อภิรักษ์ โกษะโยธิน หารือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และพื้นที่ใกล้เคียง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงระหว่างไทยกับกัมพูชา และการเจรจาสันติวิธีระหว่างทั้งสองประเทศ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ว่าเมื่อเช้าทางคณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้เรียนเชิญท่านรองผู้ว่าราชการ จังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งท่านผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ ผู้แทนเหล่าทัพ ได้มาสอบถามและ ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเอง ไม่เฉพาะที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ว่าสิ่งที่ได้มีการหารือ แล้วอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในประเด็นที่มีความสําคัญที่จะช่วยสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลได้มีมาตรการที่ สําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชน ที่ประสบผลกระทบในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ต้อง อพยพมาพํานักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน ๒๒ จุด ในอําเภอพนมดงรัก อําเภอปราสาท อําเภอสังขะ จํานวนทั้งหมดประมาณ ๓๐,๕๐๐ กว่าคน จริง ๆ แล้วมีรายงานสถานการณ์ใน พื้นที่ ซึ่งก็ได้มีกาสอบถามท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ถึงสภาพความเป็นอยู่ของพี่ น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารการกิน ในเรื่องของสภาพที่พัก ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้ยืนยันว่าได้มีประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งก็จะมีงบประมาณในเรื่อง ของการดูแลสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่า เมื่อวานนี้ได้มีการต่อสู้ปะทะแล้วก็มียิงเข้ามาในพื้นที่ของราษฎร ซึ่งก็ส่งผลกระทบให้มี ประชาชนในพื้นที่ได้รับการบาดเจ็บและเสียชีวิต ๑ ราย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยากกราบเรียน ฝากท่านประธานถึงแนวทางในเรื่องของการที่จะมีมาตรการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ว่าได้รับความดูแล และอย่างน้อยพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มี ความเป็นห่วงก็จะได้ทราบว่ามาตรการที่ทางรัฐบาลได้ดําเนินการได้ดําเนินการไปอย่างเต็มที่
ประการที่ ๒ ที่มีความสําคัญก็คือแนวทางในเรืองของการแก้ไขปัญหา ในระยะต่อไป ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องทุกคนอยากเห็นแนวทางที่สามารถที่จะยุติการใช้ความรุนแรง ยุติการต่อสู้ หรือแม้แต่การใช้อาวุธสงครามที่ทําให้เกิดผลกระทบในเรื่องของการบาดเจ็บ เสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ก็อยากฝากท่านประธานนะครับ สอบถามไปยังรัฐบาลและ กระทรวงการต่างประเทศถึงมาตรการซึ่งเมื่อวานในการประชุม ครม. ก็ได้มีมาตรการ ในเรื่องของการทบทวนความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลไทยหรือประเทศไทยให้ความช่วยเหลือ กับประเทศกัมพูชา แนวทางที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ หรือมาตรการตอบโต้ทางด้าน การทูต ก็อยากฝากไปทางรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึง แนวทางที่จะได้ใช้เพื่อที่จะได้แสดงจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องอธิปไตยและการ ตอบโต้ใช้ความรุนแรงของประเทศกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในเรื่องของการทบทวนความช่วยเหลือการปิดด่าน การเรียนเชิญทูตของประเทศกัมพูชามา หารือ หรือแม้แต่มาตรการในระดับความรุนแรงต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศหรือ มาตรการในด้านความสําคัญทางด้านต่างประเทศสามารถที่ดําเนินการได้ แต่ว่าสิ่งที่ผม เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเองในฐานะที่ถือว่ามีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน แล้ว หลายท่านก็ทราบดีว่าในสภาวะปกติประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วนก็เป็นญาติพี่น้อง เป็นเพื่อน มีการข้ามไปทําการค้าขายติดต่อสัมพันธ์ระหว่างแนวชายแดน แม้แต่ทหารหรือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่โดยสภาวะปกติก็รู้จักกันนะครับ ก็มีการพบปะกันเป็นระยะ ซึ่งตรงนี้เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และได้รับผลกระทบอยากเห็นการกลับคืนสู่ สภาวะปกติ ซึ่งก็เชื่อว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลไทยได้ดําเนินการในเรื่องของการเจรจาแบบ ทวิภาคี แนวทางในการที่จะสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหลักของการปะทะอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือปัญหา ในเรื่องของพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีแนวทางในหลาย ประเทศในทั่วโลกที่สามารถที่จะหาจุดร่วมในเรื่องของการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อที่จะ ทําประโยชน์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่แล้วก็จะได้รับประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนหรือแม้แต่ การดําเนินการในเรื่องของความร่วมมือระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ ซึ่งแน่นอนก็เป็นแนวทาง ที่จะทําให้ผลกระทบในเรื่องของการใช้ความรุนแรงหรือแม้แต่การปะทะในทางทหารหมดไป
สุดท้ายที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาล ก็คือแนวทางที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่ ก็คือแนวทางในเรื่อง ของการทําความเข้าใจให้กับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการยกระดับมาตรการของ กัมพูชาที่อยากให้เป็นระดับพหุภาคีหรือระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของมาตรการ ที่จะส่งผลถึงการเจรจาที่อยู่ยูเอ็นเอสซีที่กําลังจะมีการประชุมกันในเดือนพฤษภาคม หรือเดือนมิถุนายนที่เกิดขึ้น อันนี้ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งก็เชื่อว่าท่านได้ดําเนินการอยู่บ้างแล้วนะครับ แต่ว่าถ้าสามารถทําให้เกิดความเข้าใจ ทั้งพี่น้องประชาชนในประเทศไทยเอง หรือแม้แต่ในประชาคมโลกว่ารัฐบาลไทยได้พยายาม ที่จะดําเนินการในเรื่องของการเจรจาโดยสันติวิธี เราก็จะไม่ใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรง ทางทหารถ้าไม่เกิดการรุกคืบของทางกองทัพหรือทางรัฐบาลกัมพูชา อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะ ช่วยทําให้แนวทางการเจรจาระดับทวิภาคีได้เกิดผลอย่างสูงสุด แล้วพี่น้องประชาชนชาวไทย เองก็จะได้มีความเข้าใจว่าประเทศไทยโดยรัฐบาลไทยและกองทัพไม่ได้ปล่อยให้รัฐบาลหรือ กองทัพกัมพูชามารุกรานอธิปไตย แล้วก็ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการที่เข้มแข็งในการปกป้อง อธิปไตยต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณมากครับ