นิยม เวชกามา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ โดยวิจารณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ประชาชนมีสิทธิครอบครองที่ดินของรัฐ แต่บางมาตราก็ยืดออกไป ทำให้ประชาชนสูญเสียสิทธิ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นว่าทางวุฒิสภาแก้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ต้อง พิจารณากัน แต่กฎหมายฉบับนี้โดยเนื้อหา โดยความเข้าใจ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ออกมาแล้วเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิครอบครองที่ดินของรัฐอันที่ไม่ได้ใช้สอยแล้ว พูดง่าย ๆ ยกเลิก คือกฎหมายจึงเป็นกฎหมายยกเลิก แต่มาหลาย ๆ ส่วนมารวมกันเป็น ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในต่างจังหวัดซึ่งมีปัญหาคาราคาซังกันอยู่ พี่น้องประชาชนหลายจังหวัด หลายที่ครอบครองกันมาไม่รู้กี่สิบปี ๒๐ ปี ๓๐ ปีก็มี แต่ปรากฏ ว่าสิทธิอันครอบครองนั้นก็เป็นการทํามาหากินโดยที่ตัวเองไม่มีกรรมสิทธิ์ อันนี้คือเป็นปัญหา ใหญ่ เป็นปัญหาของบ้านของเมืองอยู่ เพราะฉะนั้นผมเองจึงมีความเห็นที่อาจจะแตกต่าง จากบางท่านบ้าง แต่ก็โดยเนื้อหาสรุปของกฎหมายฉบับนี้คือยิ่งช้าเท่าไรพี่น้องประชาชน ยิ่งเสียประโยชน์ ทําไมอย่างนั้นครับ จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้วุฒิสภาแก้มา ๑๑ มาตรา โดยเนื้อหาสาระสําคัญบ้าง ไม่สําคัญบ้าง แต่ประเด็นใหญ่ต้องมองในภาพรวมว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายเอื้อเพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนซึ่งทํามาหากินครอบครองในที่ดิน รัฐเลิกใช้ประโยชน์แล้ว ผมเองยังมองเลยว่าจริงอยู่อาจจะแก้ ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี โดยเนื้อหา ผมเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ว่าดีกว่าไม่ได้เลย ทําไมถึงว่าอย่างนั้น พี่น้องบ้านผม ประชาชน บ้านผม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อําเภอหนองหาน ที่อําเภอภูพาน หลายหมู่บ้านครอบครองมา ยิ่งกว่านั้นอีกครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี โดยเฉพาะผมไปเห็นในพื้นที่แห่งหนึ่งคือ วัดบ้านหนองฮูดัง กํานันศรีเทพพล กํานันในหมู่บ้านพาไปดูเขตอําเภอหนองหานซึ่งอยู่ กลางวัด วัดนี้ตั้งมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๔๕๔ วัดนี้ ๑๐๐ ปี ไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์เพราะว่าเป็นเขต อําเภอหนองหานตามพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๔ อันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปดูพื้นที่ พี่น้องก็บอกทําอย่างไรจะได้เอกสารสิทธิ วันนี้ผมบอกว่ากฎหมายกําลังจะออก เขาดีใจ แต่ว่ากฎหมายยืดออกไปพี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้ ๑๐ ปี ที่วุฒิสภาแก้เป็น ๒๐ ปี บางท่านอาจจะมองว่ามันนานไป แต่ก็มีส่วนดี ถ้าเกิดผู้ไม่มีเจตนาดีนายทุนจะมา ครอบครองโดยอ้างสิทธิ ๑๐ ปี หลัง ๆ นี้ก็เป็นผลดี ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนในผู้ที่ครอบครอง จริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น คือ ๒๐ ปี เพราะเขาครองมาแล้ว ๕๐ ปีก็มี ๓๐ ปีก็มี เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเมื่อไรกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้วเขาได้ประโยชน์ทันที ได้สิทธิในการเป็นกรรมสิทธิ์ อันนี้คือพี่น้อง ประชาชนเขาได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามว่าในเมื่อเจตนาของท่าน ส.