สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๕ · ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ประภาศรี สุฉันทบุตร หารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนะนำให้ศึกษาการคุ้มครองผู้บริโภคและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับจริยธรรมและความมารยาทในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ และการกู้เงินของเอสเอ็มอีส์ พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารห้ามบังคับให้ผู้ขอสินเชื่อฝากเงินเพื่อกู้ และคุ้มครองผู้บริโภคจากการการทวงหนี้ของไฟแนนซ์ที่ไม่เหมาะสม

นางประภาศรี สุฉันทบุตร

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉันรู้สึกยินดีมากที่มีการพิจารณาเรื่องของคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ ดิฉันมีความสุขมากเวลา ไปซื้อสินค้า แม้แต่ในประเทศไทยถ้าเกิดคนขายเขาทําท่าไม่ดีกับเรา เราจะคืนของหรืออะไร ดิฉันก็จะบอกว่าเดี๋ยวจะไปฟ้องคุ้มครองผู้บริโภค คนขายก็จะดีกับเราทันทีเลยนะคะ ดิฉันจะ ยกตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา เวลาเราไปซื้อสินค้า เช่นเราไปซื้อเสื้อมาตัวหนึ่งแล้วเรา กลับมามีปัญหาเราใส่ไม่ได้ ภายใน ๑ เดือนเราสามารถไปคืนสินค้าได้เลย ก็จะเห็นภาพ ที่น่ารักมากเลย ก็คือมีคนยืนเข้าแถวยาวมากเลยเพื่อที่จะไปคืนสินค้าที่ตัวเองไม่พอใจ ในขณะเดียวกันเจ้าของห้างเขาก็จะยินดีรับคืนอย่างมีความสุข ก็เป็นภาพที่ดีมาก ปัจจุบัน ในประเทศไทยเราก็มี แต่ว่าน่าจะรับคืนภายใน ๑ สัปดาห์ ไม่เป็น ๑ เดือนเหมือนกับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันดิฉันคิดว่าเราต้องให้การศึกษาผู้บริโภค ให้ความรู้ เขาต้องมีจริยธรรม แล้วก็มีมารยาทด้วยนะคะ ดิฉันเล่าเรื่องในสหรัฐก็มีคนที่ไปซื้อ เสื้อมา ดิฉันไม่กล้าบอกว่าเป็นคนประเทศไหน พอซื้อเสื้อมาเสร็จก็ไปใส่ ใส่สัก ๒–๓ ครั้ง แล้วก็ถือว่าคืนได้ภายใน ๑ เดือนก็เอาไปคืน อันนี้ดิฉันคิดว่าเราก็ต้องสอนประชาชนชาวไทย ด้วยว่าต้องมีมารยาท แล้วก็มีจริยธรรมในเรื่องเหล่านี้ด้วย

ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจที่คุ้มครองผู้บริโภคจะต้องไปทํา ก็คือการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันยามชราอะไรก็แล้วแต่ ดิฉันมีสมุดประกันชีวิตเป็น ๑๐–๒๐ เล่ม เลยค่ะ นาน ๆ เพื่อนสมาชิกน่าจะมีมากเหมือนกันนะคะ อายุขนาดนี้ ท่านลองกลับไปดูสมุด เล่มประกันชีวิตของท่านเลย แล้วท่านจะงงเลยว่าท่านจะเอาเงินเวนคืนอย่างไร เงินมูลค่าสําเร็จ เพราะว่าพอเราทํามาเยอะแล้วเรามีสิทธิที่จะเอาเงินคืนได้ มูลค่าสําเร็จ มูลค่าขยายเวลา อะไรก็แล้วแต่ แต่วิธีคิดยากมาก เพราะคนไทยเราไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ประกันชีวิต เราไม่ได้ เรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารเงินของเราในครัวเรือนเลย ก็จะเขียนแต่เพียงว่าเอาพันคูณด้วย อะไรต่ออะไรนะคะ ซึ่งขนาดเรายังคิดไม่ออกเลยแล้วชาวบ้านจะเป็นอย่างไร พอดิฉันถามว่าจะทําอย่างไร เราต้องไปถามคนขาย คนขายก็หายไปจากเราตั้งนานแล้ว ตอนมาขายเราก็จะเอาใจเราแทบ จะอุ้มเลย แต่พอตอนเราจะขอเงินคืนหรือจะเวนเงินคืนอะไรก็แล้วแต่เราติดต่อผู้ขายประกัน ไม่ได้แล้ว ก็มีทางเดียวก็ติดต่อไปที่บริษัทประกันชีวิต ซึ่งบริษัทประกันชีวิตก็จะเปลี่ยน แล้ว บางบริษัทล้มหายตายจากไปก็เปลี่ยนเป็นบริษัทอื่นแล้วก็ค่อนข้างจะยากมาก คือสําหรับเรายังมีทางรู้ว่าเราจะจัดการอย่างไร แต่ชาวบ้านจะมานั่งคูนตัวเลขว่าเอาพันหนึ่ง เวนคืนได้เท่าไร มูลค่าสําเร็จเท่าไร ชาวบ้านจะไม่ได้เลย อันนี้ก็เป็นส่วนที่คุ้มครองผู้บริโภค จะต้องไปจัดการกับบริษัทที่ขายประกันนะคะ

ทีนี้ในส่วนของเอสเอ็มอีส์ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง เวลากู้เงิน ดิฉันบอกได้เลยในต่างจังหวัดทุกกรณี ธนาคารเดี๋ยวนี้ไม่ได้หมายถึงธนาคารเอสเอ็มอีส์นะคะ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารจะมีแผนกเอสเอ็มอีส์ เมื่อจะให้กู้เงินเขาจะต้องขอร้องให้ฝากเงิน ฝากเงิน เช่น กู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ฝาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฝาก ๕๐,๐๐๐ บาท ทีนี้คนที่จะกู้ เขาก็ไม่มีเงินที่จะฝาก แต่จําเป็นต้องฝาก เพราะว่าถ้าไม่ฝากการให้กู้ การให้สินเชื่อก็จะช้า หรืออาจจะไม่พิจารณาเลย อันนี้ก็น่าจะออกเป็นกฎหมายเลยนะคะว่าธนาคารไม่มีสิทธิที่จะ บังคับให้ผู้ขอสินเชื่อทําประกัน ทําประกันเป็นสิ่งที่ดีเป็นการออมเงิน แต่ว่าในเมื่อเขาไม่มี ที่จะออมแล้วก็แลกกันด้วยการขอสินเชื่อ ดิฉันคิดว่าไม่ควรอย่างยิ่งแล้วก็ควรจะต้องเป็น กฎห้ามเลย อันนี้น่าเห็นใจเอสเอ็มอีส์ในต่างจังหวัดมากนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการทวงหนี้ ถ้าท่านดูทีวีเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง มีเด็กผู้หญิงสาวคนหนึ่งซื้อรถไฟแนนซ์ (Finance) มาแล้วน่าจะไม่ได้ส่งประมาณ ๖ เดือนก็มี บริษัทไฟแนนซ์ตามทวงหนี้แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ก็กลัว ก็มีบริษัททวงหนี้เกาะรถตามไปเรื่อย ๆ เกาะตามไปไกลจนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนนี้ขับไปชนใครสักคนหนึ่งนะคะ ดิฉันก็งงว่าวิธีทวงหนี้ ของไฟแนนซ์ทํากันอย่างนี้หรือ ซึ่งมีความรู้สึกว่านี่ไฟแนนซ์ที่เปิดเผย แล้วพวกมาเฟียใต้ดิน เวลาทวงหนี้เขายิ่งทวงขนาดนี้ แต่ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะคะ ในโซเชียล (Social) กลับไปด่า เด็กที่เขาไม่จ่ายเงิน ๖ เดือน แทนที่จะไปด่าคนทวงหนี้ที่กระทําการอุกอาจในการทวงกลับ ไม่ว่าเขา กลับไปโจมตีเด็กคนนี้ว่าเป็นหนี้แล้วไม่จ่ายเอง ซึ่งดิฉันคิดว่าคุ้มครองผู้บริโภค ควรจะไปพิทักษ์สิทธิของเด็กผู้หญิงคนนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