาชอบเล่นอะไร ยกตัวอย่างเช่น พวกแว้นมอเตอร์ไซค์ทําไมไม่หาสนามให้เขาได้ขี่ในสนาม ผมจําได้ผมเด็ก ดอนเมืองแต่ก่อนนี้ที่กองทัพอากาศในสนามบินเปิดให้เด็กมาแข่งขันมอเตอร์ไซค์กัน แข่งขัน ขับรถกัน ผมว่าเราต้องหาสนามอย่างนี้ให้กับเขาในส่วนของที่ต่าง ๆ นะครับ
อีกประการหนึ่ง ผมดูในยุทธศาสตร์ของท่านนี่ ในยุทธศาสตร์เรื่องเศรษฐกิจ ผมอยากจะให้เพิ่มขึ้นเป็นอุตสาหกรรมการกีฬา เรื่องนี้ไม่ค่อยคิดแม้แต่ยางก็ไม่ค่อยคิดว่า ต้องสร้างอุตสาหกรรมให้เกิดอุตสาหกรรมกีฬา สร้างไม่ใช่แค่อุปกรณ์นะครับ เรียกว่าอะไร ก็แล้วแต่ที่จะต้องก่อให้เกิดรูปกีฬาของทุกชนิดให้เป็นอุตสาหกรรมทั้งหมดเลย เครื่องไม้เครื่องมือ อะไรต่าง ๆ ไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศนะ เราน่าจะทําในประเทศเราเอง แล้วผมก็เห็นด้วย กับท่านอย่างยิ่งในยุทธศาสตร์ที่ ๖ ที่บอกว่าจะต้องสนับสนุนการแข่งขันกีฬาเพื่อสันติสุข และเพื่อความมั่นคงอันนี้เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นควรใช้กีฬาในการที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ ในระหว่างพื้นที่ ในระหว่างกลุ่ม ระหว่างสีและระหว่างประเทศที่จะเปิดอาเซียนต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง ท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านปกครองท้องส่วนท้องถิ่น หมายเลข ๐๑๕ ก่อนอื่นท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ที่กล้าหาญชาญชัยจะทํากีฬาเป็นวาระแห่งชาติ ผมอยากเห็นตรงนี้มานานแล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยได้ทราบไหมครับว่ากีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ หลายคน มองกีฬาในแง่ลบมองกีฬาในแง่ไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วกีฬานี่ละครับ ที่จะขัดเกลาจิตใจพวกเรา ทุกคนในที่นี้ แล้วเชื่อมความสัมพันธ์ ท่านรู้ไหมครับ ประธานครับ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ๒๕๐ คน บางคนไม่รู้จักกันเลย ลองกรรมาธิการกีฬาจัดกีฬาให้พวกเราสิครับ ท่านลองดู กีฬาสีภายในก็ได้ เอากีฬาคนแก่นี่ละมาเล่น ท่านประธานครับ มันจะให้คนรู้จักกัน กูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะอยู่ภาคใต้ ผมอยู่อีสาน ผมเว้าลาวแล้วแล่งใต้จะได้คุยกันรู้เรื่อง เป็นภาษาเดียวกัน นี่คือสิ่งหนึ่งที่กีฬาจะสร้างความสัมพันธ์ อย่ามองกีฬาในแง่ลบ แล้วผม ไม่เห็นด้วยว่ากีฬากับการท่องเที่ยวจะอยู่ด้วยกัน ควรจะตั้งกระทรวงกีฬาขึ้นมาใหม่ เป็นกีฬา ที่ส่งเสริมการกีฬาจริง ๆ ผมอยากเห็นกีฬาไปสู่ระดับโอลิมปิก ไปสู่ระดับโลก แต่ประเทศชาติ เรานี้ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจังเพราะมันหวงงบประมาณท่านประธานครับ ไม่กล้าทํา มีแต่พูดสิ่งดี ๆ ทั้งนั้น ท้องถิ่นผมเอง ผมเป็นนายกเทศมนตรีตําบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดกีฬา สตง. ตรวจสอบขอเงินคืน ซื้อเสื้อก็ไม่ได้ สตง. นี่ก็แปลก เอาทุกเรื่อง เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ สตง. ต้องตรวจสอบตามอํานาจหน้าที่ ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยหรือใครกําหนดไว้ แต่พวก สตง. เองนี่ทําผิดก็ไม่เคยพูด ท่านประธานครับ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่แล้ว เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจครับ เรื่องอะไรครับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอกรมพละคืนสนามศุภชลาศัย อาคารนิมิตรบุตร สระว่ายน้ํา พวกเราลองไปดูสิครับ ณ ปัจจุบันนี้เป็นปอดของคนกรุงเทพฯ นะครับ ตํานานสนามศุภชลาศัย ก่อตั้งมา ๘๑ ปี จัดกีฬาเอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ เป็นสนามกีฬาที่มีความทรงจํายาวนาน และพัฒนาที่นั่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ที่ มันรองรับกีฬาขนาดกลางได้ ยกเว้นสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ที่นั่งประมาณ ๖๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คน ตรงนี้ต่างหาก ผมอยากถามกลับไปว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคิดอะไรอยู่ จะเอาปอดของคน กรุงเทพมหานครมาสร้างห้างมาบุญครอง ๒ หรือ รายได้มหาศาลของจุฬาลงกรณ์เอาไปทํา อะไรครับ ท่านประธานจบจุฬาลงกรณ์ ผมขอโทษด้วยนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือเรื่อง จริงครับ รายได้มหาศาล ไปตรวจสอบสิว่าเอาเงินไปใช้อะไร ทําอะไร ตรงนี้อนุรักษ์ไว้สิครับ สัญญามันสั่งเขาว่าภายใน ๕ ปีต้องออก ท่านประธานครับ กรมพลศึกษาก่อตั้งมายาวนาน ผมอยากเห็นว่าสนาม ตอนนี้ขนาดว่าสนามจินดารัตน์ สนามเด็กที่แข่งกีฬาระดับนักเรียนถูก จุฬาลงกรณ์ยึดคืนไปแล้ว ไม่รู้ห้างโต ๆ คอนโดฯ จะผุดเมื่อไร ผมไม่ทราบ แต่รายได้มันน่า เพียงพอ จุฬาลงกรณ์ท่านต้องส่งเสริมการศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ ๑ ของประเทศ ไม่ใช่ส่งเสริมห้างสรรพสินค้า ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากกรรมาธิการตรงนี้ ว่าปฏิรูปกีฬา ผมให้กําลังใจท่าน ผมเองคนหนึ่งจะยืนข้างท่านว่าจะสู้เรื่องกีฬาให้ถึงที่สุด ให้เป็นวาระของชาติที่ผมเกริ่นนําไปแล้วว่ากีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ แล้วผมอยากเห็นท่าน สร้างกีฬาในพวกเราครับ ๒๕๐ คน หลังจากแข่งกีฬากันแล้ว กีฬาและนันทนาการมันต้องอยู่ ด้วยกัน เมื่อกีฬาเสร็จแล้วเราเชื่อมความสัมพันธ์ไปที่ประชาชน เล่นกีฬาก็ยังได้ หรือ สนช. อะไรประมาณนั้น คิดสร้างสรรค์สิครับ อย่ามองว่าเรื่องใช้จ่ายงบประมาณฟุ่มเฟือย อย่าไปกลัว ท่านประธานอย่ากลัวเกินไปครับ ท่านทําเถอะครับ สิ่งที่มันสร้างสรรค์ ทําให้พวกเราสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักกันเมื่อ ๒๕๐ คนยังไม่รู้จักกันเลยไม่รู้รัฐธรรมนูญ จะผ่านหรือเปล่าท่านประธาน เพราะฉะนั้นต้องให้รู้จักกัน มีกีฬาและนันทนาการ มีการสังสรรค์ แลกเปลี่ยน นี่ล่ะคือคุณค่าของกีฬา ใครมองกีฬาลบ ผมมองคนนั้นว่าคนนั้นไม่รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย คนนั้นไม่ใช่พลเมืองของเมืองไทย ขอบคุณครับ
ผมคงต้องขัดตรงนี้ เพราะว่าคุณเกรียงไกรอภิปรายเกินไปกว่าเรื่องปฏิรูปกีฬา เขาขอคืนจากที่เช่าเพื่อมาทํา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา แล้วทําอย่างนี้มาตั้งแต่ผมเป็นอธิการบดี เพราะฉะนั้นก็ขอ ทําความเข้าใจตรงนี้ เชิญคุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดนครพนม อันดับที่ ๔๒ ครับ ผมเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ความฝันของเด็กต่างจังหวัดที่มีโอกาสน้อยนิดในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของอาชีพ การกีฬา คือส่วนหนึ่งที่ทําให้เขาเกิดความหวัง ผมมีรุ่นน้องหลาย ๆ คนที่เป็นนักกีฬาทีมชาติ ที่ยกสถานะตัวเองจากเด็กด้อยโอกาสทางด้านสังคมกลับมาเป็นคนที่สังคมเกิดการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษาในเรื่องความเป็นอยู่ สถานะทางสังคมต่าง ๆ ดังนั้นเราจะมอง ว่ากีฬาจะเป็นแค่เรื่องกีฬาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกีฬานั้นจะครอบคลุมแล้วก็เชื่อมโยงไปใน หลายมิติของสังคม โดยเฉพาะปัญหาสังคม เด็ก ๆ ต่างจังหวัดที่ผ่านมา เมื่อก่อนสมัยผมเด็ก ๆ ในโรงเรียนระดับประถมเขาเรียกว่ามีกีฬากลุ่ม เวลาไปแข่งขันกีฬากลุ่มแล้วก็จะเกิดการสันทนาการ ในหลาย ๆ เรื่อง และจะมีการจับบัดดี (Buddy) กันจะไม่ให้นอนที่โรงเรียน แต่จะไปนอน ที่บ้านของผู้ปกครองของแต่ละโรงเรียนที่เป็นเจ้าภาพ เด็กจะได้เกิดความผูกพันกันตั้งแต่ตอนนั้นมา ตั้งแต่ระดับประถมจนถึงระดับมัธยม ปัญหาสมัยก่อนนี้เด็กวัยรุ่นที่มีทะเลาะเบาะแว้งกัน ในงานประเพณีต่าง ๆ ก็เกิดน้อย แต่หลัง ๆ มานี้กีฬามันเริ่มหายไป กลายเป็นเรื่องของ การเข้าไปสู่เรื่องของการแข่งขันทางด้านทักษะวิชาชีพ เราต้องรู้ว่าเด็กที่แข่งขันทางด้าน ทักษะวิชาชีพ วิชาการ เป็นเด็กที่เก่งอยู่แล้ว และเป็นเด็กที่มีความประพฤติดี เด็กพวกนี้ก็จะได้ ไปคล้าย ๆ ว่าไปแข่งขันทักษะวิชาชีพ เพราะฉะนั้นปัญหาสังคมสําหรับเด็กที่เขาคิดว่าหัวไม่ค่อยดี และขาดโอกาส ก็จะเป็นเด็กกลุ่มที่โดนละเลย เพราะฉะนั้นพวกครูโรงเรียนก็จะมาหันมอง กับเด็กที่มีโอกาสที่เก่ง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกีฬาถึงต้องเข้าไปผูกพันกับในเรื่อง สังคมด้วย ทีนี้ในเรื่องสาธารณสุขเราก็จะรู้ว่าบุคคลที่ได้มีการออกกําลังกายอยู่บ่อย ๆ ก็เป็น คนที่มีสุขภาพดี มันเป็นการป้องกันในการที่เราจะต้องไปลงทุนในเรื่องทางด้านสาธารณสุข อย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่านวัตกรรมง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ เรื่องการกีฬาและ ลงทุนน้อยมากเป็นสิ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศของเราได้เป็นอย่างดี
อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ํา ที่ผมบอกว่าในเรื่องโอกาสของคน ที่อยู่ในสังคมด้วยกันนี่ละครับ ผมคิดว่าการสร้างกีฬาที่ให้เป็นเลิศในความรู้สึกผมที่บรรจุไว้ ในรัฐธรรมนูญ บางทีผมก็ได้คุยกับกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านว่าจริง ๆ เราอยากจะเห็นคําว่า การสร้างกีฬาเป็นกีฬาอาชีพ สิ่งที่ผมมองในเรื่องมากกว่าความเป็นเลิศเฉย ๆ นั่นก็คือเรื่อง ของการสร้างในเรื่องของเศรษฐกิจด้วย ในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ําด้วย เด็ก ๆ ที่มีโอกาส โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ถ้าสมมุติว่าประเทศเราสร้างศูนย์พัฒนา สร้างอาชีพด้วยการพัฒนา ด้านการกีฬามีศูนย์ทั้ง ๔ ศูนย์ ทั้ง ๔ ภาคทําเหมือนหลาย ๆ ประเทศเขา เราก็ไปคัดเด็ก ทั้งเด็กด้อยโอกาสด้วย ทั้งเด็กที่เขามีพรสวรรค์ทางด้านกีฬาเข้ามาเรียนตั้งแต่ระดับประถม จนถึงระดับมหาวิทยาลัยเลยก็ได้ แล้วก็พัฒนาถึงการที่จะให้เขามีทักษะกีฬาทางด้านเป็น นักกีฬาทีมชาติแล้วก็เป็นนักกีฬาอาชีพ เราเห็นว่าเด็ก ๆ ที่เป็นนักกีฬาอาชีพ ๑ คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเราได้ค่อนข้างจะมหาศาล ผมดูจากภราดร ภราดร เป็นนักเทนนิส ปีหนึ่งเขานําเงินเข้าประเทศมาผมว่าน่าจะหลักร้อยล้านบาทนะครับ เราก็เห็นว่า ยิ่งกอล์ฟเป็นกีฬาที่ค่อนข้างจะทําเงินมาก เกาหลีใต้นักกีฬาหญิงเขาค่อนข้างเยอะ ผมว่าปีหนึ่ง น่าจะเป็นหลักหมื่นล้านบาทในการที่เขาจะนําเงินเข้าประเทศ เพราะฉะนั้นเราไปคิด นวัตกรรมอื่นค่อนข้างจะยาก ๆ มากและลงทุนสูงในการที่จะวิจัยและพัฒนาต่อยอด แต่กีฬา ผมคิดว่ามันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัด ในชนบท อย่างกีฬาที่ใช้ ประเภทความอดทนมาก ๆ อย่างนักกีฬายกน้ําหนัก ผมบอกได้เลยว่าก็มีจาก โดยเฉพาะ อีสานจะเห็นว่าเป็นคนที่มีความอดทนพื้นฐานตรงนี้อยู่แล้วนะครับ หลังจากนั้นเขาก็สามารถ ที่จะยกสถานะตรงนี้ให้ได้ แล้วก็อีกมุมหนึ่งในการที่จะส่งเสริมกีฬาอาชีพ อันนี้เราก็มองว่า รัฐเองเราก็ไม่ได้มีเงินสนับสนุนมาก เราก็มองถึงภาคเอกชน เพราะฉะนั้นในเรื่องมาตรการ ภาษีที่เอกชนที่จะมาช่วยเหลือทางด้านกีฬานี้ รัฐก็ควรจะมีมาตรการในเรื่องของการยกเว้นภาษี และสนับสนุนเขาให้มากขึ้นกว่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของการที่เราอยากจะทําให้ กีฬาเป็นโครงสร้างหลักของประเทศ ผมถือว่าคณะกรรมาธิการท่านมาถูกทางนะครับ ตั้งแต่
ครั้งแรกที่มีการบรรจุ บังเอิญผมเป็นกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปช. ด้วย วันแรกที่เสนอมี ๒ คณะที่มีการถกเถียงกัน คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปการ คุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา แล้วก็คุยกัน สุดท้ายแล้วเรามาเห็นว่า ตอนนี้ปฏิรูปในเรื่องของผู้บริโภคก็กลายเป็นปัญหา เราคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญที่สุดเลย ในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ดูแลในเรื่องของประชากรส่วนใหญ่ ในเรื่องของการกีฬา ก็เหมือนกัน ผมคิดว่าถ้าเราหันกลับมาใช้สิ่งที่เรามีอยู่ค่อนข้างเยอะและลงทุนไม่ได้มากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างการท่องเที่ยว ในเรื่องของการสร้างรายได้ให้โอกาสของคนที่มี โอกาสน้อยทางด้านสังคมแล้วนี่เราจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ําอย่างจริงจังที่แท้จริง ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาแล้วก็เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้เห็นการ พัฒนากีฬาเราสู่ความเป็นเลิศ สู่การเป็นมืออาชีพมากขึ้น ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสรณะ เทพเนาว์ ครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอันทรงเกียรติที่เคารพครับ กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปด้านปกครองท้องถิ่นครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ถึง พุทธศักราช ๒๕๕๙ อีก ๒ ปี ที่เดินไปข้างหน้า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทํา แผนการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ถึงพุทธศักราช ๒๕๕๙ ดังนี้ครับ ด้วยคุณค่าของกีฬาถือว่าเป็นเครื่องมือการพัฒนาคนทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนวิถีชีวิต ที่มีสุขภาพและสมรรถนะที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีน้ําใจเป็นนักกีฬาเพื่อหลอมเป็น หนึ่งเดียวสู่ความสามัคคีและสมานฉันท์ ตรงนี้คือสอดคล้องกับแนวทางของการปฏิรูปของบ้านเมืองเรา การบริหารจัดการกีฬาทุกมิติ อย่างเป็นระบบโดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศอย่างมี มาตรฐานระดับสากล รวมทั้งให้การกีฬาเป็นแหล่งสร้างรายได้และสร้างอาชีพ ท่านประธาน ครับ สมัยเด็ก ๆ ผมอายุ ๘ ขวบ แชมป์โลกของประเทศไทยคนแรก นักมวยสากล หลายท่านอยู่ที่นี่คงทราบดี ที่สร้างประวัติการชกมวยแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท (Flyweight) ของดับเบิลยูบีซี (WBC) คือโผน กิ่งเพชร ตํานานเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่าน สปช. จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านชิตชัยเพื่อนรักผมเป็น สปช. ผมคิดว่าโผน กิ่งเพชร ได้สร้าง ประวัติของการกีฬาที่โน้มน้าวจิตใจของคนไทยไปอยู่จุดหนึ่งเดียว กีฬามวยเป็นกีฬาที่มี ความสําคัญพื้นฐานของสันถวไมตรี โดยเฉพาะกีฬามวยที่อยู่ชายแดนเมื่อสักครู่ท่านชัย ชิดชอบ นั่งอยู่กับผมอยากเห็นกีฬาที่แม่สอด ไทยกับพม่า เขาชกกันแบบห้ําหั่นไม่มีนวม คือชกกันดุเดือดมาก กีฬาในแถบชายแดนเป็นเครื่องสัมพันธไมตรีอันยิ่งใหญ่ของ ความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ ที่มะละแหม่ง ที่ประเทศพม่า ในขณะเดียวกันผมอยู่ ชายแดนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ กีฬาเป็นเครื่องสื่อสัมพันธ์ที่ดียิ่ง ผมอยู่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผมอยากเห็นการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐและการกําหนด โครงสร้างของกีฬา ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา โดยเฉพาะท่านประธาน พลเอก ยุทธศักดิ์ ท่านได้ปรารภกับผมว่าที่จะแยกกระทรวงกีฬาโดยตรงจากกระทรวงการท่องเที่ยวนั้น ผมขอ สนับสนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกละเลยเรื่องนี้มาโดยตลอดครับ โดยอํานาจหน้าที่ ย้อนมานิดหนึ่ง อํานาจหน้าที่ของพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ภายใต้บังคับ แห่งกฎหมายเทศบาลตําบลมีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ แต่มาตรา ๕๔ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายเทศบาล อาจทํากิจการใดในเขตเทศบาลดังต่อไปนี้ คือ (๙) ให้มีการบํารุงสถานที่สําหรับการกีฬาและพลศึกษา อาจทํา ทําก็ได้ ไม่ทําก็ได้ ไม่มีสภาพ อํานาจหน้าที่โดยตรงบังคับ พระราชบัญญัติสภาตําบลและ อบต. เช่นเดียวกันเกิดเมื่อ ปี ๒๕๓๗ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายองค์การบริหารส่วนตําบลอาจทํากิจการ ในวงเล็บก็คือ ให้มีการบํารุงสถานที่การกีฬาพักผ่อนหย่อนใจ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน อาจทํา อบต. ทํา หรือไม่ทํา ก็ได้ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ อบจ. ที่ใช้ครอบคลุม ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศนั้น ไม่มีบทบัญญัติให้ อบจ. มีอํานาจหน้าที่ในด้านกีฬาไว้แต่อย่างใดเลย ตรงนี้ละครับเป็น ช่องว่างของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เข้ามาตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ดีครับ มีพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ให้เทศบาลและเมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตําบล มีอํานาจหน้าที่โดยตรง อันนี้ผมขอฝากให้เห็นความสําคัญทางด้านกีฬา แล้วก็ให้มีการปฏิรูป แก้ไขกฎหมายและข้อบังคับระเบียบต่าง ๆ
ส่วนที่ ๒ ก็คือความเป็นเลิศของกีฬา ผมอยากเห็นสภาพที่ความเป็นเลิศ ไม่ว่าการตั้งสภาการศึกษากีฬา การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ โดยเฉพาะ ทุกมหาวิทยาลัยมีวิทยาลัยพลศึกษาทั้งนั้น มาควบรวมกันเสีย การตั้งศูนย์พัฒนากีฬา คนพิการ ตั้งสภาวิชาชีพการกีฬาแยกประเภทให้ชัดเจน รวมทั้งพัฒนาผู้ตัดสินเป็นมืออาชีพ อย่าให้ไปเกิดการขัดแย้งถึงยิงกัน ฆ่าฟันกัน ตรงนี้ต้องทําให้ตัดสินมีโพรเฟสชันนอล (Professional)
ผมขอฝากสุดท้ายคือประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางการกีฬาให้ชัดเจน แล้วก็ฝาก ท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ และท่านทิวาด้วยทําเหมือนจังหวัดบุรีรัมย์ของเราที่พัฒนาการกีฬาเป็น ๑ เกิดการยอมรับทั้งเอเชียอาคเนย์ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
อีก ๕ ท่านนะครับ คุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ คุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ คุณประภาศรี สุฉันทบุตร คุณกูไซหม๊ะ วันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ซึ่งเรียกก่อนหน้านี้แล้วไม่อยู่ และคุณทนงศักดิ์ ทวีทอง ซึ่งเรียกก่อน หน้านี้แล้วไม่อยู่นะครับ เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ จากจังหวัดยะลาชายแดนใต้ ก่อนอื่นนั้นผมต้องกล้าพูด คําหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาเรานี้ทําไมต้องกล้าใช้คําว่า กีฬาสร้างชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาผมว่าเยี่ยมครับ คํานี้ดีมาก เพราะยุทธศาสตร์ของท่าน ที่เขียนมาทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ผมไม่ได้คัดค้าน เห็นด้วยหมด กีฬาสร้างชาติอย่างไร เราดู ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนอื่นนั้นยักษ์ใหญ่แห่งเอเซียเราเปิดประเทศวิธีใด ใช้กีฬานํา นั่นคือ ประเทศจีน ครั้งแรกที่จีนเปิดกีฬาสู่โลกก็คือใช้กีฬาปิงปอง และการแข่งขันกีฬาเขาเริ่มไป อย่างไร ผูกมิตรอย่างไร เขาใช้คําว่า หยูอิ้ ติอิ ปี่ซ่ายตีเอ้อ ถ้าแปลเป็นภาษามลายู มาเลเซีย เบอซัน ดาลัน หรือเป๊ะติงฮี ดาลีเบอละวานัน นี่คือภาษามลายูเพื่อนบ้านผมที่ยะลา จากชายแดนใต้นี้ผมยังไม่แปลเป็นภาษาอังกฤษนะครับ เอาแปลเลยภาษาอังกฤษ เฟรนชิพ คัม โอเวอร์ คอมเพททิทีฟ (Friendship come over competitive) ถ้าแปลเป็น ภาษาไทยก็คือผมว่าทุกท่านคงรู้นะครับ ผมไม่แปลดีกว่า เพราะภาษาอังกฤษในที่นี่ หลายท่านเก่งผมยังด้อยกว่านะครับ การแข่งขันซึ่งระบุในนี้แล้วว่ามิตรภาพเหนือการแข่งขัน ซึ่งประเทศจีนได้นํามา วันนี้นั้นผมก็อยากให้เห็นว่ากีฬาที่ท่านเสนอนั้นล่ะ ถูกต้องสร้างชาติ แต่ผมก็อยากจะฝากอีกว่าเยาวชนที่เรียนอยู่โรงเรียนนี้วันนี้ท่านจําเป็นต้องเอากีฬาไปผูก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนเหล่านั้น นักเรียนเหล่านั้นที่อยากฝากไปด้วยนะครับ สําหรับผู้สูงอายุนั้นเมื่อสักครู่หลายท่านก็พูดแล้วว่าทําอย่างไรให้มีกีฬาผู้สูงอายุเพื่อประหยัด ค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณสุข กีฬานี้ช่วยด้านเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ซึ่งทุกท่านก็รู้ในนี้ จะสร้างเป็นกีฬาพาณิชย์หรือกีฬาเพื่อสุขภาพเราทําได้ทั้งนั้น แต่ผมขอวกกลับเข้ามา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของผมเนื่องจากเวลาจํากัด ๓ จังหวัดชายแดนใต้นี่กีฬาซึ่งสามารถผูกมิตรได้ เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกบางท่านก็บอกแล้วว่าแนวร่วมยังลงมาแข่งขันกีฬามาดูกันเต็มเลย จริงเพราะการแข่งขันใน ๓ จังหวัด ถ้ากีฬาแข่งแล้วนะครับ ไปดูผู้ชมมากมหาศาลเหตุการณ์ไม่มี ผิดกับบางแห่งไม่มีกีฬา แต่มีเหตุการณ์ ซึ่งคําว่า เหตุการณ์นี้ผมไม่เอ่ยนะครับว่าเป็นอะไร ตรงนี้ผมอยากฝากให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาเรานี้ ถ้าตั้งขึ้นมาแล้วจะสร้างชาติ ท่านจะต้องดูนะครับผู้สอนกีฬาแต่ละแห่ง แต่ละท้องที่ท่านเตรียมการอย่างไรวันนี้กีฬาบ้านเรา ถดถอยเพราะอะไร อย่างเช่น ๓ จังหวัดเรานี่กีฬาได้ดีก็คือฟุตบอลก็เล่นกันแบบดีกว่า พม่าหน่อยหนึ่งคือไม่ได้ถอดรองเท้าเล่น สนามมีบ้างเล็กน้อย ถ้าอยากทํา ๓ จังหวัดช่วยทําสนาม ให้ด้วยนะครับ เพื่อเขาจะได้เล่นกีฬา เพราะผมดูแล้วเวลาก็หมดผมก็ขอจบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ครับ คุณฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ครับ เชิญคุณประภาศรี สุฉันทบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน ประภาศรี สุฉันทบุตร สปช. จังหวัดยโสธร ขออนุญาตให้ความคิดเห็นแก่คณะปฏิรูปกีฬา ดิฉันขอเล่าเรื่องว่ากีฬาท่านจะสามารถเอาแนวคิดของดิฉันไปให้กีฬาไปสัมพันธ์กับการศึกษา การสาธารณสุข และการเศรษฐกิจได้อย่างไรนะคะ ดิฉันเคยเป็นรองนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดยโสธร ในท้องถิ่นทั้งหมด อบจ. ทั้งหมดก็จะมีโรงเรียนกีฬา แต่โรงเรียนกีฬา แทบจะไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือให้งบประมาณเลย แม้แต่งบประมาณด้านอาหารก็ให้ เด็กน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้บริหาร อบจ. ก็จะสนใจด้านสาธารณูปโภค ด้านทําถนนอะไร เป็นส่วนใหญ่นะคะ แต่บังเอิญช่วงที่ดิฉันเป็นรองนายก อบจ. ดิฉันมีหน้าที่ดูแลการศึกษา และดูแลเรื่องโรงเรียนกีฬาโดยเฉพาะนะคะ ดิฉันก็เข้าใจว่าเด็กยโสธรเป็นเด็กยากจน มาอยู่ในโรงเรียน อบจ. ก็เป็นเด็กประจํานะคะ เราก็ต้องให้อาหารเขาอย่างดีเพื่อให้เขา แข็งแรงให้เล่นกีฬาได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องมองว่าอนาคตเขาจะไปเรียนต่อที่ไหน ยากมาก เลยนะคะที่เด็กโรงเรียนกีฬาจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ยกเว้นเด็กคนนั้นเป็นเด็กที่ ๑ จริง ๆ เขาถึงจะมีอาชีพที่ดี ถ้าเด็กทั่วไปสมมุติว่านักเรียน ๖๐ คน เด็กที่หลัง ๆ ก็จะไม่มี โอกาสที่จะมีอาชีพที่ดี ดิฉันได้ใส่หลักสูตรนะคะ ได้สอนพิเศษให้เขาก็คือภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษนะคะ เนื่องจากจังหวัดยโสธรเป็นเมืองแฝดกับเมืองชิชิบุประเทศญี่ปุ่น เราจะต้องไปมาหาสู่กับประเทศญี่ปุ่นทุกปี เด็กนักเรียนโรงเรียนกีฬาของดิฉันสามารถ เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นได้นะคะ แล้วก็สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้ง ภาษาอังกฤษ เด็กนักเรียนโรงเรียนกีฬาของดิฉันสามารถเขียนจดหมายภาษาอังกฤษได้ สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันแนะนําก็คือให้ใส่วิชาอื่นลงไปในโรงเรียนกีฬาด้วย เพื่อให้เด็กสามารถมีความสามารถได้นะคะ
แล้วก็ในเรื่องการศึกษาอีกอันหนึ่งซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตของดิฉันเลย ดิฉันเป็นคนกรุงเทพฯ ไปอยู่จังหวัดยโสธรพอมีลูกการเรียนที่นั้น การศึกษาไม่สามารถ ที่จะให้ลูกมาสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาได้เหมือนดิฉันเคยได้เรียนโรงเรียนที่ดีที่สุดของ ประเทศไทย แต่บังเอิญดิฉันก็สืบเสาะทราบมาว่าโรงเรียนเตรียมฯ มีที่นั่งให้สําหรับเด็ก มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ดิฉันก็ฝึกลูกดิฉันเลยนะคะ ให้เล่นเทนนิสให้ได้ ลูกดิฉันเป็น ลูกสาวนะคะ ดิฉันพาไปแข่งขันทั่วประเทศไทย ไปจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดปัตตานี นี่หมายถึงผู้ปกครองที่มีความพร้อม โรงเรียนต้องสนับสนุนให้ด้วยสําหรับเด็กที่ยากจนนะคะ สําหรับลูกดิฉันชนะเลิศเทนนิส รองชนะเลิศเยาวชนแห่งชาติก็สามารถเข้าโรงเรียน เตรียมอุดมได้เลยด้วยสิทธิพิเศษอันนี้ ดังนั้นดิฉันอยากให้โรงเรียนต่าง ๆ หรือมหาวิทยาลัย ได้มีที่นั่งสําหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ แล้วสําหรับลูกดิฉันหลังจากจบเตรียมอุดมศึกษา เขาก็จบแพทย์ แล้วก็จบแพทย์เกียรตินิยมด้วย ก็แปลกมากสําหรับเด็กที่มีความสามารถด้านกีฬา แล้วสามารถจบแพทย์เกียรตินิยมนะคะ ดิฉันคิดว่ากีฬาก็จะมีสนับสนุนด้านการศึกษานะคะ
ในส่วนสาธารณสุข สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้เน้นเรื่องการ ออกกําลังกาย ดิฉันขออนุญาตดิฉันได้ไปดูพีซียู (PCU) ก็คือ ไพรมารีแคร์ (Primary care) หน่วยบริการปฐมภูมิในประเทศญี่ปุ่นเขาก็จะให้คลินิก (Clinic) เอกชนขึ้นทะเบียนเป็นหน่วย บริการปฐมภูมิ เขาก็ต้องมีกําหนดว่าจะต้องมีพื้นที่ให้ประชาชนในเขตพื้นที่นั้นเล่นกีฬา ได้ด้วย เขาก็จะมีสนามเทนนิสในหน่วยบริการปฐมภูมินั้นนะคะ มีที่เต้นรํา ผู้สูงอายุก็จะมา เต้นรําได้ มีโยคะ มีอะไรอย่างนั้น สําหรับหน่วยบริการปฐมภูมิในกรุงเทพฯ เรามีมิตรไมตรี มีอะไรตั้งหลายอย่างนะคะ ดิฉันอยากให้มีสถานที่เล่นกีฬาด้วยในหน่วยบริการปฐมภูมิ หมอและพยาบาลก็จะมาเล่นกีฬากับประชาชนตรงนั้นด้วยนะคะ
อีกอันหนึ่งก็คือที่จะต้องมาสัมพันธ์กับด้านเศรษฐกิจนะคะ ตอนเข้ามาทํางาน ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขดิฉันพยายามเสนอ เนื่องจากงานของสาธารณสุข เยอะมาก ดิฉันเสนอให้สร้างเฮลท์ตี ซิตี (Healthy city) คือเมืองกีฬาให้ได้นะคะ โดยเลือก เอาจังหวัดที่ยากจนติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ นับมาจากข้างล่างเลยของประเทศไทยขึ้นเป็น จังหวัดนําร่องให้เป็นเมืองกีฬา สมมุติว่าอย่างยโสธรมีโอกาสได้แน่นอนเพราะว่าเป็นจังหวัด ยากจนอันดับสุดท้ายนะคะ ดิฉันก็อยากให้เสนอเป็นเมืองกีฬา โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาไปเลือกจังหวัดยากจนอันดับสุดท้ายขึ้นมา ดังนั้นงบประมาณต่าง ๆ ก็จะลงไป ที่จังหวัดยากจนเหล่านี้ จีดีพี เขาก็จะได้สูงขึ้นนะคะ แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ประหยัดน้ํามันหรืออะไรทุกอย่าง ถ้าเป็นเมืองกีฬาเกิดขึ้นนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้มีเกียรติ ทุกท่าน แล้วก็ผู้ที่ได้เข้ามาร่วมในที่นี้ทุกท่านแล้วก็ทั้งประเทศนะคะ ดิฉัน กูไซหม๊ะ วันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี สปช. จากจังหวัดยะลา จังหวัดยะลาโชคดีมี สปช. ๒ ท่าน ดิฉันถือว่า คู่กัน มีผู้หญิงก็ต้องมีผู้ชายนะคะ ดังนั้นดิฉันจะขอเพิ่มในฐานะที่เคยอภิปรายเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ว่าอยากจะมอบของขวัญให้กับชาวภาคใต้ก็คือเปลี่ยนสนามรบเป็นสนาม กีฬานะคะ การที่จะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามกีฬาเพื่อต้อนรับอาเซียน จะขอขยายเพิ่ม ที่จะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามกีฬาได้จะต้องมีดังนี้ ก็คือสู่เป็นสนามการค้าต่อไปนะคะ ฝากถึงประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาด้วย การค้าในอนาคตก็คือเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน เราจะเล่นกีฬาได้อย่างไรถ้าไม่มีเงิน แม้จะออกกําลังกายถ้าไม่มีเงิน ในกระเป๋า ดังนั้นการที่จะมีเงินในกระเป๋าเราก็ต้องมีเศรษฐกิจ ดังนั้นดิฉันขอเพิ่มยุทธศาสตร์ การกีฬาไว้ ๖ ข้อ ฝากถึงประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ถึงรัฐบาลและถึงนายกรัฐมนตรี ผู้มีอํานาจ ดิฉันอยากจะแยกการกีฬาต่างหากกับการท่องเที่ยว คือท่องเที่ยวก็จะได้ งบประมาณมาสนับสนุนประเทศชาติอีกทีหนึ่ง แล้วการกีฬาก็เป็นการปฏิรูปคนค่ะ อย่างเช่น ศาสนาอิสลาม การละหมาดก็คือเป็นการออกกําลังกายแล้วก็สร้างสมาธิ ดังนั้นการที่เราจะ ให้เกิดความสงบ เขาจะต้อง
๑. พัฒนาคน พัฒนาคนก็คือสุขภาพ จิตใจ เกิดความปรองดองสามัคคี สร้างไมตรี กระบวนการคิดแล้วก็จิตสํานึก ดังนั้นฝากถึงประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาด้วย ผู้ที่เล่นกีฬาของอิสลามอยากจะให้มีการละหมาด เพราะการละหมาดอยู่ในหัวข้อ เป็นเสาหลัก ของศาสนาอิสลาม กฎอิสลามมีอยู่ ๕ ข้อ อยู่ในข้อ ๑ ถ้าคนนั้นละหมาด จิตใจเขาดี เขาจะเป็น คนที่รักพระเจ้าแล้วก็เขายินดีที่จะไปสวด เขาจะไม่เอา ๓ จังหวัดหรือ ๑๗ จังหวัด เขาจะเป็น คนดีเพื่อจะช่วยเหลือสังคมนะคะ ดังนั้นการพัฒนาคนจะต้องมีกระบวนการคิด จิตสํานึก มีการประเมินผลแล้วก็วางแผนนะคะ
๒. สร้างความเข้มแข็งในชุมชนนะคะ แล้วก็ความเข้มแข็งตรงนี้จะลด ความขัดแย้ง ระงับความรุนแรงแล้วก็สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง อยากให้มีกีฬาครบวงจรในชุมชนค่ะ
๓. เศรษฐกิจก็คือเศรษฐศาสตร์การกีฬา ผลิตภัณฑ์ในชุมชนนะคะ อยากให้มี แต่ละหมู่บ้าน แต่ละตําบล ตามหลักการศาสนาอิสลาม อยากจะเพิ่มปิดหัวเข่านิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าตามหลักในคัมภีร์อัลกุรอ่านผู้ชายต้องปิดสะดือถึงหัวเข่า มันจะเป็นการที่ให้ผู้หญิง ไม่มีความรู้สึกทางเพศที่ชอบถ้าเกิดนักกีฬามันหล่อนะคะ อันนี้พูดตามจริงก็อยากจะฝากไป ถึงคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาอนุญาตให้กีฬาฟุตบอลหรือว่ากีฬาอะไรที่เปิดเข่านะคะ แล้วก็ต่อไปอยากจะให้มีสวัสดิการแล้วก็กองทุนการกีฬา โคชกีฬา อยากจะให้ทาง จังหวัดชายแดนภาคใต้เชิญมาถวายพระพร มาดูรัฐสภา มาดูการกีฬาที่ของเราเพื่อให้เกิด ไอเดีย (Idea) อะไรดี ๆ ขึ้นนะคะ ดังนั้นการที่จะให้สงบจะต้องเอาคนมาดูที่ตรงนี้ด้วยนะคะ
