สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิในเรื่องของที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของรัฐและข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในเรื่องของที่ดิน ของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทุกท่านเลยครับ ที่ได้ร่วมเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าไป แน่นอนครับการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของรัฐดําเนินการ มาตลอดครับ โดยรัฐเองซึ่งมอบหมายให้ผู้ดูแลที่สําคัญก็คือกระทรวงมหาดไทย วันนี้ กฎหมายของสภาของเราผ่านไปถึงวุฒิสภา ท่านก็มีมติเรื่องคณะกรรมการตามมาตรา ๕ ว่า ณ วันนี้ประธานใหญ่ของการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรี ลงมารับตําแหน่งประธานเอง ทีนี้ในเรื่องของฝ่ายเลขานุการเลยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่ จะทํางานเรื่องนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรเราก็มองว่าน่าจะให้สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็น ผู้ที่จะบูรณาการทุกอย่าง แต่ทางวุฒิสภาก็มองว่าน่าจะมอบหมายให้ฝ่ายมหาดไทย ท่านประธานครับ ก็เป็นห่วงว่าถ้าเกิดกรณีเป็นฝ่ายมหาดไทยเราก็เชื่อว่าทําได้ครับ แต่ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็คือมหาดไทยเป็นผู้ทํา มันไม่ก้าวหน้าเท่าไร ณ วันนี้ผมเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีปรารถนาที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เลยตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา โดยมอบให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นเลขานุการ ก็คิดว่าน่าจะให้ปลัดสํานัก นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ทําหน้าที่ทางด้านเลขานุการ มาตราที่ผมคิดว่ามีส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือ มาตรา ๑๑ ก็คือคณะกรรมการบริหาร จัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐประจําจังหวัดครับ เดิมผมคิดว่ากรรมการ โดยตําแหน่งของจังหวัดก็คือ นายอําเภอที่อยู่ในแต่ละจังหวัดว่าควรจะเป็นนายอําเภอ ทุกอําเภอที่มีที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ แต่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาก็กําหนดไป เพียงแค่ ๒ คน วันนี้วุฒิสภาก็ตัดทิ้งออก ก็ถือว่านายอําเภอที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย แต่ส่วนที่มันจะทําให้คณะกรรมการทางภาครัฐมีจํานวนมากก็คือเพิ่มคณะกรรมการ โดยตําแหน่ง โดยเพิ่มหัวหน้าส่วนราชการที่มีที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐในจังหวัด คณะกรรมการมีอยู่ ๒ ส่วนครับ ก็คือ คณะกรรมการโดยตําแหน่ง ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือภาครัฐ อีกส่วนหนึ่งก็คือภาคประชาชน ตั้งแต่ผู้แทนผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้บริหารเทศบาล หรือผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนตําบล หรือ อบต. นี่คือภาคประชาชน แล้วก็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นภาคประชาชน ส่วนหนึ่ง เป็นสองส่วน วันนี้ทางภาครัฐทางวุฒิสภาก็เพิ่มทางภาครัฐมากขึ้น แน่นอนครับ พอทางภาครัฐมากขึ้นการที่จะไปเอาที่ดินของที่ดินทางภาครัฐจะยิ่งยากขึ้น พี่น้องประชาชน ของผมก็กลายเป็นปัญหาไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ผมเชื่อว่ายิ่งเพิ่มจํานวนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือกรรมการภาครัฐเข้าไปมากเท่าไร การแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนก็จะยิ่งลดลง ตรงส่วนโดยเฉพาะ (๓) ผู้บริหาร เดิมมีผู้บริหารตัวแทนจาก อบจ. ๑ ท่าน จากเทศบาล ๑ ท่าน แล้วก็ อบต. ๑ ท่าน ตอนนี้วุฒิสภาแก้ไขว่าให้เลือกกันเองจํานวน ๓ คน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างว่าในจังหวัดหนึ่งจะมี อบจ. ๑ ท่านที่เป็นนายก จะมี เทศบาลอยู่ประมาณ ๑๐ ถึง ๒๐ แห่ง จะมีองค์การบริหารส่วนตําบลเป็นร้อยครับ แน่นอน ถ้าเกิดกรณีสมาชิกองค์การบริการบริหารส่วนตําบลหรือนายกองค์การบริหารส่วนตําบล มีการล็อบบี้ (Lobby) ก็สามารถที่จะกําหนดตัวแทนผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนายก อบต. ทั้งหมดก็ได้ ทําให้การมองภาพรวมของคณะกรรมการชุดนี้อาจจะเป็น เฉพาะส่วน เฉพาะจุด ไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ผมเชื่อว่าถ้าเกิดกลับมาเป็นร่างของ สภาผู้แทนราษฎรจะมีควบคุมมากครับ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็จะดูแลทั้งจังหวัด หรือที่ดินสงวนหวงห้ามอยู่ในเขตเทศบาล นายกเทศมนตรีก็สามารถที่จะเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนในเขตนั้นได้ มาตราต่อไปก็คือ มาตรา ๑๙ ผมเชื่อว่าทางวุฒิสภาก็คงมี แนวคิดในเรื่องของสภาพชุมชนที่เดิมของ ส.ส. หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกําหนดไว้ เป็นชุมชนมากกว่า๑๐ ปี แต่ว่าวุฒิสภาก็มาแก้เป็น ๒๐ ปี ตรงนี้อาจจะมีเหตุที่จะต้องมี การพูดคุยหรือหาข้อสรุปว่าอย่างไหนมันจะดีกว่า อย่างไหนมันจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนมากกว่า และโดยเฉพาะมาตรา ๒๐ ที่ท่านเปลี่ยนเรื่องการให้กรรมสิทธิ์ เปลี่ยนมา เป็น ให้เพียงแค่สิทธิกับเจ้าของที่ดินที่อยู่พื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ มันอาจจะมี ความแตกต่าง คําว่า กรรมสิทธิ์ และคําว่า สิทธิ ผมก็เลยคิดว่ากฎหมายแม้เราจะเร่งรีบที่จะ ออกไปเพื่อพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเกิดกลายเป็นสะดุดหรือไม่สามารถคืบหน้าไปก็จะ กลายเป็นผลเสียกับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าถ้าเกิดครั้งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม แล้วก็ให้ คณะกรรมาธิการร่วมได้ไปดําเนินการให้รวดเร็ว ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็น ประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนจะได้แก้ปัญหากับพี่น้องประชาชนตรงจุด แล้วก็ รวดเร็วตามเจตนารมณ์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน