รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๘ กันยายน ๒๕๕๓

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองการลงทุนและผลประโยชน์ของภาคเอกชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการขายสินค้าเกษตรโดยตรงไปยังตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ นอกจากนี้ กษิต ภิรมย์ ยังพูดถึงการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการเงินระหว่างประเทศและความสำคัญของการปฏิรูปการเงินในประเทศไทย และเรียกร้องการพิจารณานโยบายการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย รวมถึงกฎหมายและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ให้ข้อแนะนํา ข้อสงสัย ข้อสนับสนุน แล้วก็ข้อห่วงใยต่าง ๆ ต่อการจัดทําข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครอง การลงทุน ประเด็นแรกที่ผมอยากจะขอย้ําก็คือว่าข้อตกลงอันนี้เปึนการคุ้มครองธุรกิจ ของทางภาคเอกชนนะครับ เพื่อผลประโยชน์ของทางภาคเอกชนเปึนสําคัญ แล้วถ้าเผื่อ สําหรับในประเทศไทยก็ช่วยในเรื่องของการที่จะสร้างงานด้วยนะครับ คราวนี้ผมขอตอบ ไล่เปึนข้อ ๆ ไปดังที่ได้สอบถามไว้

ประเด็นแรก เรื่องของการเคลื่อนย้ายทุน ข้อตกลงนี้ไม่เกี่ยวกับ การเคลื่อนย้ายทุนนะครับ เพราะว่ามันมีหลักเกณฑ์ต่างหากอยู่แล้ว แล้วการเคลื่อนย้าย ทุนออกนอกประเทศนั้นก็อยู่ในคณะกรรมการที่ธนาคารชาติเปึนสําคัญนะครับ นอกจากนั้นแล้วในการลงทุนระหว่างประเทศหรือว่าในต่างประเทศนั้นทางภาคเอกชน นอกจากนําเงินจากในประเทศของตนเองออกไปในต่างประเทศตามกฎเกณฑ์ของ ธนาคารชาติแล้วก็ยังจะหาระดมแหล่งเงินทุนในต่างประเทศได้ในลักษณะของ คอนซอร์เตียม (Consortium) อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ทางเอกชนก็สามารถที่กระทําอยู่แล้ว ก็ทําอยู่กันอย่างกว้างขวาง

ในเรื่องของประเด็นปัญหาเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตร ต้องขอกราบเรียนว่า ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนครั้งแรกที่เราได้มีนโยบายและมาตรการ เข้าไปแทรกแซงรายได้ของเกษตรกรอย่างน้อยก็ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว แล้วก็ ได้มีการขึ้นทะเบียนผ่านทางธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วนะครับ แล้วก็ได้มีการดําเนินการมา ตั้งแต่ปลายป้ที่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็มีเสถียรภาพต่อรายได้ของเกษตรกร ส่วนการที่จะขายของไปสู่ตลาดภายในประเทศหรือในต่างประเทศอันนี้มันก็เปึน อีกตอนหนึ่งว่าราคามันจะขึ้นลงอย่างไร ถ้าเผื่อไปขายต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็เปึน การดําเนินการโดยบริษัทเอกชนนะครับ มันก็มีวิธีการในการที่จะสร้างความมั่นคงก่อน ในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนการที่เรียกว่าจะไปเอช (H) ไว้ ตรง ๓๐ บาท หรือ ๓๒ บาท อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็เปึนสิ่งที่ทราบกันดีอยู่ว่าสินค้าที่จะไปขายในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะหลุดมือออกไปจากทางเกษตรกรแล้ว แต่ว่าในกรณีที่ทาง ท่าน ส.ส. ท่านวุฒิสมาชิกประสงค์ที่จะให้สหกรณ์ไปขายสินค้าโดยตรงในต่างประเทศ ทางกระทรวง การต่างประเทศพร้อมที่จะร่วมดําเนินการในการที่จะหาลูกค้าให้นะครับ ก็ได้มี การดําเนินการบ้างแล้วเช่นสหกรณ์ที่จังหวัดเพชรบุรีก็มีคล้าย ๆ ข้อตกลงกับทางฝ์าย สหกรณ์ของญี่ปุ์นอยู่ แล้วก็มีการซื้อขายกันโดยตรง โดยที่เราก็มีเครือข่ายของสถานทูตไทย แล้วก็สถานกงสุลอีกประมาณ ๘ แห่งในประเทศจีน ถ้าเผื่อสหกรณ์ของไทยในจังหวัดต่าง ๆ ประสงค์ที่จะขายสินค้าโดยตรงก็สามารถที่จะกระทําได้นะครับ แล้วเราก็พร้อมที่จะให้ ความร่วมมือ เมื่อประมาณสักเดือนกว่า ๆ มานี้เองที่สถานทูตของเราที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามก็ได้นําเกษตรกรจากหลาย ๆ จังหวัดที่ผลิตผลไม้ไปแสดงสินค้าที่ กรุงฮานอย แล้วก็ได้ขายสินค้าโดยตรงต่อผู้ประกอบการหรือผู้นําเข้าของเวียดนาม อันนี้ ก็เปึนตัวอย่างอันหนึ่งที่สามารถที่จะระบายสินค้าจากสวนโดยตรงไปถึงมือของผู้บริโภค ในประเทศใกล้เคียงได้นะครับ

สําหรับในกฎเกณฑ์ว่าด้วยการหมุนเวียนของเงินตรานั้น สืบเนื่องมาจาก การที่ได้มีประเด็นปัญหาของโลกเกี่ยวกับการเงินก็ดี กิจการธนาคารก็ดี ท่านสมาชิก ทั้งหลายคงจะทราบว่าตอนนี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือกันในกรอบของสถาบันไอเอ็มเอฟ (IMF) และธนาคารโลกในการที่จะให้มีบริหารจัดการแล้วก็จัดวินัยทางด้านการเงิน การคลัง การธนาคารระหว่างประเทศ นอกจากกรอบของไอเอ็มเอฟ แล้วก็ธนาคารโลก เวิลด์แบงก์แล้วก็มีการประชุมที่เรียกว่าจี ๘ (G 8) แล้วก็จี ๒๐ (G 20) ผมคิดว่าประเทศหลัก ๆ ของโลกทั้งหลายกําลังเพียรพยายามที่จะก่อให้เกิดความโปร่งใสและวินัยในการหมุนเวียน ของเงินตราให้ลดการเสี่ยง แล้วก็การเก็งกําไรที่ขาดวินัยต่าง ๆ เหล่านี้

ส่วนประเทศไทยนั้นสืบเนื่องมาจากการที่เราได้ประสบกับประเด็นปัญหา เมื่อป้ ๒๕๔๐ เราก็ได้ปฏิบัติในการที่ได้มีการปฏิรูปการเงินการคลังของเรา การธนาคาร ของเราอย่างใหญ่หลวง แล้วเรามีความเข้มแข็งในตัวของเราเองดังจะเห็นได้ว่าวิกฤติ การเงินที่นครนิวยอร์กหรือของโลกเมื่อ ๒ ป้ที่แล้วนั้น ทางภาคการเงินการธนาคารของเรา มิได้รับผลกระทบนะครับ ได้รับผลกระทบน้อยมาก อันนี้สืบเนื่องมาจากที่เราได้มี การปฏิรูปการเงินการธนาคาร แล้วก็ความเข้มแข็งของระบบการตรวจสอบของฝ์ายไทย โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็การทํางานอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งชาติ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องประเด็นปัญหา ทางการเงินนั้น ในส่วนของประเทศไทยเองเราก็มีความเปึนวินัย ส่วนการที่เงินบาทมันแพงขึ้นนั้น ก็เพราะว่าเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่ดีขึ้น เงินดอลลาร์มันตกต่ําก็เลยทําให้เงินสกุลอื่น ๆ ทั่วโลกนั้นแข็งขึ้นโดยปริยาย แต่ผมก็ ค่อนข้างแน่ใจว่าในการประชุมของจี ๘ จี ๒๐ ต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะมีการปรึกษาหารือของ ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลกในการที่จะเสริมสร้างให้มีเสถียรภาพของอัตราการแลกเปลี่ยน ทางการเงินมากยิ่งขึ้นครับ

สําหรับประเด็นปัญหาที่มีความห่วงใยว่าในการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มาได้รับสัมปทานในเรื่องของการค้นหาเพาะปลูกโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเกษตรนั้น ผมขอกราบเรียนดังนี้ว่าการที่จะลงทุนอย่างไรนั้นส่วนใหญ่ของต่างชาติต้องผ่าน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ (BOI) แล้วก็มันมีการกําหนดกันอยู่ว่าจะลงทุน ในเรื่องอะไรที่อยู่ในระดับความสําคัญหรือความสนใจของประเทศไทยมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วมันก็ต้องดูเกี่ยวกับกฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะ ณ วันนี้ตามนโยบายเรายังไม่ได้อนุญาตให้มี การใช้เมล็ดพันธุ์พืชจีเอ็มโอ (GMO) ในเชิงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นการที่ต่างชาติจะมา ลงทุนอย่างไรก็ตามจะไม่ได้ดูแค่ข้อตกลงอันนี้ที่จะคุ้มครองแล้วก็ส่งเสริมการลงทุน เท่านั้นเอง จะต้องดูตัวบทกฎหมายอื่น ๆ รวมทั้งดูนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของ ประเทศไทย ทั้งในเรื่องของอุตสาหกรรมและในเรื่องของภาคเกษตรหรือเกษตรแปรรูปด้วย และที่สําคัญที่สุด ณ วันนี้เราไม่ยอมให้ต่างชาติมาซื้อที่ดินหรือมาเช่าที่ดินในการที่จะทํา การเกษตร แล้วสิ่งที่รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลที่ผ่านมามุ่งทําก็คือในการที่จะมุ่งให้เกษตรกร รายย่อยมีที่ทํากินของตนเองเปึนสําคัญ เพราะฉะนั้นโอกาสในการที่ต่างชาติจะเข้ามายึด ครอบครอง แล้วก็มาบิดเบือน แล้วก็มาขโมยทรัพย์สินทางปัญญาทางด้านการเกษตร ของไทยนั้น มันก็มีข้อจํากัด แล้วก็มีระบบการปกปัองคุ้มครองอยู่ในตัวของมันแล้ว

ส่วนประเด็นคําถามเกี่ยวกับว่าในการไปคุ้มครองการลงทุนของไทย ในต่างประเทศ ผมขออนุญาตกล่าวชื่อของวุฒิสมาชิกวิชาญ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ เพราะว่าในช่วง ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาท่านก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามในวุฒิสภาและในรัฐสภา หลายครั้ง ก็เปึนเรื่องที่ว่าการไปส่งเสริมการลงทุนธุรกิจของไทยในต่างประเทศก็เปึน เรื่องที่ค่อนข้างจะใหม่ของหน่วยราชการไทยโดยองค์รวม ในการที่จะเข้าไปคุ้มครอง คนไทยในต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาก็จะคุ้มครองในลักษณะของคนไทยที่ตกทุกข์ ได้ยาก แต่สืบเนื่องมาจากการเสนอแนะ การเรียกร้อง ของท่านวุฒิสมาชิกวิชาญนั้น ที่กระทรวงการต่างประเทศเราก็ได้เริ่มที่จะมีคณะทํางาน ไม่ใช่จะคุ้มครองคนไทย ที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ จะดําเนินการในการที่จะไปคุ้มครองธุรกิจของไทย ในต่างประเทศ แล้วก็เปึนเรื่องของการที่จะต้องไปประมวลประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา ที่บริษัทเอกชนของไทย แล้วก็รัฐวิสาหกิจของไทย โดยเฉพาะการป่โตรเลียมที่ได้เริ่มเข้าไป ลงทุนในต่างประเทศ ก็เปึนเรื่องของการที่อยู่ในช่วงของการเริ่มต้น ในช่วงของการที่จะ เริ่มเรียนรู้แล้วก็หาระบบ อันนี้ถามว่าแล้วเราจะปกปัองการลงทุนของไทยในเรื่องอะไรบ้าง เท่าที่ผมจําได้ขณะนี้ก็คงจะมีประมาณสัก ๕ แขนงที่สําคัญนะครับ อันที่ ๑ ทางด้าน พลังงานเปึนสําคัญ อันที่ ๒ ในเรื่องกิจการทางด้านการก่อสร้าง อันที่ ๓ ในเรื่องของ อุตสาหกรรมการเกษตร อันที่ ๔ ในเรื่องของสิ่งทอ เสื้อผ้า แล้วก็อันที่ ๕ ที่เกี่ยวกับกิจการ ของสปา (Spa) ของโรงแรม ของสินค้าอาหาร ก็คิดว่าอันนี้อยู่ในระดับสําคัญ ๕ แรก ที่เราจะเข้าไปช่วยกันในการที่จะทั้งส่งเสริมแล้วก็คุ้มครอง คู่ขนานกันไปกับข้อตกลง อันนี้นะครับ กระผมเองก็ได้มีโอกาสปรึกษาหารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการที่จะส่งเสริมให้ธนาคารไทยโดยเฉพาะของเอกชนและของรัฐเข้าไปมีสาขาอยู่ใน ต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่ทางวงการธุรกิจของประเทศเยอรมนีที่นครแฟรงก์เฟ่ร์ตเรียกร้องมา ก็อยากจะได้เห็นธนาคารของไทยไปปรากฏตัวหรือจะมีสาขา หรือที่เรียกมีคอร์เรสพอนเดนซ์ (Correspondence) คือมีตัวแทนอยู่ที่นั่น เช่น ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของ ประเทศไทย มันเปึนสิ่งที่เราจะต้องดําเนินการร่วมมือกันไปในหลาย ๆ องค์กรในการที่จะ เข้าไปทั้งส่งเสริมแล้วก็คุ้มครอง ส่วนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลาธุรกิจของไทย มีปัญหาในต่างประเทศนั้นจะทําอย่างไร ในกรอบข้อตกลงนี้ก็บอกไว้แล้วนะครับว่า อันแรก ก็ต้องไปในเรื่องของการไปสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศนั้น ๆ ก็จะไป ฟัองร้องกันเปึนสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ทางสถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศทําคู่ขนาน กันไปก็คือการเรียกร้องแล้วก็โน้มน้าวทางการเมืองแล้วก็ทางการทูต อันนี้ก็ทําอยู่ ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเรื่องของการพิพาทจะอยู่ที่ศาลแล้วก็ตาม เราก็ยังใช้มาตรการ ทางการทูตและทางการเมืองในการที่จะบอกกล่าวกับกระทรวง ทบวง กรม ของเขา เพื่อให้บริษัทของไทยเรานั้นได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมแล้วก็โปร่งใส อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ ดําเนินการอยู่ แล้วก็ควรจะต้องกระชับการดําเนินการร่วมกันต่อไป

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ ในประเทศนั้น ๆ เพื่อจะช่วยกันปกปัองธุรกิจของไทย นอกจากนั้นแล้วที่เราได้เริ่มทํามา ในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา คือการส่งเสริมให้ธุรกิจไทยตั้งตนเปึนชมรม แล้วก็เปึนสมาคม โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปร่วมในการที่จะช่วยจัดตั้งสํานักงานในระยะเบื้องต้นด้วย อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ได้เริ่มดําเนินการแล้ว แล้วจะดําเนินการขยายต่อไป ส่วนล่าสุดนั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านสมาชิกรัฐสภาควรจะทราบว่าที่กระทรวงอุตสาหกรรมเปึนครั้งแรก ที่ได้มีการพิจารณากันในการที่จะตั้งสํานักงานส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ขึ้นที่กระทรวงอุตสาหกรรม และ ณ วันนี้ก็ได้มีการจัดตั้งหรือว่ามีการดําเนินการในการ ที่จะประสานงานกับทางภาคเอกชนผ่านคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย ในต่างประเทศขึ้นแล้วที่กระทรวงอุตสาหกรรม แล้วกระทรวงการต่างประเทศก็หวังว่า จะได้ดําเนินการอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องนี้ ในการที่จะประสานกับ ทางภาคเอกชนที่ไปลงทุนในต่างประเทศนะครับ

