อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่าปัญหาการยิงข้ามชายแดนเกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชา และประเทศไทยมีหน้าที่รักษาอธิปไตยและไม่มีเจตนาให้เกิดปัญหา โดยขอความเข้าใจจากประชาชนในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และเรียกร้องความมั่นใจและความเคารพต่อกองทัพและรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงจะขอรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกเพียงเล็กน้อย เท่านั้น เพราะทราบว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็คงจะได้ชี้แจงในหลาย ๆ เรื่องไปแล้ว และก็ต้องขอเรียนว่าที่ไม่ได้มาฟัง ในช่วงเช้าวันนี้เพราะว่าผมได้เดินทางไปพื้นที่ที่จังหวัดสุรินทร์ ไปเยี่ยมศูนย์อพยพพี่น้อง ประชาชน และก็ไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล รวมทั้งได้พบกับญาติของผู้เสียชีวิต ที่เป็นประชาชน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมอยากจะกราบเรียนเพียงสั้น ๆ ว่า จากการที่ผมเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนในฐานะ ที่เป็นผู้แทนของประชาชน เราคงเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ดีที่สุด ก็คือทุกคนก็ต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้น ต้องการใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุข พี่น้องที่อพยพอยู่ในขณะนี้ อยู่ในใจมากที่สุดก็คืออยากจะทราบว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน อันนี้คือสิ่งที่พวกเราคิดว่าเราจําเป็นจะต้องตระหนัก แล้วก็ต้องคิดต่อครับว่าไม่ใช่เรื่องของ การที่จะเพียงแต่กลับไปอยู่อาศัย อยู่บ้านตามปกติ แต่คนเหล่านี้คือคนที่จะต้องอยู่ในบริเวณ ชายแดนอยู่อีกนานแสนนาน และคงไม่ประสงค์ที่จะเห็นปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างเรา กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผมก็ยืนยันนะครับว่ารัฐบาลไม่มีความประสงค์ที่จะเห็นปัญหา เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต้องการที่จะเห็นการปะทะความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดโดยเฉพาะที่มากระทบกับพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนว่า การที่จะดําเนินการให้ปัญหายุติลงนั้นมันเป็นเรื่องซึ่งจะต้องมีการดําเนินการทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนของประเทศไทยนั้นไม่มีใครมี ความคิดหรือกระทําในลักษณะที่จะไปรุกรานประเทศกัมพูชา แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นจากการโจมตีมาจากฝั่งประเทศกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งผม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทุกคนและเพื่อนสมาชิกก็จะเห็นตรงกันว่าเมื่อทางประเทศกัมพูชา โจมตีเข้ามานั้นเราก็มีความจําเป็นในการที่จะต้องตอบโต้ กองทัพก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ของตนเอง ปฏิบัติภารกิจในการรักษาดินแดน รักษาอธิปไตย รักษาที่มั่น รักษาพื้นที่ที่เป็น ดินแดนของไทยเอาไว้ ซึ่งก็ได้ทําครับ และก็ทําโดยยึดหลักของกติกาของสากล และอยู่ ในระดับที่เราถือว่าสมควรแก่เหตุ คือมุ่งไปเฉพาะเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น แล้วก็ มีความพยายามในการที่จะยับยั้งนะครับ อย่างเมื่อวานนี้หรือเมื่อวันก่อนนี้ก็สามารถที่จะยึด อาวุธมาได้อย่างนี้เป็นต้น ผมกราบเรียนว่าสําหรับการเจรจานั้นอยู่ที่ทั้ง ๒ ฝ่าย ประเทศไทย ไม่เคยมีปัญหาในการที่จะพูดคุยเจรจา แต่การเจรจาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ความจริงในช่วงระยะเวลา ๒-๓ วันก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าการติดต่อระหว่าง ๒ ฝ่ายแทบจะ ไม่มีเลยนะครับ แต่ปรากฏว่าเมื่อค่ําวานทางฝ่ายประเทศกัมพูชาได้มีการติดต่อมา แล้วก็ ประสงค์ที่จะเห็นการพบปะกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง ๒ ประเทศ ผมก็นึกว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ว่าทางฝ่ายเราก็ตอบกลับไปว่าการพบปะกันนั้น ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ประเทศกัมพูชานั้นยังคงมีการยิงเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นก็ช่วง ประมาณก่อน ๑ ทุ่มครับ เราก็บอกว่าน่าจะดําเนินการให้เกิดความสงบแล้วก็จะได้จัดให้มี การพูดคุยกัน ตอนแรกก็เหมือนกับว่าตกลงครับ แต่ว่าหลังจากนั้นอีกไม่นานก็มีการโจมตี มีการยิงกันอีก ดึกเมื่อวานนี้แม้กระทั่งเช้าวันนี้ก็มีปะปรายนะครับในช่วงเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่างนี้เป็นต้น ผมกราบเรียนว่าอันนี้ก็เป็นอุปสรรคอยู่ แต่ขอยืนยันว่าปัญหาไม่ได้เกิดจาก ฝ่ายไทย แล้วฝ่ายไทยก็ยังยึดมั่นในจุดยืนที่ได้แสดงออกอย่างสม่ําเสมอ ไม่มีเปลี่ยนแปลงว่า เราต้องการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เราไม่รุกรานใคร แต่ใครมารุกรานเราไม่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่าข้อมูลข่าวสารของบ้านเราที่เราได้รับ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้น อีกฝั่งหนึ่งน้อยมากครับ ผมก็เข้าใจดีครับพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นทุกข์ โกรธ เวลาที่เห็น ความเสียหาย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นชีวิตของทหาร ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของพี่น้อง ประชาชน หรือต้องเห็นสภาพที่พี่น้องของเรานี่ต้องอพยพหลายหมื่นคนที่เพื่อนผู้แทนราษฎร ทุกคนได้แสดงความห่วงใย แต่ว่าวันนี้ผมไปพบปะกับพี่น้องประชาชนที่นั่นเขาก็เข้าใจครับว่า สภาพที่เป็นอยู่นี่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายเรา เราก็ไม่ต้องการเห็นสภาพแบบนี้ แต่เมื่อมี การโจมตีมาเราก็ต้องตอบโต้และเราก็ต้องมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน การอพยพจึงต้องเกิดขึ้นครับ อันนี้ก็กราบเรียนว่าเราก็พยายาม ทุกวิถีทางทุกคนพูดบอกว่าอยากให้จบเร็ว ทุกคนอยากให้จบเร็วทั้งนั้นละครับ แต่เราก็ต้อง รักษาอธิปไตยของเราและเราจบเร็วฝ่ายเดียวมันเป็นไปไม่ได้ เราไม่ลดละความพยายามครับ แล้วก็จะเดินหน้าในการที่จะเร่งคลี่คลายปัญหานี้ให้ดีที่สุด แต่อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ หลายคนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลายคนก็ไม่ทราบความสลับซับซ้อน ของการดําเนินนโยบายทางด้านการต่างประเทศ ผมเพียงแต่อยากจะเรียนเป็นข้อมูลและ เป็นข้อคิดสั้น ๆ ว่า
ประการแรก ผมยืนยันว่ากองทัพปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ผมยืนยันได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเราอาจจะรับทราบเฉพาะที่เกิดขึ้นกับฝ่ายเรา แต่ว่าความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับทางประเทศกัมพูชานี่ไม่น้อยกว่าหรอกครับ ถ้าเพียงแต่ผู้นําประเทศกัมพูชา จะให้ความสําคัญกับเรื่องนี้แล้วก็หยุดในเรื่องของความรุนแรงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับ ทั้ง ๒ ประเทศ และพี่น้องประชาชนของทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็ยืนยันในความเห็นที่ให้สัมภาษณ์ไป ในวันนี้ว่า ถ้าอยากจะพูดคุยเจรจากัน ง่ายที่สุดก็คือหยุดการยิง การโจมตีให้เห็น แล้วคุยกันครับ กรอบการดําเนินการที่จะพูดคุยกันมีอยู่แล้ว เราก็เพิ่งไปประชุมเจบีซีกันมาก่อนหน้านี้ไม่นาน แล้วก็ยังมีอีกหลายเวทีที่จะต้องพบปะกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้นําอาเซียนในสุด สัปดาห์หน้า ซึ่งผมก็จะต้องเดินทางไปที่กรุงจาการ์ต้า แต่ว่าให้มั่นใจครับ กองทัพเข้มแข็ง ทหารทุกคนกําลังใจดี แม้แต่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บน่ายกย่องอย่างยิ่ง ทุกคนที่ผม ไปเยี่ยมถ้าพูดได้พูดว่า สู้ พูดได้ก็คือพูดว่า เขาเข้มแข็ง เขาต้องการปฏิบัติหน้าที่เขา ให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะให้ กลับเข้าไปอยู่ที่ชุมชนเดิม หมู่บ้านเดิมของเขาได้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย
ประการที่ ๒ ข้อคิดที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า การแสดงความคิดเห็น นั้น ผมก็ได้เตือนเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้บริหารทุกท่านว่า ให้ระมัดระวัง ความจริงแล้วแทบจะไม่มี ประเทศไหนหรอกครับมาพูดถึงเรื่องของนโยบายการต่างประเทศ การเจรจา โดยเฉพาะ ในยามที่มีความขัดแย้ง ความตึงเครียด แล้วก็เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างหมด ยากครับที่จะทํา แล้วก็สําเร็จ สิ่งที่ผมอยากจะขอความร่วมมือก็คือว่าขอให้มีความไว้วางใจและมั่นใจ พวกผม ซึ่งอยู่ตรงนี้ ถ้าบริหารตัดสินใจอะไรไปแล้วเกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ ไม่มีทางอื่นครับ พวกเราเป็นนักการเมืองในวิถีทางนี้เราต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ขณะเดียวกันการที่จะไปตกลง อะไร พวกเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญก็บอกว่าถ้าไปตกลงอะไรถึงขั้นที่จะมี ผลกระทบต่อเขตแดนอธิปไตยนั้นต้องกลับมาที่เวทีแห่งนี้คือรัฐสภา และผมก็มั่นใจว่ารัฐสภา ไม่ว่าชุดไหนไม่มีทางเห็นชอบข้อตกลงใด ๆ ก็ตามที่จะเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าอยากจะเห็นทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง ให้กําลังใจกองทัพ ให้กําลังใจ พี่น้องประชาชน ยืนหยัดในอุดมการณ์ของชาติเรานะครับ ก็คือความรักสงบและความ เข้มแข็งในการที่จะปกป้องสิทธิของตนเอง ผมเองไม่สบายใจครับ เพราะว่าสังคมเราก็เป็น สังคมข่าวสารและหลายครั้งก็เป็นสังคมข่าวลือ มีการปล่อยข่าวบางทีว่ามีปัญหาเรื่องนั้น เรื่องนี้ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ มีปัญหาว่ากองทัพหรือรัฐบาลจะไม่ปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ไม่มีหรอกครับเรื่องเหล่านั้น ผมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พูดคุยกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวันละหลายครั้ง พูดคุยกับท่านนผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพทุกวัน วันละหลายครั้ง ขอให้มีความมั่นใจครับว่าเราจะปกป้องคุ้มครองพี่น้อง ประชาชน ปกป้องอธิปไตยของเราอย่างดีที่สุด บนพื้นฐานของการที่เราไม่มีความคิดที่จะไป ใช้กําลังกับใครใด ๆ ทั้งสิ้น และต้องการที่จะเป็นเพื่อนบ้านนที่ดีกับทุกประเทศที่อยู่ติดกับเรา ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดงความห่วงใย ขอขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิด ข้อแนะนําต่าง ๆ และผมก็ขอกราบเรียนว่าผมก็ตั้งใจที่จะให้เหตุการณ์นั้นคลี่คลายโดยเร็ว ที่สุดเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนในบริเวณชายแดน และเพื่อความสบายใจของพี่ น้องประชาชนคนไทยทุกคนครับ