สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

(สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็ นเวลา ๑ นาที)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งลงครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบเรื่องการถึงแก่อสัญกรรม ผมก็ได้ดําเนินการไปแล้ ว ซึ่งท่านสมัครท่านก็ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว แล้วก็ได้ยืน ไว้อาลัย ๑ นาที

๒.๒ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่อง ออกจากระเบียบวาระการประชุม

ด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือคุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในระหว่างสมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจาก ได้พ้นกําหนดเวลาที่ศาลได้นัดแล้ว ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ

๒.๓ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสมาชิก ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ นะครับ

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

๑. รับทราบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนดดังกล่าวแล้ว

๒. ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครอง ท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว จึงขอแจ้งให้ ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ จํานวน ๓ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ และ

ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ซึ่งได้วางไว้ ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือขอแก้ไขถือว่าที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุมทั้ง ๓ ครั้งดังกล่าวแล้วนะครับ

ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป กระผมขอปรึกษาต่อ ที่ประชุม เพื่อขอนําระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ขึ้นมา พิจารณาก่อน เนื่องจากค้างการพิจารณามาจากการประชุมครั้งที่แล้ว และเพื่อให้การ พิจารณาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จะมีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการ ตามนี้นะครับ เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ต่อข้อหารือของ ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมมีความเห็นว่าน่าจะมีการพิจารณาไปตามระเบียบวาระ ที่ท่านประธานได้จัดระเบียบวาระไว้แล้ว ซึ่งเรื่องที่จะต้องมาพิจารณาก่อน ในเรื่อง ซึ่งจะต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก็คือร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ก่อน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ผมคิดว่าในร่างนี้ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ทุกฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกัน ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วก็จะได้พิจารณาด้วยความรวดเร็ว

และที่ประการสําคัญเท่าที่ติดตาม แล้วก็ได้ฟังการอภิปรายของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาก็เห็นว่าร่างนี้มีความจําเป็นที่จะต้องออกมาใช้ บังคับกับเด็กและเยาวชนที่จะต้องอยู่ในข่ายของร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมมีความเห็นว่า เราน่าจะพิจารณาไปตามระเบียบวาระไปก่อน ซึ่งอย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาเสร็จแล้ว ผมเชื่อว่าในที่ประชุมแห่งนี้ก็จะได้พิจารณาต่อในเรื่องที่เรายังพิจารณาค้างกันอยู่ แล้วก็ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ผมขอความกรุณาท่านประธาน เพราะอันนี้ทราบนะครับ ท่านประธานว่าหลังจากที่ท่านประธานได้หารือเรื่องนี้แล้ว ถ้ามีการหยิบยกเอาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ขึ้นมาพูดก่อน ก็ไม่มีอะไรแน่นอนว่าพอพูดเสร็จแล้วอาจจะปิดสภาอีกอะไรอย่างนี้ ซึ่งกฎหมายนี้มีความ จําเป็นที่ผมได้เรียนต่อท่านประธานสภา ถ้าหากผ่านสภาในวาระที่สอง วาระที่สาม แล้วมันก็ไปที่วุฒิสภาเพื่อที่จะได้พิจารณากันต่อไป ฉะนั้นในร่างนี้ผมเห็นว่ามีความ จําเป็นเช่นเดียวกัน แล้วก็ที่สําคัญกว่าชายแดนภาคใต้ด้วยซํ้าไปถ้าเปรียบเทียบ เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นการออกกฎหมายเพื่อให้คณะบุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีอํานาจในการบริหารการจัดการเท่านั้นเอง ผมขอให้ท่านประธานได้พิจารณา ตามระเบียบวาระไปก่อนแล้วกันครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้คุณเจริญครับ เนื่องจากว่าการประชุมคราวที่แล้วร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดมี ๕ ฉบับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... รัฐบาลก็เป็นคนเสนอและสมาชิก ที่เป็นเจ้าของร่างก็เป็นคนเสนอ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว ภาระก็ติดพัน แล้วก็ มีการปิดการประชุมโดยเลื่อนระเบียบวาระนี้มาในวันนี้ ผมก็อยากจะขอความกรุณาว่า เราพิจารณา ถ้าเราช่วยกันมันก็จะเสร็จ แล้วก็ผมคิดว่าพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ ครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวนั้น ก็มีความสําคัญเหมือนกันครับ ถ้าเสร็จอันนี้แล้วก็เอาร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... เข้ามาเลย ก็จะได้รวดเร็วเช่นเดียวกัน ก็ขอดําเนินการนะครับ เพราะว่าได้อภิปรายในสภากันแล้วเจ้าของร่างทุกฉบับนะครับ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ต่อข้อหารือของท่านประธานนี่ พวกผม ไม่ขัดข้องนะครับ เพียงแต่ขอให้ดําเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระไปก่อน ร่างกฎหมายที่มาพิจารณากันคือวิธีพิจารณาของศาลเยาวชน อันนี้ก็ร่างของรัฐบาลด้วย ร่างของท่านสมาชิกด้วย ถ้าเทียบกันระหว่างใครเสนอนั้นไม่แตกต่างกันนะครับ แล้วความ จําเป็นและเหตุผลอาจจะแตกต่างกัน ผมเห็นว่าน่าจะพิจารณาไปก่อนท่านประธาน ผมเชื่อว่าถ้าพิจารณาตามที่เลื่อนขึ้นมาแล้วท่านประธานหยิบยกขึ้นมา พอพิจารณาเสร็จ เดี๋ยวปิดประชุมอีก คราวที่แล้วก็เอาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพวกผมไม่ทักท้วงไว้ ก็จะดําเนินการ ปิดประชุมอีก ฉะนั้นผมเห็นว่าทางผู้พิพากษาเอง เจ้าหน้าที่ข้าราชการเขาเตรียมการ ตั้งแต่เช้าแล้วมาชี้แจงต่อวิปฝ่ายค้าน เท่าที่ทราบก็วิปของรัฐบาลตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้ ก็เตรียมมาชี้แจง ซึ่งท่านนั่งอยู่ห้องทํางานของผมนะครับ ท่านก็มีทั้งท่านอธิบดี ท่านผู้พิพากษาเยอะแยะ เขาเตรียมพร้อมที่จะมาชี้แจง เขาก็เห็นว่าเรื่องกฎหมายฉบับนี้ เป็นเรื่องสําคัญนะครับ พวกผมฝ่ายค้านเองก็มีการประชุมเมื่อเช้านี้ ท่านก็มาชี้แจง พวกเราก็เห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะสนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปด้วยความรวดเร็ว เพราะมันมีประโยชน์นะครับท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาให้ไปตามระเบียบวาระ ไปก่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวท่านประธานค่อยว่ากันอีกทีได้ไหมครับ ท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเมื่อสักครู่เราก็ได้ ตกลงกันไว้ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลวิปทั้ง ๒ ท่านได้ตกลงกันแล้วนะครับ ผมก็เลยจะต้อง ขอความกรุณาดําเนินการไปเพื่อความรวดเร็วดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวมันจะตกไปนะครับ ก็ขอความกรุณาดําเนินการเรื่องที่แล้วนะครับ มีอะไรคุณนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนแนวคิดนําข้อเสนอของท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ เนื่องจากพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ซึ่งเป็นร่างที่เราแก้ไข รอคอยมานาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของคน เพราะฉะนั้นมันก็เหลือนิดเดียวครับ ถ้าจะรับพิจารณาไป ผมคิดว่าไม่นานก็คงเสร็จ จะได้รับวาระที่สอง วาระที่สามไป เพราะว่าเป็นเรื่องของศาล ที่ท่านประธานบอกว่าถ้าอย่างนั้น จะตกไป ผมว่าคงไม่ตกหรอกครับ เพราะว่าในระเบียบวาระ ข้อ ๒๑ กับข้อ ๑๖ รองรับ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จะเอาเข้าได้เลย และคงใช้เวลาไม่นาน ต้องขอ ความกรุณาท่านประธานด้วย ใช้เวลาไม่นานก็คงจะเสร็จ รับวาระไป ส่วนกฎหมาย ชายแดนลําดับต่อมา คงไม่ขัดข้องอย่างอื่น แต่ว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะมัน จะเสร็จอยู่แล้วครับ พอผ่านของเราไปมันก็จะดําเนินการไปได้เลยครับท่านประธานครับ ผมจึงขอสนับสนุน ขอความอนุเคราะห์ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับนักเรียน จากโรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ทุกท่าน ด้วยความยินดีนะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากผมได้รับรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายใน พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ทั้งสองฝ่ายแล้ว นะครับ จะเสียเวลาเปล่าครับ เพราะว่าฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ส่งมา ๒๒ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ก็เสนอมา ๑๒ ท่าน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เรื่องยังไม่จบเลยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปล่า ผมแจ้งให้ทราบ อย่างไรครับ มีเอกสารผมต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมพูดเรื่องที่ท่านจะทํานี่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมทําแน่ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่ใช่ครับ ปรึกษาหารือท่านหน่อย ท่านอนุญาตไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีอะไรจะปรึกษาแล้วครับ ดําเนินการดีกว่าเพื่อความรวดเร็วจะเสียเวลาครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ความจริงถ้าไปดูข้อบังคับนะครับท่านประธาน ข้อบังคับท่านจะเลื่อน กฎหมายมาพิจารณาก่อนที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้เลื่อนนะครับ เรื่องนี้มันไม่ได้เลื่อน เรื่องที่ประชุมมีมติกันในการประชุมคราวที่แล้วนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านจะเลื่อนขึ้นมาก่อน เรื่องที่พิจารณาเสร็จแล้วมันไม่ได้ ในระเบียบข้อบังคับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้เลื่อนเลยนะครับ ก็คือเรื่องมันติดพันกันอยู่

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่ใช่ครับ คือการพิจารณามันต้อง เป็นไปตามระเบียบวาระ ท่านจะเลื่อนขึ้นมาก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ข้อบังคับเขาไม่อนุญาต นี่มันชัดเจนท่านประธาน ถ้าท่านประธานทําอย่างนี้มันผิด ข้อบังคับ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ผมไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ แต่ว่าถ้าเราทําผิดข้อบังคับเสียเอง ท่านประธาน แล้วต่อไปใครจะดูแลข้อบังคับเรา ฝากท่านประธานคิดหน่อยนะครับ ไม่ใช่อะไรก็ผิดข้อบังคับไปเรื่อย มันก็จะมีปัญหาไปเรื่อย ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิด คือผมทําตาม ข้อบังคับครับ เดี๋ยวนี้ผมปฏิบัติตามข้อบังคับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

อย่างนี้ท่านต้องยกเว้นข้อบังคับครับ มันถึงจะขึ้นมาพิจารณาก่อนที่เรื่องคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จได้ ผมฝากข้อคิด ไว้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่จําเป็นครับ เชิญคุณ บุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ครับ เราทบทวนกันสักนิดหนึ่งนะครับ เมื่อการประชุมคราวที่แล้วนั้นมีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว ๕ ร่างนะครับ และท่านประธานเองก็บอกว่ามีคนจะอภิปรายเรื่องนี้มาก จึงบอกว่าขอเลื่อนการพิจารณา เรื่องนี้ไปไว้คราวหน้า อันนี้ผมทบทวนให้ท่านได้ฟังนะครับว่าท่านพูดแบบนั้นนะครับ ผมจึงดูข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ครับ เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่น ขึ้นมาพิจารณา ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าญัตติที่เราเสนอไปแล้วจะถือว่าตกไปไหมครับ ถ้าหากว่า ท่านจะไม่พิจารณาต่อเนื่องไป ก็ขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานได้พิจารณาตามสิ่งที่ เกิดขึ้นไปแล้ว ก็คือว่าเราได้พิจารณาเรื่องนี้ไปแล้ว เสนอญัตตินี้เรียบร้อยไปแล้ว แล้วก็จะ พิจารณากันต่อไป ก็ขอให้ดําเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นักกฎหมายใหญ่จาก หนองบัวลําภู เชิญครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด หนองบัวลําภู ขอบพระคุณที่ตั้งเป็นนักกฎหมายครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ การประชุม พิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดําเนินการพิจารณา ตามลําดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ท่านประธานครับ วาระการประชุมที่ท่านประธานส่งให้ผมทั้งอยู่ในสภาและอยู่ที่บ้าน เปิดดูหน้าที่ ๒ เรื่องที่ ๑ กระทู้ถาม เรื่องที่ ๒ ประธานแจ้งต่อที่ประชุม เรื่องที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม เรื่องที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมเรียน ท่านประธานว่าไม่ต้องห่วงว่าจะตกไปครับ เพื่อนสมาชิกครับ เพราะว่าถ้าเราพิจารณา ตามระเบียบ เรื่องที่พิจารณาเสร็จแล้วอย่างไรมันก็ต้องมาแทรกอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานน่าจะดูข้อบังคับ ข้อ ๒๑ เป็นหลักครับ เพราะนั่นอันตรายเดี๋ยวจะมีปัญหา ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมดูครับ แต่ว่า คราวที่แล้วกฎหมาย ๕ ฉบับนี้มันได้สู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาแล้ว แล้วสมาชิก เจ้าของร่างก็เป็นคนเสนอ รัฐบาลเป็นคนเสนอ แล้วก็มีการปิดเลื่อนมาพิจารณาวันนี้ ฉะนั้นปัญหาที่ว่าข้อ ๒๑ ของท่าน ไม่รู้ผมจะวินิจฉัยอย่างไร เพราะเรื่องมันอย่างนี้แล้ว นะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ จังหวัดหนองบัวลําภู อีกครั้งหนึ่งครับ ก็ไม่เป็นปัญหาท่านประธานครับ ท่านประธานพิจารณาไปตามวาระ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ส่วนเรื่องชายแดนภาคใต้ หลังจากที่เราพิจารณาเรื่องศาลเยาวชนเสร็จแล้ว มันก็ต่อโดยอัตโนมัติ มันไม่จบอยู่แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นถ้าตกก็ตกหมดเลยครับ เรื่อง ๒ เรื่อง ๓ เรื่อง ๔ เรื่อง ๕ ตกหมด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วก็คือเราพิจารณาตามระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ท่านประธานก็ทําถูกต้อง ไปตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ เรื่องที่พิจารณาเสร็จแล้วมันก็มี เรื่องเดียว เมื่อเราพิจารณาเรื่องของ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณา คดีเยาวชนและครอบครัวเสร็จมันก็ต่อเข้ากับ พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ตามข้อ ๒๑ โดยอัตโนมัติ ก็ไม่ได้เสียหาย ที่ประชุมแห่งนี้ก็ไม่เสียหาย ท่านประธานครับ แต่ถ้าเราไม่ไปตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ท่านประธานเอาเรื่องที่ประชุม เห็นชอบขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว อันนี้ละครับ ท่านประธานจะเป็นปัญหาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้สภายังไม่มี ความเห็นเป็นอย่างอื่นเลยครับ คือว่าก็เรื่องเดิมยังไม่มีใครพูดเลย ผมพูดบอกที่ประชุม เพื่อปรึกษาหารือ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานหารือขึ้นมาก่อน ผมก็กลัวจะเป็นประเด็นปัญหาข้อกฎหมายก็เลยนําเรียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เพราะปัญหามันเกิดขึ้น ผมจึงต้องปรึกษาหารือในที่ประชุมนี้ เชิญคุณชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ จริง ๆ เรื่องนี้ก็ไม่อยากจะให้รบกวนเวลาของสภานะครับ ท่านประธานสภา ผมและท่านวิทยาก็ได้ไปคุยร่วมกันว่า เมื่อเปิดการประชุมแล้วเราก็จะได้พิจารณาเรื่องที่ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนโน้นนะครับ โดย ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ หลังจากได้เสนอเลื่อนขึ้นมาแล้ว ในสัปดาห์ต่อมาท่านประธานก็กรุณา ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบด้วยเพื่อนสมาชิกในสภานี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็ได้ ร่วมกันเสนอร่างนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานจะต้องดําเนินการต่อไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ก็คือว่าตามมติของที่ประชุม ผมจึงอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานสภาว่าก็อยากจะขอความกรุณานะครับ เราจะได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อจะได้ดําเนินการ และผมคิดว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานนั้น ถูกต้องแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ดําเนินการไปเลยดีกว่า เชิญท่านวิทยาครับ มันจะได้เสร็จ มันไม่เสร็จเสียที

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน คือข้อเท็จจริงผมก็ขออนุญาตนําเรียนต่อ ท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่าน ถ้าดูในรายละเอียดตามระเบียบ วาระที่ประชุมแล้ว ต้องทําตามที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ชี้แจง ก็ต้องขอตําหนินะครับว่าถ้าเราจะเอาเรื่องที่ ค้างการพิจารณาจากครั้งที่แล้วขึ้นมาก็ไม่น่าที่จะบรรจุระเบียบวาระใน (๔) ไว้ เพราะถ้า บรรจุระเบียบวาระใน (๔) คือเรื่องของร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... แล้วมันก็ทําให้สับสนท่านครับ เพราะต้องยอมรับนะครับว่าที่ประชุมครั้งที่แล้วนั้น มีการหยิบยกเรื่องขึ้นมาให้พิจารณา แล้วก็มีการเสนอไปแล้วนะครับ เสนอร่างพระราชบัญญัติรายละเอียดไปแล้วก็คือนั่นเป็น สิ่งที่ค้างคามา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะไม่มีใครผิด ใครถูก ท่านประธานก็ต้องบอกว่า ขอดําเนินการตามที่สมาชิกในสภาได้เลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาในครั้งที่แล้ว แต่ผม ขอกราบเรียนนะครับว่าถ้าการทําระเบียบวาระออกมาของเจ้าหน้าที่เป็ นแบบนี้ โดยไม่คํานึงถึงการประชุมครั้งที่ผ่านมานั้น ก็สร้างความสับสนให้สมาชิกอย่างนี้ตลอดไป ก็ฝากท่านประธานถึงเจ้าหน้าที่ผู้ทําระเบียบวาระด้วยนะครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะระมัดระวัง

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

หากมีเรื่องค้างคาแบบนี้ ต้องบัญญัติไว้ด้วย ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นเรื่องค้างพิจารณามา ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้ามีเรื่องค้างการพิจารณา แล้วจะมาทําอย่างนี้ไม่ได้ต่อไปเด็ดขาดฝากเลขาธิการด้วยครับ ผมก็เอาตามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่นําจูงจมูกไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่ไหวแล้ว ท่านวิเชียรมีอะไรหรือครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา อยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าดูตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ แล้ว การบรรจุระเบียบวาระอย่างนี้จะพิจารณาอย่างอื่นไม่ได้เลย จะต้องพิจารณาใน (๔) ก่อน ตามข้อบังคับก็คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ความจริงการประชุมคราว ที่แล้วเราได้ปิดประชุมโดยท่านประธานขอเลื่อนการพิจารณากฎหมายฉบับที่กําลังจะ พิจารณาอยู่นี้ขึ้นมา แล้ววันนี้ระเบียบวาระต้องจัดระเบียบวาระตัวนี้มาก่อนไม่ใช่จัด ระเบียบวาระ (๔) ขึ้นมาก่อน ถ้าจัด (๔) ขึ้นมาก่อนท่านประธานต้องพิจารณา (๔) ก่อน ถึงจะพิจารณากฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะ ทําอย่างนี้ท่านประธานครับ อย่างเช่น กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เวลาเขามาทางรัฐบาลก็เสนอเลื่อนมา แล้วอย่างนี้เหมือนกัน วันนี้ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา วันนี้ผู้อํานวยการโรงเรียน เต็มใต้ถุนสภาเลยครับ ทั่วประเทศ ๖๐๐ กว่าคนเข้ามาเขาก็ขอให้เราเลื่อนเหมือนกัน เพราะว่าถ้าไม่เลื่อนวันนี้พรุ่งนี้พิจารณาไม่ได้ แล้วถ้าเลื่อนวันนี้อีกปีหน้าถึงจะพิจารณาได้ อย่างนี้ แล้วท่านซี ๘ ซี ๙ ทั้งนั้นเต็มใต้ถุนสภา แล้วท่านไปพบท่านประธานแล้วด้วย เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็รับปากว่าจะทํา แล้วรัฐบาลก็ไปนําเสนอการเลื่อนพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๕.๔ ๕.๕ ๕.๖ ๕.๗ ๕.๘ ๕.๙ ๕.๑๐ ๕.๑๑ มาอย่างนี้มันพิจารณา ไม่ได้เหมือนกัน ท่านประธานต้องทบทวนตรงนี้นิดหนึ่ง ระเบียบวาระตรงนี้ท่านประธาน ต้องหาทางออกก่อนว่าเรื่องพิจารณาเสร็จแล้วให้ยกเว้นข้อบังคับก่อน ถ้าไม่ยกเว้น ข้อบังคับท่านต้องพิจารณา (๔) ก่อนเท่านั้นนะครับ เพราะถ้าจัดมาอย่างนี้แจ้งทุกท่าน ทราบแล้ว ถ้าท่านจะเปลี่ยนระเบียบวาระท่านต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า ๓ วันตามข้อบังคับ นะครับ ท่านต้องของดใช้ข้อบังคับก่อนถึงจะเอาเรื่องที่จะกําลังพิจารณาขึ้นมาพิจารณา ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณซูการ์โน ท่านมีชื่อ อยู่แล้วเดี๋ยวก็จะได้ มีเยอะเหลือเกินนะครับ เลยไม่ต้องพิจารณาแล้วก็วกกันไปเวียนกันมา อยู่ตรงนี้ก็เลยไม่เดินหน้าเลย ท่านผ่องศรีเชิญคนเสนอครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันได้ เป็นผู้ที่เสนอเลื่อนการพิจารณาในวาระการประชุมนี้ขึ้นมาเมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน มติที่ประชุมนั้นก็มีการรับรองถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ นะคะว่าขอให้เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดภาคใต้ พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ อื่น ๆ ตามลําดับ ในที่ประชุมรับรองเรียบร้อยนะคะ สําหรับความต่างของการพิจารณาวาระจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีการบรรจุวาระเช่นเดียวกัน แต่ว่าไปพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่นั้นก็จะมีความแตกต่าง เพราะว่า ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เราได้เสนอ เจ้าของร่าง ทั้ง ๕-๖ ร่างก็ได้นําเสนอต่อสภาแล้ว ซึ่งต่างจากคราวที่แล้วที่มีการบรรจุวาระ แบบนี้ แต่ว่าเราดําเนินไปตามวาระ เพราะว่ายังไม่ได้พิจารณาเสนอ ค้างไว้อยู่ ดิฉันก็ขอ ความกรุณาที่ประชุมเพื่อเป็นการประหยัดเวลานะคะ เพราะว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ สุดท้ายแล้วจะได้ทําหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ก็ขอให้ที่ประชุมได้เดินหน้าตามคําวินิจฉัยของ ท่านประธาน ซึ่งได้วินิจฉัยถูกต้องแล้ว ขอกราบเรียนค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคัดเลือก แล้วแต่ท่าน เชิญเลย ตามอัธยาศัย

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ หาทางออกให้อย่างนี้ แล้วกัน ผม เจริญ จรรย์โกมล ครับ ที่จริงก็ต้องประชุมตามระเบียบวาระนั่นละถูกแล้ว แต่เมื่อท่านประธานหารือในที่ประชุมอย่างนี้ได้ไหมครับ คือกฎหมายทุกฉบับ มีความสําคัญไม่แตกต่างกัน ผมหารือท่านประธานแล้วก็ทางรัฐบาลได้ไหม รับกันอย่างนี้ เพื่อที่จะให้การทํางานในสภาเราราบรื่นได้ เมื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เสร็จ ขอให้ต่อในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ให้จบวันนี้ ได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ ให้สว่างเลย ผมจะอยู่ช่วย แต่ว่าขอให้ที่ประชุม

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

และต้องถามฝ่ายรัฐบาลก่อน ผมทราบว่า รัฐบาลจะไม่เอา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอให้ที่ประชุมอยู่ พร้อมเพรียงกัน ขอความกรุณาด้วยสัจจะนะครับ ผมจะอยู่ทําหน้าที่ให้ท่านให้เสร็จ นะครับ ขอให้ได้เดินไปด้วยความเรียบร้อยคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานโดยความเคารพท่าน ท่านมีความตั้งใจและความปรารถนาดี อยากจะให้งานสภาเราเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อันนี้เห็นใจท่าน แต่ท่านพูดฝั่งโน้นเขานั่งเฉย ๆ ลองถามประธานวิปฝ่ายรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล จะอยู่ช่วยเขาได้จบไหม ตอบ ยืนยัน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผมยืนยันว่าต้องดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ก็คือว่าต้องทําตามมติของที่ประชุม ส่วนคําร้องขอของเพื่อนสมาชิกสภาผมยินดีถ้าท่านอยู่พร้อมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาก็ยอมรับแล้วก็จบ นะครับ ดําเนินการต่อดีกว่าครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานนั้นตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ตามที่ ท่านประธานวิปรัฐบาลพูด แต่ว่าการที่ท่านแจ้งระเบียบวาระตามนั้น (๔) มันจะก่อน พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ถ้าท่านจะเอา พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ขึ้นมา จริงอยู่ท่านจะ เลื่อนไหมก็ตาม แต่ท่านจัดแบบนี้ท่านต้องงดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๒๑ เสียก่อน ต้องใช้มติ ที่ประชุม ถ้าไม่งดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ท่านจะเอาเรื่องอื่นขึ้นมาก่อนเรื่อง (๔) ไม่ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่ต้องเลื่อนนะครับ เพราะมันเลื่อนมาแล้วคราวที่แล้ว

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

แล้วท่านประธานจัดระเบียบวาระอย่างนี้ ท่านประธานครับ มันไม่ใช่ความผิดของสมาชิกนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ ผมเรียนให้ท่าน ทราบนะครับ ระเบียบวาระการประชุมนี้ พอวันพฤหัสบดีเขาก็บรรจุเลยแล้วก็ผ่านขั้นตอนมา แล้วก็เป็นระเบียบวาระก่อนที่จะมาพิจารณา ฉะนั้นปัญหามันก็เกิดขึ้นอย่างนี้ ต่อไป ก็จะต้องบรรจุระเบียบวาระจริง ๆ ก็ต้องเป็นวันจันทร์ไม่ใช่วันพฤหัสบดี ต้องเป็นวันจันทร์ นะครับ ฉะนั้นผมก็จะถือปฏิบัติต่อไปให้มันเคร่งครัดในเรื่องนี้ มีอะไรอีกครับ เชิญครับ มีแต่นักกฎหมายทั้งนั้น

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย คือตาม ระเบียบข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๑ จะต้องพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔ นี้ก่อนแน่นอน ชัดเจน แต่ทีนี้ในข้อบังคับ ข้อ ๒๑ มีข้อยกเว้น และข้อยกเว้นคือถ้าจะเอาพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาต่อเนื่องท่านจะต้อง ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๒๑ นี่คือทางออกที่ดีที่สุด จะต้องเป็นมติของสภา ไม่อย่างนั้นแล้วการดําเนินการครั้งนี้ ถ้าหากขืนดําเนินการไปตามที่ท่านวินิจฉัยมันจะขัดข้อบังคับข้อนี้ แล้วจะทําให้สิ่งที่เรา พิจารณาไปมันตกไป ในที่สุดก็จะต้องตกไป แล้วการพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ สุดท้ายคงจะต้องมีการร้อง แล้วเมื่อชี้ว่ามันผิดทุกอย่างมันก็จะตกไปหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอว่าท่านอยากจะหาทางออก จะต้องยกเว้นข้อ ๒๑ โดยมติ ที่ประชุม ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสนอยกเว้นได้ไหม ถ้าท่านว่ามันกลัวผิด แต่ผมว่ามันไม่ผิด เพราะมันเป็นการเลื่อนการพิจารณาคราวที่แล้ว และมีรายงานกันชัดแจ้ง

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ตั้ง ๒-๓ คน จะเอาใคร

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ผม คมเดช ไชยศิวามงคล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ ทางภาคเหนือหยุดก่อนนั่งลง ทางภาคอีสานเขากําลังพูด

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานครับ อยากจะให้ดูข้อบังคับ ข้อ ๑๖ และข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ การจัดระเบียบวาระการประชุม ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทราบแล้ว อันนี้ทราบกัน ทุกคนแล้วครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ข้อที่ ๑๗๖ ท่านครับ หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ในที่ประชุม ก็จะให้งดใช้ได้ ถ้าท่านดําเนินการไปจะผิดข้อบังคับทั้งหมดเลยครับ จากระเบียบวาระการประชุม ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗๖ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เอาคุณสถาพร ทางภาคเหนือเชิญครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมเองก็มีความเห็นด้วยกับทางสมาชิกซีกฝ่ายค้านที่มองเห็นว่าการพิจารณาในครั้งนี้ จะผิดข้อบังคับ เพราะว่าในการบรรจุในที่ประชุม ถึงแม้ว่าท่านประธานจะบอกว่าได้บรรจุ ไว้วันพฤหัสบดีเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ในหนังสือเชิญประชุม ระเบียบวาระ การประชุม มันบอกว่าเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ คือร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เมื่อเปรียบเทียบแล้วมันไม่ได้มีความเสียหายอะไรเลยที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ก่อน ตามระเบียบวาระที่มีอยู่ มิฉะนั้นแล้วถ้าเพื่อนสมาชิกบอกว่าถ้าอย่างนี้ เพื่อนสมาชิกขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางคณะผู้บริหารโรงเรียน ได้มารออยู่ข้างล่างนี้ ท่านประธานมีความคิดเห็นว่าอย่างไร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนในแง่ของการปฏิบัติตามวาระ สภาแห่งนี้เป็นสภานิติบัญญัติ เราจําเป็นที่ จะต้องยืนหยัดในเรื่องของระเบียบ เรื่องของข้อบังคับ มิฉะนั้นกฎหมายที่ผ่านไป ก็ไม่สมบูรณ์ ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ครหา นินทาว่าการออกกฎหมายฉบับนี้มีความ เร่งรัดจนผิดปกติ เพราะกฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นกฎหมายที่ผิดปกติครับ ให้อํานาจกลุ่มบุคคลไปทํา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่า ผิดปกติ เร่งรัด เร่งร้อน ผิดปกติ ถึงแม้ว่าจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป เสียงปืนก็ไม่สงบ แล้วจะไปเร่งทําไม ก็ปฏิบัติตามระเบียบวาระสิครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เดี๋ยวผมจะ ดําเนินการ เชิญฝ่ายนี้บ้าง คุณวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอยืนยัน คําวินิจฉัยของท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านประธานได้กล่าวกับที่ประชุมในการวินิจฉัยนั้น ถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ผมยํ้ากับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าทุกคนอ้างอิง ข้อบังคับ ข้อ ๑๖ และ ข้อ ๒๑ แต่อยากจะยํ้าว่า ข้อ ๒๑ เขาเขียนดังนี้ว่า การประชุม ให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุมซึ่งถูกต้องและต้อง ดําเนินการพิจารณาตามลําดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ ถูกต้องครับ เว้นแต่ ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ซึ่งตามระเบียบวาระ พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่ประชุมได้ลงมติเป็นอย่างอื่นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ครั้งก่อน โดยท่านผ่องศรี เป็นคนเสนอ แล้วก็มีการเลื่อนลําดับขึ้นมาในการพิจารณา ก็เท่ากับว่าที่ประชุมได้ลงมติ รองรับในการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ท่านประธานสามารถวินิจฉัยว่าวันนี้สามารถที่จะต่อในประเด็นดังกล่าวที่เคยพิจารณา ไปแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้อาทิตย์สุดท้าย เราไม่อยากจะให้สภาต้องมาเสียเวลาในการถกเถียงในข้อกฎหมาย คิดว่าประธาน ควรดําเนินการต่อไปได้เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมรู้ว่าข้อ ๒๑ มันอย่างไร แล้วก็ที่ผมปรึกษาหารือนี้ ผมก็ไม่อยากจะให้มันผิดข้อบังคับ ผมปฏิบัติตาม ข้อ ๒๑ อยู่แล้วตอนนี้ เพื่อให้ความเรียบร้อย ผมก็จะขอมติที่ประชุมตามข้อ ๒๑ จะมี ความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญคุณชินวรณ์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านประธานจะขอมติเป็นอย่างไรนะครับ แต่ว่ามันมีประเด็นในข้อบังคับอยู่ ๒ เรื่องนะครับ คือ

เรื่องแรก การขอมติตามข้อ ๒๑ นั้น เป็นการขอมติเพื่อยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ซึ่งเราได้กระทําถูกต้อง และชอบด้วยข้อบังคับแล้ว และมีคนได้เสนอร่างแล้ว ถ้าหากว่าท่านประธานไปเสนอให้มีการลงมติซ้อนก็จะมีปัญหา

เรื่องที่สองก็คือว่า ในกรณีดังกล่าวนี้เป็นกรณีของพระราชบัญญัติ พอเป็น พระราชบัญญัตินั้นมันจะไปเข้าข้อบังคับข้อที่ว่าการเสนอเลื่อนพระราชบัญญัตินั้น ต้องมี ผลในคราวถัดไป เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานได้ยุติการหารือ และดําเนินการตามที่ ประธานได้วินิจฉัย ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว แล้วถ้าหากใครยังสงสัยก็สามารถ ที่จะไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหรืออะไรก็ได้ครับ แต่ผมยืนยันว่าท่านประธานวินิจฉัยถูกต้อง ไม่เช่นนั้นแล้วการประชุมในวันนี้ก็จะเสียเวลาโดยไม่เป็นเรื่อง ผมขอความร่วมมือจาก ทุกฝ่ายครับ เราจะได้เดินหน้าในการทําหน้าที่ต่อไปท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าท่านประธานไม่ต้องขอมติแล้วละครับ เพราะว่าเรื่องนี้ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณา แล้วท่านประธานก็ได้เลื่อนการพิจารณามา

ทีนี้ประเด็นต่อมาท่านประธาน การเลื่อนการพิจารณามา การเขียน ระเบียบวาระ ฝ่ายเลขาธิการต้องเขียนอย่างนี้อยู่แล้วครับ ผมคิดว่าคนที่ตอบได้ดีที่สุด คือท่านเลขาธิการครับ เพราะถ้าเลื่อนมาเวลาการเขียนระเบียบวาระจะเขียนเป็นอย่างอื่น ไม่ได้ ต้องเขียนตามข้อบังคับ แล้วต้องเขียนแบบนี้ละครับ จะเขียนเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร ผมว่าท่านเลขาธิการน่าจะชี้แจงประเด็นนี้ได้ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงจะยุติได้แล้วนะครับ ผมคิดว่าผมก็ปฏิบัติถูกต้องอยู่แล้ว คือหมายความว่าผมถือว่าร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับนี้ ได้ผ่านการอภิปรายในสภาเป็นการต่อเนื่องกัน แล้วก็มีการปิด แล้วก็มาเป็น วันนี้ ก็ต้องเอาเรื่องที่ได้เสนอต่อสภาแล้วมาพิจารณา ส่วนเรื่องศาลนั้นคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จแล้วก็อยู่ในขั้นตอน หลังจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว ก็นําร่างพระราชบัญญัติเรื่องศาลขึ้นมาต่อ ผมอยากจะขอความกรุณาที่ประชุมอย่างนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ ก็พอแค่นี้ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตฟังผม นิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว ผมไม่ฟังใคร อีกแล้วครับ ดําเนินการต่อไปครับ ถ้าผมผิดก็ร้องศาลรัฐธรรมนูญครับ มีแค่นั้น ให้มันเสร็จ ถ้าอย่างนั้นก็ยาวกันอยู่นี้ละครับ เดินกันไม่ได้

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอดําเนินการเลยครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรละครับ หยุดแล้ว พอแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ขอนิดเดียวครับท่านประธาน ที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่นิด มันก็ยาวไปอีก

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ไม่ยาวครับ แล้วท่านจะได้ ตัดสินใจที่ถูกต้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมขอรับผิดชอบ ตัดสินใจแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ความรับผิดชอบของท่าน มันก็ คือความรับผิดชอบของที่ประชุมนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถือว่าผมทําถูกแล้ว

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ในการบรรจุระเบียบวาระ เข้ามาอย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่บรรจุเข้ามาใหม่ บรรจุเข้ามาหลังจากที่ได้มีมติเลื่อน ทีนี้เราต้อง แก้ไขปัญหาเรื่องการบรรจุของท่านประธานเสียก่อน ท่านจะยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๖ หรืออย่างไรก็ว่าไป เพื่อพิจารณา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง และร่างพระราชบัญญัติ อื่น ๆ ที่เลื่อนขึ้นมา ถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้ เรื่องอื่น ๆ ก็ตกไปหมด ผมคิดว่าทําให้มันถูกต้อง มันจะดีกว่า แล้วก็สบายใจทั้งสภาด้วย อันนี้ไม่ใช่เรื่องเสียเวลาละท่าน ท่านประธาน ก็พูดแล้วว่าจะลงมติ เขาก็ถามว่าลงมติเรื่องอะไร ถ้าลงมติยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ก็สามารถที่จะทําได้ตามข้อบังคับอยู่แล้ว ผมอยากจะขอกราบเรียนให้ท่านประธาน ดําเนินการนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็คิดว่าผมทําถูกแล้ว

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปราย เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อภิปรายเรื่องอะไรครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ศอ.บต. ครับ เพราะว่าผมเตรียมตัวไว้แล้ว ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันยังไม่ถึงเลย เขายัง ไม่ให้พูดเลย

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ยังหรือครับ ผมว่าเสียเวลามามากแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวถึงเวลาแล้ว ท่านก็ได้ พูดแล้วครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ขอให้ท่านประธานช่วยรวบรัดด้วยนะครับ กรุณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รวบแล้วรัดด้วย แต่มันไม่ไป จะทําอย่างไรครับ มันต้องฟังทุกฝ่ายครับ ผมเป็นคนกลางนะครับ ฟังซ้ายฟังขวา

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรคุณบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานวินิจฉัย เรียบร้อยไปแล้วนะครับว่าท่านจะเดินหน้า ใครที่เห็นว่าท่านประธานทําผิด ท่านก็ไปฟ้ อง ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ ๕๐ นาทีแล้วนะครับ สภาเปิดมา ๕๐ นาทีครับ ถกเถียงกันด้วย เรื่องที่ไร้สาระขณะนี้นะครับ ประชาชนเขาดูอยู่นะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ไร้สาระ มีเหตุมีผล ทุกฝ่ายละครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ประท้วงผมหรือ อะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ (๖) แล้วก็ประท้วงผู้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ว่า ไร้สาระนี่ ผมว่าอย่าใช้ปากพล่อย ๆ อย่างนี้อีก เพราะฉะนั้นข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) นั้น เขากําหนดให้ท่านประธานทําตามระเบียบวาระ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็พยายามแล้วท่านก็ ไม่เอาด้วย ผมพยายามควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย เดี๋ยวท่านก็ยกมือ เดี๋ยวท่าน ประท้วง ถ้าผมไม่เปิดโอกาสให้ท่านพูด ท่านก็ด่าว่าผมไม่เป็นกลางอีก

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๖) เพราะว่าท่านประธานได้กําหนดการประชุมได้บอกที่ประชุมแล้ว เมื่อท่านบรรจุระเบียบวาระแบบนี้ ท่านต้องทําตามระเบียบวาระ ถึงแม้จะเป็นกฎหมาย ที่เสนอขึ้นมาก่อน แล้วระเบียบวาระที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๒ ระเบียบวาระที่ ๓ ท่านประธานทําไมเรียงได้ล่ะครับ ระเบียบวาระที่ ๔ แล้วทําไมประธานข้ามจะมาเป็น ระเบียบวาระที่ ๕ ล่ะครับ ถ้าจะงดอย่างนี้ก็ต้องใช้ข้อ ๗๖ งดเว้นข้อบังคับ ใช้เสียง ๒ ใน ๓ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องทําตามนี้ จะบอกว่าอยู่ ๆ แล้วจะให้ไปฟ้ อง ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานเป็นประธานในที่ประชุมนะครับ ท่านทําตามข้อบังคับ และทําตามกฎหมายด้วย พวกผมถือระเบียบวาระตรงนี้มาจากบ้านครับ ถืออันนี้มาจากบ้าน เพื่อจะเข้าประชุมตามระเบียบวาระนี้ ท่านประธานจะให้ทําเป็นอย่างอื่น ต้องขอมติ ที่ประชุมครับ งดเว้นข้อบังคับครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะเรียนว่าท่านประธานได้วินิจฉัยถูกต้องแล้ว เนื่องจากว่าการบรรจุระเบียบวาระนั้น ต้องบรรจุตามข้อ ๑๖ ซึ่งทุกครั้งในการบรรจุระเบียบวาระนั้นจะต้องเป็นไปตามวาระ ที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ ข้อ ๑๖ แต่เนื่องจากว่าในวาระที่ท่านประธานได้เขียนไว้ในวาระ ที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ได้มีการ พิจารณาไปแล้วให้มีการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในวันประชุมในวันนี้นะครับ ถัดจาก วันประชุมคราวที่แล้ว และการเลื่อนนั้นเลื่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ซึ่งสามารถใช้มติ ที่ประชุมเลื่อนได้เลยโดยไม่ต้องขอยกเว้นการใช้ข้อบังคับตามข้อ ๑๗๖ เพราะฉะนั้น การดําเนินการในวันนี้ของท่านประธานที่จะให้พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับที่ได้มีการเลื่อนให้ พิจารณาก่อนนี้ น่าจะทําได้โดยชอบแล้วครับ ผมคิดว่าท่านประธานเมื่อได้มีความเห็น ไปแล้วและได้วินิจฉัยไปแล้วนี้ ผมคิดว่าเป็นการวินิจฉัยที่ถูกต้องด้วยนะครับ และคงไม่มีการ ฟ้ องถึงศาลรัฐธรรมนูญครับ ท่านไม่ต้องห่วง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับอาจารย์ และนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ด้วยความยินดียิ่งครับ กระผมขอดําเนินการต่อไปเลย เนื่องจากว่าผมถือหลักข้อบังคับ ข้อ ๒๑ คราวที่แล้ว เมื่อมีผู้ขอเลื่อนแล้วที่ประชุมนี้ ก็ให้ เลื่อน มีมติกันไปแล้ ว แล้ วก็มีการอภิปรายกันไปแล้ วทั้ง ๕ ญัตติ คือ ๕ พระราชบัญญัติ แล้วก็เลื่อนมาเป็นวันนี้ กระผมขอปฏิบัติตามนี้นะครับ แล้วก็ ขอรับผิดชอบครับ ผมจะไม่พูดอีกแล้วครับ พอแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานขอนิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นิด สองนิดละครับ พอแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ขออนุญาตผม นิดเดียว เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธาน เพราะผมมีเอกสารอยู่ในมือ ผมจะอ่าน ให้ท่านประธานฟัง แล้วอาจจะวินิจฉัยกลับคําวินิจฉัยของท่านก็ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกลับไป กลับมาไม่ได้ อีกแล้ว พอแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าเคารพแล้วก็นั่งลงครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ขออนุญาตพูดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่เคารพก็พูดต่อไป ครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

เคารพด้วย แต่ขอพูดนะครับ ท่านประธาน เมื่อคราวที่แล้วนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ วาระที่ ๔ นี่บรรจุเรื่อง พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองส่วนท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเราได้พิจารณา เสร็จไปแล้ว ในขณะนั้นเราได้เลื่อนการประชุม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้และกฎหมายอื่นที่เป็นพวงมา ๑๐ ฉบับขึ้นมา แล้วเราก็ได้พิจารณาไปแล้ว เพราะว่าอ้ายเรื่องของ พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ตามวาระที่ ๔ จบไปแล้ว ทีนี้เมื่อ ๒-๓ วันที่ผมได้รับรายงานว่าระเบียบวาระการประชุม บังเอิญมีวาระที่ ๔ ซึ่งเป็นกฎหมาย ใหม่ เพราะฉะนั้นกฎหมายใหม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไป ๆ มา ๆ ก็เข้าเรื่องเดิม ละครับท่าน

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธาน กระผมขอพูด ให้จบก่อนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเรื่องเดิม เรื่องเดิมก็พูด ไปพูดมา วน วก เวียนเข้ามาตรงนี้ละครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

มันไม่ใช่เรื่องเดิม มันเป็นเรื่องใหม่ มันก็เข้าตรงนี้ละครับ เพราะว่าท่านกําลังจะวินิจฉัยนี่ครับ คําวินิจฉัยของท่านนี่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ ผมวินิจฉัยไปแล้ว อย่างไรละครับ ก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุด แล้วจะให้ผมวินิจฉัยอะไรอีก กลับไปกลับมา ผมไม่เอาแล้วครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

แต่ผมขอยืนยันครับว่า คําวินิจฉัยของท่านประธานส่อที่จะขัดกับข้อบังคับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ ดําเนินการต่อไปนะครับ

ต่อไปผู้ที่จะอภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เชิญคุณซูการ์โน มะทา คนแรกครับ ตั้งนานแล้ว ๕๐ นาทีครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุระเบียบวาระพิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เพื่อให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ พิจารณา ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ใน พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในนามของพรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ของรัฐบาล เพราะผมเชื่อมั่นว่าวันนี้การที่เราเร่งรีบที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นั้นต้องยอมรับว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันมีปัญหามายาวนาน แต่การนําเสนอร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นั้น มีการเขียนขึ้นมาหรือมีการตั้ง สมมุติฐานของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นยังอยู่ที่เรื่องของ ความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คงจะ ได้ติดตาม ความเป็นมาเป็นไปแล้วก็เป็นอยู่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบมายาวนานนั้น ผมเชื่อว่าหลายรัฐบาลก็ ยังก้าวย่างอยู่กับที่นะครับ ยังไม่ก้าวพ้นกับประเด็นของความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ วันนี้ผมจึงเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นไม่สามารถที่จะไปดําเนินการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน ทั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลหลายประการที่ผมต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ความจริงแล้วผมในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ย่อมทราบและรู้ดีว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็ นปัญหาที่อยู่ในขั้นของวิกฤติ แล้วก็รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามที่จะนําเสนอ การแก้ปัญหาเป็นระเบียบวาระแห่งชาติขึ้นมา แต่ท่านประธานครับ แม้ว่าวันนี้เราจะ พิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งนําเสนอโดยรัฐบาล ภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะ ที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็เป็นฐานเสียงใหญ่ของพื้นที่ภาคใต้ ก็ต้องยอมรับว่า วันนี้ครับ น่าเสียดายครับ ผมเสียดายแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ว่าวันนี้รัฐมนตรีหรือรัฐบาลยังมองปัญหาไม่ถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง ท่านยังมองว่าปัญหาความไม่สงบเป็นปัญหาใหญ่ ท่านจึงออกกฎหมายขึ้นมาเพื่อไป บังคับใช้กับคนในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีกฎหมายไปใช้ ในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราจะออกกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งไปบังคับใช้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น กฎหมายดังกล่าวก็ต้องเป็นกฎหมายโดยทั่วไปที่พี่น้อง ในพื้นที่ทั่วประเทศต้องบังคับปฏิบัติตาม การไปออกกฎหมายพิเศษเพื่อไปบังคับใช้กับคน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานครับ ๕ ปีมานี้ พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้รับผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ หลาย ๆ ฉบับ ซึ่งบางกฎหมายที่ไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นก็ไปลิดรอน สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกของฝ่ายค้าน และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่งของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ของรัฐบาลชุดนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมจะต้องนําเรียน เสนอประกอบเพื่อการพิจารณาของผม และเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เป็นที่รักยิ่งของผม ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าวันนี้ผมได้ทําหน้าที่สะท้อนปัญหาอันแท้จริงที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ และเพื่อให้เพื่อน ในรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้นําข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาหรือการอภิปราย สนับสนุนแนวคิดและความเห็นของผมต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้อง ยอมรับนะครับว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ใช่เกิดจากความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่เป็นหลักสําคัญ ฉะนั้นการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นั้น ท่านตั้งมูลเหตุมาที่เรื่องของความ ไม่สงบเป็นเรื่องสําคัญ ผมคิดว่าสาเหตุที่ท่านตั้งสมมุติฐานที่ว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีปัญหาเกิดจากความไม่สงบ ผมเชื่อว่าวันนี้ท่านยังตั้งสมมุติฐานที่ผิด เมื่อท่านตั้งโจทย์ ในการแก้ปัญหาผิด ผมเชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาก็ยังซํ้าหรือยํ่าอยู่กับที่เหมือนกับที่เกิด ขึ้นมาหลายร้อยปีมาแล้วใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราดูและได้ศึกษารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น วันนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้ใช้เวลาในการศึกษา รายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอต่อสภาทั้ง ๕ ฉบับมาอย่างละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่าการนําเสนอหรือการตั้งโจทย์หรือสมมุติฐานทั้งหมดนั้นอยู่ที่ความไม่สงบ ในพื้นที่ และมีความพยายามที่จะขยายขอบเขตของความไม่สงบจากพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลานั้น รวมไปถึงจังหวัดสงขลาเต็ม ๆ บวกด้วยจังหวัดสตูล และอาจจะขยายความไม่สงบตรงนี้ไปถึงอีกหลาย ๆ จังหวัด ในภาคใต้ตามที่ ครม. อนุมัติหรือเห็นชอบ ฉะนั้นผมอยากให้เพื่อนสมาชิกในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พิจารณาในเรื่องของหลักการว่าวันนี้ ก็เห็นด้วยนะครับว่า การแก้ปัญหานั้นจะต้องมีกฎหมายไปบังคับใช้ แต่ท่านประธานครับกฎหมายที่จะไป บังคับใช้กับพี่น้องประชาชนนั้นจะต้องเอื้อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและพื้นที่ ไม่ใช่ ร่างกฎหมายขึ้นมาแล้วใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ไปเป็นกฎหมายที่เป็นเครื่องมือของ ราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือข้าราชการ สิ่งเหล่านี้ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หลาย ๆ ประการ ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าก่อนที่ผมจะพูดถึง ในเหตุผลตรงนี้ผมจําเป็นจะต้องร้อยเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดในวันนี้นั้นได้รับฟัง และพิจารณาพร้อม ๆ กับสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ ถ้าเรามองถึงปัญหาที่แท้จริงที่ไม่มีการแก้ปัญหาสําหรับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ปัญหาที่แท้จริงที่เกิดมายาวนานเป็นร้อย ๆ ปีนั้นเกิดจากสาเหตุหนึ่งคือพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกลไกการบริหารราชการของรัฐ ซึ่งในปัญหาของความไม่เป็นธรรม ในการบริหารราชการของรัฐนั้นย่อมสะท้อนให้พวกเราเห็นและทราบเป็นอย่างดีว่า มันเกิดขึ้นมายาวนาน ท่านประธานที่เคารพ ในสิ่งเหล่านี้เราต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นมีการตั้งโจทย์ว่าปัญหาภาคใต้คือ การแบ่งแยกดินแดน ความไม่สงบเรียบร้อย สิ่งเหล่านี้รัฐบาลหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้ ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อไปแก้ปัญหาเฉพาะครับ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันลุกลาม มันบานปลาย มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านพยายามที่จะใช้เสียงข้างมาก ซึ่งผมคิดว่าก็มีโอกาสความ เป็นไปได้สูงว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ต้องผ่านสภา เพราะท่านเป็นเสียงข้างมาก ในรัฐบาล แต่ท่านประธานที่เคารพครับถ้าหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในภูมิภาคอื่น ล่ะครับ ผมอยากเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบและดูแล ความสงบเรียบร้อยของประเทศ หากเกิดในพื้นที่ความไม่สงบ ความแบ่งแยกดินแดนขึ้น ในพื้นที่ภูมิภาคอื่นล่ะครับ ท่านจะต้องมาตั้งสมมุติฐาน ตั้งหน่วยงานขึ้นไปแก้ปัญหา เฉพาะกาลหรือครับ แล้วท่านประธานครับเรามีราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคไว้ทําอะไร ทําไมเราจะต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อไปควบคุมหน่วยงานของราชการล่ะครับ วันนี้ผมอยากเรียนให้ท่านประธานทราบว่าปัญหาภาคใต้นั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์และ ตั้งโจทย์ที่ผิดพลาดมาก็มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายหน่วยงาน ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็ น ศอ.บต. พตท. ๔๓ และวันนี้ก็กําลังจะกลายเป็ น ศบ.ชต. ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลตั้งหน่วยงานขึ้นไปแล้วแก้ปัญหาได้ไหมครับ ปัญหาในภาคใต้เงียบไหมครับ สงบไหมครับ ไม่ครับ อันนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่แท้จริงให้ พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จะได้ทราบว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นเกิดจากความไม่ยุติธรรมของกลไกของรัฐโดยการมองข้ามชาติพันธุ์และมุ่งที่จะ ทําลายชาติพันธุ์มลายู สิ่งเหล่านี้ผมอยากเรียนท่านประธานให้ทราบเพื่อเป็นข้อสังเกตว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการตั้งโจทย์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ผมอยากยกตัวอย่างเพื่อให้เป็นข้อมูล ประกอบการอภิปรายของผมในวันนี้และเพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับ ฟังและพิจารณาว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้นเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพี่น้อง ที่นับถือศาสนาอิสลามแล้วก็มีชาติพันธุ์มลายู มีความหลากหลายเรื่องของประเพณี และวัฒนธรรม แต่ท่านประธานครับเป็นร้อย ๆ ปีก่อนการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาด พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อยู่อย่างด้วยสังคมภูมิบุตรและอยู่ด้วยความ เอื้ออาทรต่อกัน มีความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นพี่น้องคนไทยที่นับถือ ศาสนาอิสลามและพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ผมจะยกว่าเมื่อมีหน่วยงานไปแก้ปัญหาในพื้นที่แล้ว ปัญหา ก็เกิดขึ้นกับพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางหรือวิธีทางของการดําเนินชีวิต ของพี่น้องประชาชน ที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ ร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกก็ต้องรับฟังด้วยความตั้งใจว่าสิ่งที่ผมพูดนี้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ คือเช่น เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาอันทรงเกียรติทุกท่านครับ การกําหนดนโยบายผิดพลาดของ รัฐบาลกลางก็เริ่มขึ้น และส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เริ่มแรกด้วยเดือนมีนาคม ๒๕๒๘ คือ การไปกําหนดให้นักเรียนในโรงเรียน ประถมศึกษา ซึ่งเป็นนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ใช้ชื่อหรือนามสกุลตามที่บิดา มารดาได้ตั้ง ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทย นี่คือ เคส สตัดดี้ (Case Study) ๑ ตัวอย่างที่ ผมจะยกให้เห็นว่าเป็นการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล แล้วผมจะมาอธิบายต่อ ว่ามี พ.ร.บ. นี้แล้วปัญหาเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นะครับ ตัวอย่างที่ ๒ ที่ผมอยาก ยกผ่านท่านประธานได้รับทราบว่าปัญหาแม้ว่าจะมีหน่วยงานไปแก้ปัญหาแล้ว การกําหนดนโยบายที่ผิดพลาดจากส่วนราชการ หรือการกําหนดนโยบายแบบ ทอป ดาวน์ (Top down) ที่เป็นที่นิยมของส่วนราชการและได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล หลายรัฐบาลนั้นก็ต้องยอมรับว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องของเรื่องของการสะท้อนความรู้สึกของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่และเป็ นการไปกระตุ้นให้เกิดความไม่สบายใจให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ด้วยการ กําหนดนโยบายแบบลักษณะท็อปดาวน์ คือนโยบายหลักมาจากส่วนกลางเพื่อไปบังคับ ใช้กับคนในพื้นที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๘ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการนําพระพุทธรูป ตามโครงการพิเศษไปประดิษฐานในโรงเรียนต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้ผมต้อง เรียนผ่านท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ทราบว่าแนวคิด โครงการดังกล่าวนั้นมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในภูมิภาคอื่น แต่หลักการ และนโยบายแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายนี้ไปบังคับกับโรงเรียนประถมศึกษาที่มี นักเรียนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ของโรงเรียนนั้น ได้บั่นทอนความรู้สึกของ พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่และกลายเป็นกระแสการต่อต้านนโยบายจากส่วนกลาง มาแล้วครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมก็ต้องขอเรียนผ่านท่านประธานว่า การนํา พระพุทธรูป เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๘ คือการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล และผู้บริหารรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนคนไทย เกือบ ๑๐ ล้านคน ทั่วประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม นับถืออัลเลาะห์เป็น ๑ การต้องไปเคารพหรือคํานับ สิ่งที่เป็นวัตถุถือว่าต้องตกจากการเป็นศาสนิกของศาสนาอิสลาม ท่านประธานครับ ประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นใหญ่ ก็เกิดจากการผิดพลาดในการกําหนดนโยบายของรัฐบาล

สิ่งสําคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากยกตัวอย่างว่ามันสะท้อนว่าแม้จะมี หน่วยงานราชการเกิดขึ้น ไปกํากับดูแลแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณี ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีหน่วยงานราชการบางหน่วยงานไป บังคับไม่ให้พี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามที่เป็นมุสลิม ผู้หญิง สตรีหรือมุสลิมมะห์คลุมกาย หรือแต่งกายตามศาสนบัญญัติเพื่อความถูกต้อง คือคลุมฮิญาบไปทํางานในสถานที่ ราชการและถ่ายทําบัตรประชาชนไม่ได้ นั่นก็เกิดขึ้นมาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากยกตัวอย่างเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้เป็นข้อมูลว่าวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามายาวนานและผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาและจังหวัด นราธิวาส รวมทั้งจังหวัดสตูลได้พยายามที่จะแก้ปัญหาและนําเสนอร่างพระราชบัญญัติ ที่เป็นข้อกฎหมายในทางการเงินต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้หลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยขึ้นในประเทศไทยนั้น ได้มีการนําเสนอต่อรัฐบาลแต่ก็ได้รับการปฏิเสธและไม่อนุมัติให้ตั้งธนาคารอิสลามขึ้น ในยุคของสมัยรัฐบาลนั้น แต่ด้วยความโชคดีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจหลักการและความถูกต้องของการประกอบ ธุรกรรมทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม คือผมขออนุญาตท่านประธานได้เอ่ยนาม ก็คือท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้อนุมัติให้มีการตั้งธนาคารอิสลามเพื่อให้พี่น้องมุสลิม ได้ประกอบธุรกรรมทางการเงินได้อย่างถูกต้องครับ สิ่งเหล่านี้ผมจะสะท้อนให้เห็นว่า มันเกิดขึ้นก็มาจากที่การกําหนดนโยบายลักษณะของท็อปดาวน์แล้วก็ที่เกิดขึ้นก็มีรัฐบาล มีหน่วยงานพิเศษไปแก้ปัญหา แต่ปัญหาก็ยังเป็นปัญหาที่สะท้อนว่ามันไม่ใช่การ แก้ปัญหาอย่างถาวรและยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และทุกฉบับที่จะเสนอเข้าไปเพราะวันนี้ผู้นําเสนอแต่ละท่าน ก็ไม่เคยก้าวพ้น ท่านเคยถามหรือไม่ครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่เป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเขาต้องการอะไร อะไรคือ ความต้องการที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่ท่านมัดมือมัดเท้า เอาโน้นเอานี่ไปให้ ซึ่งไม่ตรง และสอดคล้องกับวิถีการดําเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน วันนี้ผมเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ย่อมสะท้อนให้เห็นได้และสามารถที่จะทําให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอด วันนี้ว่าความเร่งรีบ เร่งร้อนที่จะให้มีกฎหมายขึ้นมานั้น เพื่ออะไร ที่ผ่านมาครับ ท่านประธาน มันมีหน่วยงานจริง แต่เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นชั่วคราวเพื่อไปแก้ปัญหา เฉพาะ ๆ เมื่อปัญหาสงบก็ยกเลิกไป ปล่อยให้หน่วยราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ปกติเขาได้แก้ปัญหา ได้บริหารจัดการงบประมาณ ท่านประธานครับ ถ้าหากสภาแห่งนี้ ให้ความเห็นชอบผ่านกฎหมายฉบับนี้ขึ้นไปแล้วใครล่ะครับที่จะได้ประโยชน์ วันนี้ผมเชื่อว่า พ่อแม่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รับฟังอยู่ ติดตามอยู่กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ จากร่างพระราชบัญญัตินี้ศึกษาให้ดีครับ คนที่จะได้ประโยชน์ที่สุดคือหน่วยงานราชการ ที่ตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายฉบับนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าข้าราชการภูมิภาคอื่นของ ประเทศ

๒. การตั้งกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาได้ผ่านสภาไปแล้ว คนที่จะได้ประโยชน์ สูงสุดก็คือข้าราชการและหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ และการอนุมัติงบประมาณต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่ามันไม่ เอื้อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ เพื่อให้ การอภิปรายวันนี้ได้สามารถนําข้อมูลบางเรื่องที่เป็นโจทย์ที่เป็นปัญหาของความไม่สงบ และเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง สะท้อนให้ท่านรัฐมนตรี ผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีถาวรซึ่งกํากับดูแลการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๘ เดือน ๑๐ เดือน ท่านรู้ว่าท่านทําอะไรอยู่ และวันนี้อะไร เกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นแม้กระทั่งวันนี้สิ่งที่เกิดจากความไม่ยุติธรรมในพื้นที่ยังมี ขึ้นครับ ไม่ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่านยังตอบสังคมไม่ได้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจาก การกระทําของใคร ผมพยายามใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้สะท้อนปัญหาให้พวกเราได้รับ ทราบว่าหลายกรณีนั้นเป็นข้อกังขา เป็นข้อสงสัยของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ ผมได้ตกลงกับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านใช้เวลามากนะครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานครับ ผมได้ใช้เวลาในส่วนของ พรรคเพื่อไทยนะครับ ได้มีการตกลงในส่วนของพรรคเพื่อไทยแล้วว่าการอภิปรายของผม จะไม่กําหนดเวลา แล้วหลังจากนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เกิน ๒๐ นาทีครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

คือในเวลาของสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ผมใช้บริหารจัดการในเวลาของพรรคเพื่อไทย ขอเรียนท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมัน ๒๒ ท่านนะครับ แล้วก็เพิ่มมาอีก

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานครับ ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ วันนี้เรากําลังจะพิจารณาเรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าเราพิจารณาด้วย ความจริง ไม่สามารถให้ผมได้สะท้อนปัญหาให้รัฐบาลได้รับรู้นี่ ผมคิดว่าท่านเลื่อนวาระการ พิจารณาก็มีปัญหาแล้วครับ แล้วท่านจะมาจํากัดเวลา ซึ่งผมขอเรียนท่านประธาน ขออนุญาตนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเถอะครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผมขอ อนุญาตใช้สิทธิในการอภิปราย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสักชั่วโมงหนึ่งก็ได้ แต่หักเวลาทางโน้น เพราะว่า ๓๐ ท่าน เมื่อ ๓๐ ท่าน ก็ท่านละ ๑๐ นาที เราก็หักเวลาของ ท่านออกไป นอกนั้นก็อาจจะได้คนละ ๕ นาที เชิญครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

คือท่านประธานครับ ผมเข้าใจนะครับ วิธีการนําเสนอ ผมก็จําเป็นต้องใช้เวลาในการอภิปรายเพื่อสะท้อนปัญหานะครับ แต่ผม คงจะไม่ใช้เวลาฟุ่มเฟือยของสภา ผมพยายามจะใช้เวลาของสภาให้เป็นประโยชน์นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ปัญหาที่แท้จริงที่เกิดจากข้อผิดพลาดในการทํางานนั้นต้อง ยอมรับนะครับ ผลจากการศึกษาที่ผมได้ศึกษาข้อมูลจากเหตุของการศึกษาวิจัยต่าง ๆ นั้น ปัญหาของภาคใต้นั้นก็ยังไม่ได้รับการดําเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมและ ยั่งยืน ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ในช่วงของเปิดสภาใหม่ ๆ ว่า ปัญหาภาคใต้ ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่นั้นเกิดจากปัญหาของการศึกษา ที่ด้อยคุณภาพ ตํ่ากว่ามาตรฐาน วันนี้ครับ ผมได้ดูงานวิจัยทางการศึกษาของประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะพบว่า แม้ว่ารัฐบาลนี้จะขยายโอกาสทาง การศึกษาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เยาวชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาในระดับประถมศึกษานั้นยังไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษา นี่คือปัญหาที่เป็นปัญหารากเหง้าของพื้นที่ การศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐานและ โอกาสก้าวถึงทางการศึกษาที่ไม่ได้คุณภาพนั้นส่งผลให้เกิดเยาวชนในวัยเรียนกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ต้องอยู่นอกระบบโรงเรียน และท่านประธานครับ ในส่วนของประชากร ที่เป็นแรงงาน ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคและของจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้น ร้อยละ ๔๕ ท่านประธานครับ มีการศึกษาแค่ระดับประถมศึกษาและตํ่ากว่าระดับ ประถมศึกษา สิ่งเหล่านี้ต้องบ่งบอกให้เห็นว่ามันก็สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาฝีมือแรงงานและส่งผลกระทบต่อรายได้ของพวกเขาด้วยครับ ฉะนั้นผมก็ต้อง ขอเรียนว่าปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาใหญ่ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นเสียเปรียบจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามาดูเกณฑ์เฉลี่ยต่าง ๆ แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่แล้วนั้นเกิดจากปัญหาของนักเรียนที่มาจาก ครอบครัวยากจน ต้องยอมรับสัดส่วนความจน สัดส่วนคนจนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่แน่ใจว่า ท่านรัฐมนตรีมีข้อมูลตรงนี้หรือไม่ เพราะผมได้ยินท่านพูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ หลายครั้งนะครับ ก็มาจากสัดส่วนของครอบครัวเรื่องของความยากจน แล้วก็สิ่งสําคัญ วันนี้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการศึกษาวิจัยของนักวิชาการ ทางการศึกษาพบว่า เด็กในระดับประถมศึกษา เด็กในวัยเรียนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก ยังเขียนหนังสือภาษาไทยไม่ได้ แล้วท่าน ไปตั้งหน่วยงานราชการขึ้นไปกํากับการทํางานของส่วนราชการอีก ไปซํ้าซ้อนอยู่ตรงนี้ ท่านคิดว่าท่านจะไปแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ หรือครับ นี่คือประเด็นหนึ่งที่ผมอยากยกให้ท่านเห็นนะครับ

ปัญหาที่เราต้องยอมรับว่าวันนี้มันคือปัญหาที่เรื่องของกระบวนการ ยุติธรรม โดยการใช้หลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้ยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภา และกําลังอยู่ในช่วงของการ ดําเนินการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม แต่วันนี้เรามีรัฐมนตรี และมี รองนายกรัฐมนตรี มีหน่วยงาน ศอ.บต. ไปทํางานอยู่ แต่กระบวนการยุติธรรม การเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมสําหรับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นยังมีอยู่เนือง ๆ และมีอยู่ทุกวัน ผมเคยพูดถึงว่ากระบวนการยุติธรรมสําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่า จะเป็นกรณีของมัสยิดไอร์ปาแย วันนี้พี่น้องประชาชนเขารอคําตอบ แม้ว่าจะเป็นกรณีของ บ้านซูแก ที่ตําบลปะแต อําเภอยะหา ๗ ศพ วันนี้พี่น้องประชาชนยังรอคําตอบ และล่าสุด ท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการยุติธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็เป็นผู้ที่กํากับดูแลกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ วันนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ยังตายอยู่เป็นทุกวัน ล่าสุดสะท้อน ให้เห็นว่าความไม่เอาใจใส่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นที่บ้านสันติ ตําบลเขื่อนบางลาง มีผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็ นลูกน้องของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านหนึ่งเคยถูกยิงครั้งหนึ่งแต่ไม่เสียชีวิต และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ถูก ลอบยิง ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการเคยไปถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ยะลาหรือไม่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ภายในที่เกิดเหตุข้างหลังบ้านกองทหาร ก่อนเข้าหมู่บ้านทหาร ภายในหมู่บ้านใกล้ ๆ กับ บ้านผู้ใหญ่บ้านที่ตายนั้น มีทหารปฏิบัติการของตํารวจตระเวนชายแดน ซึ่งอยู่ห่างไม่ถึง ๒๐ เมตร ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าความไม่ยุติธรรม การเลือกปฏิบัติเหล่านี้ มันเกิดขึ้นในพื้นที่บ่อยครั้ง ชาวบ้านก็ถามผมท่านผู้แทนครับ แล้วโจรมันมาจากไหน ละครับ มันเรียนวิชาขอมดําดินหรือครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ท่านต้องไปดูครับ บ้านสันติวันนี้ เป็นปัญหาที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เกิดจาก การกระทําของใครกันแน่ สิ่งเหล่านี้ผมจึงสะท้อนให้เห็นว่าแม้กระทั่งวันนี้ก็ยังเกิดการฆ่า แม้กระทั่งส่งกําลังไปเยอะแยะก็เกิดการตาย และสิ่งที่สะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมที่มี การละเมิดสิทธิในของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ข้าราชการ หรือหน่วยงานราชการ ถูกกระทําโดยผู้ก่อการร้าย ๑ คน ๑ ครั้ง ๑ ครั้ง ๒ คน แต่หลังจากนั้นครับท่านประธาน มีพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตายหลังจากเหตุการณ์นั้นอีกจํานวนมาก สิ่งเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นว่าวันนี้การสร้างกระบวนการยุติธรรมนั้นจะต้องยึดหลักนิติรัฐ อย่างแท้จริง ถ้าเราพูดแล้วใช้โวหารในการพูดว่า เราจะบริหารราชการด้วยหลักนิติธรรม และนิติรัฐแล้ว ท่านไม่นําไปปฏิบัติ ไม่ไปสร้างความเป็นธรรม ไม่ไปสร้างความเท่าเทียม ในพื้นที่ ๑๐๐ ชาติ ก็แก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดจากความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วมันเป็นปัญหารากเหง้าก็คือ เรื่องของเศรษฐกิจนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อข้างต้นผมได้กล่าวถึงว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าหลาย ๆ ส่วน ของมาตราในร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ฉบับนี้นั้น มันไม่เอื้อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ไม่มีการยึดหลักว่าเอาประชาชน เป็นศูนย์กลาง เอาพื้นที่เป็นตัวกําหนดว่าปัญหามันต้องเกิดขึ้นอย่างไร ส่วนหนึ่งที่เกิด ปัญหามายาวนานและไม่มีการแก้ไขก็คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ท่านรัฐมนตรีก็คงจะ รับทราบ ก็อาจจะมีข้อมูลนะครับ ผมอยากเรียนตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจสําหรับพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าวันนี้จะเห็นได้ว่าจากฐานข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ ได้แสดง ให้เห็นว่าสัดส่วนคนจนในปี ๒๕๕๐ ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีดังนี้ครับท่านประธาน และท่านรัฐมนตรี จังหวัดนราธิวาสมีสัดส่วนคนจนร้อยละ ๒๐ จังหวัดปัตตานีมีสัดส่วน คนจนร้อยละ ๑๙.๗๔ จังหวัดยะลาสัดส่วนคนจนร้อยละ ๗.๕ จังหวัดสตูลสัดส่วนคนจน ร้อยละ ๒.๓ จังหวัดสงขลาร้อยละ ๑.๔ ท่านประธานครับ ท่านไปดูนะครับ ในขั้นเรื่องของ หลักการที่เขียนไว้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น จะไปแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่ แต่ท่านก็ไปรวมจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ซึ่งมีความได้เปรียบจากฐานข้อมูล เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ วันนี้นั้นเหตุเกิดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านต้องอํานวยความเป็นธรรม ให้ความยุติธรรมการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาให้คน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก นี่คือหลักการ ไม่ใช่เขียนหลักการกว้าง ๆ ที่รัฐมนตรีสามารถที่จะกําหนดนโยบายด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี สามารถที่จะ กําหนดได้ จังหวัดสตูลก็ได้ จังหวัดพัทลุงก็ได้ ถ้าเราอ่านในรายละเอียดตรงนี้นะครับ ทีนี้ผมจะมาให้ท่านรัฐมนตรีดูว่าเมื่อผมยกตัวอย่างสัดส่วนตรงนี้แล้วนี่ เมื่อเทียบอัตรา การเจริญเติบโตของจังหวัดสตูลและจังหวัดสงขลาจะเห็นว่าสูงกว่า ๓ จังหวัด ท่านรัฐมนตรีเป็นคนจังหวัดสงขลา ท่านรู้ดีครับว่าเศรษฐกิจคน ๓ จังหวัดเป็นอย่างไร เศรษฐกิจหลักของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ตรงไหน วันนี้ท่านได้ไปช่วยแก้ปัญหา เขาหรือไม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อมันสะท้อนถึงสัดส่วนคนจนและมาเทียบดูอัตรา การเจริญเติบโตของจังหวัดอื่นในอีกหลายจังหวัดของภาคใต้นั้นมีอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ ๓.๗ ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ ต้องยอมรับว่าวันนี้นั้นพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจโดยการกําหนดนโยบาย แบบมาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่กําหนดหรือเขียนนโยบายโดย มาจากข้าราชการ โดยหน่วยงานราชการและเพื่อราชการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันสะท้อน ให้เห็นว่าถ้าเราไม่แก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ มันก็จะตามมาด้วยปัญหาของสังคม ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาสังคมวันนี้นั้น เราจะเห็นว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น ฐานข้อมูลที่ผมกล่าวข้างต้นนั้น คือแรงงานนั้นมีภูมิความรู้ตํ่ากว่าหรือมีความรู้ แค่ระดับประถมศึกษาหรือว่าตํ่ากว่าระดับประถมศึกษา เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชน ในพื้นที่นั้นมีความนิยมในการศึกษา และมักจะส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในสถานศึกษา เอกชนสอนศาสนาอิสลาม และทําให้เยาวชนในพื้นที่นั้น ต้องเรียนสายสามัญควบคู่กับ ศาสนา ซึ่งเป็นงานหนักสําหรับเยาวชนในพื้นที่ ทําให้สถิติตัวเลขต่าง ๆ ของการศึกษานั้น ทุกอย่างตํ่ากว่าหมด วิชาที่เป็นวิชามาตรฐานทางการศึกษาก็ตํ่า แรงงานจึงมีคุณภาพตํ่า แรงงานไม่มีฝีมือ ค่าแรงก็ตํ่า สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนว่าเราแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ปัญหาสังคมก็เกิดขึ้น คือการว่างงาน เกิดขึ้น แล้วผมอยากยํ้าผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าแรงงานในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นเป็นพี่น้องมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม การที่เขาจะย้ายถิ่นฐาน แรงงานไปหาทํางานในถิ่นฐานจังหวัดอื่นเหมือนกับพี่น้องภูมิภาคอื่นนั้นมันมีความ ยากลําบาก การจะแก้ปัญหาการว่างงานในพื้นที่นั้นจะต้องสร้างงาน สร้างคนให้มี คุณภาพ และสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่ผม อยากสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้มันมีปัญหาทางด้านสังคมอีกปัญหาหนึ่งที่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่นั้นมีปัญหามากก็คือ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันจะต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกํากับดูแลกรมที่ดินเรื่องของที่ทํากิน ผมเชื่อว่า หลายรัฐบาลที่ผ่านมานั้นมองปัญหาของที่ทํากินของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านประธานครับเนื่องจากองค์ความรู้ของคนในพื้นที่นั้นมีการรับรู้ข่าวสารหรือการ อ่านออก อ่านหนังสือหรือฟังวิทยุที่เป็นสื่อภาษาไทยไม่เข้าใจต้องมีคนมาแปล ทําให้ เขาขาดโอกาสในช่วงที่รัฐบาลได้เปิดนโยบายให้ไปจับจองหรือให้นําใบ ส.ค.๑ เรื่องของ ที่ดินทํากินมาออกเอกสารสิทธิ วันนี้ผมเชื่อว่าปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาใหญ่ครับ และเป็นปัญหาที่หลายรัฐบาล ยังแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก ปัญหาทางสังคมที่ไปเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของที่ดินทํากินแล้วครับ วันนี้จากเหตุการณ์ ความไม่สงบตามมาด้วยปัญหายาเสพติด ผมเชื่อว่าปัญหายาเสพติดไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียงอย่างเดียว วันนี้มันเกิดทั่วประเทศ การกําหนดนโยบาย เพื่อการป้ องกันและปราบปรามเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความ หย่อนยานครับ ยาเสพติดแพร่ระบาดไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอที่เป็นพี่น้องที่ นับถือศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะยาบ้าและยาไอซ์ (Ice) สิ่งเหล่านี้ผมอยากฝากว่า ในทางทฤษฎีและหลักทางวิชาการแล้วเคยมียุทธการครั้งหนึ่งที่ชาติตะวันตกได้ทํา สงครามฝิ่นเพื่อล้มล้างชาติพันธุ์ของคนจีน วันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้สะท้อนให้ผมนําเสนอผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลว่า ปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นการทําลายชาติพันธุ์ มลายูหรือไม่ ถึงมีการปล่อยปละละเลยให้มีการแพร่ระบาดและจําหน่ายยาเสพติด อย่างเสรีในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดเบื้องต้น เหล่านี้ผมก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของปัญหารากเหง้าที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่เป็นปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยากให้รัฐบาลไปดําเนินการ อย่าครับ อย่าตั้งโจทย์ว่า ภาคใต้คือความไม่สงบในพื้นที่ ภาคใต้มีปัญหามาช้านาน ปัญหาที่ผมกล่าวเบื้องต้นคือ ปัญหาบางส่วนเท่านั้นที่เป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปให้ท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จุดเริ่มต้นก็ผิด ตั้งโจทย์ผิด สมมุติฐานหรือแนวทางในการแก้ปัญหาก็ผิด ถ้ามองดูในเนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ ให้อํานาจ ศบ.ชต. มากมายมหาศาลครับ แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่มีอะไร เลยครับ ผมดูในมาตรา ๔ มาตรา ๔ การตั้งหน่วยงานเรื่องของการกําหนดนโยบายสังคม สันติสุขในพื้นที่กําหนดโดยคณะกรรมการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ได้มาจาก พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ผมยกตัวอย่างบางตัวอย่าง และมีอีกหลาย ตัวอย่างในหลายมาตราในร่างกฎหมายฉบับนี้มันไม่สอดคล้องและไม่เอื้อประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนและคนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ผมสะท้อนให้เห็นว่าการกําหนดหรือจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น มันไม่ใช่การไปแก้ ปัญหาความเดือดร้ อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพครับ ท่านลองถามสิครับ คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาอยากได้อะไร อะไรคือสิ่งที่เขา อยากได้ ท่านก้าวให้พ้นสิครับ ก้าวให้พ้นเหตุการณ์ความไม่สงบแล้วท่านจะแก้ปัญหา ภาคใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและสมบูรณ์แบบ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลา ๔๒ นาที

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ ผม สัมพันธ์ ทองสมัคร ขอประท้วง ผู้อภิปรายที่พูดพาดพิงถึงการจัดพระพุทธรูปไว้ในสถานศึกษานะครับ รู้สึกว่าผิดพลาด ข้อเท็จจริงนะครับ คือผมขอเรียนต่อผู้ที่อภิปรายจบเมื่อสักครู่ว่า ผม สัมพันธ์ ทองสมัคร จากจังหวัดนครศรีธรรมราชขอเรียนว่า เรามีนโยบายการจัดการศึกษาตอนนั้นว่า การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเป็นหลักที่จะทําให้คนนั้นพัฒนาในทุกรูปแบบที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรากําหนดว่าศาสนาใดก็ตามต้องให้เยาวชนเข้าถึงศาสนา ให้ได้ เพราะฉะนั้นพระพุทธรูปจึงจัดไว้ในสถานศึกษาที่มีผู้นับถือพุทธศาสนา ยังมีเพิ่มเติม อีกผมจะพูดให้เขาเข้าใจทีหลัง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเอาไว้ตอนท่าน

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร นครศรีธรรมราช

ผมว่าตอนนี้ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผมไม่ค่อยพูดหรอกท่านประธาน ผมจึงขอเรียนว่าห้องละหมาด ในสถานศึกษาที่มีเด็กนักเรียนนับถือศาสนาอิสลาม แล้วกระผมก็ทําให้เยอะแยะในทาง ภาคใต้ เช่น เยาวชนเด็กก่อนเกณฑ์เขาให้เรียนที่มัสยิด เรียนศาสนาที่มัสยิด เรียนภาษาไทย หนังสือไทยที่มัสยิด เรามีค่าใช้จ่ายให้ ครูสอนศาสนาก็ตั้งงบประมาณให้ และที่สําคัญอย่างหนึ่งอยากจะให้ผู้อภิปรายไปดูมัสยิดกลางปัตตานีอันนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะมัสยิดกลางปัตตานีในช่วงผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผมได้ทําให้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ท่านจะ อภิปรายเลยได้ไหมครับ

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร นครศรีธรรมราช

ไม่ต้องอภิปรายขอนิดเดียว ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวให้เขาเข้าใจเสียว่ามัสยิดกลางปัตตานีเมื่อเดิมไม่ได้เป็น อย่างนั้นนะครับ คนที่ผลักดันงบประมาณไปให้จนประสบความสําเร็จโดยงบประมาณ ๓๕ ล้านบาทคือ นายสัมพันธ์ ทองสมัคร เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ คุณไปดูสิภาพถ่าย ที่ปรากฏอยู่ที่ประชาสัมพันธ์ของมัสยิดนั่นคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าทุกคน เราเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลนับถือศาสนาใดก็ตามแต่ต้องส่งเสริมทุกศาสนา สิ่งสําคัญที่เกิดขึ้นปัญหา ในภาคใต้ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๗ อุ้มฆ่าสักเท่าไรทําไมไม่พูด ผมว่าถ้าขึ้นมาพูด อย่างนี้อีกผมมีเรื่องเยอะท่านประธานครับ เกรงใจท่านประธานขอขอบคุณท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็เป็นประท้วง เป็นการอภิปรายไปครับ ต่อไปท่านอสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้บรรจุเรื่องนี้มาเข้าวาระเพื่อให้พวกเราได้ อภิปรายกัน เพื่อจะได้ระดมความคิดแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ใครที่มี ความเห็นว่าเรื่องนี้ไม่สําคัญผมคิดว่าเราคงจะต้องร่วมดื่มนํ้าชาเสวนากัน แต่แถวบ้านผม ไม่มีเขาเหลียงซานมีแต่เขาบูโด ก็ต้องเข้าไปกินนํ้าชาบนเขาบูโดกันนะครับ ในฐานะที่เป็น ประชาชน แล้วก็เป็นผู้แทนปวงชนคนหนึ่งที่อยู่ในเขตจังหวัดสตูลซึ่งเป็นเขตจังหวัดที่อยู่ ใน ศอ.บต. นะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ ๖ ร่าง ทั้งของฝ่ายค้าน ทั้งฝ่ายรัฐบาลก็มีความเห็น ด้วยกันว่า เหมือนกัน ต้องกันว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องตั้ง ศอ.บต. ครับ นี่คือสิ่งที่เห็นด้วยกันทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทุกภาคทุกส่วนของประเทศระดมความคิดกัน การที่ได้มาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ผมขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงแล้วก็ขอแสดง ให้สภาแห่งนี้ได้ทราบว่า ผมและพี่น้องชาวไทยใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งอยู่ในเขต ศอ.บต. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรานะครับว่า ผมเห็นด้วย ผมและ พี่น้องประชาชนใน ๕ จังหวัดเห็นด้วยอย่างยิ่งการที่จะมีการตราพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งได้เข้าสู่สภาในวาระนี้เพื่อการแก้ไข ปัญหาครับ จากความเดิมที่คนในภาคใต้มีความสงบสุขมานาน เพราะความรุนแรงได้ ลดลงนานแล้วครับ ประชาชนนอนตาหลับ สามารถทําธุรกิจได้มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ธุรกิจสามารถดําเนินการได้อย่างเป็นปกติเหมือนคนอื่น ภาคส่วนอื่นของประเทศไทยจนสามารถกล่าวได้ว่ายามนั้นบ้านเมืองเป็นปกติสุข แล้วก็ สงบสุข แต่จนกระทั่งรัฐบาลในสมัยเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๔๕ โดยนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ทําการยุบ ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ไป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ของความรุนแรงครั้งใหม่ ซึ่งได้เพิ่มมาเป็นลําดับนับตั้งแต่มีการปล้นปืนในปี ๒๕๔๗ มีคํากล่าวว่าโจรกระจอก ผมได้พูดในสภา ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วว่าไม่ใช่ นกกระจอก เป็นนกกระจอกเทศมันใหญ่กว่ากันเยอะครับ ปัญหามันใหญ่โตมากทําให้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ลุกเป็ นไฟ กลายเป็ นแดนมิคสัญญีจนถึงปัจจุบัน และยัง ไม่สามารถทํานายอีกว่าเมื่อไรความสงบสุขจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่สมัย นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช ขออภัยที่กล่าวถึงท่าน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และจนถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุกรัฐบาลได้พยายามแก้ไข ปัญหา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ระยะนั้นก็เกิด เหตุการณ์หลายอย่าง กรือเซะมีคนตาย ๑๐๘ คน ตากใบตาย ๘๕ คน ก็มีคํากล่าวกันว่า ตายเพราะไม่ยอมหายใจ แล้วก็ถึงสะบ้าย้อยนักฟุตบอลตายยกทีมเลยครับ มันแสดงให้ เห็นว่าการยกเลิก ศอ.บต. มีความผิดพลาด ศอ.บต. ยังมีความจําเป็นอย่างยิ่งยวดสําหรับ พื้นที่พิเศษ เช่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความแตกต่างกับประชาชนส่วนใหญ่ ในประเทศครับ ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และเชื้อสาย ที่แตกต่างกับชนส่วนอื่นของประเทศ ซึ่งผู้บริหารประเทศต้องมีความเข้าใจในเรื่องของ ความอดทน การเปิดใจให้กว้าง และความเข้าใจ ตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ถ้าคิดว่ามีคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ๒๐๐-๓๐๐ คน แล้วอุ้มฆ่าให้หมด ฆ่าให้หมดมันไม่ใช่หรอกครับ ทางการเมืองเขามี คํากล่าวไว้เยอะ ตายหนึ่ง เกิดสิบ ตายสิบ เกิดแสนครับ ในที่สุดไม่ทราบว่าเท่าไรแล้ว ตอนนี้ มันก็เกิดขึ้นจากเหตุนี้ละครับ แสดงให้เห็นว่าการยกเลิก ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ในครั้งนั้น เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของผู้บริหารประเทศในสมัยนั้นครับ ผมได้มีโอกาสเป็ นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในคณะกรรมาธิการงบประมาณครั้งหลังสุดนี้ได้พบว่ามีช่องว่าง มีความซํ้าซ้อนในการ บริหารงบประมาณ คือใช้งบประมาณไปมากแต่ผลงานที่ได้มาไม่มากครับ เพราะว่า เกิดจากการขาดการบูรณาการ ขาดความเป็นเอกภาพ ขาดประสิทธิภาพในการทํางาน ร่วมกันของหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นมันจําเป็นที่จะต้องมีองค์กรที่เป็นหลักในการ ดูแลในการบริหาร เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีการบูรณาการ เพราะฉะนั้น การตั้ง ศอ.บต. มีความจําเป็นอย่างยิ่งยวดครับ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว ศอ.บต. ได้ตั้งขึ้นมา ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่เนื่องจากขาดกฎหมายรองรับ อย่างเหมาะสม ศอ.บต. ที่ตั้งขึ้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นเพียงเสือกระดาษ ไม่มีอํานาจ อย่างแท้จริง ไม่มีอํานาจในการบริหาร ไม่มีอํานาจในการจัดการ ไม่มีอํานาจในการวาง นโยบาย เพราะฉะนั้นเป็นเพียงเสือกระดาษ แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ทั้ง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันเสนอขึ้นมามันจะทําให้ ศอ.บต. กลายเป็นเสือที่แท้จริงครับ เป็นเสือที่มีเคี้ยวเล็บที่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องร่วมกันเพื่อให้ ศอ.บต. เป็นเสือจริง ๆ ไม่ใช่เสือกระดาษ นะครับ ในแง่ของนโยบายแต่ละด้านผมมีความเห็นว่านโยบายทางด้านการพัฒนาต่าง ๆ ศอ.บต. ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มตัวในการวางนโยบายให้แก่หน่วยงานของรัฐในกระทรวง ต่าง ๆ ในการพัฒนาทุกด้านในเรื่องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างเช่น ที่ผ่านมาผมต้องอยู่ในพื้นที่ ๓ วัน เพราะมีนํ้าท่วม ท่วมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมคิดว่า ศอ.บต. จะต้องเป็นหน่วยงานหลักที่ไปดูว่านํ้าท่วมนี่มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใน ๕ จังหวัดชายแดนนี้ครับ มันเกิดจากอะไรครับ แต่คงไม่มองว่าหาดใหญ่แห่งเดียว ต้องมองถึงในชนบทด้วย ข้างนอกจากหาดใหญ่ด้วย จังหวัดสตูลตามชนบทท่วมมาก ระดับนํ้าสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็ นมาก่อน มากกว่าระดับนํ้าสูงสุดที่เคยเป็ นถึง ๕๐ เซนติเมตร เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ไว้วางใจไม่ได้ จะต้องช่วยกันดูแลปัญหาความ เดือดร้อนของประชาชน เรื่องการศึกษาผมเห็นว่าการที่ท่านจุรินทร์ได้เสนอนโยบาย แล้วก็ ได้ไปจัดสัมมนาที่โรงแรมซีเอส จังหวัดปัตตานี ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาของ การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างดีที่สุดเลยครับ ผมคิดว่ามันชัดเจนที่สุด ผมได้ฟังแล้วก็คิดว่านี่ละครับคือจุดเริ่มต้นใหม่ที่จะทําให้สามารถแก้ปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ในเรื่องการศึกษา มันเป็นการปฏิรูปการศึกษาในยุคใหม่แล้ว สามารถ ที่จะทําให้เกิดความสมํ่าเสมอ ความเท่าเทียมกันทั้งโรงเรียนสามัญ และโรงเรียนด้านสอน ศาสนาอิสลาม ในเรื่องนโยบายทางด้านความมั่นคง ทุกหน่วยงานทางด้านความมั่นคง จะต้องส่งแผนงานนโยบายให้ผ่านความเห็นชอบของ ศอ.บต. ผมมีความเห็นอย่างนั้น บางคนบอกว่าให้ทางฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตํารวจ ส่งไปเอง แต่ผมว่ามันต้องผ่าน ความเห็นชอบของ ศอ.บต. เพื่อความเป็นเอกภาพของการดําเนินงาน ถึงแม้ว่า ศอ.บต. ไม่ใช่เป็นผู้เขียนนโยบาย แต่ขอให้ผ่านความเห็นชอบของ ศอ.บต. ครับ

นโยบายทางด้านสภาเสริมสร้างสันติสุข ผมเห็นด้วยกับการตั้งนโยบาย เสริมสร้างสันติสุขเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม สภานี้เป็นของประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลประเทศชาติ และผมเห็นด้วยที่จะให้ศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นส่วนราชการที่มีรูปแบบเฉพาะ ภายใต้การบังคับบัญชาของ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด เพราะผมคิดว่าไม่มีใครอีกแล้วใน ประเทศไทยที่จะสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้นอกจากนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าใครก็ตามที่ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องบริหารจัดการควบคุมนโยบาย ควบคุมการทํางานของ ผู้อํานวยการ ศอ.บต. นี่คือสิ่งที่ชอบธรรม แล้วก็เหมาะสมที่สุดแล้ว และผมก็เชื่อว่าการ ออกพระราชบัญญัติการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ครั้งนี้เป็นแนวทางที่ ถูกต้อง ที่จะนําไปสู่การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผมขอฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาลอยู่ข้อหนึ่ง ผมคิดว่าสิ่งสําคัญที่สุดเหมือนกุญแจที่จะไขไปสู่ ความสําเร็จคือความยุติธรรม

อันดับแรกเลยรัฐบาลจะต้องให้ความยุติธรรมก่อน แก่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แก่ประชาชนที่ถูกผลกระทบทางด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านการเยียวยา แล้วก็ ทั้งทางด้านคดีความต่าง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ สําหรับคนมุสลิมแล้วมันมีฮะดีษ ของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์หรือท่านศาสดาได้กล่าวไว้ว่า จงพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครอง ที่อธรรม นั่นคือขั้นตํ่าสุด คือการพูดความจริง แต่เหนือจากนั้น เหนือจากกว่านั้นก็มี คนบางกลุ่มก็เห็นว่าถ้าไม่ได้รับความเป็ นธรรมแล้วจะต้องจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไปสู่ความสําเร็จทางด้านอื่น ๆ ถ้าไม่สามารถไขกุญแจตรงนี้ก่อน ความสําเร็จไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี ผู้ที่รับผิดชอบว่า อันดับแรก คือต้องให้เกิดความยุติธรรมก่อน อํานวยความยุติธรรมก่อน การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดตรงนี้แล้วผมเชื่อว่า เรื่องหลาย ๆ เรื่อง แนวทาง กระบวนการต่าง ๆ ที่เราจะได้ทํากันต่อไป ตั้งแต่การตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาจนกระทั่งสําเร็จ ต่อไปก็มีกฎหมายออกไป เพื่อให้ผู้ที่ รับผิดชอบได้ดําเนินการต่อไป ด้วยความหวังที่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ผมก็เชื่อว่า แนวทางนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว และสามารถทําให้การแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในครั้งนี้มีความสําเร็จได้ด้วยดี ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป เชิญคุณสงวน พงษ์มณี

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ วิปบอกผมว่าให้ใช้เวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาที ผมคิดว่าผมใช้เวลาไม่ถึง ในชั้นรับหลักการผมก็จะพูดเรื่องหลักการว่า ในชั้นนี้ผมเห็นต่างจากการร่างตรงไหนบ้าง ผมคิดว่าโชคดีที่ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งฟังอยู่ ผมคิดว่าผมจะใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนกับท่านผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ผมนี่ละครับ ในรายละเอียดในชั้นที่แปรญัตติในชั้นคณะกรรมาธิการ ผมคงจะต้องขอ สงวนความเห็นไว้มาพูดในสภานี้ทุกมาตรา เพราะผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้มันเป็น กฎหมายสําคัญที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ หรือว่าสร้างปัญหาให้ภาคใต้ ผมมองอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ มันจะแก้ปัญหาอะไร ผมมองเห็นเพียงอย่างเดียวว่ามันจะเป็นเครื่องมือในการปราบปราม ประชาชนที่รวมศูนย์อํานาจมากขึ้น เพราะฉะนั้นหลักการนี้ผมคิดว่าชาวบ้านท่านเอง ต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ แต่ชาวบ้านเขาต้องการเครื่องมือที่เป็ นธรรม นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ที่ควรจะพูดกัน

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า ถามว่ามันมีผลเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการประเทศ ไหม คําตอบก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้จงใจจะเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะไปกํากับ ดูแล เปลี่ยนแปลงอํานาจบริหารที่มีอยู่ใน ๓-๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ ประสบความสําเร็จในการแก้ปัญหาภาคใต้ สมอย่างที่ท่านพูดไว้จริง ๆ ว่า ๙๙ วันจะทําได้ วันนี้ประสบความสําเร็จมาก จาก ๓ จังหวัด กลายเป็น ๕ จังหวัดแล้วครับ แล้วยังบอกว่ายังจะต้องมีตามกฎหมายที่รัฐมนตรีกําหนดอีก ก็แสดงว่าจะขยายไป เรื่อย ๆ อีก ไม่ได้กระแนะกระแหนเลย แต่ว่าตัวเอกสารมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ ในส่วนนี้ เราจะพูดถึงเรื่องอะไร หลักจริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธาน และท่านสมาชิกทั้งหลายดูมาตรา ๖ กับมาตรา ๑๑ ท่านประธานครับ ขัดกฎหมาย รัฐธรรมนูญชัดเจนเลย มาตรา ๖ เขียนขึ้นมาได้อย่างไร จงใจให้เกิดสงครามศาสนา หรืออย่างไร องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดใหม่ไม่มีศาสนาพุทธ กฎหมายฉบับนี้ จึงขัดรัฐธรรมนูญ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผ่านไปไม่แก้ไข ผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญทันที ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกของผม และวุฒิสมาชิกคงจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ องค์ประกอบ ของคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ ไม่มีองค์ประกอบของศาสนาพุทธเลย คุณเอาเขาไปไว้ ที่ไหน นั่นแสดงการประกาศสงครามศาสนาในพื้นที่อย่างชัดเจน

และที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง มาตรา ๑๑ ในชั้นรับหลักการผมถามว่ามันเป็น หลักการอะไร ที่คุณไปตัดสิทธิของเขา แม้ไปสั่งย้ายใครก็ตาม บอกว่าให้ตัดสิทธิ ทางปกครอง คือฟ้ องไม่ได้ ขัดรัฐธรรมนูญ อ้างมาตรา ๒๙ อ่านมาตรา ๒๙ ให้ดีเถอะครับ ผมฝากท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ในนี้ เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ซึ่งสนทนาธรรมเรื่องนี้กับผมมาตลอดว่า สภาไทยทําอะไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ เขียนไว้ชัดว่าเราอ้างแล้ว เราจะละเมิดสิทธิประชาชน รอนสิทธิประชาชน ต้องไม่ละเมิดสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ เขียนชัดเจนครับ นี่ขัดเลยนะ แล้วมาตรา ๓๑ ที่ท่านอ้างไว้ ทหาร ตํารวจ ข้าราชการมีสิทธิเท่ากับคนอื่น อยู่ภายใต้ กฎหมายเดียวกันหมด แต่ท่านตัดสิทธิทางปกครองเขา หมายความว่าอย่างไร เขาบอกว่า จะกระทําได้ก็ต่อเมื่อเกี่ยวกับสมรรถภาพ เกี่ยวกับวินัย เกี่ยวกับการเมืองเท่านั้นเอง อันนี้ เกี่ยวกับการบริหารคุณตัดสิทธิเขาเลยนะ ถ้าไม่ตัดตรงนี้ออกผมว่ากฎหมายฉบับนี้ ขัดรัฐธรรมนูญ ตัดออกเสียนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเป็ นนักกฎหมายใหญ่ ท่านเข้าใจกฎหมายมากกว่าผมด้วยซํ้าไป ผมคิดว่าประเด็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญมันต้อง พูดเรื่องหนึ่งท่านประธาน วันนี้สังคมไทยไม่เข้าใจว่าจะดูรัฐธรรมนูญดูกี่มาตรา ดู ๗ มาตรา มาตรา ๑ ประเทศเราแบ่งแยกไม่ได้ แต่ท่านแยกแล้ว ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ และออกกฎหมายเสียเบ้อเริ่มเทิ่มเลย ท่านตัดศาสนาพุทธออกไป จากกระบวนการที่จะเป็นคณะบริหารหมดเลย ตัดไปทําไมครับ คนศาสนาพุทธไม่มีในนั้น หรือ แม้ไม่มีคนศาสนาพุทธอยู่ท่านก็ต้องใส่ เพราะประเทศนี้กฎหมายนี้ใช้กับผู้อื่นได้ด้วย มันจะลามไปเรื่อย ๆ ในจังหวัดสงขลามีไหมศาสนาพุทธ มี มีเยอะด้วย มาตรา ๒ บอกว่า เราปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาตรา ๓ พูดถึง อํานาจของปวงชน อํานาจอธิปไตยจะเป็นของประชาชน ใช้ผ่านใคร นี่เขียนมาตรา ๓ มาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเป็นคนมีเท่ากัน มาตรา ๕ นี่ละสําคัญท่านประธาน อ่านให้ชื่นใจ หน่อยได้ไหม ขออนุญาตอ่าน เพราะมันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรง มาตรา ๕ เขาเขียนไว้อย่างนี้ ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศ หรือศาสนาใดย่อมอยู่ใน ความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน กฎหมายฉบับนี้ขัดมาตรา ๕ ปฏิเสธไม่ได้ อย่างกฎหมายความมั่นคงกฎหมายอะไร เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่คุณยังจะไปประกาศเลย ก็ถือว่ามันใช้ทั่วไป แต่นี่คุณออกกฎหมายมาใช้เฉพาะ ๓-๔ จังหวัดเท่านั้น แล้วที่ดู โครงสร้างผมจะเลยเรื่องนี้ไปนิดหนึ่ง เพราะว่าผมอยากให้ท่านเห็นว่าผมเห็นแล้วว่ามันขัดรัฐธรรมนูญ ท่านต้องแก้เสียใน มาตรา ๖ และมาตรา ๑๑ ถ้าไม่แก้ผมยื่น ผมคิดว่ามีคนจะพูดเรื่องนี้เยอะอยู่ แต่สิ่งที่ผม จะพูดต่อไปนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องของการใช้อํานาจตามกฎหมายนี้ ท่านดูโครงสร้างของเขาหน่อยว่ามันเป็นอย่างไรท่านประธาน ในที่สุดถ้าเขียนอย่างนี้ คุณอภิสิทธิ์จะเป็นผู้บังคับบัญชาคุณอภิสิทธิ์ คุณดูเถอะครับ ศอ.บต. กําหนดยุทธศาสตร์ คุณอภิสิทธิ์เป็นประธาน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ท่านประธานครับ และ กอ.รมน. ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานอีก มันจะอันเดอร์ (Under) กันอย่างไรท่าน มันจะอยู่กัน อย่างไร คุณอภิสิทธิ์บังคับบัญชาคุณอภิสิทธิ์ ออกแบบโครงสร้างอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ศอ.บต. ดูแลยุทธศาสตร์ว่าอย่างนั้นนะครับ แล้วก็ สมช. นี้จัดทํานโยบายเสริมสร้างสันติสุข ท่านฟังให้ดีนะครับ ให้ สมช. ทํา ให้ความมั่นคงทํา ซึ่งไม่เกี่ยวกับมนุษย์มนาไหนเลย ในนี้ก็มีนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยอีก และทําไมครับ พอออกยุทธศาสตร์เสร็จ ออกแผนงาน ออกนโยบายเสร็จ ไม่ได้ทําอะไรต่อ และเสร็จแล้วให้ใครทําต่อ กอ.รมน. ครับผม ปรับปรุง แผนงาน แนวทางปฏิบัติ ตามมาตรา ๗ (๒) อย่างไร และโครงการแผนงานดําเนินการตาม มาตรา ๑๖ (๒) เห็นไหมครับ แบ่งอีหลักอีเหลื่อเป็นกระจุกกระจิก และอย่างนี้คิดได้อย่างไร ในที่สุดท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยท่าน ซึ่งไม่เสียหาย ท่านหมออสิเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีครั้งแรกของคณะอนุกรรมาธิการ เกี่ยวกับการดูแลงบประมาณ ผมเองอยู่ในคณะทํางานนั้นด้วยท่านประธาน ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ภาคใต้มันสับสนอลหม่านหมด ผมต้องขออนุญาตท่านประธานพูดถึง อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง คือท่านสมัคร ผมเรียนถามท่านว่า ท่านครับ ผมอยากเข้าใจ เขาบอกว่าคุณสงวนคุณพูดในสภาก็พูด ในพรรคก็พูด คุณมาคุยกับผมหน่อย ผมไปคุยกับท่าน ท่านให้เวลาผม ผมคิดว่าขอเวลาท่าน ๕ นาที ให้เวลาผม ๑๐ กว่านาที ผมพูดเรื่องภาคใต้ ท่านบอกผมว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าคุณจะเข้าใจระบบ ราชการไทย คุณไปศึกษากระบวนการ ๓ ฉบับนะคุณสงวน

อันที่ ๑ คือกฎหมายวิธีการงบประมาณ

อันที่ ๒ คือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

อันที่ ๓ ให้ไปดูว่าด้วยหนี้สาธารณะ

ท่านประธานครับ ถ้าผมไปดูปุ๊ บนี้ ผมพูดเรื่องนี้ทําไม ผมจะชี้ให้เห็นว่า ในขณะนี้ความรุนแรงในภาคใต้มันเกิดจากกระบวนการใช้งบประมาณล้วน ๆ ท่านประธานครับ วันนี้ ศอ.บต. เกิดขึ้นเพราะจะไปแย่งงบประมาณจากทหารมาบริหาร เท่านั้นหรือเปล่า นี่เป็นคําถามของผม ท่านประธานรู้เรื่องนี้ดีกว่าผม ท่านประธานครับ ๑ โครงการครับท่านประธาน กําหนดเสร็จกําไรโดยชอบที่ให้เขียนโครงการกัน ให้ทํา โครงการแผนงานต่าง ๆ คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในนั้นจะมีแวต (VAT) ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน แล้วจะมีเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด ถ้าเป็นโครงการใหญ่เขาเรียกเงินเค (K) ค่าเค อีกประมาณจํานวน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกินนี้ท่านประธาน ปรับลดไปปรับลดมาก็เป็น อย่างนี้ละ ท่านเชื่อไหมครับ ถ้าเงินไปใช้ภาคใต้ในโครงการต่าง ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านครับ กําไรสัก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีกฎหมาย มีระเบียบใหม่ขึ้นมาท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไรประเทศไทยปล่อยให้มีอย่างไร นี่ผมถือว่าถ้าไม่แก้ตรงนี้บ้านเมืองจะลุก เป็นไฟที่ภาคใต้ต่อไป เพราะมันแย่งใช้งบประมาณกันท่านประธานครับ ท่านประธาน ฟังให้ดีนะครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ได้กําไร ๑,๐๐๐ ล้านบาทโดยชอบแล้ว ท่านประธาน ยังบวกให้อีก ๕๐๐ ล้านบาทคือ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทุกโครงการบวก ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แล้วทําให้ ๕๐๐ ล้านบาทเป็นจริงด้วยวิธีไหนท่านประธานครับ ไม่มีการ ประมูล ใช้จัดจ้างพิเศษหมด เพราะฉะนั้นบริษัทรับเหมาใหญ่ ๆ ในภาคใต้ เป็นคนนอก พื้นที่ทั้งสิ้น คนในภาคใต้กินเศษกินเลย รับเหมาช่วงเท่านั้นเอง ถ้าผมพูดไม่จริง ผมคิดว่า ส.ส. ภาคใต้เป็นพรรคท่านหมดนี่ เขาจะต้องพูดขึ้นมาแก้ตัวว่าไม่จริง เรื่องนี้เรื่องจริง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่แก้เรื่องกระบวนการใช้งบประมาณ อย่างบ้าคลั่ง อย่างบ้าอํานาจนี่ ผมคิดว่าอย่างไร ๆ ก็เกิดปัญหาแน่นอนครับ ผมอยากให้ ท่านประธานหางบประมาณสักก้อนหนึ่งเพียงน้อยนิด ให้เด็กในมหาวิทยาลัยทําครับ เรื่องกระบวนการสะสมทุนของระบบราชการไทย และเจาะจงที่ภาคใต้ ลองเอาคํานวณว่า หัวหน้าหน่วยต่าง ๆ นั้น เงินเดือนบวกกันแล้วเท่าไร ขณะนี้ถือครองทรัพย์สินเท่าไร เงินมาจากไหนครับ กระบวนการสะสมทุนของระบบ ราชการต้องมีคนศึกษาท่านประธานครับ โดยเฉพาะกรณีภาคใต้ วันนี้หลายหมื่นคนอยู่ ภาคใต้ เฉพาะเบี้ยเลี้ยงอย่างเดียวนี่เท่าไรท่านประธานครับ แล้วยังมีเงินจํานวนนี้อีกมาก ที่เข้าไป ผมพูดหลักการนี้หมายความว่าผมไม่เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปแก้ตรงนี้ ถ้าไม่แก้ตรงนี้ก็หมายความว่ากลายเป็นกฎหมายแยกงบประมาณมาบริหาร วันนี้ งบประมาณอยู่ที่ กอ.รมน. ท่านประธาน มี ๒,๒๐๐ กว่าหมู่บ้าน ผมนั่งเป็นรองประธาน อยู่เช็ก (Check) ไปเช็กมา กอ.รมน. ขอเท่าไรครับ ๒,๖๐๐ ล้านบาท หารเฉลี่ยปั๊วออกมา หมู่บ้านร่วมล้านกว่าบาท ใครไปนั่งขอเชิญมาชี้แจง ทุกคนเอาหมู่บ้านหารเงินหมด กระทรวงศึกษาธิการยิ่งร้ายท่านประธาน มีโรงเรียนกี่โรงนี่คิดว่าเท่านี้แสนบาท เอาโรงคูณเลยโดยไม่ดูเรื่องจํานวนโรงเรียน ไม่ดูเรื่องจํานวนครูเลย แล้วโครงการของ กระทรวงมหาดไทยอีกหลายโครงการ อย่าง ซีซีทีวี (CCTV) หลายร้อยล้านบาท ท่านประธาน ๓-๔ ปียังทําไม่ได้ ยังมาขออีก ๓๐๐ ล้านบาทนะครับ หมออสิท่านบอก ผมว่าเรื่องนี้ไม่เสียหาย เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ท่านบอกผมว่า พี่สงวนเราตัดไหม ผมบอกตัดเลย ตัดหมดเลย มาชี้แจงเองเราก็ตัดเพราะถือว่าคุณยังทําไม่เสร็จจะมาขอ เพิ่มทําไม ทั้งหมดนี้ทุกหน่วยงานไปแย่งทําเงินหมด ทักษิณเขาเลิก ศอ.บต. เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาต้องการให้งบประมาณนี้ไปอยู่ในฟังก์ชัน (Function) การทํางานถึงผู้ปฏิบัติ มันยังเกิดว่าให้หน่วยงานอื่นทํา แต่มันไปผิดหลักตรงที่ไม่มีการบูรณาการเท่านั้นเอง วันนี้ ศอ.บต. จะต้องไปดูแลงบประมาณแทนคนอื่นหรือครับ จะดึงเขามาหมดหรือ คุณไม่มีคน คุณก็ต้องใช้คนของคนอื่น ทั้งหมดที่ผมพูดนี้ผมพูดด้วยความเจ็บปวดว่า คุณไม่สามารถจะไปบริหาร กอ.รมน. ได้ คุณต้องไปตั้งองค์การนี้ขึ้นมา มาครอบเขา เราเสร็จแล้วจัดงบประมาณไปให้เขาเอาไปทําอย่างนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมไม่เห็นด้วยในหลักการที่จะมีกฎหมาย เพราะว่ามันต้องไปปรับ กระบวนการ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไปเป็นเหมือนพวกผม เป็น ส.ส. เด็ก ๆ อย่างพวกผมท่านจะหัวเราะ มีโครงการหนึ่งผมพูดหลายที่ ครั้งหนึ่ง กอ.รมน. เขาเสนอ เรื่องแพะมาหมู่บ้านหนึ่งแล้วมันได้ผลท่านประธาน พอปีรุ่งขึ้นทุกหน่วยงานเลี้ยงแพะ หมดเลย ทีนี้งบเลี้ยงแพะหมดเลยท่านประธาน แล้วที่ตลกที่สุดมีหน่วยงานหนึ่งไปชี้แจง เรื่องเดียวกันได้งบ ๒ งบ ได้จากเอสพี ๒ (SP2) ด้วย ได้จากงบประมาณปี ๒๕๕๓ ด้วย พอถามไปถามมาก็ฉันขอไปเท่านี้แล้วมันให้มาเท่านี้จะทําอย่างไร แต่พอเราจี้ไปจี้มา ตอนหลังก็บอกว่ามันคนละพื้นที่ ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะถือว่าเงินไม่มาก แล้วได้รู้ ได้เข้าใจ แล้ววันนี้ผมถือว่าถ้าเราตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาแล้วไปครอบเพื่อใช้งบประมาณเท่านั้น นี่เป็นความล้มเหลวของประเทศนี้ทันทีเลยครับท่าน ศอ.บต. ที่ทักษิณเริ่มเขาไม่ต้องการ ให้หน่วยงานนี้ใช้งบประมาณแทนหน่วยงานอื่น เขาอยากให้หน่วยงานอื่นไปใช้โดยตรง ถ้าวันนี้ตัดเรื่อง ๕ เปอร์เซ็นต์ออกไป แล้วให้มีการประเมินปกติ คนในพื้นที่เขาจะ สบายใจมาก เพราะเขาจะได้มีสิทธิเติบโตเสียที วันนี้คนในพื้นที่รับงานช่วงกันทั้งหมดเลย ผลงานก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ แล้วคนต่างจังหวัดจะเข้าไปทํางานได้ที่ไหน ข้าราชการยังไม่ กล้าไปเลย งานมันก็เลยติดหงึกติดหงักอยู่อย่างนี้ท่านประธาน แล้วในที่สุดหน่วยงานไหน ก็ไม่มี ก็ต้องเอาฐานพัฒนาเอาไปทํา ผมก็บอกว่าอย่างนี้ได้ไหม จัดงบประมาณขึ้นมาแล้ว ให้มีงบความมั่นคงให้ทหารเขาไปดูแล เรื่องมันเกิดขึ้นเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน แล้วผมคิดว่าผมพูดขึ้นมานี่พูดให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้โดยหลักการนี้ผมพูด ชั้นรับหลักการนะครับ ผมเห็นว่ามันมีปัญหามากเหลือเกิน พูดกันบ่อยเหลือเกิน กรือเซะ-ตากใบนี่ครับ แน่จริงตั้งคนสอบสิครับ ญาติคนตายก็ยังอยู่ คนสั่งการก็ยังอยู่ เขาจะบอกว่าใครสั่งครับ ถ้าทักษิณสั่งก็ประหารชีวิตเขาเลยสิ พูดอยู่ได้ไม่เห็นจะสอบเลย ทุกเรื่องสอบหมดยกเว้น กรือเซะ-ตากใบ ทําไมไม่สอบล่ะ ไม่สอบเพราะรู้ คนกลุ่มนั้น ยังฆ่าคนอยู่จนกระทั่งบัดนี้ ท่านประธานครับ แก้ปัญหาภาคใต้นี่ตัวเดียวท่านประธานครับ ไม่ใช่ตัวอื่นครับ อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ท่านประธาน ประวัติศาสตร์ชาติไทย มันไม่ใช่ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ นะครับ ประเทศไทยมีตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ แต่ประวัติศาสตร์ที่นั่นเขาพูด ถึงประวัติศาสตร์สยามประเทศ ทําไมไม่กล้าพูดเรื่องประวัติศาสตร์สยามประเทศล่ะ ผมไปพูด ไม่กี่วันนี้ก็ไปพูด ผมบอกว่าสยามประเทศนี่มันหมดไปแล้วละ เดี๋ยวนี้มันเป็นประเทศไทย คุณจะต้องเข้าใจว่านี่เมืองไทยมันต้องพูดตั้งแต่ตอนนี้มา เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นี่เขาก็ยังพูดเรื่องประวัติศาสตร์ของสยามประเทศไปรุกราน เขาอยู่นั่นละ แล้วไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะเราตัดตอนประวัติศาสตร์ การตัดตอนประวัติศาสตร์ไม่ยอมรับเรื่องจริง แต่เรื่องการเมืองเสมือนจริงมันจึงเกิดการ แตกแยกตลอดเวลา ท่านประธานครับ มีระเบิดอยู่หลุมหนึ่งท่านประธาน ห่างหมู่บ้านผม นับได้เลยท่านประธานครับ ประมาณ ๑๕๐ เมตรท่านประธาน ผมไปดูเพราะผม เป็นทหารเก่ามันเจาะข้างถนนท่านประธาน แล้วเวลาเจาะข้างถนน อย่างนี้ผมไปศึกษา เทคนิคเขาเอาอะไรเจาะครับ เขาเอาเครื่องเจาะหญ้าครับ เปลี่ยนหัวแล้วเจาะข้างถนน และไปถามชาวบ้านไม่มีใครรู้ ผมตกใจเลย ผมยกมือไหว้ ผมขออนุญาตกลับ เพราะอะไรครับ เพราะผมรู้ว่าวันนี้มันเหมือนประเทศเวียดนามใต้ตอนก่อนจะแตกเลย ชาวบ้านเขา ไม่ให้ความร่วมมือ เจาะถนนขนาดนี้ไม่มีใครไม่รู้ แต่เขาไม่มั่นใจใครเลย เขาเป็นผู้น่าสงสาร ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดเราอย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ เราอย่าไปเพิ่มเครื่องมือ ปราบปรามประชาชน กดหัวประชาชน เราต้องให้โอกาสเขาครับ ในนี้ผมเห็นใครดี ผมเห็น ของหมอแวกับคุณวิรัตน์ครับท่านครับ เขาจะตั้งสภาขึ้นมาเพื่อกํากับดูแล ตรงนี้เขาเขียน ว่าให้ทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ผมบอกว่าอยากจะแปรญัตติเพิ่มภารกิจเข้าไปได้ไหม ให้เขา มากํากับดูแลองค์กรที่ไปทํางานในพื้นที่ อย่างนี้ใช่เลยท่านนายกรัฐมนตรี ให้ชาวบ้าน เขาเลือกกันเอง มากํากับดูแลทุกหน่วยงานที่ไปใช้งานในพื้นที่เขา ใช้เงินในพื้นที่เขา วันนี้ใครเข้าไปตรวจสอบก็ไม่ได้ พวกครูบาอาจารย์นี่ครับ ผมเห็นรัฐมนตรีผมดีใจ ครูบาอาจารย์เขาตกใจท่านประธานครับ วันดีคืนดีเขากลายเป็นผู้รับกรรม วิธีแก้ ท่านประธานครับ ๑. อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ ยอมรับว่าเราเป็นสยามประเทศ เราทําอะไรบ้าง ก็ยอมรับเสียว่าอันนั้นมันเป็นเรื่องเก่าแล้วจะแก้อย่างไร เรื่องที่ ๒ เรื่องอันไหนครับ นอกจากไม่ตัดตอนประวัติศาสตร์แล้วท่าน เราต้องทําให้ผู้เสียหายหรือ จําเลยสังคมกลายเป็นผู้มีเกียรติท่านประธาน พวกผมเข้าป่า ตราหน้าตรงหัวนี้คืออะไรครับ ก่อการร้ายแห่งแผ่นดิน ผู้ทําลายชาติ ผู้ขายชาติ พอเขาจะแก้ปัญหาเขาว่าอย่างไรครับ ไม่ใช่เรียก ผู้ก่อการร้าย นะครับ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย นั่นคือการให้เกียรติจําเลย ให้เกียรติคน ที่เสียหาย ให้เกียรติของผู้รับกรรมทั้งหลายมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย วันนี้เป็นอย่างไรครับ รัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไรท่านประธาน ยกเว้นท่านรัฐมนตรีนะครับ คนอื่นครับ เวลาบอกว่าจะสามัคคี จะผ่อนปรนอะไรบอกว่า ยกเว้นคดีอาญานะ ท่านเห็นไหมครับ ยกเว้นทําไม มันเกิดขึ้นตรงนั้นก็เพราะการเมือง ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผม พูดมานี้ ผมชี้ให้เห็นว่าวันนี้ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องแก้ปัญหาภาคใต้โดยเชิงระบบ ผมทายเลยนะครับท่านครับ ถ้าตัดตอนประวัติศาสตร์ ถ้าไม่ให้เกียรติผู้เสียหาย ผมบอก ท่านเลยนะครับว่าเราจะสูญเสียสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด ความรุนแรงทั้งหลายทั้งมวลนี้ ไม่ได้กําหนดโดยฝ่ายประชาชนนะท่านประธาน วันนี้การระเบิดตัวเองตายนี้ คุณจะเรียกอะไร ก็ตามนี้นะครับ มันเป็นเพียงอารมณ์ ความรู้สึก เมื่อไรที่มันพัฒนามาถึงจุดว่าอยู่กับตาย มีค่าเท่ากัน อันนั้นละการพลีชีพจะเป็นเหตุผล แล้วเราจะอยู่กันลําบากท่านประธานครับ วันนี้ท่านประธานผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ วันนี้ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง มีแม่คนหนึ่ง มีลูก ๕ คน ท่านรัฐมนตรีครับ มีลูกอยู่ ๕ คนครับ ลูกเขา ๓ คนถูกหมายจับครับ ผมถามว่า เขาถูกหมายจับเพราะอะไรครับ คําตอบคืออะไรท่านประธานครับ เขาคิดนานมาก คงเป็น เพราะว่าลูกเขา ๓ คนนี้ไม่ไปอบรมเลย อันนี้ผมกลับไปเรื่องอื่นที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านเชื่อไหมครับ ทุกหน่วยงานเข้าไปในพื้นที่อบรมหมดเลยท่านประธาน แล้วคน ทุกหน่วยงานมีงบอบรม แล้วก็ไปอบรมในพื้นที่ จะเอาไปอบรมตรงนั้นหรือออกมาอบรม ข้างนอกก็ตามหรือไปดูงานก็ตามก็คืออบรม แต่คนที่ถูกอบรมนี้คือคนเดิมท่านประธานครับ คนบางคนเป็นผู้นําศาสนานะครับ ถูกอบรมทุกเดือน เดือนละ ๒ ครั้ง ไม่ต้องทํามาหากิน อะไรเลย ไม่มาก็ถูกข้อกล่าวหา ระเบิดตูมตอนเช้า ตอนเย็นออกหมายจับเลยวิเศษอะไร ขนาดนั้น วันนี้เราอย่าไปยกระดับการต่อสู้โดยกระบวนการของภาครัฐเลยครับ ทั้งหมด ที่ผมพูดนี้ มันเกี่ยวกับกฎหมายตรงไหน ผมกําลังมองว่ากฎหมายฉบับนี้จะกลายเป็น เครื่องมือที่ก่อความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าจะผ่อนปรนได้โดยวิธีไหนครับ เอาของ คุณหมอแวกับของคุณวิรัตน์มาปัดฝุ่นดูให้ดี ในนั้นเขาเขียนว่าเป็นสภาท่านประธานครับ สภานี้อย่าไปทําหน้าที่แค่นี้เลย ให้เขามากํากับดูแลและมาตรวจสอบด้วยมันถึงจะแก้ปัญหาได้ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาผมใช้เวลาท่านประธานมา ๒๐ นาทีแล้วก็มากพอแล้วท่านประธาน แต่ผมคิด ว่านี่คือปัญหาของแผ่นดิน ผมจะแปรญัตติผ่านท่านประธานทันทีนะครับ ฝ่ายเลขาธิการ จดไว้ด้วยนะครับ ผมจะแปรญัตติผมจะพูดทุกมาตราเลยในชั้นแปรญัตติครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเจือ ราชสีห์ ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองดีใจ เป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธานครับ ในวันนี้ที่กฎหมาย ศอ.บต. ได้เข้าสภาหลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาว่านโยบายเร่งด่วนรัฐบาลจะจัดให้มีสํานักงานบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร นั่นคือนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ได้ประกาศกับ สภาของเรา ถ้าเราย้อนหลังกลับไปหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายต่อสภาแล้ว รัฐบาลให้ความสําคัญ ให้ความสนใจกับเรื่องภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย ๕ ปีที่ผ่านมา วิกฤติของภาคใต้ผู้คนทั่วประเทศอยากเห็นความสงบ คนทั่วประเทศยอมรับว่าภาคใต้ มีวิกฤติแล้ว รัฐบาลชุดนี้ไม่รอช้าครับท่านประธานครับ เข้ามาก็อยากจะให้ภาคใต้กลับมา สงบอย่างรวดเร็ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติ ครม. ให้มี ครม. ใต้เพื่อมาดูแล ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น ครม. พัฒนาพื้นที่พิเศษ อันนี้สําคัญมากครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องของภาคใต้ที่ผ่านมาไม่ว่าหน่วยงานไหนก็แล้วแต่เมื่อไป อยู่เป็นหน่วยงานฝากเท่านั้นละครับ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศในที่ประชุม ครม. ชัดเจน วันนั้นว่าหลังจากนี้ต่อไปแล้วท่านรัฐมนตรีท่านใดที่ได้เป็นคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน แผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ถ้าท่านจะอยู่ ถ้าท่านไม่คัดค้านในมติ ครม. นั้น ถือว่าเห็นด้วย ถ้าท่านไม่เข้าประชุมท่านก็ต้องยอมรับในมติ ครม. เหตุผล เพราะอะไรครับ เพราะว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาเราคาราคาซังมาก เราแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ความเด็ดขาดตรงนี้ละครับ แล้วก็ได้ตั้ง คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเป็น กรณีพิเศษเพื่อจะจัดทํานโยบายของคณะรัฐมนตรีภาคใต้ให้สําเร็จให้จงได้ครับ อยากจะ เรียนยํ้า เท่าที่ได้ติดตามนโยบายของรัฐบาลกับท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องการจะ พัฒนาภาคใต้เป็นหลักครับ หลังจากที่เรามีวิกฤติ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนในเขต อย่างน้อย ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรายังไม่สามารถอยู่ดีกินดีได้ รัฐบาลได้เล็งเห็น ถึงความสําคัญตรงนี้ละครับ ก็ ครม. ใต้ก็มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนแผนพัฒนา พื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถาวร เสนเนียม เป็นรองประธานในการที่จะขับเคลื่อนเพื่อที่จะกําหนดนโยบายของ รัฐบาลให้เป็นจริงให้ได้ เมื่อสักครู่ได้ยินเพื่อนสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติได้พูดว่ารัฐบาล แก้ปัญหาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจะนํา ความรุนแรงมาสู่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเองเห็นแย้ง เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เห็นต่างโดยสิ้นเชิง จริง ๆ แล้วรัฐบาลต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จาก ๔ จังหวัดแล้วก็ ๔ อําเภอของ จังหวัดสงขลาเป็นการพัฒนาทั้ง ๕ จังหวัดต่างหาก ผมเองอยู่จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา ความรุนแรงใน ๔ อําเภอที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลามีทั้งหมด ๑๖ อําเภอ อีก ๑๒ อําเภอนั้นก็อีหลักอีเหลื่อในการพัฒนา เพราะว่ากฎหมายมันไม่ครอบคลุมว่า ๑๒ อําเภอ ในขณะบ้านอยู่ใกล้กันบอกว่าอีก ๔ อําเภอเราได้รับสิทธิพิเศษอีกอย่างหนึ่ง แต่ว่าอีก ๑๒ อําเภอเราไม่ได้รับสิทธิพิเศษ คณะรัฐบาลชุดนี้ก็เลยบอกว่าต่อไปเราจะพัฒนาให้ทั้งหมดทั้ง ๑๒ อําเภอ แต่ทั้ง ๑๖ อําเภอเพิ่มขึ้นมาอีก ๑๒ อําเภอ ตรงนี้ละครับพี่น้องชาวจังหวัดสงขลาฝากมาขอบคุณ ถึงรัฐบาลว่าต่อไปในการบังคับใช้ของจังหวัดสงขลาอย่างน้อยทั้งหมด ๑๖ อําเภอบังคับ ใช้ทั้งหมดครับ การพัฒนาเป็นหัวใจให้กับพี่น้องประชาชนทางภาคใต้ อย่างที่ผ่านมา เมื่อเดือนที่แล้ว ทางภาคใต้เรามีเงินในการที่จะให้กับหมู่บ้านอย่างน้อย ๒๒๘,๐๐๐ บาท ต่อหมู่บ้าน เมื่อก่อน ๑๒ อําเภอของจังหวัดสงขลาไม่ได้รับครับ แต่ว่าหลังจากที่มติ คณะรัฐมนตรีภาคใต้ออกไปพี่น้องในเขต ๑๒ อําเภอของภาคใต้ได้รับในการพัฒนาด้วย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร ซึ่งดูแลเรื่องนี้ก็ได้ไปมอบกดปุ่มเงินให้กับพี่น้องประชาชน ในอีก ๑๒ อําเภอของจังหวัดสงขลาซึ่งได้รับเงินไปแล้วครับ แล้วก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจครับ โครงการทุกโครงการรัฐบาลไม่ได้เป็นคนกําหนด ชาวบ้านคิดกันเอง มีอยู่หมู่บ้านหนึ่ง ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า การพัฒนาหมู่บ้านชาวบ้านคิดกันเอง ทํากันเอง ชาวบ้าน บอกว่าเรา ๑ หมู่บ้านได้เงินมา ๒๒๘,๐๐๐ บาท เรามีที่ดินอยู่เอาไปซื้อที่ดินแล้วก็ปลูก ยางพาราครับ เรื่องเหล่านี้ครับรัฐบาลตั้งใจจริง ๆ ที่อยากจะเห็นความอยู่ดีกินดี จากเมื่อก่อนหรือปัจจุบันพี่น้องประชาชนมีรายได้ต่อครัวเรือน ๖๔,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือนต่อปี รัฐบาลชุดนี้จะยกระดับ ยกรายได้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อครอบครัวต่อปี นั่นคือความฝันของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าต้องการที่จะ ให้พี่น้องในภาคใต้ลืมตาอ้าปากขึ้นให้ได้ นั่นคือสิ่งที่อยากจะย้อนกลับไป แล้วถามว่า กฎหมายฉบับนี้มันมีประโยชน์อย่างไร กฎหมายฉบับนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกได้ไปดูในเนื้อหา ทั้งหมดผมเองไม่ได้เป็นกรรมาธิการด้วย แต่ขอเรียนกับท่านประธานว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยมาตรา ๖ ที่ในกฎหมายนี้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อันนี้ เป็นเรื่องหัวใจที่มันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล อันนี้เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้ที่จะมีความประสงค์มีความตั้งใจอยากจะ พัฒนาเรื่องชายแดนภาคใต้เพื่อจะให้ทัดเทียมกับพี่น้องทั่วประเทศ มาตราที่เห็นว่า มีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือว่าเราจะจัดให้มีสภาเสริมสร้างสันติสุข คือให้มี พี่น้องอย่างน้อย ๕๐ คน เข้ามาอยู่ในหน่วยงานที่เรากําลังจะตั้งขึ้นมาเพื่อให้พี่น้องได้เป็น ตัวแทนในการนําเสนอ นําปัญหาขึ้นมาในการที่จะช่วยกันที่จะกําหนดทิศทาง กําหนดการ แก้ปัญหาของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อกฎหมาย ฉบับนี้ผ่านสภาไปเราสามารถที่จะเป็นเครื่องมือสําคัญในการที่จะพัฒนาชายแดนภาคใต้ ในการที่จะแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ให้ได้ตามที่พี่น้องทั่วประเทศมุ่งหวัง แล้วก็อย่างน้อย ๆ ผมเองเป็นตัวแทนของพี่น้องในเขต ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องขอขอบพระคุณ ทางรัฐบาลได้นําเสนอกฎหมายนี้ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านนะครับ เนื่องจากว่าทางวิปฝ่ำยค้านแล้ววิปฝ่ำยรัฐบาลได้ตกลงกันไว้ว่า พอเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านใดจะไปรดนํ้าศพ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ที่วัดใกล้ ๆ นี้ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ศาลา ๑๐๐ ปี ทางสภาได้จัดรถเตรียมเอาไว้พร้อมตอนเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกานะครับ ก็แล้วแต่ท่านใด ที่มีความประสงค์จะไปนะครับ เพราะเราจะอภิปรายตลอดไปจนจบพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับวันนี้ละครับ มีอะไรครับท่าน

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอความกรุณา ท่านประธานนิดเดียวค่ะ ท่านช่วยอ่านรายชื่อตามลําดับที่ประสงค์จะอภิปรายได้ไหมคะ จะได้ทราบว่าอยู่ที่ตรงไหนกัน ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมจะอ่านนะครับ คือต่อไปคุณวิเชียร ขาวขํา ๕ นาที เขียนไว้อย่างนั้นนะครับ ผมก็อ่านตามนั้นละครับ แล้วก็ถ้าฝ่ายทางพรรคประชาธิปัตย์ก็มีคุณเจะอามิง โตะตาหยง คุณสมัย เจริญช่าง คุณผุสดี ตามไท คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม คุณอันวาร์ สาและ คุณอรรถพร พลบุตร คุณประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ คุณอับดุลการิม เด็งระกีนา คุณลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ คุณพีรยศ ราฮิมมูลา นี่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มีอีกหลายท่านครับ มีท่านอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส่วนทางฝ่ายพรรคเพื่อไทย หลังจากคุณวิเชียรแล้วก็มีคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ คุณวิทยา บุรณศิริ คุณนัจมุดดีน อูมา คุณนพคุณ รัฐผไท คุณประสิทธิ์ คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณสมชาย เพศประเสริฐ คุณฐิติมา ฉายแสง พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ คุณนิยม เวชกามา คุณเรวัต สิรินุกุล คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณทองดี มนิสสาร ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย คุณสมคิด บาลไธสง พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม คุณสถาพร มณีรัตน์ ตามรายชื่อดังนี้นะครับ ขอเรียนให้ท่านทราบนะครับ เชิญคุณวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ความจริงทุกคน ก็มีเวลาอยู่ ๒๐ นาที แต่ว่าเมื่อท่านซูการ์โน มะทา ได้ขอเฉลี่ยเวลาไป ผมก็ยินดีที่จะ อภิปรายเพียงสั้น ๆ ๕ นาทีเท่านั้น กราบเรียนท่านประธานว่าความจริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ เป็ นกฎหมายพิเศษที่เป็ นกฎหมายซ้อนกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน นั่นหมายความว่าทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศไทยนั้นมีกฎหมายอื่น ๆ ในการบริหารราชการ แผ่นดินอยู่แล้ว แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็เป็นกฎหมายที่ทับซ้อนกฎหมายของ ๓ จังหวัด หรือจะเป็น ๕ จังหวัด ๖ จังหวัดในอนาคตตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดอันนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าความเห็นของด้านฝ่ายค้านก็คือว่าเป็นกฎหมายซ้อนกฎหมาย ที่เข้ามาทําให้กฎหมายอื่นจะต้องบังคับใช้ไม่ได้ถ้าหากกฎหมายนี้บังคับไป แล้วกฎหมาย รัฐธรรมนูญบางมาตราก็ขัดแย้งกับนัยของกฎหมายในทั้ง ๒๘ มาตรานี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าเราย้อนดูดี ๆ ว่าความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ด้วยซํ้าไป ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ถ้าเราเทียบเคียงว่าคนใต้รักคนใต้ คนใต้อยู่ตามวิถีชีวิตของ คนภาคใต้ อยู่กันด้วยความรัก ความสมัครสมานสามัคคี เรื่องกฎหมายฉบับนี้จะไม่เกิดขึ้น โดยเด็ดขาด แล้วอีกอย่างหนึ่ง ความรุนแรงในภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์เองเป็นพรรค ที่เข้าใจและรู้ปัญหามากที่สุด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นแล้วอย่างต่อเนื่องยาวนานมา มีหัวหน้าพรรคคนแล้วคนเล่าที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฐานที่มั่นส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือภาคใต้ ความเป็ นจริงแล้ ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้และรัฐมนตรีที่เป็นคนภาคใต้น่าจะทําความเข้าใจ และคุยกับคนภาคใต้ที่ก่อความรุนแรงเกิดขึ้น ส.ส. ในภาคอีสานหรือภาคอื่น ๆ และ ประชาชนในภาคอื่นเราเฝ้ำดูด้วยความห่วงใย ทําไมในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีนั้น พี่น้องประชาชนชาวใต้ทําไมบาดเจ็บล้มตายจากฝีมือการก่อการร้าย เป็นใครกันแน่ ที่ก่อการร้ายทําให้คนใต้ต้องเสียชีวิต ไม่ใช่เฉพาะคนอื่นตํารวจ ทหารที่เข้าไปอยู่เท่านั้น คนใต้ที่ดํารงชีวิตเป็นปกติสุขก็สังเวยชีวิตมานับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้สังคม ทั้งประเทศก็ขบคิดอยู่เหมือนกันว่าทําไมภาคอื่น ๆ ไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ ทําไมภาคอื่น ไม่ต้องออกกฎหมายเช่นนี้ ท่านประธานครับ เพียง ๕ นาทีสั้น ๆ นี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า เอาละ เมื่อรัฐบาลได้นําเสนอและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอ กฎหมายเข้ามาในสภาแล้ว ผมขออนุญาตมาตราเดียวก็คือในมาตรา ๓ ในมาตรา ๓ นั้น คํานิยามต่าง ๆ คําว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดิมทีเดียวก็หมายความว่า ๓ จังหวัด คือจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลาเท่านั้น คณะรัฐมนตรีได้เสนอ แล้วก็เพิ่มจังหวัดสตูลเข้ามาและจังหวัดสงขลาเต็มพื้นที่ และนอกจากนั้นยังเขียนว่า และจังหวัดอื่นหรือบางพื้นที่อื่นของจังหวัดในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเดิมทีเดียว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเรื่องความ ห่วงใยจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศใน ๒ มิติ

มิติที่ ๑ ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ในเมื่อผลกระทบทางด้านความไม่สงบในเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรื่องเศรษฐกิจก็กระทบทําให้ปัญหาพี่น้องประชาชน ต้องดํารงชีวิตอย่างยากลําบาก

มิติที่ ๒ ก็คือความมั่นคง ๒ เรื่องนี้ถ้าเรามาเพิ่มเติมเป็นจังหวัดสงขลา ทั้งหมด ๑๖ อําเภอ และจังหวัดสตูลเพิ่มขึ้น ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นกับ จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล อันนี้ฝากเป็นข้อสังเกตคณะกรรมาธิการในอนาคต และ ในมาตราเดียวกันนั้น ขออนุญาตท่านประธานอีก ๑ นาทีนะครับ ในคํานิยามคําว่า ฝ่ายพลเรือน หมายความว่าหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ฝ่ำยทหาร ฝ่ำยอัยการหรือฝ่ำยตุลาการ นั่นหมายความว่านอกเหนือจาก ๓ ฝ่ายนี้อยู่ในคําว่า ฝ่ายพลเรือน นั่นรวมทั้งตํารวจด้วย ซึ่งมันจะไปขัดแย้งกับพระราชบัญญัติสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายพลเรือน เพราะอย่างนี้คณะกรรมาธิการจะต้องดูในเรื่องนี้แล้วฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าวันนี้เราเห็นภาพของคณะผู้บริหาร โรงเรียนมาจากทั่วประเทศ มานั่งเฝ้ำนั่งรอเสมือนหนึ่งเหมือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในวันนั้น แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยนําเสนอและหยิบยกกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมา เพื่อที่จะให้ขวัญและ กําลังของข้าราชการ ผู้อํานวยการโรงเรียนมาในวันนี้เลย ผมสงสัยเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ หลังจากร่างพระราชบัญญัตินี้และ ๒ ฉบับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปรึกษากับทางรัฐบาลนําเสนอระเบียบวาระที่ ๕.๔๖-๕.๕๑ ขึ้นมาพิจารณาในวันพรุ่งนี้ได้ มันจะเป็นขวัญกําลังใจของพี่น้องครูทั่วประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานแสดงข้อคิดเห็น โดยเฉพาะในร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... กระผมขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า ร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสําคัญ ในการที่จะเป็นเครื่องมือฉบับหนึ่งที่จะต้องไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นมาตลอด เหตุผลประเด็นหนึ่งที่กระผมต้องยอมรับว่ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ก็ด้วยเหตุว่าก่อนหน้านี้เป็นที่ยอมรับครับท่านประธานว่าการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากนโยบายของรัฐบาล ก่อนหน้านี้คือ รัฐบาลภายใต้การนําของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เกิดความผิดพลาดกับการกําหนด นโยบายไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ผมพูด ไม่ได้เป็นการปรักปรําหรือให้ร้าย แต่ด้วยพื้นฐานข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ท่านประธาน กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ตรงกันทั้งนักวิชาการ และ นักการเมือง และคนที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยอมรับอยู่อย่างหนึ่งครับว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดเหตุการณ์ไฟใต้ที่เราจะต้องยอมรับ ที่รัฐบาล โดยเฉพาะท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าเป็นโจรกระจอกนั้นมันไม่จริงครับ ท่านประธาน ผมในฐานะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ได้ไปศึกษาเรื่องนี้เพื่อจะ นําเสนอต่อสภา สิ่งที่ปรากฏชัดเจน ณ วันนี้คือกระบวนการในการต่อสู้ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นแอบแฝงไปด้วยกลุ่มก่อความไม่สงบด้วยกัน ๑๐ กระบวนการด้วยกัน นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลในสมัยนั้นพูดว่าโจรกระจอกนั้นไม่จริงครับท่านประธาน แอบแฝงด้วยการเคลื่อนไหว และเป้ำหมายสูงสุดของกลุ่มเหล่านี้ก็คือต้องการแยก ดินแดนนั้นเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่ารัฐบาลสมัยของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดูนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดพลาด ท่านประธานพอที่จะได้ แลเห็นว่าจําเป็นที่รัฐบาลจะต้องตรากฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นมันเกิดจากปัญหาว่าหลังจากที่รัฐบาลได้ ประกาศใช้พระราชกําหนดไปกําหนดและดูแลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง จนเป็น กระบวนการเป็นที่มาว่ามันมีเกิดจากการทํางานผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่อาศัยช่องทาง ของพระราชกําหนดไปดําเนินการผิดพลาดต่อพี่น้องประชาชน จนเกิดเป็นที่มาที่ไปว่า ประชาชนนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนนั้นไม่ได้รับสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ได้เขียนไว้ และที่ได้ประกาศใช้กับประชาชนโดยทั่วไป นี่คือเหตุผลครับว่า พอกระบวนการเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาอย่างนี้ ก็รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ ท่านประกาศอย่างชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลของท่านคือการเมืองนําการทหาร ในขณะที่รัฐบาลประกาศขึ้นมาปั๊บ ต้องยอมรับว่าประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับว่ารัฐบาลกําลังจะดําเนินการการแก้ไขปัญหานั้นถูกต้อง และเป็นไปตามที่ นักวิชาการและประชาชนเขาต้องการ นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์เอา ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นที่ตั้งในการกําหนดนโยบายในการเข้าไปแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องยอมรับว่าในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความสลับซับซ้อน มีความสลับซับซ้อนในการแก้ไขปัญหา และปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นบนเงื่อนไขหลายเงื่อนไขจากการดําเนินการ การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผมเห็นด้วยกับรัฐบาล และผมเห็นดีด้วยกับรัฐบาลที่พยายาม จะมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเงื่อนไขนั้นค่อย ๆ แก้กันไป แต่สิ่งที่จะต้องยอมรับ สังคม จะต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันไม่ใช่ เรื่องง่าย ใครมาเป็นรัฐบาลในขณะนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้จบภายในเดือนหรือ ๒ เดือน เพราะปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเราต้องยอมรับว่า เกิดขึ้นและรุนแรงขึ้นนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยปี ๒๕๔๕ จนถึงวันนี้ประชาชนเกิดการ เสียชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประชาชนทั้งพุทธ และมุสลิมเสียชีวิตจากสถานการณ์ ความไม่สงบนั้นอย่างต่อเนื่องและหลายพันคนครับท่านประธาน แต่ด้วยความดีใจของ กระผมนั้นต้องย้อนกลับไปดูในเอกสารที่ผมได้ศึกษาไว้ครับท่านประธานว่ามีอยู่ใน ช่วงหนึ่ง และต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่ปีสองปี มันเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและมานานด้วย และสิ่งที่ได้แลเห็นอย่างชัดเจนที่ผมได้ตาม ในเอกสาร ว่าในปี ๒๕๕๓ ได้เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียง ๑๕ ครั้งครับท่านประธาน นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลในสมัยนั้นแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ถูกจุด จนสถานการณ์ที่มีการก่อความไม่สงบนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงครับท่านประธาน เรากลับมาดูว่าจากจุดนโยบายของรัฐบาลที่ได้ผิดพลาดนั้น ก็ได้ทําให้สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงมากขึ้น จนว่าในปี ๒๕๔๗ นั้น ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเท่าที่ผมมีเอกสารอยู่ครับท่านประธาน เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาหลายพันเหตุการณ์ครับ ก็เป็นเรื่องที่หวาดวิตกของคนทั้งประเทศ ณ วันนี้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นปัญหาของผู้คนทั้งประเทศที่ด้วย ความเป็นห่วงเป็นใยในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเมื่อไรมันจะได้ยุติกันเสียที เครื่องมือนี้ละครับ พระราชบัญญัตินี้เป็นเครื่องมือฉบับหนึ่งที่จะต้องเข้าไปกํากับการดูแล ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ด้วยเหตุผลว่า ช่วงหนึ่งศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งแต่เดิมนั้นก็มีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นํานโยบายกับแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นค่อนข้างที่จะสําเร็จ จนสถานการณ์ที่ผม กล่าวถึงเมื่อสักครู่นั้นได้ลดน้อยลง ๆ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองกลับไปดูว่า ในปี ๒๕๔๗ เกิดเหตุการณ์ขึ้นทั้งหมด ๑,๑๓๗ ครั้ง เกิดจากการสนับสนุนการดําเนินการ นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นผิดพลาดอย่างไรครับท่านประธาน จนถึงในระยะ ๕ ปี มันเกิดเหตุการณ์ทั้งหมด ๘,๑๐๑ ครั้ง นี่ผมไม่ได้จดตัวเลขเองนะครับ เป็นเอกสารที่ได้ รวบรวมข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ ผมพูด บนพื้นฐานที่เป็นจริงครับท่านประธานว่า กระบวนการทั้งหลายนั้นถ้าเรามองโจทย์ ตั้งโจทย์ผิด เราไปกําหนดนโยบาย รัฐบาลไปกําหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหา มันก็ ผิดพลาด การตั้งสมมุติฐานของรัฐบาลในสมัยนั้นเราต้องยอมรับว่าการตั้งโจทย์ผิดพลาด อย่างแน่นอน จนถึงกระบวนการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้บานปลาย มาถึงขณะนี้ ผมถามว่า ณ รัฐบาลในสมัยนั้น ถ้าเกิดรัฐบาลกําหนดนโยบายถูกต้อง ผมถามว่าวันนั้นนับถึงวันนี้จะมีปัญหาให้รัฐบาลวันนี้เข้าไปแก้ไขปัญหาหรือครับ ถ้านโยบายสมัยนั้นถูกต้อง นี่ส่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น ผิดพลาดอย่างแน่นอน มาถึง ๓-๔ รัฐบาล กลับมาถึงรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ วันนี้ต้อง กลับไปแก้ ถามว่าแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากรัฐบาลไหน มันไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาล ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เกิดขึ้นจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นเลย การที่สมาชิก จะขึ้นมากล่าวอ้างว่ารัฐบาลภายใต้การนําของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์นั้นเกิดความผิดพลาด ผมยังไม่ยอมรับครับท่านประธาน กระบวนการทั้งหลายอยู่ในกระบวนการการขับเคลื่อน แต่สิ่งที่ผมจะต้องให้ท่านได้ดูได้แลเห็นว่า บางคนเขาก็พูดถึงว่า ทําไมต้องให้งบศูนย์ อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กันเยอะแยะมากมาย ในข้อเท็จจริง ถ้ากลับไปดูแล้ว งบประมาณที่มีกันมากมายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่จะลงใน งบของบุคลากร เวลาผมกลับไปตาม ผมไปตามดูในงบประมาณของศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรไป ในปี ๒๕๕๐ ได้เพียง ๖๖๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๑ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ ๑,๗๕๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ๑,๖๖๓ ล้านบาท นี่อย่างไรครับ งบที่กําลังจะนําไปสู่ในการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ แค่นี้เองครับ ก่อนหน้านี้ท่านประธานต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่า ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นกระบวนการ เป็นเครื่องมือของ รัฐบาลที่เข้าไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เหมือนยักษ์ที่ขาดกระบอง เป็นยักษ์ ที่ขาดกระบอง เพราะว่าไม่มีอํานาจในตัวเอง ณ วันนี้จําเป็นที่จะต้องตรากฎหมายนี้ ออกไปเพื่อให้รองรับกับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีอํานาจกับตัวเองครับท่านประธาน ในการเข้ากํากับดูแล ในการดูแลทั้งราชการ การดูแลในการพัฒนา แม้กระทั่งการสร้างมวลชนใหม่ โดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลได้ให้ ความสําคัญมากก็คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายของตัวเอง ทั้งหลายทั้งปวงจะขับเคลื่อนไปได้ก็เพราะว่าศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้เอากําลังพล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปอยู่ในศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างชัดเจน ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง เพราะว่าข้อมูลของผมนี้จะมีความแตกต่างจากเพื่อนสมาชิกและ เป็นประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝ่ายรัฐบาลเสนอมาว่าคนละ ๑๐ นาทีเองนะครับ เพราะฉะนั้นรวบรัดหน่อยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธาน ผมใช้เวลา ไม่มากกว่านี้ อีกนิดเดียวท่านประธาน ผมขออนุญาตเสริมนิดเดียวเพื่อเป็นข้อมูลครับ ท่านประธานที่เคารพ ณ วันนี้ในขณะที่ยังไม่มีศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อตกลงท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย เพราะที่ท่าน พูดมาผมอยากเรียนว่าเป็นการพูดจาใส่ร้ายผู้อื่นตลอด ผมไม่อยากประท้วงครับ แต่ว่า ท่านพูดจาใส่ร้ายคนตลอดเวลา ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เพิ่งเกิดนะครับท่านประธาน มันเกิด มาเกือบ ๔๐-๕๐ ปี ท่านพูดมันซํ้าประเด็น พูดไปพูดมาก็ด่าท่านทักษิณ มันเป็นอะไรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวถึงคิวคุณหมออภิปราย

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านเกินเวลานะครับ ท่านประธาน ท่านอย่าทักคนอื่น ไม่อย่างนั้นผมก็เอาเวลาของท่านเจะอามิงเป็นหลักนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็พยายามจะให้เกินนิดเกินหน่อยนะครับ แต่อย่าเกินมาก ก็บางทีสาระมันไม่จบ ก็อยากให้จบ แต่ให้กระชับหน่อยนะครับ ท่านเจะอามิงครับขอความกรุณา

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมพูดด้วยความจริงและไม่ได้เป็นการให้ร้าย บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริงนะครับ ผมเรียน ยืนยันว่าประเด็นที่ผมพูดปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่พูดแบบพล่อย ๆ ผมพูด บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ผมเรียนยืนยันต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ก่อนเป็นเบื้องต้ น ผมขออนุญาตท่านประธานอีก ๕ นาที

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นที่ท่านเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ ที่ผมกําลัง จะบอกว่าสิ่งที่กําลังขับเคลื่อนไปของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ จะขับเคลื่อน ได้เร็วมากหากมีกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็สามารถนํากระบวนการนโยบายของรัฐบาล ไปแก้ไขปัญหาได้เร็วและทันที และทันกาลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมยกกรณีตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็นนิดเดียวครับว่าเงื่อนไขหนึ่งที่เกิดขึ้น ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่ดิน ปัญหาที่ดินที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไข วันนี้รัฐบาลได้ไปแก้ไขแล้ว ในกรณีที่ดินเทือกเขาบูโด โดยมี ท่านรัฐมนตรีถาวรที่นั่งอยู่นี่นะครับ ไปแก้ไขคืนสิทธิตามกฎหมายที่เขาควรได้ วันนี้ ได้หลายพันรายแล้วคืนสิทธิ นี่ก็คือเงื่อนไขหนึ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเด็นต่อมาที่ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า กรณีการเรียนของ คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมามีผลกระทบ จนทําให้เกิด โอเน็ต (O-NET) เอเน็ต (A-NET) การสอบของนักเรียน โอเน็ต เอเน็ต อยู่ในระดับที่ ๗๔ ที่ ๗๕ ที่ ๗๖ ของประเทศ วันนี้รัฐมนตรีจุรินทร์ก็ได้ตั้งเข้าไปดูแลเป็นกรณีพิเศษในการดูแล ปัญหาดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับการศึกษา ที่สําคัญที่สุดก็คือการให้งบไป ในปีนี้ของกระทรวงศึกษาธิการจัดงบไป เพื่อไปสนับสนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๒,๑๐๐ ล้านบาท แม้กระทั่งงบของอุสตาซ งบของผู้นําศาสนาคือโต๊ะอิหม่าม วันนี้รัฐบาล ก็เพิ่มค่าตอบแทนขึ้น ซึ่งเดิมคนเหล่านี้เรียกร้องจากรัฐบาลหลายรัฐบาลไม่มีใครทําครับ วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทําไปแล้วครับ และหลาย โครงการที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ที่สาธารณะไม่ได้แลเห็น แม้กระทั่งในการสร้างสนามบิน เพื่อรองรับผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่จังหวัดนราธิวาส วันนี้ก็ได้งบประมาณไปสร้างแล้วครับ แต่ว่ากระบวนการทั้งหลายนั้นถ้ามีเรื่องกฎหมายเหล่านี้อยู่ในมือ กฎหมาย ศบ.ชต. เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แล้วการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาเป็นเครื่องมือที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในการนําการเมืองนําการทหารเข้าไปแก้ไขปัญหาเป็นที่ยอมรับของสังคมครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๐ นาทีครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน นาน ๆ พูดลืมพรรคไปแล้วครับ ผมได้เห็นกฎหมายที่เสนอมาครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าผมรอมาอยู่ ผมได้เฝ้ำมองตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลด้วยความรู้สึกดี ระดับหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่รู้ปัญหาภาคใต้มากที่สุด แล้วคิดว่าการแก้ไข ปัญหาภาคใต้คงจะตรงจุดแล้วไม่อยู่ในสารบบของระบบของข้าราชการประจําเพราะว่า ถ้าเราทราบว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาเฉพาะ เป็นปัญหาที่เร่งด่วน เป็นปัญหาที่ ถ้าปล่อยแล้วจะเรื้อรัง การแก้ไขปัญหานั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยระบบประจําได้ ซึ่งผมได้อภิปรายมาหลายครั้งแล้วว่าถ้ากรณีที่เราเป็นโรคธรรมดานั้นเราหาหมอ เจอเนอะเริล (General) หมอปกติได้ ก็จะผ่านเวชระเบียน ผ่านกระบวนการกว่าที่จะ แก้ไขปัญหาได้นั้น หรือพบหมอได้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่ถ้าเราเป็นอุบัติเหตุมาหรืออะไร ก็ตามที่เป็นไครซิส (Crisis) ก็เข้าอีเมอร์เจินซี (Emergency) แล้วไปผ่าตัดได้เลยโดยผ่าน ทุกขั้นตอน ทีนี้ในช่วงที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นกลับใช้ระบบข้าราชการประจํา ระบบปกติมาแก้ไขปัญหา การแก้ไขโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนเอกชนก็ต้องเข้า สช. การที่จะ ทําเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรม บีโอไอ (BOI) สิ่งแวดล้อม ถ้าท่านยังพึ่งโครงสร้างของ ระบบข้าราชการประจําที่มีพันธนาการของกฎหมายที่มาควบคุมเรื้อรังอยู่แล้วท่านไม่สามารถ แก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ การจะให้ความดีความชอบข้าราชการที่เสี่ยงภัยก็อยู่ในระเบียบ ของ ก.พ. กฎต่าง ๆ การจะให้ขั้น ๒ ขั้น เห็นไหมครับว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้มัน เป็นปัญหาอุปสรรค เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผมก็เฝ้ำวิงวอนตั้งแต่เสนอญัตติแก้ไขปัญหาภาคใต้ แล้วว่าภาคใต้นั้นเป็นไครซิสของสังคม เป็นบาดแผลที่ลึกเพราะฉะนั้นแล้วการผ่าตัด เขาต้องผ่าแป๊ บเดียว เราเอาทหารหน่วยงานเข้าไปผ่าตัดภาคใต้ผ่าไปผ่ามาประกาศ พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรต่อมาเรื่อย ๆ ถ้าเราเป็นโรคเราไปหา หมอผ่าตัดหมอต้องเชี่ยวชาญในสมมุติฐานของโรคแล้วก็ผ่าด้วยความรวดเร็วแล้วส่งมาที่ โอพีดี (OPD) ส่งมาที่หมอปกติ แต่ว่าภาคใต้พอผ่าไปผ่ามามีกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับประโยชน์ต่อการเกิดปัญหาภาคใต้ คนใต้ก็เครียดเพราะว่าพระราชบัญญัติ ความมั่นคงต่อตลอด เพื่อนผมหมอแวมาฮาดีเคยบอกว่าคนกรุงเทพมหานครหรือ คนเชียงใหม่ที่ได้รับการประกาศเป็นกฎหมายพระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรปัจจุบันจะเป็นจะตายประกาศแค่ ๑๐ วัน ๑๔ วัน มีความรู้สึกเครียด มีความรู้สึกว่าเดือดร้อน รัฐบาลไม่ควรประกาศ แต่คนใต้เขาโดนตลอดเวลาเป็นปีแล้วครับ ที่ไปจับใครสามารถดําเนินการต่าง ๆ โดยไม่ต้องสอบสวนแล้วเรื่องเหล่านี้มันเป็นทัศนคติ ผมไม่ได้มองว่าใครผิด ใครถูก มันเป็นยุทธศาสตร์ของการแก้ไขปัญหานั่นก็คือว่า ถ้าเรา มองว่าคนที่ก่อความไม่สงบนั้นผมอยากถามท่านทั้งหลายว่า เขาเป็นคนไทยหรือเปล่า หรือเป็นคนต่างชาติ เป็นอริราชศัตรูต้องฟาดฟันให้เด็ดขาด ไม่ใช่ คนกลุ่มเหล่านี้เป็น เยาวชน เป็นคนไทย เมื่อเป็นคนไทยแล้วเขามีพ่อแม่ พี่น้องเป็นคนไทยหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ การกระทําอะไรก็ตามจะส่งผลต่อมวลชนมากมาย เพราะฉะนั้นแล้วการเอากําลังทหาร เข้าไป ๑. ผมสงสารทหารด้วย เพราะทหารไม่คุ้นกับชายแดนภาคใต้แล้วก็เดิน ลาดตระเวนใช้หน่วยรบ ขณะที่การต่อสู้อีกฝ่ายใช้จรยุทธ จริง ๆ แล้วพวกเราหลายคน นะครับ ผมก็เคยไปตอนเป็น ส.ว. ก็ไป ไม่มีปัญหาอะไรเลยคนภาคใต้ ไม่ได้คิดจะ แบ่งแยก ไม่ได้คิดอะไรที่จะมากมาย แต่กระบวนการปัญหาที่เกิดขึ้นซับซ้อนมา ตลอดเวลาเป็นเพราะว่าเราแก้ปัญหาอย่างไม่บูรณาการ อย่างไม่ครบลูพ (Loop) ครบ ระบบ ทีนี้ผมก็มาดูกฎหมายว่า ดีใจนะครับที่ท่านได้เสนอกฎหมายนี้มาทัน แต่กฎหมายนี้ ผมก็เห็นข้อบกพร่องหรืออย่างที่ท่านสมาชิกได้เสนอมามากมาย แล้วก็ได้มีการเสนอกฎหมายมาประกบ ผมอยากให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงแนวคิดว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้นี้เป็นพันธกิจของทุก ๆ คน ทีนี้เรามาดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ผมอยากจะฝากท่านสมาชิกที่พูดอะไรก็ตามว่า ย้อนระลึกว่า ศอ.บต. ว่าเรื่องต่าง ๆ ใครผิดใครถูก เลิกเถอะครับ ถ้าเราเล่นการเมืองด้วยการโจมตีกันคนละข้างคนละฝ่าย หาคะแนน คะแนนที่จะเกิดขึ้นนั้นใครก็ตามที่ทําให้ภาคใต้นั้นสงบได้ คะแนนจะเกิดขึ้น ทั้งประเทศ เพราะคนไทยรักทุกอณูพื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมดไม่มีการแบ่งแยก ใครก็ตามถ้ากล้าอาสาสมัครแล้วทําเรื่องนี้เสร็จจะได้รับการอนุโมทนาสาธุการจากคนไทย ทั้งหมด แล้วก็จะเห็นว่าท่านเป็นคนที่มีคุณูปการมีความสามารถอย่างยิ่ง ทีนี้เรามาดูว่า ปัญหาภาคใต้มิติที่การมองผมอยากจะฝากเรียนท่านว่า ๑. ปัญหาด้านประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ลังกาสุกะ ตั้งแต่อะไร โครงสร้างประวัติศาสตร์ของภาคใต้นั้นเหมือนจังหวัด เชียงใหม่ที่มีระบบการปกครองเก่าก็ฝังหัวกันมาเป็นมลายูเป็นอะไรต่าง ๆ แต่ว่าจริง ๆ แล้วทําไมในช่วง ๑๐๐ ปีต่าง ๆ เขาก็อยู่กันได้มีความสุข เพราะฉะนั้นแล้วคนกลุ่มใหญ่ ที่เป็นคนมุสลิมทั้งหมดมีความผูกพัน มีความรู้สึกอยู่กันด้วยความสงบสุขอยู่แล้ว แต่มี กลุ่มบุคคลบางกลุ่มเท่านั้นเองที่เราเกิดจากปัญหาด้านการศึกษา หลังจากที่เขาเรียน ปอเนาะจบแล้วโครงสร้างของโรงเรียนปอเนาะระบบโครงสร้างหลักเราไม่ยอมรับว่า เป็นหลักสูตรของรัฐบาล เป็นการสอนด้วยระบบธรรมชาติ แล้วพอไม่รับเขาก็ไม่สามารถ ส่งต่อวิทยฐานะหรือว่าไปเข้ามหาวิทยาลัยเข้าการศึกษาชั้นสูงในประเทศได้ แต่มีประเทศ ต่าง ๆ ไม่ว่าประเทศลิเบีย ประเทศอิรักเขารับ พอเด็กต่าง ๆ เหล่านี้ปีละเป็นร้อยคน ได้รับทุนจากต่างประเทศแล้วปล่อยปละละเลยมาเป็นปี ๆ แล้วกลับมาความคิดฐานของ มุสลิมที่เขาไปรับมาจากต่างประเทศ ผมว่าจะต่างจากความคิดของฐานมุสลิมที่อยู่ ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงเกิดปัญหาที่ต่อมาคือการขัดแย้งกันทางปรัชญาความคิด นะครับ อีกประเด็นหนึ่ง เสร็จแล้วปัญหาที่เราเห็นก็คือปัญหาด้านการศึกษา ปัญหาด้าน ความเชื่อ ปัญหาด้านปรัชญาความคิด แล้วปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ ถ้าเรามองมิติของ ปัญหาให้ครบถ้วนแล้วเราจะมาดูเลยว่าปัญหาของการศึกษา ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่า ทําเสียให้ครบ ถ้าคนไทยที่มุสลิมยังพูดภาษาไทยไม่ได้ ยังเรียนภาษามลายูแล้วก็เรียน ระบบศาสนาอย่างเดียว แล้วก็ไม่เรียนในโครงสร้างหลักมันไปไม่รอดหรอกครับ ความรู้สึกแตกแยก ความรู้สึกแตกต่างมันมีเยอะ สิ่งที่เขาต้องการ สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือ เขาอยากจะใช้ชีวิตเยี่ยงมุสลิมที่ดีในการปฏิบัติศาสนกิจตามที่พระผู้เป็นเจ้าเขากําหนด จากที่ดูเขาไม่ต้องการอะไร เราก็พยายามแก้ ไม่ว่าที่พูดไปแล้วว่ามีธนาคารอิสลามและ เรื่องต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแล้วผมเห็นว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้หรือการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น อย่าทําเฉพาะเรื่อง เฉพาะกิจ เพราะถ้าแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่งแล้วไปติดอีก อย่างหนึ่ง พอท่านช้าไปหนองมันระบม แล้วเสร็จแล้วเรื่องต่าง ๆ มันจะต่อลามไปเรื่อย เพราะฉะนั้นการสร้างองค์กรเหล่านี้ที่ขึ้นมาดีแล้วที่ท่านดําเนินการ ทีนี้เรามาดูว่า ยุทธศาสตร์ที่เราทําปัจจุบัน เราเอาทหารมาต่อสู้เป็นระยะเวลาอันยาวนานเสร็จแล้ว เป็นอย่างไรครับ เราเอาทหารนํา แล้วผลออกมามันบอบชํ้า สังคมก็บอบชํ้า คนก็รู้สึก เครียดพอจับคนผิดไป ทุกคนมองว่านี่คือการต่อสู้ แต่ไม่ใช่เขาคือคนไทย เขาเป็นลูกของเรา ไม่มีพ่อคนไหนฆ่าลูก อย่างมากก็จะต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมอยากให้ ท่านปรับรูปแบบเสีย เปลี่ยนเป็นการเมืองนําการทหาร เปลี่ยนเป็นการดึงกําลังทหารที่อยู่ ในพื้นที่ออกมาอยู่รอบข้างแล้วทําอาสาสมัครขึ้นไป สมัยก่อน ศอ.บต. ที่ประสบ ความสําเร็จ เพราะว่าเป็นแหล่งรวมในการบูรณาการความคิดของทุกหน่วย เวลามีปัญหา อะไรมีทั้งพระ มีทั้งอุสตาซ มีทั้งโต๊ะอิหม่ามมาแก้ไขปัญหากัน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเงินมากเท่านี้ นะครับ เมื่อมีปัญหาแล้วเขาก็สามารถบูรณาการปัญหาชี้นําได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีเวทีให้เขา พูดคนที่อยู่ในกระแสหลักก็เลยทําให้ส่วนล่างนําสิ่งเหล่านี้มาก่อให้เกิดประเด็นปัญหา ผมเสียดายเวลาผมมีน้อยขออนุญาตต่อประธานอีกนิดเดียวนะครับว่าผมอยากให้ ทุกคน ณ วันนี้การพูดเรื่องปัญหาภาคใต้จริงใจกัน แล้วอย่าไปบอกว่าใครผิดใครถูก เพราะไม่อย่างนั้นมันจะสร้างความเกลียดชัง มีความรู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์ ผมขอสรุปให้ ท่านประธานได้ทราบว่า ณ วันนี้มีมาตราต่าง ๆ มากมายที่ผมจะต้องคอมเมนท์ (Comment) ไม่ว่ามาตรา ๖ ผมอยากให้มาตรา ๖ มีตัวแทนเจ้าคณะจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัดด้วย เพราะเรื่องนี้สําคัญ ๓ จังหวัดนั้นเรามี ๒๒๘ วัด หลวงปู่ทวด วัดใหญ่ ๆ ทั้งนั้น อยากให้ สิ่งเหล่านี้บูรณาการความคิดกัน แล้วก็เรื่องต่าง ๆ ในยุทธศาสตร์ที่ผมเห็นว่าดี ก็คือ มาตรา ๑๗ เพราะอย่างที่ผมบอกแล้วว่าเพื่อประโยชน์แห่งความคล่องตัวและประสิทธิภาพ ในการบริหารราชการ นายกรัฐมนตรี ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการทั้งหมด หรือเทียบเท่าจะมอบอํานาจให้เลขาธิการเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนได้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด อันนี้ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการมอบหมายอันนี้เป็น การมอบหมายอํานาจของเขา สมมุติว่าเรื่อง บีโอไอ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการตั้งโรงงาน อุตสาหกรรม อันนี้มอบได้ไหม เพราะปัจจุบันต่าง ๆ ผมอยากเรียนท่านเลยครับว่าการที่ จะทําอะไรก็ตาม หรืออธิบดีกรมศุลกากร กรมสรรพากร กรณีที่ใครไปลงทุนที่นั่น ให้ส่วนลด ไม่ต้องเข้ากรมศุลกากรได้ไหม กรมสรรพากรได้ไหม นั่นคือการมอบอํานาจ ยุทธศาสตร์ที่นี่เลยทั้งหมด หมายถึงเฉพาะกรณีที่ประกาศใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าได้อย่างนั้นผมชมว่าเด็ดขาด นั่นหมายถึงสามารถบูรณาการปัญหาทั้งหมดของ ทุกกระทรวงเฉพาะเรื่องนี้มามอบให้แล้วก็ตัดสินใจ นี่กรณีการใช้อํานาจ

ส่วนกรณีงบประมาณผมไม่เห็นด้วยเลยในการตั้งงบประมาณที่กระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ต่างคนต่างเข้าไปทํา ต้องให้คณะกรรมการชุดนี้เสนออนุมัติ เมื่ออนุมัติแล้ว จะสามารถดําเนินการได้เลย

สุดท้ายนี้ผมขอฝากว่ามีอีกหลายเรื่องที่จะต้องพูดแต่ไม่เป็นอะไร เพราะว่า มันไม่มีเวลา ขอฝากท่านทั้งหลายว่างานที่เราจะทําที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาภาคใต้นั้น มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเจ็บปวด ทุกคนอยากให้สิ่งเหล่านี้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพราะฉะนั้นขอให้ความหวัง แล้วมีอีกอย่างหนึ่งที่อยากฝากมาก เพราะว่ากฎหมายที่เรา เสนออยากให้สภาประชาชนที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลไม่มี ฝ่ายรัฐบาลยังเอาปัญหาของ โครงสร้างเป็นหลัก แล้วเอาปัญหาในเชิงลึกเป็นรอง แต่ว่าที่มีการนําเสนอว่าทําอย่างไร ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ท่านเลิกเสียทีเถอะครับ เอาอํานาจทั้งหมดไว้ที่กระทรวง ทบวง กรม เพราะประชาชนนั้นเขาอยากจะมีอิสระ อยากจะมีการเสนอปัญหาที่ข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นเขาไม่กล้าพูด ผมขอฝากท่านว่าสิ่งสุดท้ายถ้าท่านสามารถสร้ำง คณะกรรมการในระดับชุมชนที่ผมเสนอกับหมอแวได้เสนอแล้ว ขอให้รัฐบาลอย่ามีทิฐิ อะไรก็ตามที่เป็นการแก้ไขปัญหาของสังคม ปัญหาส่วนรวม ถ้าท่านเอาไปใช้ท่านจะ ชนะใจประชาชน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมัย เจริญช่าง แล้วก็ต่อด้วยท่านวิทยา บุรณศิริ นะครับ

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านประธานครับที่จําเป็นจะต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้ในการอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เหตุผลเนื่องจากปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหา ๑ ใน ๕ ปัญหา หลักของประเทศชาติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจ นอกเหนือจาก ปัญหาชายแดนที่มีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกเหนือจากปัญหาไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ และปัญหาคนไทยแตกแยกขาดความสามัคคีแล้ว ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่สร้างบาดแผลให้กับประเทศชาติของเรา ซึ่งถือได้ว่าเราได้ สูญเสียทั้งทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเกียรติภูมิ ชื่อเสียงของ ประเทศชาติไปเป็นอันมากแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจได้ว่ารัฐบาลได้นํา กฎหมายฉบับนี้มาเสนอต่อสภา เพราะรัฐบาลเห็นว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ เป็นปัญหาพิเศษที่ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลเองจึงได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่กําหนดให้จัดตั้งสํานักบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร เพื่อทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะเริ่ม ดําเนินการในปีแรก บัดนี้รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้เข้ามาสู่สภา ผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้เสนอร่างเข้ามาประกบเพื่อต้องการจะมี ส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคใต้เป็นภาคที่มีปัญหาระคนกันจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ อันยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา ภาษา วัฒนธรรม การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ และความเป็นประชาคมระหว่างประเทศภายใต้ความเป็นภราดรภาพแห่งศรัทธา ในศาสนาเดียวกัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ยาวนานกว่านี้ปัญหาเหล่านี้อาจจะเป็นปัญหาร่วม ระหว่างประเทศก็เป็นได้ เพราะในขณะนี้กลุ่มประเทศผู้นับถือศาสนาอิสลามหรือ กลุ่มประเทศมุสลิมนั้นได้มีการเฝ้ำติดตามเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ อย่างน้อยก็มี โอไอซี (OIC) คือองค์กรที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้นับถือ ศาสนาอิสลาม ซึ่งมีอยู่ ๔๘ ประเทศในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับ ครับว่าการแก้ไขปัญหาของราชการในอดีตที่ผ่านพ้นมานั้น เรามีสํานักงาน เรามี ส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่ว่า กอ. รสต. ที่จัดตั้งขึ้น เมื่อปี ๒๕๑๘ ไม่ว่าจะเป็น ศปต. ที่จัดตั้งขึ้นอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย หรือกรมการปกครอง หรือตอนหลังที่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ศอ.บต. คือศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้นไม่มีกฎหมาย รองรับที่เป็นพระราชบัญญัติแม้แต่หน่วยงานเดียว เพราะฉะนั้นจึงเป็นชอบธรรมที่สุด ที่รัฐบาลได้ดําริเสนอเป็นกฎหมายจัดตั้งสํานักงานที่จะบริหารแก้ไขปัญหาและพัฒนา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาโดยเป็นกิจจะลักษณะเช่นที่กระทําอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายเฉพาะภาคใต้ หรือกฎหมายพิเศษนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อจะได้เป็นการทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่เห็นว่า การออกกฎหมายเพื่อใช้กับคนบางกลุ่ม หรือบางพื้นที่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ กระผม ขออนุญาตเรียนว่าก่อนหน้านี้พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ใช้กฎหมายเป็นการ เฉพาะมาแล้ว อย่างน้อยไม่น้อยกว่า ๗ ฉบับ อันประกอบด้วยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การศาสนูปถัมภ์ฝ่ำยอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘ พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๙๐ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๔๙๑ พระราชบัญญัติให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก พุทธศักราช ๒๔๙๒ ในพื้นที่ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสตูล โดยกําหนดให้มีดาโต๊ะยุติธรรมประจําศาลจังหวัด ทั้ง ๔ จังหวัดนั้น โดยให้ใช้กฎหมายอิสลามในเรื่องครอบครัวและมรดก แทนประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในบรรพ ๕ และบรรพ ๖ ในกรณีที่โจทย์และจําเลยเป็นมุสลิม ทั้ง ๒ ฝ่าย และมีความประสงค์จะใช้กฎหมายอิสลามในการตัดสินอรรถคดี สิ่งเหล่านี้ ก็เป็นกฎหมายที่ได้ตราขึ้นมา นอกเหนือจากนั้นก็มีพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์ พุทธศักราช ๒๕๒๔ พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจญ์ ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๓๑ และพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พุทธศักราช ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้ถ้าได้มีผลบังคับใช้หลังจากผ่านกระบวนการในการตรากฎหมายตามที่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นกฎหมายฉบับที่ ๘ ที่มีผลบังคับใช้กับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้คงจะไม่ใช่ความแปลกใหม่ ในกระบวนการของการตรากฎหมายบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ อดีตที่ผ่านพ้น มานั้นเราต้องยอมรับว่าพวกเราทั้งหมดเป็นจําเลยร่วมกัน ที่เราไม่สามารถแก้ไขให้ภาคใต้ เกิดความสงบสุข หรือความสันติสุขได้ บุคคลที่เกี่ยวข้องเราปฏิเสธไม่ได้ทุกฝ่าย ไม่ว่า จะเป็น ๑. รัฐบาล ๒. ข้าราชการ ไม่ว่าจะฝ่ายปกครอง หรือฝ่ายถืออาวุธก็ตาม กลุ่มที่ ๓ ก็คือนักการเมือง เราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่าเรื่องของการเมืองก็ทําให้เกิด ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านประธานก็ได้เห็นอยู่ในขณะนี้ สิ่งหนึ่งก็คือ การแบ่งแยกในเรื่องของคนที่นับถือศาสนาออกจากกัน อาจจะมีนักการเมืองบางกลุ่ม บางพรรค เวลาหาเสียงก็พยายามจะเน้นหนักในการที่ต้องการจะให้ประชาชนเลือก เฉพาะคนที่นับถือศาสนาอิสลามและมุสลิมเท่านั้นเป็นผู้แทนในระดับต่าง ๆ เมื่อพูด อย่างนั้นพี่น้องที่เป็นพุทธศาสนิกชนหรือชาวจีนเขาก็มีความรู้สึกอึดอัดว่าเขาอยู่ใน แผ่นดินนี้ทําไมเขาถึงไม่มีโอกาสจะรับใช้ชาติบ้านเมืองบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้นักการเมืองก็ต้องมีส่วนในการที่จะคลี่คลายความตึงเครียดเหล่านี้ ลงด้วย นอกเหนือจากนั้นก็คือกลุ่มผู้นําทั้ง ๓ ฝ่าย คือผู้นําศาสนา ผู้นําท้องถิ่น และผู้นํา ท้องที่ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความสูญเสียให้กับคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์องคเจ้า โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู อุสตาซ ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ พลเรือน ได้รับความเสียหาย วันนี้ ตัวเลขที่คาดกัน ก็คือว่ามีคนได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐ คน และสูญเสียเม็ดเงิน งบประมาณของแผ่นดินไปไม่น้อยกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้มันเป็นความ สูญเสียของชาติครับ สิ่งหนึ่งที่กระผมคิดว่าสิ่งที่รัฐจะต้องดําเนินการหลังจากการจัดตั้ง องค์กรสําเร็จเสร็จสิ้นโดยกฎหมายแล้วก็ตามหรือในขณะนี้ก็ตาม ก็คือการประชาสัมพันธ์ ทําอย่างไรจะให้พี่น้องประชาชนในภูมิภาคนั้นยอมรับข่าวคราวที่มีผู้รับผิดชอบมากกว่า ข่าวลือ เพราะวันนี้ประชาชนในพื้นที่เขาเชื่อข่าวลือมากกว่าข่าวที่รัฐหรือว่าองค์กรของรัฐ แถลงออกไปและพวกเราเองก็ต้องช่วยกัน ไม่ใช่เป็นการช่วยรัฐบาลชุดท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เป็นการช่วยประเทศไทยว่าทําอย่างไรจะให้คนทุกฝ่ายเกิดความสมานฉันท์ สามัคคีกันอย่างกลมเกลียวเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกันให้จงได้ วันนี้ข่าวที่เป็นบวกไม่ค่อย มีใครนําไปเสนอครับ เช่น กระผมขออนุญาตท่านประธานจะได้นําเสนอถึงสิ่งที่เป็นข้อมูล ที่เป็ นจริง เช่น วันนี้รัฐบาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัฐบาลครับ ได้ช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของพี่น้องในภาคใต้พัฒนาเรื่องการศึกษา เราจะเห็นได้ว่า จากอดีตที่คนในพื้นที่นั้นไม่มีคนเรียนสายสามัญ แต่บัดนี้ มีดอกเตอร์ มีศาสตราจารย์ มีนายพล มีผู้ว่าราชการจังหวัดมากมายก่ายกอง ก็เกิดขึ้นจากการทุ่มเทของรัฐ นอกเหนือจากนั้นในเรื่องของสาธารณสุข เวลานี้โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็มีอยู่มากมาย คนในพื้นที่ก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์มากมาย นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ เคยเล่าให้ผมฟังว่า ตําบลยะรังที่อําเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ๑ ตําบล มีแพทยศาสตร์ บัณฑิตถึง ๒๐ คน คนเหล่านี้ก็ได้รับการพัฒนาจากรัฐไทยนั่นละครับที่ได้ทุ่มเท งบประมาณลงไปเพื่อหวังจะให้บุคลากรในพื้นที่ได้มีคุณภาพ นอกเหนือจากนั้นในเรื่อง ของศาสนาซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม วันนี้เป็นวันสําคัญเพราะว่าวันพรุ่งนี้จะ เป็นวันที่ชาวไทยมุสลิม จํานวน ๑๒,๐๐๐ กว่าคนที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จะต้อง ร่วมพิธีกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ณ ทุ่งอารอฟะห์ ท่ามกลางประชากรทั่วโลกที่เดินทางไปในปีนี้ ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน คนเหล่านั้นได้รับการอํานวยความสะดวกจากรัฐทั้งสิ้น มีเครื่องบินของสายการบินไทย สายการบินแห่งชาติ ไปรับจากหาดใหญ่ จากภูเก็ต จากจังหวัดกระบี่ บินตรงไปยังเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กระทรวง สาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีว่าการวิทยา แก้วภราดัย ส่งแพทย์ พยาบาล บุคลากร ทางการแพทย์ไปดูแลในเรื่องสุขภาพ ปีนี้ ๔๐ กว่าคน รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ส่งแพทย์ พยาบาลไปเสริมอีก ๔ คน นอกเหนือจากนั้นไปออกหนังสือเดินทางพาสปอร์ต (Passport) สัญจร ไปออกวีซ่า (Visa) สัญจรที่ภาคใต้ ทั้งที่หาดใหญ่ ที่จังหวัดยะลา สิ่งเหล่านี้มันเป็นการเอื้ออาทรที่รัฐได้ดําเนินการกับพี่น้องในภูมิภาคนั้น การจัดตั้ง โรงเรียน จัดตั้งมัสยิด ไม่มีข้อกําหนดกฎหมายกีดกันแม้แต่น้อย นอกเหนือจากนั้นครับ ท่านประธานผมขอเวลาสัก ๑ นาที ในประเทศเพื่อนบ้านให้เสรีภาพน้อยกว่าประเทศไทย เช่น ประกอบพิธีฮัจญ์อย่างช่วงนี้ คนมาเลเซีย คนอินโดนีเซียนี้ เกิดมาไปฮัจญ์ได้เพียง ครั้งเดียวในชีวิต คนประเทศไทยไปกี่สิบครั้งก็ได้ผมไปมาแล้วประมาณ ๑๓ ครั้ง แล้วก็คิดว่า ยังจะไปต่อไปอีกถ้าหากมีโอกาส นอกเหนือจากนั้นครับ เรื่องการเผยแผ่ศาสนา ในมัสยิดต่าง ๆ ๔,๐๐๐ กว่ามัสยิดในประเทศไทยไม่มีการเซนเซอร์ (Censor) บทคุฏบะฮ์ บทอบรมธรรมคาถาในวันศุกร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศ ซาอุดีอาระเบียเขาเซนเซอร์หมดครับ เขาไม่ไว้ใจว่าจะนําเอาสิ่งที่แปลกปลอมมาฝังไว้ ในเรื่องของพิธีกรรมศาสนา การเผยแผ่ศาสนาทางสื่อโดยทีวี โดยวิทยุสามารถกระทําได้ โดยเสรี สิ่งเหล่านี้คนของรัฐไม่ค่อยได้นําไปพูดจาปราศรัยหรือผู้นําศาสนาเองที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าตนเองก็มีส่วนได้รับผลประโยชน์ ต้องพูดเรื่องเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แต่ถ้าเรา พูดกันแต่เพียงว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็ไม่จริงใจต่อพี่น้องมุสลิม พูดอย่างนั้นมันก็เป็นปัญหา เป็นการเติมเชื้อเพลิง ทําให้ไฟมันลุกโชนมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราจริงใจในการจะ ร่วมกันดับไฟใต้นี้ ผมคิดว่าพวกเราทุกฝ่ายต้องจับมือกันเพราะว่าทุกข์นี้เป็นทุกข์ของ แผ่นดิน แล้วก็คงจะต้องเรียนท่านที่เคารพเพราะว่าวันพรุ่งนี้ผมทราบว่ารัฐบาลได้สั่งให้ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ และ อสมท. ถ่ายทอดพิธีฮัจญ์จากประเทศซาอุดีอาระเบียมายัง ประเทศไทยตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๖.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา วันมะรืนนี้วันที่ ๒๗ เป็นวัน อีดิลอัฎฮา ก็จะมีการถ่ายทอดพิธีการละหมาดใหญ่จากศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา สิ่งเหล่านี้มันเป็นความจริงใจที่รัฐบาลได้แสดงออก ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ขอให้เราได้ใช้สติตั้งมั่นอยู่บนความ ถูกต้อง อย่าได้คิดในเรื่องของการเอาแพ้เอาชนะและในที่สุดผมคิดว่าคนที่พ่ายแพ้ก็คือ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนของพวกเราครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกและท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน หรือพี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ภาคใต้นะครับ ผมอภิปรายโดยปราศจากการมีอคติต่อการแสดงความคิดเห็น แต่เป็น การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งได้นําเสนอโดยส่วนหนึ่งของคณะรัฐมนตรี โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสนอให้ ครม. ลงมติผ่านมาสู่สภาแห่งนี้ ความเห็นในการที่ได้ดูและได้ตรวจสอบแล้ว ผมมีความวิตกกังวลครับท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลจะให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ตรา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ค่อนข้างจะมี ปัญหาและอุปสรรค สืบเนื่องจากได้อ่านในรายละเอียดที่ได้นําเสนอในมาตราต่าง ๆ แล้ว มีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยผมขอได้อ่านในรายละเอียดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีบทบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ กระทําได้โดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ท่านประธานครับ ถ้าดูในรายละเอียดแล้วผมคิดว่า ในหลาย ๆ เรื่องไม่ใช่มาตรา ๓ มาตราเดียว สิ่งที่เราได้มองในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สิทธิ ข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน เสรีภาพในการชุมนุม สิทธิในชุมชน สิทธิในการ ใช้ชีวิตประจําวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลกําลังออกกฎหมายเพื่อไปจํากัดสิทธิของเขา เหล่านั้นในจังหวัดต่าง ๆ และที่สําคัญที่สุดคือดูในรายละเอียดในมาตรา ๓ แล้วว่าจังหวัด ชายแดนภาคใต้หมายความว่าจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่น ๆ หรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรี กําหนด ผมยิ่งมีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานว่ารัฐบาลกําลังใช้อํานาจ กําลังละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมา ว่าในปัจจุบันอําเภอยกตัวอย่าง อย่างในจังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ ที่ผมอาจจะเรียกได้ ไม่ครบ มีอําเภอจะนะ ๑ ใน ๔ อําเภอ อําเภอนาทวี อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอเทพา เป็น ๔ อําเภอ ในจังหวัดสงขลาที่อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจะเรียกว่าไม่สงบ แต่ถ้าตามร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะมีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล นั่นหมายถึงว่าท่านกําลังจะครอบคลุมอํานาจ ในทางปกครองไปทั้งจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล หรือจังหวัดอื่นใดก็ได้ถ้าตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้า ครม. มีความเห็น อันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายครับท่านประธาน ถ้าออกกฎหมายแบบนี้แสดงว่าถ้าเกิดพี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง หรือเขาต่อสู้ขึ้นมาว่า กฎหมายฉบับนี้ไปมีผลจํากัดสิทธิเขา ทําไมไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นในประเทศไทยล่ะครับ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร หรืออีก ๖๐-๗๐ จังหวัด ทําไมไม่เป็น อย่างนั้นล่ะครับ หรือว่าเป็นนโยบายพิเศษของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ต้องการบริหารโดยเฉพาะ เรื่องเงินงบประมาณ อันนี้เป็นความวิตกกังวลที่หลาย ๆ ฝ่ายคิดนะครับ ว่าชักไม่มั่นใจ รัฐบาลชุดนี้แล้วครับ ว่าจะมีมาตรการหรือมียุทธศาสตร์ในเชิงที่คุมจังหวัดภาคใต้หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นคําถามที่ตั้งข้อสังเกตกัน เพราะว่าทุกครั้งที่มีเม็ดเงินงบประมาณลงไปเราจะพบ ได้ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัด หรือ ๔ จังหวัด หรือ ๕ จังหวัดที่ท่าน กําลังจะทําอยู่นี้นั้นจะเป็นจังหวัดที่มีนโยบายเป็นพิเศษหรือไม่ อย่างไร ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ งบประมาณที่ผ่านมาที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส ทุกกระทรวง ทบวง กรม นั้น ทุ่มเท ไปที่ปัญหาของภาคใต้ทั้งหมด ผมไม่ได้อิจฉานะครับ แต่ผมกําลังวิตกกังวลว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่ตามมานั้นมันมีผลต่อเนื่อง อย่างไร รัฐบาลเคยศึกษาผลกระทบหรือไม่ การรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดสงขลา ที่ผมทราบ นอกเหนือจาก ๔ อําเภอ ท่านรับฟังความคิดเห็นแล้วพี่น้องประชาชนเขามี ความพึงพอใจหรือไม่ อย่างไร สิ่งนี้ท่านต้องตอบต่อสภาให้ ชัดนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการศึกษา ได้มีการสํารวจความคิดเห็น มีการรับฟังความ คิดเห็นจากพี่น้องในจังหวัดใกล้เคียงที่ท่านบัญญัติไว้หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่รัฐมนตรีกําหนด จะกําหนดอีกกี่จังหวัดล่ะครับ มีคําตอบให้สภาแห่งนี้หรือไม่ว่า ทําไมท่านเขียนไว้ใน มาตรา ๓ ว่าท่านจะสามารถกําหนดจังหวัดอื่นได้อีก ตรงนี้คือประเด็นสําคัญครับ ท่านประธาน และยิ่งดูสาระหลักในบางมาตรา ผมยิ่งมีความวิตกกังวลว่าความขัดแย้ง ความรุนแรงจะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ เป็นปณิธาน ที่ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร ต้องยอมรับว่าในอดีต ศอ.บต. นั้นเป็นแค่หน่วยงานเฉพาะกิจ เฉพาะกาล ที่สามารถเข้าไปทําในยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลใช้ เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา แต่นี่คือพระราชบัญญัติที่จะออกเป็นกฎหมายให้คงอยู่ โดย ศอ.บต. อย่างมั่นคง ข้อเท็จจริงผมได้ทราบจากการชี้แจงในรายละเอียด ก็ปรากฎว่า ข้อเท็จจริงและสมาชิก หรือผู้ปฏิบัติงาน หรือข้าราชการใน ศอ.บต. เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ไปจากกระทรวง ทบวง กรม ที่มีบทบาทอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว ในจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด ยิ่งมาดูในมาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่า กพต. ผมได้ดูในรายละเอียดแล้วครับ ซึ่งมีองค์ประกอบ มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและว่ากันไป ปลัดกระทรวงอะไร ไล่ลงไป ผมได้ดูรายละเอียดแล้วก็มี ความวิตกกังวลต่อผู้แทน ผู้แทนจากคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนจาก จุฬาราชมนตรี ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะ ผมใช้คําว่า อาจจะ นะครับ ผมไม่ได้ ละลาบละล้วงเกินเลยไปกว่านั่น อาจจะมีตัวแทนของศาสนาอื่น ๆ ในบางจังหวัด เช่น ซิกข์ พุทธ พุทธเป็นหลักอยู่แล้ว พุทธ ซิกข์ มีหรือไม่ ขงจื๊อก็มี อย่างจังหวัดสงขลา ผมยืนยันจังหวัดสงขลามีหลายศาสนามาก ท่านกําหนดคณะกรรมการในส่วนนี้ไว้ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ผู้แทนหอการค้า ศาสนาอื่นไม่มีเลยครับ และผู้แทนคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผมก็เรียน ตามตรงเลย บางท่านก็ไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องมุสลิม บางท่านไม่รู้เรื่องทางใต้เลย คงต้องยอมรับครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน คณะกรรมการที่บัญญัติไว้ตาม มาตรา ๖ ดูจะไม่ชอบ แล้วก็ไม่ครอบคลุมอย่างนี้เป็นต้น ผมยกตัวอย่าง ในมาตราอื่น ๆ ถ้าดูในรายละเอียดโดยเฉพาะตําแหน่งเลขาธิการ ซึ่งจะได้รับอํานาจมากมายเหลือเกิน ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยิ่งดูในรายละเอียดในเรื่องของการบริหารกิจการในด้าน งบประมาณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณก็ดี หรือหน่วยงานที่จะต้องตอบสนองในเรื่องของ งบประมาณแล้วนะครับ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ขอเวลาอีกสักนิดนะครับท่านประธาน สิ่งที่น่าเป็ นห่วงก็คือว่างบประมาณทั้งหมดจะถูกพูล (Pool) ไปให้จังหวัดที่อยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านลองคิดดูว่า สมมุติมี ๗ จังหวัดภาคอีสานอยากจะได้แบบนี้บ้างทําอย่างไร ก่อความไม่สงบ ในประเทศชาติ มี ๑๐ จังหวัดภาคเหนือก่อความไม่สงบในประเทศชาติ แล้วก็ออก พระราชบัญญัติแบบนี้เกิดขึ้น ถามว่าบ้านเมืองนี้จะเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ถามท่านรัฐมนตรี ถามท่านนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตใช้เวลาของท่านไพจิต ศรีวรขาน นะครับ พอดีท่านมอบให้ผมต่อ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราในซีกของฝ่ายค้านตระหนัก สังคมที่จะเกิดความขัดแย้ง การบริหารราชการแผ่นดินที่เกิดความผิดพลาดที่เราเรียกกันว่า ทอป ดาวน์ นั่นหมายถึงว่าส่วนราชการในส่วนภูมิภาคใด ๆ ก็แล้วแต่ กระทรวง ทบวง กรม ก็จะไปออกนโยบายเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ จนมีนิยามและมีคําพูดกันเชิงล้อเล่นว่าทหารก็ เลี้ยงแพะ เกษตรก็เลี้ยงแพะ ประมงก็เลี้ยงแพะ ท้องถิ่นก็เลี้ยงแพะ แพะเต็มไปหมดเลย จนกระทั่งตรวจสอบไม่ได้เลยว่าความจําเป็นของปัญหาของภาคใต้นั้น สิ่งสําคัญ ด้านอาชีพผมยกตัวอย่างว่าจะทําอะไรถึงเหมาะสม และสิ่งที่ตระหนักต่อไปอีกก็คือ ผมเกรงว่าการกระทบกระเทือนสิทธิของพี่น้องในจังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะด้าน การกระจายอํานาจ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปครับท่านประธาน การเมืองระดับท้องถิ่นก็ดี สิทธิที่เขาพึงจะได้รับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องการกระจายอํานาจจะถูกจํากัดสิทธิ หรือไม่ ถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีต้องตอบให้ชัดนะครับว่าเรากําลังสร้าง กฎหมายขึ้นไป เกิดปัญหาผลกระทบกับจังหวัดภาคใต้ที่มีอยู่นอกจาก ๕ จังหวัด หรือจังหวัดอื่น ๆ หรือไม่ ท่านได้สอบถามท้องถิ่น หรือหน่วยงานปกครองท้องถิ่นหรือ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นําศาสนาหรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านกระทําอยู่นี้จะเป็นข้อยุติในเชิง ความขัดแย้งจะต้องยุติลง มีคําตอบอย่างนั้นหรือครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ต้องพูดให้ชัดนะครับว่าวันนี้การตราพระราชบัญญัติหรือตรากฎหมายออกไปจากสภา ดูเหมือนว่ารัฐบาลอยากจะได้ แต่ผมต้องถามผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ว่าสิ่งที่ท่านได้สํารวจความคิดเห็น ณ ที่จังหวัดสงขลา ผมยกตัวอย่าง ทั้งจังหวัดนั้น เห็นด้วยกับท่านหรือไม่ว่าจะยอมรับและปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จังหวัดสตูล เห็นด้วยหรือไม่ ว่าจะยอมรับปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาได้ทราบหรือไม่ว่า สาระสําคัญ ๆ ของมาตราต่าง ๆ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลกับเขาอย่างไร ถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า กรณีการที่ทหารให้ความร่วมมือตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ใช้งบประมาณก็ดี หรือให้ความร่วมมือก็ดีนั้นยังอยู่หรือไม่ เพราะผมดูในรายละเอียดว่าปัจจุบัน ศอ.บต. ก็ขึ้นกับ กอ.รมน. แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่าน ศอ.บต. ก็จะเป็นนิติบุคคลหนึ่งที่มีความสามารถกระทําอะไรก็ได้ที่อยู่ใน กรอบกฎหมายของตนเอง แล้ว กอ.รมน. ยังมีส่วนในนี้หรือไม่ ถามท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่า ๒ ส่วนนี้จะทํางานกันอย่างไรนะครับ และปัญหาที่จะกระทบต่อไป ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเรียนตามตรงนะครับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทุกหน่วยงานทุ่มลงไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับบางส่วน ก็คือ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาที่พวกเราได้ผ่านการพิจารณาไปนั้นได้รับการชี้แจง นะครับ เอาไปเพื่อแก้ปัญหา แต่เมื่อมองร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วชักวิตกครับ ท่านประธานว่าเงินงบประมาณของแผ่นดิน หรือนี่เป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะปกครองภาคใต้ด้วยวิธีนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอเห็นต่างกับนายกรัฐมนตรีและคณะ เนื่องจากว่าผมเกรงในเรื่อง ของการขัดรัฐธรรมนูญเป็นการจํากัดสิทธิของพี่น้องประชาชน เนื่องจากไม่มีรายละเอียด ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น และผมคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้เป็นการแก้ปัญหา ที่ไม่ตรงประเด็นนะครับ เป็นการออกกฎหมายเฉพาะเพื่อเป็นเครื่องมือของราชการเท่านั้น ไม่ใช่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาโดยพี่น้องประชาชานร้องขอมาโดยความเป็นจริง ขอฝาก ท่านประธานด้วยนะครับว่าสิ่งนี้ละครับผมขอสะท้อนและขอฟังความคิดเห็นจาก คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี โปรดได้ตอบในรายละเอียดด้วย ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายอย่างนี้นะคะว่าจะขอ กราบเรียนในประเด็นแรกเลยว่าดิฉันเห็นด้วยในหลักการนะคะ เหตุผลก็คือว่า เวลาพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ก็จะมองเห็นชัดเจนว่าเป็นความพยายาม เป็นความมุ่งมั่น แล้วก็เป็นเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีหรือของรัฐบาลที่ประสงค์อยากจะให้กฎหมาย ฉบับนี้ได้ช่วยรับรองให้มีหน่วยงาน ซึ่งจะเป็ นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติงาน เพื่อดําเนินการบูรณาการเกี่ยวกับการพัฒนา การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้เป็นระบบมีเอกภาพแล้วก็มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของนโยบาย เรื่องของ ยุทธศาสตร์การบังคับบัญชา แล้วก็รวมไปถึงการปฏิบัติงาน ท่านประธานคะ ดิฉันมีอีก ๒ ประเด็น ที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน

ประเด็นแรก ก็คือว่าเป็นเรื่องของส่วนดีที่เห็นชัดเจนในร่างกฎหมายฉบับนี้ นั่นก็คือที่เขียนไว้ว่าการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคิด ร่วมให้คําปรึกษา แล้วก็ ร่วมให้ข้อเสนอแนะทั้งในเรื่องของนโยบาย เรื่องของยุทธศาสตร์แล้วก็การแก้ไขปัญหา โดยผ่านกลไกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลไกที่เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง หรือจะเป็นกลไกของสภาเสริมสร้างสันติสุข หรือว่าจะเป็นกลไกการส่งเสริมของ ศอ.บต. แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องฝากให้คิดว่าจะมีวิธีการ มีขั้นตอน ในการรับฟังความคิดเห็นหรือว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างไรคะ ถึงจะทําให้การ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นมีประสิทธิภาพแล้วก็คุ้มค่าจริง ๆ นะคะ

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนดีที่มองเห็น ซึ่งยังไม่มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงก็คือว่า การที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๑๘ ระบุไว้ชัดเจนว่า ในสภาเสริมสร้างสันติสุขอันนี้ สมาชิกจะต้องประกอบด้วยทั้งหญิงและชาย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องยืนพูดในประเด็นนี้ เพราะต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีนั้น ผลกระทบมีต่อ กลุ่มผู้หญิงมากทีเดียวไม่ว่าจะเป็นในฐานะใดก็ตาม เพราะฉะนั้นการที่คิดจะวางแผน ทั้งในเชิงยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา เพื่อที่จะตอบสนองให้มีการพัฒนาได้อย่างสมดุลนั้น ละเลยไม่ได้เลยค่ะที่จะต้องให้ผู้หญิงมีส่วนร่วม

ในประเด็นต่อมาก็จะเป็นเรื่องของความกังวลที่ดิฉันอยากจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการในอนาคตนะคะ มีอยู่สัก ๓-๔ ประเด็น

เรื่องแรกก็คือ เป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงการแยกระหว่างความมั่นคงกับเรื่อง ของการพัฒนา ในมาตรา ๔ เขียนไว้นะคะว่า ให้นโยบายเสริมสร้างสันติสุขนั้นมีสาระ ที่ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนา ท่านประธานคะ อันที่จริงแล้วมีข้อเท็จจริง ที่ต้องตระหนักก็คือว่าความมั่นคงที่ยั่งยืน แล้วก็เป็นไปได้นั้นมันต้องมีฐานมาจากการ พัฒนาที่สมดุล เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าต้องคิดร่วมอย่าคิดแยกออกจากกันในเรื่องของ ความมั่นคงและการพัฒนา

ในประเด็นต่อมาเป็นเรื่องขององค์ประกอบ ท่านประธานคะ เรื่ององค์ประกอบ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์หรือที่เรียกว่า กพต. อันนี้ค่ะ น่ากลัวและน่ากังวลหน่อย เพราะยังคงสะท้อนวิธีคิดที่เป็นมาแบบเดิม ๆ ที่จริงเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วก็คือหนักแน่นไปด้วยข้าราชการ มีข้าราชการดิฉันนับอาจจะไม่ถ้วนด้วยซํ้านะคะ มากกว่า ๓๐ ในขณะที่มีแต่ฝ่ายบริหารอยู่ ๓ ท่าน มีมาจากสภาเสริมสร้างสันติสุข ๑ ท่าน ผู้นําศาสนา ๒ ท่าน แล้วก็มีจากภาคธุรกิจ อีก ๓ ท่านจะคาดหวังว่าจะให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมปฏิบัติหน้าที่ที่สําคัญมาก คือทั้งในเรื่องของการดูแล พิจารณายุทธศาสตร์ ให้ความเห็นชอบแผนงาน แผนอะไร ทั้งหลายทั้งปวงนี้มันเป็ นไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องพิจารณาแก้ไข อย่างรวดเร็วเลย ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อมีส่วนของของประชาชนเข้ามาอยู่ตรงนี้ ในนํ้าหนัก ที่มากกว่านี้จะทําให้โอกาสของการขับเคลื่อนไปสู่ความสําเร็จในเวลาอันรวดเร็วนั้น เป็นไปได้นะคะ

สําคัญที่สุดในประเด็นสุดท้ายท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงกังวลก็คือ ว่าแม้ว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้จะสะท้อนถึงความพยายามในการที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทุกองคาพยพเข้าด้วยกันโดยอาศัยตําแหน่งของนายกรัฐมนตรีเป็นตัวเชื่อม แต่กระนั้น ก็ตามท่านประธานคะ ร่องรอยของความไม่เป็นเอกภาพยังมองเห็นอยู่ ร่องรอยตรงนั้น ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นความกังวลลึก ๆ แล้วก็ขออนุญาต พูดตามตรงตรงนี้ว่าเป็นเรื่องของความไม่เป็นเอกภาพระหว่างทหารและพลเรือน ดิฉัน ขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบ เช่น มาตรา ๙ (๖) และ (๘) พูดถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใน (๘) ระบุไว้ถึงเรื่องของลักษณะอันพึงประสงค์แล้วก็ยังมีการระบุให้มี การดําเนินการเพื่อให้มีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ได้มีลักษณะอันพึงประสงค์ก็พูดถึง แต่เฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนแต่เพียงอย่างเดียว การละเลยไม่ได้เสริมสร้าง ศักยภาพหรือลักษณะอันพึงประสงค์ให้กับฝ่ายทหารด้วย น่าจะมีโอกาสที่ทําให้ความ เข้าใจนั้นไม่ตรงกันว่าลักษณะอันพึงประสงค์ของเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนไหวเช่นนี้อาจจะไม่ตรงกัน มาตรา ๑๑ ท่านประธานคะ เมื่อเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็มีการดําเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องของฝ่ายพลเรือนเท่านั้น มาตรา ๑๓ เมื่อจะให้เลขาธิการมีอํานาจเลื่อน เงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งในหลายครั้งดิฉันคิดว่ามันก็คงเป็นเรื่องจําเป็นอยู่เหมือนกัน เพราะไปอยู่ในพื้นที่ที่ต้องอาศัยความชํานิชํานาญและอาศัยความสามารถพิเศษ ก็ให้เป็นได้เฉพาะฝ่ายพลเรือนเท่านั้นเอง มาตรา ๑๖ ท่านประธานคะ การจัดส่งเจ้าหน้าที่ ตามที่เลขาธิการร้องขอให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก็เป็นไปได้เฉพาะฝ่ายพลเรือนเท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าฝ่ายทหารมีศักยภาพ มีความสามารถและมีอะไรหลายเรื่อง หลายอย่าง แต่น่าจะเป็นการดีถ้าเผื่อว่าทั้งทหารและพลเรือนจะต้องมาพูดคุยและอยู่บน มาตรฐานของลักษณะอันพึงประสงค์และวิธีการปฏิบัติงาน และหากจะต้องมีการลงโทษ หากจะต้องมีการตักเตือนก็น่าจะต้องอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ท่านประธานคะ จะเขียน กฎหมายอย่างไรดีคะ หรือจะทําอย่างไร ดิฉันฝากเป็นโจทย์ให้ท่านรัฐมนตรีและท่าน กรรมาธิการวิสามัญในอนาคตผ่านท่านประธานไปนะคะว่าทําอย่างไรถึงจะปิดร่องรอย แห่งความแบ่งแยกตรงนี้ แล้วก็นําไปสู่ความเป็นเอกภาพให้ได้มากที่สุดดังเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นของรัฐบาล ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเกียรติ นาสิมมา ครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอ อภิปรายหลักการและเหตุผลที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เมื่อผมได้อ่าน หลักการและเหตุผลแล้ว ดูเผิน ๆ ก็ดูดีนะครับ น่าจะทําให้ปัญหาทางภาคใต้ยุติได้ แต่พอดูเข้าไปในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติแล้วน่าตกใจและน่ากลัว เพราะเท่าที่ผมดูในมาตราหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตราที่ท่านขอยกเว้นมา เช่น มาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญก็ดี และมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญก็ดีที่ผมพยายามที่จะดูว่ากฎหมายนี้มันจะไปสอดคล้องหรือขัดกับ รัฐธรรมนูญมาตราไหนบ้าง นอกจากนั้นก็ยังมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สาระสําคัญลึก ๆ ของพระราชบัญญัตินี้เท่าที่ผมอ่านในทัศนะของผม ผมเห็นแต่เพียงชื่อ ก็สามารถที่จะบอกได้เลยว่ามันนําไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่สามารถที่จะบ่งบอกได้เลยว่าแบ่งแยกดินแดนของจังหวัด ภาคใต้ไปเป็นการบริหารในระบอบใหม่ ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภานี้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่จะนําไปสู่การสถาปนาอํานาจใหม่ ซึ่งเรียกว่า อํานาจ อํามาตยาธิปไตย ซึ่งอาศัยขุนนาง ๔ เหล่า ซึ่งผมเคยพูดไปแล้ว และร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ชี้ชัดว่ามีแนวทางที่จะไปสู่อํานาจของอํามาตยาธิปไตย และการปกครองในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ถ้าไปดูในมาตรา ๓ ที่บัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้จะไม่เป็นเพียง ๓ จังหวัด และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในร่างพระราชบัญญัตินี้บอกว่าจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หมายความว่าจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ที่ในคําจํากัดความนี้ยังรวมจังหวัดอื่นหรือบางพื้นที่ในจังหวัดอื่น ในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ก็แสดงว่าคณะรัฐมนตรีจะกําหนดจังหวัดอะไรก็ได้ ๑๔ จังหวัดในภาคใต้ให้ขึ้นอยู่กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้มีการยกเว้นการใช้อํานาจศาลปกครองด้วย นอกจากนั้นยังไม่จําเป็นต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และระเบียบว่าด้วยการบริหารข้าราชการ พลเรือน ทั้งกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ข้าราชการพลเรือนถูกยกเว้นโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถที่จะ บ่งบอกได้เลยว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นําไปสู่การปกครองในระบอบใหม่ ซึ่งมีเลขาธิการของ ศอ.บต. เป็นผู้ปกครองทั้งหมด เป็นผู้ใช้อํานาจทั้งหมด และอํานาจ ของเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งศูนย์บริหารจังหวัดภาคใต้นี่จะเป็นผู้ที่มีอํานาจสูงสุด คําสั่งของ เลขาธิการไม่ขึ้นตรงกับศาลปกครอง ไม่ใช่คําสั่งทางปกครอง ผู้ที่อยู่ในการบังคับบัญชา จะไปร้องต่อศาลปกครองไม่ได้ มีบัญญัติไว้ชัดเจนอยู่ในมาตรา ๑๑ นี่คือความที่ผมบอก ว่ามันถูกจํากัดไปหมด นอกจากนั้นในมาตรา ๑๕ ระเบียบบริหารต่าง ๆ นี่ ศอ.บต. สามารถบัญญัติขึ้นมาใหม่แทนกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและ ระเบียบข้าราชการพลเรือนทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีมาตรา ๑๗ ซึ่งก็ร้ายกาจพอ ๆ กัน บอกว่า อํานาจต่าง ๆซึ่งเป็นอํานาจนายกรัฐมนตรี อํานาจรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายและหน่วยงานทั้งหลายต้องมอบนะครับ คือที่จริงเขียนว่าจะมอบให้เลขาธิการก็ได้ แต่ที่จริงต้องถูกบังคับให้มอบเมื่อมีระเบียบขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงมองเห็นได้ชัดเจนว่า จังหวัดภาคใต้ขึ้นอยู่กับเลขาธิการเท่านั้นทั้งหมด เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ ผมจึงไม่ สามารถที่จะให้การสนับสนุนในหลักการและเหตุผลที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วทําให้ผม มองไปว่าต่อไปจังหวัดชายแดนภาคใต้เลขาธิการจะเทียบเท่าสุลต่าน จะเทียบเท่าสุลต่าน ทันทีซึ่งเป็นผู้มีอํานาจครอง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกฎหมายในลักษณะนี้จะถูก ยกเว้นการปกครองในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางและภาคตะวันออกทั้งหมด ถ้ามอง ไปดูที่มาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญแล้วยิ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าการออกกฎหมายลักษณะนี้ ขัดรัฐธรรมนูญทันที เพราะการออกกฎหมายจะต้องเป็นการบังคับโดยทั่วไป แต่กฎหมาย นี้บังคับเฉพาะพื้นที่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ มาตรา ๘๗ วรรคสอง ซึ่งมาตรา ๘๗ วรรคสองพูดชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับ ฯพณฯ อดีต นายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เสนอไว้เป็นนครปัตตานี นั่นเพียงจังหวัดเดียว แต่นี่รวบ ๑๔ จังหวัดได้เลย ปกครองด้วยคนคนเดียว ซึ่งมาตรา ๘๗ บัญญัติไว้ค่อนข้าง จะชัดเจนในวรรคสอง ซึ่งสอดคล้องกับท่าน พลเอก ชวลิต แต่รัฐบาลนี้ไม่ยอมดําเนินการ ตามนั้น ซึ่งรัฐจะต้องดําเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้

(๒) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทาง การเมือง วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการจัดการบริการสาธารณะและข้ออื่น ๆ ตามมาตรา ๘๗ และร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้เลย เพราะฉะนั้นผมจึงถือว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ขัดต่อ รัฐธรรมนูญด้วย และนอกจากนั้นยังขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ ด้วยนะครับ มาตรา ๕ บัญญัติชัดเจน บัญญัติไว้ว่าอย่างนี้ ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศหรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน แต่คนจังหวัดภาคใต้จะถูกรอนสิทธิ ใช้สิทธิทางศาลปกครองไม่ได้ถ้ามีคําสั่งของเลขาธิการ ซึ่งจะไม่เหมือนสิทธิของข้าราชการ ในพื้นที่อื่น ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ หลายมาตราและยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการที่จะไปส่งเสริมและสร้างความ สันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเกิดปัญหาอยู่ แต่เป็นกฎหมายที่เพิ่มอํานาจ แทนที่จะกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น แต่เป็นการเพิ่มอํานาจให้กับข้าราชการพลเรือนให้กับ นายกรัฐมนตรี ให้กับการเมือง ซึ่งขัดต่อแนวนโยบายที่ดําเนินการอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งผมเห็นว่า ทุกวันนี้การจัดการกับปัญหาทางชายแดนภาคใต้ก็ได้ผลพอสมควรโดยตามลําดับ ซึ่งการจัดการนั้นหลายท่านก็คงได้ทราบดีว่าจัดการในลักษณะไหน แต่ว่าก็ไม่สอดคล้อง กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านฮอชาลี

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ข้อคิดให้ความเห็นในร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามา แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกเกือบจะทุกพรรคก็ได้ส่งเข้ามาให้พิจารณาในสภาแห่งนี้รวมทั้งหมด ๖ ร่าง ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้อ่านดูในแต่ละร่างแล้ว ก็ต้องขอเรียนว่าแต่ละท่านที่ได้เสนอ ร่างเข้ามานั้น มีเจตนารมณ์ที่ดี และแต่ละร่างนั้นก็มีจุดดีแล้วก็มีจุดเด่น ของท่านนิพนธ์ บุญญามณี นั้น ก็จะเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก ในร่างของ ท่านชวลิต ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านให้ความสําคัญในเรื่องของบอร์ดคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ฝ่ายต่าง ๆ ในร่างของคุณหมอแวมาฮาดี ท่านก็ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน แล้วก็ของท่านวิรัตน์ ผมอยากจะฝากเป็นแนวให้กับคณะกรรมาธิการ ได้นําเอาจุดดี จุดเด่นของแต่ละร่างนี้ไปบูรณาการกันในชั้นของคณะกรรมาธิการ ถึงแม้ว่า เราจะยึดร่างของ ครม. เป็นหลักนะครับ มันก็ยังมีจุดที่อาจจะต้องมีการแก้ไขในชั้นของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้นั้นต้องขอเรียนเบื้องต้นว่าไม่ได้ เป็นยาขนานใหญ่ที่จะให้รัฐบาลนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เป็นเพียงแค่วิธีการหนึ่ง เป็นเพียงแค่กลไกลหนึ่งแค่นั้นเอง ในการที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาของจังหวัดภาคใต้นั้นมันมี การสั่งสม มันมีโจทย์ มีสมมุติฐาน มีสิ่งที่สั่งสมกันมานาน ไม่ใช่ว่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ แล้วทุกอย่างก็จะจบลง เป็ นเพียงแต่ว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ได้บูรณาการ ให้ส่วนราชการทั้งหมดได้มามีความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ภายใต้การกํากับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นภาคของทหาร พลเรือน ตํารวจหรือภาคประชาชน ก็จะมารวมกันอยู่ในองค์กรนี้ แล้วก็ส่วนเลขาธิการ ซึ่งเดิม เรียกว่า ผอ. ศอ.บต. นั้น ก็เป็นข้าราชการ จะมาจากในพื้นที่ ๓ จังหวัดหรือมาจาก ส่วนกลางก็แล้วแต่ ก็เป็นข้าราชการที่มาจากแต่ละกระทรวงก็มาอยู่ตรงนั้นนะครับ ท่านไม่ได้เป็นสุลต่านในการปกครองพื้นที่ตรงนี้ละครับ เพียงแต่ว่านําเอามาดูแลในเรื่อง ของงบประมาณ เรื่องของบุคลากรของรัฐในการที่จะให้ภาคพลเรือนได้เข้าไปดําเนินการ พื้นที่ใน ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากเป็นแนวคิดผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการว่า เท่าที่ผมเองได้ติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้แล้วก็ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลนั้น ก็ต้องขอเรียนว่า ท่านได้เดินมาอย่างถูกต้องแล้วก็ถูกทาง ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งผมแล้วก็ เพื่อน ส.ส. ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เรารู้ดีว่าไม่ต้องใช้วิธีการอะไรที่มากมายนะครับ เพียงแต่รัฐบาล หรือผู้นําของรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่มารับผิดชอบในพื้นที่ตรงนี้ ไม่ไปสร้างเงื่อนไขใหม่ ให้เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มกระบวนการที่ต้องการที่จะ แบ่งแยกดินแดนนําไปเป็นเงื่อนไขที่จะบอกกับประชาชนซึ่งอยู่ตรงกลางว่ารัฐบาลได้รังแก รัฐบาลได้ใช้นโยบายระดับข้างบนลงมา ในการที่จะทําให้ชาวบ้านถูกกดขี่ได้รับความเป็นธรรม นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ไม่สร้างเงื่อนไขตรงนี้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้มีความสําคัญมากทีเดียว เพราะถ้าหากว่ารัฐบาลสร้างเงื่อนไข ผมยกตัวอย่าง ในกรณีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ การที่ระดับนโยบายของการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ได้ให้ นํ้าหนักในการแก้ไขให้กับส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่ง ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในปี ๒๕๔๗ รัฐบาลยุคนั้นได้ให้อํานาจเต็มให้กับตํารวจในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทหารถอยไปให้ตํารวจทํา ตํารวจทําแล้วก็มีการพูดว่าโจรกระจอกมีกี่คน ก็มีการรายงานกันว่ามีกี่คน เมื่อรายงานโจรกระจอกมีอยู่ก็ดําเนินการอุ้มฆ่าแล้วก็ตาม เก็บไป ในช่วงนั้นท่านประธานครับ มีทั้งนักวิชาการ มีทั้งทนายความ มีทั้งชาวบ้าน มีทั้งของจริงแล้วก็ของปลอมที่ติดร่างแหเข้าไปด้วย นั่นคือเงื่อนไขที่พวกกลุ่มขบวนการนําไปเป็นกระบอกเสียงบอกว่ารัฐบาลมีการกดขี่ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์มันจึงปะทุขึ้นมาเรื่อย ๆ หลังจากนั้นเมื่อให้อํานาจตํารวจแล้ว ไม่ได้ผล ก็มาให้อํานาจทหาร มันก็เกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ เกิดเหตุการณ์ที่กรือเซะ เหตุการณ์ที่ตากใบ ท่านประธานครับ เป็นเหตุการณ์ที่ผมเองได้คุยกับอดีตประธาน คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดนราธิวาส ท่านบอกว่ากรณีของตากใบกรณีเดียว ทําให้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทุกรัฐบาลถอยหลังไป ๒๐ ปี นี่คือ เป็นเสียงสะท้อนมาจากผู้นํามุสลิมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสจังหวัดเดียว เพราะเป็นการ เหวี่ยงแหแล้วก็เอาประชาชนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรมที่หน้าสถานีตํารวจภูธรที่ตากใบ ติดเด็ก ติดคนชรา ติดคนต่าง ๆ ซึ่งไปซื้อของมาละศีลอดในเดือนรอมฎอน เห็นเขา ประท้วงก็มายืนดูด้วยแล้วก็ติดไปอยู่ใน ๗๔ ศพนั้นด้วยยังไม่มีความกระจ่างให้เห็นว่า พวกเขาเหล่านั้นได้เสียชีวิตแล้วก็พาเข้าไปในค่ายในทหาร แล้วก็ถูกทารุณกรรม และเสียชีวิตอย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นคําถามที่ยังไม่มีคําตอบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ และต้องพยายามที่จะเยียวยาหาคําตอบตรงนี้ให้ได้ พวกผมซึ่งอยู่ใน พื้นที่ ๓ จังหวัดได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องใน ๓ จังหวัดอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อไรจะมี คําตอบในเรื่องของท่านสมชาย นีละไพจิตร เมื่อไรจะมีคําตอบของท่านเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู สตูล ซึ่งลูกเขาก็เรียนแพทย์จบมาแล้ว ที่ถูกอุ้มหายและศพก็ยังไม่ได้คืนมา เมื่อไรจะมี คําตอบในเรื่องของประชาชนชาวบ้านอีกมากมาย ซึ่งไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังและที่ เสียชีวิตไปมากมาย ตรงนี้คือสิ่งที่ภาษาในพื้นที่เรียกว่า เกออาดีลัน คือความยุติธรรม เสียงเรียกร้อง ณ ขณะนี้ใน ๓ จังหวัด ไม่ใช่เมอเดกาหรือว่าการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็น เสียงเรียกร้องต่อรัฐบาลว่าจะต้องให้ความยุติธรรมให้กับพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล จะต้องให้นํ้าหนักมาก ๆ ในกฎหมายฉบับนี้นั่นก็คือว่าการอํานวยความยุติธรรม ผมเห็น ความพยายามของรัฐบาลในการที่จะฟื้นคดีต่าง ๆ ในการที่จะมีการสอบสวนเพื่อที่จะให้ ความกระจ่างในคดีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่เดินมาถูกต้อง แล้วก็มีแต่ละอําเภอ แต่ละจังหวัดนั้น มีศูนย์ แล้วก็มีเซ็นเตอร์ (Center) ในการที่จะให้มีการอํานวยความยุติธรรมรับเรื่องราว ร้องทุกข์ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด งบประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทที่ท่าน ทุ่มลงไปอาจจะได้ในเชิงของการพัฒนา แต่ในเชิงของความรู้สึกจิตวิทยาไม่ต้องใช้งบมาก ก็คือเรื่องของความยุติธรรม คืนสิ่งเหล่านี้ให้กับเขาไป ผมเชื่อว่าท่านถาวร เสนเนียม ท่านเป็นอดีตอัยการแล้วก็เป็นนักกฎหมาย ท่านรู้ปัญหานี้ดี และ ๙ เดือนที่ผ่านมานั้น ท่านได้เดินมาในแนวทางนี้ถูกต้อง

ประการต่อมาก็คือว่า รัฐบาลจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขในเชิงของศาสนา ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีแนวความคิดจากซีกของรัฐบาลยุคนั้น ให้ยกเลิกโรงเรียนปอเนาะ ให้ยกเลิกโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ให้ยกเลิก การส่งคนไปเรียนที่ต่างประเทศ นั่นคือเป็นความคิดของคนในยุคนั้น ผมก็เข้าใจว่าท่านก็ คิดได้แค่นี้ แต่นั่นคือเป็นการสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มขบวนการไปขยายผลบอกว่ารัฐบาล กําลังจะยกเลิกโรงเรียนปอเนาะ แต่ดีที่ว่าได้มีการทักท้วงจากนักวิชาการ และไม่ได้มีการ ดําเนินการตรงนั้น แล้วก็ยังมีแนวคิดในการที่จะเอาคนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน มาแต่งงานกับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพื่อที่จะให้ชาติพันธุ์ของมลายูได้หมดไปแล้วปัญหา จะได้จบไป นั่นคือแนวคิดที่มาจากคนบางส่วน เพราะฉะนั้นคนที่จะมาแก้ไขในปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเข้าใจในพื้นที่ ผมเองก็ชื่นชมที่ทางรัฐบาลได้มีนโยบาย ออกมาในการที่จะไม่สร้างเงื่อนไข แล้วก็ท่านให้ความสําคัญในการที่จะดูแลมวลชน ชั่วโมงนี้ ปัจจุบันนี้ผมอยู่ในพื้นที่ ผมรู้เลยว่าเหตุการณ์สงบลงเยอะ กลุ่มขบวนการนั้น ก็มีความพยายามที่จะหาแนวร่วม แต่เราไม่สร้างเงื่อนไขขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อมี กฎหมายฉบับนี้นั้นจะต้องมีการให้ภาคพลเรือนแล้วก็ภาคที่สามารถที่จะไปทําในเรื่องของ จิตวิทยามวลชนมีบทบาทมากที่สุดในร่างกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอฝาก เป็นประเด็น และสิ่งที่ผมมีความชื่นชมก็คือว่าผู้นําระดับสูงของรัฐบาลกล้าที่จะพูดกับ ฝ่ายทหาร ฝ่ายตํารวจ ฝ่ายความมั่นคงว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ แล้วก็ มีการอุ้มฆ่าอยู่ ก็ได้มีการโยกย้ายกันไป นี่คือสิ่งที่ผมมีความชื่นชม แล้วก็มีความชื่นชม ในการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เชื่อมความสัมพันธ์กับโลกอาหรับ ท่านไปที่กาตาร์ ท่านไปที่ บาห์เรน และท่านพยายามที่จะเข้าหาซาอุดีอาระเบีย และมีความพยายามในการจะ รื้อฟื้นคดีตรงนี้ เพื่อสร้างความกระจ่างชัด นั่นคือการเดินมาที่แนวทางที่ถูกต้องในการแก้ ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลแล้วก็ท่านกรรมาธิการช่วยดู ตรงนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอารีเพ็ญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานขออนุญาต นิดหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทําอะไรครับท่านพงศ์พันธ์

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ขอความกรุณาท่านประธาน ได้อ่านชื่ออีกรอบหนึ่งครับ เพราะว่าจะได้มีการเตรียมตัวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็จากท่านอารีเพ็ญจะเป็นท่านอันวาร์ สาและ มาท่านประสิทธิ์ และท่านนพคุณ รัฐผไท นะครับ แล้วก็ต่อไปท่านอรรถพร ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ แล้วก็มาท่านฐิติมา ฉายแสง นะครับ และเดี๋ยวผมจะสลับอย่างนี้นะครับ มีอีกหลายท่าน ที่จะประสงค์อภิปราย เชิญท่านอารีเพ็ญครับ

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ผมในนาม พรรคมาตุภูมิ ไม่ได้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ทั้ง ๖ ฉบับ ที่ไม่ได้เสนอร่างทั้ง ๖ ฉบับนี้ก็เพราะว่าไม่เห็นด้วยกับ ศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายพรรค ได้เสนอมาในครั้งนี้ เหตุผลเพราะว่าขณะนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นปัญหา ที่มีปัญหาใหญ่หลวง แล้วก็เป็นปัญหาที่มีการแพร่ขยายไปอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็น ในระดับภายในประเทศหรือต่างประเทศ เหตุการณ์แต่ละครั้งที่เกิดขึ้นที่นั่นก็จะเป็นที่ เผยแพร่ของสื่อข่าวไปยังต่างประเทศอย่างใหญ่โต เพราะฉะนั้นผมยังมองเห็นว่าทั้ง ๖ ฉบับของผู้ที่เสนอมาในครั้งนี้นั้น ผมเห็นว่าเป็นการตั้งหน่วยราชการหรือว่าส่วนราชการ ที่เล็กนิดเดียว ถ้าเทียบกับปัญหาที่ใหญ่หลวงในขณะนี้ คือว่าตลอดระยะเวลา ๕ ปี ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบันมีการต่อสู้ มีคนตายประมาณ ๔,๐๐๐ คน ๕ ปี ๔,๐๐๐ กว่าคนท่านประธาน แต่ถ้าท่านประธานได้ไปศึกษาดูการต่อสู้ของชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ประเทศอังกฤษนั้น เขาต่อสู้มา ๓๐ ปี คนตายแค่ ๓,๐๐๐ กว่าคน ๓๐ ปี ๓,๐๐๐ กว่าคน ของประเทศอังกฤษ ทุกวันนี้ไอร์แลนด์เหนือ กับ ๕ ปี ๔,๐๐๐ กว่าคนของประเทศไทยเรานั้น ผมถือว่าเป็นการเปรียบเทียบแล้วของเรานั้นมีความรุนแรง แล้วก็มีคนตายมากกว่าของ ไอร์แลนด์เหนือมากมาย ท่านประธานทราบไหมครับว่ากรณีไอร์แลนด์เหนือนั้น ขณะนี้ ถ้าท่านได้ดูข่าวคราวท่านจะไม่ได้เห็นการระเบิดที่กรุงลอนดอน ไม่มีการยิงกันตาย ที่ไอร์แลนด์เหนือ เพราะว่าไอร์แลนด์เหนือนั้นเขาได้มีการสร้างสันติสุข ได้มีการพูดคุยกัน ระหว่างผู้ที่ก่อการที่จะไปแยกดินแดนไอร์แลนด์เหนือกับรัฐบาลอังกฤษ แล้วก็ได้มีการ ตั้งองค์กร องค์กรหนึ่งระดับกระทรวง เขาตั้งกระทรวงไอร์แลนด์เหนือ กระทรวงไอร์แลนด์เหนือนั้น เป็นกระทรวงที่แก้ไขปัญหาในไอร์แลนด์เหนือขณะนี้ จนกระทั่งเสียงปืนที่ไอร์แลนด์เหนือ ขณะนี้แทบจะไม่ได้ยิน ผมจึงอยากจะเทียบว่าคนตาย ๓,๐๐๐ คน ในระยะเวลา ๓๐ ปี ของไอร์แลนด์เหนือนั้นเขาแก้โดยใช้กระทรวง แต่ของเรา ๕ ปี ตายประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าคน เราแก้เพียงแต่ให้มีเครื่องมือระดับหน่วยราชการเล็ก ๆ ซึ่งผมถือว่ามันไม่ทันกาลกับ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ด้วยเหตุนี้เองผมกับท่านนัจมุดดีน อูมา กับคุณฟาริดา สุไลมาน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติทบวงการบริหารกิจการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราได้เสนอระดับทบวงน้อง ๆ ของกระทรวง ไม่ใหญ่เท่ากระทรวง แต่กินเนื้อที่ พื้นที่ ที่มีปัญหาแค่ ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ คือ อําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา อําเภอ สะบ้าย้อย ของจังหวัดสงขลา เราพยายามจํากัดวงของจังหวัดที่มีปัญหาและอําเภอที่มีปัญหาให้มาอยู่ที่ทบวงจะเป็น ผู้ดูแลรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพ ร่างทั้ง ๖ ร่างของรัฐบาลแล้วก็ ของสมาชิกจากทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผมอ่านแล้วว่าเป็นร่างที่ไม่ได้ครอบคลุมมิติ ของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งกระบวนการหรือว่าทุกมิติ เพียงแต่เน้นใน มิติของสังคมกับเศรษฐกิจเท่านั้น ในมิติของการเมืองการปกครองก็ดี มิติด้านความมั่นคง ก็ดีไม่ได้ปรากฏในร่างทั้ง ๖ ฉบับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับของทั้งรัฐบาลและทาง สมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ได้มาเสนอในรูปแบบและเนื้อหาเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถ้าเราจะแก้ไขให้มันครบ ทุกมิติ เราต้องเลือกมิติใหญ่ ๆ ๔ มิติด้วยกัน

มิติที่ ๑ คือมิติทางการเมืองการปกครอง

มิติที่ ๒ คือมิติทางสังคม สังคมนี่หมายถึงการศึกษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา ประวัติศาสตร์ ตลอดจนกระทั่งวิถีชีวิตของคนที่นั่น

มิติที่ ๓ มิติทางด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวกับเรื่องความยากจน คุณภาพชีวิต ของคนที่นั่น ซึ่งคนที่นั่นถ้าเขามองไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย แล้วก็มองฝั่งประเทศไทย ที่เขาอยู่ใจของเขานั้นหดหู่ เพราะว่าทางประเทศมาเลเซียนั้นมีความเจริญเกือบทุก ๆ ด้าน มีความเจริญมากกว่าฝั่งประเทศไทยนะครับ

มิติที่ ๔ นั้นเป็นมิติของความมั่นคง ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบ นะครับว่า นี่เรื่องของทบวงบริหารราชกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ไม่ใช่เป็นความคิด ความอ่านของผม นัจมุดดีน และฟาริดาอย่างเดียว เรื่องทบวงนี้เป็นเรื่องที่นักวิชาการ กลุ่มหนึ่งได้มีการศึกษามานาน ผมอยากจะเอ่ยชื่อท่านก็ได้นะครับ ท่านเป็ น บุคคลภายนอกต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านดอกเตอร์โคทม อารียา ท่านดอกเตอร์ฉันทนา หวันแก้ว แล้วก็ท่านดอกเตอร์ศรีสมภพ ดอกเตอร์ศรีสมภพนั้น เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้เป็นอาจารย์ที่นั่นประมาณ ๗-๘ ปี ส่วนอาจารย์โคทม อารียา กับอาจารย์ฉันทนา หวันแก้ว นั้นเป็นอาจารย์ที่ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เพียงแต่ชื่อท่าน ๓ คนนี้ในวงงานของวิชาการนั้นเป็นคนที่มีคน รู้จักมากมาย บุคคลเหล่านี้ได้รับทุนจากมูลนิธิต่างประเทศแล้วก็ได้ไปศึกษา วางรูปแบบ ว่าจะทําอย่างไรให้จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นให้มีความสงบ ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีต ตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม หลังจากที่ เกิดเหตุการณ์ที่กบฏดุซงญอมีการฆ่าคนตายเป็นร้อยที่หมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งที่หมู่บ้าน ดุซงญอขณะนี้ยกฐานะเป็นตําบล อยู่ในอําเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี ๒๔๙๑ เมื่อมีเหตุการณ์สู้กันตายระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนที่นั่น จอมพล ป. ได้ส่งคน ซึ่ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้นคือ นายเจ๊ะ อับดุลลา หลังปูเต๊ะ ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล เป็นหัวหน้าคณะไปสอบข้อเท็จจริง เมื่อมีการสอบข้อเท็จจริงก็ได้มารายงานต่อรัฐบาลในขณะนั้นนะครับว่า ข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นมีการปะทะนั้นความผิดคือเจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นคนทําความผิดก่อน เพราะว่าได้ไป ยิงคนที่กําลังทําพิธีเกี่ยวกับเรื่องที่เขาอยากจะปลุกคนเพื่อต่อสู้กับโจรจีนคอมมิวนิสต์ มาลายาขณะนั้น ซึ่งโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายาได้ไปคุกคามชีวิตพี่น้องประชาชนที่นั่น รัฐยังไม่เข้าถึงพี่น้องตามชนบท เขาจําเป็นต้องยกพวกขึ้นต่อสู้โดยการจัดกําลังของ ประชาชน แต่ทางการไทยเข้าใจผิดว่าจะต่อสู้กับรัฐ จึงมีการยิงกันแล้วก็มีการฆ่ากันตาย หลังจากนั้นท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง เพื่อที่จะ กําหนดรูปแบบการปกครองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนั้นรวมทั้งจังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ไม่มีจังหวัดสงขลา แต่ว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม นั้น ได้สูญเสียอํานาจเสียก่อน เมื่อมีการเลือกตั้งปี ๒๕๐๐ ก็ได้มีการประท้วง จอมพล สฤษดิ์ ยึดอํานาจ จอมพล ป. ก็ต้องออกไปอยู่ต่างประเทศ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรูปแบบการปกครอง ที่นั่นเขาได้มีการศึกษาทุกยุคทุกสมัย ผมได้เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ต้นมาปี ๒๕๒๙ จนถึง ปัจจุบัน ๒๓ ปี อยู่ในสภาแห่งนี้ สภาชุดนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ส.ส. ทุกพรรคมาเป็นคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีการ สรุปแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา ขณะนี้ก็ได้จัดทําเป็นรูปเล่ม เพียงแต่รอในการที่จะรายงาน ต่อสภา คิดว่าเมื่อมีการเปิดสภาในคราวหน้าก็จะมีการพิจารณาในสภา ซึ่งการศึกษาของ คณะเรานั้นได้เชิญนักวิชาการต่าง ๆ ให้ข้อคิดเห็น นักวิชาการที่มาให้ข้อคิดเห็นนั้น ก็เสนอแนะว่าควรจะแก้ไขในรูปแบบของการมีทบวงนะครับ ส่วนทบวงรายละเอียดเป็น อย่างนั้นผมคิดว่าเดี๋ยวคุณนัจมุดดีน อูมา ในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้อาจจะเป็นคนอธิบายให้ชัดเจนว่าทบวงนั้นรูปแบบเป็นอย่างไร องค์กร ท้องถิ่นที่มีอยู่ปัจจุบันนั้นจะได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร แล้วก็รูปแบบของทบวงนั้น จะเป็นรูปแบบของการปกครองแบบรัฐเดี่ยว ซึ่งเป็นการปกครองที่ยังคงรักษาไว้ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหม่สําหรับประเทศ ไทยเรา จนกระทั่งมีนักการเมืองหลายท่าน แม้กระทั่งคนที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ขออภัย ที่ต้องเอ่ยชื่อ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านบอกว่าทบวงนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ท่านยังไม่ได้ ดูในเนื้อหา ท่านยังไม่ไปที่อังกฤษว่าอังกฤษนั้นปัญหาไอร์แลนด์เหนือเขาแก้ไขโดยมี กระทรวงไอร์แลนด์เหนือ เรามีโมเดล (Model) ของอังกฤษ แล้วปัญหาพื้นฐานของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ถ้าเทียบกับปัญหาไอร์แลนด์เหนือนั้นคล้ายคลึงกันมาก จากการศึกษา ของนักวิชาการนั้นได้สรุปว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้มี ทบวงนั้นเหมือนกับว่าเป็นการพบครึ่งทางระหว่างการที่จะมีเขตปกครองพิเศษ หรือว่า มีการปกครองแบบตนเอง ซึ่งเป็นคําแสลงสําหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ พอพูดถึงเรื่องการปกครองตนเอง พูดถึงการปกครองพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น โพล (Poll) ต่าง ๆ ที่ออกมาที่ไม่เห็นด้วยกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งเป็นนายเก่า ของผมได้ไปที่จังหวัดปัตตานีได้ประกาศว่าจะให้มีการปกครองแบบนครปัตตานี โพลออกมา ๘๖ เปอร์เซ็นต์ทั้งประเทศไม่เห็นด้วย แต่ในพื้นที่ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย เขาเห็นด้วยทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้ว่าโครงสร้างของนครปัตตานีนั้นเป็นอย่างไร นครปัตตานีนั้นถ้าดูในชื่อก็หมายความว่า ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอนั้นมารวมกันเป็น นครเดียว นราธิวาส ยะลาก็อาจจะยกเลิก จังหวัดปัตตานีก็ยกเลิก แล้วก็มีนครปัตตานี ก็มี ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงถ้าเราเล่ารายละเอียดให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านก็อาจจะไม่เอาก็ได้ เพราะว่า ๑. อบจ. นราธิวาสก็หายไป อบจ. ยะลาก็หายไป หรือการปกครองท้องถิ่นถ้าเราเอาแบบ กทม. ท้องถิ่นก็หายไป เหลือเขตซึ่งมีข้าราชการ เป็น ผอ. เขต ก็มีสมาชิกเขต ก็ ส.ข. ถ้าระดับสูงก็มี ส.ก. ก็คือสมาชิกสภา กทม. เพราะฉะนั้นถ้าเราเล่ารายละเอียดให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านก็ไม่เอาเหมือนกันที่จะบอกว่า ให้มีนครปัตตานี ซึ่งผมเองผมเคยคิด ผมเคยตามพรรคก้าวหน้าสมัยที่ท่านอุทัย ตั้งพรรคก้าวหน้าใหม่ ๆ ผมชอบพรรคก้าวหน้ามีนโยบาย ๒ อย่างที่ผมชอบ ตรงกับใจผม ๑. เขาบอกว่าให้มีกระทรวงศาสนา ๒. เขาบอกว่าให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ในที่สุดพรรคก้าวหน้าก็ไม่สามารถที่จะทนต่อแรงเสียดทานของความเห็นของ ประชาชนทั้งประเทศ หรือกระทั่งกระทรวงมหาดไทยด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญมาก รูปแบบการปกครองที่นั่นผมคิดว่าจะเป็ นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ประวัติศาสตร์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาของการพัฒนา หรือการแก้ไขปัญหาของความ มั่นคงได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นทางพรรคของผมนั้นยังยืนยันว่าจะให้มีการจัดตั้งทบวง ไม่ว่าจะต้องใช้ เวลานานสักเท่าไร เราจะเผยแพร่แนวความคิดนี้ เพราะทบวงนี้ถ้าใครจะบอกว่าจะเป็น การสร้างขึ้นอีกรัฐหนึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะทบวงก็คือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเราอาจจะมีการแก้ไขเกี่ยวกับกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเราก็ได้เสนอกฎหมายไป ๒ ฉบับ แต่เป็นที่น่าเสียใจท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่ศึกษาอย่างลึกซึ้ง ท่านเซ็นเหมือนกันครับ เซ็นไม่รับรอง เมื่อเซ็นไม่รับรองร่างของผม กับนัจมุดดีน กับฟาริดาก็ไม่สามารถที่จะมา อภิปรายให้กับท่านฟังในสภาในวันนี้ได้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะพูดให้ชาวบ้านฟังได้ ซึ่งทางคณะของผมก็ยังยืนยันว่าการแก้ไขโดยใช้รูปแบบของทบวงนั้นเป็นการยกระดับ ปัญหาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ให้มีระดับทบวงต้องมาแก้ไข แล้วก็ยังคงไว้ซึ่ง อบจ. ยังคงไว้ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือว่าจะเป็นเทศบาล ซึ่งลักษณะของ การจัดตั้งทบวงของเรานั้น เราจะเพิ่มอํานาจให้ อบจ. กับท้องถิ่นสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น สามารถที่จะออกข้อบัญญัติให้กับตัวเองในการที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขามากขึ้น ในขณะเดียวกันเราให้มีภาคของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมคือมีสมัชชาประชาชน นอกจาก สมัชชาประชาชนโดยเอาคนมาจากหลายสาขาวิชาชีพนะครับ ก็ยังมีระดับล่าง ระดับตําบล มีสภาผู้รู้ศาสนา ต้องเอาสภาผู้นําศาสนามาอยู่ที่ระดับตําบลเพื่อทําให้เกิดความ สมานฉันท์ ทุกศาสนาจะมาอยู่ที่สภานี้หมดนะครับ นี่คือรูปแบบคร่าว ๆ ที่ผมอยากจะ เรียนท่านประธานนะครับว่าผมอยากจะให้เรามาศึกษาเรื่องของทบวง แล้วก็เรามาพูดถึง ในแง่ของปัจจุบันกับอนาคต ผมเองจะไม่พูดอดีตที่ผ่านมาว่าใครถูกใครผิด ตอนเป็น ฝ่ายค้านว่ารัฐบาลทําไม่ถูก พอตัวเองมาเป็นรัฐบาลเองตัวเองก็ทําทํานองเดียวกัน ก็ว่ากันไปว่ากันมา ซึ่งผมว่าผิดก็ผิดทั้งคู่ ถ้าถูกก็ถูกทั้งคู่ สําหรับผมเองอยากจะให้พูดถึง ปัจจุบันและอนาคต เพราะปัญหาที่นั่นถ้าเราแก้ไขไม่ถูกจุดมันจะกลายเป็นปัญหาที่ ใหญ่โต ผมเองอยู่ที่นั่น ผมเองบอกตรง ๆ ว่ายังอยากอยู่ในผืนแผ่นดินไทย เพราะมีความ อิสระเสรีมากมาย เพราะฉะนั้นเราถึงอยากจะให้แก้ปัญหาที่นั่นด้วยการใช้ปัญญา แก้ด้วยความเที่ยงธรรม แก้ด้วยความที่ทําให้ที่นั่นได้รับการพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ก่อนที่จะให้คุณนัจมุดดีนอภิปรายในโอกาสต่อไป ผมอยากจะ เสนอแนะต่อรัฐบาลว่าถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

ประการที่ ๑ เราให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกกับ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใช้อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ แล้วก็ใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแทน เหมือนกับที่ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้ มติ ครม. ให้มีการใช้กฎหมาย พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแทนกฎอัยการศึก กับ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งผมคิดว่าการที่จํากัดเฉพาะใน ๔ อําเภอก่อน แม้จะเป็นการนําร่องก็ตาม ผมถามความคิดว่าเป็นการกระทําที่ไม่ให้ความ เป็นธรรม เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือว่าเป็นการใช้ ๒ มาตรฐาน ถ้าจะให้มีการแก้ปัญหา อย่างจริงจัง ทั้ง ๔ อําเภอ กับ ๓ จังหวัด ต้องใช้กรณีเดียวกัน ต้องยกเลิกกฎอัยการศึกกับ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราก็ใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรแทน ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเชื่อว่าจะทําให้ปัญหาที่นั่นลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ประการที่ ๒ อยากเสนอแนะต่อท่านประธานว่าผมอยากจะให้ปัญหาที่นั่น ให้คนในพื้นที่เป็นคนแก้ไขปัญหากันเอง ขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าทหาร ที่มาจากที่อื่น รวมกันแล้วมีประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คน ค่าใช้จ่ายเท่าไร งบเบี้ยเลี้ยงเท่าไร งบโน่นงบนี่เท่าไร คนที่มาจากทางภาคอีสาน ทางภาคเหนือ หรือภาคกลาง ก็ตาม ถ้าไปอยู่ที่นั่นผมเห็นใจ ผมเข้าพื้นที่เจอทหารทุกด่าน ล้วนแต่เห็นมีสภาพของความ อิดโรย ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเกร็ง เพราะอะไร เพราะอยู่ในสังคมซึ่งเขาไม่รู้ภาษา ไม่รู้วัฒนธรรม มาไกลจากภาคอีสาน จากภาคเหนือแล้วมาอยู่ที่นั่น ก็ทําให้เกิดความรู้สึก ระแวงซึ่งกันและกัน คนในพื้นที่ก็ระแวงคนที่เป็นทหาร คนที่เป็นทหารก็ระแวงคนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเสนอว่าให้รัฐบาลจ้าง หรือว่าตั้ง อส. ให้ทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ไม่ตํ่ากว่า ๒๐ คน อส. ๒๐ คน ต่อ ๑ หมู่บ้าน ให้เขาคัดเลือกกันเองภายในหมู่บ้าน แล้วก็ ให้มีค่าสวัสดิการก็ดี เงินเดือนก็ดี อย่างน้อยเดือนหนึ่งประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอารีเพ็ญครับ เรากําลังพิจารณาหลักการร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. นะครับ ส่วนประเด็นทางออกอย่างไรท่านก็ค่อยนําเสนอรัฐบาล

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ แบบสัดส่วน

อันนี้เป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้ รัฐบาลรับไป เอาไปพิจารณา ผมอยากจะให้มีการจัดตั้ง อส. ขึ้นในพื้นที่ทุก ๆ หมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๒๐ คน เอาคนในพื้นที่ แล้วก็ให้สวัสดิการและให้เงินเดือนเขา อย่างน้อยคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ยังเป็นการใช้งบประมาณน้อยกว่าคน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนมาจากที่อื่น ซึ่งถ้าเราดูตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน เขาว่าใช้เงินประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมยังไม่เห็นว่ามีอะไรโครงการใหญ่โตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมาหลังจากที่ ทุ่มเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ผ่านมานะครับ เพราะฉะนั้นผมเสนอข้อเสนอ ซึ่งอาจจะนอกเหนือจากหลักการ แต่ในเรื่องของหลักการนั้นผมไม่เห็นด้วยเพราะเป็น การตั้งหน่วยงานที่เล็กนิดเดียว แต่มาแบกภาระหนักซึ่งคนตายตั้ง ๔,๐๐๐ คนภายใน ๕ ปีนั้น ผมคิดว่าผมรับไม่ได้นะครับ ผมจึงขอไม่เห็นด้วยกับร่างทั้ง ๖ ฉบับนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอนุโลมให้ท่านอารีเพ็ญพูดเกินเวลาได้มาก เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของพรรคมาตุภูมิ นะครับ ต่อไป ท่านอันวาร์ สาและ ครับ เชิญครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติในขั้นรับหลักการของพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ก็มีหลายแง่คิดที่ผมอยากจะเสนอแนะ รวมทั้ง เป็ นข้อเสนอแนะจากพี่น้องที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔ ซึ่งมีความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความ เสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับการคุ้มครอง มาตรานี้และมาตรา ๕ เป็นสิ่งที่สําคัญมาก กับพื้นที่ของผม เราจะได้เห็นนะครับว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ มี พ.ร.บ. ที่สําคัญ และเกี่ยวข้องกับพี่น้องที่อยู่ที่นั่น ๓ พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เราได้ยินท่านสมาชิกจากพื้นที่อื่น ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ว่าแค่ประกาศแค่ไม่กี่วัน พื้นที่ของ กทม. แล้วก็ของจังหวัดเชียงใหม่ แทบจะอยู่กันไม่ได้ แต่ในพื้นที่ผมครับ เขาใช้ พ.ร.ก. กับ พ.ร.บ. เหล่านี้ ใช้มาเป็นปีแล้วครับ จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญเองได้บัญญัติไว้ว่าการใช้กฎหมายต่าง ๆ ให้มีความเสมอภาค กันทั่วประเทศไทย แต่ทําไมบางพื้นที่ก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ละครับ แต่ไม่ได้เกิด เหตุการณ์อย่างนั้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา แต่ทําไม ๓ จังหวัดจึงมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นที่นั่น จริง ๆ มันมีเรื่องครับ ถ้ามันปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แล้วก็โดยยึดหลักของ ความเป็นธรรมแล้วนี้ วันนี้เราก็คงไม่ต้องมานั่งพิจารณาใน พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการ บริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรอกครับ ท่านทราบไหมครับ พ.ร.บ. เดียวกัน ทําไมมีผลไม่เหมือนกัน เราเคยได้ยินนะครับว่าปัญหาภาคใต้ที่เกิดขึ้นนี้ มันเกิดจากการ สร้างเงื่อนไข เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม และนั่นละครับ พอเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมามันก็เกิดความกดดันในพื้นที่ขึ้นมา แล้วปรากฏว่าอย่างไรครับ การบริหารในพื้นที่ที่นั่นนะครับ แต่ก่อนพอลงโทษก็ไปลงโทษที่โน่น แต่ก่อนนี้เป็นสถานที่ ใช้สําหรับลงโทษ ให้เจ้าหน้าที่ที่ผิดหรือว่าไม่ดีไปอยู่ในพื้นที่ วันนี้กลับกันครับ วันนี้ เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารทุกคนอยากไปที่นั่น เพราะอะไรหรือครับ มันกลับกันหมดครับ เจ้าหน้าที่ระดับล่างมีความเป็ นอยู่ที่ค่อนข้างลําบาก แล้วก็มีความหวาดระแวง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงกลับต้องการไปอยู่ที่นั่น เพราะเงื่อนไขในการใช้งบประมาณที่นั่น มีช่องว่างครับ ผมได้ยินสมาชิกของเราได้พูดหลายครั้งว่าทําไมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีเงินงบประมาณ มีอะไรต่าง ๆ ลงไปเป็นพิเศษที่นั่น ผมอยากจะบอกสมาชิกเลย นะครับว่าที่ท่านไม่ได้เกิดอย่างผมนี้เป็นโชคของท่านแล้วละครับ ก่อนที่จะเป็นอย่างนี้ งบประมาณแต่ก่อนกว่าจะไปในพื้นที่ผมนี่ยากลําบากครับ โรงเรียน ปอเนาะ สื่อการศึกษาต่าง ๆ ที่เขาขออะไรมาเขาไม่ได้ครับ พอเขาไม่ได้นี่สังคมที่อยู่ที่นั่น เป็นสังคมลักษณะของเชิงเปรียบเทียบ อย่าลืมว่าเขามีญาติพี่น้องที่อยู่มาเลเซียด้วย แล้วขณะเดียวกันก็มีคนใน ๓ จังหวัดไปทํางานในพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย เขาเปรียบเทียบได้ครับ ว่าทําไมรัฐบาลของมาเลเซียดูแลคนของเขาอย่างดี มีอะไร หลาย ๆ อย่างให้กับพี่น้องประชาชนของเขา แต่พอเขากลับมาในพื้นที่ของเรามันเห็น ได้ชัดเลยครับว่าเขาเรียกร้องสิ่งอะไรต่าง ๆ เขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาเรียกร้องมา หรือได้มา ก็ด้วยความยากลําบาก ด้วยความล่าช้า พอความล่าช้า พอเกิดการเปรียบเทียบเขาก็รู้สึก นะครับว่าเขาก็คนไทย ทําไมเขาถูกเลือกปฏิบัติอย่างนั้น นี่คือประเด็นหนึ่งที่ทําให้พื้นที่ ตรงนั้นเกิดปัญหาขึ้นมา พ.ร.บ. วันนี้จะให้อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าส่วนสําคัญเรื่องหลัก อยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่าทําอย่างไรให้คนในพื้นที่เขามีส่วนร่วม ให้เขารู้สึกแล้วก็มีส่วนร่วม ในการกําหนดวิธีปฏิบัติ หรือวิธีการใช้ที่นั่น ผมถามว่า พ.ร.ก. ทั้งหมดที่ออกไปใช้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่นั่นไม่รู้หรอกครับว่าอะไรจะมาใช้กับเขา แต่เขาก็ต้องรับ ผมได้เรียนท่านประธานแล้วนะครับว่า เงื่อนไขที่เกิดเหตุการณ์คือ เจ้าหน้าที่ อย่างที่บอกนะครับ ผมอยากจะให้แง่คิดกับทางรัฐมนตรี แล้วก็ทางสภาของเรา ให้คิดให้ดีครับว่าพื้นที่หรือ พ.ร.บ. ที่จะลงไปนี่ ที่จะให้อํานาจ หรือให้ความสําคัญกับคน ที่ไปดูแลในพื้นที่ตรงนั้นต้องมีความระมัดระวังครับ เพราะว่าเราได้เห็นว่าในประเทศไทย หลายครั้งที่เกิดปัญหา เกิดการใช้กรณีของการรุ่นพี่ รุ่นน้อง พวกพ้อง หรือสีเดียวกัน ประเทศมันไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าใช้วิธีปฏิบัติอย่างนี้อีกที่โน่นก็จะมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ต่อไปอีก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้หลายอย่างท่านเองก็คงจะทราบ แล้วองค์กรต่าง ๆ ก็แปลก นะครับ ประเทศไทยนี่ผมเข้าใจว่าโอเค (OK) อาจจะมีในเรื่องของความไม่ต่อเนื่องของ การเมือง เราไม่ค่อยได้รัฐบาลที่ครบ ๔ ปี เพราะฉะนั้นเวลาทํางานก็อาจจะน้อย พอจะ ตั้งไข่ได้ บางทีก็มีเรื่องแล้วทําให้สภาหยุดชะงักกันไป นโยบายดี ๆ ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่ จะดําเนินการได้ การปรับเปลี่ยนองค์กรจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้วก็มากในประเทศของเรา มีปัญหาทีปรับชื่อ ปรับเปลี่ยน ปรับองค์กร แต่คนทํางานคนเดิมครับ วิสัยทัศน์แบบเดิมครับ วิธีคิดต่าง ๆ ก็แบบเดิม ถ้าสมมุติว่าเรายังยืนหลักบนความอคติต่อพื้นที่ปัญหาต่าง ๆ แน่นอนครับ ก็เหมือนกับเอาปัญหาซุกใต้พรมนั่นละครับ แล้วสังเกตไหมครับว่า กรณี ที่เกิดความผิดพลาดกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติต่อประชาชนในพื้นที่เคยมีกี่รายที่ลงโทษ อย่างหนัก หรือมีกี่รายที่เราประชาสัมพันธ์ว่าเราได้ลงโทษเขาไปแล้ว นอกจากการ ประนีประนอมชดใช้ค่าเสียหาย แล้วเรื่องก็หายไป แล้วการเอาผิดเหล่านั้นก็เงียบหายไป เช่นกันครับ อันนี้ครับที่คนในพื้นที่เขารับไม่ได้

ในส่วนของตามแนวพระราชดํารินะครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านในส่วน ของข้อที่เกี่ยวกับเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ข้าราชการทุกคนผมว่าท่องได้ขึ้นใจหมดทุกคน แต่ว่าผมอยากให้มองเรื่องของการให้บริการของภาครัฐด้วยความเป็นธรรมและเข้าถึงกับ พี่น้องประชาชนที่โน่น การใช้งบประมาณจํานวนมากที่ลงไปในพื้นที่ ผมคิดว่าก็ไม่ใช่เป็น สิ่งที่ดีกับพื้นที่โดยเฉพาะตรงนั้น แล้วก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดกับที่นั่น แต่ทําอย่างไรครับว่าการใช้ งบประมาณต่าง ๆ ที่นั่นงบประมาณลงไปเยอะจริงครับ แต่ไม่ได้ถึงชาวบ้าน มันมีเหมือน ตะแกรงอะไรบางอย่างที่ไปกรองตรงนั้น เศษ ๆ ถึงไปตกกับเขา แต่ผมก็ขอชื่นชมนะครับ ว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐบาลเองได้ปรับเปลี่ยนหลาย ๆ เรื่องที่ให้สิ่งเหล่านี้ไปถึงเขา อย่างเช่น กรณีที่ไมโคร ไฟแนนซ์ (Micro Finance) ที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีสินเชื่อกับพื้นที่ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ เศรษฐกิจที่นั่นแทบจะบอกว่าวันนี้หยุดชะงักทําอะไรไม่ได้เลยครับ ชาวบ้านเองอย่าว่าแต่อะไรเลยครับ ถ้าสมมุติว่าเรามีร่างพระราชบัญญัติอะไรก็ได้ครับที่ ให้เขารู้สึกว่าความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น วันนี้ท่านได้เห็นไหมครับว่า ๒-๓ เดือนที่แล้วก็มี อดีตนายกรัฐมนตรีไปบอกว่าจะทําสิ่งโน้นสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่ ผมบอกได้เลยครับชาวบ้านที่นั่น เขาขานรับครับ ถ้าผมมองเจตนาดี ผมคิดในเจตนาดีว่าอันนั้นสิ่งที่ดีก็โอเคครับ ดีครับ แต่คนที่นั่นเนื่องจากถูกกดดันมานาน ถูกสิ่งต่าง ๆ ที่เขารู้สึกว่าความหวาดระแวงอะไร เข้ามาที่เป็นสิ่งใหม่ ๆ แล้วรู้สึกว่าเขาจะได้ในสิ่งที่ดีนี้ เขารับหมดครับ ผมอยากให้เรามา คิดกันนะครับว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนี้ทําอย่างไรครับให้เขามีความรู้สึก หรือคนไทยทุกคนให้มีความรู้สึกว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน อันนี้ละครับ สิ่งนี้ผมอยากให้สภาเองหรือรัฐบาลหรือทุกท่านที่เป็นตัวแทน ให้ทําอย่างไรก็ได้ครับ ให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยคือการปกครอง โดยประชาชน เพื่อประชาชน และให้เข้าถึงกับคนใน ๓ จังหวัดและมีส่วนร่วมมากกว่านี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถ้าสมมุติว่าทําผิดก็ให้มีบทลงโทษที่เอาเป็นว่าคนที่นั่นพอใจแล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ปัญหาที่นั่นได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนพคุณ รัฐผไท ครับ

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ผมได้ มีโอกาสมานั่งในสภานี้ ๕-๖ ปี ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปี ก็ได้ฟังความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิกที่พูดถึงปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ แต่ว่าเมื่อประเมินดูแล้วก็ คิดว่ายังมีปัญหาเหมือนเดิมอยู่ จนกระทั่งบัดนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้เสนอกฎหมายเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเริ่มที่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างราชการ ผมก็มองว่าในฐานะที่เคยรับราชการ ประเทศไทยเราถ้ามีปัญหาก็จะเริ่มแก้ปัญหา ที่โครงสร้าง เอาโครงสร้างเป็นตัวปัญหา แล้วก็เอางบประมาณใส่เข้าไปนะครับ ก็คิดว่า ไม่น่าจะเกิดสัมฤทธิผลเท่าไรนัก ถ้าเรามองในแง่ว่าเราชอบที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วย โครงสร้างนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเกิดความไม่มั่นใจโดยมีเหตุผล ๒-๓ ประการ นะครับว่ากฎหมายนี้จะสัมฤทธิผลในการแก้ปัญหาหรือไม่ ถึงแม้ว่าบางท่านที่อภิปรายไป จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เป็นกลไกเล็ก ๆ กลไกหนึ่ง แต่ก็เป็นกลไกที่ว่าต้องใช้ งบประมาณเป็นแสนล้านบาท ซึ่งก็พิสูจน์ได้แล้วว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเพียง ไม่กี่เดือนนี้ ใช้งบประมาณเป็นแสนล้านบาทในการแก้ปัญหานะครับ เราก็ไม่เคยมีการ ประเมินผลจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องว่าที่ไม่เป็นผลนั้น ทั้งที่ใช้งบประมาณไปมากมาย มันแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ กฎหมายฉบับนี้นั้นได้ร่างขึ้นมาบนพื้นฐานของต้นเหตุของ ปัญหาที่แท้จริงหรือไม่ เราได้ละเลยแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือไม่ที่พระองค์ท่านได้พูดถึงหลักในการแก้ปัญหา เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ผมว่า ๓ คํานี้มีความหมาย แต่ว่าเมื่อตรวจสอบในร่างกฎหมายฉบับนี้ทุกมาตราไม่ได้เกี่ยวข้อง กับมวลชนเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ เจอแต่การใช้งบประมาณ การตั้งองค์กร การตั้ง คณะกรรมการ การเพิ่มอํานาจต่าง ๆ นานา อันนี้ก็เป็นที่น่าเสียดายที่รัฐบาลชุดนี้ มีความพร้อมอยู่มาก แทนที่จะทําได้มากกว่านี้นะครับ แต่ก็ทําได้เพียงแค่นี้

ประการแรก ในเรื่องของคณะกรรมการในพื้นที่ ประทานโทษในมาตรา ๓ ทําให้ผมเกิดความไม่มั่นใจ เพราะว่ารัฐบาลกําหนดพื้นที่ที่จะดําเนินการแก้ปัญหา เดิมทีเดียวก็มี ๓ จังหวัด ต่อไปก็เพิ่มไปอีก ๒ จังหวัด ก็เป็น ๕ จังหวัด อันนี้ทําให้เกิด ความไม่มั่นใจว่ารัฐบาลต้องการขยายพื้นที่เพื่ออะไร หรือว่าไม่สามารถจะกําจัดพื้นที่ให้ แคบลงได้ หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่จะเอาไปใช้ก็มองไม่ออก มองเจตนารมณ์ ของรัฐบาลไม่ออกว่าทําไมถึงได้เปิดช่องในการที่จะเอางบประมาณไปดําเนินการเพิ่ม ขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น ต่อไปก็อาจจะถึงจังหวัดชุมพรของท่านสุวโรช พะลัง ที่ผมเคารพ นับถือนะครับ พอไปถึงจังหวัดนั้นก็ถือว่าประสบความไม่สําเร็จอย่างแน่นอนนะครับ เพราะว่าไปเพิ่มขยายพื้นที่ได้หลายจังหวัด หลายอําเภอ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผม ไม่มั่นใจในกฎหมายฉบับนี้

ประการที่สอง เรามามองดูเรื่องของโครงสร้าง กฎหมายนี้ได้เพิ่มอํานาจ หรือได้สร้างโครงสร้างขึ้นมาใหม่ คือ ศอ.บต. นอกจากนั้นไม่ให้เป็นองค์กรถาวร ให้เป็น องค์กรที่เป็ นนิติบุคคลที่มีอํานาจมากมายมหาศาลนะครับ ถ้าหากว่า ศอ.บต. ตามรูปแบบนี้ยังทํางานไม่สําเร็จนี่เราจะไปพึ่งใครละครับ เพราะว่าไม่มีส่วนราชการใด ตัวเลขาธิการหรือ ศอ.บต. เองในภาพรวม องค์กรรวมนี่มีอํานาจมากกว่ารัฐมนตรีด้วยซํ้าไป ซึ่งกระผมจะได้ถือโอกาสนําเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ

ประการที่สาม ที่เกิดความไม่มั่นใจก็คือ คณะกรรมการ กพต. ตามมาตรา ๖ ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ เป็ นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี ท่านเหล่านี้เป็นโครงสร้างเดิม ๆ ของระบบราชการทั้งนั้น ถ้ามีเรื่องอะไรสําคัญ ๆ ก็จะตั้ง บุคคลเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ ภารกิจของบุคคลเหล่านี้มีมากมายมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่ ก็อยู่ในกรุงเทพมหานครในส่วนกลางอยู่แล้ว คงไม่มีแนวคิดที่จะไปคิดสร้างสรรค์ หรือเอาไปคิดที่จะไปแก้ไขปัญหาของภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนดังที่หลายท่าน ได้พูดไปแล้วนะครับ ภาคเอกชนมีเพียง ๓-๔ ท่าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีตําแหน่งเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนกรรมการอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นจุฬาราชมนตรีนะครับ มีที่เป็นชาวบ้าน จริง ๆ ก็อาจจะเป็นแค่ตัวแทนของสภาเสริมสร้างสันติสุขเท่านั้นเอง ซึ่งอาจจะเป็น ผู้นําท้องถิ่นท่านใดท่านหนึ่งก็ได้ สรุปแล้วก็ไม่หนี หนีไม่พ้นวงราชการทั้งสิ้นนะครับ ยากที่จะมองเห็นปัญหาที่แท้จริงของปัญหาภาคใต้ เมื่อไม่สามารถที่จะมองเห็นปัญหา ของภาคใต้ที่แท้จริง นํามากําหนดเป็นนโยบาย แผนงาน โครงการ แล้วก็แนวปฏิบัติ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาที่แท้จริงของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ น่าเสียดาย แล้วก็เป็นเหตุผล ๒-๓ ประการที่ทําให้ผมไม่มั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเป็นแสน ๆ ล้านบาทมันจะแก้ปัญหาของคนภาคใต้ได้สําเร็จ หรือไม่ อย่างไรก็ดีนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตพูดถึงองค์ประกอบ ๒-๓ ประเด็น ที่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นแรกก็คือ โครงสร้างและอํานาจหน้าที่ของ กพต. คือคณะกรรมการ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และที่สําคัญที่สุดก็คือมีเลขานุการก็คือเลขาธิการ ศอ.บต. นั่นเองนะครับ ๒ ท่านนี้จะเป็นองค์ประกอบสําคัญนะครับ ส่วนกรรมการอื่นนั้น เป็นแค่องค์ประกอบเท่านั้นเองนะครับ เป็นรูปแบบเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นหัวใจก็คือ เลขาธิการที่จะป้ อนงาน ป้ อนโครงการ ป้ อนแผนงานให้นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็น ประธานได้อนุมัติ ได้เห็นชอบนะครับ อันนี้ก็คือหน้าที่ ที่สําคัญที่สุดก็ของ กพต. โครงสร้าง อันนี้สามารถบังคับส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ให้เดินตามแนวแผนปฏิบัติ การที่ ศอ.บต. กําหนดได้ อันนี้ทําให้เป็นการทําลายโครงสร้างการบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคไปอย่างสิ้นเชิงนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากนะครับ

ประการต่อมาก็คือ อํานาจหน้าที่ของ ศอ.บต. หน้าที่ของ ศอ.บต. นั้น มีมากมายมหาศาล อาจจะนับได้ว่ามีอํานาจมากกว่ารัฐมนตรีเสียอีกนะครับ ดังเช่น อํานาจในการแนะนําส่วนราชการต่าง ๆ ให้เปลี่ยนหรือปรับปรุงแผนปฏิบัติการนะครับ เมื่อนําแผนปฏิบัติการนั้นให้ กพต. อนุมัติแล้ว สํานักงบประมาณต้องจัดสรรงบประมาณ ให้ตามนั้นด้วยนะครับ นอกจากจัดสรรงบประมาณให้แล้ว ศอ.บต. ยังกําหนดระเบียบ การเงิน การพัสดุเองได้ อันนี้นะครับไม่น่าเชื่อเลยว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นแบบนี้ได้ เมื่อกําหนดการเงิน การพัสดุเองได้นั้น สตง. คตง. ก็มาตรวจสอบไม่ได้เพราะว่าไม่มี ระเบียบ ไม่มีอํานาจตามหน้าที่ของตัวเองนะครับ ผมจึงเห็นว่ากฎหมายนี้อันตรายมาก สําหรับในเรื่องของการงบประมาณ แล้วก็ที่มีจุดเสียมากที่สุดก็คือการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการแก้ปัญหานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจหลักที่แท้จริงก็คือ การกําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนะครับ ซึ่งเป็นแง่เดียว มุมเดียวแล้วจะสามารถ แก้ปัญหาภาคใต้ได้อย่างไร ในเมื่อปัญหาภาคใต้ไม่ได้อยู่ที่ปัญหาการพัฒนาอย่างเดียว นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมเสียดายอีกเป็นประการที่ ๒ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอํานาจ ของเลขาธิการ มีอํานาจมากกว่าปลัดกระทรวง มีอํานาจมากกว่ารัฐมนตรีนั่นก็คือ สามารถโยกย้ายข้าราชการที่สร้างความเดือดร้อนหรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับ ประชาชนในพื้นที่ โดยให้ย้ายออกจากพื้นที่ได้ภายใน ๗ วัน รัฐมนตรีว่าการยังไม่มีอํานาจ เลยนะครับ แต่น่าเสียดายอีกเช่นกันครับท่านประธาน เพราะว่าคนไม่ดีแบบนี้รัฐบาลมอง ว่าเอาย้ายออกจากพื้นที่เท่านั้นเอง แทนที่จะตั้งกรรมการสอบวินัยให้ไล่ออก ปลดออก ให้ออก อย่าให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับพื้นที่อื่น อันนี้น่าจะแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม มิฉะนั้นคนไม่ดี ข้าราชการที่ไม่ดีก็จะไปปฏิบัติราชการที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ พื้นที่อื่นอีก เราถ้าจะล้างบางแล้วควรจะทําให้มันจริงๆ จัง ๆ เราคิดถึงประโยชน์ของ ประชาชนเป็นหลักเถอะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของอํานาจของเลขาธิการซึ่งมีอํานาจ มากมายมหาศาลนะครับ

สุดท้ายนี้ก็คือในกฎหมายฉบับนี้บทบาทของสภาเสริมสร้างสันติสุข ประกอบด้วยประชาชนจากหลายหมู่เหล่า หลายฝ่าย อันนี้ถูกต้องแต่น่าเสียดายว่าสภา เสริมสร้างสันติสุขไม่มีอํานาจ ไม่มีบทบาทอะไรเลย เมื่ออ่านดูในร่างกฎหมายนี้มีแค่ เสนอแนะในเรื่องของยุทธศาสตร์แนวทางพัฒนาจังหวัดเท่านั้นเอง ซึ่ง ศอ.บต. อาจจะ ไม่รับฟังก็ได้ อาจจะไม่ให้ความสําคัญเลยแม้แต่นิดเดียวก็ได้ ก็เป็นสภาที่ตั้งขึ้นมาให้เป็น องค์ประกอบกฎหมายพระราชบัญญัตินี้ว่า แสดงว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระดับหนึ่ง เท่านั้น ก็อยากจะให้มีการปรับปรุงกฎหมายโดยเอาสภาเสริมสร้างสันติสุขเข้ามา มีบทบาทให้มากขึ้นให้เป็นเจ้าของพื้นที่ ให้เป็นเจ้าของปัญหา แล้วก็ให้มีสมรรถภาพ ในการแก้ปัญหาโดยประชาชนมากขึ้นครับ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็น่าจะเอา แนวทางโดยยึดหลักของแนวทางพระราชดําริ คือการแย่งชิงมวลชน การสร้างมวลชนให้ เกิดความพอใจในระบบราชการ ให้มีความสามัคคีกันภายใต้อุดมการณ์หรือแนวคิด ที่ให้เข้าถึง เข้าใจแล้วก็พัฒนาเอา ๓ อย่างนี้มารวมกัน ผมก็คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดหรือ ๔-๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สําเร็จในระดับหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอรรถพร พลบุตร ครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ได้อนุญาตให้ ผมได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมมี ความเชื่อมั่นว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ได้ถูกปรับปรุงแก้ไขในกระบวนการแปรญัตติในวาระที่สอง และวาระที่สามแล้ว เราก็จะมีเครื่องมืออันหนึ่งซึ่งจะสร้างให้สันติสุขซึ่งเป็นสุดยอด แห่งความปรารถนาของเราได้เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดภาคใต้ โดยไม่จําเป็นที่จะต้องถูก แบ่งแยกแผ่นดินออกไป หรือไม่จําเป็นต้องสร้างระบบการปกครองที่วิปริต วิปลาส ซึ่งจะเป็นการเติมเชื้อไฟแห่งความสับสนให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ใช่ ส.ส. ที่เป็ นมุสลิม แต่ที่ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายในวันนี้เพราะที่จังหวัดเพชรบุรีบ้านผมมีพี่น้องชาวมุสลิมใช้เป็น บ้านเกิด เป็นเรือนตายหลายหมื่นคน มีมัสยิดมากกว่า ๒๐ แห่ง และสายเลือดของ พี่น้องมุสลิมจังหวัดเพชรบุรีก็ล้วนแล้วแต่สืบโยงมาจากจังหวัดปัตตานีทั้งสิ้น ร่วมประวัติศาสตร์เดียวกันมาทั้งสิ้น ความเจ็บปวด วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จึงมีผลโยงใยในเชิงความรู้สึกมาถึงพี่น้องมุสลิมที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นอย่างยิ่ง พี่น้องมุสลิมจังหวัดเพชรบุรีจํานวนมากมายเหมือนพี่น้องของผม ต่อสู้ ร่วมกันมา เจ็บปวดร่วมกันมา เพียงแต่ดูตาผมก็รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร ช่วงเวลาที่เกิด วิกฤตการณ์ร้ายแรงในช่วงปี ๒๕๔๗ พี่น้องของผมเหล่านี้อยู่ในภาวะหวาดวิตก ลากผม ไปคุย กระซิบบอกผมว่าอรรถพร สิ่งที่เรากลัว เรากลัวว่าวันหนึ่งที่เราต้องออกไปเดินที่ ตลาดเพชรบุรีแล้วเรานุ่งโสร่งนี่ เราจะถูกทําร้ายด้วยคนพุทธ ทั้ง ๆ ที่ผืนแผ่นดินจังหวัด เพชรบุรี เย็น ๆ ไปนั่งไหว้พระอยู่ที่วัดกุฏิ ตําบลท่าแร้ง ก็ได้ยินเสียงละหมาดจากมัสยิด ซึ่งมีอยู่ ๓-๔ แห่งใกล้ ๆ นี่ครับ ก็ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่ง เป็นเนื้อเดียวกันมา ตลอดเวลา แล้วไม่เคยมีปัญหากันเลยโดยสิ้นเชิง แต่ปัญหามันก็เกิดขึ้น เช่นเดียวกับ เมื่อ ๒ เดือนก่อน ผมเดินทางไปจังหวัดนราธิวาสร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ของท่านต่อพงษ์ ไชยสาส์น ท่านดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา ผมได้มีช่วงเวลาหนึ่งที่ได้เดินออกไปสู่พื้นที่ คนเดียวเพื่อไปสัมผัสแก่นแท้ ความรู้สึกลึก ๆ ในหัวใจของพี่น้องชาวนราธิวาสและ ชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเขาคิดอย่างไร เขาถามผมว่าไม่กลัวหรือ เขาบอกว่า ชวนคนมาเที่ยวเยอะ ๆ เพราะวันนี้เขาค้าขายฝืดเคือง ไม่ต้องไปกลัวหรอก ในตลาดไม่มี อะไรหรอก ที่อําเภอเจาะไอร้องไม่แน่ ที่อําเภอตากใบไม่แน่ อีกหลายที่หลายทางไม่แน่ แต่ในตลาดไม่มีอะไร ตลาดที่เขาบอกไม่มีอะไรนี่นะครับ เมื่อปีที่แล้วระเบิดลง ตายไป หลายคน หน้าธนาคารที่เขาพาผมขี่รถเครื่องเข้าไปเยี่ยมมัสยิดกลางก็มีระเบิดลง คนตาย หลายคน ผมสบดวงตาของเขา ผมก็รู้สึกว่าเขาก็มีดวงตาเดียวกับพี่น้องมุสลิมจังหวัด เพชรบุรี นั่นคือดวงตาแห่งความหวาดวิตกและรอคอยว่าวันหนึ่งจะมีใครสักคนหนึ่ง คณะหนึ่งมาทําให้ความปลอดภัย สันติสุขได้เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมสบตา กับพี่น้องมุสลิมใน ๒ ดินแดน มันเป็นดวงตาเดียวกันทั้งนั้นละครับ ผมยังเกิดความรู้สึกว่า ถ้าหากว่าในชะตากรรมเดียวกันตรงนี้ ถ้าเราสามารถเชื่อมโยงความเข้าใจ ความรู้สึกถึง จิตวิญญาณเป็นหนึ่ง เป็นเนื้อเดียวกัน สันติสุขเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ผมอยากให้พี่น้องทั้งประเทศที่ไม่ได้อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าใจจิตวิญญาณ และความรู้สึกเจ็บปวดของพี่น้องมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาเจ็บปวดนะครับ พ.ศ. ๒๔๔๕ เจ้าเมืองปัตตานีของเขาครับ ตนกูอับดุลกาเดร์ พระยาวิชิตภักดี ก็ถูกจับกุม ไปจองจําอยู่เมืองเหนือ ๒ ปี กลับมาก็ไปตายอยู่กลันตัน เขาเจ็บปวด สมัยฮัจญีสุหลง อับดุลกาเดร์นั่นละครับ คนปัตตานี คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาจะรู้สึกอย่างไรครับ ผู้นําจิตวิญญาณของเขาไปถูกฆ่าถ่วงนํ้าที่จังหวัดสงขลานะครับ ยังไม่พูดถึงฮัจญีอามีน ไม่พูดถึงหนังสือแสงสว่างแห่งสันติภาพที่เกิดขึ้น เผาหนังสือเล่มนั้น วันนี้แสงสว่าง แห่งสันติภาพมันเลยไม่เกิดครับ หรือที่กรือเซะ ลูกหลานของพี่น้องมุสลิมเหล่านั้น จะทําถูกทําผิดอย่างไร เขาไม่ควรถูกประหัตประหารอย่างไร้ทางสู้อย่างนั้น แล้วเขาก็ ไปตายเกลื่อนหมดในศาสนสถาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มานานนับพันปี กรือเซะครับ ภายใต้การสั่งการของ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ภายใต้ รัฐบาลภายใต้การนําของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าประเด็นกฎหมายหน่อยครับ ด้วยหลักการอย่างไรบ้างนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมเองดูทีวีผมยังนํ้าตาซึม ผมเห็น พี่น้องมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกห่อผ้าขาวนอนเรียงรายในกุโบร์จากเหตุการณ์ ที่อําเภอตากใบ ๘๕ ศพครับ รํ่าร้องพระนามเอกองค์อัลเลาะห์จนลมหายใจสุดท้าย ของชีวิต มันเจ็บปวด แต่ในมุมเดียวกันผมเองก็อยากให้พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวมุสลิมได้เข้าใจถึงจิตวิญญาณของคนนอกแผ่นดินนั้นเหมือนกัน ผมอยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราตั้งใจ แก้ปัญหา เรารู้ปัญหา เพราะเราก็มาจากที่เดียวกัน และรัฐบาลนี้ใช้แนวทางสันติสุข ในการเข้าไปแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ เราไม่ใช่รัฐบาลที่ใช้อํานาจนิยม เราเคยทํา เกือบจะสําเร็จมาแล้วในยุคสมัยของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในช่วงสมัย ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๓ เราเริ่มเห็นความหวัง เราเริ่มเห็นแสงสว่างของสันติภาพเกิดขึ้น แต่วันหนึ่งก็มีอุ้งมือเหล็กมาทุบจนล่มสลายลงไปและเป็นปัญหาอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผมอยากให้เข้าใจ ผมอยากให้พี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้ได้เข้าใจถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ อส. ทหารพรานทําหน้าที่อยู่ตรงนั้นทั้งคนเกิดที่นั้น ทั้งคนเกิดนอกแผ่นดิน เขาก็ทําหน้าที่ ด้วยความเสี่ยง รายได้นิดเดียวครับ เบี้ยเลี้ยงบางทีก็ไม่ได้ แต่ก็ยืนปกปักษ์รักษาแผ่นดิน ตามหน้าที่ กระสุนจะลอยมาเมื่อไร จะเจอระเบิดเมื่อไรก็ไม่รู้ครับ ตายไปก็ได้ธงชาติ ได้เงินยังชีพ บางทีก็เป็นลูกคนเดียวของคนที่เป็นแม่ก็เจ็บปวดเหมือนกัน ท่านประธาน เห็นไหมครับว่าทั้งหมดนี้เราล้วนแล้วแต่เป็นเหยื่อของสถานการณ์ร่วมกันครับ เราตกอยู่ ใต้ชะตากรรมเดียวกัน แล้วศัตรูของเรามันอยู่ตรงไหน ทําไมไม่เห็นค่ายครูประตูรบละครับ ศูนย์บัญชาการอยู่ตรงไหนหรือครับ หัวหน้ากระบวนการมันอยู่ตรงไหน ศัตรูมัน อยู่ตรงไหนทําไมหาไม่เจอครับ หรือว่าศัตรูของเราคือความยากจนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ การกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกันมาชั่วนาตาปี เมื่อท้องหิวโลก มันก็ไม่เป็นธรรม หรือศัตรูของเราคือความอยุติธรรมที่มันเกิดขึ้นสะสมมาในอดีต วันนี้ แม้จะคลี่คลายแต่บรรยากาศของความหวาดระแวงยังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ศัตรูของเรา อยู่ที่ตรงนั้นหรือไม่ หรือศัตรูของเราคือนโยบายที่มันผิดพลาด ที่มันไม่ต่อเนื่อง ที่มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันหนึ่งเราเริ่มเห็นแสงสว่าง วันหนึ่งเราใช้อํานาจ เราใช้ตํารวจ เราใช้การอุ้มฆ่า ศัตรูของเราอยู่ตรงนี้หรือเปล่า หรือว่าศัตรูของเราคือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งฉวยโอกาสใช้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี มาเป็นเงื่อนไขเพื่อ ตอบสนองต่ออุดมการณ์และชาติพันธุ์ซึ่งมันพ้นสมัย หรือว่าศัตรูของเราคือข้าราชการ ที่ไม่มีความจริงใจในการเข้าไปแก้ปัญหา ข้าราชการที่ไม่ให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ ข้าราชการที่แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณ ใช้พื้นที่ใช้ระเบิดสําหรับการเลื่อนขั้น เลื่อนยศบนบ่าหรือเปล่า หรือคือพ่อค้ายาเสพติด หรือคือพ่อค้าของเถื่อน หรือคือ นักการเมืองที่ใช้สถานการณ์ตรงนี้เพื่ออํานาจการเมืองของตนเองใช่หรือไม่ ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้คือศัตรูของเราทั้งหมดครับ ในชะตากรรมที่เราประสบอยู่ร่วมกัน ผมจึงมีความ เชื่อมั่นว่าเมื่อมีการจัดตั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็ น กฟต. หรือ ศอ.บต. ภายใต้ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง ๖ ร่าง และผ่าน กระบวนการปรับปรุงในช่วงแปรญัตติในวาระที่สองและวาระที่สามแล้ว เราก็จะมี เครื่องมือที่ทําให้เราได้พบเห็นแสงสว่างอย่างแท้จริง ได้เริ่มปรากฏขึ้น แววตาแห่งความ หวาดวิตกของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้เขาจะได้คลายลงและกลายเป็น รอยยิ้มแห่งความหวัง ท่านประธานครับ สําหรับพวกเราชาติไม่ได้มีเอาไว้ขายครับ สําหรับ พวกเราชาติไม่ได้มีเอาไว้ทรยศ สําหรับพวกเราชาติไม่ได้มีเอาไว้เป็นต้นทุนในการแสวงหา ค้ากําไร แต่ชาติจะต้องเป็ นที่รวมของความแตกต่างทั้งชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม ศาสนาและหัวใจของความเป็นไทยและความเป็นชาติ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมอยากแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากเรียนนะครับว่ากฎหมายฉบับนี้ความจริงผมอ่านไปอ่านมา ท่านประธานมันก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เกือบไม่มีอะไรแปลกใหม่เหมือนที่รัฐบาลกําลัง พยายามประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับวันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดแต่ เรื่องเก่า ๆ ผมว่าวันนี้มันต้องพูดเรื่องใหม่ เรื่องอนาคตครับ ท่านพูดตลอดโทษคนอื่น ให้ร้ายผู้อื่นตลอดเวลา บอกว่าอําเภอตากใบ มัสยิดกรือเซะมีการฆ่ากัน มีผู้ร้าย ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล ตอนนี้ท่านเป็นรัฐบาล ๑๐ กว่าเดือนจะครบปี จับเลยครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยผมจะแจ้งความท่าน ท่านละเว้น ปฏิบัติหน้าที่นะครับ ท่าน ๑๐ กว่าเดือนท่านบอกต้องจับ ไหนล่ะครับ ท่านจับหน่อยสิครับ ท่านไม่จับแล้วท่านจะใส่ร้ายป้ำยสีเขา ผมไม่เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านจะมี ความคิดที่อยากเข่นฆ่าประชาชน ๒,๘๐๐ ศพ ปราบยาเสพติดท่านก็โจมตี นี่มันปีหนึ่ง แล้วจับเสียทีสิครับ จับเลยใครทําผิด นี่ไปจับเรื่องเดียวไปคํ้าประกันเมียติดคุก ๒ ปี จะจับอยู่ได้ มันอะไรกันนักหนาครับ แต่เรื่องคดีแบบนี้ท่านต้องจับทําไมไม่ดําเนินคดีครับ ผมอยากเรียนว่ากรณีปัญหาชายแดนภาคใต้มันไม่ใช่เพิ่งเกิด มันจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ คดีนี้เกิดแรงที่สุดสมัยฮัจญีสุหลง อันนั้นแรงที่สุดเลยครับ ถึงประเทศจะแตกแยก อย่างรุนแรงตอนนั้น ตอนนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีใครไม่เคยทําพลาด ไม่เคยมีใครที่จะตัดสิน ถูกทุกอย่าง ถ้ารัฐบาลทุกรัฐบาลตัดสินถูก ปัญหาชายแดนภาคใต้ไม่เกิดขึ้นครับ ผมมาดู กฎหมายมันไม่มีอะไรแปลกใหม่ มีเรื่องเดียว มาตรา ๑๓ ผมจะอ่านให้ท่านประธานฟัง นะครับ ให้เลขาธิการ ศอ.บต. มีอํานาจอนุมัติเลื่อนเงินเดือนประจําปีเป็นกรณีพิเศษ สําหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกเหนือจากการอนุมัติ ของผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด มีเท่านี้ อันอื่นก็มีกรรมการ กรรมการ ผมดูแล้วไม่ใช่แนวทาง ที่จะแก้ปัญหาได้เลยครับ ไม่เคยพูดถึงเลยว่าประชาชนเป็นอย่างไร ไม่มีครับ จะไปดูแล ประชาชนอย่างไรไม่ให้เขาทะเลาะกัน จะทําอย่างไร ตอนนี้ท่านส่งกําลังไปมากมาย ท่านประธานครับ เกือบ ๘๐,๐๐๐ คน ผมอยากเรียนอย่าพูดอย่างเดียวครับ กรุณาทํา หน่อย ตอนนี้อํานาจโดยเฉพาะฝ่ายทหารใช้อํานาจเข้าไปล้อม เข้าไปกดดันตลอดเวลา ผมไม่เชื่อนะท่านประธาน รัฐบาลไหนใช้อํานาจ ไปว่าแต่เขาอิเหนาทําเอง ไปกดดันครับ ไปกดดันตลอด แล้วถ่ายภาพออกมามีการยิงกัน ผมก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ เขาเป็นผู้ก่อการร้าย หรือผู้ก่อการดี ท่านไปทําร้าย ผมก็ไม่ทราบ พวกผมไม่ใส่ร้าย ผมเชื่อว่าท่านอาจจะเป็น ผู้ก่อการร้าย ไม่มีข่าว แต่ปรากฏว่ายิ่งปราบยิ่งมาก ตอนนี้จะเอาเงินไปครับ อํานาจก็เอา ไปแล้ว ตอนนี้จะขอเงิน ผมว่าถ้าใครบ้าอํานาจ บ้าเงิน สักวันหนึ่งกรรมมันจะตามทัน ผมอยากฝากท่านประธานผ่านถึงรัฐบาล ตอนนี้ว่าแต่เขาอิเหนาอย่าทําเองครับอีกครั้งหนึ่ง ท่านต้องใช้เมตตาธรรมในการไปดูแลพี่น้องชายแดนภาคใต้ ผมเฝ้ำดู ผมเคยคุยกับ เพื่อนสมาชิก ส.ส. ทางภาคใต้ถามว่ามีเจ้าหน้าที่มาปรึกษาท่านไหมที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่มีครับ ไม่เคยมี ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมเขาไม่คุยกัน ทําไมไม่คุยกันนั่งปรึกษาหารือกัน ทุกพรรค มานั่งโต๊ะกลมเจรจากันคุยกันหน่อย มันน่าจะทํา ออกกฎหมาย ออกกฎหมาย ไปบังคับ ตอนนี้กฎหมายมีอะไรไปเพิ่มเงิน ใครได้ครับ มีแต่ข้าราชการที่จะได้เม็ดเงิน เงินนี่เพิ่มขึ้นแน่นอนแต่ประชาชนได้อะไร ท่านประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะทําให้ปัญหา ชายแดนภาคใต้มันสงบ ภายในกี่วัน ๆ ไม่อยากเอ่ยอ้าง แล้วมันเป็ นอย่างไร ตอนนี้มันสงบไหม ราคาพืชผลการเกษตรท่านบอกจะให้ดี เป็นอย่างไรครับ ราคาพืชผลทางภาคใต้ ดีไหมครับ ยางขึ้นเป็นร้อยหรือยัง กรีดยางก็ กรีดไม่ได้ บอกเรียนฟรีไม่ต้องเสียเงิน มันจริงไหม มันจริงไหมครับ คนภาคใต้ ๓ จังหวัด เขาได้เรียนฟรีอย่างที่ท่านพูดไหม ในความเป็นจริงนะครับ มันไม่เกิดขึ้นอย่างที่เรา ได้รับทราบ ได้รับรู้กัน ผมอยากฝากท่านประธานครับว่าการแก้ปัญหานี่อย่าไปให้ร้ายผู้อื่น อย่าไปโทษคนอื่น นี่สําคัญครับ ผมเคยบอกรัฐบาลหลายครั้งครับว่าเป็นรัฐบาลแล้ว อย่าไปโทษคนอื่น นี่ท่านก็ทํามากมายครับ อะไรก็ไม่ทราบ ประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ๖ ครั้งครับ และบอกนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ความจริงมันน่าจะ ยกเลิกได้แล้วครับ พ.ร.ก. แล้วก็กฎอัยการศึกอะไรทั้งหลาย มันใช้มาจนไม่จําเป็นต้อง ใช้แล้วครับ ท่านน่าจะใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงไปทางภาคใต้ แล้วเลิกเสียทีครับ ในความเห็นผมนะครับ น่าจะเลิกทั้งหมด ท่านประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงท่านประธาน ผมบอกได้เลยครับ ประกาศตรงไหน ตรงนั้นครับไม่มีความสุข ท่านไปใส่ร้ายว่าจะเอาคน ต่างด้าวมาประท้วง ผมว่าไปกันใหญ่แล้ว ใครกันแน่ครับเป็นคนต่างด้าว อย่าไปใส่ร้ายคน อันนี้เหมือนกันครับ ออก พ.ร.บ. นี้ไปเดี๋ยวไปใส่ร้ายคนอื่นจะทําอย่างไร ผมอยากฝาก ข้อคิด ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ภาคใต้ในความเห็นผม นะครับ ถึงแม้ว่าผมไม่ใช่คนภาคใต้ แต่ภรรยาผมก็อยู่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นคน ภาคใต้ แต่ไม่ใช่ ๓ จังหวัดชายแดน ฝากมาบอกครับท่านประธาน การแก้ปัญหาชายแดน ภาคใต้ต้องมีเมตตาธรรมครับ อย่าไปใช้กําลัง ผมไม่เชื่อว่าใครใช้กําลังอํานาจบาตรใหญ่ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง เป็นไปไม่ได้ครับ ที่สําคัญครับต้องให้การศึกษาเขา ผมเห็นเพื่อนสมาชิก ๓ จังหวัดมาเล่าให้ผมฟังว่า คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ทุน ไปเรียนที่ประเทศมาเลเซีย ไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ไปที่ตะวันออกกลางมากกว่ามาเรียน ที่เมืองไทย เรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐของไทย ทําไมล่ะครับ ทําไมเราไม่แก้ระเบียบ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแก้เลยครับ ให้โอกาสเขาเลยครับ ให้โควตาเขาเรียนแพทย์ เรียนพยาบาล เรียนวิศวะ เรียนแผนกอื่น ๆ ให้ไปเลยครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ให้ไปเลยครับ จะให้เขามาเรียนแข่งขันกับคนใน กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ไปถามนักเรียนตอนนี้ แก็ท (GAT) แพ็ท (PAT) อะไร มั่วไปหมดเลยครับ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร แอดมิชชั่น (Admission) เอา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มา บอกว่าแก็ทเขาคิดว่าแกะ มันก็ยุ่งกันใหญ่ แกะกับแพะหรือครับ ผมว่ามันต้องให้โอกาสเขาครับ เพราะว่าถ้าจะให้เขามาแข่งขันกับคนในกรุงเทพมหานคร เขาไม่ได้เรียนนะครับ ทําไมเราไม่ให้สิทธิเขาเลยครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เรียนในมหาวิทยาลัย ที่แถวภาคใต้ให้ไปเลยครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีความเชื่อนะครับ ถ้าทุกคนได้เรียนแพทย์ ทุกคนได้เรียนวิศวะ ได้เรียนบัญชี ได้เรียนทนาย เป็นอัยการ เขาไม่มีความคิดในการ ก่อการร้ายละครับ ถ้าเขาได้โอกาสเล่าเรียนหนังสือ หลายคนครับที่นับถือศาสนาอิสลาม พอเรียนสูงเขาก็ไปชวนพี่น้องเขามาทําความดี ผมถึงอยากฝากท่านประธานครับ

แล้วเรื่องที่อยากฝากอีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน นั่นคือเรื่องการพัฒนา ตอนนี้เม็ดเงินลงไป ท่านประธานทราบไหมครับว่ามันลงไปไหน ลงไปในกองทัพ ลงไป ในตํารวจ ลงไปในส่วนราชการ ลงไปเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าโน่นค่านี่ ค่าซื้ออาวุธ ค่าพัฒนา จริง ๆ มีเท่าไร ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เองครับท่านประธาน ค่าไปให้ทุนเรียนเขา ค่าไปให้ ช่วยเหลือค่าครองชีพเขา ค่าไปดูช่วยเหลือพืชไร่ของเขา ยางพาราที่มันตกตํ่า จริง ๆ ปีนี้ มันน่าจะเป็นปีทอง แต่ตอนนี้ปรากฏว่าเป็นทองเก๊ครับ ข้าวก็ไม่เข้าใจ ผมไปดูเรื่องข้าว ท่านประธานทราบไหมครับ ข้าวไม่พอกินปีนี้ อินเดียไม่ส่งขายครับ เขาเจอประสบอุทกภัย เขาไม่ส่งข้าวขาย

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ เพราะยังมีผู้อภิปรายหลายท่านครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เข้าใจครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ ฝ่ายโน้น ๑๕ นาที ท่านประธานต้องให้โอกาสครับ เมื่อสักครู่ประธานเขาให้ ๑๔-๑๕ นาที เขาไม่ทักสักคํา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็ขอร้องให้บริหารเวลานะครับ เพราะว่ายังมีอีกหลายท่าน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เข้าใจครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งทักครับ มันแค่ ๑๑ นาทีเอง ๑๓ นาทีท่านค่อยทัก เพราะฝ่ายโน้นเขาเกินเวลา ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนนะครับว่า ผมอยากฝากท่านประธานนิดหนึ่งว่า วันนี้ท่านกล่าวร้าย ตลอด ใส่ร้ายท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณว่าไปฆ่าคน ไปกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ผมอยากฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผบ.ทบ. ผบ.ตร. ไปจับฆาตกรที่กรือเซะ ตากใบ แล้ว ๒,๘๐๐ ศพ ที่กล่าวหาว่าท่านทักษิณ มีส่วน เอามาเลยครับจับให้ได้ ผมไม่อยากให้มาพูดในนี้บ่อยครั้ง ผมไม่ประท้วงเพราะว่า มันอึดอัด อย่าใส่ร้ายครับ เป็นรัฐบาลมันต้องทํางานแล้วครับ วันนี้ท่านมีแต่โจมตีให้ร้าย ฝากไปถึงท่านสุเทพหน่อยไปจับหน่อยครับพวกต่างด้าว มันอาจจะนั่งอยู่ใกล้ ๆ ท่าน จับหน่อย ต่างด้าวไหนไปประท้วงฟังแล้วงง ท่านประธานมันน่าอเนจอนาถนะครับ วันที่ ๕ ธันวาคม ท่านยังประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ผมไม่อยาก พูดเลย วันที่ ๕ ธันวาคมประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมว่าท่านควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาตัวเองครับ เป็นวันมหามงคลอย่างยิ่งท่านมาประกาศ พ.ร.บ. ไม่รู้นะ ผมดูแล้วผมอเนจอนาถใจครับ เสื้อแดงนิดหนึ่งเอาแล้ว เสื้อเหลืองบอกไม่เป็นอะไร ผมว่าอย่า ๒ มาตรฐานจนเกินไป นี่ก็บอกพูดอยู่ได้เรื่องถอดยศ ผมยกมือไหว้ท่านถอดเสียที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องรวบรัดแล้วนะครับ เพราะว่าท่านบอกว่า ๓ นาทีนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ก็อยากฝากไปถึงรัฐบาลเลิกพูดเสียทีครับ เรื่องใส่ร้ายคน ผมไม่อยากได้เสียงจนถึง ๔๐๐ เสียงครับ ถ้าถอดยศ ถอดตําแหน่ง ผมว่า ๔๐๐ เสียงครับ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๐ นาที

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานช่วยประกาศรายชื่ออีกสักครั้งหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือผู้ที่อภิปรายอยู่ ๒๔ ท่านนะครับ ผมนับดูแล้ว ๒๔ ท่าน เพราะมันมีเพิ่มนะครับ ตามนี้เลยนะครับ คุณประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ต่อไปจะเป็นคุณนัจมุดดีน อูมา คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณอับดุลการิม เด็งระกีนา คุณฐิติมา ฉายแสง คุณลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ คุณนิยม เวชกามา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา คุณเรวัต สิรินุกุล คุณนิมุคตาร์ วาบา คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณรังสิมา รอดรัศมี คุณสถาพร มณีรัตน์ คุณวัชระ เพชรทอง คุณทองดี มนิสสาร แล้วก็จะมีของพรรคเพื่อไทยนะครับ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย คุณสมคิด บาลไธสง พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม คุณจตุพร เจริญเชื้อ เชิญคุณประเสริฐครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เบื้องต้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วย เสียงดัง ๆ เลยครับว่า ผมให้การสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ด้วยเหตุผลหลายประการครับ

ประการที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้เป็นนโยบายเริ่มต้นจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัญญากับประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บัดนี้รัฐบาลได้ปฏิบัติ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนแล้วครับ

ประการที่ ๒ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงไว้ว่ารัฐบาลจะ ดําเนินการเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรกตามหัวข้อที่ ๑.๑.๒ หน้า ๕ เขียนไว้ว่า จัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร บัดนี้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมา ๙ เดือนเศษ รัฐบาลก็ได้ปฏิบัติตามพันธะสัญญาแล้ว นะครับ

ประการถัดมาครับท่านประธาน เนื่องจากใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราใช้กฎหมายที่แก้ไขปัญหาอยู่ ๒ ฉบับครับ ฉบับที่ ๑ เรียกว่า กฎอัยการศึก ฉบับที่ ๒ เรียกว่า กฎหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า พ.ร.ก. ถ้าเมื่อไรกฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้สามารถนําไปใช้แล้วเกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล อนาคตข้างหน้าไม่แน่ครับ กฎอัยการศึก แล้วก็ พ.ร.ก. บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจจะต้องเลือกใช้เป็นบางพื้นที่หรือเลิกใช้ไปในอนาคต เพราะจะ ส่งผลดีกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ส่งผลดีกับการลงทุน ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว แต่ที่สําคัญที่สุดเท่ากับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช้นโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟันแบบอดีตที่ผ่านมา ไม่มุ่งหวังจะแก้ปัญหาด้วยวิธีเบ็ดเสร็จแบบชนิดถอนรากถอนโคน เพราะรัฐบาลเข้าใจว่า ถ้าใช้วิธีการอย่างนั้นแล้วจะทําให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้นครับ แต่ในอดีตที่ผ่านมาก็ยังมี ที่ใช้มาตรการที่เบากว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่ก็ยังถือว่าเป็นมาตรการที่รุนแรง เราเรียกกันว่า ยุทธศาสตร์คีม ๒ ง่าม ง่ามที่ ๑ ใช้กับพื้นที่หนึ่ง อีกง่ามหนึ่ง ใช้กับอีก พื้นที่หนึ่ง ชาวบ้านเปรียบเทียบแล้วเห็นชัดครับว่า ในพื้นที่เดียวกันก็ยังไม่สามารถเกิด ความยุติธรรมในการที่บริหารชาติบ้านเมืองโดยรัฐบาลได้ การกระทําอย่างนั้นเหมือนกับ การผลักภาระให้กับประชาชนเข้าสู่ฝ่ายตรงข้ามได้มากยิ่งขึ้น แต่ที่น่าดีใจเท่ากับว่ารัฐบาล ชุดนี้ได้ปฏิบัติตามคําแถลงที่ใช้หลักยุทธศาสตร์ว่าการเมืองนําการทหาร การพัฒนา นําความมั่นคง การเมืองนําการทหารคืออะไรครับท่านประธาน การเมืองนําการทหาร ไม่ใช่หมายความว่าให้ทหารมาเดินตามหลังนักการเมือง ไม่ใช่ครับ การเมืองนําการทหาร คือการทําให้คนที่มีความคิดแตกต่างใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาอยู่ร่วมกัน ด้วยดี กลับมาอยู่ร่วมกันได้ในสังคมด้วยวิธีสันติสุขอย่างเป็นธรรมและอย่างเท่าเทียมกันครับ เป้ำหมายก็คือมุ่งลดจํานวนคนที่มีปัญหาให้ลดน้อยถอยลง อีกอย่างหนึ่งครับ การพัฒนานําความมั่นคงคืออะไรครับ รัฐบาลชุดนี้กําหนดการพัฒนานําความมั่นคง ไว้หลายประการครับ

ประการที่ ๑ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิก บางท่านบอกว่าสัดส่วนคนจนในจังหวัดนราธิวาสมีอยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดปัตตานี ๑๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดยะลา ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลทราบครับ รัฐบาลจึงกําหนด นโยบายยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตโดยตั้งเป้ำหมายในกรอบระยะเวลาที่กําหนดให้ มีรายได้จากครัวเรือน ๖๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาท สิ่งอื่น ๆ ยังมีอีกหลายข้อครับ เพื่อประหยัดเวลาของสภาจะไม่ขออธิบายในที่นี้ครับ แต่ก็สรุปให้ฟังง่าย ๆ ว่า รัฐบาล ชุดนี้มีจุดประสงค์ก็คือรัฐบาลไม่ต้องการรบเพื่อชนะ แต่รัฐบาลนี้ต้องการชนะโดยไม่ต้องรบ ผมนั่งทบทวนอยู่กับพรรคพวกอยู่นานพอสมควร แล้วก็นั่งคิดกันอยู่ครับว่ายังมีความจริง ที่ซ้อนความจริงอยู่ในชายแดนภาคใต้ถึงแม้รัฐบาลจะตั้งใจบริหารประเทศโดยไม่ใช้ ความรุนแรง แต่ผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้บริหารงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับรู้ได้รับทราบครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ใช่ รัฐบาลที่สร้างปัญหานะครับ แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาครับ แก้ไขปัญหาที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ผมกล่าวถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ นี้ ไม่ได้กล่าวหาใครครับ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ เป็นความจริงที่ชาวโลกรับรู้กันอยู่ครับ เป็นความจริง ที่คนในประเทศรับรู้กันอยู่ ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งครับ ในขณะที่ผม อยู่ต่างประเทศเกิดเหตุการณ์ในบ้านผม หนังสือพิมพ์ในต่างประเทศก็ลงครับ ผมดูข่าว ในต่างประเทศก็เปิดครับ เขาก็รายงานครับ ผมมีความตั้งใจอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา เรื่อง ๓ จังหวัดให้ลุล่วงครับ ผมจึงคิดว่ารัฐบาลหรือผู้บริหารระดับสูงคงไม่สามารถรับรู้ ทุกเรื่องได้ ผมเป็นคนที่นั่นครับ ผมเป็น ส.ส. อยู่ที่นั่น ผมก็ยังไม่รู้ทุกเรื่องครับ มีคนบอก ผมว่าถ้าใครบอกว่ารู้ปัญหาทุกเรื่องน่าจะแปลได้ว่ามาเรียนรู้ปัญหาครับ ไม่ได้หมายความว่า รู้ปัญหามาตั้งแต่ต้น เพราะปัญหาที่มันเกิด ๆ มาเราไม่ค่อยอยากจะพูดถึงหรอกครับ เราต้องการพูดถึงปัจจุบัน พูดถึงความจริงที่เป็นอยู่ พูดถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นให้ได้รับการ แก้ไขได้อย่างไรครับ ความจริงที่ซ้อนความจริงอยู่ก็ยังมีครับ มีอยู่วันหนึ่งผมมีโอกาส เดินทางกลับจากสภาครับ เดินทางกลับไปบ้านวันนั้นผมจําได้เป็นวันศุกร์เพราะเรา ประชุมสภาวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ผมเดินกลับไปที่บ้านผมมีคนถูกยิงตรงมัสยิด แห่งหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนะครับ ปรากฏว่าผมก็ไปถาม คนที่ถูกยิงเสียชีวิต คนที่ถูกยิง ที่นั่นเขาบอกเลยครับประชาชนเขาบอกว่าผู้ก่อการร้ายยิงครับ แล้วเราก็นั่งคุยกับชาวบ้าน เรานี่หมายถึงผมพาพรรคพวกไปจํานวนหนึ่งนะครับ ชาวบ้านที่นั่นเป็นเดือดเป็นแค้น อยากจะช่วยรัฐครับ แต่ว่าถ้าเป็ นอย่างนี้ฝ่ำยตรงข้ามรัฐยิงแปลว่ารัฐชนะครับ ในขณะเดียวกันผมไปในหมู่บ้านติดกันก็มีประชาชนอีกคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตเหมือนกันครับ ประชาชนที่นั่น ผมถามว่าใครยิง ประชาชนที่นั่นไม่กล้าตอบครับ ผมถามว่าฝ่ายตรงข้าม กับรัฐยิงใช่หรือไม่ ประชาชนบอกว่าไม่ใช่ ผมก็ถามต่อว่าอย่างนั้นแปลว่าเจ้าหน้าที่รัฐยิงหรือ ประชาชนด้วยความหวาดกลัวบอกว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น ที่ผมยกตัวอย่างนี้ให้ฟัง เพราะผมต้องการเห็นว่าถ้าประชาชนอยู่ด้วยความไม่หวาดกลัวครับแล้วรัฐจะชนะ รัฐจะได้ ความจริงครับ

มีอีกเรื่องหนึ่งยกให้ท่านประธานฟังครับ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไป สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคที่อําเภอรือเสาะครับ การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคที่อําเภอรือเสาะเขามีการจัดเก็บค่าไฟให้กับประชาชนทั้งอําเภอครับ มีสถิติเรื่องค่าไฟฟ้ำเดือนกุมภาพันธ์ มีตัวเลขการจัดเก็บทั้งอําเภอ ๑,๔๓๐,๐๐๐ บาท เดือนมีนาคม ๑,๒๗๐,๐๐๐ บาท เดือนเมษายนค่าไฟฟ้ำทั้งอําเภอ ๓,๗๑๐,๐๐๐ บาท ประชาชนบอกว่าเขาไม่จ่ายครับ จํานวนค่าไฟฟ้ำสูงขึ้นทั้งอําเภอ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท มากกว่าเดือนมีนาคมถึง ๒ เท่าครับ เขาบอกว่าเขาร้องเรียนไปแล้วที่ศูนย์ดํารงธรรม อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ศูนย์ดํารงธรรมแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แล้วแจ้ง ศอ.บต. แล้ว ที่พูดเรื่องนี้เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ศอ.บต. ปรากฏว่าเงียบครับ ผมอยากเห็นว่าเมื่อมี ศอ.บต. ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แล้วอยากให้แก้ปัญหาอย่างนี้ให้กับ ประชาชนได้ เพราะไม่ใช่เรื่องความไม่สงบ แต่เป็นเรื่องการไปซํ้าเติมปัญหาให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ถ้าเกิดพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่นแล้วมีใจเอนเอียงไปกับ ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐ ถ้าเจออย่างนี้ไปทันทีครับ ผมไม่ต้องการให้เกิด

ประการที่ ๒ ผมต้องการเห็นศูนย์อํานวยความเป็นธรรม หรือเขาเรียกกันว่า ศูนย์ดํารงธรรม ต้องดํารงธรรมได้ด้วยรูปธรรม อย่าดํารงธรรมด้วยนามธรรม

ประการถัดมา กรณีเรื่องมัสยิดไอร์ปาแย มัสยิดไอร์ปาแยเขาเรียกกันว่า กรณีมัสยิดอัลฟุรกอนแต่เกิดที่บ้านไอร์ปาแย หมู่ ๘ ตําบลจวบ อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัด นราธิวาส กรณีนี้เป็นกรณีสําคัญกรณีหนึ่ง เพราะว่าเกิดที่จังหวัดนราธิวาสแล้วฝ่ายที่ ตรงข้ามกับรัฐเอาใบปลิวไปโปรยที่จังหวัดนราธิวาส แล้วเอาประกาศมาปิดที่จังหวัด ปัตตานีหลายหมู่บ้าน เอามาปิดที่จังหวัดยะลาหลายหมู่บ้าน เป็นประกาศว่าจับตาย หน่วยปฏิบัติการเลือก จุด จุด จุด แล้วก็มีชื่อคน ๖ คน แล้วบอกเลยใครยิง ใครเป็นคนนําทาง ใครเป็นขับรถ ใครเป็นคนชี้ทาง ใครเป็นมือปืน ใครรู้ร่วม ป้ำยประกาศฉบับนี้ ผมไปถ่าย มาจากหน้าบ้านชาวบ้านแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน แล้วผมก็เวียนไปดูหลายหมู่บ้าน ผมถาม ชาวบ้านว่าใครเอามาติด ชาวบ้านบอกว่าไม่ทราบครับ ติดตอนกลางคืน แล้วถาม ชาวบ้านว่าติดเมื่อไร เขาบอกว่าติดมาประมาณ ๔-๕ วันแล้ว ถามต่อว่าทําไมไม่เอาออก ชาวบ้านบอกว่าหวาดกลัวครับ ป้ำยอันนี้ที่ผมไปถ่ายห่างจากค่ายทหาร ผมใช้รถจับไป ๓๐๐ เมตร ผมไม่อยากให้หน่วยงานของรัฐเพิกเฉยเรื่องอย่างนี้ ผมไม่อยากเห็นฝ่ายที่ ตรงข้ามกับรัฐทําอะไรได้ดั่งอําเภอใจ

ประการถัดมา เรื่องการเกี่ยงกันของหน่วยงานของรัฐ มีอยู่วันหนึ่ง คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร โดยท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คือดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านไปประชุม หรือไปตรวจงานที่จังหวัดยะลา ผมก็มีโอกาสเข้าร่วมประชุม บังเอิญว่าตอนที่ไปประชุม เมื่อก่อนหน้านี้เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดพิมลชัย ท่านเชื่อไหมครับว่าตลาดพิมลชัยชาวบ้าน มาบอกว่าระเบิดหลายครั้งแล้วใน ๑ ปี ๔-๕ ครั้งใน ๑ ปี ถามชาวบ้านว่าเพราะอะไร ชาวบ้านบอกว่าขอร้องอย่าให้ตํารวจกับทหารเข้ามาในพื้นที่ในตลาด ถ้าเข้ามาทุกที ระเบิดทุกที ที่ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง คําพูดนี้เป็นคําพูดในห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดยะลา ผมอยากให้รัฐโดยเจ้าหน้าที่รัฐสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน อย่าให้ ประชาชนคิดไปในด้านอย่างนี้ ถ้าคิดด้านอย่างนี้แล้วผลลบจะเกิดกับรัฐ ในขณะเดียวกัน ผมได้ถามว่าตลาดพิมลชัยมีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เทศบาลนครยะลาตอบว่าไม่มีครับ เพราะท่านบอกว่า ๑. ไม่มีงบประมาณ ๒. ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบ เพราะพื้นที่นี้เป็นของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ถามนายสถานีรถไฟ นายสถานีรถไฟบอกว่ามีหน้าที่เก็บตลาด เรื่องการอนุญาตให้ติดกล้องหรือไม่ติดกล้องไม่มีหน้าที่ ผมเลยเรียนท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดว่าท่านจะช่วยดําเนินการเอางบให้เทศบาลไปติดกล้องเพื่อดูแลประชาชนได้ไหมครับ แล้วท่านไม่ต้องขออนุญาตใครหรอกครับ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมาจับท่านเลย เพราะเราทําเพื่อประชาชน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกฤษดา พวงราช รับปากครับ จะดําเนินการให้เอางบของจังหวัด แล้วให้ทางเทศบาลเป็นผู้ไปดําเนินการติด

ประการถัดมา เนื่องจากท่านผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ตามโครงสร้างท่านเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และ อํานวยการการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความ ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเป็นอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการ ให้การเยียวยา แต่ท่านครับหลักเกณฑ์เราใช้มาตั้งนานแล้ว หลักเกณฑ์เวลาเราไปให้การ เยียวยา ผมยกตัวอย่างประเด็นเดียว เรื่องกรณีผู้เสียชีวิต กรณีคนเสียชีวิตนี่ เจ้าหน้าที่ ของรัฐได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนคนทั่วไปที่ได้รับคําสั่งให้มาช่วยเหลือทางราชการ หรือพระสังฆาธิการ หรือผู้นําศาสนาได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าประชาชนทั่วไปรวมถึง พระสงฆ์และนักบวชในศาสนาอื่นถ้าเสียชีวิตได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนเขาถามผม เขาถามว่าชีวิตคนทําไมราคาใน ๓ จังหวัดมันต่างกัน อยากให้ท่านเอาเรื่องนี้กลับไป พิจารณาหน่อยในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะอนุกรรมการ

อีกเรื่องหนึ่ง มีเรื่องกรณีเยียวยา เนื่องจากบางครั้งภาครัฐไม่ได้จ่าย เพราะว่าติดเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐทําไหม บางคนเขาก็บอกว่าเป็นการ กระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ กฎเกณฑ์เรื่องเยียวยานี้ไม่ได้เขียนไว้ ถ้าคาไว้อย่างนี้ ชาวบ้าน ก็ไม่ได้เงิน เสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้เงิน เพราะฉะนั้นให้ท่านช่วยไปปรับปรุงหน่อยครับ ผมจะ ไปแบบเร็ว ๆ เลยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องรบกวนการทํางาน การแก้ปัญหาของประชาชนของ รัฐบาลใน ๓ จังหวัด เรื่องการขายฝันดับไฟใต้ การขายฝันดับไฟใต้ไม่ใช่เป็นการสาดโคลนกัน ทางการเมืองครับท่านประธาน เพราะว่าการขายฝันดับไฟใต้ ผมถอยหลังกลับไปดู ผมมี หนังสือพิมพ์ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ ผมตัดไว้ครับ เขาบอกว่าบิ๊กจิ๋ว เปิดปฏิบัติการลับมาเลย์ ไม่ได้โม้ หลัง ๕ ธันวา ปัญหาไฟใต้ยุติ ปี ๒๕๕๑ นะครับ ไม่ได้โม้ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๕๑ แล้วบอกว่าวันที่ ๕ ธันวาคม ปี ๒๕๕๑ ไฟใต้ยุติ ชาวบ้านก็รอความหวัง สุดท้ายก็ล้มเหลว มาปี นี้อีกครับ ขายฝันดับไฟใต้ วันที่ ๓ พฤศจิกายน คิดเรื่องนครปัตตานี ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่พึงกระทําครับ

เรื่องถัดไป ท่านประธานครับเอาเรื่องเศรษฐกิจเลยครับ เพราะเวลาไม่มี ครับ เนื่องจากปัญหานํ้าท่วมใน ๑ เดือนที่ผ่านมา เกิดนํ้าท่วม ๒ ครั้ง ประชาชนเสียหาย เยอะแยะ จังหวัดยะลาเหลืออยู่เพียงอําเภอเดียวที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ ก็คืออําเภอเบตง เพราะขายการท่องเที่ยวได้ครับท่านประธาน อําเภอเบตงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เพียงแห่งเดียวในจังหวัดยะลา และใน ๓ จังหวัดก็ว่าได้ นํ้าท่วมทุกปีตัวเลขของอําเภอ เบตง บอกว่ามีประมาณการความเสียหาย ๒๐๐ ล้านบาท เป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลชุดนี้ ศอ.บต. ชุดนี้ตั้งงบเองได้ จะสามารถสร้างอ่างเก็บนํ้าคลองเบตง อ่างเก็บนํ้าคลองยะลม อ่างเก็บนํ้าคลองกะปะ เพื่อแก้ไขปัญหานํ้าท่วมของอําเภอเบตง ในขณะเดียวกันครับ อําเภอเศรษฐกิจอําเภอหนึ่งของจังหวัดยะลาก็คืออําเภอเมือง อําเภอเมืองของจังหวัดยะลา ในปีนี้ก็ท่วม ๒ ครั้ง ชาวบ้านเขาบอกว่าต้องสร้างเขื่อน ๒ อัน อันที่ ๑ ก็บอกว่าต้องสร้าง เขื่อนกรงปีนัง เพื่อป้ องกันนํ้าท่วมได้ ๒ อําเภอ และต้องสร้างเขื่อนลุ่มนํ้าสายบุรี ซึ่งทาง ราชการได้จัดซื้อที่ดินไว้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๒๕ ที่ตําบลเกะรอ อําเภอรามัน และได้ มีการสํารวจออกแบบมาได้ระดับหนึ่งแล้ว จะสามารถป้ องกันนํ้าท่วมได้หลายอําเภอครับ และจะสามารถทําให้พื้นที่การเกษตรอยู่ได้ถ้าสร้าง ๒ เขื่อนนี้ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ครับ ท่านประธานให้เวลาอีกหน่อยไหมครับ ท่านประธานครับ ผมหวังนะครับว่าผมจะให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ เพราะผมคิดว่า เป็นรัฐบาลที่เข้ามาตั้งหน้าใช้วิธีสันติวิธี ทีนี้ผมไม่ได้มาเพื่อเยินยอรัฐบาลเพียงอย่างเดียวครับ ผมมีสถิติเรื่องตัวเลขครับ ตัวเลขของทางการเทียบปีต่อปี ปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ปี ๒๕๕๑ มีอยู่ ๘๐๘ ราย ปี ๒๕๕๒ มี ๘๒๘ ราย ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ๒๐ รายครับ รัฐบาลชุดนี้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ๒๐ ราย แต่ในขณะเดียวกันผู้เสียชีวิตจาก ๔๖๗ ราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

หมดแล้วครับ ๔๖๗ ราย เหลือ ๔๒๒ ราย ลด ๔๕ ราย เหตุการณ์ความไม่สงบจาก ๘๐๔ ราย ลดเหลือ ๗๒๙ ราย ลดไป ๗๕ รายครับ แต่ท่านประธานครับ อีก ๑ นาทีครับ ถ้าพูดแต่สถิติเดี๋ยวไม่ชัวร์ (Sure) ครับ เอารายได้กรอบงบประมาณของการให้ความช่วยเหลือเยียวยามาอ่านครับ มาให้ ท่านประธานรู้ ปี ๒๕๔๘ ๔ เดือน รัฐบาลใช้เงินไป ๓๙๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๙ รัฐบาล ใช้เงินไป ๔๗๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ รัฐบาลใช้เงินไป ๔๘๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ รัฐบาล ใช้ไป ๕๗๘ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้มาบริหารนับตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๒ จนปัจจุบันครับ ใช้เงินไป ๑๘๕ ล้านบาทครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปจะเป็นคุณนัจมุดดีน อูมา ๑๐ นาทีครับ

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคมาตุภูมิ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองนั้นไม่ได้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ฉบับนี้ สืบเนื่องจากว่ากระผมและท่านอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งทบวง การบริหารกิจการชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ปี ๒๕๕๒ แล้วก็ได้รับแจ้งจาก รัฐบาลว่าเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีบัญชาไม่ให้การ รับรองร่างพระราชบัญญัติของผม โดยอ้างเหตุว่าเป็นการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ มีรัฐมนตรี ทบวงเป็นการเฉพาะ ย่อมส่งผลกระทบต่องบประมาณของประเทศเป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่น่าเสียดายว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนั้น ผมไม่ได้คิดคนเดียว เป็ นร่างกฎหมายที่ภาคประชาชน นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สถาบันสันติวิธีของมหาวิทยาลัยมหิดลไปทําวิจัย สอบถามข้อมูลประชาชนจาก ทุกภาคส่วน ก็ปรากฏว่ารูปแบบที่มีความเหมาะสมในการบริหารจัดการใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็คือใช้รูปแบบให้มีทบวงการบริหารกิจการชายแดนภาคใต้เป็น การเฉพาะ วันนี้จะเห็นได้ว่าเอกภาพในการทํางานยังไม่เกิด ฝ่ายทหาร ฝ่ายตํารวจ ฝ่ายพลเรือนต่างคนต่างเดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ๒๐ กระทรวง ๖๐ กรม เกือบทุกกรม ได้มีการจัดตั้งงบประมาณแผนงานรักษาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นงานที่ซํ้าซ้อน ดังนั้นรูปแบบที่เราคิดว่ามีความเหมาะสมที่สุดคือมีการจัดตั้งทบวง โดยบูรณาการ งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ จะเป็นจํานวนเท่าไรก็อยู่ในทบวงนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ปีนี้ ท่านประธานได้ไปร่วมในการสัมมนาของคณะกรรมาธิการที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ ก็มี ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเห็นด้วยกับ รูปแบบที่ผมเสนอไปข้างต้น ซึ่งด้วยเวลาที่จํากัดนี้ผมขออนุญาตที่จะเสนอสั้น ๆ ว่าทบวงนี้ ก็จะมีรัฐมนตรีว่าการทบวง ๑ คน มีปลัดทบวง แล้วก็จะมีสมัชชาประชาชนจังหวัด ชายแดนภาคใต้ สมัชชาแห่งนี้จะทําหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาและกลั่นกรองนโยบาย ภาคประชาชน ประสานนโยบายและแผนอํานวยความยุติธรรม กลั่นกรองการจัดสรร งบประมาณเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากมีสมัชชาประชาชน แล้วยังจะให้มีสภาผู้รู้ทางศาสนาระดับตําบล ซึ่งสภานี้จะทําหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษา ในการขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับฐานราก สนับสนุน เชื่อมโยงกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและสมัชชาประชาชนในระดับภูมิภาค ท่านประธานครับ ผมถึงเสียดายว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีน่าที่จะมีการศึกษาเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งในคืนนี้ได้นํา พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปศึกษา ดูว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสอ่านร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๖ ร่างแล้ว ผมมีความกังวลเป็นอย่างมากใน ๒ มาตราด้วยเวลาที่จํากัด มาตรา ๓ นิยามของคําว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลาและบางพื้นที่ตามที่ ครม. จะประกาศในอนาคต ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนที่ผ่านไป ผมได้รับหนังสือฉบับหนึ่งจากประธานสภาเสริมสร้าง สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาที่ ศอ.บต. แต่งตั้ง สภานี้มีความเห็นว่า การที่รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้รวมเอาจังหวัดสงขลามาด้วย เอาจังหวัดสตูล มาด้วย เป็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีวาระซ่อนเร้น มีการแอบแฝงเรื่องการใช้จ่าย งบประมาณ นี่คือเป็นข้อห่วงใย เพราะสภาเสริมสร้างสันติสุขเห็นว่ามิติทางความมั่นคงก็ดี มิติในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมก็ดี มิติการบริหารบุคลากรภาครัฐและมิติความเป็นมา ในเชิงประวัติศาสตร์ในทุกมิติเหล่านั้น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับจังหวัดสตูล จังหวัดสงขลามีความต่างโดยสิ้นเชิง ผมจึงสนับสนุนแนวคิดของท่านอารีเพ็ญว่านิยาม ของคําว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อําเภอจังหวัดสงขลาเท่านั้นเอง นี่คือข้อห่วงใยข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ในมาตรา ๑๑ ที่ท่านเขียนว่า ในการดําเนินการของเจ้าหน้าที่ของ รัฐฝ่ายพลเรือนหากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ถ้าเลขาธิการสอบสวนแล้วมีความผิดจริง ก็อาจจะต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่โดยด่วน ท่านประธานครับ วันนี้ในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้มีกําลังที่ติดอาวุธทั้งหมด ๖๖,๐๐๐ คน มากกว่าข้าราชการฝ่ายพลเรือน หลายเท่า ถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกบังคับใช้ไปแล้วจะเห็นได้ว่ากฎหมายนี้จะไปบังคับ เฉพาะข้าราชการฝ่ายพลเรือนเท่านั้นเอง ฝ่ายอื่นไม่ถูกบังคับตรงนี้ ผมก็เลยขอฝาก ข้อห่วงใยตรงนี้ไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร ไปถึงท่านคณะกรรมาธิการว่า ท่านต้องดูตรงนี้ให้รอบคอบ เพราะผมมีความเป็นห่วงจริง ๆ

ประการที่ ๓ อยากจะเรียนว่า สภาพปัญหาในวันนี้ประชาชนมีความ เอือมระอากับการที่ต้องตกอยู่ภายใต้กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับในเวลาเดียวกัน ฉบับแรก พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ปี ๒๔๕๗ ฉบับที่ ๒ พระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ วันที่ ๓๑ มีนาคม และที่สัมมนาที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เมื่อข้างต้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้รับปากกับที่ประชุมว่า จะมีการพิจารณา ทบทวนการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ประมาณเดือนกรกฎาคม มา ณ วันนี้ รัฐบาลเขาต่อไป เรื่อย ๆ และมติ ครม. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านไปนี้ได้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา คือ อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอนาทวี แต่ยังคงใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉินอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างนี้จะทําให้ประชาชน ๓ จังหวัดมีความ สบายใจกับการบังคับใช้กฎหมายตรงไหน ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นได้ว่ารัฐบาลพูด ตลอดเวลาว่าจะพยายามใช้การเมืองนําการทหาร จะพยายามประคับประคองให้มีการ บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แต่ที่ผมพูดมาตั้งแต่ข้างต้นจะเห็นได้ว่า พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๓ จังหวัดใช้อยู่ แต่ใน ๔ อําเภอจังหวัดสงขลานี้ ไม่ใช้แล้ว แม้แต่สภาสมัย สนช. ได้มีการออกพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในปี ๒๕๕๑ โดยเฉพาะมาตรา ๒๑ เป็นประโยชน์มาก ก็คือว่าถ้าหากประชาชน มีหมายจับตาม ป. วิ. อาญา ถ้าเข้าสู่กระบวนการแล้ว ๖ เดือนก็สามารถที่จะปลด หมายจับตาม ป. วิ. อาญา ได้ ตรงนี้ละเป็นการแก้ไขปัญหา แต่รัฐบาลยังไม่กล้าที่จะใช้ ผมไปเยี่ยมประชาชนได้รับคําถามมากมายจากประชาชนว่า เมื่อไรรัฐบาลที่มี พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนํานี้ จะได้รีบยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ เสียที

ท่านประธานครับ สุดท้ายนะครับ ขอฝากให้กับคณะกรรมาธิการว่า ผมเคยคุยกับท่านถาวรว่าอยากจะให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ลองศึกษาดูสิว่า รัฐบาลควรที่จะ มีการจัดตั้งศาลชั้นต้นแผนกคดีความมั่นคง เพื่อพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด เป็นการเฉพาะ เพราะวันนี้ผมเคยประกอบอาชีพทนายความมา ผู้พิพากษาท่านไม่ได้ รู้เรื่องความมั่นคงเพิ่งย้ายไปใหม่ ทําคดีอาญาทั่ว ๆ ไป แต่พอเจอคดีความมั่นคงท่านไม่มี ความสันทัด ก็เลยอยากจะเสนอแนะต่อท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร แล้วก็ถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าสมควรแล้วหรือยังที่จะให้มีการจัดตั้งศาลชั้นต้น แผนกคดีความมั่นคงเพื่อทําการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงล้วน ๆ นี่เป็ นข้อเสนอด้วยเวลาที่จํากัดผมขอฝากให้ท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณอับดุลการิม เด็งระกีนา ๑๐ นาทีครับ

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเห็นด้วยที่จะให้มีพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่กระผมเป็นคนในพื้นที่จังหวัดยะลามาโดยกําเนิดได้รู้ ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิต ความรู้สึก ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด ผมจําได้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด ทั้งจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส นั้น มีเหตุการณ์ความไม่สงบมาอย่างยาวนาน หลายปีมาแล้ว แล้วก็ หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดความสงบ ในพื้นที่ในหลาย ๆ มาตรการ และหลายรูปแบบด้วยกัน ผมจําได้ว่าในสมัยรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ท่านได้มองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดอย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะเห็นว่าจะต้องมีหน่วยงานหลักในการบริหารราชการ ๓ จังหวัดขึ้นมาโดยเฉพาะ ท่านจึงได้ก่อตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ขึ้นมา มีหน้าที่หลักในการดูแลด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ควบคู่กับการก่อตั้งหน่วยงานพล เรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ หรือ พตท. ๔๓ ขึ้นมาดูแลด้านความมั่นคง ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ได้ ทํางานอย่างสอดประสานกันด้วยดี ประชาชนในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อนถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกรังแกไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ก็สามารถที่จะมาพึ่งพาหน่วยงานของทั้ง ๒ หน่วยงาน นี้ได้ และหน่วยงานนี้ก็ได้ดําเนินการให้การช่วยเหลือตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ในขณะนั้น ให้กับพี่น้องประชาชนจนได้รับความพึงพอใจ ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ก็ได้บรรเทาแล้วลดลง รวมทั้งสถานการณ์ความรุนแรงก็ลดลงตามไปด้วย จนเป็นที่พอใจและเกือบจะสงบลง โดยเฉพาะในช่วงสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ประชาชนเริ่มมีความสุขไม่มีความ หวาดระแวงซึ่งกันและกัน พี่น้องต่างศาสนิกก็สามารถที่จะไปมาหาสู่กันอย่างสบายใจ หลาย ๆ อย่างเกิดความพอใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานครับ ในขณะที่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดําเนินชีวิตอยู่อย่างปกติสุข มีความสะดวกสบายไม่มีความ หวาดระแวงซึ่งกันและกันนั้น นโยบายที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ สมัยรัฐบาลท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้มีนโยบายยกเลิกหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ คือได้ มีการยกเลิกทั้ง ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ดําเนินการมาจนเหตุการณ์เกือบจะสงบลง หลังจาก ที่มีการยกเลิกหน่วยงานดังกล่าวนั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ขาดหน่วยงานที่จะพึ่งพาได้ อย่างที่ผ่านมา และประกอบกับรัฐบาลในขณะนั้นได้มีนโยบายเกี่ยวกับการอุ้มฆ่า ทําให้ สถานการณ์เริ่มประทุความรุนแรงขึ้น ประชาชนมีความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน มากขึ้น เหตุการณ์ความไม่สงบในแต่ละปี จากมีเหตุการณ์ปี ละไม่ถึง ๑๐๐ ครั้ง ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นจํานวนเกิน ๑,๐๐๐ ครั้งต่อปี สูญเสียชีวิตนับพันคน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นผลมาจากนโยบายที่ผิดพลาดในรัฐบาลสมัยนั้น ท่านประธานครับ ฟ้ำเริ่มเปิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ สมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านมีอํานาจในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ท่านได้รู้ถึงปัญหาและสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น ท่านได้รื้อฟื้น ศอ.บต. ขึ้นมาใหม่ แต่ในขณะนี้มันก็ยังไม่มี พ.ร.บ. ที่มารองรับที่ชัดเจน เพื่อทําหน้าที่และบริหาร ราชการในพื้นที่ ๓ จังหวัด และในขณะนี้ประกอบกับรัฐบาลชุดนี้ได้มีนโยบายที่มีความ จริงใจและตั้งใจที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัด จึงได้มีการตั้ง ครม. เศรษฐกิจขึ้นมา เพื่อดูแลพื้นที่ ๓ จังหวัดโดยเฉพาะ มีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ปรับเปลี่ยนกันลงพื้นที่ อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะได้รับทราบถึงปัญหา และดําเนินการแก้ปัญหาให้ทันท่วงที ทําให้ สถานการณ์เหตุการณ์ความรุนแรงมีทิศทางที่ดีขึ้น สถานการณ์การก่อเหตุก็ลดลง ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินก็ลดลงตามไปด้วย ท่านประธานครับ ในช่วงที่มีเหตุการณ์ ความรุนแรงนับตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ เป็นต้นมานั้น หลาย ๆ ฝ่ายได้ทําการสืบเสาะแสวงหา รากเหง้าที่แท้จริงว่าเหตุการณ์ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดนั้น แท้ที่จริงเกิดจากอะไร ซึ่งหลาย ๆ หน่วยงานได้มีการจัดทําสัมมนาก็ดี มีการวิจัยก็ดี ต่างก็มีเหตุผลสรุปออกมา ในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ มิติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองด้านประวัติศาสตร์บ้าง วิถีชีวิตบ้าง ขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันบ้าง การขาดการพัฒนาบ้าง การที่ถูกเอารัด เอาเปรียบบ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดทั้งสิ้น แต่หลาย ๆ ฝ่ายที่ ทําการสืบเสาะแสวงหาด้วยการสัมมนาก็ดี ด้วยการวิจัยก็ดี ต่างก็มีความเห็นที่สอดคล้อง ตรงกันในประเด็นหลักก็คือ การที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม หลาย ๆ ฝ่ายมองเห็นประเด็นนี้เป็นประเด็นหลัก ในการที่ปัญหาใน ๓ จังหวัดเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น และโดยเฉพาะนโยบายการอุ้มฆ่า เป็นชนวนต้นเหตุที่รุนแรงที่สุด ซึ่งนํามาซึ่งความรุนแรงที่สูญเสียอย่างหนักที่สุดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้นเมื่อเราทราบถึงปัญหาที่แท้จริงว่าเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดนั้น ประเด็นหลักก็คือการที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะฉะนั้น เราก็ควรที่จะมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาในเรื่องของการไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นหลัก ผมเห็นใน พ.ร.บ. ศอ.บต. ชุดนี้ในมาตรา ๙ (๖) กําหนดให้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและอํานวย ความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ให้ความช่วยเหลือและประสาน การปฏิบัติกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับในประเด็นนี้ผมอยากจะเสนอให้ทาง หน่วยงาน ศอ.บต. ได้ทํางานในเชิงรุกให้มากขึ้น เมื่อเราทราบว่าปัญหาประเด็นหลัก คือพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม การที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้เราจะต้องติดอาวุธ ทางปัญญาให้เขา นั่นก็คือ ศอ.บต. จะต้องมีหน่วยงานหลักในการที่จะเข้าไปชี้แนะ แนะนําให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบถึงข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแพ่ง เบื้องต้น กฎหมายอาญาเบื้องต้น หรือกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นกับความ เป็นอยู่ของเขาในแต่ละวัน เมื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รู้ถึงหลักข้อกฎหมายแล้ว การที่ หน่วยงานอื่นหรือเจ้าหน้าที่ก็แล้วแต่ การที่จะเข้าไปกลั่นแกล้งหรือรังแกพี่น้องประชาชน ในพื้นที่นั้นก็ทําได้ยากขึ้น เนื่องจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้ถึงข้อกฎหมาย เมื่อมีใคร มากระทําที่ไม่ถูกกฎหมายเขาก็สามารถที่จะอ้างเหตุหรืออ้างข้อกฎหมายเพื่อเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้ การที่คนอื่นจะมารังแกก็ไม่กล้าขึ้น เมื่อเขารู้ถึงข้อกฎหมายแล้ว เขาสามารถที่จะดําเนินการในกระบวนทางยุติธรรมได้ แล้วนอกจากจะมีหน่วยงาน ที่จะไปคอยชี้แนะ แนะนําเรื่องข้อกฎหมายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว หน่วยงาน ศอ.บต. จะต้องมีหน่วยงานหลักที่เป็นนิติกรประจําของ ศอ.บต. เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น ของราชการ อย่างเช่น กรมสรรพากรก็ดี การไฟฟ้ำก็ดี หน่วยงานเหล่านี้เขามีนิติกร ประจําของเขาทําหน้าที่เหมือนกับทนายความ เมื่อมีเหตุมีคดีที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงาน ของเขา เขาก็สามารถที่จะใช้ทนายความประจําของเขานําคดีขึ้นฟ้ องร้องต่อศาลได้ ผมอยากจะให้หน่วยงาน ศอ.บต. มีหน่วยงานลักษณะอย่างนี้เช่นเดียวกัน มีไว้ทําไมครับ เมื่อพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนกับ ศอ.บต. เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปรังแก ประชาชนแล้ว เมื่อมาร้องเรียนกับ ศอ.บต. แล้วจะต้องให้นิติกรหรือทนายความคนนี้ สืบเสาะหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง ถ้าเกิดว่าคดีระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับพี่น้องประชาชน มีการกระทําที่ผิดกฎหมายอาญาจะต้องมีการดําเนินการฟ้ องร้องต่อศาลให้คดีนั้นปรากฏ ไม่ใช่แต่เพียงว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทําหรือไปรังแกพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วมี เพียงแค่การย้ายออกจากพื้นที่เท่านั้น ซึ่งการย้ายออกจากพื้นที่ตรงนี้มันเป็นดาบ ๒ คม นะครับ คือเจ้าหน้าที่ที่ไม่อยากอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ไม่อยากอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น เขาก็ได้ หาเหตุไปกลั่นแกล้งพี่น้องประชาชนเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนไปร้องเรียน แล้วจะมีเหตุ ให้ย้ายออกจากพื้นที่ได้ ตรงนี้มันก็เป็นผลที่เสียหายกับพี่น้องประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้ง นะครับ แต่ถ้าเกิดเรามีนิติกรประจํา เนื่องจากเขาถูกกลั่นแกล้งแล้ว เราก็ดําเนินคดีให้ถึง ที่สุด หากมีการกระทําความผิดทางอาญาก็ต้องได้รับโทษตามที่เขากระทําความผิด เหล่านี้นะครับจะเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของการที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความ ยุติธรรมได้ดีที่สุด แล้วก็จะนํามาซึ่งเหตุการณ์หรือว่าการที่จะอ้างเหตุในเรื่องจะก่อเหตุ ความรุนแรงก็อาจจะหมดไป แล้วความสันติสุขก็จะคืนสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณไพจิต ศรีวรขาน ๕ นาทีนะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความไม่สงบของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตํานาน ที่ผมได้รับทราบมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ๒๐ กว่าปี เมื่อทหารเข้าทําการยึดอํานาจ วันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ สาเหตุหนึ่งที่ยกขึ้นมาก็บอกว่าความไม่สงบพี่น้องชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ดูประหนึ่งว่าจะโยนไปว่าถ้าหากคณะปฏิวัติขึ้นยึดอํานาจแล้วจะสามารถ ขจัดปัดเป่าปัญหาอันนี้ได้ แต่ว่าการณ์กลับมีเสียงปืนดังแล้วดังอีก ไม่ได้หยุดหย่อน ผมไม่เชื่อนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าใช้อํานาจเข้าไปกํากับควบคุมยิ่งมากเท่าไรยิ่งเกิด ความขัดแย้ง เมื่อรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยยกเลิก ศอ.บต. ก็บอกว่าเกิดความไม่สงบ เกิดขึ้น อํานาจรัฐ องค์กรต่าง ๆ ที่มีหายไป ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ นั่นคือทิศทางในการ แก้ปัญหา ในการมอง ต้องสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ การลดกําลัง ที่จะเข้าไปใช้ทั้งหลายให้กํากับให้เล็กลง ๆ ท่านประธานครับ ข้อปัญหาที่เกิดขึ้นเขาก็ บอกว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่เก่ง แก้ภาคใต้ไม่ได้ วันนี้มาอีกแล้ว นะครับ ศอ.บต. ภาค ๒ กําลังจะคืนชีวิตขึ้นมา ผมมีความเห็นว่าถ้าหากจะต้องใช้เพิ่ม กําลังภาครัฐที่จะบริหารองค์กรใด ๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้น จะเรียกชื่อให้สวยหรูอย่างไร แต่ถ้าเนื้อแท้เป็นการบริหารราชการโดยราชการและเพื่อราชการได้มีงบประมาณ ได้มี อํานาจ บทบาทยิ่งมากเท่าไร อํานาจของประชาชนของคนที่เป็นเจ้าของอํานาจที่แท้จริง ยิ่งน้อยลง ไม่สําเร็จหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์เองได้รับ คะแนนนิยมท่วมท้น บอกว่า ๙๙ วันปัญหาภาคใต้ต้องแจ๋ว ต้องเรียบร้อย ต้องมีความ อยู่เย็นเป็นสุข แต่วันนี้ก็มากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น ผมว่าเป็นเครื่องมือ อาจจะเป็น แกะกล่องหรือว่าเอาของเก่ามาปัดฝุ่นใหม่นะครับ ที่จะต้องยกฐานะ เพิ่มอํานาจ บทบาท สร้างความเป็นเอกภาพในการเข้าไปกํากับควบคุม ศอ.บต. ที่จะให้มี เขาเรียกว่า เลขาธิการ ระดับซี ๑๑ ระดับปลัดกระทรวง ก็ใหญ่สูงสุดของฝ่ายประจําแล้ว แล้วก็ให้ นายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด อํานาจสูงสุดมาแล้ว ลงไปสู่พี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดไม่พอ เสียงปื นดังแล้วดังอีก ตายแล้วตายอีก วันนี้เป็น ๔ จังหวัด สงขลา และจะเลยไป ๕ จังหวัด ถึงสตูล ไปอีก อาจจะมีถึงจังหวัดที่ ๖ จังหวัดที่ ๗ ไป เสียงปืนมันก็จะตามอํานาจเหล่านี้ไปละครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า เป็นทิศทางที่จะต้องทบทวน เพราะผมไม่เห็นด้วยนะครับ แนวทางที่เสนอเป็นทางที่ยืนอยู่ บนพื้นฐานของการให้อํานาจกับประชาชน ทฤษฎีดอกไม้หลากสีที่เราต้องเคารพ ในวัฒนธรรม ในศาสนา แต่ความรู้สึก จิตใจของคนที่พี่น้องที่มีแตกต่างจากเรา ด้วยความ จริงใจนะครับ เพราะฉะนั้น พลเอก ชวลิตเสนอเรื่องทฤษฎีการกระจายอํานาจให้คนที่ อยู่ในพื้นที่มีโอกาสได้เลือก ได้คิด ได้พิจารณากําหนดแนวทางบริหารในการขยาย การปกครองอํานาจออกไปเหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปพิเศษ นครปัตตานี รัฐบาลก็กลัวว่าเวลาเลือกตั้งเขาจะไปเลือกเอาฝ่ำยผู้นําของชาวอิสลามขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร กลัวอะไรล่ะครับ เมื่อเขามีกําหนดบทบาทในการที่ จะเลือกบุคคลมากําหนดความเป็นความตาย ความอยู่เย็นเป็นสุขให้ ก็น่าจะเป็น การขยายฐานทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันนี้ให้เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าทิศทาง อย่างนี้ยังเป็นเรื่องหลักที่อยากจะให้มีการทบทวน ดีกว่าเอาอํานาจไปให้ฝ่ายราชการ ที่มีการยุบก็เพราะว่ามันมีแต่เบี้ยเลี้ยง มีแต่งบประมาณจัดซื้ออาวุธ เข้าไปแสวงหา ผลประโยชน์กันมากมาย เวลาเราพิจารณางบประมาณในภาคใต้ ถ้าดูให้ลึกจะเห็นว่า มันมหาศาล วันนี้ท่านประธานครับ พวกกระผมมีความเห็นว่าต้องทบทวน แม้ว่ารัฐบาล จะใช้เสียงว่าตั้งอันนี้ขึ้นมา แต่ผมก็เห็นว่ามันยังขาดความรอบคอบ โดยทฤษฎีแล้วก็อยากจะให้กลับไปทําให้เกิดความรอบคอบ ความจริงเวลาที่มีวันนี้ผม อยากกราบเรียนท่านประธานว่ากรุณาอย่าได้รีบปิดนะครับ ผมอยากให้เอาร่าง พ.ร.บ. การศึกษาที่จะยกฐานะครูมัธยมอะไรขึ้นมาที่เขามาคอยกันอยู่นี่ก่อนที่จะปิดผมจะเสนอ ให้มีการเลื่อนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา แม้ว่าจะไม่ทันในวันพรุ่งนี้ก็ยังจะต้องมี โอกาสได้ลุ้นกันอยู่ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน เวลาเหลือเพียง ๕ นาที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ๑๐ นาทีครับ

นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความจริงวันนี้เราไม่จําเป็นต้องมาพูดเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เลย ถ้าเหตุการณ์ก่อน ๆ หรือรัฐบาลบางชุดถ้าฟังเสียงพวกเรา เสียงประชาชนความรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น บทวิเคราะห์ของสภาที่ออกมาในฉบับนี้เขียน ได้ดีมากครับ เขาเอาที่มาที่ไปของเรื่องตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ การตั้งองค์กรบริหารเล็ก ๆ จากที่ จังหวัดภาคใต้จนมาถึงสมัยปี ๒๕๒๔ สมัยป๋ำเปรมก็ได้ขยายขึ้น แล้วก็ได้ให้ทางแม่ทัพ เป็นผู้อํานวยการ แต่ภายหลังสมัยท่านชวน ปี ๒๕๓๙ ก็ได้เปลี่ยนให้ขึ้นตรงกับทาง ฝ่ายบริหาร นั่นก็คือขึ้นตรงกับรองปลัดกระทรวง ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย อันนี้ ทุกอย่างมันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เหตุการณ์บ้านเมืองดีขึ้น ๆ เป็นลําดับ จนสุดท้ายในปี ๒๕๔๔ เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นไม่ถึง ๗ ครั้ง และไม่มีเกิดการเสียชีวิต เป็นที่น่าเสียดายครับ ปี ๒๕๔๔ นโยบายเปลี่ยนแปลงนั่นก็คือผู้นําคนที่แล้ว ผมไม่อยากเอ่ยนามครับ ได้เห็นว่า เหตุการณ์ดีขึ้นเพื่อจะหาผลในทางการเมือง รีบประกาศยุบเลิก ศอ.บต. โดยอ้างว่าเป็น เพียงโจรกระจอกมีอยู่ ๓๐-๔๐ คน ใช้เวลาปราบปรามเดือนละ ๑๐ คน ก็ไม่น่าจะเกิน ๔ เดือนทุกอย่างก็จบ นี่เป็นที่มาที่ไป และจนถึงปี ๒๕๔๗ ต้นปี ท่านก็ทราบ พวกเรา ก็ทราบ เป็นข่าวใหญ่ครับ เกิดการปล้นปืน เพราะไม่มีผู้บังคับบัญชาหรือดูแลในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมพูดถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเมื่อสักครู่บางท่าน บอกว่า ๓ จังหวัด ทําไมต้องมารวมเป็น ๕ จังหวัด และ ศอ.บต. นี้มีจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ทํามาแต่ไหนแต่ไรก็มา ลักษณะแบบนี้แล้ว ท่านประธานครับ ผมต้องชื่นชมรัฐบาลที่กล้าออกกฎหมายฉบับนี้ และควรจะออกมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ผม ก็ยอมรับว่าบางมาตรา เช่น มาตรา ๓๐ เป็นต้น ก็อยากฝากทางรัฐบาลครับ นั่นก็คือ อย่ากระจายออกไปนอกจาก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะบางพื้นที่ของจังหวัด ทางภาคใต้ ผมก็อยากให้พยายามไว้ คิด และตัด และเน้นใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหลัก และโดยเฉพาะกรรมการก็เช่นกันในมาตรา ๖ การตั้งกรรมการ กพต. ก็พยายาม ใช้คนในพื้นที่ หอการค้าแห่งประเทศไทย ท่านเปรียบเป็นหอการค้าใน ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ สภาอุตสาหกรรมก็เช่นกัน แม้แต่ผมว่าองค์กรอิสลามใช้คนในพื้นที่อิสลาม อย่ามาใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเลย มิฉะนั้นมันก็จะเป็นอีหรอบเดิม ใช้คนให้มาก ใช้ประชาชนโดยเฉพาะเดี๋ยวนี้เรามีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เขามาเป็น กรรมการครับ แล้วกรอบพยายามจํากัดอยู่ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัด อย่าเอามาทั้งภาคใต้ ให้ ๕ จังหวัดก็เพียงพอ แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าสภาธุรกิจมาตั้งสักกลุ่มหนึ่งมาเป็นกรรมการ หอการค้า จังหวัดสักกลุ่มหนึ่งมาเป็นกรรมการ แล้วก็สภาอุตสาหกรรม แม้แต่ในองค์กรอิสลามและ ภาคประชาชน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หลายเรื่อง ส่วนพวกปลัดกระทรวงทั้งนั้น ผมก็อยากให้ ท่านกําหนดมีตัวแทนลงไปได้ด้วย เพราะปัจจุบันผู้ที่เป็นปลัดกระทรวงเป็นตั้งเกือบ ๕๐-๖๐ ตําแหน่ง ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลามาประชุมหรือเปล่า อย่างไรก็ตามการออก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมดีใจจริง ๆ แล้วเห็นมันก็สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ หลายท่านก็บอกว่าทําทําไม มันก็ไม่เกี่ยว แล้วดีแต่เอาเงินเข้าไปถลุงหรือไปหา ผลประโยชน์จากการหางบประมาณ จริง ๆ แล้วเราเคยมีโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ถ้าท่านประธานจําได้ แล้วก็โยงประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศอินโดนีเซีย แล้วในประเทศไทยนี้เราจํากัดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วมันก็สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจด้วย เพราะฉะนั้นผมเลยฝากรัฐบาลเลยว่าคณะกรรมาธิการที่จะ มาเป็นช่วยดูปัญหานี้ให้ดี มันจะโยงไปถึงการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ แม้แต่ เรื่องด้านการศึกษาไปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ความสําคัญให้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการที่จะมาเป็นคณะกรรมาธิการนี้ให้ความสําคัญกับภาคต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ภาคเอกชน โดยเฉพาะทางกลุ่มผู้นําของมุสลิม ท่านต้องให้ความสําคัญมากครับ ท่านประธานครับ เร็ว ๆ นี้เกิดอุทกภัยทางภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา แล้วก็จังหวัดสตูล ท่านเห็นหรือยังครับ ของทุกอย่าง สิ่งของต่าง ๆ ที่จะไปช่วยก็ต้องยอมรับว่าทางรัฐบาลก็พยายามช่วยเต็มที่ แต่มันก็ ไม่ทันใจ เพราะบางครั้งมันต้องผ่านขั้นตอนพอสมควร แต่ถ้าเรามีศูนย์บริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้สิ่งของเหล่านี้จะคล่องตัวมาก การบริหารก็จะง่ายขึ้น ผมอยากให้เกิด ขึ้นมาเร็ว ๆ แต่ก็มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ซึ่งหลายท่านก็พูด องค์กรนี้พอตั้งขึ้นมันก็มีขยับ ตําแหน่งกันหมด ขยับตําแหน่งมากขึ้น ๆ สิ่งที่ต้องฝากผู้ที่มาเป็นคณะกรรมาธิการนั้น ต้องพึงระวังครับ นั่นก็คือระเบียบ เพราะกําหนดให้ ศอ.บต. อาจวางระเบียบเกี่ยวกับ การเงิน การพัสดุ เบี้ยเลี้ยง กับค่าชดเชยและงานสารบัญขึ้นใช้เป็นการเฉพาะได้ อันนี้ ก็อาจเป็ นช่องทางทุจริตในด้านงบประมาณได้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการโดยเฉพาะทางรัฐบาลผู้ที่จะไปเป็นกรรมาธิการให้สังเกตข้อนี้ให้ดี สิ่งที่กลัวที่สุดนั่นก็คือเอาจากส่วนกลางไปย้ายมาอยู่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือ พยายามจะขอตําแหน่งให้สูงขึ้น ๆ หรือจะไปขอขั้นมากขึ้นในจุดนี้ก็ต้องระวัง เพราะเนื่องจากอํานาจสูงสุดอยู่ที่เลขาธิการแล้ว ท่านก็มีโอกาสที่จะสั่งการ อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังเห็นด้วยว่าในระยะเริ่มต้น เริ่มแรกก็ควรจะเป็นการแนะนําของกระทรวงมหาดไทย แต่หลังจากนั้นผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่ดําเนินการคัดสรรหาผู้ที่จะไป ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการ หรือเลขาธิการที่เราจะเกิดขึ้นในอนาคตครับ ท่านประธานครับ คนภาคใต้โดยเฉพาะ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้หวังมากอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง เราพูดอยู่ตลอด แต่เราก็ไม่กล้าใช้ ไม่กล้าออกกฎหมายสักครั้งหนึ่ง พอออกมาอีกฝ่ายหนึ่ง ก็กลัวว่าออกไปแล้วอาจจะได้เสียง หรือว่าอาจจะได้ชื่นชมจากประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่เลยครับ นี่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ การบริหารต่าง ๆ ถ้าเป็นได้ผลก็ต้องยอมรับครับ ต้องให้รัฐบาลที่ทํางานนี้สําเร็จต้องเป็นผลของเขา แต่ถ้าไม่ได้ผล เราต้องยอมรับมันคือก้อนอิฐ เพราะฉะนั้นผมว่ารัฐบาลเขาเสี่ยงหรอก เขามองแล้วมองอีกโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมเข้าใจท่านมาก ท่านเป็น คนที่มองการณ์ไกล แม้แต่ท่านรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐบาลเห็นชัด เพราะฉะนั้นผมก็ เชื่อว่าในเมื่อเห็นแล้วจะเป็นประโยชน์กับประชาชน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านจึงคิด และตัดสินใจที่จะออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วผมว่าถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีประโยชน์เป็นที่ใช้ได้ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ผมก็อยากให้ขยายต่อไปครับ ในอนาคต เพราะเคยมีความคิดว่าจะตั้งโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ถ้าใช้ได้ผมก็คิดว่ารัฐบาลก็น่าจะเป็นนโยบายในอนาคตต่อไป ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณที่ท่านประธานให้เวลาผม และผมก็ขอขอบคุณรัฐบาล ก็อยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรช่วยร่วมมือกันให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายอีก ๑๘ ท่าน แต่เรายังมีพระราชบัญญัติ ที่รอการพิจารณาอยู่อีกหลายฉบับ ผมจะขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอท่านอภิปรายท่านละ ๗ นาที แต่ถ้าหมดเวลาแล้วประเด็นยังไม่จบ ผมก็จะเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยนะครับ พิจารณาเป็นรายไปนะครับ ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๗ นาทีครับ

ว่าที่ร้ อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หนองคาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมเองได้ฟังเพื่อนสมาชิกแล้วก็ได้อ่าน ร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างครบถ้วน ต้องขอแสดงความคิดเห็นว่า ความมุ่งมั่นของรัฐบาล และพี่น้องประชาชนทุกคนนั้นต้องการให้เกิดสันติสุขในภาคใต้ จริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัตินี้ พวกผมไม่จําเป็นต้องมาอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เลย ถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจ ตั้งใจในการแก้ปัญหาจริง จากการที่รัฐบาลชุดนี้ ได้เคยประกาศก่อนที่จะรับหน้าที่ บอกว่า ๙๙ วัน ไฟใต้ต้องดับ นี่ล่วงเลยมาถึง ๙ เดือน ๑๐ เดือน ไฟใต้ไม่ดับ แต่ว่าข้าราชการ ตํารวจ ทหาร ประชาชนดับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่า มีรายละเอียดของกฎหมายที่บ่งบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งหวังจะให้เกิด ประโยชน์แก่ข้าราชการเพียงอย่างเดียว มองไม่เห็นในมาตราใดเลยว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า น่าเสียดายเวลา ๑๑ เดือนผ่านไป พรรคการเมืองที่ครอบครองดินแดนภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสเต็มที่แล้วในการที่จะพิสูจน์ฝีมือว่า อํานาจอยู่ในมือ ความเข้าใจในพื้นที่ชัดเจน ท่านดูแลภาคใต้ มีความเข้าใจในพื้นที่ แต่เหตุไฉนเหตุการณ์ถึงรุนแรงขึ้นเป็นลําดับ ท่านพยายามที่จะโทษไปถึงรัฐบาลชุดก่อน ๆ บอกว่าเป็นเหตุการณ์สะสม เป็นเหตุการณ์ ที่ในรัฐบาลชุดก่อน ๆ นั้นสร้างความไม่เป็นธรรม แต่โอกาสอยู่ในมือของท่านแล้ว ฝีมือต่าง ๆ ท่านต้องพิสูจน์ให้ดูว่าเหตุการณ์ภาคใต้จะเกิดสันติสุขได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีจุดอ่อนอยู่หลายจุด ที่ผมเองไม่สามารถที่จะ ให้การสนับสนุนได้ จุดแรกคือมาตรา ๓ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในส่วนนิยามคําว่า ชายแดนภาคใต้ ท่านต้องตอบให้ชัดเจนตรงนี้ครับว่า ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหานั้น มันอยู่ในกรอบ อยู่ในพิกัดของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา แต่ท่านได้เขียนเอาไว้นะครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้บอกว่าและจังหวัดอื่น หรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่รัฐมนตรีกําหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากจะมองว่าถ้ารัฐมนตรีกําหนดพื้นที่เพื่อต้องการ ขยายอาณาเขตขององค์กรที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นี้ เพื่อที่จะเป็ นการขยายอํานาจ ขยายงบประมาณครอบคลุมจังหวัดภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้เป็นประเด็น ที่ผมและพี่น้องประชาชนที่กําลังรับฟังอยู่ในขณะนี้เกิดความกังวล ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ ในมาตรา ๖ ในมาตรา ๖ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็กําหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ระบุไปทุกส่วนขององค์กร แต่ไม่มีองค์กร พุทธศาสนา ศาสนาอื่นมี นี่ก็เป็นความบกพร่องของการกําหนดกรอบของยุทธศาสตร์ ในการที่จะได้ตั้งขึ้นมานะครับ มาตราอื่น ๆ อย่างเช่น มาตรา ๑๑ ท่านบอกว่า ในการดําเนินงานนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือน หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะถูก คณะกรรมการชุดนี้ในการที่กําหนดลงโทษ แล้วก็มีการย้ายภายใน ๗ วัน ไม่ได้ระบุ ข้าราชการตํารวจ ข้าราชการทหารเลย อภิสิทธิ์อะไรหนักหนา ต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ข้าราชการทุกฝ่ายต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก เรื่องนี้ เพราะว่าอํานาจของเลขาธิการที่กําหนดในมาตรา ๙ ก็อํานาจล้นฟ้ำอยู่แล้ว แล้วก็ตรงนี้ที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ ผ่านในวาระแรก ก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการด้วยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่จะเป็น ประโยชน์ แล้วมีอีกหลายมาตราท่านประธานครับ เพราะว่าผมอาจจะต้องไปใช้ในช่วง การแปรญัตติในการอภิปราย เพราะว่ามีอีกหลายมาตราที่ยังไม่มีเวลา เพราะว่าท่านให้ เวลาน้อยมาก ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ว่าในเรื่องของการแก้ปัญหาอยากจะฝาก ทางท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าการแก้ปัญหาท่านจะต้องให้ตรงจุด อยากจะรู้ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านได้มีการสอบถาม มีการทําวิจัยหรือถามพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าเขาต้องการไหม งบประมาณที่จัดลงไปในปีหนึ่ง ๆ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสมมุติว่า เราเอามาซื้อทองให้กับประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประมาณสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ดูแล้ว ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้ปีละ ๑ บาท ๆ ป่านนี้ทองเต็มบ้านแล้วนะครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นฝากด้วยว่าการใช้งบประมาณในแต่ละปีต้องให้มีประสิทธิภาพด้วย ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน เพราะว่างบประมาณที่ทุ่มเทลงไปมากมายเหลือเกิน

ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ที่อยากจะฝากรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ในเรื่องของการที่รัฐบาลชุดนี้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ให้อํานาจกับ เลขาธิการมากมายเหลือเกิน ผมเกรงว่าจะเกิดการเข้าใจว่ากําลังจะมีการแบ่งแยก ดินแดน เกรงนะครับ มีความกังวลมากว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน กังวลว่าจะ เกิดมีการแบ่งแยกแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ว่าถ้าไม่เป็นเช่นนี้ก็เป็นบุญของ ประเทศ แต่ถ้าเป็นเช่นนี้พวกผมในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วก็พี่น้องประชาชนจะเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณท่านประธานมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา แบบสัดส่วน 🔗

เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสนะครับ วันนี้เราได้มาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งมีคณะ ส.ส. ท่านผู้มีเกียรติได้นําเสนอทั้งหมด ๖ ร่าง กระผมก็ต้องชื่นชมทุกท่านที่มี เจตนาที่ดีในการที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนตัวกระผมขอรับหลักการ ไปก่อนนะครับ ส่วนในรายละเอียดนั้นค่อยไปแปรญัตติในขั้นกรรมาธิการเพราะเวลา มีน้อยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองในฐานะเป็นคนในพื้นที่รับราชการอยู่ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ได้มีโอกาสสัมผัสกับ หน่วยงานหลายหน่วยงานในพื้นที่ที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่การมี ศปต. ศูนย์ประสานงานราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนปี ๒๕๒๔ ที่จะมีคําสั่ง ๖๖/๒๓ ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา ๒ หน่วยงานก็คือ ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ในฐานะที่เป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็ได้รับเกียรติจากศูนย์ประสานงาน ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเป็นวิทยากรบรรยายอบรมข้าราชการ ผู้นําท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําศาสนาและนักธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีการจัดตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมา กระผมก็ได้รับเกียรติจาก ศอ.บต. อีก ๓ ปีที่ทําหน้าที่เป็นทั้งที่ปรึกษา แล้วก็เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมปฐมนิเทศข้าราชการหลาย ๆ หน่วยงานนะครับ เพราะฉะนั้นความผูกพันที่มีต่อหน่วยงานในพื้นที่นั้นแน่นอนกระผมเป็นคนหนึ่งที่มี ความผูกพันตรงนั้น อยากจะเรียนให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา แน่นอนครับ ปัญหาบางอย่างก็ได้รับการแก้ไขลุล่วงไปได้บ้าง ปัญหาบางอย่างก็ยังไม่ประสบผลสําเร็จ เท่าที่ควร แต่ต้องยอมรับว่าระยะเวลา ๒๐ ปีเศษ ๆ การตั้ง ศอ.บต. ก็ดี พตท. ๔๓ ปัญหา ความขัดแย้ง ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ลดลงเป็นลําดับ แต่ก็ เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่มีการยุบ ศอ.บต. พตท. ๔๓ ขึ้นมา วันนี้เราก็จะมีการพูดถึง การจัดตั้งองค์กร ศอ.บต. หรืออาจจะมีการตั้ง ศบ.ชต. สุดแล้วแต่ สําหรับชื่อนั้นมันไม่มี ความสําคัญเท่าไรละครับ สิ่งที่กระผมเป็นห่วงก็คือในแง่ของการแก้ไขปัญหา ถ้าตราบใด ปัญหาพื้นฐานในพื้นที่นั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขและปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมายังไม่ได้รับ การยอมรับความจริงว่าเกิดขึ้นจากอะไร เพราะอะไร แน่นอนครับแม้ว่าเราจะมีองค์กรใหม่ ขึ้นมาผมเกรงว่าจะเป็นการแจวเรือในอ่างเหมือนเดิมจึงรู้สึกเป็นกังวลและเป็นห่วง อย่างใน พ.ร.บ. พระราชบัญญัติที่เรากําลังพูดถึงนี้ก็ยังมีข้อจุดด้อย จุดแข็งอยู่บ้าง แต่เรา ต้องอาศัยเวลาในการแปรญัตติในขั้นกรรมาธิการ อย่างที่กระผมได้กล่าวไว้แล้วว่าเวลา ค่อนข้างจะมีจํากัด เพราะฉะนั้นถ้าถามผมวันนี้ว่าการมีองค์กรกับการไม่มีองค์กร แน่นอน ผมตอบได้เต็มปากเลยครับว่า การมีองค์กรดีกว่าไม่มี แต่สิ่งที่กระผมเป็นห่วงก็คือเกรงว่า ทุกอย่างนั้นจะกลับไปสู่สภาพเดิม ๆ โดยที่ปัญหาพื้นฐานที่มีอยู่ในพื้นที่ยังไม่ได้รับการ แก้ไข ยังไม่กล้าที่จะพูดความจริงออกมา ปัญหาทั้งหมดนั้นแน่นอนส่วนหนึ่งเกิดจาก ปัญหาของความขัดแย้งในพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมันไม่ได้เกิดจากคนในพื้นที่เป็นคนสร้างปัญหา ปัญหานั้นถูกนํามาที่อื่น แต่ใช้เวทีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเมืองที่มีความ ขัดแย้งก็จะได้อ้างปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นข้ออ้างอิงในการกระทําสิ่งใด สิ่งหนึ่งขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราจะมีองค์กรใหม่ภายใต้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมขอสนับสนุนตรงนี้ แต่ว่าต้องมีองค์ประกอบอีกหลาย ๆ อย่างที่เราจะต้องนํามา พิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายท่านได้พูดไปแล้วคํานิยามของคําว่า จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จริง ๆ เดิมทีนั้นเราเรียกว่า ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็มีการพัฒนาเรียกว่า ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยยึดพื้นที่ของจังหวัดที่มีชายแดนติดกับเพื่อนบ้านคือประเทศมาเลเซีย ต่อมาก็ขยายมาเป็นจังหวัดสตูล บังเอิญจังหวัดสตูลก็เป็นจังหวัดที่มีชายแดนกับประเทศ มาเลเซีย และต่อมาก็เอาจังหวัดสงขลามาร่วมด้วยเพราะมีชายแดนติดกับประเทศ มาเลเซีย ปัจจัยในการนํามาสู่การเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มี ๒ ประเด็น ๑. ปัญหา ชายแดน ๒. โดยยึดหลักประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ ๕ จังหวัดนั้นมีประชากรมุสลิม ถ้ารวมจังหวัดสงขลาด้วยประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นประชากรมุสลิมมากที่สุด แต่ในร่าง พ.ร.บ. อันนี้หลายท่านได้กล่าวไปแล้วว่ามีการขยายออกไปในบางพื้นที่ ตรงนี้ ผมเป็นห่วงนะครับว่า เกรงว่ามันจะเป็นการขยายไปเรื่อย ๆ และไม่มีข้อจํากัดในเรื่องของ การขอสิทธิพิเศษในการพัฒนาต่อไป อาจจะทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของคน ในพื้นที่ แน่นอนครับตราบใดที่สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นยังไม่มีความสงบ โอกาสที่จะนําโครงการต่าง ๆ ไปพัฒนาก็มีน้อย โครงการต่าง ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นในจังหวัด ที่ไม่ได้อยู่ในส่วนนั้นจะได้ประโยชน์ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าต้องไปพูดในขั้นกรรมาธิการ เวลามีจํากัดแค่นี้ละครับ ผมขอใช้เวลาเพียงแค่นี้ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานกราบขอบพระคุณนะคะที่ได้ให้โอกาสดิฉันอภิปรายในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันเองประหลาดใจมากว่า ปัญหาภาคใต้เป็ นปัญหาที่ยังคงมีอยู่ตลอด ประหลาดใจด้วยว่าพื้นที่ของภาคใต้นั้นเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์แท้ ๆ แต่ยังคง ปล่อยให้มีปัญหาเรื้อรังมาหลายปี และแถมคุยโวโอ้อวดโฆษณาไว้เสียด้วยในแผนปฏิบัติการ ๙๙ วันทําได้จริง เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตท่านประธานโชว์หรือนําเสนอแผ่นภาพ โฆษณาของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ภาพ อนุญาตไหมคะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ขออนุญาตให้ทางประธานท่านอนุมัติหรือยังครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ยังค่ะ ขอท่านประธานเดี๋ยวนี้ละค่ะ เพราะเป็นภาพที่ดูแล้วเป็นโฆษณาเฉย ๆ ค่ะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ก็แล้วกันครับ จริง ๆ แล้วมันไม่จําเป็นก็ใช้พูดเอาดีกว่านะครับ เพราะว่า ยังไม่ได้รับอนุมัติจากท่านประธาน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

โอเคได้ค่ะ ในแผ่นภาพนี่นะคะก็จะ บอกไว้ว่าแผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วัน ทําได้จริง ในข้อที่ ๓ บอกว่าตั้งองค์กรแก้ปัญหา ภาคใต้ ท่านประธานคะ ในแผ่นภาพนี้ก็ยังบอกด้วยว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ ๔ ทําได้จริงใน ๙๙ วัน ท่านประธานคะ ณ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลบริหาร ประเทศทุกคนรู้อยู่ แต่มันกี่วันแล้วคะ ๓๐๐ วันไปแล้ว เห็นไหมล่ะคะว่าแผนปฏิบัติการ ๙๙ วันของพรรคประชาธิปัตย์นั้นทําไม่ได้จริง และนี่ละค่ะที่พี่น้องประชาชนคนไทย ส่วนใหญ่เขาไม่เชื่อ เขาถึงไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ก็เพราะว่าเขารู้และเขาเดาได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นคุยโม้ คุยโม้แล้วบอกว่า จะทําได้จริง แต่แล้วสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มาเป็นรัฐบาล ตามที่ผู้คนหลายคน ได้กล่าวไว้ว่า ได้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเพราะใช้วิธีพิเศษ แล้วก็บางคนก็กล่าวว่าเพราะไป ขโมยเขามา บริหารราชการแผ่นดินมาตั้งหลายร้อยวันแล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณฐิติมาครับ ขออภิปรายในประเด็นของพระราชบัญญัติด้วยนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

ค่ะ นี่ละค่ะเข้าสู่ร่างพระราชบัญญัติเลย นะคะว่าประชาชนยังคงรับรู้ข่าวสารถึงระเบิดเกิดขึ้นบ่อยครั้งในภาคใต้ เพราะฉะนั้น นั่นคือปัญหาชายแดนใต้ที่เป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์แท้ ๆ ยังทําไม่ได้ ดิฉันจึงสงสัยว่า รัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ไม่รู้จริงในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ หรือว่าไม่จริงใจในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้กันแน่ ดิฉันเองไม่รู้จริงแน่ท่านประธาน ดิฉันเป็นคนภาคกลาง แต่ดิฉันมีความจริงใจในการที่อยากจะให้พื้นที่ภาคใต้นั้นได้รับ การแก้ปัญหา ให้ประชาชนทางภาคใต้นั้นมีความสุขเสียที เพราะฉะนั้นดิฉันจึงพยายาม สอบถามผู้รู้คนโน้น คนนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคุณครู นักธุรกิจ ตํารวจ ทหาร หรือ ส.ส. ด้วยกัน ก็ได้ความรู้อยู่บ้างนะคะว่ามันมีความหลากหลายในแนวคิดทีเดียว แต่อย่างไร ก็ตามก็พอจะประมวลกันได้ว่าหลายคนนั้นเขาให้ความคิดที่เหมือน ๆ กันว่าปัญหา ภาคใต้เป็นปัญหาที่มีสะสมมายาวนาน แต่ประเด็นปัญหาที่พูดเหมือน ๆ กันแน่ ๆ ก็คือว่า เป็นการลงโทษข้าราชการจากถิ่นอื่นให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือให้คนภาคกลาง ภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปปฏิบัติหน้าที่ แต่คน พวกนี้อาจจะเป็นคนที่กระทําความผิดไว้ หรือเป็นคนที่เข้ากับพรรคพวกไม่ได้ ก่อเกิด ปัญหาอย่างนั้น อย่างนี้เป็นต้น จึงถูกให้ย้ายไปอยู่ที่ไกล ๆ เสียนั่นคือการลงโทษ ท่านประธานคะ ข้าราชการที่ถูกลงโทษนั้นอาจจะไปก่อปัญหาต่ออีกก็ได้ เพราะฉะนั้น คนชายแดนใต้จึงถือว่าเป็นคนที่รับเคราะห์กรรมนั่นเอง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ต้องมาเจอ กับข้าราชการที่มีปัญหา หรือคนที่ถูกย้ายไปก็ต่างภาษา ต่างศาสนา หรือต่างวัฒนธรรม จึงไม่เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ดีพอ เขาอาจจะพูดจาสื่อสาร ไม่เข้าใจ หรือกระทําการใด ๆ ที่ลบหลู่ดูหมิ่นเขาก็ได้ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อประชาชนภาคใต้ ก็ได้ เพราะฉะนั้นความรู้สึกพวกนี้มันจึงเป็นความรู้สึกในทางลบ ที่มันสะสมมายาวนั้น หมายความว่ามันคือความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน มันคือความที่เข้ากันไม่ได้ หรือมันคือ การรวมตัวกันของข้าราชการที่จากหลาย ๆ หน่วยงานนั้นก่อเกิดปัญหาในชายแดนใต้ จนบางคนบอกว่านี่เป็นนิยายดึกดําบรรพ์เลย แต่อย่างไรก็ตามดิฉันขอยกตัวอย่าง จากท่าน ส.ส. ภาคใต้สักคนหนึ่งที่ได้อภิปรายไว้ในช่วงของการที่พูดถึงเรื่องของความ ไม่สงบภาคใต้โดยตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือคุณหมอแว ท่านพูดไว้ดีนะคะ แต่ท่านบอกว่ามันมีหลักฐานให้ผู้ที่ก่อเกิดความรุนแรง คือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ท่านไม่ได้ ขยายความต่อค่ะว่ามันเป็นอย่างไร หรือว่าจะแก้ไขกันอย่างไร แต่มันก็เกิดความคําถาม ได้ว่าแล้วแบบนี้มันทําเพื่ออะไร หรือมีแผนการอะไร แล้วรัฐบาลรู้เรื่องไหม นี่คือจากข้อมูล ต่าง ๆ ที่ดิฉันไปถามมา เพราะฉะนั้นแนวคิดที่ดิฉันนํามาพูดในวันนี้ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะ ดูว่าเป็นความคิดที่พื้น ๆ ก็ตาม แต่ถ้าเกิดมันเป็นความจริงละท่านประธาน มันเป็นความจริง ก็แสดงว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่ได้เข้าใจปัญหาภาคใต้เลย นั่นคืออะไร ร่าง พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นั้น ที่สภาเรากําลังพิจารณาอยู่ใน วาระที่หนึ่งนี้ กลับเป็นการตอกยํ้าให้คนต่างถิ่นไปบริหารจัดการ ไปกําหนดยุทธศาสตร์ ไปวางแผน ไปปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ดี ไม่ว่าร่างนี้จะเป็นชื่อ กพต. คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชื่อสวยหรูก็ตาม แต่ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าสวยหรูแต่มอบอํานาจเยอะ ซึ่งจะแก้ปัญหาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ อํานาจล้นฟ้ำแบบนี้ข้าราชการระดับสูงอาจจะไม่ได้เข้าใจ ท่านประธานมีปลัด มีอธิบดี เต็มไปหมดเลย ล้วนแล้วแต่เป็นคนกรุงเทพมหานครทั้งนั้นเลย จะไปเข้าใจอะไรกับคนที่ อยู่ทางภาคใต้ ปัญหาชายแดนใต้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นให้คนพวกนี้มาแก้ปัญหา มันก็เป็นการที่ว่าให้เขามาพิจารณาให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ มากํากับ เร่งรัด ติดตาม แก้ไขกฎ ระเบียบที่สําคัญท่านประธานมาดูแลงบประมาณ เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ดิฉันเอะใจว่าเมื่อมาดูแลงบประมาณ แล้วกลายเป็นงบประมาณ เป็นของข้าราชการ งบประมาณโดยข้าราชการ และงบประมาณเพื่อข้าราชการ ดิฉันจึงขอ เสนอกลับกันคะว่า ในร่าง พ.ร.บ. นี้ มีการกําหนดว่ามีสภาเสริมสร้างสันติสุขของรัฐบาล เสนอไว้ว่า สภาเสริมสร้างสันติสุขให้เป็นที่ปรึกษา แต่ให้ กพต. มาทําเยอะแยะไปหมดเลย ดิฉันอยากจะเสนออย่างนี้คะว่ากลับทางกันเสีย กลับทางก็คือว่าให้คนที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ จริง ๆ เลย คือสภาสันติสุขนั่นละ หรือจะสมัชชาประชาชนนั่นละ ให้เขามาดูแลพวกนี้ มาแก้ปัญหา มาดูแลงบประมาณ มาเร่งรัด ติดตาม และให้ กพต. ไปเป็นที่ปรึกษาแทนเสีย นี่คือแนวคิดหนึ่ง หรือไม่ก็จัดให้พื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เรียกว่า เขตปกครองส่วนท้องถิ่น พิเศษที่คล้ายคลึงกับ กทม. และพัทยา ที่มีหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการดูแล ดูแลทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อยากจะเสนอแบบนี้ เพราะว่าอะไร เพราะว่าคนภาคใต้ของเขาเอง เขาต้องเข้าใจของเขาเอง แต่ไม่ใช่เอาคนกรุงเทพมหานครที่ไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไรนัก เพียงแต่มีตําแหน่งที่สวยหรูไปเป็นคณะกรรมการกําหนดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้อํานาจล้นฟ้ำ กันไป เพราะฉะนั้นปัญหามันจึงไม่ได้แก้ ไขอะไรเลย หลายคนจึงบอกว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ไม่ได้ช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ภาคใต้

ท่านประธานมีอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันได้เวลาเพิ่มขึ้นจากท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ๗ นาที ท่านประธานคะ มาดูพื้นที่ของร่างในรัฐบาลกําหนดไว้ มีจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาคือ จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ท่านประธานทราบไหมคะว่าวันก่อนดิฉันได้คุยกับ คุณหมออสิ ท่านเป็น ส.ส. ภาคใต้ จังหวัดสตูล ดิฉันถามคําถามว่า คุณหมอจังหวัดสตูล ของท่านนั้นมีปัญหาที่น่ากลัวเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไหม คุณหมอบอกว่าไม่มี น่าเที่ยวเสียด้วยซํ้าไป จังหวัดสงขลาดิฉันยังไม่ได้ไปถามท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ท่านอาจจะตอบว่าไม่มีปัญหาอะไรเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นทําไมถึงต้องรวมจังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลาเข้าไปด้วย ทําให้มันเกิดคําถามว่าเมื่อรวมเข้าไปจึงนําปัญหาชายแดน ใต้นั้นขยายไปสู่จังหวัดสตูลกับจังหวัดสงขลาด้วยหรือเปล่า กําลังขยายพื้นที่ให้มันมี ปัญหามากขึ้นไปอีกหรือเปล่า ทําไม รัฐบาลชุดนี้คิดได้อย่างไร และยังมีคําพูดอีกนะคะว่า เป็นพื้นที่ของจังหวัดอื่น จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดอื่นในภาคใต้ หรือพื้นที่ของจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้อีก ตามที่รัฐมนตรีกําหนด หมายความว่าอะไร หมายความว่าต้องการใช้ งบประมาณสู่ภาคใต้กันอย่างเต็มที่กันไปเลยหรืออย่างไร ขณะนี้ควรที่จะเน้นไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ที่เขาเดือดร้อน แล้วหาคําตอบนั้นให้เจอ ไม่ใช่ว่าทําในลักษณะแบบนี้ ท่านประธานคะ การเสนอกฎหมายตัวนี้จึงถือว่าเป็นการเสนอความล้มเหลวอย่างถาวร จริง ๆ ดิฉันจึงไม่สามารถที่จะรับ ไม่เห็นด้วยกับการที่ร่าง พ.ร.บ. นี้จะเข้าสู่สภา แล้วผ่านวาระที่หนึ่ง ดิฉันไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ทําให้การแก้ปัญหานั้นแท้จริงแล้วอาจจะกลับกลายเป็นการก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มเติมก็ได้ และขยายปัญหาไปสู่จังหวัดที่ไม่ควรจะมีปัญหาอีกด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เพื่อความเข้าใจตรงกันในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเมื่อสักครู่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ๙๐ วัน จะแก้ไขให้สําเร็จ ผมเป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาต เพื่อทําความเข้าใจตรงกันครับว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้พูดในนโยบาย ๙๐ วัน ในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือการจัดตั้งองค์กรเพื่อการแก้ไขปัญหาภาคใต้ให้มี ความเป็นเอกภาพ พอมาเป็นรัฐบาลขึ้นมาปั๊บนายกรัฐมนตรีก็ตั้ง ครม. ภาคใต้พิเศษ แล้วก็มีในแผนพัฒนาพื้นที่ ๔ ปีแล้วก็มีการร่างกฎหมายทันที ก็คือกฎหมาย ศอ.ชต. ที่กําลังพูดอยู่ในขณะนี้ครับ ผมขออนุญาตเพื่อความเข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดมีความเสียหายครับ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะพวกผมเอง ซึ่งจะต้อง เป็นผู้ที่เสนอร่างต่อรัฐบาลนั้นเข้าใจดีครับว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันแก้ปัญหายาก และผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรตลอดครับว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดิมทีเกิดจากเงื่อนไขที่รัฐบาลสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ทําไว้ครับ การแก้ไข ปัญหาแต่ละครั้ง แต่ละเรื่อง ต้องแก้กลุ่มปัญหาทั้งหมดที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ทําไว้ นี่ครับคือเป็นประเด็นที่สําคัญที่ท่านประธานจะต้องสื่อสาร พวกผมจําเป็นจะต้องสื่อสาร ให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกันครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณรัชฎาภรณ์ประท้วงหรือเปล่าครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

เปล่าค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ในฐานะที่ก็เป็นผู้เสนอกฎหมายแล้วก็จะเป็นกรรมาธิการด้วย ก็ได้ตั้งใจฟังมาเกือบ ๖ ชั่วโมงนี้นะคะ ก็คิดว่าได้ข้อมูล ได้ข้อเสนอแนะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเก่า ข้อมูลใหม่นะคะ ความทันสมัย ไม่ทันสมัย แล้วดิฉันก็มีความจริงใจที่จะทํากฎหมายฉบับนี้ออกมา ก็เลย อยากจะขอเสนอปิดอภิปรายค่ะ เพราะว่ารับฟังมาแล้วข้อมูลนี้เริ่มซํ้า และดิฉันก็พยายาม รวบรวมประเด็นต่าง ๆ แล้ว และคิดว่ามีหลายเรื่องคงไปคุยกันในคณะกรรมาธิการ เสนอปิดการอภิปรายนะคะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ทางวิปฝ่ายค้านจะขออีกสักท่านเดียวนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ดิฉันขอปิด อภิปรายนะคะ มีผู้รับรองถูกต้อง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ค่อยอยากให้เกิดบรรยากาศอย่างนี้ครับ ถ้าจะขออภิปรายเพิ่มสัก ๒-๓ ท่าน ต้องขอ อนุญาตวิปฝ่ายค้านไปประสานโดยด่วนนะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ ขอทีละท่านนะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ตกลง

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมคิดว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะขอฟังทางฝ่ายค้านสักนิดนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมคิดว่าผมจะต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าท่านผู้เสนอปิดการอภิปรายนั้นเสนอไม่ถูก เพราะว่าท่านขึ้นมา อภิปรายเสร็จแล้วก็ลุกลี้ลุกลนเสนอปิดประชุมบ้าง อะไรต่ออะไรต่าง ๆ แล้วการเสนอ ญัตติจะต้องไม่อภิปราย เสนอญัตติก่อนแล้วก็อภิปรายเสริม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านเสนอ มานั้นไม่ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้อภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้พูดในเรื่องที่จะเสนอเปิดอภิปรายนะครับ เพราะว่าขณะนี้มีผู้เสนอญัตติ ปิดอภิปรายไปแล้วครับ ผมจะฟังความคิดเห็นสักนิดหนึ่งครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ นั่งลงก่อนนะครับ ขอให้พูดในเรื่อง ผมวินิจฉัยว่าถูกต้องนะครับ เพราะว่าท่านเสนอว่า ปิดอภิปรายนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมเสนอเปิดอภิปรายครับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อมีผู้เสนอญัตติอย่างนี้ ผมก็จะต้องลงมตินะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลง มติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม แล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญกดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอท่านประธานช่วยเตือนสมาชิกอย่าได้กดบัตรแทนกันนะครับ บอกไว้ก่อนนะครับ ท่านที่บัตรมีปัญหานะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงครับ คงไม่ต้องเตือนครับ เพราะว่ามันเป็นหน้าที่อยู่แล้วนะครับ ตอนนี้ คงไม่อนุญาตให้แต่ละท่านพูดนะครับ ขอกดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ กดบัตรแสดงตนครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๒ ท่าน นะครับ ครบองค์ประชุม

ขณะนี้เรากําลังอภิปรายกันเรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นะครับ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์เป็นผู้เสนอญัตติให้ ปิดอภิปราย ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เสนอให้เปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นก็จะขอถาม ท่านสมาชิกครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการปิดอภิปรายกรุณากดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นด้วย จะให้เปิดอภิปรายต่อกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๙ ท่าน เห็นด้วยให้ปิดอภิปราย ๒๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน เป็นอันว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้เห็นควรให้ปิดการอภิปรายครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บวกผมไป อีก ๑ ครับ บัตรใช้ไม่ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นไม่เห็นด้วย ๑๒๗ ท่านนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ไม่เห็นด้วยเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิษณุอีก ๑ ท่าน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ไม่เห็นด้วยอีก ๑ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็น ๑๒๘ ท่าน

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านครับ สุรเชษฐ์ครับ ไม่เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็น ๑๒๙ ครับ แต่อย่างไรก็ตาม

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ ไม่เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็บวกไปอีก ๔ ท่าน เป็น ๑๓๐ ท่าน

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

ท่านประธานครับ จตุพร เจริญเชื้อ ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็น ๑๓๑ ท่านแล้วนะครับ เป็นอันว่าสภาแห่งนี้มีมติให้ปิดอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... นะครับ

เพราะฉะนั้นต่อไปผมจะเปิดโอกาสให้ทางคณะรัฐมนตรีได้อภิปรายสรุป อีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร เสนเนียม ครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ๖ ชั่วโมงของการให้ความสนใจในการ ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีผู้เสนอหลายฉบับ ผม ถาวร เสนเนียม ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดที่นั่น โตที่นั่น เรียนหนังสือที่นั่น และประกอบอาชีพที่นั่น ท่านประธานครับ วิธีการแก้ไขปัญหาของทุก ๆ รัฐบาลจะใช้นโยบายและเครื่องมือ ที่แตกต่างกัน แต่ที่สําคัญที่สุด ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ และรวมทั้งชุดที่ ๒๓ ซึ่งเป็นชุดของเราก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาทุก ๆ ครั้ง ศึกษาเสร็จ นําไปสู่การปฏิบัติบ้าง ไม่ได้นําไปสู่การปฏิบัติบ้าง แต่อย่างไรก็ตามปัญหา ภาคใต้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานต้องยอมรับความจริง ปัญหานี้ถ้ารัฐบาลใดใช้นโยบาย ถูกต้อง ใช้วิธีการที่ถูกต้อง ปัญหาก็จะเบาบางลง แต่ถ้ารัฐบาลชุดใดใช้นโยบายที่ผิด นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ผิด สถานการณ์ก็จะรุนแรงขึ้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ในปี ๒๕๑๘ รัฐบาลชุดนั้นได้ใช้องค์กรในการแก้ไขปัญหาเรียกว่า ศูนย์ประสานราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียกว่า ศปต. สถานการณ์ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จนกระทั่งถึงปี ๒๕๒๔ เป็นรัฐบาลที่ภายใต้การนําของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนองค์กรนี้เป็นองค์กร ศอ.บต. และจัดตั้ง พตท. ๔๓ ขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในการ แก้ไขปัญหา สถานการณ์ก็ค่อยดีขึ้นมาอีก จนกระทั่งปี ๒๕๓๙ ยุคของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้ปรับปรุงองค์กรนี้ให้เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาและได้นํามาสู่การแก้ไข ปัญหาจนถึงปีสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาที่ใช้ศูนย์อํานวยการบริหารราชการชายแดน ภาคใต้และมีกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ ยุคท่านชวน หลีกภัย ชวน ๒ ปัญหาเกิดขึ้นใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียง ๑๕ ครั้ง องค์กรที่ผมพูดถึงมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๘ จนถึงปี ๒๕๔๓ เราใช้องค์กรนี้แก้ไขปัญหาทั้ง ๕ จังหวัดครับ ไม่ได้เลือกเอา ๔ อําเภอกับ ๓ จังหวัดตามที่เข้าใจกัน อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๔๕ ยุคของ ฯพณฯ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ประกาศยกเลิกศูนย์อํานวยการบริหารราชการชายแดนภาคใต้ และกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ จนกระทั่งเหตุการณ์ค่อย ๆ มีความรุนแรง ขึ้นมาอีก ดังนั้นในปี ๒๕๔๖ รัฐบาลในขณะนั้นท่านทักษิณก็ได้ตั้งกองอํานวยการ เสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่า กอ.ศสส.จชต. ขึ้นมา เหตุการณ์ก็ยิ่ง ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ยิ่งพอถึงปี ๒๕๔๗ มีการปล้นปืนเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ และ มีการเผาโรงเรียนพร้อมกันทีเดียว ๒๐ โรง และที่สําคัญที่สุด ทางราชการจับได้ว่ามีขบวนการ บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนท (BRN-Coordinate) ได้จัดตั้งขบวนการขึ้นมาเพื่อแบ่งแยกดินแดน และปกครองตนเองภายใต้ยุทธศาสตร์การประกาศต่อประชาคมโลกเพื่อต้องการให้ โอไอซี และ ยูเอ็น (UN) เข้ามาแก้ไขปัญหา สิ่งที่เราพบมีการปลุกระดม สร้างจิตสํานึก ความเป็นมลายู รัฐปัตตานี และถูกรัฐสยามยึดครอง ดังนั้นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ไถ่ถอน ดินแดนคืน มีการสาบานตนที่เรียกว่า ซูเปาะฮ์ มีการจัดตั้งองค์กรในระดับเขตที่เรียกว่า กัส (KAS) มีการจัดตั้งในระดับจังหวัดที่เรียกว่า วิลายะห์ (WELAYAH) อําเภอเรียกว่า แดอาเราะห์ (DAERAH) ตําบลเรียกว่า ลีการัน (LEKARAN) และหมู่บ้านเรียกว่า อาเยาะห์ (AJAK) สิ่งเหล่านี้ทุกคนทราบ ทุกคนเห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ประกอบกับการใช้ นโยบายที่ผิดพลาดนั่นคือการใช้ความรุนแรงและมีการอุ้มฆ่า จนกระทั่งปี ๒๕๔๘ รัฐบาลทักษิณก็จัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายเสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียกว่า กสชต. อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ในปี ๒๕๔๙ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอํานาจรัฐไปอยู่ภายใต้คณะรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ ก็ได้จัดตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมาใหม่ และ พตท. ขึ้นมาใหม่ แต่ไม่เหมือนกับรูปแบบในยุคของ ฯพณฯ พลเอก เปรม เนื่องจาก ศอ.บต. และ พตท. อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ กอ.รมน. ภาค ๔ และ ศอ.บต. ไม่มีความเป็นนิติบุคคล นั่นคือลําดับความเป็นมา ท่านประธานครับ ในส่วนของคําอภิปรายก่อนที่ผมจะชี้แจงเรื่องของโครงสร้างของการ บริหารการจัดการ และที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องที่เกิดปัญหาขึ้น ท่านประธานครับ ในยุคของ ท่านชวนผมบอกแล้วเราใช้ ศอ.บต. กับ พตท. ในยุคของท่านทักษิณยกเลิก ศอ.บต. พตท. และไปใช้ พ.ร.ก. หรือพระราชกําหนดบริหารราชการภายใต้ภาวการณ์ฉุกเฉิน ยุคของ ท่านสมัคร ท่านสมชายก็เช่นกัน ยุคของท่านสุรยุทธ์ประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วก็ใช้ พ.ร.ก. มาถึงยุคนี้เราเสนอ พ.ร.บ. ตามที่มีการอภิปรายกัน คําอภิปรายของเพื่อนบางคน ที่เหมือนกับการแสดงละครทางวิทยุบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์คุยโวโอ้อวดในการแก้ไข ปัญหา บอกว่า ๙๙ วันจะจัดตั้งองค์กรเพื่อแก้ไขปัญหา เราจัดตั้งแล้วครับ เราตั้ง คณะรัฐมนตรีเขตพัฒนาพิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีโกหก ไม่มีคุยโวโอ้อวดครับ และนอกจากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการ รชต. ที่เรียกว่า คณะกรรมการการขับเคลื่อนนํา นโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นจากการกล่าวหาที่ว่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปขโมยเขามา ถ้ายังทําใจไม่ได้ก็ขอให้ตั้งสติทําใจเสียนับตั้งแต่วันนี้ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ท่านหนึ่งบอกว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นําไปสู่การแก้ไขปัญหาเฉพาะความไม่สงบเท่านั้น ไม่ใช่ครับ เราแก้ไขปัญหาในเรื่องของการพัฒนาควบคู่ไปด้วย และที่สําคัญที่สุดปัญหา ในอดีตเราจะต้องคํานึงถึงว่าสาเหตุของการแก้ไขปัญหาเกิดจากการนํานโยบายไปสู่การ ปฏิบัติที่ผิดพลาด ผมขอยกตัวอย่าง หมอแวมาฮาดีวันนี้คงไม่ได้อยู่ หมอแวมาฮาดี ตกเป็นเหยื่อของการแก้ไขปัญหาที่ใช้ความรุนแรง ทนายสมชายตกเป็นเหงื่อเพราะการ แก้ไขปัญหาที่ใช้ความรุนแรง นายอุสมาน ปูโรง บ้านอยู่จังหวัดยะลาถูกอุ้มไปฆ่า หรือเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู ถูกอุ้มไปฆ่า สิ่งเหล่านี้คือชนวนปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคที่หลายท่าน เป็ นรัฐบาลและเป็ นสมาชิกพรรครัฐบาลในขณะนั้น นั่นคือยุคของทักษิณ ดังนั้น ท่านประธานครับ คําว่า โจรกระจอก และการใช้นโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ผิดพลาด จึงเป็นปัญหาเรื้อรัง และเราจะต้องมาแก้ร่วมกันในวันนี้ นอกจากนั้นหลายท่านตั้งคําถามว่า การเอาประวัติศาสตร์ที่มีการตัดตอนมาพูด มายัดเยียดให้กับพี่น้องประชาชนนั้นจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ กระบวนการก่อความไม่สงบต่างหากที่ได้บิดเบือนประวัติศาสตร์หยิบยกเอา บางตอนมาปลุกระดมจนเป็นเหตุให้มีกระบวนการต่อต้านอํานาจรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่าองค์กร ศอ.บต. ที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ มีอีกท่านหนึ่ง ตั้งคําถามว่าเพิ่มจังหวัดสงขลา จังหวัดสตูลเข้าไปเป็นการเพิ่มโดยวิธีการที่จะนําเอาเงิน งบประมาณมาแก้ไขปัญหา ๒ จังหวัดนี้ด้วยใช่หรือไม่ และเป็นการบิดเบือนในการแก้ไข ปัญหาเป็นการชิงเอารัดเอาเปรียบในการจัดเงินงบประมาณ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ทั้ง ๕ จังหวัดซึ่งมีประชาชนอยู่ใน ๕ จังหวัดนี้ ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน เราจัดเงินงบประมาณให้กับ ๕ จังหวัดนี้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้า ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนหาร ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทก็จะได้ถัวเฉลี่ยหัวละ ๔,๐๐๐ บาทต่อปีเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีอะไร ปิดบังหรือซ่อนเร้นหรือการจัดหางบประมาณที่ผิดปกติที่มากเพิ่มขึ้นเป็นผิดปกติ ดังนั้นขอให้ท่านที่อภิปรายได้ทําความเข้าใจด้วย

ถัดไปครับท่านประธาน สิ่งสําคัญที่สุดที่ตั้งคําถามขึ้นมาก็คือองค์กรนี้จะ เป็ นองค์กรที่ซํ้าซ้อนในการจัดทําโครงการ หลายท่านบอกว่ามีแต่เลี้ยงแพะ ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๐๐ กว่าคนที่อยู่ในสภานี้ ท่านทําหน้าที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ท่านเป็ นประธานหรือเป็ น คณะกรรมาธิการงบประมาณท่านสามารถตรวจสอบได้ ผมไม่ต้องการให้เข้าใจพี่น้อง ข้าราชการผิด ไม่ต้องการลบหลู่พวกเรากันเองว่าเราทําหน้าที่ตรวจสอบแบบไม่มี ประสิทธิภาพ ดังนั้นข้าราชการหน่วยใดตั้งเงินงบประมาณในการจัดทําโครงการซํ้าซ้อน ท่านสามารถตัดได้ แต่ผมมั่นใจว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีการซํ้าซ้อน จึงขอทําความ เข้าใจด้วยครับ

ประการถัดไปครับ มีท่านหนึ่งอภิปรายบอกว่าการจัดตั้งร่าง พ.ร.บ. นี้ เป็นการจัดทําระบอบใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่า ระบอบอํามาตยาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบัญญัติกฎหมายไว้ในมาตรา ๑๑ ที่ให้อํานาจกับเลขาธิการ ศอ.บต. สามารถที่จะย้าย ข้าราชการที่ทําผิดไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือไปละเมิดส่วนได้เสียของ พี่น้องประชาชน ในขณะที่มีคําสั่งย้ายนั้น กฎหมายเขียนเอาไว้ว่าสามารถฟ้ องศาลปกครองได้ ไม่ได้ตัดสิทธินะครับท่านคงเข้าใจผิด ไม่ได้ตัดสิทธิ ถ้าหากว่าคําสั่งทางปกครองนั้น เป็นคําสั่งที่ไม่ชอบท่านสามารถฟ้ องศาลปกครองได้ แต่ที่สําคัญก็คือห้ามไม่ให้ใช้วิธีการ ชั่วคราวก่อนมีคําพิพากษา นั่นคือจะขออยู่ต่อไม่ได้ เพราะเมื่อพิสูจน์ทราบแล้วว่า ข้าราชการคนนั้นไปสร้างความเสื่อมเสีย ไปสร้างปัญหา ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน หรือผู้อภิปรายต้องการที่จะให้ข้าราชการที่ไปสร้างความเสื่อมเสีย สร้างความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนต้องอยู่ต่อเพื่อกดดันหรือกดขี่ พี่น้องประชาชนกระนั้นหรือ ดังนั้นผมขอทําความเข้าใจในประเด็นนี้ด้วยครับ

ประเด็นถัดไปครับ ที่สําคัญที่สุดหลังจากนั้นก็คือร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้บอกว่า พวกเราไม่ได้คุยกันกับ ส.ส. ในภาคใต้ซึ่งเป็นพรรคอื่น สอบถามเพื่อนร่วมพรรคท่านได้ ไม่ว่าจะคุณอารีเพ็ญ คุณนัจมุดดีน หมอแว หรือทุกคนในสภานี้ เราแก้ไขปัญหาด้วย การปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน ดังนั้นผมขอทําความเข้าใจด้วยนะครับ

