ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับจุดอ่อนของร่างพระราชบัญญัตินี้ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หนองคาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมเองได้ฟังเพื่อนสมาชิกแล้วก็ได้อ่าน ร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างครบถ้วน ต้องขอแสดงความคิดเห็นว่า ความมุ่งมั่นของรัฐบาล และพี่น้องประชาชนทุกคนนั้นต้องการให้เกิดสันติสุขในภาคใต้ จริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัตินี้ พวกผมไม่จําเป็นต้องมาอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เลย ถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจ ตั้งใจในการแก้ปัญหาจริง จากการที่รัฐบาลชุดนี้ ได้เคยประกาศก่อนที่จะรับหน้าที่ บอกว่า ๙๙ วัน ไฟใต้ต้องดับ นี่ล่วงเลยมาถึง ๙ เดือน ๑๐ เดือน ไฟใต้ไม่ดับ แต่ว่าข้าราชการ ตํารวจ ทหาร ประชาชนดับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่า มีรายละเอียดของกฎหมายที่บ่งบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งหวังจะให้เกิด ประโยชน์แก่ข้าราชการเพียงอย่างเดียว มองไม่เห็นในมาตราใดเลยว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า น่าเสียดายเวลา ๑๑ เดือนผ่านไป พรรคการเมืองที่ครอบครองดินแดนภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสเต็มที่แล้วในการที่จะพิสูจน์ฝีมือว่า อํานาจอยู่ในมือ ความเข้าใจในพื้นที่ชัดเจน ท่านดูแลภาคใต้ มีความเข้าใจในพื้นที่ แต่เหตุไฉนเหตุการณ์ถึงรุนแรงขึ้นเป็นลําดับ ท่านพยายามที่จะโทษไปถึงรัฐบาลชุดก่อน ๆ บอกว่าเป็นเหตุการณ์สะสม เป็นเหตุการณ์ ที่ในรัฐบาลชุดก่อน ๆ นั้นสร้างความไม่เป็นธรรม แต่โอกาสอยู่ในมือของท่านแล้ว ฝีมือต่าง ๆ ท่านต้องพิสูจน์ให้ดูว่าเหตุการณ์ภาคใต้จะเกิดสันติสุขได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีจุดอ่อนอยู่หลายจุด ที่ผมเองไม่สามารถที่จะ ให้การสนับสนุนได้ จุดแรกคือมาตรา ๓ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในส่วนนิยามคําว่า ชายแดนภาคใต้ ท่านต้องตอบให้ชัดเจนตรงนี้ครับว่า ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหานั้น มันอยู่ในกรอบ อยู่ในพิกัดของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา แต่ท่านได้เขียนเอาไว้นะครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้บอกว่าและจังหวัดอื่น หรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่รัฐมนตรีกําหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากจะมองว่าถ้ารัฐมนตรีกําหนดพื้นที่เพื่อต้องการ ขยายอาณาเขตขององค์กรที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นี้ เพื่อที่จะเป็ นการขยายอํานาจ ขยายงบประมาณครอบคลุมจังหวัดภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้เป็นประเด็น ที่ผมและพี่น้องประชาชนที่กําลังรับฟังอยู่ในขณะนี้เกิดความกังวล ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ในมาตรา ๖ ในมาตรา ๖ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็กําหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ระบุไปทุกส่วนขององค์กร แต่ไม่มีองค์กร พุทธศาสนา ศาสนาอื่นมี นี่ก็เป็นความบกพร่องของการกําหนดกรอบของยุทธศาสตร์ ในการที่จะได้ตั้งขึ้นมานะครับ มาตราอื่น ๆ อย่างเช่น มาตรา ๑๑ ท่านบอกว่า ในการดําเนินงานนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือน หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะถูก คณะกรรมการชุดนี้ในการที่กําหนดลงโทษ แล้วก็มีการย้ายภายใน ๗ วัน ไม่ได้ระบุ ข้าราชการตํารวจ ข้าราชการทหารเลย อภิสิทธิ์อะไรหนักหนา ต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ข้าราชการทุกฝ่ายต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก เรื่องนี้ เพราะว่าอํานาจของเลขาธิการที่กําหนดในมาตรา ๙ ก็อํานาจล้นฟ้ำอยู่แล้ว แล้วก็ตรงนี้ที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ ผ่านในวาระแรก ก็ฝากไปยังคณะกรรมาธิการด้วยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่จะเป็น ประโยชน์ แล้วมีอีกหลายมาตราท่านประธานครับ เพราะว่าผมอาจจะต้องไปใช้ในช่วง การแปรญัตติในการอภิปราย เพราะว่ามีอีกหลายมาตราที่ยังไม่มีเวลา เพราะว่าท่านให้ เวลาน้อยมาก ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ว่าในเรื่องของการแก้ปัญหาอยากจะฝาก ทางท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าการแก้ปัญหาท่านจะต้องให้ตรงจุด อยากจะรู้ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านได้มีการสอบถาม มีการทําวิจัยหรือถามพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าเขาต้องการไหม งบประมาณที่จัดลงไปในปีหนึ่ง ๆ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสมมุติว่า เราเอามาซื้อทองให้กับประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประมาณสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ดูแล้ว ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้ปีละ ๑ บาท ๆ ป่านนี้ทองเต็มบ้านแล้วนะครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นฝากด้วยว่าการใช้งบประมาณในแต่ละปีต้องให้มีประสิทธิภาพด้วย ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน เพราะว่างบประมาณที่ทุ่มเทลงไปมากมายเหลือเกิน
ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ที่อยากจะฝากรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ในเรื่องของการที่รัฐบาลชุดนี้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ให้อํานาจกับ เลขาธิการมากมายเหลือเกิน ผมเกรงว่าจะเกิดการเข้าใจว่ากําลังจะมีการแบ่งแยก ดินแดน เกรงนะครับ มีความกังวลมากว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน กังวลว่าจะ เกิดมีการแบ่งแยกแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ว่าถ้าไม่เป็นเช่นนี้ก็เป็นบุญของ ประเทศ แต่ถ้าเป็นเช่นนี้พวกผมในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วก็พี่น้องประชาชนจะเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณท่านประธานมากครับ