รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๒๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด สุโขทัย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือต่อท่านประธานความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของถนน ซึ่งถนนลาดยางเขตติดต่อเทศบาลกงไกรลาศไปตําบลหนองตูม ระยะทาง ๙ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนสายรอง ได้มีรถอ้อยและรถบรรทุกหนักวิ่งผ่านโดย หลีกเลี่ยงถนนสายหลัก หมายเลข ๑๒ หรือที่เรียกว่าถนนสิงหวัฒน์ซึ่งมีตราชั่งประจําอยู่ แล้วก็หันมาใช้ถนนเส้นนี้ ทําให้ถนนเส้นนี้พังเสียหายเป็นจํานวนมาก สร้างความเดือดร้อน และเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะว่าถนนบางช่วงมันทรุดมาก ด้วยความรับผิดชอบของ แขวงการทางจังหวัดพิษณุโลกครับ กรมทางหลวงก็เลยอยากจะฝากให้เข้าไปซ่อมถนนเส้นนี้ สักหน่อยนะครับ เพราะว่าอย่างน้อยถ้ายังไม่ได้งบในการปรับปรุงหรือว่าบูรณะอะไรก็ช่าง แต่ว่าก็ขอให้แขวงการทางนั้นเข้าไปซ่อมบริเวณที่ชํารุดแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งสะพานที่หักครับ คอสะพานที่ข้ามแม่น้ํายมนั้นก็หักแล้ว ก็ฝากถึงแขวงการทางไปดู เส้นนี้ด้วย และอีกเส้นหนึ่งนะครับ ถนนซึ่งรับผิดชอบของทางหลวงชนบทสายวัดท่าฉนวน ผ่านไปบ้านหางตลาด ไปยังแหลมเส้นนี้ก็เช่นกันถนนนั้นชํารุดเสียหายเยอะครับ แต่ว่าไม่มี หน่วยงานไหนที่เข้าไปซ่อมเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามคอสะพานต่าง ๆ นั้นก็ทรุด ก็ทํา ให้เวลารถวิ่งไปมาก็ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะว่าคอสะพานระหว่างถนนกับสะพานที่เป็น คอนกรีตนั้นต่างระดับกันมากครับ โดยเฉพาะรถต่างถิ่นที่มาไม่รู้ก็ทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครับ ฝากท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมครับ
คุณนิยม จะพูดหรือเปล่า คุณนิยม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจาก ราษฎรจํานวนมากว่า โรงพยาบาลของอําเภอ มี ๕ อําเภอครับ มีอําเภอชัยบาดาล อําเภอ ลําสนธิ อําเภอท่าหลวง แล้วก็อําเภอพัฒนานิคม อําเภอสระโบสถ์ อําเภอโคกเจริญ มีแพทย์ และพยาบาลไม่พอ แล้วก็ยังเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กขอให้ขยายให้ครับ
ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขุดลอกคลองทรัพย์ คลองกระจัง คลองหนองตะขบ คลองหนองบัว คลองไทร และก็สร้างอ่างแก้มลิง ๑๐ แห่ง ในแม่น้ําป่าสักครับ
ขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยซ่อมถนนที่ชํารุด จากปั๊มสุดใจเข้าไป บ้านโคกสลุง บ้านมะนาวหวาน แล้วก็ไปบ้านดีลังครับ แล้วก็สายจากบ้านคันนาหิน เข้าไป บ้านคลองบง แล้วก็ไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แล้วก็ถนนจากแม่น้ําป่าสักมาโรงงานน้ําตาล ท่าหลวง แล้วก็จากตําบลท่าหลวง เขื่อนทางด้านฝั่งตะวันตกและตะวันออก ชํารุด ทั้ง๒ ฝั่ง อันนี้ก็กรมทางหลวงของกรมชลประทาน แล้วก็มอบให้กับทางกรมทางหลวงชนบท ไป แต่ยังไม่ได้มีการซ่อมบํารุงครับ แล้วก็จากตําบลหนองบัว ตําบลแก่งเสือเต้น เขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์
หมดเวลาแล้วครับ
แล้วก็อ่างห้วยยางอีก ๓ แห่งครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ชาวจันทให้พวก กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. พงศ์เวช เวชชาชีวะ มาให้ กําลังใจท่านประธานชัย ชิดชอบ และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านทําหน้าที่ ได้ดีเยี่ยม ไม่เหน็ดไม่เหนื่อย มีชาวบ้านบางกลุ่มด่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ เราหันหน้ามาช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมืองดีกว่า ผมดีใจมากครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมากครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเก่ง ครับ และยังมีเพื่อน ส.ส. ด่านายกรัฐมนตรีอีกนะครับ ก็ขอให้ไปที่ชอบ ๆ เถอะครับ และสุดท้ายนี้ผมก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองท่านประธานชัย ชิดชอบ และนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอให้ได้กลับมาเป็นประธาน และขอให้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ของประเทศไทย มาแก้ปัญหาวิกฤติให้จบครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ
เรื่องแรกที่อยากจะหารือกับท่านประธาน คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องชาวบ้านโนนเปลือย ๒ หมู่ของตําบลตลาดแร้ง และบ้านกุดยาง ตําบลตลาดแร้ง อําเภอบ้านเขว้า และอีกแห่งหนึ่งก็คือที่บ้านหนองกระทุ่ม ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า ๔ หมู่บ้านนี้ร้องเรียนดิฉันมาว่าน้ําประปาของหมู่บ้านไม่สามารถใช้การได้ดี คือน้ําไม่เพียงพอ ต่อความต้องการใช้ของพี่น้องในหมู่บ้านทั้ง ๔ หมู่ อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลแก้ไขปรับปรุงเรื่องระบบประปาหมู่บ้าน ขยายเขตและเพิ่ม แรงส่งน้ําให้กับพี่น้องใน ๔ หมู่บ้านที่ดิฉันกล่าวถึงด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ดิฉันได้รับการร้องเรียนอีกเช่นกันค่ะ จากพี่น้อง ชาวอําเภอจัตุรัส ชาวอําเภอเนินสง่า ชาวบ้านที่อําเภอบ้านเขว้า และอําเภอซับใหญ่ ๔ อําเภอนี้เขาร้องเรียนดิฉันมาเกี่ยวกับเรื่องเขามีปัญหาในเรื่องเขตไปขอขยายเขตไฟฟ้า เนื่องจากว่าตอนนี้หมู่บ้านมีการเติบโตขึ้น ก็จะมีชาวบ้านขยายออกไป นําบ้านเรือนไปอยู่ใน นอกเขตไฟฟ้าส่องสว่างของภายในหมู่บ้าน บางแห่งต้องการเสาเพิ่มแค่ต้นสองต้น แต่ไม่สามารถที่จะมีไฟฟ้าใช้ได้ เนื่องจากเมื่อไปติดต่อสอบถามหรือว่าไปขอความช่วยเหลือ จากทางการไฟฟ้า เขาแจ้งมาว่าต้องให้ชาวบ้านหาเงินหรือว่าทาง อบต. หาเงินมาสมทบเพื่อ จะได้มาขยายเขตไฟฟ้า อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแล เรื่องการขยายเขตไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนใน ๔ อําเภอด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้ายก็คือ มีพี่น้องที่ทํางาน ทํานา ทําไร่อยู่ในที่ดินของ ภ.บ.ท. ๖ ค่ะ ท่านประธาน ทุกปีที่ผ่านมาเขาต้องจ่ายเงินชําระค่าภาษีในการที่จะใช้ที่ดิน แต่ปีที่ผ่านมา ไปเสียภาษีแล้วหน่วยงานบอกว่าไม่รับเสีย ไม่ต้องเสีย ปีนี้เขาจะออกที่ดินให้ ชาวบ้านเกิด ความวิตกกังวลว่าที่ดินที่ทําอยู่จะถูกยึดคืนหรือเปล่า อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบและดูแลเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณสมัย เจริญช่าง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ว่าขอให้สํานักนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้มี การปรับปรุงเปลี่ยนพื้นที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของตํารวจนครบาลในถนนพระยาสุเรนทร์ หรือถนนรามอินทรา ๑๐๙ ซึ่งถนนเส้นนั้นมีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แต่ว่ามีสถานี ตํารวจนครบาลที่รับผิดชอบอยู่ถึง ๓ สถานี คือสถานีตํารวจนครบาลมีนบุรี บางชันและ คันนายาว ขึ้นอยู่กับกองบังคับการตํารวจนครบาลถึง ๓ กองบังคับการด้วยกันคือทั้ง น.๓ น. ๔ และ น. ๒ ซึ่งขณะนี้เกิดเหตุเกี่ยวกับเรื่องของอาชญากรรมอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าเป็นพื้นที่ ที่ผู้ร้ายมักจะวิ่งข้ามเขต สน. ก็เป็นปัญหาในการดูแลแก้ไข และชาวบ้านก็ได้ฝากขอบคุณทาง สถานีตํารวจนครบาลคันนายาวที่ได้ดูแลกวดขันเกี่ยวกับเรื่องของปัญหายาเสพติดให้โทษเป็น ผลดี ขณะนี้มีคดียาเสพติดลดน้อยลงมาก แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ที่อยู่กับ สน. บางชันนั้น ทางราษฎรในพื้นที่ถนนพระยาสุเรนทร์ได้ร้องเรียนมาว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ค่อยได้ออกไป ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะที่บริเวณ หมู่บ้านร่มเย็นเวลาประมาณ ๔.๐๐ นาฬิกา ถึง ๕.๐๐ นาฬิกา เกือบทุกวันจะมีคนร้ายไปซุ่ม ในการที่จะวิ่งราวกระเป๋าแล้วก็จี้บรรดาสุภาพสตรีที่ออกไปทํางานนอกบ้านในตอนเช้า
เรื่องที่ ๒ ก็คือขอความกรุณาจากทางกรุงเทพมหานครได้วางแผนในการ ขุดลอกคูคลองในเขตคลองสามวาด้วยเพราะว่าเวลาฝนตก น้ําจะท่วมเป็นประจํา เนื่องจากว่าคูคลองตื้นเขิน ก็คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณชมภู จันทาทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้นําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการพิจารณาพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการและคณะรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการด้วยค่ะท่านประธาน เนื่องจากโรงเรียนเทพประทับ ตําบลนางิ้ว อําเภอ สังคม ได้ขอขยายโอกาสในการที่จะขยายมัธยมตอนต้น ม. ๑ ถึง ม. ๓ เพื่อให้โอกาสแก่ ลูกหลานพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านยากจนค่ะ แล้วก็ไกล ความเจริญ ทําให้เด็กที่เรียนจบ ป. ๖ นั้นไม่มีความสามารถ ผู้ปกครองเขาไม่มีความสามารถ ที่จะส่งไปเรียนต่อมัธยมตอนต้นค่ะ ก็เลยขอขยายโอกาสผ่านคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานของท้องถิ่น ไม่ว่าคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของท้องถิ่น คณะกรรมการ ท้องถิ่น และผู้ปกครอง แล้วก็นักเรียนด้วยนะคะผ่านไปเรียบร้อย แต่ว่าคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานของท้องถิ่นไม่อนุมัติให้เปิดขยายโอกาสการเรียนต่อแห่งนี้นะคะ เพื่อให้ กําลังใจแก่นักเรียนค่ะ ท่านประธานคะ เด็กนักเรียนถ้าไม่ได้เรียนต่อแล้ว ตามชนบทนั้น ก็จะมีปัญหา ๑. เรื่องยาเสพติด ๒. เด็กนักเรียนก็จะแต่งงานก่อนเยาว์วัย ก็ทําให้เกิดปัญหา การแตกแยกในโอกาสต่อไป ดิฉันอยากจะให้ทางคณะกรรมการได้ทบทวนในการพิจารณา อีกครั้งหนึ่งแล้วก็ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ นั้นดิฉันอยากจะกราบเรียนปรึกษาหารืออีกครั้งหนึ่งแก่ท่าน ประธาน เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔ ดิฉันได้นําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของอําเภอท่าบ่อได้เกิดโรคระบาดพีอาร์อาร์เอส (PRRS) นะคะท่านประธาน ก็ฝากท่าน ประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รีบอนุมัติเงินให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนอย่างด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน นายเสกสรร สุขศรี บุตร ดาบตํารวจ ปัญญา สุขศรี อดีตข้าราชการตํารวจภูธรภาค ๗ เสียชีวิตเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ ราชการขอใช้สิทธิเข้ารับราชการตํารวจตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงบัดนี้ ๖ ปี ยังไม่ได้รับ การพิจารณาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติเลยครับขอให้ กบ.ตร. ช่วยดูแลตํารวจชั้นผู้น้อย ลูกหลานตํารวจชั้นผู้น้อยด้วย
เรื่องที่ ๒ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามได้ส่งจดหมายและแผนที่ร้องเรียนว่า มีข้าราชการคนหนึ่งตั้งโต๊ะสนุกเกอร์ในซอยหมู่บ้านหรรษามาเจริญ ๓ เขตหนองแขม โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้กระทรวงยุติธรรมและสํานักงานตํารวจแห่งชาติไปดูแล
เรื่องที่ ๓ คุณเทิดไทย ทิพย์สิโรเวท เลขานุการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พงษ์ศิริชัย ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา ร้องขอถังขยะและถังดับเพลิงขอให้การเคหะ แห่งชาติไปดําเนินการ
เรื่องที่ ๔ คุณปุ๊กซอยประสิทธิ ๑/๓ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ร้องเรียน ว่าน้ําท่วมขังเป็นที่ดินของเอกชน ขอให้การเคหะแห่งชาติไปสร้างถนน
เรื่องที่ ๕ ชาวบางบอน ๗ เขตบางบอน ถนนบางบอน ๕ ร้องว่าถนนทรุด และแตกร้าวขอให้กรุงเทพมหานครไปปรับปรุงด่วน
เรื่องที่ ๖ คุณวิโรจน์โทรศัพท์มาร้องเรียนว่าไฟฟ้าสาธารณะดับ ๒ ดวง ในซอยเพชรเกษม ๗๗ แยก ๒ หน้าบริษัทฟอร์ดเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว ปรากฏว่า เกิดเหตุปล้นจี้บ่อยครั้ง ขอให้การไฟฟ้านครหลวงไปติดตั้งไฟฟ้า และ สน. หนองแขมไปดูแล ด่วน
เรื่องที่ ๗ นางเจริญรัตน์ จุลศักดิ์ อายุ ๗๐ ปี อยู่ซอย ๗๗/๑ เขตหนองแขม อยู่มา ๓๐ ปีแล้วถนนไม่มี ขอให้การเคหะแห่งชาติไปสร้างถนนให้
เรื่องที่ ๘ เรือเอก สมศักดิ์ หมู่บ้านเอื้ออาทรโครงการรัฐเอื้อราษฎร์ ซอยเพชรเกษม ๑๑๐ ขอให้การเคหะแห่งชาติเปิดประตูหมู่บ้านทั้ง ๒ ประตูเป็นการด่วน
เรื่องที่ ๙ พยาบาลร้องว่าป้ายรถเมล์ ขสมก. ปากซอยเพชรเกษม ๑๐๘ ถูกยกเลิกขอให้ตั้งป้ายรถเมล์ไว้ที่เดิม จะย้ายป้ายรถเมล์ควรจะถามประชาชนก่อน ขอขอบคุณครับ
คุณละออง ติยะไพรัช
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะดิฉันอยากจะถามไปทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนะคะในเรื่อง หารือทุกครั้งก็จะมีจดหมายจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปถึงกับ ส.ส. ในพื้นที่ ที่หารือ ปรากฏว่าสิ่งที่เราหารือ ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้บอกว่า ได้เรียนให้ทางหน่วยงานที่ท่านร้องขอได้ทราบแล้ว แล้วก็จะมีจดหมายอีกฉบับหนึ่งจาก หน่วยงานแนบมาด้วย ปรากฏว่าดิฉันเข้าพื้นที่ทุกครั้ง ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไขในสิ่งที่ เราร้องขอไป อย่างเช่น เราพูดถึงเรื่องอ่างน้ําที่พี่น้องประชาชนต้องการอ่างน้ํา อย่างเช่น อ่างแม่สลอง อ่างห้วยฮางดี หรือคลองส่งน้ํา ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นะคะท่านประธาน มันไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาว่าในสิ่งที่เราร้องขอไปนั้นเขาได้แก้ไขปัญหาไปถึงไหน แล้วเขาทํา อย่างไรในเรื่องที่เราได้หารือไปบ้างแล้ว อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันก็มีความสุขนะคะที่ได้พูด ได้บอก ปัญหาของพี่น้องประชาชนและได้รับจดหมายจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า สิ่งที่เราพูดไปมีหน่วยงานที่ได้รับรู้ รับทราบ รับฟัง แต่ว่าเราไปติดตามในจุดต่าง ๆ ที่เรา ร้องขอไปมันไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นมันไม่เหมือนกับว่าสิ่งที่ร้องเรียนก็เป็นแค่จดหมาย เท่านั้นเองค่ะท่านประธาน และพื้นที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วดิฉันได้เข้าในพื้นที่ตําบลแม่ไร่ อําเภอ แม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งอําเภอแม่ไร่ชาวบ้านเขาใช้น้ําจากพื้นที่ตําบลแม่ฟ้าหลวงในอําเภอ แม่ฟ้าหลวง จากเดิมพื้นที่ น้ําสามารถใช้ได้เป็นหมื่น ๆ ไร่ แต่ปรากฏว่าตอนนี้เรามีภูเขา ป่าไม้แน่นหนา แต่ชาวบ้านน้ําไม่มีใช้ดิฉันอยากจะแค่ช่วยให้ทางหน่วยงานกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยไปแก้ไขว่ามีวิธีไหน ที่สามารถให้น้ําแม่ไร่กลับคืนมาได้ ขอบคุณมากค่ะ
คุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ปัญหาซ้ําซากจากจังหวัดสุโขทัย คือเมื่อประมาณ วันที่ ๑๖-๑๗ มีนาคมเดือนที่แล้วนะครับผมได้หารือกับท่านประธานเกี่ยวกับพี่น้อง ชาวตําบลปากแคว ชาวตําบลเมืองเก่า ซึ่งประสบภัยในปัญหาเรื่องฝนตกนอกฤดูกาล ทําให้ไร่ยาและไร่พริกเสียหาย ยังไม่ได้รับค่าชดเชยการเสียหายเลยนะครับ แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ พี่น้องชาวตําบลปากแควเกือบทั้งตําบล ท่านประธาน โดยเฉพาะหมู่ที่ ๔ ได้ประสบวาตภัยพายุมรสุมพัดผ่านทําให้บ้านเรือนเสียหาย จํานวนหลายร้อยหลังนะครับ โดยเฉพาะหมู่ที่ ๔ มีบ้านเรือนและโรงยาแล้วโรงเก็บผลผลิต ของพี่น้องเกษตรกรที่ทําไร่ยาสูบเก็บผลผลิตไว้ประสบปัญหา ก็อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ดูแล ช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนด้วยนะครับ เป็นปัญหาที่ซ้ําสองของพี่น้องคนจังหวัดสุโขทัยครับ ท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ ผมได้รับการร้องเรียน จากกลุ่มเกษตรกรบ้านดอนพิกุล ซึ่งได้ทํานาปรังหรือเป็นโครงการประกันรายได้รอบที่ ๒ ปรากฏว่าทางพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวนะครับเป็นพื้นที่แห้งแล้งได้อาศัยน้ําในสระน้ํา ได้ทํานาปรัง มีการเก็บเกี่ยวก่อน ผลผลิตก่อนที่จะได้รับทําประชาคมจากทางเจ้าหน้าที่ เกษตร เมื่อยื่นหลักฐานแล้วไม่ได้รับการประกันรายได้นะครับ ก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทําประชาคม ยืนยันกับพี่น้องว่าในพื้นที่ดังกล่าวนั้นได้ทํานาจริงนะครับในรอบ ๒ ขอให้เข้าสู่ในการประกัน รายได้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านมากครับ
คุณอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นาง อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบ เรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงสํานักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เรื่อง ทวงถามข้อหารือ ในวันศุกร์ที่ ๒๖ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ดิฉันหารือเรื่อง ของบประมาณเพื่อก่อสร้างหอระฆัง วัดศรีแก้ว บ้านดงแสนตอ หมู่ที่ ๑ ตําบลวัฒนา อําเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร แล้วทางสํานักงานเลขาธิการก็ตอบไปว่าสํานักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้งว่าได้ดําเนินงานตามข้อหารือแล้ว ๕-๖ เดือนผ่านไปก็ยัง เหมือนเดิมค่ะ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้ดิฉันจึงร้องเรียน ร้องขอมาที่ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ ที่ดูแลสํานักพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าช่วยอนุโมทนาบุญให้กับหมู่บ้านยากจนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพคะ เป็นเรื่องที่เป็นจริงมากที่สุดและใกล้ตัว มากที่สุด นั่นก็คือข้าราชการรัฐสภาสามัญ ปกติแล้วจะได้รับโบนัสในวันที่ ๑ เดือนเมษายน ของทุกปี แต่ปีนี้ยังไม่ได้รับเลย ข้าราชการรัฐสภาสามัญบอกว่าเดือนพฤษภาคมนั้นเป็นเดือน ที่ลูก ๆ จะเข้าโรงเรียนแล้ว ไม่ทราบว่าโบนัสนั้นจะออกวันไหน เมื่อไรคะ ข้าราชการรัฐสภา สามัญรําพึงในใจว่า การทรมานคือการรอคอยค่ะ
เรื่องที่ ๓ ร้องขอไปที่ท่านธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ของบประมาณโครงการฝึกอบรมการกรีดยางพาราให้กับอําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ทําสวนยางไม่มีทักษะและไม่มีความรู้เรื่อง วิชาการ จึงร้องขอมาด้วยความเคารพค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านบรรจบ รุ่งโรจน์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตพื้นที่ตําบลบ้านสวน ตําบล ห้วยกะปิ เขตอําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาแก้ไขปัญหา อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนสายบายพาส โดยต้องการให้ทางกรมทางหลวงได้กรุณาเปลี่ยน จุดกลับรถจาก กม.๑๒+๘๐๐ ไปกลับรถที่บริเวณสะพานลอยยกระดับห้วยกะปิ เพราะว่า เกิดอุบัติเหตุเป็นประจํา
เรื่องที่ ๒ ก็ขอให้ทางกรมทางหลวงได้ช่วยตีเส้นแบ่งช่องจราจรในถนนสายสําคัญ โดยเฉพาะถนนสุขุมวิท
เรื่องที่ ๓ ผ่านไปยังทางกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ซ่อมแซม ถนนสายวิบูลย์ธรรมรักษ์ของตําบลหนองไม้แดง ซึ่งชํารุดทรุดโทรมและประชาชนใช้สัญจร เป็นจํานวนมาก
เรื่องที่ ๔ ราษฎรผู้ประกอบอาชีพค้าขายรถเร่บริเวณศาลารวมใจชน อําเภอเมืองชลบุรี ได้ถูกทางราชการสั่งห้ามค้าขาย ทําให้มีความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง และได้ทําหนังสือขอความอนุเคราะห์จากทางราชการได้ผ่อนปรนให้ทํามาหากินเช่นเดียวกับ กรุงเทพมหานคร จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาพิจารณาให้การช่วยเหลือด้วย ขอขอบพระคุณครับ
คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอยากจะหารือท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีที่เมื่อวาน ได้มีมติว่าจะดําเนินการเรื่องปุ๋ยสั่งตัด คือเท่าที่ผมสดับตรับฟังนะครับ จะใช้งบประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อทําปุ๋ยขึ้นมาให้ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ ในดินแต่ละภาค แต่ว่าคณะรัฐมนตรีไม่เข้าใจวิถีชีวิตของชาวนา เวลาไปผลิตปุ๋ยสั่งตัดให้ตรงกับความต้องการ ของดินว่าจะมีสารเอ็นพีเค (NPK) เท่าไร เวลาเขาจะหว่านในไร่นามันต้องปั้นเม็ด แล้วต้อง ผลิตจํานวนมากที่จะปั้นเป็นเม็ด อย่างชาวนาในภาคเหนือ ๑๖-๒๐-๐ ภาคอีสาน ๑๖-๑๖-๘ เป็นปุ๋ยที่ใช้กับนาข้าว ๑๕-๑๕-๑๕ ใช้กับผลไม้ในภาคใต้ คณะรัฐมนตรีไม่เข้าใจมันก็จะเกิด การทุจริตถ้าทําปุ๋ยสั่งตัด เพราะส่วนผสมที่จะไปผสมนั้นจะการันตีได้อย่างไรว่าส่วนผสมนั้น จะมีสารเอ็นพีเค ไนโตรเจน โปแตสเซียม ให้ถูกต้องตามที่เกษตรกรหรือชาวไร่ ชาวนา เขาต้องการ มันจะเกิดการทุจริตแน่นอน รัฐบาลนี้คิดแต่คําพูด ประดิดประดอยคําพูด ประชาชนฟังแล้วไม่เข้าใจว่าปุ๋ยสั่งตัดมันคืออะไร วันนี้อยากจะฝากท่านประธานไปถึง คณะรัฐมนตรีนะครับว่า โครงการนี้เกิดการทุจริตแน่นอน และไม่เข้าใจวิถีชีวิตในการหว่านปุ๋ย ในนา เขาหว่านอย่างนี้ครับท่านประธาน
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับเรื่องไข่ วันนี้ครับท่านประธานผมเขาไปในห้องอาหาร สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ไข่ที่กินกินเบอร์ ๐ วันนี้ไข่ต้มที่อยู่ในมือผมนี่เบอร์ ๒ แต่ผมไม่รู้ว่าท่านประธานไปจ้างให้เขาทําราคาเท่าเดิมไหม ลูกละ ๑๐ บาทหรือไม่ อันนี้ ไข่เบอร์ ๒ ใหญ่กว่าไข่นกกระทานิดเดียว ผมไปหยิบแล้วเช็ดมาให้ท่านประธานดู ท่านประธานช่วยตรวจสอบด้วยว่าจ้างเขาเท่าไร วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้กินไข่เล็กลงครับ ขอบคุณครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขุดลอก หน้าฝายโรงเรียนตําบลศรีวิชัย อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ซึ่งขณะนี้ตื้นเขิน
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมได้ขุดลอกลําน้ําลี้ให้เขตพื้นที่ ตําบลบ้านโฮ่ง และตําบลเหล่ายาว อําเภอบ้านโฮ่ง ขอให้ขุดลอกทั้ง ๒ ด้าน ซึ่งขณะนี้ผม ไปเยี่ยมพี่น้องชาวบ้านร้องเรียนมาว่าขณะนี้ตลิ่งพังบางส่วน
เรื่องที่ ๓ ขอติดตามที่ดินสูญหายจากอุทกภัยน้ําท่วมในเขตพื้นที่ตําบลเหล่ายาว อําเภอบ้านโฮ่ง ซึ่งได้รับความเสียหายน้ําท่วมเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้เขารอ ความช่วยเหลือจากรัฐบาล
เรื่องที่ ๔ ขอดําเนินการก่อสร้างฝายดอยโตน ตําบลป่าพลู อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ซึ่งได้รับผลกระทบเสียหายจากน้ําท่วมที่ผ่านมา
เรื่องที่ ๕ หอมแดงในเขตพื้นที่อําเภอบ้างโฮ่ง จังหวัดลําพูน ได้รับ ความเสียหายจากฝนตกหลงฤดูในช่วงเดือนที่ผ่านมาทําให้ได้รับความเดือดร้อนและ เกษตรกรขาดทุน ขอให้ทางรัฐบาลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการชดเชยและ ช่วยเหลือ
เรื่องที่ ๖ ชาวบ้าน ๖ ครัวเรือนข้าง อบต. ป่าพลูไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็น ระยะเวลา ๓-๔ เดือน ขณะนี้เขาเดือดร้อนและมีเด็กพิการ ๑ คน ซึ่งต้องการแสงสว่าง ขอให้ จังหวัดลําพูนได้ดําเนินการสั่งการไปยังองค์การบริหารส่วนตําบลป่าพลูติดตั้งไฟฟ้าให้ ชาวบ้านดังกล่าว
เรื่องที่ ๗ ขอเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนในฐานะ ผู้รักษาอธิปไตยของประเทศ ขอให้ทางรัฐบาลได้เยียวและช่วยเหลือทหารที่เสียชีวิตดังกล่าว อย่างสมเกียรติ
เรื่องสุดท้าย ขอขอบคุณรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่มี ความห่วงใยพี่น้องชาวลําพูนและชาวจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติโครงการผันน้ําปิงสู่เขื่อน แม่กวง งบประมาณทั้งหมด ๑๕,๐๐๐ ล้านกว่าบาท เมื่อการประชุม ครม. ที่ผ่านมา นี่คือ ความห่วงใยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ซึ่งถึงแม้เราจะมีนายกรัฐมนตรีมาจาก ภาคเหนือก็ไม่ให้ความสําคัญเท่ากับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับ ท่านประธานหลายเรื่องเลยครับ
๑. เรื่องขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณสร้างถนนคอนกรีตจากหมู่ที่ ๗ ตําบล พระบาทนาสิงห์ไปเป็นหมู่ที่ ๑๑ ซึ่ง อบต. เขาทําเรื่องขอเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาเกือบปี แล้วครับ ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง ก็ขอนําเรียนท้องถิ่นด้วยได้เปลี่ยนแปลงให้เขาด้วย
๒. ขอเงินให้ผู้สูงอายุที่ตกหล่นไป ที่กระผมได้พูดไปในสภาเมื่อเดือนที่แล้ว คือ ๑. นางจี โพธิสีดา หมู่ที่ ๒๐ ตําบลจุมพล อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เกิดปี ๒๔๘๗ ๒. นายคําผาย ปะมามะเต บ้านหนองหอย อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เกิดปี ๒๔๘๓ อันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งแล้วจะติดตามมานะครับ ก็ขอไปยังกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะครับ
๓. ของบประมาณขุดลอกหนองน้ําประจําหมู่บ้านของบ้านท่าสําราญ บ้านหายโศก ตําบลเฝ้าไร่ อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เรื่องนี้ชาวบ้านต้องการเพราะ มีความแห้งแล้งมากนะครับ
๔. ของบประมาณสร้างถนนคอนกรีตบ้านคําประกัง บ้านคําจําปา ๓ กิโลเมตร และบ้านนามน ตําบลเซิม อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ไปบ้านโนนสีทอง ตําบลโพธิ์ ระยะทาง ๗ กิโลเมตรครับ
๕. ของบขุดลอกและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ําสงคราม บ้านนาดี ตําบลนาดี อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ บริเวณนี้เป็นบริเวณที่สวยงาม มากนะครับ ถ้าได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแล้วจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอําเภอ เฝ้าไร่นะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ของบปรับปรุงผิวจราจรเส้นทางจากบ้านโนนสวรรค์ รัตนวาปีไปยังบ้านหนองยอง ตําบลหนองยอง อําเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ๑๐ กิโลเมตร ขอบคุณมากครับ
คุณสําราญ ศรีแปงวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด กําแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดชาวกําแพงเพชร มาหารือ ๒ เรื่อง ได้รับการร้องเรียนจากราษฎร ๖ หมู่บ้านในตําบลคลองน้ําไหลและคลองลานพัฒนา อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถนนลาดยางสาย บ้านท่าช้าง ตําบลน้ําคลองไหล และบ้านมอตะแบก ตําบลคลองลานพัฒนา เป็นถนน รพช. เก่า เปลี่ยนมาเป็นทางหลวงชนบท ขณะนี้ได้โอนมาให้เทศบาลตําบลคลองลานพัฒนา ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ถนนใช้มานาหลายปีเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทาง ได้รับแจ้งจาก เทศบาลตําบลคลองลานพัฒนาว่าถนนเส้นดังกล่าวต้องเทยางทับตลอดสาย เทศบาล ขนาดเล็กเกินขีดความสามารถจะซ่อมได้ จึงฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีเป็นกรณี พิเศษ ช่วยจัดงบประมาณและหาหน่วยงานรับผิดชอบเทยางทับถนนดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหา ระยะยาวให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
เรื่องที่ ๒ ขอติดตามการหารือไปแล้ว เรื่องคลองส่งน้ําเข้าพื้นที่การเกษตร จากอ่างบ้านบึงหล่มเข้าอ่างบ้านคลองปลาร้า หมู่ที่ ๑๓ ตําบลคลองลาน อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร กรมชลประทานจังหวัดกําแพงเพชรได้ไปสํารวจพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และราษฎรก็ได้อุทิศที่ดินให้เพื่อขุดลอกคลองส่งน้ําให้ราษฎรทั้งหมด ๔ หมู่บ้าน ประชากร ประมาณ ๘,๐๐๐ คน พื้นที่ทําการเกษตร ๑๒,๐๐๐ ไร่ ได้รับความเดือดร้อนมาก จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยจัดงบประมาณขุดลอก คลองส่งน้ําทําการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาความแห้งแล้งระยะยาวให้กับราษฎรในตําบล คลองลานพัฒนา อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชรด้วยครับ
คุณฐิติมา ฉายแสง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่าน ประธานคะ ขออนุญาตหารือถึงความเดือดร้อนโดยที่ต้องการของบประมาณที่จะทํา ถนนลาดยางให้กับตําบลท่าตะเกียบ อําเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา หมู่ที่ ๒๐ บ้านเนินน้อย ตําบลท่าตะเกียบ ท่านประธานคะ เป็นจุดศูนย์กลางแล้วก็ทางผ่านของ ประชาชนหลายหมู่บ้านด้วยกัน คือหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๖ หมู่ที่ ๑๙ แล้วก็ตัว หมู่ที่ ๒๐ เอง ซึ่งจะทําการติดต่อธุระทางศูนย์ราชการ หรือว่าจะซื้อขายผลผลิตทาง การเกษตร ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สําคัญมาก ทั้งผู้ปกครองแล้วก็นักเรียนก็จําเป็นต้อง เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนบ้านหนองประโยชน์ซึ่งมีนักเรียนประมาณ ๖๐๐ กว่าคน แล้วก็ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนถึงมัธยม เพราะฉะนั้นประชาชนจํานวนมากจึงส่งลูก ไปเรียนที่นี่ ไม่ต้องเดินทางไปไกลนัก แต่ว่าการเดินทางของถนนเส้นทางนี้ลําบากมากค่ะ ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ฤดูฝนมีโคลนตมหนักมาก หรือว่าฤดูแล้งก็เป็น ฝุ่นละอองแทบมองไม่เห็นถนนเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นต้องขอถนนลาดยางเส้นนี้ อย่างเร่งด่วนเป็นระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร แบ่งเป็น ๒ ระยะด้วยกันค่ะ คือระยะที่ ๑ หมู่ที่ ๖ บ้านหนองประโยชน์ถึงหมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองเรือ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ระยะที่ ๒ หมู่ที่ ๒๐ ก็คือสี่แยกบ้านเนินน้อยถึงบ้านหนองปรือน้อย ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ซึ่งปัญหานี้ถ้าได้รับการลาดยางจะช่วยประชาชนได้จํานวนมากทีเดียวค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรของเรา ชุดที่ ๒๓ ได้ผ่านกฎหมายไปจํานวน ๗๖ ฉบับด้วยกัน แล้วก็ผมทราบว่าในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ๒ ฉบับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๗๔ ฉบับ ก็แสดงว่าผลงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ก็เป็นที่น่าดีใจครับ
ท่านประธานครับ เรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนก็คือเรื่องสะพาน ข้ามแม่น้ําปะเหลียนครับ ระหว่างอําเภอกันตังกับอําเภอหาดสําราญ ซึ่งจะร่นระยะทางได้ถึง ๗๐-๘๐ กิโลเมตร โดยมีการออกแบบมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ได้ให้หน่วยงาน ออกแบบแล้วก็ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดกรมทางหลวงชนบทได้ไปออกแบบ แล้วก็ทําประชาพิจารณ์สอบถามกับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีประชาชนเห็นด้วยถึง ๙๒ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๙๒ แต่ยังมีองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) บางส่วนที่ยังไม่เห็นด้วยอยู่ ผมได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ให้หน่วยงานได้ออกแบบแล้วก็เตรียมงบประมาณ ขณะเดียวกัน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ลงไปสอบถามกับพี่น้องประชาชนแล้วก็มีมติ ว่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไปทําความเข้าใจกับองค์กรเอกชนที่ไม่เห็นด้วยอยู่ ขณะนี้กรมทางหลวงชนบทกําลังรอผลการศึกษาจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สอบถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังด้วยครับว่าดําเนินการไปถึงไหนแล้วครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมจะขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเรื่อง ก่อสร้างสะพานจากบ้านโคกน้อยเข้าไปยังอําเภอท่าคันโท อําเภอกระนวน ซึ่งเป็นเขตติดต่อ ระหว่างอําเภอศรีธาตุกับอําเภอท่าคันโท อําเภอกระนวน จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็ฝากท่านประธานด้วยนะครับ
แล้วก็เรื่องประปาหมู่บ้าน บ้านคําม่วง ตําบลหนองนกเขียน อําเภอศรีธาตุ อันนี้พี่น้องประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่จริงแล้ว เขาอยากจะเอาเงินโครงการเอสเอ็มแอล (SML) หรือว่าอยู่ดีมีสุขไปทํา แต่เจ้าหน้าที่อําเภอ บอกว่าไม่ให้ทํา ให้เอาไปซื้อปุ๋ยอย่างเดียว ทีนี้เขาร้องเรียนผมมานะครับท่านประธาน
แล้วก็เรื่องถนนไร้ฝุ่น จากบ้านค้อใหญ่ไปผ่านบ้านโยธา อําเภอกู่แก้วไปยัง บ้านหนองหลัก ตําบลหนองหลัก อําเภอไชยวาน ถนนตรงนี้มีอายุยาวนานมากนะครับ ท่านประธาน แต่ว่ายังไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานราชการแต่อย่างใด ผมเคยหารือ ท่านประธานไปหลายครั้ง ตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรจนจะยุบสภาแล้วก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ไปรับผิดชอบให้ ขอความกรุณาท่านประธานด้วยนะครับ แล้วก็ถนนไร้ฝุ่นตรงนี้เป็นระหว่าง อําเภอต่ออําเภอเชื่อมกัน ขอฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณอรอนงค์ คล้ายนก
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ๒ จุด ซึ่งเป็น บริเวณที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา แต่ในช่วงกลางคืนมืดมากและเกิดอาชญากรรมบ่อยครั้ง จุดแรกบริเวณใต้สะพานข้ามคลองภาษีเจริญ ซอยเพชรเกษม ๖๓ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร จุดที่ ๒ บริเวณใต้สะพานข้ามคลองภาษีเจริญ เช่นเดียวกัน แต่อยู่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก หน้าสํานักงานเขตบางแค และศาลเจ้าแม่ทับทิม อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงการทางธนบุรี กรมทางหลวงค่ะ
เรื่องที่ ๒ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมขัง หลายพื้นที่ในเขตบางแค เช่น บริเวณถนนคลองหนองใหญ่ บริเวณซอยเพชรเกษม ๖๓ บริเวณอัสสัมชัญ ซอย ๙ ซอย ๑๓ และซอย ๑๙ แม้ว่าทางสํานักงานเขตจะเร่งระบายน้ําแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้มากนักเพราะระดับน้ําในคลองสูงมาก ทําให้น้ําไม่สามารถระบายออกได้ จึงขอให้ทางสํานักงานระบายน้ําช่วยเร่งสูบน้ําออกจากพื้นที่เพื่อลดระดับน้ําในคลองย่อยต่าง ๆ และอยากให้เตรียมการล่วงหน้านะคะ เพราะกว่าน้ําในคลองจะลดระดับใช้เวลาถึง ๒ วัน และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่จะใกล้เข้าฤดูฝน แล้วใกล้เปิดเทอมแล้วนะคะ ก็อยากให้สูบน้ํา เตรียมการไว้ล่วงหน้า หากสูบช่วงฝนตกอย่างเดียวจะไม่ทันการ และอยากขอให้ทางสํานัก การโยธาได้ยกระดับถนนในหมู่บ้านเศรษฐกิจและซอยเพชรเกษม ๖๓ ทั้งระบบด้วยค่ะ เพราะพื้นที่ต่ํามาก ฝนตกทีไรน้ําท่วมเป็นประจําค่ะ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งเคยหารือ ไปครั้งหนึ่งแล้ว ปืนครับท่านประธาน ตอนนี้พี้น้องประชาชนบ้านผมเดือดร้อน ปัญหา หลายเรื่องที่เกี่ยวกับความยากจนทําให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ตอนนี้ปืนไม่ว่าของ ทสปช. อพปร. ซึ่งปืนเหล่านี้กระทรวงมหาดไทยเรียกไปตั้งนาน ผมก็ได้หารือท่านไปแล้วปรากฏว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า พี่น้องประชาชนในทั้ง ๔ อําเภอเลยครับ ทั้งอําเภอกุสุมาลย์ อําเภอโพธิ์ นาแก้ว อําเภอโคกศรีสุพรรณ อําเภอเต่างอย เขาบอกว่าปืนที่ได้มานอกจากปืนที่ข้าราชการ แจกให้ปกติแล้วยังเป็นปืนที่ได้รางวัลจากการประกวดหมู่บ้าน วันนี้เรียกเข้าไปทั้งลูกซอง ธรรมดา .๒๕ นัด ท่านประธานครับยังไม่มีอะไรคืบหน้า ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ความแห้งแล้งวันนี้มาแล้วบ้านผมครับ คือหมู่บ้านในเขตหนองหาน ลําน้ํากล่ํา ลําน้ําพุง แห้งแล้งขอดหมด วันนี้หลายที่เดินผ่านได้ จากที่เคยท่วมมา ผมหารือไปก่อนว่าประตูน้ําก็ดี ฝายน้ําล้นก็ดี ทําได้ไหมในบริเวณที่ผม กล่าวถึง ฝากถึงกรมชลประทานช่วยสํารวจและตอบด้วยว่าเอาอย่างไร สภาจะปิดแล้วครับ ท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งคือถนนไร้ฝุ่น ที่พี่น้อง ส.ส. เราหลายท่านบอกว่ามีปัญหา ที่บ้าน ผมตอนนี้เหลือแค่นิดหน่อย ถนนจากอําเภอโคกศรีสุพรรณในโซน (Zone) ตองโขบเข้าสู่ อําเภอเต่างอย แล้วก็จากอําเภอโคกศรีสุพรรณเข้าอําเภอเต่างอย เหลือระยะถนนแค่ ๒ กิโลเมตรเศษ ๆ ทั้ง ๒ แห่งนี้ติดต่อกันก็ยังเป็นฝุ่นอยู่เพราะฉะนั้นฝาก ทําไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหลืออีกครึ่งเดียวฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมหรือท้องถิ่นด้วยว่ามันแก้ไข ได้ไหมครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ ผมมีเรื่องปรึกษาสั้น ๆ อยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล เนื่องจากว่าเมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้หารือเรื่องเงินนิตยภัตของพระ ทราบมาว่าตอนนี้รัฐบาลได้จ่ายแล้ว แล้วก็ได้มีการเพิ่ม เงินด้วยอันนี้ต้องกราบขอบพระคุณไปทางรัฐบาลด้วยก็คือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นคําร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลพิกุล อําเภอชุมแสง เรื่องสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าซึ่งสูบน้ําใช้อยู่ ในตอนนี้กําลังทํานาอยู่ ก็ทราบว่า ทางกรมชลประทานแจ้งว่าจะไม่ให้สูบเพราะว่ากลัวน้ําจะไม่พอใช้ อยากเรียนให้ทาง เจ้าหน้าที่ผ่านท่านประธานไปยังเจ้าหน้าที่ว่า นาเขากําลังทําอยู่อย่างน้อยก็ขอให้ผ่านฤดูนี้ ไปก่อน แล้วฤดูหน้าท่านจะให้สูบหรือไม่ให้สูบนี้อีกเรื่องหนึ่งนะครับ
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่ผมได้ไปพบกับพี่น้องในตลาดปากน้ําโพ ได้ไปพบกับ แม่ค้า พ่อค้า ผมทราบดีว่าขณะนี้ปัญหาของแพงเป็นปัญหาที่เป็นปัญหาไปทั่วโลก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวานทราบมาว่าทางรัฐบาลได้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ดูแลปัญหาเรื่องไข่ไก่ แล้วก็เรื่องหมู แต่มีเรื่องหนึ่งซึ่งผมได้ยินมา แล้วก็พี่น้อง แม่ค้าฝากให้มาบอกก็คือว่านอกจากหมูแล้วก็ไข่ก็ยังมีไก่ด้วยนะครับ เพราะว่า ไก่ปกตินั้นราคาไม่ขึ้นขนาดนี้ ทราบมาว่าตอนนี้ราคาขึ้นเกือบทุกวัน ราคาไก่สดนะครับ แล้วก็ถามว่าเหตุผลเป็นเพราะอะไร ทราบบอกว่าทางบริษัทบอกว่าต้องส่งเนื้อไก่จํานวนมาก ไปประเทศญี่ปุ่นทําให้ไก่ในประเทศนั้นขาดแคลน ทําให้ราคาขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะดูแลเรื่องหมู เรื่องไข่แล้ว อยากให้ดูเรื่องไก่ ด้วย อย่างน้อยก็ให้มีมาตรการออกมาควบคุม กํากับ ไม่ให้ราคาแพงเกินไปครับ ขอบคุณครับ
คุณฟาริดา สุไลมาน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคมาตุภูมิ ใคร่ขอหารือท่านประธานในกรณีของปัญหาที่เกิดผลกระทบต่อพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็จังหวัดบุรีรัมย์ที่เกิดผลกระทบหนักต่อกรณีของสงครามที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือภาวะความเครียดของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ตอนนี้ร่วม ๔๐,๐๐๐ คนที่มีปัญหาทั้งในเรื่องของยา ในเรื่องของอาหารนะคะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหามาก แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาหนักที่สุดก็คือว่าตอนนี้ประชาชนเกิดภาวะ เครียดอย่างหนัก แล้วก็ทราบว่าเมื่อคืนนี้ประมาณเที่ยงคืนก็มีประชาชนกระโดดตึก ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้อยากเร่งให้รัฐบาลแก้ปัญหาในเรื่องนี้ อย่างหนัก เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นปัญหาที่ทําให้พี่น้องประชาชนคนจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็จังหวัดบุรีรัมย์เกิดภาวะความเครียด แล้วก็รวมทั้งประชาชนคนไทยด้วย เพราะฉะนั้น ปัญหาในเรื่องของสถานการณ์สงครามตรงนี้อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งดําเนินการ ให้อย่างเร็วที่สุด กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่ใช้เส้นทางถนนเศรษฐกิจครับ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนเพชรเกษมกับถนนพระราม ๒ เริ่มจากตําบลอ้อมน้อย อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เข้าไปเป็นระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร สภาพถนนเป็น ๖ ช่องทางการจราจรครับ ปัญหาก็คือว่าในขณะนี้เมื่อฝนตก ทุกครั้งน้ําจะท่วมบริเวณพื้นผิวถนน ๒ จุดครับ จุดแรกคือบริเวณหน้าซอยแปซิฟิก คือ เข้าจากบริเวณตําบลอ้อมน้อยไป ๑ กิโลเมตรเศษถึงหน้าสับไฟเป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษ น้ําท่วม ๒ ช่องทางการจราจรครับ จุดที่ ๒ คือบริเวณสามแยกไฟแดง ที่จะเข้าที่ว่าการอําเภอกระทุ่มแบน ๒ จุดนี้เมื่อฝนตกทีไร ท่านประธานครับ น้ําก็ท่วมขัง ทําให้เสียพื้นที่ผิวการจราจร รถราติดขัดอย่างมาก เนื่องจากว่าบริเวณถนนเส้นนี้นะครับเป็น ถนนสายหลักระหว่างชุมชนวัด อําเภอ โรงงานอุตสาหกรรมจํานวนมากตั้งอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นปัญหานี้ก็ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างมาก แล้วก็ ผมเองใช้การหารือท่านประธานครับ ถึงปัญหาเรื่องดังกล่าวหลายครั้งก็ยังแก้ไขไม่สําเร็จครับ เมื่อครั้งที่แล้วในกรรมาธิการงบประมาณ ท่านอธิบดีก็รับปากครับ ให้งบประมาณไป ประมาณ ๑๐ ล้านบาทไปแก้ไข วันนี้ก็ยังท่วมเหมือนเดิมครับ ก็ขออนุญาตท่านประธาน อีกสักครั้งนะครับ ขออนุญาตบารมีท่านประธานได้ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ท้ายที่สุดกระผมขออนุญาตให้กําลังใจครับ ท่านทหาร ตํารวจ พลเรือนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนที่รักษาอธิปไตยของชาติครับ ผมขออนุญาตให้กําลังใจทุก ๆ ท่านครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดสระบุรี ท่านประธานคะ โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดสระบุรีของดิฉันนั้นในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาไม่ต่ํากว่า วันละ ๒,๕๐๐ คน แล้วก็เตียงของโรงพยาบาลซึ่งมีประมาณ ๗๐๐ กว่าเตียงนั้น ในปัจจุบันนี้ ก็เต็มหมดทุกเตียงนะคะ ท่านประธานหรือเพื่อนสมาชิกก็อาจจะเข้าใจว่าทําไมคนสระบุรี ถึงได้เจ็บป่วยกันมากมายขณะนี้ ก็ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ ไม่ใช่คนสระบุรีอย่างเดียว เพราะว่าโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย ๑ ใน ๒๕ จังหวัด ของโรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากนั้นแล้วจังหวัดสระบุรีของดิฉันก็ยังเป็นจังหวัดที่มี ถนนสายหลักตัดผ่านถึง ๒ สาย ก็คือเส้นทางสายมิตรภาพ แล้วก็พหลโยธิน ซึ่งก็ต้องรองรับ อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก ตรงนี้ก็ทําให้วันนี้อาคารรักษาผู้ป่วยซึ่งเก่าแก่มาก แล้วก็เปิดรักษาถึง ๒๔ ชั่วโมงตลอดทั้งวันเลยก็ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะรองรับผู้ป่วย ที่เข้ามารักษานะคะ ก็อยากจะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานของกระทรวง สาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวง ท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลว่าอยากจะให้มีการก่อสร้าง อาคารวินิจฉัยรักษาและสนับสนุนของโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดสระบุรีเพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์ ให้ครบวงจรนะคะ อาคารแห่งนี้ก็จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้มาก แล้วก็เป็นการที่เข้าฉุกเฉิน ห้องไอซียู (ICU) ห้องผ่าตัด ระบบโรคมะเร็ง แล้วก็โรคหัวใจด้วย รวมทั้งเป็นห้องทารก แรกคลอดครบวงจรนะคะ ก็จะช่วยให้แพทย์สระบุรีซึ่งเป็นแพทย์มือหนึ่งหลายท่านได้ทํางานได้เต็มศักยภาพ แล้วก็ ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้มากขึ้น ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาปรึกษาหารือเรื่องปัญหาเรื่องความ เดือดร้อนพี่น้องประชาชน และเรื่องที่พี่น้องประชาชนร้องขอเพื่อที่จะประสานงานกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการประกันรายได้เกษตรกรที่เป็นโครงการนโยบาย รัฐบาลที่มีการประกันข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง แต่ว่าเกษตรกรส่วนหนึ่งอยากให้นํา พืชผลทางด้านการเกษตรเพิ่มไปอีกหลาย ๆ ชนิด เพื่อที่จะได้รับการประกันราคารายได้ เกษตรกรเหมือนกับที่รัฐบาลได้ทําเหมือนกับที่ผ่านมา เช่น พริก หอม กระเทียม พริกนี้พื้นที่ ตําบลหัวเรือ อําเภอเมือง อุบลราชธานีเป็นพืชเศรษฐกิจ ส่วนหอม กระเทียม พี่น้อง แถวลุ่มแม่น้ําชี อําเภอเขื่องใน และจังหวัดศรีสะเกษเป็นพืชเศรษฐกิจครับ เขาจึงอยากฝาก ให้ทางรัฐบาลนําบรรจุเข้าในแผนการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อที่จะเป็นแนวทางนโยบาย รัฐบาลต่อไปในภายภาคหน้า
เรื่องต่อมาครับ อุบลราชธานีเป็นสัญลักษณ์ที่จะมีต้นเทียนยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด ในโลก และมีหนุมานยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตําบลนาเลิง อําเภอม่วงสามสิบ และตอนนี้ ที่ตําบลขี้เหล็ก อําเภอเมืองอุบลราชธานีมีโครงการริเริ่มที่จะก่อสร้างเม็ดข้าวเปลือกยักษ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีโครงการวางแผนงบประมาณโครงการเรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังขาดเงิน ปัจจัยที่จะสนับสนุนอุดหนุนโครงการนี้ ซึ่งเชื่อว่าถ้าโครงการนี้สําเร็จจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เชิดหน้าชูตาและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานีหลายพัน หลายหมื่นคนในพื้นที่ของตําบลขี้เหล็ก อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังอยากจะฝากไปถึง กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา และฝากถึงงบประมาณส่วนต่าง ๆ ที่จะมาสนับสนุน โครงการเมล็ดข้าวเปลือกยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย ภูเดื่อริมแม่น้ํามูลเป็นหาดที่สวยงามที่สุดในช่วงของ แม่น้ํามูลและในภาคอีสาน ตอนนี้มีขายกุ้ง หอย ปู ปลา เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่ว่า ประปาหมู่บ้านยังขาดแคลนครับ จึงอยากฝากไปถึงกรมทรัพยากรน้ําบาดาล กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สนับสนุนงบให้ด้วยครับท่านประธาน
ต่อไปคุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานหลายเรื่องนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสําคัญก็คือเรื่องเหตุการณ์ไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทางราษฎรฝากถาม ดิฉันว่าเขาสงสัยว่าทางรัฐบาลนี้จะแก้ไขอย่างไร
ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนที่อพยพราษฎรในช่วงเกิดเหตุการณ์ก็เป็นถนนที่อพยพ ด้วยความยากลําบาก ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลโดยด่วน เพราะว่าเหตุการณ์ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อมีการอพยพก็อยากจะให้อพยพได้อย่างสะดวก
ข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องพายุฤดูร้อนซึ่งทางอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะตําบลชํา ตําบลละลาย ได้รับความเสียหายจากพายุทําให้ต้นยางโค่นล้มประมาณ สัก ๔๐๐–๕๐๐ ไร่ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแล แล้วก็บรรเทาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วย
ข้อที่ ๔ ก็คือเรื่องอาคารของโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา ซึ่งมีเด็กประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าคน ก็ยังขาดอาคารเรียนอยู่ประมาณ ๕๘ ห้อง อยากให้ทางกระทรวง ศึกษาธิการนี้ได้โปรดพิจารณาเพิ่มอาคารเรียนให้ด้วย เพราะว่าตอนนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ลูกหลานของเราไม่มีอาคารที่จะเรียน เพราะว่าเนื่องจากมีอาคารไม่เพียงพอ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน
คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ เหลืออีก ๒ ท่าน ผมจะเอาให้หมดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะหารือก็คือ
เรื่องแรก ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ได้ทราบข่าวว่ามีการเซ็นสัญญาแล้ว งบประมาณสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งประชาชนในเขตบางบัวทองกับไทรน้อยนั้นรอมาหลายสิบปี หลังจากเซ็นสัญญาครับ ท่านประธาน ปรากฏว่าตอนนี้ยังไม่เริ่มทํา ชาวบ้านก็สอบถามมาว่าเมื่อไรจะเริ่มทํา อีกเส้นทางหนึ่งก็คือเส้นทางพระราม ๔ ไปถนนบางกรวย-ไทรน้อย กรมทางหลวงชนบท ได้ประมูลแล้ว งบประมาณก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เช่นเดียวกันครับ บอกว่าหลัง สงกรานต์จะเริ่มดําเนินการก็ยังไม่ทํา และเส้นสุดท้ายเส้นสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา บริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติ งบประมาณของเจบิก (JBIC) ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓ เส้นทางครับได้ทราบข่าวว่ามีการดําเนินการแล้ว ประชาชนในพื้นที่ก็สงสัยครับว่า เมื่อเซ็นสัญญาแล้ว เมื่อไรจะเริ่มดําเนินการ
เรื่องอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องบริเวณคลองพระพิมลราชา โดยเฉพาะช่วงบริเวณ คลองลําลีติดต่อกัน ปรากฏว่าเนื่องจากปัจจุบันนี้มีชาวบ้านได้มีการปลูกอาศัย โดยเฉพาะ หมู่บ้านจัดสรรนั้นขึ้นอยู่มาก แต่เนื่องจากปรากฏว่าหมู่บ้านจัดสรรแต่ละที่นั้นไม่มีการบําบัด น้ําเสียให้มาลงในคลองลําลี ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ผมได้ประสานงานกับจังหวัดแล้ว กับกรมชลประทานแล้วก็ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาดูแล ก็ฝากท่านประธานครับ ไม่ว่าเรื่องถนนของกรมทางหลวงชนบทหรือกรมทางหลวง และโดยเฉพาะกรมชลประทาน ก็ฝากท่านประธานทําหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดว่า ปัจจุบันนี้ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนเป็นจํานวนมาก ก็ฝากท่านประธานช่วยดําเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะเยาวชนจากองค์การบริหารส่วนตําบลบางเก่า อําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นะครับ ขณะนี้สภากําลังให้สมาชิกแจ้งความเดือดร้อนของพี่น้องแต่ละท้องที่ให้สภาทราบ เพื่อดําเนินการแจ้งไปยังรัฐบาลต่อ ต่อไปท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือดังนี้ครับ ปัญหาคือไฟฟ้ายังไม่มีใช้หลายหมู่บ้านในเขตอําเภอวังเจ้า ตําบลเชียงทอง นั่นก็คือบ้านผาผึ้ง และบ้านปางสังกะสี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เดิม ไฟฟ้าใช้โดยการใช้ พลังน้ําจากน้ําตก และพลังแสงอาทิตย์ โดยมีหน่วยราชการหลายหน่วยเข้าไปช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ทั้งแหล่งกําเนิดทั้ง ๒ แห่งไม่สามารถใช้ได้อย่างเพียงพอ ทําให้ราษฎรเดือดร้อน มาก อีกแห่งหนึ่งก็คือบ้านวังน้ําเย็นและบ้านวังตําลึงนะครับ ซึ่งอยู่ในเขตของตําบลนาโบสถ์ อําเภอวังเจ้าก็เช่นเดียวกันนะครับ ไฟฟ้าที่ชาวบ้านต้องการนะครับ มันมีผลประโยชน์กับ โรงเรียน ซึ่งมีเด็กนักเรียนเรียนอยู่รวมกันแล้วไม่ต่ํากว่า ๑๐๐๐ คนนะครับ
อันที่ ๒ ก็คือปัญหาเรื่องถนนยูเทิร์น (U-Turn) นะครับ ที่สายเอเชียบริเวณ โรงเรียนวังเจ้าวิทยาคมก็มีปัญหาที่ว่าไม่มียูเทิร์น ทําให้ต้องไปยูเทิร์นที่ห่างไกล ตรงบริเวณ เทศบาล ซึ่งทําให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะว่าชาวบ้านจะยูเทิร์นในตําแหน่ง ของถนนที่ไม่ควรจะปฏิบัตินะครับ อันนี้คือสิ่งที่จะป้องกันอุบัติเหตุได้
อันที่ ๓ คือการซ่อมแซมฝายซึ่งชํารุดนะครับ ที่บริเวณคลองวังเจ้า บริเวณ หูช้างขาด ๒ แห่ง คงต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร เกินกําลังที่หน่วยงานท้องที่จะทําได้
อันที่ ๔ คือสะพานข้ามห้วยแม่ท้อของตําบลป่ามะม่วง อําเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ก็อยู่ในสภาพที่ขาดมาเกือบ ๒ ปี ด้วยกระแสน้ําที่แรง ขณะนี้ยังไม่มี การดําเนินการแก้ไขอย่างไร
อันที่ ๕ คือเรื่องน้ําประปาภูเขาที่แม่ย่ามา ซึ่งเป็นปริมาณน้ําที่มีมาก ถ้าได้ งบประมาณสนับสนุนการวางท่อก็จะทําให้พี่น้องได้ใช้น้ําได้อย่างสะดวก ขอบคุณครับ
คุณวิเชียร อุดมศักดิ์ คนสุดท้ายเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิเชียร อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องภัยแล้งนะครับ จังหวัดอํานาจเจริญฝนไม่ตกมา ๕-๖ เดือนแล้วครับท่านประธาน ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ดูแล เรื่องฝนเทียมให้เอาใจใส่เรื่องจังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดใกล้เคียงด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้าวยืนต้นตายตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แล้วครับยังไม่ได้ รับงบประมาณชดเชยเลยครับ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องขยายถนน เดิมมันเป็นถนน ๒ เลน พอไปทําไฟจราจรเข้าไป ก็จะเกิดปัญหาว่าทําไฟจราจรเสร็จก็ต้องทําแบ่งถนนออกเป็น ๔ เลน แต่ขยายยังเท่าเดิม ถนนยังไม่ได้ขยายออกไป ยังมีความกว้างเท่าเดิมนะครับ ก็ฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยไปขยายให้ด้วย ฝั่งมาจากจังหวัดอํานาจเจริญมันจะเป็นถนนทางสูงชัน อีกฝั่งมาจาก จังหวัดยโสธรจะเป็นทางโค้ง อันตรายมากเลยครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ เรื่องไฟฟ้าเกษตร หลายตําบลของจังหวัด อํานาจเจริญมีทั้งหมด ๕๖ ตําบล ๖๐๗ หมู่บ้าน ขอไฟฟ้าเกษตรลงพื้นที่ไร่นาของตัวเอง แต่บางแห่งก็ได้รับ แต่อีกส่วนมาก ๘๐–๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้รับสิ่งที่ขอไปนะครับ ขอฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มี สมาชิกลงชื่อมาประชุม ๒๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ผมจะดําเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปใน บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่งที่ว่าง ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระนะครับ
ด้วยได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ เรื่อง ให้ผู้มี ชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ ลําดับที่ ๕ ได้แก่ คุณพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนคุณธีรชัย วุฒิธรรม ซึ่งได้ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ขอเชิญคุณพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าว คําปฏิญาณตนซึ่งผมจะเป็นผู้กล่าวนํานะครับ
“ข้าพเจ้า นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
กระผมขอแสดงความยินดี และขอต้อนรับท่านสมาชิกใหม่นะครับ ขอเชิญนั่งลง ฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปัจจุบันมี ๔๗๔ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ก็คือต่อไปการจะโหวตเสียงใด ๆ ก็ต้องมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๓๗ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๒ ฉบับ
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการ จํานวน ๒ ฉบับนั้น บัดนี้สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตดังนี้
๑. ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกต ไปพิจารณาดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป
๒. ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญและให้นําเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขเป็นเหตุผล ของร่างพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว จํานวน ๕ ฉบับ ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ นะครับ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้วจํานวน ๕ ฉบับ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๔. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๕. ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) จํานวน ๕ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่าน ผู้ใดจะแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมทั้ง ๕ ครั้งนะครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว จากการประชุม คราวที่แล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา ๘ แล้วเรียงตามลําดับมาตราจนจบร่าง ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติให้ความเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ ประธานของที่ประชุมคือท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร สามารถ แก้วมีชัย ได้สั่งให้เลื่อนการลงมติมาดําเนินการต่อในวันนี้ ดังนั้น กระผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมนะครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... นะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้อง คณะกรรมาธิการ โปรดงดการประชุมลงมาใช้มติเรื่องร่างพระราชบัญญัติชุมนุมที่สาธารณะ ก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมนั่งประจําที่แล้ว โปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วย ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านนะครับช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่ จะลงมตินะครับ ท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ โปรดงดการประชุม เข้ามาในห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านสมาชิกครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ คือทุกฝ่ายไหน ๆ ก็จะแตกแยก แยกไปหาเสียง ก็ช่วยเสียบบัตรแสดงตนให้มันพร้อมเพรียงกันสักครั้งเป็นอย่างไรครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เราจะลงมติ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ที่ค้างจากการพิจารณาคราวที่แล้วนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อทุกท่านเข้าห้องประชุม และเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว ท่านใดยังไม่เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรด่วนด้วยนะครับ ก็ถือว่าทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านที่เดินท่อม ๆ นั้นก็ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนเลย ส่งผลมา ถ้าครบก็โหวต ไม่ครบก็เลิก มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๒ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมจะถามที่ประชุมว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ท่านสมาชิกที่เคารพโปรดใช้สิทธิ ได้ครับ ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ก็ขอขอบคุณนะครับ ถือว่าทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๗๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๔๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน
ถือว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ผ่านสภาในวาระ ที่สามนะครับ
ต่อไปครับ อย่าเพิ่งลุกไปไหนนะครับ เพราะมีข้อสังเกตด้วย ท่านผู้ใด เห็นชอบกับข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมานี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้ สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๖๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๔๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ขอปรึกษาหารือ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๒ คือในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดินหรือมีความจําเป็น รีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคง ของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือในทางใด ๆ ก็ตาม หรือในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง กระผมจึงขอปรึกษาท่านนะครับ เพราะว่าขณะนี้เหตุการณ์บ้านเมือง ผู้แทนราษฎรเราซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศกําลังถูกบางประเทศรังแก ก็อยากจะปรึกษาหารือว่าควรจะปรึกษาเรื่องนี้ เชิญคุณสนอง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ประการแรก ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เคารพเป็นอย่างสูงที่ท่านประธานได้เห็นความสําคัญของสถานการณ์ ทางการบ้านการเมืองที่กําลังเกิดขึ้นในประเทศของเราในปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ เป็นที่ ทราบโดยทั่วไปว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนเขตติดต่อระหว่างไทยกับเขมรได้เกิดการสู้ รบกันมาหลายครั้งหลายหน ได้เกิดการสู้รบกันมาเป็นระยะ ๆ แล้วก็ครั้งสุดท้ายนี่ ได้มีการสู้รบกันตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา จากวันที่ ๒๑ มาถึงวันนี้ ๑ อาทิตย์ผ่านไปแล้วครับ ไม่มีแนวโน้มว่าการสู้รบนั้นจะยุติแต่อย่างใด ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้มีพระคุณเจ้าอยู่เขตจังหวัดสุรินทร์ ได้โทรศัพท์มาหาผมแล้วก็สอบถามว่า ถามหน่อยเถอะว่าผู้แทนราษฎรเขาทําอะไรกันอยู่ รู้ไหมว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน วันนี้ถ้าจะเปรียบไปแล้วนี่เราแทบจะสูญสิ้นแผ่นดิน อีกครั้งหนึ่งครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลและพี่น้องประชาชนคนไทยของเราไม่ได้มีมาตรการใด ๆ ที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติบ้านเมืองเอาไว้ เมื่อเช้านี้ผมนั่งรถมา ก็มีพี่น้องจากอําเภอ กาบเชิงก็โทรมาบอกอีก เมื่อคืนนี้กระสุนจากฝั่งเขมรยิงมาตกที่บ้านประชาชนชาวกาบเชิง ตายไปอีก ๑ ศพ เมื่อเช้านี้ครับ เขายังโทรมาหารือบอกว่า วันนี้คนตามแนวชายแดนจําเป็น จะต้องอพยพมาเพื่อให้พ้น อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยพอสมควร แต่ไม่สามารถขนย้ายอุปกรณ์ มาได้หมด มาได้แต่ตัว เขายังถามต่อไปว่าผมมีรถไถนาอยู่ที่ใช้ประกอบอาชีพ สมมุติว่า ตัวย้ายออกมาถ้ารถไถนาเสียหาย สูญหาย รัฐบาลจะช่วยรับผิดชอบหรือไม่ ผมก็ให้คําตอบ เขาไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมถือว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนขณะนี้ มันเกิดขึ้นเป็นวิกฤติถึงขั้นสงคราม เมื่อเกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้ผมอยากจะถามความรับผิดชอบ วันนี้ผมทราบ ได้ดูจากข่าวเขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้บินไปตรวจราชการที่จังหวัด สุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานครับ แต่ในสภาของเรานี่รบกันมา ๗ วัน ทหารตาย ชาวบ้านตาย วันนี้อพยพหลายหมื่นคนจากจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ แต่ในสภาของเราไม่เคยหยิบยกประเด็นเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ มาทําการใด ๆ ที่แสดง ให้เห็นว่าพวกเราทั้งหลายนั้นมีความเป็นห่วงเป็นใยต่ออธิปไตยของชาติของบ้านเมือง เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรายังไม่ได้พูดอะไรกันเลยแม้แต่คําเดียวครับ ตื่นเช้ามามีข่าวอยู่อย่างเดียวครับ ต้นเดือนพฤษภาคมจะยุบสภา ผมถามหน่อยเถอะครับ บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ กําลังจะรบกัน จะฆ่ากัน จะเป็นจะตาย ยุบสภาแล้วผมถามว่า เหตุการณ์มันดีขึ้นไหมครับ มันต้องเอาสภามาปรึกษาหารือช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะสมาชิกในสภาแห่งนี้เป็นตัวแทนจากพี่น้องประชาชน การยุบสภาในระยะนี้เปรียบ ไปแล้วเหมือนการหนีปัญหาของคนที่ไม่กล้าสู้ความจริง เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องเอาความจริงมาว่ากันครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องนําปัญหา ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมารายงานต่อสภา แถลงต่อสภาว่าที่ผ่านมาเรื่องเป็นอย่างไร ต่อไปนี้รัฐบาล มีแนวทางจะป้องกันอย่างไร จะบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างไร เมื่อเช้านี้ ท่าน ส.ส. ฟาริดา สุไลมาน ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านก็ได้บอกแล้วว่าวันนี้คนจังหวัด สุรินทร์เครียดมาก ขนาดเจ็บป่วยมาอยู่โรงพยาบาลยังกระโดดตึกจากโรงพยาบาลมา คนที่ ได้รับบาดเจ็บถึงเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเช้าเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ เมื่อเช้าผมฟังวิทยุ มาอีกมันยิ่งเจ็บใจครับท่านประธาน ผมเจ็บใจอย่างไร วันนี้สู้รบกันมา ๗-๘ วันประเทศชาติ เสียหาย ประชาชนล้มตาย ทหารเสียชีวิต แต่ท่านประธานครับ ผมฟังวิทยุคลื่นหนึ่งเมื่อเช้านี้ ผมเจ็บปวดหัวใจอย่างไร เขาบอกว่ามีผู้แทนราษฎรของประเทศไทยคาดว่าสังกัดพรรค เพื่อเขมร ทําอย่างไรครับ ประเทศเขมรรบยิงปืนมาประเทศไทย เข่นฆ่าทหาร เข่นฆ่า ประชาชน แต่ผู้แทนไทยของเราได้อัญเชิญรูปของพระสยามเทวาธิราชเอาไปมอบให้ ฮุนเซนครับ มันเจ็บปวดไหมท่านประธาน ผมว่าคนอย่างนี้ประทานโทษเถอะครับ มันน่าจะ ย้ายสํามะโนครัวไปอยู่ที่นั้นเสียให้จบเรื่อง เพราะฉะนั้นวันนี้ครับท่านประธาน เมื่อท่าน ประธานได้กรุณาหารือต่อเรื่องนี้ผมจึงอยากเสนอเป็นญัตติด่วนเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้รับรู้ รับทราบ ได้พิจารณาเรื่องนี้โดยด่วนครับ เพราะผมถือว่าเป็นเรื่องที่รอต่อไปไม่ได้ โดยจะ ขอให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ได้งดเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๑ และข้อ ๑๗๖
ผมปรึกษาแล้ว ที่ประชุม ไม่ขัดข้องแล้วนะครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมจึงกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านประธานรู้ร้อนรู้หนาว เห็นถึงความสําคัญของเรื่องนี้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนครับ เพราะเรื่องลึก ๆ นี่ถามว่าประเทศเขมรกับประเทศไทยทําไมวันนี้ประเทศเขมรถึงกล้าท้ารบกับประเทศไทย ครับ ลึก ๆ ที่เขารู้มันไม่ใช่ทหารเขมรครับ มีทหารของชาติข้างเคียงที่ขนมารบกับเมืองไทย ของเรา ลําพังทหารเขมรโดยศักยภาพของกองทัพก็ดี โดยสมรรถนะของอาวุธยุทโธปกรณ์ ผมมั่นใจเลยว่าทําอย่างไรก็ไม่กล้าเหิมเกริม ไม่กล้าประกาศท้ารบ วันนี้เขากล้าท้า เพราะอะไรครับ เพราะเขามีแบ็ค (Back) หนุนหลัง มีประเทศข้างเคียงที่คอยสนับสนุนครับ วันนี้ไปดูเถอะครับ มันไม่ใช่ทหารเขมรอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณาเรื่องนี้และขอให้ รัฐบาลได้กรุณาชี้แจง ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ว่าเหตุเกิดขึ้นมาเป็นอย่างไร วันนี้เราสูญเสีย อะไรไปเท่าไร จะเยียวยาอย่างไร ในอนาคตเราจะป้องกันเหตุการณ์อย่างนี้ที่จะเกิดขึ้น ต่อไปอีก ผมคาดว่าจะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง วันนี้ขนาดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปเจรจาเพื่อจะยุติการยิง ปรากฏว่าประเทศเขมรไม่พูดด้วย ก็คิดดูสิครับว่าวันนี้ สถานการณ์มันไปถึงขั้นนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าวันนี้เราต้องพูดความจริงและผมกราบวิงวอน ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ เราต้องช่วยกันปกป้องอธิปไตย เราต้องแสดงออกถึง ความรักชาติของเรา ถึงเวลาแล้วครับ ทะเลาะกันเรื่องอื่นไม่ว่า แต่เรื่องชาติบ้านเมืองวันนี้ ถ้าเรายังทะเลาะกันอีกผมว่าจะถึงวันที่เราไม่มีแผ่นดินจะอยู่ครับ เพราะฉะนั้นผมฝาก ประเด็นนี้ให้ท่านสมาชิกที่เคารพทั้งหลายได้ช่วยกันพิจารณาในการหาข้อยุติในเรื่องนี้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีที่ท่านประธานได้มีการหยิบยกประเด็นขึ้นมาปรึกษาหารือกันในสภา ในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และได้มีเพื่อนสมาชิก ได้ลุกขึ้นสนับสนุนให้มีการปรึกษาหารือกันนั้น ผมได้โทรศัพท์ไปปรึกษาหารือ กับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่า ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนหน้านี้ท่านก็ได้ไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อไปติดตามดูแลสถานการณ์ และได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน รวมถึงทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ขณะนี้ยังอยู่ ที่โรงพยาบาลที่จังหวัดสุรินทร์ เบื้องต้นนั้นรัฐบาลเองเมื่อเห็นว่า สภาเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญ รัฐบาลก็ไม่ขัดข้องในการที่จะมีการอภิปรายเพื่อที่จะมีการทําความเข้าใจในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นจะบินกลับจากจังหวัดสุรินทร์ กลับมาถึงกรุงเทพมหานครก็น่าจะเป็น ช่วงตอนบ่าย ในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องเดินทางไปภารกิจที่ประเทศจีน ซึ่งจะมีบางเรื่องที่คาบเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมได้ประสานงานท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอาไว้แล้ว เมื่อเสร็จภารกิจของทั้ง ๒ ท่าน ก็จะได้เดินทางมาตอบประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอาจจะมีการหยิบยกขึ้นมาซักถามในที่ประชุมนี้ด้วย
ส่วนเรื่องการเยียวยานั้นท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ด้วยเช่นเดียวกัน ก็จึงกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่า ในส่วนรัฐบาลนั้นผู้ที่เกี่ยวข้อง บางท่านอาจจะ ติดภารกิจและมาถึงในช่วงบ่าย แต่บางท่านก็อาจจะมาตอบคําถามในที่นี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเองก็ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาปรึกษาหารือด้วย เช่นเดียวกันนะครับว่าเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องสําคัญและได้กําหนดแนวทางในหลายประการ เอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาครับ ถ้าหากว่าสภาโดยทุกฝ่ายนั้นไม่ขัดข้อง อย่างที่ท่านประธานได้หยิบยกขึ้น ทางรัฐบาลเองก็จะเตรียมผู้ที่จะชี้แจงในสภาไว้ครับ
เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ แล้วก็ต่อด้วยคุณนคร มาฉิม ต่อด้วยคุณพงศ์พันธ์ ต่อด้วยคุณวิทยา แก้วภราดัย ต่อด้วย คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ตามลําดับครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ เรื่องนี้ผมขอขอบคุณท่านประธานที่นําเรื่องเข้ามาหารือ แล้วก็ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีความตระหนักว่าปัญหาที่เกิดในประเทศนี้ ประเทศเรานี่นะครับ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นเราจะใช้อารมณ์ เราไม่ใช้เหตุและผล ถ้าเราจะจําแนกแจกแจงประเด็น ทั้งหมดนี่นะครับ ผมจะขอเรียนว่าจําแนกเป็น ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นของความขัดแย้ง ก็คือการประท้วงของการคาบเกี่ยวในการขัดแย้งเรื่องการทําบันทึก ข้อ ๔๓ ที่ได้ทําไว้ สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ก็มีการประท้วงกันตลอดเวลาว่าทําไมไม่ให้แก้หรือว่ายกเลิกเสีย อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าชอบธรรมแล้ว ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่มีองค์กร ใดเลย หน่วยงานใดเลยในสังคม ผมยังมองเห็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีคณะนิติศาสตร์ หรือว่าอาจารย์คณะ ไม่เคยนะครับ เมื่อมีวิกฤติสังคม ไม่ใช่ว่าปล่อยให้คนมาอยู่ข้างถนน ปล่อยให้คนเสนอแนวคิดอย่างไม่มีหลักการกัน สังคมก็ต้องการฟัง ฝ่ายค้านก็ต้องการฟัง รัฐบาลก็ต้องการฟังว่าข้อเท็จจริงของความขัดแย้งเป็นอย่างไร เราปล่อยให้ข้อเท็จจริง ปล่อยเรื่อย คาราคาซัง ถ้าข้อเท็จจริงในสังคมไทยเรานี่เราปล่อยได้ เราเอากลบ เอาลง ใต้พรมได้เพราะว่าไม่มีใครจัดการ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระหว่างประเทศนั้นต้องทําให้ สะเด็ดน้ําเด็ดขาด เมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปรากฏการณ์ของปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วเรา ยังให้คนมาชุมนุมที่ถนนราชดําเนิน ไปก่นด่าเขา ด่าถ้อยคําที่เสียหายจนสุดที่จะฟังได้ ผมถามท่านประธานถ้ามีประเทศใดประเทศหนึ่งในรอบบ้านเรามาด่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หยาบคายอย่างนั้น แม้ผมอยู่คนละพรรคกับท่านผมก็ทนไม่ได้ เพราะใครก็ตามที่เป็นที่รัก เป็นประมุขเป็นที่เคารพบูชาหรือเป็นผู้นําของเขา ไม่ควรที่จะไปก้าวล่วง พออย่างนี้มันก็เกิด ความทิฐิส่วนตัว พอทิฐิส่วนตัว นี่พูดถึงเรื่องปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข ๒. ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามการดําเนินงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศที่ผ่านมาได้เพาะศัตรูมากมาย ไปด่าเขมร ด่าประเทศรัสเซีย ประเทศจีนไปหมด ประเทศไทยเล็กนิดเดียว ประเทศจีนเขาก็ใหญ่ ประเทศรัสเซียเขาก็ใหญ่ ท่านทราบไหมครับ ว่าท่านลองไปก้าวล่วงเขมรนะครับ มีทั้งประเทศเวียดนาม ทั้งประเทศรัสเซีย ทั้งประเทศจีน แบ็คอัพ (Backup) ไม่เคยวิเคราะห์สถานการณ์ ผมอยากจะฟังนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เหมือนกันว่า ณ วันนี้ไครซิส แมเนจเมนท์ (Crisis Management) เมื่อบ้านเมืองเกิดปัญหา เหล่านี้ท่านจะแก้ไขในเชิงออฟเฟนซีฟ (Offensive) ในเชิงดีเฟนซีฟ (Defensive) อย่างไร ในเชิงรุกจะรุกแค่ไหน อย่าไปรุกล่วงละเมิดเกินนะครับ ถ้าท่านไปเที่ยวเอาเอฟ ๑๖ (F16) ไป แล้วก็ไปทํานั่น จะมีการขยายสงครามที่เต็มรูปแบบทันที แล้วมีอาณาประเทศเขา เข้าช่วยเหลือประเทศที่อ่อนแอแน่นอน แล้ววันนั้นประเทศไทยจะหนักหน่วง ผมขอกราบ เรียนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่าใช้อารมณ์ให้ใช้สติปัญญา แล้วจําแนกแจกแจงปัญหา มูลฐานของ ปัญหาคืออะไร ไป ส่งคนนักวิชาการวิเคราะห์ให้สะเด็ดน้ํา อย่าเอาความรู้สึก เมื่อชัดเจนแล้วก็ตัดสินใจ ไปทางนั้น อันไหนที่จะหาผลประโยชน์ร่วมก็ทํา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรีทักษิณทํา ถูกแล้ว พอชุดใหม่มาก็ทําตามนั้นอีก พอถึงเวลาก็ไม่กล้า เหมือนกับเป็นการการันตี (Guarantee) ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทําถูก ถ้าเรามีทิฐิเราไม่แก้ ไม่กล้าที่จะพบกับความจริงแล้ว ปัญหาไม่สามารถจะแก้ได้ ทีนี้ถ้าท่านประธานจะให้หารือผมอยากให้หารือเป็นระบบว่า ปรากฏการณ์ของปัญหานี้จะทําอย่างไร ว่าในเชิงรับ ในเชิงรับก็คือว่าของประชาชนกับของ หน่วยรบเป็นอย่างไร ของประชาชนเป็นอย่างไรที่จะต้องดูแลเขา จะต้องมีการเพิ่มหลุม หลบภัยหรือไม่ จะมีอาสาสมัครประชาชนหรือไม่ จะมีอะไรต่าง ๆ ต้องให้ชัด แล้วก็ในเชิงรุก ถ้ามีความขัดแย้งระดับไหนจะรุกไประดับไหน ผมอยากเห็นว่าการกระทําให้เป็นรูปแบบ ชัดเจนแล้วมีการฟังคําสั่ง ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ทหารฟังคําสั่งรัฐบาลหรือไม่ นานาอารยประเทศนี้ ถ้าท่านจําได้ในการต่อสู้ของสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายพล ๕ ดาวของอเมริกาจะบุกประเทศ รัสเซีย แล้วก็ท่านประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ท่านไม่ให้บุก ก็ยังจะบุก เขาสั่งปลดเลยนะครับ ประธานาธิบดีสั่งปลดกลางอากาศเลย เพราะฉะนั้นแล้วประเทศบ้านเมืองอื่นเขามี ยูนิตี้ (Unity) เขามีความสําคัญว่าใครที่เป็นรัฐบาลนั้นต้องมีความรับผิดชอบ แต่ว่าผมไม่รู้ กลไกของสภามีอํานาจพอหรือไม่ กลไกของราชการมีอํานาจพอหรือไม่ แล้วทหารก็ตาม หน่วยความรับผิดชอบก็ตามฟังรัฐบาลจริงหรือไม่ ถ้าฟังจริง มีมาตรการจริง ผมขอว่า ๑. อันนี้คือไครซิส แมเนจเมนท์ คือการบริหารความวิกฤติ จะต้องมีการจําแนกแจกแจงให้ ชัดเจนว่าจะเริ่มต้นอย่างไร มาตรการอย่างไร แต่ว่าไม่ใช่ว่าตั้งแผนกนี้ให้ ท่านรัฐมนตรีองอาจแผนกนี้ไม่ใช่ครับ แล้วสถานการณ์อย่างนี้ไม่ใช่เป็นปกติ ผมสังเกต ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หลายครั้งแล้วนะครับว่าท่านบริหารน้ําท่วมทั้งประเทศ ท่านบริหารแบบภาวะปกติ ให้ผู้ว่าราชการรับผิดชอบให้อะไร เมื่อผู้ว่าราชการรับผิดชอบ เขาไม่สามารถทําได้ แต่ถ้าประกาศภาวะวิกฤติภัยพิบัติแห่งชาติจะสามารถทํามาตรการ ทุกสิ่งทุกอย่างได้ อันนี้ละครับผมขอฝาก นี่คือความสามัคคีจริง ๆ อะไรก็ตามที่เป็นแนวคิด ที่เป็นข้อเสนอ แล้วฝากบอกท่านสมาชิกท่านเริ่มอภิปรายด้วยการไปจาบจ้วงพรรค อีกพรรคหนึ่งขึ้นมาแล้วอันนั้นล่ะไม่สมานฉันท์ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นเอาประเด็นปัญหามาพูด เอาเชิงรับมาพูด เอาเชิงรุกมาพูดเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา แต่ถ้าการอภิปรายเริ่มต้นด้วย ไปว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปกระแหนะกระแหนว่าเป็นพรรคเพื่อเขมร ถ้าอย่างนี้หลังจากผมอภิปรายจะเกิดการไม่สามัคคีกันแล้ว คนอื่นเขาฟังก็จะหัวเราะเยาะว่า นี่ขนาดเกิดสงคราม ในสภายังเกิดสงครามการต่อสู้ ผมอยากจะบอกท่านสมาชิกครับว่า ต่อจากนี้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเถอะครับ ที่ผมอภิปรายนี้เพื่อจะบอกรัฐบาล ผมอยากจะ เห็นรัฐบาลที่มีวุฒิภาวะ ท่านบริหารงานมา ๒ ปีกว่าแล้ว ผมยังไม่เห็นมีวุฒิภาวะในการ บริหารงานที่เกินกว่าข้าราชการประจําทําเลย ไม่เสนอนวัตกรรมความคิดหรืออะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วผมขอเรียนครับว่า ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะมีการดําเนินการ
คือการปรึกษาหารือเรา ในนามของผู้แทนราษฎร เราอย่าไปใส่ไคล้เรื่องรัฐบาล เรื่องอะไร เราจะทําอย่างไรให้การ แก้ไขปัญหา ให้มันยุติได้
ผมบอกแล้วครับอาจารย์ ที่ผมพูดนี่
คือไปว่ารัฐบาลเขาก็ไม่ได้ ไปว่าใครก็ไม่ได้ เรามาปรึกษาหารือกันว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร อยากจะขอความ กรุณาในรูปนี้ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
ท่านครับ สภานี่ไม่ใช่เป็นผู้มีอํานาจ ในการมีทางหรอก แต่รัฐบาลครับ ทหารครับ ตํารวจครับ
ก็เพราะท่านพูดนั่นแหละ นี่คุณประมวลก็ประท้วงอีกแล้ว
ก็ดี เป็นผมได้เกียรติ ตั้งแต่เป็น สมาชิกมาเพิ่งได้รับมีคนประท้วงครั้งแรก ก็เชิญครับ ยินดีครับ
ประท้วงอะไรคุณประมวล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรีครับ ผมจะไม่ให้เกียรติ ผู้อภิปราย ผมจะไม่ประท้วงท่าน ผมจะประท้วงท่านประธาน ท่านประธานจะให้ปรึกษา หารือในเรื่องเขมรกับไทย ผมว่าท่านต้องมีขอบเขตจํากัดนะครับ ไม่ใช่ให้ท่านผู้อภิปราย มาด่ารัฐบาลอีก ณ ขณะนี้เราต้องการความสามัคคี ที่เราจะต้องคุยว่าจะปรึกษาหารือกัน อย่างไร ที่เราจะไปต่อสู้กับเขมรอย่างไร ไม่ใช่มานั่งด่ารัฐบาลกันอยู่อย่างนี้แล้วถามว่า เราจะไปกันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องปรึกษาหารือดีกว่าครับ เพราะรัฐบาลเขา ดําเนินการอยู่แล้ว อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ผมจะไม่ใช้สิทธิอภิปรายครับ ท่านประธาน ต้องกําหนดเวลามาเลยนะครับการหารือ เพราะยังมีหลายคน ถ้าท่านพูดแบบนี้แล้ว จะอภิปรายต่อ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีมาดูแลเรื่องนี้ ก็ต้อง อภิปรายกันเกือบทั้งสภาอยู่แล้วครับ
ครับ ก็คุณทักท้วงผม
ผมทักท้วงท่าน แต่ผมจะไม่ไปทักท้วง ผู้อภิปรายครับ
นั่งลง พอแล้วครับ ผมฟัง เข้าใจนะครับ นั่งลงได้ ผมจะวินิจฉัยครับ นั่งลงผมจะวินิจฉัยครับ ที่ท่านทักท้วงผม ถูกต้อง ผมไม่ปฏิเสธ เพราะว่าเรายังไม่ได้วางกรอบ ตอนนี้เรากําลังคิดจะวางกรอบว่าเราจะทํา อย่างไรในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จากภัยพิบัติด้านสงคราม ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราจะช่วยกันวาง นโยบายแก้ไขอย่างไร ผมต้องการไม่ให้ใครจะมาแตะต้องรัฐบาลไม่ดีอะไรนี่ อย่างท่าน สมเกียรติพูดนี่ต้องประทานอภัย ขออย่าได้พูดเลย อย่างคุณสนองเหมือนกันว่า พรรคเพื่อเขมร อะไรต่าง ๆ หยุดได้ครับ เรามาสร้างความสามัคคีเพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหา นะครับ ผมให้เวลาต่อไปคนละ ๑๐ นาทีเท่านั้นครับ คนละ ๑๐ นาทีอย่างมากนะครับ พอแล้วคุณสมเกียรติครับ
ผมขออนุญาตสรุปให้เห็นครับว่า แนวคิดนี้ ให้วางกรอบในการพูด ๑. ประเด็นปัญหารากฐานที่แท้จริงจะแก้อย่างไร ในความ ขัดแย้งประเด็นข้อกฎหมาย ประเด็นที่ ๒ ในเชิงรับ จะทําอย่างไร ประเด็นที่ ๓ ในเชิงรุก กําลังจะทําอย่างไร ถ้ากระทําล่วงเกินแล้ว มีต่างชาติเข้ามาร่วมด้วยจะทําอย่างไร ผมอยาก ฝากแค่นี้ให้รัฐบาลคิด เพราะอย่างไรก็ตามผู้ตัดสินใจความรับผิดชอบคือรัฐบาล ถ้าเราไม่ บอกท่านได้ แล้วไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร ขอขอบคุณครับ
ครับ ก็เรียงตามลําดับ ผม อ่านแล้วเมื่อกี้ คุณนคร มาฉิม คนละ ๑๐ นาทีเท่านั้น จากคุณนคร มาฉิม ก็คุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย คุณวิทยา แก้วภราดัย คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณประมวล เอมเปีย คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ตามลําดับ เชิญครับ ถ้า ท่านผู้ใดจะพูดก็บอกเขามา เขาก็จะจดชื่อไว้ เชิญคุณนคร มาฉิม
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรล่ะ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ดิฉันจะเสนอให้ประชุมลับค่ะ เพราะว่า มีผลกระทบนะคะ ถ้าเราเสนออะไรไปนี้ ไม่ใช่เขมรเขาไม่ได้ฟังไทยนะคะ แล้วมันก็จะทําให้
ถ้าคุณเสนอประชุมลับ ก็ขอมติที่ประชุมสิครับ
ดิฉันก็ขอเสนอประชุม ลับค่ะ ของผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปมีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมนี้ต้องประชุมลับ มีอะไรคุณเชิดชัย มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่นในกรณีประชุมลับนะครับ ผมไม่เห็นว่า ต้องลับเลยครับ ยิงกันโครม ๆ ไม่เห็นต้องยิงแบบลับ ๆ เลยครับ ยิงกันตรงหน้าด้วย ดังนั้น วันนี้ความสนใจนี้อยู่กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเราจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร ไม่ควรลับครับท่านประธาน ผมเสนอไม่ต้องประชุมลับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองไม่ครบ
รับรองอีกครั้งครับ
คือการประชุมลับ ข้อ ๑๑ นั้นมีนะครับ การประชุมลับนี้จะต้องมีเสียงรับรอง ๑ ใน ๔ นะครับ ของจํานวนสมาชิก ก็ตกไปครับ ก็ลับดีที่สุด ป้องกันทุกฝ่าย หรือรัฐมนตรีร้องขอ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่เป็นห่วงเรื่องของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการอภิปราย ในเบื้องต้นก็ได้หารือกับท่านรองนายรัฐมนตรีว่า เนื่องจากการประชุมนี้คงมีหลายเรื่องที่เป็น ที่ติดตามของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่าเบื้องต้นการประชุมก็อาจจะเปิดเผยได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ว่าถ้าเป็นกรณีซึ่งการอภิปรายนั้นอาจจะก้าวไปถึงเรื่องซึ่งจะกระทบต่อ ความมั่นคง ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า ในเรื่องนั้นสมควรที่จะขอให้มีการประชุมลับหรือไม่ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นก็ให้เป็น การประชุมเปิดเผยครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกที่อภิปรายนั้นแต่ละท่านก็คงจะมีความระงับ ยับยั้งในส่วนตัวของท่านเองที่จะทราบว่าควรอภิปรายแค่ไหน เพียงไร รัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง อาจจะประชุมเปิดเผยได้ในตอนต้น ๆ นี้ครับ
ก็รัฐบาลร้องขอท่านผู้เสนอ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ถ้าการอภิปรายไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศนี้ ดิฉันรับฟังได้ แต่ว่าผู้ที่อภิปรายนี้ ดิฉันก็อยากจะให้ท่านประธานนี้คอยกดไมค์หน่อย ไม่ใช่ว่าปล่อยให้อภิปรายแล้วก็ด่า รัฐบาลบ้าง มาด่ากันเองนี้ ไม่ได้หาทางแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ ดิฉันคิดว่าถ้าตรงนี้ต้อง ปิดไมค์ แล้วก็ถ้ามีผลกระทบกับประเทศนี้ก็ต้องประชุมลับ อันนี้ดิฉันถอนได้ค่ะ
ครับถอน เชิญคุณนคร มาฉิม ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนาท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งเลยต่อท่านประธาน ที่ได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาปรึกษาหารือในนามของสภาผู้แทนราษฎร เพราะพวกผมเองในฐานะผู้แทน ปวงชนชาวไทยคนหนึ่งได้ร่วมปรึกษาหารือกับเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง แล้วก็ สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายท่าน หลายท่านได้แสดงความกังวลใจห่วงใยถึงสถานการณ์ของ บ้านเมืองที่ไม่อยู่ในภาวะที่เป็นปกติ พูดง่าย ๆ ก็คือแทบจะเรียกได้ว่าเกิดศึกสงคราม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งแรกที่พวกเรา ห่วงใย สิ่งแรกที่พวกเราตระหนักก็คือเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน อํานาจอธิปไตย และสิ่งที่ ประเทศของเราจะได้หรือจะเสีย แต่แน่นอนครับหลายท่านไม่พูดถึงว่าจะได้หรือจะเสีย แต่ว่าการอยู่ด้วยกันระหว่างประเทศไทยและเพื่อนบ้านที่อยู่โดยรอบในทุกด้านนะครับ เราต้องการความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน แต่ถ้าเกิดว่าอธิปไตยแห่งประเทศของเราถูกรุกล้ํา รุกรานจากใครหรือประเทศใดก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ไม่ว่าจะมี มหาอํานาจชาติใดชาติหนึ่งในโลกหรือในภูมิภาคเข้ามาแทรกแซง เราจะยอมเสียสละ ทุกอย่างเพื่อปกป้องอธิปไตย และที่สําคัญที่สุดก็คือชีวิตของทหารหาญ ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก พวกเราตระหนักถึงความทุกข์ร้อนและ ความเสียสละของทุกท่าน ก็ขอเป็นกําลังใจให้กับทหารหาญและข้าราชการทุกภาคส่วน ในการร่วมกัน ในการเสียสละเพื่ออธิปไตยและดินแดนของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนครับ เรื่องแรกที่จะต้องพูดถึงและสภาแห่ง นี้จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือมีแนวทางในการที่จะนําเอาสติปัญญา ของทุกท่านนะครับ ซึ่งถือว่าอยู่ในฐานะของผู้แทนปวงชนชาวไทย ระดมสติปัญญา เพื่อเสนอแนะและหาทางออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจําเป็นที่จะต้องรับรู้ความจริงว่าความขัดแย้ง มันเกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง สถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ในสถานะไหน แล้วก็วิธีแก้ไข ทั้งในส่วนของรัฐสภาเอง ทั้งในส่วนของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลเอง เพื่อที่จะสะท้อนมุมมอง ในนามของประเทศไทยออกไปทั้งต่อประเทศคู่ขัดแย้ง แล้วก็ต่อในระดับสากลจะต้อง มีความเป็นเอกภาพ มีความชัดเจนในการกําหนดทิศทางในด้านนโยบาย เพราะฉะนั้นเวที แห่งนี้ผมเชื่อมั่นว่าจะเป็นเวทีแห่งทางออก
เรื่องที่ ๒ ที่ผมต้องตั้งข้อสังเกต แล้วก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านก็นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ในช่วง ปีสองปีที่ผ่านมาผมเองก็พยายามตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด ด้วยความเคารพรักทั้งในส่วนตัว และก็ด้วยความนับถือในวุฒิภาวะของท่านมาอย่างต่อเนื่อง และก็ชื่นชมท่านมาโดยตลอด ขอให้ท่านแถลงข้อเท็จจริงต่อสภาแห่งนี้ได้ไหมครับ ผ่านท่านประธานว่าสัมพันธภาพระหว่าง ไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เรามีการกําหนดยุทธศาสตร์หรือทิศทางในการวางนโยบายในการ บริหารอย่างไรบ้าง ทําไมความขัดแย้งจึงเกิดลุกลามบานปลายเกิดขึ้น และท่านมีทิศทางหรือ นโยบายในการที่จะแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไรบ้าง สมัยก่อนท่านประธานครับ รัฐบาลชุดก่อน ๆ เคยเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า สมัยปัจจุบันนะครับ ทําไมระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงเกิดความขัดแย้งขึ้น อันนี้ผมตั้งข้อสังเกต ส่วนเหตุผล และข้อเท็จจริงที่ท่านสามารถที่จะเปิดเผยได้ต่อสภาหรือต่อคนไทยทั้งประเทศท่านพูดได้ แต่ถ้ามันจําเป็นที่จะต้องชี้แจงในทางลับ ผมเชื่อว่าจะขอรับฟังจากท่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกผมเองต้องการให้ประเทศของเราอยู่อย่างมีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างไทยกับประเทศ เพื่อนบ้าน แม้กระทั่งประเทศกัมพูชาที่กําลังเกิดศึกสงครามกับประเทศของเราในขณะนี้
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอความชัดเจน และขอคําชี้แจง และก็ขอเหตุผลว่าในเมื่อภาวการณ์เกิดขึ้น เกิดมีการยิงกันมีความสูญเสีย ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งบาดเจ็บล้มตาย และประชาชนทั้ง ๒ ฝ่ายเกิดความเสียหายและเดือดร้อน กันถึงขนาดนี้ เวทีต่อสากล เวทีต่อในภูมิภาค เวทีต่อยูเอ็น (UN) หรือสหประชาชาติ ท่านได้กําหนดทิศทางในการวางกรอบที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้าใจในระดับสากล อย่างไรบ้าง ท่านมีทิศทางหรือกําหนดนโยบายที่จะแก้ไขและชี้แจงให้ในภูมิภาคทั้งอาเซียนและจีน และมหาอํานาจในภูมิภาคของเอเชียของเราเข้าใจอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และมีความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับสากล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะชี้แจงให้กับสากลหรือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เขากําลังจับจ้อง กันอยู่ให้เข้าใจแล้ว ถ้าเกิดว่าประเทศไทยของเราถูกรุกล้ําจริง สาเหตุชัดเจน และทั่วโลก เข้าใจได้ ถ้ามันจําเป็นที่จะต้องเกิดสงครามบนการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ของประเทศ พวกเราก็พร้อมครับ พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการร่วมเป็นร่วมตายกับรัฐบาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ท่านใช้เหตุใช้ผล ใช้ความนิ่ง ความมีเหตุมีผล ใจเย็น และแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างละเอียดลึกซึ้งและสุขุมคัมภีรภาพ ต้องขอชื่นชม ทําให้สากลทั่วโลกยังมองว่าประเทศ ไทยในฐานะที่เป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงกว่าประเทศคู่ขัดแย้งอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้เลยนะครับ ประเทศต่าง ๆ ที่จับจ้องคู่ขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่ จะได้ไม่มองว่าไทยใช้ความที่มีอํานาจเหนือกว่าไปรุกรานหรือว่ารังแกประเทศที่ด้อยกว่า นะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ต้องขอขอบคุณและชื่นชม
ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่ง และ กระผมเองถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงของผมที่ได้มีโอกาสได้พูดถึงเรื่องนี้และตั้งใจมากเหลือเกิน ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และขอบคุณรัฐบาล และขอถือ โอกาสสุดท้ายนี้ได้เป็นกําลังใจให้กับพี่น้องทหารหาญ แล้วก็ข้าราชการทุกภาคส่วนที่ท่านได้ เสียสละ และขอเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนแนวชายแดนมีกําลังใจในการต่อสู้ และ พวกเราพร้อมที่จะเป็นส่วนร่วมในการปกป้องอธิปไตยและประเทศของเราให้ดีที่สุดนะครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาชายแดนที่เรากําลังประสบอยู่ในปัจจุบันนี้ก็เป็น ปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนได้รับ ท่านประธานได้หยิบยกเรื่องนี้มาก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะพูดคุยกันในสภา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมทราบมาว่าท่านประธานเองก็ปรารภกับพวกเราว่ามี กฎหมายหลายฉบับที่ยังค้างคาอยู่ อยากจะเร่งให้มีการเดินขับเคลื่อนออกกฎหมายให้รวดเร็ว และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่เรื่องของปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา รัฐบาลเอง ผมก็ทราบว่ารัฐบาลทํางานนะครับ ทํางานหนัก รัฐบาลเองก็พยายามที่จะทํางาน แต่ว่ายัง ไม่ได้มีการร้องขอมาที่สภา แต่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกขึ้นมาก็ถือว่าเป็น เรื่องที่พวกเราต้องมาพูดคุยกัน
ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๓-๔ ประเด็น ประเด็นแรกคือผู้รับผิดชอบหลักคือรัฐบาล การบริหารบ้านเมืองรัฐบาล รับผิดชอบหลักอยู่แล้ว พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คอยรับฟังผลการปฏิบัติงาน กํากับดูแลว่ารัฐบาลทําอะไรไปบ้าง ได้มาพูดคุยให้เราฟังไหม ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นอย่างไร พวกเราไม่มีโอกาสได้รับทราบสิ่งเหล่านี้ มีรับทราบจากสื่อมวลชนว่า มีปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ ใครก่อเหตุก่อน ใครก่อเหตุหลัง เราไม่อาจรู้ได้ ถ้าจะมีการพูด คุยกันในวันนี้ สิ่งแรกที่จะต้องดําเนินการนั่นก็คือผู้รับผิดชอบหลักจะต้องมาปรากฎตัวที่นี่ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องมารับฟัง รับทราบ แล้วก็ต้องมาชี้แจงให้เราฟังก่อนว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันคืออะไรแน่ ๆ เรามาพูดคุยกันนี่ มีแต่คาดว่า คาดว่า มันไม่ได้ มันต้องรู้สาเหตุก่อนว่าสาเหตุมันคืออะไร แล้วจะไปสู่การ แก้ปัญหา ถึงมารับฟังปัญหาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้คําเสนอแนะอะไร อย่างไร นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกที่ออกมากล่าว เบื้องต้นในตอนที่เปิดประเด็นในเรื่องของการหารือ พาดพิงมาถึงพรรคเพื่อไทย ตรงนี้ ท่านประธานได้กล่าวติเตียนไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ดี บ้านเมืองเรากําลังต้องการความสามัคคี อย่าหยิบยกประเด็นที่ไม่ใช่ความปรองดอง เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นไม่ได้ ตรงนี้ต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดเพราะเรากําลังเข้าสู่ประเด็นการปรองดอง และโหมดการเลือกตั้งก็อยากจะฝากท่านประธานว่าเรื่องนี้ขอติติงไปยังผู้ที่กล่าวในเรื่องนี้ ที่ไม่เหมาะสม
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่มีการปะทะกันตามชายแดน ไทย-เขมร ถ้าเราได้รับทราบปัญหาจริง ๆ แล้วเราก็จะให้คําแนะนําได้ แต่ผมอยากจะให้ ข้อคิดฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าต้องใช้สติ ใช้ปัญญา ใช้สิ่งที่เราคิดว่าเราไม่ใช่เป็น ประเทศผู้รุกรานใครให้เป็นประโยชน์ การเจรจาเป็นประโยชน์ การแสดงกําลังข่มขู่ การแสดงอวดอ้างสรรพกําลังไม่ใช่เรื่องดี การรู้เขารู้เรา เราไม่รู้เขาแต่เขารู้เราเพราะเราอวด ไปหมดว่าเรามีรถถังกี่คัน มีสรรพกําลังกี่คน ไม่ใช่เรื่องดี เพราะฉะนั้นอย่าประมาท ฝากท่าน ประธานไปยังรัฐบาลว่ากัมพูชาเขาไม่ได้เป็นประเทศที่โดดเดี่ยว สิ่งที่เรากําลังดําเนินการไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการค้า การธุรกิจ พี่น้องประชาชนกําลังเดือดร้อนในเรื่องของการทําธุรกิจก็มี ผลกระทบจะตามมาอีกมากมายไม่ใช่เฉพาะกัมพูชาเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพึงระวัง ต่อไปนี้ก็คือ ต้องมีสติในการที่จะทําอะไรก็ตาม อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า เรา จะขอรับฟังข้อมูลก่อนที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนที่จะมีการให้คําแนะนําอะไรต่าง ๆ เพราะขณะนี้เหมือนกับพวกเรายังไม่รับทราบอะไร ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากมายที่จะไป วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่อยากฝากในเรื่องของให้ใช้สติปัญญา ให้ใช้ความมีขันติ อดทน อดกลั้น ปรบมือฝ่ายเดียวไม่ดังหรอกครับถ้าเราไม่ตอบโต้ไม่ทําอะไร ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้เป็น พื้นฐานสําหรับเพื่อนสมาชิกตามที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าอยากจะได้ทราบเรื่องราวที่เป็น ข้อมูลเบื้องต้นว่ารัฐบาลได้ดําเนินการในสถานการณ์นี้ไปอย่างไร บนพื้นฐานอะไร รวมทั้ง กรณีที่ท่านให้ความเห็นไว้ เพื่อความเข้าใจและเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกที่เคารพรักทั้งหลาย ได้อภิปรายได้ตามประเด็นที่สมควรจะอภิปรายกัน กระผมขออนุญาตกราบเรียนเป็นเบื้องต้น ดังนี้ครับ
ในประการที่ ๑ ที่ท่านเรียกร้องว่าผู้รับผิดชอบหลักคือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือตัวผม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศสมควรที่ต้องมาอยู่ที่นี่ในเวลาที่ท่านทั้งหลายอภิปรายกัน ผมขออนุญาตว่า เพิ่งได้ทราบว่าเป็นญัตติด่วนที่จะมีการพูดจาอภิปรายกันเรื่องนี้ เราจึงไม่ได้อยู่พร้อมกัน ตามที่ท่านได้ตั้งข้อเรียกร้องเอาไว้ แต่ผมกราบเรียนว่าที่ไม่ได้อยู่พร้อมกันไม่ได้ไปที่อื่นครับ ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ที่พื้นที่ชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็คงไปที่ศรีสะเกษ ท่านไป ดูแลพื้นที่นั้นด้วยตัวท่านเอง แล้วก็ดูว่าเราจะดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนของเรา ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของสถานการณ์สู้รบนี้อย่างไรบ้าง ไปดูเรื่องความจําเป็นที่จะต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนกลาง สําหรับหน่วยราชการ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ชายแดน ซึ่งการดําเนินการอย่างนี้เป็นเรื่องปกติของรัฐบาลนี้นะครับ ก่อนหน้านี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านผู้บัญชาการทหารบกก็ได้ลงไปดูแลสถานการณ์ด้วยตัวเองมาแล้ว แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ลงไปในพื้นที่ ไปดูแลปัญหาแล้ว เพราะฉะนั้นผมให้ความมั่นใจกับท่านประธานและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ในชั้นนี้ได้ครับว่า รัฐบาลให้ความเอาใจใส่ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษลงลึกลงละเอียด เพื่อที่จะได้ ให้มีข้อมูล มีข้อเท็จจริงเพียงพอในการประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลในแต่ละขั้น แต่ละตอน ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทุกฝ่ายได้ลงไปทําหน้าที่ของตัวเองในทุกระดับ นอกจากนั้นครับผมถือโอกาสกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ทั้งกับกระทรวงกลาโหม ทั้งกับกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกับกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกองทัพ เราได้ใช้สติครับ ได้ใช้ปัญญาอย่างที่ท่าน ได้กรุณาแนะนํา ไม่มีหรอกครับที่จะไปใช้อารมณ์ ไปใช้การตัดสินใจโดยฟังกระแส อะไรต่าง ๆ ไม่มี เพราะว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นผลประโยชน์ ของประเทศชาติในระยะยาว เป็นเรื่องของสันติภาพในภูมิภาคนี้ และเป็นเรื่องที่มี ความสําคัญต่อการอยู่ร่วมกันของประชาชาติอาเซียน รัฐบาลคิดทุกแง่ทุกมุมครับ แล้วก็ ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทุกฝ่ายทํางานสอดประสานกัน ท่านทั้งหลาย ก็คงจะสามารถติดตามได้ว่าในการพูดจา ในการให้ข่าว ในการชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งต่อ พี่น้องประชาชน ต่อทูตานุทูต ต่อสังคมของชาติอาเซียนและของโลก ทุกกลไกของรัฐบาล ทํางานสอดประสานกันมาโดยตลอดครับ แต่ว่าจะรับความห่วงใยของท่านสมาชิกที่ได้พูดจา อภิปรายในวันนี้ไปประกอบการพิจารณาในการดําเนินการต่อไปให้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น ส่วนที่ท่านอยากจะให้เราชี้แจงว่าสาเหตุของความขัดแย้งคืออะไร เริ่มต้นอย่างไรอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องที่ประเทศไทยเป็นคนก่อเหตุ เราไม่ได้ เริ่มต้น เราไม่เคยเริ่มต้นเลยครับ เรื่องที่เกิดเหตุทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นการกระทําของฝ่ายไทย ในจุดแรก รัฐบาลไทย หรือที่จริงต้องพูดว่าประเทศไทย รวมทั้งท่านทั้งหลาย รวมทั้ง พี่น้องประชาชนของเรา เราต้องการความสงบ เราต้องการความสันติ เราต้องการที่จะอยู่กับ ประเทศเพื่อนบ้านด้วยความเป็นมิตร นี่เป็นจุดยึดเป็นหลักการของทั้งชาติ พูดได้อย่างนั้น เลยครับ เพราะว่าท่านทั้งหลายก็ตระหนักดีว่าพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ประสงค์ เราไม่ใช่ ชาติที่กระหายสงคราม เราไม่ใช่ชาติที่ต้องการจะรบพุ่งเอาชนะเพื่อนบ้าน เราหวังที่จะอยู่กับ เพื่อนบ้าน และเรามีมิตรไมตรี เพราะฉะนั้นโดยหลักการเมื่อมีปัญหากระทบกระทั่งกัน ที่บริเวณชายแดนตั้งแต่ต้นมา รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศที่แสดงออกมาตลอด ว่ามาพูดคุยกัน มาเจรจากัน หวังแค่ ๒ ประเทศนี้นั่งลงเจรจากันไม่ต้องไปพึ่งคนอื่น เพราะว่า เราเป็นเพื่อนบ้าน คนอื่นมากับเราก็ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็ไปแล้วแต่พวกเรานี่ต้องอยู่ ด้วยกันตลอด นี่เป็นจุดยึด แล้วเราก็พยายามสื่อเรื่องนี้ไปถึงนานาอารยประเทศ ไปถึงประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง ว่าที่จริงถ้าท่านจะถามว่าปัญหาข้อขัดแย้งนี้เกิดจากอะไร ถ้าจะพูดกันถึงสาเหตุแท้ ปัญหาก็คือว่าเขตพื้นที่ชายแดนนี้ แนวเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีปัญหาจริง ๆ ไม่ชัดเจนจริง ๆ แล้วก็ยังจะต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่เฉพาะด้านที่ติดกับ ประเทศกัมพูชา ของเราทุกด้านเลยครับ ทั้งที่ติดกับสาธารณรัฐประชาชนลาว ทั้งที่ติดกับ ประเทศพม่า ทั้งที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ชายแดนของเรายังจะต้องชําระสะสาง เหมือนกับ ที่ชายแดนของประเทศอื่นที่เขาติดต่อกันหลายแห่งทั่วโลกก็ยังเป็นอย่างนี้ แต่ว่าวันนี้ แนวทางที่รัฐบาลไทยได้ยึดถือก็คือว่าเราให้ความสําคัญกับคณะกรรมการที่มีหน้าที่ในการ ตรวจสอบปักปันเขตแดน ซึ่งเป็นกรรมการร่วมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละด้าน ให้ความสําคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษ บางด้านก็ดําเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย ด้วยความราบรื่น จึงไม่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณชนหรือเป็นที่สนใจของสมาชิกรัฐสภา ยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาเขตแดนกับประเทศมาเลเซีย กับประเทศพม่า กับสาธารณรัฐ ประชาชนลาว เราก็ทําได้ด้วยความเรียบร้อย กรณีกับประเทศกัมพูชานั้นเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อกัน มายาวเป็นประวัติศาสตร์ แม้กระทั่งกรณีที่ศาลโลกได้คําพิพากษาเรื่องเขาพระวิหารแล้ว ก็ยังไม่ได้ทําให้ชัดเจนในเรื่องของเส้นแบ่งเขตแดนในบริเวณนั้น ตรงนี้ละครับท่านที่เคารพครับ ต้องเรียกว่าเป็นสาเหตุแท้จริงของความขัดแย้ง บังเอิญว่าเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชานี้มันมีเรื่องสถานที่สําคัญ ๆ ที่เรียกว่าสามารถที่จะนําขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทเขาพระวิหาร หรือปราสาทตาควาย ประสาทตาเมือนธม อะไรต่าง ๆ สถานที่เหล่านั้นมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แล้วก็อยู่ในตําแหน่งที่ไม่มีความ ชัดเจนที่ทั้ง ๒ ประเทศยอมรับได้ เราบอกว่าเป็นของเรา เขาก็บอกว่าเป็นของเขา ที่แล้วมา ก็ได้ตกลงกันว่าเมื่อยังไม่ชัดเจนแต่ละคนก็ให้อยู่ห่างจากแนวเขตนี้ถอยออกไป ๕๐ เมตร ๖๐ เมตร แต่เมื่อมีเรื่องติดใจกันเมื่อไร ความตึงเครียดเกิดขึ้นในจุดที่ตั้งของกําลังทั้ง ๒ ฝ่าย ที่ตั้งประจันกันอยู่ อันนี้เป็นเรื่องปกติ แล้วเราก็พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด อุปสรรค ในการทํางานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วมของ ๒ ประเทศ มีตลอดเวลาครับ ผมยกตัวอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายได้เป็นพยานอยู่นี้ ก็คือว่าที่เขา ไปประชุมกันแล้ว ๒-๓ ปีมา มีบันทึกมา มันก็มีปัญหาของเราว่าบันทึกรายงานการประชุมนี้ ต้องให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาหรือเปล่า กว่าเราจะหาข้อยุติเรื่องนี้ได้ท่านทั้งหลาย ก็อยู่ร่วมในเหตุการณ์ก็เห็นแล้วครับว่าเราต้องใช้เวลามาก มันก็เลยกลายเป็นประเด็น ให้อีกฝ่ายหนึ่งสงสัยระแวงได้ว่าทําไมเราถึงถ่วงเวลา ทําไมเราถึงชักช้า ทําไมเราทําถึงตัว เป็นอุปสรรค เราจริงใจหรือไม่ อย่างนี้ก็มี ผมไม่พูดถึงอาการโรคแทรกอย่างอื่นนะครับ เราเป็นว่าปกติวิสัยกันมันก็มีอยู่แล้ว แต่ว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลไทย กระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศไทยก็จะต้องแก้ไขกันต่อไป ท่านทั้งหลายทราบดีแล้วว่าพอมีปัญหาอย่างนี้ มันก็เกิดกรณีที่ทางประเทศกัมพูชาเขาไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วก็เกิดเหตุว่า ทางคณะกรรมการมรดกโลกก็เกิดไปมีความเห็นโน้มเอียงไปทางนั้นในระยะแรก เราก็ได้ยื่น ข้อทักท้วงประท้วงไปแล้ว แล้วการประท้วงของเราก็ประสบผล เขาได้เลื่อนระยะเวลา ในการพิจารณาไปแล้ว อันนี้ก็ทําให้ทางฝ่ายประเทศกัมพูชาเขาก็ไม่ชอบใจ ก็เป็นประเด็น ปัญหา แล้วถึงนํามาสู่เรื่องของการกระทบกระทั่งกันครั้งแรก รอบแรกที่บริเวณเขาพระวิหาร อย่างที่ท่านทราบแล้ว เรื่องตรงนั้นก็ยังไม่ยุติครับ มันก็เลยกลายเป็นชนวนคุกรุ่นมา แล้วก็ลามมาถึงสถานการณ์ ปัจจุบัน แต่ผมกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้น การยิงกันแต่ละครั้งนั้นฝ่ายไทยไม่ได้เริ่มต้นเลย แม้กระทั่งเหตุการณ์ สุดท้ายนี้ก็ไม่ได้เริ่มต้นที่ฝ่ายไทย ข้อเท็จจริงก็คือว่าที่ปราสาทตาควายซึ่งเป็นที่ ที่เราบอกว่าเป็นของเรา ประเทศกัมพูชาบอกว่าเป็นของเขา ข้อยุติที่ยุติกันมาได้คือ ทั้ง ๒ ฝ่ายต้องไม่ส่งกําลังเข้ามาอยู่ที่นี่ ถอยห่างไปจากจุดนี้ ๕๐ เมตร ต่อมาก่อนเกิดเหตุ ปรากฏว่าทางฝ่ายประเทศกัมพูชาเขายกกําลังขึ้นไป ตั้งใจจะตั้งที่มั่นของทหารอยู่ตรงบริเวณ ปราสาท เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยก็เข้าไปขอร้องว่าตั้งไม่ได้ เพราะเราเคยตกลงกันว่าจะต้อง ไม่มีกําลังอยู่ที่นี่ ท่านต้องถอยออกไป เขาไม่ถอยออกไป เขาไม่ถอย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ การปะทะกัน แล้วก็เป็นฝ่ายกัมพูชาครับที่เริ่มต้นถอยเพราะว่าไม่ยอมปฏิบัติตามสิ่งที่ ประเทศไทยได้ร้องขอไป ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าตั้งแต่เกิดการปะทะกันที่ชายแดน ซึ่งเราถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบกระทั่งกัน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องยกระดับขึ้นมาเป็นสงคราม ระหว่างประเทศ ยังถืออย่างนั้นอยู่ เราก็ได้เพียรพยายามที่จะให้มีการเจรจา ผมกราบเรียน เมื่อสักครู่ว่าเรายึดหลักของการที่จะพูดคุยกัน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกระทรวงกลาโหม ทั้งระดับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดก็ดี ไม่ว่า จะเป็นกองกําลังของเราก็ดีที่เคยพูดคุยกันได้มาโดยตลอดก็พยายามสื่อสารพูดคุยกันครับ แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ครับ เราก็คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสดี เพราะทําท่าว่าจะได้มีการพบกัน ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง ๒ ประเทศเพื่อที่จะพูดคุยกัน แต่สิ่งที่ทาง ฝ่ายไทยต้องการก็คือว่าการที่จะพูดคุยกันนั้นก็ต้องหยุดยิงกันก่อน บังเอิญว่ามันไม่เป็นไป ตามนั้น ทางฝ่ายประเทศกัมพูชา ทหารในพื้นที่ยังไม่หยุดยิงก็เลยยังไม่ได้พบกัน แต่เราไม่ได้ สิ้นความพยายามครับ ก็ยังจะพยายามต่อไปที่จะหาทางที่จะให้มีการเจรจากันขึ้นได้ ส่วนที่ ท่านกังวลใจว่าชาวต่างประเทศ โลกภายนอกเขาจะเข้าใจสถานการณ์ผิดเพราะประเทศ กัมพูชาออกข่าวไปอีกอย่างหนึ่งนั้น ผมคิดว่าสภาพปัจจุบันนี้ สื่อมวลชนทั้งหลายทั่วโลก เกาะติดสถานการณ์ อยู่ในพื้นที่ทั้งฝ่ายในประเทศไทย ทั้งฝ่ายในประเทศกัมพูชา เห็นข้อเท็จจริงมาก ชัดเจน และผมเชื่อว่าข้อมูลที่ออกไปโดยผิดพลาดบางอย่าง เช่นว่า เราใช้แก๊สพิษ เราใช้อาวุธที่ไม่ได้มีอยู่ในอนุสัญญาอะไรต่าง ๆ กระทรวงการต่างประเทศได้ ทําหน้าที่ชี้แจงอย่างดี ชัดเจน และโลกเชื่อเรา ผมมั่นใจว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่าด้วยจุดยืนของเราอย่างนี้ครับ เราจะพยายามหาทางให้เกิดสันติภาพขึ้นให้ได้ แล้วจะต้องทําต่อไป แต่การพูด การจา การแสดงออกในบางครั้ง บางจังหวะก็ขึ้นอยู่กับ สถานการณ์นะครับ เหมือนกับการปฏิบัติการทางทหาร แม้ว่าเราจะต้องการสันติภาพ แม้ว่า เราต้องการให้เกิดความสงบนิ่ง มีการเจรจากัน แต่ว่าเราต้องรักษาอธิปไตยของประเทศ เขายิงเรามาเราก็ต้องยิงกลับไปละครับ แล้วต้องยิงให้แรง ต้องยิงให้หนัก ต้องตอบโต้ให้ รุนแรงเพื่อให้เขาหยุดยั้งการกระทําอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไปอวดอ้างกําลัง เอาขีด ความสามารถทางการรบไปข่มขู่ ไม่มีครับ รวมทั้งกรณีที่มีการพูดวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราเอา เครื่องบินรบขึ้นไปปฏิบัติการ ไม่มีเลยครับ ตั้งแต่มีเหตุกระทบกระทั่งครั้งแรกที่เขาพระวิหาร มาจนเดี๋ยวนี้ ทางกองทัพไทยไม่มีความประสงค์ที่จะขยายผลของการสู้รับที่จะเอากําลัง กองทัพอากาศ กองทัพเรือเข้าไปดําเนินการ ให้จํากัดจุดที่มีปัญหาอยู่ให้เล็กที่สุดในพื้นที่นั้น และไม่ขยายออกไป กรณีของเครื่องบินเอฟ ๑๖ หรือเครื่องบินชนิดอื่นเป็นเรื่องของการ ฝึกบินตามปกติของทางกองทัพอากาศ อันนี้ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนให้ทราบ ท่านตั้งเป็น ประเด็นว่าการเมืองคุมการทหารได้หรือไม่ อย่างไร ผมขอกราบเรียนว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของชาติครับ ไม่ว่าคนที่อยู่ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าคนที่อยู่ ฝ่ายการทหาร หรือพลเรือนทั่วไป วันนี้เราแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไม่ได้ แล้วในทางปฏิบัติ ในความ เป็นจริงนั้นเราทํางานด้วยกันทุกฝ่ายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันครับ ผมเรียนเพื่อให้ท่าน ทั้งหลายได้มีความมั่นใจและได้เข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการไปในเบื้องต้นนี้อยู่ในสภาพ อย่างไร ส่วนท่านจะกรุณาอภิปรายแสดงความคิดเห็นให้คําแนะนํา รัฐบาลก็จะรับไปปฏิบัติ และถ้าจะมีอะไรที่จะต้องชี้แจงเพื่อความกระจ่างแจ้งของท่าน ผมก็ขออนุญาตท่านประธาน ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และตัวผมก็จะขออนุญาตชี้แจงเป็นระยะ ๆ ตามที่เห็นว่าสมควรครับ ขอบคุณครับ
ครับ เดี๋ยวครับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจะเรียนก่อน
คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ท่านพิเชษฐ์รอสักประเดี๋ยว ให้ท่านตอบ เราก็เอาเต็มที่
ไม่ใช่ ตอบครับ เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ภาพภายในแล้ว ผมจะได้ให้ภาพของที่ไม่ได้ ทําต่างประเทศอะไร ท่านจะได้ให้ข้อมูลทั้งภายใน ภายนอก
คือให้ได้ข้อมูลไปก่อนแล้ว จะพูดอย่างไรก็ได้ ก็คงไม่หยุดเดี๋ยวนี้หรอกครับ ไปธุระก่อน กลับมาก็ได้
ขอพูดเลยครับ ขออนุญาตนะครับ ท่านประธานครับ
ตามอัธยาศัย เชิญครับ จะได้จบเร็วหน่อย
ท่านประธานครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เป็นที่น่าเสียใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับวันนี้เมืองท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ โรงแรมหรู ๆ โรงแรมห้าดาว มีการบอกยกเลิกการจอง การยกเลิกการจองนั้นเจ้าของโรงแรม ได้เงินมัดจําครับ แต่เงินมัดจําเพียงน้อยนิดมันส่งผลถึงการท่องเที่ยว ไปจนถึงปีหน้า ผมกราบเรียนให้ทางรัฐบาลได้รับทราบว่ากระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างแรงมาก ท่านประธานครับ ท่าน ผบ.ทบ. ได้ประกาศลงหน้า ๑ หนังสือพิมพ์บอกว่าประเทศไทย พร้อมประกาศสงคราม ถ้า ครม. อนุมัติ ทุกฉบับพาดหัวข่าว นี่คือสิ่งที่ทําให้ต่างประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าเหตุการณ์ภายในของประเทศไทยกับประเทศเขมรรุนแรงแค่ไหน เขายกเลิก การท่องเที่ยว การเดินทางมายังประเทศไทย กราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ทราบ นะครับ ไปถามโรงแรมใหญ่ ๆ แถวจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ได้เลย ท่านประธานครับ เหตุจริง ๆ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่ามันเกิดจากการบริหาร ราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด สมัยท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาถึงท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผิดพลาดตั้งแต่ต้น ผมไม่ทราบว่าเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่ที่จําเป็นจะต้องเอาท่านกษิต ภิรมย์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านครับหลังจากที่ท่านมารับตําแหน่งนั้น อาเซียนจากเราเป็นผู้นําอาเซียนกลายเป็นผู้ที่ทําปัญหาให้กับอาเซียน
ทีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ให้ถูกต้อง ท่านประธานได้ตกลงกับสภาแห่งนี้แล้วว่าการปรึกษาหารือครั้งนี้ จะเป็นไปโดยสร้างสรรค์นะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นโทษรัฐบาล โทษฝ่ายค้าน มันไม่จบหรอกครับ มันจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการที่เราหารือวันนี้ครับ ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุม การประชุมครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมว่า เราปรึกษาหารือกันในแนวทาง ไม่ต้องไปพูดถึงประเด็นนอกที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ นะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ท่านก็เคยพูดหลายครั้งแล้ว แล้วผมก็ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านพยายามจะทํางานเต็มที่ต่าง ๆ ผมว่าเอาเนื้อหาสาระของ เรื่องนี้ว่าท่านจะมีแนวความคิดความอ่านที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ผมว่าเพื่อความเรียบร้อยในการประชุมและความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนราษฎรเราจะได้แก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพื่อภาพของเรา ของผู้แทนของเราดีขึ้นเท่านั้นเองครับ
ท่านประธานครับ ถ้าไม่ให้พูด เหตุแล้วก็ผลนี่เราจะเอาอะไรมาพูดกันครับท่านประธาน ผมพูดเบา ๆ นะครับ พูดจริง ๆ นะครับ ความจริง มันผิดจากความจริงไหม วันนี้ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเดินทางไป ประเทศจีน ไหนบอกทวิภาคี จะเป็นไตรภาคีไหมต้องเอามหาอํานาจซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเคยด่ามหาอํานาจประเทศจีน ประเทศอินเดีย แล้วก็ประเทศรัสเซีย
ผมว่าจะไปกันใหญ่แล้ว คุณพิเชษฐ์ครับ มันเป็นเรื่องการที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วครับ ผมว่าไม่น่าจะพูดครับ มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะคุณพิเชษฐ์
ไม่จริงทั้งนั้น โกหกทั้งนั้น เลิกเสียทีครับ เป็นผู้ใหญ่
ผมกําลังขอร้อง คุณพิเชษฐ์อยู่
ท่านประธานครับ จริงหรือไม่จริง ประชาชนผู้รับฟังเป็นผู้ตัดสินนะครับ เหตุอีกอันหนึ่งก็คือเอ็มโอยู ๒๕๔๓ นะครับ ผมแตะ แค่นี้แหละ ซึ่งไปแก้ไขสัญญาที่เรากระทํากับฝรั่งเศส ๒ ฉบับ อันนี้คือการรับรอง นี่คือเหตุที่ มันจะเป็นปัญหาต่อไป ท่านประธานครับ แก้ไขนิดเดียวครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศรับผิดชอบครับ หลายงานแล้วครับ ท่านลาออกจบครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ขอกราบเรียนการดําเนินการทางด้านต่างประเทศ เพื่อคู่ขนานไปกับการดําเนินการ ภายในประเทศ คือเราก็ดําเนินการคู่ขนานกันไป หลัก ๆ ก็ทั้งที่กรุงเทพมหานคร ที่กรุงปารีส ที่นครนิวยอร์ค แล้วก็ที่กรุงลอนดอน วอชิงตัน แล้วก็ปักกิ่ง แล้วก็บรรดาเมืองหลวง ของอาเซียนทั้งหมด ที่กรุงเทพมหานคร ก็โดยเฉพาะการพูดจากับคณะทูตที่นี่ ทั้งเป็นกลุ่ม เป็นราย ๆ ไป นอกเหนือจากนั้นแล้วผมจะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียพรุ่งนี้ จะไปพบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และจะเข้าร่วมในเรื่องเกี่ยวกับ ประชาคม สังคม และวัฒนธรรมของอาเซียน ก็จะได้ถือโอกาสนั้นชี้แจงกับท่านทูตผู้แทน ถาวรของประเทศต่าง ๆ ประจําอาเซียน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะได้นําเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปชี้ กับต่างประเทศให้ได้รับทราบความเป็นมาทั้งหมด สิ่งแรกที่จะต้องให้ประชาคมได้รับทราบ ก็คือว่านโยบายของรัฐบาลไทยโดยตลอดมากับประเทศเพื่อนบ้าน คือการร่วมมือแล้วก็การ ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนา เป็นสิ่งที่ดําเนินการมาโดยตลอดเวลา แล้วก็เป็นความ ร่วมมือที่อาจจะจัดได้ว่านอกเหนือจากประเด็นปัญหาชายแดนกับประเทศกัมพูชา แล้วเรา ไม่ได้มีปัญหากับประเทศมาเลเซีย ไม่ได้มีปัญหากับประเทศพม่า ไม่ได้มีปัญหากับประเทศ ลาวเลย ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความราบรื่น ประเด็นปัญหาทางด้านประเทศกัมพูชาก็เป็น เรื่องของปัญหาระหว่างรัฐบาลกลางกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ แล้วมันก็มีผลกระทบต่อ ประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศลาวราบรื่นมาก ถึงขั้นที่ว่าตอนนี้ก็มี สะพานที่ ๓ ที่ ๔ ที่จะข้ามแม่น้ําโขง นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่ราบรื่นอย่างมากแล้วเราก็ ประสบความสําเร็จในการริเริ่มโครงการเชื่อมโยงทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านการคมนาคม ซึ่งจะมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็การทํามาค้าขาย การเคลื่อนไหวของบุคลากรต่าง ๆ เหล่านี้ ในภาพรวม ยุทธศาสตร์ในการที่จะร่วมมือกับ มิตรประเทศประสบความสําเร็จเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่ประจักษ์ทั้งทางด้านสถิติต่าง ๆ ส่วนประเด็นปัญหากับประเทศกัมพูชานั้นมันเป็นปัญหาทั้งประวัติศาสตร์ ปัญหาสืบเนื่องมา มันก็เริ่มต้นเมื่อรัฐบาลนี้มารับตําแหน่งนั้นก็ต้องขอทบทวนความจํา ประเด็นปัญหามันก็ เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของเราได้มีการลงมติว่า จอยท์ คอมมูนิเค (Joint communiqué) ที่ได้ทําในรัฐบาลสมัยก่อน ๆ นั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มันก็ได้สร้าง ความเคืองใจเสมือนกับว่ารัฐบาลนี้ไปกลั่นแกล้งผลประโยชน์ของรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่ใช่ ทุกสิ่ง ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมอยากจะทําให้มันเรียบร้อย เมื่อทําเรียบร้อยแล้ว จะมากล่าวหาว่าตัวกระผมเองหรือรัฐบาลนี้เป็นตัวอุปสรรคให้กับทางฝ่ายประเทศกัมพูชา นั้นเป็นไปไม่ได้ สําหรับความร่วมมือกับกัมพูชานั้นเราเป็นผู้ส่งออกสินค้า สัดส่วนการค้า มันแทบจะ ๙๐ : ๑๐ คือเราขายสินค้าให้กับผู้บริโภคในประเทศกัมพูชา เรามีนักท่องเที่ยวไป ชาวต่างชาติจะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศกัมพูชาก็ต้องมาแวะเปลี่ยนเที่ยวบินที่สนามบิน สุวรรณภูมิ เราเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือกับประเทศกัมพูชามากที่สุดในกระบวน ประเทศกําลังพัฒนาด้วยกัน ตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลของไทย ทุกโรงให้การรักษาพยาบาลต่อชาวกัมพูชาโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการช่วยเหลือ ทางด้านมนุษยธรรมอย่างสูงส่ง นอกจากนั้นแล้วเอกชนไทยก็เป็นผู้ลงทุนที่สําคัญในประเทศ กัมพูชา โดยองค์รวมทั้งหมดมันสามารถที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่มีเหตุผลอันใด ที่รัฐบาลนี้ประเทศไทยจะไม่เป็นมิตรต่อประเทศกัมพูชา นโยบายโดยตลอดมาคือเสริมสร้าง ความเป็นอยู่ ปีติสุขความมั่งคั่งของชาวกัมพูชา เขายิ่งเจริญเท่าไรก็ยิ่งดีกับประเทศไทย เท่านั้น เพราะว่าประเด็นปัญหาข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ก็ดี การค้าอาวุธเถื่อนก็ดี โรคภัยไข้เจ็บก็ดีมันจะไม่ได้ทะลักเข้าไปอยู่ในประเทศไทย ผมคิดว่าในการให้ความร่วมมือกับ ประเทศกัมพูชานั้นเราจะทําอย่างเต็มที่แล้วก็เต็มเปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้วเราก็ไม่ได้ ให้ความเหลือทางด้านให้เปล่า หรือว่าทางด้านเงินให้เปล่าเท่านั้น เรายังให้กู้ผ่อนปรนในการ ที่เขาจะไปสร้างถนนหนทาง สะพาน ในประเทศของเขาด้วย แต่ความคาใจที่เกี่ยวกับเรื่อง ของชายแดนนั้นมันได้นํามาสู่การปะทะดังที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ให้ไว้แล้ว แต่ว่า เราก็ได้เดินนโยบายด้วยความอดกลั้น เราเป็นผู้มีปฏิกิริยาต่อการรุกล้ําดินแดนของเราหรือว่า การเปิดการปะทะ แต่เราก็พยายามที่จะชี้แจงกับทั่วโลก กับมิตรประเทศในการที่จะบอกว่า เราไม่มีผลได้ผลเสียใด ๆ ในการที่จะให้มีสงคราม เพราะเราต้องการที่จะมีสันติสุข เราต้องการความมั่งคั่ง ๒ ประเทศ แล้วก็ในการที่จะสร้างประชาคมอาเซียนให้เป็นปึกแผ่น ให้เป็นที่ที่เป็นสมาคมที่มีความเจริญก้าวหน้า แล้วก็มีสุ่มมีเสียงในเวทีระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นที่ได้ดําเนินการมาทั้งหมดก็เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงถึงแนวนโยบายที่เราจะ ร่วมมือกับประเทศกัมพูชาเท่านั้น แล้วประเด็นปัญหาที่มีอยู่ก็จะต้องแก้ด้วยการเจรจา ๒ ฝ่ายเท่านั้นครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานแค่นี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไป ท่านอภิรักษ์ก่อนแล้วเดี๋ยวท่านพงศ์พันธ์ ท่านพงศ์พันธ์ต่อจากท่านอภิรักษ์นะครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ตามลําดับ เชิญท่านอภิรักษ์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ว่าเมื่อเช้าทางคณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้เรียนเชิญท่านรองผู้ว่าราชการ จังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งท่านผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ ผู้แทนเหล่าทัพ ได้มาสอบถามและ ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเอง ไม่เฉพาะที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ว่าสิ่งที่ได้มีการหารือ แล้วอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในประเด็นที่มีความสําคัญที่จะช่วยสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลได้มีมาตรการที่ สําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชน ที่ประสบผลกระทบในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ต้อง อพยพมาพํานักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน ๒๒ จุด ในอําเภอพนมดงรัก อําเภอปราสาท อําเภอสังขะ จํานวนทั้งหมดประมาณ ๓๐,๕๐๐ กว่าคน จริง ๆ แล้วมีรายงานสถานการณ์ใน พื้นที่ ซึ่งก็ได้มีกาสอบถามท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ถึงสภาพความเป็นอยู่ของพี่ น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารการกิน ในเรื่องของสภาพที่พัก ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้ยืนยันว่าได้มีประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งก็จะมีงบประมาณในเรื่อง ของการดูแลสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่า เมื่อวานนี้ได้มีการต่อสู้ปะทะแล้วก็มียิงเข้ามาในพื้นที่ของราษฎร ซึ่งก็ส่งผลกระทบให้มี ประชาชนในพื้นที่ได้รับการบาดเจ็บและเสียชีวิต ๑ ราย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยากกราบเรียน ฝากท่านประธานถึงแนวทางในเรื่องของการที่จะมีมาตรการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ว่าได้รับความดูแล และอย่างน้อยพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มี ความเป็นห่วงก็จะได้ทราบว่ามาตรการที่ทางรัฐบาลได้ดําเนินการได้ดําเนินการไปอย่างเต็มที่
ประการที่ ๒ ที่มีความสําคัญก็คือแนวทางในเรืองของการแก้ไขปัญหา ในระยะต่อไป ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องทุกคนอยากเห็นแนวทางที่สามารถที่จะยุติการใช้ความรุนแรง ยุติการต่อสู้ หรือแม้แต่การใช้อาวุธสงครามที่ทําให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการบาดเจ็บ เสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ก็อยากฝากท่านประธานนะครับ สอบถามไปยังรัฐบาลและ กระทรวงการต่างประเทศถึงมาตรการซึ่งเมื่อวานในการประชุม ครม. ก็ได้มีมาตรการ ในเรื่องของการทบทวนความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลไทยหรือประเทศไทยให้ความช่วยเหลือ กับประเทศกัมพูชา แนวทางที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ หรือมาตรการตอบโต้ทางด้าน การทูต ก็อยากฝากไปทางรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึง แนวทางที่จะได้ใช้เพื่อที่จะได้แสดงจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องอธิปไตยและการ ตอบโต้ใช้ความรุนแรงของประเทศกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในเรื่องของการทบทวนความช่วยเหลือการปิดด่าน การเรียนเชิญทูตของประเทศกัมพูชามา หารือ หรือแม้แต่มาตรการในระดับความรุนแรงต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศหรือ มาตรการในด้านความสําคัญทางด้านต่างประเทศสามารถที่ดําเนินการได้ แต่ว่าสิ่งที่ผม เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเองในฐานะที่ถือว่ามีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน แล้ว หลายท่านก็ทราบดีว่าในสภาวะปกติประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนก็เป็นญาติพี่น้อง เป็นเพื่อน มีการข้ามไปทําการค้าขายติดต่อสัมพันธ์ระหว่างแนวชายแดน แม้แต่ทหารหรือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่โดยสภาวะปกติก็รู้จักกันนะครับ ก็มีการพบปะกันเป็นระยะ ซึ่งตรงนี้เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และได้รับผลกระทบอยากเห็นการกลับคืนสู่ สภาวะปกติ ซึ่งก็เชื่อว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลไทยได้ดําเนินการในเรื่องของการเจรจาแบบ ทวิภาคี แนวทางในการที่จะสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหลักของการปะทะอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือปัญหา ในเรื่องของพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีแนวทางในหลาย ประเทศในทั่วโลกที่สามารถที่จะหาจุดร่วมในเรื่องของการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อที่จะ ทําประโยชน์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่แล้วก็จะได้รับประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนหรือแม้แต่ การดําเนินการในเรื่องของความร่วมมือระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ ซึ่งแน่นอนก็เป็นแนวทาง ที่จะทําให้ผลกระทบในเรื่องของการใช้ความรุนแรงหรือแม้แต่การปะทะในทางทหารหมดไป
สุดท้ายที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาล ก็คือแนวทางที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่ ก็คือแนวทางในเรื่อง ของการทําความเข้าใจให้กับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการยกระดับมาตรการของ กัมพูชาที่อยากให้เป็นระดับพหุภาคีหรือระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของมาตรการ ที่จะส่งผลถึงการเจรจาที่อยู่ยูเอ็นเอสซีที่กําลังจะมีการประชุมกันในเดือนพฤษภาคม หรือเดือนมิถุนายนที่เกิดขึ้น อันนี้ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งก็เชื่อว่าท่านได้ดําเนินการอยู่บ้างแล้วนะครับ แต่ว่าถ้าสามารถทําให้เกิดความเข้าใจ ทั้งพี่น้องประชาชนในประเทศไทยเอง หรือแม้แต่ในประชาคมโลกว่ารัฐบาลไทยได้พยายาม ที่จะดําเนินการในเรื่องของการเจรจาโดยสันติวิธี เราก็จะไม่ใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรง ทางทหารถ้าไม่เกิดการรุกคืบของทางกองทัพหรือทางรัฐบาลกัมพูชา อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะ ช่วยทําให้แนวทางการเจรจาระดับทวิภาคีได้เกิดผลอย่างสูงสุด แล้วพี่น้องประชาชนชาวไทย เองก็จะได้มีความเข้าใจว่าประเทศไทยโดยรัฐบาลไทยและกองทัพไม่ได้ปล่อยให้รัฐบาลหรือ กองทัพกัมพูชามารุกรานอธิปไตย แล้วก็ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการที่เข้มแข็งในการปกป้อง อธิปไตยต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ครับ ก็มีผู้ประสงค์อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ก็ให้ท่านรัฐมนตรีกรุณาเก็บประเด็นไว้ก่อน นะครับ เดี๋ยวจะได้ชี้แจงทีเดียว เชิญท่านพงศ์พันธ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในช่วงต้นนั้นผมได้กราบเรียนท่านประธานในประเด็นที่ทางท่านประธานได้ให้พวกเรา ได้ปรึกษาหารือกันในการนําเสนอข้อเสนอแนะที่จะนําไปสู่การแก้ปัญหา เมื่อรับทราบปัญหา ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนให้สภาได้รับทราบ เป็นเบื้องต้น แล้วก็มีผู้อภิปรายลุกขึ้นมาในการอภิปรายเพื่อที่จะหาแนวทางในการที่จะ สรุปว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นมันมีปัญหาอะไรบ้างที่จะนําไปสู่การแก้ไข ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นว่าขณะนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการอยู่แล้ว หน่วยทหาร หน่วยข้าราชการก็ดําเนินการอยู่แล้ว และจู่ ๆ ท่านประธานมาเพื่อที่จะมาขอความคิดเห็นนี้ ผมเกรงว่าจากนี้ไปจะสร้าง ความลําบากให้กับรัฐบาล เพราะในการที่จะนําเสนอประเด็นต่าง ๆ นั้นถ้าเกิดกระทบกระทั่ง กับประเทศที่เกี่ยวข้องนี้ผมเกรงว่าจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้รับทราบจากรัฐบาล แล้วก็รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่จึงเห็นควรว่าน่าจะเพียงพอ เอาเวลาของสภาแห่งนี้ไป พิจารณากฎหมายที่เราคั่งค้างอยู่ เพราะฝ่ายค้านเองก็ไม่มีใครที่จะติดใจที่จะเลือกที่จะ นําเสนอเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็มีแต่ซีกของรัฐบาลเองที่นําเสนอขึ้นมา ท่านก็ไปปรึกษาหารือกันเอง ก็ได้ ก็อยากจะเสนอท่านประธานว่าเรามีความจําเป็นหรือไม่ที่จะดําเนินการปรึกษาหารือ ต่อเนื่องต่อไปนี้นะครับ ก็ขอเสนอกราบเรียนท่านประธานตามนี้ ผมขอบคุณครับ
ก็ท่านประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่ท่านที่แล้ว ท่านก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๒ ก็ดําเนินการมา เจตนาก็เพื่อจะให้สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนี้ได้มี ส่วนร่วม ได้พูด ได้แสดงความคิดเห็น ได้เสนอแนะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็รับฟังคําชี้แจง จากผู้รับผิดชอบ ซึ่งก็ดําเนินการมาแล้ว ดังนั้นประธานก็เห็นว่าคงต้องให้สมาชิกทั้งหลายที่ ประสงค์จะอภิปรายได้พูดจากันต่อไป ซึ่งก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๙ ท่าน ท่านพงศ์พันธ์ ท่านได้พูดไปแล้ว ก็กรุณาให้โอกาสเพื่อนเขา เชิญต่อครับ เชิญท่านวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีความรู้สึกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่า การอภิปรายแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้ง การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในบางประเด็นแทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อทิศทางรัฐบาลในการ แก้ปัญหาตรงนี้ แต่อาจจะเป็นปัจจัยเสริมให้กับทางฝั่งเขมรเขาที่จะเอาประเด็นความขัดแย้ง ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ไปขยายผลในฝั่งเขมร แล้วก็เป็นประโยชน์กับทางฝั่งเขมร ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นของพวกเราเอง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลต้องระมัดระวัง ที่จะทําให้เขมรคิดว่าเรากําลังเป็นคนไทยหัวใจเขมรหรือไม่ ผมเชื่อมั่นในคําพูดของ ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ ที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเป็นผู้กระทําก่อน เพราะว่าประเทศเรานี้เป็นประเทศรักสงบ แม้แต่ในเพลงชาติของไทยเราเองนี้เราก็ยังร้องอยู่ติดปากอยู่เสมอว่า ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบ ไม่ขลาด ประกอบกับพฤติกรรมอดีตที่ผ่านมาประเทศเราไม่เคยรังแกใครครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าถ้าเราถูกกระทําขึ้นมาเมื่อไร เราจะต่อสู้อย่างเต็มที่ ดังนั้นคําพูดของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เพื่อเป็นคํายืนยันกับพี่น้องประชาชนคนไทยว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้นมาก่อน ถ้าท่านประธานได้ศึกษา ประวัติศาสตร์เราต้องยอมรับว่า ผมขอพูดได้เต็มปากว่าเขมรเขาเจ้าเล่ห์ พฤติกรรมในอดีต ที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานี้สะท้อนมาตลอดเลยว่าประเทศเขมรนั้นเป็นประเทศ เจ้าเล่ห์ แม้แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น ท่านคงมีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์ของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทีนี้ท่านประธานคงจะนึกภาพว่าประเทศ ๒ ประเทศ อยู่ติดกัน สันติภาพมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด มันเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้ามีข้อพิพาทมีปัญหา ชายแดนขึ้นมาเมื่อไร มีการปะทะกันเมื่อไร มีการยิงกันขึ้นมาเมื่อไร การเจรจาสงบศึกแล้วก็ ให้อยู่กันอย่างสันติน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ความเจ้าเล่ห์ของเขมรท่านก็คงจะทราบ ผมต้องขออนุญาตชื่นชมผ่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าทีมงาน ท่านรัฐมนตรีประวิตรดีมากครับ เหตุผลที่บอกว่าทีมงานของท่านรัฐมนตรีประวิตรดีมาก ก็เนื่องจากว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปเขมร ไปเจรจาเข้าทางเขมร เพราะว่าในเว็บไซต์ก่อนวันเดินทางนั้นเว็บไซต์ของเขมรเองนี้ที่ชื่อว่าเว็บไซต์ดึมอัมกรึม ได้เขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยจะไปยอมแพ้เขมร เพราะฉะนั้นการที่เรามีการตรวจสอบข้อมูลของฝั่งเขมรที่เขาพยายามปล่อยข่าวเพื่อสร้าง กระแสชาตินิยมในเขมรว่า คนไทยจะไปยอมแพ้เขมรนั้น แล้วก็บังเอิญทางทีมงานของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบเรื่องนี้ก่อน และทําให้รัฐมนตรีท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านปฏิเสธการเดินทางไปเขมรเพื่อจะไปเจรจา กับเขมรในเรื่องการหยุดยิง ท่านเลยปฏิเสธไป ดังนั้นผมขอชื่นชมว่าทีมงานท่านดีมากครับ หน่วยข่าวกรองท่านดีมาก ถ้าพลาดไปแล้วมันจะทําให้ประเทศเราเสียชื่อ มันเป็นบทสะท้อน ถึงความเจ้าเล่ห์ของรัฐบาลเขมร ในการที่จะอะไรก็แล้วแต่ที่ทําให้ประเทศของตัวเองมีฐานะ ที่เหนือกว่าประเทศไทย ซึ่งผมเชื่อว่าสังคมไทยประเทศไทยนั้นยอมไม่ได้ครับ ผมขอยืนยัน อีกประเด็นหนึ่งผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านครับ ทิศทางก็คือเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ตลอดเรื่องเจบีซีที่มีการตั้งคณะทํางานขึ้นมา ในการทํางานเพื่อหาบทสรุปในเรื่อง ของการจัดทําหลักเขตแดนที่มันเคยทํามาแล้วเมื่อประมาณร้อยกว่าปี อยู่ในตําแหน่งที่ ถูกต้อง เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ถ้าผมจะสรุปประเด็นให้ฟังว่าขณะนี้เจบีซีมีทิศทางในการ ทํางานอยู่ในขั้นตอนทั้งหมดอยู่ ๕ ขั้นตอน ในขั้นตอนที่ ๑ ก็คือเรื่องการดูแลข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้หลักหมุดมันอยู่ตรงไหนบ้าง ก็คือแฟคท์ ไฟน์ดิ้ง (Fact Finding) ซึ่งตอนนี้ได้ทํา ไปแล้ว ๔๘ หลักหมุด เหลืออีกประมาณ ๒๐ กว่าหลักหมุด อยู่ในขั้นตอนที่ต้องดําเนินการ ต่อ นั่นคือขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ของเจบีซีก็คือการจัดทําแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งเท่าที่ทราบว่าการประชุมล่าสุดของเจบีซีที่ประเทศอินโดนีเซียได้หาบทสรุปว่าจะเอา บริษัทใดมาทํา นั่นคือขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ของเจบีซีก็คือกําหนดแนวที่จะลงทางสํารวจ หลังจากที่เราจัดทําแผนที่มาแล้ว ขั้นตอนที่ ๔ ก็คือลงสมุดจริง ซึ่งผมเชื่อว่าขั้นตอนที่ ๔ เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร ในการที่จะหาพิกัดของหลักหมุดต่าง ๆ ว่าหลักหมุดต่าง ๆ ควรจะอยู่ในตําแหน่งไหนของ ๗๓ หลัก และสุดท้ายก็คือการจัดทําหรือว่ากําหนดตําแหน่ง ที่ปักหลักหมุดเลย นั่นคือแนวทางทั้งหมด ๕ ขั้นตอน เพื่อจะกําหนดเขตแดนของไทย ของกัมพูชาว่าแต่ละฝั่งควรจะอยู่ตรงไหนบ้าง ของประเทศกัมพูชาควรจะอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศว่า ผมเชื่อมั่นว่าแนวทางเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ และเกิดลูกขึ้นมาคือเจบีซี ในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนไทย-กัมพูชาเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และต่างฝ่ายต่างก็ อ้างเอกสารอ้างอิง ในขณะเดียวกันเอกสารอ้างอิงตัวไหนที่เราไม่เห็นด้วยเราก็ปฏิเสธไป ผมขอยืนยันว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง บางครั้งเพื่อนสมาชิกบางคนอาจจะอ่านข้อมูลเรื่องนี้ ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร อยู่ ๆ ขึ้นมาก็สวนไปตามกระแสและเหมือนกับเป็นการเล่นการเมือง ภายในประเทศ ทําให้เราเสียเปรียบเขมร ดังนั้นยืนยันว่าขณะนี้เราเดินทางในทิศทาง ที่ถูกต้องแล้ว และคําถามถามว่าในเมื่อเรามีคณะทํางานที่ชื่อว่าเจบีซีในการจัดทํา หลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาบนแนวทางที่ถูกต้อง มีแนวทางในการทํางานทั้งสิ้น ๕ ขั้นตอน ขณะนี้เพิ่งจะทําขั้นตอนที่ ๑ และกําลังจะเริ่มขั้นตอนที่ ๒ และปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นทําไมถึงเกิดขึ้นมาได้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมาก็ชัดเจนว่า วันนี้เขมรมีความในใจอยู่ลึก ๆ เขมรเองต้องการจะเอาปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียน มรดกโลก แต่เราเดินทางในวิถีทางการทูตที่ถูกต้อง ที่ประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมา กระบวนการ ต่าง ๆ ของเขมรถูกชะงักงันหมด เพราะฉะนั้นปัญหาการปะทะตามแนวชายแดนเราก็เชื่อว่า เขมรเองก็ต้องการให้นานาชาติเข้ามามีส่วนในการเกี่ยวข้อง เขาก็คงไม่ต้องการจะเจรจา กับเรา ๒ คน เพราะเจรจากับเรา ๒ คนแล้วรู้สึกว่ามันถูกในทิศทางที่เราไม่สามารถจะยอม เขาได้ เขาก็เลยคิดว่าประเทศไหนที่สามารถยืนอยู่ข้างเขาได้ เขาก็ต้องการให้นานาชาติ ที่คิดว่ามีประโยชน์กับเขมรมากกว่าฝั่งไทยเข้ามีส่วนในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการ ตรงนี้ แน่นอนการปะทะชายแดนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทางเขมรเองก็เป็นทิศทางที่ต้องการให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในการดูแลความขัดแย้งตรงนี้ ซึ่งผมก็เชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราก็รู้ทิศทางเขาดี และผมก็เชื่ออยู่ส่วนหนึ่งว่าเป็นไปได้ไหมลึก ๆ แล้วเขมรก็เล่นเกมการเมืองในประเทศไทยด้วย ถ้าดูอดีตที่ผ่านมาในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่าน บทบาทของผู้นําเขมรที่กระทํากับประเทศเรา มันก็เหมือนกับว่าเขาก็เล่นเกมการเมืองในประเทศไทยด้วย ซึ่งผมก็เชื่อว่าผู้นํารัฐบาลไทย ตลอดจนท่านรัฐมนตรีก็รู้ทิศทางนี้ดี ดังนั้นถ้าเรารู้ความในใจลึก ๆ ของฝั่งเขมร แนวทาง การปะทะชายแดนซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันควรจะมีทางออกอย่างไร ผมมีมุมมองที่จะเสนอ ทางท่านรัฐมนตรีอยู่ประมาณ ๓-๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านรัฐมนตรีกษิตในการทําความเข้าใจกับ นานาประเทศ เพราะว่าวันนี้เราไม่ได้อยู่ ๒ ประเทศระหว่างไทยกับเขมร และการส่งคน เข้ามาของนานาชาติหรือว่าจากทวิภาคีเป็นพหุภาคี หลาย ๆ ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องวิถีทางการทูตทั้งสิ้น วันนี้ท่านรัฐมนตรีกษิตต้องทํางานหนักมากยิ่งขึ้นครับ การไป เยี่ยมเยียนเฉพาะอาเซียนอย่างเดียวอาจจะไม่พอครับ ผมต้องย้ํานะครับว่าเหมือนเราคบคนครับ ยกโทรศัพท์มันก็ได้อารมณ์ความรู้สึกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไปเยี่ยมถึงบ้านเลยความใกล้ชิด ความผูกพันก็จะมากขึ้น ดังนั้นท่านจะต้องเดินสายไป ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอํานาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็ขอให้กําลังใจท่านในการทํางานหน้าที่นี้ให้หนักมากยิ่งขึ้น นี่คือ ข้อเสนอแนะข้อที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมก็ขอชื่นชมและให้กําลังใจพี่น้องทหารหาญในการทําหน้าที่ ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยเรา แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไปยังรัฐบาล รัฐบาลต้องทํา ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเป็นระยะ ๆ อย่าปล่อยให้ทางผู้นําเขมรเขาโฆษณาชวนเชื่อ ผ่านสื่อต่างประเทศ แล้วก็สื่อไทยเอาสื่อต่างประเทศมาลง แล้วก็มองว่าเขมรได้เปรียบเรา จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นระยะ ๆ ท่านอาจจะแถลงข่าวทุกวันหรือวันเว้นวันก็แล้วแต่ อันนั้นไม่เป็นไร แต่จุดที่ต้องสังเกต และฝากไปอันหนึ่งก็คือว่าประเด็นที่จะแถลงข่าวทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนต้องไปใน ทิศทางเดียวกันทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ผู้นําเหล่าทัพ ประเด็น ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งพูดขึ้นมาจะต้องสอดคล้องเป็นประเด็นเดียวกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดอย่าง แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี พูดอย่าง ซึ่งผมเชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา เมื่อไรมันจะทําให้เกิดความสับสนให้กับสังคมไทย ดังนั้นข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ พูดกับ ประชาชนบ่อย ๆ ครับ พูดเยอะ ๆ แต่ต้องไปในทิศทางเดียวกัน
ประเด็นที่ ๓ ที่เป็นข้อเสนอแนะ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่า การที่เขมรกล้าเหิมเกริมกับประเทศไทยก็เพราะว่า เขามองว่าเรามีความขัดแย้งในประเทศ วันนี้ก็เลยอยากจะเรียกร้องทุกฝ่ายการเมืองและ พี่น้องประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ว่าเรากําลังทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านครับ อย่างไร ๆ เราก็ต้องสามัคคีกันไว้ก่อนครับ เราต้องร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันให้กําลังใจรัฐบาลและให้ กําลังใจพี่น้องทหารหาญในการปกป้องอธิปไตยของประเทศครับ รอให้การปะทะชายแดน สงบแล้ว เรามีเรื่องภายในที่เคลียร์กันไม่ได้แล้วค่อยมาทะเลาะกันทีหลัง จึงอยากเรียกร้อง ผ่านท่านประธานนะครับไปยังพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ
และสุดท้ายจริง ๆ ครับ การเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนครับ ผมทราบข่าว ว่าท่านรัฐมนตรีเองก็ไปเยี่ยมพี่น้องที่ได้รับผลกระทบที่จังหวัดสุรินทร์ มีรัฐมนตรี หลายท่านครับ ผมชื่นชมนะครับว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่อยากจะให้กราบเรียนผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าเป็นไปได้คือเรามีรัฐมนตรีตั้ง ๓๐ กว่าท่าน จัดคิวไปเลยครับ คือขวัญกําลังใจของประชาชนสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ถ้าทุกวันรัฐบาลส่งรัฐมนตรีแต่ละท่านลงไป ในนามรัฐบาลไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพ คือทราบข่าวอาจจะ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน วันนี้รัฐมนตรีกระทรวงนี้ วันนี้กระทรวงนี้ ลงไปทุกวันครับ ไปดูแลขวัญกําลังใจ ไปดูแลอาหารการกิน อาจจะเอาสันทนาการ นันทนาการ นักร้อง เยอะแยะในประเทศเราไปร้องเพลงให้ประชาชนฟัง ให้ขวัญกําลังใจดีขึ้น จัดส่งลงไปทุกวัน ครับในนามของรัฐบาล จัดคิวลงไปเลยครับ และผมเชื่อว่าขวัญกําลังใจของพี่น้องที่อยู่ ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะน่าจะดีขึ้น และความเข้าอกเข้าใจกันระหว่างพี่น้อง ชายแดนกับรัฐบาลก็จะดีขึ้น และสุดท้ายผมเชื่อว่าเราชนะแน่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันก็อยากจะมาอภิปรายซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทางจังหวัด ศรีสะเกษก็ได้เกิดการปะทะตามแนวชายแดนก่อนหน้าที่จะไปปะทะกันที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็บุรีรัมย์ เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก่อนนี้ท่านผู้มีเกียรติท่านก็ คงจะได้ฟังแล้วก็ได้รับคําบอกเล่ากันต่อ ๆ มาว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่รักสงบ ไม่เคย รุกรานประเทศอื่น และยังมีน้ําใจที่จะช่วยเหลือประเทศอื่นเมื่อเขาประสบทุกข์นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทางเขมรเอง เมื่อเกิดการสู้รบ ภายในประเทศของเขาและมีการที่เดือดร้อน หนีร้อนมาพึ่งเย็น ซึ่งประเทศไทยเป็น ประเทศหนึ่งที่มีค่ายอพยพ ซึ่งรับผู้อพยพจากทางเขมร หรือว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ทางประเทศลาวก็เช่นกัน เมื่อเกิดสงครามหรือว่าเกิดการ ปะทะกันอยู่ในประเทศของเขา ประเทศเราเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศที่มีน้ําใจ ที่รับผู้อพยพจํานวนมากในอดีต แต่ตอนนี้ประเทศเรากลับเป็นประเทศที่มีผู้อพยพจากบ้าน เกิดถิ่นฐานของตัวเองที่อยู่ตามแนวชายแดนเพื่อที่จะมาอยู่ในที่ที่เขาคิดว่าปลอดภัย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่านะคะ ดิฉันเองเมื่อวานนี้ได้รับโทรศัพท์จากทางประชาชน ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในด้านของเขาพระวิหารซึ่งเป็นแนวที่เคยปะทะในช่วง วันที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พี่น้องก็ตกอกตกใจกลัวจะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับทาง จังหวัดสุรินทร์ที่กําลังเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ว่ามีพี่น้องเสียชีวิต จํานวนก็ถือว่าไม่มีใคร อยากจะให้เกิดการสูญเสียนะคะ เสียชีวิตทั้งทหาร เสียชีวิตทั้งราษฎร และเมื่อวานนี้เหตุที่ น่าตกใจก็คือว่ามีชาวบ้านที่อยู่อําเภอกันทรลักษ์ซึ่งเป็นประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บแล้วก็ ล้มตาย เพราะว่าเนื่องจากเขาได้ไปรับจ้างอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ที่อําเภอกาบเชิงที่ได้เกิดปะทะ แล้วก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วก็ได้เสียชีวิตลง อันนี้ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของพี่น้องประชาชน ที่ไปทํางานรับจ้างเกี่ยวข้าวแล้วก็ได้ประสบเหตุการณ์เกิดขึ้นและได้โทรศัพท์หาดิฉัน ญาติ ๆ ได้โทรศัพท์หาเพื่อที่จะให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลซึ่งดิฉันเองก็ได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่ดูแลกับคนไข้ที่บาดเจ็บสาหัสผู้นี้ นะคะ โรงพยาบาลกาบเชิงซึ่งเป็นโรงพยาบาลอําเภอก็ไม่สามารถที่จะรับผู้ป่วยที่ประสบ อุบัติเหตุร้ายแรงที่ได้ปะทะกันได้รับบาดเจ็บจากปืน จากระเบิด ต้องรีเฟอร์ (Refer) ต้องส่ง ต่อคนไข้ไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์ ดิฉันได้ติดตามถึงโรงพยาบาลสุรินทร์ว่าผู้ป่วยมีอาการ เช่นไร ก็ได้รับคําบอกเล่าว่าเขาบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถที่จะช่วยเหลือชีวิตได้ อันนี้เป็นที่ น่าเสียใจนะคะว่าถ้าเกิดว่าเรามีโรงพยาบาลที่มีความพร้อมที่อยู่ตามแนวชายแดนก็เป็น สิ่งหนึ่งที่อยากจะเสนอทางรัฐบาลนะคะเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทาง โรงพยาบาลหรือว่าศูนย์อพยพที่จะรับชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายแดนที่ถือว่าเป็นที่ที่ปลอดภัย สําหรับชาวบ้านที่จะอพยพมา เราต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา แล้วก็ถนนที่จะอพยพนี้ ก็เช่นกันดิฉันเคยพูดในสภาในช่วงเมื่อเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จนเมื่อเช้านี้ ดิฉันได้หารือกับทางรัฐบาลว่าถนนที่อพยพพี่น้องประชาชนเป็นถนนที่ค่อนข้างจะไปด้วย ความยากลําบากก็อยากจะให้ช่วยเหลือกันในเรื่องนี้ด้วย และอยากจะวิงวอนอยากจะให้ พวกเราซึ่งเป็นคนไทยให้มีความรัก ความสมัครสมานสามัคคี เพราะว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทําให้ ประเทศของเรามั่นคง เพราะถ้าเกิดว่าพวกเรามัวแต่ทะเลาะกันในประเทศ ต่างชาติหรือว่า ผู้ที่จะมาทําอะไรกับประเทศไทยก็ตาม เขาจะหัวเราะเยาะเอานะคะก็อยากจะวิงวอนพี่น้อง ชาวไทยไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอันนี้ ก็เช่นกันนะคะที่อยากจะให้เรามีความสมัครสมานสามัคคี มีความร่วมอกร่วมใจที่จะทํา อย่างไรเราจะผนึกกําลังกันเพื่อที่จะออกความคิดเห็น เพื่อที่จะช่วยกันทําให้เกิดพลัง อันยิ่งใหญ่ที่จะสร้างขวัญและกําลังใจ ช่วยกันคิดแนวทางแก้ไขว่าเราจะช่วยกันทําอย่างไร ถึงจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นนะคะ ดิฉันเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พยายามจะทําหน้าที่ อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็อาจจะยังไม่ประสบผลสําเร็จเท่าไรนักนะคะ แต่ว่าก็อยากจะเสนอให้ทางรัฐบาลว่า การเจรจานี้คือแนวทางการแก้ไขที่ดีที่สุดนะคะ มีผลกระทบทั้ง ๒ ฝ่าย เนื่องจากว่า ชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝ่ายนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดนะคะ ไม่อยากจะให้เกิดการ เสียชีวิตเกิดขึ้น เราก็ต้องมาช่วยกันว่าทําอย่างไรเราถึงจะมีการเจรจาอย่างสันติวิธี เพื่อที่จะให้เกิดความสงบสุขกลับมาหาประเทศไทยให้เร็ววัน ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลแล้วก็ ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะเราต้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันทําในช่วงนี้นะคะ ดิฉันเองก็ต้อง ขอเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนที่เกิดผลกระทบแล้วก็มีการ อพยพเป็นจํานวนมาก อยากให้ทางรัฐบาลรีบเร่งในการช่วยเหลือพี่น้องที่อพยพ เพราะว่า เนื่องจากว่าอพยพมาอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่บ้านตัวเองมันเป็นความยากลําบากที่ดิฉัน ได้ประสบพบเห็นมากับตัวเองในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการปะทะกันตามแนวชายแดน ไทย-ศรีสะเกษนะคะ ตอนนี้พี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์นะคะได้อพยพมา จํานวน ๓๐,๐๐๐ คนเกือบ ๔๐,๐๐๐ คนแล้ว อาหารการกิน ที่อยู่อาศัยนี้เป็นสิ่งที่พวกเรา ต้องการที่จะให้ทางรัฐบาลนี้ช่วยเหลือเป็นการด่วนนะคะที่จะทําให้พี่น้องเดือดร้อนน้อยที่สุด แล้วก็ทําให้เกิดความสงบโดยเร็วที่สุด เพื่อที่พี่น้องที่อพยพมาจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ขอเป็นกําลังใจให้ทหารหาญนะคะที่ท่านอยู่ตามแนวชายแดนเป็นรั้วของชาติที่ท่าน ต้องเผชิญหน้าอยู่กับความเครียดอยู่ตลอดเวลา แล้วก็สิ่งที่สําคัญก็คือพวกเราคนไทย ทั่วประเทศขอเป็นกําลังใจท่าน ขอให้กลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว ดิฉันขอขอบคุณทุก ๆ ท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับผมจะแจ้งชื่อท่านที่จะอภิปรายเป็นชุดนะครับ ชุดละ ๔ ท่านจะได้เตรียมตัว จากนี้ก็จะเป็นท่านสมคิด บาลไธสง ต่อด้วยท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ท่านฟาริดา สุไลมาน และท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๔ ท่าน เชิญท่านสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องปัญหาชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา สิ่งแรกที่ผม อยากจะแสดงความคิดเห็นก็อยากจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลหรือกองทัพ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเรื่องสงครามชายแดนนะครับ ทําอย่างไรเราจะได้มีการเจรจาหยุดยิงเร็วที่สุด สงคราม เกิดขึ้นมันไม่มีใครปรานีใครหรอกครับสงคราม และพี่น้องประชาชนเดือดร้อน บังเอิญเป็น พี่น้องประชาชนภาคอีสานบ้านผมด้วย ผมก็เรียกร้องไปยังผู้เกี่ยวข้องถึงรัฐบาลนะครับ ผมก็ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทําไมถึงอยู่ ๆ ก็เกิดสงครามกันขึ้นมา มันไม่มีเหตุผลเลยในการมา รบกัน ในโลกยุคปัจจุบันนี้บ้านเมืองเขากําลังสร้างบ้านแปลงเมือง กําลังนําธุรกิจโลกธุรกิจ ไม่ใช่โลกสงคราม เป็นโลกเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนปัจจุบัน แต่พวกเราก็มาเกิด สงครามกัน พวกเราก็ว่าเขมรยิงก่อน เขมรก็ว่าไทยยิงก่อน อยากทราบว่าจริง ๆ แล้วไม่รู้ใคร ยิงใครก่อน เพราะอะไร ผมรู้สึกเสียใจมากในยุคปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราไม่น่าจะสร้าง สงคราม เราน่าจะเป็นศูนย์กลางการค้า การธุรกิจเพื่อนํารายได้มาสู่ประเทศชาติให้พี่น้อง ประชาชนได้อยู่ดีกินดี หลายคนเราก็มายกย่องสรรเสริญว่ารัฐบาลเราดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ดีแล้วทําไมไม่แก้ไขเรื่องปัญหาชายแดนกันโดยวิธีสันติ ผมเป็นกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ได้พูดมาหลายครั้งแล้ว ได้พยายามติดต่อประสานงานกับพี่น้องตามแนวชายแดนเกือบจะทุกด่าน ๑๐๐ กว่าด่าน ทั้งด่านถาวรและด่านชั่วคราว เพื่อจะประสานงานกับพี่น้องที่อยู่ชายแดนต่างประเทศรอบ ๔ ทิศ เพื่อให้เกิดการค้าชายแดน เพื่อสนับสนุนการค้าบริเวณชายแดนซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ พี่น้องประชาชนอยู่ชายแดนทุกประเทศส่วนใหญ่ก็เป็นพี่น้องกัน ประเทศเขมรกับประเทศไทย ทั้งคนไทย คนเขมร ทั้งอยู่ฝั่งประเทศไทยทั้งอยู่ฝั่งประเทศเขมรมีทั้ง ๒ เชื้อชาติ แต่ก่อนมันก็เป็น เขตแดนประเทศเดียวกันอยู่ เพิ่งมาเปลี่ยนแปลงเขตแดนไม่นานมานี้ ๑๐๐-๒๐๐ ปีมานี้ เผ่าพันธุ์ก็อยู่พวกเดียวกัน ประเทศไทยกับประเทศลาวก็เหมือนกันริมแม่น้ําโขงภาษาเดียวกัน เพียงแต่แม่น้ําโขงมากั้นเท่านั้น ก็มาแบ่งเป็นประเทศกัน ความจริงก็เผ่าพันธุ์เดียวกัน ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย เรามีคนไทยทางใต้ก็พี่น้องมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มี ทางประเทศ มาเลเซียก็มี คนไทยก็มีอยู่ในประเทศมาเลเซียหลายรัฐ ประเทศพม่าก็เช่นเดียวกัน บางกลุ่ม ก็ยังเรียกร้องขอสัญชาติไทยกันอยู่ อยากเป็นคนไทยกันอยู่ เราน่าจะถือโอกาสตรงนี้เป็นผู้นํา ของอาเซียน เป็นผู้นําในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยน่าจะ เป็นศูนย์กลางเป็นผู้นําที่ดี ผมในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งผมเสียใจว่ามันก็เพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้ แต่ก่อนไม่เห็นมีอะไร ไหนยกย่องสรรเสริญกันเหลือกันว่าได้ปกครองประเทศชาติประสบ ผลสําเร็จ ประสบผลตอนไหนผมยังไม่รู้ แค่พี่น้องต่างชาติที่อยู่ริมแนวชายแดนเราก็ยังไม่ สามารถจะสัมพันธ์กับเขาอย่างเป็นมิตรได้ ผมอยากเรียกร้องนะครับ ถ้าเรามีสปิริต (Spirit) จริง ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า เราแสดงสปิริตดูสิว่าเราขอยุติหยุดยิง เขาจะเอา กี่ประเทศ ๑๐ ประเทศ ๕ ประเทศก็แล้วแต่ มาเจรจาถ้าเรามีความจริงใจ ผมว่าเราน่าจะตกลง เพราะถ้าเราอยากจะยุติ ไม่ใช่ว่าถ้าจะยุติก็คุยกัน ๒ ประเทศ ๒ ประเทศเขาไม่เชื่อเราเขาถึง อยากเอาหลายประเทศ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ติดตามข่าวแล้วก็เรียกร้องขอทวิภาคี ถ้ามัน มากกว่านั้นมันเป็นอะไร ถ้าเราตั้งใจจะยุติกัน มันเสียหายอะไรถ้าเราต้องการจะยุติกัน เรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลด้วย กองทัพด้วย ทําอย่างไรเราจะยุติสงครามได้เร็วที่สุด แล้วแต่ท่าน อยากให้พี่น้องประชาชน เขาอยู่ดีอยู่ปลอดภัย นอกจากนั้นทําอย่างไรเมื่อยุติกันแล้วจะเยียวยาประชาชนอย่างไร จะให้ขวัญกําลังใจประชาชนอย่างไรจะไม่ให้ตระหนกตกใจไปมากกว่านี้ ผมอยากเรียกร้อง ให้ผู้รับผิดชอบนี้ได้รีบช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้อยู่ในสงครามนี้ อยู่ใกล้เขตแดนนี้ให้เขา ได้รับความปลอดภัยที่สุด อาหารการกินให้พร้อม เพราะเราสร้างสงครามมันขึ้นมาแล้ว เราต้องดูแลประชาชนให้เขาหนีไกลจากเขตสงคราม หลายคนก็พูดมาแล้ว หลายครั้งก็พูดว่า เราเกิดสงครามทําไมเราไม่มาขออนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็พูดมาหลายครั้ง รัฐธรรมนูญ ก็กําหนดไว้อยู่ ก็ไม่เห็นเอามาพูดกัน จนมีเรื่องแล้วเราถึงนําเข้ามาเพื่อจะแก้ปัญหา
อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเราไม่ยุติสงครามโดยเร็วนี้นะครับ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องการค้าชายแดนจะกระทบมาก เรารู้อยู่แล้ว เราค้ากับประเทศกัมพูชา เขาซื้อ เรามากกว่าเราซื้อเขา เขาซื้อเราประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ค้าขายกัน โดยประมาณ เราซื้อเขาประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แค่นี้ครับ อย่างนั้นถ้าปัญหาชายแดนนี้ ไม่ยุติ ปัญหาทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนก็ตามมา แล้วชาวบ้านเขาจะเลือกเอาอะไร ระหว่างสงครามและเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลยิ่งปล่อยไปนานรัฐบาลยิ่งเสียหาย ผมกลัว อย่างเดียวว่าอย่าให้มีกลุ่มบุคคลหรือใครก็ตามในประเทศนี้อยู่เบื้องหลังการสร้างสงคราม เพื่อจะมาปิดบังความล้มเหลวของตัวเองในการบริหารด้านธุรกิจ ด้านเศรษฐกิจ ขออย่างเดียวอย่าให้เป็น ขอให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ เถอะสงคราม อย่าได้เกิดขึ้นเพราะว่าเราก่อ ขึ้นเอง หรือมีกลุ่มบุคคลหรือใครก็ตามที่อยากปิดบังความผิดพลาดในการบริหารประเทศ โดยเอาประเทศเข้าสู่สงคราม ให้คนมาหลง ให้คนมาหลงกับความเป็นชาตินิยม ในที่สุด ประเทศเรา ประชาชนก็จะเดือดร้อน ไม่มีสงครามไหนจะมีความปรานีนะครับ มีแต่ความ สูญเสีย อ่านหนังสือพิมพ์แล้วรัฐบาลอนุมัติงบลับเป็นพัน ๆ ล้านบาทเพื่อซื้ออาวุธ ซื้อกระสุน งบที่จ่ายไปเป็นแสน ๆ ล้านบาทไม่พอหรือ ยังมาจ่ายงบลับอยู่วันสองวันนี้ ผมก็งง ๆ อยู่เหมือนกันว่างบไปจํานวนมาก มันใช้มากขนาดนั้นหรือ เพราะฉะนั้นสงครามมีแต่ ความเสียหาย เงินของประเทศก็รู้แล้ว เมื่อวานนี้อ่านหนังสือพิมพ์ก็จ่ายไปแล้ว เป็นงบลับ เป็นพันกว่าล้านบาท แค่วันนี้นะ ถ้ามันนานไปกว่านี้มันจะกี่หมื่นกี่แสนล้านบาท แล้วความ ลําบากของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจก็ยังแย่อยู่แล้ว ผมก็ขอเรียกร้องผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขอให้ยุติโดยเร็ว ขอให้กลุ่มคนก็ตาม ถ้ามีนะ อยู่เบื้องหลังการสร้างสงครามเพื่อหลบเลี่ยงความบกพร่องในการบริหารประเทศของตนเอง แล้วก็ขอร้องเถอะครับ ขอให้ยุติให้โดยเร็วที่สุด ขอบคุณมากครับ
ท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตร่วมอภิปรายแสดงข้อคิดความเห็นในญัตติประเด็น กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งกําลังเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากทั้งในประเทศแล้วก็ ต่างประเทศในขณะนี้ ก่อนอื่นผมอยากจะขอย้อนความไปถึงเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ซึ่งกระผม ได้อภิปรายเรื่องเจบีซี ๓ ฉบับ ก็เกี่ยวกับชายแดน การปักปันเขตแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศเขมร ๓ ฉบับตามความที่ทราบไปแล้วนั้น ซึ่งกระผมได้อภิปรายในทํานองท่วงทีที่ ไม่เห็นด้วย ไม่รับ และในที่สุดแม้จะมีการเอาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่มี ท่านเจริญเป็นประธาน ผมขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่านด้วยความเคารพ แม้จะเอาเพียง ข้อสังเกตมาให้สภาให้ความเห็นชอบ กระผมก็โหวตไม่รับครับ เหตุผลที่กระผมโหวตไม่รับ เพราะจริง ๆ แล้วผมได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ว่ากระผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปักปัน เขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเขมรในช่วงตั้งแต่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ตรงอําเภอน้ํายืน มาถึงช่องสะงําที่จังหวัดศรีสะเกษในช่วง ๑๙๕ กิโลเมตรแรก ซึ่งในช่วงนั้นเส้นเขตแดน ไทย-เขมรจะเป็นแนวธรรมชาติ เป็นสันเขา เป็นหน้าผา เป็นเหมือนกําแพง เมืองจีน ประเทศเขมรอยู่ที่ต่ํา ประเทศไทยอยู่บนที่สูง เหตุที่ผมไม่อยากจะให้มีการปักปัน เขตแดนใหม่ตามเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ตามเจบีซีที่เราอภิปรายวันนั้นก็เพราะผมเห็นว่ามันมี ข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๐๔ ค.ศ. ๑๙๐๗ ๑๐๓ ปีมาแล้ว ไทย-เขมรได้ใช้แนวเขาสันปันน้ํา แนวหน้าผา เป็นแนวเส้นเขตแดนระหว่างไทย-เขมร เพราะฉะนั้น ๑๙๕ กิโลเมตรแรกในช่วงแรกระหว่างช่องบกกับช่องสะงํา ผมไม่เห็นด้วยที่จะ ให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ เพราะถ้ามีการปักปันเขตแดนใหม่เมื่อไร นั่นคือสาเหตุของการ สูญเสียดินแดนของฝ่ายไทย เสียอธิปไตยฝ่ายไทยอย่างแน่นอน นี่ละครับเมื่อกรรมการที่ไป ศึกษาเจบีซี ๓ ฉบับไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ในช่วง ๑๙๕ กิโลเมตร แรก ระหว่างช่องบก-ช่องสะงํา ผมจึงได้ออกมาคัดค้านและโหวตไม่เห็นด้วย ไม่รับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศเขมรนั้นมีข้อพิพาท มีความขัดแย้งกับประเทศไทย มีประวัติศาสตร์อันขมขื่นต่อกันมานานเป็นศตวรรษ ๆ มีประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นต่อกันมาโดยตลอดเรื่องพรมแดน เรื่องปราสาทต่าง ๆ ผมเองก็สงสัย ว่าเผ่าพันธุ์คนขอมซึ่งเป็นผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู ปราสาทต่าง ๆ นั้นเป็นศิลปะ เป็นวัฒนธรรม เป็นความเชื่อของฮินดู แต่เขมรปัจจุบันนี้ไม่ใช่ฮินดูนะครับ แต่เป็นพุทธ นี่ละครับหลายคน กระผมเองก็สงสัยด้วย กระผมเองไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ แต่ก็พลอยสงสัยด้วยว่าขอมกับ เขมรเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันหรือไม่ ปราสาทในเมืองไทยมีมากมายครับ ไม่ใช่เฉพาะปราสาท ตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ครับ ประสาทที่จังหวัดกาญจนบุรี ปราสาทเมืองสิงห์ที่จังหวัดลพบุรี ที่อําเภอพิมายก็เป็นศิลปะในเชิงฮินดูที่บอกว่าเป็น วัฒนธรรมเป็นศิลปะของเชิงขอมทั้งสิ้น เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กระผมจึงมี ความสงสัยว่าขอมกับเขมรนั้นเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันมาตั้งแต่ในอดีตหรือไม่ เพราะถ้าพูดถึง ความเชื่อถือทางศาสนาแล้ว ฝ่ายหนึ่งฮินดูคือขอม อีกกลุ่มหนึ่งก็คือเขมรนั้นเป็นพุทธ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าประเทศไทยเสียอธิปไตยที่เขาพระวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นความเจ็บปวดที่มาถึงปัจจุบัน คําว่าอธิปไตยนั้นวันนี้ก็มีคนพูดกัน มากขึ้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้นเขมรจะได้ปราสาทเขาพระวิหารไป เฉพาะเขา พระวิหาร เฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นที่เป็นอธิปไตยของเขมร แต่โชคร้ายที่เขาพระวิหารนั้น แม้จะตกเป็นของเขมร แต่เขาพระวิหารนั้นหันหลังให้กับประเทศเขมรครับ อยู่ติดหน้าผา แล้วหันหน้ามาทางฝั่งไทย นี่ละครับเมื่อเขมรพยายามที่จะยกปราสาทพระวิหาร ให้เป็นมรดกโลก ก็มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการพื้นที่หน้าบ้าน คือพื้นที่ หน้าปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่รับแขก หลังพระวิหารนั้นติดกับหน้าผาที่สูงชันที่เป็น เขตแดนหันหลังไปทางเขมร หน้าบ้านก็เป็นฝั่งไทย เดิมทีเดียวน่าพระวิหารนั้นทหารไทย ควบคุมอยู่ ภูมะเขือก็ไม่เคยมีจานเรดาร์ (Radar) ไม่เคยมีกระเช้า ไม่มีถนน ไม่มี วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ อย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงได้ตั้งข้อสงสัยถามว่า วันนี้เรามีอธิปไตยบริเวณดั้งเดิมที่เราเคยมีคือตั้งแต่หน้าผารอบ ๆ ปราสาทพระวิหาร เรายังมีอธิปไตยอยู่หรือ เห็นไหครับท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็แล้วแต่ความขัดแย้ง ระหว่างประเทศไทยกับเขมรนั้นเป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเขมรพยายามที่จะดึงความขัดแย้งนั้น ไปสู่เวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นชาติที่ ๓ ที่จะมาสังเกตการณ์ไทย-เขมร อย่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นชาติที่ ๓ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ผมกราบเรียนว่าเป็นความตั้งใจของเขมรซึ่งเป็นประเทศ ที่เล็กกว่าครับ ต้องการที่จะดึงความขัดแย้งขึ้นสู่เวทีโลกมาโดยตลอด ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้เป็นที่ทราบทั่วไป เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ว่าไทยก็ดี เขมรก็ดี ต่างฝ่ายต่างละเมิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ครับ เพราะฉะนั้นคําถามก็คือว่าเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ นี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้ฝ่าย ปฏิบัติการทางทหารมีความรู้สึกว่าเขาถูกมัดตราสังข์ไว้ จะทําอะไรก็กลัวเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ติดโน่นติดนี่ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการทางทหารจึงไม่มีความคล่องตัวเท่าที่ควร ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมจึงถามว่าเมื่อต่างฝ่ายต่างละเมิดเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ มา ถึงวันนี้ก็ไม่รู้กี่ครั้งกี่คราว ผมทราบว่ากระทรวงการต่างประทศประท้วงไปเป็นร้อย ๆ ครั้ง ในเรื่องการขัดแย้งในเรื่องการละเมิดเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ คําถามผมวันนี้จึงมีว่าวันนี้เรามี ความจําเป็นจะต้องรักษาเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ไว้หรือไม่ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วัตถุประสงค์สูงสุดทางฝ่ายไทย-เขมร ผมมั่นใจว่าเราตรงกันก็คือเราอยากจะได้มีดินแดน ที่ชัดเจน เราก็อยู่ฝั่งเรา เขาก็อยู่ฝั่งเขา แต่เนื่องจากว่าพรมแดนที่ยังไม่แน่ไม่ชัด ผมเองนั้น ไม่ขัดข้อง ไม่ปฏิเสธ ไม่ทักท้วงที่จะให้มีการปักปันเขตแดนตั้งแต่ช่องสะงําไปจนกระทั่ง ถึงแหลมที่จังหวัดตราด แต่ทว่าบนภูเขา บนหน้าผาส่วนสูงชัน ๑๙๕ กิโลเมตรแรก กระผม เห็นว่าไม่ควรให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ เพราะจะเป็นชนวนให้มีการเสียดินแดนและมีการ กระทบกระทั่งกันอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อสถานการณ์ มาเป็นอย่างวันนี้ในขณะนี้ ผมกราบเรียนนะครับว่าเราควรจะทําอะไรต่อไป กระผมก็มี ความเห็นเป็นการส่วนตัวนะครับว่า ในฐานะที่ผมนั้นในอดีตเคยปฏิบัติการอยู่แถว ๆ โนนหมากมุ่น ตรงหนองจาน ตรงที่คนไทย ๗ คนถูกจับ เคยปฏิบัติการตั้งฐานปืนใหญ่ อยู่ตรงนั้น และตรงที่หน้าประสาทพระวิหาร ทหารเพื่อนผมเป็นคนดูแล ดูแลภูมะเขือ ดูแล พื้นที่รอบ ๆ ปราสาท ไม่มีวัดแก้วใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเหตุการณ์มันมาถึงวันนี้ การปะทะระหว่าง ไทยกับเขมรมีการลุกลามกันไปเรื่อย ๆ ผมกราบเรียนว่าผมนั้นอยากจะให้มีการปฏิบัติการ ทางทหาร ผลักดันเขมรให้ลงไปอยู่ฝั่งข้างล่าง คือเราไทยอยู่ทางด้านสูง เขมรก็อยู่ตรงเชิงผา ข้างล่าง คือพยายามรักษาฐานะเดิมเมื่อ๓๐ ปีก่อนโน้น เราไม่ต้องการที่จะรุกล้ําไปที่ เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ ไม่ต้องการครับ แต่ต้องการว่าเมื่อก่อนตอนที่เราอยู่กัน สันติสุข ท่านอยู่ตรงไหนอยู่ที่เดิม อย่าตีขึ้นมาบนหน้าผา เราอยู่ตรงไหนอยู่ที่เดิม อย่ารุกล้ํา ไปต่ํากว่าหน้าผาที่เราเคยอยู่นะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ เวลาที่จํากัด ท่านลองนึกดูให้ดีนะครับว่าเมื่อ ๓ ปีที่แล้วมีการเลือกตั้งในเขมรครับ ผู้นําเขมร คนปัจจุบันนี้ก็เป็นคนประกาศว่าจะเอาดินแดนที่เขามีความรู้สึกว่าเป็นของเขากลับคืนมา เอาปราสาทพระวิหาร เอาปราสาทตาควาย เอาปราสาทที่เป็นอยู่ทุกวันนี้กลับไปเป็นของเขา นั่นเป็นประเด็นในการหาเสียงของฮุนเซนในสมัยนั้น นี่ละครับเขาได้เอาแลนด์ (Land) เอาที่ดินไปเป็นตัวปลุกชาตินิยม แล้วก็มีเป้าหมายทางการเมือง เมื่อเป็นอย่างนี้ เหรียญอันเดียวกัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เหรียญอันเดียวกันครับ สุดแต่ว่าใครจะใช้ เมื่อเขมรเอาดินแดน เอาชาตินิยม เป็นเป้าหมายในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง เฉกเช่นดียวกันครับ ถ้าแม้นรัฐบาลใด ถ้าแม้นว่าใครทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า เสียดินแดน เสียอธิปไตย ก็จะมีผลกระทบกระเทือนต่อความแพ้ความชนะในทางการเมือง ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนว่า ทําเถอะครับ คนไทยอยากจะให้เอาดินแดน ที่เรามีความรู้สึกว่าเคยเป็นของเรา เป็นอธิปไตยของเรากลับมา หากจําเป็นจะต้องปะทะ หากจําเป็นต้องรบ หากจําเป็นจะต้องทําสงคราม ผมกราบเรียนว่าในฐานะที่เป็นทหารเก่า ผมกราบเรียนว่าศักยภาพทางสงคราม วอร์ โพเทนเชียล (War Potential) ของไทย เปรียบเทียบกับเขมร เราเหนือกว่ามากมายหลายเท่า แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นประเทศ ที่ใหญ่กว่า ไม่ต้องการไปรุกล้ํารังแกประเทศที่เล็กกว่า แต่ถ้าเผื่อรักษาอธิปไตย ท่านที่เคารพ อย่างไรก็ต้องทําครับ มิฉะนั้นเราจะเสียเป้าหมายทางการเมืองของประเทศเรา ด้วยความ เคารพครับ
เชิญท่านฟาริดา สุไลมาน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคมาตุภูมิ ท่านประธานคะในการหารือในกรณีของปัญหาระหว่างชายแดนไทยกับเขมรนั้น ดิฉัน ในฐานะที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็เป็นคนในพื้นที่ในตรงนั้นดิฉันเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ดิฉันอยู่ที่โน่นมา ๓๐ ปีที่ได้เห็นพี่น้องคนกัมพูชาอพยพมาในดินแดนของประเทศไทย แต่วันนี้ ตรงข้ามค่ะท่านประธาน เมื่อ ๓ วันที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน ที่อพยพในจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็เห็นภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยที่วันนี้ได้กลายไปเป็น ผู้อพยพ สิ่งเหล่านี้ดิฉันเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ไม่อยากเห็น แล้วดิฉันเอง ก็ไม่อยากเห็น เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมาช่องอพยพ ช่องไซส์บีซึ่งเป็นแหล่งรับพี่น้องกัมพูชา วันนี้กลับกลายมาเป็นดินแดนของประเทศไทยที่จะต้องรับพี่น้องประชาชนคนไทย สิ่งหนึ่ง ที่ได้เห็นก็คือในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ก็คือ ๖ วันที่รบกันนั้น เมื่อคืนนั้นหนักสุด แล้วก็มีประชาชนคนไทยก็คือที่ตําบลกาบเชิง อําเภอกาบเชิงได้เสียชีวิตลงไป แต่ว่าที่หนัก ที่สุดท่านประธานคะอย่างที่ดิฉันเรียนให้ทราบว่าเมื่อคืนนี้เวลา ๖ ทุ่ม ราษฎรที่ป่วยที่ตําบล พนมดงรักนั้นก็ได้กระโดดตึก ซึ่งข้อมูลนี้ดิฉันเช็คไปก็เป็นข้อมูลที่เป็นจริงจากภาวะ ความเครียด เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันเชื่อว่าเราไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกัน วันนี้ที่เป็นข้อห่วงใย นั่นก็คือว่าแนวรบที่เมื่อ ๓ วัน ๔ วัน ที่ยิงไปที่อําเภอพนมดงรัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบริเวณทุ่งนาบ้าง มีพี่น้องประชาชนอยู่มาก แต่ว่าที่หนักก็คือเมื่อคืนนี้ ที่จุดแนวรบที่ยิงมาคือที่อําเภอกาบเชิงซึ่งเป็นแหล่งชุมชนส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชน ในอําเภอกาบเชิง ฉะนั้นวันนี้ก็เกิดความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วขณะนี้ล่าสุดก็คือมีประชาชน ร่วม ๔๐,๐๐๐ คนที่อพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพประมาณเกือบ ๓๓ แห่ง ทั้งที่จังหวัด สุรินทร์ แล้วก็ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ดังนั้นในพื้นที่จังหวัดเองได้เร่งระดมความช่วยเหลือไปนั้น ก็คือว่ามีการระดมความช่วยเหลือจากส่วนของภาครัฐลงไป ทั้งจังหวัดก็ลงไป ภาคเอกชน ก็ลงไป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของศูนย์อพยพที่ช่วยเหลือในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัย ต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ ณ ขณะนี้จังหวัดก็ได้ประกาศเป็นจังหวัดภัยพิบัติ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เป็น ปัญหาที่จะตามมาที่ดิฉันคงจะต้องมีข้อคําถามหรือว่าข้อหารือไปยังรัฐบาลว่าในเมื่อ สถานการณ์ตรงนี้เกิดขึ้น ประชาชนได้รับผลกระทบ แล้วจะยุติในสภาวะสงครามนี้เมื่อไร แล้วก็ยุติอย่างไร เมื่อเช้าดิฉันก็ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่ แม้แต่ ทางทหารเองเขาก็บอกว่าเขาตอบไม่ได้ว่าจะยุติเมื่อไร เพราะในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ในตรงนั้นเขาก็ถือว่าเขาต้องปกป้องดูแลรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ดีที่สุด ถ้ามีศัตรูเข้ามารุกราน เขาก็ถือว่าเขาก็ต้องต่อสู้แล้วก็ยิงกันไป แต่ว่าปัญหาสิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจอย่างหนึ่งก็คือว่า ณ ขณะนี้บางส่วนของกัมพูชาเองก็อาจจะมีส่วนส่วนของราษฎรเข้ามาในส่วนของแนว บังเกอร์ที่จะยิงไปมันก็อาจจะเกิดกระทบที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราตอบโต้ไป แทนที่ จะกลายเป็นการต่อสู้กันว่าระหว่างทหารกับทหารด้วยกันเอง ก็จะกลับไปสู่ราษฎรเอง ก็กลายเป็นผลเสียที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นในตรงนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพเองก็ได้ชี้แจงต่อกรณีของปราสาทตาควายซึ่งเป็นปราสาทที่เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งก็ทราบว่าโดยปกติแล้วในช่วงสงกรานต์ ประชาชน ๒ ฟากฝั่งก็จะไปมาหาสู่กัน มาเล่นสงกรานต์ แต่ว่าเป็นข้อน่าสงสัยว่า สงกรานต์ ปีนี้ทําไมประชาชนกัมพูชาเองเขาก็ยังอยู่บริเวณจุดที่ยังมีปัญหาในพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ตรงนี้ ก็คงจะต้องทําความชี้แจงตรงนี้ว่า จะยุติในกรณีของสงครามตรงนี้อย่างไร ในพื้นที่ก็บอกว่า จะยุติได้ก็ต่อเมื่อในส่วนของผู้ใหญ่ ก็คือหมายถึงทางรัฐบาลจะไปเจรจา วันนี้เองท่าน นายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์ ดิฉันก็ได้สอบถามลงไปในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร ก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะยุติเมื่อไร อย่างกรณีท่านรัฐมนตรีกษิต ท่านก็ได้เรียนชี้แจง สักครู่ว่า ท่านก็จะได้ชี้แจงในเรื่องนี้ต่อทูตอาเซียน ดิฉันก็อยากจะเห็นภาพพจน์ของ ประเทศไทยเป็นภาพพจน์ที่ดี เราไม่อยากเห็นว่าในสถานการณ์ที่รัฐบาลนี้เข้ามา เกิดผลกระทบต่อประเทศเอง ต่อประชาชนเอง หรือแม้แต่ต่อเพื่อนบ้าน ก็อยากให้กําลังใจ ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะถามถ้าเกิดสงครามยุติลง ว่ากรณีการช่วยเหลือเยียวยาจะทําอย่างไรต่อกรณีความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ อย่างกรณีล่าสุดก็คือมีผลกระทบที่เกิดขึ้นกรณีของสงครามที่อียิปต์ ผลกระทบที่ เกิดขึ้นก็มีนักศึกษาอียิปต์ที่รัฐบาลได้ให้การรับนักศึกษาเหล่านี้มา ๒,๕๐๐ คน แต่ปรากฏว่า พอนักศึกษากลับมา เขาก็ไม่ทราบว่าเขาจะต้องเดินทางกลับไปเรียนหนังสือได้อย่างไร เขาจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ดิฉันก็ได้ไปหารือท่านรัฐมนตรีกษิต ท่านก็ได้ชี้แจงว่า ให้ดิฉันไป แล้วคณะอนุกรรมาธิการการศาสนาได้รวบรวมรายชื่อต่อคณะกรรมการอิสลาม ประจําจังหวัด ซึ่งก็ส่งรายชื่อไปทุกจังหวัดที่มีนักศึกษาเรียนอยู่ รายชื่อก็เข้ามาเรียบร้อยแล้ว ๒,๕๐๐ คนแต่ว่าพอสอบถามไปที่กระทรวงการต่างประเทศก็ยังไม่ได้รับคําตอบเหล่านี้ กับในส่วนของนักศึกษาอียิปต์ที่เดินทางกลับมาแล้วจะต้องเดินทางกลับไปที่ประเทศอียิปต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ดิฉันนําเรียนเสนอก็คือเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อกรณีของสถานการณ์ ภาวะสงครามที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกันในปัญหาของพี่น้องในจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็พี่น้อง ในจังหวัดบุรีรัมย์ หรือแม้แต่พี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ในภูมิภาคตรงนั้นที่มีผลกระทบ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการค้าขาย ตรงนี้รัฐบาลจะต้องได้ ช่วยเหลือเยียวยาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งดิฉันก็คงจะต้องติดตามในสถานการณ์ในตรงนี้ เพราะไม่ อยากให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเหมือนกรณีของนักศึกษาอียิปต์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ อยากจะเห็นก็คือว่า ณ วันนี้ ประชาชนคนไทยยังไม่ทราบเลยว่า ความชัดเจนตรงนี้จะ เกิดขึ้นเมื่อไร จะยุติเมื่อไร แล้วถ้าเกิดว่ามีข้อมูลเขาจะไปสอบถามข้อมูลจากใคร แม้ว่าวันนี้ ดิฉันเป็นผู้แทนในจังหวัดสุรินทร์เอง จะไปถามข้อมูลก็ต้องโทรถามกันวุ่นว่าจะอยู่ตรงไหน ข้อมูลบางส่วนก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด อยากจะเห็นว่ามีศูนย์ข้อมูลเพื่อที่จะทําให้ประชาชน เชื่อว่าพี่น้องทั้ง ๓ จังหวัดก็มีความวิตกว่า มันจะเกิดขึ้น แล้วประชาชนของเขาจะเป็น อย่างไร พ่อมี่น้องจะอยู่อย่างไร วันนี้เราไม่มีศูนย์ข้อมูลเลยที่จะเป็นศูนย์เซ็นเตอร์ (Center) ในการที่รองรับในเรื่องเหล่านี้ ก็ฝากในส่วนของรัฐบาลด้วยว่าจะแก้ไขปัญาในเรื่องนี้อย่างไร
ประการที่ ๒ ที่อยากเห็นก็คือว่ากระแสตรงนี้เชื่อว่าทุกคนไม่อยากเห็น สงครามเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันดิฉันก็ไม่อยากให้เกิดกระแสรักชาติที่เกิดขึ้น ถ้ารักชาติไปในทางที่ดีก็ไม่เป็นไร แต่เกรงว่ากระแสการที่จะปลุกในเรื่องของสถานการณ์ ต่าง ๆ ก็เกรงว่าจะเกิดเป็นภัยสงครามที่เกิดขึ้น ซึ่งดิฉันก็ไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้เกิดขึ้น แค่วันนี้ที่ไปเยี่ยมพี่น้องในจังหวัดสุรินทร์ก็มีความรู้สึกว่าเจ็บปวดพอแล้วที่ไม่อยากเห็นภาพ ในสงครามเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นในการเจรจา การยุติอย่างไร อยากให้ รัฐบาลได้เร่งดําเนินการเรื่องนี้แล้วก็ตอบคําถามเหล่านี้ให้อย่างชัดเจน แล้วก็ให้เคลียร์ในเรื่อง เหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการปักปันเขตแดนจะต้องชัดเจน เพราะว่าข้อมูลเราไปฟังอีก ฝ่ายหนึ่งก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ไปฟังทางรัฐบาลก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ ความชัดเจนไม่มีเลย เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากในเรื่องนี้กับทางรัฐบาล แล้วก็อยากจะฝาก ในส่วนของข้อมูลตรงนี้ได้เร่งทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านจะตอบช่วงนี้ก่อนไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมขอตอบเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับกัมพูชา กับนักศึกษาไทยจากอียิปต์นะครับ ต้องขอกราบเรียน ว่าได้ติดต่อกับทางสายการบินไทย แล้วก็สายการบินอียิปต์ได้ราคากันแล้วนะครับ ได้จัดประชุมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ก็มีข้อเสนอไปที่รัฐบาล ๒ ข้อ ก็คือว่าของบกลางประมาณ ๒๐ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อตั๋ว เครื่องบินแล้วก็ให้เดินทางกลับฟรีทุกท่านที่เหลืออยู่ประมาณ ๑,๘๐๐ คน หรือว่า อีกทางหนึ่งจะคู่ขนานกันไปได้คือการไปกู้เงินที่ธนาคารกลางอิสลามเป็นเงินกู้ผ่อนปรน เพราะกําลังรอการตัดสินใจจากรัฐบาลอยู่ แนวโน้มก็คงจะเป็นเรื่องของการที่จะซื้อตั๋วฟรีให้ ทั้งขาไปขามานะครับ อันนี้ก็เป็นอีกภาระหนึ่งของรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ แต่มันก็ต้องใช้ เวลาในการปรึกษาหารือ แล้วก็ในการที่จะหารือต่าง ๆ ก็คิดว่าคงจะมีข้อยุติโดยเร็ว ๆ นี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ฟาริดาที่กรุณาให้ความร่วมมือแล้วก็ส่งข้อมูลต่าง ๆ มา
ขอกลับมาที่ประเด็นปัญหาไทย-กัมพูชา โดยที่เป็นการประชุมเพื่อที่จะใฝ่หา ความร่วมมือด้วยกัน ผมขอกราบเรียนเสนออันนี้ด้วยว่า โดยที่เรามีความสัมพันธ์ในระดับ รัฐสภาไทยต่อรัฐสภากัมพูชาก็น่าจะอยู่ในวิสัยถ้าเผื่อสภามีความเห็นพ้องต้องกันก็สามารถ ที่จะเอาข้อมูลที่ทางรัฐบาลได้กราบเรียนชี้แจง แล้วก็นําข้อมูลที่ไปในเชิงบวกที่สะท้อน ให้เห็นว่าเรามีมิตรจิตมิตรใจที่ดี อยากจะเป็นมิตรไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มรุกราน อยากจะให้ยุติ การรบเขาก็หนีการเจรจามา ๔ วัน ต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหมดนี้เราพร้อมที่จะดําเนินการ อย่างเต็มที่แล้วท่านผู้แทนคงจะได้สังเกตว่าโดยตลอดมาเมื่อมีประเด็นปัญหาใด ๆ เราไม่เคย เอาเรื่องหนึ่งไปโยงกับเรื่องหนึ่งโดยตลอด เราพยายามที่รักษาว่าไม่ให้ไปกระทบกระเทือน กับชีวิตประจําวันของประชาชน ไม่ให้ไปกระทบกระเทือนกับการค้า แต่ว่าเที่ยวนี้ มันค่อนข้างจะหนักหน่วง มันต่อเนื่องมาจากความรุนแรงเมื่อวันที่ ๔-๗ กุมภาพันธ์ จากปราสาทพระวิหารขยายมาที่ปราสาทตาเมือน แล้วก็ ๔ วันมานี้เขาไม่ยอมเจรจา เราโทรศัพท์ติดต่อทุกวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ขอให้ทราบด้วยมันอยู่ที่พฤติกรรมและท่าที ของเขา ก็อยากจะขอกลับไปที่เมื่อกี้นี้ท่านคุณหมอวรงค์ได้กรุณาวิเคราะห์ ก็อยากจะให้ ผู้แทนได้กรุณาวิเคราะห์ว่านี่มันเท็จจริงอย่างไรด้วย ว่าเป้าหมายเขาคืออย่างไร ด้วยความ บริสุทธิ์ใจทางฝ่ายเราไม่ได้มีอะไรที่จะไปให้ร้ายต่าง ๆ เหล่านี้ ผมก็อยากจะขอเรียนเสนอว่า ในกรอบของสภาให้มีคล้าย ๆ กับหนังสือร่วมกันของสภาไทยไปที่สภากัมพูชา อีกกรอบหนึ่ง ก็คือในกรอบของรัฐสภาอาเซียนก็ถือว่าช่วยกันทํางานเพื่อจะบ่งบอกไปว่า ผู้แทนของ ประชาชนคือรัฐสภาไทยนั้นในนามของประชาชนชาวไทยต้องการที่จะเห็นสันติภาพ และต้องการที่จะเห็นการเจรจา ผมขอกราบเรียนย้ํานะครับ มันไม่มีเหตุผลอันใดเลยทั้งสิ้น ที่เราจะไปก่อเรื่อง เพราะเราเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ เราเป็นผู้ให้สินค้าบริโภค เราเป็น ผู้ลงทุน เราเป็นผู้ให้ท่องเที่ยวต่าง ๆ เราเป็นผู้ให้ความร่วมมือร่วมกับสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น ในการที่จะช่วยพัฒนากัมพูชาในกรอบความร่วมมือทั้งอาเซียนแล้วก็ลุ่มแม่น้ําโขง หรือจีเอ็มเอส (GMS) ด้วย หาสาเหตุมาสิครับว่าเราทําไมจะต้องคิดร้าย มันเป็นไปไม่ได้ หรือว่าการที่จะมาแอบอ้างว่ารัฐบาลต้องการจะปิดบังความจริง แต่ตัวเลขสถิติก็เห็นผลงาน ของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เราก็ต้องเชื่อมั่นในการพูดจริง ทําจริงของทหาร ของชาติ ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่ต้องมีความกังวลใจในพฤติกรรมของรัฐบาลหรือว่า ของทางฝ่ายกองทัพในการที่จะเอาเรื่องหนึ่งไปปิดบังอีกเรื่องหนึ่ง โดยเอาเรื่องสงครามกับ กัมพูชามา อันนี้เป็นการอ้างที่ปราศจากความจริง แล้วเป็นการเชื่อถือในความซื่อสัตย์สุจริต ของรัฐบาลแล้วก็ของทางฝ่ายกองทัพ ก็ขอยืนยันในเรื่องนี้ ส่วนการดําเนินการนั้นการที่เรา จะไปพูดกับมิตรประเทศทั้งหลายนี้ก็เพื่อจะขอให้เขาช่วยกรุณาให้เขาเชื่อในสิ่งที่เราพูดว่า เรามีความประสงค์ที่จะเป็นมิตรที่ดี ไม่อยากจะรบ อยากจะร่วมมืออย่างเดียวกับกัมพูชา อยากจะเห็นความดีกินดีของกัมพูชา เพื่อขอให้มิตรประเทศทั้งหลายนี้ได้ช่วยกรุณาไปพูด ที่กรุงพนมเปญ โน้มน้าวให้ท่านสมเด็จฮุนเซนกลับมาสู่โต๊ะการเจรจาครับ มันไม่มีอะไรดี ไปกว่าการเจรจา และมันเป็นการเจรจา ๒ ประเทศ จะให้ฝรั่งมังค่าเข้ามานั่งอยู่ในห้องด้วย ไม่มีใครเขากระทํากัน แต่ว่าสหประชาชาติได้มอบให้ประธานอาเซียนคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศอินโดนีเซียช่วยเป็นพี่เลี้ยง ช่วยอํานวยความสะดวก เพราะได้เกิดขึ้นแล้ว ที่ประเทศอินโดนิรเซีย รัฐมนตรีกระทรวงว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขากําลังทําอยู่ ผมพูดโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียทุกวัน เพื่อจะป้อน ข้อมูลและก็โน้มน้าวให้ประเทศอินโดนีเซียช่วยพูดกับทางฝ่ายกัมพูชาให้หันมาสู่โต๊ะเจรจา เราทุกวิถีทางในทุกระดับ ทั้งที่กรุงเทพมหานครและก็ในทุกเวทีทั่วโลก ไม่มีอะไรที่จะเป็นไป อย่างอื่นครับ นอกจากความตั้งใจในการที่จะเอาสันติสุขมาสู่ที่ประเทศนะครับ ส่วนการ ปกป้องคุ้มครองประชาชนก็แน่นอนครับ ในเรื่องของการสู้รบก็ต้องให้เป็นที่ประจักษ์ว่า เมื่อรบกันแล้วประเทศกัมพูชาไม่มีทางชนะ และเราก็รบในขอบเขตอันจํากัด คือไม่ได้ไป ลุกลามดินแดนอธิปไตยของเขา เขาอยากจะเข้ามายึดปราสาทตาเมือนกับปราสาทตาควาย อันนี้ปราสาททั้ง ๒ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีคนไทยคนใดที่จะยอมรับได้ ก็ได้ปกป้องไปนะครับ ผมขอความกรุณาขอวิงวอนท่านสมาชิกทั้งหลายให้ช่วยร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างความอันหนึ่งอันเดียวกัน และก็ช่วยกันบอก โดยไม่ต้องมีความสงสัยซึ่งกันและกันให้กับ ทางฝ่ายประเทศกัมพูชา ให้กับประชาคมโลกได้ทราบว่าเรามุ่งที่จะสร้างสันติสุข เราไม่ ต้องการสู้รบ เราอยากจะให้ความร่วมมือ เราอยากจะเห็นความมั่งมี ความมั่งคั่งของชาว กัมพูชา อยากจะเห็นความสงบตลอดแนวชายแดน และทุกสิ่งทุกอย่างมันเจรจากันที่โต๊ะได้ กลไกเครื่องมือต่าง ๆ มันมีอยู่ มันมีความคืบหน้าในกรอบของเจบีซี มันสามารถจะ ดําเนินการไปได้ ผมเองก็เพิ่งประชุมในกรอบเจบีซี ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศกับฝ่าย ประเทศกัมพูชา แล้วก็ได้ทบทวนความร่วมมือทุกเรื่อง เรามีโครงการร่วมกับประเทศกัมพูชา มีกิจการที่ร่วมมือกับเขาเกือบจะ ๑๐๐ เรื่องด้วยกัน ไม่มีเหตุผลอันใดที่เราจะมุ่งร้าย อยากจะขอให้ท่านสมาชิกได้เชื่อมั่นอันนี้ แล้วเราก็จะได้ช่วยกันส่งเสียง ส่งหนังสือไปที่ พนมเปญ แล้วได้บอกกล่าวกับประชาคมโลกว่า เราพร้อมที่จะร่วมมือ ไม่มีอะไรทั้งสิ้นที่จะดี ไปกว่าการร่วมมือ แล้วก็การเจรจาในเรื่องประเด็นที่ปักปันเขตแดน แม้กระทั่งในเรื่อง ปราสาทพระวิหาร เราก็สามารถที่จะร่วมมือกันได้ เราเองเป็นคนได้ตั้งงบประมาณไว้นะครับ ในรัฐบาลที่แล้ว ว่าจะร่วมมือในการให้ทุนกับประเทศกัมพูชาในการที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์ ปราสาทพระวิหาร อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยังเป็นข้อเสนอของเราอยู่ อันนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามจะทํา ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้มันเกิดสันติภาพแล้วก็แสดงซึ่งมิตรจิตมิตรใจอันดีของทางฝ่ายไทยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านฮอชาลี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ครับ กระผมขอให้ความเห็นต่อการที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้สมาชิก ให้ ส.ส. ได้ให้ความเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้หยิบยกเรื่องที่คิดว่าน่าจะอยู่ในความสนใจของ พี่น้องประชาชน แล้วก็อยู่ในความสนใจของประชาคมโลกในขณะนี้ นั่นก็คือกรณีที่ เหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชา ก่อนอื่นกระผมขอเรียนกับ ท่านประธานว่าผมขอใช้คําตามกฎหมายระหว่างประเทศนะครับ ต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นการ ขัดกันทางอาวุธ ไม่ใช่สงคราม เพราะสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้นได้จบลงไปแล้ว แล้วก็ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการปะทะกันในแต่ละประเทศนั้นโดยกฎหมายระหว่างประเทศเขาใช้ คําว่า การขัดกันทางอาวุธ เพราะฉะนั้นกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์หรือว่าที่ปราสาท พระวิหารก็ตามแต่ ก็คงจะต้องยืนอยู่ตามกฎหมายระหว่างประเทศก็คือเป็นการขัดกันในทาง อาวุธ มันไม่ได้เป็นการสงคราม เพราะสงครามนั้นได้จบและก็ได้สงบลงไปแล้ว แต่ผมเอง ก็อยากจะขอให้ความเห็นให้กับทางรัฐบาลว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ ปราสาทพระวิหาร หรือเกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควายนั้น เรากําลังถูกยั่วยุจากประเทศคู่ขัดแย้ง ถูกยั่วยุทั้งวาจาและก็ทั้งด้วยการใช้กําลัง แล้วก็รวมถึงการลั่นกระสุนเข้ามาในพื้นที่ของประเทศของเรา นั่นคือเป็นแนวทาง เป็นกลอุบายของคู่สงครามที่ต้องการที่จะให้เรานั้นได้ถลําเข้าไปในห้วง ถลําเข้าไปในแผนการที่เขาได้วางเอาไว้ นั่นก็คือการขยายวงการขัดกันทางอาวุธ ซึ่งเราประจําอยู่ในพื้นที่ในชายแดนของเรานั้นให้ข้ามกําลังไปยังเขตแดนหรือว่าชายแดน ของประเทศเขา แล้วก็ล้ําเข้าไปในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา แล้วก็จะทําให้สถานการณ์นั้น ขยายวง แล้วก็คู่ขัดแย้งของประเทศที่ขัดแย้งก็จะได้นําเอาเหตุการณ์ตรงนี้ สถานการณ์ตรงนี้ นําไปสู่ยูเอ็นเอสซี (UNSC) หรือนําเข้าไปสู่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เขาต้องการที่จะให้เราไปสู่จุดนั้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมานั้น ผมก็ต้องขอยืนยันว่าในจุดยืนที่รัฐบาลได้แสดงออก ณ วันนี้นั้นถือว่า ถูกต้องแล้ว อาจจะไม่ทันใจกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม บางพื้นที่ บางท่าน ที่ต้องการที่จะให้ลุยเข้าไปเลย โดยศักยภาพของอาวุธที่เรามี ทั้งเอฟ ๑๖ ทั้งทุกอย่าง ที่เรามีนั้นให้ลุยเข้าไปเลย อันนั้นเป็นสิ่งที่เป็นความรู้สึกด้านหนึ่ง แต่ว่าในจุดยืนในฐานะที่ ท่านเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐบาลนั้น การที่จะให้เกิดความเสียหายนั้นง่ายนิดเดียว แต่การที่จะให้เกิดการเยียวยาจากความเสียหายนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เราจะต้องทํา ณ ขณะนี้ก็คือบอกไปกับประชาคมโลกว่าเราไม่ได้เป็นผู้เริ่มในสิ่งเหล่านี้ก่อน แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากบอกกับรัฐบาลว่าเรื่องนี้แน่นอนที่สุดประเทศคู่ขัดแย้ง จะต้องนําไปสู่ในเวทีของสหประชาติ แล้วก็อาจจะไปถึงศาลโลก ขอให้เราได้เก็บรวบรวม หลักฐานความเสียหายของพลเรือนที่เกิดจากการขัดแย้ง การขัดกันในทางอาวุธในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ หรือว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ หรือว่าที่ไหน ก็ตามแต่ ขอให้รัฐบาลได้เก็บข้อมูลหลักฐานนี้เอาไว้ว่าพลเรือนของเรานั้นเกิดความเสียหาย มีการบาดเจ็บ มีการล้มตาย เพราะวันหนึ่งเรื่องนี้คงจะต้องนําไปสู่ในที่ประชุมของ สหประชาชาติ แล้วก็อาจจะไปถึงศาลโลก แล้วผมก็เชื่อในจุดยืนของรัฐบาล แล้วก็เชื่อในการ อธิบายของรัฐบาล จากกรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ไปนําเสนอ เรื่องนี้ในคราวที่หลังจากเกิดการขัดกันทางอาวุธที่ปราสาทพระวิหารในที่ประชุมของ ยูเอ็นเอสซีหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินั้น ทุกอย่าง ทุกประเด็นได้เกิดมี ความเข้าใจ แล้วก็ทางยูเอ็นเอสซีก็ได้มอบให้ระหว่างเราแล้วก็ทั้งคู่กรณีนั้นได้มีการเจรจา ทั้ง ๒ ฝ่าย และอาจจะมีทางฝ่ายของประธานอาเซียนก็คือปะเทศอินโดนีเซียได้มาร่วม สังเกตการณ์ในตรงนี้ด้วย แต่หลัก ๆ นั้นก็คือให้ทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นได้เจรจากัน ซึ่งเรามีกลไก ที่สําคัญที่สุด ณ ขณะนี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือกลไกของเจบีซี คือคณะกรรมาธิการ ร่วมชายแดนซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานอยู่ แล้วก็มีอาร์บีซี (RBC) ในระดับภูมิภาค ในระดับพื้นที่ซึ่งมีแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๒ เป็นประธานทาง ฝ่ายไทยอยู่ อยากจะให้กลไก ๒ กลไกนี้มีการขยับแล้วก็ให้ความสําคัญกับกลไกตัวนี้ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าประเทศคู่ขัดแย้งนั้นเขาคงจะไม่บุกรุกเข้ามาในประเทศเรา เพียงแต่ว่าต้องการที่จะยั่วยุ เพราะฉะนั้นแนวทางที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ก็คือว่าจะต้องมีการ เจรจา และเราก็ต้องอธิบายให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ณ ขณะนี้ว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่รัฐบาลเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้น แต่ประเทศคู่ขัดแย้งเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดขึ้น ดังนั้น เราจะต้องรักษาจุดยืนเอาไว้นะครับ ผมเชื่อว่าสาเหตุหลักที่สําคัญที่สุดที่ทําให้เกิดความ รุนแรงถึง ๒ ครั้งก็คือกรณีการที่เรามีจุดยืนในการที่จะไม่ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนของปราสาท พระวิหารแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่เราได้มีความพยายามส่งรัฐมนตรีของเรา ส่งประธานของเรา เพื่อที่จะเข้าไปชี้แจงให้กับทางคณะกรรมการมรดกโลกให้ได้ทราบ แล้วก็ในปีที่ผ่านมาเขาก็ ไม่มีการดําเนินการและพิจารณาในการที่จะให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตรงนี้ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้ทางฝ่ายเขาพยายามที่จะดําเนินการทุกวิถีทางในการ ที่จะให้เรื่องนี้เกิดขึ้นให้ได้ ก็ขอให้รัฐบาลของชุดนี้ได้มีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องของมรดกโลก ก็คือว่าเราต้องไม่ให้เขาขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว ในแต่ละรัฐบาลอาจจะมีจุดยืนที่ ต่างกัน แต่ละพรรคอาจจะมีจุดยืนที่ต่างกัน แต่ผมคิดว่าจุดยืนของรัฐบาลก็คือการที่เรา ไม่ยอมให้เขาขึ้นทะเบียนมรดกฝ่ายเดียวนั้นเป็นจุดยืนที่มีความสําคัญและเป็นแนวทางที่เรา ได้ยืนหยัดแล้วก็รักษาสิทธิและอธิปไตยของประเทศชาติบ้านเมืองของเราเอาไว้ให้ลูกหลาน ของเราในวันข้างหน้าต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอแจ้งชื่อผู้ที่จะอภิปรายชุดต่อไป ๔ ท่านนะครับ จากนี้ไปจะเป็นท่านสงวน พงษ์มณี และท่านเชิดชัย วิเชียรวรรณ ท่านธเนศ เครือรัตน์ ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลําพูน ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีมากที่เอามาพูดวันนี้ในสภาเพราะว่าสภาคือ จุดสําคัญในการแก้ปัญหา ผมคิดว่าผมอยากได้ยินทางรัฐบาลพูดถึงกระบวนการจัดการ ปัญหาว่าที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าถ้าเราจะแก้ต่อไป ท่านบอกเราหน่อยได้ไหมว่าอันไหน คือข้ออ่อน ผมไม่เรียกว่าข้อผิดพลาด ข้ออ่อนด้อยที่เราคิดว่าเราทําน้อยไป เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าบอกว่าเราทํามาถูกแล้ว ปัญหาทําไมเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจริง ๆ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ น่าจะเป็นการพูดในช่วงสุดท้ายคือข้อเสนอแต่ผมขอพูดก่อน เพราะอะไรครับ เพราะว่า ก่อนจะเข้ามาสภาผมได้ยินข่าวจากวิทยุเขาบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเรา ปฏิเสธการเจรจาวันนี้ เพราะอะไรครับโดยเหตุผลว่าสื่อกัมพูชาไปแปลเจตนารัฐบาล ผิดเหตุผลแค่นี้หรือครับที่ผู้บริหารเสนาบดีของรัฐบาลนี้ตอบต่อสาธารณะ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ จริงนะครับในสังคมโลกท่านจะคุยกับเขาอย่างไร เราทําไมอ่อนไหวขนาดนั้น เมื่อกี้ผมได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าท่านติดต่อกับฝ่ายโน้นตลอดเวลา จริง ๆ ความขัดแย้งอย่างนี้จะเรียกว่าสงครามหรือเปล่าก็ตามใจ จะไม่เรียกก็ได้ แต่มันต้องยิงกันไปเจรจาไป ไม่มีที่ไหนหรอกครับยิงจบแล้วเจรจา ไม่มี หรือเจรจา ไม่ได้แล้วยิงกันมันไม่มี ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ด้วยกําลังวุธมันเป็นอย่างนี้ ท่านครับ เราจะไปพูดทําไมว่าเราไม่ได้ยิงก่อน พูดอย่างนี้เสียหาย ถ้าจะต้องตอบคําถามว่า ท่านจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไรก่อน เขาจะยิงมาก่อนหรือไม่ หรือเรายิงเขาก่อนหรือไม่ ไม่ใช่สาระสําคัญ สาระสําคัญที่ว่าทําไมยิงกัน ไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้เลย ข้อเท็จจริง เรื่องนี้มันชี้ชัดว่าต่างคนก็ต่างอ้างว่าตรงนั้นเป็นที่ของตัวเอง ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมกําลัง จะบอกรัฐบาลว่ายุทธศาสตร์ของความมั่นคงไม่มียันหรือถอยนะครับ ทุกประเทศ เขาใช้ยุทธศาสตร์รุกทั้งหมด แต่ยุทธวิธีต่างหากอาจจะต้องถอยเพื่อรุกหรือยัน เพื่อรุก วันนี้เราพูดเรื่องยุทธวิธีหรือยุทธศาสตร์ในการนําเสนอต่อสาธารณะ วันนี้จะมาอาศัย รัฐสภาไปแก้ปัญหา เขาเรียกว่างาไหม้แล้วถั่วยังไม่สุก เพราะอะไรครับ รัฐบาลประกาศ ชัดเจนจะยุบสภาแล้วจะได้อะไรจากการอาศัยสภาไปทําล่ะ เพราะอะไรผมพูดประเด็นนี้ครับ วันนี้ผมไม่เชื่อเรื่องและผมก็จะไม่พูดว่าผมคิดอย่างนั้น เพราะมันเป็นเรื่องจินตนาการ เรื่องอะไรครับ เรื่องบอกว่าประเทศเขมรใช้เหตุการณ์นี้ แก้ปัญหาภายในเขา หรือหลายคนบอกว่ากําลังจะใช้สภานี้เพื่อจะยืดเวลายุบสภา ผมไม่เชื่อ เรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าใครคิดอย่างนี้แล้วทําอย่างนี้ คนคิดและคนทําเสีย อย่างเดียว วันนี้นิยามของคําว่า การเมือง ทั้งของเราและของประเทศเพื่อนบ้านได้เปลี่ยนไป จากเดิมแล้ว การวิเคราะห์เป็นอย่างนี้ท่านครับ จะเกี่ยวกับเขมรหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมว่า นักคิดในเมืองไทยวิเคราะห์อย่างนี้ กลุ่มที่ ๑ บอกว่าการเมืองไทยต่อไปนี้พรรคขนาดกลาง จะได้เปรียบ อย่างไรก็เป็นรัฐบาล นั่นวิธีคิดแบบเก่ามาก ๆ วันนี้ถ้าการเมืองเป็นเรื่องของ ศรัทธาความเชื่อถือและความเลื่อมใสในการทํางานของคน ถ้ากระแสไปทางไหนพรรคที่ชนะ ชนะเป็นร้อย ไม่ต้องอาศัยพรรคเล็กพรรคน้อยอีกต่อไป ไม่มีใครพูดอย่างนี้หรอกครับ ผมพูด เพราะอะไรครับ ต้องชนะกันเป็นร้อย เพราะอะไรล่ะ ครึ่งหนึ่งของ ๑๒๕ มันก็คือ ๖๒ คนแล้ว ถ้ากระแสไปทางไหนพรรคนั้นได้ ไม่ยุบสภาใครได้เปรียบ ผมได้เปรียบ น้ํามัน ก็ขึ้นเร็วขึ้น คุณบริหารไม่ได้ ผมก็ได้เปรียบ ยิ่งหาเสียงง่ายมากขึ้น ผมไม่เชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะคิดอย่างนี้ ประเด็นนี้ที่ผมพูดมันเกี่ยวกับประเทศกัมพูชา ตรงไหน เกี่ยวตรงที่ว่าวันนี้ขอร้องว่าเราอย่าใช้จินตนาการในการวิเคราะห์ปัญหาเลยครับ วันนี้จินตนาการล้วน ๆ ที่ข้างทําเนียบ และจินตนาการนี้ครับทําให้เราแก้ปัญหายาก วันนี้ ที่จริงถ้าต้องการแก้ปัญหามันต้องประชุมลับ ประชุมอย่างนี้เขาก็นั่งฟังเรา ประชุมอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองทุกชาติก็ฟังเราได้ทันทีแล้ววิเคราะห์ทันทีแล้วรู้ล่วงหน้าทันทีว่าทําอะไร วันนี้เขาวิเคราะห์เลยไปแล้วว่าประเทศไทยไม่มีปัญญาแก้ไข กําลังวิ่งไปขอประเทศจีนช่วย เคลียร์ให้ เขาพูดมาถึงขนาดนี้แล้วก่อนผมจะเข้าสภา เพราะอะไรครับ เพราะเราทําอะไร เปิดเผยในสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย ลับในสิ่งที่ไม่ควรลับ นี่ผมตําหนิว่าพูดปัญหาต่างประเทศโดย ห้องประชุมที่เปิดเผย เลยพูดอะไรลึก ๆ ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดอย่างนี้นะครับท่าน เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับครับ คู่ต่อสู้คือประเทศกัมพูชาเขาต้องการยกระดับการต่อสู้เพื่อเข้าสู่ ยูเอ็น (UN) เท่านั้นใช่ไหม ไม่ใช่เลย ไม่ใช่เลยท่านประธานครับ ไม่มีใครพูดถึงประเด็นที่ สําคัญอันหนึ่ง ความขัดแย้งด้านอาวุธของชายแดนเมื่อไรที่เราประกาศเป็นสงครามระหว่าง เขากับเรา ประกาศกฎอัยการศึกชายแดนขนกําลังไปเพียบ สนธิกําลังหลายกองทัพเหมือนที่ ทําเมื่อวานนี้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ จะเข้าสู่สัญญาการทหารของประเทศเขมร ประเทศลาว ประเทศเวียดนามทันที ผมถามว่าเมื่อกองทัพอากาศบอกว่าเครื่องบินเอฟ ๑๖ (F ๑๖) บินด้วยความเร็วสูงเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดเขาก็ยิงสวนมา แล้วเหตุการณ์ก็ยุติ เมื่อวานนี้ สื่อไทยเอาเรื่องนี้ออก ผู้ว่าราชการจังหวัดพูดถ่ายทอดสดเลยครับ ถามว่าถ้าเขาจะกล่าวหา เราว่าเราขู่ เราจะยกระดับสงครามเราจะแก้ตัวอย่างไร ผมพูดนี่ผมตําหนิกระบวนการสนธิ กําลังในฐานะสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เมื่อท่านนําเรื่องนี้เข้าสภา ก็ต้องพูดกันตรง ๆ อย่างนี้ จริง ๆ แล้วผมไม่เชื่อว่าเขาจะรู้เรื่องการประกอบอาวุธของเรา ทั้งหมด เขาไม่รู้หรอกครับ ผมไม่เชื่อว่าเราจะรู้เขาทั้งหมด ไม่คิดว่าเราไม่รู้หรอกครับ ทุกคน ก็ปิดบางส่วนเปิดบางส่วนทั้งนั้น ที่ผมพูดอย่างนี้ผมยังยืนยันคําพูดเดิม ท่านประธานครับ ฝากไปยังรัฐบาลว่า เมื่อกองกําลังเขาปะทะกันก็ปะทะไป แก้ปัญหาไป แต่ว่าการเจรจาก็ต้อง ทําไปครับ ทําจนกระทั่งว่าเราสามารถตกลงกันได้ ถ้าเราไปเลิกอย่างหนึ่ง ทําแค่อย่างหนึ่งเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ถ้าพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เมื่อการเดือดร้อนครั้งแรกแล้วอาศัยรัฐสภาคุยกัน คงจะทําให้แก้ปัญหาไปได้เยอะแล้ว
ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เป็นเรื่องสุดท้ายนิดเดียวสัก ๑ นาที เพื่อให้มันจบ ผมพูดเรื่องนี้นะครับ ผมอยากจะให้ท่านช่วยกรุณาสร้างเอกภาพทางการสื่อสาร กับสาธารณะโดยเร็ว ท่านรัฐมนตรีท่านอยู่ตรงนี้ท่านคุมเรื่องนี้ด้วย ถ้าท่านไม่ทําตรงนี้ เราเสียเปรียบ และจะเสียเปรียบตลอดไป แก้ปัญหาไม่ได้ด้วยซ้ําไป หมดเวลาพอดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ก่อนถึง ท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเยาวชนดีเด่นจาก ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่มาเยี่ยมสภาในวันนี้นะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาผลกระทบ จากการปะทะกันในแนวชายแดนไทย-เขมร อยู่นะครับ เชิญท่านเชิดชัยครับ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ เชิญท่านผ่องศรีครับ สลับฝ่ายรัฐบาลแล้วฝ่ายค้านนะครับ เดี๋ยวท่านผ่องศรีในฐานะ ฝ่ายรัฐบาล เดี๋ยวค่อยมาทางฝ่ายท่านธเนศครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอร่วม แสดงความคิดเห็นในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รู้ร้อนรู้หนาว กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดิฉันมีทั้งข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอให้กับทางรัฐสภาแล้วก็รัฐบาล
ประการแรก ดิฉันกราบเรียนว่าในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวลพบุรี ซึ่งอยู่กึ่งกลางของประเทศ หลายคนก็บอกว่าคนที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยจะต้องประสบเหตุ กับปัญหาชายแดน ดิฉันกราบเรียนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ดิฉัน ลงพื้นที่พบกับพี่น้อง ตลอดจนแม้นั่งทําหน้าที่ที่นี่ หลายคนก็สอบถามด้วยความห่วงใย เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่าเราเป็นคนร่วมแผ่นดินเดียวกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่ไม่ว่า จะเป็นจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ หรือว่าจังหวัดบุรีรัมย์นั้นเราทุกคนก็เป็นห่วง นอกจากนั้นแล้วที่จังหวัดลพบุรีทุกท่านก็ทราบว่าเป็นเมืองทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแล ความมั่นคงของประเทศนั้นทุกท่านก็คงจะเคยได้ยินคําที่กล่าวว่า ประเทศเป็นบ้าน แล้วก็ทหาร เป็นรั้ว วันนี้รั้วของเราก็ต้องทํางานหนัก แม้ว่ายามไม่มีข้อพิพาทดิฉันก็ทราบดีว่าหน่วย ผู้ปฏิบัติงานนี้ได้ลงไปทํางานในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทําในเรื่องของจิตวิทยามวลชน หรือการดูแลเรื่องของความมั่นคง เรื่องของเศรษฐกิจชายแดน ทหารก็มีส่วนร่วม วันนี้ ที่จังหวัดลพบุรีรวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ ที่มีทหารลงไปปฏิบัติการ ดิฉันคิดว่าครอบครัวของ กําลังพลเหล่านั้นก็คงจะรู้สึกห่วงใยผู้นําครอบครัวที่ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นระดับ ผู้นําหรือว่าระดับปฏิบัติการก็ถือโอกาสแล้วกันนะคะ ว่าถ้าหากเสียงนี้จะส่งไปถึงชายแดน ก็ขอให้ท่านได้รับทราบว่าพวกเราที่อยู่แนวหลังก็เชื่อมั่นในศักยภาพ แล้วก็กองกําลังของ กองทัพไทยว่าท่านจะได้ทําหน้าที่ให้พวกเราที่เป็นแนวหลังได้อยู่อย่างมั่นคง แล้วก็มีความ ปลอดภัย แต่ว่าสําหรับพี่น้องที่อยู่ในศูนย์อพยพดิฉันกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ดิฉันได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอแนวทางต่อรัฐสภา นะคะว่าในฐานะสมาชิกรัฐสภาน่าจะได้แสดงบทบาทเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างสภาไทย กับสภากัมพูชา เรื่องของข้อคิดเห็นต่าง ๆ ดิฉันก็กราบเรียนท่านประธานนะคะว่าเป็นไปได้ หรือไม่ ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วเพื่อนสมาชิกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ก็เหมือนกับภัยพิบัติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเรา ขณะที่มีภัยน้ําท่วมหรือว่าภัยทาง ธรรมชาติ พวกเราเองยังต้องแสดงบทบาท แสดงความห่วงใย เมื่อครั้งน้ําท่วมเราก็มีกิจกรรม สภาร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรคาดว่า จะเหลือเวลาทําหน้าที่อีกไม่นาน แต่การแสดงความสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ถ้าเราคิดว่า ขณะนี้เราทุกคนเป็นคนไทย ไม่ได้แยกแบ่งฝักฝ่ายนี่ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าทางสภา ผู้แทนราษฎรจะได้ริเริ่มว่าเราจะมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง ส.ส. ที่ใครจะพร้อม อาสาสมัครไปร่วมเดินทางไปเป็นกําลังใจให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพหรือว่าพี่น้อง ที่ทหารหาญที่กําลังทําหน้าที่ ถ้าไม่เป็นภาระเกินไปเราคงไม่ไปกวนเขา แต่ว่าทําอย่างไรที่จะ ให้แสดงออกว่าพวกเราก็มีความห่วงใยนะคะ เพราะว่าดิฉันดูจากภาพข่าวก็เห็นพี่น้องที่อยู่ใน ศูนย์อพยพก็มีความเครียดและก็มีวงดนตรีพื้นบ้านไปแสดงให้กําลังใจ แต่พวกเราที่เป็น ผู้แทนราษฎรทุกคนก็อาจจะทําหน้าที่นี้ได้ อย่างน้อยก็เป็นการส่งสัญญาณว่าเมื่อมีภัยแบบนี้ พวกเราก็หันหน้ามาหากันนะคะ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ดิฉันก็กราบเรียนท่านประธานว่า ลองสอบถามดูว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดที่พร้อม อย่างเช่นวันนี้เราพิจารณา กฎหมาย จบเรื่องนี้เราพิจารณากฎหมายต่อ พรุ่งนี้เราก็พิจารณากฎหมาย วันศุกร์ที่ท่าน ประธานนัดหมายว่าจะพิจารณากฎหมาย ดิฉันคิดว่าหลายคนก็คิดว่าด้วยสถานการณ์ ทั้งทางด้านเตรียมการเลือกตั้ง ตลอดจนการเมือง วันศุกร์น่าจะเป็นการยากที่จะพิจารณา กฎหมายได้ ถ้าเราจะปรับแผนว่าวันนี้หลังจากเราพิจารณาญัตตินี้เสร็จแล้ว และเราก็ พิจารณากฎหมายที่คั่งค้างและมีความสําคัญนี่ ช่วยกันเดินหน้าให้ได้มากที่สุดเพื่อให้มีผล บังคับใช้ ตลอดจนพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง ส่วนวันศุกร์ที่ท่านประธานนัดหมายไว้ดิฉันคิดว่าสามารถ ปรับเปลี่ยนได้แล้วก็เชิญชวนพวกเราเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องที่อยู่แถวจังหวัดสุรินทร์ ไม่ทราบ ว่าจะเป็นไปได้ไหม ก็ขอเรียนเสนอท่านประธานด้วยในประเด็นนี้นะคะ
นอกจากนั้นแล้วดิฉันคิดว่าวันนี้เราแม้จะบอกว่าไม่ได้ปลุกให้คนไทย มารักชาติ แต่เราทุกคนก็คงจะทราบดีว่าในฐานะที่เราเกิดมาเป็นคนไทยบนแผ่นดินนี้ คงไม่อยากให้แผ่นดินของเราได้ถูกรุกรานนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องการรักษาอธิปไตยนั้นดิฉัน ก็เชื่อว่ารัฐบาลและทหารทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่พวกเราต้องเป็นกองหนุนนะคะ สิ่งอะไร ที่ทําได้ ดิฉันเป็นผู้หญิงก็ไม่รู้ว่าเขารบกันอย่างไร เขารบกันอย่างไร แต่ความเชื่อมั่น กําลังใจ เท่านั้นที่จะทําให้กองทัพเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจว่าพวกเราเป็นแนวหลังนะคะ
นอกจากนั้นดิฉันขอมีคําถามนะคะ ไม่ทราบว่าจะเป็นความลับหรือไม่ เพราะว่าบางเรื่องวันนี้เราประชุมเปิดเผยท่านอาจจะตอบไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อยเพื่อความ มั่นใจของประชาชนดิฉันก็สอบถามพี่น้องทหารในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพราะว่ามีคนถาม ตลอดว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ฝ่ายเราศักยภาพเป็นอย่างไร ดิฉันก็อยากจะขอถาม เพราะว่าเราดูเหตุการณ์สงครามต่าง ๆ ก็จะต้องประเมินกําลังฝ่ายเรากับฝ่ายตรงข้ามนะคะ ขณะนี้ไม่ทราบว่ากองทัพบก กองทัพอากาศ เราได้ประเมินกําลังของเราในความพร้อมนี่ ใคร ๆ ก็ต้องบอกละคะว่าไทยเหนือกว่า ถ้าตอบได้ก็อยากจะฟังนะคะว่าพร้อมขนาดไหนที่ พวกเราคนไทยจะได้มีความเชื่อมั่น ทราบว่าก็เตรียมพร้อมกันตลอดเวลา แต่ก็อาจจะเป็น ความลับที่พูดไม่ได้ นอกจากนั้นดิฉันได้ยินทางท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาลพูดว่าจะทบทวน ความร่วมมือ ความช่วยเหลือที่เรามีร่วมกับทางประเทศกัมพูชานะคะ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เศรษฐกิจ การศึกษา หรือว่าด้านสาธารณสุข ตลอดจนด้านอื่น ๆ เมื่อสักครู่ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีพูดว่ามีเป็นร้อยเรื่อง ถ้าหากเป็นไปได้ดิฉันก็อยากจะทราบนะคะ ถ้าตอบ ออกอากาศไม่ได้ก็ขอเป็นเอกสารว่าขณะนี้มีอะไรบ้างที่ประเทศไทยเราได้มีความร่วมมือกับ ประเทศกัมพูชา แล้วก็ที่เราต้องให้การสนับสนุนเขา แล้วถ้าหากว่าจะต้องทบทวนยกเลิก มันจะมีผลกระทบด้านบวก ด้านลบอย่างไร อันนี้ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเรา ก็น่าจะมีข้อมูลมากกว่าพี่น้องประชาชน เผื่อว่ามีอะไรจะได้ช่วยคิดช่วยทําได้บ้าง
ตลอดจนคําถามสุดท้ายดิฉันอยากจะขอเรียนถามว่าสถานการณ์ความขัดแย้ง ขณะนี้ที่มีการปะทะกันตามแนวชายแดนมันยังอยู่ในระดับที่เป็นแค่การปะทะตามแนว ชายแดนหรือว่ายกระดับเป็นระดับที่เรียกว่าสงครามแล้ว เพราะดิฉันก็เชื่อว่าพวกเราทุกคน ไม่มีใครอยากเห็นสงคราม ไม่มีใครอยากเสียเลือดเสียเนื้อนะคะ แต่มีคนบอกเสมอว่าคนที่ ไม่เคยผ่านศึกสงครามก็จะไม่เคยเห็นความยากลําบาก บางคนอาจจะอยากให้เกิดขึ้น แต่พวกเราทุกคนนั้นยืนยันนะคะว่าคนไทยนั้นรักสงบ แต่ว่าใครมารุกรานนั้นก็คงต้องดูแล อธิปไตย สุดท้ายก็ขอแสดงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและเชื่อมั่นต่อศักยภาพ แสนยานุภาพของ กองทัพไทย เชื่อมั่นต่อทหารไทย ก็ขอให้ท่านได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้มีขวัญกําลังใจที่ดี แล้วก็ขอเป็นกําลังใจให้พี่น้อง ที่อยู่ชายแดน ขอให้ทหารได้มีชัยชนะในสมรภูมิ เราทุกคนก็อยู่เป็นกําลังใจแล้วก็ ถ้าสภาเห็นด้วย เราน่าจะได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องที่ชายแดนนะคะ ขอกราบเรียน เป็นข้อเสนอค่ะ
ต่อไปเชิญท่านธเนศ เครือรัตน์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ เข้ามาที่สภาก็ได้พูดคุยกับทางวิปรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องวาระการประชุมในวันนี้ บางท่านก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ําไปว่าจะมีการยื่นญัตติเรื่องประเทศกัมพูชาในวันนี้ ผมเองก็เพิ่ง ทราบในขณะนี้เองนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เคยยื่นญัตติมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าทางรัฐบาลจะได้นําข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาสภาผู้แทนราษฎรไปปฏิบัติ แต่ประการใดนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่อยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็ไม่อยู่ และกระทรวงกลาโหมก็ไม่อยู่เช่นกัน ผมก็ยังคิดอยู่เหมือนกันนะ ครับว่าเสียงที่เราพูดกันวันนี้จะได้ยินถึงท่านเหล่านั้นหรือเปล่า
เดี๋ยวผมทําความเข้าใจนิดหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศท่านเพิ่งลงไป นะครับ ชี้แจงเสร็จไปต้องไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีก็ลง พื้นที่ เดี๋ยวจะกลับมาตอนบ่ายโมงครึ่ง แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็คงจะเข้ามาสภา ก็มีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์อยู่ ทุกคนก็เก็บประเด็นอยู่ ท่านก็อภิปรายไป เดี๋ยวสักครู่พอทุกท่าน มาถึงก็คงจะมาชี้แจงนะครับ เชิญครับ
เราก็จะพูดให้พวกเราฟังกันเอง ถ้าอย่างนั้น พูดให้ท่านประธานสภาได้รับทราบไว้
เชิญเลย เพราะว่าเขามีผู้จดบันทึกข้อมูลไว้
คือผมเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้ติดตามแล้วก็ดู เงื่อนไขสถานการณ์ของชายแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชามาโดยตลอด และได้ กราบเรียนในแต่แรกแล้วว่าได้มีโอกาสยื่นญัตติไปแล้วครั้งหนึ่ง และนี่เป็นครั้งที่ ๒ ได้เสนอแนะรัฐบาลมาโดยตลอดว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ไม่ถูกทิศทางมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐมนตรีหรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งนิยม จะออกไปในแนวที่รุนแรงมากกว่า ท่านประธานครับวันนี้เอง เวลานี้เป็นเวลาที่มีการ พระราชทานเพลิงศพทหารที่จังหวัดศรีสะเกษท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ ที่จังหวัดสุรินทร์ ผมเองได้มีโอกาสไปร่วมสวดพระอภิธรรม แต่ก็ยังไม่เห็นทางรัฐบาลได้ส่ง ตัวแทนไปเพื่อให้เกียรติแก่ครอบครัวนั้นแต่ประการใด กระทั่งวันนี้เองได้สอบถามพ่อแม่ พี่น้องในพื้นที่อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเขตของผู้ที่เสียชีวิตนั้นว่า ทางรัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปร่วมเป็นเกียรติในงานพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้หรือเปล่า ก็ได้รับ การยืนยันว่ายังไม่มี จริง ๆ ผมก็ว่าจะเดินทางไป แต่พอดีเมื่อเช้าได้เห็นเรื่องนี้เข้าสู่สภา ก็เลยว่าอยากจะอยู่อภิปรายเรื่องนี้ก่อน ซึ่งก็คงจะเดินทางไปไม่ทันแล้วนะครับ ท่านประธาน ครับ เหตุการณ์ปะทะกันครั้งนี้ ผมว่ารุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา ครั้งที่ผ่านมานั้นมีประชาชน เดือดร้อนประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๔ ราย ส่วนครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต ไปแล้วเป็นทหาร ๕ นาย แล้วก็เป็นประชาชน ๑ ราย แล้วก็มีผู้อพยพหนีภัยสงคราม ๓๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่รุนแรง ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะพยายามใช้การ ต่อสู้ในครั้งนี้ว่าเป็นการปะทะกันตามแนวชายแดน ซึ่งความรู้สึกของประชาชนไม่ได้เป็น อย่างนั้น และประชาชนในบริเวณชายแดนก็ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้พูดไปเมื่อสักครู่ ท่านพยายามจะบอกว่าท่านให้ประเทศนั้น ประเทศนี้ คนนั้นคนนี้ไปเจรจาอยู่ตลอดเวลา ท่านไม่ได้บอกหรอกครับว่าท่านมีบทบาทใน การเจรจาอย่างไร ในการแสดงความคิดเห็นหรือการมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาระหว่าง ไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้ท่านจะไปด้วยตัวเอง หรือไปเจรจาด้วยตัวเองก็ไม่เกิดประโยชน์ เห็นตัวอย่างได้ว่าจากการปะทะกันที่จังหวัด ศรีสะเกษในคราวที่แล้วนั้น มีการยิงกันในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งผมเองก็ยังแปลกใจผมได้รับข่าวเมื่อตอนสี่โมงเย็น ของวันนั้น วันแรกที่มีการปะทะกัน เราก็ได้เช็คข่าวอยู่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราคนนี้กําลังจะพยายาม ไปเยี่ยมคนไทยที่อยู่ในคุกของประเทศกัมพูชา หลังจากที่เจรจาจีบีซี (GBC) จบแล้ว ทันใด นั้นเองก็มีการยิงปืนใหญ่เข้ามา ครั้งนี้ก็เหมือนกันนะครับ รัฐมนตรีก็พยายามที่จะพูดเจรจา มาโดยตลอด ซึ่งมันก็ไม่เป็นผล หรือรัฐมนตรีจะบอกว่าต้องให้การหยุดยิงก่อนแล้วมีการเจรจา ในภายหลัง ประชาชนส่วนใหญ่จะตายอีกเท่าไรนั้นไม่ทราบ การเจรจาต้องเริ่มเจรจาตั้งแต่ ตอนนี้เลยนะครับ ไม่ใช่ว่ารอให้มีการหยุดการปะทะกันก่อนแล้วถึงจะมีการเจรจา การปะทะกันก็ได้ขยายแนวจากจังหวัดสุรินทร์มาที่จังหวัดศรีสะเกษ ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าเมื่อวันที่ ๒๔ เป็นวันอาทิตย์ ผมได้มีโอกาสไปสวดพระอภิธรรม กับทหารที่เสียชีวิตในจังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้มีโอกาสพบนายทหารระดับสูงของกองทัพท่านหนึ่ง ท่านบอกว่านับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เป็นต้นไปให้ ส.ส. ช่วยบอกประชาชนในพื้นที่หน่อยว่าเราจะเริ่ม มีการเคลื่อนย้ายกําลังบริเวณภูมะเขือและบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ผมก็เลยถามว่า การเคลื่อนกําลังนั้นมีผลทางทหารอย่างไร เขาบอกว่าเพื่อให้ทางประเทศกัมพูชานั้น เสียสมาธิในการตอบโต้ประเทศไทยที่บริเวณปราสาทตาเมือนกับปราสาทตาควาย ผมก็เห็นด้วยนะครับ แล้วผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมจะพยายาม ถ้ามีประชาชนสอบถามมาเราก็จะ บอกว่าทหารจะพยายามสับเปลี่ยนกําลังกันเพื่อทําให้ประเทศกัมพูชานึกว่าเราจะเข้าไปโจมตี ประเทศกัมพูชาในบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็มีการปล่อยข่าวไป แต่ในขณะเดียวกันนั่นเอง วันที่ ๒๕ ผมเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร พอวันที่ ๒๖ เมื่อวานนี้ ก็มีการโจมตีเราเกิดขึ้น เมื่อสักครู่ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ มีเจ้ากรมแผนที่ทหาร มีกรมยุทธการทหารบกมา มีหลายฝ่าย หน่วยข่าวมา ผมก็ได้ถาม ในที่ประชุมว่า สาเหตุที่แท้จริงที่มีการยิงกันที่บริเวณเขาพระวิหารนั้นสาเหตุมาจากอะไร ก็มีการบันทึกการประชุมเรียบร้อยนะครับว่า มีสาเหตุมาจากการที่เอฟ ๑๖ ของเรา ไปทําโซนิคบูม (Sonic boom) บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อันนี้ละครับที่ผมไม่เห็นด้วย คือท่านจะเคลื่อนย้ายสับกําลังแล้วก็ปล่อยข่าวลือไปไม่เป็นผลเสียกับเราเอง ซึ่งทําให้ ประเทศกัมพูชาอาจจะพะวักพะวนในการรักษาชายแดนบริเวณนี้ อาจจะลดการตอบโต้ ในบริเวณปราสาทตาเมือนกับปราสาทตาควายลง แต่การที่ไปทําโซนิคบูมเป็นใครก็ใคร ละท่าน เขาก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดา เพราะเขาไม่รู้นี่ครับ หลาย ๆ ท่านไม่ทราบว่าการทํา โซนิคบูมมันเป็นอย่างไร ก็เหมือนเอาระเบิด เสียงมันดังเหมือนระเบิดนั่นเอง เพียงแต่ว่า เป็นระเบิดด้วยเสียงเท่านั้นเอง ผมก็พยายามจะสอบถามนะครับว่าใครที่เป็นคนสั่งกันแน่ ต้องเป็นนายทหารระดับสูง ผมไม่คิดหรอกครับว่านักบินคนเดียวเขาจะคิดเองและทําเองได้ กระผมคิดว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของทางรัฐบาลหรือผู้บริหารระดับสูงของระดับทหาร นี่ละครับที่ผมถึงบอกว่าอยากจะให้ทางฝ่ายรัฐบาลมามีส่วนร่วม ท่านจะได้ตอบอย่างไรครับ แล้วก็บันทึกไว้ในสภานี้ว่าท่านสั่งหรือท่านไม่ได้สั่งนะครับ เราก็มีการยั่วยุแล้วก็มีการพูดข่มขู่ เขาอยู่ตลอดเวลา หลาย ๆ ท่านก็ทราบดีนะครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาวุโสกว่า ประเทศกัมพูชาในทางเศรษฐกิจและทางสังคม แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าผู้นําของประเทศ กัมพูชาเขามีความเป็นอาวุโสที่สุดในอาเซียน ท่านไปทําเขาอย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ วันดีคืนดี รัฐบาลก็บอกว่าเรามีกําลังพร้อมที่จะบดขยี้ได้ตลอดเวลา เรามีกําลังที่จะรบได้ตลอดเวลา จริงอยู่นะครับอันนั้นเป็นศักยภาพทางทหาร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เทียบกันไม่ได้หรอกครับ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เพราะประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่ยังต้องอาศัย ประเทศเพื่อนบ้านอยู่นะครับ แต่ว่าเราก็ไม่ควรจะไปพูดอย่างนั้น เมื่อเช้านี้ผู้ประกอบการ การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาก็ได้เสนอแนะรัฐบาล ผมฟังมาจากข่าวเมื่อเช้านี้บอกว่าอยาก เสนอแนะให้รัฐบาลได้หยุดพูดเรื่องนี้ เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-กัมพูชาเรามีดุลการค้าต่างกัน ๑๐ เท่า เราขายเขาแสนหนึ่ง เขาซื้อเราหมื่นเดียว เป็นอย่างนี้มาตลอดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนของปีนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ เราขายไป ๑๕,๐๐๐ บาท เราซื้อเขามา ๑,๕๐๐ บาท ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไปสร้างความแตกแยก ให้เกิดขึ้น แล้วก็ไปกระทบถึงการค้าในแนวชายแดน ในสภาแห่งนี้เองก็มีสมาชิกบางท่าน ได้โยงการต่อสู้ตามแนวชายแดนไปถึงการเลื่อนระยะเวลาการยุบสภา ผมเองก็ไม่เห็น พยายามจะคิดอยู่ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร มีการสู้รบตามแนวชายแดนหรือมีเหตุการณ์ ไม่สงบในชายแดนภาคใต้ มันจะทําให้รัฐบาลต้องเลื่อนเวลาการยุบสภาออกไปอีก ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะเป็นผู้ที่รักษาคําพูด แล้วก็จะปฏิบัติตามคําพูดที่ท่านได้ให้ไว้ ก็คือยุบสภาในอาทิตย์หน้า พวกผมไม่เดือดร้อนหรอกครับ ปล่อยให้บริหารประเทศชาติ ไปอีก ๓-๔ เดือนพวกผมก็อยู่กันได้ ก็ยิ่งจะหาเสียงง่ายขึ้นด้วยโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ บริเวณรากหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวชายแดน เขาเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหา ให้เขาได้ ตอนนี้ประชาชนก็เริ่มอพยพ เดือดร้อนกันไปหมด รัฐบาลก็พยายามจะบอกว่าได้ เยียวยาโดยวิธีการให้โน่นให้นี่ แต่ผมถามท่านนิดหนึ่ง ถามท่านประธานผ่านถึงทางรัฐบาล ประชาชนแถวบ้านผมนอนอยู่ในรู พวกท่านนอนอยู่บนเตียง พวกท่านนอนอยู่ในห้องแอร์ ในขณะเดียวกันที่ประชาชนเขาต้องอยู่ในบังเกอร์ หรือแม้ว่าบางครั้งก็ต้องไปขุดหลุมอยู่กัน ถามว่าความเดือดร้อนมันต่างกันมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เสียดายที่เวลาก็จํากัดแล้วก็ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้มาอยู่ ก็ต้องฝากท่านประธานสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่าให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเร็ว เพราะผมได้ทราบข่าวมาว่าในการต่อสู้ในครั้งนี้ก็อาจจะมีการขยายผลต่อไปอีก ในเงื่อนไขต่าง ๆ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็จะขออนุญาตใช้เวลาของสภาในการที่จะให้ ความคิดเห็นหรือว่าสะท้อนถึงความเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ไทยกัมพูชา ในขณะนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่าพวกเราคงจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งสําหรับคนไทยด้วยกัน แล้วก็ต้องเป็นภาพเดียวกันหรือว่าจุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือการสนับสนุนรัฐบาลในการที่จะ แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง แล้วทําให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดสําหรับคนไทยด้วยกัน เราต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเขมรนั้น มักจะเกิดขึ้นโดยการที่มีความโยงไปถึงเรื่องการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน อยู่เป็นประจํา ท่านประธานคงจําได้ว่าในการก่อเหตุในกรุงพนมเปญจนกระทั่งถึงมีเหตุการณ์ เผาสถานทูตไทยนั้นก็เกิดขึ้นเหมือนกัน ในขณะที่กําลังจะมีการเลือกตั้งในประเทศกัมพูชา นั้นเอง ผมจึงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือเมื่อเดือนก่อนหน้านี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วมาจากการที่เขมรเริ่มต้นในการที่จะใช้สถานการณ์ทางชายแดนนั้น เป็นสถานการณ์ที่โยงไปสู่ความได้เปรียบทางการเมืองของเขาในการเตรียมการการเลือกตั้ง ต่อไป ดังนั้นพวกเราไม่ควรที่จะหลงเล่นตามเกมส์ของเขมรแต่อย่างไร สิ่งที่ต้องตระหนักดีอยู่ ในขณะนี้ก็คือว่าเรามีคนไทยอีก ๒ คน ที่ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อ ไม่ได้ทําให้ความเสียหาย แต่ว่าเป็นคุณวีระกับคุณราตรี ซึ่งยังเป็น ๒ ผู้ต้องหาที่ถูกจําคุกอยู่ในเขมรนั้นก็ยังเป็นคนไทย ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเจรจา แล้วก็ในการที่จะขอให้มีการปล่อยตัวกลับมาอยู่ดี เพราะฉะนั้นการจะดําเนินการอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ต้องนึกถึง ๒ คนนี้ด้วยเช่นเดียวกันครับ ผมเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้เกมส์ของเขมรนั้นก็คือการที่จะทําให้เราทําการปะทะหรือว่า ทําให้เกิดสงครามขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะทําให้สถานการณ์นี้นําไปสู่การที่จะนํา ต่างประเทศหรือว่าแม้อาจะเป็นสหประชาชาติเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์นี้ สิ่งที่รัฐบาล พยายามอธิบายต่อประชาชนในคําว่า ทวิภาคี พหุภาคี นั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจ ค่อนข้างยากท่านประธานครับ มันไม่ใช่ภาษาธรรมดาสามัญอย่างพวกเราจะเข้าใจได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจะเจรจา ๒ ประเทศมันดีกว่าการเจรจาหลายประเทศ อย่างไร ผมจึงอยากจะขอฝากอนุญาตไปทางรัฐบาลและทางข้าราชการทุกหน่วยงานว่าต้อง อธิบายเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้มากขึ้น มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะมาทําความเข้าใจว่า การเจรจาแค่ ๒ ประเทศจะได้เข้าใจปัญหา ๒ ประเทศแล้วก็จะได้จบปัญหาลงได้ด้วย การเจรจากันเท่านั้น แต่ถ้ามีคนอื่นเข้ามา มันยุ่งยากมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่ มันจะทําให้ สถานการณ์บานปลายต่อไป แล้วก็ทําให้เกมส์ของการเจรจานั้นยุ่งยากมากยิ่งขึ้น รัฐบาล จึงไม่อยากจะให้มีการเจรจาในระดับหลายประเทศเรื่องนี้ก็ต้องอธิบาย สิ่งที่ผมอยากจะให้ รัฐบาลทําก็คือสิ่งที่นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีที่พูดไว้เมื่อวานนี้ว่าต้องให้หน่วยงาน ราชการต่าง ๆ นั้นทบทวนการให้ความช่วยเหลือต่อประเทศกัมพูชา ผมคิดว่าถูกทางครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเรายังมีปัญหาคนอยู่นี้ แต่ว่าหน่วยงานราชการต่าง ๆ ของเราอาจจะ ยังมีโครงการต่าง ๆ ที่ดําเนินการอยู่กับประเทศกัมพูชา ผมคิดว่าจําเป็นต้องหยุดครับ ผมเห็นด้วยนะครับ ต้องทบทวนหมายความว่า ต้องหยุดการให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการสร้างถนน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดอบรมสัมมนา หรือการจัดการค้าพาณิชย์ต่าง ๆ ที่จะไปช่วยเหลือต่อประเทศกัมพูชา อย่างนั้นต้องทบทวน แต่แน่นอนนะครับ ผมเชื่อว่าในเรื่องของชายแดนเป็นเรื่องที่มีความจําเป็นที่จะต้องระมัดระวังในความ เคลื่อนไหวหรือความอ่อนไหว เราคงไม่ปรารถนาที่จะให้มีการปิดชายแดนหรือพรมแดน แต่อย่างใด เพราะว่าการค้าของเราต่อระหว่างคนไทยกับคนเขมรนั้นเราก็ได้เปรียบทาง การค้า อย่างเช่น เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่เองก็ได้พูดไปในรายละเอียดแล้ว การปิด ชายแดนไม่น่าจะต้องเกิดขึ้น ขอให้อยู่ตรงนั้นต่อไปเพื่อให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ยังคงมีให้เขาอยู่นั้นก็ต้องขอให้มีการลดความช่วยเหลือลงไป สิ่งที่ นําเข้าสู่การเจรจาเจบีซีก็ต้องรีบทํานะครับ ผมคิดว่าเรื่องเจรจาเจบีซีก็ต้องเดินหน้าต่อไป หลังจากที่เราได้พิจารณากันไปแล้วในมาตรา ๑๙๐ ว่า ทางราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของคณะกรรมาธิการเจบีซีนั้น ต้องกลับไปทํางานต่อนะครับ แล้วก็เดินหน้าต่อในการที่จะหาทางที่จะหาหมุดหรือว่าปักปัน ตัวหลักหมุดทั้งหลายก็เดินหน้าต่อไปเพื่อทําให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เรื่องเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ชาวบ้านอาจจะมองอย่างนี้ครับท่านประธานว่าเรามี ข้อสัญญากันที่เรียกกันว่าข้อตกลง ที่เป็นข้อสัญญาเอ็มโอยู แต่ทําไมเราปฏิบัติอยู่ข้างเดียว ทําไมเขมรไม่ยอมทําตาม แล้วทําไมเราจะต้องยึดถือเอาตัวข้อตกลงที่ว่านี้ยังเอาไว้อยู่ ผมเชื่อมั่นครับว่าเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ นั้นยังเป็นข้อตกลงที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยนะครับ แต่ว่าทําอย่างไรละครับที่จะทําให้ข้อตกลงนี้เกิดการบังคับใช้ได้ ผมก็ต้องขอฝากเป็นการบ้าน ให้กับทางส่วนของรัฐบาลต่อไปว่า ทําให้เขมรเขารู้สึกว่าเขาต้องทําตามสิ่งที่เป็นข้อตกลงกัน เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการก่อสร้าง หรือว่าการทําให้มีกําลังทหารเข้ามาในพื้นที่อะไร ต่าง ๆ ทําอย่างไรให้เขาปฏิบัติได้อย่างที่ว่านั้นซึ่งก็ต้องเป็นเรื่องที่เป็นการบ้านต่อไป
สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องต่อหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป อย่างเช่น การอธิบาย สถานการณ์ต่าง ๆ ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้วเราค่อนข้างจะสับสนอยู่เหมือนกัน ทหารไทยของ เราตายเท่าไร อพยพเท่าไร บาดเจ็บเท่าไร ทหารเขมรตายเท่าไร มันก็ค่อนข้างจะตรวจสอบ กันลําบาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศและสิ่งที่ทหารซึ่งเป็นหน่วยงาน รับผิดชอบโดยตรงท่านก็ต้องใช้สื่อของท่านให้เป็นประโยชน์ ผมเชื่อว่าการอธิบายให้เกิด ความเข้าใจจําเป็นต้องอธิบายหลายต่อหลายครั้ง กระทรวงการต่างประเทศและทหารอาจจะ ต้องร่วมมือกันที่จะใช้ทั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์จัดรายการพิเศษขึ้นมา ช่อง ๕ ช่อง ๗ อย่างนี้ ก็เป็นของทหาร ทหารก็ต้องอธิบายเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ท่านประธานที่จะบอกว่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเจรจากันอย่างไร รายละเอียดต่าง ๆ เป็นอย่างไร ใครเริ่มยิงก่อน อะไรอย่างที่ว่า แล้วก็ทําไมจะต้องอพยพผู้คน การอพยพผู้คนออกมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง การดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เป็นอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องการคําอธิบายอย่างชัดเจน แล้วก็ต้องให้ทันท่วงทีด้วย
สิ่งที่ผมขอเรียกร้องในกลุ่มต่อไปก็คือเรื่องของสื่อมวลชน ผมขอเรียกร้อง ไปยังสื่อมวลชนว่า สื่อมวลชนคงจะต้องให้รายละเอียดด้วยเช่นเดียวกัน และเป็นหน้าที่ของ สื่อมวลชนที่จะต้องให้ความกระจ่างต่อเรื่องนี้และไม่บิดเบือนต่อข้อเท็จจิง หรือไม่ใช่ วิพากษ์วิจารณ์ในขณะเหมือนกับว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดพลาดหรืออะไรต่าง ๆ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามตั้งหน้าตั้งตาทํางานอยู่แล้วก็ตาม แต่ว่ามาตําหนิติเตียนกันในเรื่อง ที่ไม่เป็นเรื่อง สื่อมวลชนควรจะต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อประชาชนให้เห็นภาพที่แท้จริง หรือว่าให้คนไทยนั้นรวมใจกันแล้วก็มีความอดทนมากเพียงพอต่อสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ขอเรียกร้องไปยังนักวิชาการนะครับ นักวิชาการซึ่งติดตาม สถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านมีหน้าที่ด้วยเช่นเดียวกันครับที่ควรจะต้องออกมาให้ความรู้ ต่อประชาชน แล้วก็ต้องให้ภาพที่ชัดเจนต่อประชาชน
ผมขอเรียกร้องไปยังอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะมีส่วนช่วยได้ต่อสถานการณ์ครั้งนี้ ก็คือบรรดานักพนันคนไทยที่ชอบที่จะไปเล่นการพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน ท่านหยุด ไปเล่นการพนันสักเดือนหนึ่งได้ไหมครับ ผมคิดว่า ส.ส. ในสภาแห่งนี้หลายคนอาจจะรู้จักกับ นักพนันบ้างบางคน ก็ขอความกรุณาบอกกับนักพนันเหล่านั้นนะครับ หยุดการดําเนินกิจการ ของท่านด้วยการไปท่องเที่ยวที่นั่น หยุดการเล่นการพนันสักเดือนสองเดือน ให้เขารับรู้ไปเลย ว่าพวกเราไม่พอใจที่ทหารของท่านหรือคนของท่านได้ยิงมาสู่ประเทศไทยของเรา ทําให้ คนไทยของเราบาดเจ็บล้มตาย ทําให้ทหารของเราต้องสูญเสียชีวิต และเราไม่ได้ต้องการ สงคราม สิ่งที่เป็นการประท้วงอย่างง่าย ๆ ก็คือการหยุดการเล่นการพนันที่นั่น
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ก็คือผมคิดว่าต้องดูแลความปลอดภัย ต่อประชาชนของพวกเราด้วย เห็นในข่าวของช่อง ๗ สี นะครับท่านประธาน มีชาวบ้าน ที่ต้องลงไปในหลุมหลบภัย บางหลุมเป็นสังกะสีมาปิดข้างหน้า เปิดเข้าเปิดออกก็ลําบาก ผมว่าบางทีลงไปบางทีอาจจะบาดเจ็บด้วยซ้ําไป เพราะเห็นก็ดูน่าสงสารนะครับ แล้วก็ ดูน่าเห็นใจอย่างมากนะครับ การที่จะต้องทําหลุมหลบภัยที่มีขนาดมาตรฐาน วิ่งลงหลบได้อย่างรวดเร็ว เอาชีวิต ของเราให้รอดปลอดภัยก่อนนี้ก็เป็นเรื่องที่อาจจะต้องให้การสนับสนุนไปตรงนั้น ก็เป็นความเห็นใจ ขอแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ชายแดน ก็ขอให้ท่าน ได้อดทน แล้วขอให้ท่านได้เข้าใจว่ารัฐบาลก็คงจะต้องทํางานอย่างหนัก และทําให้ สถานการณ์นั้นคลี่คลายได้เร็วที่สุด ท่านก็คงต้องอดทน แล้วก็เป็นผู้ที่เสียสละ และแน่นอน คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการโดยทั่วไปทั้งจังหวัด ทั้งอําเภอ หรือว่า ข้าราชการตํารวจ ทหารที่ต้องไปประจําการที่นั่น ก็ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงในการ ที่จะรักษาสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เราไม่ตกหลุมของเกมส์ของเขมร ตกหลุมของฮุนเซน อย่างนี้เป็นต้น ผมเชื่อว่าถ้าพวกเรารวมกันได้จริง ๆ และพวกเราเอาชนะต่อประเทศ เพื่อนบ้านอย่างมีหลักการ อย่างมีเหตุผล เราก็จะเอาชนะในเวทีโลกได้ครับ ขอบพระคุณ
เชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมอาจจะเห็นคล้าย ๆ แต่ส่วนมากแล้วผมว่า ผมเห็นต่างจากหลายคนที่ได้ทําการอภิปรายไป ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าสู่การรบกับ ประเทศกัมพูชาเพื่อรักษาข้อตกลงเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ทําไมถึงพูดอย่างนี้ครับ แน่นอนครับ เรื่องของการรบนั้นไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะต้องสูญเสียเลือดเนื้อ แต่คราวนี้เป็นเหตุการณ์ ที่มันไม่ได้บังเอิญเกิดครับ เพราะมันบังเอิญหลายครั้งแล้ว เมื่อบังเอิญหลายครั้งก็ต้องเรียกว่า เป็นไปตามแผนหรือหลักสูตรที่วางไว้ วันนี้ถึงเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศและ กระทรวงกลาโหม กองทัพต้องร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แบบจริงจัง และท่านประธานครับ ถึงเวลาที่ต้องเริ่มทําความเข้าใจกับเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ แบบเป็นทางการเสียทีครับ ภาคประชาชนทําการขับเคลื่อนเพื่อให้ยกเลิกเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ วันนี้ท่านจะเห็นครับ เอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ หรือที่บางคนเขาเรียกว่าเป็นข้อตกลงแบบทวิภาคี เป็นข้อตกลงสันติภาพ ระหว่างไทยกับกัมพูชาในการจะแก้ไขปัญหาที่พิพาท สาระสําคัญของมันนี้ก็คือหยุดการ เปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ หยุดไว้ ณ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แล้วเดินหน้าสู่การปักหมุดเขตแดนให้ เรียบร้อยระหว่าง ๒ ประเทศ นี่คือสาระสําคัญของเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ครับ จุดที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นหลักหมุดเขตแดน ๗๓ หมุด ที่เราเคยรู้จักกัน แน่นอนครับ หลักหมุดเขตแดน ได้มีการปักแล้ว และได้มีการปักปันเสร็จสิ้นเมื่อร้อยกว่าปีจริง แต่ในระหว่างการรบนั้นก็มี การเคลื่อนและมีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงในบริเวณหลักหมุดต่าง ๆ เหล่านั้นครับ เลยต้องมี คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง คือคณะกรรมการเจบีซีในการทบทวนหลักหมุดทั้ง ๗๓ อีกครั้ง ว่าถูกต้องหรือไม่ อย่างไรทั้ง ๒ ฝ่ายร่วมกันตกลง ในส่วนของตัวระวางดงรัก ของตัว พระวิหารเองซึ่งแน่นอนโดยหลักยุทธศาสตร์บอกว่าให้ใช้สันปันน้ํา วันนี้ก็มีปัญหาว่า สันปันน้ําไม่ใช่ ชะง่อนผา สันปันน้ําอยู่ตรงไหน ต้องตกลงกันโดยการปักหมุดครับ แล้วถ้าไม่ ปักหมุด สิ่งที่ตามมาก็คือการทะเลาะประปรายอยู่ริมชายแดนอยู่ตลอดเวลาแบบที่เรา ประสบอยู่ในขณะนี้ แต่สถานการณ์ในขณะนี้นั้นได้ล่วงเลยไปแล้ว ผมต้องย้อนกลับมาว่า ทําไมวันนี้ผมถึงบอกว่าให้รบ โดยยึดข้อตกลงเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ สิ่งที่กัมพูชาดําเนินการมา โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แล้วผมจะไม่ตําหนิรัฐบาลในอดีตชุดไหนครับ ที่เอื้อประโยชน์หรือไม่เอื้อประโยชน์ แต่เหตุการณ์วันนี้ต้องเดินหน้าต่อไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีการขับเคลื่อนกลุ่มชุมชนเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรตลอดเวลา มีการทําถนนเข้ามาในดินแดน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร มีการทําถนนเข้ามาเพื่อลําเลียงอาวุธ ยุทโธปกรณ์ได้ในบริเวณใกล้ปราสาทตาควาย ถ้าพูดถึงปราสาทตาควายก่อนครับที่มีปัญหา อยู่ในขณะนี้ ข้อตกลงร่วมกันชัดเจนอยู่แล้วว่าประเทศไทยถอยห่าง ๕๐ เมตร กัมพูชา ถอยห่าง ๕๐ เมตร แต่ช่วงหลังนี้กลับกันครับ ประเทศกัมพูชาเริ่มมีการสร้างบังเกอร์เข้ามา ในบริเวณ ๕๐ เมตร เริ่มมีการขับเคลื่อนมวลชนเข้ามาซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ปกติ ล่วงล้ํา ข้อตกลงที่ได้วางเอาไว้ เหมือนกันเลยครับ กับการไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ในการที่เคลื่อนมวลชน และมีการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิศาสตร์ในบริเวณ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรมาโดยตลอด ถึงเวลาหรือยังครับที่วันนี้ประเทศ ไทยจะยึดข้อตกลงทวิภาคีสักที หลังจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นต้นมา เป็นรัฐบาลท่านพลเอก สุรยุทธ์ ก็ส่งจดหมายทักท้วงครับในสมัยพลเอก สุรยุทธ์ แล้วก็ ส่งจดหมายทักท้วงอีกครั้งในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายครั้งแล้วครับ แล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ใกล้จะแตกหักมากที่สุด เพราะประเทศกัมพูชากําลังจะขับเคลื่อนไปใน ทิศทางที่บอกว่าเจ้าเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ข้อตกลงทวิภาคีไม่ต้องคุยแล้ว เพราะกําลังจะคิดว่าให้ นานาชาติเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้ เอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ จะถูกยกเลิกโดยปริยายเลยครับ เมื่อนานาชาติเข้ามาเกี่ยวพัน แล้วนี่คือสิ่งที่ผมกังวลใจอยู่ในขณะนี้ เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นมหาอํานาจครับ เรามีกําลังทางการทหาร มีแสนยานุภาพที่สูงสุดในภูมิภาค โดยเฉพาะในขณะนี้เราก็มีครับ แต่แน่นอนครับ เมื่อมีกอง กําลัง ต่างชาติเข้ามาอยู่ตรงกลางอกระหว่างกัมพูชากับไทย อย่าบอกว่าเราได้เปรียบนะครับ อย่าบอกว่ากัมพูชาได้เปรียบนะครับ อย่าบอกว่าอย่างนั้นเลยครับ ผมว่าเสียเปรียบครับ เพราะไม่รู้จะสะสมอาวุธไปทําไม ไม่รู้จะซื้อเครื่องบินไอพ่นซื้อไปทําไม รถถังจะซื้อไปทําไม การสะสมแสนยานุภาพทําไปทําไมครับ เมื่อมีคนอื่นเข้ามาแทรกกลางระหว่างอกเราอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมพูดชัด ๆ ครับ ในสภาแห่งนี้ถึงเวลาบังคับตามเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ เพื่อจะ เป็นข้อตกลงทวิภาคี แล้วย้ําอีกครั้งว่า อย่าไปคิดเลยเถิดครับ จะไปเสียมราฐ ไปพระตะบอง หรือแม้กระทั่งบุกไปยังกรุงพนมเปญเลิกคิดเถอะครับ เราขอแค่ปฏิบัติการครับ เรื่องไหน ที่เราตกลงกับกัมพูชาไว้แล้วโดยสุภาพบุรุษ ตามข้อตกลง ๒ ฝ่าย คือเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ว่า เราจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ ให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนก่อนปี ๒๕๔๓ แล้วจะเริ่มทําการปักหมุดเขตแดน นี่ครับ บังคับครับ เริ่มทําครับ เพราะมิฉะนั้นสิ่งที่ตามมา ผมเชื่อมั่นว่าภายในเวลาไม่ถึง ๑ สัปดาห์ ท่านประธานอาเซียนคงต้องมาเยือนไทยแน่นอน วันนี้อาจจะไปประวิงเวลาได้ไม่นานหรอกครับ แต่ ๒-๓ วัน ๔ วัน ๕ วันนี่แหละครับ คือวันที่ เราจะต้องบังคับใช้เอ็มโอยูให้เขารู้ว่าเรายังยึดทวิภาคีอยู่ และประเทศไทยมีแสนยานุภาพ พอที่จะดําเนินการทางการทหารได้ แล้วข้อตกลงที่สําคัญอีกเรื่อง เรามีคนไทยอยู่ที่นั่นครับ เรามีคุณวีระ คุณราตรี เป็นอีก ๒ คนที่เป็นคนไทย แล้วก็ไปติดกับเกมส์การเมือง คุณวีระ คุณราตรี อาจจะเล่นการเมือง จนกระทั่งวันนี้เกมส์การเมืองก็พังทั้ง ๒ ท่านเอง แต่ต้องยอมรับและปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นคนไทยที่ตกอยู่ในสภาวะเกมส์การเมืองของ ประเทศกัมพูชาขณะนี้ แล้วต้องเอากลับมาครับ ข้อตกลงวันนี้เดินหน้าต่อไป ถ้าต้องรบ เพื่อรักษาอธิปไตย ถ้าต้องรบเพื่อรักษาเกียรติภูมิ ถ้าต้องรบเพื่อรักษาข้อตกลงระหว่าง ไทย-กัมพูชา ทําครับ เดินหน้าครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญดอกเตอร์รัชดาครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ก็เช่นกันกับเพื่อนสมาชิกแห่งนี้ละค่ะ ที่มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ จากการที่ได้รับฟังการอภิปรายมาตลอดเวลาหลายชั่วโมง พวกเราก็มี ความคิดเห็นที่ตรงกันว่าอยากจะให้รัฐบาลและทางฝ่ายทหารนั้นคลี่คลายปัญหาและอยากให้ ทุกอย่างจบลงด้วยสันติวิธีที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนและทรัพย์สิน รวมถึงชีวิตของพี่น้องทหารให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้สังเกตเห็น จากการอภิปรายมาว่า ก็ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องอยู่บางประการต่อเรื่องปัญหาเขตแดน ที่เกิดขึ้น บางท่านยังอภิปรายว่าทําไมจะต้องมีการปักปันเขตแดนกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชานี้ที่เป็นประเด็นหลัก ๆ ก็คือบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แล้วก็ขยายเพิ่มมาที่จุดของปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม แต่ไม่ว่าจะจุดไหนมันก็ คือสาเหตุมาจากความไม่ชัดเจนในเรื่องของเขตแดน ดิฉันอยากจะทําความเข้าใจกับสมาชิก รัฐสภา รวมถึงพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปว่าการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชานี้ได้ ปักปันเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๐๔ ค.ศ. ๑๙๐๗ การตกลงที่จะมาสํารวจและ จัดทําหลักเขตแดนในปัจจุบันที่ได้มีข้อตกลงในปี ๒๕๔๓ ที่เรียกกันว่า เอ็มโอยูปี ๔๓ นั้น ไม่ได้เป็นการปักปันเขตแดนใหม่ ขอย้ํานะคะว่าการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาได้ ทําเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่อนุสัญญาปี ค.ศ. ๑๙๐๔ และสนธิสัญญาปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ซึ่งประเทศสยามและฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองกัมพูชาอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นเราได้ตกลง กันว่าชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความยาว ๗๙๘ กิโลเมตร จะแบ่งกันด้วยสันปันน้ําในบางส่วน และในบางส่วนก็จะแบ่งกันด้วยลําคลอง บางส่วนก็จะเป็นการตกลงแบ่งกันด้วยลักษณะของ ภูมิประเทศ ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีลําคลองแบ่งกันอยู่มันก็คงไม่มีปัญหาค่ะ แต่ที่เราทะเลาะกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณปราสาทพระวิหาร ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย อยู่ในทุกวันนี้ ก็เพราะว่าพื้นที่ตามแนวเขตแดนตรงนั้นแบ่งกันโดยสันปันน้ํา สันปันน้ํามีหลายลักษณะค่ะ ถ้าเป็นในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร สันปันน้ําก็จะอยู่ชิดขอบหน้าผาตามที่พวกเราเข้าใจ ถ้าเป็นตรงนั้นเราก็ไม่ต้องกลัวอะไรหรอกค่ะในการที่จะชี้ให้นานาชาติเห็นว่าพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้นเป็นของประเทศไทย ก็เดินหน้าสํารวจหาสันปันน้ําโดยใช้เทคโนโลยี สมัยใหม่ เราจะต้องไปกลัวอะไรคะกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์แผนที่ ๑ ต่อ ๒๐๐๐๐๐ ซึ่งเป็นเพียงแค่เอกสารส่วนหนึ่งที่จะใช้ในการเจรจา แต่เราก็ได้ตกลงกับกัมพูชาแล้วว่าเราจะ มาสํารวจร่วมกันเพื่อหาสันปันน้ําแล้วจะได้แบ่งกันให้ชัดเจน ถ้าเป็นบริเวณรอบปราสาท พระวิหารก็เดินหน้าสํารวจ เราก็จะได้รู้ว่า ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนั้นมันเป็นของไทย ตามความคิดที่เราคิดว่าไปสํารวจใหม่ทําไม เพราะว่าสันปันน้ําอยู่ชิดขอบหน้าผา ดิฉัน ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะคะว่าบริเวณ ๑๙๕ กิโลเมตรที่ยังไม่มีการปักหลักเขต ย้ํานะคะว่าการปักปันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ร้อยกว่าปี แต่การปักปันอย่างละเอียดก็คือนําไปสู่ การปักหลักเขตซึ่งได้ปักหลักไปแล้ว ๗๓ หลัก แต่ในส่วนพื้นที่จากช่องสะงําไปยังช่องบก อุบลราชธานีนั้นเราปักปันแบ่งกันโดยสันปันน้ํา แต่เรายังไม่ได้ปักหลักเขต เพราะฉะนั้น ต้องสํารวจหาสันปันน้ํา ถ้าเป็นพื้นที่ที่อยู่ชิดขอบหน้าผาก็ไม่ยากหรอกค่ะที่จะบอกได้ว่าไทย อยู่ตรงไหน กัมพูชาอยู่ตรงไหน แต่สันปันน้ําอย่างที่เรียนไปแล้วว่ามันมีหลายลักษณะ ในลักษณะที่อยู่ใกล้ชิดกับขอบหน้าผา อย่างบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร มันก็ชัดเจน แต่ถ้าสันปันน้ําที่อยู่บนพื้นที่ราบ เราชี้ไม่เห็นอย่างชัดเจนหรอกค่ะว่ามันอยู่ตรงไหน อย่าง บริเวณที่ ๑๙๕ กิโลเมตรที่อยู่ตรงบริเวณที่ยังไม่มีการปักหลักเขตนั้นมันมีบางส่วนที่เป็นพื้นที่ ราบ เพราะฉะนั้นในการสํารวจจะคลี่คลายปัญหาตรงจุดที่ยังไม่มีการปักหลักเขตต้องสํารวจ ต้องแก้ไขปัญหาด้วยการนําชุดสํารวจทั้งไทยและกัมพูชาเดินไปสํารวจพื้นที่จริง รวมไปถึง พื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควายก็เช่นเดียวกันค่ะ เพ ราะว่าเราปักปันกัน โดยสันปันน้ํา พื้นที่ตรงนี้ได้มีการปักหลักเขตไปแล้วนะคะ แต่ว่าหลักเขตตรงนั้นมันมีการ เคลื่อนย้าย ฝ่ายไทยก็บอกว่าอยู่จุดหนึ่ง ฝ่ายกัมพูชาก็บอกว่าอยู่อีกจุดหนึ่ง มันก็เถียงกันไม่มี วันจบ ถ้าเราอยากจะจบปัญหานี้ด้วยสันติวิธี ทําไมเราไม่เดินหน้าให้กลไกการเจรจาสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนเดินหน้าต่อไป เราก็จะได้รู้กันว่าหลักเขตที่ถูกต้องนั้นอยู่ตรงไหน เราก็จะได้เล่นตามกฎเกณฑ์ กฎกติกานะคะ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของสมาชิกรัฐสภารวมถึง พี่น้องประชาชนบางส่วนที่มีความคิดว่าเมื่อประเทศเพื่อนบ้านเขามีพฤติกรรมแบบนี้เราจะ เจรจากับเขาอย่างไร ในการเจรจาไม่จําเป็นว่าจะต้องเร่งให้ได้คําตอบ จบให้มันเบ็ดเสร็จ ภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ เมื่อบรรยากาศทางการเมืองระหว่างประเทศพร้อมเราก็จะเจรจา ถ้ามันเจรจาไม่ได้ก็หยุดเจรจาแต่อย่าไปเร่งรัด ไปกดดันรัฐบาล ไปกดดันทหารว่าถ้าเจรจา ไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้กําลัง เพราะสุดท้ายแล้วการใช้กําลังคงไม่นําไปสู่ประโยชน์ใด ๆ นอกเสีย จากว่าการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนอกนั้นก็จะนําไปสู่ความเดือดร้อน ความสูญเสียชีวิตของกําลังทหารด้วยนะคะ ในส่วนของคณักรรมาธิการการต่างประเทศ ที่ดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ วันนี้เราก็ได้นําประเด็นนี้เป็นญัตติในการหาว่าในส่วนของ ฝ่ายนิติบัญญัติจะมีข้อเสนอแนะที่จะช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ดิฉัน อยากจะเรียนท่านประธานว่าอยากให้สภาของเรานั้นมีบทบาทในการสื่อสารให้ นานาประเทศเข้าใจว่าประเทศไทยมีความพร้อม มีศักยภาพทางการทหารแต่ประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่เคารพตามกฎกติกา เราไม่เคยคิดที่จะใช้กําลังทหารเพื่อไปรุกรานประเทศอื่น มันเป็นหน้าที่ของรัฐสภา เป็นหน้าที่ของ ส.ส. ที่จะทําให้ประเทศอื่นเข้าใจว่าเราไม่เคยคิด ที่จะไปรังแกใครแต่เราก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกเราเช่นเดียวกัน นอกจากจะสื่อสารให้รู้ว่าเรา ไม่คิดที่จะรังแกใครแต่เมื่อถึงคราวจําเป็นเราก็จะต้องตอบโต้ มันก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่สภา ก็ควรจะช่วยรัฐบาลนะคะ ก็คือทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนค่ะว่าการทหารอาจจะเป็น กลไกหนึ่งในการคลี่คลายปัญหา ณ ช่วงเวลานี้แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการจบลงด้วยการ เจรจาด้วยสันติวิธี จะทําอย่างไรให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนให้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่เป็นการบังคับหรือตีกรอบการทํางานของฝ่ายกลาโหมมาก จนเกินไป สิ่งที่ดีที่สุดก็เช่นเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็คือการเจรจา วันนี้ ความพยายามของรัฐบาลก็ชัดเจนค่ะว่าต้องการจะให้การเจรจาระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศกัมพูชานั้นเป็นไปอยู่ในระดับทวิภาคีก็คือประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเท่านั้น เพราะเราไม่เชื่อว่าประเทศอื่นจะมีความเข้าใจในปัญหาเรื่องของ ๒ ประเทศอย่างแท้จริง แต่ถ้าสมมุติว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่มีความจริงใจ เขาไม่มีความพร้อมที่จะเจรจาก็ไม่ได้ หมายความว่าเราจะต้องไปเปิดศึกสงครามกับเขา วันนี้ถ้าเขาไม่พร้อมคุยก็ยังไม่พร้อมคุย ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปคิดว่าการที่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้อาเซียนเข้ามามีบทบาทในการ เป็นตัวกลางในการเจรจาเป็นการถือว่าประเทศไทยเสียหน้า ดิฉันคิดว่าสภาของเรา ก็ควรจะต้องทําความเข้าใจกับประชาชนด้วยนะคะ ดังนั้นสุดท้ายสิ่งที่อยากจะให้ พวกเราช่วยกันแก้ไขปัญหาก็คือทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนค่ะว่าการเจรจานั้น เป็นคําตอบที่ดีที่สุด เพียงแต่ว่าจะเมื่อไรก็คงจะต้องดูบรรยากาศและสถานการณ์ ที่เหมาะสม ถ้าเจรจาทวิภาคีไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างในเร็ววันนี้ถ้าจะให้ อาเซียนเข้ามามีบทบาทในลักษณะของตัวกลางก็ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่าประเทศไทย ไม่ประสบความสําเร็จในการแก้ไขปัญหาตรงนี้นะคะ เพราะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ เราจะทํางานแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไรที่จะเป็นการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยและ ทําให้ประชาชนมีความเดือดร้อนน้อยที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับก่อนจะถึงผู้อภิปรายท่านต่อไป ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎรเรานี่นะครับ ซึ่งก็มีหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็อยากจะให้พวกเราเข้าไปมีบทบาทนอกจากที่จะอภิปราย แสดงความคิดเห็นกันในห้องประชุมนี้แล้วนะครับ ก็อยากเรียนว่าเราก็มีกลุ่มมิตรภาพสมาชิก รัฐสภาไทย-กัมพูชาอยู่นะครับ ซึ่งมีท่าน ส.ว. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านเป็นประธาน ส่วนรองประธานก็ท่านพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ แล้วก็ยังมีท่าน ส.ว. ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเป็นสมาชิกอีกรวมทั้งสิ้น ๕๗ ท่านก็ฝากไปถึงกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา ไทย-กัมพูชานะครับว่าท่านจะมีบทบาทท่าทีอย่างไรก็ขอความกรุณาช่วยกัน ในส่วนระดับ นานาชาติเราก็มีองค์กรที่เราเรียกว่าไอป้า (AIPA) อาเซียน อินเตอร์ พาร์เลียเมนทารี แอสเซมบลี (ASEAN Inter Parliamentary Assembly) แปลเป็นภาษาไทยก็สมัชชารัฐสภา อาเซียน ซึ่งตรงนี้ทราบว่าท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็จะนัดประชุมหารือในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นะครับก็คงจะมีเรื่องเหล่านี้เข้าไปพิจารณาด้วย แล้วจะช่วยกันหลาย ๆ ทางนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงนะครับ เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ คุณหมอบรรพต ต้นธีรวงศ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่งนะครับ ก็มีความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องการให้เกิดสันติภาพโดยใช้ สันติวิธีในการที่จะยุติปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรงและการบานปลายซึ่งอาจจะนําไปสู่ ในสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาของประเทศไทย ประเทศกัมพูชา หรือแม้แต่สังคมโลกนั่นก็คือการที่ จะเกิดภาวะสงคราม อย่างที่ท่านประธานผู้ทําหน้าที่ประธานและสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ ท่านได้กล่าวถึง ท่านสามารถ คือเรายังมีกลุ่มที่ยึดถือในแนวทางที่จะทําให้เกิดความสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมัชชารัฐสภาอาเซียนก็ดีหรือกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชาก็ดี ผมขอ กราบเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อประมาณ ๕-๖ เดือนที่แล้วนี่นะครับสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของเรานะครับก็ได้มีการรวมกลุ่มกันประมาณ ๑๖ หรือ ๑๗ ท่าน โดยมีท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องข้อตกลงเอ็มโอยูนี่ละครับเป็นประธานกลุ่ม คือท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ ครับ พวกเราก็ได้มีการรวมตัวพบปะกันนะครับ แล้วมีการประชุมกัน ๒ ครั้ง และหลักการของเรา แนวคิดของเราก็คือว่าเราจะพยายามที่จะ สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรไมตรีให้เกิดขึ้นในหมู่ของนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาผู้แทนราษฎร เรามีสมาชิก ๑๖ หรือ ๑๗ ท่านนี่นะครับ ผมก็ทําหน้าที่เป็นเลขานุการ ประชุมกันไป ๒ ถึง ๓ ครั้งก็ตั้งใจนะครับที่จะทําในสิ่งที่ดีและจะยังนํามาซึ่งความเข้าใจอันดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างวัฒนธรรมในการอภิปรายหรือในการที่จะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หรืออยู่นอกสภาผู้แทนราษฎร จากจุดนี้แหละครับผมก็ยังเชื่อว่ายังมีความหวังนะครับในการที่เราจะทําให้ข้อตกลงที่มีอยู่ ที่หลายท่านก็อภิปรายไปแล้วว่า ยังเป็นข้อตกลงที่ยังมีประโยชน์อยู่ก็คือ เอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ กระผมอาจจะไม่เห็นด้วยที่มีการเสนอว่าก่อนที่จะเจรจาเราควรจะต้องใช้กําลังอะไรเข้ามา ก่อน เผอิญผมก็พยายามจะสรุปให้สั้น เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็มาแล้ว ผมมีความเห็น อย่างนี้ว่า อันนั้นเขาใช้กับผู้ก่อการร้ายครับ การเจรจาผู้ก่อการร้ายมีคําถามว่าควรจะเจรจา กับผู้ก่อการร้ายไหม ท้ายที่สุดแล้วนักวิชาการทางด้านสันติวิธีก็มีข้อสรุปครับว่าก็ยังควรที่จะ เจรจา แต่ในบางครั้งการจะเริ่มต้นเจรจานี้คงจะต้องทําอะไรให้เขารู้สํานึกเสียก่อน แล้วถึงจะ มาเริ่มต้นเจรจากัน แต่ผมเชื่อนะครับว่าไม่ว่าประเทศไทยก็ดีหรือว่าประเทศกัมพูชาก็ดี ไม่ใช่ดําเนินการในลักษณะผู้ก่อการร้าย ดังนั้นในการที่จะใช้อะไรซึ่งให้ความได้เปรียบก่อน โดยใช้กําลังก็ดีหรือใช้อาวุธก็ดี ผมคิดว่าคงไม่ใช่แนวทางทางด้านสันติวิธีนะครับ อย่างไร ก็ตามหลายคนก็มีข้อกังวลใจว่าถ้าอย่างนั้นการเจรจาบนพื้นฐานข้อตกลงร่วมกันเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งนั้นดูเหมือนว่าจะไม่พึงประสงค์ หรือไม่ปรารถนาที่จะมาเจรจา กระผมเองก็ได้ฟังมาเยอะนะครับว่าเรามีจุดประสงค์อย่างหนึ่ง ก็คือว่าไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของการที่จะมีฝ่ายที่ ๓ หรือประเทศที่ ๓ เข้ามา เป็นคนกลางในการที่จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ กระผมมีข้อเสนออย่างนี้นะครับว่า มันก็ ไม่ต้องเชิงอย่างนั้นหรอกครับ ถ้าคิดว่าเราไม่อยากให้เรื่องนี้กระจายไปเป็นเรื่องของ นานาชาติหรือต่างชาติ ในเรื่องของการเจรจามันคล้าย ๆ กับว่ามีคนกลาง แต่เขาไม่ได้ทํา หน้าที่เป็นคนกลาง เขาทําหน้าที่เป็นลักษณะของการเป็นผู้ประสานงาน พูดง่าย ๆ ว่าภาษา ทางวิชาการเขาเรียกว่าเป็นแฟซิลิเตเตอร์ (Facilitator) ผมยังคิดว่าถ้าเรายังห่วงว่าทวิภาคี มันจะเกิดยาก เจรจากันเอง ที่ภาษาชาวบ้านพูดว่าเจรจากันเอง มันจะเกิดยาก ผมคิดว่าบางที เราต้องอาศัยผู้ประสานงานตรงนี้ แล้วไม่จําเป็นต้องมาจากประเทศไหนนะครับ ท่าน ประธานก็พูดแล้วนะครับว่าอาจจะเป็นตัวแทนของสมัชชารัฐสภาอาเซียน หรืออาจจะเป็น ใครก็ตามที่ได้รับการยอมรับกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายประเทศไทยและฝ่ายประเทศกัมพูชาว่า ให้เขาเป็นผู้ประสานงานในการที่จะทําให้เกิดการเจรจา และในระหว่างการเจรจาเขาก็ อยู่ด้วย เพราะเขาอาจจะให้ข้อคิดดี ๆ ในการที่จะทําให้เกิดข้อตกลงกันได้ เพราะว่าการที่เรา จะปฏิบัติตามเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ ผมก็เชื่อว่าในการปักหมุดเขตแดนอะไรต่าง ๆ ก็ดี ผมเชื่อ ว่าส่วนใหญ่ก็ตกลงกันได้ แต่ว่าอาจจะไม่ตลอดแนวชายแดนทั้งหมด นั่นละครับตรงที่ว่า ไม่ชัดเจนตกลงกันไม่ได้ ตรงนั้นละครับมีปัญหา ซึ่งอาจจะต้องอาศัยผู้ประสานงานเขาให้ ข้อคิด ข้อเห็นว่าควรจะทําอย่างไร ซึ่งก็มีทางออกทางเลือกหลาย ๆ ทาง ในหลาย ๆ ประเทศที่เขามี ชายแดนติดต่อกัน แล ้วก็มีเรื่องการที่จะตกลงกันไม่ได้ การตกลงกันไม่ได้ในเรื่องการแบ่งเขต ชายแดนที่ชัดเจนลงหลักปักหมุดนี่นะครับ เขาก็มีทางออกอย่างหนึ่งซึ่งผมก็ได้เคยเสนอใน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วนะครับ อย่างนั้นก็ค่อยใช้วิธีการให้เป็นเจ้าของร่วมกัน เขาเรียกว่าไบ เนชั่นแนล โซน (Bi-National Zone) ก็คือเป็นเจ้าของร่วมกันทั้ง ๒ ประเทศ แล้วก็ทําประโยชน์ร่วมกัน อย่างเช่นตรงนี้ปราสาทพระวิหารนี้ ถ้าเป็นไปได้ทําในลักษณะเช่นนี้ ผลประโยชน์จะตกกับประเทศไทยและประเทศกัมพูชาอย่างมหาศาล ผมก็เชื่อว่ายังมี ประเทศอื่น ๆ เขาสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือในการที่จะทําให้จุดนี้เป็นจุดท่องเที่ยว ที่สําคัญของโลกได้ทีเดียว อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่ากลไกที่จะทําให้เกิดการเจรจาบนพื้นฐาน ของเอ็มโอยูนี้ มันจะเกิดขึ้นยากถ้าเกิดว่าขาดซึ่งผู้ประสานงาน ซึ่งไม่จําเป็นต้องเป็นประเทศ ที่ ๓ หรือมีสังกัดประเทศใด หรือแม้แต่เป็นลักษณะของกลุ่มประเทศหรือนานาชาติก็ตาม ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลว่า ในสังคมของนักเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างชาติ ระหว่างประเทศ เขามีสมาคมของเขาอยู่ เขามี ประชาคมของเขาอยู่ครับและเป็นนักเจรจาที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งนั้นเลย เขาไม่ได้ทํางาน ในนามของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ทํางานในลักษณะองค์กรของเขาที่มีชื่อเสียงและ เป็นกลาง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้แล้วเขาก็ได้รับเชิญ ไปเป็นผู้อํานวยความสะดวกในการเจรจากัน และท้ายที่สุดแล้วเมื่อ ๒ ประเทศนั้น ไม่สามารถเจรจากันได้ เขาก็สามารถทําให้เจรจาตกลงกันได้ในที่สุด อย่างเช่น ในประเทศ อเมริกาใต้ เป็นต้น ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นปัญหาทางด้านเทคนิคอันหนึ่งซึ่งอาจจะ มองข้ามไปนะครับ กลไกที่จะทําให้เกิดการเจรจาบนพื้นฐานของความสมัครใจ นั่นหมายถึง ว่าประเทศคู่กรณีนั้นมีความสมัครใจที่จะเข้ามาสู่โต๊ะเจรจา มันจะเกิดขึ้นยากครับถ้าปล่อยให้ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันจําเป็นจะต้องมีผู้ประสานงาน เป็นผู้ชักชวนหรือจูงใจให้เข้ามาสู่ การเจรจากันบนพื้นฐานของความเสมอภาคและความสมัครใจนะครับ เขามีเทคนิควิธีการ ในการที่จะทํา ที่จะไปพูดในแต่ละฝ่ายว่ามันดีกว่าไหมที่จะไม่เจรจากันแทนที่จะมีการสู้รบกัน เขามีวิธีการนะครับ เขามีเทคนิค เขามีศิลปะในการพูด ซึ่งอันนี้ภาษาวิชาการเขาก็เรียกว่า บัดนาร์ ผมอาจจะลงลึกวิชาการมากไปเพราะว่าตัวเองก็ทํางานในลักษณะเช่นนี้ ในลักษณะ ของความขัดแย้งระหว่างบุคคลมามากพอสมควร แต่ว่าความขัดแย้งระหว่างใหญ่ ๆ โต ๆ ยังไม่เคยทํา แต่ผมคิดว่าหลักการก็คงไม่แตกต่างกัน ก็คงฝากเป็นข้อคิดสําหรับการที่จะทําให้ เกิดการเจรจาบนพื้นฐานของสันติวิธีและความเสมอภาค และความสมัครใจไว้ว่าควรจะมี ผู้ประสานงานหรือไม่ในการที่จะทําให้เกิดการเจรจา เพราะมิฉะนั้นแล้วมันคงจะเกิดยาก แล้วก็สันติภาพก็คงจะต้องชะลอไป ขอบพระคุณครับ
ก็หมด ผู้อภิปรายแล้วครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงจะขอรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกเพียงเล็กน้อย เท่านั้น เพราะทราบว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็คงจะได้ชี้แจงในหลาย ๆ เรื่องไปแล้ว และก็ต้องขอเรียนว่าที่ไม่ได้มาฟัง ในช่วงเช้าวันนี้เพราะว่าผมได้เดินทางไปพื้นที่ที่จังหวัดสุรินทร์ ไปเยี่ยมศูนย์อพยพพี่น้อง ประชาชน และก็ไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล รวมทั้งได้พบกับญาติของผู้เสียชีวิต ที่เป็นประชาชน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมอยากจะกราบเรียนเพียงสั้น ๆ ว่า จากการที่ผมเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนในฐานะ ที่เป็นผู้แทนของประชาชน เราคงเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ดีที่สุด ก็คือทุกคนก็ต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้น ต้องการใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุข พี่น้องที่อพยพอยู่ในขณะนี้ อยู่ในใจมากที่สุดก็คืออยากจะทราบว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน อันนี้คือสิ่งที่พวกเราคิดว่าเราจําเป็นจะต้องตระหนัก แล้วก็ต้องคิดต่อครับว่าไม่ใช่เรื่องของ การที่จะเพียงแต่กลับไปอยู่อาศัย อยู่บ้านตามปกติ แต่คนเหล่านี้คือคนที่จะต้องอยู่ในบริเวณ ชายแดนอยู่อีกนานแสนนาน และคงไม่ประสงค์ที่จะเห็นปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างเรา กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผมก็ยืนยันนะครับว่ารัฐบาลไม่มีความประสงค์ที่จะเห็นปัญหา เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต้องการที่จะเห็นการปะทะความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดโดยเฉพาะที่มากระทบกับพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนว่า การที่จะดําเนินการให้ปัญหายุติลงนั้นมันเป็นเรื่องซึ่งจะต้องมีการดําเนินการทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนของประเทศไทยนั้นไม่มีใครมี ความคิดหรือกระทําในลักษณะที่จะไปรุกรานประเทศกัมพูชา แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นจากการโจมตีมาจากฝั่งประเทศกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งผม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทุกคนและเพื่อนสมาชิกก็จะเห็นตรงกันว่าเมื่อทางประเทศกัมพูชา โจมตีเข้ามานั้นเราก็มีความจําเป็นในการที่จะต้องตอบโต้ กองทัพก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ของตนเอง ปฏิบัติภารกิจในการรักษาดินแดน รักษาอธิปไตย รักษาที่มั่น รักษาพื้นที่ที่เป็น ดินแดนของไทยเอาไว้ ซึ่งก็ได้ทําครับ และก็ทําโดยยึดหลักของกติกาของสากล และอยู่ ในระดับที่เราถือว่าสมควรแก่เหตุ คือมุ่งไปเฉพาะเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น แล้วก็ มีความพยายามในการที่จะยับยั้งนะครับ อย่างเมื่อวานนี้หรือเมื่อวันก่อนนี้ก็สามารถที่จะยึด อาวุธมาได้อย่างนี้เป็นต้น ผมกราบเรียนว่าสําหรับการเจรจานั้นอยู่ที่ทั้ง ๒ ฝ่าย ประเทศไทย ไม่เคยมีปัญหาในการที่จะพูดคุยเจรจา แต่การเจรจาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ความจริงในช่วงระยะเวลา ๒-๓ วันก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าการติดต่อระหว่าง ๒ ฝ่ายแทบจะ ไม่มีเลยนะครับ แต่ปรากฏว่าเมื่อค่ําวานทางฝ่ายประเทศกัมพูชาได้มีการติดต่อมา แล้วก็ ประสงค์ที่จะเห็นการพบปะกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง ๒ ประเทศ ผมก็นึกว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ว่าทางฝ่ายเราก็ตอบกลับไปว่าการพบปะกันนั้น ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ประเทศกัมพูชานั้นยังคงมีการยิงเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นก็ช่วง ประมาณก่อน ๑ ทุ่มครับ เราก็บอกว่าน่าจะดําเนินการให้เกิดความสงบแล้วก็จะได้จัดให้มี การพูดคุยกัน ตอนแรกก็เหมือนกับว่าตกลงครับ แต่ว่าหลังจากนั้นอีกไม่นานก็มีการโจมตี มีการยิงกันอีก ดึกเมื่อวานนี้แม้กระทั่งเช้าวันนี้ก็มีปะปรายนะครับในช่วงเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่างนี้เป็นต้น ผมกราบเรียนว่าอันนี้ก็เป็นอุปสรรคอยู่ แต่ขอยืนยันว่าปัญหาไม่ได้เกิดจาก ฝ่ายไทย แล้วฝ่ายไทยก็ยังยึดมั่นในจุดยืนที่ได้แสดงออกอย่างสม่ําเสมอ ไม่มีเปลี่ยนแปลงว่า เราต้องการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เราไม่รุกรานใคร แต่ใครมารุกรานเราไม่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่าข้อมูลข่าวสารของบ้านเราที่เราได้รับ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้น อีกฝั่งหนึ่งน้อยมากครับ ผมก็เข้าใจดีครับพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นทุกข์ โกรธ เวลาที่เห็น ความเสียหาย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นชีวิตของทหาร ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของพี่น้อง ประชาชน หรือต้องเห็นสภาพที่พี่น้องของเรานี่ต้องอพยพหลายหมื่นคนที่เพื่อนผู้แทนราษฎร ทุกคนได้แสดงความห่วงใย แต่ว่าวันนี้ผมไปพบปะกับพี่น้องประชาชนที่นั่นเขาก็เข้าใจครับว่า สภาพที่เป็นอยู่นี่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายเรา เราก็ไม่ต้องการเห็นสภาพแบบนี้ แต่เมื่อมี การโจมตีมาเราก็ต้องตอบโต้และเราก็ต้องมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน การอพยพจึงต้องเกิดขึ้นครับ อันนี้ก็กราบเรียนว่าเราก็พยายาม ทุกวิถีทางทุกคนพูดบอกว่าอยากให้จบเร็ว ทุกคนอยากให้จบเร็วทั้งนั้นละครับ แต่เราก็ต้อง รักษาอธิปไตยของเราและเราจบเร็วฝ่ายเดียวมันเป็นไปไม่ได้ เราไม่ลดละความพยายามครับ แล้วก็จะเดินหน้าในการที่จะเร่งคลี่คลายปัญหานี้ให้ดีที่สุด แต่อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ หลายคนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลายคนก็ไม่ทราบความสลับซับซ้อน ของการดําเนินนโยบายทางด้านการต่างประเทศ ผมเพียงแต่อยากจะเรียนเป็นข้อมูลและ เป็นข้อคิดสั้น ๆ ว่า
ประการแรก ผมยืนยันว่ากองทัพปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ผมยืนยันได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเราอาจจะรับทราบเฉพาะที่เกิดขึ้นกับฝ่ายเรา แต่ว่าความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับทางประเทศกัมพูชานี่ไม่น้อยกว่าหรอกครับ ถ้าเพียงแต่ผู้นําประเทศกัมพูชา จะให้ความสําคัญกับเรื่องนี้แล้วก็หยุดในเรื่องของความรุนแรงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับ ทั้ง ๒ ประเทศ และพี่น้องประชาชนของทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็ยืนยันในความเห็นที่ให้สัมภาษณ์ไป ในวันนี้ว่า ถ้าอยากจะพูดคุยเจรจากัน ง่ายที่สุดก็คือหยุดการยิง การโจมตีให้เห็น แล้วคุยกันครับ กรอบการดําเนินการที่จะพูดคุยกันมีอยู่แล้ว เราก็เพิ่งไปประชุมเจบีซีกันมาก่อนหน้านี้ไม่นาน แล้วก็ยังมีอีกหลายเวทีที่จะต้องพบปะกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้นําอาเซียนในสุด สัปดาห์หน้า ซึ่งผมก็จะต้องเดินทางไปที่กรุงจาการ์ต้า แต่ว่าให้มั่นใจครับ กองทัพเข้มแข็ง ทหารทุกคนกําลังใจดี แม้แต่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บน่ายกย่องอย่างยิ่ง ทุกคนที่ผม ไปเยี่ยมถ้าพูดได้พูดว่า สู้ พูดได้ก็คือพูดว่า เขาเข้มแข็ง เขาต้องการปฏิบัติหน้าที่เขา ให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะให้ กลับเข้าไปอยู่ที่ชุมชนเดิม หมู่บ้านเดิมของเขาได้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย
ประการที่ ๒ ข้อคิดที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า การแสดงความคิดเห็น นั้น ผมก็ได้เตือนเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้บริหารทุกท่านว่า ให้ระมัดระวัง ความจริงแล้วแทบจะไม่มี ประเทศไหนหรอกครับมาพูดถึงเรื่องของนโยบายการต่างประเทศ การเจรจา โดยเฉพาะ ในยามที่มีความขัดแย้ง ความตึงเครียด แล้วก็เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างหมด ยากครับที่จะทํา แล้วก็สําเร็จ สิ่งที่ผมอยากจะขอความร่วมมือก็คือว่าขอให้มีความไว้วางใจและมั่นใจ พวกผม ซึ่งอยู่ตรงนี้ ถ้าบริหารตัดสินใจอะไรไปแล้วเกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ ไม่มีทางอื่นครับ พวกเราเป็นนักการเมืองในวิถีทางนี้เราต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ขณะเดียวกันการที่จะไปตกลง อะไร พวกเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญก็บอกว่าถ้าไปตกลงอะไรถึงขั้นที่จะมี ผลกระทบต่อเขตแดนอธิปไตยนั้นต้องกลับมาที่เวทีแห่งนี้คือรัฐสภา และผมก็มั่นใจว่ารัฐสภา ไม่ว่าชุดไหนไม่มีทางเห็นชอบข้อตกลงใด ๆ ก็ตามที่จะเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าอยากจะเห็นทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง ให้กําลังใจกองทัพ ให้กําลังใจ พี่น้องประชาชน ยืนหยัดในอุดมการณ์ของชาติเรานะครับ ก็คือความรักสงบและความ เข้มแข็งในการที่จะปกป้องสิทธิของตนเอง ผมเองไม่สบายใจครับ เพราะว่าสังคมเราก็เป็น สังคมข่าวสารและหลายครั้งก็เป็นสังคมข่าวลือ มีการปล่อยข่าวบางทีว่ามีปัญหาเรื่องนั้น เรื่องนี้ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ มีปัญหาว่ากองทัพหรือรัฐบาลจะไม่ปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ไม่มีหรอกครับเรื่องเหล่านั้น ผมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พูดคุยกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวันละหลายครั้ง พูดคุยกับท่านนผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพทุกวัน วันละหลายครั้ง ขอให้มีความมั่นใจครับว่าเราจะปกป้องคุ้มครองพี่น้อง ประชาชน ปกป้องอธิปไตยของเราอย่างดีที่สุด บนพื้นฐานของการที่เราไม่มีความคิดที่จะไป ใช้กําลังกับใครใด ๆ ทั้งสิ้น และต้องการที่จะเป็นเพื่อนบ้านนที่ดีกับทุกประเทศที่อยู่ติดกับเรา ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความห่วงใย ขอขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิด ข้อแนะนําต่าง ๆ และผมก็ขอกราบเรียนว่าผมก็ตั้งใจที่จะให้เหตุการณ์นั้นคลี่คลายโดยเร็ว ที่สุดเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนในบริเวณชายแดน และเพื่อความสบายใจของพี่ น้องประชาชนคนไทยทุกคนครับ
ก็ถือว่าจบนะครับ เรื่องการแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการปะทะกันระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาในแนวชายแดน
ต่อไปผมขอเข้าระเบียบวาระที่ ๔.๒ เรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
การพิจารณาในวาระที่สองนี้ จะเป็นการพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ เรียงลําดับมาตรา และจะให้ท่านสมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่มี ผู้แปรญัตติ มีผู้สงวนคําแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการได้สงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ก็เว้นแต่ ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่นนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการมอบหมายท่านผุสดี ตามไท ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญท่านได้แถลงต่อที่ประชุมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญคนที่ ๑ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ให้ช่วยกราบเรียนท่านประธานสภารายงานเรื่องของ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติ บัญญัติ) วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และปีที่ ๔ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... จํานวน ๔ ฉบับดังนี้
๑. คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
๒. นายนายสถาพร มณีรัตน์ และคณะ เป็นผู้เสนอ
๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ และคณะ เป็นผู้เสนอ
๔. นายนคร มาฉิม และคณะ เป็นผู้เสนอ
และตั้งกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง จํานวน ๓๖ คน โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นประธานพิจารณา ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏตามรายงานที่นําเสนอ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้งหมด ๘ ครั้ง โดยมีคณะที่ปรึกษาจํานวน ๒๐ คน ซึ่ง รวมทั้งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนจากกลุ่มแรงงาน นักวิชาการ แพทย์ รวมไปถึง มีผู้ที่มาชี้แจงจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วและเสนอรายงานการพิจารณาพร้อมด้วยข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการมาเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารซึ่งเป็นตารางเปรียบเทียบร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาต่อไป ในการนี้ดิฉันขออนุญาตแก้ไขความในตารางเปรียบเทียบร่าง พระราชบัญญัติในหน้าที่ ๒ เผื่อเจ้าหน้าที่จะได้กรุณาแจก ไม่แน่ใจแจกหรือยังนะคะ
เจ้าหน้าที่ได้แจกตารางเปรียบเทียบหรือยังครับ ประธานอนุญาตให้แจกได้ครับ แจกให้ทั่วถึง เดี๋ยวท่านกรรมาธิการจะได้แก้ไขถ้อยคําในตารางดังกล่าว
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไว้เลย ขออนุญาตแก้ไขความในตารางเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติในหน้าที่ ๒ มาตรา ๓ (๓) โดยขอให้ตัดคําว่า หรือแพทย์ฝึกหัด ออก เพื่อให้มีข้อความตรงกันกับร่างพระราชบัญญัติที่ ได้เสนอรายงานมาก่อนหน้านี้ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภามาเพื่อได้โปรด พิจารณาให้สภาได้พิจารณาในวาระที่สองและที่สาม กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรานะครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ
ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
ท่านผู้สงวนความเห็นติดใจไหมครับ ไม่ติดใจแล้วมีท่านอื่นติดใจไหมครับ เพราะตรงนี้ มีการแก้ไข
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ แก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ เพิ่มบทนิยามในมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๘ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๘ เพิ่มมาตรา ๘/๑ และมาตรา ๘/๒ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตร ๘/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ไม่มีใครติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๘/๔ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๙ แก้ไขวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ แก้ไขมาตรา ๑๑ มีการแก้ไข
ไม่มีผู้ใดติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๑ แก้ไขมาตรา ๑๔ มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการ สงวนความเห็น
ท่านผู้สงวนความเห็นติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๒ แก้ไข (๒) ของมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ เพิ่มมาตรา ๒๔/๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๒๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ เพิ่มมาตรา ๒๗/๑ มีการแก้ไข
ท่านติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตร ๑๖ แก้ไขมาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๗ แก้ไขวรรคสองของมาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ แก้ไขมาตรา ๔๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ แก้ไขวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๔๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ แก้ไข วรรคหนึ่งของมาตรา ๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ แก้ไขมาตรา ๔๖ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๒ เพิ่มมาตรา ๔๖/๑ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๓ แก้ไขวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา ๔๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ แก้ไขวรรคหนึ่ของมาตรา ๔๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๕ แก้ไข มาตรา ๕๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๖ เพิ่มมาตรา ๕๔/๑ และมาตรา ๕๔/๒ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๒๗ แก้ไขมาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๘ แก้ไขวรรคหนึ่งของมาตรา ๕๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๙ แก้ไขมาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐ มีการแก้ไข
ท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๓๐ แก้ไขมาตรา ๖๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๑ แก้ไขมาตรา ๖๑ ทวิ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ เพิ่มมาตรา ๖๑/๒ มีการแก้ไข
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ติดใจ ผ่าน
มาตรา ๓๓ แก้ไขมาตรา ๖๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ แก้ไขมาตรา ๖๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ แก้ไขมาตรา ๗๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ แก้ไข (๒) ของมาตรา ๗๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๗ แก้ไขมาตรา ๗๓ ทวิ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๘ แก้ไขวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๕ ตรี ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๙ แก้ไขมาตรา ๗๗ จัตวา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ แก้ไขมาตรา ๗๘ คณะกรรมาธิการตัดออก
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดติดใจ เชิญต่อ
มาตรา ๔๑ แก้ไข มาตรา ๘๔ ทวิ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๒ แก้ไข มาตรา ๙๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ คณะกรรมาธิการตัดออก
ติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี เชิญต่อครับ
มาตรา ๔๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๖ ไม่มีการแก้ไข
ก็จบการพิจารณาเรียงลําดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุป อีกครั้งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ถ้อยคําหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็จบการพิจารณาในวาระที่สอง
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่สามหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ ที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมครับ จะถามมติว่าจะเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามหรือไม่ ก่อนจะถามมติ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่ประชุมคณะกรรมาธิการตามห้องประชุม คณะกรรมาธิการนะครับ ประธานได้ส่งสัญญาณไฟเตือนเรื่องการลงมติไปแล้วนะครับ พักการประชุม เชิญเข้าห้องประชุมใหญ่ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ เชิญเลยครับ
ขอเชิญสมาชิกเขาห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ เชิญกดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๑ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปจะขอให้ท่านสมาชิกได้ลงมตินะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติครับ ส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน
เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ
เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ มีข้อสังเกตนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตคุณผ่องศรี สักนิดหนึ่งครับ เมื่อมีข้อสังเกตก็จะต้องมีการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ก็ขอท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๕ ท่าน เห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๒๖๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน
เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ ก็เป็นอันจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สืบเนื่องจากขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ ซึ่งฝ่าย สภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันผลักดันแล้วก็สนับสนุน ได้ผ่าน การพิจารณาของวุฒิสภา ได้ส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร บรรจุในวาระเรื่องด่วนที่ ๕๒ เรียบร้อยแล้วนะคะ ดิฉันได้รับการประสานจากทุกฝ่ายทุกพรรค อยากจะให้ที่ประชุมวันนี้ ได้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๕๒ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการบริหาร จัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยของดเว้นข้อบังคับการ ประชุม เพื่อให้ผลการพิจารณาสามารถดําเนินการในวันนี้ ของดเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ และข้อ ๒๑ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ การงดเว้นข้อบังคับจะต้องมีเสียง ๒ ใน ๓ ขึ้นไปนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะต้องขอให้ท่านสมาชิกได้ลงมติด้วยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับข้อเสนอ ของคุณผ่องศรี ธาราภูมิ คือยกเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๖ และข้อ ๒๑ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วยครับ ในการเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๕๒ ขึ้นมาพิจารณานะครับ ขอความกรุณาท่านกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๘ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
เป็นอันว่าเกิน ๒ ใน ๓ นะครับ สรุปแล้วเป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบกับญัตติที่คุณผ่องศรี ธาราภูมิ เสนอขอยกเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ และข้อ ๒๑ นําเรื่องด่วนที่ ๕๒ ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระต่อไป ก็ขอขอบคุณครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาวาระเรื่องด่วนที่ ๕๒ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินที่สงวนหวงห้าม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ด้วยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ผมจะขออนุญาตขอเวลาดูเรื่องด่วน ๕.๒ ในแฟ้มก่อนนะครับ เพราะว่าไม่ได้เลื่อนขึ้นมา ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ๕.๒ นะครับ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินที่สงวนหวงห้าม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ วุฒิสภาได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย ส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบนะครับ เพราะฉะนั้นจึงส่งเรื่องมาให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา ถ้าเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ถือว่าได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา ถ้าหากว่าไม่เห็นชอบก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม นะครับ มีสมาชิกท่านใดหรือคณะรัฐมนตรีจะแสดงความคิดเห็นไหมครับ เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมและเพื่อนสมาชิกหลายท่านจะพูดได้อย่างเต็มปากว่า ทั้งสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ที่เกือบจะเห็นพ้องต้องกันแทบจะเป็นเอกฉันท์ในการส่ง ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินของรัฐมาพิจารณา โดยการนําของสภา ผู้แทนราษฎรโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นเสียงสะท้อนอันแท้จริงของพี่น้องประชาชน เพื่อต้องการ ให้รัฐได้มีการบริหารจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบอย่างมีเอกภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศชาติโดยส่วนร่วมและพี่น้องประชาชนที่ทํากิน อยู่อาศัยและครอบครองที่ดิน โดยสุจริตตั้งแต่ปู่ ยา ตา ยาย หรือบรรพบุรุษ ถึงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและ รับหลักการและเห็นพ้องต้องกันผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการสําคัญซึ่งจะเป็นเครื่องชี้วัดหรือกําหนดทิศทางในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ก็คือเรื่องการที่รัฐจะให้สิทธิธรรมดา ซึ่งในสภาพปัจจุบันมันก็มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สทก. ก็ถือว่า เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง ภ.บ.ท. หรือภาษีบํารุงท้องที่หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าภาษีดอกหญ้า ก็ถือว่าเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง แต่ก่อนรัฐเคยเรียกเก็บภาษีเป็นรายปีในที่ดินมือเปล่า แต่ต่อมา ภายหลังรัฐเห็นว่ายังคงเป็นที่ดินของรัฐอยู่ให้ราษฎรได้ครอบครองมีสิทธิแค่เพียงทํากิน จึงได้ ยกเลิกเพิกถอนการเรียกเก็บภาษี ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีการถกเถียงกันทั้งการเสนอ ร่าง ทั้งในชั้นคณะกรรมาธิการ และที่ประชุมใหญ่ ผมเองได้กราบเรียนกับท่านประธาน และกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ซึ่งหลายท่านได้ลงมติ เห็นชอบเกือบจะเป็นเอกฉันท์ก็คือ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ว่าถ้าเกิดว่าที่ดินของรัฐที่ราษฎร ได้ครอบครอง ได้ทํากินด้วยความสงบ เปิดเผย มีเจตนาเป็นเจ้าของและต่อเนื่องกันมาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ซึ่งภาพทั้งทางวิทยาศาสตร์ทางกายภาพและการทํากินที่แท้จริงสามารถที่จะพิสูจน์กันได้ ในหลักทางวิทยาศาสตร์ สภาผู้แทนราษฎรได้มีการถกเถียงกันในชั้นคณะกรรมาธิการบอกว่า ถ้าอย่างนั้นมอบสิทธิให้กับราษฎรได้ไหม ปรากฏว่าผมขอให้เป็นกรรมสิทธิ์ แต่ว่าในชั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาเรื่องนี้เสียงส่วนใหญ่บอกว่าให้เป็นสิทธิธรรมดา แต่ในสภาผู้แทนราษฎรซึ่ง ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล คํานึงถึงประโยชน์สุขของพี่น้องคนไทยที่ทํากินโดยสุจริตที่เขาควรจะได้รับจากภาครัฐ จึงแก้จากสิทธิธรรมดาให้เป็นกรรมสิทธิ์ หมายถึงว่าถ้าเกิดว่าคณะกรรมการในระดับจังหวัด หรือคณะกรรมการในระดับชาติพิจารณาตามข้อร้องเรียนของราษฎรที่ได้ครอบครอง ทํากินกันมา แล้วสมควรที่จะยกเลิกเพิกถอนที่ของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ควรที่จะ มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ให้กับราษฎร แต่ทางวุฒิสภาก็กลับมีมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง โดยมอง บอกว่าถ้าเกิดว่าให้เป็นกรรมสิทธิ์คล้าย ๆ กับโฉนดที่ดินซึ่งกรรมสิทธิ์จะมีอยู่ก็คือโฉนดที่ดิน โฉนดตราจองแล้วก็ตราจองที่ได้ตราว่าได้ทําประโยชน์แล้ว อันนั้นคือกรรมสิทธิ์ เป็นกรรมสิทธิ์ โดยเด็ดขาดที่ราษฎรเป็นเจ้าของโดยชอบ โดยได้รับกรรมสิทธิ์จากรัฐ ส่วนสิทธิที่พูดถึงสิทธิ ที่จะทํากินหรือว่าสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่า สิทธิในเอกสารสิทธิ ภบท. สทก. ส.ป.ก. สค.๑ หรือไม่มีอะไรเลยถือว่าเป็นสิทธิที่เขามีอยู่เดิมแล้ว เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสภา ได้พิจารณาแล้วไปแก้ไขหลักการสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่เห็นพ้องด้วย เป็นอย่างยิ่งกับการที่วุฒิสภาไปตัดสิทธิที่ประชาชนที่ได้ทํากินโดยสุจริตมาหลายชั่วอายุคน ออกไปเป็นสิทธิธรรมดา เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรได้สะท้อนเสียงอันแท้จริงของประชาชนว่าประชาชนต้องการให้รัฐ ได้บริหารจัดการเรื่องที่ดินอย่างเป็นระบบ อย่างเป็นธรรม รัฐก็ได้ประโยชน์ ประชาชน ก็ได้ประโยชน์ ทุกอย่างได้ประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นการที่วุฒิสภาไปแก้ไขสาระสําคัญ ในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ รวมไปถึงมาตราอื่นคือไม่ให้กรรมสิทธิ์ใด ๆ กับประชาชนเลย ผมจึงไม่เห็นพ้องด้วยเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ
คุณนิคม เชาว์กิตติโสภณ และเป็นคุณผ่องศรี ธาราภูมิ นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปางครับ ท่านประธานสภาครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติและ สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งร่างดังกล่าวให้วุฒิสภาได้พิจารณา แต่ภายหลังเมื่อวุฒิสภาพิจารณา แล้วได้ส่งร่างกลับมาให้กับสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้งดเว้นข้อบังคับ และนําขึ้นประชุมในวันนี้นั้น ผมมีความเห็นเช่นเดียวกับท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ที่วุฒิสภา ได้ไปแก้ไขสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ ซึ่งเป็น หัวใจในการแก้ปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตสงวนหวงห้ามของรัฐ ร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติยืนตามร่างของผู้เสนอโดยให้ประชาชนที่ได้ครอบครอง ที่ดินมาก่อนกําหนดเป็นเขตสงวนหวงห้ามของรัฐสามารถที่จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะ เห็นว่ารัฐได้ไปละเมิดสิทธิของประชาชนที่ได้อยู่อาศัยหรือทํามาหากินอยู่ในเขตดังกล่าว มาก่อนกําหนดเป็นเขตป่าสงวนหรือป่าอุทยานก็ตาม ผมได้มีการนําร่างดังกล่าวไปหารือกับพรรคพวกที่รู้จักกันที่ทํางานในป่าไม้ ทุกคน มีความเห็นตรงกันว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนกับรัฐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาที่ค้างคากันมาหลายสิบปีตั้งแต่ที่รัฐได้ประกาศกฎหมาย ป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ ทุกคนรอการแก้ปัญหานี้อยู่ ผมมีความเห็นว่าควรจะต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้แล้วนําเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง ผมขอมีความเห็นอย่างนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต ใช้เวลาไม่มากนะคะเพื่อจะอภิปรายให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจของท่านสมาชิกในการ ลงมติต่อกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวน หวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาแก้ไขนะคะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นที่ ทราบเจตนารมณ์ในการเสนอกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะตัวดิฉันเอง ได้ติดตามเรื่องนี้แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านรองฯ อภิวันท์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านก็ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ครั้งที่ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ก็เป็นผลสืบเนื่องให้มีการไปยก ร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งนะคะที่เป็นความหวังจะใช้ในการแก้ไขปัญหา เรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินทํากินของราษฎรที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน ในการออกแบบ กฎหมายก็จะมีคณะกรรมการไปดูแลบริหารจัดการเชิงนโยบาย แล้วก็ไปสํารวจตรวจสอบ ข้อมูล ตลอดจนมีคณะกรรมการระดับจังหวัด แล้วก็จะมีกระบวนการที่จะไปจําแนก ที่ดินออก แล้วก็พิจารณาเรื่องของกระบวนการพิสูจน์สิทธิแล้วก็พิจารณาให้สิทธิหรือว่า กรรมสิทธิ์แก่ประชาชน ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็มีทั้งหมด ๓๓ มาตรา เมื่อผ่านการเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรส่งไปที่วุฒิสภา ดิฉันได้มีโอกาสไปเป็นคณะกรรมาธิการในส่วนของ วุฒิสภาด้วย ก็กราบเรียนว่าวุฒิสภานั้นได้แก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด ๑๙ มาตรา ดิฉันกราบเรียน ด้วยความเคารพนะคะท่านวุฒิสภาก็กรุณามากได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ เรียกว่าสนับสนุน นะคะ ไม่ได้มีความขัดแย้ง หลายเรื่องท่านได้แก้ไขให้กฎหมายมีความรอบคอบแล้วก็มีความ ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ดิฉันกราบเรียนว่าแท้จริงแล้วด้วยบรรยากาศสถานการณ์ แบบนี้กฎหมายสําคัญแบบนี้ถ้าได้ผลักดันออกไปในช่วงเวลานี้น่าจะดีที่สุด เพราะว่าสัญญาณ การยุบสภาก็จะเกิดขึ้นอีกประมาณสัปดาห์หน้า ถ้าหากว่าออกกฎหมายไปก็จะเป็นการดี แต่เนื่องจากดิฉันเองได้พิจารณารอบคอบแล้ว แล้วก็พยายามอธิบายหลาย ๆ ท่าน ทุกฝ่าย ก็เห็นพ้องต้องกันนะคะว่า ถ้าเราเร่งรัดออกกฎหมายไปแม้จะได้กฎหมายตามที่หวัง แต่ถ้าหากเครื่องมือที่เราออกแบบไปนั้นมันผิดฝาผิดตัว ไม่สามารถไปทํางานได้ กฎหมาย ก็จะกลายเป็นเพียงกระดาษที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ดิฉันจึงให้ ข้อสังเกตนะคะว่าดิฉันไม่ติดใจในมาตราอื่น ๆ ที่วุฒิสภาแก้ไขนะคะ แล้วก็บางประเด็น ท่านนคร มาฉิม ได้อภิปรายไปแล้ว ขออนุญาตเอ่ยนาม ดิฉันติดใจเพียงมาตราเดียวค่ะ มาตรา ๕ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ออกแบบให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินสงวน หวงห้ามของรัฐ ที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งอนาคตก็ใครมาเป็นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธาน ซึ่งเป็นฝ่ายนโยบายค่ะ พรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมีนโยบายชัดเจนว่าจะแก้ไข ปัญหาของเรื่องของที่ดินทํากิน โดยมีโยบายออกมาหลายรูปแบบที่เห็นเป็นรูปธรรม อาทิเช่น นโยบายเรื่องของโฉนดชุมชนที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินแล้วก็การรักษาที่ดิน อย่างยั่งยืน ตลอดจนได้จัดทําเรื่องของธนาคารที่ดินที่จะดูแลปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ํา ในเรื่องของการถือครองที่ดิน รวมทั้งยังได้มีแนวนโยบายที่จะทําเรื่องของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตลอดจนได้เตรียมการเรื่องของการยกร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังนั้นกลไกการทํางานต่าง ๆ ในเชิงนโยบายได้ออกแบบแล้วก็ขับเคลื่อน ขณะนี้หน่วยงานที่ ดิฉันได้เอ่ยนามทั้งหลายทั้งปวงก็อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งการทํางานในระดับนโยบายนี้ จะต้องไปเชื่อมโยงกัน แล้วก็เป็นงานบูรณาการ คณะกรรมการระดับชาติไม่ใช่คณะกรรมการ ฝ่ายปฏิบัติ เป็นคณะกรรมการที่จะผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นการออกแบบให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเป็น กรรมการภาคราชการ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีข้อมูลงานวิจัยหรือว่ามีประสบการณ์ด้านการ บริหารจัดการที่ดินก็เป็นองค์ประกอบที่ดี ส่วนของเลขานุการนี้สําคัญที่สุด ก็คือ งานจะเดินได้กองเลขานุการนี้จะต้องงานประสานงานอย่างรอบด้าน แล้วก็บูรณาการ กฎหมาย ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปได้ออกแบบให้สํานักนายกรัฐมนตรีเป็นกองเลขานุการ ดิฉันคิดว่า เครื่องมือนี้จะทําให้การขับเคลื่อนเชิงนโยบายแล้วก็ประสานงานมีประสิทธิภาพ แต่ว่า ด้วยข้อคิดเห็นที่แตกต่างก็ด้วยความเคารพท่านสมาชิกวุฒิสภานะคะ ท่านก็ไปแก้ไข ให้ฝ่ายเลขานุการนั้นย้ายไปอยู่ที่สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ดูเหมือนว่า กระทรวงมหาดไทยก็จะมีมือไม้อยู่ทั่วประเทศ แต่ดิฉันกราบเรียนว่าปัญหาที่ดินเป็นปัญหา ซับซ้อน กระทรวงมหาดไทยแม้ว่าจะดูแลกรมที่ดิน แต่เป็นหน่วยงานที่จะเป็นอยู่ปลายทาง ก็คือเป็นหน่วยงานที่จะไม่ได้ดูเรื่องกระบวนการที่มีปัญหา แต่จะเป็นหน่วยงานที่พร้อมจะ ออกโฉนด เพราะดิฉันก็ทราบดีเวลาที่พี่น้องประชาชนไปยื่นขอออกโฉนด เขาก็จะรับคําร้อง ไว้ แต่ก็จะหมายเหตุว่าออกไม่ได้เพราะอะไร เช่น ออกไม่ได้เพราะว่าติดอยู่ว่าอยู่ในเขตพื้นที่ เขตหวงห้ามของทางราชการ หรือว่าติดอยู่ในเรื่องอะไร ดังนั้นกรมที่ดินเขาไม่มีหน้าที่ ไปประสานงานในเรื่องปัญหากระบวนการโดยตรง ดิฉันจึงคิดว่ากลไกนี้ถ้าจะให้มี ประสิทธิภาพ กองเลขานุการควรจะอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นแม้ว่าดิฉันอยากจะให้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาในเวลานี้เพียงใดก็ตาม แต่ดิฉันก็ยินยอมนะคะว่าวันนี้ถ้าหากจะให้ เกิดประสิทธิภาพ กฎหมายออกไปแล้วถ้าหากไปเป็นกลไกแบบเดิม เรามีกฎหมายเยอะ นะคะเรื่องกฎหมายที่ดิน แต่ทํางานไม่ได้เลย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ เมื่อสภาเราตัดสินใจจะมีเครื่องมือใหม่ก็คงจะต้องยึดว่าทําอย่างไรให้ออกกฎหมายแล้วทํางาน ได้ ดิฉันจึงเห็นว่าวันนี้ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การพิจารณารอบคอบ รวมทั้งยังมีประเด็นอื่นด้วย เช่น การไปแก้ไขกรรมการระดับจังหวัด โดยตัดที่เป็นตัวแทนของประชาชนที่อยู่ในองค์ประกอบ ออกไป เดิมทีเราออกแบบไปว่าพอเป็นกลไกระดับจังหวัดในมาตรา ๑๑ ตัวแทนในระดับ จังหวัดจะต้องมีตัวแทนของส่วนราชการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็ตัวแทนองค์กรภาคประชาชนแล้ว ก็อยากให้มีตัวแทนของเจ้าของหรือผู้ถือครองที่ดินเป็นกรรมการอยู่ด้วย ประเด็นนี้หลายคน อาจจะบอกว่าทําไมให้เจ้าของที่ดินไปเป็นกรรมการ แต่ดิฉันก็กราบเรียนว่าคําว่า เจ้าของ เพราะว่าบางทีบางชุมชน ชาวบ้านเขาอยู่มาก่อนเป็นชุมชน ก่อนที่จะมีกฤษฎีกาประกาศ เขตหวงห้าม ดังนั้นคําว่า ตัวแทน นี้ ก็คือเป็นตัวแทนพื้นที่ หรือว่าผู้ที่ถือครองที่ดินเป็นคนที่ รู้ปัญหานี้ ตรงนี้ดิฉันก็พอรับได้ แต่ว่าน่าจะมีการพิจารณาให้รอบคอบ ถ้าไปตัดแล้วมันจะ มีผลกระทบมากน้อยเพียงใด รวมถึงระยะเวลาในการพิจารณาความเป็นชุมชน ซึ่งตอนที่ กฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ก็จะมีเรื่องของว่ากําหนดว่าต้องเป็นชุมชนอย่างน้อย ๑๐ ปี แต่ท่านวุฒิสภาก็เป็นห่วง ก็แก้เป็น ๒๐ ปี ประเด็นนี้ดิฉันอยากจะให้พวกเราสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสไปอธิบายกับท่านสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้งหนึ่ง จึงเห็นว่าขอให้ วันนี้ เสนอนะคะว่าให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม โดยใช้เวลาอาจจะไม่นานนัก ฝ่ายละ ๑๑ คน ตามข้อบังคับ แล้วสมาชิกหลายท่านก็ถามว่าถ้าเราตั้งกรรมาธิการร่วมแล้ว เกิดท่านนายกรัฐมนตรี ยุบสภาไปก่อนกฎหมายฉบับนี้จะเป็นอย่างไร จะต้องไปนับหนึ่งหรือไม่ หรือว่าจะแท้งไป ดิฉันคงไม่ปรารถนาอย่างนั้นนะคะ เพราะว่ากฎหมายจะเดินทางมาถึงปลายทางแล้ว ดิฉัน ก็กราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญตลอดจนข้อบังคับของสภาเราได้กําหนดชัดเจนนะคะว่ากรณี ถ้าหากว่าการพิจารณาของกฎหมายนี้ค้างอยู่ในชั้นวาระใด แม้จะมีการยุบสภา มีการเลือกตั้ง กลับเข้ามาใหม่ ถ้าหากว่าเรายังพิจารณาไม่จบ แต่ถ้าเราจบได้สัปดาห์หน้าอาจจะใช้เวลา ไม่มาก ไปคุยกับวุฒิสภาสักวันเดียว แล้วเห็นพ้องต้องกันแล้วเรากลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร สัปดาห์หน้า วันพุธหน้าหากมีการประชุมเราก็สามารถผลักดันได้เลย แต่ถ้าหากไม่ได้จริง ๆ หลังเลือกตั้งก็สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาต่อได้ภายใน ๖๐ วันโดยไม่ต้องเสียเวลาก็คือ อยู่ในชั้นกรรมาธิการร่วมต่อไป เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนไปยังเพื่อนสมาชิกจะได้มีความ สบายใจว่าวันนี้ถ้าให้ออกกฎหมายดี มีประสิทธิภาพ ทํางานได้ และพิจารณาอย่างรอบคอบ ก็ขอให้ลงมติเห็นชอบกับการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพค่ะ
