ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน และกราบเรียนสอบถาม 4 ประเด็นก่อนอนุมัติ พร้อมหารือเรื่องการขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศไทยและจีน และเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ โดยหารือเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และขอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจงถึงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขข้อตกลงระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และข้อคําถามเกี่ยวกับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในข้อตกลงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยและศูนย์อาเซียน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ตามที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําเสนอ ระเบียบวาระที่ ๕.๔ เรื่อง บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่าง รัฐบาลแห่งรัฐสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เข้าสู่สภาเพื่อให้สภาได้อนุมัติให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตรวจสอบเอกสารรายงานข้อเสนอที่ทางคณะรัฐมนตรี เสนอต่อสภา ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนสอบถามอยู่ ๔ ประเด็นนะครับ ก่อนที่จะให้ ความเห็นชอบหรือไม่นั้น
ประเด็นที่ ๑ ผมดูเรื่องความชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เหตุที่ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญได้กําหนดชัดว่าหนังสือที่ถือว่า เปึนหนังสือสัญญาระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ต้องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเห็นชอบตามวรรคสอง ของมาตรา ๑๙๐ ประเด็นนี้ผมไม่ได้สงสัยนะครับว่า ประเภทหนังสือสัญญานี้จะเปึนหนังสือสัญญาหรือไม่ แต่ประเด็นที่ผมสงสัยก็คือว่า ดูจากขั้นตอนการทําข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจร่วมฉบับนี้เคยทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ เปึนต้นมา ไล่เลียงมาจนกระทั่งป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ และ ป้ ๒๕๕๒ โดย ป้ ๒๕๕๐ ที่ไล่เลียงมาเคยมีการผ่านสภาและรัฐสภาให้ความเห็นชอบไป โดยสาระสรุปแล้วเนื่องจาก มีการแก้ไขของประเทศจีน ผมเรียกสั้น ๆ ประเทศจีนขอแก้ไขสาระสําคัญในบันทึก ข้อตกลงมีอยู่ ๕ เรื่อง ซึ่งผมเองอาจจะไม่ลงลึกในรายละเอียดว่า ๕ เรื่องที่ประเทศจีน ขอแก้ไขนั้นคืออะไร แต่โดยความรวมแล้วก็คือเมื่อมีการขอแก้ไขของประเทศจีนก็เปึนเหตุ ให้หนังสือสัญญานี้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระทรวงการต่างประเทศ ของเราก็ได้ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญที่จะขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาเพื่อที่จะให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้วก็นําบันทึกความเข้าใจตรงนี้ไปนําสู่การมีผลบังคับใช้ ผมมีประเด็น ที่จะต้องกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับ ในเดือนกันยายน คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๙ ป้ ๒๕๕๒ อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจฉบับแก้ไข โดยประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งและมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนาม ในร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ในระหว่างการประชุมอาเซียน-จีน ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดําเนินการได้โดยไม่ต้อง เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก ประเด็นผมอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน หลังจากที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามไปเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ก็เข้าสู่กระบวนการที่ผ่านคณะรัฐมนตรีเพื่อจะเสนอสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ แต่ว่าช่วงการพิจารณาในป้ ๒๕๕๓ เดือนพฤษภาคม สภาผู้แทนราษฎรป่ดสมัยประชุมไป เรื่องที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระก็เปึนอันตกไปตามข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ เดือนสิงหาคมท่านรัฐมนตรียืนยันว่าจะนําเรื่องนี้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี หนังสือล่าสุดที่ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีได้ปรึกษาลงมติเห็นชอบให้เสนอเรื่องนี้เข้ามา ไม่ได้ติดใจครับในเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าขออนุญาตให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในเอกสารเสนอ ต่อสภาบางครั้งอาจจะต้องมีความละเอียด มีความรอบคอบ พอสมควร ไม่ใช่ผมสนใจ เรื่องประเด็นเล็กประเด็นน้อยครับ เพราะเรามีแค่นี้เองครับที่จะต้องพิจารณา ท่านดู เอกสารที่เสนอโดยกระทรวงการต่างประเทศ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ หน้า ๒ หลังจากที่ กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือยืนยันความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีนะครับ สถานะล่าสุด รอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ผมแปลความตรงนี้กับหนังสือนําส่งผมก็ไม่เข้าใจว่า บทสรุปในเอกสารนี้กับหนังสือนําส่งเปึนอย่างไร แต่ผมเข้าใจเอาเองนะครับ ผมถือนําส่ง เปึนหลักว่าเรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับว่าในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ เพื่อปัองกันความสับสน ของสมาชิกที่จะพิจารณาในรายละเอียดก็น่าจะทําให้เอกสารมันสอดคล้องและถูกต้อง นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเองติดใจเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่กราบเรียนท่านประธานไปว่ากรณีที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นให้ท่านรัฐมนตรีเอง ไปลงนามมีทั้งฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษที่แนบท้ายมาเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นั้น จะชอบด้วย รัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจ ท่านให้เหตุผลว่าเนื่องจากว่าไม่มีผลการบังคับใช้ ก็เลยสามารถที่จะลงนามได้ เนื่องจากไม่มีผลการบังคับใช้ท่านรัฐมนตรีเองก็ลงนามไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ผมไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ แต่ต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง โดยสาระสําคัญ วรรคสองเปึนประเภทหนังสือสัญญา และการทําหนังสือสัญญา วรรคสามเปึนเสมือนวิธีการที่จะทํานะครับ วรรคสาม ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านนะครับ บอกว่าก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือ สัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อความเห็นชอบด้วย กรณีที่ยังไม่ได้ทํา กรณีที่เพิ่งเริ่มการก็ต้องเสนอกรอบมา ความหมายก็คือว่ากรณีถ้าเปึนเรื่องที่เริ่มทําใหม่ ขั้นตอนแรกสุดกรอบเจรจาต้องได้รับ ความเห็นชอบ หลังจากผ่านกรอบเจรจาแล้วท่านไม่เจรจา เมื่อเจรจาแล้วจะลงนาม ในหนังสือสัญญาเปึนหนังสือสัญญาก็ต้องกลับมาที่สภาตามวรรคสองอีกครั้งหนึ่ง คืออย่างน้อย ๒ ครั้ง ท่านประธานครับ บันทึกความเข้าใจตรงนี้มันเสมือนเปึนสิ่งที่ ไม่ใช่กรอบแล้วครับ มันจะเปึนหนังสือสัญญาที่จะมีผลนําสู่การปฏิบัติแล้ว จะมีผล ผูกพันแล้ว ผมเองก็เลยกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องนะครับ รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุเลยครับว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจ ลงไปแล้วไม่มีผลบังคับผูกพันก็สามารถจะลงนามได้ แต่รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้ ก่อนดําเนินการทําหนังสือสัญญา การแปลความตรงนี้ผมก็ไม่แน่ใจเพราะว่าผมไม่ใช่ นักรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญเขาเขียนอย่างนั้น ก็เลยกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับเพื่อเปึนแนวการนําไปสู่การปฏิบัติ ถ้าผมเข้าใจ คลาดเคลื่อนท่านรัฐมนตรีเองก็ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาครับ เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่าง สมาชิกที่จะได้ให้ความเห็นชอบในโอกาสต่อไป จะได้ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องซักถามกัน สําหรับอะไรที่เปึนข้อบันทึกหรือเปึนข้อตกลงที่กระทํามา นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในการนําเสนอบันทึกความเข้าใจต่อรัฐสภาครั้งนี้ท่านนําเสนอมาทั้งหมด ทั้งหมด หมายถึงว่าบันทึกความเข้าใจทั้งหมดที่มีการลงนามโดยรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศ อาเซียนทั้ง ๑๑ ประเทศและประเทศจีน ผมก็กราบเรียนถามว่าการที่นํามาเสนอทั้งหมดนี่ จริงอยู่ครับเหตุผลที่ต้องเสนอเนื่องจากมีการแก้ไขของประเทศจีน ๕ ข้อ พอนํากลับมา ขอความเห็นชอบสภาอีกครั้งหนึ่งนํามาเสนอทั้งหมด เกิดว่าสภาติดใจในประเด็นใด ประเด็นหนึ่งที่ไม่มีการแก้ไขของประเทศจีนที่เปึนสาระใหม่นะครับ รัฐสภาแห่งนี้สามารถ ดําเนินการได้หรือไม่ เพราะท่านเสนอมาทั้งหมด ถ้าเสนอมาทั้งหมดหมายความว่า มติของรัฐสภาที่ผ่านไปแล้วก็ย่อมถูกนํากลับมาทบทวนได้ใช่หรือไม่ ต้องตอบตรงนี้ครับ ผมจะได้เข้าใจ แล้วสมาชิกที่ร่วมกันพิจารณาจะได้เข้าใจ เพราะบางครั้งเราหลงไปพิจารณา ในประเด็นสาระที่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเสนอเข้ามาใหม่ก็เสียเวลาแก่สภา เพราะข้อแก้ไข ของจีนที่มีอยู่ ๕ ประเด็นหลักตรงนั้นบางเรื่องไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ ครับ มันมีเรื่องเฉพาะ ของมันเอง เราจะได้ให้ความสนใจในประเด็นนั้น อันนี้เปึนคําถามผมนะครับว่า ถ้าท่านเสนอเข้ามาใหม่ ถ้าผมจะมองประเด็นอื่น ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ไม่ให้ความเห็นชอบ ประเด็นอื่นจะกระทําได้หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูในเนื้อหาสาระของ ข้อแก้ไขของประเทศจีน ผมมีข้อคําถามถึงแม้ว่าในเอกสารที่เสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ทางคณะรัฐมนตรียืนยันมาอย่างชัดเจนบอกว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนจะส่งผลดีต่ออาเซียนและประเทศไทย ในการเข้าสู่ตลาดของจีนได้มากขึ้น และศูนย์ฯ ยังมีบทบาทสําคัญยิ่งในการส่งเสริม ปฏิสัมพันธ์ของประชาชนอาเซียนและจีนในทุกระดับ โดยผ่านกิจกรรมการจัดแสดงสินค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา นี่คือข้อดีที่ท่านบอกว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูในสาระสําคัญ ที่เปึนข้อแก้ไข ผมมีคําถามครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในข้อ ๑๔ ผมถามในเนื้อหาสาระเลย เพราะปกติสมาชิกจะไม่ค่อยสนใจในรายละเอียดมากนัก แต่ผมถามว่าสิ่งที่ท่านยอม ให้เขาแก้ไข ท่านก็บอกว่าไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ประเทศไทยยังได้ ประโยชน์เหมือนเดิม ผมอ่านข้อ ๑๔ นะครับ ข้อความเดิมในข้อตกลงเดิมเขาเขียนว่า ให้จีน โดยถือตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง อนุญาตการนําเข้าโดยปลอดภาษีนําเข้า ของสินค้าและวัตถุดิบของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการจัดแสดงประชาสัมพันธ์ และแจกจ่ายสินค้าหรือวัตถุดิบนั้น ๆ เปึนตัวอย่างแจกฟรีตามความเหมาะสม ตลอดจน ให้จีนอํานวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือในการขายสินค้าและวัตถุดิบนั้น ๆ ในภายหลังด้วย ทั้งนี้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ จีนเขาไม่เอาข้อตกลงเดิม เขาเขียนอย่างนี้ครับ เขาเปลี่ยนสาระสําคัญ เขาเขียนว่า ให้จีน โดยถือตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อนุญาตการนําเข้าโดยปลอดภาษีนําเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มในการนําเข้าของสินค้าที่จําเปึน ประโยคเดิมไม่มีนะครับ ที่จําเปึน โดยศูนย์ฯ หมายถึงศูนย์อาเซียน จากประเทศสมาชิกอาเซียนในปริมาณที่สมเหตุผล สําหรับจัดแสดงและใช้ภายในบริเวณงานนิทรรศการแสดงสินค้าโดยไม่ให้เข้าสู่ตลาด ภายในประเทศของจีน เอาไปแสดงได้เท่านั้น ห้ามเข้าสู่ตลาด ก็คือการจํากัดเฉพาะใช้ เพื่อเปึนตัวอย่างแจกฟรีเท่านั้นเองนะครับ รวมถึงวัตถุดิบตกแต่งต่าง ๆ เพื่อใช้ในการจัดแสดง เพื่อส่งเสริมการจัดแสดง ประโยคสําคัญที่หายไปครับ ข้อความเดิม ตลอดจนให้จีน อํานวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือในการขายสินค้าและวัตถุดิบนั้น ๆ ในภายหลังด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีนตัดออก อันนี้ยกตัวอย่างครับว่ากระทบหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีเองต้องชี้แจงให้สมาชิกได้เข้าใจในประเด็นนี้ด้วย ข้อ ๑๕ ตัวอย่างเล็ก ๆ ครับ มีการแก้ไขนิดเดียว แต่ถือเปึนสาระสําคัญ เรื่องเดิมเขาบอกว่า เกี่ยวกับการสื่อสาร อย่างเปึนทางการของศูนย์ ให้ศูนย์ฯ ที่อยู่ในดินแดนของจีนและตราบเท่าที่สอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ได้รับการปฏิบัติไม่น้อยกว่าที่จีนให้กับองค์การระหว่างประเทศใด ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับลําดับความสําคัญ อัตราค่าบริการ และภาษี สําหรับบริการไปรษณีย์ และโทรคมนาคม ข้อความใหม่ที่จีนขอแก้ไขนะครับ เหมือนเดิมทุกอย่างครับ ตัดคําว่า และภาษี ออกไป ความหมายก็คือว่า เขาให้เฉพาะเรื่องของอัตราค่าบริการเท่านั้น ภาษี ไม่เกี่ยว เขาขอเก็บอยู่เหมือนเดิม ถ้ากรณีอย่างนี้เขาต้องเก็บภาษี ท่านประธานครับ ตรงนี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอย่างนี้กระทบต่อผลประโยชน์ของ ศูนย์อาเซียน กระทบผลประโยชน์ของประเทศไทยหรือไม่
อีกเรื่องหนึ่งเปึนตัวอย่างครับ ข้อ ๑๗ จริง ๆ มันมีข้อท้วงติงได้ทุกข้อ ใน ๕ ข้อ แต่ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ เรื่อง ให้จีนอํานวยความสะดวกการเดินทางเข้าเมือง ของบุคคลซึ่งเดินทางมาด้วยภารกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ ดังนี้ มีข้อความต่อไปนะครับ จีนเปลี่ยนใหม่ครับ อํานวยความสะดวกเช่นกันครับ ให้จีนอํานวยความสะดวก การเดินทางเข้าเมือง เช่น การตรวจลงตรา ของบุคคลซึ่งเดินทางมาด้วยภารกิจที่เกี่ยวข้อง กับศูนย์ฯ ดังนี้ เพิ่มข้อความ เช่น การตรวจลงตรา ความหมายคืออะไรครับ ความหมายว่า เขาเองก็สงวนสิทธิที่จะต้องลงตราในการเข้าเมืองของเขา นั่นก็คือวีซ่า (Visa) ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่ใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ ผมเองมีข้อกังวลเกี่ยวกับสาระสําคัญ ที่ขอเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะผมเองได้ดูเอกสารที่ทางฝ์ายสภาได้ทําให้สมาชิกนะครับ เรื่องเอกสารประกอบการพิจารณา ต้องขอบคุณทางฝ์ายวิชาการที่กรุณาได้ทําเอกสาร รายละเอียดประกอบมา เขาทําเรื่องปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกสินค้าไปประเทศจีนครับ แล้วก็เขาทําเรื่อง ปัญหาอุปสรรคการนําเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาให้สมาชิกได้รับทราบ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ปัญหาอุปสรรคในการส่งออกด้านกฎระเบียบ นั่นเปึนเรื่องที่ ๑ ระเบียบค่อนข้างยุ่งยาก หยุมหยิม ปัญหาการกําหนดและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ของประเทศจีน ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาการขนส่ง ปัญหาที่ ๔ เกี่ยวกับระบบการเงินของ ประเทศของประเทศจีนเอง สิ่งเหล่านี้ถ้ามาดูในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ทางการค้าแล้ว ผมถือว่านี่คือปัญหาอุปสรรคของประเทศไทยเราหรือสมาคมอาเซียน ที่จะส่งเข้าไปประเทศจีน ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้มันมีรายงาน มีผลการศึกษา ออกมาชัดเจน การนําเข้าก็เหมือนกันครับ เรานําเข้าจากประเทศจีนกฎระเบียบ ขั้นตอนนําเข้ามีความยุ่งยาก อันนี้เกิดจากของเราเอง ไม่ใช่ว่าแต่เขานะครับ ของเราก็มี ปัญหา การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต่อเนื่องขาดรายละเอียด ทําให้ ผู้นําเข้าไม่ทราบข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน มีปัญหาการลักลอบนําเข้าสินค้า การลอกเลียนแบบ ปลอมแปลง เรื่องหนักครับ เรื่องปลอมแปลงสินค้า ระบบการเงินไม่เปึนสากลทั้งของ ประเทศจีนและของประเทศไทย ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญภาษาจีน และรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมประเทศจีน อันนี้เปึนสิ่งที่ฝ์ายวิชาการเราพยายามทําข้อมูลมาประกอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้เปึนข้อห่วงใย ผมในฐานะเปึนสมาชิก ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรับผิดชอบโดยตรง ข้อแก้ไขนี้ท่านต้องตอบกับสมาชิกว่าท่านยังมีความกล้า ที่จะยืนยันว่าเรายังได้ประโยชน์อยู่เหมือนเดิมหรือไม่ หรือไม่เสียประโยชน์อะไร เพื่อเปึน ข้อมูลประกอบกับการตัดสินใจของสมาชิกที่จะได้ให้ความเห็นชอบกับข้อบันทึก ความเข้าใจระหว่างศูนย์อาเซียนกับประเทศจีนที่นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การนําเอกสารเหล่านี้เข้ามาสู่สภาผมก็เห็นใจทางรัฐบาล ทางคณะรัฐมนตรี เพราะว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันมากมาย ที่ท่านผ่องศรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเลื่อน ระเบียบวาระมา ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เราพยายามที่จะศึกษา อย่างวันนี้ ต่อไปจะเปึนเรื่องที่ ๔.๒ เรื่องที่ ๔.๒ ต้องกราบเรียนครับ วิปฝ์ายค้านเองเมื่อวานเรา พิจารณาไป ๔ เรื่องที่จะให้ความเห็นชอบ มีมติชัดเจน ๔ เรื่อง แต่เรื่องที่ ๔.๒ ที่จะเลื่อน ขึ้นมาเปึนเรื่องต่อไป แล้วก็เลื่อนเรื่องที่ ๔.๔ เรื่องที่ ๔.๘ เรื่องที่ ๔.๑ ถ้าพิจารณาทันวันนี้ พวกผมเองต้องสงวนสิทธิที่จะต้องขอปรึกษาหารือว่าเราจะมีมติอย่างไร เพราะเรา ไม่ทราบจริง ๆ ว่ารัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีจะเลื่อนขึ้นมาต่อเนื่อง ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมรอฟังคําชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าเรายังจะได้ประโยชน์อยู่ เหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าคําชี้แจงชัดผมยินดีให้ความเห็นชอบครับ ขอบคุณครับ