สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ไพจิต ศรีวรขาน ชี้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ไม่ได้คลี่คลายตั้งแต่ปี 2549 แม้จะมีการยกเลิกศอ.บต. แต่ปัญหาจะยังคงอยู่และจะยิ่งรุนแรงขึ้นหากใช้อำนาจเข้าไปควบคุม และยิ่งไม่สบายใจเมื่อเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้ปัญหานี้เป็นเครื่องมือในการหาเสียง

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความไม่สงบของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตํานาน ที่ผมได้รับทราบมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ๒๐ กว่าปี เมื่อทหารเข้าทําการยึดอํานาจ วันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ สาเหตุหนึ่งที่ยกขึ้นมาก็บอกว่าความไม่สงบพี่น้องชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ดูประหนึ่งว่าจะโยนไปว่าถ้าหากคณะปฏิวัติขึ้นยึดอํานาจแล้วจะสามารถ ขจัดปัดเป่าปัญหาอันนี้ได้ แต่ว่าการณ์กลับมีเสียงปืนดังแล้วดังอีก ไม่ได้หยุดหย่อน ผมไม่เชื่อนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าใช้อํานาจเข้าไปกํากับควบคุมยิ่งมากเท่าไรยิ่งเกิด ความขัดแย้ง เมื่อรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยยกเลิก ศอ.บต. ก็บอกว่าเกิดความไม่สงบ เกิดขึ้น อํานาจรัฐ องค์กรต่าง ๆ ที่มีหายไป ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ นั่นคือทิศทางในการ แก้ปัญหา ในการมอง ต้องสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ การลดกําลัง ที่จะเข้าไปใช้ทั้งหลายให้กํากับให้เล็กลง ๆ ท่านประธานครับ ข้อปัญหาที่เกิดขึ้นเขาก็ บอกว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่เก่ง แก้ภาคใต้ไม่ได้ วันนี้มาอีกแล้ว นะครับ ศอ.บต. ภาค ๒ กําลังจะคืนชีวิตขึ้นมา ผมมีความเห็นว่าถ้าหากจะต้องใช้เพิ่ม กําลังภาครัฐที่จะบริหารองค์กรใด ๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้น จะเรียกชื่อให้สวยหรูอย่างไร แต่ถ้าเนื้อแท้เป็นการบริหารราชการโดยราชการและเพื่อราชการได้มีงบประมาณ ได้มี อํานาจ บทบาทยิ่งมากเท่าไร อํานาจของประชาชนของคนที่เป็นเจ้าของอํานาจที่แท้จริง ยิ่งน้อยลง ไม่สําเร็จหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์เองได้รับ คะแนนนิยมท่วมท้น บอกว่า ๙๙ วันปัญหาภาคใต้ต้องแจ๋ว ต้องเรียบร้อย ต้องมีความ อยู่เย็นเป็นสุข แต่วันนี้ก็มากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น ผมว่าเป็นเครื่องมือ อาจจะเป็น แกะกล่องหรือว่าเอาของเก่ามาปัดฝุ่นใหม่นะครับ ที่จะต้องยกฐานะ เพิ่มอํานาจ บทบาท สร้างความเป็นเอกภาพในการเข้าไปกํากับควบคุม ศอ.บต. ที่จะให้มี เขาเรียกว่า เลขาธิการ ระดับซี ๑๑ ระดับปลัดกระทรวง ก็ใหญ่สูงสุดของฝ่ายประจําแล้ว แล้วก็ให้ นายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด อํานาจสูงสุดมาแล้ว ลงไปสู่พี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดไม่พอ เสียงปื นดังแล้วดังอีก ตายแล้วตายอีก วันนี้เป็น ๔ จังหวัด สงขลา และจะเลยไป ๕ จังหวัด ถึงสตูล ไปอีก อาจจะมีถึงจังหวัดที่ ๖ จังหวัดที่ ๗ ไป เสียงปืนมันก็จะตามอํานาจเหล่านี้ไปละครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า เป็นทิศทางที่จะต้องทบทวน เพราะผมไม่เห็นด้วยนะครับ แนวทางที่เสนอเป็นทางที่ยืนอยู่ บนพื้นฐานของการให้อํานาจกับประชาชน ทฤษฎีดอกไม้หลากสีที่เราต้องเคารพ ในวัฒนธรรม ในศาสนา แต่ความรู้สึก จิตใจของคนที่พี่น้องที่มีแตกต่างจากเรา ด้วยความ จริงใจนะครับ เพราะฉะนั้น พลเอก ชวลิตเสนอเรื่องทฤษฎีการกระจายอํานาจให้คนที่ อยู่ในพื้นที่มีโอกาสได้เลือก ได้คิด ได้พิจารณากําหนดแนวทางบริหารในการขยาย การปกครองอํานาจออกไปเหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปพิเศษ นครปัตตานี รัฐบาลก็กลัวว่าเวลาเลือกตั้งเขาจะไปเลือกเอาฝ่ำยผู้นําของชาวอิสลามขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร กลัวอะไรล่ะครับ เมื่อเขามีกําหนดบทบาทในการที่ จะเลือกบุคคลมากําหนดความเป็นความตาย ความอยู่เย็นเป็นสุขให้ ก็น่าจะเป็น การขยายฐานทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันนี้ให้เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าทิศทาง อย่างนี้ยังเป็นเรื่องหลักที่อยากจะให้มีการทบทวน ดีกว่าเอาอํานาจไปให้ฝ่ายราชการ ที่มีการยุบก็เพราะว่ามันมีแต่เบี้ยเลี้ยง มีแต่งบประมาณจัดซื้ออาวุธ เข้าไปแสวงหา ผลประโยชน์กันมากมาย เวลาเราพิจารณางบประมาณในภาคใต้ ถ้าดูให้ลึกจะเห็นว่า มันมหาศาล วันนี้ท่านประธานครับ พวกกระผมมีความเห็นว่าต้องทบทวน แม้ว่ารัฐบาล จะใช้เสียงว่าตั้งอันนี้ขึ้นมา แต่ผมก็เห็นว่ามันยังขาดความรอบคอบ โดยทฤษฎีแล้วก็อยากจะให้กลับไปทําให้เกิดความรอบคอบ ความจริงเวลาที่มีวันนี้ผม อยากกราบเรียนท่านประธานว่ากรุณาอย่าได้รีบปิดนะครับ ผมอยากให้เอาร่าง พ.ร.บ. การศึกษาที่จะยกฐานะครูมัธยมอะไรขึ้นมาที่เขามาคอยกันอยู่นี่ก่อนที่จะปิดผมจะเสนอ ให้มีการเลื่อนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา แม้ว่าจะไม่ทันในวันพรุ่งนี้ก็ยังจะต้องมี โอกาสได้ลุ้นกันอยู่ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน เวลาเหลือเพียง ๕ นาที