สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่..) พ.ศ..... และแสดงความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินี้มีการแก้ไขหลายอย่าง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน

นายไพจิต ศรีวขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการ ที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไข ผมมีความเห็นว่าสภาได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมแรกเข้ามาเป็นเวลา ๓ ปีครึ่งครับ ท่านประธาน ตั้งแต่มีญัตติในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในสภานี้ก่อนที่จะปิดผ่านประธานอยู่ หลายท่าน และที่สุดก็มีคณะกรรมาธิการยกร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่สภาเพื่อที่จะใช้ที่ดินหวง ห้ามที่รัฐบาลไม่ได้ใช้ ประชาชนครอบครองที่เป็นปัญหาคู่สภานี้มานาน เพื่อออกเป็น กฎหมายเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาสภาในช่วงสมัยของปีที่ ๒ คุณสุวโรช พะลัง นี่แหละเป็นเจ้าตํารับ เจ้านําเสนออะไร สุดท้ายเป็นคณะกรรมาธิการประชุมไม่รู้กี่รอบ ต่อกี่รอบ ผมเป็นรองประธานวิปฝ่ายค้าน ผมติดตามเรื่องนี้เพราะผมเห็นว่ามันมีปัญหา แล้วท้ายสุดครับท่านประธาน รัฐบาลก็ดีเลย์ (Delay) บอกว่าเอาไว้ก่อน ขอให้รัฐบาลรับไป พิจารณาหาช่องทางที่จะออกกฎหมาย รับไปอีกนะครับ แล้วก็กลับเข้ามาสภา คราวนี้ พลิกเป็นกฎหมายจัดการที่ดิน ไม่ใช่เรื่องการจะไปออกเอกสารให้สิทธิกับ ประชาชนแล้ว ปรับมาเป็นว่าจะให้มีคณะกรรมการตามนี้ ผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ด้วย ผมได้แสดงความตั้งใจว่าอย่างไรจะออกกฎหมายมา ขอให้ได้มีผลต่อการแก้ปัญหาประชาชนเถอะครับ แล้วเป็นเรื่องที่มีความจําเป็น และจริงจัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการเมื่อครั้งที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสภาคือ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องนโยบายในช่วงท้าย ๆ ของรัฐบาลที่เข้ามาก็ได้ให้ความเห็น ทํากฎหมายออกมา ท่านประธานครับ ผมก็ทักท้วงว่านายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขนี่โดยรวมเท่าที่มีเวลาจํากัดคือ เสนอเมื่อสักครู่ ชั่วโมงที่ผ่านมาแล้วก็เลื่อนขึ้นมาพิจารณา กราบเรียนว่าแก้ไขในเรื่องของ คณะกรรมการ เขาแก้ถูกนะครับวุฒิสภานี่ เขาบอกว่าจากรองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้เป็นรองประธาน จากรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้เป็นรองประธาน วุฒิสภาเขาแก้ไข ขีดออก บอกว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีที่ไป เป็นกรรมการมอบใครก็ให้เป็นรองประธาน ก็ถูกแล้ว ไม่จําเป็นต้องไปเขียนตามนี้ก็ไม่ได้เสีย สาระอะไร จัดตั้งรัฐมนตรีประจําที่จะไปอยู่ในนี้ก็สามารถทําได้ ท่านประธานครับ แล้วก็เพิ่ม ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เพิ่มปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัดปลัดกระทรวงมหาดไทยออก มันเป็นเรื่องความสมบูรณ์ที่เขาเติมเต็มในทัศนะของวุฒิสภา ซึ่งต้องกราบเรียนว่าวุฒิสภาเขาทําด้วยความรอบคอบ มีผู้ชํานาญการหลายส่วน นี่ก็ไม่ได้เป็นข้อด้อยอะไรเลย สิ่งที่ผมจะสะท้อนให้เห็นว่า ๒-๓ หลักที่เห็นเขาแก้ไขในเวลา ที่จํากัด เรื่องของปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นแม่งาน เป็นฝ่ายเลขานุการ เขายกไปให้ กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจัดที่ดิน ก็ที่ดินทั้งหมดไปอยู่ในส่วนของภูมิภาค ท่านประธานไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ คนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ดูจริง ๆ ก็คือกระทรวงมหาดไทย และกํากับดูเรื่องที่ดิน ถ้าท่านไม่เชื่อกระทรวงมหาดไทย ก็แปลว่าเป็นกระทรวงที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข คนจะมีสุขเมื่อมีที่ดิน คนจะมีทุกข์เมื่อไม่มีที่ดิน ผมก็ยังเชื่อว่าแม้จะมีปัญหาขณะนี้ แต่ว่าโดยนัยแล้วมันน่าจะถูกที่ถูกทางมากกว่าเอามาไว้ที่ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีกระทรวงมหาดไทยเขาทําเป็นหน่วยงานหลักอยู่แล้ว คุมกรมที่ดิน ดูที่สาธารณะ ป่าสงวนอะไรในภูมิภาคมันไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็ยังเห็นว่า มาตรา ๑๔ ที่เขาแก้มันพอไปได้ คลําไปถูกที่ถูกทาง แล้วที่บอกว่าในมาตรา ๑๘ บอกว่าต้องมีการเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชนเดิม ในสภาบอกว่า ๑๐ ปี ก็พวกเราผู้แทน เราอยากให้ประชาชนได้ครอบครองอยู่แล้ว อย่าไปถึง ๒๐ ปี แต่วุฒิสภาแก้ ๒๐ ปีให้มากขึ้น ๑๐ ปี ผมว่า ๒๐ ปีที่เขาครอบครองเยอะแยะ ที่ไม่ได้อะไรเลยอยู่เปล่า ๆ นะครับ เหมือนนก นอนอยู่บนต้นไม้ แต่ว่าถ้าเป็น ๒๐ ปีแล้วเขาได้สิทธิ ผมยังถือว่าเป็นความก้าวหน้า เป็นการดูแลในเรื่องที่ดินให้กับประชาชน จะเห็นต่างนะครับจากที่ฝ่ายรัฐบาลขึ้นมาบอกว่า มันอยากได้กรรมสิทธิ์มันให้แค่สิทธิ ผมถามนักกฎหมายแล้วว่าลองอธิบายหน่อยสิว่ามันได้ อะไรไหมให้กับประชาชน จากไม่ได้อะไรคือศูนย์นะครับ แต่มาได้สิทธิที่จะไปประกัน ผู้ต้องหา ไปกู้ ไปยืม ไปทําอะไรเป็นสิทธิของเขาโดยไม่ต้องผิดกฎหมาย วันนี้จับเมื่อไร ก็พี่น้องผมเสียหายหมด ถูกจับ ไปไถนา ไปทําสวนยาง วันดีคืนดีก็ต้องไปโรงพักละครับ มันเป็นข้อกําหนดตามกฎหมาย แต่ว่าถ้ามี พ.ร.บ. นี้ออกไปจัดการเสีย เมื่อครอบครอง ครบ ๒๐ ปีให้สิทธิเขา นี่ก็คือความสุขมหาศาลกลับมาแล้ว ผมยังเห็นว่าที่แก้อยู่ ๒-๓ อย่าง มันอาจจะผิดแผกแตกต่างของสภาผู้แทนราษฎรไปบ้าง ถ้าเทียบเคียงกับหลายฉบับ ที่วุฒิสภาแก้ไขแล้วก็มาขอให้เห็นชอบตามวุฒิสภา ผมก็ยังคิดว่าฉบับนี้ยังมีเนื้อหาสาระที่เป็น ประโยชน์ ที่เป็นความหวังของประชาชน ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ดีกว่าทั้งสมัยเราทํากัน ๓ ปีครึ่ง แล้วไม่ได้อะไร ประชุมไม่รู้กี่เท่าไร ไปไล่ดูนะครับ คณะกรรมาธิการแต่ละชุด แต่ละท่านที่นั่ง อยู่นี่ ล้วนมีปัญหาประชาชนต้องการ พ.ร.