สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

ธเนศ เครือรัตน์ หารือเรื่องปัญหาชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และไม่ให้ใช้การปะทะกันตามแนวชายแดนเป็นเหตุผลในการแก้ไขปัญหา

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

คือผมเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้ติดตามแล้วก็ดู เงื่อนไขสถานการณ์ของชายแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชามาโดยตลอด และได้ กราบเรียนในแต่แรกแล้วว่าได้มีโอกาสยื่นญัตติไปแล้วครั้งหนึ่ง และนี่เป็นครั้งที่ ๒ ได้เสนอแนะรัฐบาลมาโดยตลอดว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ไม่ถูกทิศทางมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐมนตรีหรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งนิยม จะออกไปในแนวที่รุนแรงมากกว่า ท่านประธานครับวันนี้เอง เวลานี้เป็นเวลาที่มีการ พระราชทานเพลิงศพทหารที่จังหวัดศรีสะเกษท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ ที่จังหวัดสุรินทร์ ผมเองได้มีโอกาสไปร่วมสวดพระอภิธรรม แต่ก็ยังไม่เห็นทางรัฐบาลได้ส่ง ตัวแทนไปเพื่อให้เกียรติแก่ครอบครัวนั้นแต่ประการใด กระทั่งวันนี้เองได้สอบถามพ่อแม่ พี่น้องในพื้นที่อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเขตของผู้ที่เสียชีวิตนั้นว่า ทางรัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปร่วมเป็นเกียรติในงานพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้หรือเปล่า ก็ได้รับ การยืนยันว่ายังไม่มี จริง ๆ ผมก็ว่าจะเดินทางไป แต่พอดีเมื่อเช้าได้เห็นเรื่องนี้เข้าสู่สภา ก็เลยว่าอยากจะอยู่อภิปรายเรื่องนี้ก่อน ซึ่งก็คงจะเดินทางไปไม่ทันแล้วนะครับ ท่านประธาน ครับ เหตุการณ์ปะทะกันครั้งนี้ ผมว่ารุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา ครั้งที่ผ่านมานั้นมีประชาชน เดือดร้อนประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๔ ราย ส่วนครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต ไปแล้วเป็นทหาร ๕ นาย แล้วก็เป็นประชาชน ๑ ราย แล้วก็มีผู้อพยพหนีภัยสงคราม ๓๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่รุนแรง ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะพยายามใช้การ ต่อสู้ในครั้งนี้ว่าเป็นการปะทะกันตามแนวชายแดน ซึ่งความรู้สึกของประชาชนไม่ได้เป็น อย่างนั้น และประชาชนในบริเวณชายแดนก็ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้พูดไปเมื่อสักครู่ ท่านพยายามจะบอกว่าท่านให้ประเทศนั้น ประเทศนี้ คนนั้นคนนี้ไปเจรจาอยู่ตลอดเวลา ท่านไม่ได้บอกหรอกครับว่าท่านมีบทบาทใน การเจรจาอย่างไร ในการแสดงความคิดเห็นหรือการมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาระหว่าง ไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้ท่านจะไปด้วยตัวเอง หรือไปเจรจาด้วยตัวเองก็ไม่เกิดประโยชน์ เห็นตัวอย่างได้ว่าจากการปะทะกันที่จังหวัด ศรีสะเกษในคราวที่แล้วนั้น มีการยิงกันในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งผมเองก็ยังแปลกใจผมได้รับข่าวเมื่อตอนสี่โมงเย็น ของวันนั้น วันแรกที่มีการปะทะกัน เราก็ได้เช็คข่าวอยู่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราคนนี้กําลังจะพยายาม ไปเยี่ยมคนไทยที่อยู่ในคุกของประเทศกัมพูชา หลังจากที่เจรจาจีบีซี (GBC) จบแล้ว ทันใด นั้นเองก็มีการยิงปืนใหญ่เข้ามา ครั้งนี้ก็เหมือนกันนะครับ รัฐมนตรีก็พยายามที่จะพูดเจรจา มาโดยตลอด ซึ่งมันก็ไม่เป็นผล หรือรัฐมนตรีจะบอกว่าต้องให้การหยุดยิงก่อนแล้วมีการเจรจา ในภายหลัง ประชาชนส่วนใหญ่จะตายอีกเท่าไรนั้นไม่ทราบ การเจรจาต้องเริ่มเจรจาตั้งแต่ ตอนนี้เลยนะครับ ไม่ใช่ว่ารอให้มีการหยุดการปะทะกันก่อนแล้วถึงจะมีการเจรจา การปะทะกันก็ได้ขยายแนวจากจังหวัดสุรินทร์มาที่จังหวัดศรีสะเกษ ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าเมื่อวันที่ ๒๔ เป็นวันอาทิตย์ ผมได้มีโอกาสไปสวดพระอภิธรรม กับทหารที่เสียชีวิตในจังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้มีโอกาสพบนายทหารระดับสูงของกองทัพท่านหนึ่ง ท่านบอกว่านับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เป็นต้นไปให้ ส.ส. ช่วยบอกประชาชนในพื้นที่หน่อยว่าเราจะเริ่ม มีการเคลื่อนย้ายกําลังบริเวณภูมะเขือและบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ผมก็เลยถามว่า การเคลื่อนกําลังนั้นมีผลทางทหารอย่างไร เขาบอกว่าเพื่อให้ทางประเทศกัมพูชานั้น เสียสมาธิในการตอบโต้ประเทศไทยที่บริเวณปราสาทตาเมือนกับปราสาทตาควาย ผมก็เห็นด้วยนะครับ แล้วผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมจะพยายาม ถ้ามีประชาชนสอบถามมาเราก็จะ บอกว่าทหารจะพยายามสับเปลี่ยนกําลังกันเพื่อทําให้ประเทศกัมพูชานึกว่าเราจะเข้าไปโจมตี ประเทศกัมพูชาในบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็มีการปล่อยข่าวไป แต่ในขณะเดียวกันนั่นเอง วันที่ ๒๕ ผมเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร พอวันที่ ๒๖ เมื่อวานนี้ ก็มีการโจมตีเราเกิดขึ้น เมื่อสักครู่ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ มีเจ้ากรมแผนที่ทหาร มีกรมยุทธการทหารบกมา มีหลายฝ่าย หน่วยข่าวมา ผมก็ได้ถาม ในที่ประชุมว่า สาเหตุที่แท้จริงที่มีการยิงกันที่บริเวณเขาพระวิหารนั้นสาเหตุมาจากอะไร ก็มีการบันทึกการประชุมเรียบร้อยนะครับว่า มีสาเหตุมาจากการที่เอฟ ๑๖ ของเรา ไปทําโซนิคบูม (Sonic boom) บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อันนี้ละครับที่ผมไม่เห็นด้วย คือท่านจะเคลื่อนย้ายสับกําลังแล้วก็ปล่อยข่าวลือไปไม่เป็นผลเสียกับเราเอง ซึ่งทําให้ ประเทศกัมพูชาอาจจะพะวักพะวนในการรักษาชายแดนบริเวณนี้ อาจจะลดการตอบโต้ ในบริเวณปราสาทตาเมือนกับปราสาทตาควายลง แต่การที่ไปทําโซนิคบูมเป็นใครก็ใคร ละท่าน เขาก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดา เพราะเขาไม่รู้นี่ครับ หลาย ๆ ท่านไม่ทราบว่าการทํา โซนิคบูมมันเป็นอย่างไร ก็เหมือนเอาระเบิด เสียงมันดังเหมือนระเบิดนั่นเอง เพียงแต่ว่า เป็นระเบิดด้วยเสียงเท่านั้นเอง ผมก็พยายามจะสอบถามนะครับว่าใครที่เป็นคนสั่งกันแน่ ต้องเป็นนายทหารระดับสูง ผมไม่คิดหรอกครับว่านักบินคนเดียวเขาจะคิดเองและทําเองได้ กระผมคิดว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของทางรัฐบาลหรือผู้บริหารระดับสูงของระดับทหาร นี่ละครับที่ผมถึงบอกว่าอยากจะให้ทางฝ่ายรัฐบาลมามีส่วนร่วม ท่านจะได้ตอบอย่างไรครับ แล้วก็บันทึกไว้ในสภานี้ว่าท่านสั่งหรือท่านไม่ได้สั่งนะครับ เราก็มีการยั่วยุแล้วก็มีการพูดข่มขู่ เขาอยู่ตลอดเวลา หลาย ๆ ท่านก็ทราบดีนะครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาวุโสกว่า ประเทศกัมพูชาในทางเศรษฐกิจและทางสังคม แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าผู้นําของประเทศ กัมพูชาเขามีความเป็นอาวุโสที่สุดในอาเซียน ท่านไปทําเขาอย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ วันดีคืนดี รัฐบาลก็บอกว่าเรามีกําลังพร้อมที่จะบดขยี้ได้ตลอดเวลา เรามีกําลังที่จะรบได้ตลอดเวลา จริงอยู่นะครับอันนั้นเป็นศักยภาพทางทหาร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เทียบกันไม่ได้หรอกครับ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เพราะประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่ยังต้องอาศัย ประเทศเพื่อนบ้านอยู่นะครับ แต่ว่าเราก็ไม่ควรจะไปพูดอย่างนั้น เมื่อเช้านี้ผู้ประกอบการ การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาก็ได้เสนอแนะรัฐบาล ผมฟังมาจากข่าวเมื่อเช้านี้บอกว่าอยาก เสนอแนะให้รัฐบาลได้หยุดพูดเรื่องนี้ เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-กัมพูชาเรามีดุลการค้าต่างกัน ๑๐ เท่า เราขายเขาแสนหนึ่ง เขาซื้อเราหมื่นเดียว เป็นอย่างนี้มาตลอดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนของปีนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ เราขายไป ๑๕,๐๐๐ บาท เราซื้อเขามา ๑,๕๐๐ บาท ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไปสร้างความแตกแยก ให้เกิดขึ้น แล้วก็ไปกระทบถึงการค้าในแนวชายแดน ในสภาแห่งนี้เองก็มีสมาชิกบางท่าน ได้โยงการต่อสู้ตามแนวชายแดนไปถึงการเลื่อนระยะเวลาการยุบสภา ผมเองก็ไม่เห็น พยายามจะคิดอยู่ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร มีการสู้รบตามแนวชายแดนหรือมีเหตุการณ์ ไม่สงบในชายแดนภาคใต้ มันจะทําให้รัฐบาลต้องเลื่อนเวลาการยุบสภาออกไปอีก ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะเป็นผู้ที่รักษาคําพูด แล้วก็จะปฏิบัติตามคําพูดที่ท่านได้ให้ไว้ ก็คือยุบสภาในอาทิตย์หน้า พวกผมไม่เดือดร้อนหรอกครับ ปล่อยให้บริหารประเทศชาติ ไปอีก ๓-๔ เดือนพวกผมก็อยู่กันได้ ก็ยิ่งจะหาเสียงง่ายขึ้นด้วยโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ บริเวณรากหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวชายแดน เขาเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหา ให้เขาได้ ตอนนี้ประชาชนก็เริ่มอพยพ เดือดร้อนกันไปหมด รัฐบาลก็พยายามจะบอกว่าได้ เยียวยาโดยวิธีการให้โน่นให้นี่ แต่ผมถามท่านนิดหนึ่ง ถามท่านประธานผ่านถึงทางรัฐบาล ประชาชนแถวบ้านผมนอนอยู่ในรู พวกท่านนอนอยู่บนเตียง พวกท่านนอนอยู่ในห้องแอร์ ในขณะเดียวกันที่ประชาชนเขาต้องอยู่ในบังเกอร์ หรือแม้ว่าบางครั้งก็ต้องไปขุดหลุมอยู่กัน ถามว่าความเดือดร้อนมันต่างกันมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เสียดายที่เวลาก็จํากัดแล้วก็ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้มาอยู่ ก็ต้องฝากท่านประธานสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่าให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเร็ว เพราะผมได้ทราบข่าวมาว่าในการต่อสู้ในครั้งนี้ก็อาจจะมีการขยายผลต่อไปอีก ในเงื่อนไขต่าง ๆ ขอขอบคุณท่านประธานครับ