สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องการกีฬาที่รวมอยู่ในรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอแนวทางการพัฒนาระบบการกีฬาของประเทศ โดยมีจุดเน้นในการสนับสนุนภาคีธุรกิจเพื่อสร้างเศรษฐกิจการกีฬา และการเพิ่มกองทุนส่งเสริมนักกีฬาที่เป็นนักกีฬาแห่งชาติ และโรงเรียนกีฬาของประเทศไทยให้มุ่งเน้นการฝึกซ้อมกีฬาให้ดีขึ้น และเพิ่มรางวัลให้กับนักกีฬาคนพิการ

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉัน ก็ใคร่จะขอแสดงความคาราวะแด่ท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬานะคะ ท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รวมทั้งคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ ดิฉันคิดว่าครั้งนี้เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่มีเรื่องของการกีฬาเช่นเดียวกับ เรื่องของวัฒนธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ เป็นจุดดีอีกจุดหนึ่งที่อยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ แห่งนี้ได้กําลังสร้างสิ่งที่ดี ๆ ให้กับประเทศชาติชนิดที่เรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่เราจะ ร่วมกันภาคภูมิใจนะคะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุน ดิฉันสนับสนุน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ของท่านค่ะ

สําหรับยุทธศาสตร์ที่ ๓ นั้น เป็นเรื่องของการส่งเสริมภาคีธุรกิจเพื่อสร้าง เศรษฐกิจการกีฬา อันนี้ดิฉันมองว่าอย่างนี้ค่ะว่าการกีฬาปัจจุบันนี้ อย่างเช่น กอล์ฟ หรือว่า เทนนิสจะเป็นกีฬาที่โด่งดังมากและเมื่อมีการแข่งขันแม้แต่ฟุตบอลสามารถสร้างรายได้ให้กับ ประเทศเจ้าภาพเป็นจํานวนมากมาย แล้วก็ต้องขอชื่นชมนักการเมืองท่านหนึ่ง ซึ่งดิฉัน จะไม่ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่จังหวัดบุรีรัมย์ท่านได้สร้างสนามแข่งรถ ซึ่งทําให้จังหวัดของ ท่าน แล้วก็ประเทศไทยได้เป็นศูนย์การแข่งขันรถ ที่เรียกว่าเป็นอินเตอร์เนชันแนล (International) จริง ๆ อันนั้นคือการสร้างรายได้เข้าประเทศเราทางหนึ่งนะคะ อยากจะ ขอให้ส่งเสริมให้มีมาก ๆ อย่างนั้น แล้วเราก็มีสนามกอล์ฟที่สวยงามมากมาย เราส่งเสริม ในขณะนี้ก็กําลังทําอยู่แล้ว คือเป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาที่เป็นระดับนานาชาติก็จะสร้าง รายได้ให้กับเราอย่างมากทีเดียวนะคะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของท่านเกี่ยวกับการปฏิรูปนโยบายและโครงสร้าง เพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนการกีฬาแห่งชาติ ดิฉันอยากจะขอสนับสนุนเรื่องนี้ค่ะว่าเราทราบดี ว่ามันมีกองทุนพัฒนาการกีฬาอยู่แล้วจริงไหมคะ แต่ดิฉันอยากจะขอให้ในการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการนั้นได้เพิ่มเติมกองทุนส่งเสริมนักกีฬาที่เป็นนักกีฬาแห่งชาติ เพราะว่าหลายคน ที่เสียสละตน สละงานในอาชีพไปทําการแข่งขันในนามของประเทศไทย แล้วทําให้เราชื่นใจ อย่างมากทีเดียว อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ท่านได้ พูดแล้วว่าในปีก่อน ๆ เราเคยชื่นใจ ได้เหรียญรางวัล ตอนนั้นดิฉันก็อยู่กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ ไปดูการชกมวย ได้เหรียญทองครั้งแรก ผู้พากย์ แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกคนน้ําตาไหลเลย ดีใจมาก แต่ครั้งล่าสุดโอลิมปิกที่ลอนดอนนั้นเราไม่ได้เหรียญทองเลย ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้อยู่ที่การส่งเสริม พัฒนานักกีฬาทีมชาติไทยอย่างแท้จริง ดิฉันคิดว่าเราควรจะถึงเวลาแล้วที่จะนําสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาเกิดขึ้นให้ได้จริงจังในประเทศไทย เพราะเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬานั้นสามารถช่วยได้ อย่างแท้จริงค่ะ ทําให้นักกีฬานั้นรู้จุดอ่อนจุดแข็ง จะต้องบํารุงส่วนไหน อย่างไร ฝึกซ้อมอย่างไร จะทําให้ความสามารถ หรือคาพาซิตี (Capacity) ด้านกีฬาเขาดีขึ้น ประเทศไทยถึงเวลาแล้ว ถ้าเรามีการปฏิรูปการกีฬา ดิฉันคิดว่าเราควรจะต้องมีสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา มีกองทุน ที่จะส่งเสริมนักกีฬาของชาติไทยที่ไปสร้างชื่อเสียง ไม่ใช่ว่าสร้างชื่อเสียงแล้วกลับมาก็มีรถแห่ ต้อนรับอย่างมากมาย แต่พอหลังจากนั้นคนก็ลืมไป แล้วสุดท้ายของชีวิตเราก็ได้เห็นนักกีฬา ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติมีชีวิตตอนสุดท้าย หรือบั้นท้ายของชีวิตนั้นลําบากมากมาย ดังนั้นดิฉันคิดว่าน่าจะมีกองทุนพัฒนานักกีฬาที่เป็นทีมชาติไทยในทุกประเภทค่ะ

อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเสนอ ก็คือเป็นเรื่องของการที่เรา ดิฉันทราบดีว่าขณะนี้เรามีโรงเรียนกีฬาค่ะ แต่ว่าจะเป็นโรงเรียนกีฬาเหมือนการสนับสนุนไม่เต็มที่ จากทางภาครัฐบาล อาจจะด้วยเรื่องงบประมาณ หรืออะไรต่าง ๆ แต่ดิฉันอยากจะขอให้เรา ทําเหมือนอย่างที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทํากัน นั่นคืออย่างเช่น ประเทศรัสเซียที่ดิฉันเคยไปดูมา หรือทางประเทศจีนนี่เราทราบเลยนะคะว่า สําหรับกีฬาอยากให้มีโรงเรียนที่เป็นเด็กนักกีฬา ที่ทาเลนท์เต็ด (Talented) คือมีพรสวรรค์จริง ๆ เทรน (Train) เขาอย่างดี อย่างจริงจัง ในขณะที่ สอนวิชาพื้นฐานด้วย แต่หลักคือต้องเทรนกีฬา ฝึกซ้อมกีฬาให้ดีขึ้น นั่นละคะจะทําให้นักกีฬา ของไทยได้ก้าวไปสู่เหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์อะไรต่าง ๆ เราจะภูมิใจ เฉพาะซีเกมส์คงไม่ได้นะคะ

ประการสุดท้าย ดิฉันขออนุญาตท่านประธานอีกครึ่งวินาทีนะคะ ก็คือเรื่อง ของพาราลิมปิกเกมส์ หรือว่าเฟสปิกเกมส์ ที่เป็นนักกีฬาเพื่อคนพิการ ใช้ความพยายาม มากกว่าคนที่ร่างกายสมบูรณ์ค่ะ เห็นควรที่จะต้องเพิ่มรางวัลให้กับนักกีฬาคนพิการที่มาเล่น กีฬา อย่าเห็นว่ากีฬาคนพิการได้เหรียญทองง่าย ก็เลยตีค่าน้อยไปนิดหนึ่ง ดิฉันเห็นด้วยว่า จะต้องเพิ่มเงินตรงนี้ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