สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ทิวา การกระสัง หารือเรื่องการปฏิรูปกีฬา โดยนำคําดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่ากีฬามีความสําคัญในการพัฒนาประเทศมาใช้ และมีกรอบแนวคิดในการปฏิรูปกีฬาที่แยกออกเป็น ๒ ส่วน คือ พัฒนาคน และพัฒนาบ้านเมือง โดยมี ๔ องค์ประกอบที่สําคัญในการพัฒนาคน คือ การศึกษา หลักวิทยาศาสตร์ ศีลธรรม จริยธรรม และสุขภาพร่างกาย นอกจากนี้ ทิวา ยังหารือเรื่องการสร้างเกียรติภูมิให้กับนักกีฬาทีมชาติและขอเชิญชวนให้กรรมาธิการสร้างสวัสดิการให้กับนักกีฬาของชาติ และยังหารือเรื่องการกีฬาและความสำคัญของการปลูกฝังระเบียบวินัยในคนไทย เพื่อสร้างคนไทยให้มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

นายทิวา การกระสัง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ จะกราบเรียน ต่อสภานี้พูดถึงกรอบแนวคิดในการที่คณะกรรมาธิการการกีฬาโดยท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ว่านํากรอบแนวคิดอะไรมาเพื่อใช้ในการปฏิรูปกีฬา แล้วทําไมทางคณะกรรมาธิการ จึงเห็นว่ากีฬานั้นจะต้องมีการปฏิรูป ลําดับแรกขอขอบพระคุณไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คสช. ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๓๕ รัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่กําหนดกรอบการปฏิรูปอื่น ๆ อยู่ในข้อที่ ๑๑ จึงเป็นที่มาของสภานี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน สมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้มีกรรมาธิการว่าด้วยการปฏิรูปการกีฬา เห็นความสําคัญของการกีฬาเป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศ แล้วก็ในวันนี้ขอขอบพระคุณ น้อง ๆ ที่เป็นนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาที่สละเวลาให้เกียรติมาให้กําลังใจ กรรมาธิการในการนําเสนอกรอบในการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านกรอบแนวคิดที่ใช้ในการปฏิรูป ของกรรมาธิการนั้นไม่ได้ไปหามาจากที่ไหนเลย กรรมาธิการว่าด้วยการปฏิรูปการกีฬาโชคดี มาก ๆ ที่ได้กรอบแนวคิดซึ่งมีการประดิษฐานไว้ที่อาคารรัฐสภา ๒ เป็นคําดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ พระองค์ทรงตรัสไว้เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๑ เป็นเวลา ๒๖ ปี ๕ เดือนแล้ว พระองค์ทรงตรัสไว้ว่ากีฬามีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับชีวิต แต่ละคนและชีวิตของบ้านเมือง ปัญหาที่เราจะต้องถามประเทศนี้ว่าเวลา ๒๐ กว่าปีนี้เราได้ นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการพัฒนาคนหรือพัฒนาประเทศหรือไม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากการที่มีคําดํารัสของพระองค์ซึ่งบัญญัติไว้ที่อาคารรัฐสภา ๒ ใกล้ ๆ นี้เอง ทางกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงนําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการปฏิรูป โดยแยก ออกเป็น ๒ ส่วน ก็คือหลักแนวคิดในมิติทางด้านสังคมกับหลักแนวคิดในมิติของ ด้านเศรษฐกิจ ท่านจะเห็นว่าพระองค์ทรงแยกการกีฬาออกเป็น ๒ ส่วน ๑. พัฒนาคน ๒. พัฒนาบ้านเมือง คําว่า พัฒนาบ้านเมืองก็คือเป็นกรอบในการที่ปฏิรูปซึ่งกรรมาธิการใช้คําว่า