จิรวัฒน์ เวียงด้าน หารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มทุน และเสนอแผนการป้องปรามธุรกิจที่ละเมิดผู้บริโภค โดยเน้นย้ำว่าบทลงโทษควรหนักขึ้น เพื่อปกป้องผู้บริโภคที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร
นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดนครพนม ลําดับที่ ๔๒ ผมมีโอกาสได้เดินทาง ไปร่วมสัมมนาและสังเกตการณ์กับท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่ จังหวัดหนองคายครับ ก็ได้เห็นการจัดงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน เราก็จะได้เห็นแววตาความกระตือรือร้นของพี่น้องประชาชนที่เขาลุกขึ้นมา เพื่อที่จะใช้สิทธิในการที่จะปกป้องตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องในการที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบ จากกลุ่มนายทุนที่ไร้ซึ่งความปราณีในการที่จะสร้างความร่ํารวยให้กับตัวเองไม่ว่าจะได้มา ในด้านใดก็ตาม เราจะได้เห็นบรรยากาศ แล้วก็ทําให้เห็นที่ผ่านมาว่าภาครัฐละเลย การคุ้มครองผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนโดยมีเครือข่ายที่ทํางานกันเป็น ลักษณะของจิตอาสา โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการท่านเองท่านก็ทํางานเรื่องนี้มานาน ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าถ้าปล่อยให้พี่น้องประชาชนแล้วก็องค์กรหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมา ต่อสู้กับกลุ่มทุนที่แสวงหาผลประโยชน์จากความอ่อนแอของ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือ กฎหมายของบ้านเรา มันก็คงไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ เพราะว่าอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาต่อสู้ เพื่อขัดขวางผลประโยชน์จากคนที่กระทําการหรือว่าทําธุรกิจโดยที่ไม่คิดถึงความเสียหายต่อ ประเทศชาติและประชาชน มันก็คงเป็นไปได้ยากครับ แต่วันนี้เราก็ได้เห็นรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ทําให้เรามั่นใจได้ว่าประชาชนพี่น้องตาดํา ๆ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารหรือที่ห่างไกลความเจริญจะได้รับการคุ้มครองอย่างมากขึ้น ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าการที่เราจะทําการคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วก็ประสบความสําเร็จได้ก็คงจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันตั้งแต่เรื่องของการป้องกัน และปราบปรามนะครับ ในการป้องกันมันคงทํางานในหน่วยงานของคุ้มครองผู้บริโภค อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีการร่วมมือโดยเฉพาะอย่างตอนนี้ในเขตจังหวัดชายแดนหลาย ๆ จังหวัดมีการเปิดด่าน เปิดสะพาน เราก็จะเริ่มตั้งแต่การนําเข้าด้วย ต้องดูในเรื่องของ ด่านศุลกากรในการที่จะควบคุมสินค้าที่จะเข้ามาตรงนั้น เราก็รู้ว่าด่านศุลกากรบ้านเรา มาตรฐานเราก็มีเหมือนทั่วไป แต่การขับเคลื่อน การทํางานเราก็เห็นว่ามันมีช่องโหว่ในเรื่อง ของผลประโยชน์เข้ามาทับซ้อนเยอะ การควบคุม การผลิตสินค้าก็เหมือนกันนะครับ เรื่องของการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็น อย. หรือว่าเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมก็คงจะทํางาน ร่วมกันในเรื่องของการป้องกัน ทําให้สินค้ามีมาตรฐานขึ้น ถ้าเราสามารถทํางานในเรื่องของ การป้องกันได้มากขึ้นนี้มันก็จะทําให้การทํางานในด้านของการปราบปรามก็จะลดน้อยลง
ในส่วนที่ ๒ นี้เป็นเรื่องของการติดตาม หลังจากที่สินค้าหรือว่าอาหารอะไร ต่าง ๆ ที่ผ่านการผลิตมาแล้ว การให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน การติดตามตรวจสอบ ช่องทางข่าวสารต่าง ๆ ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบก็คงจะต้องมี โดยเฉพาะในถิ่น ทุรกันดาร เราเองเรามีองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนอยู่ค่อนข้างเยอะ และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เราจะออกมาก็ให้โอกาสในสภาในส่วนของประชาชนเยอะ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจะเห็นว่าเรามี อสม. อยู่ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบลนะครับ เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะให้ เขาเป็นหน่วยงานที่จะช่วยกันในการที่จะประชาสัมพันธ์ในเรื่องของคุณภาพและ สินค้าที่แม้แต่เรื่องของการได้รับการละเมิดในเรื่องของการคุ้มครองก็ให้เขาได้รู้ว่าเขาจะต้อง ไปที่ไหน ประสานกับหน่วยงานใดนะครับ โดยเฉพาะทุกวันนี้วิทยุชุมชนนี้ผมบอกได้เลยว่า ต่างจังหวัดนี้ยาผีบอกนี้เยอะมากนะครับ ผมมีโอกาสได้ไปที่โรงพยาบาลไปนั่งดูผู้สูงอายุที่มี โรคอาการเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมาจากเบาหวาน ความดันโลหิต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่คุณหมอ จะถามคําถามแรกเลยกับผู้ป่วยผู้สูงอายุว่าทานยาสมุนไพรมาหรือเปล่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ดังนั้นผมคิดว่าแล้วเราก็นั่งดูว่ามันปล่อยให้เกิดการระบาดขึ้นมาอย่างนี้ได้ เพราะเป็นอาการ เดียวกันทั้งหมดนะครับ พอถึงอาการก็มีไตวายเฉียบพลัน มีความดันโลหิต ตรงนี้ก็คือมาจาก อาการนี้เดียวกัน เราก็ต้องการที่อยากจะใช้สื่อตรงนี้ระหว่างองค์กร หน่วยงานที่อยู่ตรงกลาง กับส่วนท้องถิ่นนี้ โดยใช้ อสม. หรือว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะ ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้นะครับ
สุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของการป้องปราม ผมคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ไหมที่ว่า การทําธุรกิจที่ทําละเมิดผู้บริโภคนี้ เนื่องจากว่ามันมีผลประโยชน์ค่อนข้างสูงและมีรายได้เยอะ มีกําไรมหาศาล แต่บทลงโทษนี้ผมดูว่ามันมีค่อนข้างจะอ่อน ดังนั้นมันทําให้ผู้ประกอบการ ที่ไร้จิตสํานึกที่เขาจะมองช่องทางว่าถ้าลงโทษอย่างนี้ บางทีเราเห็นว่าการละเมิดเขาในเรื่อง ผู้บริโภคบางทีมีผลกําไรประกอบการเป็นพันล้านบาท แต่ว่าการปรับยังอยู่หลักเกณฑ์ ที่หลักแสนบาท แล้วก็ไม่มีคดีอาญาที่หนักอะไรอย่างนี้ มันทําให้เขายอมที่จะแลกเพื่อที่จะให้ได้มา ซึ่งรายได้ซึ่งมันไร้ซึ่งมนุษยธรรมนี้นะครับ เราก็คิดว่าบทลงโทษถ้าเรามองดูว่าถ้าคุณจะใช้ การที่เราทํามาหากินบนความที่ไร้มนุษยธรรมด้วยกันแล้ว มันควรจะได้รับการลงโทษที่หนัก นะครับ
สุดท้ายก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับที่ไม่ว่าท่านทํางานทั้งในสภา และนอกสภา ที่ต่อสู้ แล้วก็ปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ที่ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้มาใกล้ในส่วนของภาครัฐ แล้วก็ในส่วนของสื่อสารต่าง ๆ ก็ขอบคุณ ท่านให้กําลังใจ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราอยากจะเห็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นรูปธรรม มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ขอบคุณมากครับ