รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์ เสนอความเห็นต่อร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน โดยชี้ว่าเกณฑ์การเป็นสมาชิกที่เน้นเฉพาะมหาวิทยาลัยรัฐอาจปิดกั้นโอกาสของสถาบันอื่น จึงควรเปิดกว้างเพื่อประโยชน์สูงสุด รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์ เสนอให้ปรับ Annex 2 ให้รวมหลักสูตรสังคมศาสตร์และสาขาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับนักศึกษาต่างชาติ พร้อมทั้งเสนอแนวคิดเปิดโอกาสให้มีสมาชิกสมทบจากองค์กรระหว่างประเทศนอกกรอบอาเซียน และสร้างเครือข่ายย่อยเพื่อให้มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ การที่จะมีการลงนามในร่างกฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนอยู่ ๒-๓ ประเด็น ซึ่งอาจจะเปึนการเสริมจากท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ให้ความเห็นไปแล้ว หรืออาจจะมี ประเด็นเพิ่มเติมบางประการ กระผมกราบเรียนว่า
ในประเด็นแรก การที่กฎบัตรนี้ได้กําหนดไว้ในเรื่องของการมีสมาชิก ของเครือข่ายนี้ไว้ แล้วก็มีข้อกําหนดต่าง ๆ ไว้มากพอสมควร ได้พิจารณาดูแล้วก็เห็นว่า อาจจะเปึนการป่ดกั้นโอกาสของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะได้มีการเข้าร่วมเปึนสมาชิก ของเครือข่ายนี้ โดยที่เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนถือว่าเปึนเครือข่ายเดียวที่มีอยู่ ในระดับภูมิภาคอาเซียนที่จะทําให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคนี้ได้มีโอกาสร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นการที่ได้กําหนดเอาไว้ว่าการเปึนสมาชิกนั้นจะเน้นไปที่มหาวิทยาลัยของรัฐ หรืออาจจะกําหนดไว้ว่าต้องเปึนมหาวิทยาลัยที่มีอายุตั้งมา ๑๐ กว่าป้แล้ว หรือกําหนด ไว้ว่าต้องเปึนมหาวิทยาลัยพหุวิชา ที่เรียกว่า คอมพลีเอนซีพ (Comprehensive) มากกว่า มหาวิทยาลัยที่เน้นเฉพาะทาง ซึ่งลักษณะเช่นนี้เปึนการตีกรอบเกินไป โดยเฉพาะการที่ ประเทศไทยจะได้เข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากเครือข่ายนี้หากกําหนดไว้เช่นนี้ ก็เหมือนกับว่าเปึนข้อจํากัดมากกว่าเปึนโอกาส อยากจะชี้ประเด็นให้ท่านเห็นว่า หากจะเน้นถึงเรื่องการที่ว่ามหาวิทยาลัยอาเซียนนี้เปึนการเป่ดโอกาสให้นักศึกษา โดยเฉพาะการที่นักศึกษาจากต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะจากชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในประชาคมอาเซียน มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปึนอยู่ในขณะนี้อาจจะมีข้อจํากัด ตรงที่ว่า
ประการหนึ่ง มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปึนสมาชิกอยู่หรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่พึงจะรับนักศึกษาจากต่างชาติได้นั้น จะเน้นไปในสาขาวิทยาศาสตร์เปึนด้านหลัก ไม่ว่ามหาวิทยาลัยมหิดลก็ตาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ตามที่เปึนสมาชิกอยู่หรือ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเหล่านี้โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหิดลกับจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็งแล้วก็มีหลักสูตรต่าง ๆ ที่จะเป่ดให้ต่างชาติมาเรียนได้อยู่มาก แต่จะเปึนหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์เสียเปึนส่วนใหญ่ หลักสูตรที่เปึนทางด้าน สังคมศาสตร์ ซึ่งจะมีโอกาสรับ นักศึกษาต่างชาติจะมาเรียนในบ้านเราได้เปึนจํานวนมาก มักจะไม่ค่อยมีในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งผมขอไม่เอ่ยนาม ในที่นี้ มีความเข้มแข็งพอแล้วในขณะนี้มหาวิทยาลัยเอกชนเหล่านี้ก็มีจํานวนนักศึกษา ต่างชาติมาเรียนอยู่มากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ เพราะสาขาที่เขาเป่ด ภาษาที่ใช้ อะไรต่อมิอะไร มีความคล่องตัวพอสมควรที่จะทําให้นักศึกษาต่างชาติสนใจเข้ามาเรียน เพราะฉะนั้น การที่เราเข้าร่วมและมีโอกาสที่จะทําให้นักศึกษาต่างชาติมาเรียนให้มาก การไปตีกรอบไว้ว่า ควรจะเปึนมหาวิทยาลัยของรัฐมันจะทําให้เปึนการตีกรอบตัวเอง แล้วโอกาสที่เราจะรับ นักศึกษาจากต่างชาติเข้ามาเรียนก็มีน้อยลง เพราะว่าเราจะเน้นไปทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเปึนด้านหลัก ก็คิดว่าน่าจะมีการปรับปรุงแอนเนซ๒ (Annex2) ซึ่งได้ กําหนดไว้ว่าการเปึนเมมเบอร์ (Member) หรือเปึนสมาชิกให้ไปเน้นที่มหาวิทยาลัยของรัฐ เปึนด้านหลัก ก็อยากให้เป่ดกว้างมากกว่านี้ หากจะได้มีการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงนี้ ให้กว้างขวางขึ้น ก็คิดว่าถ้าหากมีการปรับปรุงได้ก็อยากจะเสนอให้ท่านได้ปรับปรุง ในส่วนนี้
ประการที่สอง ก็คือหากเปึนไปได้แทนที่จะมีสมาชิกเฉพาะมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในกรอบอาเซียน เปึนไปได้ไหมว่าที่จะเป่ดโอกาสให้มีสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบนี้ ก็คืออาจจะเปึนสมาชิกที่เปึนระดับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในประเทศอื่น ๆ นอกกรอบอาเซียน เปึนสมาชิกสมทบเข้ามา เพื่อจะได้มีโอกาสร่วมแล้วมีโอกาสในการทํากิจกรรมซึ่งเราจะได้ เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยที่อยู่นอกกรอบอาเซียน เปึนการทําให้เครือข่ายนี้มีความเข้มแข็งขึ้น หรือสมาชิกสมทบอาจจะเปึนองค์กรระหว่างประเทศที่อาจจะมีการให้การสนับสนุน หรือให้ความสนใจต่อการที่จะเข้ามาร่วมมือในอาเซียน แต่ว่าเมื่อเขียนไว้เช่นนี้ก็ทําให้เกิด สมาชิกสมทบไม่ได้ ก็เปึนการเป่ดกว้างขึ้นก็คือมีความเปึนไปได้ไหมที่จะได้มีการเจรจา และเพิ่มลักษณะสมาชิกประเภทสมาชิกสมทบ ซึ่งจะทํามหาวิทยาลัยในอีกหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะหากเปึนมหาวิทยาลัยที่อยู่ในประเทศที่เขามีความก้าวหน้า มีความเข้มแข็ง และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันระหว่างประชาคมอาเซียน ระหว่างสมาชิกของมหาวิทยาลัย ในประชาคมอาเซียนกับมหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้นที่อยู่นอกกรอบอาเซียน จะได้เปึนประโยชน์ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่อาจจะให้การสนับสนุนหรือให้ ความสะดวกในด้านต่าง ๆ ในการที่จะทําให้สมาชิกที่อยู่ในกรอบอาเซียน คือเปึนสมาชิกสามัญได้มีโอกาสใช้ประโยชน์ จากองค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้ หรืออาจจะได้รับการสนับสนุนเปึนการเพิ่มเติม ฉะนั้น หากเป่ดให้มีสมาชิกสมทบได้ก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้
อีกประเด็นหนึ่ง มหาวิทยาลัยอื่น ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่เขาไม่มีโอกาสเข้าไปเปึนสมาชิก เปึนไปได้ไหมที่อาจจะมีเครือข่ายย่อยทางด้านต่าง ๆ ที่อาจจะเปึนลักษณะเฉพาะลงไป แล้วเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้น ซึ่งอาจจะยัง ไม่ได้เปึนสมาชิก เพราะดูเหมือนว่าการเปึนสมาชิกเขาก็ตีกรอบเอาไว้ว่าอาจจะต้องมี การเฉลี่ยกันในประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถ่วงไปในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป เมื่อเปึนเช่นนี้มหาวิทยาลัยในบ้านเรามีอยู่จํานวนเปึนร้อย ๆ แห่ง ก็อาจจะมีมหาวิทยาลัย ที่ได้มีโอกาสเข้าเปึนสมาชิกเพียงไม่กี่แห่ง เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ละครับ ในเมื่อเครือข่ายนี้เปึนเครือข่ายเดียวในประชาคมอาเซียน ที่ทําให้ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไปตีกรอบไว้อย่างนี้ แล้วมหาวิทยาลัยที่ไม่มีโอกาสเข้าเปึน สมาชิก ถ้าเขาไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกิจกรรมก็อาจจะเปึนการป่ดโอกาส เมื่อเปึนเช่นนี้ น่าจะมีเครือข่ายย่อย ๆ ในทางด้านต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัย ที่ไม่ได้เปึนสมาชิกเข้าไปร่วมในเครือข่ายย่อยก็จะเปึนการเป่ดโอกาสให้มหาวิทยาลัย เหล่านั้นได้ร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ ก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับ อย่างที่ผมเรียนแล้วว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้น จริง ๆ แล้วมีมหาวิทยาลัยที่อย่างน้อยที่สุดเปึนมหาวิทยาลัยที่มีความเข้มแข็งและพร้อม ที่จะร่วมทําประโยชน์หรือได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะประเทศไทยเปึนประเทศที่จะต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสํานักงานเลขานุการ เพราะสํานักงานเลขานุการจะมาตั้งอยู่ ในประเทศไทย เราก็ควรที่จะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมเปึนเครือข่ายของ สมาชิกมหาวิทยาลัยอาเซียนมากยิ่งขึ้น ในเมื่อไม่สามารถเปึนสมาชิกได้เพราะเรามี มหาวิทยาลัยจํานวนมากเกินไปแล้วจะทําให้มันเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เราก็ควรที่จะ เป่ดโอกาสให้มีเครือข่ายย่อยแล้วให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าไปเปึนสมาชิกเครือข่ายย่อยนั้น ๆ ก็คงจะได้รับประโยชน์ แล้วก็เปึนประโยชน์กับเครือข่ายนี้ด้วย ก็ขออนุญาตที่จะตั้ง ความเห็นเพิ่มเติมจากที่ท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้อภิปรายไป ๒ ท่านแล้วได้ตั้งเปึนประเด็น เอาไว้ แล้วขณะเดียวกันก็อาจจะมีประเด็นใหม่ ๆ เพิ่มเติม เพื่อจะทําให้ความร่วมมือ ภายใต้กฎบัตรเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนนี้มีความเข้มแข็งและประเทศไทยก็จะได้รับ ประโยชน์จากในส่วนนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยนั้นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสํานักงาน เลขานุการของเครือข่ายนี้ด้วย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นครับ