สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

วินัย สมพงษ์ อภิปรายเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา หมายถึง การปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องปราสาทต่าง ๆ เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเขมรพยายามที่จะยกให้เป็นมรดกโลก และขอให้ชาติที่ 3 สังเกตการณ์

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตร่วมอภิปรายแสดงข้อคิดความเห็นในญัตติประเด็น กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งกําลังเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากทั้งในประเทศแล้วก็ ต่างประเทศในขณะนี้ ก่อนอื่นผมอยากจะขอย้อนความไปถึงเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ซึ่งกระผม ได้อภิปรายเรื่องเจบีซี ๓ ฉบับ ก็เกี่ยวกับชายแดน การปักปันเขตแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศเขมร ๓ ฉบับตามความที่ทราบไปแล้วนั้น ซึ่งกระผมได้อภิปรายในทํานองท่วงทีที่ ไม่เห็นด้วย ไม่รับ และในที่สุดแม้จะมีการเอาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่มี ท่านเจริญเป็นประธาน ผมขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่านด้วยความเคารพ แม้จะเอาเพียง ข้อสังเกตมาให้สภาให้ความเห็นชอบ กระผมก็โหวตไม่รับครับ เหตุผลที่กระผมโหวตไม่รับ เพราะจริง ๆ แล้วผมได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ว่ากระผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปักปัน เขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเขมรในช่วงตั้งแต่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ตรงอําเภอน้ํายืน มาถึงช่องสะงําที่จังหวัดศรีสะเกษในช่วง ๑๙๕ กิโลเมตรแรก ซึ่งในช่วงนั้นเส้นเขตแดน ไทย-เขมรจะเป็นแนวธรรมชาติ เป็นสันเขา เป็นหน้าผา เป็นเหมือนกําแพง เมืองจีน ประเทศเขมรอยู่ที่ต่ํา ประเทศไทยอยู่บนที่สูง เหตุที่ผมไม่อยากจะให้มีการปักปัน เขตแดนใหม่ตามเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ตามเจบีซีที่เราอภิปรายวันนั้นก็เพราะผมเห็นว่ามันมี ข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๐๔ ค.ศ. ๑๙๐๗ ๑๐๓ ปีมาแล้ว ไทย-เขมรได้ใช้แนวเขาสันปันน้ํา แนวหน้าผา เป็นแนวเส้นเขตแดนระหว่างไทย-เขมร เพราะฉะนั้น ๑๙๕ กิโลเมตรแรกในช่วงแรกระหว่างช่องบกกับช่องสะงํา ผมไม่เห็นด้วยที่จะ ให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ เพราะถ้ามีการปักปันเขตแดนใหม่เมื่อไร นั่นคือสาเหตุของการ สูญเสียดินแดนของฝ่ายไทย เสียอธิปไตยฝ่ายไทยอย่างแน่นอน นี่ละครับเมื่อกรรมการที่ไป ศึกษาเจบีซี ๓ ฉบับไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ในช่วง ๑๙๕ กิโลเมตร แรก ระหว่างช่องบก-ช่องสะงํา ผมจึงได้ออกมาคัดค้านและโหวตไม่เห็นด้วย ไม่รับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศเขมรนั้นมีข้อพิพาท มีความขัดแย้งกับประเทศไทย มีประวัติศาสตร์อันขมขื่นต่อกันมานานเป็นศตวรรษ ๆ มีประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นต่อกันมาโดยตลอดเรื่องพรมแดน เรื่องปราสาทต่าง ๆ ผมเองก็สงสัย ว่าเผ่าพันธุ์คนขอมซึ่งเป็นผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู ปราสาทต่าง ๆ นั้นเป็นศิลปะ เป็นวัฒนธรรม เป็นความเชื่อของฮินดู แต่เขมรปัจจุบันนี้ไม่ใช่ฮินดูนะครับ แต่เป็นพุทธ นี่ละครับหลายคน กระผมเองก็สงสัยด้วย กระผมเองไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ แต่ก็พลอยสงสัยด้วยว่าขอมกับ เขมรเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันหรือไม่ ปราสาทในเมืองไทยมีมากมายครับ ไม่ใช่เฉพาะปราสาท ตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ครับ ประสาทที่จังหวัดกาญจนบุรี ปราสาทเมืองสิงห์ที่จังหวัดลพบุรี ที่อําเภอพิมายก็เป็นศิลปะในเชิงฮินดูที่บอกว่าเป็น วัฒนธรรมเป็นศิลปะของเชิงขอมทั้งสิ้น เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กระผมจึงมี ความสงสัยว่าขอมกับเขมรนั้นเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันมาตั้งแต่ในอดีตหรือไม่ เพราะถ้าพูดถึง ความเชื่อถือทางศาสนาแล้ว ฝ่ายหนึ่งฮินดูคือขอม อีกกลุ่มหนึ่งก็คือเขมรนั้นเป็นพุทธ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าประเทศไทยเสียอธิปไตยที่เขาพระวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นความเจ็บปวดที่มาถึงปัจจุบัน คําว่าอธิปไตยนั้นวันนี้ก็มีคนพูดกัน มากขึ้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้นเขมรจะได้ปราสาทเขาพระวิหารไป เฉพาะเขา พระวิหาร เฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นที่เป็นอธิปไตยของเขมร แต่โชคร้ายที่เขาพระวิหารนั้น แม้จะตกเป็นของเขมร แต่เขาพระวิหารนั้นหันหลังให้กับประเทศเขมรครับ อยู่ติดหน้าผา แล้วหันหน้ามาทางฝั่งไทย นี่ละครับเมื่อเขมรพยายามที่จะยกปราสาทพระวิหาร ให้เป็นมรดกโลก ก็มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการพื้นที่หน้าบ้าน คือพื้นที่ หน้าปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่รับแขก หลังพระวิหารนั้นติดกับหน้าผาที่สูงชันที่เป็น เขตแดนหันหลังไปทางเขมร หน้าบ้านก็เป็นฝั่งไทย เดิมทีเดียวน่าพระวิหารนั้นทหารไทย ควบคุมอยู่ ภูมะเขือก็ไม่เคยมีจานเรดาร์ (Radar) ไม่เคยมีกระเช้า ไม่มีถนน ไม่มี วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ อย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงได้ตั้งข้อสงสัยถามว่า วันนี้เรามีอธิปไตยบริเวณดั้งเดิมที่เราเคยมีคือตั้งแต่หน้าผารอบ ๆ ปราสาทพระวิหาร เรายังมีอธิปไตยอยู่หรือ เห็นไหครับท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็แล้วแต่ความขัดแย้ง ระหว่างประเทศไทยกับเขมรนั้นเป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเขมรพยายามที่จะดึงความขัดแย้งนั้น ไปสู่เวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นชาติที่ ๓ ที่จะมาสังเกตการณ์ไทย-เขมร อย่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นชาติที่ ๓ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ผมกราบเรียนว่าเป็นความตั้งใจของเขมรซึ่งเป็นประเทศ ที่เล็กกว่าครับ ต้องการที่จะดึงความขัดแย้งขึ้นสู่เวทีโลกมาโดยตลอด ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้เป็นที่ทราบทั่วไป เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ว่าไทยก็ดี เขมรก็ดี ต่างฝ่ายต่างละเมิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ครับ เพราะฉะนั้นคําถามก็คือว่าเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ นี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้ฝ่าย ปฏิบัติการทางทหารมีความรู้สึกว่าเขาถูกมัดตราสังข์ไว้ จะทําอะไรก็กลัวเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ติดโน่นติดนี่ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการทางทหารจึงไม่มีความคล่องตัวเท่าที่ควร ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมจึงถามว่าเมื่อต่างฝ่ายต่างละเมิดเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ มา ถึงวันนี้ก็ไม่รู้กี่ครั้งกี่คราว ผมทราบว่ากระทรวงการต่างประทศประท้วงไปเป็นร้อย ๆ ครั้ง ในเรื่องการขัดแย้งในเรื่องการละเมิดเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ คําถามผมวันนี้จึงมีว่าวันนี้เรามี ความจําเป็นจะต้องรักษาเอ็มโอยูปี ๒๕๔๓ ไว้หรือไม่ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วัตถุประสงค์สูงสุดทางฝ่ายไทย-เขมร ผมมั่นใจว่าเราตรงกันก็คือเราอยากจะได้มีดินแดน ที่ชัดเจน เราก็อยู่ฝั่งเรา เขาก็อยู่ฝั่งเขา แต่เนื่องจากว่าพรมแดนที่ยังไม่แน่ไม่ชัด ผมเองนั้น ไม่ขัดข้อง ไม่ปฏิเสธ ไม่ทักท้วงที่จะให้มีการปักปันเขตแดนตั้งแต่ช่องสะงําไปจนกระทั่ง ถึงแหลมที่จังหวัดตราด แต่ทว่าบนภูเขา บนหน้าผาส่วนสูงชัน ๑๙๕ กิโลเมตรแรก กระผม เห็นว่าไม่ควรให้มีการปักปันเขตแดนใหม่ เพราะจะเป็นชนวนให้มีการเสียดินแดนและมีการ กระทบกระทั่งกันอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อสถานการณ์ มาเป็นอย่างวันนี้ในขณะนี้ ผมกราบเรียนนะครับว่าเราควรจะทําอะไรต่อไป กระผมก็มี ความเห็นเป็นการส่วนตัวนะครับว่า ในฐานะที่ผมนั้นในอดีตเคยปฏิบัติการอยู่แถว ๆ โนนหมากมุ่น ตรงหนองจาน ตรงที่คนไทย ๗ คนถูกจับ เคยปฏิบัติการตั้งฐานปืนใหญ่ อยู่ตรงนั้น และตรงที่หน้าประสาทพระวิหาร ทหารเพื่อนผมเป็นคนดูแล ดูแลภูมะเขือ ดูแล พื้นที่รอบ ๆ ปราสาท ไม่มีวัดแก้วใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเหตุการณ์มันมาถึงวันนี้ การปะทะระหว่าง ไทยกับเขมรมีการลุกลามกันไปเรื่อย ๆ ผมกราบเรียนว่าผมนั้นอยากจะให้มีการปฏิบัติการ ทางทหาร ผลักดันเขมรให้ลงไปอยู่ฝั่งข้างล่าง คือเราไทยอยู่ทางด้านสูง เขมรก็อยู่ตรงเชิงผา ข้างล่าง คือพยายามรักษาฐานะเดิมเมื่อ๓๐ ปีก่อนโน้น เราไม่ต้องการที่จะรุกล้ําไปที่ เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ ไม่ต้องการครับ แต่ต้องการว่าเมื่อก่อนตอนที่เราอยู่กัน สันติสุข ท่านอยู่ตรงไหนอยู่ที่เดิม อย่าตีขึ้นมาบนหน้าผา เราอยู่ตรงไหนอยู่ที่เดิม อย่ารุกล้ํา ไปต่ํากว่าหน้าผาที่เราเคยอยู่นะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ เวลาที่จํากัด ท่านลองนึกดูให้ดีนะครับว่าเมื่อ ๓ ปีที่แล้วมีการเลือกตั้งในเขมรครับ ผู้นําเขมร คนปัจจุบันนี้ก็เป็นคนประกาศว่าจะเอาดินแดนที่เขามีความรู้สึกว่าเป็นของเขากลับคืนมา เอาปราสาทพระวิหาร เอาปราสาทตาควาย เอาปราสาทที่เป็นอยู่ทุกวันนี้กลับไปเป็นของเขา นั่นเป็นประเด็นในการหาเสียงของฮุนเซนในสมัยนั้น นี่ละครับเขาได้เอาแลนด์ (Land) เอาที่ดินไปเป็นตัวปลุกชาตินิยม แล้วก็มีเป้าหมายทางการเมือง เมื่อเป็นอย่างนี้ เหรียญอันเดียวกัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เหรียญอันเดียวกันครับ สุดแต่ว่าใครจะใช้ เมื่อเขมรเอาดินแดน เอาชาตินิยม เป็นเป้าหมายในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง เฉกเช่นดียวกันครับ ถ้าแม้นรัฐบาลใด ถ้าแม้นว่าใครทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า เสียดินแดน เสียอธิปไตย ก็จะมีผลกระทบกระเทือนต่อความแพ้ความชนะในทางการเมือง ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนว่า ทําเถอะครับ คนไทยอยากจะให้เอาดินแดน ที่เรามีความรู้สึกว่าเคยเป็นของเรา เป็นอธิปไตยของเรากลับมา หากจําเป็นจะต้องปะทะ หากจําเป็นต้องรบ หากจําเป็นจะต้องทําสงคราม ผมกราบเรียนว่าในฐานะที่เป็นทหารเก่า ผมกราบเรียนว่าศักยภาพทางสงคราม วอร์ โพเทนเชียล (War Potential) ของไทย เปรียบเทียบกับเขมร เราเหนือกว่ามากมายหลายเท่า แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นประเทศ ที่ใหญ่กว่า ไม่ต้องการไปรุกล้ํารังแกประเทศที่เล็กกว่า แต่ถ้าเผื่อรักษาอธิปไตย ท่านที่เคารพ อย่างไรก็ต้องทําครับ มิฉะนั้นเราจะเสียเป้าหมายทางการเมืองของประเทศเรา ด้วยความ เคารพครับ