สุรเดช จิรัฐิติเจริญ หารือเรื่องการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน โดยเห็นด้วยในหลักการ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศจีนถือหุ้นใหญ่ 90% และศูนย์อาจจะเรียกศูนย์จีน-อาเซียนได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาดูด้วยว่าเป้าหมายหลักจริง ๆ แล้วนั้นเป้าหมายของประเทศจีนคืออะไร เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนจากความร่วมมือต่าง ๆ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามาอภิปราย ในระเบียบวาระที่ ๕.๔ เรื่องบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนระหว่าง รัฐบาลแห่งรัฐ สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็เปึนนิมิตหมายอันดีที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าการค้า การลงทุนเปึนสิ่งที่ป่ดกั้นไม่ได้และนับวันจะมีความร่วมมือพันธกรณีอีกมากมาย และเรา จะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ซึ่งจะมีความสมบูรณ์แบบในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งเปรียบเสมือนหนึ่งว่าเปึนกลุ่มประเทศเดียวกัน เปึนลักษณะคล้าย ๆ อียู (EU) ในต่อไป และประเทศจีนเองเราก็ทราบว่าเปึนประเทศที่ใหญ่นะครับ มีจีดีพี (GDP) หรือมีเศรษฐกิจ โตอันดับ ๒ ของโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนเปึนประเทศที่ใกล้กับ อาเซียนมากแล้วก็มีอิทธิพลอย่างมากในอาเซียน ดังนั้นเองความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่าง อาเซียนกับจีน หรือประเทศต่าง ๆ ที่จะเปึนอาเซียน-จีนก็ดี หรืออาเซียน+๓ อาเซียน+๖ หรืออาเซียน+๘ อนาคตก็ดี ก็เปึนสิ่งที่สําคัญนะครับ ท่านประธาน ตามที่ฝ์ายรัฐบาล ได้เสนอในการอนุมัติการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีนนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดีนะครับ เพราะว่าเปึนศูนย์ที่จะทํากิจกรรมเรื่องการแสดงด้านการค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา และที่ทางรัฐมนตรีได้บอกว่าค่าใช้จ่าย ในการดําเนินการของศูนย์นี้ประเทศจีนออก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เปึนของอาเซียน ถ้าเฉลี่ยกันอาเซียนมี ๑๐ ประเทศ เราก็รับผิดชอบแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ค่าใช้จ่ายประมาณอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าเรื่องเงินคงไม่เปึนสาระสําคัญ แต่บังเอิญที่ต้องเข้าสภานี้เนื่องจากว่ามันติดเรื่อง มาตรา ๑๙๐ ซึ่งต้องขออนุมัติในสภา ผมเองก็มีข้อสังเกตเพียงเล็กน้อยนะครับ บอกว่า ในเมื่อประเทศจีนตั้งศูนย์ถ้าในหลักธุรกิจแล้วถือว่าประเทศจีนเปึนหุ้นส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วตั้งศูนย์อาเซียน-จีนจริง ๆ แล้วอาจจะเรียกศูนย์จีน-อาเซียนก็ได้ เพราะว่าประเทศจีน เขาหุ้นใหญ่กว่าอาจจะไปเรียกศูนย์จีน-อาเซียนหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ เพราะว่า ประเทศจีนถือหุ้นถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของประเทศจีน ดังนั้นในหลักการเห็นด้วย