จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงความไม่เห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ เนื่องจากมีการปรับแก้ไขในหลายมาตรา ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการตีความ จึงหารือเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องการให้ภาครัฐกำหนดกติกาที่ชัดเจนในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... มีการปรับแก้ไขในหลายมาตราเหลือเกิน ต้องกราบเรียนในความเคารพว่า ในเบื้องต้นกระผมเองรวมถึงเพื่อนสมาชิกในพรรคฝั่งฝ่ายค้านไม่เห็นชอบเพราะว่ามันเป็น การสร้างขึ้นมาแล้วก็ซ้ําซ้อน ตั้งแต่ในวาระหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงขั้นนี้ต้องลงใน รายละเอียดในรายมาตราที่มีการปรับแก้มาจากชั้นกรรมาธิการ ในมาตรา ๓ ที่มีการปรับแก้ ในเรื่องของถ้อยคําเกี่ยวกับเรื่องของคําจํากัดความต่าง ๆ มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นที่มีการ ปรับแก้ คําแรกคือคําว่า องค์การเอกชน ซึ่งก็เป็นการปรับแก้ในเนื้อหาเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งซึ่งเราได้ท้วงติงแล้วก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ในการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับอื่น ๆ ในหลายฉบับที่ผ่านมา ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในเบื้องต้นวาระหนึ่ง เขียนไปว่าเอกชนต้องเป็นองค์การที่ทําหน้าที่ต่าง ๆ แล้วก็ใช้คําว่า ซึ่งมีผลงานในด้านใด ด้านหนึ่งเป็นที่ประจักษ์ เมื่อ ๓ วันก่อนมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ก็มีการ เถียงคํานี้ครับ ประจักษ์ ๆ มันประจักษ์อย่างไร ในที่สุดทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งเป็น คนละชุดกัน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านเปลี่ยนคําว่า ประจักษ์ เป็นคําว่า มาอย่าง ต่อเนื่อง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในที่สุดแล้วมันก็หนีไม่พ้นวังวนเดิม ๆ มันจะ ประจักษ์หรือมันจะต่อเนื่อง ในที่สุดมันก็เป็นคําที่กํากวม วันนี้บอกทํางานผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ผมทํามา ๓ เดือน ผมก็ว่าผมก็ต่อเนื่องของผมนะ และท่านเห็นว่าต่อเนื่องหรือไม่ หรือต้องทํามา ๑๐ ปีถึงจะต่อเนื่อง ในที่สุดคําคํานี้นะครับ มันจะกลายเป็นปัญหาในการตีความ เพราะว่าองค์การเอกชนที่จะบรรจุเข้ามาในที่สุด เขาต้องมาเป็นกรรมการ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ คําจํากัดความอันนี้มีเพื่อที่เขาจะ ไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการองค์การอิสระของท่าน พอถึงเวลาเขาบอกก็ผม ๓ เดือน ผมก็ต่อเนื่อง ผมก็อยากจะเข้ามาเป็นกรรมการเหมือนกัน ในที่สุดท่านได้ล็อกไว้ในตัว การสรรหาหรือไม่ ผมอยากจะถามคําถามแรกนะครับ
ส่วนที่ ๒ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ท่านบรรจุคําว่า การประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม แล้วก็บอกว่าหมายความว่า การศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนต่าง ๆ นานานี่นะครับ แปลที่เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือการทําอีไอเอ (EIA) ถูกไหมครับ อีไอเอคือการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ เราได้ทํากันมาโดยตลอดเวลาที่จะมีโครงการอะไรต่าง ๆ ที่มันอาจจะกระทบต่อชุมชน เช่น ทําโรงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าต่าง ๆ คิดเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องทําแน่อีไอเอ ผมกราบเรียนด้วย ความเคารพอย่างนี้ครับ คําคํานี้บรรจุเข้ามาอาจจะไม่ใช่เรื่องเสียหายนะครับ แต่วันนี้ด้วย สภาพสังคมของไทย ด้วยสภาพความพร้อมของภาครัฐของไทย ผมกราบเรียนเลยครับอีไอเอ หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่มีความสมบูรณ์ในตัวเองอย่างเพียงพอ และมัน กลายเป็นบางครั้งกลายเป็นอาวุธที่ใช้สําหรับฆ่าโครงการบางโครงการที่อาจจะเป็นประโยชน์ บางครั้งมันเป็นการใช้เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการทําให้บางโครงการที่อาจจะกระทบกับ ชาวบ้าน แต่มันเกิดความชอบธรรมขึ้นมาจนกระทั่งมันผ่านไปได้ เราเห็นกันมามาก ผมคง ไม่ยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับ ถ้ายอมรับความจริงท่านจะเห็นเลยว่าตัวนี้แหละเป็นตัวปัญหา วันนี้ต้องยอมรับว่าภาครัฐของไทยยังไม่มีเกณฑ์ ยังไม่มีกติกาที่ชัดเจนในการทําอีไอเอหรือว่า ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มันชัดจนกระทั่งมันเป็นที่ยอมรับกับทุก ๆ ฝ่าย คนนี้ทําออกมา อย่างหนึ่ง คนนั้นทําออกมาอีกอย่างหนึ่ง ภาคเอกชนที่คัดค้านทําออกมาตกหมดทุกอัน ภาครัฐทําออกมามันก็ดูสวยหรูหมด ในที่สุดก็มีการจัดประชุมสัมมนา ทําประชาพิจารณ์ จ้างชาวบ้านมานั่งฟัง บางทีคนมานั่งฟังก็ไม่ใช่คนที่กระทบ บางครั้งคนที่มาฟังกระทบจริง ๆ มาก็กลายเป็นการขัดแย้งในชุมชน ต้องกราบเรียนเลยว่านี่ละครับปัญหา ซึ่งวันนี้บรรจุเข้ามา ผมต้องกราบเรียนผมอาจจะไม่ติดใจในการที่ท่านบรรจุนะครับ แต่บรรจุคําคํานี้เข้ามา นะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังท่าน ผ่านไปยังท่านประธานด้วยนะครับ ให้ภาครัฐของไทยได้กรุณาทํากติกาตัวนี้ให้มันมีความชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่เพื่อที่สังคมทุกฝ่าย จะยอมรับได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่จะต้องมีการทําการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในครั้ง ต่อ ๆ ไปครับ ขอบคุณครับ