ยังมี ผู้ที่ยกมือค้างไว้ ๖ ท่านนะครับ ท่านแรกคือคุณไพจิต ศรีวรขาน คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณอํานวย คลังผา คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย คุณเรวัต สิรินุกุล นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม และก็ยังมียกมืออีก รวมแล้วเป็น ๑๐ ท่านแล้วนะครับ ผมขออย่างนี้ก็แล้วกันครับ เนื่องจาก พระราชบัญญัติฉบับนี้รายละเอียดไม่มากก็ขอท่านละสัก ๗ นาทีนะครับ เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการ ที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไข ผมมีความเห็นว่าสภาได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมแรกเข้ามาเป็นเวลา ๓ ปีครึ่งครับ ท่านประธาน ตั้งแต่มีญัตติในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในสภานี้ก่อนที่จะปิดผ่านประธานอยู่ หลายท่าน และที่สุดก็มีคณะกรรมาธิการยกร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่สภาเพื่อที่จะใช้ที่ดินหวง ห้ามที่รัฐบาลไม่ได้ใช้ ประชาชนครอบครองที่เป็นปัญหาคู่สภานี้มานาน เพื่อออกเป็น กฎหมายเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาสภาในช่วงสมัยของปีที่ ๒ คุณสุวโรช พะลัง นี่แหละเป็นเจ้าตํารับ เจ้านําเสนออะไร สุดท้ายเป็นคณะกรรมาธิการประชุมไม่รู้กี่รอบ ต่อกี่รอบ ผมเป็นรองประธานวิปฝ่ายค้าน ผมติดตามเรื่องนี้เพราะผมเห็นว่ามันมีปัญหา แล้วท้ายสุดครับท่านประธาน รัฐบาลก็ดีเลย์ (Delay) บอกว่าเอาไว้ก่อน ขอให้รัฐบาลรับไป พิจารณาหาช่องทางที่จะออกกฎหมาย รับไปอีกนะครับ แล้วก็กลับเข้ามาสภา คราวนี้ พลิกเป็นกฎหมายจัดการที่ดิน ไม่ใช่เรื่องการจะไปออกเอกสารให้สิทธิกับ ประชาชนแล้ว ปรับมาเป็นว่าจะให้มีคณะกรรมการตามนี้ ผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ด้วย ผมได้แสดงความตั้งใจว่าอย่างไรจะออกกฎหมายมา ขอให้ได้มีผลต่อการแก้ปัญหาประชาชนเถอะครับ แล้วเป็นเรื่องที่มีความจําเป็น และจริงจัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการเมื่อครั้งที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสภาคือ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนโยบายในช่วงท้าย ๆ ของรัฐบาลที่เข้ามาก็ได้ให้ความเห็น ทํากฎหมายออกมา ท่านประธานครับ ผมก็ทักท้วงว่านายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขนี่โดยรวมเท่าที่มีเวลาจํากัดคือ เสนอเมื่อสักครู่ ชั่วโมงที่ผ่านมาแล้วก็เลื่อนขึ้นมาพิจารณา กราบเรียนว่าแก้ไขในเรื่องของ คณะกรรมการ เขาแก้ถูกนะครับวุฒิสภานี่ เขาบอกว่าจากรองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้เป็นรองประธาน จากรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้เป็นรองประธาน วุฒิสภาเขาแก้ไข ขีดออก บอกว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีที่ไป เป็นกรรมการมอบใครก็ให้เป็นรองประธาน ก็ถูกแล้ว ไม่จําเป็นต้องไปเขียนตามนี้ก็ไม่ได้เสีย สาระอะไร จัดตั้งรัฐมนตรีประจําที่จะไปอยู่ในนี้ก็สามารถทําได้ ท่านประธานครับ แล้วก็เพิ่ม ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เพิ่มปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัดปลัดกระทรวงมหาดไทยออก มันเป็นเรื่องความสมบูรณ์ที่เขาเติมเต็มในทัศนะของวุฒิสภา ซึ่งต้องกราบเรียนว่าวุฒิสภาเขาทําด้วยความรอบคอบ มีผู้ชํานาญการหลายส่วน นี่ก็ไม่ได้เป็นข้อด้อยอะไรเลย สิ่งที่ผมจะสะท้อนให้เห็นว่า ๒-๓ หลักที่เห็นเขาแก้ไขในเวลา ที่จํากัด เรื่องของปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นแม่งาน เป็นฝ่ายเลขานุการ เขายกไปให้ กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจัดที่ดิน ก็ที่ดินทั้งหมดไปอยู่ในส่วนของภูมิภาค ท่านประธานไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ คนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ดูจริง ๆ ก็คือกระทรวงมหาดไทย และกํากับดูเรื่องที่ดิน ถ้าท่านไม่เชื่อกระทรวงมหาดไทย ก็แปลว่าเป็นกระทรวงที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข คนจะมีสุขเมื่อมีที่ดิน คนจะมีทุกข์เมื่อไม่มีที่ดิน ผมก็ยังเชื่อว่าแม้จะมีปัญหาขณะนี้ แต่ว่าโดยนัยแล้วมันน่าจะถูกที่ถูกทางมากกว่าเอามาไว้ที่ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีกระทรวงมหาดไทยเขาทําเป็นหน่วยงานหลักอยู่แล้ว คุมกรมที่ดิน ดูที่สาธารณะ ป่าสงวนอะไรในภูมิภาคมันไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็ยังเห็นว่า มาตรา ๑๔ ที่เขาแก้มันพอไปได้ คลําไปถูกที่ถูกทาง แล้วที่บอกว่าในมาตรา ๑๘ บอกว่าต้องมีการเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชนเดิม ในสภาบอกว่า ๑๐ ปี ก็พวกเราผู้แทน เราอยากให้ประชาชนได้ครอบครองอยู่แล้ว อย่าไปถึง ๒๐ ปี แต่วุฒิสภาแก้ ๒๐ ปีให้มากขึ้น ๑๐ ปี ผมว่า ๒๐ ปีที่เขาครอบครองเยอะแยะ ที่ไม่ได้อะไรเลยอยู่เปล่า ๆ นะครับ เหมือนนก นอนอยู่บนต้นไม้ แต่ว่าถ้าเป็น ๒๐ ปีแล้วเขาได้สิทธิ ผมยังถือว่าเป็นความก้าวหน้า เป็นการดูแลในเรื่องที่ดินให้กับประชาชน จะเห็นต่างนะครับจากที่ฝ่ายรัฐบาลขึ้นมาบอกว่า มันอยากได้กรรมสิทธิ์มันให้แค่สิทธิ ผมถามนักกฎหมายแล้วว่าลองอธิบายหน่อยสิว่ามันได้ อะไรไหมให้กับประชาชน จากไม่ได้อะไรคือศูนย์นะครับ แต่มาได้สิทธิที่จะไปประกัน ผู้ต้องหา ไปกู้ ไปยืม ไปทําอะไรเป็นสิทธิของเขาโดยไม่ต้องผิดกฎหมาย วันนี้จับเมื่อไร ก็พี่น้องผมเสียหายหมด ถูกจับ ไปไถนา ไปทําสวนยาง วันดีคืนดีก็ต้องไปโรงพักละครับ มันเป็นข้อกําหนดตามกฎหมาย แต่ว่าถ้ามี พ.ร.บ. นี้ออกไปจัดการเสีย เมื่อครอบครอง ครบ ๒๐ ปีให้สิทธิเขา นี่ก็คือความสุขมหาศาลกลับมาแล้ว ผมยังเห็นว่าที่แก้อยู่ ๒-๓ อย่าง มันอาจจะผิดแผกแตกต่างของสภาผู้แทนราษฎรไปบ้าง ถ้าเทียบเคียงกับหลายฉบับ ที่วุฒิสภาแก้ไขแล้วก็มาขอให้เห็นชอบตามวุฒิสภา ผมก็ยังคิดว่าฉบับนี้ยังมีเนื้อหาสาระที่เป็น ประโยชน์ ที่เป็นความหวังของประชาชน ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ดีกว่าทั้งสมัยเราทํากัน ๓ ปีครึ่ง แล้วไม่ได้อะไร ประชุมไม่รู้กี่เท่าไร ไปไล่ดูนะครับ คณะกรรมาธิการแต่ละชุด แต่ละท่านที่นั่ง อยู่นี่ ล้วนมีปัญหาประชาชนต้องการ พ.ร.บ. นี้ออกมา ผมคิดว่าเพราะถึงเวลาจะออกจริง ๆ แล้วจะไปรีรออยู่ทําไม อย่าไปยับยั้งเลย ตั้งกรรมาธิการร่วมกันคราวนี้ยังไม่ได้ประชุมกันเลย เพราะวุฒิสภายังไม่ได้ประชุม อาทิตย์หน้าวุฒิสภาก็ไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไม่ได้มี คณะกรรมาธิการ เพียงแต่ยับยั้งเขาไว้ วันนี้ถ้าเราเห็นชอบ กฎหมายก็ไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แสดงความจริงใจของสภา ของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่เราได้พูดอะไรกับประชาชนแล้ว ควรจะทําตามแนวนั้น เผอิญว่าขอให้ยังยั้งไว้ก่อนโดยไม่ เห็นชอบตามวุฒิสภา แล้วบอกว่าสภาหน้าค่อยมาพิจารณากันอีกรอบ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าถ้าสมัยหน้าเป็นอีกอย่าง ไม่ออกเลยนะครับ ไม่ยืนยัน โดยสภาครั้งหน้า มีตก ตกเลย วันนี้ต้องแสดงความจริงใจสิว่าระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านมีความเห็นว่าควรออกไป ได้ ๕๐ สตางค์ยังดีกว่าได้ศูนย์บาท วันนี้เราไปให้เขา เถอะครับ แล้วค่อยไปลูบไปคลํากัน มันมีช่องทางในการที่จะให้เกิดประโยชน์ เอกสารสิทธิ พิชิตความยากจน มันสร้างศักดิ์ศรีในการทํามาหากินของพี่น้องคนยากคนจน ป้องกันไม่ให้ เขาต้องไปถูกจับกุมคุมขัง ผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ประชุม แล้วก็แล้วไป ท้ายสุดไม่มีอะไร เหล่านี้ที่เป็นสาระที่ควรที่จะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข แล้วก็ ๓ วัน ๗ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็ออกมาใช้ วันต่อไปถ้าหากว่า กระทรวงมหาดไทยไม่เป็นเรื่องเป็นราว หรืออะไรทั้งหลายค่อยมาแก้กัน แต่วันนี้ต้องให้ความเชื่อถือตามนัยที่วุฒิสภาเขาได้ดําเนินการมา ซึ่งแต่ละเรื่อง ๆ ผมต้องชื่นชมวุฒิสภาเขานะครับ แม้ว่าความซึมซับต่อปัญหาประชาชนอาจจะน้อยกว่าสภา ผู้แทนราษฎร แต่ว่าสิทธิในการที่จะพบช่องทางที่มันเหมาะ มันควรที่จะได้สิ่งเหล่านี้ เมื่อแก้มาในช่วงเวลาเพียงเท่านี้ ผมเห็นว่าไม่มีอย่างอื่นหรอกครับ ถ้ามีเจตจํานงที่ต้องการ แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินนี้จริง ๆ นะครับ ไม่ใช่พูดไปก็พูดแล้ว ๆ ทําอะไรก็ทําไปอีกอย่าง ผมถามหานะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการอยู่หลายรอบ ของท่านสุวโรช พะลัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านต้องแสดงความจริงใจต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ต่อประชาชนนะครับ เวลาจะออกจริง ๆ ก็คือวันนี้ละครับ ถ้าเห็นชอบวันนี้ ๕ วัน ๗ วันก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็มีคณะกรรมการต่าง ๆ นายก อบจ. นายกเทศบาล นายก อบต. จะเป็นกรรมการด้วย มากน้อยเป็นรายละเอียดครับท่านประธาน ก็มีคณะกรรมการแล้ว จะมีผู้มีเจ้าของที่ดิน มาเป็นกรรมการร่วมด้วยไหม ผมเชื่อว่ามันมีช่องทางในการที่จะรังสรรค์ความงดงามให้กับ ประชาชนคนยากคนจน ขอเถอะครับท่านประธาน ผมยังเห็นว่าเห็นควรที่จะเห็นชอบ ตามกรรมาธิการของวุฒิสภาที่ได้แก้ไข ขอบพระคุณครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายแพทย์สุกิจ ประท้วงหรือเปล่าครับ เชิญครับ เดี๋ยวขอนายแพทย์สุกิจประท้วงก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงแกมขอร้องท่านประธานครับ เพราะว่าเราพิจารณากฎหมาย ตอนนี้มันไม่ใช่การ พิจารณาแบบยามปกตินะครับ ยังมีกฎหมายที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วอีกหลายฉบับ ที่รอการพิจารณาอยู่ ดังนั้นผมว่าในเมื่อปรากฏชัดแล้วว่ามีทั้งฝ่ายเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ผมว่า ท่านประธานควรจะให้โหวตเลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลาฉบับอื่น ยังมีกฎหมาย อย่างเช่น เงินทดแทน กฎหมายการยาง กฎหมายแพทย์แผนไทย เรายังรออีกเยอะทีเดียว ผมกลัวว่า ถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวองค์ประชุมจะไม่ครบ โดยเฉพาะพรุ่งนี้ครับ ผมหวั่นเกรงเหลือเกินว่าเราจะ ไม่ได้พิจารณากันนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานท่านโหวตเถอะครับ
คงไม่ได้ประท้วงนะครับ เป็นข้อหารือ ก็ต้องเรียนคุณสุกิจอย่างนี้ครับ ประธานไม่มีอํานาจ ที่จะไปจํากัดสิทธิของสมาชิกนะครับ แต่ประธานก็พยายามอํานวยการประชุมให้ได้มี ประสิทธิภาพสูงที่สุด ท่านจะสังเกตนะครับ ผมเริ่มสตาร์ท (Start) ก็กําหนดให้ใช้เวลาในการ อภิปรายไม่เกินท่านละ ๗ นาที แต่ผมจะมีลิมิต (Limit) ของผมนะครับ ท่านใดที่อภิปราย เกินไป ๓ นาที ผมจะเริ่มเตือนเป็นครั้งแรก ก็จะเตือนอย่างนี้ทุกครั้ง ก็ต้องขอความกรุณา สมาชิกทุกท่านใช้เวลาอย่างจํากัดนะครับ แล้วเราจะได้ลงมติกัน เชิญ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในเรื่องของที่ดิน ของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทุกท่านเลยครับ ที่ได้ร่วมเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าไป แน่นอนครับการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของรัฐดําเนินการ มาตลอดครับ โดยรัฐเองซึ่งมอบหมายให้ผู้ดูแลที่สําคัญก็คือกระทรวงมหาดไทย วันนี้ กฎหมายของสภาของเราผ่านไปถึงวุฒิสภา ท่านก็มีมติเรื่องคณะกรรมการตามมาตรา ๕ ว่า ณ วันนี้ประธานใหญ่ของการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรี ลงมารับตําแหน่งประธานเอง ทีนี้ในเรื่องของฝ่ายเลขานุการเลยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่ จะทํางานเรื่องนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรเราก็มองว่าน่าจะให้สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็น ผู้ที่จะบูรณาการทุกอย่าง แต่ทางวุฒิสภาก็มองว่าน่าจะมอบหมายให้ฝ่ายมหาดไทย ท่านประธานครับ ก็เป็นห่วงว่าถ้าเกิดกรณีเป็นฝ่ายมหาดไทยเราก็เชื่อว่าทําได้ครับ แต่ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็คือมหาดไทยเป็นผู้ทํา มันไม่ก้าวหน้าเท่าไร ณ วันนี้ผมเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปรารถนาที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เลยตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา โดยมอบให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นเลขานุการ ก็คิดว่าน่าจะให้ปลัดสํานัก นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ทําหน้าที่ทางด้านเลขานุการ มาตราที่ผมคิดว่ามีส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือ มาตรา ๑๑ ก็คือคณะกรรมการบริหาร จัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐประจําจังหวัดครับ เดิมผมคิดว่ากรรมการ โดยตําแหน่งของจังหวัดก็คือ นายอําเภอที่อยู่ในแต่ละจังหวัดว่าควรจะเป็นนายอําเภอ ทุกอําเภอที่มีที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ แต่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาก็กําหนดไป เพียงแค่ ๒ คน วันนี้วุฒิสภาก็ตัดทิ้งออก ก็ถือว่านายอําเภอที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย แต่ส่วนที่มันจะทําให้คณะกรรมการทางภาครัฐมีจํานวนมากก็คือเพิ่มคณะกรรมการ โดยตําแหน่ง โดยเพิ่มหัวหน้าส่วนราชการที่มีที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐในจังหวัด คณะกรรมการมีอยู่ ๒ ส่วนครับ ก็คือ คณะกรรมการโดยตําแหน่ง ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือภาครัฐ อีกส่วนหนึ่งก็คือภาคประชาชน ตั้งแต่ผู้แทนผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้บริหารเทศบาล หรือผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนตําบล หรือ อบต. นี่คือภาคประชาชน แล้วก็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นภาคประชาชน ส่วนหนึ่ง เป็นสองส่วน วันนี้ทางภาครัฐทางวุฒิสภาก็เพิ่มทางภาครัฐมากขึ้น แน่นอนครับ พอทางภาครัฐมากขึ้นการที่จะไปเอาที่ดินของที่ดินทางภาครัฐจะยิ่งยากขึ้น พี่น้องประชาชน ของผมก็กลายเป็นปัญหาไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ผมเชื่อว่ายิ่งเพิ่มจํานวนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือกรรมการภาครัฐเข้าไปมากเท่าไร การแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนก็จะยิ่งลดลง ตรงส่วนโดยเฉพาะ (๓) ผู้บริหาร เดิมมีผู้บริหารตัวแทนจาก อบจ. ๑ ท่าน จากเทศบาล ๑ ท่าน แล้วก็ อบต. ๑ ท่าน ตอนนี้วุฒิสภาแก้ไขว่าให้เลือกกันเองจํานวน ๓ คน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างว่าในจังหวัดหนึ่งจะมี อบจ. ๑ ท่านที่เป็นนายก จะมี เทศบาลอยู่ประมาณ ๑๐ ถึง ๒๐ แห่ง จะมีองค์การบริหารส่วนตําบลเป็นร้อยครับ แน่นอน ถ้าเกิดกรณีสมาชิกองค์การบริการบริหารส่วนตําบลหรือนายกองค์การบริหารส่วนตําบล มีการล็อบบี้ (Lobby) ก็สามารถที่จะกําหนดตัวแทนผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนายก อบต. ทั้งหมดก็ได้ ทําให้การมองภาพรวมของคณะกรรมการชุดนี้อาจจะเป็น เฉพาะส่วน เฉพาะจุด ไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ผมเชื่อว่าถ้าเกิดกลับมาเป็นร่างของ สภาผู้แทนราษฎรจะมีควบคุมมากครับ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็จะดูแลทั้งจังหวัด หรือที่ดินสงวนหวงห้ามอยู่ในเขตเทศบาล นายกเทศมนตรีก็สามารถที่จะเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนในเขตนั้นได้ มาตราต่อไปก็คือ มาตรา ๑๙ ผมเชื่อว่าทางวุฒิสภาก็คงมี แนวคิดในเรื่องของสภาพชุมชนที่เดิมของ ส.ส. หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกําหนดไว้ เป็นชุมชนมากกว่า๑๐ ปี แต่ว่าวุฒิสภาก็มาแก้เป็น ๒๐ ปี ตรงนี้อาจจะมีเหตุที่จะต้องมี การพูดคุยหรือหาข้อสรุปว่าอย่างไหนมันจะดีกว่า อย่างไหนมันจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนมากกว่า และโดยเฉพาะมาตรา ๒๐ ที่ท่านเปลี่ยนเรื่องการให้กรรมสิทธิ์ เปลี่ยนมา เป็น ให้เพียงแค่สิทธิกับเจ้าของที่ดินที่อยู่พื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ มันอาจจะมี ความแตกต่าง คําว่า กรรมสิทธิ์ และคําว่า สิทธิ ผมก็เลยคิดว่ากฎหมายแม้เราจะเร่งรีบที่จะ ออกไปเพื่อพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเกิดกลายเป็นสะดุดหรือไม่สามารถคืบหน้าไปก็จะ กลายเป็นผลเสียกับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าถ้าเกิดครั้งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม แล้วก็ให้ คณะกรรมาธิการร่วมได้ไปดําเนินการให้รวดเร็ว ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็น ประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนจะได้แก้ปัญหากับพี่น้องประชาชนตรงจุด แล้วก็ รวดเร็วตามเจตนารมณ์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
คุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขหลายมาตราด้วยกัน เท่าที่ผมดูแล้วทั้งหมด ๒๘ มาตรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๕ ซึ่งวุฒิสภาได้ตัดสํานัก นายกรัฐมนตรีออก เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนนี้ผมไม่เห็นด้วย ซึ่งเดิมผมก็เป็น เจ้าของร่างในส่วนนี้นะครับว่า ที่วุฒิสภาตัดสํานักนายกรัฐมนตรีไป เป็นปลัดกระทรวง มหาดไทย เป็นความล่าช้า ผมจึงไม่เห็นด้วยในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นหากวุฒิสภามาตัดอย่างนี้ มันจะเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของผู้ครอบครองที่ดิน เป็นความล่าช้า และส่วน มาตรา ๑๑ (๔) และจัดในเรื่องของผู้แทนเจ้าของที่ดิน ผู้ถือครอบครองที่ดินเดิมนั้นนะครับ ท่านประธาน เราได้ใส่ให้ผู้ถือครองที่ดิน เป็นคณะกรรมการในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ที่ทางวุฒิสภาตัดในมาตรา ๑๑ (๔) ดังนั้นมาตรานี้ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหากสภาร่วมกันตั้งเป็นคณะกรรมาธิการร่วมก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้อง ประชาชนในส่วนนี้ และมาตรา ๒๐ ครับท่านประธาน ซึ่งวุฒิสภาได้ตัดในเรื่องของโครงการ หรือแผนงานออกไปอีกเหมือนกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ตัดโครงการไป มันก็จะขาดรูปแบบ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวในเรื่องมาตรา ๒๐ และในเรื่องของ (๑) ก็เช่นกัน ที่ดินที่สมควร เพิกถอนการสงวนหวงห้าม คือให้แค่สิทธิ ซึ่งเดิมเราให้กรรมสิทธิ์ที่ดินกับพี่น้องประชาชน แต่ในขณะนี้เหลือเพียงสิทธิ เท่านั้น ดังนั้นจึงจําเป็นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการที่ จะต้องมาพิจารณาให้กรรมสิทธิ์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับนะครับว่าพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศที่ครอบครองที่ดิน เขามีความต้องการที่จะได้เป็นกรรมสิทธิ์ที่จะใช้ ที่ดินนั้นมาเพื่อไปกู้ธนาคารหรือภาคเอกชนก็ดี ดอกเบี้ยมันก็จะถูก ซึ่งในขณะนี้ที่ดินเขาไม่มี กรรมสิทธิ์เขาจะไปกู้เงินก็ไม่ได้ต้องไปกู้เงินจากนายทุนดอกเบี้ยแพง ดังนั้นผมจึงเห็นว่า เป็นการไม่ควรที่จะตัดในเรื่องของกรรมสิทธิ์เป็นสิทธิ เหตุผลที่ผมจะเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วม คิดว่าจะได้มีการถกเถียง มีการเสนอแนะความคิดเห็นต่าง ๆ ที่วุฒิสภา ได้เสนอมานั้น เพราะฉะนั้นต้องให้กรรมสิทธิ์กับพี่น้องประชาชนครับ และมาตรา ๒๑ ที่ผม ได้ดูแล้วว่าที่วุฒิสภาเขาแก้ไขโดยตัดคณะรัฐมนตรีออก เงื่อนไขในการจัดที่ดินที่ คณะกรรมการซึ่งร่างเดิมนั้นเราได้มีกําหนดให้มีคณะกรรมการระดับสํานักนายกรัฐมนตรี และ ครม. และจังหวัด และอําเภอ ซึ่งเป็นลักษณะเป็นคณะกรรมการหรือคณะรัฐมนตรีเป็น ผู้เสนอ จังหวัดเสนอไปพื้นที่สมควรยกเลิกให้กับเกษตรกรครอบครองมา ๑๐ ปี ๕ ปี ๓ ปี หาก ๓ ปีเราก็จะให้เป็นลักษณะของโฉนดชุมชนไป หากเกิน ๑๐ ปีก็จะให้กรรมสิทธิ์กับ เกษตรกรที่ครอบครองที่ดินนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน จังหวัดลพบุรีมีที่ดินทั้งหมดทั้ง ๒ ป่าด้วยกัน ป่าชัยบาดาล พื้นที่ตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีเกษตรกรครอบครองมาตั้ง ๔๐-๕๐ ปีแล้ว มีการจัดตั้งนิคมสหกรณ์ แต่เขาก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิแต่อย่างใด เหลืออีกส่วนหนึ่งพื้นที่ป่าวังเพลิง-ม่วงค่อม พื้นที่ทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ไม่มีเอกสารสิทธิเช่นกัน ดังนั้น ที่เราเห็นว่าหากให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ดําเนินการ หรือจังหวัดเสนอไปให้ ครม. อนุมัติยกเลิกเขตดังกล่าวมันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรรอคอยพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้มานานแสนนาน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ทั้งสภา ได้ช่วยกันพิจารณาพระราชบัญญัติดังกล่าวมีการเห็นชอบทั้งสภาโดยไม่มีฝ่ายค้านเลย อันนี้ ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับภาคเกษตร
สุดท้ายท่านประธานครับ ในเรื่องของการกําหนดมาตรฐานการจัดที่ดิน ตามกฎหมายอื่น ๆ นี้ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ตามที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขถึง ๒๑ มาตรา แต่ผมเน้นอยู่ ๓-๔ มาตรานั้น อยากจะให้สภาได้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา แก้ไขบางสิ่งบางอย่างตามที่ผมได้กําหนดและอภิปรายเบื้องต้นมานั้น คิดว่าจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนที่รอคอยในเรื่องของเอกสารสิทธิ และอีกเรื่องท่านประธาน ในขณะนี้จังหวัดลพบุรียังไม่มีการแก้ไขในเรื่องของเขตทหาร เมื่อเช้าผมก็ได้หารือใ นสภาผู้แทนราษฎรว่าจังหวัดลพบุรีนี้มีเขตทหารจํานวนมาก พระราชกฤษฎีกาปี ๒๔๗๙ ซึ่งมีพื้นที่หลายแสนไร่ เกษตรกรทํากินอยู่ บางแห่งพระราชกฤษฎีกาไปครอบที่ชาวบ้าน หลายจุด้วยกัน ก็มีการแก้ไข หากพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ผ่านสภาก็จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ขอบคุณครับ
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากใช้เวลาของสภานี้ให้มากนัก เพราะว่าเรา มีเวลาอันจํากัด ในความเห็นของผมนะครับ ทั้ง ๒๘ มาตราที่วุฒิสภาแก้ไขนั้น ส่วนใหญ่ ผมเห็นด้วยเกือบทั้งหมด แต่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ว่ากฎหมายนั้นเราก็จะสามารถแก้ไข ปัญหาได้ แก้ไขได้ในโอกาสต่อไป ผมดูตามสถานการณ์นี้แล้วถ้าหากว่าจะมีการยุบสภาใน สัปดาห์หน้า ในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ ผมก็อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ราษฎร รอคอยมานาน เป็นการปลดทุกข์ให้กับราษฎร ก็ควรจะให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป ไม่ควรจะ ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อให้มากความยืดยาวไป และอีกอย่างหนึ่งเราก็เห็นว่าวุฒิสมาชิกนั้น ก็ประกอบด้วยผู้คุณวุฒิในหลักราชการ และมีประสบการณ์คร่ําหวอดอันยาวนาน การแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ส่วนใหญ่ที่ผมอ่านดูคร่าว ๆ ผมก็เห็นชอบด้วย ทีนี้ยกตัวอย่างเพียง มาตราเดียวท่านประธาน ในมาตรา ๕ นี้เรามีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ เพราะฉะนั้นที่ตัดรองนายกรัฐมนตรีออกที่เป็นรองประธานกรรมการนั้น ผมก็เห็นด้วย แล้วรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ก็เห็นชอบ ก็จะดีมากกว่านะครับ มีประเด็นที่บอกว่าให้ปลัดกระทรวงพัฒนาการสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เพิ่มเติมเข้ามาก็เห็นด้วยครับ และอีกอย่างหนึ่งที่บอกว่า ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและตัดปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกนั้นเป็นกรรมการ แต่ให้มาเป็นกรรมการและเลขานุการ อันนี้ก็เห็นชอบด้วย ไม่ควรจะ ให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้นเป็นคนที่อยู่กับประชาชน เป็นคนที่อยู่กับชาวบ้าน เห็นปัญหาเข้าใจปัญหา รู้ปัญหา เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งหลาย ของกระทรวงมหาดไทยทั้งประเทศนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าใจดี ผมคิดว่า ถ้าให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ก็จะสมบูรณ์ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นผมเห็นว่าวุฒิสภาแก้ไขนั้นถูกต้องแล้ว สมควรแล้ว ควรจะให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านไปครับ
ขอบคุณครับ รวบรัดดี คุณเรวัต สิรินุกุล
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในการแก้ไขของวุฒิสมาชิก หรือวุฒิสภานะครับ ในกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ ซึ่งแม้ว่าจะมี หลายมาตราก็จริงนะครับ แต่กระผมได้ดูแล้ว ในมาตราที่สําคัญ ๆ ผมเข้าใจว่าวุฒิสภาได้รู้ แล้วก็คงเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้มีอายุใช้แค่ ๑๐ ปีครับท่านประธาน ๑๐ ปีเท่านั้นเองครับ ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีการแก้ไขให้รวดเร็ว แล้วก็เป็นไปอย่างที่เราได้อภิปรายกันมา กระผมเชื่อว่า โอกาสที่จะใช้กฎหมายนี้ให้กับพี่น้องประชาชนนั้นยาก เพราะอะไรครับ ความจริงกฎหมาย เริ่มแรกเราใช้ชื่อว่า การยกเลิกที่ดินที่สงวนหวงห้ามที่ได้ใช้ประโยชน์ของรัฐ เสร็จแล้วก็เอา มาแก้เป็นบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้าม บริหารนะท่านประธาน ทุกอย่างต้องบริหาร ด้วยรัฐทั้งหมด เพราะฉะนั้นในโอกาสที่จะเอาไปใช้มันยาก ผมเป็นคณะกรรมาธิการอยู่ด้วย ผมฟังท่านกรรมาธิการทั้งหลายแล้วผมก็หนักใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกฤษฎีกา คือคล้าย ๆ กับไม่อยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกไปใช้ เมื่อเป็นอย่างนี้การแก้ไขของวุฒิสภา จริง ๆ แล้ว มันก็ไม่มากอะไร การที่พูดกันมากคือในมาตรา ๕ ความจริงนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธาน อยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีก็สั่งได้ทุกอย่างอยู่แล้ว จะไปอยู่ตรงไหน สํานักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ สํานักนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีปัญหา ความจริงถ้าอยู่ในกระทรวงมหาดไทยยิ่งดีใหญ่ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีทั่วทั้งประเทศ สามารถที่จะสั่งการได้ ดีกว่าปลัดสํานัก นายกรัฐมนตรีด้วยซ้ําไป ตรงนี้ครับท่านประธาน เป็นสิ่งที่กระผมอยากเห็นกฎหมายนี้ ออกไปใช้ อย่างว่าท่านไพจิตได้พูดไปแล้ว มีสัก ๕๐ สตางค์ เหลือสัก ๕๐ สตางค์ ก็ยังดีกว่า ดีกว่าไม่เหลือเลย อย่างนี้เป็นต้น รอคอยมานานแล้วพี่น้องประชาชน และผมเองก็ไม่แน่ใจ ผมไม่แน่ใจว่าออกไปแล้วจะใช้ได้อย่างเต็มที่ แล้วก็จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ผมไม่แน่ใจจริง ๆ เพราะอะไรครับท่านประธาน ขนาดจะแก้ไขแต่ละอย่าง ๆ ด้วยความ ยากลําบาก ไม่มีข้อบังคับให้คณะกรรมการดําเนินการให้เสร็จภายในเท่านี้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงหนักใจ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะเอาไปแก้ไขอีก ล่าช้าไปอีก ผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้ เพราะที่วุฒิสภาแก้ไขมานี้ผมเข้าใจว่าคงจะทําให้เร็วขึ้น คงจะทํา ให้เร็วขึ้น ให้ดีกว่าที่จะไม่ได้ออกไปเลย เพราะฉะนั้นเมื่ออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยครับว่าที่วุฒิสภาแก้ไขมานี้ใช้ได้แล้ว ใช้ได้แล้วอย่างไรมันก็ดีกว่าเก่า คือแก้ไข มาแล้วดีกว่าเก่า ดีกว่าที่เราปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ แล้วก็ไปอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งสํานักนายกรัฐมนตรีจริง ๆ แล้ว ผมกราบเรียนท่านตรงไปตรงมาเลย จริง ๆ เขาก็ไม่อยาก ให้ออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าจะทําได้ทัน ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า อยู่ในกระทรวงมหาดไทยกระผมคิดว่าจะเร็วขึ้น ผมเห็นด้วยครับท่านประธานครับ
ขอบคุณที่รวบรัดครับ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมี ความเห็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ที่ดินสงวนหวงห้าม เนื่องจากว่า ผมเห็นดูแล้วทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขทั้งสิ้น ๑๙ มาตรา สิ่งที่ผมกังวลใจคือมีความห่วงใย ของเพื่อนสมาชิกหลายคนที่คิดว่า ในเมื่อวุฒิสภามีการแก้ไขอาจจะตัดสิทธิพี่น้องประชาชน ไปส่วนหนึ่ง แต่ผมก็เกรงว่ากฎหมายอันนี้กับถ้าผ่านไปตามที่วุฒิสภาเสนอ แทนที่สิทธิ ที่ประชาชนจะได้รับอย่างเต็มที่ กลับกลายเป็นว่าการตัดสิทธิบางส่วน เมื่อตัดสิทธิบางส่วน ก็จะสร้างปัญหาตามมา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า กฎหมายมันเสนอออกมายาก มันแก้ไขยาก ถ้าเรารีบออกกฎหมายขณะนี้ไป แต่กฎหมายนี้มีจุดโหว่อยู่ แทนที่จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กลับสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง และ การที่จะนําเข้ามาเสนอในการแก้ไขก็ค่อนข้างจะมีปัญหา ผมก็เลยมีความเห็นว่าอยากให้ พวกเราใจเย็นนิดหนึ่งครับ กฎหมายฉบับนี้เรารอมา ๓ ปีกว่า ถ้าช้าอีกสัก ๒ เดือน ๓ เดือนน่าจะทําให้ทุกอย่างเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากกว่านี้ ผมมีประเด็นที่ชี้ให้ประธานเห็นว่าถ้าผ่านออก ไปแล้ว ยังสร้างปัญหาให้กับประชาชน อย่างเช่น มาตรา ๑๙ ซึ่งในมาตรา ๑๙ ได้มีการพูดถึง ลักษณะของที่ดินจะมาดําเนินการจัดให้เป็นประโยชน์ที่ทํากินหรือที่อยู่อาศัยกับพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะมาตรา ๑๙ (๒) ในร่างเดิมของ ส.ส. กําหนดไว้ว่าจะต้องอยู่อาศัยหรือ ทํากินต่อเนื่องมา ๑๐ ปี ประธานนึกดูนะครับว่าถ้าอยู่อาศัยทํากินต่อเนื่องมา ๑๐ ปี โอเค ก่อนหน้านั้นก็ให้ได้หมด แต่วุฒิสภาแก้ไขจาก ๑๐ ปีมาเป็น ๒๐ ปี มันก็จะลดจํานวนของ ประชากรหรือประชาชนที่จะได้รับสิทธิตามนี้ครับ คําถามถามว่าคนที่อยู่ประมาณ ๑๕ ปี ๑๘ ปี ๑๗ ปี ๑๐ ปี ถึง ๒๐ ปีก็มีปัญหาหมด และผมก็เชื่อว่าถ้าเรายอมแก้ไขตามวุฒิสภา และเสนอออกไป ลําพังแค่ ๑๐ ปี ๒๐ ปี เป็นปัญหากับประชาชนแน่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม พี่น้องประชาชนที่อยู่เกิน ๑๐ ปี ถึง ๑๙ ปีเศษ ๆ เกือบ ๒๐ ปี กลุ่มนี้ก็ยังเป็นปัญหา ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ อย่างน้อยเราไปต่อรองกับทางวุฒิสภาเพื่อปรับ มาให้ได้สัก ๑๐ ปี เราจะได้ครอบคลุมกลุ่มพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีปัญหาและ รัฐประกาศให้เป็นที่ดินสงวนหวงห้าม และผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่
ประเด็นถัดมาที่ชี้ให้เห็นว่าถ้าเรารีบผ่านร่างตัวนี้ แทนที่จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน อาจเข้าไม่ถึงสิทธิของประชาชนเลยครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๒๒ ปกติแล้ว ในมาตรา ๒๒ เป็นเรื่องของการพิสูจน์สิทธิเพื่อให้กรรมสิทธิ์แก่บุคคลใดให้เป็นไปตาม ข้อเท็จจริง การครอบครองหรือทําประโยชน์ต่อเนื่อง ถ้าพูดตามนี้มันเป็นความจริงครับ บอกว่าเราจะพิสูจน์สิทธิพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามนี้ให้ดูตามข้อเท็จจริงและดูตามสภาพ การครอบครองและการทําประโยชน์ต่อเนื่อง ฟังดูแล้วมันจับต้องได้ มันคือความจริง แต่บังเอิญวุฒิสภาไปแก้ไขบอกว่า การพิสูจน์สิทธิเพื่อให้กรรมสิทธิ์แก่บุคคลใดให้เป็นไปตาม ประมวลกฎหมายที่ดินและตามสภาพข้อเท็จจริงของการครอบครอง ก็เท่ากับว่าเอากฎหมาย ที่ดินมาบังคับประชาชน คําถามถามว่าขณะนี้ประชาชนกลุ่มนี้เขาทําผิดกฎหมายอยู่แล้วครับ และบอกว่าจะพิสูจน์สิทธิให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็เท่ากับเอากฎหมายมาจาก ประชาชนก็จบเลยครับ เท่ากับว่าสิทธิประโยชน์ของประชาชนแทบจะไม่ได้ประโยชน์ อะไรเลย ถ้ายังเอาประมวลกฎหมายที่ดินมาเป็นตัวพิสูจน์สิทธิของพี่น้องประชาชน ดังนั้น ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดูแก้ไขไม่เยอะ แต่เท่ากับ สิทธิของประชาชนแทนที่จะได้รับการดูแลมากขึ้น กลับกลายเป็นว่ายากขึ้น และอย่างน้อย ประโยคคําว่า การให้สิทธิกับการให้กรรมสิทธิ์ ผมว่ามันก็มีประเด็นที่ขัดแย้งกันเหมือนกัน โดยสาระของกฎหมายเท่าที่ผมอ่านดูคร่าว ๆ แล้ว ถ้ามันเป็นไปตามที่คณะกรรมการได้ กําหนดมาแล้ว เขาให้กรรมสิทธิ์ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนด เขาให้อํานาจ คณะรัฐมนตรีในการให้สิทธิ ผมย้ําตรงนี้นะครับ ถ้าสิ่งที่เป็นไปตามที่กรรมการดําเนินการมา เขาให้กรรมสิทธิ์ประชาชน แต่ถ้ายังมีจุดโหว่อยู่ เสนอ ครม. ได้ แต่ ครม. จะเป็นคนให้แค่ สิทธิเฉย ๆ และกฎหมายจึงเขียนไว้ชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้จะให้เป็นกรรมสิทธิ์ไม่ได้ แต่บังเอิญ วุฒิสภามาแก้ไขเหมือนกันหมดเลยว่าให้เพียงแค่สิทธิเฉย ๆ ผมก็คิดว่ามันยังเป็นมุมที่จะต้อง มีการถกเถียงกันอยู่ ยังคิดว่ายังมีความจําเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อประโยชน์ ต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รวบรัดดีครับ คุณประเกียรติ นาสิมมา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขณะนี้เรากําลัง พิจารณาพระราชบัญญัติการบริหารจัดการหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ชื่อของพระราชบัญญัติ คือการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ที่ดินที่หวงห้ามของรัฐ ทีนี้เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้แก้ไข ตามที่คณะกรรมาธการได้แก้ไขได้พิจารณาแล้วผ่านไปยังวุฒิสภา วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม เข้ามาหลายมาตราทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัตินี้เป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่พี่น้อง อย่าว่าแต่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา แม้กระทั่งส่วนราชการบางส่วนในเขตท้องที่ บางท้องที่ยังอยู่ในที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ยังบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ผมยกตัวอย่าง ได้ง่าย ๆ ก็คืออย่างอําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิของท่านเจริญ จรรย์โกมล ยังอยู่ในที่ หวงห้ามของรัฐเมื่อไรที่เจ้าของที่ดินที่รัฐเป็นเจ้าของนั้นฟ้องฐานบุกรุกเมื่อนั้นก็มีความผิด เฉกเช่นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรที่อยู่ทํากินในที่ดินหวงห้ามของรัฐ เมื่อรัฐผู้เป็นเจ้าของนั้น เอาผิดเมื่อไร แม้จะอยู่มา ๕๐-๖๐ ปี ก็ไม่มีสิทธิที่จะอ้างกับเจ้าของที่ดินของรัฐเช่นนั้นได้ พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงออกมาเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียน เมื่อวุฒิสภาแก้มาผมเห็น ๒ โครงสร้างใหญ่ ๆ ที่มีอยู่ในพระราชบัญญัตินี้ อันที่ ๑ ก็คือ มีคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าที่หวงห้ามของรัฐส่วนไหนบ้างที่ตรงไหนบ้างที่จะนํามา จัดสรร จัดการเพื่อให้ประโยชน์แก่ประชาชนและที่ตรงไหนบ้างที่ประชาชนอยู่ก่อน ที่กฎหมายของรัฐจะจํากัดว่านี่คือที่ดินของรัฐ ถ้าประชาชนอยู่ก่อนก็มีสิทธิที่จะแสดงสิทธิว่า ตัวเองอยู่มาก่อน ขอไปดําเนินการออกกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดินก็มีสิทธิที่จะทําได้ ตามกฎหมายนี้เป็นการปลดเปลื้องความทุกข์ของประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐในลักษณะ ที่เป็นการบุกรุกที่สงวนหวงห้าม ที่สงวนหวงห้ามส่วนใหญ่นั้นออกทีหลังที่ประชาชนไปทํากิน อย่างจังหวัดนครราชสีมาเกือบจะทุกตารางนิ้วก็เป็นได้ ประชาชนอยู่ก่อน ก่อนที่ป่าไม้ จะออกมาบอกว่านี่คือที่ดินสงวนหวงห้ามเป็นที่ป่าสงวนนะ แต่แท้ที่จริงก็เป็นที่รกร้าง ว่างเปล่าที่ประชาชนทํามาหากินอยู่ ต่อมาภายหลังเรามีพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. ๔-๐๑ นั่นก็คือให้ป่าไม้จําแนกที่ดินที่เสื่อมโทรมแล้วออกไปเป็น ส.ป.ก. แต่กรณีพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เป็นประโยชน์ทันทีกับประชาชนผมเป็นห่วงว่าถ้าเราไปตั้งคณะกรรมการร่วม ซึ่งความจริงมันไม่มีเหตุผลที่จะไปตั้งคณะกรรมการร่วมเลย ที่วุฒิสภาแก้ไขมาก็เป็น ประโยชน์แก่ประชาชนทั้งนั้นถ้าหากว่าเรามาตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง ๒ สภาเมื่อไร จะได้ตั้ง เพราะก่อนวันที่ ๖ นี้สภานี้ก็ถูกยุบกฎหมายนี้ก็ค้างกฎหมายนี้ก็เป็นหมันก็ไม่เกิด ประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย รัฐบาลใหม่กลับเข้ามาจะหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ที่ดินหวงห้ามของ รัฐ ด้วยความวิตกกังวลหวาดผวาเมื่อไรเจ้าของเขาจะมาขับไล่ เมื่อไรเจ้าของเขามาไล่จับ ออกกฎหมายนี้ไปเสียเถอะครับผ่านกฎหมายนี้ไปวันนี้ นําทูลเกล้าฯ คาดว่าคงได้ใช้ทัน ในรัฐบาลนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยในการที่จะมาตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อให้ กฎหมายนี้ล่าช้าออกไปและอาจจะเป็นหมันในที่สุดไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน เสียแรง ที่คุณไพจิตได้พูดถึงว่าร่างพระราชบัญญัติลักษณะนี้เราได้คิดกันมาหลายปี หลายช่วงรัฐบาล แล้วแต่ก็ไม่ได้ออกเสียที มาเที่ยวนี้จะคลอดได้อยู่แล้ว กลับจะมาตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อให้เสียเวลาไปและในที่สุดอาจจะเป็นหมันก็ได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยในการที่จะตั้ง กรรมาธิการร่วม ขอบพระคุณครับ
คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นจากการที่ทางวุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่ดินสงวน หวงห้ามของรัฐนะครับ มีอยู่ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ผมขอตั้งข้อสังเกตอยู่ ๓ เรื่องว่า การที่วุฒิสมาชิกแก้มามันตรงกับเจตนารมณ์กับสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งเจตนารมณ์ไว้หรือไม่ ถ้าเกิดไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ยกร่างเรื่องนี้ขึ้นมาในฐานะที่เป็น ผู้นําเสนอกฎหมาย วุฒิสภาท่านก็มีสิทธิที่จะตรวจสอบ แต่ถ้าเกิดมันขัดกับเจตนารมณ์เลย อันนี้ก็เป็นเรื่องหลักการเลยนะครับ
ประการที่ ๒ คือพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ถ้าเป็นกฎหมายออกไปแล้ว ต้องประกาศใช้ มันมีผลในการปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ปรากฏอย่างนี้นะครับ ผมยกตัวอย่าง ให้เห็นเรื่องการแก้เรื่องโครงสร้าง นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เลขานุการคือปลัด ถ้าจะ พูดไปนายกรัฐมนตรีคือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของราชการ หรือในนี้เคยตัดคําว่า มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีผู้หนึ่งผู้ใด ออกไปนะครับ ข้อความแบบนี้โดยหลักแล้ว จะต้องให้อํานาจกับนายกรัฐมนตรีในการที่จะมอบให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งก็ได้ แต่เมื่อจะให้นายกรัฐมนตรีมารับผิดชอบและนั่งบริหารจัดการเลย นายกรัฐมนตรีเอง ผมเห็น กระบวนการจัดการที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคณะกรรมการ กบร. โครงสร้างนี้เป็นคณะกรรมการ กบร. มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ผลปรากฏว่ามอบให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเคยมีมติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประชุมทุกเดือน ปรากฏว่าท่านไปดูในรายงาน การประชุมของ กบร. จะมีเรื่องในการร้องเรียนในการขัดแย้งระหว่างราษฎรกับรัฐในเรื่อง การครอบครองที่ดินก่อนมีพระราชกฤษฎีกาหรืออยู่ในเขตหวงห้ามที่ดินของรัฐ จังหวัดใด จะมีเรื่องร้องเรียนหรือไม่ก็ต้องประชุมประจําเดือน ผลปรากฏว่าเป็นปี ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรี จากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ผมก็ไม่เห็นปฏิบัติ ถ้าถามว่าคําสั่ง อันนั้นจะเปรียบเหมือนกับกฎหมายอันนี้ไหม ยิ่งหนักไปใหญ่ถ้าเกิดดูในกฎหมายฉบับนี้ ในนี้ ถ้าเกิดผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ประชุมเลยนะครับท่าน ๑๐ ปีไม่ประชุมเลย ท่านไปลงโทษ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรงไหน ผมยังหาไม่เจอเลยครับ ไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ตั้งแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาถึงเจ้าหน้าที่ที่จะไปตั้งเป็นอนุกรรมการ ถ้าถามว่าอันนี้ผิดกฎหมาย ว่าด้วยเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่มาตรา ๑๕๗ กฎหมายอาญาหรือไม่ เขาก็บอกก็กฎหมาย ฉบับนี้ให้ดําเนินการไป เพราะฉะนั้นดําเนินการอะไรกับเขาไม่ได้อีกเหมือนกัน แต่ปรากฏว่า ไปลงโทษราษฎรที่เอาเอกสารซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นเท็จมาใช้ ถ้าเท็จตรงนี้มันพิสูจน์ ไม่จบ ผมว่าราษฎรได้รับเอกสารมาจากอําเภอเมื่อประมาณสัก ๓๐ ปีที่แล้วเป็น สค. เป็น น.ส. ๓ จะมาออกเอกสารสิทธิเพื่อพิสูจน์สิทธิ ปรากฏว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้คําว่า กรรมสิทธิ์ กับสิทธิ สภาผู้แทนราษฎรเสนอเจตนารมณ์ไปต้องการที่จะพิสูจน์สิทธิในเรื่องของการใช้ที่ เขตป่าสงวนหวงห้ามหรือที่ของรัฐที่มีการทะเลาะเบาะแว้งเป็นการขัดแย้งระหว่างรัฐกับ ราษฎร์มาหลายสิบปี เพื่อบังคับเพื่อให้มันเกิดการเคลื่อนเดินให้ได้ ปรากฏว่าถ้าเขียนแล้ว ออกไปปฏิบัติอย่างนี้ ไม่ได้ผิดไปจากคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีเลย และรายละเอียดที่เขียน ลงไปตรงนี้กลับไปจํากัดสิทธิของราษฎรอีก อีกทั้งจะบอกว่าไปลงโทษราษฎร เอกสารนั้น มาจากอําเภอเมื่อสมัยเมื่อ ๓๐ ปี ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าที่ดินอําเภอ หรือนายอําเภอ หรือผู้ว่า ราชการจังหวัดในอดีตนั้นเป็นคนกระทําความผิดในเอกสารเหล่านั้น ทีนี้พอผู้ว่าราชการ จังหวัดมาเป็นโดยตรงแล้วมอบให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นโครงสร้างเลขานุการ ผมถาม หน่อยครับทุกวันนี้ ป.ป.ช. เองเป็นคนบอกเองเลยครับ ได้ตัดสินมีการทุจริตในเรื่องการออก เอกสารสิทธิ ในเรื่องเอกสารสิทธิใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐก็คือของกรมที่ดินไปแล้ว จนบัดนี้คนที่ถูกตัดสินว่าทําผิดทุจริต เอกสารสิทธินั้นยังไม่ถูกยกเลิกเลย คําถามว่าใครเป็น คนยกเลิกครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นคนยกเลิก แต่ฟังคําสั่งทางปกครอง และวันนี้ เอกสารเหล่านี้ยังอยู่ในการครอบครองของผู้ที่กระทําความผิดอยู่เลยครับ เพราะฉะนั้น โครงสร้างของกฎหมายฉบับนี้ผมเรียนท่านตรงไปตรงมาเลย เมื่อครั้งที่แล้วผมก็พูดทีหนึ่ง แล้ว ๑. เจตนารมณ์ในการทํามันเป็นไปได้ไหม ๒. วิธีการปฏิบัติในกฎหมายนี้เป็นไปได้ไหม ๓. เมื่อแก้กันไป แก้ไปแก้มา ๆ เสร็จเรียบร้อย คําว่า สิทธิกับกรรมสิทธิ์ มันถูกตัดขาด ไปหมดแล้ว เขาได้สิทธิในการทํากินจะไปออกโฉนดชุมชน จะไปออกอะไรก็แล้วแต่ รัฐบาล ในฐานะเป็นคนดูแลในฝ่ายบริหารเขาทําได้อยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องออกกฎหมายฉบับนี้เขาได้ ทําอยู่แล้วครับ อีกทั้งถ้าโครงสร้างอย่างนี้อีหลักอีเหลื่อ บังคับบัญชากันไม่ได้ สั่งงานกัน ไม่ได้ชัดเจน และรวมถึงสุดท้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยไปสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด นึกว่าเป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรงแล้วสั่งได้โดยตรง ผมเรียนนะครับ คําสั่งนี้ ๑๐ ปีมาแล้ว ผู้ว่าราชการ จังหวัดหลายจังหวัดไม่ปฏิบัติตามมาเลย ผมดูแล้วครับว่าเรื่องนี้ควรจะกลับไปทําความ ชัดเจนของกฎหมายใหม่ อย่าว่าแต่ว่าตั้งกรรมาธิการร่วมเลยครับ เราออกกฎหมายไป โดยเจตนาต้องการให้ประชาชนแก้ปัญหาให้ประชาชนเรื่องของการที่จะได้เอกสารสิทธิ แก้ปัญหาให้ประชาชนลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับราษฎร์ แต่กฎหมายฉบับนี้จะกลับทําให้ ประชาชนเองเสียเปรียบ แล้วประชาชนจะกลายเป็นลุกฮือมากขึ้นอีก แล้วจะกลายเป็น ปัญหาตามมาต่อสังคมมากขึ้นอีก ผมขอใช้เวลาตรงนี้เพื่อให้เพื่อนสมาชิกลองดูรายละเอียด แล้วกันนะครับว่าเราปฏิบัติกันมามันจะเป็นไปได้หรือไม่ แล้วสุดท้ายก็คือว่ามันขัดหลักการ ที่พวกเราเสนอไปหรือไม่ ก็ขอฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นว่าทางวุฒิสภาแก้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ต้อง พิจารณากัน แต่กฎหมายฉบับนี้โดยเนื้อหา โดยความเข้าใจ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ออกมาแล้วเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิครอบครองที่ดินของรัฐอันที่ไม่ได้ใช้สอยแล้ว พูดง่าย ๆ ยกเลิก คือกฎหมายจึงเป็นกฎหมายยกเลิก แต่มาหลาย ๆ ส่วนมารวมกันเป็น ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในต่างจังหวัดซึ่งมีปัญหาคาราคาซังกันอยู่ พี่น้องประชาชนหลายจังหวัด หลายที่ครอบครองกันมาไม่รู้กี่สิบปี ๒๐ ปี ๓๐ ปีก็มี แต่ปรากฏ ว่าสิทธิอันครอบครองนั้นก็เป็นการทํามาหากินโดยที่ตัวเองไม่มีกรรมสิทธิ์ อันนี้คือเป็นปัญหา ใหญ่ เป็นปัญหาของบ้านของเมืองอยู่ เพราะฉะนั้นผมเองจึงมีความเห็นที่อาจจะแตกต่าง จากบางท่านบ้าง แต่ก็โดยเนื้อหาสรุปของกฎหมายฉบับนี้คือยิ่งช้าเท่าไรพี่น้องประชาชน ยิ่งเสียประโยชน์ ทําไมอย่างนั้นครับ จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้วุฒิสภาแก้มา ๑๑ มาตรา โดยเนื้อหาสาระสําคัญบ้าง ไม่สําคัญบ้าง แต่ประเด็นใหญ่ต้องมองในภาพรวมว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายเอื้อเพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนซึ่งทํามาหากินครอบครองในที่ดิน รัฐเลิกใช้ประโยชน์แล้ว ผมเองยังมองเลยว่าจริงอยู่อาจจะแก้ ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี โดยเนื้อหา ผมเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ว่าดีกว่าไม่ได้เลย ทําไมถึงว่าอย่างนั้น พี่น้องบ้านผม ประชาชน บ้านผม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อําเภอหนองหาน ที่อําเภอภูพาน หลายหมู่บ้านครอบครองมา ยิ่งกว่านั้นอีกครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี โดยเฉพาะผมไปเห็นในพื้นที่แห่งหนึ่งคือ วัดบ้านหนองฮูดัง กํานันศรีเทพพล กํานันในหมู่บ้านพาไปดูเขตอําเภอหนองหานซึ่งอยู่ กลางวัด วัดนี้ตั้งมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๔๕๔ วัดนี้ ๑๐๐ ปี ไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์เพราะว่าเป็นเขต อําเภอหนองหานตามพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๔ อันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปดูพื้นที่ พี่น้องก็บอกทําอย่างไรจะได้เอกสารสิทธิ วันนี้ผมบอกว่ากฎหมายกําลังจะออก เขาดีใจ แต่ว่ากฎหมายยืดออกไปพี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้ ๑๐ ปี ที่วุฒิสภาแก้เป็น ๒๐ ปี บางท่านอาจจะมองว่ามันนานไป แต่ก็มีส่วนดี ถ้าเกิดผู้ไม่มีเจตนาดีนายทุนจะมา ครอบครองโดยอ้างสิทธิ ๑๐ ปี หลัง ๆ นี้ก็เป็นผลดี ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนในผู้ที่ครอบครอง จริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น คือ ๒๐ ปี เพราะเขาครองมาแล้ว ๕๐ ปีก็มี ๓๐ ปีก็มี เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเมื่อไรกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้วเขาได้ประโยชน์ทันที ได้สิทธิในการเป็นกรรมสิทธิ์ อันนี้คือพี่น้อง ประชาชนเขาได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามว่าในเมื่อเจตนาของท่าน ส.ส. ทั้งหลาย ของรัฐบาลเองก็ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แล้วทําไมต้องยื้อกฎหมายฉบับนี้ไว้ แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมแล้วรัฐบาลหน้าจะนํามาใช้อีก จะยกขึ้นมารับรองอีก ผมว่าอันนั้น เป็นเรื่องของอนาคต ผมถึงบอกเอาออกไปก่อนวันนี้ ถึงแม้ในหลักการบางอย่างอาจจะไม่ สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แก้ได้ ถึงแม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน อยู่แล้ว จะมีแก้บางมาตรา ให้ใครมาเป็นเลขานุการก็ตาม ในส่วนนั้นก็เป็นแค่ ส่วนหนึ่งแค่นั้นเอง แต่โดยหลักเนื้อหาแล้วที่ผ่านมามันก็มีปัญหา เพียงแต่ว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้วหลาย ๆ มาตราผมเห็นนี่ ๓-๔ วันจะมาแก้ ในส่วนมาตรา ๑๑ ที่เห็น ชัดเจน ที่บอกว่านายอําเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายไม่เกิน ๒ คนเป็นคณะกรรมการ ของจังหวัดที่พิจารณาในการบริหารจัดการ จะแก้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่านายอําเภอมาอยู่ในพื้นที่ก็จริง ถ้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น จะเป็นนายก อบต. นายกเทศบาลก็ดี เขาเกิดที่นั่นครับ เขารู้ว่าที่ตรงนั้น พี่น้องประชาชนครอบครองจริงหรือไม่ อย่างไร ผมแก้เป็น ๓ คนก็ดี ไม่เท่านายกครับ หลายคนพี่น้องประชาชน จะเป็นนายกในพื้นที่หลายคนของโพธิ์นาแก้วก็ดี ของโคกศรีสุพรรณก็ดี เขาเกิดที่นั่นครับท่านประธาน นายอําเภอมาอยู่ปีสองปี บางคนมาอยู่ ๖ เดือนด้วยซ้ําไป บ้านผมนี่ บางคนมาอยู่ผมเห็นย้ายไปแล้ว ถ้าเกิดเขามาเป็นกรรมการร่วม เขารู้ไม่จริงเท่ากับนายกในพื้นที่หรอกครับ ผมจึงกราบเรียนว่าการแก้ไขบางอย่าง แม้จะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยในการที่ตั้งกรรมาธิการร่วม เพราะ เป็นการยื้อหมายที่จะออกมาและเร็วขึ้น ทําให้ช้าขึ้นไป อันนี้คือปัญหา เราต้องกลับมาคิด รัฐบาลมีเจตนาที่จะให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อย่างน้อยก็เอาไป จํานอง จํานําได้ วันนี้ท่านก็จะดึงกฎหมายให้มันยาวออกไป ประชาชนเสียสิทธิครับ พี่น้องประชาชนบ้านผมดูในเนื้อหาหลายเรื่อง เขาเห็นว่าได้ประโยชน์ ในมาตรา ๒๘ เดิม กําหนดให้รื้อถอน ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างสิ่งอื่นออกจากพื้นที่ภายใน ๓๐ วัน วุฒิสภาแก้เป็น ๑๘๐ วัน เนื้อหาสาระตรงนี้เป็นการดีอีก เพราะอย่างน้อยวุฒิสภามีความคิดว่าไม่เป็นการ เอาเปรียบซึ่งเดิมประชาชนอาจจะไม่ถูกต้องนัก ก็ให้เขามีเวลาที่จะให้เขาหายใจ มีเวลา ที่จะคิด มีเวลาที่จะโยกย้ายไปหาที่ทํากินอื่น เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการแก้กฎหมายไม่ใช่ สาระสําคัญจนกระทั่งเสียหาย ที่เสียหายคือยิ่งกฎหมายช้า พี่น้องประชาชนไม่ได้ประโยชน์ อันนี้ต้องขอบคุณมากครับ
เหลืออีก ๒ ท่านครับ คุณนิยมกับคุณจุลพันธ์ครับ คุณนิยม วรปัญญา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมได้ตรวจดูแล้ว ตามที่ทางวุฒิสภาแก้มาก็รู้สึกว่า บางอย่างมีผลทําให้ราษฎรเขาเสียสิทธิไป ผมเห็นด้วยกับท่านประเกียรติแล้วก็ท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่ว่าถ้าแก้ไปแล้วกลัวว่าไปรอประชุมร่วมกลัวจะแก้ไม่ทัน เพราะการที่จะแก้ กฎหมายฉบับนี้ทํามาหลายสมัยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ผมเสนอมาทุกปีแต่ก็ไม่เคยผ่าน เพราะไปถึงแล้วกรมป่าไม้ไม่ยอม และกรมที่มีหน้าที่อย่างกรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดินนี้ของทาง ราชการทหารบ้าง ของราชการส่วนอื่นบ้าง ส.ป.ก. บ้าง ก็มีการขัดข้องอยู่ตลอด ที่ผม เสนอนั้นคือให้มีกรรมการคณะหนึ่งเกิดขึ้นมาแล้วมีการพิจารณาในการพิสูจน์สิทธิให้เป็น กฎหมายทั่วไป ถ้าอย่างนั้นผมว่ามันจะเป็นประโยชน์กว่า แต่อย่างนี้ไม่เป็นไรครับ ถ้ากลัวไม่ทัน ผมก็เห็นด้วยกับท่านไพจิตและท่านประเกียรติช่วยมีขั้นตอนออกไปสักครั้งก่อน แล้วค่อยแก้กันใหม่ แต่อย่างไรก็ดีครับการที่จะออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรมีแต่ได้ประโยชน์ ได้ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีการใช้ที่ดิน ภาษีการเปลี่ยนมือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าอากรแสตมป์ แล้วก็ภาษีบํารุง ท้องที่ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เลยครับ เพราะว่าทางภาษีบํารุงท้องที่ก็ไม่เก็บ เพราะว่าถ้าเก็บแล้ว กลัวจะเกิดสิทธิขึ้น ทั้งที่ในใบเสียภาษีหรือว่าการเสียภาษีไม่ได้ทําให้เกิดสิทธิที่ดิน ฉะนั้น ผมเห็นว่าถ้าจะมีเวลาปรับปรุงได้บ้างก็อยากจะให้มีการประชุมร่วม แต่ถ้าเวลาชัดเจนว่า จะต้องยุบสภาภายในวันที่ ๖ นี้แล้ว ผมกลัวจะไม่ทัน กฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศใช้ไปก่อน แล้วก็ไปแก้กันทีหลัง นี่ก็มีส่วนแก้ได้บ้าง แต่ในเงื่อนเวลามันยาวเกินไป ๒๐ ปี ที่ดินนี้ ส่วนใหญ่เขาได้มาเป็นมรดกตกทอดจากปู่ทวด ย่าทวด ไม่ใช่ได้มาสมัยนี้ การที่จะไปบุกรุก ที่ดินใหม่ผมว่ามีจํานวนน้อยที่สุด เพราะว่าไม่มีจะให้บุกรุกแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในนั้น ก็มีการควบคุมละเอียดถี่ยิบเลยครับ มีอยู่ทุกหมู่บ้านทุกตําบลที่มีตัวแทนของกรมป่าไม้ ใครจะไปตัดไม้ใหม่ที่ไหนได้ แล้วก็ไม่มีป่าให้ทําด้วย ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้นะครับ เศรษฐกิจของ เราจะเสียหายมาก ในต่างประเทศผมไปหลายประเทศ บนยอดเขายังออกโฉนด เมืองไทย ก็มีครับ ท่านลองไปดูแคมป์สน เขาค้อ เขายายเที่ยง เขาสอยดาวอยู่บนเขานะครับก็ออก โฉนดไปได้ ผมไปที่พิทส์เบิร์กมี พลเอก บุญยัง สมัยนั้นมาสงครามโลกครั้งที่ ๒ เขาเป็นเพียง แค่พันโท เป็นเพื่อนกันก็เลยไปดูบ้านเขา บ้านเขาก็อยู่บนเขา เขาก็ออกโฉนดได้ในอเมริกา นะครับ พิทส์เบิร์กเป็นเมืองที่ที่ดินแพงที่สุด รัฐบาลยังออกให้ เขาบอกการออกโฉนดที่ดิน ให้กับราษฎรนั้นที่ดินไม่ได้ขาดไปจากรัฐบาล ไม่ได้ขาดไปจากประเทศ กลับจะได้ประโยชน์ คือได้ภาษีแล้วมีเจ้าของ ป่าไม้ถ้าปลูกลงไปแล้วไม่มีคนบํารุงรักษาไม้ก็ตายหมด ไม่ไฟไหม้ ก็คนขโมยตัด หรือไม่ก็เกิดโรคระบาด ถ้ามีคนปลูก มีคนรักษา มันถึงจะคุ้มครองได้ หลวงสมานได้เขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดมากครับ ว่าไม้ที่อยู่ในป่าธรรมชาติ เมื่อขยะมันสูงมี จํานวนความร้อนสูงก็เผาไม้ตายหมด ดังนั้นถ้าไฟไหม้ป่าทุกปีขยะมันก็น้อยมันก็ไม่ตาย และ อีกอย่างหนึ่งคือคนปลูกจะได้ไม้ที่มีคุณภาพคือไม้มีราคา ถ้ามันขึ้นมาเองก็ไม่ใช่ไม้มีราคา เป็นไม้ป่า ตอนนั้นท่านจึงมีการขี่ช้างหว่านเอาไม้สักไปหว่านที่ลําปาง เดี๋ยวนี้ราคาเป็น หมื่นล้านบาท หรือที่ท่านไปปลูกไว้ที่ทางภาคใต้ปลูกไม้พะยูงราคาก็หลายหมื่นล้านบาท อย่างนี้เป็นต้นครับ และไม้ล้มขอนนอนตาย ไม้ยืนต้นตายพวกนี้มันจะเป็นเชื้อเพลิงทั้งนั้นเลย ไม่ได้ทําออก ไฟไหม้ป่าทุกปีแล้วท่านก็เห็นว่าทีวีก็ออกข่าว หนังสือพิมพ์ก็มีข่าว ในต่างประเทศทําไว้ผิดพลาด เพราะผลิตขึ้นไปไม้ก็ถูกไฟไหม้ ไม่สามารถดับได้ เมืองไทย ก็เคย ห้วยขาแข้งก็เคยไหม้จนหลวงสมานไปดูเอาผมไปด้วยไปดูเอาเหล็กไปแทงดู มันหนาตั้ง ๕๐-๖๐ เซนติเมตร ท่านบอกเดี๋ยวป่าถูกไฟไหม้หมด และต่อมาไม่กี่ปีก็ถูก ไฟไหม้หมดจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมว่าการออกเอกสารสิทธิให้ก็มีคนเป็นเจ้าของ ที่ดินเฝ้าอยู่ ฉะนั้นในกฎหมายที่ดินจึงเขียนว่าที่ดินใครมีทําประโยชน์ไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ให้ออกโฉนดให้ได้ทั้งหมด เพื่อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นป่า หัวไร่ปลายนา เพื่อจะได้อนุรักษ์ดินและก็อนุรักษ์ธรรมชาติอื่น ๆ สัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ที่ จะทําลายศัตรูพืช อันนี้ก็มีกฎหมายอยู่ชัดเจนอยู่แล้วครับ ฉะนั้นผมเห็นว่าที่ผมเห็นด้วยกับ ท่านประเกียรติกับท่านไพจิตนั้นก็อยากให้กฎหมายมันผ่านไปเสียครั้งหนึ่งก่อน ก็ได้เป็น กฎหมายหรือเป็นการนําร่องไว้ก่อนครับ ก็อยากให้ประกาศใช้ได้ทันในคราวนี้ครับ ขอบคุณครับ
คนสุดท้ายนะครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามแห่งรัฐ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าพระราชบัญญัตินี้ เป็นความพยายาม เป็นการทํางานร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่าย ทุกคนมีส่วนร่วม แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ผมจําได้ว่าเกือบจะทุกท่านเลยก็มีการแสดงความคิดเห็น แล้วก็ ให้ความเห็นชอบในวาระหนึ่ง วาระสองไป จนกระทั่งมาถึงวันนี้ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าวุฒิสภาได้ทําการปรับแก้ในบางส่วนกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้ศึกษาดูแล้ว บวกกับปัจจัยในเรื่องของเวลาของสภาผู้แทนราษฎรของเราเอง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบกับการ แก้ไขของวุฒิสภาในครั้งนี้ เพราะประเด็นหลัก ๆ นั้นจริง ๆ แล้วมีอยู่ไม่กี่ประเด็นครับ ท่านประธานที่เคารพ มีมาตรา ๕ พูดถึงเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งก็มีการ ปรับเปลี่ยนเพียงแค่บอกว่า ตัดรองนายกรัฐมนตรีออกไป แล้วก็ให้รัฐมนตรีท่านใดก็ได้ ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธาน เพราะว่าเวลาของนายกรัฐมนตรีเองก็ค่อนข้าง จํากัดก็ต้องมีการมอบหมาย นอกจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน หลัก ๆ ก็คือในส่วนของ เลขาธิการ ซึ่งเปลี่ยนจากปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ชอบด้วยเหตุผล เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแล รับผิดชอบในเรื่องของที่ดินในภาพกว้างอยู่แล้ว แล้วก็มีเครือข่าย มีมือไม้ทั่วประเทศที่จะ เข้าไปศึกษา ไปดูแลในรายละเอียดได้ ในขณะที่ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเองนั้นก็มีสํานักงาน อยู่แค่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจะไปดูแลในเรื่องของที่ดินหวงห้ามในการที่จะไปจัดสรรให้ พี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนมันคงเป็นไปได้ยาก
อีกมาตราหนึ่งที่เห็นมีการพูดคุยกันมากก็คือมาตรา ๑๙ นี่ละครับ ที่บอกว่า ปรับเปลี่ยนการเข้าทําประโยชน์ของประชาชนที่จะออกเป็นสิทธิในการทํากินได้ จาก ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี ซึ่งต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอ่านครั้งแรกผมก็ตกใจนะครับ ผมกลัวว่าจะเป็นการตัดสิทธิกับพี่น้องประชาชนจํานวนมาก แต่เมื่อมานึกดูในรายละเอียด แล้วก็ได้ไปศึกษา ไปสอบถามในพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งพื้นที่อําเภอเชียงดาวของผมก็เป็นเขตหนึ่ง ที่มีปัญหากับทางเขตของทหาร กับทางเขตของป่าไม้อุทยาน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าพี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ตรงนั้นมันเป็นมรดกตกทอด เขาอยู่กันมาหลายรุ่นแล้ว แต่ก็ยัง ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่เรื่อง ๑๐ ปี ๒๐ ปี เขาไม่ห่วงเลย เพราะว่าถ้าตรวจสอบกันโดยรายละเอียดแล้ว ๓๐ ปี ๕๐ ปีก็มีอยู่กัน บุคคลที่จะเข้าไปอยู่ เป็นชุมชนในระยะ ๑๐ ปีหลัง ที่จะเข้าไปตั้งชุมชนใหม่ ๆ ในพื้นที่หวงห้ามนั้น ในทางปฏิบัติ แทบจะไม่มีเลยครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะว่าข้าราชการ เพราะหน่วยงานของรัฐ มีการดูแลรับผิดชอบ ใครจะไปบุกรุกที่ใหม่ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมามองโอกาสแทบไม่เห็น นอกจากนายทุนเท่านั้น วันนี้ถ้าจะว่า ๑๐ ปีหลังนี่ ถ้าเราตัด ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี อาจเป็นการ ดีด้วยซ้ําในการที่จะตัดกลุ่มนายทุนที่เขาไปทํามาหากินอยู่ในพื้นที่ที่สงวนหวงห้ามไว้ในช่วง หลัง ๆ นี่นะครับ ก็เป็นการดีเสียอีกที่จะตัดกลุ่มเหล่านี้ออกไป เพื่อที่ประโยชน์มันจะตกกับ พี่น้องประชาชนที่แท้จริง
ส่วนมาตรา ๒๐ ที่มีการปรับแก้ เป็นการพูดถึงเรื่องของการให้กรรมสิทธิ์หรือ ให้สิทธิในที่ดินที่ภาครัฐไม่ทําการสงวนหวงห้ามแล้วนะครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพว่าวันนี้ปัญหาของพี่น้องประชาชน เขาขอแค่โอกาสในการเข้าไปทํามาหากิน ในการ ที่จะเข้าไปมีสิทธิในการใช้ที่ดินนั้นประกอบกิจกรรมเพื่ออาชีพ เพื่อรายได้อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้การที่เราไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีการเข้าไปแก้ไขให้เขาเป็นรูปธรรม ในหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ช่องทาง ของการเข้าไปรีดไถเอากับพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ ซึ่งต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า พี่น้องประชาชนอยู่กันด้วยความลําบาก เสียค่าใช้จ่ายกับกิจกรรมนอกระบบมากมาย มหาศาล วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถบังคับใช้ออกไปได้ เราก็คงจะแก้ไขปัญหาในจุดนี้ได้ ไม่มากก็น้อย หลายท่านไปกังวลกับการที่พระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะไม่สมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้ามองกันลึก ๆ นี่แน่นอนครับ พระราชบัญญัติแต่ละฉบับที่ออกไปมันมีทั้งข้อดีและข้อด้อย แต่อย่างไรก็ตามเราต้องมา คํานึงถึงเวลาที่เรามีเหลืออยู่ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศชัดว่าต้นเดือนหน้า อีกไม่กี่วันนี่ นะครับ ๑๐ กว่าวันจะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจริงนะครับ วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะไปตั้งกรรมาธิการร่วมเป็นหมันทันที ต้องรอให้รัฐบาลหน้าเข้ามาใหม่ ในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า แล้วก็มายืนยันว่าจะเอาหรือไม่เอาพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ แล้วผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอันนั้นมันเหมือนการไปหวังเอาน้ําบ่อหน้า เราจะยืนยันได้อย่างไรว่ารัฐบาลหน้าเขาจะเข้ามาแล้วจะมายืนยันกฎหมายฉบับนี้ พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ร่วมกันทําขึ้นมา ผมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าอย่าไปคิดว่าในที่สุดแล้วมันจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคภูมิใจไทยหรือเป็นพรรคใด ๆ ในสภาแห่งนี้ไม่ใช่นะครับ วันนี้ตัวเลือกมีมากมาย อาจจะเป็นพรรคการเมืองใหม่มาเลยก็ได้ที่เขามีแนวนโยบายในทิศทางที่แตกต่างออกไป วันนี้ถ้าเราได้ทําตัวกฎหมายมันพร้อมที่จะคลอดอยู่แล้ว มันอยู่ที่มือเราเท่านั้นเองว่าเราจะ ตัดสินใจที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามแห่งรัฐ อันนี้หรือไม่ ถ้าเราให้มันผ่านไปในวันนี้ แล้วถ้ามันมีความจําเป็นต้องมีการปรับแก้ใน รายละเอียดค่อยไปว่ากันทีหลัง อย่างน้อยมันเป็นพระราชบัญญัติที่จะสามารถทําประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมไม่อยากจะให้ความพยายามที่เราได้ต่อสู้ร่วมกันมา ในเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้เราต่อสู้กันมามาก เราพยายามผลักดัน ไม่อยากจะให้มันเป็นหมัน แล้วเกิดรัฐบาลถัดไปเขาตัดสินไม่เอา ไม่ยืนยันกฎหมายนะครับ ก็ต้องมาเริ่มทํากันใหม่ พี่น้องประชาชนรอมา ๒๐-๓๐ ปีก็ต้องรอต่อไป ไม่อยากจะเห็น เหตุการณ์นั้นครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าเราอภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควร เห็นควรปิดการอภิปราย เพราะว่าอภิปรายแล้วประเด็นเดียวกันอยู่แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ผมปิดอภิปรายไปแล้วครับท่านเจริญไม่เป็นไรครับ เพราะว่า ประเด็นก็คงซ้ํา ๆ กัน เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านเจริญขอความกรุณาเถอะครับ เพราะว่าอภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควรแล้วครับ ถ้าจะ อภิปรายก็ขอสั้น ๆ ๓ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่จริงก็เห็นใจท่านประธาน เพราะว่ามีการแสดงความคิดเห็น แล้วท่านประธานก็จะรวบรัดแล้วก็เร่งรีบในการที่จะ ลงมติ ท่านประธานผมอยากจะให้เจ้าหน้าที่เอาเอกสารนี้ให้ท่านประธานดู ผมก็พยายาม อดทนอย่างที่ท่านประธานสั่งสอนพวกผมว่าต้องอดทนในการนั่งฟังการอภิปราย ของมวลสมาชิกของพวกเรา แต่ไม่เป็นไรก็เป็นดุลยพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ลงมติ ท่านประธานผมจะสรุปสั้น ๆ ว่าถ้าท่านประธานอ่านในมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ผมจะสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ พออ่านเสร็จเรียบร้อย ถ้าเป็นคนที่ เข้าใจภาษาของกฎหมาย มันไปไม่ได้ แล้วผมก็ไม่รู้ว่ามันไปแก้กันอย่างไรแล้วมันไปไม่ได้ ท่านประธานครับ แล้วเห็นใจสมาชิกว่าให้ออกกฎหมายไปก่อน แล้วค่อยมาแก้กันภายหลัง มันออกกฎหมายแล้วมันทําไม่ได้ ท่านประธานลองอ่านดูสิ ผมอยากจะทักท้วงใช้เวลาสั้น ๆ ทักท้วงสัก ๓ นาทีอย่างที่ท่านประธานให้ผมก็คือว่า มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ เขาบอกว่า ให้นําที่ดินมาจัดสรรให้กับประชาชนทั้งเป็นกรรมสิทธิ์ แต่พอมาเขียนกฎหมายจริงบอกว่า ตอนหลังสุดมีการแก้ไขบอกไม่ให้ กรรมสิทธิ์ เป็น สิทธิ แต่พอถึงมาตรา ๒๒ มาพูดเรื่อง กรรมสิทธิ์อีก แล้วมันจะปฏิบัติอย่างไรในทางปฏิบัติ แล้วยังไม่พอยังไปเติมถ้อยคําอีก ท่านประธาน บอกว่าการพิสูจน์กรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๒๒ ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน พอมาเปิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมันก็เป็นพูดถึงเรื่อง สค. ๑ น.ส. ๒ น.ส. ๓ อีก แต่อันนี้มันไม่ใช่ สค. ๑ น.ส. ๒ น.ส. ๓ มันเป็นเรื่องเขานําเอาที่ดินมาจัดให้กับพี่น้อง ประชาชนตามเจตนารมณ์ที่สภารับหลักการ ผมว่าลองทบทวนดูให้มันดีก็สุดแล้วแต่ที่ประชุม มันไปไม่ได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเท่านี้ละครับ
ท่านสมาชิกครับเราได้อภิปรายกันมาเป็นเวลาพอสมควร ผมเห็นควรปิดการอภิปรายครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ท่านสมาชิกที่ยังอยู่ในห้องประชุม อื่น ๆ นะครับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอเชิญสมาชิกทุกท่านกดบัตรแสดงตนได้แล้วครับ ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วม ประชุม ๒๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ท่านสมาชิกครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ ผมจะต้องถามท่านสมาชิกนะครับว่าท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างแก้ไขของวุฒิสภา กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกับร่างแก้ไขของวุฒิสภา คือจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิก ลงมติด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๙ ท่าน เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของวุฒิสภา ๖๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน
เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบกับร่างแก้ไขของวุฒิสภา ก็จําเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมครับ ขอเชิญสมาชิกเสนอจํานวนและสัดส่วน ด้วยครับ เชิญคุณผ่องศรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันจํานวน ๒๒ คน ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา ๑๑ คน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๑ คนขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอกรรมาธิการร่วม ๔ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทาอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณา กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยมีรายนาม ๔ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. ท่านไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายอํานวย คลังผา ๓. นายซูการ์โน มะทา ๔. นายกมล บันไดเพชร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. นายสุวโรช พะลัง ๒. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๓. นายนคร มาฉิม ๔. นายนพดล เภรีฤกษ์ ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย จํานวน ๑ ท่าน คือ นายมานิต นพอมรบดี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือนางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ช่วยมือสักนิดครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอเสนอคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน นายประนอม โพธิ์คํา ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญเลขาธิการสรุปครับ เดี๋ยวจะมีพระราชบัญญัติที่สําคัญ ต่ออีกฉบับหนึ่งนะครับ ท่านอย่าเพิ่งกลับนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายอํานวย คลังผา ๓. นายซูการ์โน มะทา ๔. นายกมล บันไดเพชร ๕. นายสุวโรช พะลัง ๖. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๗. นายนคร มาฉิม ๘. นายนพดล เภรีฤกษ์ ๙. นายมานิต นพอมรบดี ๑๐. นางสาวพัชรี โพธสุธน และ ๑๑. นายประนอม โพธิ์คํา
ขอสมาชิกเสนอระยะเวลาแปรญัตติด้วยครับ ไม่ต้องนะครับ ผมยังคิดว่ายังทันนะครับ ถ้าประชุมตั้งแต่เร็ว ๆ คุณผ่องศรีครับ
ไม่ทราบว่าในกรณีวุฒิสภาแก้ไข ถ้ามีการแปรญัตติก็ไม่มีใช่ไหมคะ
ไม่มีแปรญัตตินะครับ ขออภัยครับ ก็เป็นอันจบการพิจารณาเรื่องที่เลื่อนขึ้นมา คือการที่ วุฒิสมาชิกแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการบริหารที่ดินสงวนหวงห้าม พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว นะครับ ต่อไปก็จะขอร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญอีกสักฉบับหนึ่งครับ
๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ด้วยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ คุณหญิง ดอกเตอร์กัลยา ได้กรุณากล่าวแถลงด้วยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญนิติ บัญญัติ) วันพุธที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ พ.ศ. .... นายสาธิต ปิตุเตชะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยใช้ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี เป็นหลักในการพิจารณา คณะกรรมาธิการประกอบด้วยกรรมการ ๓๖ คน ได้มีการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ทั้งหมดจํานวน ๑๘ ครั้ง เป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จึงได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาจํานวน ๑๔ หน่วยงานด้วยกัน
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว และได้เสนอรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมาเพื่อให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
ท่านประธานคะ ในโอกาสเดียวกันนี้คณะกรรมาธิการขอแก้ไขถ้อยคําในร่าง มาตรา ๘ และมาตรา ๑๙ ซึ่งมีการพิมพ์ผิดดังนี้ มาตรา ๘ วรรคสาม ขอแก้ไขจากคําว่า ๑ คน เป็น คนหนึ่ง ตามร่างเดิม มาตรา ๑๙ ในวรรคหนึ่ง บรรทัดที่ ๘ เพิ่มคําว่า งาน ระหว่างคําว่า ราย กับ การ ก็อ่านได้ว่า เป็นรายงานการประเมินผลค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาวาระสองนี้จะเป็นการพิจารณาเรียงตามลําดับรายมาตรา นะครับ ก็ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการครับ
ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไขครับ
มีสมาชิกติดใจไหมครับ ผ่านครับ มีนะครับ เชิญคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... มีการปรับแก้ไขในหลายมาตราเหลือเกิน ต้องกราบเรียนในความเคารพว่า ในเบื้องต้นกระผมเองรวมถึงเพื่อนสมาชิกในพรรคฝั่งฝ่ายค้านไม่เห็นชอบเพราะว่ามันเป็น การสร้างขึ้นมาแล้วก็ซ้ําซ้อน ตั้งแต่ในวาระหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงขั้นนี้ต้องลงใน รายละเอียดในรายมาตราที่มีการปรับแก้มาจากชั้นกรรมาธิการ ในมาตรา ๓ ที่มีการปรับแก้ ในเรื่องของถ้อยคําเกี่ยวกับเรื่องของคําจํากัดความต่าง ๆ มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นที่มีการ ปรับแก้ คําแรกคือคําว่า องค์การเอกชน ซึ่งก็เป็นการปรับแก้ในเนื้อหาเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งซึ่งเราได้ท้วงติงแล้วก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ในการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับอื่น ๆ ในหลายฉบับที่ผ่านมา ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในเบื้องต้นวาระหนึ่ง เขียนไปว่าเอกชนต้องเป็นองค์การที่ทําหน้าที่ต่าง ๆ แล้วก็ใช้คําว่า ซึ่งมีผลงานในด้านใด ด้านหนึ่งเป็นที่ประจักษ์ เมื่อ ๓ วันก่อนมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ก็มีการ เถียงคํานี้ครับ ประจักษ์ ๆ มันประจักษ์อย่างไร ในที่สุดทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งเป็น คนละชุดกัน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านเปลี่ยนคําว่า ประจักษ์ เป็นคําว่า มาอย่าง ต่อเนื่อง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในที่สุดแล้วมันก็หนีไม่พ้นวังวนเดิม ๆ มันจะ ประจักษ์หรือมันจะต่อเนื่อง ในที่สุดมันก็เป็นคําที่กํากวม วันนี้บอกทํางานผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ผมทํามา ๓ เดือน ผมก็ว่าผมก็ต่อเนื่องของผมนะ และท่านเห็นว่าต่อเนื่องหรือไม่ หรือต้องทํามา ๑๐ ปีถึงจะต่อเนื่อง ในที่สุดคําคํานี้นะครับ มันจะกลายเป็นปัญหาในการตีความ เพราะว่าองค์การเอกชนที่จะบรรจุเข้ามาในที่สุด เขาต้องมาเป็นกรรมการ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ คําจํากัดความอันนี้มีเพื่อที่เขาจะ ไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการองค์การอิสระของท่าน พอถึงเวลาเขาบอกก็ผม ๓ เดือน ผมก็ต่อเนื่อง ผมก็อยากจะเข้ามาเป็นกรรมการเหมือนกัน ในที่สุดท่านได้ล็อกไว้ในตัว การสรรหาหรือไม่ ผมอยากจะถามคําถามแรกนะครับ
ส่วนที่ ๒ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ท่านบรรจุคําว่า การประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม แล้วก็บอกว่าหมายความว่า การศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนต่าง ๆ นานานี่นะครับ แปลที่เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือการทําอีไอเอ (EIA) ถูกไหมครับ อีไอเอคือการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ เราได้ทํากันมาโดยตลอดเวลาที่จะมีโครงการอะไรต่าง ๆ ที่มันอาจจะกระทบต่อชุมชน เช่น ทําโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าต่าง ๆ คิดเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องทําแน่อีไอเอ ผมกราบเรียนด้วย ความเคารพอย่างนี้ครับ คําคํานี้บรรจุเข้ามาอาจจะไม่ใช่เรื่องเสียหายนะครับ แต่วันนี้ด้วย สภาพสังคมของไทย ด้วยสภาพความพร้อมของภาครัฐของไทย ผมกราบเรียนเลยครับอีไอเอ หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่มีความสมบูรณ์ในตัวเองอย่างเพียงพอ และมัน กลายเป็นบางครั้งกลายเป็นอาวุธที่ใช้สําหรับฆ่าโครงการบางโครงการที่อาจจะเป็นประโยชน์ บางครั้งมันเป็นการใช้เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการทําให้บางโครงการที่อาจจะกระทบกับ ชาวบ้าน แต่มันเกิดความชอบธรรมขึ้นมาจนกระทั่งมันผ่านไปได้ เราเห็นกันมามาก ผมคง ไม่ยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับ ถ้ายอมรับความจริงท่านจะเห็นเลยว่าตัวนี้แหละเป็นตัวปัญหา วันนี้ต้องยอมรับว่าภาครัฐของไทยยังไม่มีเกณฑ์ ยังไม่มีกติกาที่ชัดเจนในการทําอีไอเอหรือว่า ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มันชัดจนกระทั่งมันเป็นที่ยอมรับกับทุก ๆ ฝ่าย คนนี้ทําออกมา อย่างหนึ่ง คนนั้นทําออกมาอีกอย่างหนึ่ง ภาคเอกชนที่คัดค้านทําออกมาตกหมดทุกอัน ภาครัฐทําออกมามันก็ดูสวยหรูหมด ในที่สุดก็มีการจัดประชุมสัมมนา ทําประชาพิจารณ์ จ้างชาวบ้านมานั่งฟัง บางทีคนมานั่งฟังก็ไม่ใช่คนที่กระทบ บางครั้งคนที่มาฟังกระทบจริง ๆ มาก็กลายเป็นการขัดแย้งในชุมชน ต้องกราบเรียนเลยว่านี่ละครับปัญหา ซึ่งวันนี้บรรจุเข้ามา ผมต้องกราบเรียนผมอาจจะไม่ติดใจในการที่ท่านบรรจุนะครับ แต่บรรจุคําคํานี้เข้ามา นะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังท่าน ผ่านไปยังท่านประธานด้วยนะครับ ให้ภาครัฐของไทยได้กรุณาทํากติกาตัวนี้ให้มันมีความชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่เพื่อที่สังคมทุกฝ่าย จะยอมรับได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่จะต้องมีการทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในครั้ง ต่อ ๆ ไปครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีสมาชิกท่านอื่นติดใจนะครับ เชิญคุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ผม ขออนุญาตถามคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ ที่เพิ่มตรงนี้ขึ้นมาเจตนารมณ์คือให้เกิดความ ชัดเจน ทีนี้ท่านเคยได้เห็นรายงานสิ่งแวดล้อมซึ่งมีการจ้างโดยไม่ใช่เป็นสถาบันการศึกษาทํา นะครับ เป็นบริษัทเอกชนขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ แล้วก็ไปจ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยมาเขียน มาใส่ แล้วก็เซ็นชื่อเป็นแถวเลย ณ ปัจจุบันนี้ด้วยท่าน รายงานอันนั้นเป็นรายงาน ผมใช้คําว่า รายงานเท็จ รถไฟฟ้าหลายสายเลยที่เราตรวจสอบ รายงานไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แล้วเป็น อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา และตรงนี้ผมยังไม่ได้อ่านต่อ และถ้าไม่จริงตรงนี้จะทําอย่างไร ครับที่ท่านเพิ่มใส่ตรงนี้มา ขอเป็นความรู้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ คุณหญิง ดอกเตอร์กัลยา ครับ
ขอบคุณนะคะ ที่ให้ความสนใจ ดิฉันกราบเรียนว่าเรื่องที่มีกําหนดเปลี่ยนจากคําว่า เป็นที่ประจักษ์ เปลี่ยนเป็น ต่อเนื่อง นี้ แน่นอนค่ะในวาระในมาตราต่าง ๆ จะกําหนดคุณสมบัติว่าไม่ใช่ ประจักษ์ แต่ว่าต่อเนื่องกี่ปีจึงจะมีคุณสมบัติครบตามที่จะมาเป็นกรรมการองค์การด้านอิสระ และเราก็ได้กําหนดไว้ว่าเป็น ๑๐ ปีค่ะ ส่วนสําหรับอีไอเอหรือว่าการเพิ่มคําจํากัดความนี้ก็เพื่อความสะดวก เพื่อเวลาเรากล่าวถึง การประเมินก็จะได้ทราบโดยไม่ต้องเขียนยืดยาว ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้นไม่ใช่หน้าที่ ของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะไปพิจารณา จะมีกฎหมายอื่นที่จะเอาผิดหรือลงโทษในผู้ที่ทํา หรือว่ารายงานเท็จต่างหากจากกฎหมายฉบับนี้ค่ะ จะขอให้กฤษฎีกาช่วยอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจนค่ะ
เชิญกรรมาธิการในส่วนกฤษฎีกาครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมสําหรับในส่วนของถ้อยคําที่ทางคณะกรรมาธิการได้แก้ไข ในร่างมาตรา ๘ นะคะ สําหรับการแก้ไขถ้อยคําจากคําว่า เป็นที่ประจักษ์มาอย่างต่อเนื่อง อย่างที่ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กล่าวไปแล้วนะคะ ในร่างมาตราที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นร่างมาตรา ๖ ร่างมาตรา ๗ จะมีการกําหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมนะคะว่าจะต้อง ทํางานมาด้านนั้นมากี่ปี นอกจากนั้นในร่างมาตรา ๙ ได้กําหนดให้คณะกรรมการจัดการ คัดเลือกเป็นคนตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่งว่าคนที่มีสิทธิเสนอชื่อหรือว่าบุคคลที่จะได้รับ การคัดเลือกเป็นกรรมการได้มีการทํางานมาอย่างต่อเนื่องจริง ๆ หรือไม่นะคะ สําหรับคําว่า การเพิ่มการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่เพิ่มคํานี้เข้ามาเนื่องจากในร่างมาตรา ๑๙ จะมี การกําหนดให้มีการจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้ ทางคณะกรรมการองค์การอิสระพิจารณาให้ความเห็นประกอบ ซึ่งที่เราเพิ่มคํานี้เข้ามา เนื่องจากในมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญกําหนดให้การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทําไม่ได้เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ซึ่งคํานี้อาจจะมีข้อสงสัยว่าจะทําการประเมินผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนมีการทําอย่างไร เราก็เลยมีการนิยาม ขึ้นมาเพราะว่าในปัจจุบันนี้หลักเกณฑ์ในการจัดทําการประเมินผลกระทบคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน มีการดําเนินการอยู่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งในมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กําหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทําการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไว้ค่อนข้าง ชัดเจน ส่วนว่าที่ท่านสมาชิกตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการดําเนินการอาจจะเป็นข้อมูลที่อาจจะมี ความเท็จหรือว่าอาจจะไม่เหมาะสมก็จะมีกลไก ตามกฎหมายดังกล่าวกําหนดหลักเกณฑ์ ไว้ในการลงโทษผู้จัดทํารายงาน รวมทั้งก็จะมีเรื่องประมวลกฎหมายอาญาซึ่งสามารถที่จะ เอาโทษกับบุคคลที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อทางราชการได้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนมาเป็น ข้อมูลค่ะ
ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เชิญเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ องค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข
คุณอานิก อัมระนันทน์ สงวนคําแปรญัตติไว้ ไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๖ มีการแก้ไข
เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๖ เป็นเรื่องของการบัญญัติให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพขึ้นมาคณะหนึ่งซึ่งมีจํานวนทั้งสิ้น ๑๓ คน ผมคิดว่าการเขียนไว้ใน (๒) และ (๓) อาจจะมีปัญหา ใน (๒) นี่เป็นกรรมการซึ่งได้มาจากการ คัดเลือกกันเองจากผู้แทนองค์การเอกชนจํานวน ๖ คน โดยมาจากด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านสุขภาพด้านละ ๒ คน ส่วนใน (๓) คือกรรมการที่ได้มาจาก การคัดเลือกกันเองจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาจํานวน ๖ คน ที่มาจากด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและด้านสุขภาพ ด้านละ ๒ คน การเขียนไว้ที่ไม่ชัดเจน ก็เนื่องจากว่าสามารถตีความได้ ๒ ทาง ทางหนึ่งก็คือว่ากรรมการที่ได้มาจากการคัดเลือก กันเองของผู้แทนเอกชนจํานวน ๖ คนนั้นเป็นผู้แทนขององค์การเอกชนซึ่งเป็นใครก็ได้ที่ องค์การเอกชนนั้นเสนอมา ผมต้องการให้เกิดความชัดเจนตรงที่ว่าเราต้องระบุว่า กรรมการตรงนี้มันต้องได้มาจากองค์การเอกชนที่มีความรู้ความชี่ยวชาญ แล้วก็ดําเนินงานมา ทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือว่าทางด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือว่าทางด้านสุขภาพ องค์กร แต่ละองค์กรที่เสนอชื่อคนเข้าไปเพื่อให้มีการไปคัดเลือกแข่งขันกันเองจะต้องมีการ ดําเนินงานในด้านนั้น ๆ มาเป็นระยะเวลาพอสมควร ส่วนจะเสนอใครเข้าไปนั้น เป็นอิสระของแต่ละองค์กร เช่นเดียวกันใน (๓) เราเพียงแต่ระบุว่าให้มีกรรมการที่เลือก กันเองจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา จํานวน ๖ คน ถ้าเขียนไว้แบบนี้ก็หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาใดก็สามารถที่จะเสนอได้ ซึ่งผมคิดว่านี่ไม่ใช่เจตนารมณ์ เจตนารมณ์ ก็คือว่าสถาบันการศึกษานั้นต้องจัดการเรียนการสอนทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือว่าจัดการ เรียนการสอนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือจัดการเรียนการสอนทางด้านสุขภาพถึงจะ มีสิทธิเสนอคนเข้าไปเป็นกรรมการ นี่เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าในกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งผมก็เคยได้ท้วงติงแล้วก็ได้มีการแก้ไขมาแล้วว่า ขอให้เขียนให้ตรง ผมคิดว่าสามารถที่จะ ทําได้ แก้ไขได้โดยในวรรคท้ายนี่นะครับเสนอว่าให้เขียนเป็น องค์การเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้แทนเพื่อเป็นกรรมการตาม (๒) และ (๓) ต้องมี ระยะเวลาการดําเนินงานหรือจัดการศึกษาในด้านนั้น ๆ มาไม่น้อยกว่า ๕ ปีในวันที่สมัคร ถ้าเขียนอย่างนี้ก็จะทําให้ตรงตามเจตนารมณ์ แล้วก็ไม่เกิดความสับสนในการบังคับใช้ กฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธาน
คณะกรรมาธิการไม่ขัดข้องนะครับ ก็ขอเชิญคณะกรรมาธิการช่วยตอบสักนิดหนึ่งครับ ตอบในสภาสักนิดหนึ่งครับ เชิญท่านประธานเลยครับ คุณหญิงกัลยาครับ
ขอบคุณ ท่านสมาชิกมากค่ะ ความจริงกรรมการ ๑๒ คนนะคะแก้จาก ๑๓ คนเป็น ๑๒ คนแล้ว แล้วก็คุณสมบัติของแต่ละบุคคลได้กําหนดไว้ในมาตรา ๗ แล้วก็องค์กรหรือสถาบันการศึกษา สามารถที่จะเสนอคนได้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ก็ได้กําหนดไว้เรียบร้อยแล้วก็คิดตรงกัน เพียงแต่ว่าอยู่คนละมาตราเท่านั้นเอง ใครจะเพิ่มเติม คุณธํารงลักษณ์ช่วยเพิ่มเติม รายละเอียดให้ทราบค่ะ
เชิญกฤษฎีกาครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ที่จริงแล้วการเพิ่มถ้อยคําตามที่ท่านสมาชิกเสนอ ก็ชัดเจนยิ่งขึ้น ทางคณะกรรมาธิการไม่ขัดข้องนะคะ เพราะว่าในวรรคท้ายของมาตรา ๖ ต้องการที่จะระบุไว้อยู่แล้วนะคะว่า องค์การเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่จะมีสิทธิเสนอ ชื่อผู้แทนเป็นกรรมการตาม (๒) (๓) วัตถุประสงค์เช่นเดียวกันค่ะว่าต้องมีประสบการณ์หรือ ระยะเวลาการดําเนินงานไม่น้อยกว่า ๕ ปีเพราะฉะนั้นการเพิ่มคําว่า ตาม (๒) และ (๓) มาตามที่เสนอ ทางคณะกรรมาธิการไม่ติดใจค่ะ
คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการที่ได้เห็นคล้อยตามกับผมนะครับ แต่ว่ามันมีอีกนิดหนึ่ง ที่ได้เสนอให้เพิ่มเติมเข้าไปก็คือ ระยะเวลาการดําเนินงานหรือจัดการการศึกษาในด้านนั้น ๆ ไว้ด้วยนะครับ ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนนะครับ คือนอกเหนือจากเพิ่มคําว่า ตาม (๒) และ (๓) แล้วก็ต้องเพิ่มคําว่า ในด้านนั้น ๆ ไว้ด้วยนะครับจะเกิดความชัดเจน ขอบคุณครับ
คณะกรรมาธิการไม่ขัดข้องนะครับ มีสมาชิกท่านใดยังติดใจไหมครับ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสกลนคร เขต ๑ ขอประทานอภัยวันนี้เสียง ไม่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ นี้ เมื่อกี้ผมฟังไม่ทัน ผมเสียดายนะครับ ถ้าหากไปตัดข้อความที่บอกว่า ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ออก แล้วที่ตัดข้อความว่า ที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ออกนี้ มันมีเหตุผลมีความจําเป็นอย่างไรถึงตัดออก มันก็ดีอยู่แล้วนี่ครับ เหมาะสมอยู่แล้ว ขอให้ คณะกรรมาธิการช่วยอธิบายด้วยครับ
กรรมาธิการธํารงลักษณ์ชี้แจงนิดหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการค่ะ ขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้นะคะ การที่ในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง ตัดตรงคําว่า ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แล้วก็ตรงคําว่า ผู้แทนสถาบันการศึกษา ตัดคําว่า ที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ออก เนื่องจากว่าในตัวนิยามคําว่า องค์การเอกชน แล้วก็สถาบันอุดมศึกษาได้มีการระบุในเรื่องนี้ ไว้อยู่แล้ว ทางคณะกรรมาธิการก็เลยเห็นว่าในเมื่อนิยามเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ก็ไม่จําเป็น ต้องเขียนซ้ําในตรงนี้อีกค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไม่มีสมาชิกติดใจแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ ยังมีติดใจนะครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียว ก็คือว่าที่ผมเสนอตอนหลังนี้ตกลงได้เพิ่มเติมเข้าไปหรือไม่ ขออนุญาต ให้ท่านคณะกรรมาธิการได้อ่านในวรรคท้ายอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
ขอให้คณะกรรมาธิการได้อ่านในวรรคท้ายให้ฟังอีกสักครั้งนะครับ เชิญคุณหญิง เชิญครับ ท่านคณะกรรมาธิการธํารงลักษณ์เชิญครับ
ในมาตรา ๖ วรรคสาม องค์การเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้แทนเพื่อเป็นกรรมการตาม (๒) และ (๓) ต้องมีระยะเวลาการดําเนินงานหรือจัดการการศึกษาในด้านนั้น ๆ มาไม่น้อยกว่าห้าปีในวันที่สมัคร
ไม่ติดใจแล้วนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
ผู้แปรญัตติมีท่านใดติดใจไหมครับ มีคุณขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ผมขอเสนอความเห็นเพราะว่าการกําหนดคุณสมบัติของ คณะกรรมการตามมาตรา ๗ (๓) ได้กําหนดประสบการณ์ไว้ ๑๐ ปี (๓) บอกว่าคุณสมบัติ ต้องมีประสบการณ์การทํางานในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นต่าง ก็คือว่าการเอาคนที่มีประสบการณ์ ๑๐ ปี กฎหมายฉบับนี้เพิ่งออกนะครับ จะต้องหาคนที่ มีประสบการณ์ในด้านนี้มา ๑๐ ปี ถึงจะเข้ามาในองค์กรนี้ได้ ฉะนั้นผมเห็นว่าในวาระแรกนี้ การจะกําหนดคุณสมบัติของผู้มาเป็นกรรมการไว้อย่างนี้ ผมมองว่าเป็นการเขียนจํากัด สําหรับองค์กรบางองค์กร ถ้าลึก ๆ เข้าไปสํารวจอาจจะชี้ตัวได้เลย ซึ่งไม่น่าจะถูกสําหรับ กฎหมาย ในวาระแรกการกําหนดกรรมการนี้บางทีอาจจะต้องไม่มีคุณสมบัติเรื่องประสบการณ์ เรื่องกี่ปี ๆ ในการจะไปขึ้นทะเบียน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการเขียนไว้ ๑๐ ปี แล้วใช้คําว่า อย่างต่อเนื่อง ด้วย ลบคําว่า ที่ประจักษ์ ออก แล้วก็เติมคําว่า ต่อเนื่อง ลงไป ผมก็เลยไม่เห็นด้วย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่ากรรมการชุดนี้ถ้าท่านพลิกไปดูที่เหตุผล เหตุผลของการออกกฎหมายฉบับนี้ ให้มีกรรมการ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เขาได้บัญญัติไว้ บอกว่า การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะกระทํามิได้ รัฐธรรมนูญกําหนด หลักก็คือทําไม่ได้ เว้นแต่จะทํา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างนี้ก็คือ ๑. เว้นแต่จะได้ศึกษาและ ประเมินผลการกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน อันนี้ ข้อที่ ๑ ข้อยกเว้น และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนร่วม เสียก่อน อันนี้ไม่ใช่กฎหมายนี้นะครับ วรรคช่วงสุดท้ายบอกว่า รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็น ประกอบก่อนมีการดําเนินการดังกล่าว แล้วก็ปรากฏว่าเกิดปัญหามากมายที่มาบตาพุด แล้วก็ต่อมาคณะรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ออกพระราชกฤษฎีกา ซึ่งการดําเนินการคณะกรรมการ ที่จัดการเรื่ององค์กรที่จะให้ความเห็นประกอบ ปัจจุบันก็มีแล้วโดยการออกพระราชกฤษฎีกา ของสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบ มีคณะกรรมการอยู่ ๒ ชุดอยู่แล้ว ดําเนินการอยู่แล้ว จริง ๆ แล้วโดยความเห็นของพวกกระผมมีความเห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ควรจะออกด้วยซ้ํา แต่ว่าเมื่อออกมาแล้วคือทําการให้ความเห็นประกอบ เพราะฉะนั้นการให้ความเห็นประกอบ จะมากําหนดคุณสมบัติ บอกว่าต้องมีประสบการณ์มาแล้ว ๑๐ ปี ผมจึงมีความเห็นว่าน่าจะ เขียนล็อกสเปกสําหรับใครบางคนหรือองค์กรบางองค์กรหรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ในรายละเอียดแล้วจะถือว่ากฎหมายนี้เขียนโดยไม่รอบคอบ เขียนโดยกําหนดให้เฉพาะ ท่านประธานครับ คนที่ทําเรื่องนี้มา ๑๐ ปี เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอแก้ไขบอกว่า ต่อเนื่องผมก็ไม่เอา ถ้ามีประสบการณ์ ๕ ปีน่าจะให้เขามีโอกาสเข้ามาอยู่ในองค์กรนี้ได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นกฎหมายหรือคุณสมบัติข้อนี้จะกลายเป็นการล็อกหรือว่ากําหนด คุณสมบัติเฉพาะสําหรับกลุ่มบางกลุ่ม คนบางคน ซึ่งน่าจะเสียหายในการออกกฎหมายแบบนี้ ผมจึงขอสงวนความเห็นไว้ว่าให้สภาได้พิจารณาว่าสิ่งที่ผมสงวนไว้ มันเป็นเหตุเป็นผลเพื่อจะ นําไปสู่ความคลี่คลายที่ดีกว่าหรือไม่โดยการลด กําหนดคนมีคุณสมบัติ ประสบการณ์นี้ลงมา จาก ๑๐ ปี เป็น ๕ ปี แล้วก็ไม่มีความจําเป็นอะไรจะต้องเขียนไว้อย่างต่อเนื่อง ถ้าเขามี ประสบการณ์ ๕ ปีก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ในความเห็นของผมครับท่านประธาน
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อมาตรา ๗ ของ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ พ.ศ. .... ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมค่อนข้างโน้มเอียงไปทางท่านกรรมาธิการเสียงข้าง น้อย ท่านขจิตรนะครับ เพราะว่าอย่างที่ได้เรียนตั้งแต่ในมาตรา ๓ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคําว่า เป็นที่ประจักษ์ หรือ มาอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นประเด็นของผมตั้งแต่เบื้องต้น มาดูที่มาตรา ๗ ในคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นกรรมการตามมาตรา ๖ นั้น อย่างแรกเลยต้องมีประสบการณ์ ทํางานในด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ มาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีในวันที่ได้รับเสนอชื่อ ๑๐ ปีนี้เป็นเวลาที่ยาวนาน บุคลากรที่จะเข้ามาเป็นนี่ จริง ๆ เป็นข้อดีนะครับถ้าหาคน ๑๐ ปีมาเป็นตัวเลือกได้อย่างเพียงพอ แต่คําถามของผมคือ ๑. การที่ต้องมีประสบการณ์ ๑๐ ปีนี่มันเยอะไปหรือไม่ มันทําให้เรามีตัวเลือกน้อยลงหรือไม่ แล้วยิ่งมาดูข้อที่ ๔ ของหมวด ก ต้องเป็นสมาชิกขององค์การเอกชน หรือเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑ ปี คราวนี้มันเลยกลายเป็นตาชั่งที่มันเอียง วันนี้ท่านบอกว่าต้องมีประสบการณ์ ๑๐ ปี แต่อยู่ในองค์การที่เขาดําเนินการในด้านนี้ เพื่อพี่น้องประชาชน ขอแค่ปีเดียวก็พอ ผมไปทํางานเอกชนมา ๑๐ ปี ทํางานเพื่อแสวงหา กําไร กําไร กําไร ๑๐ ปี ผมเพิ่งมาสมัครเมื่อปีที่แล้ว วันนี้ผมมีสิทธิเข้ามานั่งในกรรมการ องค์การอิสระชุดนี้นะครับ นี่คือประเด็นปัญหาที่ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนคณะกรรมาธิการ วันนี้เราต้องการคนที่มีความโปร่งใส คนที่มีประวัติขาวสะอาด คนที่เคยทํางานเพื่องานด้านนี้ สําหรับชุมชน สําหรับพี่น้องประชาชน สําหรับประเทศชาติ อย่างแท้จริง ถ้าเราไปตั้งเกณฑ์ชี้วัดอย่างนี้ขึ้นมา มันเปิดช่องมากมายเลย ถ้ากําหนด ๑๐ ปี ก็ต้องกําหนดบอกว่าเคยทํางานองค์กรอิสระอาจจะคนละที่ก็ได้ แต่เป็นองค์การเอกชน อาจจะคนละที่ก็ได้สัก ๕ ปีสิครับ เพื่อที่เขาจะได้สามารถที่จะยืนยันได้ว่าเขาทํางาน เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพราะวันนี้การที่จะมาคัดเลือกกรรมการขององค์การอิสระของท่าน ในที่สุดก็ต้องมาดู ไม่ใช่ดูแค่ชื่อ ดูแค่ประวัติ ต้องดูด้วยว่าองค์กรเอกชนที่ส่งเข้ามาคือใคร ได้ทําอะไรเพื่อสังคมถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นผมยังมองว่าประเด็นในข้อนี้เป็นการแก้ไข ที่อาจจะทําให้มันมีตัวเลือกจํากัด แล้วก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่พึงประสงค์ได้
ส่วนอีกข้อหนึ่งที่มีการปรับแก้แล้วผมต้องค้านอย่างเต็มที่เลย ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ในส่วนของลักษณะต้องห้ามของกรรมการของท่าน (๑.๑) ของหมวด ข ในมาตรา ๗ บอกว่าคนที่จะห้ามมาเป็น ห้ามดํารงตําแหน่งใดหรือถือหุ้น ในห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ยกเว้นสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน เป็นผู้มีสิทธิทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงคู่สมรสและบุตรด้วย ผมกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ ในส่วนขององค์การเอกชนที่จะเข้ามาเป็น กรรมการนั้นคงไม่มีปัญหาเพราะท่านได้ตัดสิทธิเขาไปแล้วถ้าเขาไปดํารงตําแหน่งใด ๆ ก็ตาม รวมถึงคู่สมรส อันนี้ผมเห็นชอบด้วยผมยินดีที่ท่านได้บรรจุเข้ามา แต่ในส่วนของ สถาบันอุดมศึกษานี่ละครับที่เป็นปัญหา ท่านมีกรรมการ ๑๒ คนจากมาตรา ๖ ๖ คน มาจากองค์การเอกชน อีก ๖ คนมาจากสถาบันอุดมศึกษาก็คือพวกนักวิชาการ ครูบาอาจารย์นี่ละครับ แต่ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในทางปฏิบัติในข้อเท็จจริงนั้น ครูบาอาจารย์ที่อยู่ในสถาบันอุดมศึกษา เขาเรียกรับงานนอก ไม่ใช่วัน ๆ สอนหนังสือนะครับ เดี๋ยวก็ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทใหญ่นั้น ไปทํางานวิจัยให้บริษัทนี้ แล้วก็ยังสามารถเข้ามานั่งอยู่ ในองค์การอิสระชุดนี้ได้อีก ในขณะที่งานนอกตามข้อ (๑.๑) ก็ไม่ได้ห้ามเขาบอกว่าเข้ามาแล้ว คุณห้ามไปยุ่งกิจกรรมเช่นนั้นอีก ก็ไม่ได้ห้าม เพราะว่าตัวสถาบันอุดมศึกษาเอง มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ เองสามารถไปมีสัญญาเป็นคู่สัญญากับบริษัทเอกชนได้ ในที่สุดแล้วตัวครูบาอาจารย์ เหล่านี้ ผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ เราก็ต้องสงสัยในความเป็นกลางว่าในที่สุด เขาจะทําเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตาม พ.ร.บ. นี้ หรือในที่สุดแล้วปรากฏว่า กินเงินเดือนอยู่ เป็นที่ปรึกษาอยู่ จะไปโน้มเอียงไปยังข้างของฟากฝั่งของเอกชนหรือไม่ นี่เป็นประเด็นซึ่งผมเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะว่าองค์การอิสระต่าง ๆ ในที่สุดแล้ว ดูคณะกรรมการของท่านสิครับ ไม่มีภาครัฐ ไม่มีฝ่ายใด ๆ การเมืองก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ไม่มี ใครไปแตะต้องเลย ท่านเลือกกันเอง ทํากันเอง ในที่สุดท่านมีความเป็นอิสระ แต่ถ้าตัว บุคลากรของท่านในที่สุดเลือกกันมาแล้ว มันไม่อิสระ ปัญหาคือมันไม่มีขั้นตอนในการ ตรวจสอบที่รัดกุม มันจะหลุดมือไปเลย มันจะกลายเป็นองค์การที่ถือเงินอยู่สามารถทํา กิจกรรมที่เป็นประโยชน์หรือเป็นคุณ ให้คุณให้โทษกับโครงงาน กับโครงการพัฒนาต่าง ๆ ได้ กับพี่น้องประชาชนได้ มันก็หลุดจากการควบคุมไป เราจะทําอย่างไรเพื่อให้มันรัดกุมขึ้น ผมอยากให้ท่านพิจารณาใน (๑.๑) ถ้าท่านสามารถปรับแก้ให้มันมีความรอบคอบ เช่น บอกเลยบอกว่าถ้าอยู่ในอุดมศึกษาวันนี้ไม่เป็นไร เพราะว่าวันนี้มันก็รับงานนอกทุกคน ครูบาอาจารย์ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่าเขาก็ต้องทํามาหาเลี้ยงชีพตัวเอง แต่ถ้าเข้ามาแล้วต้องยุติ ถ้าไปปรับแก้ด้วยอํานาจของกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนบัลลังก์วันนี้ อาจจะทําได้ ลองพิจารณาดูนะครับ ผมกราบฝากไว้ครับ
สมาชิกท่านอื่นมีไหมครับ ไม่มีแล้ว คุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นแรกที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ต้องขอเอ่ยนามนะคะ ได้สงวน ความเห็นเอาไว้ ดิฉันคิดว่าเป็นที่ประจักษ์ใน ๗ ก (๓) มีประสบการณ์การทํางานในด้าน สิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพเป็นที่ประจักษ์มาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ แล้วท่านคิดว่าน่าจะเพียง ๕ ปี ดิฉันคิดว่าเป็นที่ประจักษ์ อันนี้ สําคัญ ไม่น่าตัดออกไป แต่ในส่วนของ ๑๕ ปี ดิฉันว่าถ้าเผื่อจะหาจุดลงตัวถ้าเผื่อเรามองว่า เป็นประสบการณ์ทั้ง ๓ ด้าน ด้านใดด้านหนึ่งรวมกันแล้ว ๑๕ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ก็อยากจะเรียนเสนอท่านประธานไว้ว่าอาจจะเป็นจุดที่ลงตัวที่ทุกฝ่ายรับได้ว่าไม่จําเป็น จะต้องเป็นด้านใดด้านหนึ่ง แต่ว่าผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ที่ได้ทํางานอย่างเป็นที่ประจักษ์ ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งสําคัญ ไม่น่าจะตัดออกไปนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
กรรมาธิการตอบนะครับ เชิญกรรมาธิการธํารงลักษณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธํารงลักษณ์ ลาพินี กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะคะ สําหรับกรณีเรื่อง คุณสมบัติก่อนนะคะ ที่กําหนดให้ต้องดําเนินงานเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ร่างที่ทาง กรรมาธิการแก้ไขมา เนื่องจากมีเหตุผลว่าการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการใหญ่ เพราะฉะนั้นบุคคล ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการขององค์การอิสระจําเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติ แล้วก็ระยะเวลา ทํางานในด้านนั้นจริง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ระยะเวลาที่ทํามาคิดว่าเขาจะมีความ เชี่ยวชาญพอที่จะมาให้ความเห็นประกอบต่อการดําเนินโครงการขนาดใหญ่ ก็เลยยังคง หลักการในเรื่องต้องมีการดําเนินงานมาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี สําหรับกรณี (๑/๑) เหตุผล ที่ยกเว้นตรงตัวสถาบันอุดมศึกษาเพิ่งได้รับใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิทําการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี่นะคะ เนื่องจากว่าในตัวขององค์การอิสระตามมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ค่อนข้างชัดเจนว่าจะต้องประกอบด้วย ๒ ส่วนก็คือ ผู้แทนของ องค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ทีนี้ก็เลยมีประเด็น สมมุติว่าถ้าห้ามสถาบันอุดมศึกษาส่งคนที่ดํารงตําแหน่งในสถาบันอุดมศึกษา ห้ามขาดเลย เราก็จะไม่สามารถหาตัวผู้แทนที่จะมาเป็นกรรมการในองค์การเอกชนได้ เลยต้องเขียน ข้อยกเว้นไว้ อย่างไรก็ตามสําหรับตัวอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นเอง หรือว่าข้าราชการหรือ พนักงานนั้นเอง ถ้าตัวเขาเองได้รับคัดเลือกมาเป็นกรรมการ แล้วก็เขาเป็นคนทําการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย จะเข้าลักษณะต้องห้ามใน (๑) ของ ข อยู่แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลในการแก้ไขอย่างนี้ค่ะ
คุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ
ท่านประธานคะ อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉัน สงวนความเห็นไว้ เมื่อกี้พอดีนึกว่าอยู่ด้านหลัง คือ ๗ ก (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน ๖๕ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ดิฉันได้สงวนความเห็นไว้ว่าอายุนั้น ส่วนที่สูงที่สุดควรจะยกขึ้นไปเป็น ๗๐ ปีบริบูรณ์ เหตุผล ก็เพราะว่าสมัยนี้คนสุขภาพที่ดีก็มีเยอะแยะ โดยที่สมองดีแล้วก็มีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะที่ทางท่านกรรมาธิการค่อนข้างอยากจะยืนยันว่าประสบการณ์ทํางานต้องต่อเนื่อง อย่างน้อย ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นคนที่จะหาได้มีน้อย แล้วสมัยนี้คนที่อายุ ๗๐ ปีแล้วยังสุขภาพ แข็งแรง โดยเฉพาะความคิดความอ่าน ประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ก็มี ดิฉันคิดว่าเราไม่ควร จะไปตัดสิทธิผู้สูงอายุที่อาจจะทําประโยชน์ให้กับสังคมได้ ถ้าเขาจะเดินทางไม่ไหวหรืออะไร ก็คงเป็นอีกประเด็นหนึ่งก็แปลว่าเขามีคุณสมบัติไม่เหมาะสมถ้าจะต้องเดินทาง แต่ดิฉัน เองนั้นรู้จักผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่อายุ ๗๐ ปี ๗๐ ปีกว่าที่ยังสามารถให้ประโยชน์กับ สาธารณะได้ แล้วก็แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎรของเราเอง เราก็เห็นตัวอย่างของท่านผู้อาวุโส หลาย ๆ ท่านที่อายุเกิน ๗๐ ปีก็ยังสามารถทํางานได้อย่างแข็งขัน ดิฉันจึงคิดว่าไม่ควรที่จะ จํากัดอายุไว้แค่นั้น น่าจะปล่อยขึ้นมาถึง ๗๐ ปี หรือกว่านั้นก็ไม่น่าเป็นไรในความเห็นดิฉัน ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ คุณหญิงกัลยาครับ
กราบเรียน ท่านประธาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ขอบคุณคุณอานิกมากนะคะที่ได้หยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาอภิปรายในสภาอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อครั้งที่เราเชิญให้ไปที่คณะกรรมาธิการเราก็ได้ชี้แจง แต่รู้สึกว่าเราเข้าใจตรงกัน แล้วดิฉันเองก็อายุอานามไม่มาก ดิฉันคงเห็นใจผู้ที่สูงอายุนะคะ แต่เราก็ตกลงกันว่าเป็น ๖๕ ปีก็ไม่ติดใจอยู่แล้วค่ะ
ตกลงกรรมาธิการยังยืนยัน ๖๕ ปีครับ คุณอานิกยังติดใจนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉันได้คุย กันแล้ว แต่ตอนนั้นดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการถึงได้พูดในที่ประชุม แล้วก็ ยกตัวอย่างท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านในสภาแห่งนี้ว่ามีอายุเกิน ๗๐ ปีแล้วก็ยังมีสมองที่ดี มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ยังใช้ประโยชน์ได้ แต่ว่าถ้าเผื่อท่านประธานกรรมาธิการ ยังเห็นด้วยอยู่ในความเห็นเดิมในร่างของท่าน และก็ไม่มีท่านสมาชิกอื่นสนับสนุน ดิฉัน ก็ยอมถอนค่ะ
สรุปแล้วไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ ท่านขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผมยังยืนยันความเห็นว่าคุณสมบัติใน (๓) ควรจะเป็น ๕ ปี แล้วก็ไม่มีคําว่า ต่อเนื่อง
สรุปแล้ว คุณขจิตร ชัยนิคม ยังติดใจใช่ไหมครับ
ยังมีความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า จะเอาประสบการณ์คน ๑๐ ปีมาเป็นกรรมการ จะให้ความเห็นประกอบ มันมากเกินไป แล้วน่าจะเป็นเขียนไว้สําหรับเฉพาะกลุ่มที่ทํางานมาก ๆ เป็นการล็อกสเปกหรือเปล่า ผมยังติดใจครับ ควรจะ ๕ ปีน่าจะใช้ได้แล้ว
กรรมาธิการมีอะไรไหมครับ คือถ้ายังติดใจก็ต้องลงมตินะครับ แต่วันนี้เนื่องจากว่าเราประชุม กันมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้วนะครับ ผมเห็นควรเลื่อนการลงมติในมาตรา ๗ ไปไว้ ในการประชุมครั้งต่อไปครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการ ขอบคุณสมาชิกและเจ้าหน้าที่ ทุกท่านครับ ปิดการประชุมครับ