กีฬาสร้างชาติ คําว่า ชาติ นั้นขอความกรุณาให้คําจํากัดความตามหลักรัฐศาสตร์สักนิดหนึ่ง นะครับ คําว่า ชาติ ก็คือดินแดน ประชาชน อํานาจอธิปไตยแล้วก็รัฐบาล ๔ อย่างนี้เราใช้ กีฬาพัฒนาหรือสร้างชาติได้อย่างไร ผมเคยกล่าวในสภานี้หลายครั้งว่าคนเป็นทรัพยากร ที่สําคัญที่สุดของประเทศในการที่จะพัฒนา องค์ประกอบ ๔ อย่างของคนที่มีคุณภาพที่สุด พระพุทธองค์เคยกล่าวไว้ว่ามนุษย์หรือคนนั้นต่างจากสัตว์อย่างไร มนุษย์หรือคนจะต่างจาก สัตว์ตรงที่ว่าใช้สติปัญญาในการตัดสินใจ แต่สัตว์ใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจ ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ คนจะสมบูรณ์ได้ต้องมี องค์ประกอบอยู่ ๔ อย่าง ๑. มีการศึกษาที่ดี ๒. ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการคิด ๓. มีศีลธรรม จริยธรรม ๔. มีสุขภาพร่างกายที่ดี และมีจิตใจที่เป็นนักกีฬา มีการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย ถ้าคนทุกคนในชาตินี้มีองค์ประกอบ ๔ อย่างนี้ ประเทศชาติแทบไม่ต้อง ใช้หลักของกฎหมายเลยนะครับ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญท่านเคยบอกว่า ขออนุญาตที่กล่าวนามของท่านนะครับ ท่านบอกว่า ระบบ การเมืองคือขบวนรถไฟที่จะไปยังจุดหมายปลายทาง ถ้าระบบการเมืองไม่มีการปฏิรูปรถไฟ ขบวนปฏิรูปก็จะไม่ถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกัน ท่านอาจจะลืมไปอย่างหนึ่งว่าถ้าคนที่ นั่งรถไฟประกอบไปด้วยคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถไม่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการคิด ไม่มีศีลธรรมจรรยา ไม่มีร่างกายสุขภาพแข็งแรง มีแต่คนอ่อนแอ ไม่มีระเบียบวินัยขึ้นรถไฟ แย่งกันขึ้น รถไฟขบวนปฏิรูปก็ไม่ไปถึงจุดหมายปลายทางเช่นเดียวกัน จากกรอบแนวคิดนี้ เองนะครับ เราจึงมีความคิดว่าจะใช้กีฬาในการสร้างคนได้อย่างไรนะครับ ที่ผ่านมามีกรอบ แนวคิดหรือมีการเขียนแผนพัฒนากีฬามาถึง ๕ แผน ปรากฏว่าคนในชาติเราก็ทราบกันดีว่า สุขภาพร่างกายเป็นอย่างไร ระเบียบวินัยของคนในชาติมีหรือไม่ มาตรฐานทางการกีฬาของชาติ เป็นอย่างไร นักกีฬาของชาติได้รับการอุ้มชูสนับสนุนเช่นนักกีฬาทีมชาติ จะได้รับการดูแล ต่อเมื่อมีการเข้าค่ายฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขัน หลังจากที่เสร็จการแข่งขันได้เหรียญทองแล้วก็ได้ รางวัลอย่างที่ท่านจุตินันท์ว่า ขอโทษที่กล่าวนามนะครับ หลังจากได้รางวัลแล้วเขาไปอยู่ ตรงไหน ใครดูแลเขา ครอบครัวเป็นอย่างไร อาชีพกีฬาเป็นอาชีพที่ใช้กําลังแล้วมีอายุการใช้ สูงสุดไม่เกิน ๓๐ กว่าปี หลังจากเขาเล่นกีฬาแล้วเขาไปทําอาชีพอะไร มีสวัสดิการในการดูแล เขาไหม ประเทศชาติให้อะไรเขา ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ นักกีฬาทีมชาติ นักกีฬาของชาติไม่ว่าเป็นนักกีฬาสมัครเล่นหรือนักกีฬาอาชีพเขาทํางานเพื่อชาติ มีธงชาติติดอยู่ที่หน้าอก หลังจากที่เขาสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศชาติแล้ว เราให้อะไรเขา ประเทศนี้ให้อะไรเขา หลังจากเขาไม่ได้ทํางานให้กับ ประเทศชาติแล้ว นั่นคือสิ่งที่กรรมาธิการนี้คิดและจะต้องทํา

อีกอย่างหนึ่งครับ เรามีนักกีฬาทีมชาติ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศนี้ เยอะแยะที่ผ่านมา เรามีอะไรเชิดชูเกียรติเขาไหม ผมเคยไปต่างประเทศ เขามีสิ่งซึ่งสร้าง เกียรติภูมิให้กับนักกีฬาของชาติเขา ภาษาอังกฤษเขาเรียกอะไร ฮอล ออฟ เฟม อะไรพวกนี้ ไปถึงก็จะมีประวัติศาสตร์ ดูคนนี้เล่นกีฬาอะไรเป็นอะไร เราเชิดชูเกียรติเขาไหม เชิดชูเกียรติ วงศ์ตระกูลเขาไหม ต่อไปเราจะต้องทํา สภานี้โดยกรรมาธิการนี้จะต้องสร้างเกียรติภูมิ ให้เขา มีสวัสดิการให้กับนักกีฬาของชาติ นั่นคือสิ่งที่เป็นกรอบแนวคิดหนึ่ง

อีกกรอบแนวคิดหนึ่งเหมือนท่านประธานยุทธศักดิ์ท่านว่า คําดํารัสของ พระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงกล่าวไว้ว่ากีฬาสร้างคน แล้วคนสร้างชาติ การสร้างชาตินั้น มีมิติอยู่หลายมิติ ๑. มิติทางด้านความมั่นคง ใช้กีฬาเพื่อความมั่นคงได้อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในขณะนี้กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬากําลังดําเนินการ ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๔ ใช้กีฬาเพื่อสันติสุข กีฬาไม่มีคําว่า สี กีฬาไม่มีคําว่า คนนั้นคนนี้ กีฬา คือคนที่ไม่จําเป็นต้องมีภาษาเดียวกันแต่ไปด้วยกันได้ เนื่องจากภาษาที่ใช้พูดคือภาษากีฬา นี่คือกีฬา สามารถที่จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ หลอมรวมความแตกแยก หลอมรวม ทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อให้เกิดความสงบสุขในประเทศและในสังคมได้ นี่คือมิติด้านสังคม

อีกมิติหนึ่งครับ มิติด้านเศรษฐกิจโดยอ้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ปีหนึ่ง ๆ เราทราบว่าประเทศนี้ประเทศเรานี้นะครับเสียเงินจากค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพของคน ปีละหลายแสนล้านบาท เนื่องจากอะไรครับ โรคที่ไม่ควรจะเป็นก็เป็น เนื่องจากเราไม่มี การพัฒนาด้านการกีฬาหรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในท้องตั้งแต่เกิด จริง ๆ แล้วนี้ กีฬามีหลายประเภท กีฬาแรกที่พระองค์ทรงกล่าวไว้คือสําหรับชีวิตของแต่ละคน ชีวิตของ แต่ละคนนั่นก็คือพระองค์ทรงตรัสไว้ว่าทุกคนจะต้องมีกีฬา จะต้องเล่นกีฬาเป็น ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา ๒๐ กว่าปีนี้นะครับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา เกี่ยวข้องกับระบบการพัฒนาคนได้นําคําดํารัสของพระองค์ไปใช้เพื่อการพัฒนาคนหรือไม่ ทําไมคนไทยถึงเป็นอย่างนี้ ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ขับรถปาดหน้าแซงกันก็ยิงกัน สูบบุหรี่บนรถ ทิ้งไปบนถนน ทิ้งขยะไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง ไม่รู้จักระเบียบ ไม่รู้จักวินัย เพราะอะไรครับ เราไม่ได้นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการพัฒนาคน ผมไม่ได้โทษว่าผู้มีอํานาจที่ผ่านมา นั้นละเลยนะครับ ผมก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าคําดํารัสนี้อยู่ในอาคารรัฐสภา ๒ ซึ่งรัฐมนตรี ทุกยุคทุกสมัยก็เห็นแต่ไม่เคยนํามาใช้หรือใช้น้อยที่สุด ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันหรือคณะ คสช. ที่เห็นความสําคัญ นําคําดํารัสของพระองค์มาใช้เพื่อการปฏิรูป ในการสร้างคนนะครับ สิ่งต่าง ๆ ก็ตาม เรื่องการพัฒนาด้านสังคม กีฬาก็สามารถสร้าง ด้านสังคมได้ ด้านเศรษฐกิจคือด้านความมั่นคง