ผ่องศรี ธาราภูมิ แสดงความคิดเห็นในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยหารือเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอให้กับทางรัฐสภาและรัฐบาล โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรในการแสดงความห่วงใยและความสามัคคีในสถานการณ์นี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยและความพร้อมของกองทัพในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอร่วม แสดงความคิดเห็นในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รู้ร้อนรู้หนาว กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดิฉันมีทั้งข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอให้กับทางรัฐสภาแล้วก็รัฐบาล
ประการแรก ดิฉันกราบเรียนว่าในฐานะตัวแทนของประชาชนชาวลพบุรี ซึ่งอยู่กึ่งกลางของประเทศ หลายคนก็บอกว่าคนที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยจะต้องประสบเหตุ กับปัญหาชายแดน ดิฉันกราบเรียนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ดิฉัน ลงพื้นที่พบกับพี่น้อง ตลอดจนแม้นั่งทําหน้าที่ที่นี่ หลายคนก็สอบถามด้วยความห่วงใย เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่าเราเป็นคนร่วมแผ่นดินเดียวกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่ไม่ว่า จะเป็นจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ หรือว่าจังหวัดบุรีรัมย์นั้นเราทุกคนก็เป็นห่วง นอกจากนั้นแล้วที่จังหวัดลพบุรีทุกท่านก็ทราบว่าเป็นเมืองทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแล ความมั่นคงของประเทศนั้นทุกท่านก็คงจะเคยได้ยินคําที่กล่าวว่า ประเทศเป็นบ้าน แล้วก็ทหาร เป็นรั้ว วันนี้รั้วของเราก็ต้องทํางานหนัก แม้ว่ายามไม่มีข้อพิพาทดิฉันก็ทราบดีว่าหน่วย ผู้ปฏิบัติงานนี้ได้ลงไปทํางานในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทําในเรื่องของจิตวิทยามวลชน หรือการดูแลเรื่องของความมั่นคง เรื่องของเศรษฐกิจชายแดน ทหารก็มีส่วนร่วม วันนี้ ที่จังหวัดลพบุรีรวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ ที่มีทหารลงไปปฏิบัติการ ดิฉันคิดว่าครอบครัวของ กําลังพลเหล่านั้นก็คงจะรู้สึกห่วงใยผู้นําครอบครัวที่ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นระดับ ผู้นําหรือว่าระดับปฏิบัติการก็ถือโอกาสแล้วกันนะคะ ว่าถ้าหากเสียงนี้จะส่งไปถึงชายแดน ก็ขอให้ท่านได้รับทราบว่าพวกเราที่อยู่แนวหลังก็เชื่อมั่นในศักยภาพ แล้วก็กองกําลังของ กองทัพไทยว่าท่านจะได้ทําหน้าที่ให้พวกเราที่เป็นแนวหลังได้อยู่อย่างมั่นคง แล้วก็มีความ ปลอดภัย แต่ว่าสําหรับพี่น้องที่อยู่ในศูนย์อพยพดิฉันกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ดิฉันได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอแนวทางต่อรัฐสภา นะคะว่าในฐานะสมาชิกรัฐสภาน่าจะได้แสดงบทบาทเรื่องของการเชื่อมโยงระหว่างสภาไทย กับสภากัมพูชา เรื่องของข้อคิดเห็นต่าง ๆ ดิฉันก็กราบเรียนท่านประธานนะคะว่าเป็นไปได้ หรือไม่ ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วเพื่อนสมาชิกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ก็เหมือนกับภัยพิบัติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเรา ขณะที่มีภัยน้ําท่วมหรือว่าภัยทาง ธรรมชาติ พวกเราเองยังต้องแสดงบทบาท แสดงความห่วงใย เมื่อครั้งน้ําท่วมเราก็มีกิจกรรม สภาร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรคาดว่า จะเหลือเวลาทําหน้าที่อีกไม่นาน แต่การแสดงความสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ถ้าเราคิดว่า ขณะนี้เราทุกคนเป็นคนไทย ไม่ได้แยกแบ่งฝักฝ่ายนี่ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าทางสภา ผู้แทนราษฎรจะได้ริเริ่มว่าเราจะมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง ส.ส. ที่ใครจะพร้อม อาสาสมัครไปร่วมเดินทางไปเป็นกําลังใจให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพหรือว่าพี่น้อง ที่ทหารหาญที่กําลังทําหน้าที่ ถ้าไม่เป็นภาระเกินไปเราคงไม่ไปกวนเขา แต่ว่าทําอย่างไรที่จะ ให้แสดงออกว่าพวกเราก็มีความห่วงใยนะคะ เพราะว่าดิฉันดูจากภาพข่าวก็เห็นพี่น้องที่อยู่ใน ศูนย์อพยพก็มีความเครียดและก็มีวงดนตรีพื้นบ้านไปแสดงให้กําลังใจ แต่พวกเราที่เป็น ผู้แทนราษฎรทุกคนก็อาจจะทําหน้าที่นี้ได้ อย่างน้อยก็เป็นการส่งสัญญาณว่าเมื่อมีภัยแบบนี้ พวกเราก็หันหน้ามาหากันนะคะ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ดิฉันก็กราบเรียนท่านประธานว่า ลองสอบถามดูว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดที่พร้อม อย่างเช่นวันนี้เราพิจารณา กฎหมาย จบเรื่องนี้เราพิจารณากฎหมายต่อ พรุ่งนี้เราก็พิจารณากฎหมาย วันศุกร์ที่ท่าน ประธานนัดหมายว่าจะพิจารณากฎหมาย ดิฉันคิดว่าหลายคนก็คิดว่าด้วยสถานการณ์ ทั้งทางด้านเตรียมการเลือกตั้ง ตลอดจนการเมือง วันศุกร์น่าจะเป็นการยากที่จะพิจารณา กฎหมายได้ ถ้าเราจะปรับแผนว่าวันนี้หลังจากเราพิจารณาญัตตินี้เสร็จแล้ว และเราก็ พิจารณากฎหมายที่คั่งค้างและมีความสําคัญนี่ ช่วยกันเดินหน้าให้ได้มากที่สุดเพื่อให้มีผล บังคับใช้ ตลอดจนพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง ส่วนวันศุกร์ที่ท่านประธานนัดหมายไว้ดิฉันคิดว่าสามารถ ปรับเปลี่ยนได้แล้วก็เชิญชวนพวกเราเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องที่อยู่แถวจังหวัดสุรินทร์ ไม่ทราบ ว่าจะเป็นไปได้ไหม ก็ขอเรียนเสนอท่านประธานด้วยในประเด็นนี้นะคะ
นอกจากนั้นแล้วดิฉันคิดว่าวันนี้เราแม้จะบอกว่าไม่ได้ปลุกให้คนไทย มารักชาติ แต่เราทุกคนก็คงจะทราบดีว่าในฐานะที่เราเกิดมาเป็นคนไทยบนแผ่นดินนี้ คงไม่อยากให้แผ่นดินของเราได้ถูกรุกรานนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องการรักษาอธิปไตยนั้นดิฉัน ก็เชื่อว่ารัฐบาลและทหารทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่พวกเราต้องเป็นกองหนุนนะคะ สิ่งอะไร ที่ทําได้ ดิฉันเป็นผู้หญิงก็ไม่รู้ว่าเขารบกันอย่างไร เขารบกันอย่างไร แต่ความเชื่อมั่น กําลังใจ เท่านั้นที่จะทําให้กองทัพเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจว่าพวกเราเป็นแนวหลังนะคะ
นอกจากนั้นดิฉันขอมีคําถามนะคะ ไม่ทราบว่าจะเป็นความลับหรือไม่ เพราะว่าบางเรื่องวันนี้เราประชุมเปิดเผยท่านอาจจะตอบไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อยเพื่อความ มั่นใจของประชาชนดิฉันก็สอบถามพี่น้องทหารในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพราะว่ามีคนถาม ตลอดว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ฝ่ายเราศักยภาพเป็นอย่างไร ดิฉันก็อยากจะขอถาม เพราะว่าเราดูเหตุการณ์สงครามต่าง ๆ ก็จะต้องประเมินกําลังฝ่ายเรากับฝ่ายตรงข้ามนะคะ ขณะนี้ไม่ทราบว่ากองทัพบก กองทัพอากาศ เราได้ประเมินกําลังของเราในความพร้อมนี่ ใคร ๆ ก็ต้องบอกละคะว่าไทยเหนือกว่า ถ้าตอบได้ก็อยากจะฟังนะคะว่าพร้อมขนาดไหนที่ พวกเราคนไทยจะได้มีความเชื่อมั่น ทราบว่าก็เตรียมพร้อมกันตลอดเวลา แต่ก็อาจจะเป็น ความลับที่พูดไม่ได้ นอกจากนั้นดิฉันได้ยินทางท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาลพูดว่าจะทบทวน ความร่วมมือ ความช่วยเหลือที่เรามีร่วมกับทางประเทศกัมพูชานะคะ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน เศรษฐกิจ การศึกษา หรือว่าด้านสาธารณสุข ตลอดจนด้านอื่น ๆ เมื่อสักครู่ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีพูดว่ามีเป็นร้อยเรื่อง ถ้าหากเป็นไปได้ดิฉันก็อยากจะทราบนะคะ ถ้าตอบ ออกอากาศไม่ได้ก็ขอเป็นเอกสารว่าขณะนี้มีอะไรบ้างที่ประเทศไทยเราได้มีความร่วมมือกับ ประเทศกัมพูชา แล้วก็ที่เราต้องให้การสนับสนุนเขา แล้วถ้าหากว่าจะต้องทบทวนยกเลิก มันจะมีผลกระทบด้านบวก ด้านลบอย่างไร อันนี้ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเรา ก็น่าจะมีข้อมูลมากกว่าพี่น้องประชาชน เผื่อว่ามีอะไรจะได้ช่วยคิดช่วยทําได้บ้าง
ตลอดจนคําถามสุดท้ายดิฉันอยากจะขอเรียนถามว่าสถานการณ์ความขัดแย้ง ขณะนี้ที่มีการปะทะกันตามแนวชายแดนมันยังอยู่ในระดับที่เป็นแค่การปะทะตามแนว ชายแดนหรือว่ายกระดับเป็นระดับที่เรียกว่าสงครามแล้ว เพราะดิฉันก็เชื่อว่าพวกเราทุกคน ไม่มีใครอยากเห็นสงคราม ไม่มีใครอยากเสียเลือดเสียเนื้อนะคะ แต่มีคนบอกเสมอว่าคนที่ ไม่เคยผ่านศึกสงครามก็จะไม่เคยเห็นความยากลําบาก บางคนอาจจะอยากให้เกิดขึ้น แต่พวกเราทุกคนนั้นยืนยันนะคะว่าคนไทยนั้นรักสงบ แต่ว่าใครมารุกรานนั้นก็คงต้องดูแล อธิปไตย สุดท้ายก็ขอแสดงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและเชื่อมั่นต่อศักยภาพ แสนยานุภาพของ กองทัพไทย เชื่อมั่นต่อทหารไทย ก็ขอให้ท่านได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้มีขวัญกําลังใจที่ดี แล้วก็ขอเป็นกําลังใจให้พี่น้อง ที่อยู่ชายแดน ขอให้ทหารได้มีชัยชนะในสมรภูมิ เราทุกคนก็อยู่เป็นกําลังใจแล้วก็ ถ้าสภาเห็นด้วย เราน่าจะได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องที่ชายแดนนะคะ ขอกราบเรียน เป็นข้อเสนอค่ะ