ส. ทั้งหลาย ของรัฐบาลเองก็ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แล้วทําไมต้องยื้อกฎหมายฉบับนี้ไว้ แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมแล้วรัฐบาลหน้าจะนํามาใช้อีก จะยกขึ้นมารับรองอีก ผมว่าอันนั้น เป็นเรื่องของอนาคต ผมถึงบอกเอาออกไปก่อนวันนี้ ถึงแม้ในหลักการบางอย่างอาจจะไม่ สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แก้ได้ ถึงแม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน อยู่แล้ว จะมีแก้บางมาตรา ให้ใครมาเป็นเลขานุการก็ตาม ในส่วนนั้นก็เป็นแค่ ส่วนหนึ่งแค่นั้นเอง แต่โดยหลักเนื้อหาแล้วที่ผ่านมามันก็มีปัญหา เพียงแต่ว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้วหลาย ๆ มาตราผมเห็นนี่ ๓-๔ วันจะมาแก้ ในส่วนมาตรา ๑๑ ที่เห็น ชัดเจน ที่บอกว่านายอําเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายไม่เกิน ๒ คนเป็นคณะกรรมการ ของจังหวัดที่พิจารณาในการบริหารจัดการ จะแก้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่านายอําเภอมาอยู่ในพื้นที่ก็จริง ถ้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น จะเป็นนายก อบต. นายกเทศบาลก็ดี เขาเกิดที่นั่นครับ เขารู้ว่าที่ตรงนั้น พี่น้องประชาชนครอบครองจริงหรือไม่ อย่างไร ผมแก้เป็น ๓ คนก็ดี ไม่เท่านายกครับ หลายคนพี่น้องประชาชน จะเป็นนายกในพื้นที่หลายคนของโพธิ์นาแก้วก็ดี ของโคกศรีสุพรรณก็ดี เขาเกิดที่นั่นครับท่านประธาน นายอําเภอมาอยู่ปีสองปี บางคนมาอยู่ ๖ เดือนด้วยซ้ําไป บ้านผมนี่ บางคนมาอยู่ผมเห็นย้ายไปแล้ว ถ้าเกิดเขามาเป็นกรรมการร่วม เขารู้ไม่จริงเท่ากับนายกในพื้นที่หรอกครับ ผมจึงกราบเรียนว่าการแก้ไขบางอย่าง แม้จะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยในการที่ตั้งกรรมาธิการร่วม เพราะ เป็นการยื้อหมายที่จะออกมาและเร็วขึ้น ทําให้ช้าขึ้นไป อันนี้คือปัญหา เราต้องกลับมาคิด รัฐบาลมีเจตนาที่จะให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อย่างน้อยก็เอาไป จํานอง จํานําได้ วันนี้ท่านก็จะดึงกฎหมายให้มันยาวออกไป ประชาชนเสียสิทธิครับ พี่น้องประชาชนบ้านผมดูในเนื้อหาหลายเรื่อง เขาเห็นว่าได้ประโยชน์ ในมาตรา ๒๘ เดิม กําหนดให้รื้อถอน ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างสิ่งอื่นออกจากพื้นที่ภายใน ๓๐ วัน วุฒิสภาแก้เป็น ๑๘๐ วัน เนื้อหาสาระตรงนี้เป็นการดีอีก เพราะอย่างน้อยวุฒิสภามีความคิดว่าไม่เป็นการ เอาเปรียบซึ่งเดิมประชาชนอาจจะไม่ถูกต้องนัก ก็ให้เขามีเวลาที่จะให้เขาหายใจ มีเวลา ที่จะคิด มีเวลาที่จะโยกย้ายไปหาที่ทํากินอื่น เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการแก้กฎหมายไม่ใช่ สาระสําคัญจนกระทั่งเสียหาย ที่เสียหายคือยิ่งกฎหมายช้า พี่น้องประชาชนไม่ได้ประโยชน์ อันนี้ต้องขอบคุณมากครับ