สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยชี้ให้เห็นว่าคนไทยมักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และเสนอให้จัดแบ่งปัญหาเป็น 3 ประเด็น พร้อมเรียกร้องการแก้ไขปัญหาขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชนด้วยสติปัญญาและไม่ใช้อารมณ์
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ เรื่องนี้ผมขอขอบคุณท่านประธานที่นําเรื่องเข้ามาหารือ แล้วก็ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีความตระหนักว่าปัญหาที่เกิดในประเทศนี้ ประเทศเรานี่นะครับ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นเราจะใช้อารมณ์ เราไม่ใช้เหตุและผล ถ้าเราจะจําแนกแจกแจงประเด็น ทั้งหมดนี่นะครับ ผมจะขอเรียนว่าจําแนกเป็น ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นของความขัดแย้ง ก็คือการประท้วงของการคาบเกี่ยวในการขัดแย้งเรื่องการทําบันทึก ข้อ ๔๓ ที่ได้ทําไว้ สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ก็มีการประท้วงกันตลอดเวลาว่าทําไมไม่ให้แก้หรือว่ายกเลิกเสีย อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าชอบธรรมแล้ว ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่มีองค์กร ใดเลย หน่วยงานใดเลยในสังคม ผมยังมองเห็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีคณะนิติศาสตร์ หรือว่าอาจารย์คณะ ไม่เคยนะครับ เมื่อมีวิกฤติสังคม ไม่ใช่ว่าปล่อยให้คนมาอยู่ข้างถนน ปล่อยให้คนเสนอแนวคิดอย่างไม่มีหลักการกัน สังคมก็ต้องการฟัง ฝ่ายค้านก็ต้องการฟัง รัฐบาลก็ต้องการฟังว่าข้อเท็จจริงของความขัดแย้งเป็นอย่างไร เราปล่อยให้ข้อเท็จจริง ปล่อยเรื่อย คาราคาซัง ถ้าข้อเท็จจริงในสังคมไทยเรานี่เราปล่อยได้ เราเอากลบ เอาลง ใต้พรมได้เพราะว่าไม่มีใครจัดการ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระหว่างประเทศนั้นต้องทําให้ สะเด็ดน้ําเด็ดขาด เมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปรากฏการณ์ของปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วเรา ยังให้คนมาชุมนุมที่ถนนราชดําเนิน ไปก่นด่าเขา ด่าถ้อยคําที่เสียหายจนสุดที่จะฟังได้ ผมถามท่านประธานถ้ามีประเทศใดประเทศหนึ่งในรอบบ้านเรามาด่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หยาบคายอย่างนั้น แม้ผมอยู่คนละพรรคกับท่านผมก็ทนไม่ได้ เพราะใครก็ตามที่เป็นที่รัก เป็นประมุขเป็นที่เคารพบูชาหรือเป็นผู้นําของเขา ไม่ควรที่จะไปก้าวล่วง พออย่างนี้มันก็เกิด ความทิฐิส่วนตัว พอทิฐิส่วนตัว นี่พูดถึงเรื่องปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข ๒. ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามการดําเนินงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศที่ผ่านมาได้เพาะศัตรูมากมาย ไปด่าเขมร ด่าประเทศรัสเซีย ประเทศจีนไปหมด ประเทศไทยเล็กนิดเดียว ประเทศจีนเขาก็ใหญ่ ประเทศรัสเซียเขาก็ใหญ่ ท่านทราบไหมครับ ว่าท่านลองไปก้าวล่วงเขมรนะครับ มีทั้งประเทศเวียดนาม ทั้งประเทศรัสเซีย ทั้งประเทศจีน แบ็คอัพ (Backup) ไม่เคยวิเคราะห์สถานการณ์ ผมอยากจะฟังนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เหมือนกันว่า ณ วันนี้ไครซิส แมเนจเมนท์ (Crisis Management) เมื่อบ้านเมืองเกิดปัญหา เหล่านี้ท่านจะแก้ไขในเชิงออฟเฟนซีฟ (Offensive) ในเชิงดีเฟนซีฟ (Defensive) อย่างไร ในเชิงรุกจะรุกแค่ไหน อย่าไปรุกล่วงละเมิดเกินนะครับ ถ้าท่านไปเที่ยวเอาเอฟ ๑๖ (F16) ไป แล้วก็ไปทํานั่น จะมีการขยายสงครามที่เต็มรูปแบบทันที แล้วมีอาณาประเทศเขา เข้าช่วยเหลือประเทศที่อ่อนแอแน่นอน แล้ววันนั้นประเทศไทยจะหนักหน่วง ผมขอกราบ เรียนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่าใช้อารมณ์ให้ใช้สติปัญญา แล้วจําแนกแจกแจงปัญหา มูลฐานของ ปัญหาคืออะไร ไป ส่งคนนักวิชาการวิเคราะห์ให้สะเด็ดน้ํา อย่าเอาความรู้สึก เมื่อชัดเจนแล้วก็ตัดสินใจ ไปทางนั้น อันไหนที่จะหาผลประโยชน์ร่วมก็ทํา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรีทักษิณทํา ถูกแล้ว พอชุดใหม่มาก็ทําตามนั้นอีก พอถึงเวลาก็ไม่กล้า เหมือนกับเป็นการการันตี (Guarantee) ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทําถูก ถ้าเรามีทิฐิเราไม่แก้ ไม่กล้าที่จะพบกับความจริงแล้ว ปัญหาไม่สามารถจะแก้ได้ ทีนี้ถ้าท่านประธานจะให้หารือผมอยากให้หารือเป็นระบบว่า ปรากฏการณ์ของปัญหานี้จะทําอย่างไร ว่าในเชิงรับ ในเชิงรับก็คือว่าของประชาชนกับของ หน่วยรบเป็นอย่างไร ของประชาชนเป็นอย่างไรที่จะต้องดูแลเขา จะต้องมีการเพิ่มหลุม หลบภัยหรือไม่ จะมีอาสาสมัครประชาชนหรือไม่ จะมีอะไรต่าง ๆ ต้องให้ชัด แล้วก็ในเชิงรุก ถ้ามีความขัดแย้งระดับไหนจะรุกไประดับไหน ผมอยากเห็นว่าการกระทําให้เป็นรูปแบบ ชัดเจนแล้วมีการฟังคําสั่ง ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ทหารฟังคําสั่งรัฐบาลหรือไม่ นานาอารยประเทศนี้ ถ้าท่านจําได้ในการต่อสู้ของสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายพล ๕ ดาวของอเมริกาจะบุกประเทศ รัสเซีย แล้วก็ท่านประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ท่านไม่ให้บุก ก็ยังจะบุก เขาสั่งปลดเลยนะครับ ประธานาธิบดีสั่งปลดกลางอากาศเลย เพราะฉะนั้นแล้วประเทศบ้านเมืองอื่นเขามี ยูนิตี้ (Unity) เขามีความสําคัญว่าใครที่เป็นรัฐบาลนั้นต้องมีความรับผิดชอบ แต่ว่าผมไม่รู้ กลไกของสภามีอํานาจพอหรือไม่ กลไกของราชการมีอํานาจพอหรือไม่ แล้วทหารก็ตาม หน่วยความรับผิดชอบก็ตามฟังรัฐบาลจริงหรือไม่ ถ้าฟังจริง มีมาตรการจริง ผมขอว่า ๑. อันนี้คือไครซิส แมเนจเมนท์ คือการบริหารความวิกฤติ จะต้องมีการจําแนกแจกแจงให้ ชัดเจนว่าจะเริ่มต้นอย่างไร มาตรการอย่างไร แต่ว่าไม่ใช่ว่าตั้งแผนกนี้ให้ ท่านรัฐมนตรีองอาจแผนกนี้ไม่ใช่ครับ แล้วสถานการณ์อย่างนี้ไม่ใช่เป็นปกติ ผมสังเกต ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หลายครั้งแล้วนะครับว่าท่านบริหารน้ําท่วมทั้งประเทศ ท่านบริหารแบบภาวะปกติ ให้ผู้ว่าราชการรับผิดชอบให้อะไร เมื่อผู้ว่าราชการรับผิดชอบ เขาไม่สามารถทําได้ แต่ถ้าประกาศภาวะวิกฤติภัยพิบัติแห่งชาติจะสามารถทํามาตรการ ทุกสิ่งทุกอย่างได้ อันนี้ละครับผมขอฝาก นี่คือความสามัคคีจริง ๆ อะไรก็ตามที่เป็นแนวคิด ที่เป็นข้อเสนอ แล้วฝากบอกท่านสมาชิกท่านเริ่มอภิปรายด้วยการไปจาบจ้วงพรรค อีกพรรคหนึ่งขึ้นมาแล้วอันนั้นล่ะไม่สมานฉันท์ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นเอาประเด็นปัญหามาพูด เอาเชิงรับมาพูด เอาเชิงรุกมาพูดเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา แต่ถ้าการอภิปรายเริ่มต้นด้วย ไปว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปกระแหนะกระแหนว่าเป็นพรรคเพื่อเขมร ถ้าอย่างนี้หลังจากผมอภิปรายจะเกิดการไม่สามัคคีกันแล้ว คนอื่นเขาฟังก็จะหัวเราะเยาะว่า นี่ขนาดเกิดสงคราม ในสภายังเกิดสงครามการต่อสู้ ผมอยากจะบอกท่านสมาชิกครับว่า ต่อจากนี้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเถอะครับ ที่ผมอภิปรายนี้เพื่อจะบอกรัฐบาล ผมอยากจะ เห็นรัฐบาลที่มีวุฒิภาวะ ท่านบริหารงานมา ๒ ปีกว่าแล้ว ผมยังไม่เห็นมีวุฒิภาวะในการ บริหารงานที่เกินกว่าข้าราชการประจําทําเลย ไม่เสนอนวัตกรรมความคิดหรืออะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วผมขอเรียนครับว่า ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะมีการดําเนินการ