รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๘ กันยายน ๒๕๕๓

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องกรอบการเจรจาการตกลงเพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนต่างชาติในประเทศไทยที่อาจนำไปสู่ผลเสียต่อประเทศและประชาชนของไทย เช่น การล้มละลายของธุรกิจไทย การสูญเสียงานและรายได้ของประชาชน และการเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนว่า วันนี้เปึนอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสในการพิจารณาเรื่องของกรอบการเจรจาการตกลง เพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน คงต้องขออนุญาตนะครับว่าต่อการเจรจานี้ก็คงต้องแปลความหมาย จริง ๆ ความหมาย มันก็คือเปึนลักษณะของหนังสือสัญญาหรือการตกลงร่วมกันในการที่จะคุ้มครองประเทศ คู่กรณีหรือคู่สัญญาในการลงทุนร่วมกันที่มีนักธุรกิจหรือพี่น้องประชาชนของแต่ละประเทศนั้น ไปลงทุน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการลงทุนหลาย ๆ เรื่อง ต้องขออนุญาตว่าเราคง ต้องบอกว่าสัญญานี้ดีไหม ดีครับ ถ้าเราไปทํากับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศต่าง ๆ แล้วเรามีนักธุรกิจของเราออกไปมาก ไปลงทุนกับเขาเยอะ ๆ ไปทําธุรกิจกับประเทศเขาเยอะ ๆ เราก็ได้รับการคุ้มครอง เสมือนหนึ่งสัญญานี้เปึนสัญญาการประกันภัย ประกันวินาศภัย ประกันชีวิตในลักษณะนั้น เปึนความมั่นคงของผู้ไปลงทุน นั่นผมเปรียบเทียบนะครับ แต่ในขณะเดียวกันประเทศของเราไม่ได้เปึนประเทศนักลงทุนในข้ามชาติ บริษัทข้ามชาติ ประเทศไทยที่จะไปลงทุนมันมีไม่กี่รายครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วนักธุรกิจในต่างชาติ ในประเทศต่าง ๆ นั้น ต้องบอกว่าประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศที่รับการลงทุน เสียมากกว่า ก็คือพูดง่าย ๆ เพื่อนบ้านทั้งหลายในโลกนี้ ประเทศต่าง ๆ ที่เปึนนักธุรกิจ มาลงทุนในบ้านเรา เราก็ต้องเอาสัญญาฉบับนี้ไปคุ้มครองเขา ถ้าหากว่าเกิดเหตุด้วยใด ๆ ก็ตามแต่ ผมยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แถวจังหวัดเพชรบุรีก็ตามแต่ หรือแถว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ตามแต่ ตลอดจนที่เกิดขึ้นในอดีตที่จังหวัดภูเก็ต หรือในปัจจุบัน ที่มาบตาพุด ที่จังหวัดระยอง สิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าประเทศไทยเราต้องคุ้มครองแล้วก็ดูแล ความเสียหายต่าง ๆ นั้นแน่นอนที่สุดเปึนความเสียหายที่เกิดจากใครก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ผลกรรมจะต้องได้รับก็คือพี่น้องประชาชนต้องเอาภาษี เอาเงินภาษีที่รัฐจะต้องเก็บ จากพี่น้องประชาชนมาแจกจ่ายชดใช้เขา เราคงต้องชั่งน้ําหนักดูว่าคนที่จะได้รับผลประโยชน์ ในการที่เรามีสัญญาตรงนี้เกิดขึ้นในการคุ้มครองการลงทุนกับคนไทยที่ไปลงทุนในต่างชาติ เขาเปึนใคร แล้วก็ได้รับมากน้อยขนาดไหน กับคนต่างชาติที่เขามาลงทุนในบ้านเรา แล้วเขาได้รับผลประโยชน์ไปอย่างนี้หรือเราจะต้องสูญเสียหากมันเกิดปัญหาขึ้นมานั้น คําถามก็คือว่าเราจะทําอย่างไร แน่นอนครับท่านประธาน ความสูญเสียที่มันเกิดขึ้น หรือการเกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่มันควรจะเกิดขึ้น แต่ว่ามันเกิดขึ้นจากการที่เรียกว่า การอนุมัติของข้าราชการหรือระบบที่ผมอาจจะเรียกว่าระบบล้มเหลว ก็อาจจะเปึนได้ เกิดขึ้นทําให้เรียกว่าสิ่งที่มันจะต้องเกิดเปึนปัญหากับประเทศชาติเราหรือส่วนที่มันเกิดขึ้น ในบ้านเรา

อีกประการหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมการลงทุนของเรา ใครก็ตามแต่ต่างชาติ ที่เข้ามาเราก็ไม่ได้ตีกรอบ เราไม่ได้ศึกษา เราไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรืออาจจะมี ความรู้ความเข้าใจแต่เราไม่ได้ใส่ใจ เราไม่ได้ใส่ใจในการที่จะตีกรอบ กําหนดกรอบ เราอยากให้เขามาอย่างเดียว ทําอย่างไรก็ได้ให้เขามาโดยไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว จะเกิดผลอะไรขึ้นในชาติบ้านเมือง แล้วเราก็เปึนรัฐบาลกัน เราก็เฮโลกันด้วยการประชาสัมพันธ์ บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนคนทั่วไปว่าป้นี้เราดีใจเหลือเกินเลยที่มีคนในต่างชาติ มาลงทุนประเทศเราเยอะมากมายก่ายกอง มากกว่าป้นั้นมากกว่าป้นี้เปึนจํานวนเท่านั้น เท่านี้ ผมยกตัวอย่างให้ครับ มันเปึนความอัปยศแล้วผมว่าเปึนความอัปยศจนกระทั่ง ทุกวันนี้ที่ผมขึ้นหัวข้อหรือพูดอย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง วิชาภูมิศาสตร์เขียนไว้ให้พวกผมอ่านในสมัยเด็ก ๆ ท่านประธานก็คงได้อ่านเหมือนกัน ศึกษาแล้วมีความเคลิบเคลิ้มตามนักวิชาการไทยในสมัยนั้นแล้วก็รัฐบาลไทยในสมัยนั้น เขียนแล้วให้เคลิบเคลิ้มให้เห็นด้วย ดีอกดีใจกันเหลือเกินเลยว่าประเทศไทยนั้นส่งไม้สัก ไปเปึนอันดับหนึ่ง เปึนประเทศต้น ๆ ของโลกในการที่นํารายได้เข้าประเทศ ทุกวันนี้ เปึนอย่างไรบ้างท่านประธาน เหลือแต่อะไร เหลือแต่แผ่นดินไม้ไม่เหลือเลย นั่นคือ นักวิชาการร่วมกับรัฐบาลในการเขียนกําหนดวิชาให้ลูกหลานได้เรียน แล้ววันนี้เปึนอย่างไรบ้าง บ้านเมือง นี่คือเช่นเดียวกันวันนี้มาออกสัญญา ก็บอกว่าสัญญาเหล่านี้จะเปึนสัญญาที่ดี มีความเหมาะสม มีความถูกต้อง ผมยอมรับครับ ถ้าประเทศไทยเราเปึนประเทศที่ส่งคน หรือคนไทยมีทุนเยอะออกไปทํามาหากินในต่างชาติเราจะได้รับความคุ้มครองประเทศ ที่เราไปลงทุนด้วย นักธุรกิจของคนไทย คนไทยที่ไปต่างชาติได้รับการคุ้มครอง เสมือนหนึ่ง ทําประกันชีวิต เสมือนหนึ่งทําประกันภัยไว้ สิ่งเหล่านี้จะไม่เปึนความล่มสลายและไม่เปึน ความเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันในขณะที่เราเปึนประเทศที่รับการลงทุนสิ่งเหล่านี้เราต้อง ไปคุ้มครองเขา ก็ดีครับ เพราะจะทําให้นักลงทุนต่างชาติเขาได้มีโอกาสที่จะเข้ามาแล้วเขา มีความมั่นใจแล้วก็จะได้มาลงทุนบ้านเราให้มากยิ่งขึ้น แต่คําถาม คําตอบ ที่อยากจะหา ก็คือเราตีกรอบไว้ดีหรือยัง เราตีกรอบไว้ดีหรือยังกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา เช่นในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครั้ง เช่นในเรื่องของปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการลงทุนเช่นที่มาบตาพุดในปัจจุบันนี้ จะเอา ๑๘ โครงการหรือจะเอา ๑๑ โครงการ หรือไม่เอาสักโครงการ และโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติแล้วเราจะต้อง ชดใช้เขากี่หมื่นล้านบาท นั่นเงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งหมดทั้งสิ้น ผมขออนุญาต กลับหันมาดูในเรื่องนี้ครับว่า ว่าหากการลงทุนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราไม่ได้ตีกรอบและเราไม่ได้ศึกษาหาความรู้หรือไม่ได้ใส่ใจก็คือในเรื่องของโชห่วยอย่างนี้ เปึนต้น นักลงทุนข้ามชาติที่ไม่ว่าจะเปึนห้างสรรพสินค้าที่มาในนามต่างชาติหรืออะไร ก็ตามแต่ที่เข้ามาที่เราได้เห็นได้อยู่กันทุกวันนี้ก็มาทําธุรกิจกันตาม ตัวเมืองต่าง ๆ เป่ดสาขาเต็มไปหมด ห้างต่าง ๆ เต็มไปหมด จนกระทั่งเรียกว่าร้านค้าชุมชนบ้านเรานี้ เรียกว่าร้านโชห่วยบ้านเราหมด เรียกว่าในอนาคตอาจจะล้มละลายทั้งหมดเลยก็ได้หรือ อาจจะไม่มีเลยก็ได้ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าเราไม่ได้ศึกษาหรือเราไม่ได้ใส่ใจ หรือเราไม่ได้ตีกรอบเอาไว้ในการที่จะทําในสิ่งต่าง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น ถามว่าต่างชาตินั้น มาลงทุนบ้านเราดีไหม ผมก็ให้คําตอบว่าดี เพราะจะได้มีเม็ดเงินไหล พี่น้องประชาชน จะได้มีงานทํา ในขณะเดียวกันเราจะได้มีความรู้ความเข้าใจว่าได้มีการศึกษาอย่างใกล้ชิดว่า เขาทําธุรกิจกันแบบไหนอย่างไร เราได้เห็น เราได้มีตัวอย่างแล้วได้มีการแข่งขันเกิดขึ้น เกิดการเรียนรู้ แต่สิ่งนั้นก็ต้องบอกว่าเราก็ต้องหาว่าแล้วเราจะอนุรักษ์หรือเราจะทําอย่างไร ให้คนที่อยู่ในสังคมของเราหรือเปึนลูกหลานของเราหรือคนบ้านเรานี้อยู่ได้ ไม่ใช่ต่างชาติ หลั่งไหลมาแล้วปรากฏว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเราอยู่ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ผมว่าเปึนสิ่งที่ ไม่น่าจะถูกต้องและไม่น่าจะเหมาะสม เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ที่กล่าวไปทั้งหมดนั้นก็คือว่าสิ่งที่เห็นนั้นท่านจะต้องทํานอกจากทํากรอบการเจรจาแล้ว ท่านต้องไปตีกรอบด้วยว่าอะไรบ้างที่เปึนข้อที่ท่านเห็นว่าควรจะเปึนข้อสังเกตหรือสิ่งที่ ท่านจะต้องไปตีกรอบในการที่จะทําอย่างไรให้มันสามารถที่จะทําให้สังคมไทยของเรา เดินต่อเนื่องได้ดี แต่ละธุรกิจแต่ละอย่างมันก็คงต้องบอกว่ากรอบหรือเรื่องราวต่าง ๆ นั้น มีเรื่องราวต่าง ๆ นั้นที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการที่ไปเจรจาแบบเหมาเข่ง การไปเจรจา สัญญาแบบรวมการเจรจาอย่างนี้มันก็ดีครับ แต่ข้อเสียในประเทศของเราจะมากกว่า เพราะว่าคนที่จะได้ดีอย่างที่กราบเรียนไปตั้งแต่ตอนต้นนั้น คนที่จะได้ดีหรือประเทศ ที่จะได้ดีคือประเทศที่ออกไปลงทุนข้ามชาติ ประเทศที่จะเสียหาย ประเทศที่ได้รับ ความสูญเสียคือประเทศที่ได้รับการลงทุน เท่ากับเรายอมเขาในการที่เรียกว่าเขามาลงทุน แล้วเราต้องยอมเขาทุกเรื่อง ในสิ่งเหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งเหล่านี้ผมเองแม้จะเห็นด้วยก็ไม่ได้เห็นด้วยทุกอย่างนะครับ แล้วจะเห็นด้วยก็ไม่ได้เห็นด้วย ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในสิ่งเหล่านี้คงต้องพิจารณาให้ดี แต่ในขณะนี้ถ้าเปึนลักษณะแบบนี้ผมบอกได้เลยนะครับ ท่านประธานว่าไม่ถูกกาลเวลา ไม่ถูกกับสมัยของประเทศเรา ประเทศเรายังข้ามไม่ถึง ตรงนี้ประเทศเรายังข้ามไม่ถึงครับ ผมเองยังไม่เห็นด้วย ถ้าบ้านเมืองเรามีฐานะการเงินที่ดี เรามีนักลงทุนที่ข้ามชาติเยอะ ๆ แล้วเห็นด้วยที่เราจะต้องดําเนินการและสิ่งที่ดําเนินการอยากจะเห็นด้วยว่าถ้าเราเหมา ทุกประเทศนั้นไม่ได้ เราเอาเปึนบางประเทศได้ไหม ประเทศไหนที่เรามีนักลงทุนของเรา ไปที่ดูแลได้ดีแล้วก็ทํากับประเทศนั้นประเทศไหนที่ยังไม่ดีเราก็ไม่ทํา อย่างนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่คนจะมาเปึนผู้นําประเทศ ไม่ว่าจะเปึน นายกรัฐมนตรีหรือเปึนรัฐมนตรีก็ตามแต่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าควรจะต้องนํามา คิดคํานึงถึง มิฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าความเสียหายมันก็จะเกิดกับ ประเทศเรา ทั้ง ๆ ที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดี บอกว่าอย่างไร บอกว่า ประเทศของเราตอนนี้เศรษฐกิจดี การส่งออกมากมายมหาศาล แต่ประเทศไทยเรา ประชาชนไม่มีเงินจะใช้ มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน วันนี้จนถ้วนหน้านะครับ ไม่มีสตางค์จะใช้ เกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินนี้ ก็นี่ละครับสิ่งที่บอกไว้ก็คือความรู้ความสามารถ และความเข้าใจในการที่จะแยกแยะวิธีการให้น้ําหรือให้เม็ดเงินมันหลั่งไหลหรือพูดง่าย ๆ ให้เลือดมันสามารถสูบฉีดไปได้ในส่วนของร่างกาย ร่างกายถึงสามารถเดินได้ปกติ เช่นเดียวกันประเทศชาติก็เหมือนกันครับ ถ้าวันนี้ไม่มีเม็ดเงินหลั่งไหลไปทั่วทุกหัวระแหง ของประเทศ ก็บอกได้เลยครับท่านประธานว่าเสมือนหนึ่งร่างกายของเราไม่ปกติครับ เท้าไม่มีเลือดไป ก็เดินไม่ได้ครับท่านประธาน สมองไม่มีเลือด ไปก็ตายครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าสังคมไทยก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ เม็ดเงินนั้นต้องหลั่งไหลไปทั่วทุกคน ทั่วทุกหัวระแหง ทั่วทุกชุมชนและทั่วทุกหมู่บ้าน ไม่ใช่ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มคนใดคนหนึ่ง ถ้าอย่างนี้ประเทศไทย พิการครับ ท้ายที่สุดก็จะเปึนปัญหาอย่างนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ก็คงไม่เห็นด้วย เพราะว่ายังไม่เหมาะกับกาลเทศะ ไม่เหมาะกับ ระยะเวลาของประเทศไทยเรา เพราะประเทศไทยเราไม่ได้เปึนผู้ลงทุนรายใหญ่ของโลก ถ้าประเทศไทยเปึนผู้ลงทุนรายใหญ่ของโลกแล้วจะมีความเหมาะสม ในขณะนี้เราเปึน ประเทศรับการลงทุน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนทุกคนต้องมีส่วนในการที่จะต้องดูแล มลพิษ มลภาวะ การลงทุนหรือผลกระทบที่เกิดจากการลงทุนของนักลงทุนข้ามชาติ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