จิระ โกมุทพงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการกีฬา โดยเฉพาะการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่และเศรษฐกิจผ่านกีฬา โดยใช้บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเป็นตัวอย่าง และเห็นด้วยกับการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
พลเอก จิระ โกมุทพงศ์
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้วยที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ที่มีท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นประธานได้ให้ความสําคัญของการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่นะครับ จึงได้จัด รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปการกีฬาเพื่อนําไปปฏิรูปให้เห็นเป็น รูปธรรมนะครับ ได้จัดไปแล้ว ๖ ครั้ง ครั้งล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้ไปจัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ดังที่ได้ทราบมาแล้วนะครับ โดยที่ประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงก็มาร่วมสัมมนาด้วยเกือบ ๆ ๔๐๐ ท่าน ในวันนั้นก็ได้มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากท่านเนวิน ชิดชอบ ฟังแล้วก็ เกิดความภาคภูมิใจแทนชาวบุรีรัมย์ของท่านกับการกีฬา ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม ด้วยนะครับ กระผมขออนุญาตนําความบางตอนมาสื่อให้ท่านได้รับฟัง ซึ่งท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการก็ได้กล่าวไปบ้างแล้วผมขออนุญาตมาเติมเต็มนะครับ ในอดีตจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเมืองผ่านไม่เคยเป็นเมืองพัก ผ่านไปพักที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็โคราช คนบุรีรัมย์เองก็อาย ที่จะบอกว่าเขาเป็นชาวบุรีรัมย์
อันนี้คือแรงกดดันที่คนบุรีรัมย์มีอยู่ในใจลึก ๆ เขาจึงได้หาวิธีการเปลี่ยนแปลง จังหวัดบุรีรัมย์ว่าจะทําอย่างไรให้คนในจังหวัดบุรีรัมย์มีชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจทําฟุตบอล บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเมื่อปี ๒๕๕๒ วันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้าง เศรษฐกิจ เนื่องจากทีมฟุตบอลที่ตั้งขึ้นมาแล้วประสบความสําเร็จด้วยการเป็นแชมป์ประเทศไทย ติดต่อกันมา ๕ ปี ได้แชมป์ในประเทศไทย ๑๔ แชมป์ กวาดแชมป์ทุกแชมป์ในประเทศไทย มิติเดิมก็อาจจะมองว่าการเป็นแชมป์ทุกแชมป์ก็แค่ได้ถ้วย ๑ ใบ ได้เงินมาแค่น้อยนิด แต่ก็อยากจะบอกว่ามันมีความสําคัญมหาศาลต่อชาวบุรีรัมย์และประเทศชาติ อันนั้นก็คือ
๑. ในแง่ของจิตใจ คําว่า แชมป์ของประเทศไทยของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด สามารถ เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง กีฬาสามารถเปลี่ยนความน้อยเนื้อต่ําใจให้เป็นคนที่มีความ ภาคภูมิใจและมีความสํานึกที่จะรักท้องถิ่นแผ่นดินเกิดของตัวเอง ทุกคนภูมิใจ ผูกพัน แล้วก็ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองด้วยตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่านะครับ
๒. สําหรับจังหวัดบุรีรัมย์แล้วกีฬาคือสปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ท่านประธาน ได้กล่าวนะครับ ทีมฟุตบอลในประเทศไทยส่วนมากมีส่วนร่วมกับแฟนบอลประชาชน ในท้องถิ่น เฉพาะในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันเท่านั้น แต่ทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดแม้ไม่ใช่วันแข่งขัน ผู้คนในบุรีรัมย์ก็จะผูกพันกับทีมฟุตบอล นักฟุตบอล สนามฟุตบอลตลอดเวลา เพราะว่า ทุกกิจกรรมของสโมสร ทุกเรื่องราวของสโมสรกลายเป็นหนึ่งในชีวิตจิตใจ ชีวิตประจําวันของ คนบุรีรัมย์ไปแล้วนะครับ ความแตกต่างของสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานและสนาม ศุภชลาศัย กับสนามไอโมบายสเตเดียม จะเห็นได้ว่าเงินใช้สร้างสนามศุภชลาศัยและ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานมากกว่าใช้สร้างสนามไอโมบายสเตเดียม มีนักท่องเที่ยว ไปดู ไปทัศนศึกษาที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานและสนามศุภชลาศัยวันหนึ่งสักกี่คนครับ แต่สนามไอโมบายสเตเดียมวันนี้แม้ไม่มีการแข่งขันก็จะมีนักท่องเที่ยวมาดูไม่ต่ํากว่า ๕,๐๐๐ คน อย่างที่ท่านทิวาได้กล่าว ลองนึกดูสิครับ ๑ สนามฟุตบอลมีคนมาซื้ออาหาร ซื้อน้ํา มีการพักโรงแรม ล้วนเกิดจากที่คนอยากจะมาดูสนามฟุตบอล ๑ สนามเท่านั้น เป็นสนามกีฬาที่มีชีวิต มันคือลมหายใจของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เขามีลมหายใจเดียวกัน เชียร์ทีมเดียวกัน มีความสุข มีความทุกข์ สมหวัง ผิดหวังร่วมกันที่นี่ทําให้เกิดการจ้างงาน เกิดเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ตัวเลขที่ได้จากจังหวัดปี ๒๕๕๕ คือจีดีพีของจังหวัดบุรีรัมย์ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ในแง่ของการประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์เขาใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) ที่อยู่ในปัจจุบัน วันหนึ่งมีคนมาจังหวัดบุรีรัมย์ ๕,๐๐๐ คน จะมีคนมา ถ่ายรูปแล้วแชร์ออกไป จากที่นี่ทุกคนก็ว่าได้นะครับ ๑ คนจะมีเพื่อน ๕๐-๑๐๐ คน ดังนั้น จะมีคนไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนได้เห็นจังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์แม้แต่บาทเดียวนะครับ ท่านทิวาพูดไปบ้างแล้วนะครับในเรื่องวันที่ จะเปิดเออีซีประชากรเออีซีในอาเซียน (ASEAN) มี ๖๐๐ ล้านคน มียอดทีมลําดับ ๑ ของอาเซียน ๑ ทีมคือบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเบอร์ ๑ ของอาเซียนมาแล้ว ๓ ปี ถ้ามีคน ในอาเซียนมาเชียร์ (Cheer) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน มาเที่ยวนะครับ ลองมาดูฟุตบอลที่นี่จะเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ประเทศไทย นะครับ เฉลี่ย ๑ คนใช้เงิน ๒,๕๐๐ บาท ใน ๑ ปีจะมีรายได้ ๗,๕๐๐ ล้านบาท ในทางมิติ ความคิดมันอาจจะเปลี่ยนไปหมด เราพยายามจะไปอธิบายสถานทูตเพื่อให้คนมั่นใจและ มาเที่ยวประเทศไทย หากเราจัดการแข่งขันเวิลด์ ซีรีส์ (World series) สัก ๑ รายการ แข่งเมื่อใดผู้สื่อข่าวทั้งโลกก็จะมา คนทั้งโลกจะติดตามดู นักแข่งระดับแชมป์โลกมา เขาแข่ง เสร็จผลการแข่งขันเป็นอย่างไรไม่รู้ล่ะครับ แต่ที่รู้คือประเทศนี้ปลอดภัย ประเทศนี้ไม่มีอะไร น่ากลัว เมืองไทยน่าอยู่ เป็นเมืองที่มีคนอัธยาศัยดี ค่าครองชีพต่ํา อาหารอร่อย ที่ท่องเที่ยว เยอะแยะ รัฐบาลมาจากเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเขาไม่เกี่ยวแล้วนะครับ ไม่จําเป็นต้องไปจ้าง ใครมาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่จําเป็นต้องประชาสัมพันธ์ จัดโรดโชว์ (Road show) ให้เสียเงิน มากมาย หาอีเว้นท์ (Event) ใหญ่ ๆ ในโลกมาแข่ง มันตอบโจทย์ทุกอย่างครับ อย่างไรก็ดี การปฏิรูปกีฬาเป็นหนึ่งใน ๑๘ ด้านที่จะทําให้ประเทศไทยมีความมั่นคง ประชาชน มีความมั่งคั่ง และทั้ง ๑๘ ด้านจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันอย่างยั่งยืนครับ กราบขอบพระคุณครับ