อ่อนอุษา ลําเลียงพล หารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างผู้บริโภค รัฐ และผู้ประกอบการ และเรียกร้องให้ภาครัฐทำงานร่วมกับภาคประชาชนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน อ่อนอุษา ลําเลียงพล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านสื่อสารมวลชน การปฏิรูประบบ การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ ของผู้คนหรือประชาชนทั้งประเทศเลยทีเดียวเพราะว่าเราทุกคนเป็นผู้บริโภคกันทั้งนั้น ดิฉัน ขอสนับสนุนรายงาน แล้วก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ขอเสนอแนะ สิ่งที่อาจจะเป็นประโยชน์ ดิฉันขออภิปรายเฉพาะในส่วนของงานโฆษณาที่ท่านประธานสารี ได้ชี้แจงในเบื้องต้น สื่อมวลชนกระทําผิดโฆษณาเป็นร้อยละ ๒๓.๒ ของการกระทําผิด ทั้งหมด ถึงแม้งานโฆษณาจะเป็นงานที่จําเป็นอย่างที่ทุกท่านทราบดีในการโปรโมท (Promote) สินค้าและบริการในตลาดที่มีการแข่งขันทุกแห่งในโลก เพราะว่าพี (P) ตัวที่เป็น โปรโมชัน (Promotion) หรือโฆษณาเป็นพีที่เป็นพีหลักในการตลาด สําหรับ ๔ พี ในการตลาดทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดีประเด็นที่สําคัญคือการทําโฆษณาที่ขาดความรับผิดชอบและขาดจริยธรรมที่มี อยู่มากมายในขณะนี้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการสื่อสารแบบที่เป็นออนไลน์แล้ว วันนี้อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ให้โทษกับผู้บริโภคเป็นอย่างมากมาย ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากที่สุด ในขณะนี้ ดิฉันในฐานะนายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยก็คงอยากจะเห็นจํานวน เปอร์เซ็นต์ ๒๓.๒ เปอร์เซ็นต์ลดลงจนถึง ๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ทําอย่างไรดีที่เราจะทําให้เกิด สิ่งนั้น ในหลักการทําโฆษณาที่ถูกต้องเราจะต้องมีคนเป็นศูนย์กลาง คนนะคะ ดิฉันเรียกว่า คน คือไม่ใช่ผู้บริโภค ในทฤษฎีการโฆษณาเราจะบอกว่าพีเพิล (People) ไม่ใช่แม้แต่คอนซูมเมอร์ (Consumer) เพราะอะไรคะ เพราะว่าจะต้องทําให้ถูกต้องทั้งในด้านกฎหมาย ในด้าน ศีลธรรม จริยธรรมและความเคารพต่อสิทธิของความเป็นผู้คนหรือพีเพิลนั่นเอง และสําคัญ ที่สุดก็คือความเป็นธรรมที่จะมีต่อพวกเขาในการซื้อหาสินค้าและบริการ โฆษณาที่แตกแถว ดิฉันขอใช้คํานี้ แล้วทําความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค ก็คือทํามาจากบริษัทโฆษณาหรือคนทํา โฆษณาที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในสมาคมวิชาชีพ ซึ่งสมาคมวิชาชีพจะมีโคด ออฟ เอธติค (Code of ethic) ที่จะต้องปฏิบัติตามและที่สําคัญที่สุดก็คือความเป็นธรรมต่อผู้คนและ ผู้บริโภค การทํางานแบบมีจริยธรรม พวกนี้ทํางานอย่างที่คิดถึงเงินแต่ฝ่ายเดียว แล้วก็พวก เถ้าแก่รายย่อยที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือสื่อรายย่อยที่เห็นแก่เงินมากกว่าความเดือดร้อนของ ประชาชนหรือของผู้คน เราจะเห็นโฆษณายาบํารุงเพศ ยาเสริมความงาม เครื่องสําอาง หน้าเด้ง หน้าขาว อกอึ๋มต่าง ๆ ซึ่งเป็นโฆษณาที่เกินจริงและมอมเมานอกเหนือจาก ที่ผู้บริโภคจะถูกเอาเปรียบอีกมากมายซึ่งกล่าวไม่หมดในที่นี้นะคะ
สําหรับสื่อที่อยู่ในสมาคมวิชาชีพก็จะยึดหลักการกํากับดูแลตนเองหรือ เซลฟ์ เรกกูเลชัน (Self regulation) โดยไม่เสี่ยงต่อการที่จะทําให้การทําโฆษณาแบบตีหัว เข้าบ้านที่ดิฉันกล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ดีอย่างที่คุณสารีได้กล่าวไว้แล้วก็คือเขาออกไปแล้ว เขาขายได้แล้ว เขาคุ้มแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ประเด็นที่สําคัญคือเราจะทําอย่างไรจะให้เกิด การสมดุลระหว่างผู้บริโภค รัฐแล้วก็ผู้ประกอบการ วันนี้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบอย่างมากมาย ตามที่เห็นข่าวและเรื่องร้องเรียนที่ไม่รู้จบ ทําอย่างไรพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง เขาจะต้องรู้เท่าทัน เขาจะต้องได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง ต้องได้รับความเป็นธรรม แล้วก็ ต้องมีภาคประชาชนที่ช่วยกันเองในฐานะที่เป็นผู้บริโภคเอง ส่วนของภาครัฐที่มีมากมายถึง ๒๐ หน่วยงานแล้วก็ ๑๐ กระทรวง แต่ทํางานรองรับจุดมุ่งหมายที่จะคุ้มครองผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิภาพได้หรือเปล่า ดิฉันขออนุญาตแชร์ประสบการณ์และความพยายาม ที่จะดูแลปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคที่สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ซึ่งดิฉันเป็น นายกสมาคมอยู่ และได้ทํางานร่วมกันกับภาครัฐอย่างแข็งขัน ๒ องค์กรก็คือ อย. แล้วก็ สคบ. ดิฉันขอเอ่ยถึง สคบ. ในฐานะที่มีจุดมุ่งหมายในการดูแลผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม สคบ. มีการร่วมมือกับสมาคมโฆษณามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ๒ อย่างที่เราทํางานร่วมกัน ที่สําคัญ ก็คือโครงการจับโฆษณาผิด ไม่ได้จับผิดโฆษณา เราทําการฝึกอบรมนิสิต นักศึกษา ในกรุงเทพฯ แล้วก็ทุก ๆ ภาคในประเทศเพื่อจะให้ความรู้เรื่องของการทําโฆษณา แบบไหนที่จะ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม แล้วให้วิเคราะห์ผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค อันนี้เป็นการส่งเสริม ให้ความรู้และส่งเสริมศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้ละเอียดด้วย
อีกส่วนหนึ่งคือการให้รางวัล สคบ. อะวอร์ด (Award) ก็คือร่วมมือกับสมาคม โฆษณามา ๑๔ ปีแล้วที่จะโปรโมทให้งานโฆษณาที่ดี ที่ให้ทัศนะคติที่ดีต่อผู้บริโภค เช่น โฆษณาไทยประกันชีวิตที่ได้รางวัลไป หรือโฆษณาทีเอ็มบี (TMB) หรือเอสซีจี (SCG) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานในส่วนของซีเอสอาร์ แล้วก็ไม่ใช่งานที่คิดจะขายโปรดัคท์ (Product) แต่อย่างเดียว อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันคิดว่าการให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมท ทัศนคติที่ดีมากกว่าการขายสินค้า แต่เท่านี้ก็คงไม่พอ คงจะต้องอาศัยการใช้สื่อให้เป็น ประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด อย่างที่ดิฉันเรียนก็คือถึงแม้เราจะมีองค์กรรัฐอยู่มากมาย แต่ก็ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถหรือเปล่าในด้านนโยบายบุคลากร แล้วก็ในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันขอให้กําลังใจแล้วก็ขอสนับสนุนข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนะคะ แล้วก็ขอให้ข้อเสนอต่าง ๆ นี้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเร็วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