ส่วนประเด็นที่ว่าเวลามีข้อพิพาทแล้วผมก็ได้กราบเรียนแล้วว่ามันต้องไปที่ ศาลของประเทศนั้น ๆ ส่วนถ้าเผื่อเกิดในประเทศไทย สิ่งแรกที่เราอยากจะให้คู่กรณี เกิดความเปึนธรรมก็คือไปที่ศาลไทย แต่เขาก็มีสิทธิในการที่จะเลือกไปที่อนุญาโตตุลาการ แล้วส่วนที่เกี่ยวกับมติ ครม. นั้น ก็เปึนมติที่พูดไว้ในภาพรวมแล้วก็ขอให้รัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องมาขอมติ ครม. เปึนกรณี ๆ ไป แล้วส่วนที่ทําไมถึงจะต้องไปที่อนุญาโตตุลาการ ก็เพราะว่าการกู้เงินส่วนใหญ่นั้น มันไม่ใช่เปึนการกู้ในประเทศไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แค่นั้นเอง ส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่จะเปึนการกู้เงินในต่างประเทศ แล้วพอมาเปึนอะไรที่ ไปเกี่ยวกับต่างประเทศแล้ว เขาก็บอกว่าเมื่อมีข้อพิพาทนั้นเขาก็อยากจะไปที่ส่วนกลาง คือคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการเปึนสําคัญ มันเปึนเงื่อนไข เปึนหลักปฏิบัติสากล ระหว่างประเทศครับ ส่วนรัฐวิสาหกิจของไทยที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นก็จะต้องนําเรื่องกลับมา ที่ ครม. เพื่อขออนุมัติเปึนกรณี ๆ ไป แต่ว่าประเด็นปัญหาทั้งหมดนั้นมันก็ต้องไปดูที่ สัญญาตั้งแต่ต้นด้วยว่าเราจะต้องเขียนสัญญาในการที่จะทํามาค้าขายกับต่างประเทศนั้น ให้รัดกุม มีความโปร่งใสเปึนสําคัญด้วย อันนี้ก็อยากจะขอกราบเรียนไว้ด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องที่บอกว่าประเทศไทยยังเล็กอยู่ ยังไม่ลงทุนในต่างประเทศมาก อันนี้ในแง่หนึ่งก็จริงนะครับ แต่ว่ามันก็เปึนเรื่องที่เราจะต้องปูทางไว้ เพราะว่าสถิติมันได้ บ่งบอกไปแล้วในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมาบริษัทของไทย ได้เริ่มไปลงทุนในต่างประเทศมากยิ่งขึ้นเปึนลําดับ แล้วก็ไม่ใช่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่นะครับ ขนาดกลางก็จะต้องเริ่มไป ทําไมถึงจะต้องเริ่มเข้าไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะ ในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าการส่งสินค้าจากประเทศไทยที่เดิมได้แต้มต่อที่เรียกว่า สิทธิพิเศษทางศุลกากรหรือจีเอสพีที่เราเคยได้รับจากประเทศญี่ปุ์นก็ดี สหภาพยุโรปก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี เราเริ่มที่จะถูกอะไรนะครับ ขับออกไปแล้ว เพราะเขาเริ่มเป่ด ที่ให้กับประเทศที่กําลังยากจนและเปึนประเทศกําลังพัฒนาที่พัฒนาน้อยที่สุด ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา หรือแม้กระทั่งประเทศเวียดนามก็ดี เขายังได้แต้มต่อ เพราะฉะนั้นการที่บริษัทเอกชนขนาดย่อมและขนาดกลางของเรา ไปลงทุนในประเทศเหล่านี้ สินค้าก็จะส่งไปที่ประเทศญี่ปุ์น ไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้แต้มต่อทางภาษีศุลกากร แต่ถ้าเผื่อส่งจากโรงงานของเราไปแล้วจะเริ่มไม่ได้แต้มต่อ ก็มีความจําเปึนที่เราจะต้องไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้กระทั่งในประเทศ บังกลาเทศหรือในประเทศศรีลังกานะครับ เพื่อที่เรายังจะขายสินค้าเราไปได้ หากําไรได้ ในขณะเดียวกันก็ขายเทคโนโลยีด้วย อันนี้เปึนความจําเปึน ในขณะเดียวกันการที่จะไป ลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านนั้น เราก็ไปช่วยลดระดับความยากจนด้วย มันก็เปึนพันธกรณีของอาเซียนด้วยกันที่ว่า ประเทศอาเซียนรุ่นเก่า ๖ ประเทศนั้นจะต้องช่วยให้ประเทศอาเซียนอีก ๔ ประเทศ รุ่นใหม่นั้นมีความเจริญยิ่งขึ้น แล้วถ้าเผื่อเขาเจริญยิ่งขึ้น ปัญหาข้ามชาติ การค้ามนุษย์ก็ดี ของเถื่อนก็ดี โจรผู้ร้ายก็ดี โรคภัยต่าง ๆ ก็ดี โรคปากเป๋ือยเท้าเป๋ือยก็ดี มันก็จะได้ ไม่ข้ามฟากเข้ามากระทบต่อจังหวัดต่าง ๆ ตามขอบชายแดนของประเทศไทย เพราะฉะนั้น การที่เราได้ไปลงทุนในต่างประเทศนั้นเปึนสิ่งที่ดี เมื่อเราจะไปลงทุนแล้วก็มีความจําเปึน ที่เราจะต้องมีข้อตกลงอันนี้เพื่อจะคุ้มครองเพื่อให้นักลงทุนของเราไปลงทุนในต่างประเทศ ด้วยความมั่นใจและมีรัฐนั้นเปึนตัวที่จะให้ความคุ้มครองและช่วยดูแลผลประโยชน์ ของเขาด้วย อันนี้ก็เปึนสิ่งที่อยากจะขอกราบเรียน นอกจากนั้นแล้วในกรอบของอาเซียนเอง เราก็ได้มีข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนซึ่งกันและกัน ซึ่งได้มีการลงนาม ได้มีการเจรจาแล้ว แต่ว่ายังไม่มีผลบังคับใช้ ยังอยู่ในระหว่างการดําเนินการ

แล้วที่สําคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่งก็คือทางด้านพลังงาน การที่การป่โตรเลียม ไปลงทุนไว้ทั่วโลกนั้นก็มีความจําเปึนจะต้องมีรัฐหรือข้อตกลงอันนี้คุ้มครอง แล้วการที่ การป่โตรเลียมได้ไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ก็สร้างความมั่นคงให้กับนโยบายพลังงาน ของเราว่าเราจะมีแหล่งที่มาของพลังงาน เพื่ออํานวยให้คนมีไฟฟัาใช้ มีวัตถุดิบ เพื่อการอุตสาหกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความจําเปึนที่เราจะต้องรีบไป ให้การคุ้มครองหรือไปดักทางไว้ล่วงหน้าโดยมีข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเองก็เพิ่งเดินทาง ไปที่ประเทศมอนเตเนโกร ผมก็เพิ่งไปที่ประเทศอินโดนีเซียมา ต่าง ๆ เหล่านี้เราเริ่มมี โอกาสที่จะไปลงทุนมากยิ่งขึ้น เราเริ่มมีคณะทางภาคเอกชนของเราไปที่ยุโรปตะวันตก เราเริ่มเข้าไปในเอเชียกลาง ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนแหล่งลงทุนของเรามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เราเริ่มที่จะทําความตกลงกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับว่าเรา ได้ไปสร้างกรอบ เสริมสร้างความแน่นอน ความมั่นใจ ให้กับทางเอกชนของเรา และวิสาหกิจของเราล่วงหน้า อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เปึนภาระหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะดูแล แล้วก็ส่งเสริมธุรกิจของเอกชนไทยในต่างประเทศ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