แต่ที่เปึนข้อสังเกตคือเปัาหมายนั้นว่าประโยชน์หรือการตั้งศูนย์ นี้ผมคิดว่าคงไม่ผิดนะครับ เพราะอย่างที่ผ่านมาเมื่อวานนี้มติ ครม. ที่บอกว่า เรื่องอนุมัติความร่วมมือไทย-จีน ดูเหมือนดี แต่เงินกู้แล้วกลายเปึนเรื่องอัตราดอกเบี้ย ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ดี หรือต้องใช้สินค้าของประเทศจีน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือต้องใช้ อนุญาโตตุลาการของประเทศจีน ดังนั้นเองก็เปึนกังวลว่าอยากให้ทางฝ์ายราชการ ช่วยดูด้วยว่าเปัาหมายหลักจริง ๆ แล้วนั้นเปัาหมายของประเทศจีนคงได้ของเขา แต่ว่า เปัาหมายหรือผลประโยชน์ของอาเซียนอยากจะให้ฝ์ายที่เกี่ยวข้องช่วยดูด้วยนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่งคือว่าข้อมูลที่อยู่ที่ประเทศจีนนั้นเปึนศูนย์กลางที่ เปึนไปได้ไหมว่าทางประเทศจีนอาจจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลอาเซียนในการทําค้าขาย กับทางอาเซียน นั่นก็เปึนสิ่งที่ทุกคนร่วมกันอยู่แล้ว แต่อยากจะให้กลุ่มอาเซียนนั้น หาประโยชน์หรือหาข้อมูลจากอาเซียนเนื่องจากว่าประเทศจีนนั้นเปึนตลาดที่ใหญ่มาก ดังนั้นข้อกําหนดหรือข้อระเบียบต่าง ๆ อย่างเช่นสินค้า ก่อนหน้านี้เราเคยบอกว่า ความร่วมมือไทย-จีน เราบอกว่าประเทศจีนมีประชากร ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน เราเอง ค้าขายแค่ผลไม้อย่างเดียวก็ขายไม่ทันแล้ว แต่สุดท้ายเอาเข้าจริง ๆ นั้นข้อจํากัด หรือข้อกําหนดมากมายเนื่องจากว่าประเทศจีนมีหลายมณฑล ข้อกฎหมายและกฎเกณฑ์ แต่ละมณฑลไม่เหมือนกัน ดังนั้นเองไม่ทราบว่าศูนย์อาเซียน-จีนนี้จะเปึนศูนย์ที่จะช่วย ในการแก้ไขปัญหา หรือข้อขัดข้อง หรือระเบียบข้อบังคับของประเทศจีนหรือไม่ เนื่องจากว่าในของอาเซียนนั้นหรือโดยเฉพาะของประเทศไทยนั้นกฎหมายสินค้าที่เข้ามาถึง ประเทศไทยสามารถเข้าถึงจากชายแดนมาถึงกรุงเทพฯ ได้เลย แต่ของประเทศจีน สินค้าที่จะขายไปยังประเทศจีนเอาติดแค่กวางเจาก็เสร็จแล้ว คนที่จะค้าขายต้องมี ไลเซนซ์ (License) แล้วประเทศจีนนั้นภาษีนําเข้าไม่มีแต่ว่าเสียแวท (VAT) หยุมหยิมมาก แล้วก็ระเบียบมาก ดังนั้นเองไม่ทราบว่าศูนย์อาเซียน-จีนนี้จะช่วยในการแก้ปัญหาหรือไม่ เพราะดู ๆ แล้วศูนย์นี้เพียงเพื่อแสดงสินค้านะครับ จัดแสดงสินค้า การสัมมนา การลงทุน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการศึกษา ก็ฝากประเด็นหนึ่ง
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องวัฒนธรรมและการศึกษานะครับ เราบอกว่า สมัยก่อนภาษากลางนั้น ภาษาอังกฤษจําเปึน ต่อไปภาษาจีนก็จําเปึน ดังนั้นเองการแลกเปลี่ยน ข้อมูลหรือการศึกษาก็เปึนสิ่งที่จําเปึน ก็อยากจะให้ใช้ประโยชน์ในศูนย์นี้ให้มากที่สุดครับ
แล้วอีกประเด็นหนึ่ง การทบทวนกรณีที่ไม่ทราบแล้วอนุมัติไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ของประเทศจีนแล้ว ไม่ทราบว่าเราสามารถทบทวนบทบาทได้หรือไม่ ถ้าเกิดดําเนินไปสักระยะหนึ่งแล้วบางทีประโยชน์นั้นอาจจะได้ฝ์ายประเทศจีนหรือไม่ อันนี้ไม่ใช่ว่ามองเปึนเชิงลบ แต่ว่าเปึนข้อวิตกกังวลครับว่าพยายามจะใช้ประโยชน์ ศูนย์นี้ให้มีวิน-วิน (Win Win) หรือได้ข้อมูลทั้ง ๒ ฝ์ายเพื่อเปึนประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์ายว่า ความร่วมมือกัน คนเราคงไม่โง่กว่ากัน ถึงเขาเปึนประเทศใหญ่ก็เปึนสิ่งที่ดีที่เขาจะมา ช่วยเหลือและมีบทบาท ผมคิดว่าประเทศจีนนั้นเองถึงอาเซียนไม่ให้ความร่วมมือ ประเทศจีน ก็สามารถแผ่อิทธิพลไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป หรือประเทศต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นอาเซียนเองนั้นคงต้องใช้โอกาสนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ประเทศไทยนั้นตกขบวน จากความร่วมมือต่าง ๆ เพราะว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยนั้นก็เปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน ดังนั้นเองความร่วมมือต่าง ๆ ก็อยากจะให้สภาแห่งนี้พิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะมอง ๆ แล้ว หลายเรื่อง จริง ๆ แล้วการพิจารณาก็ควรจะรอบคอบและรัดกุม แต่ความรวดเร็วก็เปึน สิ่งจําเปึนว่าครั้งก่อนประชุมร่วมความร่วมมือเรื่องถิ่นกําเนิดสินค้า เราเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียนแท้ ๆ แต่เราเองกลับให้สนธิสัญญาเปึนรายสุดท้าย ประเทศสุดท้าย ดังนั้นเองความรัดกุม รอบคอบ และความรวดเร็ว เปึนสิ่งที่ดี เพราะเดี๋ยวนี้การค้าการขายเปึนสิ่งที่จําเปึน ส่วนตัวผมเองแล้วเห็นด้วยแล้วไม่ทราบว่าความร่วมมือลักษณะนี้ในศูนย์อาเซียนกับจีน ต่อไปเราจะมีศูนย์อาเซียนกับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศจีน ประเทศเกาหลี หรือไม่ จะเปึนประเทศอินเดีย หรือประเทศญี่ปุ์น หรือประเทศสหรัฐอเมริกาต่าง ๆ จะมีลักษณะนี้หรือไม่ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ เพราะว่าทางเพื่อนสมาชิกจะได้ มีความรู้ ความเข้าใจ แล้วก็เข้าใจในการพิจารณาต่อไป เนื่องจากว่าวาระนี้เปึนวาระใหม่นะครับ ผมว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็อาจจะอ่านไม่ทัน ผมก็เพิ่งมาอ่านเมื่อสักครู่นี้ข้อมูลอาจจะ ไม่ลึกเท่าที่ควรครับ เพราะว่าเปึนข้อมูลซึ่งเพื่อนสมาชิกทุกคนได้เท่าทันคือวันนี้ ก็ขอฝาก แล้วผมเชื่อมั่นในเจตนาดีของรัฐบาล เนื่องจากว่ารัฐบาลเองนั้นคงไม่เห็นประโยชน์ของ ประเทศชาติดีกว่าประเทศอื่น ดังนั้นเองสิ่งนี้สําคัญแต่ว่าขอให้มีความรวดเร็ว แล้วทาง รัฐสภาเองผมว่าเพื่อนสมาชิกคงจะให้ความร่วมมือในการพิจารณากรอบต่าง ๆ เนื่องจากว่ากรอบความร่วมมือต่าง ๆ ยังค้างอีกหลายเรื่อง แม้กระทั่งกรอบที่ทาง ท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรอบความร่วมมือเออีซีเรื่องรถไฟ สายสิงคโปร์-คุณหมิง ซึ่งจะพาดผ่านจากประเทศจีนมายังประเทศลาว เวียงจันทน์ และหนองคายมายังกรุงเทพฯ แล้วก็ปาดังเบซาร์-มาเลเซียต่อไป ในหลักการเห็นด้วย แต่ว่าอยากให้ดูให้รอบคอบนะครับ ในหลักการดีแต่รายละเอียดซึ่งผมติดตามข่าว จาก ครม. เมื่อวานนี้บางทีก็มีการหมกเม็ด หรือฝังในหรือเปึนการเสียเปรียบ ดังนั้น ผมเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลเองคงจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญมากกว่า ผลประโยชน์ของประเทศอื่นครับ ขอบคุณครับ