บ. นี้ออกมา ผมคิดว่าเพราะถึงเวลาจะออกจริง ๆ แล้วจะไปรีรออยู่ทําไม อย่าไปยับยั้งเลย ตั้งกรรมาธิการร่วมกันคราวนี้ยังไม่ได้ประชุมกันเลย เพราะวุฒิสภายังไม่ได้ประชุม อาทิตย์หน้าวุฒิสภาก็ไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไม่ได้มี คณะกรรมาธิการ เพียงแต่ยับยั้งเขาไว้ วันนี้ถ้าเราเห็นชอบ กฎหมายก็ไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แสดงความจริงใจของสภา ของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่เราได้พูดอะไรกับประชาชนแล้ว ควรจะทําตามแนวนั้น เผอิญว่าขอให้ยังยั้งไว้ก่อนโดยไม่ เห็นชอบตามวุฒิสภา แล้วบอกว่าสภาหน้าค่อยมาพิจารณากันอีกรอบ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าถ้าสมัยหน้าเป็นอีกอย่าง ไม่ออกเลยนะครับ ไม่ยืนยัน โดยสภาครั้งหน้า มีตก ตกเลย วันนี้ต้องแสดงความจริงใจสิว่าระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านมีความเห็นว่าควรออกไป ได้ ๕๐ สตางค์ยังดีกว่าได้ศูนย์บาท วันนี้เราไปให้เขา เถอะครับ แล้วค่อยไปลูบไปคลํากัน มันมีช่องทางในการที่จะให้เกิดประโยชน์ เอกสารสิทธิ พิชิตความยากจน มันสร้างศักดิ์ศรีในการทํามาหากินของพี่น้องคนยากคนจน ป้องกันไม่ให้ เขาต้องไปถูกจับกุมคุมขัง ผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ประชุม แล้วก็แล้วไป ท้ายสุดไม่มีอะไร เหล่านี้ที่เป็นสาระที่ควรที่จะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข แล้วก็ ๓ วัน ๗ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็ออกมาใช้ วันต่อไปถ้าหากว่า กระทรวงมหาดไทยไม่เป็นเรื่องเป็นราว หรืออะไรทั้งหลายค่อยมาแก้กัน แต่วันนี้ต้องให้ความเชื่อถือตามนัยที่วุฒิสภาเขาได้ดําเนินการมา ซึ่งแต่ละเรื่อง ๆ ผมต้องชื่นชมวุฒิสภาเขานะครับ แม้ว่าความซึมซับต่อปัญหาประชาชนอาจจะน้อยกว่าสภา ผู้แทนราษฎร แต่ว่าสิทธิในการที่จะพบช่องทางที่มันเหมาะ มันควรที่จะได้สิ่งเหล่านี้ เมื่อแก้มาในช่วงเวลาเพียงเท่านี้ ผมเห็นว่าไม่มีอย่างอื่นหรอกครับ ถ้ามีเจตจํานงที่ต้องการ แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินนี้จริง ๆ นะครับ ไม่ใช่พูดไปก็พูดแล้ว ๆ ทําอะไรก็ทําไปอีกอย่าง ผมถามหานะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการอยู่หลายรอบ ของท่านสุวโรช พะลัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านต้องแสดงความจริงใจต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ต่อประชาชนนะครับ เวลาจะออกจริง ๆ ก็คือวันนี้ละครับ ถ้าเห็นชอบวันนี้ ๕ วัน ๗ วันก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็มีคณะกรรมการต่าง ๆ นายก อบจ. นายกเทศบาล นายก อบต. จะเป็นกรรมการด้วย มากน้อยเป็นรายละเอียดครับท่านประธาน ก็มีคณะกรรมการแล้ว จะมีผู้มีเจ้าของที่ดิน มาเป็นกรรมการร่วมด้วยไหม ผมเชื่อว่ามันมีช่องทางในการที่จะรังสรรค์ความงดงามให้กับ ประชาชนคนยากคนจน ขอเถอะครับท่านประธาน ผมยังเห็นว่าเห็นควรที่จะเห็นชอบ ตามกรรมาธิการของวุฒิสภาที่ได้แก้ไข ขอบพระคุณครับ