รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
คุณมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่เป่ดโอกาสให้หารือ ในวันนี้ แล้วก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพลังงานด้วยที่อุดหนุน คูปองน้ํามันในการช่วยเหลือภัยแล้งค่ะ จังหวัดสุรินทร์ได้รับคูปองน้ํามันช่วยเหลือภัยแล้ง ทั้งสิ้นเปึนจํานวนเงินถึง ๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธาน แล้วก็อําเภอปราสาทของดิฉัน ได้รับการอุดหนุนคูปองน้ํามันเปึนเงินทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่จากการลงพื้นที่ไปพบปะ ประชาชนในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมาไปร่วมแห่เทียนเข้าพรรษากับชาวบ้าน ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาว่าแต่ละหมู่บ้านได้รับอุดหนุนน้ํามันดีเซลแค่หมู่บ้านละ ๑๐ ลิตร ซึ่งไม่เพียงพอในการสูบน้ําเข้านา เขาบอกว่าทําไมไม่เอางบประมาณตรงนี้ไปทําฝนเทียมแทน ดิฉันสอบถามไปยังกํานันหลาย ๆ ตําบลก็ได้รับทราบว่าได้รับการอุดหนุนคูปองน้ํามัน เปึนจํานวนตําบลละ ๒๐๐ ลิตรเท่านั้นเองนะคะ จึงแบ่งเฉลี่ยได้เพียงแค่หมู่บ้านละ ๑๐ ลิตร ซึ่งถ้าคิดเปึนเงินจํานวน ๒๐๐ ลิตร คิดเปึนตัวเลขกลม ๆ ก็คือเปึนจํานวนเงิน ๖,๐๐๐ บาทต่อตําบล อําเภอปราสาทมีทั้งสิ้น ๑๘ ตําบล เปึนเงินทั้งสิ้น ๑๐๘,๐๐๐ บาท ดิฉันก็เลยอยากทราบว่าจํานวนคูปองน้ํามันอีก ๒๙๒,๐๐๐ บาทนี้ทางอําเภอนําไปใช้อะไร ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่นะคะ ดิฉันก็สอบถามกระทรวงพลังงานแล้วก็ผ่านไปยัง จังหวัดสุรินทร์ด้วย และให้ช่วยดูที่อําเภออื่น ๆ ด้วย เพราะว่าจังหวัดสุรินทร์ได้รับอุดหนุน เรื่องภัยแล้งในทุกอําเภอเลย และตามที่ดิฉันสอบถามไปทางชุมชนรู้สึกว่าหลาย ๆ แห่ง จะไม่ได้รับการช่วยเหลือตรงนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านประสงค์อยู่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาจากสหภาพแรงงาน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอส่งกระแสจิต ไปถึงรัฐบาลผ่านทางท่านประธานรัฐสภาด้วยว่ากระผมรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเมื่อวาน ในการที่รัฐบาลแถลงนโยบายเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือน ๕ เปอร์เซ็นต์ให้กับข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ เหตุผลมีอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานผมได้ลงมติ งดออกเสียง ทั้ง ๆ ที่กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการ แต่เหมือนกับว่าถ้าหากหลักการขึ้นเงินเดือนนั้นให้ ๕ เปอร์เซ็นต์ตลอดทั้งแนว เหมือนกับว่า เปึนการให้ความเสมอภาคที่ขาดความยุติธรรม ข้าราชการที่ทําหน้าที่เพื่อการอยู่รอด บนหนี้สินเกี่ยวกับหลักพื้นฐานชีวิต คือเอาเงินเดือนมาปลดหนี้ ค่าเสื้อผ้า ค่าหมอ ค่าบ้านพัก ข้าราชการระดับสูงซึ่งต้องผ่อนหนี้ค่าที่ดิน ค่าบ้านพักชายทะเล ค่ารถยนต์รุ่นใหม่ ค่าเสริมความงามนั้น มีความต้องการเพื่อความจําเปึนของชีวิตที่แตกต่างกันมากครับ ผมหวังที่จะให้รัฐบาลได้คํานึงถึงการกระจายหรือเฉลี่ยการขึ้นเงินเดือนมากน้อยบนหลัก ของความเสมอภาคที่เพียบพร้อมไปด้วยความยุติธรรมครับท่านประธาน เราเปึนคนไทย ด้วยกัน ร้องเพลงชาติเดียวกัน อยู่ภายใต้รัฐบาลเดียวกัน การที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ พลเมืองดีคนละอย่างนั้น แต่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างฟัากับดิน ผมเห็นว่าขาดหลักยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ
คุณสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่ผมขออนุญาตใช้เวลาอันมีค่าของสภาแห่งนี้ หารือเกี่ยวกับความไม่สบายใจอย่างยิ่งที่เรื่องการแก้ไขปัญหาของเด็กอาชีวศึกษา ซึ่งเรา ต้องยอมรับว่าทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ปรากฏว่าวันนี้เด็กอาชีวศึกษา ซึ่งกระผมก็เปึนเด็กอาชีวศึกษาคนหนึ่งในอดีต กลับถูกเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แล้วก็รัฐบาล หรือมติ ครม. ก็พยายามที่จะเอาเฉพาะเรื่อง อันที่จริงเด็กอาชีวศึกษานั้นมีทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพ เขาเหล่านั้นก็เปึนคนดีในสังคมทั่วประเทศ เพียงแต่ว่ามีจุดเล็ก ๆ ในกรุงเทพมหานครกับปริมณฑลซึ่งถือว่าอยู่ใกล้สื่อ ใกล้ข้อมูลข่าวสาร ก็ทําให้เด็ก อาชีวศึกษาทั่วประเทศเกิดความเสียหาย กระผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเด็กอาชีวศึกษาที่ก่อความรุนแรงนั้น ให้มองภาพรวมของเด็กอาชีวศึกษาทั้งประเทศ อย่าใช้จุดใดจุดหนึ่งเปึนตัวตัดสินใจ มิฉะนั้นแล้วทิศทางของการพัฒนาเด็กอาชีวศึกษาในอนาคตนั้น จะมีผลกระทบเสียหายกับภาพพจน์ของเด็กและเยาวชนที่เขาตั้งใจเรียนสายอาชีพซึ่งมีอยู่ ทั่วประเทศ และยืนยันว่าเด็กสายอาชีพหรือเด็กอาชีวศึกษานั้นไม่ได้เลวร้ายเหมือนกับที่ คณะรัฐมนตรีพยายามที่จะใช้สิ่งเหล่านี้ไปแก้ปัญหาในภาพรวม ผมยืนยันว่าการแก้ไข ปัญหาในภาพรวมของเด็กอาชีวศึกษานั้น ยังมีเด็กอาชีวศึกษาอีกมากมายที่เปึนผู้ที่ กระทําความดีเปึนประโยชน์กับสังคม เปึนประโยชน์กับบ้านเมือง ผมขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาเด็กอาชีวศึกษาอย่างภาพรวมครับ ขอบคุณครับ
คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอหารือ เรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ซึ่งดิฉันได้ยื่นกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัคร ภาครัฐเข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎรนี้ แต่ก็ไม่เห็นบรรจุ เพราะได้รับหนังสือจากทาง สภาผู้แทนราษฎรว่าเปึนกฎหมายว่าด้วยการเงิน ดิฉันได้กลับไปพื้นที่ อาสาสมัคร สาธารณสุขมูลฐานก็ได้ถามว่าทําไมเขาเหล่านี้ได้เงินเดือน ๖๐๐ บาทจากนายกรัฐมนตรี แต่กลุ่มอาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน กลุ่มอาสาสมัครพัฒนาดินแดน กลุ่มอาสาสมัคร ที่ ส.ป.ก. หลาย ๆ อาสาสมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาสาสมัครที่อยู่ในพื้นที่เทศบาล เมืองมุกดาหาร กลุ่มประธานชุมชนและกรรมการชุมชนนั้น เขาก็เปึนอาสาสมัครอีก เช่นเดียวกันแต่เขาไม่ได้รับเงินเดือนค่ะ ก็เลยอยากจะหารือผ่านท่านประธานรัฐสภาว่า ขอให้นํากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครภาครัฐเข้ามาพิจารณาด้วย แม้ว่าจะเปึนกฎหมายว่าด้วยการเงิน แต่ในกรณีของกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ ก็เปึน กฎหมายว่าด้วยการเงินอีกเช่นเดียวกัน ก็ได้นําเข้าในสภาผู้แทนราษฎรนี้พิจารณาแล้ว แล้วก็มีอีกกฎหมายหนึ่งซึ่งบอกว่าเปึนกฎหมายว่าด้วยการเงินอีกเช่นเดียวกัน ก็คือ กฎหมายว่าด้วยการแปลงเพศ ดิฉันได้เห็นว่าการคัดเลือกทหารนั้นเปึนสิ่งที่จะต้อง ให้กําลังใจกับผู้ที่เข้าไปคัดเลือกทหารเพื่อที่จะได้เปึนกําลังของชาติ แต่ในส่วนผู้ที่เข้าไป คัดเลือกทหารนั้นโชว์ของลับในการคัดเลือก ซึ่งเปึนสิ่งที่น่าอายของประเทศมาก ดิฉันจึงเห็นว่า ถ้าหากเขาอยากจะแปลงเพศเปึนผู้หญิงแล้วไม่อยากจะไปคัดเลือกทหาร กฎหมายว่าด้วย การแปลงเพศที่ดิฉันได้ยื่นเสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรนี้ก็ควรจะได้รับการพิจารณา แม้ว่า จะเปึนกฎหมายว่าด้วยการเงินก็คงจะต้องจัดเจียดให้เขาบ้าง ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
ท่านสนธยา แสงเภา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ผ่านท่านประธานจาก การอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา และสมาชิกได้กรุณาอภิปรายในมาตรา ๖ ในส่วนของกระทรวงกลาโหมซึ่งผมได้ทําการอภิปรายไปเมื่อวานนี้ กราบเรียนผ่าน ท่านประธานว่าในส่วนของกระทรวงกลาโหมในที่นี้ให้หมายความรวมถึงกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการทหารสูงสุด กราบเรียนว่าหลายท่าน ได้ใช้เวทีแห่งนี้สื่อสารไปยังทหารหาญทั่วประเทศ รวมทั้งข้าราชการตํารวจ ในการบริหารจัดการ งบประมาณนั้นมีแต่ทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ท่านประธานครับ ทหารหาญเหล่านั้น ซึ่งอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งกระผมกับท่านประสงค์ลงไปตรวจสอบศึกษา เขาบอกผ่านกระผมมาว่า มีกระบวนการในการตรวจสอบ เขายินดีต้อนรับครับ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดทหารบกมณฑล หรือกองทัพต่าง ๆ ดังนั้นจึงขอให้ท่านเข้าไปตรวจสอบในการปฏิบัติท่านเหล่านั้นปฏิบัติการ ไปตามอํานาจหน้าที่ โดยในการจัดซื้อจัดจ้างก็มีระเบียบของพัสดุอยู่แล้วและระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีด้วยครับ เขาถือปฏิบัติตาม พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังนั้นจึงขอประทาน กราบเรียนให้กําลังใจกันบ้าง งบประมาณก็ถูกตัด เช่น ในส่วนของทหารอากาศขอไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้แค่ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเปึนแค่ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ วัสดุอุปกรณ์ก็ไม่ให้เขา ยังไปทําลายขวัญกําลังใจอีก ดังนั้นก็ขอประทานกราบเรียน ไปทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอความกรุณาได้จัดสรรงบประมาณส่วนกลางซึ่งท่านดูแลอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปให้แต่ละเหล่าทัพ เพื่อเปึนการปัองกันภัยที่จะมาคุกคามไม่ว่าจะในรูปแบบหรือนอกรูปแบบ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรว่าประเทศไทยเรานี้มีการผลิตในด้านการเกษตร เปึนอาชีพหลัก ฉะนั้นสินค้าที่จะต้องขนส่งยานพาหนะก็คือรถยนต์ ค่าใช้จ่ายสูงมาก เนื่องจากถนนคดโค้ง แล้วก็ทางเชื่อมต่อจะต้องต่อกันหลายต่อ ถ้าทางระหว่างนี้ขยายเปึน ๔ ช่องจราจรเชื่อมต่อกันหมดตั้งแต่ด่านเจดีย์สามองค์ มายังจังหวัดสุพรรณบุรี มายัง จังหวัดสิงห์บุรี อินทร์บุรี วัดทองอินทร์ บ้านหมี่ แล้วก็อําเภอชัยบาดาล ต่อไปเชื่อมกับ ทางประเทศลาว เขมรที่ผ่านทางจังหวัดหนองคาย หรือจะไปที่จังหวัดเลยทั้ง ๒ ด้าน มันมีถนนอยู่เดิมแล้ว แต่ถนนเดิมมันเล็กคับแคบแล้วก็ขาดการบํารุงรักษา สภาพทางไม่ดี คนก็ไม่นิยมใช้กัน เขาไปใช้เส้นทางใหญ่ เพราะว่ารถขนนี่บางทีก็เปึนรถพ่วงด้วย แล้วก็ อีกสายหนึ่งก็คือจากสี่แยกลํานารายณ์ไปที่อําเภอวิเชียรบุรี อําเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อําเภอหล่มสัก อําเภอหล่มเก่า แล้วก็ไปออกอําเภอวังสะพุง อันนี้ก็เชื่อมไปที่ประเทศลาว แล้วก็สายจากภาคใต้ก็จากบ้านหมี่ ตั้งแต่ลํานารายณ์ไปบ้านหมี่ไปออกจังหวัดราชบุรี แล้วก็ไปเชื่อมจนถึงจังหวัดนราธิวาส สายนี้ก็เชื่อมต่อกัน ถ้ามีการตัดโค้งก็จะลดได้ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ฉะนั้นจาก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร นี่ป้หนึ่งมีค่าใช้จ่ายเสียหายมาก และนอกจากนั้นยังมีหลาย ๆ ตอนที่จะทําสะพานข้าม ขอส่งเปึนหนังสือ ๕ ข้อ ขอบคุณครับ
หมดเวลาแล้วครับ ต่อไปขอเชิญ คุณสัมพันธ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอหารือกับท่านประธาน รัฐสภาไปถึงรัฐบาล เกี่ยวกับเรื่องปัญหาน้ําท่วมที่จังหวัดสุโขทัยที่เกิดขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรง แล้วก็กว้างถึง ๘ อําเภอ จังหวัดสุโขทัยมีทั้งหมด ๙ อําเภอ แต่ความเสียหายเกิดขึ้นถึง ๘ อําเภอด้วยกัน ซึ่งเหตุหลัก ๆ ที่น้ําท่วมจังหวัดสุโขทัย ก็เนื่องจากว่าได้มีน้ํามาจากทางจังหวัดที่เหนือกว่าก็คือ จังหวัดแพร่ซึ่งไหลมาเปึนจํานวนมาก แล้วก็ทําให้น้ําในแม่น้ํายมนั้นไม่สามารถที่จะไหลตามจํานวนได้จึงได้บ่าทะลักไปตาม คันซ้ายขวาของแม่น้ํายม ซึ่งเหตุหลักก็คือ คันหรือถนนที่อยู่ทางด้านซ้ายด้านขวา ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นพัง แล้วก็ทําให้น้ําทะลักเข้ามาในไร่นาเสียหาย เปึนจํานวนมาก ฉะนั้นส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่นเขาก็เรียกร้องให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางกรมหลวงชนบทเข้าไปดูแลรับผิดชอบถนนคันแม่น้ํายม นอกจาก จะเปึนการกั้นแม่น้ํายมได้แล้วก็ยังเปึนการที่พี่น้องใช้เปึนถนนสําหรับยานพาหนะในการที่จะ ไปมาหาสู่กันในแต่ละหมู่บ้านได้ นี่ก็เรื่องหลัก
และอันที่ ๒ ก็เกี่ยวกับเรื่องของโครงการประกันรายได้ ซึ่งทางรัฐบาลนั้นก็มี นโยบายที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่น้ําท่วมอีกต่างหากนะครับ ฉะนั้นพี่น้องประชาชน หรือว่า ทางหน่วยราชการเกษตรก็ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับว่า ถ้าประกันรายได้แล้วชดเชยได้ไหม ฉะนั้นผมฝากถึงทางรัฐบาลได้ชี้แจงกับทางเกษตร และให้เกษตรนั้นได้เข้าใจว่าโครงการ ประกันรายได้กับโครงการเกี่ยวกับค่าเสียหายชดเชยน้ําท่วมของพี่น้องเกษตรกรนั้นว่า เปึนคนละเรื่องนะครับ
หมดเวลาแล้วนะครับ เชิญครับ พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าปัญหาในภาคใต้ เมื่อวานนี้ครู ๒ คนผัวเมียก็เสียชีวิตไป ปัญหาภาคใต้เปึนปัญหาที่เรื้อรังและยาวนาน แต่สิ่งที่เราเปึนห่วงเปึนใยก็คืองบประมาณ ในภาคใต้ทุกกระทรวง ทบวง กรมลงไปมากมาย ก็เปึนที่กังขาของพี่น้องประชาชนบางส่วน หรือบางคณะว่าเงินนั้นได้ใช้ให้เปึนผลประโยชน์แล้วได้ผลคุ้มค่าหรือไม่ สิ่งที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญติดตาม เร่งรัด ประเมินผลการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราขอว่าขณะนี้ก็ไปตรวจสอบ ไม่ต้องการตรวจสอบการกระทําความผิด แต่ตรวจสอบว่า ได้ใช้จ่ายเงินนั้นอาจจะหมุนเวียนสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าขอให้ เม็ดเงินนั้นไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชนและกิจการทุกอย่างในทุก ๆ ด้าน จริง ๆ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น พวกเราทุกคนเราห่วงใยพี่น้องทหาร แต่ขณะเดียวกัน ทหารต้องถูกดูแลต้องถูกตรวจสอบด้วย เพราะว่าหลายคนก็ไม่เข้าใจในการปฏิบัติงาน พี่น้องตํารวจทหารก็ตายทุกวัน ชาวบ้านก็ตายทุกวันเพื่อพี่น้องไทย-พุทธ ไทย-มุสลิม ตรงนี้ผมว่ารัฐบาลต้องหาทางดําเนินการอะไรสักอย่างหนึ่งให้พี่น้องประชาชนหรือให้ ทุกส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่โทษกันไปโทษกันมา ไม่ว่าจะ ฝ์ายทหาร ฝ์ายพลเรือน หรือฝ์ายองค์การ เอ็นจีโอ (NGO) หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่า ตรงนี้ ๔-๕ หัวข้อที่ผมได้เสนอรัฐบาลไปแล้วไปพบนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น คงจะต้อง ให้รัฐบาลไปคิดและต้องให้ผู้อื่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ขอบคุณครับ
เชิญคุณประสิทธ์ วุฒินันไชย
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันไชย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือท่านประธาน เรื่องถนน ทางหลวงชนบทเชียงดาว-เมืองคอง กว้าง ๔ เมตร ยาว ๓๕ กิโลเมตร ขอขยายข้างละ ๑ เมตร สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับพี่น้อง ตําบลเมืองคอง อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ต้อนรับท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธีระ วงศ์สมุทร ท่านให้ความกรุณาไปเป่ดแพรคลุมปัายโครงการชลประทานขนาดเล็กใช้งบประมาณ ๒๗ ล้านบาท เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ําอุปโภคบริโภคและทําการเกษตรตลอดทั้งป้ ต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ท่านอธิบดีกรมชลประทาน ใจถึงพึ่งได้ ถึงแม้ฝนจะตกฟัาจะป่ดท่านก็ไปปฏิบัติภารกิจจนจบสิ้น พร้อมกันนั้นผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เรื่องการสัญจรไปมาและขนผลผลิตทางการเกษตร ออกสู่ท้องตลาดมีปัญหา เพราะถนนกว้าง ๔ เมตร เปึนเขาสูงชัน รถจะสวนกันแต่ละครั้ง ต้องชะลอ บางครั้งต้องจอดเพื่อให้อีกคันผ่านไปได้เขาได้รับความลําบากเปึนอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ขอให้ไปดูถนนทางหลวงชนบทเชียงดาว-เมืองคอง กว้าง ๔ เมตร ยาว ๓๕ กิโลเมตร ขอขยายข้างละ ๑ เมตร กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม มีข้อหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวนะครับ แต่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญสําหรับพี่น้อง ชาวอําเภอทุ่งสงก็คือ ผมอยากจะทราบความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําคลองวังหีบ อําเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ อําเภอทุ่งสงอยู่ใกล้กับภูเขา ปรากฏว่าในช่วงฤดูฝนฝนตกน้ําก็จะทะลักท่วมเทศบาลเมืองทุ่งสงแล้วก็ตําบลใกล้เคียง เปึนเนืองนิตย์ทุกป้ ท่านประธานครับ แล้วก็ในที่สุดน้ําก็จะไหลลงสู่แม่น้ําตรังลงทะเล จะเห็นว่าภาวะอําเภอทุ่งสงในช่วงฤดูฝนน้ําจะท่วม พอถึงฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ํา ด้วยปัญหาตรงนี้เองนะครับ พี่น้องชาวอําเภอทุ่งสงได้รวมตัวกัน เพื่อไปกราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องปัญหาดังกล่าว ปัญหาน้ําท่วมและปัญหาภัยแล้งของอําเภอทุ่งสง แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดําริ ให้กรมชลประทานพิจารณาโครงการพัฒนาลุ่มน้ําคลองวังหีบอําเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และในที่สุดกรมชลประทานมีมติเพื่อที่จะสร้างอ่างเก็บน้ําเปึนการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร แต่ขณะนี้ประมาณ ๒๐ กว่าป้แล้วท่านประธานครับ โครงการไม่คืบหน้าเลย พี่น้อง อําเภอทุ่งสงเขาได้มาร้องเรียนผมว่าโครงการนี้จะดําเนินการได้แล้วเสร็จเมื่อไรเพราะว่า เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมเลยกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา เพื่อสอบถามกรมชลประทานต่อโครงการพระราชดําริโครงการนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณ ท่านมากครับ
ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จากการสัมมนาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีความประสงค์อยากทําโครงการทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงกับมี บางองค์กรที่อยู่ในจังหวัดภาคกลางได้ออกปากว่าเขามีความประสงค์อยากจะทํา กิจกรรมอื่น ๆ มากกว่าที่จะต้องการถนนปลอดฝุ์น ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคยกราบเรียน ต่อท่านประธานวุฒิสภาไปแล้ว ดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องของโครงการถนนปลอดฝุ์นที่ผ่านมา เปึนที่กล่าวขวัญกันในหมู่ประชาชนจํานวนมากทั่วประเทศที่จะต้องกราบเรียนผ่าน ท่านประธานรัฐสภาไปยังรัฐบาลที่จะต้องชี้แจงให้เปึนที่เข้าใจว่าการทําถนนปลอดฝุ์นนั้น หมายถึงว่าไปทําให้ถนนที่เปึนถนนลูกรังกลายเปึนถนนที่เปึนลาดยางหรือว่าไปเปึนการรื้อ ถนนลาดยางหรือแอสฟัลติก (Asphaltic) แล้วไปดําเนินการลาดยางเสียใหม่ เพราะว่า ได้มีประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่าการดําเนินการในการทําถนนปลอดฝุ์นนั้น เปึนการดําเนินการโดยการไปรื้อถนนเก่าแล้วก็ไปลาดยางเสียใหม่ นอกเหนือไปจากนั้นยังมี คนกล่าวถึงว่ามีเทคนิคที่สามารถนําเอายางทั้งหลายที่รื้อออกมานั้นมาดําเนินการ มีกระบวนการใหม่เพื่อที่จะนํากลับไปแล้วก็กลับไปราดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ถือว่าเปึนเรื่องที่ ประชาชนไม่สบายใจเปึนจํานวนมากว่ามีถนนอีกหลายสายทั่วประเทศที่จําเปึนจะต้องได้รับ การพัฒนา แต่กลับกลายเปึนนําเอาเงินจํานวนนี้ไปใช้ในพื้นที่ที่ไม่สมควรในการที่จะไปรื้อ ทั้ง ๆ ที่ถนนสายนั้นอาจจะผุพังเพียงแค่จํานวนเพียงส่วนเดียวเท่านั้นระยะสั้น ๆ แต่กลับกลายเปึน ไปทําทั้งสาย ต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะฝากไปยังรัฐบาลว่าต้องกรุณาชี้แจง เรื่องโครงการถนนปลอดฝุ์นนําเอาผลงานทั้งหมดมาชี้แจงให้ทราบด้วย ขอขอบพระคุณครับ
ผมขอยุติการปรึกษานะครับ เนื่องจากว่า ขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ๓๓๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม กระผมขอ ดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระดังต่อไปนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ มีผลบังคับใช้
ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... แล้วนั้น บัดนี้ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ลง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง ลงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ แล้วนั้น ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงมีผลบังคับใช้บังคับในการประชุมตั้งแต่ วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๓ เปึนต้นไป
ซึ่งข้อบังคับนี้เรามีทั้งหมด ๑๑๙ ข้อนะครับ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ
เรื่อง ขอความร่วมมือจัดให้มีการถ่ายทอดการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เราทําหนังสือถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ให้เขาถ่ายทอด เขาก็แจ้งมาว่าเนื่องจากเขามีภารกิจมีสัญญาผูกพัน ไม่สามารถให้การสนับสนุน การถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ในวันดังกล่าวได้คือวันนี้ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ แต่เราก็ได้ถ่ายทอดสถานีวิทยุของสภา ทุกสถานีทั่วประเทศแล้ว ส่วนการถ่ายทอดช่องของสภามีก็ถ่ายทอดเปึนปกติ จึงเรียนให้ ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
เรื่อง พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ขอเชิญรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนชี้แจงท่านประธานและสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติ เพื่อที่จะขอให้ช่วยพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องของการลงนามพิธีสาร เพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งคาดว่าประเทศไทย ก็คงจะเข้าร่วมลงนามในพิธีสารดังกล่าวร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นและสาธารณรัฐเกาหลี ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลี ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ นี้ ในการนี้ประเทศไทยได้เข้าร่วมเปึนภาคีความตกลงว่าด้วย การค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี หรือ เอเคเอฟทีเอ (AKFTA) เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ หลังจากที่สาธารณรัฐเกาหลี แล้วก็ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ได้ลงนามไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๙ ซึ่งในความตกลงนี้ก็ได้กําหนดให้ อาเซียน แล้วก็สาธารณรัฐเกาหลีทยอยที่จะลดอัตราอากรการนําเข้าสินค้าระหว่างกัน จํานวนมากกว่าร้อยละ ๙๐ ของรายการสินค้า แล้วก็มูลค่าการนําเข้าให้เหลือ ๐ โดยการจัดทําความตกลงอนุญาตให้ประเทศภาคีสามารถที่จะจัดทํารายการสินค้า อ่อนไหวและรายการสินค้าอ่อนไหวสูงที่ยกเว้นไม่ต้องนํามาร่วมลดอัตราอากรให้เหลือ ๐ ตามเงื่อนไขในข้างต้นได้ แต่เนื่องจากว่าในการรวบรวมเอกสารประกอบความตกลง ว่าด้วยการค้าสินค้าที่ได้ลงนามไปแล้วเมื่อป้ ๒๕๔๙ เกิดความผิดพลาดขึ้นมา คือโดยส่วนนี้ สํานักงานเลขาธิการอาเซียนไม่ได้แนบรายการสินค้าอ่อนไหวสูงของ สปป. ลาวไปรวมเข้า กับความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ดังนั้นในส่วนนี้ สปป. ลาว จึงขอให้มีการแก้ไขในเรื่องของความผิดพลาดนี้เพื่อที่จะสะท้อนผลการเจรจาให้ถูกต้อง ซึ่งอาเซียนแล้วก็สาธารณรัฐเกาหลีได้เห็นชอบให้ทําพิธีสารเพื่อที่จะแก้ไขความตกลง ว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีขึ้น สินค้าที่ สปป. ลาวได้เสนอไว้ใน รายการสินค้าอ่อนไหวสูงหรือเอกซ์คลูชัน ลิสต์ (Exclusion list) ก็ไม่ต้องลดภาษีให้กับ สาธารณรัฐเกาหลีก็จะมีพวกสินค้าอ่อนไหว จะเปึนเบียร์ วิสกี้ บุหรี่ ยานยนต์สําหรับ ขนส่งบุคคลและสิ่งของ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ วีดีโอเกม ตู้เล่นเกม ของเล่นอื่น ๆ และอุปกรณ์เล่นเกมและการพนัน ซึ่งจะถูกจัดเก็บ อากรนําเข้าโดยเฉลี่ยมีอัตราสูงถึงร้อยละ ๓๐ ท่านประธานคะ และท่านสมาชิกรัฐสภา การที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อาเซียนแล้วก็สาธารณรัฐเกาหลีก็ไม่ได้ทําให้ประเทศไทยเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในการส่งออกไป สปป. ลาว เนื่องจากประเทศไทยยังได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องของภาษี ภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียนซึ่งถือว่าเปึนข้อตกลงที่ดีกว่า แต่พิธีสารนี้ก็จะส่งผลให้ สาธารณรัฐเกาหลีจะต้องเสียอากรนําเข้าให้กับ สปป. ลาวในอัตราเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้นสินค้าส่งออกของไทยในแง่ของการค้าเราก็จะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของยานยนต์สําหรับขนส่งบุคคล แล้วก็สิ่งของที่สาธารณรัฐเกาหลีถือว่า เปึนคู่แข่งขันในทางการค้าในสินค้าเหล่านี้อยู่ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ประเทศไทย เปึนสมาชิกอาเซียนเราก็ควรจะพยายามรักษาความเปึนเอกภาพ แล้วก็เปึนศูนย์กลาง ร่วมกันของอาเซียน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเปึนการรวบรวมเอกสารที่ไม่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของข้อตกลงร่วมกันที่ได้มีการลงฉันทามติระหว่างประเทศ สมาชิกไว้แล้ว ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าจะเปึนประโยชน์ต่ออาเซียนในการที่จะสร้างความมั่นคง ในด้านของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของในภูมิภาคอาเซียนนี้ แล้วก็เพื่อให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ดิฉันจึงขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบ การลงนามพิธีสาร เพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีการกําหนดลงนามในช่วงประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีในเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๓ นี้ที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามก็ต้องขอให้ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยค่ะ ต้องกราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปราย แสดงความคิดเห็น ขอเชิญคุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความสนับสนุนเรื่องการลงนามพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยสินค้า อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ท่านประธานครับประเทศไทยได้เข้าร่วมเปึนภาคี ในสนธิสัญญาความตกลงอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี หรือที่เรียกว่า อาเซียน เอเคเอฟทีเอ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ หรือประมาณ ๓ ป้ หลังจากที่ประเทศอาเซียนอื่น ๆ ได้เข้าร่วมลงนาม ได้จัดทําความข้อตกลงนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะกระชับและส่งเสริม ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนให้เป่ดเสรีไปก้าวหน้า และสิ่งสําคัญ ต้องการสร้างนโยบายการลงทุนให้เกิดความโปร่งใสและอํานวยความสะดวกต่อนักลงทุน และการลงทุนสําหรับชาวไทย ชาวอาเซียน และชาวเกาหลี ท่านประธานครับข้อตกลง อันนี้หรือข้อตกลงอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เอเคเอฟทีเอนี้กําหนดให้มีการลดภาษี กําหนดให้มีการยกเลิกภาษีและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่มีข้อจํากัดทางการค้า ยกตัวอย่างเช่น การลดภาษีด้านศุลกากร หรือผมขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่เรียกว่าแทริฟ แบริเออร์ (Tariff barrier) และในขณะเดียวกันมาตรการที่มิใช่ภาษีศุลกากร หรือนัน แทริฟ แบริเออร์ (Non-tariff barrier) โดยมีตารางแผนการลดภาษีที่กําหนดไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความ สะดวกและความสามารถในการแข่งขัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสินค้า ที่มีความสําคัญและสามารถที่จะให้เปึนประโยชน์กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนในส่วน ของคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ในส่วนของมอเตอร์ไฟฟัา กากน้ําตาล เส้นด้าย ยาง รถยนต์ ปลาแช่แข็ง และนอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรอีกหลายประเภท เช่น กุ้งแช่เย็น กุ้ง แปรรูป ปลาหมึก แปัง ผลิตภัณฑ์มันสําปะหลังต่าง ๆ ซึ่งเปึนสินค้าที่ประเทศไทย มีการส่งออก กราบเรียนท่านประธานครับ พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้า สินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีจะมีกําหนดให้ สปป. ลาว สามารถผนวกบัญชีรายการ สินค้าอ่อนไหวอีก ๔๐ รายการ เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์ยางรถยนต์ จักรยานยนต์ และส่วนประกอบ อีกหลายอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวไปแล้ว ท่านประธานครับ สารฉบับนี้จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งและไม่ทําให้ประเทศไทย เสียประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกไปทาง สปป. ลาว และยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ ทางภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (AFTA) คงเดิม ท่านประธานครับ เมื่อพิธีสารมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้สาธารณรัฐเกาหลีจะต้องเสียภาษีนําเข้าให้กับ สปป. ลาวในอัตราที่สูงประมาณร้อยละ ๓๐ ซึ่งเปึนการเพิ่มต้นทุนการส่งออกให้กับ สาธารณรัฐเกาหลี และแน่นอนครับสินค้าหลายสินค้าที่สาธารณรัฐเกาหลีส่งออกนั้น เปึนการแข่งขันโดยตรงกับสินค้าที่ประเทศไทยมีการส่งออก ซึ่งจะทําให้สินค้าที่ ประเทศไทยส่งออกนั้นสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและดีขึ้น ยกตัวอย่างครับ ท่านประธาน เช่น สินค้ายานยนต์และสินค้าทางด้านของเครื่องอะไหล่ยนต์ ดังนั้นผมเอง ในฐานะที่เปึนตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และได้เคยมีโอกาสเข้าร่วมประชุม ในฐานะที่เปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีป้ที่แล้วระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลี ขอสนับสนุน การลงนามพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ
พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม: (มหาสารคาม) ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธานว่าในระเบียบวาระนี้ เปึนระเบียบวาระที่เปึนประโยชน์กับประเทศไทยเปึนอย่างมาก ไม่ว่ากระผมจะคิด ในสถานะที่เปึนนักการเมืองหรือเปึนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านก็ตาม พิธีสารเพื่อแก้ไข ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ตามที่คณะรัฐมนตรี เสนอนั้นเปึนสิ่งที่น่าจะให้ความเห็นชอบ แต่ก่อนผมจะแสดงเหตุผลในเรื่องนั้น กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงสาระที่ไปที่มาตรงนี้เสียก่อน เพราะเรากําลัง ประชุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ในระเบียบวาระนี้ก็คงจะเปึน (๑๕) ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งสิ่งใดที่จะต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จะต้องผ่านช่องนั้นมา เมื่อผมดูระเบียบวาระทั้งหมด ๑๗ วาระนั้น ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้ว มี ๖ วาระที่ไม่จําเปึนจะต้องเข้ามาเลย เรามีการตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ อย่างหละหลวมออกจะกว้างขวาง ย่อมเปึนภาระของรัฐบาลในการที่ต้องคิดว่าอะไร ควรเข้า อะไรไม่ควรเข้า อะไรจะผิด อะไรจะถูก ตรงนี้น่าจะให้มีความชัดเจนว่า
๑. รัฐบาลหรือสมาชิกรัฐสภาควรที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มาเสียก่อน
๒. ถ้าหากทําตรงนั้นไม่ได้ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ในเรื่องของ ขั้นตอนและวิธีการในการที่จะดําเนินการนั้น น่าจะต้องหมายถึงประเภทเสียด้วย ถ้าหากออกกฎหมายกําหนดประเภทที่จะต้องนําเข้าสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภาตาม มาตรา ๑๓๖ นั้น ก็จะเปึนการชัดเจน กระผมกราบเรียนกลับมายังวาระตรงนี้ว่าเราเห็น สาระตามที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เรามีข้อตกลง แต่มีความผิดพลาด ในเรื่องของพิธีสารบางประการ ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผมว่าในเรื่องพิธีสารตรงนี้ ผลประโยชน์ของประเทศไทยแท้ ๆ จริง ๆ ไม่จําเปึนจะต้องนําเข้ามาอีก ประเทศไทย กับ สปป. ลาวนั้นมีอาณาเขตติดต่อกันไม่ว่าทางบก ทางรถไฟ หรือทางรถยนต์ก็ตาม เราสามารถส่งสินค้าได้
กระผมมีความเสียดายที่ปัญหาอุปสรรคบางอย่างบางประการทําให้ กระทรวงพาณิชย์ที่จะส่งเสริมการส่งออกสินค้าของประเทศไทยนั้นมีปัญหา เนื่องจาก ติดขัดข้อตกลงบางประการ ท่านประธานครับ ในสินค้าบางประการดังที่เอกสารได้กล่าวถึง ไม่ว่าเบียร์ วิสกี้หรือบุหรี่ก็ตามที่ประเทศไทยสามารถที่จะส่งออกได้ แต่นั่นคงจะเปึนกรอบ จํานวนจํากัด แต่ยานยนต์สําหรับขนส่งบุคคล ไม่ว่ารถยนต์หรืออะไรต่าง ๆ ตลอดจน สินค้ายานยนต์ส่งสิ่งของซึ่งหมายถึงรถบรรทุกและชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าชิ้นส่วนของรถยนต์ ชิ้นส่วนของมอเตอร์ไซค์ เราสามารถผลิตได้ในประเทศไทย แต่เกิดข้อจํากัดในการแข่งขัน แต่ถ้าหากให้ความเห็นชอบตรงนี้ไป กระทรวงพาณิชย์หรือคณะรัฐบาลนั้นก็สามารถ ดําเนินการที่จะส่งเสริมในการส่งสินค้าออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ขัดกับข้อตกลง ระหว่างอาเซียนด้วย กระผมจึงอยากกราบเรียนท่านเปึน ๒ ประเด็นว่า
ประเด็นที่ ๑ สภาแห่งนี้ควรจะแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มันเกิด ประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเริ่มต้นโดยรัฐบาลหรือฝ์ายสภาก็ตาม
ประเด็นที่ ๒ เรื่องทํานองนี้ไม่ควรจําเปึนที่จะต้องเข้ามา เรื่องจําเปึน ที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของสนธิสัญญา เรื่องสัญญา เรื่องกรอบการเจรจา เรื่องอนุสัญญา เรื่องข้อตกลง เรื่องของการลงนามเอาเข้ามา ตามมาตรา ๑๙๐ ผมจึง เห็นควรตรงนี้ว่าเราควรให้การสนับสนุนให้ความเห็นชอบกับคณะรัฐมนตรีที่นําเรื่องนี้ เสนอเข้ามาครับ
ท่านชรินทร์ หาญสืบสาย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตาก ก่อนอื่นกระผม ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เปึนอย่างยิ่ง ขออภัยที่ได้เอ่ยนาม ผมมีความรู้สึกตลอดมาเลยว่ารัฐสภาแห่งนี้ของเรา ต้องมาเสียเวลาประชุมพิจารณาในเรื่องที่ไม่อยากจะบอกว่าไม่เปึนเรื่องนะครับ คือมันเปึนเรื่องที่บางครั้งมันก็ผ่านมาแล้วนะครับ แล้วผมมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งว่า ข้าราชการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทําหน้าที่เท่าที่ควรว่าเรื่องไหนควรจะเอาเข้ามาหรือไม่ เอาเข้ามา เข้าใจว่าคงจะบ้าจี้มาตั้งแต่ เอ็มโอยู (MOU) เรื่องปราสาทพระวิหารนะครับ พออะไรก็ตามพอเปึนต่างประเทศนิดหน่อยจะต้องเอาเข้ามาหมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้น จึงมีร่าง พ.ร.บ. ต่าง ๆ หรือว่าหลาย ๆ เรื่อง เอ็มโอยู ข้อตกลงระหว่างประเทศคั่งค้างอยู่ มากมายทําให้ประเทศไทยเสียโอกาสไปอย่างมาก แม้แต่ฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันพิธีสาร เรื่องระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีใต้ จําได้ว่าประเทศไทยเราเปึนประเทศเดียว ที่ไม่ยอมลงนามเมื่อป้ ๒๕๔๙ ก็ทําให้อาเซียนลบ ๑ ทําความตกลงอันนี้กับประเทศเกาหลีใต้
ต่อมาประมาณ ๒ ป้ครึ่ง เราก็มีการเจรจากับประเทศเกาหลีอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ตกลงกันด้วยดี สาเหตุสําคัญก็คือประเทศเกาหลีใต้ไม่ยอมเป่ดตลาดข้าวให้เรา เพราะฉะนั้นเราพยายามที่จะเรียกร้องอย่างอื่นตอบแทนมานะครับ กรณีนี้เปึนเรื่องที่ เกี่ยวกับ สปป. ลาว โดยเฉพาะ สปป. ลาวเปึนประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานะเศรษฐกิจที่สู้ ประเทศไทยไม่ได้อยู่แล้ว และตลอดหลายสิบป้ที่ผ่านมาประเทศไทยเราเองก็ให้ความอนุเคราะห์ แก่ สปป. ลาวในเรื่องการให้ จีเอสพี (GSP) ลดหย่อนภาษีอากรนําเข้าอะไรต่าง ๆ ฉะนั้น ผมว่าเรื่องนี้โดยเฉพาะฉบับนี้ผมคิดว่ารัฐสภาของเราแห่งนี้อย่าไปเสียเวลาให้มากเลยครับ ฉบับอื่นก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีโอกาสในอนาคตอยากจะให้รัฐสภาของเราหาทางใช้อะไรก็ตาม อย่านําพวกนี้เข้ามาให้มากมายเลยครับ ขอให้เชื่อใจพวกข้าราชการไทยนะครับ รวมทั้ง กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในการที่จะทําความตกลงเรื่องเศรษฐกิจ การค้ากับประเทศใดก็ตามเรามีการกลั่นกรองศึกษากันอย่างละเอียดรอบคอบไม่ให้ ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ บางครั้งเราให้บางอย่างไปเราก็ได้อย่างอื่นกลับคืนมานะครับ โดยสรุปก็คือผมอยากขอสนับสนุนพิธีสารฉบับนี้ของกระทรวงพาณิชย์ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญคุณนคร มาฉิม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลและทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ในการทําพิธีสาร หรือข้อตกลงหรือสนธิสัญญาใด ๆ ที่จะผูกพันระหว่างรัฐต่อรัฐ ที่ต้อง ขอชื่นชมและขอสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ แสดงให้เห็นถึงปัญหาจาก การปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาบางจุดก็เปึนปัญหา อย่างเช่นกรณีเอกสารประกอบ ความตกลง เอเคเอฟทีเอ ที่ได้มีการตกลงกันไปเมื่อป้ ๒๕๔๙ เกิดข้อผิดพลาด โดยสํานักงานเลขาธิการอาเซียนไม่ได้แนบรายการสินค้าอ่อนไหวสูงของสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมเข้ากับข้อตกลง เอเคเอฟทีเอ ตามที่ได้เสนอไป ข้อผิดพลาดต่าง ๆ เหล่านี้คือประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาในรอบด้าน นอกเหนือจาก สปป. ลาวแล้ว รัฐบาลจําเปึนที่จะต้องหยิบยกข้อตกลง หรือพันธกรณี หรือสนธิสัญญาใด ๆ ไม่ว่าระหว่างรัฐไทยกับประเทศในภูมิภาคหรือประเทศต่าง ๆ เพื่อปัองกันความผิดพลาดและมองไปในอนาคตด้วย ในเมื่อเห็นข้อผิดพลาดแล้ว ท่านเสนอเพื่อขอความเห็นชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา ต้องถือว่า รัฐบาลมีความใจกว้างแล้วก็จริงใจที่จะปกปัองแล้วก็รักษาผลประโยชน์ของรัฐไทย รวมไปถึงให้ความเสมอภาคและเท่าเทียมกับประเทศคู่ค้าด้วย โดยเฉพาะประเทศ เพื่อนบ้านที่เปึนมิตรประเทศและสัมพันธภาพที่ดีกับประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมก็คือ นอกเหนือจากข้อตกลงอาเซียนนอกเหนือจากข้อตกลง ที่มีอยู่แล้ว ภายในป้ ๒๕๕๘ แล้วก็ไม่เกินป้ ๒๕๖๓ ประเทศ ในภูมิภาคก็จะต้องปลอดภาษี รัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมให้คนไทยตั้งรับเพียงพอหรือยัง แล้วก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ที่ปรากฏอยู่ในสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่ประเทศไทยได้ทํากับประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ภูมิภาค เพียงพอหรือยัง เพื่อให้คนไทยเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด ในกรณีที่ภาษีเปึน ๐ แล้วเรา จะได้ไม่รับผลกระทบ แล้วก็พี่น้องคนไทยทั้งประเทศก็จะได้รับผลประโยชน์บนความเท่าเทียมกัน ในภูมิภาค ขอถือโอกาสนี้ชื่นชมรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้นําเรื่องนี้ เข้าหารือต่อรัฐสภา ขอบพระคุณครับ
จะอภิปรายด้วยใช่ไหมครับ เชิญครับ วิป (Whip) ควรเขียนชื่อมาให้ผมหน่อยก็ดีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนําเสนอพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เพราะผมว่าเปึนเรื่องที่ดีงาม เปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ กับประเทศชาติครับ เปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์กับประชาชนที่จะทําการค้าการขายกับ ๒ ประเทศก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกับสาธารณรัฐเกาหลีครับ สิ่งที่รัฐบาลนําเสนอเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ผมอาจจะมีความเห็น แย้งกับเพื่อนสมาชิกบางท่าน แต่ผมคิดว่ารัฐบาลทําถูกแล้วครับ เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เขาเขียนไว้ว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงหรือมีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพัน ด้านการค้า การลงทุน ให้นําเสนอครับ และในวรรคสามก็เขียนต่อครับก่อนดําเนินการ เพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ผมจึงเห็นด้วยว่าการที่ รัฐบาลนําเสนอนี้เปึนเรื่องที่ถูกต้อง ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เปึนประโยชน์กับประชาชนคนไทยที่จะทําการค้าครับ เรื่องดี ๆ อย่างนี้ต้องให้คนรู้ว่าเรามีสัญญาอะไรกับประเทศใด มีข้อตกลงใดกับประเทศใด ประชาชนที่ฟังการอภิปรายฟังการประชุมของรัฐสภาจะได้เกิดความเข้าใจ และในเรื่อง อย่างนี้รัฐบาลนําเสนอบัญชีรายการสินค้าอ่อนไหว เราก็จะได้ทราบว่าสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐเกาหลีมีสินค้าใดที่เปึนเรื่องอ่อนไหวบ้าง เพื่อประหยัดเวลาของรัฐสภา ผมจึงเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลนําเสนอฉบับนี้ครับ
ขอขอบคุณครับ ท่านวรงค์เห็นด้วย ไม่จําเปึนต้องอภิปรายกระมังครับ เสียเวลา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก โดยหลักการนี่ก็คงเปึนความเข้าใจตรงกันที่ทั้งอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีมีข้อผูกพัน ร่วมกันในด้านการค้า แล้วก็การแก้ไขครั้งนี้เปึนพิธีสารที่แก้ไขเพื่อประโยชน์ของเพื่อน สมาชิกก็คือ สปป. ลาว เนื่องจากว่าเขาลืมลงรายการสินค้าอ่อนไหว ๔๐ รายการ ที่จะต้องมีการแก้ไข เพียงแต่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ นิดเดียวว่า พอดี ในเอกสารที่ท่านได้แนบมาให้ ท่านบอกว่าจะได้มีการกําหนดให้มีการลงนามในพิธีสารนี้ ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีในเดือนสิงหาคมศกนี้ แต่พอดีตอนนี้มันเดือนกันยายน เลยอยากจะทราบว่าตกลงเปึนอย่างไรกันแน่ครับ
ก็คงจะป่ดอภิปรายได้ เพราะแต่ละท่าน ก็สนับสนุน กระผมก็จะขอมติที่ประชุมเลยจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนะครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ที่อยู่ที่ห้องกรรมาธิการเชิญลงมาห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เพื่อจะได้ตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็โหวต มีอะไรคุณบุญยอดครับ ป่ดการอภิปรายแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมกราบเรียนต่อท่านว่า เมื่อสักครู่นี้สมาชิกบางท่านก็มีคําถามต่อท่านรัฐมนตรีเปึนคําถามที่ผมคิดว่าทําความเข้าใจได้ การที่จะมาขอมติในวันนี้บอกว่าจะไปทําการลงนามในเดือนสิงหาคมซึ่งผ่านมาแล้ว ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะต้องให้รัฐมนตรีตอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อสมาชิก และประชาชนด้วยนะครับ ท่านประธานน่าจะต้องให้โอกาสนั้นครับขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ จะตอบหรือมันยาวไปหรือเปล่าครับ ถ้าตอบเดี๋ยวมันจะยาวอีกนะ เดี๋ยวจะให้ตอบตลอดวันนะวันนี้ ตามอัธยาศัย
ไม่มีอะไรค่ะ กราบเรียนท่านประธานค่ะ คือที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสงสัยเดือนสิงหาคมก็ไม่ได้เซ็นนะคะ ก็คงจะต้องไปรอในซัมมิท (Summit) ซึ่งจะเปึนเดือนตุลาคมที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องไปประชุมซัมมิทที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เราก็จะไปเซ็นตอนนั้น ต้องขอขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ เชิญเข้าห้องประชุม ไหน ๆ เราจะปรองดองกันแล้วก็ขอให้เต็มห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการก็หยุดประชุมก่อนนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมก่อน เข้ามาเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าไม่ครบองค์ประชุมผมก็จะได้ป่ดประชุมครับ ถ้าท่านเข้ามา เรียบร้อยแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ถ้าท่านเข้ามาเรียบร้อยแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้ว มีอะไรคุณผ่องศรี
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน วันนี้ มีประชุมคณะกรรมาธิการหลายคณะ ขอท่านประธานได้โปรดกรุณารอสักครู่หนึ่งค่ะ
ผมรอจนเมื่อยมือแล้วครับ คนที่เขามาแล้ว คนที่ถ่วงเวลาคนอื่นเขาไม่มีจริยธรรมบ้างเลย ควรจะเป่ดดูจริยธรรมในลิ้นชักบ้างนะครับ มาทีหลังช่วยเสียบบัตรแสดงตน ก็ถือว่าทุกท่านได้เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ เหลืออยู่ ๒-๓ ท่านกําลังเข้ามา ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายเสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยหรือยัง ท่านใดยังไม่เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ผมจะขอผล ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๐ ท่าน เดินเข้ามาอีกก็หลายท่าน แต่ถือว่า ๓๓๐ ท่าน ครบองค์ประชุม มี ๓๓๐ ท่าน ก็เกินองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไข ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ลงคะแนนกันเรียบร้อยแล้ว ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ของภูมิภาคอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เชิญรัฐมนตรีแถลงครับ เดี๋ยวรัฐมนตรี ขอสักประเดี๋ยวครับมีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ต่อไป ดิฉันกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะขอเสนอเลื่อนวาระการประชุมเพื่อให้สมาชิก ได้เตรียมตัวในการศึกษา แล้วก็ขออนุญาตจะได้แจ้งเหตุผลในการเสนอเรื่องตามวาระ เร่งด่วนนะคะ ดิฉันขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมที่ ๕.๕ ร่างข้อมติเกี่ยวกับ การปฏิรูปอํานาจการออกเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนา และการเพิ่ม ทุนสามัญ ป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลก (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) และมีความจําเปึน จะต้องพิจารณาเร่งด่วนเนื่องจากจะต้องไปร่วมลงนามในข้อมติดังกล่าวในวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓
ลําดับต่อไปขอเลื่อนเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๕.๔ บันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีความจําเปึน เร่งด่วนเช่นกันนะคะ
ลําดับที่ ๓ ขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๘ พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลง ว่าด้วยการค้าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒
ลําดับที่ ๔ ขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๒ ร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
และลําดับที่ ๕ ระเบียบวาระที่ ๔.๔ กรอบการเจรจาความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ซึ่งทั้งหมดที่ได้เสนอ เลื่อนนี้ขอให้พิจารณาต่อจากเรื่องที่ ๒ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมใคร่ที่จะเรียนถามผู้ขอเสนอเลื่อนเรื่องเพื่อพิจารณา ด้วยเหตุผลครับ ท่านประธาน เปึนการประชุมที่มีเนื้อหาที่มีความสําคัญอย่างยิ่งทั้ง ๕ วาระ ที่ขอเลื่อนครั้งเดียว เผอิญว่าเรื่องนี้พอเลื่อนแล้วก็จะได้พิจารณาพอต่อเลย ไม่ได้รอในการพิจารณาครั้งต่อไป เหมือนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ผมก็เปึนห่วงว่าไม่ว่าจะเปึนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ ระเบียบวาระที่ ๔.๘ ระเบียบวาระที่ ๔.๒ และระเบียบวาระที่ ๔.๔ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ บางเรื่องเกี่ยวข้อง กับการลงทุน การเพิ่มทุน ซึ่งมองเห็นว่าเปึนสิ่งที่มีความละเอียด แล้วท่านประธาน ก็นัดประชุมวันนี้เปึนวันพุธด้วย ซึ่งเปึนวันที่พวกผมจะต้องประชุมสภาพิจารณากฎหมาย ก็มานัดพิเศษโดยไม่รู้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ทราบมาก่อนก็รีบประชุมกันฉุกละหุก ตามระเบียบวาระที่มีมา ก็คือข้อที่เปึนข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ซึ่งจะพิจารณาในวันนี้ ส่วนข้อ ที่ขอเพิ่มใหม่ก็ยังเข้าใจว่าจะต้องใช้ความรอบคอบอยู่ เพราะฉะนั้นกระผมยังมีความเห็นว่า ควรที่จะได้พิจารณากันไปตามวาระ การดูข้อกฎหมายต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา แม้จะเปึนการต้องให้ความเห็นชอบต่องานที่รัฐบาลท่านจะทํา แต่ว่ารัฐบาลก็น่าจะมี แผนล่วงหน้า บางเรื่องเพิ่งเสนอเข้ามาใหม่ อย่างเช่น ระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ เรื่องเสนอใหม่นะครับท่านประธาน เปึนเรื่องเสนอใหม่ก็คงจะเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หรืออาจจะก่อนออกระเบียบวาระนี้เท่านั้น ก็มาเลื่อนวันนี้แล้วเพื่อจะให้พิจารณาวันนี้เลย ผมใคร่ที่จะทราบเหตุและผลว่าการกําหนดเตรียมการการประชุมร่วมที่จะมีวาระอะไร โดยธรรมเนียมการปฏิบัติ ถ้าไม่จําเปึนก็อย่าไปหลีกหรือเบียดวันเวลาที่จะต้องประชุมสภา ในการพิจารณากฎหมาย เพราะเปึนเรื่องสําคัญของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าดุลยพินิจของ ท่านประธานกําหนดได้ แต่ว่าควรที่จะได้ใคร่หารือกันระหว่างทั้ง ๒ สภา ด้วยวิป ๒-๓ ฝ์าย และจะเลื่อนอะไรขึ้นมาก็คุยกันเสียก่อน ผมได้รับการประสานงานจากท่านเลขานุการวิป เหมือนกันจะขอเลื่อนเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ ๔ ทํานองอย่างนี้ แต่เนื้อหารายละเอียด ผมดูแล้วว่ามันมีความรอบคอบ ถ้าจะเลื่อนไว้เฉย ๆ แล้วพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ผมไม่ขัดข้องเลย แต่ว่าถ้าโดยข้อบังคับเลื่อนวันนี้ พิจารณาวันนี้เลยนะครับต่อจาก เรื่องที่ ๒ ที่เสร็จแล้ว ก็จะเอาเรื่องที่เลื่อนขึ้นใหม่เปึนเรื่องที่ ๓ ก็อยากจะขอทราบเหตุและผล เพื่อความรอบคอบครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญให้เหตุผล ผู้ขอเลื่อน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ตามที่ท่านไพจิตได้ให้ข้อสังเกตเรื่อง การเลื่อนระเบียบวาระ ในเบื้องต้นก็ขอกราบเรียนว่าเห็นพ้องต้องกันนะคะว่า ในการเลื่อนนั้น ก็คงจะได้พิจารณาล่วงหน้า แต่ว่าเนื่องจากมีความจําเปึนแล้วระเบียบวาระที่ได้เสนอเลื่อนนี้ ก็มีการประชุมต่อเนื่องของตัวแทนจากประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ในเรื่องที่ ๑ ได้กราบเรียนไปแล้ว เรื่องเลื่อนที่ ๑ ที่เสนอขึ้นมาในวันนี้ก็จะต้องลงมติในวันที่ ๑๐ กันยายน อันนี้ก็เปึนความรับผิดชอบของกระทรวงการคลังที่จะต้องไปร่วมประชุม
ส่วนในเรื่องที่ ๒ บันทึกความเข้าใจเรื่องการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็เปึนเรื่องที่ได้ลงนามไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม แต่ว่า ต้องมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนเพื่อให้มีผลผูกพันนะคะ โดยการจัดประชุมต่อไป ก็จะเริ่มขึ้นประมาณต้นเดือนตุลาคม บัดนี้ก็อยู่ในช่วงเดือนกันยายนก็เห็นสมควรว่า มีความจําเปึนต้องพิจารณานะคะ
สําหรับเรื่องลําดับที่ ๓ นั้นเรื่องพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ ก็เปึนเรื่องที่อาเซียน และจีนตั้งเปัาหมายให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจได้ลงนามในพิธีสารดังกล่าว ในช่วงระหว่างที่มี การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเดือนสิงหาคม จริง ๆ ก็ผ่านมาแล้วนะคะ แต่ว่า จะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ พฤศจิกายนนี้ เรื่องอื่น ๆ ก็ได้เรียงลําดับไว้ ดิฉันก็กราบเรียน ก็เห็นด้วยกับท่านไพจิตนะคะว่าต่อไปก็คงจะให้คณะรัฐมนตรีได้จัดลําดับที่มีความจําเปึน แต่ว่าที่ได้แจ้งให้สมาชิกได้เลื่อนล่วงหน้านั้นเพื่อให้สมาชิกได้เตรียม ได้ศึกษาเอกสารนะคะ ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพค่ะ
ก็ไม่มีปัญหาอะไรกระมังคุณไพจิต เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา จะขอความกรุณาจากรัฐบาลอย่างนี้ได้ไหมท่านจะเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ ไว้เพียง ๒ เรื่องเท่านั้น ส่วนระเบียบวาระที่ ๔.๘ ระเบียบวาระที่ ๔.๒ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ ขอให้พิจารณาตามระเบียบวาระนะครับ ผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน ๒ เรื่อง ก็เปึนเรื่องสําคัญแล้วนะครับ เรื่องระเบียบวาระที่ ๕.๕ เปึนเรื่องอาเซียน-จีน ของสมาคม ที่มีการคิดกันไว้ล่วงหน้านาน ส่วนเรื่องระเบียบวาระที่ ๕.๕ เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เงินเรื่องทอง เรื่องการเพิ่มทุนเปึนรายละเอียดแล้วก็เห็นความจําเปึนว่ารัฐบาลจําเปึน จะต้องไปประชุมลงนามวันที่ ๑๐ อะไรทํานองนั้นก็เอาเพียง ๒ เรื่อง ส่วนเรื่องที่ ๔.๘ สําคัญเลยนะครับ เรื่องข้อตกลงสินค้าภายใต้กรอบ เรื่องเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน มันจะกระทบต่อภาระที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรที่มี รายละเอียดเยอะเลย จะขอเวลาให้พิจารณาตามระเบียบวาระครับ ๔.๘ จะขอความกรุณา จากฝ์ายรัฐบาลให้เลื่อนเพียง ๒ เรื่องก่อนจะได้ไหมครับ
ก็ขอเลื่อน ๕ วาระ แต่ทางฝ์ายค้าน เขาขอระเบียบวาระที่ ๕.๕ กับระเบียบวาระที่ ๕.๔ ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลมีความเห็น อย่างไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ท่านไพจิตได้ขอให้เปลี่ยนเรื่องเลื่อนให้ปรับลง ก็ขออนุญาตว่า ขอเลื่อน ๓ เรื่องได้ไหมคะ แต่ว่าวันนี้อาจจะยังประชุมไปได้ไม่ถึงแต่ว่าให้เลื่อนไว้ ก็คือ ระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ แล้วก็ระเบียบวาระที่ ๔.๘ ส่วนระเบียบวาระที่ ๔.๒ และระเบียบวาระที่ ๔.๔ ก็ขอ ๓ เรื่องแล้วกันเพราะคิดว่ามีความจําเปึนค่ะ
เข้าใจแล้วครับ ขอ ๓ เรื่อง ไม่ให้เสียเวลา นะครับคุณไพจิต อีก ๒ เรื่อง ๔.๒ ๔.๔ นี้ก็เอาไปตามวาระนะครับ
กราบขอบพระคุณค่ะ
ก็ไม่ได้มีการแก้ไขอะไร ถือว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ต่อจากที่เราจะดําเนินการในวาระที่สอง เรื่องสนธิสัญญา แล้วระเบียบวาระที่ ๕.๔ เปึนเรื่องต่อไป ระเบียบวาระที่ ๔.๘ กระผมขอ ดําเนินการไปเลยนะครับ
ต่อไปสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ของภูมิภาคอาเซียน
เชิญรัฐมนตรีแถลงครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีขอเสนอสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในทางอาญาของอาเซียน เพื่อที่รัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยเหตุผล ที่ต้องจัดทําสนธิสัญญาฉบับนี้ เนื่องจากมีการประกอบอาชญากรรมข้ามชาติในกลุ่ม ประเทศอาเซียนมากขึ้น เช่น การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ ความผิดต่อทรัพย์สิน ชีวิต และร่างกาย เปึนต้น ทําให้ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนต้องร่วมมือกันในการสืบสวน สอบสวน ดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิด แต่เนื่องจากแต่ละประเทศมีอํานาจอธิปไตยและเขต อํานาจของตนเอง การขอและให้ความร่วมมือจึงต้องดําเนินการผ่านความตกลงระหว่าง ประเทศ แต่การทําความตกลงทวิภาคีต้องใช้ระยะเวลาและอาจไม่เปึนไปในแนวทาง เดียวกัน ประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศจึงร่วมกันจัดทําสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในทางอาญาของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเปึนสนธิสัญญาพหุภาคี ซึ่งเมื่อมีการให้ สัตยาบันแล้วจะมีผลใช้บังคับกับทุกประเทศในอาเซียน อันจะทําให้การปัองกันและ ปราบปรามอาชญากรรมมีประสิทธิภาพเปึนมาตรฐานเดียวกัน สําหรับสนธิสัญญาฉบับนี้ ได้มีการเจรจาเพื่อจัดทําสนธิสัญญาจํานวน ๒ ครั้ง คือในเดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๔๖ และเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๔๗ โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมเจรจาตั้งแต่แรก แต่ในส่วนของ การลงนามในสนธิสัญญานั้นได้มีการลงนามตั้งแต่เมื่อป้ ๒๕๔๗ โดย ๘ ประเทศอาเซียน ได้ลงนามคือ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไนดารุสลาม ประเทศเวียดนาม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศลาวและประเทศกัมพูชา โดยประเทศไทย กับประเทศพม่าก็ได้ลงนามไปเมื่อป้ ๒๕๔๙ ส่วนการให้สัตยาบันนั้นขณะนี้มี ๙ ประเทศได้ให้สัตยาบันไปแล้ว ยกเว้นประเทศไทยนะครับ ประเทศไทยจึงเปึนประเทศสุดท้ายที่จะให้สัตยาบันดังกล่าว โดยเมื่อมีการให้สัตยาบัน ไปแล้วกฎหมายสําหรับอนุมัติการสนธิสัญญานั้นก็จะได้มีการยกร่างกฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดําเนินการต่อไป โดยประเด็นสาระสําคัญของสนธิสัญญานั้นก็จะมีดังต่อไปนี้ก็คือ หน่วยงานซึ่งเปึนหน่วยงานรับผิดชอบในการดําเนินการตามสนธิสัญญาก็คือสํานักงาน อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลาง ตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่าง ประเทศในเรื่องทางอาญา ป้ ๒๕๓๕ นะครับ ส่วนการให้ความร่วมมือตามสนธิสัญญา ก็จะให้ในขอบเขตที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ โดยทุกเรื่องจะต้องอยู่ภายใต้บังคับ ของกฎหมายภายในของประเทศที่ได้รับคําร้องขอ ซึ่งหมายความว่าแต่ละประเทศจะต้อง เคารพอํานาจอธิปไตยและขอบเขตอํานาจซึ่งกันและกันลักษณะของการให้ความช่วยเหลือ ที่จะให้กันตามสนธิสัญญา เช่น การขอให้รวบรวมพยานหลักฐานหรือการสอบปากคํา พยานบุคคลด้วยความสมัครใจ การส่งเอกสารเกี่ยวกับคดี การค้นและยึดวัตถุ การตรวจค้น วัตถุและสถานที่ การจัดหาต้นฉบับหรือสําเนาเอกสารหรือสิ่งของที่เปึนพยานหลักฐาน การค้นหาและการระบุตัวพยานบุคคลและผู้ต้องสงสัย การระบุติดตามอายัด ยึด การคืน ทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งในสนธิสัญญานั้นก็จะมีการพูดถึงกรณีที่จะปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ซึ่งจะมีปรากฏอยู่ในเอกสารสนธิสัญญา ซึ่งได้ส่งให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาแล้ว
สําหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการให้สัตยาบันก็คือ ๑. เปึนการพัฒนา ยกระดับความร่วมมือทางอาญากับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มี สนธิสัญญากับประเทศต่าง ๆ ในระดับทวิภาคี กับ ๒. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ จูริสดิกชัน (Jurisdiction) ในการบังคับใช้กฎหมายของไทยและรัฐภาคีในการปัองกัน และปราบปรามอาชญากรรม การสืบสวนสอบสวนและการฟัองคดีอาญาต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการค้น ยึด อายัดทรัพย์สินที่ได้มาจาก การกระทําความผิดให้สามารถดําเนินการระหว่างรัฐภาคีได้ทันทีครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ คณะรัฐมนตรีขอเสนอเพื่อที่รัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบครับ
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกอภิปราย แสดงความคิดเห็น เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นต่อสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ก่อนอื่น ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าสนธิสัญญาฉบับนี้ก็เปึนไปอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าความจริงแล้วเปึนสนธิสัญญาที่ประเทศไทยได้ลงนามไปแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ และขณะนี้ประเทศไทยเปึนประเทศสุดท้ายที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน สนธิสัญญาฉบับนี้ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเมื่อพูดถึงสนธิสัญญาว่าด้วย ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางอาญาฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ประเทศไทยก่อนหน้านี้ก็ได้ทําสนธิสัญญาในลักษณะเดียวกันนี้กับประเทศต่าง ๆ มาแล้ว ๑๔ ฉบับ ฉบับแรกเราทําตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ ด้วยซ้ําไปกับประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มี ประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะกราบเรียนตั้งเปึนข้อสังเกตและขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้กรุณาได้ชี้แจงเพิ่มเติม ก็คือในสนธิสัญญาฉบับนี้นั้นได้พูดถึงเรื่องการบังคับใช้ ของสนธิสัญญาว่าภายหลังจากการให้สัตยาบันแล้ว สนธิสัญญาฉบับนี้นอกจากจะมี ผลบังคับใช้ด้วยข้อความที่ปรากฏในสนธิสัญญาของตัวมันเองแล้วนั้น ยังได้ใช้ถ้อยคํา เชื่อมโยงไปสู่กฎหมายภายในของประเทศ สังเกตได้จากข้อความในข้อ ๓ ซึ่งเปึนข้อว่า ด้วยข้อจํากัดการช่วยเหลือ เขาบอกว่าให้เปึนไปตามกฎหมายภายในของประเทศ นอกจากนี้ยังมีข้อความในข้อ ๑๑ เปึนข้อพูดถึงการได้มา ซึ่งพยานหลักฐาน ข้อ ๑๓ พูดถึงการจัดหาให้ซึ่งเอกสาร ข้อ ๑๔ การปรากฏตัวของบุคคล แล้วก็ยังมีไล่เลียงไป จนถึงข้อสุดท้ายคือข้อ ๒๔ ซึ่งเปึนข้อพูดถึงการรับรองและการยืนยันความถูกต้องแท้จริง ทั้งในเรื่องของเอกสาร และข้อเท็จจริงที่ประเทศภาคีจะขอรับความช่วยเหลือจากประเทศไทย หรือในทางกลับกัน ประเทศไทยจะขอรับความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าวกับประเทศภาคีก็จะต้อง เปึนไปตามกฎหมายภายใน ประเด็นปัญหาก็คือว่าเมื่อเปึนเช่นนี้แล้วนั้นความพร้อมของ กฎหมายภายในของประเทศไทยนั้นมีความพร้อมต่อการรองรับความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามสนธิสัญญาฉบับนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเราหันกลับมาดูกฎหมายภายในของประเทศไทย ก็จะพบว่ามีอยู่ ๒ ฉบับซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ฉบับแรกก็คือกฎหมายซึ่งว่าด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจะพูดถึงวิธีการในการสืบสวนสอบสวน คดีอาญาตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ จนกระทั่งชั้นศาล อีกฉบับหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องคดีอาญา ๒๕๓๕ ก็จะพูดถึง เรื่องของความร่วมมือในทางคดีอาญาระหว่างประเทศ ในกฎหมายฉบับนี้ก็คือ พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญา ๒๕๓๕ นั้น พูดมากกว่า ในสนธิสัญญาฉบับนี้ด้วยซ้ําไป ผมจะยกตัวอย่างนะครับว่าเรื่องของการให้ได้มา ซึ่งพยานหลักฐานตามสนธิสัญญาฉบับนี้นั้นพูดถึงเรื่องสืบพยานบุคคล แต่มิได้บอกว่า ประเทศไทยต้องให้ความร่วมมือในการสืบพยานบุคคลในชั้นใดในระหว่างของขั้นตอน การดําเนินคดีอาญา อาจจะต้องแปลความว่าเปึนการสืบพยานเฉพาะในชั้นศาลเท่านั้น หรือไม่ แต่ถ้าเราไปดูกฎหมายภายในประเทศของเรานั้น จะพบว่าในมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่พูดถึงความร่วมมือตั้งแต่ชั้นการสอบสวน พยานในชั้นของพนักงานสอบสวนด้วยซ้ําไป เมื่อเปึนเช่นนี้นั้นก็ต้องถามว่าความพร้อม ของประเทศไทย การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเพื่อให้สอดรับกับ ความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างประเทศในทางคดีอาญา เพราะมันเปึนเรื่องที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ในเมื่อเราพยายามที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ประเทศที่มี การตกลงต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับเวทีโลก การเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่าง ประเทศมีมากขึ้น คดีอาชญากรรมซึ่งเกิดขึ้นระหว่างประเทศย่อมมีมากขึ้นเปึนเงาตามตัว เพราะฉะนั้นความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญาจึงมีความจําเปึน แต่ภายใต้ ความจําเปึนดังกล่าวนั้นการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเริ่มตั้งแต่การปรับปรุง กฎหมายภายในของประเทศไม่ให้เสียเปรียบในการช่วยเหลือในคดีอาญาซึ่งกันและกัน การเตรียมความพร้อมของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมไทยนั้น ท่านรัฐมนตรีจะต้อง คํานึงถึงเรื่องนี้ให้มากด้วยนะครับ เพราะลําพังแต่การสอบสวนพยานหลักฐานสําหรับคดี ภายในประเทศเรายังมีปัญหาอยู่ ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมเชื่อว่าท่านประธาน ก็คงทราบว่าสังคมมีคําถามต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในคดีเรื่องหนึ่งก็คือ คดีที่ลูกจ้างของกรุงเทพมหานครซึ่งเปึนพนักงานเก็บขยะสังกัดเขตสะพานสูง นําซีดี (CD) เก่าซึ่งเก็บได้จากกองขยะไปขายแล้วถูกจับกุมในข้อหาเปึนผู้ประกอบการผลิตภาพยนตร์ จําหน่ายแผ่นบันทึกภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จนกระทั่งถูกศาลปรับเปึนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ตามด้วยคดีที่ ๒ ในเขต สน. บางมด พนักงานอะไหล่นําซีดีเก่าของ บุตรชายออกขาย ถูกจับกุมในฐานะผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาเขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า ขั้นตอนของการสอบสวนพยานหลักฐาน ของพนักงานสอบสวนนั้นต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ ความผิดและพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวน ของประเทศไทยรวบรวมพยานหลักฐานในลักษณะของการพิสูจน์ความผิดอย่างเดียวครับ เปึนเหตุให้คนซึ่งไม่ได้ประกอบธุรกิจในด้านนี้ ๒ รายต้องถูกศาลลงโทษในข้อหาประกอบ ธุรกิจผลิตภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้อง คํานึงถึงมาก ๆ ก็คือไม่ใช่แต่เพียงหลักการของการที่จะไปทําความตกลงในระดับภูมิภาค อาเซียนในการที่จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องของคดีอาญาเพียงเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะฝากไว้เปึนข้อสังเกตไว้มาก ๆ ก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อมของ บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมไทย เรื่องของการพัฒนากฎหมายไทยให้สามารถก้าวไปสู่ ความเปึนกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล เพื่อรองรับการที่จะต้องปฏิบัติตาม สนธิสัญญาฉบับนี้
ประเด็นสุดท้ายซึ่งผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง ก็คือว่า เมื่อสนธิสัญญาฉบับนี้เขียนโดยมีจุดเชื่อมโยงกับกฎหมายภายในของประเทศแล้ว ต่อไป ถ้ากฎหมายภายในประเทศจะมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของการสอบสวนสืบสวน การพิจารณาคดีอาญาในประเทศไทย ประเทศไทยยังคงมีอํานาจอธิปไตยโดยอิสระ ในการที่จะแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นได้ โดยไม่ต้องไปร้องขอกับประเทศภาคี ก่อนหรือไม่ เปึนประเด็นสําคัญนะครับ เพราะเชื่อมโยงกับความเปึนอํานาจอธิปไตย ทางกฎหมายของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ
คุณทศพล เพ็งส้ม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง เกี่ยวกับสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางอาญา ก็อยากจะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีในประเด็นก็คือ ข้อ ๒ ข้อจํากัดความช่วยเหลือ ในข้อ ๑ นั้นภาคีผู้รับคําร้อง จะปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือถ้าภาคีนั้นเห็นว่า ข้อ ก คดีที่มีพฤติการณ์ของการกระทํา ที่เกี่ยวเนื่องกับทางการเมือง ท่านประธานครับเฉพาะเรื่องการเมืองนั้นที่จะไม่สามารถ สืบสวนสอบสวน หรือกระทํา หรือไม่กระทํากับผู้กระทําความผิดได้ แต่ผมมาสงสัยก็คือว่า ในข้อ ๓ เพื่อวัตถุประสงค์ของวรรคย่อย ๑ ก. ความผิดดังต่อไปนี้ ไม่ให้ถือว่าเปึนความผิด อันมีลักษณะทางการเมือง ก ความผิดต่อชีวิต ร่างกายของประมุขแห่งรัฐหรือบุคคล ในครอบครัวของประมุขแห่งรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากข้อ ๓ ถ้าเกี่ยวกับ ความผิดต่อชีวิต ร่างกายของประมุขแห่งรัฐแล้ว สามารถสืบสวนสอบสวนได้ไม่อยู่ใน ข้อยกเว้นของข้อ ๓ ที่ข้อจํากัดความช่วยเหลือ ขอถามท่านรัฐมนตรีครับว่าถ้าในคดี ที่เกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่นประมุขของรัฐ หรือผู้นํา หรือบุคคลในครอบครัว ของประมุขแห่งรัฐ เปึนอยู่ในเงื่อนไขว่าไม่สามารถดําเนินการสืบสวนสอบสวนได้ใช่ไหม เพราะไม่เช่นนั้นแล้วประเทศภาคีทั้งหมดนะครับ ไม่ว่ารัฐบาลของบรูไนดารุสซาลาม หรือสหภาพพม่า โดยเฉพาะประเทศภาคีส่วนใหญ่ล้วนมีประมุขทั้งสิ้น ถ้าเปึนข้อยกเว้นว่า เกี่ยวกับประมุขนั้นเปึนความผิดเฉพาะแต่ชีวิตร่างกายแล้ว ความสําคัญของสนธิสัญญา ฉบับนี้ที่เราอ้างนักอ้างหนาว่าอาจจะมีการล้มเจ้าหรือมีการดูหมิ่นอยู่ต่างประเทศ จะเปึน ข้อยกเว้นไม่สามารถดําเนินการสืบสวนสอบสวนได้เลย ก็อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า จริงไหมครับว่าคดีเกี่ยวกับหมิ่นประมาท ดูหมิ่นประมุขแห่งรัฐ หรือบุคคลในครอบครัว ของประมุขแห่งรัฐนั้น ไม่อยู่ในข้อตกลงที่จะดําเนินการสืบสวนสอบสวนการฟัองคดี เพราะไม่ถือว่าเปึนโทษร้ายแรง และถือว่าเปึนพฤติการณ์เกี่ยวกับทางการเมืองที่ไม่ต้อง สอบสวนครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณธนา ชีรวินิจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นชอบที่จะให้มีการดําเนินการให้สัตยาบันกับสนธิสัญญาว่าด้วย ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียนที่ได้เสนอต่อรัฐสภา ในวันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยเราต้องถือว่าเปึนประเทศริเริ่มในการที่จะ ให้มีการจัดทําสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ของภูมิภาคอาเซียน และได้มีการดําเนินการตกลงร่วมกันจนกระทั่งมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเมื่อป้ ๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ซึ่งมีประเทศที่เข้าร่วมลงนาม อาทิเช่น สาธารณรัฐสิงคโปร์ มาเลเซีย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ สหภาพพม่า และล่าสุดก็คือ ราชอาณาจักรกัมพูชา มีอยู่ประเทศไทยประเทศเดียวครับซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ลงนาม ในสัตยาบันสนธิสัญญา ซึ่งกระผมกราบเรียนว่าในข้อตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันทางคดีอาญานั้น ในมาตรา ๓๑ ระบุไว้ชัดเจนครับว่าจะไม่สามารถดําเนินการได้ ถ้าประเทศนั้นยังไม่ได้ให้สัตยาบันกับสนธิสัญญาดังกล่าวตามข้อ ๓๑ เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นด้วยกับคณะรัฐมนตรีที่ได้นําเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในวันนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าจากการติดตามข้อมูลก็ได้ทราบว่าทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้สํานักงาน อัยการสูงสุดได้จัดทําพระราชบัญญัติซึ่งเราเรียกว่าพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่าง ประเทศในเรื่องอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้พิจารณา ร่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว รอแต่เพียงรัฐสภาแห่งนี้จะได้ให้ความเห็นชอบสัตยาบัน ซึ่งเมื่อให้ ความเห็นชอบแล้วทางคณะรัฐมนตรีก็คงจะได้นําเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเข้าสู่การ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้นั้นจะเปึนประโยชน์เนื่องจากการกระทําความผิดอาญา ในปัจจุบันนี้ไม่ได้เปึนการกระทําความผิดอาญาในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปึนการกระทํา ความผิดอาญาข้ามชาติซึ่งทําได้ง่ายโดยเฉพาะในประเทศอาเซียนด้วย เนื่องจากเรา มีข้อตกลงที่จะให้การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างสมาชิกหรือพี่น้องประชาชนในประเทศ อาเซียนนั้นสามารถเดินทางไปประเทศอื่นที่อยู่ในอาเซียนด้วยกันโดยไม่ต้องมีการขอวีซ่า (Visa) นั่นทําให้เกิดการดําเนินการกระทําความผิดอาญาที่เปึนในลักษณะของการทําผิด ข้ามชาติได้ง่ายขึ้น ในสนธิสัญญาฉบับนี้ซึ่งกระผมได้กราบเรียนท่านประธานว่า
ข้อ ๑ ขอบเขตความช่วยเหลือ ซึ่งขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านให้ ท่านประธานได้ทราบว่า ภายใต้บังคับของสนธิสัญญานี้และกฎหมายภายในของบรรดา ภาคี บรรดาภาคีจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาว่าด้วยมาตรการ ที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ อาทิ การสืบสวนสอบสวน การฟัองคดีและการดําเนินการ ที่เปึนผลของการนั้น
ข้อ ๒ การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามสนธิสัญญานี้อาจรวมถึง ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง การดําเนินคดี ในความผิดทางอาญานั้นถ้าปราศจากซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐาน การตรวจสอบพยาน วัตถุ สถานที่ หรือการที่จะต้องดําเนินการเพื่อให้มีการห้ามหรือการริบทรัพย์สินชั่วคราว อายัดทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทําความผิด ถ้าไม่ได้มีมาตรการเหล่านี้เลยนั้น ผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดกระบวนการยุติธรรมที่จะดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดก็จะไม่สามารถ สัมฤทธิผลได้ ซึ่งในสนธิสัญญาฉบับนี้ได้เขียนเรื่องการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้น รวมถึงการสืบพยานหลักฐานหรือการได้มาซึ่งการให้ปากคําจากบุคคลโดยสมัครใจ การให้บุคคลเบิกความเปึนพยานหรือช่วยเหลือในทางอาญา การส่งเอกสาร การค้น และยึดการตรวจวัตถุและสถานที่ การจัดหาให้ซึ่งต้นฉบับเอกสาร สําเนา บันทึก และสิ่งของ อันเปึนพยานหลักฐาน และที่สําคัญที่สุดครับท่านประธานได้มีการให้ความช่วยเหลือ ในการห้ามการจัดการกับทรัพย์สินชั่วคราว หรือการอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทํา ความผิดที่อาจได้คืนหรือริบได้ตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ การทําอาชญากรรม ข้ามชาตินั้นแน่นอนว่าจะต้องมีปัจจัยเรื่องเงินทองทรัพย์สินจํานวนมาก ซึ่งจะเปึนตัวล่อ ให้กับผู้เข้าร่วมในการดําเนินการกระทําความผิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ามาตรการสามารถ ดําเนินการได้ในประเทศใดประเทศหนึ่งโดยไม่สามารถขอความช่วยเหลือในประเทศอื่น ซึ่งมีการดําเนินการในลักษณะการกระทําความผิดในประเทศนั้นด้วยและไม่สามารถ ให้ความช่วยเหลือกันได้
-๒๑/๑ เครือข่ายของการดําเนินการกระทําความผิดต่าง ๆ ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นและสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ได้เรียนให้ทราบว่าสนธิสัญญาฉบับนี้นั้นจะช่วยเหลือกรณีผู้กระทําความผิดที่ประกอบการอาญา ในเรื่องของยาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ เปึนต้น ซึ่งเปึนเรื่องที่เปึนความมั่นคง ของประเทศ กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นชอบด้วยที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้ ให้ความเห็นชอบในสัตยาบันสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทาง อาญาของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อเราได้ให้สัตยาบันแล้ว ทางรัฐสภาแห่งนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะได้ดําเนินการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่รัฐบาลได้ให้ กฤษฎีกาตรวจร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์
ส่วนข้อสังเกตของท่านสมาชิกเรื่องของอธิปไตยในการที่จะต้องดําเนินการ ที่จะไปผูกพันกับสนธิสัญญานั้น ผมเชื่อว่าเมื่อเราได้มาดู พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็คงทําให้ ความไม่สบายใจนั้นคงได้หายไปในระดับหนึ่ง แล้วก็ความช่วยเหลือในสนธิสัญญาฉบับนี้ ผมอ่านดูโดยพอสังเขปแล้วก็จะไม่เปึนการผูกมัดในเรื่องของการดําเนินคดีอาญาในแต่ละ ประเทศ แต่เปึนเรื่องของความให้ความช่วยเหลือในการที่จะทําให้การดําเนินคดีกับ ผู้กระทําความผิดนั้นสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นชอบด้วยที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้ให้สัตยาบันกับสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิเชียร คันฉ่อง
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม วิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตรัง ท่านประธานครับ ความจริงดังที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาของผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานว่ากฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องนี้มันมีมาหลายฉบับแล้ว รวมทั้งกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเปึนความร่วมมือกัน ในระหว่างประเทศ มันก็น่าจะเปึนเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็ได้ดําเนินการ กระบวนพิจารณาไปอย่างรวดเร็วนะครับ สาระสําคัญของสนธิสัญญาฉบับนี้
ประการแรก ก็เกี่ยวกับเรื่องขอบเขตความช่วยเหลือในระหว่างประเทศ ที่มีสนธิสัญญาต่อกัน
ประการที่สอง ก็เกี่ยวกับเรื่องการกําหนดเนื้อหาข้อยกเว้นต่าง ๆ นั่นคือ ในสาระสําคัญของสนธิสัญญาฉบับนี้ ความจริงเกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญาฉบับนี้ถามว่า ผมเห็นด้วยไหม ผมก็กราบเรียนว่าผมเห็นด้วย แต่ต่อไปเราต้องออกกฎหมายมารองรับ เกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญาฉบับนี้ ผมชักเปึนห่วงอย่างนี้ครับท่านประธานว่าแนวทาง ในการปฏิบัติ เพราะในกฎหมายแต่ละประเทศมันคงไม่เหมือนกัน ในเมื่อว่าในระหว่าง ประเทศกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แนวทางในทางปฏิบัติผมยังสงสัยที่จะ ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีในบางประการ เช่น ชาวต่างประเทศมากระทําความผิด ในบ้านเราเปึนเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ป้ ในกรณีที่เด็กไม่เกิน ๑๘ ป้กระทําความผิดที่บ้านเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๓ ในชั้นพนักงานสอบสวนเขาต้องมีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ได้มาร่วมในการฟังการสอบสวนนั้นด้วย เปึนปัญหาว่าถ้าหากว่า เราต้องการที่จะรู้ว่าเด็กที่กระทําความผิดบ้านเรามีพฤติกรรมในบ้านเขาเปึนอย่างไร ถามว่าวิธีการสอบสวนมันต้องดําเนินการสอบสวนแบบของเขาหรือว่าแบบของเรา เพราะถ้าคนที่กระทําความผิดในบ้านเรามันก็ต้องใช้กฎหมายบ้านเราในประเทศไทยนี่แหละ ต้องใช้กฎหมายในประเทศไทย แต่เหมือนดังที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเราใช้ กฎหมายของบ้านเราแบบหนึ่ง และเวลาไปสอบสวนบ้านที่คนกระทําความผิดเปึน ชาวต่างชาติซึ่งอยู่ในสนธิสัญญานี้ เราจะใช้กฎหมายใด ถามว่าใช้กฎหมายเขาแล้ว เราจะยอมรับความถูกต้องอันนี้หรือไม่ นั่นคือการที่จะออกกฎหมายต่อไป ผมก็มีข้อ ที่จะเรียนถามข้อสงสัยผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลเพียงแค่นี้ ขอบคุณท่านครับ
คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเห็นชอบด้วย ที่จะให้มีข้อตกลงและเจรจากับทางประเทศจีน ซึ่งตอนนี้ประเทศจีนเปึนประเทศที่ยิ่งใหญ่ ดิฉันได้เดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการสามัญ
อันนี้คนละเรื่องกระมัง คุณวรศุลี
เรื่องเดียวกันค่ะ
อันนี้สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียน เอาให้มันถูกเนื้อหาสาระ
ไม่ค่ะ ก็เห็นหนังสือเล่มนี้ที่ส่งเข้ามานะคะ เพิ่งให้มาอ่านดูนะคะ เปึนบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่างรัฐบาลแห่งสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือเปล่าคะ
ยังไม่ถึง
ยังไม่ถึงหรือคะ
ครับ เอาไว้ถึงก่อน
ค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ ถ้าไม่ตอบผมจะได้ขอมติเลยครับ ป่ดการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะขอมติว่าที่ประชุม รัฐสภาจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันใน เรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะสอบองค์ประชุมและลงมติ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ถ้าอยู่ในห้องคณะกรรมาธิการก็หยุดประชุม คณะกรรมาธิการก่อนครับ เข้ามาลงมติกันก่อนครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา (ภาควิชาการ) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ป่ดการอภิปรายแล้วครับท่านสมาชิก รัฐสภาสุรชัยครับ เมื่อสักครู่ถามท่านไม่ตอบ ผมก็ป่ดไปแล้วครับ เมื่อป่ดไปแล้วก็ไม่เอา อีกแล้วครับ เราจะลงมติแล้วครับ ถ้ามีอะไรก็ค่อยไปปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะเลยครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิก รัฐสภาที่เคารพครับ ที่อยู่นอกห้องประชุมหรือว่ากําลังประชุมคณะกรรมาธิการก็หยุดก่อน โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ทุกท่าน เข้าห้องประชุมนั่งประจําที่เรียบร้อยแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด่วนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ก็คงจะมีแค่นี้กระมัง ท่านผู้ใดยังไม่ได้ เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เพิ่งมาเสียบเลยครับ ทุกท่านเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผล เฉียดฉิวครับ ๓๑๕ ท่าน อยู่ในห้องประชุมที่เสียบบัตร ความจริง มี ๔๐๐ กว่าท่านครับ แต่ท่านขี้เกียจเสียบก็มีหลายท่านครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับสนธิสัญญาว่าด้วย ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียนโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด งดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ที่เลื่อนมาพิจารณา
ร่างข้อมติเกี่ยวกับการปฏิรูปอํานาจการออกเสียงและการมีส่วนร่วม ของประเทศกําลังพัฒนาและการเพิ่มทุนสามัญป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลก
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ ด้วยธนาคารโลก ได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการไทยในธนาคารโลก พิจารณา ให้ความเห็นชอบร่างข้อมติเกี่ยวกับการปฏิรูปอํานาจการออกเสียงและการมีส่วนร่วมของ ประเทศกําลังพัฒนาและการเพิ่มทุนสามัญป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลกและแจ้งผล ภายในวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระผมนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นําข้อมตินี้เพื่อเสนอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบครับ
ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ สืบเนื่องจาก การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการเงินเพื่อการพัฒนาเมื่อป้ ๒๕๔๕ ที่เมืองมอนเทอร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก ที่ประชุมได้มีฉันทามติมอนเทอร์เรย์ให้กลุ่มธนาคารโลกและกองทุน การเงินระหว่างประเทศเพิ่มสิทธิในการออกเสียงและการมีส่วนรวมของประเทศสมาชิก กําลังพัฒนาในการตัดสินใจและกําหนดนโยบายมากขึ้น กลุ่มธนาคารโลกได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นควรเพิ่มสิทธิในการออกเสียงและการมี ส่วนร่วมของประเทศสมาชิกกําลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทําร่างข้อมติให้ประเทศ สมาชิกพิจารณาให้ความเห็นชอบ ๒ ข้อดังกล่าวคือ
ข้อที่ ๑ ร่างข้อมติการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงในป้ ๒๕๕๓ เพื่อเพิ่ม สิทธิการออกเสียงในการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนามูลค่า ๒๗.๘ พันล้านเหรียญ สหรัฐหรือเท่ากับจํานวน ๒๓๐,๓๗๔ หุ้น จัดสรรให้เฉพาะประเทศที่มีพัฒนาทางเศรษฐกิจดี และถือหุ้นต่ํากว่าที่ควร โดยประเทศไทยได้รับการจัดสรรให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง จํานวน ๒,๔๑๗ หุ้น คิดเปึนมูลค่า ๒๙๒ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนส่วนที่เรียกชําระทันที ร้อยละ ๖ คิดเปึนมูลค่า ๑๗.๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ
ข้อที่ ๒ ร่างข้อมติการเพิ่มทุนแบบสามัญทั่วไปป้ ๒๕๕๓ มูลค่า ๕๘.๔ พันล้านเหรียญสหรัฐ จํานวน ๔๘๔,๑๐๒ หุ้น โดยมีการจัดสรรตามสัดส่วนหุ้นที่มีอยู่ โดยมีส่วนที่เรียกชําระทันทีร้อยละ ๖ ของจํานวนการเพิ่มทุนสามัญทั้งหมด ซึ่งประเทศไทย จะได้รับจัดสรรจํานวน ๒,๓๔๒ หุ้น คิดเปึนมูลค่า ๒๘๒.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนส่วนที่ เรียกชําระทันทีร้อยละ ๖ คิดเปึนมูลค่า ๑๖.๙๕ ล้านเหรียญสหรัฐ
ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับจากข้อมติ ทั้งสอง กระผมได้กราบเรียนรายงานมาแล้ว ประเทศไทยจึงมีภาระผูกพันที่จะต้องชําระเงิน ซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มอํานาจการออกเสียงดังกล่าว รวมเปึนเงินทั้งสิ้น ๓๔.๔๕ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนการเพิ่มอํานาจการต่อรองในการบริหารจัดการภายในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทําให้ประเทศไทยมีอํานาจในการออกเสียงสูงขึ้นจากอันดับ ๓ เปึนอันดับ ๒ รองจาก ประเทศอินโดนีเซีย โดยประเทศมาเลเซียมีอํานาจในการออกเสียงเปึนอันดับ ๓ ในขณะเดียวกัน ทําให้อํานาจการออกเสียงของกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นด้วย สะท้อนถึงบทบาท ประเทศกําลังพัฒนาและการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายของธนาคารโลกเพิ่มขึ้น ของประเทศไทยครับ ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ รัฐบาลจึงขอรัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะจงและการซื้อหุ้นเพิ่มทุน แบบสามัญทั่วไปตามร่างมติของธนาคารโลกครั้งนี้ รวมเปึนวงเงิน ๓๔.๔๕ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเปึนเงินไทยประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาท โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๒ บาท ในระยะเวลา ๕ ป้ เพื่อกระทรวงการคลังและสํานักงบประมาณจะได้ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็จะถึงคิวท่านสมาชิกอภิปราย แสดงความคิดเห็นนะครับ ขอเชิญท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมได้ทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและ สถาบันการเงินของวุฒิสภามาเปึนเวลาเกือบ ๒ ป้ จึงขออภิปรายข้อมติเกี่ยวกับการปฏิรูป อํานาจในการออกเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนา รวมทั้งการเพิ่มทุน สามัญของป้ ๒๕๕๓ สําหรับธนาคารเพื่อการบูรณะและการพัฒนา หรือมีชื่อย่อตาม ภาษาอังกฤษว่าไอดีอาร์ดี (IDRD) ซึ่งชื่อนี้ส่วนใหญ่นั้นเราจะไม่ค่อยคุ้นกัน ส่วนใหญ่ เราจะเรียกสั้น ๆ ว่าเปึนเวิลด์แบงก์ (World Bank) ท่านประธานครับ ธนาคารระหว่าง ประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนาตั้งมาตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๔๔ หรือประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๗ เปึน ๑ ใน ๕ ของสถาบันการเงินในกลุ่มธนาคารโลก มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ทางด้านการเงินและการให้ความรู้ รวมทั้งให้คําปรึกษาแก่ประเทศกําลังพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศซึ่งมีรายได้ปานกลาง กล่าวคือมีรายได้ประชากรต่อป้ต่อหัวอยู่ในระหว่าง ๑,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ แต่ประเทศไทยเราก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศนี้ แต่ในปัจจุบันนั้น ฐานะของประเทศไทยค่อนข้างจะดี คือเราอยู่ในกลุ่มของประเทศที่ผู้ให้มากกว่าผู้ที่จะรับ ธนาคารไอดีอาร์ดีมีรายได้จากการขายพันธบัตร ให้แก่ผู้ลงทุน ขณะนี้ก็มีกองทุนอยู่ ประมาณ ๑๐-๑๕ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของ ธนาคารโลก ครั้งที่ ๘๑ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๓ มีมติเห็นชอบการปฏิรูปอํานาจในการออกเสียงให้แก่ประเทศที่กําลังพัฒนา โดยให้มีการเพิ่มทุน ทั้งทุนเฉพาะเจาะจงและทุนสามัญ ทุนเฉพาะเจาะจงมีจํานวน ๒๗.๘ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทุนสามัญเปึนจํานวน ๕๘.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศไทยได้รับการจัดสรรให้ซื้อหุ้น เพิ่มทุนเฉพาะเจาะจงจํานวน ๒,๔๑๗ หุ้น คิดเปึนมูลค่า ๒๙๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปึนส่วนที่ต้องชําระทันทีร้อยละ ๖ คิดเปึนมูลค่า ๑๗.๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้รับการจัดสรร ให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนสามัญอีก ๒,๓๔๒ หุ้น คิดเปึนมูลค่า ๒๘๒.๕๖ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปึนส่วนที่ ต้องชําระทันทีร้อยละ ๖ คิดเปึนมูลค่า ๑๖.๙๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้ง ๒ กรณี ถ้าสมมุติว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบนะครับ ประเทศไทยก็สามารถซื้อหุ้นทั้ง ๒ ประเภท รวมเปึนเงิน ๓๔.๔๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือว่าคิดเปึนเงินไทยก็ประมาณ ๑,๑๗๑ ล้านบาท ระยะเวลา ๕ ป้ก็คือเฉลี่ยป้ละประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท การที่ประเทศไทยซื้อหุ้นของ ธนาคารไอบีอาร์ดีครั้งนี้ผลประโยชน์ที่จะได้รับก็จะมีดังนี้ คือ ๑. มีอํานาจในการออกเสียง ในที่ประชุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ เพิ่มเติมมากขึ้นจากเดิม ๐.๔๑ เปึน ๐.๔๙ แล้วก็ประโยชน์ที่ได้รับอีกประการหนึ่งก็คือว่าเปึนการสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ประเทศไทยทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศทางอ้อม ถึงแม้ปัจจุบันประเทศไทยเรา จะอยู่ในกลุ่มที่ถูกจัดว่าเปึนประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ความเปึนจริงแล้วสภาพ ความเติบโตของเศรษฐกิจไทยเราอยู่ในลําดับที่ประมาณ ๓๐ ของโลก คือจีพีดีเราโตอยู่ ในลําดับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของโลกอยู่ แต่ระบบการเมืองของเราเราก็พูดกัน จนกระทั่ง ทําให้รู้สึกว่าประเทศไทยเราเล็กเกินไป หุ้นที่เรามีอยู่เดิมเสียงก็ค่อนข้างจะน้อย เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของประเทศที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าลําดับที่ ๑ คือประเทศอินโดนีเซียเขามี ๗,๘๖๕ หุ้น ประเทศสิงคโปร์มี ๕,๗๘๕ หุ้น ประเทศไทยเรา จะได้ก็เปึน ๔,๗๕๙ หุ้น ประเทศเวียดนาม ๓,๒๐๕ หุ้น ประเทศมาเลเซีย ๒,๒๐๓ หุ้น ถ้าสมมุติเราไม่ซื้อในครั้งนี้หุ้นทั้งหมดก็ถูกจัดสรรไปให้ประเทศอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะถูกจัดสรรให้แก่ประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ ๘๕.๕๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ประเทศคูเวตอีก ๑๔.๔๓ เปอร์เซ็นต์ แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งประเทศซาอุดีอาระเบียแล้วก็ประเทศคูเวต หุ้นทั้งหมดเขาจะเกิน ๒,๓๗๒ หุ้นไม่ได้ แล้วประเทศคูเวตก็จะเกิน ๔๐๐ หุ้นนี้ไม่ได้ โดยสรุปนะครับ กระผมเห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลไทยซื้อหุ้นเพิ่มเติมในครั้งนี้ แล้วถ้าเผื่อ เปึนไปได้ก็อยากจะให้ใช้โอกาสนี้ขอซื้อหุ้นเพิ่มอีกเพื่อเราจะได้มีสิทธิมีเสียงในการออกเสียง ขอขอบคุณครับ
ต่อไปคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ต้องมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นชอบกับร่างมติการเพิ่มทุนสามัญ ป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งประเทศไทยกําลังจะเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนเปึนจํานวนเงิน รวม ๆ แล้วเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้แบ่งเปึน ๒ ประเภท เปึนประเภทที่เปึนการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้กับประเทศซึ่งเขาบอกว่า มีการพัฒนาเศรษฐกิจดี มีสัดส่วนการถือหุ้นต่ํากว่าที่ควร รวมแล้ว ๒๗.๘ พันล้านเหรียญสหรัฐ รวม ๆ ก็เกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ประเทศที่เปึนกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมที่เพิ่มอย่างมีนัยสําคัญ มีประเทศอินโดนีเซีย มีประเทศไทย มีประเทศสิงคโปร์ มีประเทศเวียดนามนะครับ ประเทศไทยได้รับสัดส่วนมาทั้งหมด ๒๙๒ ล้านเหรียญสหรัฐ รวมเปึนเงิน ๙,๓๔๔ ล้านบาท แน่นอนว่าในส่วนที่เรียกชําระทันที มันมีเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๕๖๐ ล้านบาท ในสัดส่วนแรก
ในส่วนที่ ๒ เปึนการเพิ่มทุนแบบสามัญทั่วไปของไอบีอาร์ดีทั้งหมด ๕๘.๔ พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ประเทศไทยได้สัดส่วนนี้มา ๒๘๒.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ รวมประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แบบจ่ายเลย ชําระทันที ๖ เปอร์เซ็นต์ ๕๔๐ ล้านบาท วันนี้เราต้องพูดกัน ๒ ตัวเลข ตัวเลขแรกเปึนการเพิ่มทุน แบบจ่ายทันทีชําระทันที ๑,๑๐๐ ล้านกว่าบาทที่ไทยจะต้องจ่ายภายในระยะเวลา ๑-๒ ป้ ข้างหน้ากับส่วนที่เปึนสัดส่วนที่เรียกว่า คอลลาเบิล (Callable) หรือรอให้เขาเรียกแล้ว ต้องชําระเมื่อมีความจําเปึนอีก ๙๔ เปอร์เซ็นต์ รวมเปึนเงินทั้งหมด ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนเลยว่าวันนี้คําถามมันย้อนกลับมาว่าประเทศไทยมี ความพร้อมหรือไม่ แล้วทําไมการเพิ่มทุนครั้งนี้จึงต้องเปึนประเทศไทย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าในคําถามแรกนั้นทําไมจึงต้องเปึนประเทศไทย สาเหตุหลัก ๆ เลยมันเกิดจากการเพิ่มทุนครั้งนี้มีการแบ่งสัดส่วนมา ประเทศที่มีอยู่ ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๑๑ ประเทศ หลายประเทศเขาก็ไม่มีความประสงค์ ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องไปปรับเพิ่มในสัดส่วนการถือหุ้นของเขา ดูประเทศที่ใหญ่ ๆ ประเทศที่มีเงิน ประเทศมาเลเซียเปึนต้น ประเทศบรูไนเปึนต้น เขาก็ไม่เห็นจะเดือดร้อน ที่จะต้องมาปรับเพิ่มทุนในครั้งนี้ ประเทศไทยเปึนประเทศที่กําลังพยายามที่จะฟุ๋นตัว จากภาวะความถดถอยทางเศรษฐกิจจากปัญหาความขัดแย้งภายในในเรื่องของการเมือง วันนี้เราอยากที่จะเบ่งตัวเองขึ้นมา อยากที่จะมีหน้ามีตา บอกว่าเราพร้อมครับที่จะเอาเงิน งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปผูกไว้เพื่อที่จะเอาทุนเพิ่มขึ้นมาอีก ๐.๐๘ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้พูดนี่ถูกต้องเลย วันนี้ไทยถือหุ้นอยู่ประมาณ ๐.๔๑ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มทุนครั้งนี้ใช้เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะได้เปึน ๐.๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วถามว่าสัดส่วน ในการไปโหวต ไปออกเสียงมันมีนัยสําคัญพอที่จะทําให้ประเทศไทยมีอํานาจต่อรอง เพิ่มมากขึ้นเปึนจริงเปึนจังเลยไหมในธนาคารโลก คําตอบก็คือ ไม่ และที่สําคัญบอกว่า อยากจะเพิ่มสัดส่วน เพื่ออะไรครับ วันนี้เราอยากแซงหน้าประเทศมาเลเซีย เปึนผู้ถือหุ้น ในสัดส่วนของกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปึนอันดับ ๒ วันนี้ไทยอยู่อันดับ ๓ ครับ ท่านประธานครับ อันดับ ๑ คือประเทศอินโดนีเซีย ห่างกันมากการถือหุ้นของเขา สูงกว่าเรามากเปึนเท่าตัว อันดับ ๒ ปัจจุบันคือประเทศมาเลเซีย อันดับ ๓ คือประเทศไทย เราอยากจะแซงหน้าเปึนอัน ๒ ด้วยการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่ออะไรละครับ เพื่อหน้าเพื่อตา ในขณะที่เรากู้เงินเขามาจากภาวะขาดดุลงบประมาณ ผมว่ามันไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก และที่สําคัญที่สุดต้องเอาข้อเท็จจริงมาบอกกันว่าวันนี้เรื่องของการบริหารของธนาคารโลก ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเขาบริหารงานเหมือนกับธนาคารเอกชน โดยผู้ถือหุ้นคือ ประเทศสมาชิกทั่วโลกตามสัดส่วนขนาดของเศรษฐกิจ ใหญ่สุดประเทศสหรัฐอเมริกา เขาถือหุ้นประมาณ ๑๖-๑๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาก็มอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร ซึ่งแต่งตั้งเข้ามามี ๒๔ คน วันนี้จะเพิ่มเปึน ๒๕ คน รู้สึกจะไปเพิ่มประเทศแถวแอฟริกาใต้ ๒๔ คน ในปัจจุบันนี้ก็แบ่งตามสัดส่วนก็คือเปึนกลุ่ม กลุ่ม ๕ ประเทศหลัก มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศสหรืออะไรนี่เขาก็ถือกันไป คนละ ๑ เสียงแล้ว อีก ๑๙ เสียงเขาก็แบ่งกันไปตามกลุ่มประเทศที่เล็ก ๆ ประเทศไทย อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ วันนี้ ในกลุ่มของเรามี ๑๑ ประเทศ ตามข้อตกลงที่เปึนอยู่ แล้วก็จะเปึนไป ตัวแทนที่เข้าไปนั่ง มันก็จะมีการหมุนเวียน มันก็จะมีการโรเทท (Rotate) กันเปึนกิจวัตรอยู่แล้ว ปัจจุบัน เปึนคนไทยครับ ท่านสันต์ตัวแทนจากกระทรวงการคลังนั่งอยู่ ถามบอกว่าเราเพิ่มทุน ครั้งนี้เราจะได้เบิ้ลตําแหน่งที่จะเข้าไปนั่งในกรรมการบริหารนี้หรือไม่ มันก็ไม่ครับ เพราะข้อตกลงกําหนดไว้ว่าอย่างไรมันก็ต้องหมุนมันก็ต้องเทิร์น (Turn) กัน เทค เทิร์น (Take Turn) กันใน ๓ ประเทศคือ ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย หนีไปไหนไม่พ้น ครบวาระก็ต้องเปลี่ยนก็ต้องสลับ แล้วก็หมุนกันอยู่ ๓ ประเทศ เพราะว่า ๓ ประเทศนี้เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเงินที่เราจะถมลงไปมันทําให้เราได้สัดส่วนในการออกเสียงในส่วนของ การเปึนกรรมการบริหารนี้มากขึ้น ก็ไม่ สัดส่วนที่เราจะได้รับผลประโยชน์ก็ไม่มากขึ้น แล้วถามว่ามันคุ้มกันหรือไม่กับเงินงบประมาณ กับเงินกู้ที่เราจําเปึนจะต้องไปกู้มา เพื่อที่จะนําไปเพิ่มทุนในครั้งนี้
ส่วนคําถามที่ ๒ ที่ผมได้ฝากไปเมื่อสักครู่ก็คือแล้วประเทศไทยมี ความพร้อมหรือเปล่า ต้องกราบเรียนว่าวันนี้อย่างที่บอกสักครู่นี้ กู้เขามา เงินงบประมาณ แผ่นดินก็ขาดดุลอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาระหนี้ต่อหัว หนี้สาธารณะก็ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มทุนในครั้งนี้ผมต้องกราบเรียนว่า เราต้องอ่านสัญญาณจากธนาคารโลกให้ชัดเจน ธนาคารโลกตั้งขึ้นมาเมื่อประมาณ ๖๐-๗๐ ป้มาแล้ว วัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาปัญหาความยากจนของโลก และช่วยเหลือประเทศที่ด้อยและกําลังพัฒนา ในอดีตประเทศไทยเขาก็เรียกว่า ประเทศกําลังพัฒนา เราก็เปึนหนึ่งในผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ จากวันนั้นถึงวันนี้ ประเทศไทยได้รับการช่วยเหลือมาประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เยอะพอสมควร แต่ส่วนมากชําระหมดไปแล้ว วันนี้ที่ยังมีโครงการคงค้างอยู่จริง ๆ รู้สึกว่าจะมี โครงการเดียวของกระทรวงคมนาคมทําทางหลวง ๘๐ ล้านเหรียญสหรัฐ รวมเงิน งบประมาณตรงนั้นถ้าดูตัวเลขประเทศไทยก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ที่บอกให้จับสัญญาณของธนาคารโลกคืออะไร เขาบอกว่าวัตถุประสงค์หลักคือเข้ามา ช่วยเหลือประเทศที่กําลังพัฒนา แต่วันนี้มีการเพิ่มทุนในวันนี้เขาบอกว่าเพิ่มทุนโดยให้ สัดส่วนส่วนใหญ่ไปอยู่กับประเทศที่กําลังพัฒนาเข้ามาถือหุ้นเพิ่ม หมายความว่า ประเทศใหญ่ ๆ เขาไม่อยากจะเข้ามาแบกรับภาระของการมาดูแลประเทศที่กําลังฟุ๋นตัว ประเทศที่กําลังด้อยพัฒนาอยู่อีกแล้ว เขาถึงให้ประเทศที่มีความพร้อมพอสมควร อย่างประเทศไทย อย่างประเทศอินโดนีเซียเข้ามาถือหุ้นเพิ่มเติมแล้วเอาไปปล่อยกู้ให้กับ ประเทศที่ด้อยพัฒนากันเอง วันนี้ประเทศไทยก็กระโดดฮุบเหยื่อทันที ด้วยความเชื่อที่ว่า เราจะได้หน้าได้ตาเพิ่มขึ้นมา มันเปึนความเชื่อผิด ๆ ครับ ผมกราบเรียนได้ว่าวันนี้ ดูแนวคิดแล้วมันก็เลยกลายเปึนเรื่องของความตลก เรากู้เงินขาดดุลงบประมาณ เสร็จแล้วเราเอาเงินส่วนนี้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเพิ่มทุนให้ธนาคารโลก เสร็จแล้ว ประเทศไทยในฐานะที่เปึนประเทศที่ยังขาดการพัฒนาก็ไปกู้เขาคืนมา แล้วก็เสียดอกเบี้ย ให้กับธนาคารโลก เสียดอกเบี้ย ๒ ต่อครับเพราะเงินก็กู้มา เสร็จแล้วไปกู้ของธนาคารโลก มาอีกต่อหนึ่งก็เสียเขา ๒ เด้ง ผมกราบเรียนเลยว่าแนวทางแนวการคิดอันนี้ผมว่า ทางรัฐบาลจะต้องรับไปพิจารณา ถามว่าวันนี้ถ้ารัฐสภาไม่ผ่านให้มีผลเสียอะไรหรือไม่ วันที่ ๑๐ กันยายนนี้ อีก ๒-๓ วันข้างหน้าจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อที่จะถามว่าสรุปว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้เปึนไปตามข้อตกลงที่ได้ผ่านมาหรือไม่ ถ้าเราไม่พร้อม ถ้าเรารู้สึกว่า เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันยังมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในทางอื่น ผมกราบฝาก เพื่อนสมาชิกว่าวันนี้เราอย่าให้ความเห็นชอบและให้รัฐบาลดําเนินการไปให้คําตอบ กับธนาคารโลกว่าวันนี้ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะที่ยังต้องฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจ เรายังกู้เงิน เขามาเรายังไม่พร้อมที่จะเอาเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเพิ่มทุน มันไม่คุ้มกับภาษีกับเงิน ที่พี่น้องประชาชนจะเอาไปใช้ประโยชน์ในทางอื่น ๆ ได้ ผมกราบฝากเพื่อนสมาชิกว่า เราไม่พร้อมที่จะกู้เงินแล้วก็เอามาเพิ่มทุนให้ธนาคารโลกในครั้งนี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่างข้อมติเกี่ยวกับการปฏิรูปอํานาจ การออกเสียงและการมีส่วนร่วม ของประเทศกําลังพัฒนาและการเพิ่มทุนสามัญป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลก ธนาคารโลกได้ส่งเสริมให้มีการเพิ่มเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิก กําลังพัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ ท่านประธาน โดยที่ประชุมของคณะกรรมการพัฒนาของธนาคารโลก ครั้งที่ ๗๘ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ มีมติเห็นชอบในการทบทวนข้อเสนอของกรรมการบริหาร ในการดําเนินการปฏิรูปเพื่อการเพิ่มเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกกําลังพัฒนา และเรียกร้องให้เร่งดําเนินการปฏิรูปดังกล่าวให้เสร็จโดยเร็วภายในป้นี้ครับท่านประธาน สาระสําคัญของร่างข้อมติ ข้อแรกก็คือการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเจาะจงหรือเรียกว่า ซีเลกชัน แคปป่ตอล อินครีส (Selection capital increase) ในป้ ๒๕๕๓ นี้ เพื่อปฏิรูปสิทธิการออกเสียง และการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนา ประเทศไทยได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบ เฉพาะเจาะจง ๒,๔๑๗ หุ้น เปึนมูลค่า ๒๙๒ ล้านเหรียญสหรัฐหรือเปึนเงินบาทประมาณ ๙,๓๔๔ ล้านบาท แล้วก็เรียกชําระทันที ๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนเงิน ๑๗.๕ ล้านเหรียญ แล้วก็ จะต้องมีกําหนดไปลงคะแนนเสียงภายในวันที่ ๑๐ อีก ๒ วันที่จะถึงนี้แล้วนะครับ ผลดี
ข้อที่ ๑ ทําให้ประเทศไทยมีอํานาจในการออกเสียงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๐.๔ เปึนร้อยละ ๐.๔๙ นะครับ แล้วก็เปึนการเพิ่มอํานาจในการต่อรองในการบริหารจัดการ ภายในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีอยู่ ๑๑ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
ข้อที่ ๒ เปึนการเพิ่มอํานาจในการออกเสียงอีกเช่นกันของกลุ่มเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๒.๕๔ เปึนร้อยละ ๓ ครับ สะท้อนถึงอะไรครับ สะท้อนถึงบทบาทของประเทศกําลังพัฒนาในการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย ของกลุ่มธนาคารโลกเพิ่มขึ้นครับ เปึนเรื่องที่ดีครับ
ในส่วนที่ ๒ เปึนการซื้อหุ้นเพิ่มทุนสามัญทั่วไป ป้ ๒๕๕๓ หรือเรียกว่าจีซีไอ (GCI) นะครับ ของไอบีอาร์ดี ไอบีอาร์ดีนี่ก็คืออินเตอร์เนชันแนล แบงก์ ออฟ รีคอนสตรัคชัน แอนด์ ดีวีลอบเมนท์ (International Bank of Reconstruction and Development) ก็คือ ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนาการ เพื่ออะไรครับ เพื่อรักษาดุลอํานาจ การต่อรองในการบริหารจัดการภายในกลุ่มการออกเสียงของไทย แล้วก็ประเทศไทยได้รับเกียรติ ได้รับการจัดสรรจํานวน ๒,๓๔๒ หุ้น เปึนมูลค่า ๒๘๒.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๙,๐๔๑ ล้านบาท ชําระทันที ๖ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เปึนมูลค่า ๑๖.๙๕ ล้านบาท แล้วก็ต้อง ไปลงคะแนนเสียงภายในวันที่ ๑๐ อีก ๒ วันข้างหน้าเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ประเด็นพิจารณาก็คือว่าขอให้รัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ให้พวกเรา ให้ความเห็นชอบการซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้ง ๒ ประเภท ซึ่งจะต้องชําระ ๖ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๓๔.๔๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเปึนเงินไทยประมาณ ๑,๑๗๑ ล้านบาท แล้วก็ชําระหมด ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลา ๔-๕ ป้ เปึนเงิน ๕๗๔.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๑๘,๓๘๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ท่านติดภารกิจในต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังท่านก็ให้เกียรติมาประชุมวันนี้ ท่านให้เกียรติวุฒิสภามา ๒ วันแล้วครับ เมื่อวันจันทร์ วันอังคารในการพิจารณางบประมาณประจําป้ ๒๕๕๔ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี ประเทศไทยเปึนประเทศร่ํารวยประเทศหนึ่งไม่ใช่เปึนประเทศที่ยากจนอะไรเลย เพราะว่า ประเทศไทยมีเงินทุนสํารองระหว่างประเทศเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคมนี่เองนะครับ ๑๕๑,๕๒๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔.๘๙ ล้านล้านบาท ในขณะเดียวกัน จริงอยู่เรามีหนี้สาธารณะ ณ เดือนมิถุนายนประมาณ ๔.๒ ล้านล้านบาท ถ้าเราเอา เงินทุนสํารองระหว่างประเทศตั้งลบด้วยหนี้สาธารณะเรายังมีเงินเหลือสุทธิประมาณ ๖๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดง่าย ๆ ว่าประเทศไทยยังมีเงินอยู่นะครับ ประเทศไทยไม่ใช่ ประเทศยากจน เพราะฉะนั้นการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของไทยในการถือหุ้นกลุ่มธนาคารโลกเพิ่มขึ้น การมีสิทธิมีเสียงเพิ่มขึ้นก็เปึนเรื่องที่ดี เงินจํานวน ๕๗๔.๕๖ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ผมกล่าวไปแล้วนี้ครับ มันก็ไม่ได้สูญหายไปไหน มันก็เปึนหุ้น ประเทศไทยก็ถือหุ้นอยู่ก็ถือว่าเปึนทรัพย์สินของประเทศ ดังนั้นผมก็ขอสนับสนุนโอกาส ของประเทศไทยครั้งนี้ในการที่จะได้เปึนผู้ถือหุ้นที่มีมูลค่าหุ้น ที่มีจํานวนหุ้นเพิ่มขึ้น แล้วก็ มีสิทธิมีเสียงเพิ่มขึ้น แล้วเงินก็ไม่ได้หายไปไหน ก็เปึนทรัพย์สินของประเทศ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญคุณวรงค์ เดชกิจวิกรม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ผมมีความรู้สึกยินดีที่ทางท่านรัฐมนตรีได้เอาประเด็นถึง การมีส่วนร่วมในธนาคารโลก ซึ่งเปึนนโยบายของคณะกรรมการพัฒนาธนาคารโลก ที่ต้องการให้ประเทศกําลังพัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมในความเปึนเจ้าของขององค์การระดับ โลกแห่งนี้ก็คือธนาคารโลก ผมเชื่อว่าทุกคนมีให้แล้วก็มีรับ การที่มีการเพิ่มทุนตลอดจน เข้าไปเปึนหุ้นส่วน เพิ่มเงินเข้าไปเปึนหุ้นส่วนก็คือการถือหุ้นเพิ่มขึ้น เมื่อมีการถือหุ้น เพิ่มขึ้นก็หมายความว่าส่วนหนึ่งเราเสียออกไปเมื่อยามที่เราเดือดร้อนเราก็มีโอกาส ที่ได้รับความช่วยเหลือที่มากขึ้นตามสัดส่วน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่วันนี้รัฐบาลไทยที่มาขอ ความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้เพื่อจะเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นในองค์การแห่งนี้ เท่าที่ผม ทราบขณะนี้การเพิ่มทุนมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง และส่วนที่ ๒ เปึนการเพิ่มทุนสามัญทั่วไป การเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงที่คิดเปึนสัดส่วน ที่ประเทศไทยเราจะเข้าไปมีส่วนร่วมคือ ๒,๔๑๗ หุ้น แล้วชําระแค่ขั้นต้นคือ ๖ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเงินแล้วประมาณ ๑๗.๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สําหรับเงินเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง และตามเงื่อนไขที่ทางท่านรัฐมนตรีชี้แจงให้ได้รับทราบก็คือการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงนั้น ก็เปึนการให้กับประเทศที่พัฒนาเศรษฐกิจที่ดี เพียงแต่ว่าที่ผ่านมานั้นถือหุ้นต่ํากว่าที่ควร แต่ขณะเดียวกันการเพิ่มทุนแบบสามัญทั่วไปนั้นเปึนการเพิ่มทุนในภาพรวมของทุก ๆ ประเทศ ดังนั้นผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี เพราะโดยหลักการนั้นเห็นด้วยอยู่แล้ว ถ้าเราเข้าไปมีส่วนร่วมมากเท่าไรเวลาเราเดือดร้อนเราก็ได้รับผลการช่วยเหลือมาก เปึนสัดส่วนเท่านั้น ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าในประเด็น ๖ เปอร์เซ็นต์ที่เขียนว่า การชําระเปึนเงินเหรียญ ๐.๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันชําระเปึนเงินท้องถิ่น ๕.๔๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใต้ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทขณะนี้ ไม่ทราบว่าแนวทาง การชําระเงินจะมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร
ในประเด็นที่ ๒ ที่จะถามคือเงินที่เหลือคือ ๙๔ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินเมื่อทวงถาม หรือคอลลาเบิล (Collable) อยากจะทราบว่าในอดีตที่ผ่านมาเงินที่จะต้องชําระเมื่อทวงถาม เขามีหลักเกณฑ์ในการชําระอย่างไรบ้าง เพราะว่าปริมาณเงินมันค่อนข้างจะเยอะ ๙๔ เปอร์เซ็นต์
และประเด็นที่ ๓ เนื่องจากทราบข่าวว่าท่านจะต้องไปเซ็นสัญญาข้อตกลงนี้ วันที่ ๑๐ กันยายน ผมดูแล้วระยะเวลามันน้อยว่าทําไมถึงเพิ่งจะเริ่มเข้า ขอบคุณครับ
เชิญท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ จากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายไปก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ผมก็อยากจะย้อนมา ให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภามาดูว่าในกรณีที่มีการเพิ่มทุนของธนาคารโลกหรือที่บางท่านบอกว่า เปึนไอบีอาร์ดีนั้น เขาเพิ่มทุนทําไม เขาเพิ่มทุนเพื่อให้มีเงินเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือ ประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วก็การเพิ่มทุนนั้นเปึนไปตามมติ ของคณะกรรมการพัฒนาการของธนาคารโลก ถ้าเราไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนเขาก็ไม่ได้เดือดร้อน เขาก็สามารถที่จะขายให้กับประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการขยายสัดส่วนของหุ้นเพิ่มทุน ในธนาคารโลกตรงนี้ได้ แต่ว่าในส่วนที่เราจะสละสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้น ผมเอง ก็คิดว่ามันก็ไม่ได้เปึนประโยชน์ต่อเรา จริง ๆ เราควรจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนให้มากกว่าสัดส่วน ที่เขาให้เราด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับในกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนก็มี ๒ แบบ แบบที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ก็คงไม่ต้องกล่าวในที่นี้ แต่ว่าการซื้อหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงนั้นก็เพื่อปฏิรูปสิทธิออกเสียง และการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนา จัดสรรให้เฉพาะประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจดี และถือหุ้นต่ํากว่าที่ควร โดยมีประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการจัดสรรหุ้น เพิ่มอย่างมีนัยสําคัญ แล้วก็มีเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศเวียดนาม ซึ่งถือว่าเปึนประเทศที่เศรษฐกิจดีอาจจะก้าวพ้นจากประเทศ ที่กําลังพัฒนาขึ้นสู่ประเทศพัฒนาแล้วในอนาคตเร็ว ๆ นี้นะครับ การชําระทันทีหรือเพดอิน (Paid in) นั้นเพียงร้อยละ ๖ ของทั้ง ๒ ส่วน รวมเปึนเงินส่วนที่เรียกชําระทันที ๑,๑๗๑ ล้านบาท และเรียกชําระเมื่อทวงถามผมหักลบออกมาแล้วก็จะเหลือแค่ ๕๔๐ ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมขอให้แยกแยกไอบีอาร์ดีกับธนาคารโลกออกนิดหนึ่ง คือมีกลุ่มใหญ่อยู่ เขาเรียกว่าเวิลด์แบงก์ กรุ๊ป (World Bank Group) จากเวิลด์แบงก์ กรุ๊ป ก็จะย่อยออกมา เปึนเวิลด์แบงก์บวกกับไอเอฟซี (IFC) แล้วก็ไมกา (MIGA) กับไอซีเอสไอดี (ICSID) แล้วจากเวิลด์แบงก์ก็จะย่อยออกมาเปึนไอบีอาร์ดีกับไอดีเอ (IDA) ประเด็นที่จะให้เห็นก็คือ ไอบีอาร์ดีนี้เปึนส่วนใหญ่ของเวิลด์แบงก์ แล้วเวิลด์แบงก์เปึนส่วนใหญ่ของเวิลด์แบงก์ กรุ๊ป เพราะฉะนั้นการเพิ่มทุนของไอบีอาร์ดีนี้ ซึ่งเปึนส่วนใหญ่เขาเพิ่มทุนจํานวนมาก จํานวนที่ ไอบีอาร์ดีเพิ่มทุนมีถึง ๒๓๐,๓๗๔ หุ้น จํานวน ๒๗.๘ พันล้านเหรียญสหรัฐนะครับ แล้วก็ หุ้นสามัญทั่วไป ๔๘๔,๑๐๒ หุ้น หรือ ๕๘.๔ พันล้านเหรียญสหรัฐ ในสัดส่วนที่ประเทศไทย ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ส่วนที่เราได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนมีสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ในส่วนแรกคือ ๒,๔๑๗ หุ้น กับส่วนหลังก็คือการซื้อหุ้นสามัญทั่วไปเพียง ๒,๓๔๒ หุ้น ถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ หุ้น กับ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าหุ้นนั้น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของประเทศไทยเพราะจะทําให้สิทธิในการออกเสียง หรือสิทธิในการกู้เงินของเราสูงขึ้น ผมขอตําหนิรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่เคยให้ความสําคัญกับการเพิ่มทุนตรงนี้มาก่อน ตรงนี้ผมถือว่าทางคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ให้ความสําคัญกับการเพิ่มทุนตรงนี้ แน่นอนครับเราคิดว่าสัดส่วน สัดส่วนตามที่สมาชิก อภิปรายจาก ๐.๔๑ ไปเปึน ๐.๔๙ ถือว่าน้อยมาก แต่จริง ๆ แล้วมันจะเพิ่มอํานาจการออกเสียง ของประเทศกําลังพัฒนาในไอบีอาร์ดีเพิ่มขึ้นเปึนร้อยละ ๔๗.๑๙ นะครับ ซึ่งถือว่าสูงมาก ประเทศกําลังพัฒนามีสัดส่วนจํานวนมากที่ถือหุ้นอยู่ในไอบีอาร์ดีก็แน่นอนครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าเนื่องจากที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาไม่ต้องการลงทุน เพื่ออุ้มประเทศกําลังพัฒนาอีกต่อไป นั่นก็เปึนเรื่องที่เปึนเหตุเปึนผล ก็แน่นอนเราก็ต้อง ช่วยตัวเอง แล้วเราก็ต้องพยายามรวมกลุ่มกันเพื่อช่วยประเทศที่อยู่ในกลุ่มของสมาชิก ท่านประธานครับ ผมไม่ได้คิดว่าการซื้อหุ้นเพิ่มทุนตรงนี้จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทย ในการกู้เงินจากธนาคารโลกเลย เพราะว่าผมคิดว่าปัจจุบันเราก็ไม่มีความจําเปึนที่เราจะกู้เงิน จากธนาคารโลกด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ ปัจจุบันไทยมีเงินกู้ของธนาคารโลกอยู่เพียง ๑,๐๗๔.๓ ล้านเหรียญสหรัฐ และอีกจํานวนหนึ่งจากยอดเงิน ๕๕๔ ล้านเหรียญสหรัฐเศษ ๆ รวมถึงเงินกู้ต่างประเทศของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรัฐบาลค้ําประกันจํานวน ๓,๗๐๙ ล้านเหรียญสหรัฐ จํานวน ๕๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ กับ ๓,๗๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐยังไม่สามารถจะแยก สัดส่วนการกู้ว่าจะกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชียหรือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ์น หรือธนาคารโลกหรือที่อื่น ๆ ได้ ก็เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยสามารถกู้เงินจากตลาดทุนได้ ปัจจุบันดอกเบี้ยจาก ตลาดทุนต่ํากว่าธนาคารโลกด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะหาตลาดที่มันมีดอกเบี้ยต่ํา เราก็สามารถพึ่งตลาดทุนได้โดยที่ว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องกู้จากธนาคารโลก แต่ว่า การที่เราจําเปึนจะต้องกู้จากธนาคารโลกนั้นก็เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราควรพลิกสถานะจากผู้กู้ที่ไม่มีสิทธิไม่มีเสียงในธนาคารโลก แต่ควรจะกลายเปึน ผู้ถือหุ้นที่ควบคุมธนาคารโลกได้เราอาจจะไม่สามารถควบคุมธนาคารโลกได้ด้วยลําพัง ประเทศไทยประเทศเดียว แต่การรวมกลุ่มไม่ว่าจะเปึนการรวมกลุ่มของประเทศอาเซียน หรือการรวมกลุ่มของประเทศกําลังพัฒนาตรงนี้จะทําให้กลุ่มของเรามีสิทธิมีเสียง แล้วข้อสําคัญมีอํานาจที่จะสั่งให้ธนาคารโลกทํางานให้เราเหมือนกับประเทศญี่ปุ์น ที่ได้ทําอยู่ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยควรจะมีอํานาจในการผลักดันให้บริษัทไทยที่ทํางาน ในต่างประเทศได้งานแล้วก็ได้ประโยชน์จากการที่ประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารโลก เราควรจะเปลี่ยนสถานะจากผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ประเทศไทยควรจะเปึนนาย ของธนาคารโลกได้ในอนาคตข้างหน้า เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการเพิ่มทุนเราก็ควรจะลง ในสัดส่วนที่เราเพิ่มทุนตรงนั้น แล้วถ้าหากว่าสามารถเพิ่มทุนได้มากกว่าที่เปึนอยู่ ผมก็ให้การสนับสนุน เราควรจะเพิ่มทุนให้มากที่สุดโดยคํานึงถึงศักยภาพหรือความพร้อม ของประเทศชาติเรา
ท่านประธานครับ ผมมีคําถามเล็กน้อยฝากทางรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธาน ก็คือว่าในขนาดของจีดีพี (GDP) ประเทศไทย ที่ปัจจุบันป้ ๒๕๕๔ อยู่ที่ ๑๐.๓๕๘ ล้านล้านบาท ผมอยากจะให้เทียบสัดส่วนกับผู้ถือหุ้นจากประเทศที่เปึนกรรมการบริหารแล้ว อยากจะทราบว่า สัดส่วนผู้ถือหุ้นของประเทศไทยอยู่ที่เท่าไร โดยเทียบกับจีดีพีนะครับท่าน
ข้อที่สอง ผมคิดว่าประเทศไทยยังใช้ประโยชน์จากธนาคารโลกยังไม่เต็มที่ เปัาหมายจะต้องเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเปึนเท่าไร จึงคิดว่าเราจึงจะมีสิทธิมีเสียงเพียงพอ ตลอดจนถ้าหากว่าจะเข้าเปึนกรรมการบริหารของธนาคารโลกแล้วหรือไอบีอาร์ดีแล้ว มันควรจะถือหุ้นเปึนสัดส่วนเท่าใด นี่หมายถึงประเทศท้ายสุดที่เข้าไปเปึนกรรมการบริหาร ของไอบีอาร์ดีหรือธนาคารโลก ตรงนี้ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ต้องตอบ เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาของสมาชิกรัฐสภาเรา ผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านประธาน มีเวลาตอบก็ตอบ แต่ถ้าหากว่าไม่มีเวลาก็ขอให้ตอบเปึนเอกสารส่งถึงผมโดยตรงได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มสิทธิแล้วก็ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ ธนาคารโลก ผมคิดว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในส่วนของท่าน ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในเรื่องของสัดส่วนเพิ่มทุนส่วนของคอลลาเบิล หรือเราเรียกว่าเรื่องของหุ้นเพิ่มทุน ที่จะเพิ่มในอนาคตในส่วนคอลลาเบิล ส่วนนี้อีก ๙๔ เปอร์เซ็นต์ จะไม่ต้องชําระทันที แล้วในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีการเรียกชําระในส่วนของคอลลาเบิล ฉะนั้นเพื่อให้มี ความสบายใจกับท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าจํานวนเงิน เพิ่มทุนส่วนของคอลลาเบิล หรือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่เคยมีการเรียกเพิ่มทุน ฉะนั้น ไม่ต้องห่วงในส่วนนี้นะครับจะไม่มีการเรียกเพิ่มทุน นอกเสียจากว่าเวิลด์แบงก์นั้นมีปัญหา จริง ๆ ซึ่งในอดีตไม่เคยมีปัญหานี้เกิดขึ้น ฉะนั้นให้สบายใจว่าการซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดนี้ จะใช้เงินเพียงแค่ ๑,๑๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง และจะชําระภายในระยะเวลาถึง ๖ ป้ สูงสุดถึง ๖ ป้ ฉะนั้นเราคงไม่มีภาระในสัดส่วนที่จะทําให้เกิดภาระในส่วนของงบประมาณ ผมคิดว่าเราได้อภิปรายไปมากและผมไม่อยากจะกินเวลากับท่านสมาชิกทั้งหมด ที่ได้มาร่วมประชุมในวันนี้ เพียงแต่ขอขอบคุณท่าน ส.ว. ทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และเห็นด้วยกับการเพิ่มทุนในครั้งนี้เพราะจะเพิ่มบทบาทในการที่เราอยู่ในเวทีโลก โดยเฉพาะเวิลด์แบงก์และธนาคารโลกที่คิดว่ามีความจําเปึนและเวิลด์แบงก์นั้นเปึนหน่วยงาน ที่เข้าไปช่วยเหลือกับประเทศที่กําลังพัฒนาและประเทศที่ด้อยพัฒนา ผมเพียงแต่อยากจะ บอกเท่านี้ว่าไม่มีความเปึนห่วงในเรื่องปัญหาที่เราจะต้องเพิ่มทุนอีก ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านวรศุลีอยู่ไหมครับ เชิญครับ เชิญท่านวรศุลีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ดิฉันค่อนข้างเห็นด้วยในการที่จะได้มีข้อตกลง เกี่ยวกับการออกเสียงปฏิรูปให้มีอํานาจการออกเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศ ที่กําลังพัฒนาและการเพิ่มทุน เราก็ทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเรานี้เปึนประเทศ ที่พัฒนามานานแล้วนะคะ แต่ถ้าหากว่าทุนที่เราสมทบกับเขาไปนั้นเปึนทุนสามัญ ถ้าหากว่าเราสามารถเพิ่มทุนได้มากกว่านี้นะคะ ก็อาจจะมีสิทธิมีเสียงเพิ่มขึ้นอีก ในการที่จะให้เวิลด์แบงก์เขามาช่วยเหลือ เพราะได้ทราบว่าทางเวิลด์แบงก์นี้ให้การช่วยเหลือ ถ้าหากว่าในการช่วยเหลือในด้านสังคมจะไม่คิดดอกเบี้ยเลยนะคะ จะไม่คิดดอกเบี้ยเลย ที่ทราบมานะคะ แต่ก็ไม่ทราบว่าความเปึนจริงจะเปึนอย่างไร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านนั่งอยู่บนแท่นนั้นก็คงจะเข้าใจนะคะว่าในการที่เพิ่มทุนก็คล้าย ๆ กับเหมือนบริษัท ถ้าบริษัทไหนที่มีทุนตัวเองสูงขึ้นก็จะสามารถมีสิทธินะคะ มีสิทธิมีเสียงในการที่จะให้เขา ช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้านนะคะ ดิฉันเห็นตัวอย่างในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเห็นเพิ่งจะเอา เข้ามาให้ ส.ส. ได้พิจารณา ดิฉันดูว่าตัวอย่างความสําเร็จของโครงการซีดีพี (CDP) การบรรเทาความยากจนและลดช่องว่างธนาคารโลกให้การช่วยเหลือแก่ภาครัฐ ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อสํารวจและวิธีการทําแผนที่ความยากจน รวมทั้งการเฝัาตรวจสอบ ความเปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ ท่านคะ ข้อความนี้ดีมากเลยนะคะท่าน ในการปฏิรูป ระบบราชการและส่งเสริมธรรมาภิบาล การให้คําปรึกษาทางเทคนิคแก่สํานักงบประมาณ ในหลายประเด็น ทั้งการวางกรอบสําหรับการใช้จ่ายของภาครัฐในระยะกลาง และการติดตาม ประเมินผล ท่านคะถ้าหากว่าเราสามารถเพิ่มทุนได้และสามารถได้มีตัวอย่างความสําเร็จ อย่างที่ดิฉันได้อ่านไปเมื่อสักครู่นี้ อยากจะขอฝากทางรัฐสภาด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะเพิ่ม ทุนให้มากกว่านี้ ได้ทราบว่าตอนนี้เห็นว่าจีดีพีเพิ่มขึ้นสูง เห็นว่าเพิ่มหุ้นทุนกําไร ๖ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าป้ที่ผ่านมานะคะ ก็เท่ากับว่าท่านจะมีเงินกองทุนอยู่ในประเทศอยู่แล้วเกินกว่า ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเพิ่มทุนสามัญนี้ไปนะคะ ดิฉันจึงบอกว่าข้อตกลงฉบับนี้ดิฉัน ค่อนข้างเห็นด้วย แต่ว่าจะขอตั้งข้อสังเกตอีกส่วนหนึ่งว่าท่านน่าจะประชาสัมพันธ์ ให้ประเทศได้ทราบนะคะ ให้ประชาชนที่ยากจนนั้นได้ทราบว่าในกรณีที่ท่านเพิ่มทุน ในสภาผู้แทนราษฎรนี้และได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภานะคะ ลงมติให้ท่านเพิ่มทุน เพิ่มทุนสามัญนี้เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะสร้างศักยภาพของประเทศไทย และจะสามารถช่วยเหลือ ผู้ยากจนในพื้นที่ประเทศไทยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนผู้ยากจนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พูดตลอดเวลาว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็คือภาคอีสานมีประชาชนยากจน จีดีพี ในการที่ได้เงินเดือน ในการที่เขาลงทุนแล้วก็ปลูกข้าว ขายข้าว ขายอะไรต่าง ๆ นั้น ผลกําไรของเขานั้นต่ํากว่าทุนนะคะ ต่ํากว่าทุน นั่นก็คือเท่ากับว่าเปึนบุคคลที่ยากจนอยู่แล้ว ดิฉันจึงบอกว่าในการที่ท่านเพิ่มทุนนี้ถ้าหากว่าได้มีมติจากสภานี้แล้วอยากจะขอท่านว่า ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าในกรณีที่เราเพิ่มทุนเราก็จะสามารถมีสิทธิมีเสียงในการกู้ยืมเงิน ในขณะที่ครั้งก่อนที่ท่านกู้ยืมเงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลของท่านโดนว่ามาตลอดว่า ถ้ากู้เงินไปแล้วก็จะให้ประชาชนผู้ยากจนนั้นเปึนหนี้เพิ่มเติมค่ะ ถ้าหากท่านสามารถ ประชาสัมพันธ์ส่วนนี้ออกไปได้ ท่านก็จะสามารถกู้เงินมาเพื่อที่พัฒนาในประเทศไทยนี้ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ผู้สูงอายุได้รับเงินจากเวิลด์แบงก์ ในการที่ท่านกู้เงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ช่วยเหลือให้เขาได้เงินเบี้ยยังชีพแค่เดือนละ ๕๐๐ บาทเท่านั้นเอง ในขณะที่ประเทศฝรั่งเศส ได้ตั้ง ๔,๐๐๐ ฟรังก์ ๔,๐๐๐ ฟรังก์นี้เทียบได้ว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านสามารถเพิ่มทุน ใน ๓ อันนี้ และสามารถมีสิทธิมีเสียงกู้ยืมเงินได้สูงกว่านี้ และให้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ให้ได้เงินเพื่อแก้ไขความยากจนนั้นได้เดือนละ ๕๐๐ บาท เพิ่มขึ้นให้เปึน ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาทก็จะดีนะคะ ดิฉันก็ขออภิปรายสนับสนุนในส่วนนี้ก่อนที่ท่านจะมี การเพิ่มทุนสามัญนี้เกิดขึ้นนะคะ ขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสวรศุลี ซึ่งเปึน ส.ส. ในจังหวัดภาคอีสานที่มีความยากจน เพื่อต้องการอยากจะให้รัฐบาล สามารถให้เวิลด์แบงก์ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกครับ นิดเดียวครับ ผมอยากจะตอบคําถามของ ท่านนายแพทย์วรงค์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกที่ถามว่าจะไปทําสัญญา วันที่ ๑๐ แล้วทําไมมาเข้ารัฐสภาวันที่ ๘ ซึ่งกระชั้นชิดนะครับ คือทางกระทรวงการคลัง ได้รับหนังสือแจ้งจากเวิลด์แบงก์เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม แล้วก็นําเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม จากวันนั้นเราก็รีบดําเนินการเข้ารัฐสภาเลย เปึนเพราะทางเวิลด์แบงก์นั้นดําเนินการเรื่องมาค่อนข้างช้า ซึ่งจะต้องทําเรื่องของ สมาชิกต่าง ๆ นะครับ ขอตอบคําถามท่าน ส.ส. วรงค์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ไม่มีท่านสมาชิก ขออภิปรายอีกแล้วนะครับ เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องถือว่าการให้ความเห็นชอบต่อรัฐบาลเพื่อไปทําภาระหน้าที่ ในประชาคมโลกเปึนเรื่องสําคัญนะครับท่านประธาน เผอิญเรื่องนี้บรรจุเข้ามาวันนี้แล้วก็ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาเลย การเตรียมการของคณะที่จะต้องพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับภูมิปัญญา ความรู้เดิมที่พอมี ก็ต้องยอมรับครับท่านประธานว่าผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องอะไรมากมาย แต่ผมเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยเราไปไกลนะครับ ไกลสุดเลย ไปเปึนหุ้น การเพิ่มทุนสามัญในธนาคารโลกมันไกลเลยนะครับ ถ้าธนาคารพัฒนาเอเชียก็ใกล้ เข้ามาหน่อย ผมก็เลยเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญ ภาระบทบาทเท่าที่เห็น การเพิ่มทุนคราวนี้จะให้ ความสําคัญกับประเทศที่เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจดีก็แปลว่าเขาบอกว่า นัยของการจัดสรรหุ้น เราคํานึงถึงประเทศในภูมิภาค ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม น่าสนใจว่าประเทศเวียดนามเข้ามาอยู่ติด ๆ ประเทศไทยนะครับ แปลว่าเศรษฐกิจของเขาทําท่าจะไม่ใช่ธรรมดาแล้ว ผมก็มีความเห็นว่าประเทศที่ร่ํารวยกว่าเรา ก็เยอะนะครับ เศรษฐกิจดีมีนัยสําคัญกว่าเราก็มาก แต่ว่าเขาจําเพาะเจาะจงมาเปึน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ผมมาเป่ดดูว่า จะต้องเพิ่ม ๑,๑๐๐ ล้านบาทโดยประมาณนี่นะครับ แปลว่าจ่ายเงินเปึนหุ้นในการบริหาร ในการออกเสียงเพื่อจะได้มีโอกาสที่จะใช้ทุนของธนาคารโลกไปช่วยเหลือประเทศ ที่กําลังพัฒนา คงจะหมายถึงประเทศในภูมิภาครอบ ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรา เกือบทั้งหมดที่ยากจนอยู่กําลังพัฒนา บทบาทอันนี้เปึนบทบาทในชั้นที่เปึนภาระของสังคมว่าเราเข้มแข็งกว่าก็เข้าไปมีบทบาท ในการที่จะไปช่วยเพิ่มทุน ท่านประธานครับ อินโดนีเซีย ๓,๙๐๐ เปึนเหรียญสหรัฐนะครับ เวียดนามนี่ใกล้ ๆ ไทยเลยครับผมดูแล้วมัน ๒,๓๒๕ ไทย ๒,๔๑๗ แต่ว่าบทบาทในการที่จะต้อง จ่ายเงิน แม้ว่าจะต้องจ่ายชําระ ๕ ป้แล้วเลื่อนไปได้อีก ๒ ป้อะไรก็เปึนภาระที่ไม่ใช่เปึนเงิน ที่ต้องจับจ่ายเกินกว่าฐานะที่เราควรจะมี แต่เปึนการสร้างศักยภาพในการที่จะเปึนผู้นํา ขององค์กรโลกให้เรามีบทบาท เห็นบอกว่าจะต้องลงคะแนนเสียงกันภายในวันที่ ๑๐ กันยายน เหลืออีก ๒-๓ วันนะครับ ฝ์ายไปประชุมก็คงไปแล้ว คอยว่าจะได้รับความเห็นชอบ กรอบในการไปผูกพันภาระสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ วันนี้นะครับ ถ้าไม่มีประชุมวันนี้ก็คงจะประชุมกันไปก่อนก็คอยเห็นชอบเมื่อไรค่อยจะมีภาระผูกพันได้ แท้จริงแล้วมีสมาชิกถามว่าทําไมต้องเอามาเข้าวันนี้เหลืออีก ๒ วัน เรื่องสําคัญ ที่เปึนบทบาทที่ควรที่จะต้องพิจารณาควรจะได้ให้เวลาในการที่จะให้ความเห็นชอบ ผมเชื่อมั่นว่าตัวประเทศไทยโดยภาระเราไปทําประชาคมโลก ประชาคมของอาเซียน เปึนภาระที่จะต้องมีเพื่อน มีความสัมพันธ์ มีการเกื้อกูลช่วยเหลือ ผมจําได้ว่าถ้าหากเรา พอที่จะช่วยได้โดยตัวเรา ทําให้เกิดการพลิกฟุ๋นเศรษฐกิจแห่งภูมิภาค ถ้าฟังการรายงาน ของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าเราเศรษฐกิจดีแล้วครับ อัตราความเจริญเติบโต ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ก็มาก คราวนี้จะต้องไปทําภาระเปึนหน้าเปึนตาให้กับสังคมโลก เขาก็ควรที่จะได้ มีบทบาทพอไปเพิ่มทุนเข้ามา ๑,๑๐๐ กว่าล้านบาท สิทธิที่จะได้เพิ่มขึ้นในการที่จะเปึน ผู้บริหารองค์กรนี้เปึนอย่างไร ถ้าเทียบเคียงเขาเปึนคนจัดให้ว่าเท่านี้ ๆ มีความประสงค์ ที่จะจ่าย ที่จะเพิ่มทุนใช่ไหมครับ ถ้าหากเราไม่จ่ายสิทธิเดิมที่เรามีก็ยังมีอยู่ใช่ไหมครับ เราไม่เพิ่มบทบาทอันนี้ สมมุติไม่อยากจ่ายภาระแบบนี้เราจะขาดความเชื่อถือเยอะไหม เทียบเคียงกันอย่างไร ถ้าเราไปจ่ายเราได้ความน่าเชื่อถือเยอะไหม สิทธิบทบาท ในการที่จะจัดในการที่จะช่วยเหลือประเทศที่ยากจนเทียบเคียงให้ผมฟังหน่อย ถ้ามันเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องไปจ่ายไปทํา บางทีบทบาทอันนี้ในสังคมโลก จะต้องสอดคล้องกับความเปึนจริงของเราในตรงตัวของเราด้วย ถ้าภายในภาคเศรษฐกิจ ของเราเปึนหนี้เปึนสินหัวโตอยู่นี่นะครับ ภาระแม้ว่าจะไม่เกินภาระหนี้ที่ควรจะมีเพียง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ว่าจริง ๆ มันไม่เคยมีเปึนหนี้ขนาดนี้ แต่ว่าในสังคมโลก ถ้าจําเปึนต้องรักษาหน้าหน่อย ถึงจะจนจะเปึนหนี้ แต่ว่าก็จําเปึนต้องแต่งหน้าทาปาก ก็สุดแท้แต่ ผมสงสัยว่าเงินที่ต้องจ่ายไปมันได้สิทธิได้พิเศษอย่างไร เพราะภาระที่เปึนจริงของเรา เราทราบตัวเราเองว่าเราควรที่จะทําตนอย่างไร ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่อยากให้ไป เขาเรียกว่า ไปแต่งหน้าทาปากหลอกประชาคมโลก เพราะโลกอยู่ด้วยความเปึนจริง ภาคพื้นในการที่จะไป ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันเปึนบทบาทที่เรามีโดยนัยอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ควรที่จะไปแสดงท่า ให้เขาไม่เข้าใจต่อสภาพความเปึนจริง ว่าเรามีภาระหนี้สินอยู่เยอะแยะเลย เราไม่ได้กู้เงินของธนาคารโลก แต่ว่าเรากู้เงิน ภายในประเทศ กู้เงินอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะหมด หลังสุดนี้ก็ไปกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย ตามภาระที่มาขอความเห็นชอบในสภาอยู่แล้ว ก็เลยสงสัยว่ามันเกิดสิทธิประโยชน์ เหมาะสมกับสภาพที่จะเปึนจริงไหม ถ้าเราบอกว่าเราไม่ควรที่จะไปทําก็สละสิทธิไป ก็คงจะไม่เกิดความเสียหายอะไรมากมาย ก็อยากจะฟังความเห็นทางฝ์ายที่ดูแลเรื่องนี้ โดยตรง ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องตอบข้อชี้แจงของท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ผ่านท่านประธานรัฐสภาว่าเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าผมอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมอาจจะ ชี้แจงไม่ชัดเจนนะครับ ก็ขอบอกประเด็นแล้วก็ฝากเปึนคําถามกับท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ผมบอกว่าต้องกู้มาเพื่อที่จะเอาไปเพิ่มทุนให้กับธนาคารโลกนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือวันนี้ ภาระของรัฐบาลไทยในเรื่องของงบประมาณเองเราก็ยังขาดดุลงบประมาณ การขาดดุล งบประมาณก็แปลว่าเราจะต้องกู้เงินมาเพื่อที่จะนําไปใช้ในการพัฒนาประเทศในกิจกรรมต่าง ๆ วันนี้เรากําลังจะเพิ่มทุนให้กับธนาคารโลก ผมเข้าใจดีครับวันนี้เราจ่ายเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ที่เรียกว่าเพดอิน ที่เรียกว่าชําระทันที เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๑,๑๐๐ กว่าล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามในสัดส่วนที่เหลือเขาเรียกว่าคอลลาเบิล ภาษาไทยก็คือชําระเมื่อทวงถาม ก็แน่นอนว่าเมื่อทวงถามเราก็ต้องจ่าย นั่นเปึนสัดส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือภาระกับเงินงบประมาณในอนาคต ในรัฐบาลถัด ๆ ไป ในรัฐบาลใดก็ตาม ที่เมื่อถูกทวงถาม และแน่นอนวันนี้ถามว่าทําไมธนาคารโลกจะต้องเพิ่มทุน ความชัดเจน ก็คือวันนี้มันเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นทั่วโลกกระทั่งคนเขาไปกู้เงินธนาคารโลกจนเงินร่อยหรอ เขาถึงต้องมีการเพิ่มทุนขึ้นมาในครั้งนี้ เกิด ๕ ป้ข้างหน้า ๑๐ ป้ข้างหน้าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ อีกครั้งหนึ่งเงินมันก็ลดครับ สัดส่วนที่เราเรียกว่าคอลลาเบิลที่เราบอกยังไม่ต้องจ่ายนี่ล่ะ ก็เปึนสัดส่วนที่เราจําเปึนจะต้องนําเงินไปชําระให้เขาเพื่อที่เขาจะได้นําไปช่วยเหลือ ประเทศที่กําลังประสบภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะฉะนั้นมันหลบเลี่ยง ไม่ได้เลยว่าจะเปึนภาระกับงบประมาณที่จะเกิดขึ้นต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า ที่ผมบอกว่าต้องกู้มาแล้วเสียดอกเบี้ย ๒ ต่อ ผมจะอธิบายให้ชัด ๆ อีกครั้งหนึ่ง วันนี้ งบประมาณแผ่นดินเราขาดดุลงบประมาณนะครับ เงินทุกบาทก็เรียกว่าเปึนเงินกู้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาทที่จะต้องจ่ายใน ๓-๔ ป้ข้างหน้า ก็ต้องกู้มา เพื่อที่เอาจะไปชําระถูกไหมครับ เพราะว่าเราไม่มีเงินงบประมาณแผ่นดินพอที่จะไปคุ้ม กับเงินรายจ่ายที่เรามีอยู่แล้ว แล้วเรายังจะต้องไปจ่ายภาระเปึนการเพิ่มทุนในครั้งนี้อีก เมื่อเรากู้เงินมา เอาเงินไปเพิ่มทุนให้ธนาคารโลก ประเทศไทยก็เปึนประเทศหนึ่งที่กําลัง พัฒนาแล้วมีความจําเปึนจะต้องกู้เงินกับธนาคารโลกอยู่เปึนระยะ ๆ พอเราไปกู้เงินเขา กลับคืนมากลายเปึนว่าเราต้องไปเสียดอกเบี้ยให้เขาอีก ก็แปลว่าเสียทั้งในส่วนที่เรา ต้องไปกู้มาเพื่อการขาดดุลงบประมาณ แล้วยังต้องไปเสียให้กับธนาคารโลกอีกต่อหนึ่ง เพื่อที่เราจะเอามาพัฒนาอะไรก็ตามที่เราต้องการนะครับ อันนี้เปึนประเด็นสําคัญที่ผม อยากจะฝากว่าวันนี้ผมมองว่าไม่มีความจําเปึนเลยที่เราจะต้องไปเพิ่มทุนในครั้งนี้ อย่างที่ ท่านไพจิตได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ถูกต้องแล้ว เราเพิ่มหรือไม่เพิ่มเราไม่ได้สิทธิหรือเสียสิทธิใด ๆ ไปเลยนะครับ เราอาจจะได้หน้าว่าเราขึ้นเปึนอันดับ ๒ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากประเทศอินโดนีเซีย แต่ในข้อเท็จจริงนั้นตัวแทนที่จะเข้าไปนั่งในบอร์ด (Board) ในผู้บริหารของธนาคารโลกของประเทศไทย มันก็อยู่ในสัดส่วนของกลุ่มเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่จะต้องผลัดเวรกันใน ๓ ประเทศ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย อย่างไรก็ผลัดตําแหน่งกันเหมือนเดิม มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยครับ ผมอยากจะกราบฝากไว้ครับ
ท่านรัฐมนตรีชี้แจงหน่อย เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขอตอบคําถามของท่านสมาชิก ท่านไพจิตและท่านจุลพันธ์ว่าถ้าเราไม่เพิ่มสัดส่วนจะเปึนอะไรไหม ผมคิดว่าบทบาท ในอาเซียนของเราก็จะลดน้อยลง เพราะปัจจุบันนี้บทบาทหรือในเวทีการค้าของอาเซียน กระผมได้เคยชี้แจงผ่านทางท่านประธานไปยังท่านสมาชิกแล้วว่า วันนี้บทบาทของเรา ในเรื่องของการค้า การส่งออก เราถอยหลังเรื่อย ๆ ผมได้ให้ตัวเลขกับท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกเมื่อประมาณสัก ๒-๓ อาทิตย์ที่แล้วว่า มูลค่าการส่งออกของอาเซียนวันนี้ อันดับ ๑ ประเทศมาเลเซีย ๓๔ เปอร์เซ็นต์ อันดับ ๒ ประเทศสิงคโปร์ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ อันดับ ๓ ประเทศไทย ๑๔.๖ เปอร์เซ็นต์ อันดับ ๔ ประเทศอินโดนีเซีย ๑๔.๔ ซึ่งนับวัน บทบาทของเราในการค้าหรืออุตสาหกรรมนับวันเราจะแข่งกับเขาไม่ได้ ฉะนั้นผมคิดว่า เราต้องมีบทบาทของเราที่สามารถจะทําการค้าแล้วประสานและทํางานกับเขาได้ ในขณะเดียวกันผมคิดว่าไม่ใช่เปึนเรื่องของหน้าตาครับ การเพิ่มทุนและเพิ่มบทบาท ในเวิลด์แบงก์ไม่ใช่เปึนเรื่องของหน้าตา ถ้าเราไม่เพิ่มประเทศสมาชิกอื่น ๆ เขาก็รอเพิ่ม อยู่แล้ว แต่เราเปึนประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เขาเห็นว่าเราเปึนประเทศที่มีการพัฒนา เศรษฐกิจที่ดีเขาถึงถามเราก่อน ถามว่าเราจะเอาไหม ถ้าเราไม่เอาประเทศอื่นก็รอที่จะรับ สัดส่วนนี้ แต่เมื่อมันเปึนมูลค่าแค่ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่ามันเปึนมูลค่า ที่ไม่มาก ส่วนเรื่องคอลลาเบิลหรือสัดส่วนเมื่อทวงถามประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในประวัติศาสตร์ของเวิลด์แบงก์ตั้งแต่ตั้งมาเมื่อป้ ๒๔๘๗ ไม่เคยมีการเรียกสัดส่วน เมื่อทวงถาม เมื่อเพิ่มทุนแล้วไม่เคยมีการเรียกสัดส่วนนี้เมื่อป้ ๒๔๘๔ ฉะนั้นผมคิดว่า มันเปึนไปลําบากมากที่จะมีการเพิ่มสัดส่วนในส่วนเมื่อทวงถามที่เรามีความเปึนห่วงกัน ฉะนั้นผมอยากจะเรียนชี้แจงท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าส่วนทวงถาม ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีการเรียก ฉะนั้นให้สบายใจได้ว่ามันเปึนไปได้ ยากมาก มันเปึนไปไม่ได้ แทบจะเปึนไปไม่ได้เลยในประวัติศาสตร์เวิลด์แบงก์ และต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกท่านจุลพันธ์และท่านไพจิตที่มีความเปึนห่วงในสัดส่วนของ งบประมาณว่า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราใช้ไปแล้วเราต้องไปกู้เขาจะมีปัญหาไหม มีความเปึนห่วง อันนี้ผมต้องขอขอบคุณที่มีความเปึนห่วง แต่ในฐานะรัฐบาลแล้ว วันนี้ เรามีความจําเปึนและมีความเห็นด้วยที่จะเพิ่มสัดส่วนนี้ และขอขอบคุณที่มีความเปึนห่วง เราคิดว่าไม่น่าจะมีความเปึนห่วงในเรื่องนี้ คิดว่าสัดส่วนนี้น่าจะเพิ่มและคิดว่าจะมีบทบาท เพิ่มขึ้นในเวิลด์แบงก์ด้วยครับ ผมขอตอบเท่านี้ล่ะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะ ส.ก. และ ส.ข. เขตดอนเมือง เข้ามาเยี่ยมชมการประชุมรัฐสภา รัฐสภาขอต้อนรับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดอภิปรายอีกแล้ว การอภิปรายเปึนการยุติ จะลงคะแนนนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านที่อยู่นอก ห้องประชุมรีบเข้ามาในห้องประชุมนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้กดปุ์มแสดงตนไหมครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเนื่องจากวันนี้มีคณะกรรมาธิการ ประชุมหลายคณะนะคะ เพราะว่าเราประชุมวาระพิเศษวันพุธ ท่าน ส.ว. ก็ประชุม หลายคณะด้วย ขอความกรุณารอสักครู่นะคะ กําลังเดินทางมาค่ะ
ได้ครับ ท่านที่เข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านต่วนกดปุ์มแสดงตน หรือยังครับ แสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๑๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอมติที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับร่างข้อมติเกี่ยวกับการปฏิรูป อํานาจการออกเสียงและการมีส่วนร่วมของประเทศกําลังพัฒนาและการเพิ่มทุนสามัญ ป้ ๒๕๕๓ ของกลุ่มธนาคารโลกหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนเชิญเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบหมด ทุกท่านแล้วนะครับ ป่ดการลงคะแนนครับ แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๐ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
เชิญท่านผ่องศรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ เนื่องจากวิป ๓ ฝ์าย ทั้งรัฐบาล ฝ์ายค้าน และวุฒิสมาชิก ได้หารือร่วมกันเพื่อให้ การประชุมร่วมกันได้มีประสิทธิภาพ แล้วก็สมาชิกได้เตรียมในเรื่องของการศึกษาเอกสาร ในข้อเจรจาต่าง ๆ เราก็ได้พิจารณาวาระที่ค้างอยู่ทั้งหมดตามดําริของท่านประธานที่จะได้ มีการนัดประชุมในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปด้วย ดิฉันขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระอีกครั้งหนึ่งนะคะ ให้พิจารณาต่อจากเรื่อง ๕.๔ ตามลําดับดังนี้
ลําดับที่ ๑ เรื่องที่ ๔.๒ ร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๒ เรื่องที่ ๔.๔ กรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๓ เรื่องที่ ๔.๘ พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๔ เรื่องที่ ๔.๑ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๕ เรื่องที่ ๔.๓ กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลี (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๖ เรื่องที่ ๔.๕ กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๗ เรื่องที่ ๔.๖ กรอบการเจรจาความเปึนหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ไทย-นิวซีแลนด์ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ลําดับที่ ๘ เรื่องที่ ๔.๗ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากร ที่เรียบง่ายและสอดคล้องกัน (The International Convention on the Simplification and Harmonization of Customs Procedures) หรืออนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) (The Revised Kyoto Convention) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ทั้งหมดนี้ ก็ให้มีผลหลังเรื่องที่ ๕.๔ นะคะ
ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เลื่อนเปึนอย่างนี้นะครับ
ต่อไปเรื่องที่ ๕.๔ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานวุฒิสภา และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในนามของคณะรัฐมนตรี รู้สึกเปึนเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้นําเสนอบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบในวันนี้
ผมขอรายงานภูมิหลังการจัดทําบันทึกดังนี้นะครับ ในป้ที่ ๒๕๔๙ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน สมัยพิเศษ ได้เห็นชอบที่จะจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน และทั้ง ๒ ฝ์ายได้เริ่มการเจรจาร่างบันทึกความเข้าใจในต้นป้ ๒๕๕๐ โดยมีเปัาหมาย ที่จะให้ศูนย์อาเซียน-จีน เปึนศูนย์กลางข้อมูลและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา ตลอดจนข้อมูลและกิจกรรม ทางสังคม วัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้าใจอันดีและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ในระดับประชาชน ต่อมาอาเซียนและจีนได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจในระหว่างการประชุมสุดยอด อาเซียน-จีน ครั้งที่ ๑๒ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ และตั้งเปัาให้ศูนย์เริ่มดําเนินงานได้ ภายใน ๒-๓ ป้ข้างหน้า โดยในป้นี้จะเริ่มดําเนินการในลักษณะศูนย์เสมือนจริง หรือเวอร์ชวล เซ็นเตอร์ (Virtual center) จนกว่าจะสามารถจัดตั้งศูนย์จริงได้ สาระสําคัญ ของเอกสารบันทึกมีดังนี้ครับ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีสาระสําคัญเกี่ยวกับการจัดตั้ง ศูนย์อาเซียน-จีนที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งมีสถานะเปึนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกําไร และทําหน้าที่ เปึนศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จที่ให้บริการข้อมูล คําแนะนํา และจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และความเข้าใจอันดีด้านสังคม และวัฒนธรรมระหว่างอาเซียนกับจีน โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าสอบถามหรือขอข้อมูล เช่น กฎระเบียบในการนําเข้า ส่งออก การลงทุน ตลอดจนข้อมูลพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ของอาเซียนและจีน นอกจากนี้ศูนย์จะยังดําเนินกิจกรรม เช่น งานมหกรรมสินค้า เพื่อการส่งเสริมการค้าระหว่างอาเซียนและจีน การจับคู่ทางการค้า การสร้างเครือข่าย ทางการค้าและการลงทุน ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญมากในการบุกตลาดขนาดใหญ่ของจีน ตลอดจนนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุนต่าง ๆ และการศึกษา โดยศูนย์ จะเปึนอีกช่องทางหนึ่งของไทยในการบุกตลาดจีนซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว และทําให้ อาเซียนจะได้รับประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนไทย-จีนมากขึ้นด้วย อาเซียนและจีนจะร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของศูนย์ตลอดจน ส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานที่ศูนย์ โดยประเทศจีนจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร้อยละ ๙๐ และประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศร่วมกันร้อยละ ๑ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ จากประสบการณ์ในการดําเนินงานของศูนย์อาเซียน-เกาหลี ซึ่งได้เป่ดดําเนินการ เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ คาดว่าค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของศูนย์อาเซียน-จีน น่าจะตกอยู่ประมาณ ๒ ล้านเหรียญสหรัฐต่อป้ ซึ่งอาเซียนจะร่วมกันรับผิดชอบ ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐต่อป้ โดยประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศรวมทั้ง ประเทศไทยจะรับผิดชอบประมาณประเทศละ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์ หรือ ๒๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ต่อป้ ทั้งนี้โดยที่ศูนย์อาเซียน-จีนจัดตั้งที่กรุงปักกิ่ง ประเทศไทยจึงไม่มีข้อผูกพันในเรื่อง การให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน รวมทั้งภาระผูกพันด้านงบประมาณก็ไม่น่าจะเกินป้ละ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยกเว้นในอนาคตเมื่อศูนย์มีการจัดกิจกรรมมากขึ้น ซึ่งอาเซียนก็จะต้องพยายามให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวเปึนประโยชน์แก่อาเซียนมากขึ้น ตามไปด้วย นอกจากนี้แม้การเจรจาจัดทําร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเริ่มขึ้น เมื่อป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะมีผลใช้บังคับ แต่ในการเจรจา ครั้งต่อ ๆ มารัฐบาลก็ได้ดําเนินการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และแจ้ง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพิจารณาด้วย และยังได้เผยแพร่ ในเว็บไซต์ (Web site) ของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ให้สาธารณชน ทราบด้วยแล้ว ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียน เพิ่มเติมว่ารัฐสภาเคยให้ความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้แล้วในคราวประชุม ร่วมกันของรัฐสภา สมัยสามัญทั่วไป ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๖ ถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขบางประการดังรายละเอียดตามตารางแนบ ซึ่งไม่กระทบต่อหลักการ แต่เปึนเรื่องการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่อาเซียน ที่จะไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากประเทศจีนมีการปรับปรุงกฎหมายภายใน ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจึงเห็นควรให้รัฐสภาได้รับทราบและพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะดําเนินการให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นกระผมจึงหวังว่าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา จะให้ความเห็นชอบต่อบันทึกความเข้าใจเพื่อให้ประเทศไทยสามารถดําเนินการแจ้ง สํานักเลขาธิการอาเซียนถึงการเสร็จสมบูรณ์ของการดําเนินการตามขั้นตอนภายใน เพื่อให้บันทึกความเข้าใจมีผลใช้บังคับต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ขอเชิญท่านสุรเดชครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามาอภิปราย ในระเบียบวาระที่ ๕.๔ เรื่องบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่าง รัฐบาลแห่งรัฐ สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็เปึนนิมิตหมายอันดีที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าการค้า การลงทุนเปึนสิ่งที่ป่ดกั้นไม่ได้และนับวันจะมีความร่วมมือพันธกรณีอีกมากมาย และเรา จะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ซึ่งจะมีความสมบูรณ์แบบในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งเปรียบเสมือนหนึ่งว่าเปึนกลุ่มประเทศเดียวกัน เปึนลักษณะคล้าย ๆ อียู (EU) ในต่อไป และประเทศจีนเองเราก็ทราบว่าเปึนประเทศที่ใหญ่นะครับ มีจีดีพี (GDP) หรือมีเศรษฐกิจ โตอันดับ ๒ ของโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนเปึนประเทศที่ใกล้กับ อาเซียนมากแล้วก็มีอิทธิพลอย่างมากในอาเซียน ดังนั้นเองความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่าง อาเซียนกับจีน หรือประเทศต่าง ๆ ที่จะเปึนอาเซียน-จีนก็ดี หรืออาเซียน+๓ อาเซียน+๖ หรืออาเซียน+๘ อนาคตก็ดี ก็เปึนสิ่งที่สําคัญนะครับ ท่านประธาน ตามที่ฝ์ายรัฐบาล ได้เสนอในการอนุมัติการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดีนะครับ เพราะว่าเปึนศูนย์ที่จะทํากิจกรรมเรื่องการแสดงด้านการค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา และที่ทางรัฐมนตรีได้บอกว่าค่าใช้จ่าย ในการดําเนินการของศูนย์นี้ประเทศจีนออก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เปึนของอาเซียน ถ้าเฉลี่ยกันอาเซียนมี ๑๐ ประเทศ เราก็รับผิดชอบแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ค่าใช้จ่ายประมาณอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าเรื่องเงินคงไม่เปึนสาระสําคัญ แต่บังเอิญที่ต้องเข้าสภานี้เนื่องจากว่ามันติดเรื่อง มาตรา ๑๙๐ ซึ่งต้องขออนุมัติในสภา ผมเองก็มีข้อสังเกตเพียงเล็กน้อยนะครับ บอกว่า ในเมื่อประเทศจีนตั้งศูนย์ถ้าในหลักธุรกิจแล้วถือว่าประเทศจีนเปึนหุ้นส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วตั้งศูนย์อาเซียน-จีนจริง ๆ แล้วอาจจะเรียกศูนย์จีน-อาเซียนก็ได้ เพราะว่าประเทศจีน เขาหุ้นใหญ่กว่าอาจจะไปเรียกศูนย์จีน-อาเซียนหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ เพราะว่า ประเทศจีนถือหุ้นถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของประเทศจีน ดังนั้นในหลักการเห็นด้วย แต่ที่เปึนข้อสังเกตคือเปัาหมายนั้นว่าประโยชน์หรือการตั้งศูนย์ นี้ผมคิดว่าคงไม่ผิดนะครับ เพราะอย่างที่ผ่านมาเมื่อวานนี้มติ ครม. ที่บอกว่า เรื่องอนุมัติความร่วมมือไทย-จีน ดูเหมือนดี แต่เงินกู้แล้วกลายเปึนเรื่องอัตราดอกเบี้ย ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ดี หรือต้องใช้สินค้าของประเทศจีน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือต้องใช้ อนุญาโตตุลาการของประเทศจีน ดังนั้นเองก็เปึนกังวลว่าอยากให้ทางฝ์ายราชการ ช่วยดูด้วยว่าเปัาหมายหลักจริง ๆ แล้วนั้นเปัาหมายของประเทศจีนคงได้ของเขา แต่ว่า เปัาหมายหรือผลประโยชน์ของอาเซียนอยากจะให้ฝ์ายที่เกี่ยวข้องช่วยดูด้วยนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่งคือว่าข้อมูลที่อยู่ที่ประเทศจีนนั้นเปึนศูนย์กลางที่ เปึนไปได้ไหมว่าทางประเทศจีนอาจจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลอาเซียนในการทําค้าขาย กับทางอาเซียน นั่นก็เปึนสิ่งที่ทุกคนร่วมกันอยู่แล้ว แต่อยากจะให้กลุ่มอาเซียนนั้น หาประโยชน์หรือหาข้อมูลจากอาเซียนเนื่องจากว่าประเทศจีนนั้นเปึนตลาดที่ใหญ่มาก ดังนั้นข้อกําหนดหรือข้อระเบียบต่าง ๆ อย่างเช่นสินค้า ก่อนหน้านี้เราเคยบอกว่า ความร่วมมือไทย-จีน เราบอกว่าประเทศจีนมีประชากร ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน เราเอง ค้าขายแค่ผลไม้อย่างเดียวก็ขายไม่ทันแล้ว แต่สุดท้ายเอาเข้าจริง ๆ นั้นข้อจํากัด หรือข้อกําหนดมากมายเนื่องจากว่าประเทศจีนมีหลายมณฑล ข้อกฎหมายและกฎเกณฑ์ แต่ละมณฑลไม่เหมือนกัน ดังนั้นเองไม่ทราบว่าศูนย์อาเซียน-จีนนี้จะเปึนศูนย์ที่จะช่วย ในการแก้ไขปัญหา หรือข้อขัดข้อง หรือระเบียบข้อบังคับของประเทศจีนหรือไม่ เนื่องจากว่าในของอาเซียนนั้นหรือโดยเฉพาะของประเทศไทยนั้นกฎหมายสินค้าที่เข้ามาถึง ประเทศไทยสามารถเข้าถึงจากชายแดนมาถึงกรุงเทพฯ ได้เลย แต่ของประเทศจีน สินค้าที่จะขายไปยังประเทศจีนเอาติดแค่กวางเจาก็เสร็จแล้ว คนที่จะค้าขายต้องมี ไลเซนซ์ (License) แล้วประเทศจีนนั้นภาษีนําเข้าไม่มีแต่ว่าเสียแวท (VAT) หยุมหยิมมาก แล้วก็ระเบียบมาก ดังนั้นเองไม่ทราบว่าศูนย์อาเซียน-จีนนี้จะช่วยในการแก้ปัญหาหรือไม่ เพราะดู ๆ แล้วศูนย์นี้เพียงเพื่อแสดงสินค้านะครับ จัดแสดงสินค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการศึกษา ก็ฝากประเด็นหนึ่ง
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องวัฒนธรรมและการศึกษานะครับ เราบอกว่า สมัยก่อนภาษากลางนั้น ภาษาอังกฤษจําเปึน ต่อไปภาษาจีนก็จําเปึน ดังนั้นเองการแลกเปลี่ยน ข้อมูลหรือการศึกษาก็เปึนสิ่งที่จําเปึน ก็อยากจะให้ใช้ประโยชน์ในศูนย์นี้ให้มากที่สุดครับ
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง การทบทวนกรณีที่ไม่ทราบแล้วอนุมัติไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ของประเทศจีนแล้ว ไม่ทราบว่าเราสามารถทบทวนบทบาทได้หรือไม่ ถ้าเกิดดําเนินไปสักระยะหนึ่งแล้วบางทีประโยชน์นั้นอาจจะได้ฝ์ายประเทศจีนหรือไม่ อันนี้ไม่ใช่ว่ามองเปึนเชิงลบ แต่ว่าเปึนข้อวิตกกังวลครับว่าพยายามจะใช้ประโยชน์ ศูนย์นี้ให้มีวิน-วิน (Win Win) หรือได้ข้อมูลทั้ง ๒ ฝ์ายเพื่อเปึนประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์ายว่า ความร่วมมือกัน คนเราคงไม่โง่กว่ากัน ถึงเขาเปึนประเทศใหญ่ก็เปึนสิ่งที่ดีที่เขาจะมา ช่วยเหลือและมีบทบาท ผมคิดว่าประเทศจีนนั้นเองถึงอาเซียนไม่ให้ความร่วมมือ ประเทศจีน ก็สามารถแผ่อิทธิพลไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป หรือประเทศต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นอาเซียนเองนั้นคงต้องใช้โอกาสนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ประเทศไทยนั้นตกขบวน จากความร่วมมือต่าง ๆ เพราะว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยนั้นก็เปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน ดังนั้นเองความร่วมมือต่าง ๆ ก็อยากจะให้สภาแห่งนี้พิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะมอง ๆ แล้ว หลายเรื่อง จริง ๆ แล้วการพิจารณาก็ควรจะรอบคอบและรัดกุม แต่ความรวดเร็วก็เปึน สิ่งจําเปึนว่าครั้งก่อนประชุมร่วมความร่วมมือเรื่องถิ่นกําเนิดสินค้า เราเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียนแท้ ๆ แต่เราเองกลับให้สนธิสัญญาเปึนรายสุดท้าย ประเทศสุดท้าย ดังนั้นเองความรัดกุม รอบคอบ และความรวดเร็ว เปึนสิ่งที่ดี เพราะเดี๋ยวนี้การค้าการขายเปึนสิ่งที่จําเปึน ส่วนตัวผมเองแล้วเห็นด้วยแล้วไม่ทราบว่าความร่วมมือลักษณะนี้ในศูนย์อาเซียนกับจีน ต่อไปเราจะมีศูนย์อาเซียนกับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศจีน ประเทศเกาหลี หรือไม่ จะเปึนประเทศอินเดีย หรือประเทศญี่ปุ์น หรือประเทศสหรัฐอเมริกาต่าง ๆ จะมีลักษณะนี้หรือไม่ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ เพราะว่าทางเพื่อนสมาชิกจะได้ มีความรู้ ความเข้าใจ แล้วก็เข้าใจในการพิจารณาต่อไป เนื่องจากว่าวาระนี้เปึนวาระใหม่นะครับ ผมว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็อาจจะอ่านไม่ทัน ผมก็เพิ่งมาอ่านเมื่อสักครู่นี้ข้อมูลอาจจะ ไม่ลึกเท่าที่ควรครับ เพราะว่าเปึนข้อมูลซึ่งเพื่อนสมาชิกทุกคนได้เท่าทันคือวันนี้ ก็ขอฝาก แล้วผมเชื่อมั่นในเจตนาดีของรัฐบาล เนื่องจากว่ารัฐบาลเองนั้นคงไม่เห็นประโยชน์ของ ประเทศชาติดีกว่าประเทศอื่น ดังนั้นเองสิ่งนี้สําคัญแต่ว่าขอให้มีความรวดเร็ว แล้วทาง รัฐสภาเองผมว่าเพื่อนสมาชิกคงจะให้ความร่วมมือในการพิจารณากรอบต่าง ๆ เนื่องจากว่ากรอบความร่วมมือต่าง ๆ ยังค้างอีกหลายเรื่อง แม้กระทั่งกรอบที่ทาง ท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรอบความร่วมมือเออีซีเรื่องรถไฟ สายสิงคโปร์-คุณหมิง ซึ่งจะพาดผ่านจากประเทศจีนมายังประเทศลาว เวียงจันทน์ และหนองคายมายังกรุงเทพฯ แล้วก็ปาดังเบซาร์-มาเลเซียต่อไป ในหลักการเห็นด้วย แต่ว่าอยากให้ดูให้รอบคอบนะครับ ในหลักการดีแต่รายละเอียดซึ่งผมติดตามข่าว จาก ครม. เมื่อวานนี้บางทีก็มีการหมกเม็ด หรือฝังในหรือเปึนการเสียเปรียบ ดังนั้น ผมเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลเองคงจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญมากกว่า ผลประโยชน์ของประเทศอื่นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชลน่าน แล้วหลังจากท่านชลน่านแล้วก็เปึนท่านพนิช แล้วก็ท่านสถาพรนะครับ เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ตามที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําเสนอ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ เรื่อง บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่าง รัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เข้าสู่สภาเพื่อให้สภาได้อนุมัติให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตรวจสอบเอกสารรายงานข้อเสนอที่ทางคณะรัฐมนตรี เสนอต่อสภา ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนสอบถามอยู่ ๔ ประเด็นนะครับ ก่อนที่จะให้ ความเห็นชอบหรือไม่นั้น
ประเด็นที่ ๑ ผมดูเรื่องความชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เหตุที่ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญได้กําหนดชัดว่าหนังสือที่ถือว่า เปึนหนังสือสัญญาระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ต้องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเห็นชอบตามวรรคสอง ของมาตรา ๑๙๐ ประเด็นนี้ผมไม่ได้สงสัยนะครับว่า ประเภทหนังสือสัญญานี้จะเปึนหนังสือสัญญาหรือไม่ แต่ประเด็นที่ผมสงสัยก็คือว่า ดูจากขั้นตอนการทําข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจร่วมฉบับนี้เคยทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ เปึนต้นมา ไล่เลียงมาจนกระทั่งป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ และ ป้ ๒๕๕๒ โดย ป้ ๒๕๕๐ ที่ไล่เลียงมาเคยมีการผ่านสภาและรัฐสภาให้ความเห็นชอบไป โดยสาระสรุปแล้วเนื่องจาก มีการแก้ไขของประเทศจีน ผมเรียกสั้น ๆ ประเทศจีนขอแก้ไขสาระสําคัญในบันทึก ข้อตกลงมีอยู่ ๕ เรื่อง ซึ่งผมเองอาจจะไม่ลงลึกในรายละเอียดว่า ๕ เรื่องที่ประเทศจีน ขอแก้ไขนั้นคืออะไร แต่โดยความรวมแล้วก็คือเมื่อมีการขอแก้ไขของประเทศจีนก็เปึนเหตุ ให้หนังสือสัญญานี้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระทรวงการต่างประเทศ ของเราก็ได้ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญที่จะขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาเพื่อที่จะให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้วก็นําบันทึกความเข้าใจตรงนี้ไปนําสู่การมีผลบังคับใช้ ผมมีประเด็น ที่จะต้องกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับ ในเดือนกันยายน คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๙ ป้ ๒๕๕๒ อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจฉบับแก้ไข โดยประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งและมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนาม ในร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ในระหว่างการประชุมอาเซียน-จีน ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดําเนินการได้โดยไม่ต้อง เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก ประเด็นผมอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน หลังจากที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ก็เข้าสู่กระบวนการที่ผ่านคณะรัฐมนตรีเพื่อจะเสนอสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ แต่ว่าช่วงการพิจารณาในป้ ๒๕๕๓ เดือนพฤษภาคม สภาผู้แทนราษฎรป่ดสมัยประชุมไป เรื่องที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระก็เปึนอันตกไปตามข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ เดือนสิงหาคมท่านรัฐมนตรียืนยันว่าจะนําเรื่องนี้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี หนังสือล่าสุดที่ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีได้ปรึกษาลงมติเห็นชอบให้เสนอเรื่องนี้เข้ามา ไม่ได้ติดใจครับในเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าขออนุญาตให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในเอกสารเสนอ ต่อสภาบางครั้งอาจจะต้องมีความละเอียด มีความรอบคอบ พอสมควร ไม่ใช่ผมสนใจ เรื่องประเด็นเล็กประเด็นน้อยครับ เพราะเรามีแค่นี้เองครับที่จะต้องพิจารณา ท่านดู เอกสารที่เสนอโดยกระทรวงการต่างประเทศ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ หน้า ๒ หลังจากที่ กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือยืนยันความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีนะครับ สถานะล่าสุด รอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ผมแปลความตรงนี้กับหนังสือนําส่งผมก็ไม่เข้าใจว่า บทสรุปในเอกสารนี้กับหนังสือนําส่งเปึนอย่างไร แต่ผมเข้าใจเอาเองนะครับ ผมถือนําส่ง เปึนหลักว่าเรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับว่าในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ เพื่อปัองกันความสับสน ของสมาชิกที่จะพิจารณาในรายละเอียดก็น่าจะทําให้เอกสารมันสอดคล้องและถูกต้อง นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเองติดใจเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่กราบเรียนท่านประธานไปว่ากรณีที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นให้ท่านรัฐมนตรีเอง ไปลงนามมีทั้งฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษที่แนบท้ายมาเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นั้น จะชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจ ท่านให้เหตุผลว่าเนื่องจากว่าไม่มีผลการบังคับใช้ ก็เลยสามารถที่จะลงนามได้ เนื่องจากไม่มีผลการบังคับใช้ท่านรัฐมนตรีเองก็ลงนามไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ผมไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ แต่ต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง โดยสาระสําคัญ วรรคสองเปึนประเภทหนังสือสัญญา และการทําหนังสือสัญญา วรรคสามเปึนเสมือนวิธีการที่จะทํานะครับ วรรคสาม ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านนะครับ บอกว่าก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือ สัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อความเห็นชอบด้วย กรณีที่ยังไม่ได้ทํา กรณีที่เพิ่งเริ่มการก็ต้องเสนอกรอบมา ความหมายก็คือว่ากรณีถ้าเปึนเรื่องที่เริ่มทําใหม่ ขั้นตอนแรกสุดกรอบเจรจาต้องได้รับ ความเห็นชอบ หลังจากผ่านกรอบเจรจาแล้วท่านไม่เจรจา เมื่อเจรจาแล้วจะลงนาม ในหนังสือสัญญาเปึนหนังสือสัญญาก็ต้องกลับมาที่สภาตามวรรคสองอีกครั้งหนึ่ง คืออย่างน้อย ๒ ครั้ง ท่านประธานครับ บันทึกความเข้าใจตรงนี้มันเสมือนเปึนสิ่งที่ ไม่ใช่กรอบแล้วครับ มันจะเปึนหนังสือสัญญาที่จะมีผลนําสู่การปฏิบัติแล้ว จะมีผล ผูกพันแล้ว ผมเองก็เลยกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องนะครับ รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุเลยครับว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจ ลงไปแล้วไม่มีผลบังคับผูกพันก็สามารถจะลงนามได้ แต่รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้ ก่อนดําเนินการทําหนังสือสัญญา การแปลความตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจเพราะว่าผมไม่ใช่ นักรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญเขาเขียนอย่างนั้น ก็เลยกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับเพื่อเปึนแนวการนําไปสู่การปฏิบัติ ถ้าผมเข้าใจ คลาดเคลื่อนท่านรัฐมนตรีเองก็ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาครับ เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่าง สมาชิกที่จะได้ให้ความเห็นชอบในโอกาสต่อไป จะได้ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องซักถามกัน สําหรับอะไรที่เปึนข้อบันทึกหรือเปึนข้อตกลงที่กระทํามา นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในการนําเสนอบันทึกความเข้าใจต่อรัฐสภาครั้งนี้ท่านนําเสนอมาทั้งหมด ทั้งหมด หมายถึงว่าบันทึกความเข้าใจทั้งหมดที่มีการลงนามโดยรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศ อาเซียนทั้ง ๑๑ ประเทศและประเทศจีน ผมก็กราบเรียนถามว่าการที่นํามาเสนอทั้งหมดนี่ จริงอยู่ครับเหตุผลที่ต้องเสนอเนื่องจากมีการแก้ไขของประเทศจีน ๕ ข้อ พอนํากลับมา ขอความเห็นชอบสภาอีกครั้งหนึ่งนํามาเสนอทั้งหมด เกิดว่าสภาติดใจในประเด็นใด ประเด็นหนึ่งที่ไม่มีการแก้ไขของประเทศจีนที่เปึนสาระใหม่นะครับ รัฐสภาแห่งนี้สามารถ ดําเนินการได้หรือไม่ เพราะท่านเสนอมาทั้งหมด ถ้าเสนอมาทั้งหมดหมายความว่า มติของรัฐสภาที่ผ่านไปแล้วก็ย่อมถูกนํากลับมาทบทวนได้ใช่หรือไม่ ต้องตอบตรงนี้ครับ ผมจะได้เข้าใจ แล้วสมาชิกที่ร่วมกันพิจารณาจะได้เข้าใจ เพราะบางครั้งเราหลงไปพิจารณา ในประเด็นสาระที่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเสนอเข้ามาใหม่ก็เสียเวลาแก่สภา เพราะข้อแก้ไข ของจีนที่มีอยู่ ๕ ประเด็นหลักตรงนั้นบางเรื่องไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ครับ มันมีเรื่องเฉพาะ ของมันเอง เราจะได้ให้ความสนใจในประเด็นนั้น อันนี้เปึนคําถามผมนะครับว่า ถ้าท่านเสนอเข้ามาใหม่ ถ้าผมจะมองประเด็นอื่น ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ไม่ให้ความเห็นชอบ ประเด็นอื่นจะกระทําได้หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูในเนื้อหาสาระของ ข้อแก้ไขของประเทศจีน ผมมีข้อคําถามถึงแม้ว่าในเอกสารที่เสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ทางคณะรัฐมนตรียืนยันมาอย่างชัดเจนบอกว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนจะส่งผลดีต่ออาเซียนและประเทศไทย ในการเข้าสู่ตลาดของจีนได้มากขึ้น และศูนย์ฯ ยังมีบทบาทสําคัญยิ่งในการส่งเสริม ปฏิสัมพันธ์ของประชาชนอาเซียนและจีนในทุกระดับ โดยผ่านกิจกรรมการจัดแสดงสินค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา นี่คือข้อดีที่ท่านบอกว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูในสาระสําคัญ ที่เปึนข้อแก้ไข ผมมีคําถามครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในข้อ ๑๔ ผมถามในเนื้อหาสาระเลย เพราะปกติสมาชิกจะไม่ค่อยสนใจในรายละเอียดมากนัก แต่ผมถามว่าสิ่งที่ท่านยอม ให้เขาแก้ไข ท่านก็บอกว่าไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ประเทศไทยยังได้ ประโยชน์เหมือนเดิม ผมอ่านข้อ ๑๔ นะครับ ข้อความเดิมในข้อตกลงเดิมเขาเขียนว่า ให้จีน โดยถือตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง อนุญาตการนําเข้าโดยปลอดภาษีนําเข้า ของสินค้าและวัตถุดิบของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการจัดแสดงประชาสัมพันธ์ และแจกจ่ายสินค้าหรือวัตถุดิบนั้น ๆ เปึนตัวอย่างแจกฟรีตามความเหมาะสม ตลอดจน ให้จีนอํานวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือในการขายสินค้าและวัตถุดิบนั้น ๆ ในภายหลังด้วย ทั้งนี้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ จีนเขาไม่เอาข้อตกลงเดิม เขาเขียนอย่างนี้ครับ เขาเปลี่ยนสาระสําคัญ เขาเขียนว่า ให้จีน โดยถือตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อนุญาตการนําเข้าโดยปลอดภาษีนําเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มในการนําเข้าของสินค้าที่จําเปึน ประโยคเดิมไม่มีนะครับ ที่จําเปึน โดยศูนย์ฯ หมายถึงศูนย์อาเซียน จากประเทศสมาชิกอาเซียนในปริมาณที่สมเหตุผล สําหรับจัดแสดงและใช้ภายในบริเวณงานนิทรรศการแสดงสินค้าโดยไม่ให้เข้าสู่ตลาด ภายในประเทศของจีน เอาไปแสดงได้เท่านั้น ห้ามเข้าสู่ตลาด ก็คือการจํากัดเฉพาะใช้ เพื่อเปึนตัวอย่างแจกฟรีเท่านั้นเองนะครับ รวมถึงวัตถุดิบตกแต่งต่าง ๆ เพื่อใช้ในการจัดแสดง เพื่อส่งเสริมการจัดแสดง ประโยคสําคัญที่หายไปครับ ข้อความเดิม ตลอดจนให้จีน อํานวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือในการขายสินค้าและวัตถุดิบนั้น ๆ ในภายหลังด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีนตัดออก อันนี้ยกตัวอย่างครับว่ากระทบหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีเองต้องชี้แจงให้สมาชิกได้เข้าใจในประเด็นนี้ด้วย ข้อ ๑๕ ตัวอย่างเล็ก ๆ ครับ มีการแก้ไขนิดเดียว แต่ถือเปึนสาระสําคัญ เรื่องเดิมเขาบอกว่า เกี่ยวกับการสื่อสาร อย่างเปึนทางการของศูนย์ ให้ศูนย์ฯ ที่อยู่ในดินแดนของจีนและตราบเท่าที่สอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ได้รับการปฏิบัติไม่น้อยกว่าที่จีนให้กับองค์การระหว่างประเทศใด ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับลําดับความสําคัญ อัตราค่าบริการ และภาษี สําหรับบริการไปรษณีย์ และโทรคมนาคม ข้อความใหม่ที่จีนขอแก้ไขนะครับ เหมือนเดิมทุกอย่างครับ ตัดคําว่า และภาษี ออกไป ความหมายก็คือว่า เขาให้เฉพาะเรื่องของอัตราค่าบริการเท่านั้น ภาษี ไม่เกี่ยว เขาขอเก็บอยู่เหมือนเดิม ถ้ากรณีอย่างนี้เขาต้องเก็บภาษี ท่านประธานครับ ตรงนี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอย่างนี้กระทบต่อผลประโยชน์ของ ศูนย์อาเซียน กระทบผลประโยชน์ของประเทศไทยหรือไม่
อีกเรื่องหนึ่งเปึนตัวอย่างครับ ข้อ ๑๗ จริง ๆ มันมีข้อท้วงติงได้ทุกข้อ ใน ๕ ข้อ แต่ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ เรื่อง ให้จีนอํานวยความสะดวกการเดินทางเข้าเมือง ของบุคคลซึ่งเดินทางมาด้วยภารกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ ดังนี้ มีข้อความต่อไปนะครับ จีนเปลี่ยนใหม่ครับ อํานวยความสะดวกเช่นกันครับ ให้จีนอํานวยความสะดวก การเดินทางเข้าเมือง เช่น การตรวจลงตรา ของบุคคลซึ่งเดินทางมาด้วยภารกิจที่เกี่ยวข้อง กับศูนย์ฯ ดังนี้ เพิ่มข้อความ เช่น การตรวจลงตรา ความหมายคืออะไรครับ ความหมายว่า เขาเองก็สงวนสิทธิที่จะต้องลงตราในการเข้าเมืองของเขา นั่นก็คือวีซ่า (Visa) ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่ใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ ผมเองมีข้อกังวลเกี่ยวกับสาระสําคัญ ที่ขอเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะผมเองได้ดูเอกสารที่ทางฝ์ายสภาได้ทําให้สมาชิกนะครับ เรื่องเอกสารประกอบการพิจารณา ต้องขอบคุณทางฝ์ายวิชาการที่กรุณาได้ทําเอกสาร รายละเอียดประกอบมา เขาทําเรื่องปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกสินค้าไปประเทศจีนครับ แล้วก็เขาทําเรื่อง ปัญหาอุปสรรคการนําเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาให้สมาชิกได้รับทราบ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ปัญหาอุปสรรคในการส่งออกด้านกฎระเบียบ นั่นเปึนเรื่องที่ ๑ ระเบียบค่อนข้างยุ่งยาก หยุมหยิม ปัญหาการกําหนดและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ของประเทศจีน ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาการขนส่ง ปัญหาที่ ๔ เกี่ยวกับระบบการเงินของ ประเทศของประเทศจีนเอง สิ่งเหล่านี้ถ้ามาดูในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ทางการค้าแล้ว ผมถือว่านี่คือปัญหาอุปสรรคของประเทศไทยเราหรือสมาคมอาเซียน ที่จะส่งเข้าไปประเทศจีน ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้มันมีรายงาน มีผลการศึกษา ออกมาชัดเจน การนําเข้าก็เหมือนกันครับ เรานําเข้าจากประเทศจีนกฎระเบียบ ขั้นตอนนําเข้ามีความยุ่งยาก อันนี้เกิดจากของเราเอง ไม่ใช่ว่าแต่เขานะครับ ของเราก็มี ปัญหา การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต่อเนื่องขาดรายละเอียด ทําให้ ผู้นําเข้าไม่ทราบข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน มีปัญหาการลักลอบนําเข้าสินค้า การลอกเลียนแบบ ปลอมแปลง เรื่องหนักครับ เรื่องปลอมแปลงสินค้า ระบบการเงินไม่เปึนสากลทั้งของ ประเทศจีนและของประเทศไทย ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญภาษาจีน และรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมประเทศจีน อันนี้เปึนสิ่งที่ฝ์ายวิชาการเราพยายามทําข้อมูลมาประกอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้เปึนข้อห่วงใย ผมในฐานะเปึนสมาชิก ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรับผิดชอบโดยตรง ข้อแก้ไขนี้ท่านต้องตอบกับสมาชิกว่าท่านยังมีความกล้า ที่จะยืนยันว่าเรายังได้ประโยชน์อยู่เหมือนเดิมหรือไม่ หรือไม่เสียประโยชน์อะไร เพื่อเปึน ข้อมูลประกอบกับการตัดสินใจของสมาชิกที่จะได้ให้ความเห็นชอบกับข้อบันทึก ความเข้าใจระหว่างศูนย์อาเซียนกับประเทศจีนที่นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การนําเอกสารเหล่านี้เข้ามาสู่สภาผมก็เห็นใจทางรัฐบาล ทางคณะรัฐมนตรี เพราะว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันมากมาย ที่ท่านผ่องศรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเลื่อน ระเบียบวาระมา ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เราพยายามที่จะศึกษา อย่างวันนี้ ต่อไปจะเปึนเรื่องที่ ๔.๒ เรื่องที่ ๔.๒ ต้องกราบเรียนครับ วิปฝ์ายค้านเองเมื่อวานเรา พิจารณาไป ๔ เรื่องที่จะให้ความเห็นชอบ มีมติชัดเจน ๔ เรื่อง แต่เรื่องที่ ๔.๒ ที่จะเลื่อน ขึ้นมาเปึนเรื่องต่อไป แล้วก็เลื่อนเรื่องที่ ๔.๔ เรื่องที่ ๔.๘ เรื่องที่ ๔.๑ ถ้าพิจารณาทันวันนี้ พวกผมเองต้องสงวนสิทธิที่จะต้องขอปรึกษาหารือว่าเราจะมีมติอย่างไร เพราะเรา ไม่ทราบจริง ๆ ว่ารัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีจะเลื่อนขึ้นมาต่อเนื่อง ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมรอฟังคําชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าเรายังจะได้ประโยชน์อยู่ เหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าคําชี้แจงชัดผมยินดีให้ความเห็นชอบครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านพนิชครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอแสดง การสนับสนุนแล้วก็ต้องขอกราบขอบคุณทางสภาที่ได้ทําเอกสารประกอบการพิจารณา อย่างละเอียดตามที่ ต้องขออนุญาตกล่าวนาม ท่านชลน่านได้พูดถึง เพราะเปึนเอกสาร ที่ค่อนข้างจะครบถ้วนมาก แต่ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าผมต้องยอมรับว่าเอกสารนี้อาจจะ มาถึงในมือค่อนข้างช้า แต่ก็เปึนเอกสารที่ละเอียดมาก และผมเองก็ได้มีโอกาสศึกษาเรื่องนี้ มาเปึนระยะ แล้วก็ต้องขอเรียนว่าต้องสนับสนุนทางรัฐบาลครับ เพราะว่าเรื่องการให้ ความเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนี้มีความสําคัญ ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-จีน และอาเซียน-ไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อมูลที่ผมได้นํามาจากสํานักเลขาธิการอาเซียน พบว่าในป้ ๒๕๕๒ การค้าอาเซียน-จีนมีมูลค่าถึง ๑.๖ แสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าเทียบเปึนเงินบาทมากกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทั้ง ๒ ฝ์ายระหว่างอาเซียน-จีนต่างก็เปึนคู่ค้าอันดับ ๓ ต่อกัน แล้วเมื่อพิจารณาถึงการค้าระหว่างไทย-จีน จะเห็นว่ามูลค่าของทั้ง ๒ ฝ์ายในป้ ๒๕๕๒ คิดเปึนมูลค่าประมาณ ๓.๓ หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนจํานวนที่มากอันดับ ๒ ในแง่ของการค้าระหว่างไทยกับนานาประเทศ ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานว่าถ้าดูตัวเลขในครึ่งป้แรกของป้ ๒๕๕๓ นี้ ตัวเลขการค้าไทย-จีน มีมากถึง ๒๑,๐๐๐ ล้านดอลลาร์หรือประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลข ที่สูงมากในช่วงครึ่งป้แรกการส่งออกของไทย ท่านประธานครับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศจีนมีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนในแง่การนําเข้าและการส่งออก การที่เรามีการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนั้น แน่นอนจะส่งผลดีต่อการร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนและโดยเฉพาะไทยกับจีน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ในทุกระดับ และไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ ภาคเอกชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่มีผลดีต่อประชาชนชาวไทยและชาวอาเซียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตด้วยความเคารพ อยากจะขออนุญาตทําความชัดเจน นิดหนึ่งในเรื่องของการแก้ไขความเข้าใจด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนี้ ก็คือ เปึนเรื่องที่ประเทศจีนเสนอและเปึนเรื่องที่เพื่อให้เปึนไปตามระเบียบว่าด้วยเอกสิทธิ์ และความคุ้มครองทางการทูตฉบับปัจจุบันของประเทศจีน ซึ่งให้สอดคล้องกับสถานะ ที่เราเรียกว่าองค์กรระหว่างประเทศของศูนย์อาเซียน-จีน ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ท่านประธานครับ ศูนย์นี้หรือองค์กรระหว่างประเทศนี้มีความแตกต่างกับสถานะของ คณะทูตานุทูตที่เราเรียกกันว่าคณะทูตานุทูต ไม่ว่าจะเปึนสถานทูต สถานกงสุล และระเบียบดังกล่าวจะมีความเท่าเทียมในส่วนขององค์กรระหว่างประเทศที่จะมี การบังคับใช้ในส่วนของศูนย์อาเซียน-จีน นี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากขออนุญาต กราบเรียนให้ทางสมาชิกและท่านประธานได้รับทราบคือ สิ่งที่ประเทศจีนจะให้กับ บุคลากรของอาเซียนที่ไปประจําที่ศูนย์นี้จะมีความสําคัญมาก รวมถึงบุคลากรของ ประเทศไทยที่จะไปประจําอยู่ที่ศูนย์อาเซียน-จีน นี้ ที่จะไปปฏิบัติงานที่กรุงปักกิ่ง เอกสิทธิ์ และการคุ้มกัน เอกสิทธิ์ที่สําคัญได้แก่เอกสิทธิ์ในการได้รับยกเว้นภาษีศุลกากร ยกเว้น การเรียกเก็บภาษีเงินได้ เงินเดือนและผลตอบแทน ส่วนนี้ผมคิดว่าเปึนส่วนที่มีความสําคัญมาก และส่วนที่มีความคุ้มกันในสถานะพิเศษ ในฐานะที่เปึนตัวแทนของศูนย์จะได้รับ การยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้อํานาจหรือรับผลภัยบางอย่างตามกฎหมาย เช่นได้รับ การคุ้มกันจากอํานาจศาล ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าทางรัฐบาลได้เสนอเรื่องนี้เข้าสู่ รัฐสภา และผมเองก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทางรัฐสภา และผมเอง ก็ต้องขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรี กราบเรียนทางรัฐบาลว่าผมมีความหวัง ผมมีความมั่นใจ ว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันให้ศูนย์นี้สามารถจัดขึ้นได้ และที่สําคัญคือจะต้องสามารถ ดําเนินการได้ภายในเร็ววันนี้ ซึ่งผมได้ยินมาได้รับทราบมา ว่าจะพยายามทําให้เสร็จสิ้น ภายใน ๒ ป้ ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าเพื่อให้กลไกเหล่านี้ได้เดินทางต่อไปข้างหน้า และเรา จะมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอาเซียน-จีน ไทย-จีน ขอให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทางรัฐบาล ได้เสนอเข้ามานี้ทางกระผมเองขอสนับสนุนครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสถาพรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยบันทึกความเข้าใจเพื่อจะฝากประเด็นในเรื่องของ ข้อห่วงใยจากประสบการณ์ตรงที่การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ว่าควรจะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนที่ประกอบธุรกิจหรือประกอบการเกษตรในการนําเสนอตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองไม่ทราบว่าศูนย์แห่งนี้ที่ตั้งอยู่กรุงปักกิ่งจะมีสาขาในมณฑล ที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร เช่นภาคเหนือของกระผม เราอยากเห็นว่าในมณฑลยูนนาน ศูนย์เหล่านี้มีการจัดตั้งหรือไม่ อย่างไร มีสาขาหรือไม่ อย่างไร ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ประเด็นปัญหาขณะนี้คือภาคเอกชนไทยเวลาส่งสินค้าเข้าไปในประเทศจีนมีปัญหา อุปสรรคมากครับ ประเด็นคือมณฑลต่อมณฑล กฎ ระเบียบ ไม่เหมือนกัน และขณะเดียวกันปรากฏว่ามีการลงทุนรูปแบบใหม่ในการที่กลุ่มคนจีนมาลงทุน รูปแบบใหม่ในประเทศไทย เช่นในภาคเหนือ การลงทุนรูปแบบใหม่ก็คือคนจีนมาแต่งงาน กับคนไทย เสร็จแล้วก็มาลงทุนเอง ทําเอง แล้วก็ส่งสินค้าต่าง ๆ ไปที่ประเทศจีนเอง ทําให้มีการกีดกันสินค้าที่นักลงทุนเมืองไทยจริง ๆ มีปัญหาอุปสรรค ถ้าเปึนของคนไทย จริง ๆ โดยไม่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างสายครอบครัวก็จะเกิดปัญหา เช่น การกีดกันสินค้ากรณีเรื่องของสารตกค้าง เรื่องของการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เรื่องของกฎ ระเบียบ ตราสารต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ถ้ากรอบศูนย์อาเซียน-จีน เกิดขึ้น จะอํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการสินค้าเกษตรของเมืองไทยได้อย่างไร และในขณะเดียวกันสินค้าเกษตรของประเทศจีนส่งมาทางเมืองไทยค่อนข้างที่จะง่าย และไม่มีการกีดกันด้านคุณภาพ กีดกันด้านศุลกากร กีดกันเรื่องของการตรวจสารตกค้างต่าง ๆ เราเองไม่สบายใจครับที่ได้รับทราบข่าวว่าน้ํามันพืชของประเทศจีนมีสารปนเปุ๋อน ที่ทําให้เกิดโรคมะเร็ง แล้วปรากฏว่าน้ํามันพืชเหล่านี้มีการเล็ดลอดเข้ามาตามแนวชายแดน แล้วก็มากรอกขวดใส่ในเมืองไทย ตรงนี้เปึนเรื่องที่น่าตกใจครับ แล้วก็มาขาย ในราคาถูก ๆ ตามร้านบ้านนอกของพวกเรา ส่วนที่ ๒ เรื่องนมปนเปุ๋อน ซึ่งปรากฏว่า ในประเทศจีนลงข่าวใหญ่โต แต่ว่านมจํานวนนั้นที่เลี้ยงทารกเล็ดลอดเข้ามาเมืองไทย เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ถ้าเราเกิดศูนย์อาเซียน-จีนขึ้นมาแล้ว ประเด็นเหล่านี้ฝากทาง กระทรวงการต่างประเทศให้คอมเมนท์ (Comment) ด้วย เวลาไปเจรจาหรือเวลาไปทําสัญญา ข้อตกลงให้ใส่ข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปด้วย ในขณะเดียวกันประเด็นเรื่องของศุลกากร วันนี้ เราต้องยอมรับว่าในภาคเหนือสิ่งหนึ่งคือความหวังของพี่น้องเกษตรกร ก็คือถนนสายอาร์ ๓ (R3) ซึ่งจะเชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงรายไปถึงนครคุนหมิงประเทศจีน และจะเปึนถนน ที่บรรทุกสินค้าเกษตร เราจะใช้ประโยชน์อย่างนี้ตอบสนองต่อพี่น้องของพวกเรา ที่จะส่งสินค้าไปได้อย่างไร
และประการที่ ๒ การเติบโตของสินค้าระหว่างรัฐต่อรัฐ ผมนําเรียนว่า วันนี้กลุ่มสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมาเข้มแข็ง เขาเองอยากจะไปทําสัญญา ร่วมกับประเทศจีน ร่วมกับคนที่เปึนของจริงนะครับ ส่วนใหญ่เกษตรกรหรือกลุ่มสหกรณ์ ไปแบบลูกทุ่งแล้วก็ถูกหลอกเจ๊งกันระเนระนาดไปหมด คือเราอยากจะให้ทาง ศูนย์อาเซียน-จีนช่วยสกรีน (Screen) ลูกค้าหรือสกรีนคนที่เปึนของจริง ส่งผ่านมายัง รัฐบาลด้วย อย่างน้อยท่านได้โปรดร่างคําสัญญาซื้อขาย หรือสัญญาข้อตกลงจะซื้อจะขาย เอ็มโอยู (MOU) ให้เปึนรูปแบบที่เปึนระบบมาตรฐาน มิฉะนั้นการซื้อขาย ยกตัวอย่าง เช่นสหกรณ์หรือเกษตรกรส่งลําไยอบแห้งไป ๓ ตู้คอนเทนเนอร์ ปรากฏว่าไปอีกรัฐหนึ่ง ก็มีระเบียบรูปแบบอีกอย่าง ไปอีกท่าเรือหนึ่งก็มีปัญหาอุปสรรค กว่าเราจะได้เงินจาก การขายสินค้า ๓ ตู้คอนเทนเนอร์นั้นเกษตรกรแทบที่จะแขวนคอตายครับ เครียด เพราะไม่รู้ว่าสินค้านั้นจะได้ขายไหม จะได้เจอปัญหาอุปสรรคไหม เพราะฉะนั้นถ้าศูนย์เรา ที่ตั้งขึ้นมานี้ให้ข้อมูล ให้ความเปึนจริง กับกลุ่มเกษตรกรหรือเอกชนไทยที่ต้องการเปึนรายเล็กรายน้อย เปึนเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ ไม่จําเปึนต้องหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทหรอกครับ สิบล้านบาท ห้าล้านบาท ยี่สิบล้านบาท สามสิบล้านบาท เปึนเล็ก ๆ เซคเตอร์ (Sector) เล็ก ๆ ที่ค้าขายทีละ ๑๐ ตู้คอนเทนเนอร์ ๕ ตู้คอนเทนเนอร์ คือคนพวกนี้จะเข้มแข็ง แล้วเขายินดีที่จะเปึนผู้ที่ประกอบการ ในเรื่องของการไปลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน นี่คือข้อเท็จจริงครับ สิ่งที่ น่าห่วงใยอยากจะฝากผู้ที่จะไปเซ็นสัญญาคือ เรื่องของการตรวจสอบ เรื่องของมาตรฐาน ที่เหลื่อมล้ํา ที่เปึนข้อสังเกตของฝ์ายบริหารตรงนี้ ก็หมายความว่าการเหลื่อมล้ําในเรื่องของ มาตรฐาน พอมาอยู่เมืองไทย ผ่าน แต่ไปอยู่เมืองเขา ไปอยู่ประเทศจีน ที่จะส่งไปปรากฏว่า เขากีดกันสินค้าเรา ทั้ง ๆ ที่มาตรการภาษีเท่าเทียมกัน แต่มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ปรากฏว่า ทางประเทศจีนจะมีมากกว่าของประเทศไทย มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น มาตรการ สารตกค้าง มาตรการในเรื่องของการยกระดับในการส่งสินค้า การส่งออก การนําเข้า การใช้เวลา การขึ้นท่าเรือ เรื่องเหล่านี้เขาจะมีกฎระเบียบของเขาที่แต่ละมณฑลแตกต่างกันไป ก็อยากจะนําเรียนทางท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐมนตรีว่าสิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะเปึน รายละเอียด แต่เปึนหัวใจหลักในการประกอบธุรกิจการค้าเล็ก ๆ สําหรับพี่น้องประชาชน ในภาคเกษตรที่ต้องการจะส่งสินค้าไปจําหน่ายในประเทศจีน เรื่องของการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ปัญหาการลอกเลียนแบบสินค้า ผมเองนั้นเห็นว่าประเทศไทยเราพยายาม ที่จะกีดกัน พยายามที่จะปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ฐานการผลิตจริง ๆ อยู่ที่ชายแดน และส่วนใหญ่จะกระซิบกระซาบกันเสมอว่ามาจากประเทศจีน เสื้อนี่นะครับ กางเกงยี่ห้อดัง ๆ ท่านรัฐมนตรีท่านไปต่างประเทศบ่อยท่านอาจจะไปซื้อของจริง แต่ปรากฏว่าของปลอม ที่เราบริโภคกัน สมมุติเราไปทางอําเภอแม่สาย มันเปึนสินค้าปลอมครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันปลอมได้ทันที ถ้าเมืองไทยออกเดือนนี้ไม่ถึง ๑๕ วัน ทางประเทศจีนมีแล้ว ส่งมาแล้วครับ อย่างนี้เราจะทํากันอย่างไร การมีข้อตกลงของอาเซียนมีกรอบเหล่านี้ด้วยหรือไม่ อย่างไร ท่านรัฐมนตรีช่วยแจ้งด้วย อย่างน้อยก็เปึนความสบายใจของพวกเราในฐานะสมาชิก อาเซียน เรื่องของบุคลากรหรือเรื่องของแรงงานข้ามชาติ ประเด็นวันนี้เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเราขาดแคลนแรงงานจํานวนมาก และในขณะเดียวกันก็ปรากฏว่ามีแรงงาน ที่มาแย่งตลาดเมืองไทย เช่นพวกไกด์ (Guide) ที่มาจากประเทศจีนมาแย่งตลาดแรงงานไทย
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของด้านเทคโนโลยี ปรากฏว่าวันนี้คนหนุ่มคนสาว จากประเทศจีนมาอยู่เมืองไทยมาก มาอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรม มาอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งตรงนี้มันทําให้คนงานไทยเราหรือคนหนุ่มคนสาวของไทยเราขาดโอกาส เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เรื่องของการอพยพโยกย้ายแรงงานระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน เรามี ข้อตกลงด้านโยกย้ายถิ่นฐานของแรงงานได้อย่างไร
ส่วนที่ ๓ เรื่องการศึกษา วันนี้ปรากฏว่ามีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่จบ มัธยมศึกษาป้ที่ ๖ ของเมืองไทยไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนจํานวนมาก แล้วขณะเดียวกันนั้นเด็กจากประเทศจีนก็อพยพมาเรียนที่เมืองไทยเปึนจํานวนมาก เราจะควบคุมคุณภาพ เราจะควบคุมหลักสูตรการศึกษาเหล่านี้ที่จะเอื้ออํานวย ไม่ทราบว่าทางศูนย์นี้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของเด็ก เยาวชน ในเรื่องของการแลกเปลี่ยน ซึ่งกันและกันอย่างไร ตรงนี้ผมเองก็ฝากข้อห่วงใย
และประการสุดท้าย ที่อยากเห็นองค์กรนี้เติบโตอย่างจริงจังคือการลงทุน ด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าประเทศเรานั้นกําลังจะขยาย การลงทุนด้านขนส่ง ด้านบริโภคกับขนาดใหญ่ ด้านขนส่ง ด้านเทคโนโลยี เช่น การประมูลมือถือ เรื่องของมอเตอร์ไซค์ เรื่องของรถสิบล้อ รถหกล้อ ซึ่งตอนนี้สินค้าจากประเทศจีนจะถาโถมเข้ามาสู่เมืองไทย เปึนจํานวนมาก เราจะทําอย่างไรจะกีดกันสินค้า เราจะตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานตรงนี้ อย่างไร เช่น ยางรถยนต์ประเทศจีนจะถูกกว่ายางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อะไหล่รถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อดัง ๆ ในประเทศไทยถูกกว่า แต่เราไม่รู้ว่าคุณภาพเหล่านี้ เปึนอย่างไร ทีวีจอแบนของประเทศจีนจะถูกกว่าของประเทศไทยที่อยู่ในเมืองไทยนี้นะครับ ถ้าเปึนของประเทศจีนมันถูกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กาต้มน้ําร้อนถูกกว่า ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย มือถือยิ่งถูกกว่าอีก ดูทีวีก็ได้ ฟังวิทยุก็ได้ เราจะทําอย่างไรที่จะตรวจสอบคุณภาพอย่างนี้ และไม่เปึนขยะที่จะตกค้างในประเทศไทยในอนาคต ของประเทศจีนถูกแต่ปรากฏว่า ไม่มีคุณภาพ แต่คนเราชอบซื้อและขยะอันเกิดจากอุตสาหกรรมเหล่านี้ข้อตกลงระเบียบ เหล่านี้มีการพูดจากันบ้างหรือเปล่า ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในอนาคตข้างหน้าถ้าเราไม่มีการพูดจา ไม่มีการตั้งกําแพง สินค้าประเทศจีน จะท่วมประเทศไทย คนจีนจะท่วมประเทศไทย นักลงทุนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมาเมืองไทยเต็มไปหมด และสุดท้ายคนไทยจะกลายเปึนลูกจ้างคนจีนหมด และจะกลายเปึนพลเมืองชั้นสอง ในการลงทุน กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะนักเรียน อาจารย์ เจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุจากจังหวัดสมุทรสงครามมาเข้าเยี่ยมชม การประชุมรัฐสภานะครับ รัฐสภาขอต้อนรับครับ เชิญท่านวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านประธานรัฐสภาคะ ในครั้งนี้ดิฉันดีใจ มีการประชุมร่วมกันทั้ง ๒ สภา ให้มีความเห็นชอบในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง ศูนย์อาเซียน-จีนระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐบาลแห่งประเทศจีน ท่านประธานรัฐสภาคะ จังหวัดมุกดาหารนี้อยู่ติดกับประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ได้ทราบว่าจากที่ได้มีกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศ ในการตกลงของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) จากประเทศไทยข้ามไปประเทศลาว ไปประเทศเวียดนามและไปถึงจีนแดง ในกรณีการมีข้อตกลงในส่วนนี้ได้ผ่านจะต้องให้ ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรหรือสินค้าต่าง ๆ ส่งออกทางสะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๒ ในจังหวัดมุกดาหารเพื่อไปสู่ประเทศจีน เพราะสินค้าจากประเทศจีนนั้นเข้ามาจาก ทางประเทศจีนก็ต้องผ่านประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศลาวแล้วก็มาถึงประเทศไทย ระบบโลจิสติกส์นี้ก็ได้มีข้อตกลงกันไปแล้ว แต่ดิฉันดีใจนะคะว่าได้มีการจัดตั้งศูนย์อาเซียนนี้ เพื่อที่จะเปึนการสนับสนุน ได้อ่านในข้อความนี้ว่าวัตถุประสงค์ของศูนย์ก็คือว่าสนับสนุน การปฏิบัติตามกรอบความตกลง และความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ความตกลงว่าด้วย การค้าบริการ การตกลงว่าด้วยกลไกระหว่างข้อพิพาท ความตกลงว่าด้วยการลงทุน และความตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งลงนามภายใต้ กรอบความตกลง ท่านประธานรัฐสภาคะ ดิฉันได้เดินทางไปที่หนานหนิง เพราะจังหวัดมุกดาหาร สะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งนี้ ถ้าผ่านประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ไปถึงประเทศจีน ก็คงจะต้องใช้เส้นทางหมายเลข ๙ ในเส้นทางหมายเลข ๙ นี้ระยะทางที่จะไปถึง ทางประเทศจีนนั้นไม่ไกลนะคะ ไม่ถึง ๑,๐๐๐ กิโลเมตรด้วยซ้ําไป เราเดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่นี้ก็ยังเกิน ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ในกรณีข้อตกลงการขนส่งนี้พอข้ามไป ทางที่ประเทศลาว ประเทศลาวก็ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังโดยให้ผ่านจากทางมุกดาหารข้ามไปที่ประเทศลาว ทางฝัืงสุวรรณเขตไปทางเส้นหมายเลข ๙ แล้วก็จะไปถึงทางประเทศเวียดนาม จากเขตต่อแดน การขนส่งระบบโลจิสติกส์นี้ที่เรามาตกลงกัน ทางรถขนส่งจากประเทศไทยนี้ขับรถอยู่ ทางด้านซ้ายแต่พอทางประเทศลาวกับประเทศเวียดนามนั้นขับไปทางด้านขวามือ ในกรณีโชเฟอร์ที่ขับไปนั้นถ้าหากว่ามีการตกลงกันเรียบร้อยรถขนส่งนี้จะต้องผ่านจาก ด่านประเทศไทยไปถึงจีนแดงได้เลยพอดีทางจีนแดงนั้นเขาก็รองรับ คือจะทําตามข้อตกลง อีกเช่นเดียวกันว่าให้ผ่านจากประเทศไทย ประเทศลาว ไปประเทศเวียดนาม แล้วก็ไปส่งทาง หนานหนิงก็จะมีด่านโหย่วอี๊กวน โหย่วอี๊กวนนี้ก็จะรองรับสินค้าจากของทางฝัืงประเทศ ไทยไปถึงที่โน่นนะคะ นี่ละคะดิฉันจึงดีใจว่าได้มีข้อตกลงเพื่อที่จะสนับสนุนและตั้งศูนย์ฯ นี้ เกิดขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือ ในข้อตกลงต่าง ๆ นั้นแน่นอนละค่ะจะต้องไม่มีใครได้เปรียบ หรือเสียเปรียบต่างกัน แต่ปรากฏว่าในขณะนี้จากประเทศไทยไปถึงประเทศลาว พอไปถึงประเทศลาวข้ามไปถึงฝัืงประเทศเวียดนาม ฝัืงประเทศเวียดนามนั้นจะต้อง ตรวจสอบสินค้าอยู่ในคอนเทนเนอร์นั้น ผลไม้ถ้าเราลงมาตรวจสอบแค่เอาออกจาก คอนเทนเนอร์เอาออกจากกล่องที่เขาอบอากาศอะไรต่าง ๆ มันก็เสียหายแล้ว เอาเข้าไป ถึงโน่นก็โดนปรับ นี่ละค่ะนักธุรกิจทั้งหลายก็กลัวกันต่าง ๆ นานา เอาไปเอามา ก็เพื่อความรวดเร็วและต้องการอยากจะขายสินค้าตัวเอง ก็ได้นัดแนะกับทางประเทศเวียดนาม ได้นัดแนะกับทางประเทศเวียดนามว่าสินค้าที่ส่งไปจากประเทศไทยผ่านประเทศลาว ไปประเทศเวียดนามคุณก็เอาเปึนสินค้าของประเทศเวียดนามไป แล้วเราก็จะไม่ตรวจสินค้า ของท่าน นี่ค่ะที่ได้ทราบมานะคะวันนั้นที่เดินทางไปแล้วก็ได้ทราบข้อมูลมาอย่างนี้ก็คือ ผลไม้ไทย ผลไม้ไทยไปถึงมังคุดค่ะ มังคุดไปถึงที่ประเทศเวียดนามก็ไปตีตราเปึนของ ประเทศเวียดนามไปบอกว่าเปึนสินค้าที่ปลูกที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแล้ว เอาเข้าไปที่จีนแดง พอเข้าไปจีนแดงนั้นเขาสามารถผ่านไปที่ฉงจ่อกวน ฉงจ่อกวนนี้ มีข้อตกลงระหว่างประเทศเวียดนามกับประเทศจีนว่าสินค้าประเทศเวียดนามนี้ต้องผ่านไป ที่ฉงจ่อกวน ตกลงถ้าหากว่าสินค้าประเทศไทยนี้ไปผ่านฉงจ่อกวนปุ็บมันก็เปึนสินค้า ของประเทศจีนไป ทีนี้ดิฉันไปที่ทางจีนแดง ทางประเทศจีนบอกว่าเราก็ทราบมาแล้วว่า ทางประเทศเวียดนามไม่สามารถที่จะปลูกมังคุดได้ มังคุดจะปลูกได้ที่ประเทศไทย อย่างเดียวนี่เขาคุยกันนะคะคือคนจีนคุยกันเอง แล้วทําไมสินค้าเปึนของประเทศเวียดนาม ดิฉันก็ได้นําเรื่องนี้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรทางโหย่วอี๊กวน เขาบอกว่ามังคุดนี้ไม่ใช่สินค้า ของประเทศเวียดนามแต่เปึนสินค้าของประเทศไทย ถ้าจะเข้ามาต้องผ่านเข้ามาที่โหย่วอี๊กวน แต่สินค้าที่ผ่านไปที่ฉงจ่อกวนนั้นมันต้องเปึนสินค้าของประเทศเวียดนาม นี่ละค่ะดิฉันก็ได้ สืบไปอีกต่อหนึ่งว่าทําไมประเทศเวียดนามถึงได้เอกสิทธิ์ในการที่ขายมังคุด เข้าไปที่จีนแดง ดิฉันได้ไปสอบถาม ทีนี้ในกรณีของการที่จะผ่านไปแต่ละด่านนี้มีข้อตกลงกันว่าจะต้องมี ฟอร์ม อี (Form E) คือแหล่งกําเนิดของผลไม้ของสินค้านั้น ปรากฏว่าพ่อค้าคนเวียดนาม ได้มาเหมาซื้อที่ประเทศไทย ได้มาเหมาทั้งสวนเลยค่ะ คือตกเขียวไปเลยค่ะ ตกเขียวทั้งสวน ที่จังหวัดระยองบ้าง ที่จังหวัดจันทบุรีบ้าง ตกเขียวไปเลยนะคะก็คือคนเวียดนามมาตกเขียว ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง แล้วก็พอได้ตกเขียวแล้วเขาก็บอกว่านี่ละค่ะเปึนแหล่ง ที่เกิดของมังคุด และคนที่มาตกเขียวก็คือคนที่เปึนพ่อค้าที่มาซื้อก็จะต้องเปึนสินค้า ของประเทศเวียดนาม ทีนี้เราไม่เข้าใจว่าในกรณีว่าแหล่งกําเนิด แหล่งที่เกิด แหล่งที่มา ของสินค้านี้ ถ้าหากว่าในข้อตกลงนั้นบอกว่าแหล่งที่เกิดนั้นเปึนของประเทศไหนก็ต้องระบุ เปึนของประเทศนั้น ปรากฏว่าในมังคุดนี้ระบุเปึนว่าแหล่งกําเนิดแหล่งที่มาของมังคุดนี้คือประเทศเวียดนาม เพราะคนเวียดนามเปึนคนไปนํามาและขนส่งมาที่จีนแดง ดิฉันถึงบอกว่าถ้าหากว่า จะสนับสนุนให้ในศูนย์นี้ ในการที่จะให้มีศูนย์นี้บริการให้กับพ่อค้าในด้านการลงทุนต่าง ๆ นั้น ในศูนย์นี้คงจะมีหน้าที่ในการที่จะต้องเจรจานะคะ เจรจาว่าในส่วนที่ได้เปรียบเสียเปรียบ ของต่างต่อกันนั้นท่านจะต้องชี้ชัดให้แน่นอน ท่านตั้งไว้ว่าโหย่วอี๊กวนจะต้องเปึนสินค้าไทย ที่ข้ามไป แต่ในขณะที่มังคุดนี้เปึนสินค้าของประเทศไทย ท่านบังคับให้ไปทางฉงจ่อกวน พอบังคับไปฉงจ่อกวนปุ็บสิทธิหรือประโยชน์ที่จะได้ให้แก่ผลไม้ของประเทศไทย ของคนไทย พ่อค้าคนไทยนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ล่ะค่ะ ดิฉันดีใจนะคะที่ได้มีการลงมติของสภาทั้ง ๒ สภา มีการประชุมร่วมกันเพื่อที่จะจัดตั้งศูนย์นี้ให้การช่วยเหลือและให้การสนับสนุนกลุ่มพ่อค้า กลุ่มนักลงทุนระหว่างประเทศ จังหวัดมุกดาหารเปึนศูนย์กลางของผลไม้ เปึนศูนย์กลาง ของสินค้าที่ข้ามผ่านแดน แต่ถ้าหากว่ามีศูนย์นี้มาช่วยสนับสนุนแล้ว ถ้ายังไม่สามารถ ที่จะแก้ไขข้อตกลงนี้ได้ดิฉันคิดว่าคงจะไม่ได้ประโยชน์ แต่ก็คงจะต้องขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนะคะว่าข้อตกลงที่ท่านกําหนดในนี้ควรจะต้องให้ประเทศอาเซียน ที่อยู่ใกล้ ๆ เคียง ๆ นั้นถือปฏิบัติให้เคร่งครัดนะคะ แค่เฉพาะผลไม้อย่างเดียวนี้ประชาชน ชาวจีนเขาก็ยังเข้าใจ เขายังรู้นะคะว่ามังคุดนี้มาจากประเทศไทย ที่เขาพูดนี้เพราะเขาต้องการ อยากจะบริโภคมังคุดด้วยราคาที่ถูกลงให้ได้ราคาที่ถูกลง แต่ประเทศเวียดนามที่ส่ง ไปขายนั้นราคาแพงมากเลยค่ะ ท่านทราบไหมคะว่ามังคุด ๑ ลูก กี่เหรียญ ๒ เหรียญนะคะท่าน มังคุดต่อ ๑ ลูกนี้ ๒ เหรียญ ๒ เหรียญนี้คือเท่าไรคะ ๑๐ บาทแล้วค่ะ ในขณะที่ประเทศไทยนี้ ขายมังคุดกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ๑ กิโลกรัมมีกี่ลูก นี่ล่ะค่ะทางประเทศจีนแดงเปึนคนบอกมาเลย ทางหนานหนิงเขาบริโภคนี้เขาบอกว่าเขาต้องการอยากจะบริโภคสินค้าของประเทศไทย โดยตรงแค่อย่างเดียวล่ะค่ะ มังคุดนี้เอง ถ้าเกิดว่าเปึนอย่างอื่น เปึนสินค้าอย่างอื่นล่ะคะ ผลประโยชน์ของประเทศไทยนั้นจะสูญเสียหายไปเท่าไร ทีนี้ในข้อตกลงนี้ (ซ) ในข้อ ๓ เข้าใจว่าในกรณีของศูนย์นี้จะทําหน้าที่เปึนหน่วยงานกลางส่งเสริมการลงทุน สร้างความเชื่อมโยง อุตสาหกรรมรายสาขา และช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างบริษัทของอาเซียนและ ประเทศจีน โดยเฉพาะการช่วยนักลงทุนและบริษัทที่กําลังแสวงหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ ในท้องถิ่น ท่านคะ คํานี้ดีมากเลยนะคะ ดิฉันอยากจะขอบอกอีกนะคะว่าทางกวางสี ทางหนานหนิง ที่ดิฉันพูดเขาก็บอกว่าทางบริษัทมิตรผลที่ประเทศไทยโดยท่านกรรมการ อิสระท่านได้ไปลงทุนที่หนานหนิงนั้น โดยทางกวางสีหรือกว่างตงนี้ปลูกอ้อยมากที่สุดเลย ปลูกอ้อยมากที่สุด แล้วก็สามารถให้ประเทศจีนได้บริโภคน้ําตาลนั้นได้ ทีนี้ในกรณีที่ปลูกนั้น ปลูกมากแต่ก็ยังคงไม่ท่วมท้นกับการที่ต้องการจะบริโภคน้ําตาลนี้ ดิฉันถึงบอกว่า ในโควตา ค โควตาซี (C) อะไรที่ทางสมาคมอ้อยและน้ําตาลได้กําหนดออกมา โควตา ในการที่ขายน้ําตาล ราคานี้จะสูงกว่าโควตาจากเมืองไทยที่ได้รับนี้ ก็ปรากฏว่าข้อตกลง ในการที่ส่งน้ําตาลออกต่างประเทศ การนับโควตาออกต่างประเทศจํานวนโควตานั้นน้อย ปรากฏว่าได้มีการติดต่อประสานเอาโควตาของประเทศไทยนี้ออกไปรวมกับโควตาน้ําตาล ของทางต่างประเทศ ที่ดิฉันได้ชี้ตัวนี้เพื่อต้องการว่าอยากจะให้ประเทศไทยแม้ว่าจะมี การส่งออกน้ําตาลนั้นออกไปทางโน้นและมีรายได้เพิ่มขึ้น ประชาชนทางประเทศไทยนะคะที่จะต้องได้มาบริโภค บริโภคน้ําตาลทรายที่มีราคาสูง คนที่ยากจนอยู่แล้วมาบริโภคน้ําตาลจากแต่ก่อนที่กิโลกรัมหนึ่ง ๕ บาท เดี๋ยวนี้กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ๒๕ บาทอย่างนี้แหละค่ะ ก็คือได้แต่ขอชี้ตัวอย่างตัวนี้เพื่อต้องการให้ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มองเห็นจุดสําคัญตัวนี้ด้วยว่าในข้อตกลงนั้นศูนย์นี้ ถ้าทําหน้าที่เปึนหน่วยงานกลางในการส่งเสริมการลงทุน ถ้าส่งเสริมการลงทุน สร้างความเชื่อมโยงอุตสาหกรรมรายสาขาอย่างนี้นะคะ ถ้ารายสาขาด้านน้ําตาลนี้ถ้าหากว่า ทางรัฐบาลสามารถเชื่อมโยงอุตสาหกรรมนี้ไปทางสาธารณรัฐประชาชนจีนได้โควตา ของต่างประเทศนั้นก็เพิ่มขึ้นนะคะ ให้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเพื่อต้องการว่าจะไม่ต้องมาเอาโควตา ของประเทศไทยนี้ส่งไปขายทางโน้นนะคะ แล้วโควตาของประเทศไทยนี้น้อยลงก็เท่ากับว่า น้ําตาลทรายก็ขาดลงนี้แหละค่ะ ในความคิดเห็นของตัวดิฉันเองในกรณีที่ประชาชน ในประเทศไทยนี้ได้ร้องขอมาว่าน้ําตาลทรายทําไมแพงจัง ในขณะที่ประเทศไทยนี้ สามารถปลูกอ้อยได้ทั้งประเทศ ในขณะที่ประเทศจีนนั้นปลูกอ้อยได้แค่ทางกว่างตง ทางหนานหนิงเท่านั้นเองนะคะที่ดิฉันได้ทราบมา ทางรัฐอื่นมณฑลอื่นนั้นไม่สามารถ ปลูกได้เลยอย่างนี้นะคะ
ดิฉันก็จะขอชี้อีกข้อหนึ่งว่าในส่วนของข้อ ๙ ท่านกําหนดว่าในศูนย์นี้ เปึนภาษาราชการ ภาษาราชการนั้นให้ใช้ให้ภาษาอังกฤษเปึนภาษาราชการของศูนย์ ท่านคะ พ่อค้าทางประเทศไทยนี้ถ้าบอกกันตรง ๆ เลยนะคะว่าภาษาอังกฤษนี้เขาไม่ถนัด แล้วในประเทศไทยนี้บอกตรง ๆ เลยนะคะว่านักลงทุนทั้งหลายนั้นส่วนมากก็จะเปึนคนชาวจีน แล้วชาวจีนเขาก็จะสามารถที่จะใช้ภาษาจีนของเขาได้สื่อความหมายให้ตรงต่อกันได้ ถ้าท่านใช้ภาษาอังกฤษนี้อยู่ในศูนย์นั้น คนที่เดือดร้อนนะคะ คนที่เดือดร้อนก็คือ กลุ่มประชาชนชาวไทยที่ไปลงทุนในประเทศจีน พวกเขาไม่สามารถที่จะสื่อภาษาอังกฤษนั้นได้ สั่งต่อกันได้ แล้วพอปรากฏว่าผลประโยชน์ก็จะตกไปถึงผู้ที่ประกอบการในส่วนของ ที่นักลงทุนต่างประเทศที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษนี้ได้คล่องตัวผลประโยชน์ก็จะตกไปสู่ คนต่างประเทศ ชาวอเมริกาต่าง ๆ ชาวอังกฤษต่าง ๆ ที่เขาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก็จะตกเปึนผลประโยชน์ในส่วนนั้น ถ้าท่านมี (ซ) ที่ดิฉันได้บอกว่ารายสาขาแล้วก็ให้ หุ้นส่วนทางธุรกิจในท้องถิ่นเกิดขึ้นก็ควรจะให้ประโยชน์แก่นักธุรกิจท้องถิ่นในประเทศไทยนี้ ของเราด้วยนะคะ แล้วนักธุรกิจในประเทศไทยนี้ดิฉันได้บอกไว้แต่เบื้องต้นแล้วว่าส่วนมาก เขาจะรู้ภาษาจีนได้มาก อย่างตัวดิฉันเองนะคะ ตัวดิฉันเองที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร ดิฉันได้อยู่ใกล้กับประเทศลาว ประเทศเวียดนาม แล้วก็ประเทศจีน ดิฉันได้เรียนภาษาจีน แมนดารินมา แต่ปกติปัจจุบันนี้ไม่สามารถที่ได้ใช้เลยค่ะ แต่ภาษาอังกฤษนี้ไม่ต้องพูดเลยนะคะ ไม่กระดิกเลยนะคะ รู้ได้แต่ว่า เอ (A) บี (B) ซี (C) ดี (D) แต่ไม่รู้ความหมายว่าคืออะไร นี่แหละค่ะท่านคะก็เลยบอกว่าในข้อ ๙ ภาษาราชการนี้ดิฉันก็คงจะขอฝากตั้งข้อสังเกต ด้วยว่าถ้ามีศูนย์อาเซียนนี้ทั่วโลกใช้ภาษาอังกฤษนั้นอาจจะทั่วโลก แต่ตอนนี้จีนแดง ที่มีความสําคัญของทั่วโลกอีกเช่นเดียวกัน แล้วเปึนคู่แข่งสําคัญทางเศรษฐกิจระหว่าง อเมริกากับประเทศจีนนะคะ ดิฉันจึงอยากขอเสนอว่าควรจะให้มีภาษาจีนไว้อยู่ในนั้นด้วย เพื่อต้องการอยากให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยนะคะ พวกกลุ่มนักธุรกิจประเทศไทยนั้น พูดทั้งภาษาจีน แล้วภาษาจีนก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถที่จะพูดได้เปึนอย่างเดียว แต่ภาษานี้นะคะ ภาษานี้จะสามารถพูดได้หลายภาษา ไม่ใช่ว่าจะเปึนภาษากวางตุ้ง ภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาจีนโผวเล้ง แตะเอียอย่างนี้ค่ะ มันสามารถพูดได้หลายภาษา แต่ตัวหนังสือค่ะ ตัวหนังสือนั้นเขาอ่านได้เปึนความหมายเดียวกันนะคะก็สามารถสื่อความหมายเดียวกัน ออกมาได้เลยนะคะ ตัวดิฉันเปึนแต้จิ๋ว แต่พอดิฉันได้ไปดูหนังสือถ้าหากว่าถ้าเกิดมีปัญหา ไปดูหนังสืออยู่ที่ศูนย์นี้ดิฉันก็สามารถอ่านได้เปึนภาษาจีนแต้จิ๋วให้กับนักธุรกิจที่ใน ประเทศไทยนี้แล้วสามารถสื่อความหมายให้กับจีนกวางตุ้ง จีนฮกเกี๋ยน จีนโผวเล้งอย่างนี้ ได้นะคะ เพราะภาษานี้ตัวหนังสือนี้สามารถสื่อความหมายออกได้ไปถึงหลายภาษานะคะ ดิฉันจึงบอกว่าที่ท่านเขียนว่าภาษาราชการนี้ถ้าท่านบอกว่าเปึนภาษาอังกฤษ เปึนภาษา ราชการของศูนย์ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะน้อยลง ดิฉันก็ขออภิปรายในส่วนนี้ เพื่อต้องการให้ว่าร่างบันทึกความตกลงระหว่างไทย-อาเซียน ไทยเราเปึนหนึ่งในอาเซียนนี้ ก็ควรที่จะได้ประโยชน์ในส่วนของการที่ประชาชนคนไทยก็ควรจะได้ประโยชน์ในการที่ จัดตั้งศูนย์อาเซียนนี้ ดิฉันก็ขออภิปรายให้ท่านประธานรัฐสภาเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านจะไปลงนามข้อตกลงนี้ อย่างไร ๆ ก็ขอให้ท่านได้เอ่ยหรือได้พูด เรื่องนี้ไว้บ้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดิฉันอยากจะฝากท่านว่าศูนย์นี้แม้ว่า จะเปึนแค่ไทย-จีน แต่ในส่วนเกี่ยวข้องก็คงเกี่ยวข้องในส่วนของอาเซียน ประเทศลาว ประเทศเวียดนามที่ผ่านไปนี้ ทางประเทศลาวมีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ดิฉันได้บอกไว้ว่า ด้านระบบโลจิสติกส์ ทีนี้ในด้านระบบโลจิสติกส์นี้ทางไทยของเราออกไปนี้ไม่ได้เก็บ อะไรต่าง ๆ เลย แต่พอเข้าไปถึงลาวล้อรถมีกี่ล้อท่านก็ล้างให้แล้วก็เก็บ เก็บมา ๒๐ บาท แต่ละล้อ ๆ อย่างนี้ละค่ะ แล้วก็มีค่าเหยียบแผ่นดินของบุคคลที่นั่งอยู่บนรถด้วยทั้ง ๆ ที่ท่าน เก็บเงินทางลาว ท่านเก็บเงินที่ล้างล้อรถก็เก็บแต่ค่าล้างล้อรถไปมันก็น่าจะดีนะคะ แต่เผอิญว่า คนที่นั่งในรถนั้นมีอยู่ ๕๐ คนก็มาเก็บค่าเหยียบแผ่นดินอีก ๕๐ คน คนละ ๒๐๐ บาท ท่านคิดดูสิคะว่าเราเสียเปรียบด้านการค้านี้เท่าไร พวกธุรกิจที่จะข้ามไปฝัืงโน้นเขาจะต้อง บวกต้นทุนนี้เข้าไปด้วย ค่าล้างล้อรถ ค่าเหยียบแผ่นดินอย่างนี้ ค่าภาษีรถ รถคันนี้จะต้องมี เสียค่าธรรมเนียม มีหลายอย่างที่กําหนดไว้ในนั้น ดิฉันได้เคยบอกกล่าวกับท่านอธิบดี กรมการต่างประเทศว่าท่านควรจะเข้าไปดูแล้วท่านควรจะไปศึกษาดูบ้างว่าต้นทุน ที่มันเพิ่มจากราคาสินค้าจากประเทศไทยนี้มันเพิ่มก่อนจะไปถึงจีนแดงนั้นมีอะไรบ้าง ดิฉันได้บอกไว้ว่ามันต้นทุนเพิ่มที่ล้างล้อรถ แต่ท่านบอกว่าท่านข้ามไปนี้ทําไมไม่ได้จ่าย ดิฉันได้บอกไปเลยบอกว่าท่านไม่ได้จ่ายเพราะท่านไม่เปึนคนจ่าย แล้วท่านไม่ได้ลงจากรถ สิทธิของข้าราชการที่ข้ามไปคงไม่ต้องจ่ายหรอกค่ะ เพราะอยู่ในข้อตกลงนั้นอยู่แล้วนะคะ แต่ดิฉันขอร้องเพียงแต่ว่าให้ท่านเปึนตัวแทนของประเทศไทยในขณะที่ท่านเปึนอธิบดีนะคะ คงไม่ต้องเอ่ยชื่อว่าคือชื่อไหน ท่านควรจะไปพูดกล่าวแล้วพูดด้วย นี่คือความเดือดร้อน ของประชาชนและนักธุรกิจต่าง ๆ ที่จะไปทําการค้าขายระหว่างประเทศนี้ ข้อตกลงต่าง ๆ นั้น เราให้ได้เปรียบเสียเปรียบทั้ง ๒ ฝ์ายให้เท่า ๆ กัน แต่ไม่ใช่ว่าความตกลงเกิดขึ้นแล้ว ความเสียเปรียบนั้นเกิดมาตกที่ประเทศไทยฝัืงเดียวซึ่งมันไม่สมควร ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานค่ะ
ต่อไปจะเปึนท่านพิเชษฐ์ แล้วก็ท่านสมชาย เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ บันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ จริง ๆ แล้วมันน่าจะตั้งขึ้น ตั้งนานแล้ว เพราะว่าตั้งแต่จีนเป่ดประเทศมาคนไทยก็พยายามที่จะไปลงทุนในประเทศจีน แต่ก็มีอุปสรรคมีปัญหาเรื่องภาษา เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ทําให้ความร่วมมือหรือ การลงทุนเกิดยาก แล้วทําให้เปึนช่องทางของการเบี้ยวกัน โกงกัน แล้วก็นักลงทุนท้องถิ่น ก็เสียหายไปหลายคน ซึ่งศูนย์นี้ผมดูวัตถุประสงค์แล้วว่าเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ ของอาเซียนกับจีนด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษาแล้วก็วัฒนธรรม ซึ่งมีประโยชน์เปึนอย่างสูงยิ่ง ทางด้านการท่องเที่ยวนั้นผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงรายซึ่งมีชายแดนติดอยู่ ๔ ประเทศ ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศจีน แล้วก็ประเทศเวียดนาม ทั้ง ๔ ประเทศนี้เปึนประเทศเพื่อนบ้าน เคยมีการประชุมจีเอ็มเอส (GMS) เรื่องของหนังสือเดินทางท้องถิ่น การใช้หนังสือเดินทางท้องถิ่นแล้วก็ไปเที่ยว ในประเทศจีน ประเทศพม่า ประเทศลาว แล้วก็มาไทย โดยที่แบบไม่ต้องขอวีซ่า หรือต้องค้างคืนอยู่ได้ หลาย ๆ วัน อันนี้ข่าวว่าประเทศจีน ประเทศพม่า ประเทศลาว เขาทํากันแล้ว แต่ประเทศไทย ไม่อนุญาต เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่ามันติดขัดตรงไหน เพราะว่าคนลาว คนพม่าก็มาได้แค่ชายแดน แต่ถ้าจะมานอนในตัวเมืองจังหวัดเชียงรายนี้ มาไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเพื่อประโยชน์การท่องเที่ยวนะครับ ถ้าให้ ๔ ประเทศนี้ไปมาหาสู่กัน อย่างอิสรเสรีเหมือนในสหภาพยุโรป ก็คิดว่าการท่องเที่ยวจากจีนจะเปึนประโยชน์กับไทยเรา มากขึ้นนะครับ
เรื่องของการค้า จีนเปึนคู่ค้าอันดับสองของไทย แล้วก็ตลาดส่งออก ของไทย ณ วันนี้ ปัจจุบันนี้ ก็เปึนอันดับสองเราจะเห็นว่าประเทศจีนเปึนประเทศที่ใหญ่มาก แล้วก็จําเปึนสําหรับประเทศไทยในอนาคตซึ่งจะเปึนคู่ค้าสําคัญ โดยเฉพาะเรื่องลําไย ยางพารา แล้วก็มันสําปะหลัง แต่ ณ วันนี้พี่น้องชาวจีนก็มาแต่งงานกับคนไทย แล้วก็ มาตั้งโรงงานรับซื้อลําไยอบแห้ง ลําไยสดที่จังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงใหม่ ปรากกฏว่าอนาคตคนไทยก็คงจะไม่ได้ขายหรอกครับก็จีนมาซื้อเอง แล้วส่งเอง เรื่องของยางพารา ยางพารานั้นตอนนี้ไทยส่งไปที่จีนเปึนอันดับหนึ่ง คู่ค้า ยางพาราอันดับหนึ่งของโลกเลย แล้วอนาคตประเทศจีนก็จะมีรถมากขึ้นก็ยังจะเปึน อันดับหนึ่งต่อไป ดังนั้นเรื่องสัญญาการค้าที่เท่าเทียมกัน จําเปึนอย่างยิ่งถ้าเรามีศูนย์คู่ค้า ระหว่างไทยกับจีนมันก็จะเปึนประโยชน์มากขึ้น เรื่องปัญหากฎระเบียบของท้องถิ่น แต่ละมณฑล ปรากฏว่าลําไยตู้หนึ่งส่งไปชายแดนจีนไปคุนหมิงก็เก็บภาษี ไปอีกมณฑลหนึ่ง ก็เก็บอีก ไปอีกมณฑลหนึ่งก็เก็บอีก ถ้าขายแล้วเปึนการขนส่งผ่าน ๓-๔ มณฑล เสียภาษี ทุกมณฑลเลยครับ เสร็จแล้วเสียภาษีไม่พอก็ยังมาเจอการกีดกันการค้านะครับ ตรวจกัน ทุกมณฑล แล้วการตรวจนั้นไม่เหมือนกัน ลําไยตู้หนึ่งกว่าจะถึงที่ขายกว่าจะถึงตลาด เน่าเสียแล้ว พี่น้องคนไทยถ้าจะค้าขายโดยที่ไม่มีเส้น โดยที่ค้าขายเอง ไม่มีพรรคพวกเจ๊ง หมดนะครับ ดังนั้นเรื่องการขนส่ง การขนส่งนั้นตอนนี้จังหวัดเชียงรายมีท่าเรือแห่งที่ ๒ สําหรับการค้า ปรากฏว่าถ้าติดธงชาติเรือไทยล่องไปประเทศจีนโดนภาษี โดนอํานาจมืด มากมาย ไม่ทะลุถึงจีนเลยครับ ไปถึงจีนก็ขาดทุนถูกเก็บภาษีเบี้ยบ้ายรายทาง แต่ถ้า ติดธงชาติจีนนะครับ ไม่มีเลยครับ สะดวกโยธิน ดังนั้นท่าเรือที่เชียงแสน ผมคิดว่า มันน่าจะทําให้ประเทศจีนมากกว่า อันนี้คือความไม่เท่าเทียมกันแล้วก็เรื่องทางรถครับ ตอนนี้สะพานข้ามแม่น้ําโขงผ่านลาว ผ่านจีน ปรากฏว่าก็เหมือนเรือเหมือนกันครับ ถ้ารถไทยต้องเสียภาษีผ่านลาวแล้วก็ไปจีนอีก แต่ถ้าเปึนรถจีนนะครับ สบายมากครับ จะมาถึงลาวถึงไทยไม่ต้องเสีย นี่คืออิทธิพลของประเทศใหญ่ ฉะนั้นเราจะต้องแก้ไข ในส่วนนี้นะครับ การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนั้น สํานักงานใหญ่ที่จะกําหนดตั้งที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แล้วเขาระบุว่าในอนาคตแห่งที่ ๒ แห่งที่ ๓ สามารถที่จัดตั้งในประเทศอาเซียน ประเทศใดก็ได้ ดังนั้นผมฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าเมื่อศูนย์นี้จัดตั้ง ที่กรุงปักกิ่งแล้ว แห่งที่ ๒ น่าจะเปึนประเทศไทยนะครับ มันก็จะเปึนโอกาสอันดีสําหรับ ประเทศไทยที่จะทําให้การค้าการลงทุนของเราได้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แล้วหลังจาก ศูนย์อาเซียน-จีนแล้วนี่ ผมอยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หาแนวทางทํานองเดียวกันกับประเทศอินเดีย ซึ่งเปึนประเทศใหญ่แล้วก็กําลังเปึน คู่ค้าสําคัญของประเทศไทย แล้วสินค้าส่งออกก็คล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะยางพารา ที่จะส่งไปอินเดีย ตอนนี้ก็กําลังรุ่งเรือง ผมก็ขอฝากรัฐมนตรีไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมชายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ต่อบันทึกข้อตกลง บันทึกความเข้าใจว่าด้วย การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งประเทศจีน ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้อภิปรายแสดงถึงความห่วงใยในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ซึ่งต้องเรียนว่าในส่วนตัว ของผมนั้นผมยังคิดว่าวันนี้ประเทศมหาอํานาจก็ยังใช้วิธีอันชาญฉลาดหลายแนวทาง ในการที่จะใช้ความเปึนประเทศใหญ่มีอํานาจเหนือประเทศเล็ก ๆ คงไม่ใช่เฉพาะ ในภูมิภาคเราเท่านั้นนะครับ ในภูมิภาคอื่นก็เช่นเดียวกัน นั่นคือการดําเนินงานในด้าน นโยบายกุศโลบายของแต่ละประเทศที่มีอํานาจทางการเมือง และเปึนประเทศใหญ่ ที่เปึนประเทศมหาอํานาจ เพราะฉะนั้นบันทึกความเข้าใจตรงนี้ผมยังคิดว่าวันนี้ประเทศของเรา ก็คงไม่ได้รับประโยชน์อะไรมากมายในเรื่องของรายละเอียดทั้งหมดที่พึงมีพึงได้ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความคิดริเริ่มของผู้ทรงคุณวุฒิ ผมก็ไม่แน่ใจอีกว่ากลุ่มใดจะได้ประโยชน์ คนในประเทศได้ประโยชน์ ประเทศได้ประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะอุปสรรคขวากหนาม ข้างหน้า ขั้นตอนอีกเยอะแยะเพื่อนสมาชิกได้กล่าวอธิบายไว้ชัดเจน มันคือสิ่งที่เรา เปึนกังวลว่า วันนี้ถึงแม้ว่าจะเปึนแนวทางที่น่าจะเปึนประโยชน์ก็ตาม รัฐบาลเราเองได้ศึกษา ละเอียดถี่ถ้วนมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าข้อตกลงในแต่ละข้อที่เขียนมานี้ บางอย่างอาจจะ ทําไม่ได้ เต็มไปด้วยอุปสรรค ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นในกรณีการระงับข้อพิพาท ซึ่งผมดูในเอกสารการแปลจากบันทึกความเข้าใจนะครับ องค์กรนี้เปึนองค์กรอิสระ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในบทบาทตรงนี้ ความตกลงว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า ระงับข้อพิพาทตามที่ได้แปลออกมาเปึนเอกสารนี้นะครับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของทางด้านสภาเอง ก็พยายามเต็มที่ในการที่จะให้ข้อมูลกับเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ก็เลยไม่แน่ใจว่ากลไก ในการระงับข้อพิพาททําได้มากน้อยแค่ไหน แล้วอํานาจเต็มมันอยู่ตรงไหน หรือว่าเข้าไป นั่งฟังแล้วก็แสดงความคิดความเห็นกันแล้วก็จบกันแค่นั้นหรือเปล่า ซึ่งผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ถึงต้องเรียนถามท่านประธานแล้วผ่านไปยังรัฐบาลว่าวันนี้การระงับข้อพิพาท หมายถึงระงับข้อพิพาทในเรื่องการค้า หรือว่าในเรื่องของเขตแดน หรือว่าในเรื่องของอื่น ๆ ที่มันเกี่ยวพันกับประเทศสมาชิก ภาคีสมาชิกทั้งหลาย นี่คือสิ่งที่ต้องนําเรียนและฝากสอบถาม ไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าวันนี้สิ่งที่เปึนข้อพิพาทมันแค่ไหน อย่างไร ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนั้นแล้วเราคงจะเห็นนะครับว่าวันนี้แต่ละประเทศพยายามที่จะรักษาประโยชน์ ของประเทศตัวเองทั้งสิ้น แต่แน่นอนที่สุดครับ วันนี้โลกเราประกอบด้วยมหาอํานาจ ไม่ใช่เฉพาะซีกของประเทศจีนเท่านั้น หรือว่าการค้าเราก็คงไม่ใช่ทํากับประเทศจีน ซึ่งเปึนประเทศใหญ่ประเทศเดียว เราก็มีตลาดที่จะส่งออกไปยังอีกหลาย ๆ ประเทศ ที่เราสามารถทําได้ถ้าเราเก่งจริง ๆ เรามีความฉลาด เรามีความสามารถ เรามีผลผลิต ที่มีคุณภาพจริง ๆ ตอนนั้นเราเองก็คงไม่ต้องยุ่งยากอะไรมากมาย แต่ในเวลาเดียวกันนี้ ข้อตกลงทั้งหลาย ความเข้าใจทั้งหลาย ที่จะต้องยึดถือปฏิบัติกันนี้ต้องถามว่าวันนี้เรา เสียเปรียบหรือได้เปรียบ ซึ่งวันนี้ผมเองอ่านแล้วด้วยระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตอบไม่ได้ว่า วันนี้เราเสียเปรียบมากน้อยแค่ไหน แต่ผมเชื่อได้ว่าเรายังเสียเปรียบอยู่ นี่คือสิ่งที่สะท้อน ความคิดฝากไปยังรัฐบาลสั้น ๆ ว่าขอให้ได้พิจารณาให้รอบคอบเพื่อที่จะให้มันเกิด ประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน คงไม่ใช่เฉพาะแค่บันทึกความเข้าใจกันแค่นี้แล้วจบ ข้างหน้ายังมีอุปสรรคอีกเยอะแยะครับ ผ่านท่านประธานไปยังฝ์ายรัฐบาลด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ
จะมีท่านสมาชิกอภิปราย อีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ถ้าไม่มีการอภิปราย ก็เปึนอันยุตินะครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงอะไรไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย ผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณต่อข้อเสนอแนะ คําสนับสนุน ข้อท้วงติง แล้วก็ความห่วงใย ซึ่งทั้งหมดนั้นก็จะรับนํามาเพื่อจะไปพิจารณา แล้วก็แก้ไขประเด็นปัญหาต่อไปร่วมกับกระทรวง ทบวง กรม ของรัฐบาลไทยของทางภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะดําเนินการร่วมกันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอีก ๙ ประเทศในการที่จะ กระชับความร่วมมือกับประเทศจีนหรือว่าจะร่วมมือกันในการที่จะแก้ประเด็นปัญหาทั้งหลาย ผมขอตอบคําถามโดยองค์รวมนะครับ
อันแรก ผมขอกราบเรียนว่าศูนย์นี้เปึนกลไกอีกอันหนึ่งในการดําเนิน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน แล้วก็ระหว่างประเทศไทยผ่านทางอาเซียน อีก ๙ ประเทศกับประเทศจีน นอกเหนือจากศูนย์นี้แล้วเราก็มีข้อตกลงว่าด้วยการค้าเสรี เอฟดีเอ ( FDA) เรามีกลไกของการพูดจาพบปะกันทั้งในกรอบทวิภาคีที่เรียกว่า คณะกรรมการร่วม ไทย-จีนต่าง ๆ เรามีกรอบของอาเซียน+จีน อาเซียน+๓ คือมีประเทศจีน มีประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็มีอาเซียน+๖ คืออาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศมี ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศญี่ปุ์น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วก็ประเทศ อินเดียด้วย นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังร่วมมือกับประเทศจีนในกรอบของเอเปค (APEC) เปึนความร่วมมือคาบมหาสมุทรแปซิฟ่ก แล้วนอกจากนั้นแล้วเราก็ยังมีพันธกรณีที่จะต้อง ร่วมมือกันในกรอบขององค์การการค้าระหว่างประเทศหรือดับบลิวทีโอ (WTO) ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาต่าง ๆ นั้นมันก็สามารถที่จะร่วมกันแก้ไขได้ทั้งในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค หรือว่าในกรอบพหุภาคีดังเช่นดับบลิวทีโอเปึนต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็น ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้า การลงทุนนั้นจะมีความเคลื่อนไหวในการร่วมมือ ก็ดีหรือในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ดีนะครับ สําหรับศูนย์อันนี้นั้นไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง ในการแก้ปัญหา แต่ว่าการที่ศูนย์จะเปึนองค์กรกลางในการที่จะให้ข้อมูลให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ต่อสมาชิกประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ แล้วก็ต่อเอกชนของประเทศจีนนั้น มันก็จะช่วยให้มีความเข้าอกเข้าใจว่าด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถที่จะนําไปอ้างอิง แล้วก็ไปใช้ในการที่จะดําเนินธุรกิจได้ ส่วนสัญญาที่เกิดขึ้น หรือประเด็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นนั้นมันก็แน่นอนเมื่อมันเปึนคดีความก็ต้องไปที่ศาล ส่วนเราก็สามารถที่จะใช้แรงผลักดันทางการเมืองได้ในการที่จะช่วยบอกกล่าวกับ ทางฝ์ายรัฐบาลประเทศจีนให้ช่วยดูแลว่า ธุรกิจของอาเซียนก็ดี ของประเทศไทยก็ดี ได้รับการปฏิบัติอย่างทัดเทียมแล้วก็อย่างเที่ยงธรรม
สําหรับคําถามที่ว่าจะทบทวนการจัดตั้งได้หรือไม่นั้นเกี่ยวกับศูนย์อันนี้ ผมใคร่ขอกราบเรียนว่าขณะนี้ในกรอบของบันทึกอันนี้จะมีการจัดตั้งคณะมนตรี กับคณะกรรมการบริหารของศูนย์ ซึ่งจะมีผู้แทนของแต่ละประเทศอาเซียนรวมอยู่ด้วย รวมทั้งประเทศไทย เพราะฉะนั้นการบริหารงานต่าง ๆ ของศูนย์นั้นก็จะมีคณะมนตรี แล้วก็คณะกรรมการบริหารกํากับอยู่ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ในกรอบของคณะมนตรีแล้วก็คณะกรรมการบริหาร แล้วก็ตัวบันทึกช่วยจําอันนี้มีอายุ ๕ ป้ ถ้าเผื่อครบ ๕ ป้แล้วเห็นว่าไม่มีประโยชน์อันใด หรือว่าไม่ได้ตอบสนองผลประโยชน์ ของอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ ก็สามารถที่จะให้มีการสิ้นสุดโดยที่ไม่ต้องต่ออายุได้
สําหรับคําถามที่ว่านอกจากศูนย์ที่เราจะมีกับประเทศจีนแล้วนั้น ยังมีศูนย์ ที่อาเซียนมีกับประเทศอื่น ๆ หรือไม่ ณ วันนี้มีอยู่แล้วคือ ศูนย์อาเซียนกับประเทศเกาหลีใต้ ศูนย์อาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ศูนย์อาเซียนกับประเทศรัสเซีย แล้วที่ท่านสมาชิกสภา ได้มีข้อแนะนําอันดีเกี่ยวกับการที่จะมีศูนย์อาเซียนกับประเทศอินเดียนั้น กระผมก็จะขอรับไป เพื่อจะนําความไปปรึกษาหารือกับบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน แล้วก็คิดว่า มันมีความเปึนไปได้อย่างมาก เพราะตอนนี้เราก็มีความร่วมมือระหว่างอาเซียน กับประเทศอินเดียอย่างมากมายอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ได้มีการพบปะเปึนระยะ ๆ กับทาง ฝ์ายประเทศอินเดียในกรอบต่าง ๆ ด้วย จะเปึนทวิภาคีก็ดี หรือในกรอบของอาเซียนด้วย
ส่วนคําถามที่ว่าเอกสารที่ได้นําเสนอต่อรัฐสภานั้น ก็ขอกราบเรียนว่าเปึนเอกสาร ที่ผลิตขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ได้นําเสนอต่อรัฐสภาเปึนจํานวน ๑,๕๐๐ ชุด แล้วก็ เปึนการดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เพราะว่าไม่จําเปึนที่จะต้องมีกรอบ การเจรจา เพราะไม่ต้อง เพราะเปึนสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก่อนที่จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลแล้วรัฐบาลจึงได้หารือกับสภาหอการค้าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ซึ่งก็ได้มีกระบวนการของการปรึกษาหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครบถ้วนแล้ว หากสภา ยังติดใจในประเด็นที่อันมิได้แก้ไขนั้น รัฐสภาไม่มีสิทธิที่จะขอทบทวนหรือแก้ไข แต่มีสิทธิ ที่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบทั้งฉบับ เพราะว่ามิใช่เปึนกรณีของ การยกร่างพระราชบัญญัติที่จะต้องมีการแปรญัตติครับ
สําหรับข้อแก้ไขของจีนข้อ ๑๔ นั้นเปึนไปตามกฎหมายภายในของจีน ซึ่งตั้งอยู่บนหลักของความจําเปึนที่เรียกว่า ฟังก์ชันนอล เนสเซสซิตี้ (Functional necessity) เพราะว่าศูนย์นี้เปึนศูนย์ที่ไม่ค้ากําไร เขาก็จะต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ภายใน ของเขา แล้วอีกทั้งศูนย์นี้ก็มีสถานะเหมือนองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ก็จะได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่คล้ายเคียงกัน สําหรับการแก้ไขในข้อ ๑๕ เรื่องการสื่อสาร เพื่อให้เปึนไปตามหลักปฏิบัติที่เหมือนกัน หรือที่เรียกว่า โมสท์ ฟ้เวอร์ เนชั่น ทรีทเม้นท์ (Most fever nation treatment) นั้น ๆ ซึ่งเปึนสิ่งที่อาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศยอมรับได้ จึงได้ร่วมกันลงนามและร่วมที่จะรับผิดชอบได้
สําหรับเรื่องความรับผิดชอบในเรื่องภาษีนั้น เพราะจีนต้องจ่ายถึงร้อยละ ๙๐ เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับภาษีจึงเปึนภาระหน้าที่ของทางฝ์ายจีน
สําหรับเรื่องการตรวจโรงตราเพื่อให้บุคลากรไปทํางานที่ศูนย์ได้นั้น หรือไปทํากิจกรรมที่เกี่ยวกับศูนย์นั้น เปึนการอํานวยความสะดวกในการตรวจโรงตรา มิได้เกี่ยวอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือว่าการค้าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนประเด็นปัญหาของการค้าขายนั้น ดังที่ผมได้กราบเรียนไว้แต่ต้น มันมีข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA) อาเซียนกับจีน หรือไม่เราก็ต้องไปว่าความกันในกรณีที่มี ข้อผิดพลาดพิพาทกันที่คณะกรรมการองค์การค้าโลกคือที่ดับบลิวทีโอ (WTO)
ส่วนการมีศูนย์นั้น กระผมคิดว่าจะมีประโยชน์ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ต้นว่า จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพราะว่าจะทําให้ต่างฝ์ายต่างมีความเข้าอกเข้าใจว่าด้วย กฎระเบียบฝ์ายในของแต่ละฝ์ายให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็การที่มีข้อมูลนั้นก็ช่วยส่งเสริมโอกาส ในการที่จะทํามาค้าขายระหว่างกันด้วยนะครับ
สําหรับการที่จะขยายกิจการต่อไปนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความจําเปึนและ ประโยชน์ที่พึงจะได้รับ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สามารถจะหารือกันได้ในกรอบของคณะมนตรี ของศูนย์หรือคณะกรรมการบริหารนะครับ
สําหรับข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการค้า ขอกราบเรียนอีกทีว่ามิใช่บทบาทของศูนย์ เปึนเรื่องที่เราต้องไปว่ากันในกรอบของเอฟทีเออาเซียนกับจีน กับในกรอบขององค์การ การค้าโลกนะครับ
สําหรับข้อคิดเห็นที่เกี่ยวกับการศึกษานั้น ผมขอกราบเรียนว่าศูนย์ก็จะ ช่วยให้ข้อมูลด้วย แต่ในขณะเดียวกันนั้นเราก็จะมีข้อตกลงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ต่อกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็บรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทยนั้นก็มีบันทึกช่วยจํา กับมหาวิทยาลัยของจีนอย่างมากมาย กระผมเองก็ได้ไปเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อประมาณ สักเกือบ ๒ เดือนมานี้ ได้ไปเยี่ยมเยียนกระทรวงศึกษาธิการของเขาแล้วตอนนี้เขาก็ได้เพิ่ม บัญชีมหาวิทยาลัยของไทยที่จะอํานวยให้นักเรียนจีนมาศึกษาได้จาก ๑๗ มหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นมาเกือบจะ ๑๐๐ มหาวิทยาลัยแล้ว แล้วเราก็ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา เพื่อให้เขามีการรับรองมหาวิทยาลัยของไทยทั้งหมดเพื่ออํานวยให้นักศึกษาจีนมาศึกษา ที่ประเทศไทยได้นะครับ
ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องของการทํามาค้าขายกับจีนนั้น เรามีคณะกรรมการพัฒนา ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับจีนที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านรองนายกรัฐมนตรี ไตรรงค์เปึนประธาน มีการประชุมเปึนระยะ ๆ แล้วก็มีผู้แทนจากทางภาคเอกชนของเราด้วย
แล้วก็ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของมณฑลต่าง ๆ ของประเทศจีน ที่แตกต่างกัน ประเด็นปัญหาของการขนส่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือกันอยู่ ภายในหน่วยราชการไทยตลอดเวลา แล้วนอกจากนั้นเราก็ได้มีการประชุมกับฝ์ายประเทศจีน อยู่ตลอดเวลาด้วยเพื่อที่จะพยายามที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ กระผมเองนั้นก็ได้นําคณะรัฐมนตรี ต่างประเทศของอาเซียนข้ามสะพานที่จังหวัดมุกดาหารกับสุวรรณเขต แล้วก็ได้ร่วม เดินทางกันผ่านประเทศลาวไปที่เว้แล้วก็ไปที่ดานัง หลังจากสิ้นฤดูฝนนี้ก็จะมีกําหนดการ ที่จะร่วมกับทางฝ์ายประเทศจีนในการที่จะนํารัฐมนตรีของอาเซียนนั่งรถผ่านรูท ๙ (Rout 9) เส้นทางหมายเลขที่ ๙ เพื่อจะไปสํารวจเส้นทางแล้วก็ช่วยกันพินิจพิจารณาศึกษาประเด็น ปัญหาที่เรียกว่าการค้าชายแดน ประเด็นปัญหาของการขนส่งทางชายแดน รวมทั้ง ในการที่จะอํานวยความสะดวกว่าด้วยการท่องเที่ยว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเรื่องที่เรา พยายามที่จะดําเนินการในการที่จะแก้ปัญหากับทางฝ์ายประเทศจีนร่วมกับมิตรประเทศ ของอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศอยู่ตลอดเวลาครับ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเคลื่อนไหวแล้วก็มี ความคืบหน้าแล้วก็มีความเพียรพยายามที่จะร่วมกันแก้ปัญหา ในขณะเดียวกันก็พยายาม ที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศจีนให้มีความสะดวก แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง ชาวไทยแล้วก็สมาชิกของประเทศอาเซียนอยู่ตลอดเวลาครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงเท่านี้ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะนักเรียนโรงเรียนท่าอุแทพิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาเยี่ยมชมการประชุมรัฐสภา รัฐสภาขอต้อนรับนะครับ ท่านชลน่านยังมี เชิญสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภากระผมต้อง กราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ได้กรุณา ชี้แจงในประเด็นที่ผมตั้งคําถามไว้ใน ๔ ประเด็นหลัก เรื่องเนื้อหาสาระ เรื่องข้อแก้ไข ในบันทึกความเข้าใจของประเทศจีน ท่านตอบได้ชัดเจนผมไม่ติดใจ ประเด็นที่ต้องสอบถาม เพิ่มเติมเปึนข้อคําถามแรกของผมเองที่นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกับผู้ปฏิบัติ กรณีใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่า หนังสือที่เปึนบันทึกความเข้าใจก็ถือว่าเปึนหนังสือสัญญาประเภทหนึ่งที่ต้องมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา จริงอยู่ครับ กรณีที่ทําต่อเนื่องมาก็ใช้ มาตรา ๓๐๕ (๕) ก็ทําต่อเนื่องไป ฉบับนี้ใช้บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๐๕ เพราะเคยทํามาแล้วและมีการแก้ไข มีการแก้ไขของ ประเทศจีนก็มาขอใหม่ อันนี้ผมเข้าใจ ไม่ต้องทํากรอบครับ ไม่จําเปึนต้องมีกรอบในการที่จะ เจรจา เพราะวรรคสามเขาว่าด้วยกรอบเจรจากรณีจะต้องไปเจรจาจะต้องเสนอกรอบด้วย ประเด็นผมอยู่ตรงนี้ครับ ผมดูรายงานจากเอกสารที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ผมเน้นย้ําอีกที เอกสารที่ท่านส่งมาเปึนเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ ข้อ ๑.๔.๔ ในช่วงเดือนสิงหาคม ผมข้ามมาที่ ๑.๔.๔.๓ เขียนว่าอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพครับ สามารถให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศลงนามก่อน ก่อนที่จะขอความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการลงนามท่านให้เหตุผลนะครับ ไม่ทําให้ร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ผมก็เลยมีคําถามไปว่าการดําเนินการเช่นนี้มันจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม หรือไม่ เพราะว่าการไปลงนามหนังสือสัญญาใด ๆ ก่อนดําเนินการ รัฐธรรมนูญ เขียนไว้อย่างนี้ครับ ก่อนดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญาก็ต้องมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา ไม่ว่าจะใช้วรรคสามเรื่องกรอบเจรจาหรือตามวรรคสองที่จะไปเซ็นเปึนหนังสือ สัญญาที่ยังมีผลผูกพัน ผมถามตรงนี้ครับ ไม่ได้ติดใจว่าเปึนกรอบหรือไม่ แต่ติดใจว่า ท่านไปดําเนินการเช่นนี้จะชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไหม ทําได้หรือไม่ ถ้าคําตอบมันชัดนะครับ พวกเราจะได้ใช้ประเด็นนี้ในการพิจารณาก็จะง่ายขึ้นในโอกาส ต่อ ๆ ไป เพราะต้องเข้ามาเยอะมาก กรณีที่เปึนบันทึกความเข้าใจ เปึนข้อตกลง เปึนรายงานต่าง ๆ ที่เปึนการประชุม เช่นจีบีซี (GBC) ผมเพียงแต่ถามประเด็นนี้ ขออนุญาตฟังคําชี้แจงครับ
ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ตามความเข้าใจของผมนั้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันจะต้องมาจบที่รัฐสภา รัฐสภาเปึนผู้ให้ความเห็นชอบสุดท้ายนะครับ แล้วก็การดําเนินการที่ผ่านไปมันก็เปึนไป ตามขั้นตอนคือผมไปเจรจามา เจรจาเสร็จแล้วก็มาเสนอต่อทางภาคเอกชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับทราบ แล้วก็มาเสนอต่อ ครม. ครม. ให้ความเห็นชอบ แล้วก็มีการดําเนินการส่งมา ที่รัฐสภา ทั้งหมดมันอยู่ในกระบวนการแล้วก็ตามขั้นตอน ผมเองก็ไม่ใช่เปึนผู้เชี่ยวชาญ กฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ต้องช่วยผมในการที่จะร่วมกันแก้ประเด็นปัญหา แต่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทําไปตามขั้นตอน แล้วทั้งหมดก็ได้บอกไว้ตั้งแต่แรกว่ายังไม่มีผลบังคับใช้ ก็หมายความว่าต้องผ่าน ครม. แล้วก็ต้องมาที่รัฐสภา นั่นก็เปึนสิ่งที่ผมก็คิดว่าได้ทํามา ถูกต้องตามครรลองทั้งหมดนะครับ ขอบคุณครับ
ก็เข้าใจนะครับ ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง ศูนย์อาเซียน-จีนระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือไม่ ก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้ามาในห้องประชุม เสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่าน ส.ว. ช่วยกรุณา เสียบบัตรด้วยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ยังอีก ๔ ท่านนะครับ กําลังวิ่งมาไม่ทันจริง ๆ ครับ เพราะท่านอายุเยอะครับ
รอได้ครับ แสดงตนทุกท่าน แล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะถามมตินะครับ ผู้ใดเห็นชอบกับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง ศูนย์อาเซียน-จีนระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญ ใช้สิทธิได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิครบหมดทุกท่านแล้ว แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๒๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วย
เรื่องที่ ๔.๒ ร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกรัฐสภา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก คณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยมีสาระสําคัญดังนี้
เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนได้จัดตั้งขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๘ ตามมติของที่ประชุม สุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๔ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภูมิภาคและสร้างความตระหนัก ถึงความเปึนอาเซียน การจัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ได้มีการลงนามความตกลง เพื่อจัดตั้ง จํานวน ๒ ฉบับ คือ กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งลงนามโดย รัฐมนตรีด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียนและข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้ง เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งลงนามโดยผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยชั้นนํา ของประเทศสมาชิก ในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ ๓ เมื่อป้ ๒๕๕๑ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประชุมได้เน้นย้ําถึงบทบาทของเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งนับเปึนกลไกสําคัญที่จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษา ของอาเซียนและได้เสนอให้มีการทบทวนกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนเพื่อให้ สอดคล้องกับระดับการพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในภูมิภาค ดังนั้นจึงได้ มีการหารือเรื่องการปรับแก้กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหาและเพื่อให้กฎบัตรดังกล่าวเอื้อประโยชน์ ต่อการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาในอาเซียนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในที่ประชุม รัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ ๔ เมื่อป้ ๒๕๕๒ ณ จังหวัดภูเก็ต ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนฉบับแก้ไข พร้อมทั้งเห็นชอบให้มีการลงนามในร่างกฎบัตรฉบับแก้ไขดังกล่าว ในที่ประชุมครั้งต่อไป หลังจากที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเสร็จสิ้นกระบวนการภายในแล้ว เนื่องจากร่างกฎบัตร เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนกําหนดให้สํานักงานเลขานุการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยมีนิติฐานะเต็มมีความสามารถในการดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอาเซียนได้ จึงส่งผลให้ต้องมีการออกพระราชบัญญัติรองรับการให้ สถานะดังกล่าว จึงทําให้กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนเข้าข่ายเปึนหนังสือสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงมีความจําเปึนที่ต้องเสนอร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนฉบับแก้ไขต่อ ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและสามารถนําไปดําเนินกิจการด้านต่าง ๆ ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านเจริญ ภักดีวานิช เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายสนับสนุน ให้ความเห็นชอบต่อการแก้ไขกฎบัตรของอาเซียน ยูนิเวอร์ซิตี้ เนตเวิร์ค (ASEAN University Network)
ท่านเจริญ ภักดีวานิช ไม่ใช่ท่านเจริญ คันธวงศ์ ครับ
ไม่ใช่ผมหรือครับ
ครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ
คนแก่หูไม่ดีก็เลยเรียกใครก็ตาม ผมเลยพูดก่อนครับ ต้องขอโทษด้วยครับ
ท่านยังไม่ได้บอกครับ ท่านลุกอยู่ ข้างหลังครับ
ขออนุญาตเลยนะครับท่านประธาน
ท่านอยู่ใกล้เลยท่านก็เอาก่อน
ผม เจริญ คันธวงศ์ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายเห็นชอบ
ผมว่าท่านเจริญนั่งพักผ่อนเสียก่อน ดีไหมครับ คือท่านพักผ่อนหน่อยได้ไหมครับ เพราะว่าทางโน้นเขาอันดับ ๑ ๒ ๓ ท่านเพิ่ง ขึ้นมาครับ ท่านเจริญ ภักดีวานิช ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ ภักดีวานิช ส.ว. พัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กระผม ขอสนับสนุนร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ก็อยากจะให้ กราบเรียนข้อมูลท่านประธานดังต่อไปนี้นะครับ
ประการแรก เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ร่างกฎบัตรนี้ในการประชุมที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้เริ่ม ร่างกฎบัตร ที่ประชุมก็เห็นชอบโดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ ท่านประธานครับ
ประการแรก เพื่อให้บทบาทการดําเนินเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียนว่าโดยเจตนารมณ์ ข้อนี้เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน รัฐมนตรีจะได้นําข้อสังเกตไปสําหรับที่จะวางแผน ในการที่จะให้เกิดความเข้มข้นยิ่งขึ้นครับ
ประการที่สอง ก็คือให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาด้านอุดมศึกษา ในภูมิภาค
ประการที่สาม คือเพื่อให้สอดรับกับกฎบัตรอาเซียน หลังจากประชุม ที่ประเทศมาเลเซียแล้วก็มีการประชุมที่จังหวัดภูเก็ต ทุกประเทศไม่เห็นโต้แย้งในหลักการเลย
ในการประชุมวันที่ ๒๓-๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่อําเภอชะอํา ท่านรัฐมนตรี ศึกษาอาเซียนก็ได้ประชุมกัน ก็ได้รับทราบ ๒ เรื่อง เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้ไปตามถูกครับ อันแรกก็คือรับทราบว่ามีการจัดทํามาตรฐานการศึกษา อันที่สอง ก็คือการจัดตั้งระบบ โอนหน่วยกิต ๒ เรื่องนี้เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการการศึกษาวุฒิสภาให้ความสนใจ เปึนอย่างยิ่งในเรื่องพวกนี้ เราประชุมกันหลายครั้ง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็เชิญเจ้าหน้าที่ อาทิตย์ที่แล้วอาทิตย์ก่อนเราก็พบชัดว่าเพราะฉะนั้นเครือข่ายนี้จําเปึนต้องทบทวน ทุก ๕ ป้ ถ้าไม่ทบทวนความเข้มแข็งไม่พอและไม่รองรับเจตนารมณ์ครับ ท่านรัฐมนตรี จะได้นําข้อสังเกตจากเพื่อนวุฒิสมาชิก ซึ่งเราได้ศึกษาค่อนข้างละเอียดรอบคอบ พอสมควรนะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูข้อตกลงความร่วมมือเศรษฐกิจ อาเซียนนั้นมีอยู่ ๓ เรื่องซึ่งเพื่อนวุฒิสมาชิกจะได้อภิปรายให้เห็นถึงบทบาทเครือข่าย ในการเสริมเจตนารมณ์เดิมในกฎบัตรนั้นอย่างไร ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคงของภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมวัฒนธรรม แต่พอเราเชิญ สํานักงานเลขาธิการศูนย์มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ก็พบชัดว่า การดําเนินการ ไม่ได้มุ่งเสริมทั้ง ๓ เรื่องให้เข้มแข็ง ซึ่งผมจะไม่เจาะรายละเอียด เพราะว่ามีเพื่อนวุฒิสมาชิก ได้เตรียมข้อมูลกราบเรียนท่านรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป ท่านประธานผมเข้าใจว่า กรรมาธิการได้ถามศูนย์เครือข่าย มีรัฐมนตรีไปประชุมที่นั่นบ้างหรือยัง ก็ได้รับคําตอบ รู้สึกว่ายัง เผื่อท่านจะได้เอาประเด็นเหล่านี้ไปดู อันแรกก่อนบทบาทเครือข่ายเพื่อพัฒนา ความเข้มแข็งทางวิชาการและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอุดมศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยน อาจารย์และนักศึกษา อันที่สาม เพื่อวิจัยร่วมและเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูล ตรงนี้จะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งถ้าเผื่อว่าเครือข่ายไม่ว่าจะเปึนประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถ้าท่านประธานจะติดตามเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจของเราไตรมาสที่ ๒ ๑๐.๖ ประเทศสิงคโปร์เขาไปมากกว่าเรา ๑๖ เปอร์เซ็นต์ และถ้าเจาะไปสินค้าที่เขาส่งได้อีก ได้มูลค่าเพิ่มมาก ๆ ก็คือเรื่องของวัตถุกึ่งตัวนํามันก็จะนําพวกนั้นอยู่ ซึ่งขายได้มูลค่ามาก ๆ เครือข่ายเหล่านี้มหาวิทยาลัยทั้ง ๒๒ มหาวิทยาลัย ถ้านําจุดเด่นและนํามาเชื่อมโยงกับ เจตนารมณ์ของความร่วมมือเศรษฐกิจอาฟตา ก็จะนําไปสู่ความเข้มแข็งยิ่งขึ้น แต่เท่าที่ เราตรวจสอบดูที่มาชี้แจงการดําเนินงานค่อนข้างจะมีปัญหานะครับท่านประธาน ปัญหา อันแรกก็คือถามว่าได้งบเท่าไร ป้ละประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น อันที่ ๒ ถามเจาะไปในเนื้องานอีกก็พบชัดอีกว่าของเราที่ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ได้ก็คือนักศึกษา มาพบกัน อันที่ ๒ ก็คือขอทุนจากประเทศเกาหลีได้ ๒๐ ทุน จากประเทศญี่ปุ์นอะไรก็ตาม นี่ ซึ่งการดําเนินลักษณะนี้กรรมาธิการก็ถามต่อว่าจะเชื่อมโยงกับกฎบัตรอาเซียนได้ หรือไม่ที่จะให้เกิดความเข้มแข็งซึ่งทางผู้มาชี้แจงก็รับไปดําเนินการ ซึ่งเพื่อนวุฒิสมาชิก จะได้ชี้แจงต่อไป กราบเรียนท่านประธาน กฎบัตรนี้นําไปสู่ให้ศูนย์ของเราที่อยู่ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกิดเรื่องขึ้น๒-๓ เรื่อง ประการแรกก็คือมีการจัดโครงสร้าง ที่ชัดเจนขึ้น ประการที่สอง ได้กําหนดหน้าที่ให้แก่คณะค่อนข้างชัดเจน กระผมมีข้อสังเกต ดังต่อไปนี้นะครับ
ประการแรก ถ้าท่านประธานจะกรุณาดูข้อสังเกตอันแรกก็คือท่านประธาน กรุณาได้ดู ข้อ ๖ การรับสมาชิกใหม่นะครับ ในการรับนั้นในกฎบัตรเขียนไว้ว่ากําหนดให้มี กระบวนการเป่ดรับสมาชิกใหม่ทุก ๒ ป้ การรับสมาชิกใหม่นั้นเดิมมันมี ๒๒ แล้วก็ไปดู ภาคผนวก ท่านประธานกรุณาดูภาคผนวกที่ ๒.๒ ข้อ ค ให้สิทธิมหาวิทยาลัยรัฐบาล มากกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน กรรมาธิการค่อนข้างติดใจครับท่านประธาน เหตุที่ติดใจ เพราะว่าขณะนี้มหาวิทยาลัยของเราจริง ๆ แล้วถึงเปึนการแบ่งแยกที่ค่อนข้างชัดเจน มหาวิทยาลัยเอกชนของเราหลายมหาวิทยาลัยมีคุณภาพ นักศึกษาต่างชาติมาเรียน หลายพันคน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ประมาณเกือบ ๕,๖๐๐ กว่าคน มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งเด็กตั้ง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพราะฉะนั้นการแบ่งแยกตรงนี้กรรมาธิการค่อนข้างติดใจ ท่านรัฐมนตรีเผื่อว่าในการประชุมคราวต่อไปนั้นควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขคําพูดนี้นะครับ ก็หมายความว่าข้อตกลงนี้กฎบัตรนี้ ถ้ามีการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน
ประการที่สอง ถ้าท่านประธานเชื่อมโยงกับข้อ ๖ ที่กระผมกราบเรียนต่อสภา ก็คือว่าในการภาคผนวกที่ ๒ ที่กล่าวว่า ให้สิทธิมหาวิทยาลัยมากกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน แล้วก็ข้อ จ อีก จํานวนป้ที่จัดตั้งมหาวิทยาลัย ณ วันนี้พวกไอซีที (ICT) เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายท่านประธาน เขาอาจจะตั้ง ๓ ป้ แต่ก็มีคุณภาพระดับโลกขึ้นมา การกําหนดไว้ ๑๐ ป้ผมคิดว่าน่าจะต้องทบทวนนะครับ
ประการต่อไปที่มีปัญหามากก็คือถ้าท่านประธานจะได้กรุณาดูการกําหนด สัดส่วนในการสนับสนุนงบประมาณ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ สํานักงบประมาณ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าในกฎบัตรเขาบอกให้ประเทศไทยซึ่งเปึนศูนย์เครือข่ายให้เปึนผู้สนับสนุน งบประมาณ เขาก็เป่ดช่อง ถ้าไม่พอ งบสนับสนุนจากต่างประเทศไม่พอก็สามารถให้ประเทศในอาเซียน มาช่วยสนับสนุนด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่กําหนดสัดส่วนที่ชัดเจนถ้าเผื่อว่า ท่านรัฐมนตรีไปประชุมอีกในคราวต่อไป เพราะว่าจะได้ผูกพันให้ยาวนะครับ ก็น่าจะต้อง กําหนดสัดส่วนให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องรับเท่าไร ๘๐ หรือ ๗๐ หรือเท่าไรก็แล้วแต่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ประเด็นสุดท้ายที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรี ได้กลับไปดูโครงการที่ต่างประเทศช่วยเราและหมดสัญญา ๒-๓ โครงการ ถ้าเผื่อทบทวน แล้วนําไปสู่ความเข้มแข็งของเครือข่ายมากยิ่งขึ้น
ประการแรก ท่านรัฐมนตรีอียู (EU) ก็ช่วย ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอิราสมุลดุล ซึ่งเริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ถึงป้ ๒๕๕๑ โครงการนี้หมดลงแล้ว ตรงนี้ ก็จะช่วยให้มหาวิทยาลัยเครือข่ายเกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีได้กลับไป ลองทบทวน เพราะอียูเขามีโครงการจะช่วยประเทศต่าง ๆ มากมายในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา
โครงการที่ ๒ ประเทศแคนาดาเคยให้ความช่วยเหลือเมื่อป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ ก็หมดแล้วเหมือนกัน ก็ค่อนข้างจะจําเปึฯมาก แล้วประเทศเหล่านี้ค่อนข้าง มีศักยภาพในการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการพัฒนาการเรียนการสอนนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเผื่อท่านรัฐมนตรี ได้นําข้อสังเกต การที่คณะกรรมาธิการการศึกษาให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้เปึนพิเศษนั้น
ประเด็นแรก เรื่องเครือข่าย เข้าใจว่าในขณะนี้ความเข้มแข็งไม่พอ แล้วมหาวิทยาลัยที่เราจัดไว้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็รู้สึกทําเฉพาะวิศวกรรม แล้วมหาวิทยาลัยบูรพาก็ทําเรื่องสิทธิบัตร มหาวิทยาลัยมหิดลก็สิทธิมนุษยชน ถามเรื่อง การเทียบโอนหน่วยกิต ตามที่รัฐมนตรีก็เคยหารือกันนะครับ แล้วก็การเทียบโอนนั้น ผู้มาชี้แจงก็บอกว่าต้องได้มาตรฐานเหมือนกัน ซึ่งเห็นด้วยนะครับ กรรมาธิการก็เห็นด้วย ว่าเรื่องมาตรฐานต้องจําเปึน แต่เราก็ตั้งข้อสังเกตเพิ่มไปอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า เขามาเรียนถึงมาตรฐานใกล้เคียงกันเขาได้เปึนเพื่อน อีก ๑๐ ป้บางคนไปประสบความสําเร็จ ในประเทศของเขาเองน่าจะต้องแก้ตัวนี้มา อันนี้เปึนเรื่องภายในเผื่อท่านรัฐมนตรี ไปประชุมจะได้นําข้อสังเกตนี้ไป ถ้าเราไม่ทบทวนตั้งมาตรฐานไว้สูงอย่างนี้ โอกาสที่ เด็กเหล่านี้มาอยู่รวมกันแล้วก็เกิดเปึนเพื่อน ต่อไปก็อาจจะหุ้นส่วนธุรกิจด้วยกันก็จะลําบาก กระผมมีโอกาสไปพบท่านทูตที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็คุยเรื่องการเทียบโอนท่านมีความรู้ดีมาก ท่านบอกว่าเสียดายในกฎบัตรมันสามารถที่จะเทียบโอนหน่วยกิตทําได้ง่าย ๆ ในประเทศไทยเอง ก็ยังไม่ได้ทํานะครับ มีมหาวิทยาลัยเอกชนเท่านั้นที่มีการเทียบโอนแล้วก็ถ่ายโอนได้อยู่บ้าง มหาวิทยาลัยของรัฐมีข้อจํากัดมากมาย ท่านรัฐมนตรีถ้าเผื่อท่านได้กรุณาเข้าไปดูก็จะทําให้ เพราะต่อไปนี้ต้องเป่ดกว้างอีก ๕ ป้เราก็สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานกันได้ เพราะฉะนั้น การที่นักศึกษามาอยู่กับเรามาก ๆ ก็จะทําให้นอกจากมีเพื่อน อันที่ ๒ ก็ทําให้เกิดการแข่งขัน ในการที่จะทําให้เกิดคุณภาพ ผมลองติดตามไปดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ท่านได้พูดต่อที่ประชุม ที่น่าสนใจ เผื่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการจะได้ตามดู ท่านบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเงินไว้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ระหว่างป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๗ เปึนแผน ๕ ป้ สําหรับที่จะทําให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการศึกษาของในภูมิภาค โดยมีเปัาหมาย ให้นักเรียน นักศึกษามาเรียนกับเรา ๑๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงการนี้ น่าสนใจ กระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีเนื่องจากว่าของเรานี้โชคไม่ดีมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบ่อย เพราะฉะนั้นเพื่อนกรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสมาชิกซึ่งจะได้อภิปรายต่อไปจะได้เติม ในสิ่งที่กระผมได้กราบเรียนเบื้องต้นไว้ แล้วก็มั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีเองถ้าเผื่อท่านเข้าไปดู ที่ศูนย์เองนอกจากกําลังคนแล้ว วิธีคิด วิธีการจัดการ รู้สึกค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ กรรมาธิการในเรื่องคุณภาพ แต่ขณะเดียวกันเรื่องที่เราทํานั้นน่าจะเชื่อมโยงกับ ๓ เรื่อง ที่ผมกราบเรียนตั้งแต่เริ่มต้น แล้วก็เอาศักยภาพแต่ละประเทศที่มีจุดเด่น นักศึกษา เราไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ในสิ่งที่เขาเด่น นักศึกษาเขามาเรียนกับเราก็จะทําให้เกิด การพัฒนาเร็วขึ้น กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี กราบขอบคุณมาก ท่านประธานครับ
ต่อไปท่านเจริญ คันธวงศ์ สลับกันครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายสนับสนุนเรื่องการแก้ไข กฎบัตรของอาเซียน แต่ว่าอยากจะตั้งข้อสังเกตอย่างที่ท่านสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง ได้อภิปรายไปแล้วก็คือว่านับแต่องค์การโครงการมหาวิทยาลัยอาเซียน ยูนิเวอร์ซิตี้ เนตเวิร์ค ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ เริ่มต้นคิด แล้วปฏิบัติจริง ๆ ป้ ๒๕๓๘ จนถึงบัดนี้ ก็เปึนเวลาทั้งหมด ๑๕ ป้มาแล้ว ก็ทราบว่ามีมหาวิทยาลัยอยู่ในเครือข่ายนี้ทั้งหมด ๒๒ แห่ง สําหรับประเทศไทยนั้นก็มีเพียง ๓ แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล อีกแห่งหนึ่งก็คือมหาวิทยาลัยบูรพา แล้วหลักสูตรที่พิจารณากัน ก็คือว่าขณะนี้มีทั้ง ปริญญาโท ส่วนปริญญาเอกนั้นคิดว่าได้เริ่มต้นเมื่อป้ ๒๕๕๒ จนถึงบัดนี้ ป้ ๒๕๕๓ ผมไม่ทราบว่าก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่ว่าในใจของผมที่อยากจะเห็นก็คือว่าอยากจะ เป่ดโอกาสให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ได้มีโอกาสร่วมมากขึ้น แล้วในการแลกเปลี่ยนกันนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งทราบว่าในโครงการนี้มีการแลกเปลี่ยน งานวิจัย ระหว่างนักวิจัย ระหว่างอาจารย์ ระหว่างนักศึกษาด้วยกัน แล้วก็มีการศึกษา ร่วมกัน แต่ที่อยากจะเห็นก็คือว่าขณะนี้ประชาคมอาเซียนซึ่งอยากจะเปึนอาเซียน ยูนิเวอร์ซิตี้ เนตเวิร์ค ป้ ๒๕๕๘ ก่อนจะถึงตรงนั้นผมอยากจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ นี้ก็อาจจะ ไปเรียนที่บางประเทศในอาเซียนระยะสั้น หรือระยะ ๑ เทอม หรือ ๑ ป้ เมื่อไปเรียนแล้วก็ มีการเทียบโอนหน่วยกิตซึ่งกันและกัน ตัวอย่างเช่นสมมุติว่านักศึกษาไทยสาขาป์าไม้ ก็อาจจะ ๑ เทอมไปเรียนที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ หรือ ๑ ป้ไปเรียนที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อไปเรียนแล้วก็เทียบโอนเครดิต (Credit) หรือหน่วยกิตมาให้กับมหาวิทยาลัยในเมืองไทย เพื่อจะได้จบปริญญาตรีหรือปริญญาโทในเมืองไทยก็ได้ วิธีการดังกล่าวแล้วนอกจาก จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันแล้วก็ยังจะสามารถเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างกันได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยโดยประชาชนเทศลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยม เวียดนาม ถ้าหากว่าเราส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกันมากขึ้น การระแวง สงสัย ข้อข้องใจ การเข้าใจผิดน่าจะลดลงไปได้ อันนี้เปึนผลงานทางการวิจัยทั่ว ๆ ไปว่า การแลกเปลี่ยนนักศึกษานั้นเปึนการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นก็อยากจะเห็นว่าต่อไปนั้นควรจะเป่ดให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่สนใจที่จะเข้าร่วม โครงการได้มีโอกาสเข้าร่วมมากขึ้น นอกจากเข้าร่วมโครงการแล้วน่าจะมีการแลกเปลี่ยน นักศึกษากันในระยะสั้น เพราะเท่าที่ทราบในขณะนี้ก็คือว่าจํานวนทุนจํากัดมาก เพราะว่า บางแห่งก็ขอทุนจากมูลนิธิเอเชีย ฟาวเดชัน (Asia Foundation) ก็มี แล้วก็เงินจากรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ให้น้อยมาก เพราะว่าไม่ได้เน้นให้ความสําคัญเท่าไร เรื่องนี้ก็อยากจะฝาก รัฐบาลว่าพยายามเห็นความสําคัญในเรื่องการแลกเปลี่ยนนักศึกษา แลกเปลี่ยนนักวิจัย แลกเปลี่ยนอาจารย์มากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เสริมสร้างความเข้าใจอันดีกันขึ้น แล้วก็จะ สามารถทํางานวิจัยค้นพบสิ่งใหม่ ๆขึ้นมามากขึ้นก็อยากจะขอฝากเปึนข้อคิดให้กับ รัฐบาลได้พิจารณาต่อไปครับ สุดท้ายนี้ก็ขอสนับสนุนการแก้ไขกฎบัตรอันนี้ครับ
ต่อไปท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ การที่จะมีการลงนามในร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนอยู่ ๒-๓ ประเด็น ซึ่งอาจจะเปึนการเสริมจากท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ให้ความเห็นไปแล้ว หรืออาจจะมี ประเด็นเพิ่มเติมบางประการ กระผมกราบเรียนว่า
