กษิต ยันศูนย์ไทย-จีน เป็นกลไกกลางแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ กับจีน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๘ กันยายน ๒๕๕๓

กษิต ภิรมย ขอขอบคุณข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาและรับปากว่าจะพิจารณาแก้ไขปัญหาร่วมกับกระทรวง ทบวง กรม ภาคเอกชน และประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อกระชับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาประเด็นต่างๆ กับจีน โดยอธิบายบทบาทของศูนย์ไทย-จีนในฐานะกลไกกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเข้าใจ รวมถึงชี้แจงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลายระดับ พร้อมทั้งระบุว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต้องอาศัยทั้งกระบวนการทางกฎหมายและการใช้แรงผลักดันทางการเมืองเพื่อให้ธุรกิจได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม กษิต ภิรมย อธิบายโครงสร้างการบริหารศูนย์อาเซียนโดยมีคณะมนตรีและคณะกรรมการบริหารกำกับดูแล พร้อมยืนยันว่ามีศูนย์ความร่วมมือกับจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และรัสเซียแล้ว พร้อมรับข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์อาเซียนกับอินเดียเพื่อนำไปหารือกับประเทศสมาชิกเนื่องจากมีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นอยู่แล้ว กษิต ภิรมย อภิปรายประเด็นการค้าระหว่างไทยกับจีนโดยเน้นความสำคัญของการลดอุปสรรคทางการค้าผ่านข้อตกลง

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย ผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณต่อข้อเสนอแนะ คําสนับสนุน ข้อท้วงติง แล้วก็ความห่วงใย ซึ่งทั้งหมดนั้นก็จะรับนํามาเพื่อจะไปพิจารณา แล้วก็แก้ไขประเด็นปัญหาต่อไปร่วมกับกระทรวง ทบวง กรม ของรัฐบาลไทยของทางภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะดําเนินการร่วมกันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอีก ๙ ประเทศในการที่จะ กระชับความร่วมมือกับประเทศจีนหรือว่าจะร่วมมือกันในการที่จะแก้ประเด็นปัญหาทั้งหลาย ผมขอตอบคําถามโดยองค์รวมนะครับ

อันแรก ผมขอกราบเรียนว่าศูนย์นี้เปึนกลไกอีกอันหนึ่งในการดําเนิน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน แล้วก็ระหว่างประเทศไทยผ่านทางอาเซียน อีก ๙ ประเทศกับประเทศจีน นอกเหนือจากศูนย์นี้แล้วเราก็มีข้อตกลงว่าด้วยการค้าเสรี เอฟดีเอ ( FDA) เรามีกลไกของการพูดจาพบปะกันทั้งในกรอบทวิภาคีที่เรียกว่า คณะกรรมการร่วม ไทย-จีนต่าง ๆ เรามีกรอบของอาเซียน+จีน อาเซียน+๓ คือมีประเทศจีน มีประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็มีอาเซียน+๖ คืออาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศมี ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศญี่ปุ์น ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วก็ประเทศ อินเดียด้วย นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังร่วมมือกับประเทศจีนในกรอบของเอเปค (APEC) เปึนความร่วมมือคาบมหาสมุทรแปซิฟ่ก แล้วนอกจากนั้นแล้วเราก็ยังมีพันธกรณีที่จะต้อง ร่วมมือกันในกรอบขององค์การการค้าระหว่างประเทศหรือดับบลิวทีโอ (WTO) ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาต่าง ๆ นั้นมันก็สามารถที่จะร่วมกันแก้ไขได้ทั้งในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค หรือว่าในกรอบพหุภาคีดังเช่นดับบลิวทีโอเปึนต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็น ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้า การลงทุนนั้นจะมีความเคลื่อนไหวในการร่วมมือ ก็ดีหรือในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ดีนะครับ สําหรับศูนย์อันนี้นั้นไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง ในการแก้ปัญหา แต่ว่าการที่ศูนย์จะเปึนองค์กรกลางในการที่จะให้ข้อมูลให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ต่อสมาชิกประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ แล้วก็ต่อเอกชนของประเทศจีนนั้น มันก็จะช่วยให้มีความเข้าอกเข้าใจว่าด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถที่จะนําไปอ้างอิง แล้วก็ไปใช้ในการที่จะดําเนินธุรกิจได้ ส่วนสัญญาที่เกิดขึ้น หรือประเด็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นนั้นมันก็แน่นอนเมื่อมันเปึนคดีความก็ต้องไปที่ศาล ส่วนเราก็สามารถที่จะใช้แรงผลักดันทางการเมืองได้ในการที่จะช่วยบอกกล่าวกับ ทางฝ์ายรัฐบาลประเทศจีนให้ช่วยดูแลว่า ธุรกิจของอาเซียนก็ดี ของประเทศไทยก็ดี ได้รับการปฏิบัติอย่างทัดเทียมแล้วก็อย่างเที่ยงธรรม

สําหรับคําถามที่ว่าจะทบทวนการจัดตั้งได้หรือไม่นั้นเกี่ยวกับศูนย์อันนี้ ผมใคร่ขอกราบเรียนว่าขณะนี้ในกรอบของบันทึกอันนี้จะมีการจัดตั้งคณะมนตรี กับคณะกรรมการบริหารของศูนย์ ซึ่งจะมีผู้แทนของแต่ละประเทศอาเซียนรวมอยู่ด้วย รวมทั้งประเทศไทย เพราะฉะนั้นการบริหารงานต่าง ๆ ของศูนย์นั้นก็จะมีคณะมนตรี แล้วก็คณะกรรมการบริหารกํากับอยู่ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ในกรอบของคณะมนตรีแล้วก็คณะกรรมการบริหาร แล้วก็ตัวบันทึกช่วยจําอันนี้มีอายุ ๕ ป้ ถ้าเผื่อครบ ๕ ป้แล้วเห็นว่าไม่มีประโยชน์อันใด หรือว่าไม่ได้ตอบสนองผลประโยชน์ ของอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ ก็สามารถที่จะให้มีการสิ้นสุดโดยที่ไม่ต้องต่ออายุได้

สําหรับคําถามที่ว่านอกจากศูนย์ที่เราจะมีกับประเทศจีนแล้วนั้น ยังมีศูนย์ ที่อาเซียนมีกับประเทศอื่น ๆ หรือไม่ ณ วันนี้มีอยู่แล้วคือ ศูนย์อาเซียนกับประเทศเกาหลีใต้ ศูนย์อาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ศูนย์อาเซียนกับประเทศรัสเซีย แล้วที่ท่านสมาชิกสภา ได้มีข้อแนะนําอันดีเกี่ยวกับการที่จะมีศูนย์อาเซียนกับประเทศอินเดียนั้น กระผมก็จะขอรับไป เพื่อจะนําความไปปรึกษาหารือกับบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน แล้วก็คิดว่า มันมีความเปึนไปได้อย่างมาก เพราะตอนนี้เราก็มีความร่วมมือระหว่างอาเซียน กับประเทศอินเดียอย่างมากมายอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ได้มีการพบปะเปึนระยะ ๆ กับทาง ฝ์ายประเทศอินเดียในกรอบต่าง ๆ ด้วย จะเปึนทวิภาคีก็ดี หรือในกรอบของอาเซียนด้วย

ส่วนคําถามที่ว่าเอกสารที่ได้นําเสนอต่อรัฐสภานั้น ก็ขอกราบเรียนว่าเปึนเอกสาร ที่ผลิตขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ได้นําเสนอต่อรัฐสภาเปึนจํานวน ๑,๕๐๐ ชุด แล้วก็ เปึนการดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เพราะว่าไม่จําเปึนที่จะต้องมีกรอบ การเจรจา เพราะไม่ต้อง เพราะเปึนสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก่อนที่จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลแล้วรัฐบาลจึงได้หารือกับสภาหอการค้าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ซึ่งก็ได้มีกระบวนการของการปรึกษาหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครบถ้วนแล้ว หากสภา ยังติดใจในประเด็นที่อันมิได้แก้ไขนั้น รัฐสภาไม่มีสิทธิที่จะขอทบทวนหรือแก้ไข แต่มีสิทธิ ที่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบทั้งฉบับ เพราะว่ามิใช่เปึนกรณีของ การยกร่างพระราชบัญญัติที่จะต้องมีการแปรญัตติครับ

สําหรับข้อแก้ไขของจีนข้อ ๑๔ นั้นเปึนไปตามกฎหมายภายในของจีน ซึ่งตั้งอยู่บนหลักของความจําเปึนที่เรียกว่า ฟังก์ชันนอล เนสเซสซิตี้ (Functional necessity) เพราะว่าศูนย์นี้เปึนศูนย์ที่ไม่ค้ากําไร เขาก็จะต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ภายใน ของเขา แล้วอีกทั้งศูนย์นี้ก็มีสถานะเหมือนองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ก็จะได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่คล้ายเคียงกัน สําหรับการแก้ไขในข้อ ๑๕ เรื่องการสื่อสาร เพื่อให้เปึนไปตามหลักปฏิบัติที่เหมือนกัน หรือที่เรียกว่า โมสท์ ฟ้เวอร์ เนชั่น ทรีทเม้นท์ (Most fever nation treatment) นั้น ๆ ซึ่งเปึนสิ่งที่อาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศยอมรับได้ จึงได้ร่วมกันลงนามและร่วมที่จะรับผิดชอบได้

สําหรับเรื่องความรับผิดชอบในเรื่องภาษีนั้น เพราะจีนต้องจ่ายถึงร้อยละ ๙๐ เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับภาษีจึงเปึนภาระหน้าที่ของทางฝ์ายจีน

สําหรับเรื่องการตรวจโรงตราเพื่อให้บุคลากรไปทํางานที่ศูนย์ได้นั้น หรือไปทํากิจกรรมที่เกี่ยวกับศูนย์นั้น เปึนการอํานวยความสะดวกในการตรวจโรงตรา มิได้เกี่ยวอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือว่าการค้าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

ส่วนประเด็นปัญหาของการค้าขายนั้น ดังที่ผมได้กราบเรียนไว้แต่ต้น มันมีข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA) อาเซียนกับจีน หรือไม่เราก็ต้องไปว่าความกันในกรณีที่มี ข้อผิดพลาดพิพาทกันที่คณะกรรมการองค์การค้าโลกคือที่ดับบลิวทีโอ (WTO)

ส่วนการมีศูนย์นั้น กระผมคิดว่าจะมีประโยชน์ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ต้นว่า จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพราะว่าจะทําให้ต่างฝ์ายต่างมีความเข้าอกเข้าใจว่าด้วย กฎระเบียบฝ์ายในของแต่ละฝ์ายให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็การที่มีข้อมูลนั้นก็ช่วยส่งเสริมโอกาส ในการที่จะทํามาค้าขายระหว่างกันด้วยนะครับ

สําหรับการที่จะขยายกิจการต่อไปนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความจําเปึนและ ประโยชน์ที่พึงจะได้รับ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่สามารถจะหารือกันได้ในกรอบของคณะมนตรี ของศูนย์หรือคณะกรรมการบริหารนะครับ

สําหรับข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการค้า ขอกราบเรียนอีกทีว่ามิใช่บทบาทของศูนย์ เปึนเรื่องที่เราต้องไปว่ากันในกรอบของเอฟทีเออาเซียนกับจีน กับในกรอบขององค์การ การค้าโลกนะครับ

สําหรับข้อคิดเห็นที่เกี่ยวกับการศึกษานั้น ผมขอกราบเรียนว่าศูนย์ก็จะ ช่วยให้ข้อมูลด้วย แต่ในขณะเดียวกันนั้นเราก็จะมีข้อตกลงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ต่อกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็บรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทยนั้นก็มีบันทึกช่วยจํา กับมหาวิทยาลัยของจีนอย่างมากมาย กระผมเองก็ได้ไปเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อประมาณ สักเกือบ ๒ เดือนมานี้ ได้ไปเยี่ยมเยียนกระทรวงศึกษาธิการของเขาแล้วตอนนี้เขาก็ได้เพิ่ม บัญชีมหาวิทยาลัยของไทยที่จะอํานวยให้นักเรียนจีนมาศึกษาได้จาก ๑๗ มหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นมาเกือบจะ ๑๐๐ มหาวิทยาลัยแล้ว แล้วเราก็ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา เพื่อให้เขามีการรับรองมหาวิทยาลัยของไทยทั้งหมดเพื่ออํานวยให้นักศึกษาจีนมาศึกษา ที่ประเทศไทยได้นะครับ

ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องของการทํามาค้าขายกับจีนนั้น เรามีคณะกรรมการพัฒนา ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับจีนที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านรองนายกรัฐมนตรี ไตรรงค์เปึนประธาน มีการประชุมเปึนระยะ ๆ แล้วก็มีผู้แทนจากทางภาคเอกชนของเราด้วย

แล้วก็ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของมณฑลต่าง ๆ ของประเทศจีน ที่แตกต่างกัน ประเด็นปัญหาของการขนส่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือกันอยู่ ภายในหน่วยราชการไทยตลอดเวลา แล้วนอกจากนั้นเราก็ได้มีการประชุมกับฝ์ายประเทศจีน อยู่ตลอดเวลาด้วยเพื่อที่จะพยายามที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ กระผมเองนั้นก็ได้นําคณะรัฐมนตรี ต่างประเทศของอาเซียนข้ามสะพานที่จังหวัดมุกดาหารกับสุวรรณเขต แล้วก็ได้ร่วม เดินทางกันผ่านประเทศลาวไปที่เว้แล้วก็ไปที่ดานัง หลังจากสิ้นฤดูฝนนี้ก็จะมีกําหนดการ ที่จะร่วมกับทางฝ์ายประเทศจีนในการที่จะนํารัฐมนตรีของอาเซียนนั่งรถผ่านรูท ๙ (Rout 9) เส้นทางหมายเลขที่ ๙ เพื่อจะไปสํารวจเส้นทางแล้วก็ช่วยกันพินิจพิจารณาศึกษาประเด็น ปัญหาที่เรียกว่าการค้าชายแดน ประเด็นปัญหาของการขนส่งทางชายแดน รวมทั้ง ในการที่จะอํานวยความสะดวกว่าด้วยการท่องเที่ยว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเรื่องที่เรา พยายามที่จะดําเนินการในการที่จะแก้ปัญหากับทางฝ์ายประเทศจีนร่วมกับมิตรประเทศ ของอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศอยู่ตลอดเวลาครับ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเคลื่อนไหวแล้วก็มี ความคืบหน้าแล้วก็มีความเพียรพยายามที่จะร่วมกันแก้ปัญหา ในขณะเดียวกันก็พยายาม ที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศจีนให้มีความสะดวก แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง ชาวไทยแล้วก็สมาชิกของประเทศอาเซียนอยู่ตลอดเวลาครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงเท่านี้ ท่านประธาน ขอบคุณครับ