ชรินทร์ หาญสืบสาย เสนอความเห็นเกี่ยวกับความตกลงการลงทุนระหว่างประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความตกลงนี้ในการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของความตกลงที่ได้ทำไปแล้ว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดตากนะครับ วันนี้กระผมก็ใคร่ขอแสดงความเห็นจากการที่ทางกระทรวง การต่างประเทศได้เสนอกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน มาให้ทางรัฐสภาให้ความเห็นชอบในวันนี้นะครับ กระผมเองในฐานะข้าราชการเก่าของ กระทรวงพาณิชย์ ครั้งหนึ่งก็เคยไปประจําอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อประมาณ ๒๔-๒๕ ป้ก่อน จําได้เปึนอย่างดีตอนนั้นบริษัทซีพี ของเจ้าสัวธนินท์ได้เข้าไปลงทุน ในประเทศจีน แล้วสิ่งที่ท่านนายห้างธนินท์ เจียรวนนท์ ต้องการอย่างยิ่งก็คือความตกลง ฉบับนี้ละครับ คือในการที่จะทําความตกลงกับประเทศจีนว่าเมื่อลงทุนไปแล้ว ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับจะได้รับการคุ้มครองตามสมควร หรือว่าเครื่องจักร การลงทุนต่าง ๆ ที่ลงไปแล้วจะไม่ถูกทางประเทศจีนยึดไปในภายหลัง มีบ่อย ๆ ในอดีต ที่ผ่านมาการลงทุนในอเมริกาใต้หรือในหลาย ๆ แห่ง วันดีคืนดีเจ้าของประเทศก็บอกว่า ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะไม่ให้ต่างชาติมาลงทุน ที่ลงทุนมาแล้วก็ขอยึดไปเลย เพราะฉะนั้นสหรัฐอเมริกาหรือในยุโรปจึงให้ความสําคัญในความตกลงทํานองนี้ เปึนอย่างมากทีเดียว จริงอยู่ในอดีตนั้นน้อยรายมากที่ประเทศไทยจะมีโอกาสไปลงทุน ในต่างประเทศ ในยุคนั้นผมก็เห็นมีแต่บริษัทซีพีบริษัทเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ว่าเวลา มันเปลี่ยนไป ๆ ทุกวันนี้ไม่ทราบหลายท่านจะเห็นด้วยกับผมหรือเปล่าว่าอุตสาหกรรม ของเราก็แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย ประเทศไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยในเรื่องอุตสาหกรรม อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเรามีประสบการณ์ ยาวนานมากว่า ๒๐ ป้ ทําให้ศักยภาพของประเทศไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศมีมากขึ้น กว่าเดิมเปึนอันมาก แม้แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยเองก็ไปลงทุนในเรื่องสิ่งทอในประเทศเพื่อนบ้าน ของเราหลาย ๆ ประเทศนะครับ ในประเทศเวียดนาม ในประเทศกัมพูชา ประเทศลาว หรือในประเทศจีนของเราเองก็ไปลงทุนกันอยู่หลายเจ้านะครับ ขณะเดียวกันต่างประเทศ เขาก็มาลงทุนในประเทศเรามากมาย ดังจะเห็นว่าจากข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศ เอามาให้ทางสภา เราเองก็ได้มีความตกลงที่มีผลใช้บังคับแล้วและอาจจะมีการแก้ไข อนาคต ๑๗ ประเทศ นั่นก็คือกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลไทยเราเองมีประสบการณ์ ทําความตกลงอย่างนี้ไป ๑๗ ประเทศแล้ว แล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนความตกลง กับประเทศต่าง ๆ ๓๘ ประเทศ อยู่ระหว่างการเจรจาร่างข้อตกลง ๕ ประเทศ แล้วอาจจะ ทําการเจรจาในอนาคตอีก ๒๑ ประเทศ มันบอกอะไรครับ มันบอกว่าประเทศทั่วโลก ทุกวันนี้ที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์จริง ๆ เลยนะครับ ผมเห็นตัวเลขผมยังตกใจเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าเราอยู่ในระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ ถึง ๓๘ ประเทศ โลกเรา ทุกวันนี้มันเล็กลง ๆ ตลอดเวลาเลยครับ การลงทุนก็จะมีการข้ามไปข้ามมา จริงอยู่ เราอาจจะเกรงว่าเรายังไม่เก่งพอเราไปลงทุนไว้ที่อื่นน้อยประเทศ แต่ประเทศอื่นมาลงทุน ประเทศทําให้เราเสียเปรียบต่าง ๆ นานานะครับ แต่ผมก็เชื่อในขีดความสามารถ ของผู้ประกอบการไทยเรานะครับ ผู้ประกอบการไทยเราเก่งนะครับ การที่เศรษฐกิจเราโต ๗ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือป้นี้อาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และการส่งออกเพิ่มถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะบอกเลยว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลเก่งอย่างเดียว เอกชนเขาเก่งนะครับ เขามีความสามารถในการลงทุน เพราะฉะนั้นเวลาเขาไปลงทุนที่ไหนเขาต้องคิดตรึกตรอง ดีดลูกคิดเปึนอย่างดีแล้วว่าไปลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า แต่เมื่อไปลงทุนแล้ว จากการคิดตัดสินใจจะไปลงทุนสมมุติว่าจะสร้างโรงงานที่ประเทศเวียดนาม ไม่แน่ใจว่าทางประเทศเวียดนามเขาจะยึดกิจการหรือเปล่าหรือว่าไม่ยอมส่งกําไร กลับคืนมา เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยมือรัฐบาลไปช่วยทําความตกลงกันว่าถ้าหากว่า เราไปลงทุนแล้วเขาจะต้องคุ้มครองเราตามที่เราต้องการ ถ้าเขาปฏิบัติไม่ได้เราก็ไม่ไป ลงทุนเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องกรอบการตกลงนั้นเปึนเรื่องที่ภาครัฐบาลเอง กับเอกชนควรจะต้องมีการคุยหารือกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบนะครับ ฉะนั้น จากประสบการณ์ที่ทํามาแล้ว ๑๗ ประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีกษิต ควรจะบอกพวกเราที่นี่ว่าที่เราทําไปแล้วมีผลดีขนาดไหนอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างสัก ๑-๒ เคส (Case) จะนําเงินตราต่างประเทศเข้ามามากน้อยแค่ไหน แล้วประเทศอื่น ที่เขาจะลงทุนกับเรา เขาก็คิดอย่างเดียวกับที่เราจะไปลงทุนประเทศอื่น เพราะฉะนั้น ความตกลงทํานองนี้จึงเปึนเรื่องของ ๒ ฝ์ายควรจะต้องต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน จากประสบการณ์ที่ประเทศไทยเรามีกับต่างประเทศอย่างรอบด้านในเรื่องการลงทุน ก็ทําให้คิดว่าความตกลงเปึนเรื่องที่จําเปึนจะต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่กระทรวง การต่างประเทศเสนอกรอบการเจรจามาเพื่อขอความเห็นชอบในวันนี้ก็เปึนเรื่อง ที่ทางฝ์ายบริหารให้เกียรติรัฐสภาเราเปึนอย่างยิ่งว่าในอนาคตที่จะต้องไปเจรจา กับประเทศต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองนักลงทุนของเราซึ่งแน่นอนมันจะต้องเปึนเรื่องของ ทั้ง ๒ ฝ์าย เราเรียกร้องเขาอย่างไร เขาก็เรียกร้องเราอย่างนั้น ผมเชื่อในขีดความสามารถ ประสบการณ์ของนักลงทุนว่าสิ่งที่เราเรียกร้องนั้นเปึนสิ่งที่จะไม่ทําให้เราเสียเปรียบ แต่เรื่องการฟอกเงินจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นผมว่าอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่เราจะต้องทํา อย่างเร่งด่วนก็คือว่าเราจะต้องส่งเสริมนักธุรกิจของเราที่มีศักยภาพ มีความสามารถ ที่ไปลงทุนในต่างแดนในต่างประเทศ เพื่อนําเงินตราต่างประเทศกลับมา ไม่ใช่เราจะรอให้ ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศเราเท่านั้น ประเทศไทยอยู่ได้โดยเราเปึนประเทศที่มี ระบบเศรษฐกิจแบบเป่ด เราจําเปึนจะต้องอาศัยการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนของเราเรียนจบไปแล้วมีงานทํา ซึ่งการที่ต่างประเทศเรามาลงทุนเรา ได้ประโยชน์เต็มที่อยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไปนักธุรกิจ ผู้ประกอบการของเรา มีความสามารถที่ไปลงทุนต่างประเทศ ทําไมเราจะไม่สนับสนุน การสนับสนุนสามารถ ทําได้อย่างไรก็คือช่วยดูแลให้ความคุ้มครองเขาเวลาเขาไปลงทุนต่างประเทศนั้นเขาได้รับ ความอบอุ่นว่าชั่ว ๆ ดี ๆ ก็มีรัฐบาลไทยที่จะให้ความช่วยเหลือ ฉะนั้นกรอบความตกลง เปึนเรื่องที่จําเปึนควรสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