ถ้าเรามีกีฬาอยู่ในหัวใจ ท่านมาฝันอยู่กับผมสิครับ คิดว่าประเทศนี้คือทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง เป็นศูนย์ เป็นสนามกีฬาสนามกีฬาหนึ่ง คนในประเทศ มีระเบียบ มีวินัย ขับรถตามเส้นทางที่ควรจะขับ ไม่ขับรถฝ่าไฟแดง คนเดินถนน คนปั่นจักรยาน ท่านก็จะเห็นอยู่ว่าปั่นจักรยานวิ่งอยู่ด้านซ้าย ทําไมรถยนต์ถึงไปชนจักรยานได้ ในฐานะ ทนายความนะครับ ไม่ต้องมองอะไรเลย ก็คือคนขับรถยนต์ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ไปแซงซ้าย ถ้าไม่แซงซ้ายไม่มีทางที่จะไปชนจักรยานได้ นี่คือการที่ไม่ได้รับการปลูกฝังด้านระเบียบวินัย ถ้าเรานํากีฬาไปใช้ในมิติทางด้านสังคม และสร้างคน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกทุกท่าน กีฬาทุกชนิดมีกฎ มีระเบียบ ถ้าเราปลูกฝังด้านการกีฬาตั้งแต่เด็กตั้งแต่เล็กให้รู้จักการมีระเบียบ มีวินัย รู้จักแพ้ รู้จักชนะ คนไทยก็จะไม่เป็นอย่างนี้ จะไม่มีใครขับรถแซงซ้ายไปชนจักรยานเหมือนที่ทุกวันนี้ ทรัพยากรบุคคลคนคนหนึ่งกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ ใช้เวลา ใช้เงินทองเป็นจํานวนมาก สิ่งที่เสียไป 8ไม่สามารถที่จะทดแทนได้ ถ้าหากแค่คนคนหนึ่งทําผิดกฎไม่รักษาซึ่งวินัย นี่คือมิติ ด้านสังคม มิติด้านเศรษฐกิจตามกรอบแนวคิดของกรรมาธิการด้านการกีฬา กีฬาไม่ใช่ แค่เป็นการเล่นชนิดหนึ่งเพื่อสร้างคุณภาพของคน หรือร่างกายของคนให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีระเบียบ มีวินัยเท่านั้น แต่กีฬาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและนําเงินเข้าประเทศ ได้ ในโลกปัจจุบันนี้ท่านคงเห็นครับว่าบราซิลสร้างประเทศจากอะไร เรารู้จักบราซิลเพราะว่า รู้จักกีฬาฟุตบอล รู้จักมาราโดนา เรารู้จักอเมริกามากกว่าประเทศอเมริกาคืออะไร อเมริกัน ฟุตบอล เรารู้จักอังกฤษมากกว่าประเทศอังกฤษ ไม่ได้หาเสียงให้นะครับ คือทีมลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชลซี รู้จักเยอรมัน บาเยิร์น มิวนิก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รู้จักสเปน บาร์เซโลนา เรอัล มาดริด เมืองไทยเรารู้จักอะไร ต่างประเทศเขารู้จักอะไร ถ้าเราจะเป็นอย่างเขา เราเป็นได้ไหม ใน ๓ ปีที่ผ่านมานักธุรกิจไทยซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมา ให้คนไทยดูฟุตบอล ถามว่าในแต่ละบ้านทุกวันนี้เป็นอย่างไรครับ กล่องไม่รู้ว่ากี่กล่อง เฉพาะบ้านผมกล่องประมาณ ๕ กล่อง เพราะอะไรครับ เพราะเราต้องซื้อลิขสิทธิ์จาก ต่างประเทศเพื่อดูกีฬา ผมอยากจะดูอเมริกันฟุตบอลผมก็ต้องมีกล่องหนึ่ง ผมอยากจะดู ฟุตบอลโลกผมก็ต้องมีอีกกล่องหนึ่ง ผมอยากจะดูโอลิมปิกก็มีอีกกล่องหนึ่ง เพราะว่าเราต้อง เสียเงินของเราปีละกี่พันล้านบาท ทําไมเราไม่คิดเป็นมุมกลับให้คนอื่นเขาซื้อของเราบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการทุกท่าน อีกไม่กี่ปี ปีหน้านี้แล้วประเทศไทย ไม่ใช่เป็นประเทศไทยอีกต่อไป ประเทศไทยคืออาเซียนซึ่งมีคนอยู่ ๖๐๐ ล้านคน เดี๋ยวนี้ เราเป็นเบอร์หนึ่งด้านการกีฬา เราได้แชมป์ (Champ) เหรียญทองเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ถามว่านักกีฬาของเราที่ได้แชมป์เป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนเขาได้อะไร