เทียนชัย ปิ่นวิเศษ หารือเรื่องปัญหาการบริการแท็กซี่ที่ไม่ยอมรับผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยว โดยอ้างว่าแก๊สหมดหรือต้องไปส่งรถ และเรียกร้องให้ปฏิรูปและแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องมัคคุเทศก์ที่ไม่ให้ข้อมูลถูกต้องและเรียกร้องให้ตรวจสอบและแก้ไข และหารือเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตและขอความช่วยเหลือในการปกป้องเยาวชนจากการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานของ ท่านคณะกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าผมอยากที่จะเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมาแบ่งปันเพื่อที่ ท่านคณะกรรมาธิการจะได้นําข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปปรับใช้ หรือว่าไปปรับให้เข้ากับ กระบวนการที่ท่านจะทําการปฏิรูปต่อไป กรณีศึกษาทั้งหมดที่ผมจะนําเรียนมีทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกัน ทั้ง ๔ เรื่องนี้ผมประสบพบมาด้วยตนเอง ถ้าในภาษากฎหมายของ ท่านอาจารย์วันชัย ผมก็คือประจักษ์พยานนะครับ
เรื่องแรกที่ผมขออนุญาตที่จะนําเรียนก็คือเรื่องแท็กซี่ครับ แท็กซี่นี่ผม หมายถึงแท็กซี่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และที่หัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็จังหวัดภูเก็ต ในขณะนี้ผมเข้าใจว่าหลายท่านคงเจอแท็กซี่ที่ไม่ยอมรับผู้โดยสาร โดยอ้างว่าแก๊สหมดบ้างละ หรือไม่ก็จะต้องไปส่งรถ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ซึ่งผมถือว่า อันนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ
ประเด็นที่ ๒ เกิดในย่านแหล่งที่เป็นแหล่งการค้าหรือว่าแหล่งที่เป็น แหล่งท่องเที่ยว และเกิดมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เป็นชาวต่างชาติคือแท็กซี่จะไม่ยอมใช้มิเตอร์ แต่จะขอใช้แบบเหมารวม ที่ผมไปเจอเองก็คือที่ห้างที่ตรงแถวประตูน้ํา ผมเห็นชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลางยืนเรียกแท็กซี่ผ่านไป ๓-๔ คัน ผมก็ไปยืนดูว่าเอ๊ะทําไมเขาจึงไม่ไป ก็ปรากฏว่าได้ยินเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษครับว่าไปแต่ว่าต้องเป็นไม่ใช้มิเตอร์ โน มิเตอร์ (No meter) ซึ่งทางนักท่องเที่ยวคนนั้นก็บอกว่าไม่ไปจะใช้มิเตอร์ก็เรียกผ่านไป ๓-๔ คัน และมี อีกอันหนึ่งทางนักท่องเที่ยวต้องการที่จะให้ไปส่งที่แถวสุขุมวิท เขาก็บอกว่าเขาจะต้องไปส่งรถ ซึ่งตอนนั้นก็เพิ่งเป็นเวลาบ่ายโมงซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ เพราะอาจจะเป็นช่วงที่ว่าช่วงที่ไป สุขุมวิทช่วงนั้นเป็นช่วงที่รถติด ดังนั้นตรงนี้ผมคิดว่ามันมีความจําเป็นครับ เรากําลังเชิญชวน นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเมืองไทย แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่เขาได้รับเป็นเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่า จะเป็นอุปสรรคในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องมัคคุเทศก์ ถ้า ณ วันนี้ ถ้าท่านเป็นนักท่องเที่ยวท่านไป ที่วัดพระแก้วจะมีกลุ่มมัคคุเทศก์เดินมาหาท่านเลยครับ บอกว่าวัดพระแก้วยังไม่เปิด เปิดบ่ายโมง ตอนนี้ให้ไปเดินกินอาหารร้านนี้ก่อน ให้ไปซื้อของที่ร้านนี้ก่อนแล้วบ่ายโมง ถึงให้เข้ามาที่วัดพระแก้ว ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ววัดพระแก้วเปิดตั้งแต่ ๘ โมงครึ่งครับ อันนี้ได้เจอกับตัวเอง เขานึกว่าผมเป็นญี่ปุ่นเขาก็มาบอกอย่างนี้ ผมก็พูดภาษาอังกฤษกับเขา แต่เขาก็บอกว่าไม่ ยังไม่เปิด ผมยืนยันว่าเปิด ๘ โมงครึ่งผมศึกษามา เขาบอกไม่ใช่นั่นนะผิด ยู (You) ไปซื้อของก่อน แล้วก็ไปทานอาหารก่อน อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไข
อันที่ ๓ ท่านประธานสารี ท่านพูดแตะเรื่อง กสทช. ไว้ ผมก็ขออนุญาตที่จะ แบ่งปันครับว่า ณ ขณะนี้รายการเคเบิล (Cable) ต่าง ๆ ที่นําเสนอโดยผ่านทาง กสทช. ในการที่จะนําเสนอเขาต้องนําเสนอผังรายการก่อนว่าจะมีรายการอะไรบ้าง มีหนัง หรือว่า มีสารคดีอะไรบ้าง แต่ผลปรากฏว่าสิ่งที่เขานําเสนอที่ประกาศนี้กับสิ่งที่เขาไปเผยแพร่จริง ๆ นี้ มันไม่ตรงกัน ที่ผมประท้วงตรงนี้หรือว่าหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเขาบอกว่ารายการที่ จะนําเสนอนี้ก็คือเป็นรายการดิสคัฟเวอรี่เพื่อที่จะเป็นรายการเชิงศึกษา เชิงให้การศึกษา แต่ปรากฏว่าพอเปิดไปมันเป็นหนังผู้ใหญ่ครับ มันยิงกันอุตลุด และที่สําคัญมันเป็นหนังเรทอาร์ (Rate r) หรือบางครั้งถึงเรทเอ็กซ์ (Rate x) เด็กหรือว่าคนที่จะไปดูนี่ก็จะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ เพราะมีครั้งหนึ่งบอกว่าจะเป็นหนังเด็ก เราก็เปิดไปดู ผลปรากฏว่าเป็นหนังผู้ใหญ่เต็ม ๆ เลยครับ และเป็นหนังผู้ใหญ่แบบเข้มข้นด้วย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาและต้อง ปกป้องเยาวชนของเรา
เรื่องสุดท้ายที่จะขออนุญาตนําเรียนก็คือเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏอยู่บน อินเทอร์เน็ต ถ้าเราเปิดเข้าไปบนมุมซ้าย ท่านจะสังเกตเลยว่าจะมีโฆษณาเรื่องยาปลอม ข้างบนจะโฆษณาบอกว่าพวกการพนัน ด้านขวาคือพวกหนังโป๊ เด็กเปิดเข้าไปจะเห็นภาพ เหล่านี้เลยครับ แล้วที่สําคัญมันบอกว่าหนังที่จะไปดู หนังเรื่องโฟรเซน (Frozen) ซึ่งเป็นหนัง ที่ได้รับรางวัลออสการ์ (Oscar) เป็นหนังเด็กเปิดเข้าไปหนังผู้ใหญ่เต็ม ๆ แล้วผู้ใหญ่แบบ ฮาร์ดคอร์ (Hardcore) ด้วย ท่านลองคิดดูว่าถ้าลูกของเราเปิดไปหวังที่จะดูโฟรเซน แล้วไป เจอเป็นกิ้งกือยักษ์ ซึ่งผมคิดว่าเราต้องปกป้องเด็ก เด็กของเรา เยาวชนของเรา ดังนั้นผมจึง ขออนุญาตฝากท่านกรรมาธิการช่วยดูแลทั้ง ๔ เรื่องที่ผมฝากไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