สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการค้าระหว่างไทยและจีน โดยเน้นย้ำความจำเป็นของการตรวจสอบมาตรฐานและความเป็นจริงของสินค้า เพื่อป้องกันการหลอกลวงและความไม่เท่าเทียมกันในทางการค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอพยพแรงงานจีนเข้ามาในไทย การศึกษาของนักเรียนไทยที่ไปเรียนในจีน และการแลกเปลี่ยนเยาวชนระหว่างไทยและจีน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพสินค้าจากประเทศจีน เพื่อป้องกันการเข้ามาของสินค้าขยะที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยบันทึกความเข้าใจเพื่อจะฝากประเด็นในเรื่องของ ข้อห่วงใยจากประสบการณ์ตรงที่การจัดตั้งศูนย์อาเซียน-จีน ว่าควรจะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนที่ประกอบธุรกิจหรือประกอบการเกษตรในการนําเสนอตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองไม่ทราบว่าศูนย์แห่งนี้ที่ตั้งอยู่กรุงปักกิ่งจะมีสาขาในมณฑล ที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร เช่นภาคเหนือของกระผม เราอยากเห็นว่าในมณฑลยูนนาน ศูนย์เหล่านี้มีการจัดตั้งหรือไม่ อย่างไร มีสาขาหรือไม่ อย่างไร ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ประเด็นปัญหาขณะนี้คือภาคเอกชนไทยเวลาส่งสินค้าเข้าไปในประเทศจีนมีปัญหา อุปสรรคมากครับ ประเด็นคือมณฑลต่อมณฑล กฎ ระเบียบ ไม่เหมือนกัน และขณะเดียวกันปรากฏว่ามีการลงทุนรูปแบบใหม่ในการที่กลุ่มคนจีนมาลงทุน รูปแบบใหม่ในประเทศไทย เช่นในภาคเหนือ การลงทุนรูปแบบใหม่ก็คือคนจีนมาแต่งงาน กับคนไทย เสร็จแล้วก็มาลงทุนเอง ทําเอง แล้วก็ส่งสินค้าต่าง ๆ ไปที่ประเทศจีนเอง ทําให้มีการกีดกันสินค้าที่นักลงทุนเมืองไทยจริง ๆ มีปัญหาอุปสรรค ถ้าเปึนของคนไทย จริง ๆ โดยไม่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างสายครอบครัวก็จะเกิดปัญหา เช่น การกีดกันสินค้ากรณีเรื่องของสารตกค้าง เรื่องของการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เรื่องของกฎ ระเบียบ ตราสารต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ถ้ากรอบศูนย์อาเซียน-จีน เกิดขึ้น จะอํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการสินค้าเกษตรของเมืองไทยได้อย่างไร และในขณะเดียวกันสินค้าเกษตรของประเทศจีนส่งมาทางเมืองไทยค่อนข้างที่จะง่าย และไม่มีการกีดกันด้านคุณภาพ กีดกันด้านศุลกากร กีดกันเรื่องของการตรวจสารตกค้างต่าง ๆ เราเองไม่สบายใจครับที่ได้รับทราบข่าวว่าน้ํามันพืชของประเทศจีนมีสารปนเปุ๋อน ที่ทําให้เกิดโรคมะเร็ง แล้วปรากฏว่าน้ํามันพืชเหล่านี้มีการเล็ดลอดเข้ามาตามแนวชายแดน แล้วก็มากรอกขวดใส่ในเมืองไทย ตรงนี้เปึนเรื่องที่น่าตกใจครับ แล้วก็มาขาย ในราคาถูก ๆ ตามร้านบ้านนอกของพวกเรา ส่วนที่ ๒ เรื่องนมปนเปุ๋อน ซึ่งปรากฏว่า ในประเทศจีนลงข่าวใหญ่โต แต่ว่านมจํานวนนั้นที่เลี้ยงทารกเล็ดลอดเข้ามาเมืองไทย เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ถ้าเราเกิดศูนย์อาเซียน-จีนขึ้นมาแล้ว ประเด็นเหล่านี้ฝากทาง กระทรวงการต่างประเทศให้คอมเมนท์ (Comment) ด้วย เวลาไปเจรจาหรือเวลาไปทําสัญญา ข้อตกลงให้ใส่ข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปด้วย ในขณะเดียวกันประเด็นเรื่องของศุลกากร วันนี้ เราต้องยอมรับว่าในภาคเหนือสิ่งหนึ่งคือความหวังของพี่น้องเกษตรกร ก็คือถนนสายอาร์ ๓ (R3) ซึ่งจะเชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงรายไปถึงนครคุนหมิงประเทศจีน และจะเปึนถนน ที่บรรทุกสินค้าเกษตร เราจะใช้ประโยชน์อย่างนี้ตอบสนองต่อพี่น้องของพวกเรา ที่จะส่งสินค้าไปได้อย่างไร
และประการที่ ๒ การเติบโตของสินค้าระหว่างรัฐต่อรัฐ ผมนําเรียนว่า วันนี้กลุ่มสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมาเข้มแข็ง เขาเองอยากจะไปทําสัญญา ร่วมกับประเทศจีน ร่วมกับคนที่เปึนของจริงนะครับ ส่วนใหญ่เกษตรกรหรือกลุ่มสหกรณ์ ไปแบบลูกทุ่งแล้วก็ถูกหลอกเจ๊งกันระเนระนาดไปหมด คือเราอยากจะให้ทาง ศูนย์อาเซียน-จีนช่วยสกรีน (Screen) ลูกค้าหรือสกรีนคนที่เปึนของจริง ส่งผ่านมายัง รัฐบาลด้วย อย่างน้อยท่านได้โปรดร่างคําสัญญาซื้อขาย หรือสัญญาข้อตกลงจะซื้อจะขาย เอ็มโอยู (MOU) ให้เปึนรูปแบบที่เปึนระบบมาตรฐาน มิฉะนั้นการซื้อขาย ยกตัวอย่าง เช่นสหกรณ์หรือเกษตรกรส่งลําไยอบแห้งไป ๓ ตู้คอนเทนเนอร์ ปรากฏว่าไปอีกรัฐหนึ่ง ก็มีระเบียบรูปแบบอีกอย่าง ไปอีกท่าเรือหนึ่งก็มีปัญหาอุปสรรค กว่าเราจะได้เงินจาก การขายสินค้า ๓ ตู้คอนเทนเนอร์นั้นเกษตรกรแทบที่จะแขวนคอตายครับ เครียด เพราะไม่รู้ว่าสินค้านั้นจะได้ขายไหม จะได้เจอปัญหาอุปสรรคไหม เพราะฉะนั้นถ้าศูนย์เรา ที่ตั้งขึ้นมานี้ให้ข้อมูล ให้ความเปึนจริง กับกลุ่มเกษตรกรหรือเอกชนไทยที่ต้องการเปึนรายเล็กรายน้อย เปึนเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ ไม่จําเปึนต้องหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทหรอกครับ สิบล้านบาท ห้าล้านบาท ยี่สิบล้านบาท สามสิบล้านบาท เปึนเล็ก ๆ เซคเตอร์ (Sector) เล็ก ๆ ที่ค้าขายทีละ ๑๐ ตู้คอนเทนเนอร์ ๕ ตู้คอนเทนเนอร์ คือคนพวกนี้จะเข้มแข็ง แล้วเขายินดีที่จะเปึนผู้ที่ประกอบการ ในเรื่องของการไปลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน นี่คือข้อเท็จจริงครับ สิ่งที่ น่าห่วงใยอยากจะฝากผู้ที่จะไปเซ็นสัญญาคือ เรื่องของการตรวจสอบ เรื่องของมาตรฐาน ที่เหลื่อมล้ํา ที่เปึนข้อสังเกตของฝ์ายบริหารตรงนี้ ก็หมายความว่าการเหลื่อมล้ําในเรื่องของ มาตรฐาน พอมาอยู่เมืองไทย ผ่าน แต่ไปอยู่เมืองเขา ไปอยู่ประเทศจีน ที่จะส่งไปปรากฏว่า เขากีดกันสินค้าเรา ทั้ง ๆ ที่มาตรการภาษีเท่าเทียมกัน แต่มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ปรากฏว่า ทางประเทศจีนจะมีมากกว่าของประเทศไทย มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น มาตรการ สารตกค้าง มาตรการในเรื่องของการยกระดับในการส่งสินค้า การส่งออก การนําเข้า การใช้เวลา การขึ้นท่าเรือ เรื่องเหล่านี้เขาจะมีกฎระเบียบของเขาที่แต่ละมณฑลแตกต่างกันไป ก็อยากจะนําเรียนทางท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐมนตรีว่าสิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะเปึน รายละเอียด แต่เปึนหัวใจหลักในการประกอบธุรกิจการค้าเล็ก ๆ สําหรับพี่น้องประชาชน ในภาคเกษตรที่ต้องการจะส่งสินค้าไปจําหน่ายในประเทศจีน เรื่องของการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ปัญหาการลอกเลียนแบบสินค้า ผมเองนั้นเห็นว่าประเทศไทยเราพยายาม ที่จะกีดกัน พยายามที่จะปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ฐานการผลิตจริง ๆ อยู่ที่ชายแดน และส่วนใหญ่จะกระซิบกระซาบกันเสมอว่ามาจากประเทศจีน เสื้อนี่นะครับ กางเกงยี่ห้อดัง ๆ ท่านรัฐมนตรีท่านไปต่างประเทศบ่อยท่านอาจจะไปซื้อของจริง แต่ปรากฏว่าของปลอม ที่เราบริโภคกัน สมมุติเราไปทางอําเภอแม่สาย มันเปึนสินค้าปลอมครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันปลอมได้ทันที ถ้าเมืองไทยออกเดือนนี้ไม่ถึง ๑๕ วัน ทางประเทศจีนมีแล้ว ส่งมาแล้วครับ อย่างนี้เราจะทํากันอย่างไร การมีข้อตกลงของอาเซียนมีกรอบเหล่านี้ด้วยหรือไม่ อย่างไร ท่านรัฐมนตรีช่วยแจ้งด้วย อย่างน้อยก็เปึนความสบายใจของพวกเราในฐานะสมาชิก อาเซียน เรื่องของบุคลากรหรือเรื่องของแรงงานข้ามชาติ ประเด็นวันนี้เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเราขาดแคลนแรงงานจํานวนมาก และในขณะเดียวกันก็ปรากฏว่ามีแรงงาน ที่มาแย่งตลาดเมืองไทย เช่นพวกไกด์ (Guide) ที่มาจากประเทศจีนมาแย่งตลาดแรงงานไทย
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของด้านเทคโนโลยี ปรากฏว่าวันนี้คนหนุ่มคนสาว จากประเทศจีนมาอยู่เมืองไทยมาก มาอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรม มาอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งตรงนี้มันทําให้คนงานไทยเราหรือคนหนุ่มคนสาวของไทยเราขาดโอกาส เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เรื่องของการอพยพโยกย้ายแรงงานระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน เรามี ข้อตกลงด้านโยกย้ายถิ่นฐานของแรงงานได้อย่างไร
ส่วนที่ ๓ เรื่องการศึกษา วันนี้ปรากฏว่ามีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่จบ มัธยมศึกษาป้ที่ ๖ ของเมืองไทยไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนจํานวนมาก แล้วขณะเดียวกันนั้นเด็กจากประเทศจีนก็อพยพมาเรียนที่เมืองไทยเปึนจํานวนมาก เราจะควบคุมคุณภาพ เราจะควบคุมหลักสูตรการศึกษาเหล่านี้ที่จะเอื้ออํานวย ไม่ทราบว่าทางศูนย์นี้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของเด็ก เยาวชน ในเรื่องของการแลกเปลี่ยน ซึ่งกันและกันอย่างไร ตรงนี้ผมเองก็ฝากข้อห่วงใย
และประการสุดท้าย ที่อยากเห็นองค์กรนี้เติบโตอย่างจริงจังคือการลงทุน ด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าประเทศเรานั้นกําลังจะขยาย การลงทุนด้านขนส่ง ด้านบริโภคกับขนาดใหญ่ ด้านขนส่ง ด้านเทคโนโลยี เช่น การประมูลมือถือ เรื่องของมอเตอร์ไซค์ เรื่องของรถสิบล้อ รถหกล้อ ซึ่งตอนนี้สินค้าจากประเทศจีนจะถาโถมเข้ามาสู่เมืองไทย เปึนจํานวนมาก เราจะทําอย่างไรจะกีดกันสินค้า เราจะตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานตรงนี้ อย่างไร เช่น ยางรถยนต์ประเทศจีนจะถูกกว่ายางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อะไหล่รถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อดัง ๆ ในประเทศไทยถูกกว่า แต่เราไม่รู้ว่าคุณภาพเหล่านี้ เปึนอย่างไร ทีวีจอแบนของประเทศจีนจะถูกกว่าของประเทศไทยที่อยู่ในเมืองไทยนี้นะครับ ถ้าเปึนของประเทศจีนมันถูกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กาต้มน้ําร้อนถูกกว่า ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย มือถือยิ่งถูกกว่าอีก ดูทีวีก็ได้ ฟังวิทยุก็ได้ เราจะทําอย่างไรที่จะตรวจสอบคุณภาพอย่างนี้ และไม่เปึนขยะที่จะตกค้างในประเทศไทยในอนาคต ของประเทศจีนถูกแต่ปรากฏว่า ไม่มีคุณภาพ แต่คนเราชอบซื้อและขยะอันเกิดจากอุตสาหกรรมเหล่านี้ข้อตกลงระเบียบ เหล่านี้มีการพูดจากันบ้างหรือเปล่า ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในอนาคตข้างหน้าถ้าเราไม่มีการพูดจา ไม่มีการตั้งกําแพง สินค้าประเทศจีน จะท่วมประเทศไทย คนจีนจะท่วมประเทศไทย นักลงทุนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมาเมืองไทยเต็มไปหมด และสุดท้ายคนไทยจะกลายเปึนลูกจ้างคนจีนหมด และจะกลายเปึนพลเมืองชั้นสอง ในการลงทุน กราบขอบคุณครับท่านประธาน