จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เสนอความเห็นชอบต่อการแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามแห่งรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการและเลขาธิการ เพื่อให้สามารถจัดการที่ดินหวงห้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรา 19 เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการทำกินได้ จาก 10 ปี เป็น 20 ปี เพื่อไม่ให้กลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่หวงห้าม และให้ประโยชน์ตกแก่ประชาชนแท้จริง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินที่ภาครัฐไม่สงวนหวงห้าม และเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับและยืนยันการแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามแห่งรัฐ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าพระราชบัญญัตินี้ เป็นความพยายาม เป็นการทํางานร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่าย ทุกคนมีส่วนร่วม แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ผมจําได้ว่าเกือบจะทุกท่านเลยก็มีการแสดงความคิดเห็น แล้วก็ ให้ความเห็นชอบในวาระหนึ่ง วาระสองไป จนกระทั่งมาถึงวันนี้ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าวุฒิสภาได้ทําการปรับแก้ในบางส่วนกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เมื่อได้ศึกษาดูแล้ว บวกกับปัจจัยในเรื่องของเวลาของสภาผู้แทนราษฎรของเราเอง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบกับการ แก้ไขของวุฒิสภาในครั้งนี้ เพราะประเด็นหลัก ๆ นั้นจริง ๆ แล้วมีอยู่ไม่กี่ประเด็นครับ ท่านประธานที่เคารพ มีมาตรา ๕ พูดถึงเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งก็มีการ ปรับเปลี่ยนเพียงแค่บอกว่า ตัดรองนายกรัฐมนตรีออกไป แล้วก็ให้รัฐมนตรีท่านใดก็ได้ ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธาน เพราะว่าเวลาของนายกรัฐมนตรีเองก็ค่อนข้าง จํากัดก็ต้องมีการมอบหมาย นอกจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยน หลัก ๆ ก็คือในส่วนของ เลขาธิการ ซึ่งเปลี่ยนจากปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ชอบด้วยเหตุผล เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแล รับผิดชอบในเรื่องของที่ดินในภาพกว้างอยู่แล้ว แล้วก็มีเครือข่าย มีมือไม้ทั่วประเทศที่จะ เข้าไปศึกษา ไปดูแลในรายละเอียดได้ ในขณะที่ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเองนั้นก็มีสํานักงาน อยู่แค่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจะไปดูแลในเรื่องของที่ดินหวงห้ามในการที่จะไปจัดสรรให้ พี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนมันคงเป็นไปได้ยาก
อีกมาตราหนึ่งที่เห็นมีการพูดคุยกันมากก็คือมาตรา ๑๙ นี่ละครับ ที่บอกว่า ปรับเปลี่ยนการเข้าทําประโยชน์ของประชาชนที่จะออกเป็นสิทธิในการทํากินได้ จาก ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี ซึ่งต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมอ่านครั้งแรกผมก็ตกใจนะครับ ผมกลัวว่าจะเป็นการตัดสิทธิกับพี่น้องประชาชนจํานวนมาก แต่เมื่อมานึกดูในรายละเอียด แล้วก็ได้ไปศึกษา ไปสอบถามในพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งพื้นที่อําเภอเชียงดาวของผมก็เป็นเขตหนึ่ง ที่มีปัญหากับทางเขตของทหาร กับทางเขตของป่าไม้อุทยาน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าพี่น้องประชาชนที่เขาอยู่ตรงนั้นมันเป็นมรดกตกทอด เขาอยู่กันมาหลายรุ่นแล้ว แต่ก็ยัง ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่เรื่อง ๑๐ ปี ๒๐ ปี เขาไม่ห่วงเลย เพราะว่าถ้าตรวจสอบกันโดยรายละเอียดแล้ว ๓๐ ปี ๕๐ ปีก็มีอยู่กัน บุคคลที่จะเข้าไปอยู่ เป็นชุมชนในระยะ ๑๐ ปีหลัง ที่จะเข้าไปตั้งชุมชนใหม่ ๆ ในพื้นที่หวงห้ามนั้น ในทางปฏิบัติ แทบจะไม่มีเลยครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะว่าข้าราชการ เพราะหน่วยงานของรัฐ มีการดูแลรับผิดชอบ ใครจะไปบุกรุกที่ใหม่ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมามองโอกาสแทบไม่เห็น นอกจากนายทุนเท่านั้น วันนี้ถ้าจะว่า ๑๐ ปีหลังนี่ ถ้าเราตัด ๑๐ ปี เป็น ๒๐ ปี อาจเป็นการ ดีด้วยซ้ําในการที่จะตัดกลุ่มนายทุนที่เขาไปทํามาหากินอยู่ในพื้นที่ที่สงวนหวงห้ามไว้ในช่วง หลัง ๆ นี่นะครับ ก็เป็นการดีเสียอีกที่จะตัดกลุ่มเหล่านี้ออกไป เพื่อที่ประโยชน์มันจะตกกับ พี่น้องประชาชนที่แท้จริง
ส่วนมาตรา ๒๐ ที่มีการปรับแก้ เป็นการพูดถึงเรื่องของการให้กรรมสิทธิ์หรือ ให้สิทธิในที่ดินที่ภาครัฐไม่ทําการสงวนหวงห้ามแล้วนะครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพว่าวันนี้ปัญหาของพี่น้องประชาชน เขาขอแค่โอกาสในการเข้าไปทํามาหากิน ในการ ที่จะเข้าไปมีสิทธิในการใช้ที่ดินนั้นประกอบกิจกรรมเพื่ออาชีพ เพื่อรายได้อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้การที่เราไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีการเข้าไปแก้ไขให้เขาเป็นรูปธรรม ในหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ช่องทาง ของการเข้าไปรีดไถเอากับพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ ซึ่งต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า พี่น้องประชาชนอยู่กันด้วยความลําบาก เสียค่าใช้จ่ายกับกิจกรรมนอกระบบมากมาย มหาศาล วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถบังคับใช้ออกไปได้ เราก็คงจะแก้ไขปัญหาในจุดนี้ได้ ไม่มากก็น้อย หลายท่านไปกังวลกับการที่พระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะไม่สมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้ามองกันลึก ๆ นี่แน่นอนครับ พระราชบัญญัติแต่ละฉบับที่ออกไปมันมีทั้งข้อดีและข้อด้อย แต่อย่างไรก็ตามเราต้องมา คํานึงถึงเวลาที่เรามีเหลืออยู่ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศชัดว่าต้นเดือนหน้า อีกไม่กี่วันนี่ นะครับ ๑๐ กว่าวันจะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจริงนะครับ วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะไปตั้งกรรมาธิการร่วมเป็นหมันทันที ต้องรอให้รัฐบาลหน้าเข้ามาใหม่ ในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า แล้วก็มายืนยันว่าจะเอาหรือไม่เอาพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ แล้วผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอันนั้นมันเหมือนการไปหวังเอาน้ําบ่อหน้า เราจะยืนยันได้อย่างไรว่ารัฐบาลหน้าเขาจะเข้ามาแล้วจะมายืนยันกฎหมายฉบับนี้ พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ร่วมกันทําขึ้นมา ผมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าอย่าไปคิดว่าในที่สุดแล้วมันจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคภูมิใจไทยหรือเป็นพรรคใด ๆ ในสภาแห่งนี้ไม่ใช่นะครับ วันนี้ตัวเลือกมีมากมาย อาจจะเป็นพรรคการเมืองใหม่มาเลยก็ได้ที่เขามีแนวนโยบายในทิศทางที่แตกต่างออกไป วันนี้ถ้าเราได้ทําตัวกฎหมายมันพร้อมที่จะคลอดอยู่แล้ว มันอยู่ที่มือเราเท่านั้นเองว่าเราจะ ตัดสินใจที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามแห่งรัฐ อันนี้หรือไม่ ถ้าเราให้มันผ่านไปในวันนี้ แล้วถ้ามันมีความจําเป็นต้องมีการปรับแก้ใน รายละเอียดค่อยไปว่ากันทีหลัง อย่างน้อยมันเป็นพระราชบัญญัติที่จะสามารถทําประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมไม่อยากจะให้ความพยายามที่เราได้ต่อสู้ร่วมกันมา ในเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้เราต่อสู้กันมามาก เราพยายามผลักดัน ไม่อยากจะให้มันเป็นหมัน แล้วเกิดรัฐบาลถัดไปเขาตัดสินไม่เอา ไม่ยืนยันกฎหมายนะครับ ก็ต้องมาเริ่มทํากันใหม่ พี่น้องประชาชนรอมา ๒๐-๓๐ ปีก็ต้องรอต่อไป ไม่อยากจะเห็น เหตุการณ์นั้นครับท่านประธาน