สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ รับรู้ถึงความเป็นมิตรของประเทศไทยต่อประเทศเพื่อนบ้าน

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ขอกราบเรียนการดําเนินการทางด้านต่างประเทศ เพื่อคู่ขนานไปกับการดําเนินการ ภายในประเทศ คือเราก็ดําเนินการคู่ขนานกันไป หลัก ๆ ก็ทั้งที่กรุงเทพมหานคร ที่กรุงปารีส ที่นครนิวยอร์ค แล้วก็ที่กรุงลอนดอน วอชิงตัน แล้วก็ปักกิ่ง แล้วก็บรรดาเมืองหลวง ของอาเซียนทั้งหมด ที่กรุงเทพมหานคร ก็โดยเฉพาะการพูดจากับคณะทูตที่นี่ ทั้งเป็นกลุ่ม เป็นราย ๆ ไป นอกเหนือจากนั้นแล้วผมจะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียพรุ่งนี้ จะไปพบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และจะเข้าร่วมในเรื่องเกี่ยวกับ ประชาคม สังคม และวัฒนธรรมของอาเซียน ก็จะได้ถือโอกาสนั้นชี้แจงกับท่านทูตผู้แทน ถาวรของประเทศต่าง ๆ ประจําอาเซียน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะได้นําเอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปชี้ กับต่างประเทศให้ได้รับทราบความเป็นมาทั้งหมด สิ่งแรกที่จะต้องให้ประชาคมได้รับทราบ ก็คือว่านโยบายของรัฐบาลไทยโดยตลอดมากับประเทศเพื่อนบ้าน คือการร่วมมือแล้วก็การ ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนา เป็นสิ่งที่ดําเนินการมาโดยตลอดเวลา แล้วก็เป็นความ ร่วมมือที่อาจจะจัดได้ว่านอกเหนือจากประเด็นปัญหาชายแดนกับประเทศกัมพูชา แล้วเรา ไม่ได้มีปัญหากับประเทศมาเลเซีย ไม่ได้มีปัญหากับประเทศพม่า ไม่ได้มีปัญหากับประเทศ ลาวเลย ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความราบรื่น ประเด็นปัญหาทางด้านประเทศกัมพูชาก็เป็น เรื่องของปัญหาระหว่างรัฐบาลกลางกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ แล้วมันก็มีผลกระทบต่อ ประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศลาวราบรื่นมาก ถึงขั้นที่ว่าตอนนี้ก็มี สะพานที่ ๓ ที่ ๔ ที่จะข้ามแม่น้ําโขง นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่ราบรื่นอย่างมากแล้วเราก็ ประสบความสําเร็จในการริเริ่มโครงการเชื่อมโยงทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านการคมนาคม ซึ่งจะมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็การทํามาค้าขาย การเคลื่อนไหวของบุคลากรต่าง ๆ เหล่านี้ ในภาพรวม ยุทธศาสตร์ในการที่จะร่วมมือกับ มิตรประเทศประสบความสําเร็จเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่ประจักษ์ทั้งทางด้านสถิติต่าง ๆ ส่วนประเด็นปัญหากับประเทศกัมพูชานั้นมันเป็นปัญหาทั้งประวัติศาสตร์ ปัญหาสืบเนื่องมา มันก็เริ่มต้นเมื่อรัฐบาลนี้มารับตําแหน่งนั้นก็ต้องขอทบทวนความจํา ประเด็นปัญหามันก็ เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของเราได้มีการลงมติว่า จอยท์ คอมมูนิเค (Joint communiqué) ที่ได้ทําในรัฐบาลสมัยก่อน ๆ นั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มันก็ได้สร้าง ความเคืองใจเสมือนกับว่ารัฐบาลนี้ไปกลั่นแกล้งผลประโยชน์ของรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่ใช่ ทุกสิ่ง ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมอยากจะทําให้มันเรียบร้อย เมื่อทําเรียบร้อยแล้ว จะมากล่าวหาว่าตัวกระผมเองหรือรัฐบาลนี้เป็นตัวอุปสรรคให้กับทางฝ่ายประเทศกัมพูชา นั้นเป็นไปไม่ได้ สําหรับความร่วมมือกับกัมพูชานั้นเราเป็นผู้ส่งออกสินค้า สัดส่วนการค้า มันแทบจะ ๙๐ : ๑๐ คือเราขายสินค้าให้กับผู้บริโภคในประเทศกัมพูชา เรามีนักท่องเที่ยวไป ชาวต่างชาติจะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศกัมพูชาก็ต้องมาแวะเปลี่ยนเที่ยวบินที่สนามบิน สุวรรณภูมิ เราเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือกับประเทศกัมพูชามากที่สุดในกระบวน ประเทศกําลังพัฒนาด้วยกัน ตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลของไทย ทุกโรงให้การรักษาพยาบาลต่อชาวกัมพูชาโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการช่วยเหลือ ทางด้านมนุษยธรรมอย่างสูงส่ง นอกจากนั้นแล้วเอกชนไทยก็เป็นผู้ลงทุนที่สําคัญในประเทศ กัมพูชา โดยองค์รวมทั้งหมดมันสามารถที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่มีเหตุผลอันใด ที่รัฐบาลนี้ประเทศไทยจะไม่เป็นมิตรต่อประเทศกัมพูชา นโยบายโดยตลอดมาคือเสริมสร้าง ความเป็นอยู่ ปีติสุขความมั่งคั่งของชาวกัมพูชา เขายิ่งเจริญเท่าไรก็ยิ่งดีกับประเทศไทย เท่านั้น เพราะว่าประเด็นปัญหาข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ก็ดี การค้าอาวุธเถื่อนก็ดี โรคภัยไข้เจ็บก็ดีมันจะไม่ได้ทะลักเข้าไปอยู่ในประเทศไทย ผมคิดว่าในการให้ความร่วมมือกับ ประเทศกัมพูชานั้นเราจะทําอย่างเต็มที่แล้วก็เต็มเปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้วเราก็ไม่ได้ ให้ความเหลือทางด้านให้เปล่า หรือว่าทางด้านเงินให้เปล่าเท่านั้น เรายังให้กู้ผ่อนปรนในการ ที่เขาจะไปสร้างถนนหนทาง สะพาน ในประเทศของเขาด้วย แต่ความคาใจที่เกี่ยวกับเรื่อง ของชายแดนนั้นมันได้นํามาสู่การปะทะดังที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ให้ไว้แล้ว แต่ว่า เราก็ได้เดินนโยบายด้วยความอดกลั้น เราเป็นผู้มีปฏิกิริยาต่อการรุกล้ําดินแดนของเราหรือว่า การเปิดการปะทะ แต่เราก็พยายามที่จะชี้แจงกับทั่วโลก กับมิตรประเทศในการที่จะบอกว่า เราไม่มีผลได้ผลเสียใด ๆ ในการที่จะให้มีสงคราม เพราะเราต้องการที่จะมีสันติสุข เราต้องการความมั่งคั่ง ๒ ประเทศ แล้วก็ในการที่จะสร้างประชาคมอาเซียนให้เป็นปึกแผ่น ให้เป็นที่ที่เป็นสมาคมที่มีความเจริญก้าวหน้า แล้วก็มีสุ่มมีเสียงในเวทีระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นที่ได้ดําเนินการมาทั้งหมดก็เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงถึงแนวนโยบายที่เราจะ ร่วมมือกับประเทศกัมพูชาเท่านั้น แล้วประเด็นปัญหาที่มีอยู่ก็จะต้องแก้ด้วยการเจรจา ๒ ฝ่ายเท่านั้นครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานแค่นี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