วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สนับสนุนรัฐบาลในการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองทางกฎหมายและวิธีการดำเนินการควบคู่กันไป และเรียกร้องการเตรียมมาตรการและหน่วยงานในการรองรับการคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ ของคนไทยในต่างประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขออนุญาตสนับสนุนรัฐบาลในกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุน ประเด็นของผมไม่ได้ติดใจเรื่องของกรอบการเจรจา แต่ประเด็น ผมติดใจในเรื่องของวิธีการ ในเรื่องของการคุ้มครองการลงทุนนั้นคงต้องมี ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ คือการคุ้มครองทางกฎหมาย นั่นคือที่มาของกรอบเจรจา ในครั้งนี้ที่มาขอให้รัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบ
อีกประเด็นหนึ่งที่เปึนประเด็นสําคัญควบคู่กันไปก็คือวิธีการที่จะต้อง ดําเนินการควบคู่กันไปกับข้อกฎหมาย ผมเองอย่างที่กราบเรียนนะครับว่าข้อกฎหมายนี้ รัฐบาลไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการดําเนินการในการออกกฎหมาย หรือว่ามีกรอบ การคุ้มครองการลงทุนกับประเทศต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่ประเด็นปัญหาไม่ใช่เรื่อง ข้อกฎหมายอย่างที่กราบเรียน แต่ประเด็นหลังจากที่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ข้อกฎหมาย ที่ได้มีการตกลงไว้จะดําเนินการอย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับว่า วันนี้ประเทศไทย ได้มีการลงทุนในต่างประเทศอยู่หลายกรณี แล้วก็มีหลายกรณีที่เราไปแล้วไปเกิดปัญหา ผมอยากเรียนว่าคงจะมี ๒ ประเภทในเรื่องการลงทุน
ประเภทที่ ๑ คือการลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าเปึนบริษัทคนไทย ไปลงทุนภายใต้ชื่อบริษัทของไทย เงินทุนไทยทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
อีกประเภทหนึ่งก็คือว่าไปลักษณะของการร่วมทุน ก็คือว่ากฎหมายท้องถิ่น บังคับให้ต้องมีเสียงข้างมากคือเสียงหุ้นส่วนในต่างประเทศเปึนเสียงข้างมาก แล้วเราก็มี หุ้นข้างน้อยอาจจะสูงสุดคือไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วในกรณีอย่างนี้มักจะเกิดปัญหา โดยปกติแล้วการลงทุนในบางประเภทหุ้นส่วนยังไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมากนัก เพียงแต่ว่า ดูหลักการ ดูหลักฐานว่ามีความมั่นคงแค่ไหนอย่างไร แต่ในด้านจิตใจนั้นหุ้นส่วนเอง ก็ไม่ทราบว่าจะเปึนอย่างไร ทีนี้พอดําเนินการไปแล้วสักระยะหนึ่งก็จะเกิดปัญหา ความขัดแย้งในหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน หรือว่าบางครั้งหุ้นส่วนท้องถิ่นอาจจะเปึนผู้มีอิทธิพล ก็พยายามจะใช้อิทธิพลบีบเพื่อจะเอาหุ้นมากขึ้นบ้างหรือจะบีบให้เราถอยออกไปบ้าง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ หรือแม้แต่บางครั้งเปึนเรื่องนโยบายรัฐบาลที่จะออกมาตรการ ในการกีดกันการลงทุนจากต่างชาติหรือว่าทําให้ผลประโยชน์ของการลงทุนในต่างประเทศนั้น ลดน้อยถอยลงไป สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้น ผมติดใจว่าเมื่อมีกรอบการเจรจา เมื่อมีการคุ้มครอง การลงทุนเกิดขึ้นรัฐบาลจะทําอย่างไร ที่ผ่านมาอยากจะกราบเรียนว่าจากประสบการณ์ ที่เคยสัมผัสมาเรามีปัญหาสิ่งเหล่านี้มาตลอดก็คือรัฐบาลไทยไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของ การคุ้มครองการลงทุนในลักษณะที่เปึนวิธีการปฏิบัตินะครับ เพราะว่าเรามักจะปล่อยให้ เอกชนไปฟัองร้องกันเอง ใช้สิทธิตามกฎหมาย ในบางเรื่องผมเข้าใจว่าทําได้ ใช้ได้ แต่ท่านประธานก็คงจะทราบว่า การใช้สิทธิตามกฎหมายนั้นบางครั้งใช้เวลาเปึนสิบป้ครับ กว่าจะจบสิ้น แต่กว่าจะถึงเวลานั้นผลประโยชน์ของประเทศไทยได้เสียหายไปแล้ว โรงงานอาจจะถูกป่ด บริษัทอาจจะต้องปล่อยคาไว้เฉย ๆ นะครับ มันก็เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น ในกรณีอย่างนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานถามไปยังรัฐบาลว่าในสิ่งซึ่งเปึนวิธีการรองรับ ที่ทางรัฐบาลไทยได้ออกแบบไว้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาอย่างที่กราบเรียนว่ารัฐบาล ไม่ได้มอง ทุกวันนี้ยังไม่สามารถจําแนกได้ว่าผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศนั้น มีอะไรบ้าง การลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม การลงทุนบางส่วนใช่ไหม หรือแม้แต่ คนไทยที่ไปเป่ดร้านอาหาร ไปเป่ดสปา ไปเป่ดอาบอบนวด ไปเป่ดธุรกิจต่าง ๆ นะครับ โดยส่วนบุคคลนี่ เวลามีปัญหาขึ้นมาถามว่าเขาจะทําอย่างไร ไปฟัองร้องกันเอาเอง หรืออย่างไร รัฐบาลจะมีช่องทางอย่างไรบ้าง มีหน่วยงานไหนจะพร้อมรับ ได้มีการออกแบบ กระบวนการขั้นตอนไว้อย่างไร ได้มีการออกแบบหน่วยงานไว้อย่างไรที่จะรองรับในสิ่งเหล่านี้ อันนี้คือสิ่งซึ่งเปึนความกังวล เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้การที่ไปทําความตกลงภายใต้กรอบ ที่ว่ามันก็ไม่เกิดประโยชน์
ผมอยากจะยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งที่เห็นชัดเจนนะครับ เมื่อหลายป้ก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของเราท่านหนึ่งพยายามที่จะมาดูแลเรื่องของ การค้าปลีก แล้วก็เห็นว่าบริษัทข้ามชาติทั้งหลายที่มาเป่ดห้างใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้น ก็เปึนการรุกรานในเรื่องของการทํามาค้าขายของห้างเล็ก ๆ ของร้านขายของชําทั้งหลาย พอขึ้นมารับตําแหน่งท่านก็บอกว่าต่อไปนี้จะมีนโยบายในการจํากัดผลประโยชน์ จํากัดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ พอท่านให้สัมภาษณ์ไปในวันรุ่งขึ้น ท่านทูตของชาติมหาอํานาจชาติหนึ่งก็มาเยี่ยมท่านรัฐมนตรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่เปึน มาตรการ พอท่านให้สัมภาษณ์ไป ในวันรุ่งขึ้นท่านทูตของชาติมหาอํานาจชาติหนึ่งก็มาเยี่ยม ท่านรัฐมนตรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่เปึนมาตรการเปึนวิธีการ ซึ่งเปึนสัญญาณที่ต่างประเทศ ใช้ในการคุ้มครองการลงทุนของเขา เพราะเขาเห็นว่าการที่รัฐบาลจะออกนโยบาย อย่างนั้นทําให้ผลประโยชน์ของบริษัทของเขาที่ลงทุนอยู่ในประเทศไทยแล้วเสียหาย เขาก็มีวิธีการ อันนี้เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ผมถามว่าประเทศไทยมีไหมในสิ่งเหล่านี้ เราเคยคิดไหมที่จะทํา มีมาตรการ ๑ ๒ ๓ อย่างไร ถ้ามีการร้องเรียนมาจะรอให้เขา ไปฟัองร้องกันจนไม่ได้รับความยุติธรรมแล้วค่อยมาหากระทรวงหรืออย่างไร ค่อยมาหา รัฐบาลหรืออย่างไรในประเด็นนี้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนอยากจะถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าในการที่จะเจรจาในเรื่องของการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน กับต่างประเทศนั้น ท่านได้เตรียมมาตรการ วิธีการและหน่วยงาน ในการรองรับ การคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ ของคนไทยในต่างประเทศไว้อย่างไรบ้างและท่านได้มีการจําแนก ผลประโยชน์ของคนไทยในประเทศไว้อย่างไรด้วย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