ในประเด็นแรก การที่กฎบัตรนี้ได้กําหนดไว้ในเรื่องของการมีสมาชิก ของเครือข่ายนี้ไว้ แล้วก็มีข้อกําหนดต่าง ๆ ไว้มากพอสมควร ได้พิจารณาดูแล้วก็เห็นว่า อาจจะเปึนการป่ดกั้นโอกาสของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะได้มีการเข้าร่วมเปึนสมาชิก ของเครือข่ายนี้ โดยที่เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนถือว่าเปึนเครือข่ายเดียวที่มีอยู่ ในระดับภูมิภาคอาเซียนที่จะทําให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคนี้ได้มีโอกาสร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นการที่ได้กําหนดเอาไว้ว่าการเปึนสมาชิกนั้นจะเน้นไปที่มหาวิทยาลัยของรัฐ หรืออาจจะกําหนดไว้ว่าต้องเปึนมหาวิทยาลัยที่มีอายุตั้งมา ๑๐ กว่าป้แล้ว หรือกําหนด ไว้ว่าต้องเปึนมหาวิทยาลัยพหุวิชา ที่เรียกว่า คอมพลีเอนซีพ (Comprehensive) มากกว่า มหาวิทยาลัยที่เน้นเฉพาะทาง ซึ่งลักษณะเช่นนี้เปึนการตีกรอบเกินไป โดยเฉพาะการที่ ประเทศไทยจะได้เข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากเครือข่ายนี้หากกําหนดไว้เช่นนี้ ก็เหมือนกับว่าเปึนข้อจํากัดมากกว่าเปึนโอกาส อยากจะชี้ประเด็นให้ท่านเห็นว่า หากจะเน้นถึงเรื่องการที่ว่ามหาวิทยาลัยอาเซียนนี้เปึนการเป่ดโอกาสให้นักศึกษา โดยเฉพาะการที่นักศึกษาจากต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะจากชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในประชาคมอาเซียน มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปึนอยู่ในขณะนี้อาจจะมีข้อจํากัด ตรงที่ว่า
ประการหนึ่ง มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปึนสมาชิกอยู่หรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่พึงจะรับนักศึกษาจากต่างชาติได้นั้น จะเน้นไปในสาขาวิทยาศาสตร์เปึนด้านหลัก ไม่ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลก็ตาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ตามที่เปึนสมาชิกอยู่หรือ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเหล่านี้โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหิดลกับจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็งแล้วก็มีหลักสูตรต่าง ๆ ที่จะเป่ดให้ต่างชาติมาเรียนได้อยู่มาก แต่จะเปึนหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์เสียเปึนส่วนใหญ่ หลักสูตรที่เปึนทางด้าน สังคมศาสตร์ ซึ่งจะมีโอกาสรับ นักศึกษาต่างชาติจะมาเรียนในบ้านเราได้เปึนจํานวนมาก มักจะไม่ค่อยมีในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งผมขอไม่เอ่ยนาม ในที่นี้ มีความเข้มแข็งพอแล้วในขณะนี้มหาวิทยาลัยเอกชนเหล่านี้ก็มีจํานวนนักศึกษา ต่างชาติมาเรียนอยู่มากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ เพราะสาขาที่เขาเป่ด ภาษาที่ใช้ อะไรต่อมิอะไร มีความคล่องตัวพอสมควรที่จะทําให้นักศึกษาต่างชาติสนใจเข้ามาเรียน เพราะฉะนั้น การที่เราเข้าร่วมและมีโอกาสที่จะทําให้นักศึกษาต่างชาติมาเรียนให้มาก การไปตีกรอบไว้ว่า ควรจะเปึนมหาวิทยาลัยของรัฐมันจะทําให้เปึนการตีกรอบตัวเอง แล้วโอกาสที่เราจะรับ นักศึกษาจากต่างชาติเข้ามาเรียนก็มีน้อยลง เพราะว่าเราจะเน้นไปทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเปึนด้านหลัก ก็คิดว่าน่าจะมีการปรับปรุงแอนเนซ๒ (Annex2) ซึ่งได้ กําหนดไว้ว่าการเปึนเมมเบอร์ (Member) หรือเปึนสมาชิกให้ไปเน้นที่มหาวิทยาลัยของรัฐ เปึนด้านหลัก ก็อยากให้เป่ดกว้างมากกว่านี้ หากจะได้มีการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงนี้ ให้กว้างขวางขึ้น ก็คิดว่าถ้าหากมีการปรับปรุงได้ก็อยากจะเสนอให้ท่านได้ปรับปรุง ในส่วนนี้
ประการที่สอง ก็คือหากเปึนไปได้แทนที่จะมีสมาชิกเฉพาะมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในกรอบอาเซียน เปึนไปได้ไหมว่าที่จะเป่ดโอกาสให้มีสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบนี้ ก็คืออาจจะเปึนสมาชิกที่เปึนระดับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในประเทศอื่น ๆ นอกกรอบอาเซียน เปึนสมาชิกสมทบเข้ามา เพื่อจะได้มีโอกาสร่วมแล้วมีโอกาสในการทํากิจกรรมซึ่งเราจะได้ เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยที่อยู่นอกกรอบอาเซียน เปึนการทําให้เครือข่ายนี้มีความเข้มแข็งขึ้น หรือสมาชิกสมทบอาจจะเปึนองค์กรระหว่างประเทศที่อาจจะมีการให้การสนับสนุน หรือให้ความสนใจต่อการที่จะเข้ามาร่วมมือในอาเซียน แต่ว่าเมื่อเขียนไว้เช่นนี้ก็ทําให้เกิด สมาชิกสมทบไม่ได้ ก็เปึนการเป่ดกว้างขึ้นก็คือมีความเปึนไปได้ไหมที่จะได้มีการเจรจา และเพิ่มลักษณะสมาชิกประเภทสมาชิกสมทบ ซึ่งจะทํามหาวิทยาลัยในอีกหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะหากเปึนมหาวิทยาลัยที่อยู่ในประเทศที่เขามีความก้าวหน้า มีความเข้มแข็ง และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันระหว่างประชาคมอาเซียน ระหว่างสมาชิกของมหาวิทยาลัย ในประชาคมอาเซียนกับมหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้นที่อยู่นอกกรอบอาเซียน จะได้เปึนประโยชน์ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่อาจจะให้การสนับสนุนหรือให้ ความสะดวกในด้านต่าง ๆ ในการที่จะทําให้สมาชิกที่อยู่ในกรอบอาเซียน คือเปึนสมาชิกสามัญได้มีโอกาสใช้ประโยชน์ จากองค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้ หรืออาจจะได้รับการสนับสนุนเปึนการเพิ่มเติม ฉะนั้น หากเป่ดให้มีสมาชิกสมทบได้ก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้
อีกประเด็นหนึ่ง มหาวิทยาลัยอื่น ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่เขาไม่มีโอกาสเข้าไปเปึนสมาชิก เปึนไปได้ไหมที่อาจจะมีเครือข่ายย่อยทางด้านต่าง ๆ ที่อาจจะเปึนลักษณะเฉพาะลงไป แล้วเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้น ซึ่งอาจจะยัง ไม่ได้เปึนสมาชิก เพราะดูเหมือนว่าการเปึนสมาชิกเขาก็ตีกรอบเอาไว้ว่าอาจจะต้องมี การเฉลี่ยกันในประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถ่วงไปในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป เมื่อเปึนเช่นนี้มหาวิทยาลัยในบ้านเรามีอยู่จํานวนเปึนร้อย ๆ แห่ง ก็อาจจะมีมหาวิทยาลัย ที่ได้มีโอกาสเข้าเปึนสมาชิกเพียงไม่กี่แห่ง เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ละครับ ในเมื่อเครือข่ายนี้เปึนเครือข่ายเดียวในประชาคมอาเซียน ที่ทําให้ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไปตีกรอบไว้อย่างนี้ แล้วมหาวิทยาลัยที่ไม่มีโอกาสเข้าเปึน สมาชิก ถ้าเขาไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกิจกรรมก็อาจจะเปึนการป่ดโอกาส เมื่อเปึนเช่นนี้ น่าจะมีเครือข่ายย่อย ๆ ในทางด้านต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัย ที่ไม่ได้เปึนสมาชิกเข้าไปร่วมในเครือข่ายย่อยก็จะเปึนการเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัย เหล่านั้นได้ร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ ก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับ อย่างที่ผมเรียนแล้วว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้น จริง ๆ แล้วมีมหาวิทยาลัยที่อย่างน้อยที่สุดเปึนมหาวิทยาลัยที่มีความเข้มแข็งและพร้อม ที่จะร่วมทําประโยชน์หรือได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะประเทศไทยเปึนประเทศที่จะต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสํานักงานเลขานุการ เพราะสํานักงานเลขานุการจะมาตั้งอยู่ ในประเทศไทย เราก็ควรที่จะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมเปึนเครือข่ายของ สมาชิกมหาวิทยาลัยอาเซียนมากยิ่งขึ้น ในเมื่อไม่สามารถเปึนสมาชิกได้เพราะเรามี มหาวิทยาลัยจํานวนมากเกินไปแล้วจะทําให้มันเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เราก็ควรที่จะ เป่ดโอกาสให้มีเครือข่ายย่อยแล้วให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าไปเปึนสมาชิกเครือข่ายย่อยนั้น ๆ ก็คงจะได้รับประโยชน์ แล้วก็เปึนประโยชน์กับเครือข่ายนี้ด้วย ก็ขออนุญาตที่จะตั้ง ความเห็นเพิ่มเติมจากที่ท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้อภิปรายไป ๒ ท่านแล้วได้ตั้งเปึนประเด็น เอาไว้ แล้วขณะเดียวกันก็อาจจะมีประเด็นใหม่ ๆ เพิ่มเติม เพื่อจะทําให้ความร่วมมือ ภายใต้กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนี้มีความเข้มแข็งและประเทศไทยก็จะได้รับ ประโยชน์จากในส่วนนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยนั้นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสํานักงาน เลขานุการของเครือข่ายนี้ด้วย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นครับ
คุณสถาพร เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในนาม สมาชิกรัฐสภา ขอสนับสนุนในการที่จะแก้ไขกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน การแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษา แลกเปลี่ยนนักวิชาการที่ครอบคลุมในส่วนของอาเซียน ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ในเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของภาษา เรื่องของความเปึนอยู่ที่คล้ายคลึงกัน ในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน แต่สิ่งที่เปึนข้อห่วงใยของกระผมก็คือเรื่องของบุคลากร โดยเฉพาะ ในวงการศึกษาของประเทศไทย ผมเกรงว่าการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันนั้นในขณะที่ เมืองไทยเรายังแก้ปัญหาเรื่องเด็กตีกัน แก้ปัญหาเรื่องหลักสูตรแก้ปัญหาเรื่องของ ครูอาจารย์ที่ยังสับสนเกี่ยวกับสถานะของตัวเองและวงการการศึกษาไทยที่ค่อนข้าง มีลักษณะของมาเฟ้ย (Mafia) ทางการศึกษาอยู่ เราไม่สบายใจอย่างยิ่งที่มองดูระดับ ในการวัดผลประเมินผลของมหาวิทยาลัยประเทศไทยเมื่อเทียบเคียงกับประเทศ ในเขตอาเซียนแล้วเมืองไทยค่อนข้างที่จะล้าหลัง ถ้าเราไปสัมผัสวิถีชีวิตของนักศึกษา ที่ประเทศใกล้เคียงกับเรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างประเทศเวียดนามวิธีคิด ของนิสิตนักศึกษาและของครูอาจารย์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนั้น เขาเชื่อมโยง จิตสํานึกทางชนชั้น จิตสํานึกเรื่องของประวัติศาสตร์ที่แรงกล้าและมีความมุ่งมั่น ในการที่จะพัฒนาประเทศของเขาให้ไปสู่มิติสู่วิถีทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับ ประวัติศาสตร์ สอดคล้องกับภูมิศาสตร์และสอดคล้องกับวัฒนธรรมของตัวเอง แต่มิติของประเทศไทย ในเรื่องของการศึกษา ผมเชื่อว่าเรากําลังสับสนว่าทิศทางการศึกษาเราจะไปอย่างไร แน่นอนที่สุดเราอาจจะมีถ้อยคําหรือการประดิษฐ์ถ้อยคํา เช่น เรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งบางครั้ง ก็มีการถกเถียงกันว่าเรียนฟรีจริงหรือเปล่า น่าจะใช้คําว่า อุดหนุนบางส่วน ๑๕ ป้ ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าเห็นใจในกระบวนการการศึกษาของเมืองไทย ประเด็นวันนี้ เราจะเห็นว่าสิทธิ เสรีภาพ ในสถานศึกษาเราเองนั้นก็ดูจะด้อยค่าในเรื่องของระบอบ ประชาธิปไตยมีปรากฏการณ์ที่นิสิต นักศึกษา ออกจากนอกสถานศึกษามาแสดงสิทธิ ขั้นพื้นฐานก็ถูกคุกคาม เรื่องอย่างนี้ในกระบวนการกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ที่เราจะเชื่อมโยงแก้ไข เราเอามิติของสิทธิ เสรีภาพ การแสดงออกทางการศึกษา การแสดงออกทางวิชาการ นั้นแยกแยะกันอย่างไร กรณีที่การเชื่อมโยงกันระหว่างวัฒนธรรม ไม่ว่าทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยประชาชนลาว ทางเขมร ทางสาธารณรัฐสังคมนิยม เวียดนาม มายังประเทศไทย มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เหล่านี้มีชาติพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน มีหลักสูตร การเชื่อมโยงอย่างนี้เราจะทําอย่างไร ถ้าสมมุติเขาตั้งคําถามมาเกี่ยวกับ อาณาเขตหรืออาณาจักรของประเทศไทยในวันนี้ เรามีความชัดเจนในแง่ของประวัติศาสตร์กัน อย่างไร วิชาของเด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา การเข้มข้นของการศึกษาในประเทศไทยนั้น จะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่มีการแลกเปลี่ยนกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งถือว่าเปึนสาระสําคัญในการที่จะทําศักยภาพของกลุ่มอาเซียนด้วยกันนั้นเปึนสิ่งที่ ควรจะสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่เราต้องหันมามองในประเทศไทยเราด้วยว่านิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ ตลอดจนถึงการศึกษานอกโรงเรียนภายนอกสถานศึกษา สิ่งเหล่านี้นั้น มันจะชัดเจนลงได้อย่างไร วันนี้วิชาคณิตศาสตร์ไทย วิชาเรื่องของการคํานวณของ เมืองไทยนั้นดูประหนึ่งว่าเราค่อนข้างที่จะอ่อนด้อย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน วิชาคณิตศาสตร์ วิชาเรื่องการคํานวณ ฟ่สิกส์ แม้แต่วิชาประวัติศาสตร์ ประเทศข้างเคียง ของเรานั้นเขาเข้มข้นมากแต่วันนี้วิชาประวัติศาสตร์ของเมืองไทยสับสนครับท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นการแลกเปลี่ยน เราจะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เชิงประวัติศาสตร์ เขาจะทําอย่างไร ประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เยาวชนของสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนามเขาตื่นเต้นที่มีบรรพบุรุษของเขาเปึนนักรบ เปึนนักกู้ชาติ แต่ประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยวันนี้เรากําลังมาถกเถียงว่าจะเอาเด็กที่ต่อยกัน ตีกัน ไป ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่จริงไม่น่าที่จะมีการนําเสนอโดยรูปแบบอย่างนี้ เราถามว่าเด็ก ของประเทศไทยนั้นเปึนเพียงส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่ที่เรากําลังสนับสนุนเชื่อมโยง และเปึนความหวังของบ้านเมืองนี้ยังมีจํานวนมาก ก็อยากจะให้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนที่จะลงลึกและไป เจรจาแก้กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ช่วยปรับปรุงหลักสูตร ปรับปรุงวิธีคิด ของครูบาอาจารย์และทนไม่ได้อย่างยิ่งที่ระบบการศึกษาเมืองไทยจะกลายเปึนระบบ ธุรกิจ มีการนําเอาธุรกิจหลายรูปแบบมาตั้งเปึนสถานศึกษาและนําเอาการศึกษาเปึนเชิง ธุรกิจ จ่ายเงินครบก็จบ จ่ายเงินไม่ครบก็โดนดรอพ (Drop) มีการจ้าง มองการตีค่าของ ปริญญาบัตรเปึนมูลค่าของการเงิน มีการเป่ดหลักสูตรที่ใช้เงินนําหน้า วิชาการตามหลัง อย่างนี้เปึนต้นก็อยากจะฝากไปว่าการเชื่อมโยง การแก้ไข กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนนั้นทําให้คุณภาพการศึกษาของอาเซียนดีขึ้นอย่างไร ทําให้หลักสูตรการเรียน การสอนหลักสูตรบุคลากรทางการศึกษาในเมืองไทยพัฒนาขึ้นหรือไม่หรือการแลกเปลี่ยนกัน จะทําให้ทัศนคติของนักวิชาการเมืองไทย เปึนนักธุรกิจทางการศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ข้อห่วงใยในเรื่องของการศึกษาเมืองไทย นอกจากจะเปึนผลดีที่ท่านนําเสนอแล้ว ข้อสังเกต ข้อห่วงใยของกระผมที่ได้พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนนั้นช่วยใส่เข้าไปด้วย เพื่อเปึนข้อห่วงใยของกระผม กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากนครศรีธรรมราช ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมใคร่ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้ความกรุณา และกระผม อยากจะแสดงท่าทีในเบื้องต้นก่อนว่าผมนั้นได้สนับสนุนคณะรัฐมนตรีที่ได้เสนอ ร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ที่จริงเรื่องอื่นก็สําคัญแต่ว่าผมเองประหยัดเวลาของรัฐสภา ผมจึงเลือกที่จะอภิปราย เฉพาะในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงต้องขอความกรุณาจากประธานว่าผมขอเวลาท่านสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบดีว่าร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไปแล้วหลายท่าน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาที่เปึน กรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภา อย่างเช่น ท่านอาจารย์เจริญ ภักดีวานิช หรือรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ และเพื่อนสมาชิกท่านอื่นนะครับ ทุกท่านทราบว่าจุดมุ่งหมายสําคัญในการจัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนั้น คือการส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อเปึนกลไกสําคัญในการสร้างรากฐาน ให้สังคมอาเซียนเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านประธานครับผมจําเปึนต้องหยิบยก จุดมุ่งหมายสําคัญอันนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับจุดมุ่งหมายอันนี้เปึนจุดมุ่งหมาย ที่สอดคล้องหรือล้อไปด้วยกันกับเจตนารมณ์ของการก่อตั้งอาเซียนเมื่อป้ ๒๕๑๐ แล้วก็สอดคล้อง กับวิสัยทัศน์อาเซียนที่อยากเห็นอาเซียนใน ค.ศ. ๒๐๒๐ หรือพุทธศักราช๒๕๖๓ นั้น ไปในทิศทางเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ย้ําการก่อตั้งสมาคมของ อาเซียนขึ้นมา ณ ป้ ๒๕๑๐ ว่าเขาต้องการที่จะสร้างความเปึนป๊กแผ่นของอาเซียน โดยมี ๓ เสาหลักที่เขาเรียกกันอยู่ ๑. ก็คือเสาเรื่องของความมั่นคงหรือการทหาร ๒. ก็คือเสาเรื่องเศรษฐกิจและการค้า และ ๓. ก็คือเสาสังคมและวัฒนธรรม ท่านประธาน ที่เคารพครับ การศึกษาอยู่ในเสานี้เสาที่ ๓ อยู่ในเสาสังคมและวัฒนธรรม แล้วกฎบัตร เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนี้ก็เปึนองค์กรสมาชิกขององค์กรรัฐมนตรีรายสาขาของ อาเซียน ท่านไล่ตามดูดี ๆ นะครับ มันเปึนซับเซต (Subset) ซึ่งกันและกัน องค์กรรัฐมนตรี รายสาขาของอาเซียนของเราก็มีองค์กรรัฐมนตรีศึกษา แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกต ในเบื้องต้นก่อนเลยนะครับ เนื่องจากของเรามีการแยกกระทรวงศึกษาธิการออกจาก กระทรวงวัฒนธรรม แต่เสาหลักของอาเซียน เสาสังคมและวัฒนธรรมเขาอยู่ด้วยกัน แปลว่างานด้านการศึกษาของชาติและงานทางด้านวัฒนธรรมเขาอยู่ด้วยกัน ตรงนี้จะเปึน ที่มาของการกําหนดบทบาทภารกิจและการกําหนดองค์กรที่ผมคิดว่าถึงแม้นมันไม่เปึน ปัญหามากนัก แต่ทางรัฐบาลจะต้องตอบคําถามหรือตอบโจทย์ให้ได้ว่าท่านจะบูรณาการ อย่างไร ท่านประธานครับ ในเมื่อเราเห็นว่าองค์กรรัฐมนตรีศึกษาอยู่เหนือเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียน องค์กรรัฐมนตรีศึกษาของอาเซียนผมขอพูดสักเล็กน้อย ที่จริง ดูเหมือนกับว่าไม่อยู่ในระเบียบวาระนี้ แต่ท่านประธานครับเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด และแยกไม่ออกภาษาอังกฤษที่เขาเรียกชื่อย่อว่า เซาท์อีส เอเซียน มินิสเตอร์ ออฟ เอดูเคชัน ออกาไนเซชัน(Southeast Asian Ministers of Education Organization) หรือซีมีโอ (SEAMEO) เปึนคําย่อ ผมขออภัยที่พูดภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ อันนี้ท่านประธาน คงทราบองค์กรและภารกิจของเขา เขามีศูนย์ภูมิภาค ศูนย์ภูมิภาคของเขาแน่นอนล้อ ทั้งเจตนารมณ์การก่อตั้งอาเซียนและล้อทั้งวิสัยทัศน์อาเซียน เขามีศูนย์ทางด้าน ประวัติศาสตร์ศูนย์ทางด้านวัฒนธรรม มีแม้แต่ศูนย์ทางโบราณคดี
ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะตั้งคําถามแรกต่อซีมีโอก่อนนะครับ เพราะว่ารัฐมนตรีคงจะดูแล เปึนรัฐมนตรีเดียวกันและเชื่อมโยงกันกับกฎบัตรเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียนแน่นอน ท่านประธานครับ คําถามผมก็คือว่าในส่วนของซีมีโอ บทบาทภารกิจที่ผมได้เฝัาติดตาม คณะกรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภาได้เฝัาติดตามนั้น ใช่หรือไม่ว่ามันยังไม่ได้ตอบโจทย์หรือไปตอบสนองต่อเจตนารมณ์ในการก่อตั้งอาเซียน ผมย้ําว่าเพื่อความเปึนป๊กแผ่นหรือความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน มิได้ เพื่อความเปึนเลิศทางวิชาการของแต่ละสถาบันหรือของแต่ละประเทศเท่านั้น ซึ่งในแง่นั้น แต่ละประเทศถ้าหากต้องการความเปึนเลิศไม่มีใครห้ามครับ มันมีกรอบยูเอ็น (UN) หมายความว่าเปึนกรอบที่กว้าง มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการต่าง ๆ หรือ ประเทศนั้น ๆ สามารถที่จะไปสร้างความเปึนเลิศที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาเซียนได้ แต่เมื่อไร ที่คุณพูดถึงซีมิโอหรือพูดถึงเอยูเอ็น (AUN) ที่เปึนคําย่อของเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนที่เราพิจารณากัน ท่านประธานครับ มันจะต้องพูดถึงการตอบโจทย์เจตนารมณ์ วิสัยทัศน์และจุดมุ่งหมายหลักของอาเซียน แต่ท่านประธานครับ บทบาทภารกิจ และการตั้งองค์กร ท่านดูนะครับ ซีมีโอ ซีมีโอได้มีองค์กรสมาชิก ๑๑ ประเทศ อันนี้ก็ครบ ตามสมาชิกของอาเซียน ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตเปึนองค์กรประเทศ ล่าสุด ท่านครับ ตรงนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่มันเปึนปัญหาตรงองค์กรประเทศที่เข้ามาเปึน สมาชิกสมทบครับ ท่านประธานดูในเล่มนี้ครับท่านประธาน ผมได้รับเอกสารชี้แจง จากกระทรวงศึกษาธิการ เรามีประเทศสมาชิกสมทบทั้งหมด ๘ ประเทศ ข้อสังเกตผม คือทุกประเทศเปึนฝรั่งหัวแดงทั้งสิ้น ท่านประธานอย่าเข้าใจผิดว่า ส.ว. นครศรีธรรมราช ชื่อ สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ รังเกียจชาติพันธุ์หรือนําเสนอว่าเราจะต้องมีเฉพาะมองโกลอยด์ (Mongoloid) ไม่ใช่ครับ ประเด็นปัญหาผมก็คือว่าถึงแม้เราไม่รังเกียจชาติพันธุ์ใด แต่คําถามก็คือว่าเอเชียไปอยู่ตรงไหนครับ ต้องอย่าลืมในแง่ของรากฐานที่มาของอาเซียน เราเรียกตัวเองว่า สุวรรณภูมิ ก็ตาม หรืออาจจะเรียกว่าอุษาคเนย์ก็ตาม เราถูกขนาบข้าง ด้วย ๒ อารยธรรมใหญ่ก็คือประเทศจีนและประเทศอินเดีย คําถามผมก็คือประเทศจีน กับประเทศอินเดียไปไหน ผมฟัองท่านประธานผมถามผู้มาชี้แจงจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมไม่โทษท่าน เพราะว่าท่านส่งเจ้าหน้าที่เล็ก ๆ มาชี้แจง เล็ก ๆ หมายถึงว่า ตําแหน่งนะครับ ที่จริงศักดิ์ศรีก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมถามว่าทําไมไม่มีประเทศจีน กับประเทศอินเดีย เขาบอกว่าประเทศเหล่านี้ไม่มีความพร้อม ท่านรัฐมนตรีอย่าตอบ เหมือนกับเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงนะครับ ผมคิดว่าท่านจะต้องตอบโจทย์ต่อไปเรื่องความสัมพันธ์ ประเทศจีนนี้หรือครับไม่มีความพร้อม ประเทศจีนต้องการจะขยายสัมพันธไมตรีในทุกมิติ เข้ามายังในอาเซียน เราเคยถามเขาไปแล้วหรือครับว่าเขาไม่มีความพร้อม และเอเชียอื่น ก็ไม่มี อันนี้เปึนประเด็นที่ผมคิดว่าในเมื่อองค์กรสมาชิกไม่มีบทบาทภารกิจเราก็ไม่เชื่อมโยง กับความเปึนเอเชียแคบเข้ามาเราก็แทบจะไม่เชื่อมโยงกับความเปึนอาเซียน อันนี้ซีมีโอ ซึ่งผมขอจบซีมีโอไว้ก่อน
ท่านประธานครับ มาดูเอยูเอ็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ท่านประธานครับ ท่านไปดูบทบาทภารกิจสิครับ ในสิ่งที่ส่งมาด้วย ๓ ท่านประธานครับหน้า ๗ ข้อ ๑๒ อันนี้ผมชมนะครับ อินเตอร์ชิพ โปรแกรม (Internship programme) ถ้าเขาเขียน ภาษาอังกฤษไม่ผิด บรรทัดแรก เพื่อส่งเสริมจิตสํานึกร่วมกันในความเปึนอาเซียน อันนี้ ผมส่งเสริมที่สุด แต่ประเด็นปัญหาคืออะไรท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาก็คือว่า กิจกรรม บทบาทหรือภารกิจที่ผมได้ติดตาม อันนี้ส่งไปเพียงแค่ป้ละ ๒ คน ๑๑ ประเทศ ก็ ๒๒ คน ใช้เวลา ๖-๘ สัปดาห์ อันนี้ขยายมาจาก ๑ คนแล้ว สมัยก่อนมีเรื่องของ การระบาดไข้หวัดนก เอชวันเอ็นวัน (H1N1) จึงส่งไปแค่ ๑ ตอนนี้เขาภูมิใจบอกว่า ตอนนี้ ๒ คนแล้ว มันสะท้อนอะไรครับ มันสะท้อนว่าผลสะเทือนมันไม่มีทางเกิดครับ ผมกําลังจะบอกท่านประธานเพื่อตอกย้ําว่าท่านอย่าลืมนะครับ กฎบัตรเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียนที่เรากําลังจะร่างขึ้นไป มันอยู่ในเสาหลักที่เราต้องการสร้าง ความเปึนป๊กแผ่นให้กับสังคมอาเซียน หัวใจหลักของภารกิจก็คือท่านจะต้องเตรียม ความพร้อมผู้คน ท่านไม่มีทางสร้างให้อาเซียนเปึนป๊กแผ่นได้ ถ้าหากว่าท่านไม่เตรียม ความรู้สึกนึกคิด ค่านิยมหรือทัศนคติของผู้คน บทบาทอันนี้มหาวิทยาลัยอาเซียนจะต้องรับไปเต็ม ๆ แน่นอน ไม่ใช่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มันไม่ใช่ฝ์ายอื่นครับ ถึงแม้ว่าฝ์ายอื่นอาจจะต้องบูรณาการกันเข้ามา ที่ผมจะพูดในช่วงท้าย แต่ว่าทางด้านการศึกษาต้องทําเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมเศร้าใจที่สุดที่เราไม่พบเลย ผมได้ตั้งคําถามว่านี่เราจะเอาค่านิยมอะไร เราจะเอา จิตสํานึกร่วมอะไร ณ ปัจจุบันและในอดีตมาใช้สําหรับการศึกษาหรือเตรียมผู้คน ตอบกระท่อนกระแท่นที่สุดท่านประธาน อันนี้หมายถึงว่าในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ การศึกษาวุฒิสภา ผมจึงต้องมารอท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ผมถามเรื่องว่า ในเมื่อซีมีโอและมหาวิทยาลัยอาเซียนมีมหาวิทยาลัยที่เปึนองค์กรสมาชิก เขาก็มี คณะทางด้านที่เรียนด้านประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี แต่ผมคิดว่าอาจจะไม่เด่นชัดนะครับ ท่านประธานคงทราบว่ามหาวิทยาลัยสมาชิกของไทยมี ๓ มหาวิทยาลัยก็คือมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมหาวิทยาลัยนี้เปึนที่ตั้งของสํานักงานเลขานุการด้วย แล้วก็ มหาวิทยาลัยบูรพา ผมไม่ได้คัดค้าน ๓ มหาวิทยาลัยนี้ครับ ส่งเสริมเต็มที่ แต่สิ่งที่ผม ตั้งคําถามเชื่อมโยงระหว่างเรื่องขององค์กรสมาชิกกับบทบาทภาระหน้าที่หรือกิจกรรม ที่เขาทําก็คือว่า ถ้าเราต้องการสร้างความรู้สึกนึกคิดของคนอาเซียน ทําไมทั้ง ๆ ที่เรามี ศูนย์ภูมิภาคเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องโบราณคดี อาณาจักรศรีวิชัยนี่ท่านประธานไม่มี ในรายงานการศึกษาเลย ทําไมผมยกอาณาจักรศรีวิชัยขึ้นมาท่านประธาน เหตุเพราะว่า ถ้าเราจะยกจิตสํานึกร่วมกันในอดีตไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือร่วมกันได้เท่ากับอาณาจักร ศรีวิชัย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ก็ พ.ศ. ๑๒๐๐ กว่า ๆ จนถึง พ.ศ. ๑๕๖๘ เมื่ออินเดียใต้หรือราชวงศ์โจฬะมาตีอาณาจักรศรีวิชัยแตก ถ้าเรานับถึงแค่นั้น หรือถ้าเรานับว่าฟุ๋นฟูหลังจากนั้นไปจนถึงประมาณพ.ศ. ๑๙๐๐ ก็ได้ กลายเปึน ๗๐๐ ป้ ไม่ใช่ ๓๕๐ ป้ ท่านประธานครับ หลักฐานของอาณาจักรศรีวิชัยมีทั้งในประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศศรีลังกา ประเทศไทยและอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศจีน และประเทศอินเดีย ในประเทศอินเดียมีศิลาจารึกที่เมืองตันชอร์ หลังจากโจฬะมาตีนะครับ พ.ศ. ๑๕๖๘ ในประเทศจีนมีการพูดบันทึกของเจ้าจูกัว ๑๗๘๙ ของหลวงจีนอี้จิง ประมาณพ.ศ. ๑๒๐๐ กว่า ๆ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับทั้งซีมีโอ ทั้งเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียนไม่พบว่ามีเรื่องเหล่านี้เลย ผมถามว่าแล้วท่านจะยกอะไรที่มัน ร่วมกันล่ะครับ ยิ่งมายกเรื่องของการแย่งชิงหมู่ปราสาทพระวิหารก็ตาม หรือหมู่ปราสาทอื่น มันยิ่งไม่ส่งเสริมนะครับ มันยิ่งไปกันใหญ่ และอีกจิตสํานึกหนึ่ง ท่านครับ ที่เราหยิบยก จิตสํานึกในปัจจุบันมาได้ แต่ผมเรียนว่าเราไม่เห็นว่าแม้แต่การศึกษาของไทย หรือการศึกษาของอาเซียนได้หยิบยกก็คือ จิตสํานึกเรื่องประชาธิปไตยจิตสํานึกนี้ มันร่วมกันได้ครับ มันเปึนวัฒนธรรมร่วมกันได้ เพราะวัฒนธรรมประชาธิปไตย ไม่เน้นอํานาจนิยม ไม่เน้นการคลั่งชาติ แต่เน้นเรื่องของเหตุผลนิยม เน้นเรื่องของ ความเสมอภาคหรือเท่าเทียม เน้นเรื่องของสันติ ท่านประธานครับ นี่ครับ ท่านจะเห็นว่า การหยิบยกจิตสํานึกในประวัติศาสตร์ก็ไม่มี การหยิบยกเพื่อที่จะสร้างจิตสํานึกในปัจจุบัน ก็ไม่มี สิ่งที่ทํามันจึงเปึนเพียงกระผีกลิ้นของเจตนารมณ์อาเซียน เปึนเพียงแค่เสี้ยวส่วน ของวิสัยทัศน์อาเซียน ดังนั้น ค.ศ. ๒๐๒๐ จะบังเกิดความเปึนประชาคมเดียวกัน เปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน อันนี้เปึนไปได้ยากที่สุดท่านประธาน ดังนั้นผมอยากกราบเรียน ข้อสังเกตที่ผมเปึนรูปธรรมและอยากจะตั้งไว้ในช่วงท้ายที่สุดก็คือว่าองค์กรสมาชิก ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ถ้าในแง่ของเสาหลักด้านสังคมวัฒนธรรม ทําไม จึงไม่มีมหาวิทยาลัยศิลปากร และทําไมจึงไม่มีการบูรณาการกระทรวงวัฒนธรรม เข้ามาด้วยกัน หรือทําไมไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ท่านประธานครับ เมื่อวานเราเพิ่งจบ การพิจารณางบประมาณ ท่านไปดูครับ ในมหาวิทยาลัยจะมีแผนงานอยู่แผนงานหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมเรื่องศิลปวัฒนธรรม ท่านทราบไหมครับบางมหาวิทยาลัยได้งบประมาณ ไปเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปตั้งงบประมาณด้านนี้ครับ ท่านประธาน ไม่ว่าจะส่งเสริมวัฒนธรรมหรือศิลปะไทยเองหรืออาเซียนเองก็ตาม ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างหากได้รับงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท บวกลบแทบทุก มหาวิทยาลัยรวมกันเท่ากับมหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยเดียว เขากลับตั้งงบประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นโดยภารกิจที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเขาทํา อยู่แล้วนี่ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่อื่น ท่านครับ ทําไมมหาวิทยาลัยเหล่านี้จึงไม่สามารถเปึนองค์กรสมาชิกของ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนที่เรากําลังจะแก้กฎบัตร แล้วผมขอฝากไปยังในส่วนที่ ผมคิดว่าเราจะต้องไปสร้าง หรือเตรียมคน หรือทํางานทางด้านมหาวิทยาลัยไปสนับสนุน เสาหลักอีกเสาหนึ่งก็คือเศรษฐกิจการค้า ท่านประธานครับ ผมไม่พบว่ามีงานวิจัยใด ๆ ที่จะไปส่งเสริมว่าปาล์มของอาเซียนทั้งในแง่การผลิตและการตลาด เราจะมีงานวิจัย รีเสิร์ช (Research) ทางด้านการตลาดหรือทางด้านการผลิตอย่างไรจึงจะทําให้อาเซียน เปึนป๊กแผ่น เจริญไปร่วมกัน ได้ประโยชน์ร่วมกัน ยางพาราเราผลิต ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของโลก อาเซียนนะครับ แล้วก็ข้าวหรืออื่น ๆ และการท่องเที่ยว ผมไม่พบว่าหมู่ทะเล เจดีย์ที่พุกาม ที่ชเวดากอง หรือที่ไหนก็ตาม หรือนครธมนครวัดจะมีผลงานวิจัยออกมาว่า อาเซียนจะได้ประโยชน์อะไร ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรเราไม่พบงานวิชาการ ในทํานองอย่างนี้ ผมพบแต่ความเปึนเลิศทางวิชาการในการที่จะไปศึกษาเรื่องแพทย์ เรื่องวิทยาศาสตร์ ผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ท่านประธานครับ แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการ สร้างความเปึนเลิศไม่ต้องใช้เงื่อนไขของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนอย่างไรครับ คุณก็ไประหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับประเทศสหรัฐอเมริกาเลยก็ได้ ภาษาเช่นกัน ท่านประธาน ท่านรู้ไหมครับ ถ้าพูดเรื่องจะเอาอาเซียนมาทําภาษาอังกฤษ ประเทศไทย กับประเทศอังกฤษก็ได้ ประเทศมาเลเซียเขาก็ไม่ต้องพึ่งประเทศไทยไม่ต้องมาร่วมมือกันหรอก เขาเปึนประเทศเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษเขาเก่งอยู่แล้ว ประเทศพม่าก็อาจจะไม่ต้อง พึ่งประเทศไทยครับ ยกเว้นภาษามลายู ภาษาไทย ภาษาเขมร หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะต้อง มาแลกเปลี่ยนกันให้มีผลสะเทือน ท่านประธานครับอันนี้เปึนเรื่องที่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าทางรัฐมนตรีหรือทางรัฐบาลต้องทบทวนนะครับ สรุปเปึน ๒ เรื่องใหญ่ ๑. ทิศทาง ภารกิจและองค์กรจะต้องให้สอดคล้องกับทิศทาง ๒. ต้องทําให้มันมีผลสะเทือน อย่างแท้จริง แล้วก็ต้องอย่าลืมว่าเราเปึนเครือญาติชาติพันธุ์ ดังท่านสุจิตต์ วงษ์เทศ ท่านได้ พูดไว้หลายครั้ง ดังนั้นต้องสร้างความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้สําหรับคนที่เกิดในแผ่นดิน ถิ่นย่านเดียวกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ ไม่เกิน ๓ นาที ท่านขออย่างนั้นครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีประเด็นสั้น ๆ ที่เปึนเรื่องห่วงกังวลเท่านั้น โดยหลักการแล้วก็เห็นชอบด้วยกับการที่ประเทศไทยจะไปลงนามในกฎบัตรมหาวิทยาลัย อาเซียนฉบับนี้นะครับ ข้อห่วงกังวลของผมก็คือเปึนห่วงในเรื่องของค่าใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งอยู่ในข้อ ๑๒ ที่ระบุไว้ว่าเรื่องงบประมาณ ในฐานะที่ประเทศเปึนเจ้าภาพของสํานักงาน เลขานุการเอยูเอ็น คือเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนให้รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงานแห่งนี้ อย่างไรก็ตามก็มีระบุไว้ ในข้อ ๒ ว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากแหล่งทุนภายนอกและภายในภูมิภาค หรือนอกเหนือจากนี้ให้มหาวิทยาลัยสมาชิกเอยูเอ็นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม กิจกรรมของเอยูเอ็นบนพื้นฐานของการออกค่าใช้จ่ายร่วมกัน แปลความว่าในเบื้องต้น ประเทศไทยจะต้องเปึนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการของสํานักงานนี้ ความเปึนห่วงของผมก็คือว่ามันจะเปึนภาระผูกพันทางด้านงบประมาณของประเทศเรา ทางด้านการศึกษาต่อไปอีกมากน้อยแค่ไหน เราก็ไม่ทราบว่าตัวเลขงบประมาณที่จะต้อง ใช้ตรงนี้เท่าไรจากงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ที่พิจารณาผ่านพ้นไปของวุฒิสภาเมื่อวานนี้ งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เราก็ยังไม่สามารถจะกระจายความต้องการงบประมาณนี้ไปให้กับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนก็ได้อภิปรายไปแล้วได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งงบประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เปึนงบที่ใช้จ่ายสําหรับเงินเดือนค่าจ้างประจําถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์หมายความว่ามีงบประมาณที่จะไปดําเนินการในเรื่องการพัฒนา เรื่องการศึกษา การเรียนการสอนต่าง ๆ เพียง ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราจะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในป้งบประมาณต่อ ๆ ไปในการที่จะมา สนับสนุนเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีสมาชิกอยู่ ๑๐ ประเทศ ๒๒ มหาวิทยาลัย แล้วก็มีมหาวิทยาลัยของประเทศไทยเรานั้นเปึนสมาชิกอยู่แค่ ๓ มหาวิทยาลัยเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเราก็มีภาระงบประมาณในประเทศ ของเราพอสมควรอยู่แล้ว และในอนาคตเราจะต้องรับผิดชอบส่วนนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่า จะต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ละป้เท่าไรก็เปึนห่วงกังวลตรงนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของสมาชิก ซึ่งประเทศไทยมีสมาชิกเข้าไปอยู่เพียง ๓ มหาวิทยาลัยเท่านั้น อันนี้ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าต้องพยายามที่จะ ให้มหาวิทยาลัยของเราเข้าไปอยู่ในเครือข่ายสมาชิกนี้ให้มากขึ้นกว่านี้ อย่างน้อยในฐานะ ที่เราเปึนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้และสํานักงานตั้งอยู่ที่นี่เปึนหน้าเปึนตา
๔ นาทีกว่าแล้วครับ
กําลัง จะจบแล้วท่านประธานครับ
ครับ
ก็อยากจะฝากถึงทางผู้รับผิดชอบทางรัฐบาล ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เอา ๒ ประเด็นนี้ ไปพิจารณาแล้วถ้าท่านสามารถจะตอบให้ความกระจ่างได้ก็จะขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านตวง อันทะไชยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับเบื้องต้นผมเรียน ท่านประธานว่าเห็นด้วยกับหลักการในการร่างกฎบัตรฉบับนี้ แต่ผมมีข้อสังเกตแล้วก็ เปึนคําถามซึ่งผมคิดว่ามันมีความจําเปึนที่ท่านรัฐมนตรีที่จะไปร่วมลงนามแล้วก็ เข้าร่วมประชุมนั้นจะต้องรับฟัง ประเด็นเบื้องต้นที่ผมกราบเรียนท่านประธานซึ่งมีประเด็น ที่จะกราบเรียนเปึนพื้นฐานก่อนที่จะมองไปถึงว่าความจริงนั้นเราทําเพียงเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียนนั้นไม่เพียงพอ ผมขอประทานอนุญาตเริ่มต้นที่จะเท้าความนิดหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจว่าทําไมถึงไม่เพียงพอ อย่างที่สมาชิกหลายคนได้กรุณาพูดถึงว่า ประเทศไทยเรา เปึนผู้เริ่มต้นก่อตั้งสมาคมประชาชาติอาเซียนเมื่อป้ ๒๕๑๐ โดยใช้ชื่อว่าปฏิญญา กรุงเทพฯ อันนั้นผมไม่ต้องพูดถึง พอเราทํามาตลอดเวลา ณ วันนี้เราก็ตั้งต้นของ ประเทศใหม่ว่า เราจะก้าวเข้าสู้ความเปึนประชาคมอาเซียน ป้ ๒๕๕๘ ประเด็นที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือว่า ถ้าจะเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ในหลักการ ของความเปึนประชาคมอาเซียน ป้ ๒๕๕๘ นั้น ภาพที่มันจะเกิดขึ้นสําหรับประเทศไทย สําหรับคนที่อยู่ในอาเซียนก็คือฐานการผลิตและตลาดมีฐานร่วมกัน ถนนทุกสายที่มีอยู่ ในอาเซียนมันเสร็จหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ แทบไม่น่าเชื่อว่า ถนนตั้งแต่ ตะวันออกที่เรียกว่าอีสท์ เวสท์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (East West Economic Corridor) นั้น มันเสร็จแล้วครับ เราเดินทางจากตะวันออกไปถึงตะวันตกไปถึงดานังเรียบร้อยแล้วครับ แทบไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เราสามารถขับรถจากจังหวัดสงขลา หาดใหญ่ไปถึงประเทศสิงคโปร์ ได้เลยครับ แล้วก็มีรถจากประเทศสิงคโปร์เดินทางกลับมาประเทศไทยเที่ยวละวันครับ หรือกระบวนการเมื่อครบ ป้ ๒๕๕๘ ที่เขียนเอาไว้ในกฎบัตรอาเซียนที่จะต้องบังคับ ทุกประเทศก็คือการเคลื่อนย้ายของสินค้า บริการ แรงงานการลงทุน เงินทุนเสรีมันจะ ไหลบ่าเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างที่เราไม่สามารถจะตั้งรับได้ ประเด็นของผมที่กราบเรียน ต่อท่านประธานเพื่อเปึนข้อเสนอมี ๒ ประการก็คือว่า
ประการแรก ความเห็นผมต่อร่างกฎบัตรเครือข่ายอาเซียนฉบับนี้ความเห็น ของผมประการที่สองต่อนโยบายของรัฐบาลในการเตรียมพลเมืองของตนเองเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ผมเฝัาติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น ได้เฝัาดูงานวิจัยในฐานะเปึน กรรมาธิการการศึกษามาตลอด ผมพบน่าตกใจท่านประธานครับ
ความเห็นผมประการที่สอง ต่อนโยบายของรัฐบาลในการเตรียมพลเมือง ของตนเองเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมเฝัาติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นได้เฝัาดูงานวิจัย ในฐานะเปึนกรรมาธิการการศึกษามาตลอด ผมพบน่าตกใจ ท่านประธานครับ งานวิจัย ของสภาการศึกษาล่าสุดพบว่าประเทศที่รู้เรื่องอาเซียนมากที่สุดไม่ใช่ประเทศไทยครับ กลายเปึนประเทศลาว ประเทศที่ไม่ค่อยรู้เรื่องประเทศอาเซียนเลยก็คือลําดับท้าย ๆ คือ ประเทศไทยครับ ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๑๐ เปึนต้นมา จนถึงปัจจุบันล่าสุดที่ผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณ ผมก็ค้นไปดูว่าเราได้ทุ่มเทงบประมาณ ในการเตรียมพลเมืองเข้าสู่อาเซียนอย่างไร ไม่มีครับท่านประธาน ที่เห็นเปึนรูปธรรมป้นี้ กระทรวงศึกษาธิการใช้งบประมาณเข้าไปใช้เพียงจัดบัฟเฟอร์ สคูล (Buffer school) แล้วซิสเตอร์ สคูล (Sister school) เพียง ๘๖ ล้านบาท ก็คือโรงเรียนที่อยู่ชายแดน โรงเรียนที่เปึนศูนย์การศึกษาอาเซียน ซึ่งผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังว่ามันมีความจําเปึน ที่จะต้องเตรียมอย่างไร ถ้าอย่างนั้นข้อเสนอของผมต่อกฎบัตรอาเซียน ซึ่งผมคิดว่าจําเปึน ที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานในข้อตกลงเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนั้น ผมจะ ไม่ให้ซ้ํากับท่านสมาชิก แต่จะย้ําประเด็นที่สมาชิก ๒ ท่านได้พูดถึงก็คือข้อเสนอที่เปึน ข้อ ๗ และข้อ ๑๒ ผมย้ําเพิ่มเติมว่าวันนี้ถ้าหากว่าเวลาไปตกลงไม่ยอมเจรจาเงื่อนเวลา ในการที่จะเปึนผู้ใช้จ่ายทั้งหมด เราจะเสียเปรียบครับ จะเสียเปรียบในเรื่องของข้อ ๗ ที่พูด ถึงคนจะเข้ามาเปึนสมาชิก คนที่เปึนสมาชิกไม่ได้ลงเงินก็สามารถได้กิจกรรมเท่าเทียมกัน แต่เราไม่มีกําหนดระยะเวลาว่าในฐานะเปึนประเทศที่สํานักงานตั้งอยู่นั้น มันกี่ป้ครับ เวลาไปเจรจาต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า ๒ ป้ ๓ ป้ ๔ ป้ ๕ ป้ หรือก็จะต้องไปใช้ ข้อตกลงในข้อ ๗ ก ที่พูดถึงการใช้จ่ายงบประมาณร่วมกันที่จะต้องภาคีในอาเซียนทั้งหมดนั้น จะต้องตกลงให้ชัดเจนว่าจะต้องใช้จ่ายอะไรร่วมกัน เพราะที่สุดแล้วประเทศไทยก็ไม่ใช่ ประเทศเดียวที่ได้ประโยชน์จากการร่วมเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ที่น่าตกใจ อย่างท่านสมาชิกได้พูดถึงก็คือว่าเรามีเพียง ๓ มหาวิทยาลัยที่เปึนสมาชิกของอาเซียน เราต้องเป่ดประตูให้กว้างเชิญชวนมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเปึนเอกชนหรือรัฐเข้ามาเปึน สมาชิกอาเซียนครับ
ข้อเสนอของผมประการที่สอง ท่านประธานครับ ต่อนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้องตอบต่อรัฐสภาแห่งนี้
ประการแรก ก็คือว่าทําไมเราไม่เริ่มต้นเตรียมพลเมืองเข้าสู่ประชาคม อาเซียนตั้งแต่โรงเรียนขั้นพื้นฐาน ทําไมเราไม่ทําเครือข่ายโรงเรียนอาเซียนตั้งแต่ขั้น พื้นฐานทั้งหมด ทําไมเราทําเฉพาะโรงเรียนป้นี้ ซึ่งปรากฏในงบประมาณบัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) ๓๐ โรงเรียน ซิสเตอร์ โซน (Sister zone) ๒๔ โรงเรียน ขณะที่กระแสของ การทําข้อตกลงอาเซียนในกฎบัตรอาเซียนป้ ๒๕๕๘ มันกําลังจะไหลผ่านประเทศไทย และประเทศไทยก็จะได้เปึนเพียงผู้บริโภค
ประการต่อมา เราไม่เคยให้การสนับสนุนโรงเรียนที่เขาทําเอง ท่านประธาน ที่เคารพครับ โรงเรียนที่อยู่ในชนบท โรงเรียนที่อยู่ชายแดนทั้งหมด วันนี้เขาทําเกินกว่าที่ กระทรวงศึกษาธิการทํา ผมยกตัวอย่างโรงเรียนสตรีจังหวัดพัทลุงครับ เขาทําความตกลง เอ็มโอยู (MOU) กับต่างประเทศแลกเปลี่ยนนักเรียน แลกเปลี่ยนครู เรียนร่วมกันมานาน แล้วครับ แล้วมีหลายโรงเรียนที่อยู่ในแถบชายแดนประเทศมาเลเซีย ท่านประธานถามว่า เอาเงินมาจากไหน เขาหาเองครับ ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าเมื่อศักยภาพ ของสถานศึกษาที่สามารถเตรียมตัวพลเมืองเข้าสู่อาเซียนได้ขนาดนี้ต้องให้งบประมาณ สนับสนุนครับ
ประการที่สอง ถ้าเปึนรูปธรรม ท่านประธานอาจจะถามผมว่าต้องทําอย่างไร ถ้าท่านประธานไปคลี่ดูโรดแมพ (Road map) ของอาเซียนท่านจะพบว่ามีหลายสิ่ง ที่คนไทยต้องเตรียมพลเมืองของตัวเองเข้าสู่อาเซียน ถ้าเมื่อไรไม่เตรียมผมยกตัวอย่าง ข้อตกลงอาฟตานั้นเราเสียเปรียบแบบแทบไม่น่าจะเชื่อได้ หลักสูตรเรียนร่วมอาเซียนครับ ประเทศไทยจําเปึนที่จะต้องเปึนผู้ริเริ่มและนําในการทําหลักสูตรเรียนร่วมอาเซียน ตอนนี้ได้ทําหรือไม่ ประวัติศาสตร์ทางเลือกที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กรุณาพูดถึงวันนี้ ความเปึนประชาคมอาเซียนนั้นประวัติศาสตร์จะต้องรับฟังได้ทั้งหมด ประวัติศาสตร์ ที่ไม่จําเปึนจะต้องพูดถึงเฉพาะประเทศใดเปึนผู้แพ้ ประเทศใดเปึนผู้ชนะ แต่ประวัติศาสตร์ ที่บอกว่าคนอาเซียนร่วมกันชนะจะต้องเกิดขึ้น หรือนิทานพื้นบ้านร่วมอาเซียนจําเปึนที่จะต้อง ให้เด็กนักเรียนตามชายขอบได้เรียนร่วมกันเช่นนิทานภาษาลาวที่ประเทศเรานี่ละครับ ระหว่างประเทศลาวกับไทยที่จังหวัดเลยครับ ที่แก่งคุดคู้มีนิทานลาวที่สามารถเรียนรู้ ร่วมกันและเข้าใจตรงกันการศึกษาเพื่อพัฒนาภาษาอาเซียน ท่านประธานครับ เราชอบ จะแถลงนโยบายเปึนวาทกรรมเสมอว่าเราจะพัฒนาประเทศพลเมืองของเราให้สู่ประชาคม อาเซียน ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดูงบประมาณในช่วง ๕ ป้จนถึงวันนี้ เราไม่พบว่า มีรัฐบาลใดให้งบประมาณสนับสนุนภาษาอาเซียนเลยครับ ภาษาอาเซียนของเรา เวลานี้คือภาษาอังกฤษครับ เราไม่เคยพัฒนายกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เราไม่เคยให้ทุนสนับสนุนนักเรียนไทยได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียนภาษาที่ ๒ คือภาษามาลายูครับ เราไม่เคยสนใจ เรากลับมองว่าใช้หลักเกณฑ์การประเมินว่าเด็ก ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้พูดได้ ๔ ภาษา แต่ว่าพอเข้าการประเมินแบบส่วนกลางกลับอยู่ ในลําดับท้ายสุดของประเทศ ในทางวิชาการนั้นถ้าเด็กพูดได้ ๔ ภาษามันจีเนียส (Genius) ท่านประธานครับ พูดภาษาไทย พูดภาษายาวี พูดภาษาอังกฤษ พูดภาษาพื้นบ้านได้หมด แม้แต่บ้านท่านประธานก็ตามครับ พูดภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ได้ ๔ ภาษาครับ เราต้องสนับสนุนให้คนเหล่านั้นได้รู้จักใช้ภาษา นอกจากภาษาแม่ครับ
ประการต่อมา ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญที่คนไทยจะต้องคิด โดยเฉพาะ รัฐบาลต้องคิดต่อไปว่าถึงเวลาหรือยังที่เรามีความจําเปึนจะต้องมีผู้ช่วยทูตการศึกษา ในกลุ่มประเทศอาเซียน ผมเล่าให้ท่านประธานฟังอย่างสะเทือนใจว่าล่าสุดเราไปประเทศ สิงคโปร์ คนไทยเราที่เปึนแรงงานพอไปเรียนอยู่ที่นั่น พอไปทํางานที่นั่น ทํางานแล้วพูด ภาษาอังกฤษไม่ได้ พอป์วยไม่รู้จะไปบอกหมอว่าอย่างไรครับ วันนี้ถ้าคนไทยเหล่านั้น ไปทํางานนานมีกลไก มีองค์กรพัฒนาให้เขาพูดภาษาอังกฤษได้เขาก็พัฒนาตัวเขา จากแรงงานธรรมดาขึ้นมาเปึนหัวหน้างาน ไม่มีครับ ไม่มีคนดูแลพลเมืองของเราที่อยู่ใน การศึกษานอกระบบเลย ไม่มีใครมายกระดับพัฒนาเหล่านี้ ผมฝากกราบเรียนท่านประธาน เปึนข้อเสนอว่าเราต้องเริ่มต้นคิดในเรื่องของผู้ช่วยทูตการศึกษาในประเทศอาเซียนได้แล้วครับ
ประการต่อมา คําถามต่อกฎบัตรก็คือทําไมเรามีข้อจํากัดไม่สนับสนุนให้ มหาวิทยาลัยในอาเซียนนั้น โดยเฉพาะประเทศไทยไหน ๆ เราจะเปึนคนจ่ายคนเดียว ท่านประธานครับ เราต้องให้ประเทศของเรามีมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม
ประการสุดท้าย ท่านประธานครับ คําถามใหญ่ที่ผมจะถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลซึ่งจําเปึนจะต้องตอบว่าไม่เพียงทําเรื่องของมหาวิทยาลัยอาเซียนแล้วจบ แต่ท่านมีแผนงานในงบประมาณในการเตรียมพลเมืองเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างไร ในข้อที่ ๓ คือเรื่องการศึกษา ท่านมีองค์กรใด หน่วยงานใดรับผิดชอบเรื่องการจัดการศึกษา อาเซียน ผมก็ลองทําการบ้านแล้วชวนกระทรวงศึกษาธิการมาชี้แจงว่าวันนี้มีหน่วยงานใด รับผิดชอบเรื่องการศึกษาอาเซียน ท่านประธานเชื่อไหมครับเปึนเพียงงานฝากครับ ฝากเขาทํา ในขณะที่ผลประโยชน์ที่เราจะต้องได้รับจากอาเซียนนั้นได้เปึน หมื่น ๆ ล้านบาท ในขณะที่อนาคตของประเทศเวลาจะไปทําความตกลงกับประเทศอาเซียนไม่ว่าจะเปึน ระบบทวิภาคีหรือพหุภาคีก็ตามเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท แต่เราไม่ยอมลงทุนในเรื่องของ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียนครับ คําถามผมที่กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผมหวังว่านอกจากท่านจะไปปรับปรุงกฎบัตรอาเซียนแล้ว น่าจะเปึนแนวทางในการที่กําหนดนโยบายหรือไปปรับปรุงงบประมาณบางส่วนมาช่วย ในการพัฒนาเพื่อเตรียมพลเมืองเข้าสู่อาเซียนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข สรุปหน่อยนะครับ ค่ําแล้วครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร สมาชิกรัฐสภา อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของการศึกษาใคร ๆ ก็อยากจะ ให้การสนับสนุน และโดยเฉพาะเมื่อจะมีการตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนขึ้นมา ก็คงเปึนภารกิจของ พวกเราที่จะสนับสนุนด้วยอย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตอยากเรียนถามทางท่านรัฐมนตรี คือในหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการบันทึกไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรื่องขอความเห็นชอบ ในเรื่องนี้นั้น ในรายงานของการวิเคราะห์ผลกระทบการลงมติของคณะรัฐมนตรี มันมี แต่ข้อดี ข้อเสียรัฐมนตรีบอกไม่มีสักข้อเลยครับ ผมก็ยังแปลก ๆ ทําไมไม่มีข้อเสียบ้างเลย เอาละเรื่องผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาลจะไม่มีนะครับ แต่อย่างน้อยถ้าไปดูบันทึก ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่องของผลกระทบต่อการเงินและงบประมาณ เห็นไหมครับ ท่านบอกมีแต่ข้อดี ข้อเสียไม่มี แต่พอไปพลิกดูความเห็นของกระทรวงการคลังซึ่งเปึน ผู้ดูแลเรื่องเงิน กระทรวงการคลังก็จะตั้งข้อสังเกตไว้ว่าในเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณ ในข้อ ๗ กับ ข้อ ๑๒ นั้น เหมือนที่หลายท่านได้ให้ความเห็นมาแล้วควรจะกําหนดสัดส่วน ให้ชัดเจนรวมทั้งเงินที่จะสนับสนุนเรื่องให้สํานักงานเลขาธิการเครือข่ายซึ่งอยู่ใน ประเทศไทย คือกระทรวงก็มองแต่ด้านดี บอกว่าเราได้ประโยชน์หมด ที่จริงมันไม่ใช่ครับ เพราะเรามีภาระงบประมาณอยู่ตามที่เขียนไว้ในข้อ ๑๒ เราจะต้องแบกรับภาระอยู่ อันนี้อยากให้ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าได้เตรียมการงบประมาณเรื่องเหล่านี้ไว้เพียงไร ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติม ถ้าดูจากการเปลี่ยนแปลงในข้อกฎบัตรนะครับ คือในส่วนที่มีการแก้ไขเพิ่มวัตถุประสงค์ อยากจะให้เครือข่ายนี้ทําหน้าที่เปึนหน่วยงาน ที่จะดูแลนโยบายเรื่องการอุดมศึกษาที่เพิ่มเติมขึ้นมา แต่ว่าพอไปดูโครงสร้างแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ท่านเพิ่มบอกจะให้จากเครือข่ายเปึนหน่วยงานที่จะมากําหนดนโยบาย เรื่องอุดมศึกษาด้วย แต่พอไปดูเห็นไหมโครงสร้างไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยเพียงแต่ กําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมาเท่านั้น ฉะนั้นผมก็สงสัยเหมือนกับที่หลายท่านพูดไปแล้ว มันไปโยงกับรัฐมนตรีศึกษาของอาเซียนอย่างไร ไปเกี่ยวโยงกับซีมีโอ (SEAMEO) อย่างไร นี่ก็เขียนไว้อย่างนี้เพิ่มเติม แล้วคนที่จะทําให้สําเร็จในข้อนี้ไม่ชัดเจน มีข้อที่หลายท่านได้ พูดไว้มาก ๆ ก็คือเรื่องสมาชิก เนื่องจากกําหนดไว้ว่าจะต้องเปึนมหาวิทยาลัยชั้นนํา แล้วพอไปดูเงื่อนไขในการรับสมาชิกขึ้นมาใหม่ก็ยังให้ความสําคัญกับมหาวิทยาลัยของรัฐ มากกว่าเอกชนอยู่ ทั้ง ๆ ที่ในประเทศไทยเรามีมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งตั้งมานานร่วม ๔๐ป้ แล้วก็หลายแห่ง และจะเปึนมหาวิทยาลัยชั้นนําได้ แต่ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่เมื่อ ป้ ๒๕๓๘ มีสมาชิก ๑๑ มหาวิทยาลัย ป้ ๒๕๕๒ มี ๒๒ แห่ง เกือบ ๑๕ ป้ท่านประธาน มีเพิ่มมาเพียง ๑๑ มหาวิทยาลัย อาจจะเปึนเพราะไปกําหนดไว้ในเงื่อนไขว่าจะต้อง คํานึงถึงการกระจายทางด้านภูมิศาสตร์ด้วย ไว้ในภาคผนวกนะครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่า มีความสมดุลเชิงภูมิศาสตร์เขียนไว้ทําไม อาจจะเปึนเพราะเหตุนี้กระมังจึงทําให้ หลาย ๆ ประเทศ พอไปดูสมาชิกที่เพิ่มขึ้นมา ประเทศใหญ่ ๆ ก็มี ๓ มหาวิทยาลัย จํากัดอยู่แค่นี้ ถ้าจะเพิ่มให้ประเทศไทย ๑ ก็ต้องเพิ่มให้ประเทศฟ่ลิปป่นส์ เพิ่มให้อะไร ที่ใหญ่ ๆ อย่างนี้ใช่หรือเปล่า แต่ว่าการตั้งมหาวิทยาลัยมันไม่จําเปึนจะต้องไปยึดหลัก อันนี้ การที่จะตั้งเปึนข้อสังเกตไว้ว่าถ้ามีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกันต่อไป อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีไปพูดเรื่องนี้กันให้ชัด เพราะว่ามหาวิทยาลัยมันอยู่หลาย ๆ แห่ง ความจําเปึนที่จะคํานึงทางด้านภูมิศาสตร์มันไม่น่าจะตรงกับการตั้งเครือข่ายของ มหาวิทยาลัย เพราะมันไม่ใช่ความร่วมมือระหว่างประเทศกับประเทศ แต่เปึนความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัย ผมจึงอยากตั้งข้อสังเกตไว้สั้น ๆ เพียงแค่นี้ครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ เหตุผลที่เสนอร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนเข้ามาในรัฐสภา ตามเอกสาร ที่ส่งถึงเลขาธิการ ครม. โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีข้อ ๒ ก็คือ ร่างกฎบัตรฉบับแก้ไขกําหนดโครงสร้างและการดําเนินกิจกรรมของเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วก็กําหนดให้สํานักเลขาธิการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน มีนิติฐานะเต็ม จึงเปึนผลให้ต้องมีการออกพระราชบัญญัติรองรับการให้สถานะ เพราะฉะนั้นตามข้อ ๒ ผมก็อยากจะเรียนถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านไชยยศ จิรเมธากร ซึ่งท่านก็ได้นั่งฟังอยู่ ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณท่านว่าอยากจะให้ รับฟังจากที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แล้วเก็บตรงนี้ไว้ในกรณีที่เราจะต้องออก ร่างพระราชบัญญัติตามมาในภายหลังนะครับ
สําหรับอีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมคิดว่าจะต้องขอบคุณในเรื่องของกรณีที่มี หนังสือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็บอกว่าการลงนามในกฎบัตร เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนี้เข้าข่ายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งก็มีความจําเปึน ที่ต้องเสนอเข้ามา แต่ว่าในประเด็นที่บอกว่าอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปึนผู้ลงนามในกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน แล้วกรณีที่มีความจําเปึนต้องแก้ไข ปรับปรุงร่างเอกสารดังกล่าวเพิ่มเติม ก็ขอให้อนุมัติให้ สกอ. ดําเนินการได้เลย ไม่ต้อง นําเสนอ ครม. ผมก็คิดว่าขอขอบพระคุณ เพราะว่ามันทําให้งานของรัฐสภาลดลง แล้วมันก็เปึนงานที่ทําให้งานของ ครม. ลดลงเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ กรณีของ กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน กรณีที่สํานักงานตั้งในประเทศไทย ก็เนื่องจาก เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนตั้งมาตั้ง ๑๕ ป้แล้วตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๓๘ ทีนี้การที่มี เลขาธิการ สกอ. เปึนประธานคณะกรรมการอํานวยการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน แล้วก็ผู้อํานวยการบริหารนะครับ รวมทั้งตําแหน่งอื่น ๆ ในสํานักงานเลขานุการเครือข่าย มันก็จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยเปึนอย่างมากในกรณีที่เราจะพัฒนาศักยภาพของ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนให้มันเข้มแข็งมากกว่าเดิม ผมอยากจะยกตัวอย่างให้เห็น องค์กรหนึ่งคือ เอเอฟพีพีดี (AFPPD) คืออาเซียน ฟอรัม พาเรียเมนทอเรียล ฟอร์ พ็อบปอเรชั่น แอนด์ ดิเวลล็อปเม้นท์ (Asean Forum Parliamentarian for Population and Development) ตรงนี้เปึนองค์กรที่ได้รับเงินจากประเทศญี่ปุ์น แล้วสํานักงานตั้งอยู่ในอาคารพญาไท ตึกพญาไท แล้วก็ตั้งมาตั้งเปึนสิบ ๆ ป้แล้ว ได้มีการพัฒนางานของเครือข่ายนะครับ ของรัฐสภาทํางานเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมก็จะมีทั้ง ส.ส. ส.ว. ของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนะครับ ในเอเชีย แล้วก็ ณ วันนี้ก็ยังมีการประชุมอยู่ที่ ประเทศไทยนี้เอง การประชุมตรงนี้มันสร้างคุณูปการต่อสมาชิกรัฐสภาของเราในกรณีที่จะไป แลกเปลี่ยนความคิดเข้าร่วมการประชุมแล้วได้ประโยชน์นานานัปการจากองค์ความรู้ ที่ได้เผยแพร่ผ่านการประชุม แล้วก็สัมมนา ตลอดจนการดูงาน เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ ถ้าหากว่าเรามีองค์กรที่เปึนประโยชน์ต่อเราแล้ว แล้วเราขยายองค์กรนั้นให้มีศักยภาพ ยิ่งขึ้น มันจึงเปึนเหตุผลที่เราควรจะสนับสนุนอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ย้อนมาให้ท่านประธานดูถึงเรื่องงบงานวิจัยในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๔ ที่เพิ่งผ่านวุฒิสภาไปวันก่อนนะครับ งบงานวิจัยมีแค่ ๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี(GDP) ต่ํามากนะครับ มันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องที่อภิปรายนี้เท่าไรนัก แต่ว่า มันเกี่ยวทางอ้อม งบงานวิจัยมันเปึนเรื่องของการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ ถ้าหากว่า จะพัฒนางานวิจัยเราจะต้องอาศัยคน องค์ความรู้ แล้วก็งบประมาณ คนกับองค์ความรู้ เราพัฒนาได้ ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนแล้วก็เรื่องของการพัฒนาคนของ กระทรวงศึกษาธิการ แต่งบประมาณเราควรจะเพิ่มให้แต่ก็ไม่ได้เพิ่ม ๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี เมื่อป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ๐.๒๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี มันถดถอยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็กล่าวไว้ว่าจะให้ ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ว่า พอจัดสรรงบประมาณจริง ๆ ถอยหลัง ตรงนี้ถ้าหากว่าเราต้องการพัฒนางานวิจัย เพื่อสร้างประเทศ มันก็มีความจําเปึนต้องเติมงบประมาณเข้าไป แต่ในเรื่องของ มหาวิทยาลัยอาเซียน มันก็มีความจําเปึนเพราะว่าตรงนี้มันมีประโยชน์ในกรณีที่มี การสัมมนาแลกเปลี่ยนทางวิชาการแล้วก็เดินทางระหว่างประเทศ ตรงนี้ผมคิดว่า ในเรื่องของงบประมาณที่ตั้งไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๕๓ ตามข้อสังเกตของสํานักงบประมาณ ในข้อที่ ๒ ๘๙.๘๘ ล้านบาท ใช้เงินไปทั้งสิ้น เงินจาก สกอ. นะครับ ไม่มากเลยเทียบกับ ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับ ประเทศไทยได้รับจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนซึ่งตั้งมา ตั้งแต่ ๑๕ ป้ที่แล้วอย่างที่กล่าวแล้ว เราได้ประโยชน์มากมาย ประโยชน์ต่ออาเซียน ท่านประธานครับ เราคงฝันอยากจะเห็นประชาคมอาเซียนในป้ ๒๕๕๘ คือ ๕ ป้ข้างหน้า ให้มันเหมือนกันอียู ทีนี้จะให้เหมือนกันได้เศรษฐกิจมันต้องทัดเทียมกัน เศรษฐกิจจะดีได้ มันต้องอาศัยการพัฒนาของคนในประเทศ คนในประเทศจะดีได้ก็ต้องอาศัยพัฒนา องค์ความรู้ มหาวิทยาลัยคือส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์ความรู้ให้คนไปพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนมันก็จะมีประโยชน์ทางด้านนี้ ประเทศ ในอาเซียนมีความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม ค่อนข้างมาก วิธีที่จะ พัฒนาให้มันเข้ามาสู่ระดับเดียวกันมันเปึนเรื่องที่ต้องใช้หลาย ๆ วิธี หลาย ๆ ทาง แต่ทางหนึ่งก็คือการศึกษา แล้วก็มหาวิทยาลัยอาเซียนเครือข่ายมามีส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ลดระดับช่องว่างระหว่างเศรษฐกิจและสังคมและความรู้ให้เข้ามาใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในแง่ผลประโยชน์ต่ออาเซียนแล้วมันก็จะมีประโยชน์เต็มที่ คําถามก็คือว่ามันมี ประเด็นตรงที่ว่าเราก่อตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ ตอนนั้นมี ๖ ประเทศ ตอนหลังก็เพิ่มมา เปึน ๑๐ ประเทศ ก็ยังเปึน ๑๐ ประเทศอยู่ ความคิดที่เราจะบอกว่าอาเซียน+๓ หรือ+๖ มันยังไม่มี เพราะฉะนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะเชิญประเทศอื่น ๆ ที่มีศักยภาพสูง ๆ เช่น ประเทศจีนเข้ามาร่วมได้อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมเห็นว่าถ้าหากว่า เราต้องการก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง อันนี้คือเรื่องของอนาคตข้างหน้า เราก็มีความจําเปึนที่จะต้อง เชิญประเทศที่+๓ กับ+๖ ให้เข้ามาร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนะครับ ในแง่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยมากมายครับ สร้างนักวิชาการแล้วก็พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะนี้เราอยู่ที่ลําดับที่ ๒๘ ของไอเอ็มดี (IMD) การพัฒนาทรัพยากรบุคคลมีความจําเปึน ถ้าหากว่าเราต้องการกระโดดขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เราต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มันมีความจําเปึนที่เราจะต้อง พัฒนาเรื่องของวิชาการกับองค์ความรู้ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเราจะได้รายได้จากการท่องเที่ยว จากการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ อาจารย์ ข้ามประเทศในอาเซียนด้วยกัน การประชุมสัมมนา เราสามารถเลือกสถานที่ที่จะจัดได้ เพราะว่าผู้ที่กําหนด ผู้ที่จะชี้สถานที่ที่จัดประชุมอยู่ ในเมืองไทยครับ สํานักงานอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น สามามารถที่จะกําหนดเลือกสถานที่ตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้มีประโยชน์ มากนะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ข้อสังเกต ๒ ข้อของสํานักงบประมาณ ข้อ ๑ ก็กล่าวไปแล้วว่าเรื่องของเครือข่ายของประเทศไทยมีเพียง ๓ มหาวิทยาลัยเท่านั้น คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยบูรพา เพราะฉะนั้น จาก ๒๒ มหาวิทยาลัยของทั้งอาเซียน ผมก็ไม่ทราบว่าปัญหามันมาจากอะไร แต่ถ้าหากว่า เปึนอย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านพีรพันธุ์ได้อภิปรายไปแล้วก็คือว่า โดยกําหนดสัดส่วนประเทศละ ๓ มหาวิทยาลัย ตรงนั้นก็คงจะมีความจํากัด เพราะฉะนั้น การที่เรามีมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็มหาวิทยาลัยบูรพานั้น ก็เปึนเรื่องของอนาคตที่เราจะต้องเพิ่มมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรืออื่น ๆ ผมคิดว่า เปึนเรื่องของอนาคตซึ่งก็สามารถที่จะรับสมาชิกใหม่ได้ แล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทุก ๒ ป้
อีกข้อหนึ่ง ก็คือร่างกฎบัตรควรกําหนดสัดส่วนในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของ สมาชิกให้ชัดเจน รวมทั้งระยะเวลาในการสนับสนุนของประเทศไทย แต่ว่าสํานักงบประมาณ ก็ได้บอกว่าเห็นว่าควรจะขยายการรับสมาชิก ซึ่งก็จะต้องขยายงบประมาณที่ให้มา เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ให้ในแต่ละป้ก็มีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มขึ้น เพราะว่า เราเห็นความจําเปึนในการขยายมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมในเครือข่ายของ มหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งตรงนั้นก็จะทําให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน แล้วก็ได้เปัาหมายตามที่เราต้องการ คือการพัฒนาร่วมกันทั้งประชาคมอาเซียนในอนาคต ในป้ ๒๕๕๘ ขอบคุณครับ
เชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ร่างกฎบัตร เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน เพื่อเปัาหมายการรวมตัวกันเปึนประชาคมอาเซียน ในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งเมื่อรวมตัวกันแล้วก็จะคล้าย ๆ กับอียู คล้าย ๆ กับสหภาพยุโรป การรวมตัวทําให้เกิดความเข้มแข็งในภูมิภาคของเรา การเริ่มต้นนั้นเริ่มต้นด้วยเครือข่าย ทางด้านมหาวิทยาลัย ทางด้านองค์ความรู้ซึ่งเปึนสิ่งที่ถูกต้อง ๒๒ แห่งของ ๑๐ ประเทศ ถูกต้องครับ แต่ว่าประเทศไทยมีน้อยไปนะครับ ในฐานะที่เราจะเปึนประเทศที่เปึนที่ตั้ง ของสํานักงานเลขานุการเครือข่ายมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็มหาวิทยาลัยบูรพา ผมว่ายังไม่เพียงพอ น่าจะมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟัาหลวง แล้วก็ มหาวิทยาลัยราชภัฏสัก ๕ แห่ง เข้าเปึนสมาชิก ไหน ๆ เราก็ลงทุนแล้วสํานักงาน เลขานุการก็อยู่ที่ประเทศไทยแล้ว เราก็จะกลายเปึนศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียน อย่างแท้จริง การเปึนศูนย์กลางการศึกษานั้นทําให้ประเทศเรามีชื่อเสียง ทําให้ประเทศเรา มั่นคง ท่านประธานครับ ประเทศสิงคโปร์นั้นคนไทยไปเรียนในแต่ละป้นั้นเปึนหมื่น ๆ คน เขาได้ภาษาจีนแล้วก็ภาษาอังกฤษ ประเทศมาเลเซียคนไทยก็ไปเรียน จะเห็นว่าเวลาเรา ไปคณะกรรมาธิการก็ไปพบนักเรียนไทย ซึ่งเปึนพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามไปเรียน ในประเทศมาเลเซียจํานวนมาก ที่ประเทศออสเตรเลียอันนี้ส่งออกทางด้านการศึกษาเลย คนไทยไปเรียนเปึนหมื่นคนเหมือนกัน เงินตราที่นําเข้าประเทศออสเตรเลียนั้นมากมาย มหาศาล การไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นทําให้ประเทศเขามีรายได้ทุก ๆ ด้าน ดังนั้นรัฐบาลไทย จะต้องทุ่มเงินลงไป ทุ่มงบประมาณลงไป ให้ทุนการศึกษาให้ไปเลย ๑๐ ประเทศ ประเทศละ ๑๐๐ ทุน ป้หนึ่งก็ ๑,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐ คนพอเรียนจบจากประเทศไทยไปเรียน ตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทยเขาเคยได้ซึมซับเอาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ของประเทศไทยกลับไป และได้เพื่อนที่เปึนคนไทยกลับไป แล้วคนไทยในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จบการศึกษาพร้อมกันก็สามารถไปทําธุรกิจ ไปทํามาหากินใน ๑๐ ประเทศได้ อย่างคล่องแคล่วแล้วก็มีเพื่อนฝูงที่เคยเรียนด้วยกัน นี่สิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ความคุ้นเคย ความเปึนญาติ เปึนเพื่อน มันเปึนคุณค่าสําหรับการที่จะเปึนสมาคมอาเซียน ท่านประธานครับ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกันเปึนการสร้างศักยภาพของมนุษย์ในอาเซียนของเรา ให้มีศักยภาพที่จะต่อสู้กับประชาคมโลก ต่อสู้กับโลกภายนอก ต่อสู้กับมหาอํานาจ ดังนั้น ผมสนับสนุน รัฐมนตรีต้องจริงจังแล้วก็เพิ่มทุนเข้าไป เราใช้เงินในส่วนอื่น ๆ มหาศาล เครื่องบินรบลําละหลายพันล้านบาท หมื่นล้านบาทเรายังซื้อได้ แค่การศึกษาเพื่อที่จะเปึน ผู้มีอิทธิพลทางด้านการศึกษาของอาเซียน ต้องลงทุนครับ ต้องเพิ่มงบประมาณเข้าไปครับ ท่านประธานขอบคุณครับ
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่าน พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วัฒนธรรมสร้างไทย ประชาธิปไตยสร้างชาติ คนไทยฉลาด ชาติไทยเจริญ อันนี้คือคําขวัญของประเทศไทย ทั้งในปัจจุบันและในอดีตมาผสมผสานกัน โครงสร้างทางการศึกษาของไทยในอดีต สอดคล้องกัน ที่ว่าสอดคล้องกันก็คือการศึกษาควบคู่กับการกีฬา ควบคู่กับวัฒนธรรม แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการแยกการกีฬาออกจากการศึกษา แยกวัฒนธรรมออกจาก การศึกษา แยกกระทรวงไปนะครับ จึงได้เกิดมีปัญหาเด็ก เยาวชน ทําร้ายร่างกาย ซึ่งกันและกันระหว่างโรงเรียน อันนี้ร่างแก้ไขกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีกฎบัตรอันนี้เกิดขึ้นมา ในอดีตผมยังไม่รู้จัก แต่ในวันนี้ผมรู้แล้วว่ากฎบัตร เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนได้เกิดขึ้นมาเปึนเวลา ๑๕ ป้แล้ว งบประมาณที่จ่ายไป ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จนถึงป้ ๒๕๕๓ ประมาณ ๙๐ ล้านบาท เปึนเงินของประเทศไทย ประเทศเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนก็มีอยู่ว่า เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของภูมิภาคอาเซียนโดยประเทศไทย มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปึนที่ตั้งของสํานักงาน เลขานุการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ผมดีใจนะครับที่ได้มีเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนเกิดขึ้น แล้วก็เอาประเทศไทยเปึนที่ตั้ง แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าในขณะนี้ ประเทศลาวซึ่งอยู่ใกล้จังหวัดมุกดาหารเปึนชายแดนด้วย ประเทศลาวเขาบอกว่า ประเทศลาวเปึนศูนย์กลางอาเซียน ทําไมถึงพูดอย่างนั้น เขาบอกว่าลาวเปึนไข่มุก เปึนไข่แดงของอาเซียน มี ๕ ประเทศชายแดนติดต่อกับประเทศลาว ๑. ประเทศจีน ๒. ประเทศเวียดนาม ๓. ประเทศไทย ๔. ประเทศกัมพูชา ๕. ประเทศพม่า ๕ ประเทศ แต่ประเทศลาวเขาก็ยังยืนยันว่าคนลาวทั้งประเทศอ่านเขียนภาษาไทยได้ ฟังภาษาไทย รู้เรื่อง ดูทีวีก็ดูทีวีของประเทศไทย แล้วรอบบริเวณชายแดนของประเทศลาวที่ติดกับ ประเทศเพื่อนบ้านเขาก็จะให้นักเรียนเขาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาเรียนภาษาประเทศ เพื่อนบ้านควบคู่ไปกับภาษาลาวด้วย เพราะฉะนั้นประเทศลาวเขาเตรียมการคนของเขา เพื่อจะเปึนศูนย์กลางของอาเซียน แต่ว่าประเทศไทยเรามีศูนย์กลางก็คือมหาวิทยาลัย อาเซียนเปึนระดับมหาวิทยาลัยซึ่งระดับสูงขึ้นมา เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ประเทศไทย ก็มีอยู่ ๓ มหาวิทยาลัยเท่านั้น ใจจริงแล้วผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่ได้ อภิปรายให้รัฐบาลสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งในประเทศไทย โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยอยู่ตามภูมิภาค อยู่ตามแนวชายแดนของประเทศไทยได้มีการส่งเสริมเรียนรู้ ภาษาประเทศเพื่อนบ้านควบคู่กันไปด้วยนะครับ ใจจริงแล้วผมก็เห็นด้วยกับท่านตวง อันทะไชย ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ที่อยากจะให้มีเครือข่ายโรงเรียนอาเซียน ก็จะเปึน จุดเริ่มต้น ถ้ามีมหาวิทยาลัยแล้วก็อยากจะเสนอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดพิจารณาตั้งเครือข่ายโรงเรียนอาเซียนขึ้นด้วย เพื่อจะเปึนการไต่เต้า เปึนบันได ไต่เต้าขึ้นไประดับมหาวิทยาลัย อันนี้ก็ขอเสนอแนะนะครับ และนอกจากนั้นแล้วยังมี การทําวิจัยร่วมกัน มีการเป่ดสอนหลักสูตรอาเซียนศึกษา อันที่จริงแล้วผมก็เห็นแต่ว่า ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการศึกษาภาษาอังกฤษ มีการศึกษาภาษาจีน ภาษาญี่ปุ์น ภาษารัสเซีย ภาษาสเปน แต่ภาษาอาเซียนจริง ๆ แล้วไม่เห็นกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเลย ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมตั้งแต่ทางยุโรปแล้วก็ประเทศที่เขาเจริญพัฒนาแล้ว ภาษาลาว ภาษาเวียดนาม ภาษากัมพูชา ภาษาพม่า ภาษามาเลเซีย ซึ่งอยู่รอบบ้านส่งเสริมด้วย เวลาเจรจาค้าขายติดต่อทางการเมืองการปกครองหรือการอะไรก็ตามการกีฬา วัฒนธรรม เขาจะได้รู้ภาษาเบื้องต้น อ่านออกเขียนได้ พูดได้ อย่างคนอีสานพูดภาษาอีสานพูด ภาษาลาวได้ แต่เขียนและอ่านภาษาลาวไม่ได้ คนแถวจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ พูดภาษาเขมรได้แต่เขียนไม่เปึน ผมเชื่อเลยนะครับอย่างแถวประเทศพม่า เช่นเดียวกัน จังหวัดเชียงราย ผมก็เคยไปท่าขี้เหล็ก ถามคนไทยว่าอ่านภาษาพม่าได้ไหม พูดภาษาพม่าได้ไหม ได้เปึนส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทาง รัฐมนตรีได้เปึนวาระแห่งชาติด้วยในเรื่องสอนภาษาอาเซียนให้กับเยาวชนคนไทยตั้งแต่ โรงเรียน แล้วนอกจากนั้นก็อยากจะให้มีการสนับสนุนทุนทางรัฐบาลหรือว่าทุนของตัวเอง ก็ตามที่อุตส่าห์ไปเรียนต่างประเทศรอบบ้าน ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซียที่ว่าเขาเรียนกลับมาแล้วก็ควรจะรับรองคุณวุฒิให้เขา สามารถที่จะไปเปึนครูสอนภาษาเพื่อนบ้านในโรงเรียนของรัฐหรือว่าของเอกชนได้ด้วย อันนี้ก็อยากจะสนับสนุนให้รัฐบาลขอเสนอแนะให้ได้ทําในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
และอีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะเสนอแนะก็คือครูสอนภาษาอาเซียนอย่างที่ว่า เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. จังหวัดเชียงราย ที่ว่าให้รัฐบาลสนับสนุนทุนให้กับนักศึกษาไทย ประเทศละ ๑๐๐ ทุนต่อป้ ในเมื่อเขากลับมาประเทศไทยแล้ว เขาศึกษาจนจบระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกก็ตาม ก็ขอให้มีการรับสมัครหรือว่าบรรจุเขาเปึน ข้าราชการ สอนภาษาอาเซียนนี่ละในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยม ศึกษา แล้วก็ ในระดับมหาวิทยาลัยด้วย อันนี้ผมขอเสนอและผมขอสนับสนุนร่างกฎบัตรฉบับแก้ไข กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนฉบับนี้ด้วยความจริงใจ แล้วก็อยากให้มีการพัฒนา ต่อยอดไปในระดับโรงเรียนด้วยนะครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้การอภิปราย ทุกท่านล้วนแล้วแต่สนับสนุนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนท่าน ส.ว. เจริญ ภักดีวานิช ท่าน ส.ส. เจริญ คันธวงศ์ ท่าน ส.ว. ประเสริฐ ชิตพงศ์ ท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ ท่าน ส.ว. นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ท่าน ส.ส.บรรพต ต้นธีรวงศ์ ท่าน ส.ว. นายตวง อันทะไชย ท่าน ส.ส. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ท่าน ส.ส. นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และสุดท้ายท่าน ส.ว. พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ต่อข้อแนะนําของทุกท่าน ผมขอสรุป สั้น ๆ ดังนี้ว่าข้อกังวลที่ทุกท่านได้กล่าวมาจะมีส่วนคล้ายคลึงกัน ส่วนหนึ่งก็คือว่า มีมหาวิทยาลัยของเมืองไทยเข้าร่วมน้อยเกินไปแล้วจะมีเพิ่มขึ้นได้ไหม หรือว่าที่ท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ได้อภิปรายว่าถูกจํากัดที่ ๓ มหาวิทยาลัยหรือเปล่านั้น เปึนเพียงแค่เสนอแนะว่า อย่างน้อยควรจะมี ๓ มหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้กําหนดขั้นสูง เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้ เรามีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแล้วจาก ๒๒ แห่ง เปึน ๒๖ แห่ง แล้วของประเทศไทยเรา เพิ่มขึ้นมาอีก ๑ มหาวิทยาลัย บังเอิญตรงกับที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแนะนําไปว่า ควรจะมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอันที่ ๔ ของเราคือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วที่เสนอตัวที่กําลังจะเข้าพิจารณาในคราวต่อไปก็คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วก็มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ในส่วนของเพื่อนสมาชิก หลายท่านที่เปึนห่วงว่าทําไมถึงไม่มีประเทศจีน ไม่มีประเทศอินเดีย ต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนั้น เนื่องจากคําว่า อาเซียนมีสมาชิกอยู่ เพียง ๑๐ ประเทศ ทุกประเทศได้เข้าร่วมหมดแล้ว ส่วนประเทศจีนและประเทศอินเดียนั้นเปึนประเทศที่เราให้ความสนใจ แต่ว่าเปึนเพื่อนสมาชิก ในกลุ่มประเทศเอเชียครับ ไม่ได้เปึนอาเซียน แต่อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ประเทศนี้อยู่ในเครือข่าย มีข้อตกลงร่วมกัน ส่วนข้อที่ท่านสงสัยว่าถ้าหากว่ามหาวิทยาลัยที่เรามีอยู่แล้วยังไม่ได้เปึน สมาชิกได้รับผลประโยชน์ไหม ต้องขอกราบเรียนครับว่ามหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เปึนสมาชิก อยู่ในปัจจุบันในประเทศไทยนั้นจะมีส่วนร่วมในการเปึนเครือข่ายสาขาย่อย ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีอยู่หลายมหาวิทยาลัยแล้วที่เข้ามาในส่วนของเครือข่ายการพัฒนาด้านวิศวกรรมศาสตร์ เครือข่ายด้านบริหารธุรกิจ ด้านเศรษฐศาสตร์ เครือข่ายด้านการศึกษา ทรัพย์สินทางปัญญา ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ขออนุญาตไปเร็ว ๆ ยกตัวอย่าง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยบางมด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในเครือข่าย ทั้งนั้น ในเรื่องของการเทียบโอนนั้นเรามีหลักเกณฑ์เปึนมาตรฐานเหมือนกับหลักเกณฑ์ ที่เราเทียบโอนมหาวิทยาลัยภายในประเทศอยู่แล้ว เรื่องของด้านประวัติศาสตร์ขณะนี้ เปึนส่วนหนึ่งของการศึกษาอยู่แล้วครับ เรามีหลักสูตรเอเซียน สทัดดี้ (ASEAN Study) ซึ่งใน เอยูเอ็น (AUN) มหาวิทยาลัยสมาชิกได้ทําการจัดตั้งหลักสูตรเอเซียน สทัดดี้ ทั้งในระดับ ปริญญาโท แล้วกําลังจะเป่ดในสาขาระดับปริญญาเอกนะครับ ที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความ เปึนห่วงว่าเราต้องเปึนภาระของงบประมาณไหม ต้องกราบเรียนสั้น ๆ ว่า จริง ๆ แล้วการตั้ง สํานักงานที่ประเทศไทยเรานั้น ประเทศไทยเราได้ผลประโยชน์มหาศาลทั้งด้านการจัด ประชุมสัมมนา มีการใช้เงินตราเข้ามาในประเทศไทยเรา เงินที่รัฐบาลเปึนภาระอยู่มีเพียง แค่ป้หนึ่งประมาณ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ตัวเลขที่ท่านพูดถึง ๘๐ กว่าล้านบาทนั้น เนื่องจากว่าเปึนตัวเลขสะสมป้ละ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๑๐ กว่าป้ครับ เพราะฉะนั้น ส่วนว่าประเทศไทยเราเปึนเจ้าภาพแล้วเราใช้เงิน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ส่วนที่เหลือ เรามีความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกต่าง ๆ แล้วก็กองทุนต่าง ๆ ในเอเชีย รวมถึง ในความร่วมมือระหว่างสมาชิกเครือข่ายของเราไม่ว่าจะเปึนอียูกับกลุ่มประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ในอเมริกา ซึ่งต่อไปก็จะมีการไหลเข้าของเงินตรา ความช่วยเหลือที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านเปึนห่วงว่าวันนี้ทําไมยังมีน้อย มันจะไม่สามารถสร้าง ที่ท่านเพื่อนสมาชิก ใช้คําว่าสร้างแรงกระเทือนได้ ผมกราบเรียนว่าเนื่องจากว่าที่ผ่านมายังอยู่ในเรื่องของ การปรับโครงสร้าง เมื่อเราผ่านข้อตกลงนี้ไปแล้ว เมื่อมีสํานักงานเลขานุการขึ้นมา ในประเทศไทยแล้วการดําเนินงานอย่างแท้จริงก็จะเริ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสําหรับเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านได้อภิปรายเปึนเรื่องของระบบการศึกษาภายในประเทศนั้น ผมต้องขอกราบเรียนว่า ฯ พณ ฯ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาลงมายังกระทรวงศึกษาธิการว่าให้ดูเรื่องการปรับระบบ การศึกษาไม่ว่าจะเปึนเรื่องของระบบคุณธรรม ไม่ว่าจะเปึนการปรับปรุงหลักสูตร ความเปึนพลเมืองด้านการปรับปรุงหลักสูตร ด้านหน้าที่ศีลธรรมทั้งหลาย ประวัติศาสตร์ ทั้งหลาย รวมถึงการที่จะปรับปรุงหลักสูตรเพื่อที่จะพัฒนานักศึกษาของไทยเพื่อก้าวเข้าสู่ การเปึนนักวิจัยในอนาคต ในปัจจุบันนี้เรามีมหาวิทยาลัยที่เข้าเปึนมหาวิทยาลัย ด้านวิจัยอย่างเต็มตัวแล้ว ๙ มหาวิทยาลัยแล้วก็จะก้าวไปข้างหน้าต่อไป ข้อเสนอ ของเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงแก้ไขระบบการศึกษาภายในนั้น ผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นริศราขอน้อมรับของเพื่อนสมาชิกทุกท่านไว้ไปปรับปรุงต่อไป
สุดท้าย ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ความกรุณาอภิปราย สนับสนุนทุกท่าน ขอบพระคุณครับ
ขอป่ดการอภิปรายนะครับ ต่อไป ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อลงมตินะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุม เพื่อเสียบบัตรแสดงตนว่าจะครบองค์ประชุมหรือไม่
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภา อยู่นอกห้อง ประชุมหรืออยู่ที่ห้องประชุมอื่น ขอให้พักการประชุมแล้วเข้ามาห้องประชุมนี้ก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เพื่อจะสอบองค์ประชุมก่อนที่จะ ลงมตินะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ส่งผลมา ถ้าครบองค์ประชุมจะได้ประชุมต่อ ก็แสดงว่าครบองค์ประชุมนะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๑ ท่าน ครบองค์ประชุม ความจริงซีกทางนี้ไม่เสียบเลยครับ ถ้าเสียบก็ ๔๐๐ กว่าท่านครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบร่างกฎบัตรเครือข่าย มหาวิทยาลัยอาเซียน โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิทุกท่านนะครับ ลงมตินะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงมติเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติมีไหมครับ ไม่มีนะครับ แสดงว่าลงกันเรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๔๐๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
กระผมขออีกฉบับนะครับ เร่งรัดหน่อยก็แล้วกัน ขอ ๔.๔ นะครับ กรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศไทย กับประเทศต่าง ๆ
เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ โปรดกรุณาอย่าไปไกลนะครับ อยู่ใกล้ ๆ หน่อยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในนามของคณะรัฐมนตรี รู้สึกเปึนเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้นําเสนอกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ต่อที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบในวันนี้ กระผมขอกราบเรียนภูมิหลังการจัดทําความตกลง ดังนี้ครับ
ท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายคงทราบดีว่าขณะนี้ประเทศไทย ได้ก้าวจากการเปึนผู้รับการลงทุนจากต่างประเทศมาเปึนผู้ส่งออกหรือไปลงทุนในต่างประเทศ มากยิ่งขึ้นเปึนลําดับ ตามสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย ปัจจุบันการลงทุนทางตรง ของประเทศไทยในต่างประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า ๔๒ พันล้านบาท ในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งคิดเปึนอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๙.๘ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ของป้ ๒๕๕๑ และในเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ นี้ ประเทศไทยลงทุน ในต่างประเทศแล้วกว่า ๑๙.๖ พันล้านบาท ส่วนในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ประเทศไทย ลงทุนในประเทศอาเซียนกว่า ๒๕ พันล้านบาท คิดเปึนอัตราการลงทุนร้อยละ ๕๙.๔ ของการลงทุนในต่างประเทศของประเทศไทยทั้งหมด การที่ประเทศไทยเปลี่ยนบทบาท มาเปึนผู้ส่งออกของการลงทุนมากขึ้นนี้ จึงเปึนหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างหลักประกัน ให้กับนักลงทุนไทยว่าการไปลงทุนในต่างประเทศจะต้องเปึนไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย และสามารถนําเงินลงทุนกลับประเทศไทยได้โดยเรียบร้อยราบรื่น ความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนเปึนคําตอบในเรื่องนี้ ความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน เปึนหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่จัดทําขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า การลงทุนของตนจะได้รับการคุ้มครองในระดับที่เปึนมาตรฐานสากลจากสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น คุ้มครองจากการปฏิบัติที่ไม่เปึนธรรมและไม่เท่าเทียมกัน การเวนคืน การรับประกันให้การโอนผลตอบแทนเข้าออกประเทศเปึนไปได้โดยเสรี เปึนต้น ปัจจุบันมีการทําความตกลงประเภทนี้ทั่วโลกประมาณ ๒,๖๗๖ ฉบับ โดยประเทศไทย ได้เริ่มเจรจาความตกลงกับประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ โดยได้ลงนามไปแล้ว ๔๒ ฉบับ มีผลบังคับใช้แล้ว ๓๕ ฉบับ และอยู่ในระหว่างการเจรจาอีก ๔๔ ฉบับ กระผมขอเรียน ให้ทุกท่านทราบด้วยว่าความตกลงนี้แตกต่างจากความตกลงการค้าเสรี เพราะไม่มีเรื่อง การเป่ดตลาดที่ทุกคนกังวล จะกระทบภาคเอกชนไทยที่ยังไม่พร้อมการแข่งขัน แต่จะมี เฉพาะการคุ้มครองการลงทุนซึ่งนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศจะได้รับประโยชน์ อย่างเต็มที่ เพราะสามารถแน่ใจได้ว่าการลงทุนของเขาในประเทศที่ไปลงทุนจะได้รับ การคุ้มครอง โดยที่ความตกลงนี้เปึนหนังสือสัญญาที่เข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจําเปึนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึงการจัดกรอบการเจรจาความตกลงและเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดทํากรอบการเจรจาความตกลง และได้จัดรับฟัง ความคิดเห็นและอภิปรายสาธารณะเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓ เพื่อรับฟังความเห็น ของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนได้เผยแพร่กรอบการเจรจา ความตกลงให้สาธารณชนได้รับทราบผ่านเว็ปไซต์ (Web site) ของกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งการจัดการประชุมและสัมมนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้ข้อมูลและรับฟัง ความคิดเห็นเปึนระยะ ๆ ซึ่งทุกภาคส่วนต่างเห็นพ้องถึงประโยชน์ที่จะได้ และประสงค์ให้ รัฐบาลเร่งดําเนินการเพื่อเจรจาจัดทําความตกลงในโอกาสแรกต่อไป การจัดทําความตกลง จึงเปึนประโยชน์ยิ่งสําหรับนักลงทุนไทยที่จะไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศ และในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยก็จะได้รับการปฏิบัติเดียวกันในลักษณะต่างตอบแทน จึงมีส่วนอย่างสําคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยเช่นกัน
สาระสําคัญของกรอบการเจรจามีดังนี้
กรอบการเจรจาที่เสนอในวันนี้เปึนกรอบที่จะใช้เจรจากับทุกประเทศ และทําขึ้นให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดยมีสาระที่สําคัญดังนี้
๑. กําหนดขอบเขตให้การคุ้มครองการลงทุนกับการลงทุนทางตรงหรือ ฟอร์เรนท์ ไดเร็ค อินเวสเมนท์ (เอฟดีไอ) Foreign direct investment (FDI)
๒. ส่งเสริมให้ภาคีคู่สัญญาเอื้ออํานวยประโยชน์ต่อการลงทุนระหว่างกัน
๓. ให้การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติและชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่ง
๔. ให้การปฏิบัติที่เปึนธรรม เท่าเทียม และให้การคุ้มครองอย่างเต็มที่กับ การลงทุน
๕. ให้ความคุ้มครองจากการเวนคืนและหากจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย หากมีจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย
๖. ชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดในประเทศผู้รับการลงทุน
๗. รับประกันให้การโอนเงินลงทุนหรือผลตอบแทนจากการลงทุนเปึนไป โดยเสรี
๘. รับรองการรับช่วงสิทธิตามความตกลง
๙. ให้มีกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนและระหว่างรัฐกับรัฐ
๑๐. อาจออกมาตรการที่จําเปึนและเหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ สาธารณะ
ในชั้นต้นนี้รัฐบาลจะใช้กรอบการเจรจาความตกลงกับประเทศใน ๔ กลุ่ม คือ
๑. กลุ่มที่อยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนร่างความตกลง ซึ่งมี ๓๘ ประเทศ อาทิ ประเทศกาตาร์ ยูเออี (UAE) ประเทศออสเตรีย และประเทศแอฟริกาใต้
๒. กลุ่มที่อยู่ระหว่างการเจรจาร่างความตกลง ซึ่งมี ๖ ประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศรัสเซีย และประเทศอิตาลี
๓. กลุ่มที่ความตกลงมีผลบังคับใช้แล้วแต่อาจต้องมีการแก้ไขในอนาคต ซึ่งมี ๑๔ ประเทศ เช่น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ และประเทศเนเธอร์แลนด์
๔. กลุ่มที่อาจทําการเจรจาในอนาคต ซึ่งมี ๒๑ ประเทศ โดยในกลุ่มนี้ มีประเทศที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาและยุโรป ตะวันออก
ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนย้ําว่า ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนเปึนเครื่องมือสําคัญที่จะคุ้มครอง นักลงทุนไทย และขณะนี้ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับพันธกรณีดังกล่าวครบถ้วนแล้ว จึงไม่ต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมแต่อย่างใด กระผมจึงหวังว่าท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ จะให้การสนับสนุนกรอบการเจรจาดังกล่าวด้วยดี เพื่อส่งเสริมประโยชน์ของนักลงทุนไทย ในต่างประเทศ กระผมขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดง ความคิดเห็นครับ สั้น ๆ หน่อยนะครับ เชิญคุณสถาพรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ต่อการเสนออนุมัติ เพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ให้เห็นชอบเรื่องของข้อตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ในกรอบที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นํารายงานในเบื้องต้น ต่อรัฐสภาแห่งนี้นั้น ผมเองนั้นก็สนับสนุน แต่มีข้อสังเกตเรื่องการเคลื่อนย้ายทุนในอนาคต ข้างหน้า ข้อสังเกตของกระผมก็คือว่าในโลกของการแข่งขันเชิงเสรีนิยม ใครมีทุนมาก ผู้นั้นย่อมได้เปรียบ ใครมีเครื่องมือ มีบุคลากร มีเครือข่ายที่อยู่ในโลกนี้ย่อมได้เปรียบ ใครมีเครื่องมือ มีบุคลากร มีเครือข่ายที่อยู่ในโลกนี้ย่อมได้เปรียบ วันนี้เราต้องมายอมรับว่า ประเทศไทยที่จะเป่ดให้การคุ้มครองส่งเสริมการลงทุนนั้น ทุนของประเทศไทยนั้น มีมากขนาดไหนอย่างไร ศักยภาพและความพร้อมของนักธุรกิจหรือของทุนไทยที่จะเข้าไปทํา สัญญาหรือจะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศนั้นเปึนอย่างไร สังเกตได้ในช่วงหลัง ๆ นี้ทิศทาง ของการลงทุนของต่างประเทศที่มายังประเทศไทย และขณะเดียวกันนั้นประเทศไทย ไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ปรากฏว่าสิ่งที่น่าห่วงใยก็คือการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์วันนี้มีความแรง เร็ว ทําให้เห็นว่าตลาดหุ้นของประเทศไทยนั้นโตขึ้น แต่โดยศักยภาพของการลงทุนเชิงตลาดหุ้นนั้นทําให้เงินบาทของประเทศไทยนั้นแข็งขึ้น เงินบาทแข็ง สิ่งที่กระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงก็คือสินค้าเกษตร ซึ่งเราต้องยอมรับว่า พี่น้องเราที่อยู่ในภาคเกษตรไม่ได้เตรียมตัว ไม่มีหลักประกัน ไม่ได้ค้ําประกันเงิน ไปเซ็นสัญญาซื้อขายให้เขาเปึนวัน ๆ บางครั้งก็ขายทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งทางอีเมล (e-Mail) กรอบการลงทุนนี้จะคุ้มครองรายเล็กรายน้อยได้อย่างไร เราอาจจะมองเห็นว่า การคุ้มครองเงินทุนจะต้องเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องมีศักยภาพ ขนาดใหญ่ แต่วันนี้จิ๊กซอว์เล็ก ๆ ที่เคลื่อนย้ายทุน ยกตัวอย่างเช่นสหกรณ์การเกษตรวันนี้ ไปทําสัญญากับสหกรณ์ของประเทศเล็ก ๆ มีจํานวนมากมาย แต่วันนี้เขาได้รับผลกระทบ จากเงินบาทแข็งขึ้น เขาเสียหายครับ เราจะปัองกันการโจมตีค่าเงินบาทที่ประเทศไทยเรา มีประสบการณ์เมื่อป้ ๒๕๔๐ กรอบการตกลงอย่างนี้มีการปัองกันกันไว้อย่างไร น่าห่วงใย เพราะการไปเป่ดกรอบความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนเสมือนหนึ่งการเคลื่อนย้ายทุน โดยมีหลักประกันเฉพาะในส่วนของทุนที่ไปในประเทศต่าง ๆ แต่ทุนที่เข้าประเทศแล้วมา โจมตีเรามีมาตรการอย่างไรบ้าง ทุนของเราที่อยู่ในประเทศ เพราะฉะนั้นเห็นด้วยในการที่จะ มีการคุ้มครอง ส่งเสริมในการที่จะลงทุนในต่างประเทศ แต่เราตั้งข้อสังเกตว่ามันจะมี ผลกระทบกับเศรษฐกิจ สังคม ทั้งจุลภาค มหภาคของเราอย่างไรครับ มีผลกระทบกับ การทําธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) อย่างเช่นจังหวัดลําพูนของกระผมขายผ้าย้อม ผ้าบาติก ส่งไปประเทศอังกฤษ ส่งไปประเทศฝรั่งเศส ส่งไปในแถบยุโรป วันนี้ค่าเงินบาทแข็ง เขาไม่รู้เนื้อตัวมาก่อนเลยและไม่มีการส่งสัญญาณว่าจะต้องเจอผลกระทบกับค่าเงินบาท ที่แข็ง ตรงนี้เราก็อยากจะเห็นว่ากรอบการตกลงเรื่องค่าเงินมีความสําคัญมาก เพราะการทํา ค่าเงินให้อ่อนหรือแข็งผมเชื่อว่านักลงทุนในต่างประเทศทําได้ เพราะเรามีประสบการณ์ ทางวิชาการก็ชัดเจนว่ามีจอร์จ โซรอส มาโจมตีค่าเงินบาทถึง ๑ เหรียญยูเอสเท่ากับ ๗๐-๘๐ บาทก็เคยมาแล้วครับ นี่คือความห่วงใยว่าบทเรียนบทนั้นยังเจ็บปวดยังไม่หาย เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ กรอบการลงทุนผมอยากได้รับคําตอบหรือจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราจะปัองกันการโจมตีค่าเงิน เราจะปัองกัน อาชญากรทางเศรษฐกิจอย่างไร เราจะปัองกันนักค้ายาเสพติดที่มาฟอกเงินในประเทศไทย หรือต่างประเทศอย่างไร ตรงนี้เปึนเชิงสาระครับ ไม่ใช่ว่าเราไปตกลงซึ่งรายชื่อประเทศ ที่เราจะไปดิว (Due) กับเขา จะไปตกลงกับเขา หลายประเทศก็ไม่สบายใจ หลายประเทศ ไม่สบายใจชื่อก็เรื่องของการฟอกเงิน ชื่อก็เรื่องของการค้ายาเสพติด ชื่อเปึนแหล่งค้าอาวุธ เปึนแหล่งค้ายาเสพติด ถ้าเราไปตกลงแล้วท่านจะเอาหลักประกันอย่างไรว่าไม่มีเงินเหมือน เหวย เซียะ กัง ไปฟอก ตรงนี้สําคัญครับ แล้วถ้าเราไปตกลงกับประเทศเยอะ ๆ ซึ่งเปึนประเทศที่ชื่อเสียงเรียงนาม หลาย ๆ ประเทศก็ไม่สบายใจนัก ตรงนี้เปึนเรื่องที่ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้อห่วงใยของกระผมในนามสมาชิกรัฐสภาก็คือว่าเราจะปัองกัน การโจมตีค่าเงิน จะปัองกันเรื่องของการฟอกเงินและจะปัองกันการที่จะทําให้เศรษฐกิจ มันเข้มแข็งจริง ๆ ได้อย่างไร กราบขอบคุณครับ
เชิญคุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ เชิญครับ พรรคประชาธิปัตย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการจัดทํากรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับสําหรับนักลงทุนไทย ผมขอเน้นย้ําว่า นักลงทุนไทยที่จะไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศคงไม่ใช่ในเรื่องที่นักลงทุนต่างประเทศ จะเข้ามาประกอบธุรกิจในบ้านเรา และส่วนใหญ่แล้วครับท่านประธานการลงทุน ในต่างประเทศส่วนมากแล้วที่นักลงทุนไทยออกไปก็จะเปึนการลงทุนในส่วนของ ทางด้านสินทรัพย์หรือไม่ว่าจะเปึนทางด้านของการลงทุนถาวร แต่ที่จะออกไปลงทุน ในส่วนของตลาดเงินตลาดทุนนั้นผมคิดว่าอันนี้เปึนช่องทางที่อาจจะแตกต่างกับการที่เรา พูดถึงในกรอบของการส่งเสริมการคุ้มครองผู้ลงทุนในครั้งนี้ ท่านประธานครับ กฎหมาย หลายประเทศที่เราเองพยายามที่จะคุ้มครองนักลงทุนไทยที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศนั้น มีหลายประเทศครับที่กฎหมายยังไม่เข้มแข็งและมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังค่อนข้าง มีความไม่มั่นคงและอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยสําหรับนักลงทุน ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างครับบางประเทศที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจ นักธุรกิจไทยให้ความสนใจเปึนพิเศษ อย่างเช่นประเทศอุซเบกิสถาน ประเทศโอมาน ประทศกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่ายูเออี (UAE) ซึ่งมีผู้ลงทุนที่เข้าไปทําการลงทุนเปึนจํานวนพอสมควร แต่ก็ต้องขอเน้นครับว่ากฎหมายฉบับนี้จะเน้นเรื่องของคุ้มครองผู้ลงทุนที่เปึนสัญชาติไทย และอีกกลุ่มหนึ่งที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจก็คือในแถบทวีปแอฟริกาไม่ว่าจะเปึนประเทศ แอฟริกาใต้และประเทศไนจีเรีย ซึ่งหลายครั้งครับในกรณีที่เข้าไปลงทุนแล้วเกิดความเสียหาย กับนักลงทุนไทย ดังนั้นการจัดทําข้อตกลงจะเปึนการประกันว่านักลงทุนไทยจะได้รับ การชดเชยที่เหมาะสมและได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมและเปึนธรรมจากประเทศที่เข้าไป ลงทุนซึ่งเปึนประเทศที่มีภาคีความตกลงกับไทย ท่านประธานครับ ส่วนการที่มีความตกลง ในลักษณะที่เรียกว่าต่างตอบแทนซึ่งหมายถึงประเทศไทยจะต้องปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติ ของประเทศที่ไทยทําความตกลงเช่นเดียวกับที่นักลงทุนไทยได้รับการปฏิบัติจากประเทศนั้น ๆ จะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญในแง่ของการส่งเสริมให้นักลงทุนต่างประเทศมีความมั่นใจ ในการที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเพราะเรื่องของการตอบแทนนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าผมเองเห็นว่าการจัดทําข้อตกลงดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศไทยในด้านการค้า การลงทุนและการส่งออกและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ผมจึง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่าขอสนับสนุนกรอบเจรจาข้อตกลงอันนี้ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขออนุญาตสนับสนุนรัฐบาลในกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุน ประเด็นของผมไม่ได้ติดใจเรื่องของกรอบการเจรจา แต่ประเด็น ผมติดใจในเรื่องของวิธีการ ในเรื่องของการคุ้มครองการลงทุนนั้นคงต้องมี ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ คือการคุ้มครองทางกฎหมาย นั่นคือที่มาของกรอบเจรจา ในครั้งนี้ที่มาขอให้รัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบ
อีกประเด็นหนึ่งที่เปึนประเด็นสําคัญควบคู่กันไปก็คือวิธีการที่จะต้อง ดําเนินการควบคู่กันไปกับข้อกฎหมาย ผมเองอย่างที่กราบเรียนนะครับว่าข้อกฎหมายนี้ รัฐบาลไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการดําเนินการในการออกกฎหมาย หรือว่ามีกรอบ การคุ้มครองการลงทุนกับประเทศต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่ประเด็นปัญหาไม่ใช่เรื่อง ข้อกฎหมายอย่างที่กราบเรียน แต่ประเด็นหลังจากที่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ข้อกฎหมาย ที่ได้มีการตกลงไว้จะดําเนินการอย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับว่า วันนี้ประเทศไทย ได้มีการลงทุนในต่างประเทศอยู่หลายกรณี แล้วก็มีหลายกรณีที่เราไปแล้วไปเกิดปัญหา ผมอยากเรียนว่าคงจะมี ๒ ประเภทในเรื่องการลงทุน
ประเภทที่ ๑ คือการลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าเปึนบริษัทคนไทย ไปลงทุนภายใต้ชื่อบริษัทของไทย เงินทุนไทยทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
อีกประเภทหนึ่งก็คือว่าไปลักษณะของการร่วมทุน ก็คือว่ากฎหมายท้องถิ่น บังคับให้ต้องมีเสียงข้างมากคือเสียงหุ้นส่วนในต่างประเทศเปึนเสียงข้างมาก แล้วเราก็มี หุ้นข้างน้อยอาจจะสูงสุดคือไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วในกรณีอย่างนี้มักจะเกิดปัญหา โดยปกติแล้วการลงทุนในบางประเภทหุ้นส่วนยังไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมากนัก เพียงแต่ว่า ดูหลักการ ดูหลักฐานว่ามีความมั่นคงแค่ไหนอย่างไร แต่ในด้านจิตใจนั้นหุ้นส่วนเอง ก็ไม่ทราบว่าจะเปึนอย่างไร ทีนี้พอดําเนินการไปแล้วสักระยะหนึ่งก็จะเกิดปัญหา ความขัดแย้งในหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน หรือว่าบางครั้งหุ้นส่วนท้องถิ่นอาจจะเปึนผู้มีอิทธิพล ก็พยายามจะใช้อิทธิพลบีบเพื่อจะเอาหุ้นมากขึ้นบ้างหรือจะบีบให้เราถอยออกไปบ้าง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ หรือแม้แต่บางครั้งเปึนเรื่องนโยบายรัฐบาลที่จะออกมาตรการ ในการกีดกันการลงทุนจากต่างชาติหรือว่าทําให้ผลประโยชน์ของการลงทุนในต่างประเทศนั้น ลดน้อยถอยลงไป สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้น ผมติดใจว่าเมื่อมีกรอบการเจรจา เมื่อมีการคุ้มครอง การลงทุนเกิดขึ้นรัฐบาลจะทําอย่างไร ที่ผ่านมาอยากจะกราบเรียนว่าจากประสบการณ์ ที่เคยสัมผัสมาเรามีปัญหาสิ่งเหล่านี้มาตลอดก็คือรัฐบาลไทยไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของ การคุ้มครองการลงทุนในลักษณะที่เปึนวิธีการปฏิบัตินะครับ เพราะว่าเรามักจะปล่อยให้ เอกชนไปฟัองร้องกันเอง ใช้สิทธิตามกฎหมาย ในบางเรื่องผมเข้าใจว่าทําได้ ใช้ได้ แต่ท่านประธานก็คงจะทราบว่า การใช้สิทธิตามกฎหมายนั้นบางครั้งใช้เวลาเปึนสิบป้ครับ กว่าจะจบสิ้น แต่กว่าจะถึงเวลานั้นผลประโยชน์ของประเทศไทยได้เสียหายไปแล้ว โรงงานอาจจะถูกป่ด บริษัทอาจจะต้องปล่อยคาไว้เฉย ๆ นะครับ มันก็เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น ในกรณีอย่างนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานถามไปยังรัฐบาลว่าในสิ่งซึ่งเปึนวิธีการรองรับ ที่ทางรัฐบาลไทยได้ออกแบบไว้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาอย่างที่กราบเรียนว่ารัฐบาล ไม่ได้มอง ทุกวันนี้ยังไม่สามารถจําแนกได้ว่าผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศนั้น มีอะไรบ้าง การลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม การลงทุนบางส่วนใช่ไหม หรือแม้แต่ คนไทยที่ไปเป่ดร้านอาหาร ไปเป่ดสปา ไปเป่ดอาบอบนวด ไปเป่ดธุรกิจต่าง ๆ นะครับ โดยส่วนบุคคลนี่ เวลามีปัญหาขึ้นมาถามว่าเขาจะทําอย่างไร ไปฟัองร้องกันเอาเอง หรืออย่างไร รัฐบาลจะมีช่องทางอย่างไรบ้าง มีหน่วยงานไหนจะพร้อมรับ ได้มีการออกแบบ กระบวนการขั้นตอนไว้อย่างไร ได้มีการออกแบบหน่วยงานไว้อย่างไรที่จะรองรับในสิ่งเหล่านี้ อันนี้คือสิ่งซึ่งเปึนความกังวล เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้การที่ไปทําความตกลงภายใต้กรอบ ที่ว่ามันก็ไม่เกิดประโยชน์
ผมอยากจะยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งที่เห็นชัดเจนนะครับ เมื่อหลายป้ก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของเราท่านหนึ่งพยายามที่จะมาดูแลเรื่องของ การค้าปลีก แล้วก็เห็นว่าบริษัทข้ามชาติทั้งหลายที่มาเป่ดห้างใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้น ก็เปึนการรุกรานในเรื่องของการทํามาค้าขายของห้างเล็ก ๆ ของร้านขายของชําทั้งหลาย พอขึ้นมารับตําแหน่งท่านก็บอกว่าต่อไปนี้จะมีนโยบายในการจํากัดผลประโยชน์ จํากัดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ พอท่านให้สัมภาษณ์ไปในวันรุ่งขึ้น ท่านทูตของชาติมหาอํานาจชาติหนึ่งก็มาเยี่ยมท่านรัฐมนตรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่เปึน มาตรการ พอท่านให้สัมภาษณ์ไป ในวันรุ่งขึ้นท่านทูตของชาติมหาอํานาจชาติหนึ่งก็มาเยี่ยม ท่านรัฐมนตรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่เปึนมาตรการเปึนวิธีการ ซึ่งเปึนสัญญาณที่ต่างประเทศ ใช้ในการคุ้มครองการลงทุนของเขา เพราะเขาเห็นว่าการที่รัฐบาลจะออกนโยบาย อย่างนั้นทําให้ผลประโยชน์ของบริษัทของเขาที่ลงทุนอยู่ในประเทศไทยแล้วเสียหาย เขาก็มีวิธีการ อันนี้เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ผมถามว่าประเทศไทยมีไหมในสิ่งเหล่านี้ เราเคยคิดไหมที่จะทํา มีมาตรการ ๑ ๒ ๓ อย่างไร ถ้ามีการร้องเรียนมาจะรอให้เขา ไปฟัองร้องกันจนไม่ได้รับความยุติธรรมแล้วค่อยมาหากระทรวงหรืออย่างไร ค่อยมาหา รัฐบาลหรืออย่างไรในประเด็นนี้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนอยากจะถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าในการที่จะเจรจาในเรื่องของการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน กับต่างประเทศนั้น ท่านได้เตรียมมาตรการ วิธีการและหน่วยงาน ในการรองรับ การคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ ของคนไทยในต่างประเทศไว้อย่างไรบ้างและท่านได้มีการจําแนก ผลประโยชน์ของคนไทยในประเทศไว้อย่างไรด้วย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนว่า วันนี้เปึนอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสในการพิจารณาเรื่องของกรอบการเจรจาการตกลง เพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน คงต้องขออนุญาตนะครับว่าต่อการเจรจานี้ก็คงต้องแปลความหมาย จริง ๆ ความหมาย มันก็คือเปึนลักษณะของหนังสือสัญญาหรือการตกลงร่วมกันในการที่จะคุ้มครองประเทศ คู่กรณีหรือคู่สัญญาในการลงทุนร่วมกันที่มีนักธุรกิจหรือพี่น้องประชาชนของแต่ละประเทศนั้น ไปลงทุน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการลงทุนหลาย ๆ เรื่อง ต้องขออนุญาตว่าเราคง ต้องบอกว่าสัญญานี้ดีไหม ดีครับ ถ้าเราไปทํากับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศต่าง ๆ แล้วเรามีนักธุรกิจของเราออกไปมาก ไปลงทุนกับเขาเยอะ ๆ ไปทําธุรกิจกับประเทศเขาเยอะ ๆ เราก็ได้รับการคุ้มครอง เสมือนหนึ่งสัญญานี้เปึนสัญญาการประกันภัย ประกันวินาศภัย ประกันชีวิตในลักษณะนั้น เปึนความมั่นคงของผู้ไปลงทุน นั่นผมเปรียบเทียบนะครับ แต่ในขณะเดียวกันประเทศของเราไม่ได้เปึนประเทศนักลงทุนในข้ามชาติ บริษัทข้ามชาติ ประเทศไทยที่จะไปลงทุนมันมีไม่กี่รายครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วนักธุรกิจในต่างชาติ ในประเทศต่าง ๆ นั้น ต้องบอกว่าประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศที่รับการลงทุน เสียมากกว่า ก็คือพูดง่าย ๆ เพื่อนบ้านทั้งหลายในโลกนี้ ประเทศต่าง ๆ ที่เปึนนักธุรกิจ มาลงทุนในบ้านเรา เราก็ต้องเอาสัญญาฉบับนี้ไปคุ้มครองเขา ถ้าหากว่าเกิดเหตุด้วยใด ๆ ก็ตามแต่ ผมยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แถวจังหวัดเพชรบุรีก็ตามแต่ หรือแถว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ตามแต่ ตลอดจนที่เกิดขึ้นในอดีตที่จังหวัดภูเก็ต หรือในปัจจุบัน ที่มาบตาพุด ที่จังหวัดระยอง สิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าประเทศไทยเราต้องคุ้มครองแล้วก็ดูแล ความเสียหายต่าง ๆ นั้นแน่นอนที่สุดเปึนความเสียหายที่เกิดจากใครก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ผลกรรมจะต้องได้รับก็คือพี่น้องประชาชนต้องเอาภาษี เอาเงินภาษีที่รัฐจะต้องเก็บ จากพี่น้องประชาชนมาแจกจ่ายชดใช้เขา เราคงต้องชั่งน้ําหนักดูว่าคนที่จะได้รับผลประโยชน์ ในการที่เรามีสัญญาตรงนี้เกิดขึ้นในการคุ้มครองการลงทุนกับคนไทยที่ไปลงทุนในต่างชาติ เขาเปึนใคร แล้วก็ได้รับมากน้อยขนาดไหน กับคนต่างชาติที่เขามาลงทุนในบ้านเรา แล้วเขาได้รับผลประโยชน์ไปอย่างนี้หรือเราจะต้องสูญเสียหากมันเกิดปัญหาขึ้นมานั้น คําถามก็คือว่าเราจะทําอย่างไร แน่นอนครับท่านประธาน ความสูญเสียที่มันเกิดขึ้น หรือการเกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่มันควรจะเกิดขึ้น แต่ว่ามันเกิดขึ้นจากการที่เรียกว่า การอนุมัติของข้าราชการหรือระบบที่ผมอาจจะเรียกว่าระบบล้มเหลว ก็อาจจะเปึนได้ เกิดขึ้นทําให้เรียกว่าสิ่งที่มันจะต้องเกิดเปึนปัญหากับประเทศชาติเราหรือส่วนที่มันเกิดขึ้น ในบ้านเรา
อีกประการหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมการลงทุนของเรา ใครก็ตามแต่ต่างชาติ ที่เข้ามาเราก็ไม่ได้ตีกรอบ เราไม่ได้ศึกษา เราไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรืออาจจะมี ความรู้ความเข้าใจแต่เราไม่ได้ใส่ใจ เราไม่ได้ใส่ใจในการที่จะตีกรอบ กําหนดกรอบ เราอยากให้เขามาอย่างเดียว ทําอย่างไรก็ได้ให้เขามาโดยไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว จะเกิดผลอะไรขึ้นในชาติบ้านเมือง แล้วเราก็เปึนรัฐบาลกัน เราก็เฮโลกันด้วยการประชาสัมพันธ์ บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนคนทั่วไปว่าป้นี้เราดีใจเหลือเกินเลยที่มีคนในต่างชาติ มาลงทุนประเทศเราเยอะมากมายก่ายกอง มากกว่าป้นั้นมากกว่าป้นี้เปึนจํานวนเท่านั้น เท่านี้ ผมยกตัวอย่างให้ครับ มันเปึนความอัปยศแล้วผมว่าเปึนความอัปยศจนกระทั่ง ทุกวันนี้ที่ผมขึ้นหัวข้อหรือพูดอย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง วิชาภูมิศาสตร์เขียนไว้ให้พวกผมอ่านในสมัยเด็ก ๆ ท่านประธานก็คงได้อ่านเหมือนกัน ศึกษาแล้วมีความเคลิบเคลิ้มตามนักวิชาการไทยในสมัยนั้นแล้วก็รัฐบาลไทยในสมัยนั้น เขียนแล้วให้เคลิบเคลิ้มให้เห็นด้วย ดีอกดีใจกันเหลือเกินเลยว่าประเทศไทยนั้นส่งไม้สัก ไปเปึนอันดับหนึ่ง เปึนประเทศต้น ๆ ของโลกในการที่นํารายได้เข้าประเทศ ทุกวันนี้ เปึนอย่างไรบ้างท่านประธาน เหลือแต่อะไร เหลือแต่แผ่นดินไม้ไม่เหลือเลย นั่นคือ นักวิชาการร่วมกับรัฐบาลในการเขียนกําหนดวิชาให้ลูกหลานได้เรียน แล้ววันนี้เปึนอย่างไรบ้าง บ้านเมือง นี่คือเช่นเดียวกันวันนี้มาออกสัญญา ก็บอกว่าสัญญาเหล่านี้จะเปึนสัญญาที่ดี มีความเหมาะสม มีความถูกต้อง ผมยอมรับครับ ถ้าประเทศไทยเราเปึนประเทศที่ส่งคน หรือคนไทยมีทุนเยอะออกไปทํามาหากินในต่างชาติเราจะได้รับความคุ้มครองประเทศ ที่เราไปลงทุนด้วย นักธุรกิจของคนไทย คนไทยที่ไปต่างชาติได้รับการคุ้มครอง เสมือนหนึ่ง ทําประกันชีวิต เสมือนหนึ่งทําประกันภัยไว้ สิ่งเหล่านี้จะไม่เปึนความล่มสลายและไม่เปึน ความเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันในขณะที่เราเปึนประเทศที่รับการลงทุนสิ่งเหล่านี้เราต้อง ไปคุ้มครองเขา ก็ดีครับ เพราะจะทําให้นักลงทุนต่างชาติเขาได้มีโอกาสที่จะเข้ามาแล้วเขา มีความมั่นใจแล้วก็จะได้มาลงทุนบ้านเราให้มากยิ่งขึ้น แต่คําถาม คําตอบ ที่อยากจะหา ก็คือเราตีกรอบไว้ดีหรือยัง เราตีกรอบไว้ดีหรือยังกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา เช่นในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง เช่นในเรื่องของปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการลงทุนเช่นที่มาบตาพุดในปัจจุบันนี้ จะเอา ๑๘ โครงการหรือจะเอา ๑๑ โครงการ หรือไม่เอาสักโครงการ และโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติแล้วเราจะต้อง ชดใช้เขากี่หมื่นล้านบาท นั่นเงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งหมดทั้งสิ้น ผมขออนุญาต กลับหันมาดูในเรื่องนี้ครับว่า ว่าหากการลงทุนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราไม่ได้ตีกรอบและเราไม่ได้ศึกษาหาความรู้หรือไม่ได้ใส่ใจก็คือในเรื่องของโชห่วยอย่างนี้ เปึนต้น นักลงทุนข้ามชาติที่ไม่ว่าจะเปึนห้างสรรพสินค้าที่มาในนามต่างชาติหรืออะไร ก็ตามแต่ที่เข้ามาที่เราได้เห็นได้อยู่กันทุกวันนี้ก็มาทําธุรกิจกันตาม ตัวเมืองต่าง ๆ เป่ดสาขาเต็มไปหมด ห้างต่าง ๆ เต็มไปหมด จนกระทั่งเรียกว่าร้านค้าชุมชนบ้านเรานี้ เรียกว่าร้านโชห่วยบ้านเราหมด เรียกว่าในอนาคตอาจจะล้มละลายทั้งหมดเลยก็ได้หรือ อาจจะไม่มีเลยก็ได้ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าเราไม่ได้ศึกษาหรือเราไม่ได้ใส่ใจ หรือเราไม่ได้ตีกรอบเอาไว้ในการที่จะทําในสิ่งต่าง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น ถามว่าต่างชาตินั้น มาลงทุนบ้านเราดีไหม ผมก็ให้คําตอบว่าดี เพราะจะได้มีเม็ดเงินไหล พี่น้องประชาชน จะได้มีงานทํา ในขณะเดียวกันเราจะได้มีความรู้ความเข้าใจว่าได้มีการศึกษาอย่างใกล้ชิดว่า เขาทําธุรกิจกันแบบไหนอย่างไร เราได้เห็น เราได้มีตัวอย่างแล้วได้มีการแข่งขันเกิดขึ้น เกิดการเรียนรู้ แต่สิ่งนั้นก็ต้องบอกว่าเราก็ต้องหาว่าแล้วเราจะอนุรักษ์หรือเราจะทําอย่างไร ให้คนที่อยู่ในสังคมของเราหรือเปึนลูกหลานของเราหรือคนบ้านเรานี้อยู่ได้ ไม่ใช่ต่างชาติ หลั่งไหลมาแล้วปรากฏว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเราอยู่ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ผมว่าเปึนสิ่งที่ ไม่น่าจะถูกต้องและไม่น่าจะเหมาะสม เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ที่กล่าวไปทั้งหมดนั้นก็คือว่าสิ่งที่เห็นนั้นท่านจะต้องทํานอกจากทํากรอบการเจรจาแล้ว ท่านต้องไปตีกรอบด้วยว่าอะไรบ้างที่เปึนข้อที่ท่านเห็นว่าควรจะเปึนข้อสังเกตหรือสิ่งที่ ท่านจะต้องไปตีกรอบในการที่จะทําอย่างไรให้มันสามารถที่จะทําให้สังคมไทยของเรา เดินต่อเนื่องได้ดี แต่ละธุรกิจแต่ละอย่างมันก็คงต้องบอกว่ากรอบหรือเรื่องราวต่าง ๆ นั้น มีเรื่องราวต่าง ๆ นั้นที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการที่ไปเจรจาแบบเหมาเข่ง การไปเจรจา สัญญาแบบรวมการเจรจาอย่างนี้มันก็ดีครับ แต่ข้อเสียในประเทศของเราจะมากกว่า เพราะว่าคนที่จะได้ดีอย่างที่กราบเรียนไปตั้งแต่ตอนต้นนั้น คนที่จะได้ดีหรือประเทศ ที่จะได้ดีคือประเทศที่ออกไปลงทุนข้ามชาติ ประเทศที่จะเสียหาย ประเทศที่ได้รับ ความสูญเสียคือประเทศที่ได้รับการลงทุน เท่ากับเรายอมเขาในการที่เรียกว่าเขามาลงทุน แล้วเราต้องยอมเขาทุกเรื่อง ในสิ่งเหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งเหล่านี้ผมเองแม้จะเห็นด้วยก็ไม่ได้เห็นด้วยทุกอย่างนะครับ แล้วจะเห็นด้วยก็ไม่ได้เห็นด้วย ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในสิ่งเหล่านี้คงต้องพิจารณาให้ดี แต่ในขณะนี้ถ้าเปึนลักษณะแบบนี้ผมบอกได้เลยนะครับ ท่านประธานว่าไม่ถูกกาลเวลา ไม่ถูกกับสมัยของประเทศเรา ประเทศเรายังข้ามไม่ถึง ตรงนี้ประเทศเรายังข้ามไม่ถึงครับ ผมเองยังไม่เห็นด้วย ถ้าบ้านเมืองเรามีฐานะการเงินที่ดี เรามีนักลงทุนที่ข้ามชาติเยอะ ๆ แล้วเห็นด้วยที่เราจะต้องดําเนินการและสิ่งที่ดําเนินการอยากจะเห็นด้วยว่าถ้าเราเหมา ทุกประเทศนั้นไม่ได้ เราเอาเปึนบางประเทศได้ไหม ประเทศไหนที่เรามีนักลงทุนของเรา ไปที่ดูแลได้ดีแล้วก็ทํากับประเทศนั้นประเทศไหนที่ยังไม่ดีเราก็ไม่ทํา อย่างนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่คนจะมาเปึนผู้นําประเทศ ไม่ว่าจะเปึน นายกรัฐมนตรีหรือเปึนรัฐมนตรีก็ตามแต่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าควรจะต้องนํามา คิดคํานึงถึง มิฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าความเสียหายมันก็จะเกิดกับ ประเทศเรา ทั้ง ๆ ที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดี บอกว่าอย่างไร บอกว่า ประเทศของเราตอนนี้เศรษฐกิจดี การส่งออกมากมายมหาศาล แต่ประเทศไทยเรา ประชาชนไม่มีเงินจะใช้ มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน วันนี้จนถ้วนหน้านะครับ ไม่มีสตางค์จะใช้ เกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินนี้ ก็นี่ละครับสิ่งที่บอกไว้ก็คือความรู้ความสามารถ และความเข้าใจในการที่จะแยกแยะวิธีการให้น้ําหรือให้เม็ดเงินมันหลั่งไหลหรือพูดง่าย ๆ ให้เลือดมันสามารถสูบฉีดไปได้ในส่วนของร่างกาย ร่างกายถึงสามารถเดินได้ปกติ เช่นเดียวกันประเทศชาติก็เหมือนกันครับ ถ้าวันนี้ไม่มีเม็ดเงินหลั่งไหลไปทั่วทุกหัวระแหง ของประเทศ ก็บอกได้เลยครับท่านประธานว่าเสมือนหนึ่งร่างกายของเราไม่ปกติครับ เท้าไม่มีเลือดไป ก็เดินไม่ได้ครับท่านประธาน สมองไม่มีเลือด ไปก็ตายครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าสังคมไทยก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ เม็ดเงินนั้นต้องหลั่งไหลไปทั่วทุกคน ทั่วทุกหัวระแหง ทั่วทุกชุมชนและทั่วทุกหมู่บ้าน ไม่ใช่ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มคนใดคนหนึ่ง ถ้าอย่างนี้ประเทศไทย พิการครับ ท้ายที่สุดก็จะเปึนปัญหาอย่างนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ก็คงไม่เห็นด้วย เพราะว่ายังไม่เหมาะกับกาลเทศะ ไม่เหมาะกับ ระยะเวลาของประเทศไทยเรา เพราะประเทศไทยเราไม่ได้เปึนผู้ลงทุนรายใหญ่ของโลก ถ้าประเทศไทยเปึนผู้ลงทุนรายใหญ่ของโลกแล้วจะมีความเหมาะสม ในขณะนี้เราเปึน ประเทศรับการลงทุน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนทุกคนต้องมีส่วนในการที่จะต้องดูแล มลพิษ มลภาวะ การลงทุนหรือผลกระทบที่เกิดจากการลงทุนของนักลงทุนข้ามชาติ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านชรินทร์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดตากนะครับ วันนี้กระผมก็ใคร่ขอแสดงความเห็นจากการที่ทางกระทรวง การต่างประเทศได้เสนอกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน มาให้ทางรัฐสภาให้ความเห็นชอบในวันนี้นะครับ กระผมเองในฐานะข้าราชการเก่าของ กระทรวงพาณิชย์ ครั้งหนึ่งก็เคยไปประจําอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อประมาณ ๒๔-๒๕ ป้ก่อน จําได้เปึนอย่างดีตอนนั้นบริษัทซีพี ของเจ้าสัวธนินท์ได้เข้าไปลงทุน ในประเทศจีน แล้วสิ่งที่ท่านนายห้างธนินท์ เจียรวนนท์ ต้องการอย่างยิ่งก็คือความตกลง ฉบับนี้ละครับ คือในการที่จะทําความตกลงกับประเทศจีนว่าเมื่อลงทุนไปแล้ว ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับจะได้รับการคุ้มครองตามสมควร หรือว่าเครื่องจักร การลงทุนต่าง ๆ ที่ลงไปแล้วจะไม่ถูกทางประเทศจีนยึดไปในภายหลัง มีบ่อย ๆ ในอดีต ที่ผ่านมาการลงทุนในอเมริกาใต้หรือในหลาย ๆ แห่ง วันดีคืนดีเจ้าของประเทศก็บอกว่า ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะไม่ให้ต่างชาติมาลงทุน ที่ลงทุนมาแล้วก็ขอยึดไปเลย เพราะฉะนั้นสหรัฐอเมริกาหรือในยุโรปจึงให้ความสําคัญในความตกลงทํานองนี้ เปึนอย่างมากทีเดียว จริงอยู่ในอดีตนั้นน้อยรายมากที่ประเทศไทยจะมีโอกาสไปลงทุน ในต่างประเทศ ในยุคนั้นผมก็เห็นมีแต่บริษัทซีพีบริษัทเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ว่าเวลา มันเปลี่ยนไป ๆ ทุกวันนี้ไม่ทราบหลายท่านจะเห็นด้วยกับผมหรือเปล่าว่าอุตสาหกรรม ของเราก็แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย ประเทศไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยในเรื่องอุตสาหกรรม อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเรามีประสบการณ์ ยาวนานมากว่า ๒๐ ป้ ทําให้ศักยภาพของประเทศไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศมีมากขึ้น กว่าเดิมเปึนอันมาก แม้แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยเองก็ไปลงทุนในเรื่องสิ่งทอในประเทศเพื่อนบ้าน ของเราหลาย ๆ ประเทศนะครับ ในประเทศเวียดนาม ในประเทศกัมพูชา ประเทศลาว หรือในประเทศจีนของเราเองก็ไปลงทุนกันอยู่หลายเจ้านะครับ ขณะเดียวกันต่างประเทศ เขาก็มาลงทุนในประเทศเรามากมาย ดังจะเห็นว่าจากข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศ เอามาให้ทางสภา เราเองก็ได้มีความตกลงที่มีผลใช้บังคับแล้วและอาจจะมีการแก้ไข อนาคต ๑๗ ประเทศ นั่นก็คือกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลไทยเราเองมีประสบการณ์ ทําความตกลงอย่างนี้ไป ๑๗ ประเทศแล้ว แล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนความตกลง กับประเทศต่าง ๆ ๓๘ ประเทศ อยู่ระหว่างการเจรจาร่างข้อตกลง ๕ ประเทศ แล้วอาจจะ ทําการเจรจาในอนาคตอีก ๒๑ ประเทศ มันบอกอะไรครับ มันบอกว่าประเทศทั่วโลก ทุกวันนี้ที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์จริง ๆ เลยนะครับ ผมเห็นตัวเลขผมยังตกใจเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าเราอยู่ในระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ ถึง ๓๘ ประเทศ โลกเรา ทุกวันนี้มันเล็กลง ๆ ตลอดเวลาเลยครับ การลงทุนก็จะมีการข้ามไปข้ามมา จริงอยู่ เราอาจจะเกรงว่าเรายังไม่เก่งพอเราไปลงทุนไว้ที่อื่นน้อยประเทศ แต่ประเทศอื่นมาลงทุน ประเทศทําให้เราเสียเปรียบต่าง ๆ นานานะครับ แต่ผมก็เชื่อในขีดความสามารถ ของผู้ประกอบการไทยเรานะครับ ผู้ประกอบการไทยเราเก่งนะครับ การที่เศรษฐกิจเราโต ๗ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือป้นี้อาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และการส่งออกเพิ่มถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะบอกเลยว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลเก่งอย่างเดียว เอกชนเขาเก่งนะครับ เขามีความสามารถในการลงทุน เพราะฉะนั้นเวลาเขาไปลงทุนที่ไหนเขาต้องคิดตรึกตรอง ดีดลูกคิดเปึนอย่างดีแล้วว่าไปลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า แต่เมื่อไปลงทุนแล้ว จากการคิดตัดสินใจจะไปลงทุนสมมุติว่าจะสร้างโรงงานที่ประเทศเวียดนาม ไม่แน่ใจว่าทางประเทศเวียดนามเขาจะยึดกิจการหรือเปล่าหรือว่าไม่ยอมส่งกําไร กลับคืนมา เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยมือรัฐบาลไปช่วยทําความตกลงกันว่าถ้าหากว่า เราไปลงทุนแล้วเขาจะต้องคุ้มครองเราตามที่เราต้องการ ถ้าเขาปฏิบัติไม่ได้เราก็ไม่ไป ลงทุนเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องกรอบการตกลงนั้นเปึนเรื่องที่ภาครัฐบาลเอง กับเอกชนควรจะต้องมีการคุยหารือกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบนะครับ ฉะนั้น จากประสบการณ์ที่ทํามาแล้ว ๑๗ ประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีกษิต ควรจะบอกพวกเราที่นี่ว่าที่เราทําไปแล้วมีผลดีขนาดไหนอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างสัก ๑-๒ เคส (Case) จะนําเงินตราต่างประเทศเข้ามามากน้อยแค่ไหน แล้วประเทศอื่น ที่เขาจะลงทุนกับเรา เขาก็คิดอย่างเดียวกับที่เราจะไปลงทุนประเทศอื่น เพราะฉะนั้น ความตกลงทํานองนี้จึงเปึนเรื่องของ ๒ ฝ์ายควรจะต้องต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน จากประสบการณ์ที่ประเทศไทยเรามีกับต่างประเทศอย่างรอบด้านในเรื่องการลงทุน ก็ทําให้คิดว่าความตกลงเปึนเรื่องที่จําเปึนจะต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่กระทรวง การต่างประเทศเสนอกรอบการเจรจามาเพื่อขอความเห็นชอบในวันนี้ก็เปึนเรื่อง ที่ทางฝ์ายบริหารให้เกียรติรัฐสภาเราเปึนอย่างยิ่งว่าในอนาคตที่จะต้องไปเจรจา กับประเทศต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองนักลงทุนของเราซึ่งแน่นอนมันจะต้องเปึนเรื่องของ ทั้ง ๒ ฝ์าย เราเรียกร้องเขาอย่างไร เขาก็เรียกร้องเราอย่างนั้น ผมเชื่อในขีดความสามารถ ประสบการณ์ของนักลงทุนว่าสิ่งที่เราเรียกร้องนั้นเปึนสิ่งที่จะไม่ทําให้เราเสียเปรียบ แต่เรื่องการฟอกเงินจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นผมว่าอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่เราจะต้องทํา อย่างเร่งด่วนก็คือว่าเราจะต้องส่งเสริมนักธุรกิจของเราที่มีศักยภาพ มีความสามารถ ที่ไปลงทุนในต่างแดนในต่างประเทศ เพื่อนําเงินตราต่างประเทศกลับมา ไม่ใช่เราจะรอให้ ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศเราเท่านั้น ประเทศไทยอยู่ได้โดยเราเปึนประเทศที่มี ระบบเศรษฐกิจแบบเป่ด เราจําเปึนจะต้องอาศัยการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนของเราเรียนจบไปแล้วมีงานทํา ซึ่งการที่ต่างประเทศเรามาลงทุนเรา ได้ประโยชน์เต็มที่อยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไปนักธุรกิจ ผู้ประกอบการของเรา มีความสามารถที่ไปลงทุนต่างประเทศ ทําไมเราจะไม่สนับสนุน การสนับสนุนสามารถ ทําได้อย่างไรก็คือช่วยดูแลให้ความคุ้มครองเขาเวลาเขาไปลงทุนต่างประเทศนั้นเขาได้รับ ความอบอุ่นว่าชั่ว ๆ ดี ๆ ก็มีรัฐบาลไทยที่จะให้ความช่วยเหลือ ฉะนั้นกรอบความตกลง เปึนเรื่องที่จําเปึนควรสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะ ได้เรียนถามต่อท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งได้เสนอกรอบการเจรจาความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ในประเด็นเดียวเท่านั้นเองครับ และอยากจะขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบเพื่อให้คลายความสงสัยด้วยนะครับ ประเด็นสําคัญก็คือว่า การเจรจาในครั้งนี้ได้พูดถึงสัมปทานทางธุรกิจ ซึ่งได้รับตามกฎหมายหรือภายใต้สัญญา รวมถึงสัมปทานในการค้นหา เพาะปลูก สกัดหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ท่านประธานครับ อ่านมาถึงตรงนี้ทําให้เราก็อดวิตกกังวลไม่ได้นะครับว่า ถ้าพูดถึงเรื่องของการค้นหานะครับ การเพาะปลูก การสกัดหรือแสวงประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาตินั้นต้องคิดไปถึงเรื่องของการตัดต่อพันธุกรรมด้วยนะครับ ถึงแม้ว่า บริษัทที่ได้รับสัมปทานนั้นเขาอาจจะเคยมาทํางานกับประเทศไทยอยู่แล้ว ได้รับ สัมปทานไปแล้ว แต่ถ้าหากว่ามันมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเขาใช้เทคโนโลยีนั้น เข้ามาทําให้เกิดการตัดต่อทางพันธุกรรมหรือเทคโนโลยีนั้นเข้ามาทําให้งานของเขา ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สมมุติทําเหมืองอย่างนี้เปึนต้น อาจจะทิ้งมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมได้ หรือว่าเปึนอันตรายต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในสัญญา ฉบับนี้มีส่วนไหนที่จะเพิ่มเติมได้หรือไม่ครับท่านรัฐมนตรีที่จะทําให้พวกเรานั้นไม่ต้อง วิตกกังวลว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง จะมีการเติมได้หรือไม่ หรือว่า มีการคุ้มครองอยู่แล้วก็ขอให้ท่านได้ช่วยกรุณาชี้ให้เราได้เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น กับสัมปทานที่ได้รับไปแล้ว แล้วก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งเราอาจจะคาด ไม่ถึงก็ได้ในอนาคตครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับเรื่องความตกลง เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนนั้นเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ กรอบการเจรจานั้นจึงเปึนเรื่องที่ดี ผมเรียนว่าหนทางนี้จะนําไปสู่การเจรจาเรื่องของ เอฟทีเอ (FTA) ในอนาคตสําหรับบางประเทศซึ่งอยู่ในกลุ่มหลายกลุ่มที่ได้ระบุเอาไว้ อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องข้อสังเกตที่อยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีผู้ชี้แจง ในเรื่องของการแบ่งกลุ่มเราได้แบ่งกลุ่มประเทศ ผู้ที่จะเจรจาตกลงอยู่เปึน ๔ กลุ่ม ไม่ว่าจะเปึนอยู่ระหว่างการร่างข้อตกลง ๓๘ ประเทศ อยู่ระหว่างการเจรจาร่างความตกลงอีก ๖ ประเทศ มีผลบังคับใช้และอาจแก้ไขได้ ในอนาคต ๑๗ ประเทศ อาจทําการเจรจาในอนาคต ๒๑ ประเทศ ผมมีความสงสัยว่า หลายประเทศในหลาย ๆ กลุ่มนี้บางประเทศนั้นเราไม่เคยมีการค้าขายกันเลยนะครับ หลายประเทศมีวงเงินค้าขายกันน้อยมากและมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ นอกจากนั้นแล้ว ในกลุ่มสุดท้ายในเรื่องทําการเจรจาในอนาคตถึง ๒๑ ประเทศนั้น จริง ๆ แล้วผมมี ความสงสัยว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ (๒) มีความจําเปึนหรือไม่ที่จะต้องนําเรื่องนี้ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เมื่อดูสาระสําคัญของกรอบการเจรจา ในเรื่องที่ผมมีความสนใจ ก็คือเรื่องของการปฏิบัติที่เปึนธรรมเท่าเทียมกันและให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่ แก่การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน ก็คือเรื่องของหากรัฐภาคีคู่สัญญาประสบปัญหา ในเรื่องการตีความหรือปรับใช้ความตกลงและไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้ใช้กลไกการระงับ ข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ท่านประธานที่เคารพครับ คําถามของผมนั้น คงจะเหมือนอีกหลาย ๆ ท่านก็คือในเรื่องของเขตอํานาจศาลไทยและอํานาจชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการว่าศาลไทยมีอํานาจในการชี้ขาดเมื่อมีกรณีพิพาทในเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพราะกรอบการเจรจาที่เปึนข้อมูลนั้น จริง ๆ แล้วที่นําเสนอมานั้นก็ยังไม่ได้มีรายละเอียด มากนัก หลายเรื่องหลายอย่างนั้นอยู่ระหว่างการตกลงก็ดี อยู่ระหว่างการร่างก็ดีหรืออยากให้ มีผลในอนาคตก็ดี ผมมีความสงสัยใน ๒ ประเด็น อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ชี้แจง ขอบคุณครับ
เชิญท่านคมเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบการเจรจา ความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ก็เปึนแนวทางของกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ที่เราจะต้องนํามาเข้าสภา สิ่งหนึ่งที่อยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านถึงทางกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี อยากให้ท่านมองแนวทางการบริหารประเทศเปึนองคาพยพที่มีภาพรวมใหญ่แล้วก็มี วิสัยทัศน์มากกว่าที่เปึนอยู่ เพราะว่าการบริหารของรัฐบาลช่วงป้สองป้เราเห็นข้อขัดแย้งต่าง ๆ ในต่างประเทศหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าทางประเทศกัมพูชา แล้วล่าสุดก็มาเรื่องประเทศ สหรัฐอเมริกา เรื่องวิคเตอร์ บูท ไม่ว่าประเทศลาว ประเทศพม่า แล้วก็ต่างประเทศอีก หลายจุดโดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียซึ่งเปึนปัญหาเกี่ยวกับด้านกฎหมาย ด้านสังคม ความเชื่อมั่นต่าง ๆ ผมคิดว่าแนวทางการบริหารในระดับประเทศแล้วโยงใยไปเกี่ยวกับ ภาพรวมของโลกมันจะต้องมีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ ผมอยากอ้างอิงประเทศญี่ปุ์นซึ่งเปึน ประเทศที่เคยแพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ เราจะเห็นว่าอดีตประเทศญี่ปุ์นการพัฒนาของ ประเทศหลังจากแพ้สงครามเขาส่งคนออกต่างประเทศหมดเลยท่านครับ ส่งไปเรียนรู้ แนวทางต่าง ๆ ที่จะพัฒนาประเทศ แล้วผลสรุปของประเทศญี่ปุ์นก็คือเปึนนักธุรกิจ เปึนนักประกอบการ เปึนนักลงทุน แล้วก็เปึนเสือตัวต้น ๆ ของโลกที่เราเห็นอยู่ แม้แต่ ประเทศไทยถ้าพูดกันแบบคร่าว ๆ ก็เปึนจุดหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ์นมาลงทุนนับแสนแสนล้านบาท แล้วเราก็ได้แค่การใช้แรงงานในประเทศญี่ปุ์นแค่นั้น ทูตพาณิชย์ต่าง ๆ ผมไม่เคยเห็น ท่านเอ่ยขึ้นตรงนี้เลยเพราะว่าเปึนข้าราชการประจํา ผมคิดว่าการสื่อสารในต่างประเทศ จะอยู่ในเชิงลึกมากกว่า การเซ็นสัญญาต่าง ๆ เปึนไปตามพันธกรณีต่าง ๆ อยู่แล้วก็เปึน ตัวหนังสือ อยากฝากแนวทางการบริหารประเทศที่มีองคาพยพมากกว่านี้หน่อยครับ ท่านครับ เพราะว่าในรูปแบบของประเทศไทยผมยังมองว่าส่วนใหญ่แล้วจะเปึนลูกจ้าง มากกว่าบุคคลที่ไปทํางานเปึนนักธุรกิจต่างประเทศก็มีอยู่ไม่ถึง ๑๐ กว่าบริษัทเปึนบริษัท ยักษ์ใหญ่ที่เราชิน ๆ หูกันอย่างบริษัทซีพีหรือเจริญโภคภัณฑ์อะไรต่าง ๆ ตรงนี้ แล้วตัวหนึ่ง ที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านทางรัฐบาลนิดหนึ่งว่า ตัวเลขในช่วง ๒ ป้ที่ว่า มีการเจริญเติบโตจีดีพีขึ้นมาถึง ๗ ถึง ๑๐ ถ้าเรามองดูลึก ๆ แล้วมันเปึนความแข็งแกร่ง แข็งแรงภาคเอกชนเปึนส่วนใหญ่นะครับ ถ้าเราย้อนหลังไปป้ ๒๕๔๐ ตอนฟองสบู่แตก กลุ่มนักธุรกิจไม่ว่าสถาบันการเงินหรือนักธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เขามีภูมิคุ้มกัน มีประสบการณ์ ตัวอย่างเช่นช่วงหนึ่งที่มีการเดินขบวนไม่ว่าเสื้อสีไหนก็ช่างช่วงย้อนหลังไป ๒ ป้ ๓ ป้ สถาบันการเงินเขาชะลอการปล่อยเครดิตหมดเลย หยุดการปล่อยเครดิต ไม่อยากให้เกิดเอ็นพีแอลขึ้น เพราะฉะนั้นเขารู้ตัวว่าจะถอยอย่างไร จะเดินหน้าอย่างไร จะประคองตัวอย่างไร ความจริงตามที่ท่านสมาชิกผู้หนึ่งกล่าวว่าเปึนความแข็งแกร่ง ของภาคเอกชน จริง ๆ แล้วผมมองว่าประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วอีกส่วนหนึ่งเงินทุน ที่เข้ามาในประเทศมันเกิดจากความไม่มั่นใจของทวีปจากทวีปทางตะวันออกทางยุโรป ที่ว่าตัวสถาบันการเงินมันสั่นคลอน ถ้าเรามองดูด้านการเงินเชิงลึก ๆ แล้วการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นในระดับโลกมันเปึนเพียงแค่การย้ายเงินเข้าไป สถาบันการเงินข้างในแค่นั้นเอง บางประเทศต้องไปกู้ไอเอ็มเอฟ บางประเทศต้องไปกู้ ธนาคารโลก ก็เปึนขยับเงิน ถ้าแบบเอาง่าย ๆ ก็คือเอ็นพีแอลเกิดปัญหา ตัวอย่างเช่น ชาวบ้านเกิดหนี้ นอกระบบ เกิดเอ็นพีแอลก็โยกเข้าไปในระบบแค่นั้นเอง มันก็ไม่ได้เกิดความแข็งแรง ในภาคธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นแนวทางการพัฒนาประเทศ ผมอยากให้ท่านดู แนวทางความยั่งยืนเปึนหลัก ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มันต่างกัน ผมยังไม่มั่นใจตัวนี้เพราะว่าการที่ตัวเลขของประเทศเจริญมันไม่ได้เจริญ ไปทุก ๆ กลุ่ม ภาคแรงงาน ภาคท่องเที่ยว เราไม่เห็นตัวเลขที่มันสวยขึ้น เปึนยอดของมัน เปึนปลายของมันแค่นั้นเองครับตรงนี้ ตรงนี้ก็ฝากแนวทางสําหรับท่านผู้บริหารประเทศ ด้วยครับ
มีท่านสมาชิกจะ อภิปรายอีกไหมครับ ท่านพีรพันธุ์ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามกรอบการเจรจาเพื่อการลงทุนก็เปึน กรอบกว้าง ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาขอความเห็นชอบ เมื่อเปึนกรอบเพียง กรอบกว้าง ๆ นะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีประเด็นใดที่รัฐสภาจะมีข้อขัดข้องที่จะไม่ให้ ความเห็นชอบ แต่ว่าจากการที่ดูเอกสารประกอบที่ท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอมา ผมอยากจะ เรียนถามข้อที่ยังเปึนปัญหาอยู่ที่บางท่านได้ถามไปแล้วก็คือเรื่องการระงับข้อพิพาท ระหว่างรัฐกับเอกชนในแง่ที่จะใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการนะครับ ซึ่งถ้าดูนี้ก็ยังมี ความสับสนกันอยู่ คือมติเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ป้ ๒๕๕๒ ในเรื่องการอนุญาตให้ใช้ อนุญาโตตุลาการทําสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีเปึนรายกรณี ดูเหมือนว่าอาจจะมีปัญหาในการตีความกันอยู่ เพราะมี หลายประเทศที่เราได้ตกลงกันไปแล้วว่าให้ใช้วิธีอนุญาโตตุลาการได้ แต่ปัญหามันก็ เกิดขึ้นเนื่องจากการที่เมื่อได้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการแล้ว เมื่อมีการพิจารณาปรากฏว่า ฝ์ายรัฐเปึนฝ์ายแพ้มาแล้วหลายคดี ก็เลยเปึนเหตุที่ทําให้มีมติ ครม. ออกมาอย่างนี้ แต่เมื่อมีมติ ครม. ออกมาหลายท่านก็บอกว่ามันก็จะไปขัดกับความตกลงระหว่างประเทศ ที่ให้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการเปึนหลัก ฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็อยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าในเรื่องข้อตกลง ความตกลงที่จะใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการ อันที่ ๑ เมื่อตกลงไปแล้วศาลประเทศไทยจะเข้ามาพิจารณาข้อกําหนดอนุญาโตตุลาการนั้น หรือไม่ หรือ ๒. อยากเรียนถามต่อไปว่ากรอบตรงนี้ที่มันยังสับสนกันอยู่ ท้ายที่สุด เราจะให้ใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยใช้อนุญาโตตุลาการหรือไม่ อย่างไร เอาให้ชัดเจนก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะสับสนเพราะว่าหลายประเทศตกลงกันไปแล้ว บางประเทศ กําลังตกลงอยู่ แล้วก็มติ ครม. ไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ครับอยากจะเรียนขอคําชี้แจงจาก ทางรัฐมนตรีครับ
มีสมาชิกท่านอื่น ๆ จะอภิปรายอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีนะครับ การอภิปราย เปึนอันยุติ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ให้ข้อแนะนํา ข้อสงสัย ข้อสนับสนุน แล้วก็ข้อห่วงใยต่าง ๆ ต่อการจัดทําข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครอง การลงทุน ประเด็นแรกที่ผมอยากจะขอย้ําก็คือว่าข้อตกลงอันนี้เปึนการคุ้มครองธุรกิจ ของทางภาคเอกชนนะครับ เพื่อผลประโยชน์ของทางภาคเอกชนเปึนสําคัญ แล้วถ้าเผื่อ สําหรับในประเทศไทยก็ช่วยในเรื่องของการที่จะสร้างงานด้วยนะครับ คราวนี้ผมขอตอบ ไล่เปึนข้อ ๆ ไปดังที่ได้สอบถามไว้
ประเด็นแรก เรื่องของการเคลื่อนย้ายทุน ข้อตกลงนี้ไม่เกี่ยวกับ การเคลื่อนย้ายทุนนะครับ เพราะว่ามันมีหลักเกณฑ์ต่างหากอยู่แล้ว แล้วการเคลื่อนย้าย ทุนออกนอกประเทศนั้นก็อยู่ในคณะกรรมการที่ธนาคารชาติเปึนสําคัญนะครับ นอกจากนั้นแล้วในการลงทุนระหว่างประเทศหรือว่าในต่างประเทศนั้นทางภาคเอกชน นอกจากนําเงินจากในประเทศของตนเองออกไปในต่างประเทศตามกฎเกณฑ์ของ ธนาคารชาติแล้วก็ยังจะหาระดมแหล่งเงินทุนในต่างประเทศได้ในลักษณะของ คอนซอร์เตียม (Consortium) อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ทางเอกชนก็สามารถที่กระทําอยู่แล้ว ก็ทําอยู่กันอย่างกว้างขวาง
ในเรื่องของประเด็นปัญหาเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตร ต้องขอกราบเรียนว่า ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนครั้งแรกที่เราได้มีนโยบายและมาตรการ เข้าไปแทรกแซงรายได้ของเกษตรกรอย่างน้อยก็ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว แล้วก็ ได้มีการขึ้นทะเบียนผ่านทางธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วนะครับ แล้วก็ได้มีการดําเนินการมา ตั้งแต่ปลายป้ที่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็มีเสถียรภาพต่อรายได้ของเกษตรกร ส่วนการที่จะขายของไปสู่ตลาดภายในประเทศหรือในต่างประเทศอันนี้มันก็เปึน อีกตอนหนึ่งว่าราคามันจะขึ้นลงอย่างไร ถ้าเผื่อไปขายต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็เปึน การดําเนินการโดยบริษัทเอกชนนะครับ มันก็มีวิธีการในการที่จะสร้างความมั่นคงก่อน ในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนการที่เรียกว่าจะไปเอช (H) ไว้ ตรง ๓๐ บาท หรือ ๓๒ บาท อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็เปึนสิ่งที่ทราบกันดีอยู่ว่าสินค้าที่จะไปขายในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะหลุดมือออกไปจากทางเกษตรกรแล้ว แต่ว่าในกรณีที่ทาง ท่าน ส.ส. ท่านวุฒิสมาชิกประสงค์ที่จะให้สหกรณ์ไปขายสินค้าโดยตรงในต่างประเทศ ทางกระทรวง การต่างประเทศพร้อมที่จะร่วมดําเนินการในการที่จะหาลูกค้าให้นะครับ ก็ได้มี การดําเนินการบ้างแล้วเช่นสหกรณ์ที่จังหวัดเพชรบุรีก็มีคล้าย ๆ ข้อตกลงกับทางฝ์าย สหกรณ์ของญี่ปุ์นอยู่ แล้วก็มีการซื้อขายกันโดยตรง โดยที่เราก็มีเครือข่ายของสถานทูตไทย แล้วก็สถานกงสุลอีกประมาณ ๘ แห่งในประเทศจีน ถ้าเผื่อสหกรณ์ของไทยในจังหวัดต่าง ๆ ประสงค์ที่จะขายสินค้าโดยตรงก็สามารถที่จะกระทําได้นะครับ แล้วเราก็พร้อมที่จะให้ ความร่วมมือ เมื่อประมาณสักเดือนกว่า ๆ มานี้เองที่สถานทูตของเราที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามก็ได้นําเกษตรกรจากหลาย ๆ จังหวัดที่ผลิตผลไม้ไปแสดงสินค้าที่ กรุงฮานอย แล้วก็ได้ขายสินค้าโดยตรงต่อผู้ประกอบการหรือผู้นําเข้าของเวียดนาม อันนี้ ก็เปึนตัวอย่างอันหนึ่งที่สามารถที่จะระบายสินค้าจากสวนโดยตรงไปถึงมือของผู้บริโภค ในประเทศใกล้เคียงได้นะครับ
สําหรับในกฎเกณฑ์ว่าด้วยการหมุนเวียนของเงินตรานั้น สืบเนื่องมาจาก การที่ได้มีประเด็นปัญหาของโลกเกี่ยวกับการเงินก็ดี กิจการธนาคารก็ดี ท่านสมาชิก ทั้งหลายคงจะทราบว่าตอนนี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือกันในกรอบของสถาบันไอเอ็มเอฟ (IMF) และธนาคารโลกในการที่จะให้มีบริหารจัดการแล้วก็จัดวินัยทางด้านการเงิน การคลัง การธนาคารระหว่างประเทศ นอกจากกรอบของไอเอ็มเอฟ แล้วก็ธนาคารโลก เวิลด์แบงก์แล้วก็มีการประชุมที่เรียกว่าจี ๘ (G 8) แล้วก็จี ๒๐ (G 20) ผมคิดว่าประเทศหลัก ๆ ของโลกทั้งหลายกําลังเพียรพยายามที่จะก่อให้เกิดความโปร่งใสและวินัยในการหมุนเวียน ของเงินตราให้ลดการเสี่ยง แล้วก็การเก็งกําไรที่ขาดวินัยต่าง ๆ เหล่านี้
ส่วนประเทศไทยนั้นสืบเนื่องมาจากการที่เราได้ประสบกับประเด็นปัญหา เมื่อป้ ๒๕๔๐ เราก็ได้ปฏิบัติในการที่ได้มีการปฏิรูปการเงินการคลังของเรา การธนาคาร ของเราอย่างใหญ่หลวง แล้วเรามีความเข้มแข็งในตัวของเราเองดังจะเห็นได้ว่าวิกฤติ การเงินที่นครนิวยอร์กหรือของโลกเมื่อ ๒ ป้ที่แล้วนั้น ทางภาคการเงินการธนาคารของเรา มิได้รับผลกระทบนะครับ ได้รับผลกระทบน้อยมาก อันนี้สืบเนื่องมาจากที่เราได้มี การปฏิรูปการเงินการธนาคาร แล้วก็ความเข้มแข็งของระบบการตรวจสอบของฝ์ายไทย โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็การทํางานอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งชาติ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องประเด็นปัญหา ทางการเงินนั้น ในส่วนของประเทศไทยเองเราก็มีความเปึนวินัย ส่วนการที่เงินบาทมันแพงขึ้นนั้น ก็เพราะว่าเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่ดีขึ้น เงินดอลลาร์มันตกต่ําก็เลยทําให้เงินสกุลอื่น ๆ ทั่วโลกนั้นแข็งขึ้นโดยปริยาย แต่ผมก็ ค่อนข้างแน่ใจว่าในการประชุมของจี ๘ จี ๒๐ ต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะมีการปรึกษาหารือของ ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลกในการที่จะเสริมสร้างให้มีเสถียรภาพของอัตราการแลกเปลี่ยน ทางการเงินมากยิ่งขึ้นครับ
สําหรับประเด็นปัญหาที่มีความห่วงใยว่าในการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มาได้รับสัมปทานในเรื่องของการค้นหาเพาะปลูกโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเกษตรนั้น ผมขอกราบเรียนดังนี้ว่าการที่จะลงทุนอย่างไรนั้นส่วนใหญ่ของต่างชาติต้องผ่าน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ (BOI) แล้วก็มันมีการกําหนดกันอยู่ว่าจะลงทุน ในเรื่องอะไรที่อยู่ในระดับความสําคัญหรือความสนใจของประเทศไทยมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วมันก็ต้องดูเกี่ยวกับกฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะ ณ วันนี้ตามนโยบายเรายังไม่ได้อนุญาตให้มี การใช้เมล็ดพันธุ์พืชจีเอ็มโอ (GMO) ในเชิงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นการที่ต่างชาติจะมา ลงทุนอย่างไรก็ตามจะไม่ได้ดูแค่ข้อตกลงอันนี้ที่จะคุ้มครองแล้วก็ส่งเสริมการลงทุน เท่านั้นเอง จะต้องดูตัวบทกฎหมายอื่น ๆ รวมทั้งดูนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของ ประเทศไทย ทั้งในเรื่องของอุตสาหกรรมและในเรื่องของภาคเกษตรหรือเกษตรแปรรูปด้วย และที่สําคัญที่สุด ณ วันนี้เราไม่ยอมให้ต่างชาติมาซื้อที่ดินหรือมาเช่าที่ดินในการที่จะทํา การเกษตร แล้วสิ่งที่รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลที่ผ่านมามุ่งทําก็คือในการที่จะมุ่งให้เกษตรกร รายย่อยมีที่ทํากินของตนเองเปึนสําคัญ เพราะฉะนั้นโอกาสในการที่ต่างชาติจะเข้ามายึด ครอบครอง แล้วก็มาบิดเบือน แล้วก็มาขโมยทรัพย์สินทางปัญญาทางด้านการเกษตร ของไทยนั้น มันก็มีข้อจํากัด แล้วก็มีระบบการปกปัองคุ้มครองอยู่ในตัวของมันแล้ว
ส่วนประเด็นคําถามเกี่ยวกับว่าในการไปคุ้มครองการลงทุนของไทย ในต่างประเทศ ผมขออนุญาตกล่าวชื่อของวุฒิสมาชิกวิชาญ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ เพราะว่าในช่วง ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาท่านก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามในวุฒิสภาและในรัฐสภา หลายครั้ง ก็เปึนเรื่องที่ว่าการไปส่งเสริมการลงทุนธุรกิจของไทยในต่างประเทศก็เปึน เรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ของหน่วยราชการไทยโดยองค์รวม ในการที่จะเข้าไปคุ้มครอง คนไทยในต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาก็จะคุ้มครองในลักษณะของคนไทยที่ตกทุกข์ ได้ยาก แต่สืบเนื่องมาจากการเสนอแนะ การเรียกร้อง ของท่านวุฒิสมาชิกวิชาญนั้น ที่กระทรวงการต่างประเทศเราก็ได้เริ่มที่จะมีคณะทํางาน ไม่ใช่จะคุ้มครองคนไทย ที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ จะดําเนินการในการที่จะไปคุ้มครองธุรกิจของไทย ในต่างประเทศ แล้วก็เปึนเรื่องของการที่จะต้องไปประมวลประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา ที่บริษัทเอกชนของไทย แล้วก็รัฐวิสาหกิจของไทย โดยเฉพาะการป่โตรเลียมที่ได้เริ่มเข้าไป ลงทุนในต่างประเทศ ก็เปึนเรื่องของการที่อยู่ในช่วงของการเริ่มต้น ในช่วงของการที่จะ เริ่มเรียนรู้แล้วก็หาระบบ อันนี้ถามว่าแล้วเราจะปกปัองการลงทุนของไทยในเรื่องอะไรบ้าง เท่าที่ผมจําได้ขณะนี้ก็คงจะมีประมาณสัก ๕ แขนงที่สําคัญนะครับ อันที่ ๑ ทางด้าน พลังงานเปึนสําคัญ อันที่ ๒ ในเรื่องกิจการทางด้านการก่อสร้าง อันที่ ๓ ในเรื่องของ อุตสาหกรรมการเกษตร อันที่ ๔ ในเรื่องของสิ่งทอ เสื้อผ้า แล้วก็อันที่ ๕ ที่เกี่ยวกับกิจการ ของสปา (Spa) ของโรงแรม ของสินค้าอาหาร ก็คิดว่าอันนี้อยู่ในระดับสําคัญ ๕ แรก ที่เราจะเข้าไปช่วยกันในการที่จะทั้งส่งเสริมแล้วก็คุ้มครอง คู่ขนานกันไปกับข้อตกลง อันนี้นะครับ กระผมเองก็ได้มีโอกาสปรึกษาหารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการที่จะส่งเสริมให้ธนาคารไทยโดยเฉพาะของเอกชนและของรัฐเข้าไปมีสาขาอยู่ใน ต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่ทางวงการธุรกิจของประเทศเยอรมนีที่นครแฟรงก์เฟ่ร์ตเรียกร้องมา ก็อยากจะได้เห็นธนาคารของไทยไปปรากฏตัวหรือจะมีสาขา หรือที่เรียกมีคอร์เรสพอนเดนซ์ (Correspondence) คือมีตัวแทนอยู่ที่นั่น เช่น ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของ ประเทศไทย มันเปึนสิ่งที่เราจะต้องดําเนินการร่วมมือกันไปในหลาย ๆ องค์กรในการที่จะ เข้าไปทั้งส่งเสริมแล้วก็คุ้มครอง ส่วนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลาธุรกิจของไทย มีปัญหาในต่างประเทศนั้นจะทําอย่างไร ในกรอบข้อตกลงนี้ก็บอกไว้แล้วนะครับว่า อันแรก ก็ต้องไปในเรื่องของการไปสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศนั้น ๆ ก็จะไป ฟัองร้องกันเปึนสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ทางสถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศทําคู่ขนาน กันไปก็คือการเรียกร้องแล้วก็โน้มน้าวทางการเมืองแล้วก็ทางการทูต อันนี้ก็ทําอยู่ ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเรื่องของการพิพาทจะอยู่ที่ศาลแล้วก็ตาม เราก็ยังใช้มาตรการ ทางการทูตและทางการเมืองในการที่จะบอกกล่าวกับกระทรวง ทบวง กรม ของเขา เพื่อให้บริษัทของไทยเรานั้นได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมแล้วก็โปร่งใส อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ ดําเนินการอยู่ แล้วก็ควรจะต้องกระชับการดําเนินการร่วมกันต่อไป
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ ในประเทศนั้น ๆ เพื่อจะช่วยกันปกปัองธุรกิจของไทย นอกจากนั้นแล้วที่เราได้เริ่มทํามา ในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา คือการส่งเสริมให้ธุรกิจไทยตั้งตนเปึนชมรม แล้วก็เปึนสมาคม โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปร่วมในการที่จะช่วยจัดตั้งสํานักงานในระยะเบื้องต้นด้วย อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ได้เริ่มดําเนินการแล้ว แล้วจะดําเนินการขยายต่อไป ส่วนล่าสุดนั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านสมาชิกรัฐสภาควรจะทราบว่าที่กระทรวงอุตสาหกรรมเปึนครั้งแรก ที่ได้มีการพิจารณากันในการที่จะตั้งสํานักงานส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ขึ้นที่กระทรวงอุตสาหกรรม และ ณ วันนี้ก็ได้มีการจัดตั้งหรือว่ามีการดําเนินการในการ ที่จะประสานงานกับทางภาคเอกชนผ่านคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย ในต่างประเทศขึ้นแล้วที่กระทรวงอุตสาหกรรม แล้วกระทรวงการต่างประเทศก็หวังว่า จะได้ดําเนินการอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องนี้ ในการที่จะประสานกับ ทางภาคเอกชนที่ไปลงทุนในต่างประเทศนะครับ
ส่วนประเด็นที่ว่าเวลามีข้อพิพาทแล้วผมก็ได้กราบเรียนแล้วว่ามันต้องไปที่ ศาลของประเทศนั้น ๆ ส่วนถ้าเผื่อเกิดในประเทศไทย สิ่งแรกที่เราอยากจะให้คู่กรณี เกิดความเปึนธรรมก็คือไปที่ศาลไทย แต่เขาก็มีสิทธิในการที่จะเลือกไปที่อนุญาโตตุลาการ แล้วส่วนที่เกี่ยวกับมติ ครม. นั้น ก็เปึนมติที่พูดไว้ในภาพรวมแล้วก็ขอให้รัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องมาขอมติ ครม. เปึนกรณี ๆ ไป แล้วส่วนที่ทําไมถึงจะต้องไปที่อนุญาโตตุลาการ ก็เพราะว่าการกู้เงินส่วนใหญ่นั้น มันไม่ใช่เปึนการกู้ในประเทศไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แค่นั้นเอง ส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่จะเปึนการกู้เงินในต่างประเทศ แล้วพอมาเปึนอะไรที่ ไปเกี่ยวกับต่างประเทศแล้ว เขาก็บอกว่าเมื่อมีข้อพิพาทนั้นเขาก็อยากจะไปที่ส่วนกลาง คือคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการเปึนสําคัญ มันเปึนเงื่อนไข เปึนหลักปฏิบัติสากล ระหว่างประเทศครับ ส่วนรัฐวิสาหกิจของไทยที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นก็จะต้องนําเรื่องกลับมา ที่ ครม. เพื่อขออนุมัติเปึนกรณี ๆ ไป แต่ว่าประเด็นปัญหาทั้งหมดนั้นมันก็ต้องไปดูที่ สัญญาตั้งแต่ต้นด้วยว่าเราจะต้องเขียนสัญญาในการที่จะทํามาค้าขายกับต่างประเทศนั้น ให้รัดกุม มีความโปร่งใสเปึนสําคัญด้วย อันนี้ก็อยากจะขอกราบเรียนไว้ด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องที่บอกว่าประเทศไทยยังเล็กอยู่ ยังไม่ลงทุนในต่างประเทศมาก อันนี้ในแง่หนึ่งก็จริงนะครับ แต่ว่ามันก็เปึนเรื่องที่เราจะต้องปูทางไว้ เพราะว่าสถิติมันได้ บ่งบอกไปแล้วในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมาบริษัทของไทย ได้เริ่มไปลงทุนในต่างประเทศมากยิ่งขึ้นเปึนลําดับ แล้วก็ไม่ใช่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่นะครับ ขนาดกลางก็จะต้องเริ่มไป ทําไมถึงจะต้องเริ่มเข้าไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะ ในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าการส่งสินค้าจากประเทศไทยที่เดิมได้แต้มต่อที่เรียกว่า สิทธิพิเศษทางศุลกากรหรือจีเอสพีที่เราเคยได้รับจากประเทศญี่ปุ์นก็ดี สหภาพยุโรปก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี เราเริ่มที่จะถูกอะไรนะครับ ขับออกไปแล้ว เพราะเขาเริ่มเป่ด ที่ให้กับประเทศที่กําลังยากจนและเปึนประเทศกําลังพัฒนาที่พัฒนาน้อยที่สุด ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา หรือแม้กระทั่งประเทศเวียดนามก็ดี เขายังได้แต้มต่อ เพราะฉะนั้นการที่บริษัทเอกชนขนาดย่อมและขนาดกลางของเรา ไปลงทุนในประเทศเหล่านี้ สินค้าก็จะส่งไปที่ประเทศญี่ปุ์น ไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้แต้มต่อทางภาษีศุลกากร แต่ถ้าเผื่อส่งจากโรงงานของเราไปแล้วจะเริ่มไม่ได้แต้มต่อ ก็มีความจําเปึนที่เราจะต้องไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้กระทั่งในประเทศ บังกลาเทศหรือในประเทศศรีลังกานะครับ เพื่อที่เรายังจะขายสินค้าเราไปได้ หากําไรได้ ในขณะเดียวกันก็ขายเทคโนโลยีด้วย อันนี้เปึนความจําเปึน ในขณะเดียวกันการที่จะไป ลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านนั้น เราก็ไปช่วยลดระดับความยากจนด้วย มันก็เปึนพันธกรณีของอาเซียนด้วยกันที่ว่า ประเทศอาเซียนรุ่นเก่า ๖ ประเทศนั้นจะต้องช่วยให้ประเทศอาเซียนอีก ๔ ประเทศ รุ่นใหม่นั้นมีความเจริญยิ่งขึ้น แล้วถ้าเผื่อเขาเจริญยิ่งขึ้น ปัญหาข้ามชาติ การค้ามนุษย์ก็ดี ของเถื่อนก็ดี โจรผู้ร้ายก็ดี โรคภัยต่าง ๆ ก็ดี โรคปากเป๋ือยเท้าเป๋ือยก็ดี มันก็จะได้ ไม่ข้ามฟากเข้ามากระทบต่อจังหวัดต่าง ๆ ตามขอบชายแดนของประเทศไทย เพราะฉะนั้น การที่เราได้ไปลงทุนในต่างประเทศนั้นเปึนสิ่งที่ดี เมื่อเราจะไปลงทุนแล้วก็มีความจําเปึน ที่เราจะต้องมีข้อตกลงอันนี้เพื่อจะคุ้มครองเพื่อให้นักลงทุนของเราไปลงทุนในต่างประเทศ ด้วยความมั่นใจและมีรัฐนั้นเปึนตัวที่จะให้ความคุ้มครองและช่วยดูแลผลประโยชน์ ของเขาด้วย อันนี้ก็เปึนสิ่งที่อยากจะขอกราบเรียน นอกจากนั้นแล้วในกรอบของอาเซียนเอง เราก็ได้มีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนซึ่งกันและกัน ซึ่งได้มีการลงนาม ได้มีการเจรจาแล้ว แต่ว่ายังไม่มีผลบังคับใช้ ยังอยู่ในระหว่างการดําเนินการ
แล้วที่สําคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือทางด้านพลังงาน การที่การป่โตรเลียม ไปลงทุนไว้ทั่วโลกนั้นก็มีความจําเปึนจะต้องมีรัฐหรือข้อตกลงอันนี้คุ้มครอง แล้วการที่ การป่โตรเลียมได้ไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ก็สร้างความมั่นคงให้กับนโยบายพลังงาน ของเราว่าเราจะมีแหล่งที่มาของพลังงาน เพื่ออํานวยให้คนมีไฟฟัาใช้ มีวัตถุดิบ เพื่อการอุตสาหกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความจําเปึนที่เราจะต้องรีบไป ให้การคุ้มครองหรือไปดักทางไว้ล่วงหน้าโดยมีข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเองก็เพิ่งเดินทาง ไปที่ประเทศมอนเตเนโกร ผมก็เพิ่งไปที่ประเทศอินโดนีเซียมา ต่าง ๆ เหล่านี้เราเริ่มมี โอกาสที่จะไปลงทุนมากยิ่งขึ้น เราเริ่มมีคณะทางภาคเอกชนของเราไปที่ยุโรปตะวันตก เราเริ่มเข้าไปในเอเชียกลาง ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนแหล่งลงทุนของเรามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เราเริ่มที่จะทําความตกลงกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับว่าเรา ได้ไปสร้างกรอบ เสริมสร้างความแน่นอน ความมั่นใจ ให้กับทางเอกชนของเรา และวิสาหกิจของเราล่วงหน้า อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เปึนภาระหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะดูแล แล้วก็ส่งเสริมธุรกิจของเอกชนไทยในต่างประเทศ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ก็จะเปึนการขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจาความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านวิชาญมีอะไรครับ
มีนิดเดียว ท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ คือประเด็นที่ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบนั้นผมว่ามันไม่ตรงกับที่อยากจะได้นะครับ ผมขออนุญาต อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ คือทราบว่าท่านตั้ง คณะทํางานแล้ว ผมขออนุญาตไปคุยกับคณะทํางานท่านได้ไหมครับ จะได้ตรงประเด็น เพราะถ้าอย่างที่ท่านว่าก็คือถ้ารอให้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายนั้น ผมว่าบริษัท ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ของเราไปต่างประเทศไม่ได้เลยนะครับ เพราะว่าถ้าไปลงทุน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท แล้วไปมีปัญหากับเขาต้องไปสู้คดีในศาลนะครับ เราไม่มีทาง เอาตัวรอดได้เลย มันต้องใช้กระบวนการ วิธีการ ทางลัดครับ ผมขออนุญาตว่าจะขอ ท่านรัฐมนตรีไปคุยกับคณะทํางานของท่านได้ไหมครับ เพื่อจะได้ให้เกิดประโยชน์กับ นักลงทุนไทยในต่างประเทศ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกที่เข้ามา ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มแสดงตนนะครับ ท่านที่ยังอยู่ข้างนอก เชิญเข้ามาข้างในนะครับ จะลงมติแล้วครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องประชุมนะครับ โปรดเสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มแสดงตน ด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
คุณหมอวิรัตน์เสียบบัตร หรือยังครับ ท่านที่เข้ามาใหม่รีบเสียบบัตรนะครับ ท่านประสงค์เสียบบัตรหรือยังครับ เสียบบัตรครบหมดทุกท่านแล้วนะครับ ใครยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เสียบหมดทุกคนแล้วนะครับ ส่งผลมาได้ครับ ๓๑๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปผมจะถามมติ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับ กรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนหรือไม่ ท่านผู้ใด เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบหมด ทุกท่านแล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕๕ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ที่ประชุมเห็นชอบ กับกรอบนะครับ
วันนี้เราประชุมกันมามากแล้ว ๘ ชั่วโมงเศษแล้ว ขอเลื่อนระเบียบวาระ การประชุมที่เหลือไปที่การประชุมนัดหน้านะครับ วันนี้ขอป่ดประชุมครับ