ศุภกร บูรณดิลก เสนอการปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ โดยหารือเรื่องการกีฬารักบี้ฟุตบอล และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ พร้อมขอให้จัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลเพียงพอ และมีความฝันในการจัดงานกีฬาโอลิมปิกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬา ศักดิ์ศรี และกระตุ้นเศรษฐกิจ
เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬา เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ขออภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ จากการศึกษา รายงานของคณะกรรมาธิการพอสมควร ผมขอเรียนว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอต่าง ๆ ในรายงาน ทุกประการ แต่เนื่องจากเป็นนักกีฬาเก่านะครับ มีความผูกพันกับการแข่งขันกีฬาเพื่อความ เป็นเลิศมาพอสมควร จึงใคร่ขอเสนอแนะในเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ ๓ ประการ กล่าวคือ
ประการแรก ที่ผมว่าผมเป็นนักกีฬาเก่า คือผมเคยเป็นนักกีฬารักบี้ฟุตบอล ทีมโรงเรียนนายเรือ ทีมราชนาวีสโมสร และเคยเป็นผู้เล่นระดับทีมชาติครั้ง ๒ ครั้ง และไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมเคยดํารงตําแหน่งอุปนายกสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ๒ สมัย เคยเป็นผู้จัดการทีมรักบี้ฟุตบอลทีมชาติไทยชุดรองชนะเลิศ เอเชียน ไฟว์ เนชัน ดิวิชัน ๒ (Asian five nation division ๒) รักบี้ไทยได้เหรียญซีเกมส์มาตลอดไม่เคยผิดหวัง แต่ในครั้งนั้น ที่ช่วงผมเป็นอุปนายกสมาคมสมัยแรก เชื่อไหมครับ สมาคมมีหนี้สินจากการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันระดับชาตินับล้านบาท และต่อมาอีกสมัยด้วยความสามารถของท่านนายกสมาคม คนต่อมา ท่านก็ค่อย ๆ ใช้หนี้ ขอประนีประนอมเขาบ้าง ก็สามารถปลดหนี้ได้ ปัจจุบันอดีต นายกสมาคมท่านนั้นก็ได้กลับมาเป็นนายกสมาคมรักบี้ใหม่ในปัจจุบัน และนอกจากสมาคม รักบี้ฟุตบอลแล้ว ผมยังเคยดํารงตําแหน่งอุปนายกสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย ปัจจุบันก็ยังคงสภาพเป็นสมาชิกสมาคมอยู่ สําหรับสมาคมเรือใบ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้งบประมาณจากการกีฬาจะไม่มากนัก แต่สมาคมแข่ง เรือใบมีกองทัพเรืออาสาเป็นผู้ดูแลทําให้มีผู้สนับสนุนมากมาย ต่างกับรักบี้ฟุตบอลที่เป็นกีฬา ที่หนักต้องใช้พละกําลัง ผู้เล่นต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ค่อนข้างสูง ร่างกายก็ต้องแข็งแรง แล้วก็ต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ต้องเสาะหาสร้างและบ่มเพาะมาตั้งแต่เด็ก เป็นกีฬาที่ต้องแข่งขันภายในประเทศและหลายประเภท ตลอดจนร่วมแข่งขันและเป็น เจ้าภาพในการแข่งขันระหว่างประเทศทั้งปี มากครั้ง ต้องใช้งบประมาณในแต่ละปีมาก แต่โชคร้ายที่เป็นกีฬาที่มีคนดูมากเป็นอันดับ ๓ ของโลก แต่ในประเทศไทยไม่ได้รับความนิยม เท่าที่ควร ไม่มีหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด ๆ อาสาเป็นผู้ดูแล และผู้สนับสนุนทางงบประมาณก็ไม่มีต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบตามลําพังนะครับ สนามฝึกซ้อม ของตัวเองก็ยังไม่มี เท่าที่ได้เล่าประสบการณ์ชีวิตด้านการกีฬามาก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าการกีฬา เพื่อความเป็นเลิศนั้นต้องใช้งบประมาณมากและแม้ผมจะมีประสบการณ์กับสมาคมกีฬา เพียง ๒ สมาคม แต่ผมกล้ายืนยันว่าทุกสมาคมกีฬาที่มีหน้าที่ให้กีฬาที่ตนรับผิดชอบมีความ เป็นเลิศ นําเกียรติยศชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของประเทศมาให้พี่น้องประชาชนได้ภาคภูมิใจกัน นั้นงบประมาณในปัจจุบันที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลไม่พอเพียงทุกสมาคมหรอกครับ สมาคม ใดโชคดีมีหน่วยหรือผู้ดูแลให้การสนับสนุนก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีก็แย่ครับ บางสมาคมเวลาจะพา นักกีฬาไปแข่งขันนอกประเทศต้องวิ่งไปกราบไหว้หาผู้สนับสนุนเพื่อหาตั๋วเครื่องบิน ให้นักกีฬาไปแข่งขันก็มี ในการปฏิรูปครั้งนี้ในยุทธศาสตร์ ประเด็นที่ ๕ ขอให้มีหลักการอีก ข้อหนึ่งว่า ต้องมีการจัดสรรงบประมาณอย่างพอเพียง เหมาะสมตามความเป็นจริงกับการ ดําเนินการของกีฬาประเภทนั้น ๆ โดยไม่จําเป็นต้องให้ไปพึ่งจากแหล่งสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งการจะหาทุนเพิ่มเติมของสมาคมนั้นกระทําได้ แต่จะให้เป็นเพียงกําไรให้ดีขึ้นเท่านั้น งบประมาณที่ได้รับจากรัฐจะต้องพอเพียง และในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและ การพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ ผมมีข้อเสนออีกประการ แบบนักยุทธศาสตร์คือเราจะต้องกําหนดเป้าหมาย เช่น ในระดับโลก ระดับโอลิมปิก กีฬาอะไรที่พอจะมีศักยภาพในการแข่งขันพอที่จะเป็นเลิศได้ ระดับเอเชีย ระดับภูมิภาค ก็เช่นกัน เราน่าจะหาให้ได้ว่ากีฬาอะไรที่เราไม่แพ้เปรียบใครพอที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ ในระดับนั้น ๆ ได้ จากนั้นก็กําหนดเวลาที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์อาจจะเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี วางแผนสร้างและส่งเสริมมุ่งเน้นเฉพาะกีฬานั้น ๆ ซึ่งเท่าที่เห็นในขณะนี้กีฬาระดับโลกชาย ก็น่าจะเป็นพวกมวยสมัครเล่น ส่วนกีฬาหญิงก็มีหลายประเภท เช่น มวยสมัครเล่น ยกน้ําหนัก เทควันโด วอลเลย์บอล ฟุตบอล และแม้กระทั่งรักบี้ ฟุตบอลหญิง
และสุดท้ายนะครับ ในเรื่องความฝันที่ยากเห็นคือผมอยากให้ คณะกรรมาธิการตั้งเป้าหมายว่าประเทศเราควรจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปีใดปีหนึ่ง ข้างหน้า อยากให้กําหนดปีแล้วก็เริ่มรณรงค์เพื่อให้ได้มาการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก นอกจากจะเป็นการส่งเสริมกีฬาแล้วจะเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศให้เป็นที่ ยอมรับทั่วไปในสังคมโลก แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย ผมขอจบการ อภิปรายแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