ได้รางวัลเหมือนที่ ท่านจุตินันท์ว่า แต่เราทําอย่างไรเราจะแปลความเห็น แปลความที่เราเป็นอันดับหนึ่งนั้น ให้คนในชาติอาเซียนเขามาสนใจเรา เขามาเที่ยวประเทศเราแล้วซื้อลิขสิทธิ์กีฬาของประเทศ เราไปดู คน ๖๐๐ ล้านคนมีศักยภาพ ผมคิดว่าเป็นคนมีสตางค์ในอาเซียนแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๖๐ ล้านคน ๖๐ ล้านคนนี่นะครับ ประเทศเรา ๖๐ ล้านคนซื้อลิขสิทธิ์ของอังกฤษปีละ ๓,๐๐๐ ล้านบาทดูพรีเมียร์ลีก ถ้าเราให้คนในอาเซียนซื้อของเราปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๓ ปีเราก็ได้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าคิดและจะทําก็เป็นไปได้ ถ้าเราสร้าง กีฬาของเราเอง สร้างนักกีฬาของเราเองให้สามารถเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน การสู้กับโลก ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่าน การสู้กับโลกไม่ใช่เป็นการสู้ในด้านกําลังทหาร หรืออาวุธต่อไปแล้ว มหาอํานาจในโลกโดยเฉพาะในเอเชียเรารู้จักประเทศญี่ปุ่นเขามีฟุตบอล ที่สามารถไปฟุตบอลโลกได้ เขามีวอลเลย์บอลที่เป็นแชมป์โลกได้เป็นอันดับ ๔ ของโลก ประเทศจีน ต่อไปถ้าเรายังอยู่ที่เดิมเราไม่ปฏิรูปการกีฬาให้กีฬาของเรายังอยู่เท่าเดิมเขาก็จะ แซงเรา เขาบอกว่าการได้มาซึ่งอํานาจเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การรักษาอํานาจเป็นเรื่องที่ยาก เช่นเดียวกันกับการกีฬาครับท่านประธาน การเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียนเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การที่เราจะรักษาอันดับ ๑ ของอาเซียนนั้นเราจะทําอย่างไร เท่าที่ทราบปัจจุบันนี้นักกีฬา ที่เป็นแชมป์อย่างเช่นนักกีฬาวอลเลย์บอลของชาติ ทุกวันระดับอายุเท่าไร บางคนก็ ๓๐ กว่า ปีแล้ว แต่เราสามารถสร้างนักกีฬาขึ้นมาทดแทนต่อเนื่องกับทีมที่ยังเป็นแชมป์เอเชียอยู่ได้ หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เราคิดและจะต้องทํา ถ้าเราไม่ทําเดี๋ยวประเทศเวียดนามก็ต้องแซงเรา ท่านประธานที่เคารพครับ จากการศึกษามีกีฬาอาชีพที่กําหนดไว้ใน กกท. ประมาณ ๑๒ ชนิด ถ้าเราจะใช้กีฬาอาชีพที่เป็นกีฬาหลัก ๆ เพื่อสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ผมคิดว่ากีฬานั้นสามารถนําให้คนเข้ามาในประเทศและใช้เงินในประเทศ ผมขอยกตัวอย่างสั้น ๆ ไม่ใช่ว่าไปโฆษณาจังหวัดของตัวเอง ผมเป็นชาวบุรีรัมย์นะครับ เราก็ทราบว่าบุรีรัมย์ เป็นเมือง ๑๒ เมืองห้ามพลาด ตัวเลขจากการท่องเที่ยว ก่อนที่จะมีสนามฟุตบอล มีประชาชนเข้าไปในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่เคยพักจังหวัดบุรีรัมย์เลยปีหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน สูงสุดไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ คน เมื่อมีสนามฟุตบอลผมเอาใกล้ ๆ นี้เลย เดือนมกราคมมีคนไป เยี่ยมสนามไอโมบายสเตเดียม ๔๐,๐๐๐ คน ในเดือนกุมภาพันธ์มีคนไปเยี่ยมสนาม ๕๘,๐๐๐ คน นี่คือกีฬานะครับ มีคนจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซียยอมบินมา ดูฟุตบอลที่นี่ ถ้าเราสร้างกีฬาของเราสัก ๕ ชนิดแล้วมีอยู่ทุกภาค ท่านคิดดูว่าคนในอาเซียน จะเข้ามาประเทศไทยปีหนึ่งกี่ล้านคน คน ๖๐ ล้านคน ถ้าเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เอาเฉพาะอาเซียน ๓๐ ล้านคน คนหนึ่งมาอยู่ ๕ วัน ใช้เงินประมาณ ๗,๐๐๐ บาทต่อคนโดย เฉลี่ยนะครับที่เป็นสถิติที่เก็บมา เราก็จะมีเงินอย่างมหาศาล เราจะต้องเป็นเบอร์ ๑ ของอาเซียนแล้วเอาเงินของอาเซียนเข้าประเทศโดยการกีฬา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน มีคําถามที่เราจะต้องคิดต่อไปว่าเครื่องมือที่มีอยู่เดิมนั้น สามารถตอบโจทย์หรือสามารถทําให้สิ่งที่เราคิด หรือกรอบแนวคิดของคณะกรรมาธิการนั้น เป็นไปได้หรือไม่ เราก็ทราบดีว่าในปัจจุบันหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบด้านการกีฬาคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กกท. จากท่านจุตินันท์ก็บอกแล้วว่าการพัฒนาด้านการ กีฬานั้นไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากเจ้าภาพเดิม จากการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนเรียกร้องมาให้แยกกระทรวงกีฬาออกจากการท่องเที่ยวเนื่องจากมองว่ากีฬานั้น เป็นเรื่องของสังคม แต่การท่องเที่ยวเป็นเรื่องของการหาเงิน ถ้าแยกออกจากกันแล้วจะทําให้ คนรับผิดชอบทางด้านการกีฬานี้จะทําให้เกิดการพัฒนาตามกรอบแนวคิดได้นะครับ

กรอบแนวคิดที่ ๒ ก็คือจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ

กรอบแนวคิดที่ ๓ ก็คือจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬา

กรอบแนวคิดที่ ๔ ก็คือจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา

เรามองว่าถ้าแยกกระทรวงมาทําให้การบริหารจัดการด้านการกีฬาเป็นไป อย่างเป็นระบบนะครับ เครื่องมือเหล่านี้สามารถจะทําให้การพัฒนาด้านกีฬานั้นเป็นไป อย่างที่ต้องการก็คือ พัฒนาคน พัฒนาชาติ มหาวิทยาลัยการกีฬาตอบโจทย์อะไร มหาวิทยาลัยการกีฬานี้สามารถที่จะสร้างบุคลากรด้านการกีฬา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ทราบว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นขาดครูพลศึกษา ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยการกีฬาขึ้นมา เราก็จะ สามารถผลิตบุคลากรด้านกีฬาส่งต่อการกีฬานั้นไปยังองค์กรหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าเป็นเครื่องมือ ที่สามารถตอบโจทย์ได้และพัฒนาด้านการกีฬาเข้าไปสู่ท้องถิ่นได้นั้นก็คือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

ส่วนวิทยาศาสตร์การกีฬานั้นเราไม่ได้มองว่าการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็น เรื่องของการรักษาพยาบาลอย่างเดียว เราจะให้วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นศูนย์วิจัย และเรียนรู้เกี่ยวกับด้านการกีฬาทุกอย่าง ส่งองค์ความรู้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์พัฒนากีฬาคนพิการ นี่คือยุทธศาสตร์และประเด็นหลัก ๆ ส่วนรายละเอียดนั้น มีอยู่ในกรอบแล้ว ท่านสามารถอ่านจากรายงานที่แจกไว้ที่โต๊ะของท่านได้นะครับ นี่คือกรอบ แนวคิด แล้วก็เครื่องมือที่เราจะใช้ในการพัฒนาด้านการกีฬา เพื่อทําให้การกีฬาของชาตินั้น สามารถที่จะพัฒนาคน แล้วนําคนที่ได้รับการพัฒนานั้นไปสร้างประเทศชาติทั้งในกรอบด้าน เศรษฐกิจ กรอบด้านความมั่นคง และกรอบของความสามัคคีของคนในชาติ

สุดท้ายก็ขอให้สภานี้โปรดให้ความเห็นชอบตามกรอบแนวคิดของการพัฒนา หรือกรอบการปฏิรูปด้านการกีฬา ขอขอบพระคุณครับ