ประเด็นถัดไปครับ บางท่านถามผมว่าเราเคยคุยกันว่าจะจัดตั้งศาลชั้นต้น ให้มีแผนกคดีความมั่นคงในขณะที่ยังไม่สามารถจัดตั้งได้ ผมได้หารือกับฝ่ายอัยการว่า การส่งพนักงานอัยการไปพิจารณาคดีความมั่นคงที่จะสั่งฟ้ องหรือสั่งไม่ฟ้ องนั้น ขอให้ส่ง พนักงานอัยการที่ระดับมีความคิดความอ่านหรือมีอายุราชการที่เป็นอาวุโส เพื่อจะได้ กลั่นกรองสํานวนจากพนักงานสอบสวนก่อนที่จะนําคดีขึ้นสู่ศาล เพราะจะต้องคุ้มครอง สิทธิให้กับพี่น้องประชาชน สามารถสอบถามท่านอัยการสูงสุดหรือรองอัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง ได้ว่าเราเคยคุยกัน และขณะนี้องค์กรอัยการแม้จะเป็นองค์กรตาม รัฐธรรมนูญก็ได้ดําเนินการที่จะคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน แล้วครับ นอกจากนั้นบางท่านอภิปรายว่าทฤษฎีดอกไม้หลากสีน่าจะนําเอามาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ขอกราบเรียนว่าไม่มีใคร คัดค้านถ้าเป็นการเสนอที่เกิดประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาโดยใช้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมาแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นไม่ตรงกับประเด็นปัญหา เพราะองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เหมือนกรุงเทพมหานครหรือเหมือนกับพัทยาเป็น การแก้ไขปัญหาในเรื่องของขยะ นํ้าเสีย ส่งเสริมอาชีพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทําอยู่แล้ว เราไม่ได้กลัวเลยว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกนายกองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เป็นพี่น้องมุสลิม เพราะขณะนี้พี่น้องมุสลิมก็เป็นนายกองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุก ๆ จังหวัดอยู่แล้ว อบจ. ยะลา อบจ. ปัตตานี อบจ. นราธิวาส หรือ นายก อบต. ก็เป็นพี่น้องมุสลิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อกังวลนี้ท่านกังวลไปเอง พรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลไม่ได้กังวลครับ

สุดท้ายในเรื่องของการนําเสนอขององค์กรว่าเราจะทําอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นนี้ได้กําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์รับผิดชอบด้านการพัฒนา ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อํานวยการ ศอ.บต. และนายกรัฐมนตรียังเป็นผู้อํานวยการ รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงที่กํากับดูแล กอ.รมน. ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นการบัญญัติ กฎหมายที่ให้เกิดเอกภาพในการบริหาร เป็นการกําหนดกฎหมายที่จัดตั้งผู้นําให้ รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและงานด้านการพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ขี้ขลาดตาขาวที่จะ ยกเรื่องของการแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ ด้านไปให้คนอื่นหรือด้านหนึ่งด้านใดไปให้คนอื่น เป็นความรับผิดชอบอย่างกล้าหาญที่จะรับผิดชอบเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ดังนั้น ศอ.บต. จะทําหน้าที่ด้านการพัฒนา ด้านการศึกษา ด้านการส่งเสริมอาชีพและ ส่งเสริมงานด้านจิตวิทยาสังคม นั่นคือสิ่งหนึ่งที่จะดําเนินการ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นองค์กรในระดับนโยบายก็ให้ กพต. ซึ่งจะมาจากความหลากหลายของ ๕๐ คน นั่นคือคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน และที่สําคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง ก็คือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยการมีสภาเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ การวิเคราะห์หรือศึกษาก่อนดําเนินการ วันที่ ๒๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา สภาเสริมสร้างสันติสุขซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนได้จัดสัมมนาที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร ทุกคนเห็นตรงกัน ไม่มีใครโต้แย้งว่าควรจะมีองค์กรในการแก้ไขปัญหาที่ เรียกว่า ศอ.บต ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมกันแก้ไข ปัญหา เพราะจากการฟังคําอภิปรายแล้ว เพื่อนสมาชิก ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างจะ ให้ข้อเสนอแนะที่ค่อนข้างจะดี ผมขอรับเป็ นข้อสังเกตในฐานะที่ผมจะเป็ น คณะกรรมาธิการร่วมรับผิดชอบในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย จึงขอให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ถ้าเห็นแก่ความสงบสุข เห็นแก่สันติสุขที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนถึงปัจจุบันนี้ที่อยากเห็นความสันติสุขเกิดขึ้นในภาคใต้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกัน สนับสนุนลงมติให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับเป็นอันจบการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะถามสมาชิกให้ลงมตินะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยนะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอรรถวิชช์มีอะไรครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ ประเด็นข้อกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องหารือท่านประธานเรื่องข้อกฎหมายในการลงมติครั้งนี้ครับ ครั้งนี้ผมเข้าใจว่า มีร่างอยู่ทั้งหมดหลายร่างนะครับ แต่มี ๒ ร่างขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดเจน เราจะลงอย่างไร ผมใช้เวลาไม่นานครับ ขอยกตัวอย่าง เช่น ร่างของทางฝ่ำยค้านโดยคุณชวลิตและ ท่านซูการ์โน มะทา ร่างปึ๊งนี้นะครับ ในเหตุผลมีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการ อํานวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียกสั้น ๆ แล้วกันนะครับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่จะตั้งอยู่ในหลักการและเหตุผล มีกรรมการที่มาจาก ส.ส. และ ส.ว. ท่านดูในมาตรา ๒๖ กรรมการซึ่งมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ กรรมการซึ่งมาจากสมาชิกวุฒิสภาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกร่างหนึ่ง นะครับ ร่างของทางซีกฝ่ำยค้านเช่นเดียวกันนะครับ แต่ว่าชื่อแรกนั้นเป็นชื่อของ คุณหมอแวมาฮาดี มีการตั้งสมัชชาประชาชนครับ ท่านประธานนิดเดียวนะครับ มีสมาชิก มาจาก ส.ส. และ ส.ว. เช่นเดียวกัน ประเด็นคืออย่างนี้ครับ มันไปขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๕ ขัดใน (๑) สมาชิก ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ดํารง ตําแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานใด ทีนี้พอท่านประธานกลับมาดูนิดเดียวเองครับ หลักการ ในร่างของพรรคฝ่ายค้านนิดหนึ่งครับ ในส่วนของเหตุผล ให้มีการตั้งคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ ทีนี้มันจะรวมกันอย่างไรครับ เพราะว่าใน ๒ ร่างนี้ ในเนื้อหามีข้อความที่ขัด รัฐธรรมนูญ มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะไปแก้ในชั้นกรรมาธิการนะครับ เพราะว่าแก้ในชั้น กรรมาธิการคือตัวสะกดผิด อะไรต่อมิอะไร แต่คราวนี้หลักการมันผิดแบบนี้ ผมปรึกษา ท่านประธานละครับว่า แยกลงไหม หรือรวมลง อันนี้ต้องปรึกษาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ผมจะต้องถาม ๒ ครั้ง เพราะว่าหลักการไม่ตรงกันอย่างค่อนข้าง ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะถามครั้งแรก ๔ ฉบับก่อน แล้วอีก ๒ ท่าน เห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบก็ว่าไป แล้วครั้งที่ ๒ ก็จะมาถาม ๒ ฉบับ ท่านก็พิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ก็เช่นเดียวกันนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ขออนุญาตท้วงติงแล้วก็บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่าฝ่ายค้านได้ท้วงติงเรื่องการจัด ระเบียบวาระของท่านประธานไม่ถูกต้อง แล้วการพิจารณากฎหมายนี้ไม่เป็นไปตาม ระเบียบวาระ พวกเราจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เพื่อบันทึกไว้เป็นบรรทัดฐานในสภา แห่งนี้ กราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านจะทําได้นะครับ คุณพิเชษฐ์มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอร้องทางฝั่งรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งนะครับ อย่ากดบัตร แทนกัน ถ้ายังกดแทนกันอยู่เดี๋ยวผมจะขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าคงต้องไม่ต้องโต้แย้งนะครับ เราจะได้ลงมติกันครับ เชิญคุณเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้ใช้วิธีการนี้ได้กล่าว หลายครั้งแล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการสบประมาทเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ท่านประธาน ไม่ควรอนุญาตให้ดําเนินการอย่างนี้ ถ้าเป็นไปได้ท่านประธานขอให้เพื่อนสมาชิกถอน เถอะนะครับ เพราะว่าไม่เป็นเรื่องที่ดีเลย ถ้ากล่าวหาใครว่าเลย แล้วก็เราได้สอบสวน หาตัวผู้กระทําความผิดที่จริง ๆ แต่ว่าการกล่าวหาอย่างนี้มันเสียทั้งสภาละครับ ผมว่า ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องถอนคําพูดหรอกครับ นั่งลงทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็ขอร้องกลับนะครับ คงจะไม่ต้อง พูดเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะว่าถ้าจะกดบัตรแทนกันเดี๋ยวมันเห็นกันเอง ขอเชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่งลงทุกคนครับ เดี๋ยวเราจะลงมตินะครับ คุณวิเชียรนั่งลงครับ คุณวิเชียรประท้วง เรื่องอะไรครับ ก็ผมทราบครับ กดไมค์ท่านก็ตอบโต้ผมใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัย ท่านก็ต้องฟังผม ขอเชิญคุณวิเชียรนั่งก่อนครับ เอาของคุณพิเชษฐ์ให้จบก่อน คุณพิเชษฐ์ ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหวังดีนะครับ เรามีหลักฐาน อย่างไรเสียงก็พออยู่แล้ว อย่ากดแทนกันนะครับ ผมไม่อยากทําลายเพื่อนขอให้สภาไปด้วยดีนะครับ มันไม่มีปัญหาเสียงเกินอยู่แล้วครับ แต่ขอร้องอย่ากดแทนกันผมไม่อยากทําคนอื่นนะครับ ไม่อยากทําลายกัน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเชื่อในเกียรติซึ่งกันและกัน ครับ คุณวิเชียร ขาวขํา ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ คุณเชน เทือกสุบรรณ ลุกขึ้นมาพูดจาสบประมาททางฝ่ำยค้าน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ารายชื่อที่พวกเรามีที่ไปปรินท์ (Print) มาตอนที่ตรวจสอบองค์ประชุมเมื่อ สักครู่นี้ แล้วนั่งอยู่ตรงนี้ไม่อยู่ในห้องประชุม แล้วไม่มาประชุมด้วย แต่รายชื่อมีขึ้น คือพวกผมไม่อยากขาย ไม่อยากประจานเพื่อน ส.ส. ที่ซีกรัฐบาลบางท่าน ถ้าจะให้พูด เดี๋ยวนี้ก็มีหลักฐานว่าคนนั้นไม่อยู่ในห้องประชุมแต่รายชื่อขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ อย่าสบประมาทกันครับ เราไม่อยากทําร้ายกันครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมเกรงใจท่านประธานและเกรงใจ เพื่อนสมาชิกนะครับ แต่ว่าเวลามีการลงมติเราจะถกเถียงเรื่ององค์ประชุมกันทุกครั้ง ฝ่ายค้านก็บอกว่าฝ่ายรัฐบาลกดบัตรแทนกัน ในขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลก็สงสัยว่า ฝ่ำยค้านซึ่งนั่งอยู่นั้นไม่ได้กดบัตรแสดงตน มันเป็นอย่างนี้ทุกครั้งครับ มันขัดกับ ความเป็นจริงทุกครั้งครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในข้อ ๒๕ ของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรายอมรับความจริงวันนี้กันเลยนะครับ ท่านประธาน สามารถที่จะกําหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมได้ ไม่ต้องเถียงกันครับ ท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่นับรายบุคคลเลยครับ แล้วไม่มีเหตุที่จะปฏิเสธเหตุผลของกระผมเลยครับ ถ้านับอย่างนี้ครับ นั่นละครับคือองค์ประชุมที่แท้จริง ฝ่ายค้านก็ไม่ต้องมาพูดต่อไปว่า ฝ่ายรัฐบาลกดบัตรแทน รัฐบาลก็ไม่ต้องสงสัยฝ่ายค้านว่าท่านนั่งอยู่แต่ท่านไม่ได้ทําหน้าที่ ผมไม่อยากกล่าวหาครับ เวลาคะแนนผลองค์ประชุมและลงมติทุกครั้ง มันไม่เป็นจริง ทุกครั้งครับ ถ้าเรายอมรับความจริงอย่างนี้ ใครจะเสียหายครับ ฝ่ายค้านก็ไม่เสียหาย รัฐบาลก็ไม่เสียหาย ไม่เกิน ๑๐ นาทีท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ขอให้ท่านประธานได้กรุณาตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการนับรายบุคคลครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเคยวินิจฉัยเรื่องนี้ไปแล้วนะครับว่าถ้าหากว่าเราจะกลับไปใช้วิธีการนับ โดยให้ เจ้าหน้าที่นับ แก้ข้อบังคับการประชุมสภาเสีย มันก็ไม่เป็นเรื่องที่ยากเย็น แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องมีสมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วไม่กดบัตร จะให้ประธานนับเป็นองค์ประชุมนี้ ผมวินิจฉัย แล้วทําไม่ได้ครับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ได้เรียนชี้แจงไปแล้ว สมมุติในกรณีที่มีกฎหมาย ที่สําคัญ มีสมาชิกนั่งอยู่ในห้องประชุม ผมยกตัวอย่างก็แล้วกันครับ ๒๖๐ ท่าน เป็นฝ่ำยค้านเสีย ๘๐ ท่าน เป็นฝ่ำยรัฐบาลเสีย ๑๘๐ ท่าน เมื่อกดนับองค์ประชุม ปรากฏว่าฝ่ำยค้านไม่กดนับองค์ประชุมก็เหลือ ๑๘๐ ท่าน แต่หากว่าเรานับเป็ น ๒๖๐ ท่าน มันครบองค์ประชุม เวลาโหวตมันก็จะมีปรากฏแค่ ๑๘๐ ท่าน เมื่อกฎหมายนั้น ผ่านไปศาลรัฐธรรมนูญเขาต้องตีความว่าองค์ประชุมไม่ครบแน่นอน เพราะว่าเคยมีเรื่องนี้ เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาเคยส่งเรื่องของเรากลับมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า วิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ ครับก็แก้ไขข้อบังคับการประชุมสภานะครับ น่าจะเป็นทางออกที่ดี ที่สุด ขอฟังท่านสุทัศน์บ้างครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวขอทีละคนนะครับ ก็ขอท่านเชาวริน แล้วก็ท่านสุทัศน์ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะเป็นฝ่ายค้าน ผม ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่นั้น เป็นความจริงครับ เพราะผมเรียนรู้จากพฤติกรรมเมื่อครั้งที่ท่านเป็นฝ่ายค้านทําอย่างนี้ พวกผมก็เลยทํา เจริญรอยตามครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมจําได้ว่าผมได้ปรึกษาเรื่องนี้กับ ท่านประธานเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานก็กรุณาบอกว่าจะต้องไปแก้ ข้อบังคับและศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้ว ผมคิดว่าข้อบังคับคงไม่จําเป็นต้องแก้ เพราะว่าการนับองค์ประชุมนั้นข้อบังคับไม่ได้เขียนไว้เลยว่าให้มีการเสียบบัตร เพียงแต่ เขียนไว้ว่าถ้ามีการลงคะแนนนั้นให้ลงคะแนนโดยวิธีเสียบบัตร ซึ่งการลงคะแนนโดยวิธี เสียบบัตรคนละเรื่องกันกับการนับองค์ประชุม ผมก็เห็นปัญหานี้เกิดขึ้น ผมเข้าใจครับว่า สิทธิของเสียงข้างน้อยไม่ร่วมเข้าเป็นองค์ประชุมก็ได้ แต่นั่นคือเดินออกนอกห้องประชุม แต่ตราบใดที่อยู่ในห้องประชุมต้องถือว่าเป็นองค์ประชุม คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ท่านประธานพูดถึง ผมก็ลองศึกษาดูไม่ได้พูดถึงว่าการนับองค์ประชุมครับ พูดแต่ว่า ถ้าองค์ประชุมไม่ครบก็ถือว่ากฎหมายใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการนับองค์ประชุมนั้นผมจึง เห็นว่า เมื่อข้อบังคับไม่ได้กําหนดไว้จะต้องนับโดยการเสียบบัตรก็ย่อมเป็นสิทธิที่ท่านประธาน จะใช้วิธีที่มันถูกต้องและวิธีที่น่าจะเหมาะสมที่สุด ท่านประธานมีอํานาจที่จะกําหนด วิธีการได้ ถึงแม้ท่านประธานจะวินิจฉัยไปแล้ว เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ท่านประธาน ก็อาจจะเปลี่ยนคําวินิจฉัยได้ โดยใช้วิธีนับองค์ประชุมโดยใช้เจ้าหน้าที่ ผมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่เคยผิดพลาดครับ ถ้าผมจําได้ผมอยู่ในสภาตั้งปี ๒๕๑๘ มีผิดพลาดครั้งเดียว ในสมัยนั้น ขออนุญาตเอ่ยชื่อ คือท่านสงวน คําวงษา เป็นเลขาธิการ เจ้าหน้าที่ผิดพลาด ในการนับ แต่หลังจากท้วงติงกันแล้วก็นับใหม่ ก็ถูกต้อง แล้วหลังจากนั้นมาก็ไม่ค่อยเห็น มีการผิดพลาด เจ้าหน้าที่เขาเก่ง เขาวิ่งพึ่บพั่บ ๆ เร็วกว่าเสียบบัตรครับท่านประธาน ขอความกรุณาท่านประธานว่าถึงแม้จะวินิจฉัยไปแล้ว ท่านก็มีสิทธิที่จะเปลี่ยนคําวินิจฉัย ได้ครับ แล้วผมเชื่อว่าการนับองค์ประชุมโดยการนับตัวบุคคลนั้นจะสมบูรณ์ที่สุดครับ หากฝ่ายค้านหรือฝ่ายใดไม่ประสงค์จะร่วมประชุมก็เดินออกนอกห้องประชุมก็ไม่เป็นไรครับ ซึ่งนั่นก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วยในกรณีหลังที่ว่าถ้านับโดยการให้เจ้าหน้าที่นับ แล้วถ้าฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้านก็วอล์คเอาท์ (Walkout) ทีนี้ผมยกตัวอย่างอย่างที่เรียนเมื่อกี้นี้ครับ ถ้าใช้วิธีกด บัตร แล้วฝ่ายค้านไม่กดบัตร ประธานทําอย่างอื่นไม่ได้นะครับ ยกตัวอย่างอย่างสมมุติ มีฝ่ำยรัฐบาล ๑๘๐ ท่าน ฝ่ำยค้าน ๘๐ ท่าน รวมแล้ว ๒๖๐ ท่าน ถ้านับตามปกติ ครบองค์ประชุม แต่เวลาโหวตฝ่ายค้านเขาไม่โหวตใช่ไหมครับ ผลปรากฏในคะแนนโหวต ในคอมพิวเตอร์มันก็จะออกมาว่ามีผู้เข้าร่วมประชุม ๑๘๐ ท่าน เพราะฉะนั้นพอไปถึง ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องตีความว่าองค์ประชุมไม่ครบแน่นอนนะครับ ส่วนในกรณีหลัง ที่ท่านสุทัศน์เสนอแนะ ผมเห็นด้วยครับ คือถ้าหากว่าเราตกลงกัน ท่านประธาน ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านได้ตกลงกันว่าต่อไปนี้เราจะนับองค์ประชุมโดยการให้เจ้าหน้าที่นับ ซึ่งข้อผิดพลาดผมก็มั่นใจว่าไม่ค่อยมีข้อผิดพลาด ก็ตกลงกัน บอกประธานมา ประธาน ก็ยินดีปฏิบัตินะครับ

(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเปี ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรีครับ เมื่อการอภิปรายระหว่าง ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลดําเนินการมาด้วยดีแล้ว เรากําลังจะลงมติโดยการกดบัตร ผมว่า ท่านประธานน่าจะดําเนินการให้แล้วสิ้นนะครับ ไม่สมควรที่จะทําอย่างอื่น ถ้าจะอภิปราย ก็อภิปรายหลังจากลงมติแล้วครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เห็นด้วยครับ ถ้าท่านไม่ประท้วง ผมกําลังจะลงมติอยู่พอดี ก็ขออย่างนี้เลยนะครับ เนื่องจากว่าร่างทั้ง ๗ ฉบับมีหลักการที่แตกต่างกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะแยกการลงมติ เป็น ๒ ครั้ง ครั้งแรกผมจะถามนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ เชิญท่านประธานวิป

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ความจริงก็ไม่อยากจะให้เป็นประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นที่เสนอมา ทั้งหมด ๖ ฉบับนั้นมีหลักการเดียวกันนะครับ ฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีก็ได้เขียน หลักการไว้อย่างกว้างนะครับ ก็คือว่าให้มีหลักการว่าด้วยการให้มีองค์กรในการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนของเพื่อนสมาชิกก็เกือบทั้งหมดไปในทํานองเดียวกัน แล้วก็ได้เขียนหลักการไว้ที่แตกต่างกันเป็นเพียงถ้อยคําเท่านั้นเอง บางฉบับก็คือให้มี องค์การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเสริมสร้างสันติสุข ผมคิดว่าในลักษณะเช่นนี้ กฎหมายดังกล่าวนี้เป็นลักษณะกฎหมายที่มีหลักการเดียวกันครับ ส่วนประเด็นที่เพื่อน สมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาพูดนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในรายมาตราครับ ผมเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการที่จะต้องไปดําเนินการในการปรับปรุงให้ไปในทิศทางที่เป็นไปตาม หลักการและเหตุผลดังกล่าว เพราะฉะนั้นในวันนี้เมื่อเรามีเจตนาเห็นพ้องต้องกันในการ เสนอกฎหมายอันนี้ ผมคิดว่าเราควรจะได้รับหลักการทุกฉบับไปรวมกัน แล้วก็ใช้ร่างของ รัฐบาลเป็นหลัก ตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเหมือนกับฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมา แล้วก็ไม่เสียเวลาในการลงมติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอบคุณนะครับ ในเมื่อประธานวิปฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีหลักการเดียวกัน แต่ผมก็ต้องขอคุณชวลิตซึ่งเป็นผู้เสนอกับนายแพทย์แวฮามาดี ในเรื่องที่อาจจะขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ท่านเอาออกเสียในขั้นตอนแปรญัตตินะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ขอเชิญกดบัตรเพื่อเตรียมลงมตินะครับ ขอกดบัตรแสดงตนก่อนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ขณะนี้ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปนี้ก็ขอลงมติเลยนะครับ ผมจะถามท่านสมาชิกนะครับว่า ท่านผู้ใด เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... กรุณากดปุ่ม เห็นด้วยทั้ง ๗ ร่าง ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญ ลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ลงมตินะครับ หรือเครื่องขัดข้องกรุณายกมือขึ้นด้วยครับ ก็ขออภัยครับ ผมนับผิดนะครับ ๖ ร่างนะครับ ร่างของคณะรัฐมนตรี ๑ ร่าง แล้วก็ร่างที่ผู้เสนอประกอบ เข้ามาอีก ๕ ร่างนะครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๙ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ

ต่อไปจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญเสนอสัดส่วนนะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธาน ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอการตั้งคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีผู้เสนอเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลัก และจํานวนคณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๕ คน ๑. นายถาวร เสนเนียม ๒. นายภาณุ อุทัยรัตน์ ๓. นายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ๔. นายประดิษฐ์ ยมานันท์ ๕. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สมุทรปราการ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมีรายนามดังนี้ ๑. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๒. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔. นายบูราฮานูดิน อุเซ็ง ๕. นายสมคิด บาลไธสง ๖. พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณี ๗. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๘. นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๙. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๐. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๑๑. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๒. นายซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๒. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๓. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๔. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม ๕. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ๖. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา ๘. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๙. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๑๐. นายอันวาร์ สาและ ๑๑. นายอสิ มะหะมัดยังกี ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางพัฒนา สังขทรัพย์ เลย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. พลเอก ดุสิต เครือใย ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินจํานวน ๒ ท่านคือ ๑. นายนิมุคตาร์ วาบา ๒. นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจํานวน ๒ ท่านคือ นายวัชระ ยาวอหะซัน และนายกูเฮง ยาวอหะซัน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคมจํานวน ๑ ท่านคือ นายนัจมุดดีน อูมา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาราชและพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านคือ นายมุข สุไลมาน ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ๑. นายถาวร เสนเนียม ๒. นายภาณุ อุทัยรัตน์ ๓. นายบุญยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ๔. นายประดิษฐ์ ยมานันท์ ๕. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ๖. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๗. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ๘. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๙. นายบูราฮานูดิง อุเซ็ง ๑๐. นายสมคิด บาลไธสง ๑๑. พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณี ๑๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๓. นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๕. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๑๖. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๗. นายซูการ์โน มะทา ๑๘. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๑๙. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๑. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม ๒๒. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ๒๓. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา ๒๕. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๖. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๒๗. นายอันวาร์ สาและ ๒๘. นายอสิ มะหะมัดยังกี ๒๙. พลเอก ดุสิต เครือใย ๓๐. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๑. นายนิมุคตาร์ วาบา ๓๒. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ๓๓. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๓๔. นายกูเฮง ยาวอหะซัน ๓๕. นายนัจมุดดีน อูมา และ ๓๖. นายมุข สุไลมาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเสนอกําหนดวันแปรญัตติด้วยครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นนะครับ เป็นอันกําหนดวันแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับนะครับ เชิญคุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากกฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีและความมั่นคง ของรัฐ ฉะนั้นในฐานะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอ ๓๐ วัน เพื่อความรอบคอบ และในการจัดเตรียมการแปรญัตติขอเป็น ๓๐ วัน ขอทางรัฐบาลแก้ไขสัก ๓๐ วัน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของรัฐบาลถ้าทางท่านเจริญขอ ๓๐ วัน ทางพวกเราก็ไม่ขัดข้องครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตกลงกําหนดแปรญัตติภายใน ๓๐ วันนะครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ เชิญด้านหลังก่อนครับคุณไพจิต ท่านทวีวัฒน์ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร กระผมใคร่ขอกราบเรียน ขอเลื่อนระเบียบวาระนะครับ ลําดับที่ ๕.๔๖ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และลําดับที่ ๕.๔๗ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ลําดับที่ ๕.๔๘ ขึ้นมาพิจารณาในลําดับ ถัดไป ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอเผอิญเมื่อสักครู่นี้ผมนึกว่าประท้วง คือขั้นตอนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่ผ่านมายังไม่จบนะครับ ผมยังไม่ได้ประกาศจบการอภิปรายนะครับ แต่ตอนนี้ ขอประกาศว่าจบการอภิปรายการพิจารณาแล้ว แล้วก็ขอเข้าที่คุณทวีวัฒน์หารือนะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ประกาศไปแล้วเอาร่างของรัฐบาลนะครับ เพราะว่าคุณธนิตพลเสนอตั้งแต่ตอนต้นแล้ว นะครับ คุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ท่านประธาน เรียกชื่อผมใช้สิทธิเสนอญัตติเช่นเดียวกันนะครับ ท่านได้เรียกชื่อผมก่อนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วญัตติของคุณไพจิตกับของคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เป็นญัตติเดียวกันนะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอทีละคนก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวขอคุณไพจิตก่อนครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอญัตติเพื่อให้เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอํานวย คลังผา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ที่บรรจุในระเบียบวาระที่ ๕.๖๔ ซึ่งจะมีพระราชบัญญัติทํานอง เดียวกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบจะทุกพรรคการเมืองได้เสนอไว้แล้วครับ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาในครั้งต่อไปครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ คุณผ่องศรีเชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทีละคนครับ ผมเชิญคุณผ่องศรีก่อน แล้วก็จะเป็นคุณวรศุลี แล้วก็จะมาเป็นคุณวิทยา นะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ดิฉัน ก็เห็นด้วย แล้วก็เห็นความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเลื่อนขึ้นมานะคะ แต่ดิฉันเกรงว่า ให้ช่วยวินิจฉัย ท่านประธาน ดิฉันได้เป็นผู้เสนอเลื่อนกฎหมายชุดนี้ตั้งแต่พระราชบัญญัติบริหารราชการ แผ่นดิน แล้วก็ทั้งชุดเลยมีจากบันทึกการประชุมนะคะว่า ได้เสนอไว้หมดแล้วทั้งแพค (Pack) กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าไม่ทราบว่าต้องยึด มติเดิมหรือไม่ เพราะว่าที่ประชุมได้รับรองไว้แล้ว สําหรับกฎหมายการศึกษาแห่งชาตินั้น ก็มีความสําคัญ ถ้าหากว่าเลื่อนคงจะต้องมาต่อหรือไม่ ดิฉันขอหารือนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ การเลื่อน ๒ ครั้งสามารถทําได้ แต่ก็ต้องเป็นมติของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้นะครับ ครั้งที่แล้วเป็นการเลื่อนขึ้นมาบรรจุวาระไว้ ซึ่งยังไม่ได้พิจารณา ในครั้งนี้ ถ้าหากว่าสมาชิกทุกท่านเห็นพ้องต้องกันให้เลื่อนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาในการพิจารณาครั้งต่อไปก็สามารถทําได้ครับ คุณวรศุลีครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณากฎหมายนี้มีส่วนสําคัญ คือตั้งแต่เช้าก็เห็นว่ากลุ่ม ครูบาอาจารย์มาที่สภานี้ตั้งแต่เช้านะคะ ๖๐๐ กว่าคนค่ะ ดิฉันก็เลยเห็นท่านสมาชิก ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอ ดิฉันก็จะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่บรรจุในวาระนะคะ ๕.๔๙ ๕.๕๐ และ ๕.๕๑ เช่นเดียวกับท่าน สมาชิกทุกท่านทั้ง ๓ ท่านที่เสนอนะคะ ขอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในครั้งต่อไปก็คือพรุ่งนี้ จะได้ไหมคะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง)

ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ เชิญท่านประธานชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าผมเกรง

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับทําไมไม่เรียก ผมก่อนล่ะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออภัยครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเรียกคุณวิทยาแต่หันไปดูไม่อยู่นะครับ ไม่ทราบว่า อยู่ตรงไหน ขออภัย ตอนนี้ท่านชินวรณ์พูดไปแล้ว เดี๋ยวกลับมาเรียกคุณวิทยานะครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะหารือกับท่านประธานนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือว่าผมกับท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้หารือกันว่าเราจะ มีเรื่องหารือในประเด็นเดียว แล้วเห็นว่ามีการประชุมมาพอสมควรแล้วก็จะได้ปิด การอภิปราย แต่ว่าเมื่อมีประเด็นที่ ๒ ขึ้นมา คือเพื่อนสมาชิกได้ถือโอกาสในช่วงสุดท้ายนี้ เสนอเลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งถ้าจะพูดยาวก็อาจจะเป็นข้อถกเถียงกันว่าจะเป็นการเลื่อนซํ้า ได้หรือไม่ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนอย่างด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมาก็คือว่า กฎหมายดังกล่าวที่มีการเสนอเลื่อนนั้น พวกผมในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เราได้แสวงหาความร่วมมือเพื่อต้องการที่จะให้กฎหมายที่มีความสําคัญนั้น ผ่านการพิจารณาของสภาครับ เพราะฉะนั้นการเลื่อนขึ้นมาเพียงเพื่อว่าเลื่อน ผมคิดว่า คงไม่มีผลนะครับ เพราะในท้ายที่สุดก็คือว่าเมื่อเลื่อนแล้วก็จะต้องไปพิจารณาในครั้ง ต่อไป ผมจึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าไปพิจารณาในครั้งต่อไปก็จะมี ผลเช่นเดียวกันก็คือว่าเรามีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วค้างไว้อยู่ เพราะเป็ นประเด็นที่เราได้หารือกันในวันนี้ว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นหากสภาได้มีเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วค้างไว้อยู่ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ซึ่งวันนี้ได้มีการพูดกัน ในสภาแห่งนี้ว่าเราจะต้องเอาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณา ก่อน ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ ท่านจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ก็ไม่มีผลในการที่จะ พิจารณาในสมัยประชุมนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมได้กราบเรียนกับเพื่อนครูที่ได้เดินทาง มาแล้ว และอธิบายให้เกิดความชัดเจนครับว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เพิ่งผ่าน คณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อวันที่ ๑๖ และพวกผมก็เป็ นผู้เร่งรัด หลังจากนั้น ก็นําเข้าสู่การพิจารณาของวิปรัฐบาลในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน และเมื่อวันที่ ๒๔ คือ เมื่อวานนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาลงนาม ในวันที่ ๒๔ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ส่งมาให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในขณะนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้อยู่ในวาระ แต่เนื่องจากว่าต้องไปบรรจุ เป็นวาระด่วน ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นกฎหมายรวมกันกับการพิจารณาเลื่อนของเพื่อน สมาชิก ผมจึงอยากจะขอความกรุณาท่านประธานว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ ไม่อยากจะเป็นข้อถกเถียงในเรื่องของการที่จะว่าเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่ว่าประเด็นที่ได้ หารือกับทางวิปฝ่ายค้านเขาอยากจะหารือเป็นประเด็นอื่น ผมจึงอยากจะให้ประธานได้ กรุณาใช้เวลาตรงนี้ แล้วก็ได้มีการปิดการประชุมนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอประธานวิปฝ่ายค้านครับ คุณวิทยา บุรณศิริ นะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน สืบเนื่องจากว่าผมมีประเด็นได้ทํา หนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกรณีของเรื่องกระทู้ถามสดในสัดส่วนของ พรรคฝ่ายค้าน สืบเนื่องจากว่า ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นการทําหน้าที่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นเรื่องกระทู้ถามสดใช่ไหมครับ ผมขออนุญาตเอาทีละเรื่องก็แล้วกันนะครับ แล้วเดี๋ยว จะให้คุณวิทยาได้พูดอีกครั้งหนึ่งนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เป็ นเรื่องเดียวกัน ที่ท่านประธานชินวรณ์ได้คุยกับกระผม แล้วก็ได้หารือแล้วเรียนท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องในการเลื่อนวาระประชุมขึ้นมาใช่ไหมครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ก็เป็ นความเข้าใจที่ ท่านประธานชินวรณ์ได้กล่าวต่อที่ประชุมนะครับว่าที่จริงแล้วเข้าใจว่าประธานวิป คือฝ่ายค้านจะมีเรื่องหารือเพียงเรื่องเดียว ไม่คิดว่าเพื่อนสมาชิกจะหยิบประเด็นอื่นขึ้นมา ขออนุญาตในส่วนนี้ก่อนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นเอาพร้อมกันเลยก็ได้ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

คือประเด็นที่ผมกราบเรียน และมีการหารือกัน สืบเนื่องจากว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายในสมัยประชุมนี้ กระผมก็ได้ ทําหนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็แล้วแต่ในการทําหนังสือผมก็ได้มีการหารือกันในสัดส่วนของกระทู้ถามสดของ พรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายค้าน จึงขอเพิ่มจํานวนกระทู้ถาม โดยการของดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ ซึ่งการนําเสนอจะเสนอในวันพรุ่งนี้ ก็ขอให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณาในการ ขอกระทู้ถามสดเพิ่มของพรรคเพื่อไทยด้วยครับท่านประธาน ถ้าท่านชินวรณ์ไม่ขัดข้อง ประเด็นนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมพิจารณาอย่างนี้ครับ คือผมก็จะรับกระทู้ถามไว้เพิ่มอีก ๑ กระทู้ถาม แต่ยังไม่บรรจุ ต้องแล้วแต่ที่ประชุมแห่งนี้มีมติอนุมัติให้เข้ามาพิจารณาได้ก็จะบรรจุต่อได้เลย เตรียมไว้ นะครับ เพราะว่าตามข้อบังคับมันบรรจุได้แค่ ๓ กระทู้ ยกเว้นได้รับมติจากที่ประชุม

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ผมได้ นําเรียนแล้วว่าการขอครั้งนี้นั้น โดยการของดเว้นข้อบังคับตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ หลักการของข้อบังคับ จริง ๆ ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ ก็คือว่าให้ถามกระทู้ถามสดได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปไม่เกิน ๓ กระทู้ ผมได้ทราบในรายละเอียดนั้นดี จึงขอให้ ท่านประธานได้โปรดรับกระทู้ถามสดที่ผมได้ทําหนังสือเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ถึงท่านประธาน ส่วนดุลยพินิจในการทําหน้าที่ในการถามกระทู้ถามสดนั้น จะมาขอใช้ โดยการงดเว้นข้อบังคับในที่ประชุมครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็จะรับไปดําเนินการนะครับ

ทีนี้กลับมาเรื่องญัตติการเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ขอให้แต่ละท่านได้ถอนญัตติออกไปได้ไหมครับ จะได้ ไม่ต้องมีการพิจารณาในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ความเห็นผม ต่อครับ เรื่องที่ ๑ จบแล้ว เรื่องที่ ๒ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เมื่อตอนเช้าเราได้มีการหารือ ในเรื่องของระเบียบวาระการประชุม เราจะเห็นว่าการจัดทําระเบียบวาระการประชุมนั้น เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับซึ่งถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้กระทํามา ผมก็เลยเห็น สนับสนุนกับคุณชินวรณ์นะครับว่าควรจะบรรจุตามระเบียบวาระ ส่วนวาระที่ท่านสมาชิก ได้ร้องขอนั้น ผมคิดว่าหลังการพิจารณาตามระเบียบวาระ คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมท่านครับ จึงขออนุญาตเห็นด้วยกับประธาน ชินวรณ์ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วก็จะไม่เลื่อนขึ้นมาใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอถามผู้เสนอญัตติว่าท่าน ไม่ขัดข้องนะครับที่จะถอนญัตติออกไป เชิญคุณไพจิตครับ ทีละท่านครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าการหารือของท่านประธานวิปทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วให้ความร่วมมือกันอย่าง จริงใจผมไม่ขัดข้อง ผมมีความจริงใจที่อยากให้สภาได้พิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เป็นจริง ผมมันครูกรมสามัญศึกษาเก่า เห็นว่าได้ คุยกันจบหมดแล้วก็อยากจะให้ขั้นตอนกระบวนการได้สู่การพิจารณา แต่ว่าเมื่อประธาน วิปทั้ง ๒ ฝ่าย ได้มีความเห็นกัน แล้วก็มีความจริงใจที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็จะไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ แต่ว่าขอให้เกิดความชัดเจนว่าเมื่อได้จบสิ้น ของการพิจารณาตามทางที่เหมาะสมแล้ว ขอให้เอาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา พิจารณาต่อทันทีนะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญคุณวรศุลีครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เนื่องจากว่าดิฉันได้หารือแล้วได้ยื่นญัตติเรื่องขอเลื่อนกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๓ ร่างนี้ เนื่องจากว่ากรณีเวลาในการประชุมนี้ก็กําลังจะหมดในวันนี้ ดิฉันอยากจะหารือ ท่านประธานว่าถ้าหากว่าในสมัยการประชุมสามัญนิติบัญญัติครั้งนี้ได้ผ่านพ้นไป แล้วได้ ปิดสมัยประชุมแล้ว เมื่อเปิดการประชุมครั้งหน้าวันที่ ๒๑ มกราคม ดิฉันขอเสนอ ขอหารือ ท่านประธานนะคะว่าร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวพันกับความต้องการของ ครูบาอาจารย์ แล้วก็เป็นสิ่งสําคัญที่ควรจะต้องให้การพิจารณา แล้วเป็นกฎหมายเพื่อ รองรับการทํางานของครูบาอาจารย์ทั้งหมด ดิฉันก็อยากจะขอเสนอว่าเมื่อประชุม ครั้งหน้าวันที่ ๒๑ มกราคม เมื่อมีการเปิดประชุมสมัยครั้งหน้าขอให้ทางสภานี้นํา กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นอันดับแรกเลยนะคะ ขอเสนอท่านประธานค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคงเสนอตอนนี้ไม่ได้ครับ ไว้รอ เพราะว่าขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุม วิสามัญเลยนะครับ ท่านต้องไปเสนอในขั้นตอนที่เปิดประชุมแล้ว ตกลงคุณวรศุลี ถอนญัตตินะครับ ก็ต้องขอขอบคุณครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ค่ะ เรื่องญัตติที่ได้เสนอเมื่อ สักครู่นี้ ดิฉันขอถอนนะคะ เพียงแต่ว่าอยากจะให้บันทึกเอาไว้ในสภานี้ ในการประชุมครั้งนี้ แล้วเมื่อการประชุมครั้งหน้าดิฉันก็จะได้หารือกับท่านประธานแล้วก็เสนอมา แล้วจะขอให้ ท่านประธานพิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรก ๑ ๒ ๓ เลยนะคะ ในการเปิดสมัยประชุมครั้งต่อไปนะคะ ครั้งนี้ดิฉันก็ขอถอนนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทวีวัฒน์ก็ไม่ต้องอภิปรายยาวนะครับ เรียนเชิญถอนเลยครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ก็คงไม่อภิปรายยาว หรอกครับท่านประธานครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่เสนอกฎหมาย การศึกษาขึ้นมานั้นเพราะว่ามันเป็นปัญหาหมักหมมเรื้อรังมานานนะครับ ต้องการแก้ไข เสียที แต่เห็นว่าเมื่อประธานวิปของรัฐบาลเห็นว่ามันมีเหตุผลและความจําเป็นเนื่องจาก มีกฎหมายอื่นที่เลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาแล้ว ก็ขอเป็ นลําดับถัดไปก็แล้วกันครับ ท่านประธานครับ ขอถอนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นอันว่าทุกท่านถอนนะครับ ท่านสมาชิกครับ เราอภิปรายกันมาเป็นเวลาพอสมควร นะครับ คุณเจริญมีอะไรหรือครับ เชิญคุณเจริญเป็นท่านสุดท้ายก็แล้วกันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจมาก เลย เพราะประธานวิปรัฐบาลได้ตกลงกับประธานสภาแล้วก็สมาชิกในสภาแห่งนี้ว่าเรามี กฎหมายที่กําลังจะต้องพิจารณาต่อจากนี้ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนี้ แล้วก็ท่านประธานวิปรัฐบาลลุกขึ้นบอกว่าหลังจากเสร็จแล้วก็น่าจะปิ ดประชุมนี้ สิ่งซึ่งท่านได้พูดคุยตั้งแต่ตอนที่ผมหยิบยกตั้งแต่ตอนแรกกับท่านประธานชัยนี้ ก็ปรากฏว่า ผมบอกให้ถามท่านประธานวิปรัฐบาลว่าจะเอาหรือเปล่า ท่านก็บอกเอา พอมาถึงท่าน ก็บอกว่าจะให้ปิดประชุม ผมก็ไม่สบายใจว่าสิ่งซึ่งเราได้ตกลงกันในสภานี้ แล้วผมเห็น ข้าราชการศาลเขามานั่งรอตั้งแต่เที่ยง จะเอากันอย่างไรนะครับ อยู่ ๆ ท่านจะมาปิด แล้วท่านตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานสภาก็บอกว่าเดี๋ยวเสร็จแล้วก็ให้ผม ทักท้วงขึ้นมาอีกทีหนึ่ง คราวนี้ถ้าหากไม่ดําเนินการก็ถือว่าข้อตกลงซึ่งท่านไปรับปากกับ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ต่อไปเชื่อไม่ได้นะท่านประธานวิปถ้าเป็นอย่างนี้ วิปรัฐบาล นะครับ ไม่ใช่วิปฝ่ายค้าน ท่านจะเอาอย่างไรครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ เดิมผมสอบถามท่านเลขาธิการนะครับว่าเจ้าหน้าที่ คณะกรรมาธิการพร้อมหรือเปล่า ซึ่งเดิมคิดว่าการอภิปรายพระราชบัญญัติฉบับที่ผ่านมา คงจะจบเร็วนะครับ แต่พอดูแล้วประมาณ ๒๑.๓๐ นาฬิกา ก็เลยตัดสินใจว่าเราได้ อภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควรแล้วครับ ก็เลยเสนออย่างนี้ครับ วันนี้เราอภิปรายมาเป็น เวลาพอสมควรแล้วครับ ท่านประธานท่านขึ้นมาพอดีครับ ท่านบอกว่าท่านรับปากไว้ นะครับ เผอิญเมื่อเช้าผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ครับ ก็คงต้องดูองค์ประชุมครับ ผมเกรงว่า แต่ละท่านคิดว่าผมจะปิดประชุมแล้วก็เลยกลับกันไปหมดนะครับ คือถ้าอย่างไรเป็นพรุ่งนี้ เชิญคุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธาน ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทย จะขอถามท่านประธานขึ้นมานี้ ทุกอย่างเอาตามท่านประธาน เราก็ไม่ อยากให้มีปัญหา แล้วกฎหมายมันก็มีความสําคัญแตกต่างกัน แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็ได้ พิจารณาเสร็จแล้ว แล้วข้าราชการศาลตั้งแต่อธิบดีศาลอาญา ผู้พิพากษาแล้วก็ผู้ที่ เกี่ยวข้องเตรียมชี้แจงตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว อยู่ ๆ ท่านก็บอกว่าเรื่ององค์ประชุม ท่านประธานจะเอาอย่างไร ถ้าองค์ประชุมท่านก็นับองค์ประชุมสิครับ พวกผมฝ่ายค้าน พร้อมพิจารณานะครับ ถ้ารัฐบาลไม่พร้อมก็ไม่เป็นอะไร พวกเราก็ได้ตกลงกันแล้วบอกว่า ผมก็บอกเพื่อนสมาชิกฝ่ำยค้านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้เราเห็นว่ามีความจําเป็ น เพราะเมื่อเช้าทางอธิบดีศาลและผู้พิพากษาได้ไปชี้แจงต่อวิปฝ่ายค้านแล้ว เราก็เห็นมี ความจําเป็นนะครับ และท่านประธานเองก็ขอร้องเองนะครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านก็ขอร้อง บอกว่าเอาเรื่องนี้ให้จบก่อน แล้วเราค่อยว่าอันนี้ต่อ และพอถึงแล้ว ท่านก็บอกว่าจะปิดประชุมอีกแล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังไม่ได้ปิดนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

งบประมาณเราเคยพิจารณาจนถึงสว่าง จะปิดสมัยประชุมแล้วขออีกสักทีเถอะ เอาเที่ยงคืนก็ได้ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นที่ประชุมมีมติเห็นพ้องต้องกันนะครับ ก็เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้พูด ในที่ประชุมนี้ว่า ผมพร้อมที่จะมีการประชุมถ้าท่านอยู่พร้อมนะครับ เราต้องยอมรับ ความเป็นจริงครับ ผมไม่อยากที่จะพูดแบบหาเสียง ผมคิดว่าศาลก็ดี เพื่อนครูก็ดีที่ฟังอยู่ รู้ว่าใครมีความจริงใจที่จะผลักดันกฎหมายขึ้นมา แต่ว่าในการที่ประชุมสภาผมคิดว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ครั้งสุดท้าย ผมจึงได้นําเรียนกับท่านประธานสภาว่าเนื่องจาก เพื่อนสมาชิกของเราส่วนหนึ่งก็ต้องเดินทางช่วง ๒๑.๐๐ นาฬิกานี้ ไป กกต. อีกส่วนหนึ่ง เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าวันนี้เราได้ใช้เวลาในการอภิปรายกฎหมายสําคัญ และเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันอย่างมากมายเป็นพิเศษครับ ผมอยากจะยืนยันกับ ท่านประธานครับว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยศาลเยาวชนและคดีนั้น ผมได้ติดตามและ เอาใจใส่ท่านตั้งแต่ตอนที่พิจารณาอยู่ในชั้นกรรมาธิการ และกฎหมายนี้เป็นที่ได้มีการสงวน ความเห็นไว้เยอะ เหมือนกับกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ผมคิดว่าผู้อภิปรายรู้ดีครับ ว่าทําไมกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องถอนออกไป เช่นเดียวกันนะครับ กฎหมาย ที่เสนอโดยศาลนั้นผมคิดว่าทุกคนให้ความสําคัญ แล้วผมอยากจะเรียนว่าเราให้ ความสําคัญกับกฎหมายนี้ด้วย เพราะเป็นหลักกฎหมายที่จะออกแบบเพื่อต้องการที่จะ คุ้มครองเยาวชน แต่ว่าในขณะนี้สภาของเราได้ดําเนินการในการพิจารณากฎหมาย ผมคิดว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งวันพรุ่งนี้ท่านประธานคงจะได้แถลงผลงาน แต่ว่า คืนนี้เมื่อเรามาดูถึงเหตุผลแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่างไรก็ตามนี่นะครับ ไม่สามารถที่จะพิจารณากฎหมายดังกล่าวนี้ได้ทัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะให้กฎหมายนี้ ดําเนินไปโดยมีประสิทธิภาพและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว ไม่มีปัญหาในเชิงของการพิจารณา ผมคิดว่าถ้าหากเรายอมรับกันด้วยความจริงใจ ผมคิดว่าการที่กฎหมายไปเริ่มที่จะ พิจารณาในช่วงเปิดสมัยประชุมสามัญ ผมยืนยันว่าเราจะได้ขับเคลื่อนกฎหมายให้ได้มีผล บังคับใช้ แล้วออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบนะครับ ไม่ใช่ว่าตลอดระยะเวลาที่ ผ่านมามีปัญหา แต่ว่าพอช่วงวันสุดท้ายจะมาพูดเพื่อที่จะให้กฎหมายผ่านเพื่อเอาใจใคร คนใดคนหนึ่งผมจะไม่ทําครับ ผมละอาย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจริญครับ ผมจะขอให้เราอธิบายเหตุผลกันดี ๆ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ผมลุกขึ้นมา ทักท้วงท่านประธานนี่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหาเสียงเลย ประธานวิปรัฐบาลเข้าใจผิดเอง เราจะต้องปฏิบัติตามวาระที่ท่านประธานได้จัด ผมไม่มีเจตนาพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้นจะมาหา เสียงกับใคร พูดถึงท่านก็ไม่สุจริตในการพูดอยู่แล้ว แม้นเป็นกฎหมายของครู ผมเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มันเสร็จแล้ว แล้วท่านประธานสภาเองก็ยืนยันบอกว่าให้กฎหมายอันนี้ เราพิจารณาเสร็จแล้วก็มาว่ากัน มันไม่มีเหตุผลอะไรเลย ใครจะไปต่างประเทศก็เรื่องของ คนไป สภามีหน้าที่จะต้องพิจารณาวาระเรื่องที่สําคัญคือกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านไม่พร้อม ท่านก็ออกไปสิ พวกเราจะพิจารณา แล้วจะได้รู้กันเสียทีว่าใครเป็นคนสนใจในเรื่อง กฎหมายของชาติบ้านเมือง ท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ออกแบบเพื่อจะให้การคุ้มครอง สิทธิเด็กและสตรี หรือเยาวชน เราก็เห็นด้วย เราก็ต้องอยากให้มันผ่าน แล้วท่านบอกว่า ท่านไม่พร้อม ผมถามว่าไม่พร้อมอะไร ทั้ง ๆ ที่พูดกันก่อนหน้านี้แล้วว่าพอกฎหมายฉบับนี้ เสร็จเราก็ต่อ ผมไม่ได้หาเสียงอะไรเลย เพียงแต่เราต้องการให้เป็นไปตามระเบียบวาระ เราเห็นกฎหมายสําคัญเราก็เอา ท่านอย่ามาพูดอย่างนี้ผมว่าไม่ถูกต้อง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ พูดเสียหายมาก ผมพยายามมีความตั้งใจและอดทนอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ท่าน พูดมาทํานองเรื่องหาเสียง มันไม่ได้หาเสียงอะไรเลย เราเพียงแต่ทําตามกติกา ตามระเบียบ ตามขั้นตอนของสภาเท่านั้นเอง ท่านไม่พร้อมท่านก็อย่าประชุมสิครับ แต่พวกเราพร้อม เราเห็นว่าเรื่องนี้เรื่องสําคัญ เราก็อยากจะพิจารณาต่อไป ผมขอให้ ท่านประธานได้ดําเนินการต่อไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออย่างนี้ครับ บางทีเราพูดพาดพิงกันไปมานี่ต้องขอเลยนะครับ บางทีเราอาจจะ มองเห็นกันคนละมุม

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธาน ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ คุณวิเชียรมีอะไรครับ เดี๋ยวคุณธนิตพลประท้วงก่อนนะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า วันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสได้ประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายกันนี้ พวกผมเองก็อยากจะให้มีความสมานฉันท์เกิดขึ้นและเกิดความเรียบร้อย แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตกลงกันแล้ว การประชุมทุกครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราตกลง กันไว้ ฝ่ายค้านเคยรับปากไว้อย่างหนึ่ง แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็มีการปรับเปลี่ยนกัน เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกันครับวันนี้รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของการประชุม ผมกราบเรียนว่าเมื่อเราเห็นว่ามีผู้ที่ประสงค์อภิปรายแล้ววันนี้เขาไม่สามารถที่จะอภิปรายได้ เพราะว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในกฎหมายที่ผ่านมานั้น เป็นการ อภิปรายที่ใช้เวลานานเกินความจําเป็น ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลเราพร้อมครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าเราเห็นว่ายังมีผู้อภิปรายที่ประสงค์ อภิปรายอีกหลายคนที่เขาไม่ได้มีโอกาสอภิปรายในวันนี้และจะไม่เกิดประโยชน์ ก็ขอ ถามท่านประธานครับว่าเมื่อพรรครัฐบาลเห็นว่าเราพร้อม ฝ่ายค้านพร้อมหรือเปล่า ถ้าองค์ประชุมครบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือถ้าพูดกันอย่างนี้เดี๋ยวไม่จบหรอกครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยให้นะครับ เชิญคุณวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขอประท้วง คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และคุณธนิตพล ไชยนันทน์ ด้วย คือการกล่าวหาฝ่ายค้านว่าการอภิปรายกฎหมายที่ผ่านมานั้น เยิ่นเย้อ ยาวนานเกินเหตุ เกินความจําเป็น การพูดเช่นนี้พูดประหนึ่งว่าซีกฝ่ายค้านพยายามดึง แล้วก็ตีรวนกฎหมายฉบับนี้ แต่ท่านประธาน ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเวลานี้ท่านประธาน ชี้สลับไปสลับมาครึ่งต่อครึ่ง ถ้าพวกคุณคิดว่าต้องการให้กฎหมายผ่านเร็วก็อย่าให้รัฐบาล อภิปรายสิครับ นี่แสดงว่าคุณก็อภิปรายเท่ากันกับซีกฝ่ายค้าน แล้วบอกว่าเมื่อก่อนพวกเรา ตกลงกันแล้วก็ยังเบี้ยวได้ แล้ววันนี้รัฐบาลขอเบี้ยวเสียเอง คุณธนิตพลพูดอย่างนั้น หมายความว่าอย่างนั้น แล้วผมกราบเรียนท่านประธานครับ คุณชินวรณ์เป็นประธานวิป รัฐบาล การพูดจาอะไรบลัฟ (Bluff) กลับมาที่ฝ่ายค้าน เรากล่าวหาฝ่ายค้านตลอด ผมเคยพูดหลายครั้งในฐานะเพื่อนกัน ผมเคยกราบเรียนท่านชุมพล กาญจนะ แล้วว่า การเป็นประธานวิปรัฐบาล อย่าขึ้นมาเล่นกระแหนะกระแหนกันเสียเอง มันจะขาด ความร่วมมือ ถ้าคุณจะทํา ให้คนอื่นทํา วันนี้เราถูกกล่าวหา คุณบุญยอดก็จะไปฟ้ อง จะถอดถอนพวกผม ตอนพวกผมไปประเทศกัมพูชา แล้ววันนี้พวกท่านจะไปต่างประเทศ ทําไมไม่ว่ากันบ้างล่ะครับ ไม่อยู่ประชุมละครับ ต้องอยู่ประชุมสิครับ วันนี้ประธานยัง ไม่ปิดต้องอยู่สิครับ พวกผมพร้อมจะประชุม อย่างนี้กลับไปกลับมา แล้วทีพวกท่านไปได้ พวกผมไปไม่ได้ หลายท่านไปเยี่ยมลูกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประเทศอังกฤษ พวกผม ไม่เห็นฟ้ องเลย แล้วก็ฝากบัตรกันไว้ แล้ววันนี้ผมเรียนท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออย่างนี้เลยครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

อย่างนี้ ทําไมท่านประธานไม่ปิดล่ะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ผมก็จะต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ำยพูดนะครับ แล้วผมก็จะวินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญทั้งคุณวิเชียร ทั้งคุณธนิตพล นั่งลงครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็พอสมควรแล้วนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมประท้วงตามข้อบังคับครับ แล้วผม ก็อภิปรายเหตุผลครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่นี้ประท้วงแล้วไปพูดวิจารณ์ต่อ ผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องประท้วงแล้ว

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผมบอกว่าคุณชินวรณ์และคุณธนิตพล พูดอย่างไร ที่ผมประท้วงผมต้องอภิปรายเหตุผล

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอร้องพวกเราทุกฝ่ายนะครับ ไม่อยากให้เป็นวัฒนธรรมเวลาเราอภิปรายหรือ ประท้วง ผมขอร้องมาหลายครั้งแล้วนะครับว่าเมื่อเวลาเราประท้วง เราก็ประท้วงเรื่องอะไร ไม่ต้องไปพาดพิงหรือกระแหนะกระแหนกลับ แต่มันเป็นวัฒนธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วนะครับ ก็ต้องขอร้องทุกฝ่ายครับ วันนี้เราได้อภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควรครับ ผมเห็นควรปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๓๔ นาฬิกา