สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคและปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น สิทธิของผู้บริโภคที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับการป้องกัน และการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสิทธิของผู้บริโภคที่จำเป็นในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นพื้นฐาน เช่น บริการสาธารณสุข สินค้าที่ปลอดภัย ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสิทธิในการเลือกสินค้าและบริการได้อย่างอิสระ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการหลอกลวงและการเสียหายต่อผู้บริโภค
เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ เรียนเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขออนุญาตแจกเอกสาร ประกอบการพิจารณาในครั้งนี้ด้วยนะคะ เป็นเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) แล้วก็ ต้องขอบพระคุณทางคณะอนุกรรมาธิการที่มาร่วมให้ข้อมูลกับการนําเสนอการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภคในวันนี้ค่ะ
ดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องที่มีความสําคัญนะคะ เพราะว่าไม่มีใครที่ไม่เป็นผู้บริโภคนะคะ ทุกคนเป็นผู้บริโภคทั้งหมด เพราะฉะนั้นการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภควันนี้ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจะนําเสนอ เกี่ยวข้องกับทุกท่าน ทั้งที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและเป็นประชาชน เป็นพลเมืองนะคะ เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการนะคะ
ดิฉันขออนุญาตนําเสนอกรอบของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค ขออนุญาตเริ่มจากปัญหาผู้บริโภคที่สําคัญ ๆ นะคะ ดิฉันคิดว่าปัจจุบันนี้สิทธิของผู้บริโภค ยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาความปลอดภัยของผู้บริโภค แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าข้อนี้คงไม่มีใครโต้แย้งนะคะ เรายังมีคนที่ทานอาหารแล้วท้องเสีย เรายังมีคนที่ขึ้นรถทัวร์ รถทัวร์ประสบอุบัติเหตุ คนขับจักรยาน ถูกรถชนรถจักรยาน นี่เป็นเหตุการณ์เรื่องความปลอดภัยที่ยังเป็นปัญหาของผู้บริโภคที่สําคัญ หรือแม้กระทั่งคณะกรรมาธิการเราได้มีโอกาสเสนอเรื่องวินาทีเพื่อที่จะให้ทาง กสทช. บังคับ ใช้กฎหมายของ กสทช. ที่ไม่ปัดเศษวินาที ขณะนี้การบังคับใช้กฎหมายตัวนั้นก็ยังทําไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าปัญหาผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองยังเป็นปัญหาที่มีความสําคัญ
และถ้าเรามาดูผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานจะเห็นว่าสถิติของผลิตภัณฑ์ สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้นนะคะ อย่างเช่น อาหารจากปี ๒๕๕๕ ที่มีผลิตภัณฑ์ ที่ไม่เข้ามาตรฐานประมาณร้อยละ ๕ ขณะนี้ปี ๒๕๕๗ เพิ่มเป็นร้อยละ ๒๐ วัตถุอันตราย จากร้อยละ ๓.๒ เพิ่มเป็นร้อยละ ๑๕.๓ นะคะ เครื่องมือแพทย์ดีขึ้นนะคะ เครื่องสําอาง จากร้อยละ ๗.๘ เป็นร้อยละ ๑๑.๗ ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือแม้กระทั่งเรื่องยา ซึ่งเดิมเรามี ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เข้ามาตรฐานน้อยมากนะคะ เพียงร้อยละ ๑ ในปี ๒๕๕๕ ขณะนี้ปี ๒๕๕๗ เรามียาที่ตกมาตรฐานเกือบร้อยละ ๑๐ นะคะ ๙.๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็ยังสะท้อน ว่าสิทธิของผู้บริโภคยังไม่ได้รับการคุ้มครอง
ลองมาดูนะคะว่าการใช้สิทธิของผู้บริโภคมีอย่างไรบ้างนะคะ เราไปดูข้อมูล พบว่าคดีผู้บริโภคทั้งหมด ๕๐๔,๔๙๗ คดี แล้วก็ในจํานวนนี้มีเพียง ๒๐๗ คดีที่สํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฟ้องคดีแทน หรือ ๕๐๐ คดีที่ภาคเอกชนฟ้องคดีแทน ดูว่า ในจํานวน ๕๐๔,๔๙๗ คดี ผู้บริโภคใช้สิทธิในการฟ้องคดี ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะคะ นอกนั้นเป็นการถูกฟ้องคดีโดยผู้ประกอบการที่ฟ้องคดีผู้บริโภคนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของสินเชื่อบุคคล กู้ยืม ค้ําประกัน ถึง ๒๑๕,๐๐๐ คดีนะคะ บัตรเครดิต ๙๑,๐๐๐ คดี ดิฉันขอพูดตัวเลขรวม ๆ นะคะ หรือ กยศ. ก็เป็นผู้ฟ้องคดีนักศึกษาไม่น้อยนะคะ นี่ก็ฝากคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาไปด้วยนะคะ ถึง ๗๑,๐๐๐ คดีนะคะ เช่าซื้อรถยนต์ ๖๑,๐๐๐ คดีแล้วก็เช่าซื้อรถจักรยานยนต์นะคะ ๘,๐๐๐ คดี นอกเหนือจากการฟ้องคดี ผู้บริโภคที่ผู้บริโภคยังมีส่วนแบ่งในการฟ้องคดีน้อยเพียงร้อยละ ๑๐.๓ เท่านั้นเอง ถ้าเราลองมาเปรียบเทียบสิทธิของผู้บริโภค เปรียบเทียบกับสิทธิของสากลเราก็จะเห็นนะคะ ดิฉันต้องขออภัยนะคะที่สไลด์ (Slide) อาจจะตัวเล็กมาก ก็รบกวนท่านสมาชิกดูในเอกสาร จะเห็นว่าสิทธิในระดับสากลมีการรับรองการเข้าถึงสินค้าและบริการที่จําเป็นพื้นฐาน ซึ่งนั่น ก็คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี คณะกรรมาธิการหลายส่วนก็ดีได้เตรียมการ ที่จะยกระดับเรื่องสิทธิของประชาชนในเรื่องนี้นะคะ ในการที่จะเข้าถึงสินค้าและบริการ ที่จําเป็นพื้นฐานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริการสาธารณสุขที่ขณะนี้มีปัญหาเรื่อง ค่ารักษาพยาบาลที่แพง สิทธิที่ได้รับความปลอดภัยจากสินค้าและบริการนะคะ อันนี้ประเทศ เราก็รับรองไว้ สิทธิที่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ บ้านเราก็มีการ รับรองไว้แต่ว่าเราก็จะเห็นนะคะว่าสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมก็ดี สถานีวิทยุก็ดีให้ข้อมูลที่ไม่ เคยครบถ้วนเลย การหลอกลวง การให้ข้อมูลเพียงครึ่งเดียวปรากฏอยู่เนือง ๆ หลายคนยอม ทําโฆษณาไปก่อนแล้วก็มาเสียค่าปรับรายวันก็ยอมนะคะ เพราะว่ากําไรกว่ากันเยอะนะคะ สิทธิที่จะเลือกสินค้าและบริการได้อย่างอิสระ ซึ่งอันนี้เราก็เห็นชัดเจนนะคะว่าผู้บริโภคอย่างเรา มีสิทธิที่จะเลือกสินค้า แต่สินค้าจํานวนมากหรือกิจการจํานวนมากก็ผูกขาดหรือไม่เป็นธรรม ที่ดิฉันเองก็คิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายก็คงจะติดตามที่มีกลุ่มผู้บริโภคทางสังคมออนไลน์ (Online) ออกมารณรงค์ไม่ให้เข้าห้างสะดวกซื้อนะคะ ซึ่งกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคเองเราก็ได้ไปต่างจังหวัดรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอต่อการปฏิรูป เราก็พบว่ามีร้าน ขายอาหารตามสั่งต้องปิดกิจการ ร้านอาหารตามสั่งต้องปิดกิจการถ้าเราไม่ได้เป็นลูกของ คนขายอาหารตามสั่ง หรือลูกสาวลูกชายเราก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ว่าแน่นอนว่ามันยอมส่งผล กระทบต่อคนขายผัก ขายปลา เขียงหมู ขายไก่ ขายทุกอย่างที่ร้านค้านั้นซื้อมา แล้วถ้าทุกคน ต้องซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เอาเข้าไมโครเวฟ ผลที่จะตามมา เรื่องสุขภาพก็ดี หรือความหลากหลายของอาหารซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มี ความหลากหลายของอาหารสิ่งเหล่านี้ก็จะหายไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิทธิที่จะเลือกสินค้า และบริการได้อย่างอิสระขณะนี้มีข้อจํากัดแล้วก็กฎหมายก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับใช้ได้จริง สิทธิที่จะร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมเราก็คงจะเห็นนะคะหลายคนใช้เวลา ๑๖ ปี ๑๕ ปี ๑๑ ปี หรือแม้กระทั่งองค์กรผู้บริโภคฟ้องศาลปกครองก็ใช้เวลาถึง ๗ ปี ขณะนี้ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ สิทธิที่ได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ซึ่งอันนี้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็รับรองเรื่องนี้ไว้นะคะ สิทธิได้รับความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญมากทีเดียวเราต้องทําให้ผู้บริโภคเท่าทัน ทําให้ผู้บริโภคเข้าใจ ว่ามันจะไม่มีทางเลือกอย่างไรถ้าเราใช้บริการเฉพาะห้างสะดวกซื้อเท่านั้น เมื่อร้านข้างบ้าน หายไปจะเกิดอะไรกับผู้บริโภคบ้าง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่การที่จะต้อง ทําให้ผู้บริโภคเท่าทันเรื่องการบริโภคเป็นเรื่องที่มีความสําคัญนะคะ แล้วก็สุดท้ายสิทธิ ที่ดํารงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย วันนี้ดิฉันดีใจมากนะคะทราบข่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองมายื่นจดหมายให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะบอกว่า ขอให้มีการเก็บภาษีคนที่เรียกว่า สร้างมลพิษต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าทุกคน มีสิทธิที่จะดํารงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายบ้านเราอาจจะมีความก้าวหน้ามากกว่าที่อื่นที่เขียนไว้ ว่าประชาชนมีสิทธิที่รับความเป็นธรรมในการทําสัญญา เพราะฉะนั้นสิทธิผู้บริโภคในปัจจุบัน ของเราก็ยังไม่เท่าเทียมสากล
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันคิดว่าได้พูดไปบ้างแล้วแต่ก็เป็นประเด็นสําคัญก็คือ ผู้บริโภคขาดข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไม่ถึงข้อมูลที่จําเป็นต่อการตัดสินใจที่จะ บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอันนี้ดิฉันมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าสาระคุ้มครองผู้บริโภค โทรทัศน์ในรอบปีมีเพียง ๒ รายการ ความเสียหายจากการบริโภคในสิ่งพิมพ์มี ๖ ครั้งต่อปี สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยมี ๑๙.๓ ครั้งต่อฉบับต่อปี ซึ่งก็ต้องถือว่าการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารและผลกระทบต่อผู้บริโภคมีน้อยมาก แล้วก็การกระทําผิดที่เป็นเรื่องของการโฆษณา เกือบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ ๓ ปัญหาที่องค์กรผู้บริโภคหรือไม่ว่าจะเป็นองค์กรท้องถิ่น ส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายกฎหมายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคน้อย ซึ่งขณะนี้ก็ต้องเรียนว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเองเราก็ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคไปแล้ว และขณะนี้ก็ได้ส่งให้คณะรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งอันนั้นก็อาจจะเป็นกลไกหนึ่งที่อาจจะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย แล้วก็มาตรการในการคุ้มครองตัวเอง และรวมถึงสร้างความตื่นตัวให้กับการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าเรามาดูเราจะเห็นว่ากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพต้องทําให้เกิดเครือข่าย ในการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ขณะนี้ถ้าเราไปตรวจสอบเราจะพบว่า หลายคนอาจจะบอกว่ามูลนิธิเพื่อผู้บริโภคทําทุกเรื่อง คนโน้นคนนี้ทําทุกเรื่อง เรามี องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเพียงร้อยละ ๐.๒๕ เท่านั้นเองที่ทําภารกิจรับเรื่องร้องเรียน แล้วรัฐ ก็ไม่ได้ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังติดตามการตรวจสอบสินค้า และบริการที่มีอยู่ในประเทศ แล้วก็ที่สําคัญขณะนี้ก็ยังไม่ได้จัดตั้งองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๔ ที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในปัญหาของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ทํา ให้คณะเรานํามากําหนดกรอบในการปฏิรูปในครั้งนี้ก็คือ การที่เราไม่มียุทธศาสตร์แล้วไม่มี แผนในการคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ ขาดการบูรณาการการทํางานของภาครัฐ ขาดความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ขาดการทํางานเชิงรุกการปรับปรุงกฎหมายเป็นไปอย่างล่าช้า นั่นก็คือว่าเราก็ต้องปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ซึ่งวันนี้เดี๋ยวท่านภูดิศท่านเป็นประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภคคงจะให้รายละเอียดในส่วนนี้นะคะ
ประเด็นที่ ๕ ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นที่ทุกคนรอคอย ก็คือการผูกขาดการค้า ของธุรกิจขนาดใหญ่ และการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งองค์กรของผู้ประกอบการขาดการ มีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ดิฉันคิดว่าตรงนี้หลายคนก็กลัวนะคะว่าถ้าเรา คุ้มครองผู้บริโภคมากเราอาจจะกําไรน้อย หรือถ้าเราคุ้มครองผู้บริโภคมากเกินไปเศรษฐกิจ จะไม่เติบโต เมื่อปี ๑๙๖๒ ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ถามเลยนะคะว่า ถ้าอีก ๑๐๐ ปี เราจะเป็นเรียกว่ามหาอํานาจเราจะต้องทําอย่างไร ที่ปรึกษาประธานาธิบดี โรเบิร์ต เคนเนดี้ บอกเลยนะคะว่าเราต้องเพิ่มพลังทางเศรษฐกิจโดยกระตุ้นความสามารถในการแข่งขัน ของภาคเอกชน แล้วหนึ่งในกลไกนั้นก็คือการสร้างอํานาจต่อรองให้กับผู้บริโภค แล้วก็ เราต้องยกฐานะของพลเมืองผิวสี ให้เท่าเทียมกับคนผิวขาว ดิฉันคิดว่าปัญหาของผู้บริโภคกับ การผูกขาดทางการค้า การแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องเดียวกันที่เราจะต้อง ดําเนินการ แล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือกัน ดิฉันก็เชื่อว่ายิ่งเราคุ้มครองผู้บริโภคมากเท่าไรยิ่งทําให้ ภาคธุรกิจมีที่ยืน มีฐานะ ทุกคนนับถือ
ประเด็นสุดท้ายประสิทธิภาพของหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน การคืนสินค้า ขาดระบบเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ เราคงเห็นภาพการเอารถมาทุบ เห็นภาพการเรียกว่าเอาสินค้ามาจัดการ เพราะว่าไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร หรือหลายคนต้อง ไปเกือบ ๑๐ หน่วยงาน ปัญหาของตัวเองก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขนะคะ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ก็ต้องการการปฏิรูปอย่างรวดเร็ว ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญเพราะฉะนั้น กรอบการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่เรายืนยันว่าต้องเขียนไว้ อีกส่วนหนึ่งในการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคในรัฐธรรมนูญอย่างน้อยมี ๔ ระบบ ที่สําคัญ
ขอไปสไลด์ถัดไปเลยนะคะ เนื่องจากอันนี้อาจจะอ่านลําบากนะคะ ก็คือ
ประเด็นแรกการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๒ ระบบข้อมูลเตือนภัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า การหลอกลวง ของผู้บริโภค
ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปภาครัฐผ่าน ๒ เรื่องที่สําคัญ ก็คือการปรับปรุงกฎหมาย แล้วก็การบังคับใช้กฎหมายก็คือการแข่งขันทางการค้า แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. การชดเชย ความเสียหายก็จะมีเรื่องการรับประกันสินค้าที่ชํารุดบกพร่อง แล้วก็รวมทั้งการเตือนภัย ต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคเราเตรียมกฎหมายไว้ ๖ ฉบับ
อันที่ ๑ เดินหน้าไปแล้ว ก็คือ พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่จะทําอย่างไรให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมเข้มแข็งมากขึ้น การรวมตัวของผู้คนในออนไลน์ต้องการ การสนับสนุน ต้องการการจัดการ หรือการรวมตัวของผู้บริโภคในการแก้ไขปัญหาหลายครั้ง ก็ต้องการการสนับสนุนเพื่อที่จะทําให้เกิดกฎกติกา แล้วก็มาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าที่กลุ่มประชาชนขณะนี้ดิฉันเชื่อว่ามากกว่า ๓๔,๐๐๐ รายชื่อ ขอให้มีกลไกควบคุม โรงพยาบาลเอกชน หรือกลุ่มที่ออกมาชวนไม่ซื้อของจากห้างสะดวกซื้อ ต้องการให้จัดการ กับกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นกฎหมาย ๖ ตัวนี่องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคจะเป็นตัวที่ช่วยสนับสนุนความเข้มแข็งของผู้บริโภค พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าเป็น ฉบับที่ ๒ พ.ร.บ. ความปลอดภัยของสินค้าและการเตือนภัย พ.ร.บ. ความรับผิดต่อสินค้า ชํารุดบกพร่องเลมอน ลอว์ (Lemon law) หรือกฎหมายมะนาว เดี๋ยวลองมาฟังดูว่ามันคือ อะไรมะนาว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งอันนี้ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าเราทําร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจนะคะ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขก็ร่วมมือกับกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข แล้วก็ พ.ร.บ. กสทช. ก็ทําร่วมกับกรรมาธิการปฏิรูปสื่อนะคะ หน่วยงานที่เราจะมีการปฏิรูป ก็คือปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคของภาครัฐ แล้วก็สนับสนุนให้สภาวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองผู้บริโภคมีการปฏิรูปให้มีตัวแทนในส่วนของผู้บริโภค ดิฉันเองก็ขออนุญาต นําเสนอโดยสรุปจะเห็นกรอบ ๔ ด้านที่สําคัญของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ขอให้ท่านกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาอีก ๓ ท่าน ซึ่งท่านแรก ท่านเป็นรองประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ดอกเตอร์วิทยา แล้วก็อีกท่านหนึ่งที่จะพูดเรื่อง การปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ท่านภูดิศ แล้วก็ท่านที่ ๓ ก็ท่านอดิศักดิ์ที่จะพูดเรื่องกฎหมาย แข่งขันทางการค้า ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน