เจริญ ภักดีวานิช สนับสนุนร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขและปรับปรุงกฎบัตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาด้านอุดมศึกษาในภูมิภาค นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเสริมเจตนารมณ์เดิมในกฎบัตรอาเซียน เพื่อพัฒนา ความเข้มแข็งทางวิชาการและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอุดมศึกษา รวมถึงการวิจัยร่วมและเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูล เพื่อสร้างความเข้มแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแบ่งแยกสิทธิระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเอกชน และขอให้ปรับปรุงแก้ไขกฎบัตรในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ ภักดีวานิช ส.ว. พัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กระผม ขอสนับสนุนร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ก็อยากจะให้ กราบเรียนข้อมูลท่านประธานดังต่อไปนี้นะครับ
ประการแรก เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ร่างกฎบัตรนี้ในการประชุมที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้เริ่ม ร่างกฎบัตร ที่ประชุมก็เห็นชอบโดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ ท่านประธานครับ
ประการแรก เพื่อให้บทบาทการดําเนินเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียนว่าโดยเจตนารมณ์ ข้อนี้เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน รัฐมนตรีจะได้นําข้อสังเกตไปสําหรับที่จะวางแผน ในการที่จะให้เกิดความเข้มข้นยิ่งขึ้นครับ
ประการที่สอง ก็คือให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาด้านอุดมศึกษา ในภูมิภาค
ประการที่สาม คือเพื่อให้สอดรับกับกฎบัตรอาเซียน หลังจากประชุม ที่ประเทศมาเลเซียแล้วก็มีการประชุมที่จังหวัดภูเก็ต ทุกประเทศไม่เห็นโต้แย้งในหลักการเลย
ในการประชุมวันที่ ๒๓-๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่อําเภอชะอํา ท่านรัฐมนตรี ศึกษาอาเซียนก็ได้ประชุมกัน ก็ได้รับทราบ ๒ เรื่อง เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้ไปตามถูกครับ อันแรกก็คือรับทราบว่ามีการจัดทํามาตรฐานการศึกษา อันที่สอง ก็คือการจัดตั้งระบบ โอนหน่วยกิต ๒ เรื่องนี้เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการการศึกษาวุฒิสภาให้ความสนใจ เปึนอย่างยิ่งในเรื่องพวกนี้ เราประชุมกันหลายครั้ง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็เชิญเจ้าหน้าที่ อาทิตย์ที่แล้วอาทิตย์ก่อนเราก็พบชัดว่าเพราะฉะนั้นเครือข่ายนี้จําเปึนต้องทบทวน ทุก ๕ ป้ ถ้าไม่ทบทวนความเข้มแข็งไม่พอและไม่รองรับเจตนารมณ์ครับ ท่านรัฐมนตรี จะได้นําข้อสังเกตจากเพื่อนวุฒิสมาชิก ซึ่งเราได้ศึกษาค่อนข้างละเอียดรอบคอบ พอสมควรนะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูข้อตกลงความร่วมมือเศรษฐกิจ อาเซียนนั้นมีอยู่ ๓ เรื่องซึ่งเพื่อนวุฒิสมาชิกจะได้อภิปรายให้เห็นถึงบทบาทเครือข่าย ในการเสริมเจตนารมณ์เดิมในกฎบัตรนั้นอย่างไร ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคงของภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมวัฒนธรรม แต่พอเราเชิญ สํานักงานเลขาธิการศูนย์มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ก็พบชัดว่า การดําเนินการ ไม่ได้มุ่งเสริมทั้ง ๓ เรื่องให้เข้มแข็ง ซึ่งผมจะไม่เจาะรายละเอียด เพราะว่ามีเพื่อนวุฒิสมาชิก ได้เตรียมข้อมูลกราบเรียนท่านรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป ท่านประธานผมเข้าใจว่า กรรมาธิการได้ถามศูนย์เครือข่าย มีรัฐมนตรีไปประชุมที่นั่นบ้างหรือยัง ก็ได้รับคําตอบ รู้สึกว่ายัง เผื่อท่านจะได้เอาประเด็นเหล่านี้ไปดู อันแรกก่อนบทบาทเครือข่ายเพื่อพัฒนา ความเข้มแข็งทางวิชาการและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอุดมศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยน อาจารย์และนักศึกษา อันที่สาม เพื่อวิจัยร่วมและเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูล ตรงนี้จะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งถ้าเผื่อว่าเครือข่ายไม่ว่าจะเปึนประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถ้าท่านประธานจะติดตามเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจของเราไตรมาสที่ ๒ ๑๐.๖ ประเทศสิงคโปร์เขาไปมากกว่าเรา ๑๖ เปอร์เซ็นต์ และถ้าเจาะไปสินค้าที่เขาส่งได้อีก ได้มูลค่าเพิ่มมาก ๆ ก็คือเรื่องของวัตถุกึ่งตัวนํามันก็จะนําพวกนั้นอยู่ ซึ่งขายได้มูลค่ามาก ๆ เครือข่ายเหล่านี้มหาวิทยาลัยทั้ง ๒๒ มหาวิทยาลัย ถ้านําจุดเด่นและนํามาเชื่อมโยงกับ เจตนารมณ์ของความร่วมมือเศรษฐกิจอาฟตา ก็จะนําไปสู่ความเข้มแข็งยิ่งขึ้น แต่เท่าที่ เราตรวจสอบดูที่มาชี้แจงการดําเนินงานค่อนข้างจะมีปัญหานะครับท่านประธาน ปัญหา อันแรกก็คือถามว่าได้งบเท่าไร ป้ละประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น อันที่ ๒ ถามเจาะไปในเนื้องานอีกก็พบชัดอีกว่าของเราที่ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ได้ก็คือนักศึกษา มาพบกัน อันที่ ๒ ก็คือขอทุนจากประเทศเกาหลีได้ ๒๐ ทุน จากประเทศญี่ปุ์นอะไรก็ตาม นี่ ซึ่งการดําเนินลักษณะนี้กรรมาธิการก็ถามต่อว่าจะเชื่อมโยงกับกฎบัตรอาเซียนได้ หรือไม่ที่จะให้เกิดความเข้มแข็งซึ่งทางผู้มาชี้แจงก็รับไปดําเนินการ ซึ่งเพื่อนวุฒิสมาชิก จะได้ชี้แจงต่อไป กราบเรียนท่านประธาน กฎบัตรนี้นําไปสู่ให้ศูนย์ของเราที่อยู่ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกิดเรื่องขึ้น๒-๓ เรื่อง ประการแรกก็คือมีการจัดโครงสร้าง ที่ชัดเจนขึ้น ประการที่สอง ได้กําหนดหน้าที่ให้แก่คณะค่อนข้างชัดเจน กระผมมีข้อสังเกต ดังต่อไปนี้นะครับ
ประการแรก ถ้าท่านประธานจะกรุณาดูข้อสังเกตอันแรกก็คือท่านประธาน กรุณาได้ดู ข้อ ๖ การรับสมาชิกใหม่นะครับ ในการรับนั้นในกฎบัตรเขียนไว้ว่ากําหนดให้มี กระบวนการเป่ดรับสมาชิกใหม่ทุก ๒ ป้ การรับสมาชิกใหม่นั้นเดิมมันมี ๒๒ แล้วก็ไปดู ภาคผนวก ท่านประธานกรุณาดูภาคผนวกที่ ๒.๒ ข้อ ค ให้สิทธิมหาวิทยาลัยรัฐบาล มากกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน กรรมาธิการค่อนข้างติดใจครับท่านประธาน เหตุที่ติดใจ เพราะว่าขณะนี้มหาวิทยาลัยของเราจริง ๆ แล้วถึงเปึนการแบ่งแยกที่ค่อนข้างชัดเจน มหาวิทยาลัยเอกชนของเราหลายมหาวิทยาลัยมีคุณภาพ นักศึกษาต่างชาติมาเรียน หลายพันคน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ประมาณเกือบ ๕,๖๐๐ กว่าคน มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งเด็กตั้ง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพราะฉะนั้นการแบ่งแยกตรงนี้กรรมาธิการค่อนข้างติดใจ ท่านรัฐมนตรีเผื่อว่าในการประชุมคราวต่อไปนั้นควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขคําพูดนี้นะครับ ก็หมายความว่าข้อตกลงนี้กฎบัตรนี้ ถ้ามีการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน
ประการที่สอง ถ้าท่านประธานเชื่อมโยงกับข้อ ๖ ที่กระผมกราบเรียนต่อสภา ก็คือว่าในการภาคผนวกที่ ๒ ที่กล่าวว่า ให้สิทธิมหาวิทยาลัยมากกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน แล้วก็ข้อ จ อีก จํานวนป้ที่จัดตั้งมหาวิทยาลัย ณ วันนี้พวกไอซีที (ICT) เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายท่านประธาน เขาอาจจะตั้ง ๓ ป้ แต่ก็มีคุณภาพระดับโลกขึ้นมา การกําหนดไว้ ๑๐ ป้ผมคิดว่าน่าจะต้องทบทวนนะครับ
ประการต่อไปที่มีปัญหามากก็คือถ้าท่านประธานจะได้กรุณาดูการกําหนด สัดส่วนในการสนับสนุนงบประมาณ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ สํานักงบประมาณ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าในกฎบัตรเขาบอกให้ประเทศไทยซึ่งเปึนศูนย์เครือข่ายให้เปึนผู้สนับสนุน งบประมาณ เขาก็เป่ดช่อง ถ้าไม่พอ งบสนับสนุนจากต่างประเทศไม่พอก็สามารถให้ประเทศในอาเซียน มาช่วยสนับสนุนด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่กําหนดสัดส่วนที่ชัดเจนถ้าเผื่อว่า ท่านรัฐมนตรีไปประชุมอีกในคราวต่อไป เพราะว่าจะได้ผูกพันให้ยาวนะครับ ก็น่าจะต้อง กําหนดสัดส่วนให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องรับเท่าไร ๘๐ หรือ ๗๐ หรือเท่าไรก็แล้วแต่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ประเด็นสุดท้ายที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรี ได้กลับไปดูโครงการที่ต่างประเทศช่วยเราและหมดสัญญา ๒-๓ โครงการ ถ้าเผื่อทบทวน แล้วนําไปสู่ความเข้มแข็งของเครือข่ายมากยิ่งขึ้น
ประการแรก ท่านรัฐมนตรีอียู (EU) ก็ช่วย ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอิราสมุลดุล ซึ่งเริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ถึงป้ ๒๕๕๑ โครงการนี้หมดลงแล้ว ตรงนี้ ก็จะช่วยให้มหาวิทยาลัยเครือข่ายเกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีได้กลับไป ลองทบทวน เพราะอียูเขามีโครงการจะช่วยประเทศต่าง ๆ มากมายในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา
โครงการที่ ๒ ประเทศแคนาดาเคยให้ความช่วยเหลือเมื่อป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ ก็หมดแล้วเหมือนกัน ก็ค่อนข้างจะจําเปึฯมาก แล้วประเทศเหล่านี้ค่อนข้าง มีศักยภาพในการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการพัฒนาการเรียนการสอนนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเผื่อท่านรัฐมนตรี ได้นําข้อสังเกต การที่คณะกรรมาธิการการศึกษาให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้เปึนพิเศษนั้น
ประเด็นแรก เรื่องเครือข่าย เข้าใจว่าในขณะนี้ความเข้มแข็งไม่พอ แล้วมหาวิทยาลัยที่เราจัดไว้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็รู้สึกทําเฉพาะวิศวกรรม แล้วมหาวิทยาลัยบูรพาก็ทําเรื่องสิทธิบัตร มหาวิทยาลัยมหิดลก็สิทธิมนุษยชน ถามเรื่อง การเทียบโอนหน่วยกิต ตามที่รัฐมนตรีก็เคยหารือกันนะครับ แล้วก็การเทียบโอนนั้น ผู้มาชี้แจงก็บอกว่าต้องได้มาตรฐานเหมือนกัน ซึ่งเห็นด้วยนะครับ กรรมาธิการก็เห็นด้วย ว่าเรื่องมาตรฐานต้องจําเปึน แต่เราก็ตั้งข้อสังเกตเพิ่มไปอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า เขามาเรียนถึงมาตรฐานใกล้เคียงกันเขาได้เปึนเพื่อน อีก ๑๐ ป้บางคนไปประสบความสําเร็จ ในประเทศของเขาเองน่าจะต้องแก้ตัวนี้มา อันนี้เปึนเรื่องภายในเผื่อท่านรัฐมนตรี ไปประชุมจะได้นําข้อสังเกตนี้ไป ถ้าเราไม่ทบทวนตั้งมาตรฐานไว้สูงอย่างนี้ โอกาสที่ เด็กเหล่านี้มาอยู่รวมกันแล้วก็เกิดเปึนเพื่อน ต่อไปก็อาจจะหุ้นส่วนธุรกิจด้วยกันก็จะลําบาก กระผมมีโอกาสไปพบท่านทูตที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็คุยเรื่องการเทียบโอนท่านมีความรู้ดีมาก ท่านบอกว่าเสียดายในกฎบัตรมันสามารถที่จะเทียบโอนหน่วยกิตทําได้ง่าย ๆ ในประเทศไทยเอง ก็ยังไม่ได้ทํานะครับ มีมหาวิทยาลัยเอกชนเท่านั้นที่มีการเทียบโอนแล้วก็ถ่ายโอนได้อยู่บ้าง มหาวิทยาลัยของรัฐมีข้อจํากัดมากมาย ท่านรัฐมนตรีถ้าเผื่อท่านได้กรุณาเข้าไปดูก็จะทําให้ เพราะต่อไปนี้ต้องเป่ดกว้างอีก ๕ ป้เราก็สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานกันได้ เพราะฉะนั้น การที่นักศึกษามาอยู่กับเรามาก ๆ ก็จะทําให้นอกจากมีเพื่อน อันที่ ๒ ก็ทําให้เกิดการแข่งขัน ในการที่จะทําให้เกิดคุณภาพ ผมลองติดตามไปดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ท่านได้พูดต่อที่ประชุม ที่น่าสนใจ เผื่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการจะได้ตามดู ท่านบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเงินไว้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ระหว่างป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๗ เปึนแผน ๕ ป้ สําหรับที่จะทําให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการศึกษาของในภูมิภาค โดยมีเปัาหมาย ให้นักเรียน นักศึกษามาเรียนกับเรา ๑๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงการนี้ น่าสนใจ กระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีเนื่องจากว่าของเรานี้โชคไม่ดีมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีบ่อย เพราะฉะนั้นเพื่อนกรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสมาชิกซึ่งจะได้อภิปรายต่อไปจะได้เติม ในสิ่งที่กระผมได้กราบเรียนเบื้องต้นไว้ แล้วก็มั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีเองถ้าเผื่อท่านเข้าไปดู ที่ศูนย์เองนอกจากกําลังคนแล้ว วิธีคิด วิธีการจัดการ รู้สึกค่อนข้างจะเห็นด้วยกับ กรรมาธิการในเรื่องคุณภาพ แต่ขณะเดียวกันเรื่องที่เราทํานั้นน่าจะเชื่อมโยงกับ ๓ เรื่อง ที่ผมกราบเรียนตั้งแต่เริ่มต้น แล้วก็เอาศักยภาพแต่ละประเทศที่มีจุดเด่น นักศึกษา เราไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ในสิ่งที่เขาเด่น นักศึกษาเขามาเรียนกับเราก็จะทําให้เกิด การพัฒนาเร็วขึ้น กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี กราบขอบคุณมาก ท่านประธานครับ