๔. สร้างนโยบายของรัฐและการทํางานของหน่วยรัฐ ส่งเสริมกีฬาทุกตําบล ทุกหมู่บ้าน อยากจะให้กีฬาเป็นเลิศอย่าเสียดายเลยให้ครบวงจรเลย ตําบลละ ๒๐ ล้านบาท ท่านประธานกรรมาธิการฝากด้วย ให้ครบวงจรทั้งวิทยาศาสตร์ด้านการกีฬา อย่างน้อยเราจะ ได้เป็นตัวอย่างแบบท่านอยู่จังหวัดบุรีรัมย์นะคะ ท่านทิวานี้ค่ะ ขอภูมิใจ อยากจะให้โครงการ ตรงนี้ไปสร้างใน ๓ จังหวัดด้วยเราจะได้มาอีสาน ใต้ ดังนั้นกีฬาเป็นเลิศท่านจะต้องมี นักกีฬาฮีโร่ (Hero) อยากจะเพิ่มตอนนี้อยากจะเอาเด็กที่ติดยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วก็ผู้ที่มีอาชีพแล้วติดยาเสพติดให้มีกีฬาเป็นภาคบังคับเลยเพราะว่าเขาจะได้ฝึกเป็นคนดี เปิดโอกาสเขาให้เป็นคนดีของชาติ แล้วก็สําคัญตรงนี้นะคะ สร้างกีฬาสัมพันธภาพภูมิภาค อาเซียน เออีซีที่จะมาถึงนะคะ ตอนนี้อยากจะให้ผู้หญิงมีส่วนร่วม ก็คือผู้หญิงแม่บ้านเราไป แข่งขันกีฬาอาเซียน ก็คือแม่บ้านจากจังหวัดยะลาก่อนก็ได้หรือ ๓ จังหวัดนะคะไปที่ประเทศ มาเลเซีย เอาประเทศมาเลเซียมาแข่งประเทศไทย แล้วก็มีธุรกิจตรงไหนเราก็แลกกัน ดังนั้น อยากจะให้ส่งเสริมเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง เศรษฐกิจด้านครัวเรือน อย่างเช่นให้ส่งเสริมอาชีพรายได้ด้านสมุนไพร เพราะว่าทุกคนต้องแกง เกี่ยวกับตะไคร้เราทํา อย่างไรให้เขาปลูกทุกบ้าน แล้วก็เราจะทํากับข้าวเราก็ต้องมีเครื่องทําแกงให้อร่อยเราแลกกัน นี่เป็นเศรษฐกิจครัวเรือน ดังนั้นเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัด อะไรที่มีใน ๓ จังหวัด เราจะมีงาน มีเงินกระเป๋าตุง เงินไม่เข้ากระเป๋ากระสุนจะเข้ากระเป๋าแทนร่างของคนก็จะ ไม่สงบคือจะตาย ดังนั้นเปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า ปลูกสมุนไพรแพทย์แผนไทย รับซื้อ ส่งเสริมอาชีพครัวเรือน ฝากด้วยนะคะก่อให้ความเกิดสันติสุขแน่นอนนะคะ ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ คุณทนงศักดิ์ ทวีทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายทนงศักดิ์ ทวีทอง ต้องขออภัยด้วยเมื่อสักครู่ได้ไปเป็นประธานประชุม คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ผมเองก็คงต้องขอขอบพระคุณ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาแล้วก็ท่านที่อภิปรายทุกท่านนะครับ เพราะว่าวันนี้ก็เป็น การแสดงให้เห็นถึงท่านทั้งหลายที่มีความรู้สึกที่ดีกับกีฬา โดยเฉพาะวันนี้ในการอภิปราย ของท่านนั้นผมเชื่อว่าทําให้พี่น้องชาวไทยของเราทุกคนมีความสุข และพวกเราเองนั้นจะมี ความสุขมาก ๆ ตอนที่เห็นนักกีฬาของเราชนะแล้วก็กลับมา แต่ก็มีความรู้สึกบางครั้ง เหมือนกันว่าพวกเราเองนั้น ถ้าอยากสนับสนุนส่งเสริมอีกสักนิดหนึ่งก็คงจะให้เขาประสบ ความสําเร็จ อันนั้นเป็นเรื่องของกีฬาระดับชาติ แต่ในเรื่องของกีฬาทั่วไปนั้นผมเชื่อว่าเป็น ความรู้สึกของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะพวกผมที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความ พยายามที่อยากจะส่งเสริมกีฬาพื้นฐาน กีฬาชุมชน ซึ่งพวกเราเชื่อว่ากีฬานั้นทําให้พวกเรามี ความรัก มีความสามัคคีกัน โดยเฉพาะทําให้คนมีสุขภาพแข็งแรง ทางสาธารณสุขมักจะ บอกว่าถ้าอยากให้มีสุขภาพดีนั้นต้องออกกําลังกายก็อยากจะเรียนว่าการออกกําลังกายนั้น ก็คือกีฬานั่นเอง เพราะฉะนั้นจะทําให้คนมีสุขภาพดี ก็ต้องเล่นกีฬา เมื่อช่วงเช้าผมได้มีโอกาสไปประชุมกับ คณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่อง สปสช. ซึ่งมีการพูดถึงในเรื่องของการออกกําลังกายด้วยการเต้น แอโรบิค ซึ่งถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ซึ่งทาง สตง. นั้นก็มีความเห็นว่ากีฬาแอโรบิคนั้น ทาง สตง. นั้นสนับสนุน หรืออาจจะไม่ตรวจสอบ คือหมายความว่ายอมรับว่าเป็นกีฬา ชนิดหนึ่ง ทีนี้ทางพวกเราที่เป็นท้องถิ่น เป็น อบต. ก็ได้ถามว่าในเรื่องของรําวง ก็ได้รับเสียง แย้งออกมาว่ารําวงนั้นไม่ใช่ แต่ก็อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วรําวงนั้นเป็นความเฉลียวฉลาด ของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณที่มีการผลิตในเรื่องของรําวงมาตรฐาน ซึ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นการ ออกกําลังกายชนิดหนึ่ง ซึ่งรําวงมาตรฐานนั้นคงเห็นว่ามีหลายท่า แล้วก็ท่ารําอย่างต่อเนื่อง ก็จะทําให้คนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข ทราบว่าทาง สตง. ยอมรับขณะนี้ ก็เป็นเรื่อง ที่น่ายินดีว่า กีฬาชนิดหนึ่งอาจจะเรียกว่า รําวง หรืออาจจะเป็นท่าเต้นต่าง ๆ นั้นก็ถือว่าเป็น การกีฬา ทําให้คนมีความสุข ตรงนี้ผมเชื่อว่าพวกเราที่ท้องถิ่นก็พยายาม และทางภาคใต้ก็มี ในเรื่องของรําวงเวียนครกอีกอันหนึ่ง ซึ่งคําว่า เวียนครก ผมคงไม่มีเวลาอธิบายตอนนี้ แต่หมายความว่าทําให้คนสนุกสนานกัน แล้วก็มีการออกกําลังกายกัน มีการรําวงกันก็ถือว่า เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ผมคิดว่าตามที่ผมได้บอกว่าวันนี้นั้น พวกเราชาวไทยมีความสุขแล้วก็ โดยเฉพาะเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุคําว่า กีฬาในรัฐธรรมนูญ แม้ว่ามีคําว่า กีฬา เพียง ๒ คํา แล้วเราพยายามที่จะเสนอในมาตรา ๒๑๒ ว่าให้การกีฬานั้นเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะทําให้พวกเราได้มีโอกาสทําให้พี่น้องชาวไทยนั้นมีสุขภาพ แข็งแรงด้วยการออกกําลังกาย ด้วยการเล่นกีฬา ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะผู้ซึ่งจะมีโอกาสได้เป็นคณะทํางานหรือผู้ร่างกฎหมายจะพยายามที่จะทํา อย่างไรให้มีการนําเสนอให้มีการบรรจุคําว่า กีฬา ในกฎหมายลูกเพื่อที่จะให้มีโอกาสทําให้ พวกเราท้องถิ่นหรือภาคส่วนต่าง ๆ นั้นได้ใช้คําว่า กีฬา นั้นให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ทําให้พี่น้องประชาชนได้มีสุขภาพแข็งแรง และผมเชื่อว่าเห็นอนาคตพวกเรา ชาวไทยจะมีอายุยาวมากขึ้น เนื่องจากการที่ท่าน สปช. พวกเราทุกคนได้สนับสนุนให้มีคําว่า กีฬา ผมว่าตรงนี้เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่พวกเราได้สร้างให้กับพวกเราชาวไทย ผมเชื่อว่าพวกเรา ทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงแล้วก็มีอายุยืนยาวด้วยการที่มีคําว่า กีฬา ในรัฐธรรมนูญเพียง ๒ มาตราเอง ก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งกับทุก ๆ ท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เป็นอันว่าสมาชิกที่ได้แสดงความประสงค์อภิปรายได้ครบทุกท่านแล้ว ขอเรียนเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะตอบชี้แจงหรือสรุปข้อซักถามของสมาชิกครับ เรียนเชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ พอดีจากการที่มีสมาชิกอภิปรายหลายท่านที่พูดถึงนักกีฬาคนพิการนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ท่านวิริยะก็ดี ท่านภัทรียาก็ดี รวมไปถึงท่านเกษมสันต์ ที่พูดถึงการที่ตั้งชื่อพันธุ์ปลาวาฬพันธุ์ใหม่ ที่ได้ค้นพบในอ่าวไทย ตั้งชื่อตามชื่อนักกีฬา คุณพัทธยา เทศทอง ผมจะขออนุญาต ท่านประธานแนะนําและขอขอบคุณ เพราะว่าคุณพัทธยา เทศทอง ตอนนี้อยู่ในห้องประชุมนี้ พร้อมกับสปอร์ต ฮีโร่ (Sport hero) ๓-๔ ท่าน จะขออนุญาตท่านประธานครับ ก็อยากจะ แนะนําคนที่ทางกระทรวงทรัพยากรได้ตั้งชื่อปลาวาฬพันธุ์ใหม่นี้นะครับ คุณพัทธยา เทศทอง ซึ่งในลอนดอน พาราลิมปิกเกมส์ ได้ถึง ๒ เหรียญทองอยู่ข้างหลังนั้น ข้าง ๆ ท่านก็คือ คุณสายสุนีย์ จ๊ะนะ ได้ ๑ เหรียญทองในเกมเดียวกันที่ลอนดอน พาราลิมปิกเกมส์ วีลแชร์ (Wheelchair) ฟันดาบ คนที่ ๓ คุณสมชาย ดวงแก้ว ซึ่งเป็นนักกีฬาว่ายน้ํา เป็นนักกีฬา คนไทยคนแรกที่ทําเหรียญทองให้กับประเทศเมื่อปี ๒๐๐๐ ที่ซิดนีย์พาราลิมปิก คนต่อมา คุณประวัติ วะโฮรัมย์ ซึ่งเป็นคนที่สามารถทําเหรียญทองได้ ๔ สมัยติดกันในพาราลิมปิกเกมส์ ๔ สมัยนี่คือ ๑๖ ปี ก็ถือว่าทําลายสถิติของโลกที่ได้มา ๔ สมัยเลย ข้าง ๆ ท่านก็เป็นคุณสายชล คนเจน เป็นวีลแชร์ เรซซิง (Wheelchair racing) เหมือนกัน และคนสุดท้ายเป็นนักกีฬาคนไทย คนแรกที่ได้โควตาที่จะไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ในริโอ เดอ จาเนโรปีหน้าในกีฬายิงปืนเป้าบิน อันนี้นักกีฬาปกติ คุณสุธิยา จิวเฉลิมมิตร ขอขอบคุณที่สละเวลามาให้ความสนใจกับสิ่งที่เรา พยายามจะปฏิรูปอยู่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เป็นอันว่าที่ประชุม ได้รับทราบแนวทางการดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาในวาระปฏิรูปที่ ๑๙ เรื่องการกีฬาเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้รับทราบความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะของสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นําไปเป็นแนวทางในการดําเนินการต่อไป นึกว่าจบแล้วขอประทานโทษจริง ๆ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม ใคร่ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้กรุณาให้ข้อสังเกต ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ต่อการจัดทําวาระการปฏิรูปการกีฬาในหัวข้อการกีฬาสร้างชาติ ตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กรุณาอภิปรายนําเสนอมาแล้วนั้น ผมจดไว้ได้ทั้งหมด ๖ แผ่น จะขอรับไปหาวิธีการดําเนินการเพื่อตอบโจทย์ที่ได้รับทราบในวันนี้ให้ดีที่สุด และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจะได้นําทุกข้อสังเกต ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งของทุกท่านในวันนี้ไปพิจารณาบรรจุแล้วเติมเต็มเพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์ของเอกสาร แผนการปฏิรูปการกีฬา หรือโพรเซส แอนด์ ออร์กาไนเซชันนอล ดีไซน์ (Process and organizational design) ที่ได้นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติภายใน วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ นี้ตามกรอบที่ได้กําหนดไว้ต่อไปครับ จึงขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้อีก ๑ ครั้งครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประธาน และท่านคณะกรรมาธิการ ขอประทานโทษอีกครั้งหนึ่ง ผมนึกว่าจบแล้วจริง ๆ ขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องเสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่มาประชุม ขอปิดประชุมครับ