สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องความขัดแย้งกัมพูชา โดยเน้นความจริงและความลับ และยังหารือเรื่องการสื่อสารของภาครัฐที่ช้า ทำให้สาธารณะเสียเปรียบ และขอให้รัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหานี้

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลําพูน ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีมากที่เอามาพูดวันนี้ในสภาเพราะว่าสภาคือ จุดสําคัญในการแก้ปัญหา ผมคิดว่าผมอยากได้ยินทางรัฐบาลพูดถึงกระบวนการจัดการ ปัญหาว่าที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าถ้าเราจะแก้ต่อไป ท่านบอกเราหน่อยได้ไหมว่าอันไหน คือข้ออ่อน ผมไม่เรียกว่าข้อผิดพลาด ข้ออ่อนด้อยที่เราคิดว่าเราทําน้อยไป เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าบอกว่าเราทํามาถูกแล้ว ปัญหาทําไมเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจริง ๆ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ น่าจะเป็นการพูดในช่วงสุดท้ายคือข้อเสนอแต่ผมขอพูดก่อน เพราะอะไรครับ เพราะว่า ก่อนจะเข้ามาสภาผมได้ยินข่าวจากวิทยุเขาบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเรา ปฏิเสธการเจรจาวันนี้ เพราะอะไรครับโดยเหตุผลว่าสื่อกัมพูชาไปแปลเจตนารัฐบาล ผิดเหตุผลแค่นี้หรือครับที่ผู้บริหารเสนาบดีของรัฐบาลนี้ตอบต่อสาธารณะ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ จริงนะครับในสังคมโลกท่านจะคุยกับเขาอย่างไร เราทําไมอ่อนไหวขนาดนั้น เมื่อกี้ผมได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าท่านติดต่อกับฝ่ายโน้นตลอดเวลา จริง ๆ ความขัดแย้งอย่างนี้จะเรียกว่าสงครามหรือเปล่าก็ตามใจ จะไม่เรียกก็ได้ แต่มันต้องยิงกันไปเจรจาไป ไม่มีที่ไหนหรอกครับยิงจบแล้วเจรจา ไม่มี หรือเจรจา ไม่ได้แล้วยิงกันมันไม่มี ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ด้วยกําลังวุธมันเป็นอย่างนี้ ท่านครับ เราจะไปพูดทําไมว่าเราไม่ได้ยิงก่อน พูดอย่างนี้เสียหาย ถ้าจะต้องตอบคําถามว่า ท่านจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไรก่อน เขาจะยิงมาก่อนหรือไม่ หรือเรายิงเขาก่อนหรือไม่ ไม่ใช่สาระสําคัญ สาระสําคัญที่ว่าทําไมยิงกัน ไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้เลย ข้อเท็จจริง เรื่องนี้มันชี้ชัดว่าต่างคนก็ต่างอ้างว่าตรงนั้นเป็นที่ของตัวเอง ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมกําลัง จะบอกรัฐบาลว่ายุทธศาสตร์ของความมั่นคงไม่มียันหรือถอยนะครับ ทุกประเทศ เขาใช้ยุทธศาสตร์รุกทั้งหมด แต่ยุทธวิธีต่างหากอาจจะต้องถอยเพื่อรุกหรือยัน เพื่อรุก วันนี้เราพูดเรื่องยุทธวิธีหรือยุทธศาสตร์ในการนําเสนอต่อสาธารณะ วันนี้จะมาอาศัย รัฐสภาไปแก้ปัญหา เขาเรียกว่างาไหม้แล้วถั่วยังไม่สุก เพราะอะไรครับ รัฐบาลประกาศ ชัดเจนจะยุบสภาแล้วจะได้อะไรจากการอาศัยสภาไปทําล่ะ เพราะอะไรผมพูดประเด็นนี้ครับ วันนี้ผมไม่เชื่อเรื่องและผมก็จะไม่พูดว่าผมคิดอย่างนั้น เพราะมันเป็นเรื่องจินตนาการ เรื่องอะไรครับ เรื่องบอกว่าประเทศเขมรใช้เหตุการณ์นี้ แก้ปัญหาภายในเขา หรือหลายคนบอกว่ากําลังจะใช้สภานี้เพื่อจะยืดเวลายุบสภา ผมไม่เชื่อ เรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าใครคิดอย่างนี้แล้วทําอย่างนี้ คนคิดและคนทําเสีย อย่างเดียว วันนี้นิยามของคําว่า การเมือง ทั้งของเราและของประเทศเพื่อนบ้านได้เปลี่ยนไป จากเดิมแล้ว การวิเคราะห์เป็นอย่างนี้ท่านครับ จะเกี่ยวกับเขมรหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมว่า นักคิดในเมืองไทยวิเคราะห์อย่างนี้ กลุ่มที่ ๑ บอกว่าการเมืองไทยต่อไปนี้พรรคขนาดกลาง จะได้เปรียบ อย่างไรก็เป็นรัฐบาล นั่นวิธีคิดแบบเก่ามาก ๆ วันนี้ถ้าการเมืองเป็นเรื่องของ ศรัทธาความเชื่อถือและความเลื่อมใสในการทํางานของคน ถ้ากระแสไปทางไหนพรรคที่ชนะ ชนะเป็นร้อย ไม่ต้องอาศัยพรรคเล็กพรรคน้อยอีกต่อไป ไม่มีใครพูดอย่างนี้หรอกครับ ผมพูด เพราะอะไรครับ ต้องชนะกันเป็นร้อย เพราะอะไรล่ะ ครึ่งหนึ่งของ ๑๒๕ มันก็คือ ๖๒ คนแล้ว ถ้ากระแสไปทางไหนพรรคนั้นได้ ไม่ยุบสภาใครได้เปรียบ ผมได้เปรียบ น้ํามัน ก็ขึ้นเร็วขึ้น คุณบริหารไม่ได้ ผมก็ได้เปรียบ ยิ่งหาเสียงง่ายมากขึ้น ผมไม่เชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะคิดอย่างนี้ ประเด็นนี้ที่ผมพูดมันเกี่ยวกับประเทศกัมพูชา ตรงไหน เกี่ยวตรงที่ว่าวันนี้ขอร้องว่าเราอย่าใช้จินตนาการในการวิเคราะห์ปัญหาเลยครับ วันนี้จินตนาการล้วน ๆ ที่ข้างทําเนียบ และจินตนาการนี้ครับทําให้เราแก้ปัญหายาก วันนี้ ที่จริงถ้าต้องการแก้ปัญหามันต้องประชุมลับ ประชุมอย่างนี้เขาก็นั่งฟังเรา ประชุมอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองทุกชาติก็ฟังเราได้ทันทีแล้ววิเคราะห์ทันทีแล้วรู้ล่วงหน้าทันทีว่าทําอะไร วันนี้เขาวิเคราะห์เลยไปแล้วว่าประเทศไทยไม่มีปัญญาแก้ไข กําลังวิ่งไปขอประเทศจีนช่วย เคลียร์ให้ เขาพูดมาถึงขนาดนี้แล้วก่อนผมจะเข้าสภา เพราะอะไรครับ เพราะเราทําอะไร เปิดเผยในสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย ลับในสิ่งที่ไม่ควรลับ นี่ผมตําหนิว่าพูดปัญหาต่างประเทศโดย ห้องประชุมที่เปิดเผย เลยพูดอะไรลึก ๆ ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดอย่างนี้นะครับท่าน เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับครับ คู่ต่อสู้คือประเทศกัมพูชาเขาต้องการยกระดับการต่อสู้เพื่อเข้าสู่ ยูเอ็น (UN) เท่านั้นใช่ไหม ไม่ใช่เลย ไม่ใช่เลยท่านประธานครับ ไม่มีใครพูดถึงประเด็นที่ สําคัญอันหนึ่ง ความขัดแย้งด้านอาวุธของชายแดนเมื่อไรที่เราประกาศเป็นสงครามระหว่าง เขากับเรา ประกาศกฎอัยการศึกชายแดนขนกําลังไปเพียบ สนธิกําลังหลายกองทัพเหมือนที่ ทําเมื่อวานนี้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ จะเข้าสู่สัญญาการทหารของประเทศเขมร ประเทศลาว ประเทศเวียดนามทันที ผมถามว่าเมื่อกองทัพอากาศบอกว่าเครื่องบินเอฟ ๑๖ (F ๑๖) บินด้วยความเร็วสูงเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดเขาก็ยิงสวนมา แล้วเหตุการณ์ก็ยุติ เมื่อวานนี้ สื่อไทยเอาเรื่องนี้ออก ผู้ว่าราชการจังหวัดพูดถ่ายทอดสดเลยครับ ถามว่าถ้าเขาจะกล่าวหา เราว่าเราขู่ เราจะยกระดับสงครามเราจะแก้ตัวอย่างไร ผมพูดนี่ผมตําหนิกระบวนการสนธิ กําลังในฐานะสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เมื่อท่านนําเรื่องนี้เข้าสภา ก็ต้องพูดกันตรง ๆ อย่างนี้ จริง ๆ แล้วผมไม่เชื่อว่าเขาจะรู้เรื่องการประกอบอาวุธของเรา ทั้งหมด เขาไม่รู้หรอกครับ ผมไม่เชื่อว่าเราจะรู้เขาทั้งหมด ไม่คิดว่าเราไม่รู้หรอกครับ ทุกคน ก็ปิดบางส่วนเปิดบางส่วนทั้งนั้น ที่ผมพูดอย่างนี้ผมยังยืนยันคําพูดเดิม ท่านประธานครับ ฝากไปยังรัฐบาลว่า เมื่อกองกําลังเขาปะทะกันก็ปะทะไป แก้ปัญหาไป แต่ว่าการเจรจาก็ต้อง ทําไปครับ ทําจนกระทั่งว่าเราสามารถตกลงกันได้ ถ้าเราไปเลิกอย่างหนึ่ง ทําแค่อย่างหนึ่งเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ถ้าพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เมื่อการเดือดร้อนครั้งแรกแล้วอาศัยรัฐสภาคุยกัน คงจะทําให้แก้ปัญหาไปได้เยอะแล้ว

ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เป็นเรื่องสุดท้ายนิดเดียวสัก ๑ นาที เพื่อให้มันจบ ผมพูดเรื่องนี้นะครับ ผมอยากจะให้ท่านช่วยกรุณาสร้างเอกภาพทางการสื่อสาร กับสาธารณะโดยเร็ว ท่านรัฐมนตรีท่านอยู่ตรงนี้ท่านคุมเรื่องนี้ด้วย ถ้าท่านไม่ทําตรงนี้ เราเสียเปรียบ และจะเสียเปรียบตลอดไป แก้ปัญหาไม่ได้ด้วยซ้ําไป หมดเวลาพอดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน